ห้องสมุดออนไลน์ของวอชเทาเวอร์
ห้องสมุดออนไลน์
ของวอชเทาเวอร์
ไทย
  • คัมภีร์ไบเบิล
  • สิ่งพิมพ์
  • การประชุม
  • ลมศษ กิจการ 1:1-28:31
  • กิจการ

ไม่มีวีดีโอสำหรับรายการนี้

ขออภัย โหลดวีดีโอนี้ไม่ได้

  • กิจการ
  • คัมภีร์ไบเบิลฉบับแปลโลกใหม่ (ฉบับศึกษา)
คัมภีร์ไบเบิลฉบับแปลโลกใหม่ (ฉบับศึกษา)
กิจการ

กิจการ​ของ​อัครสาวก

1 สวัสดี​เธโอฟีลัส หนังสือ​เล่ม​แรก​ที่​ผม​เคย​เขียน​ถึง​คุณ​เป็น​เรื่อง​เกี่ยว​กับ​สิ่ง​ที่​พระ​เยซู​สอน​และ​ทำ​ทั้ง​หมด​ตั้ง​แต่​ต้น+ 2 จน​ถึง​วัน​ที่​ท่าน​ถูก​รับ​ไป​สวรรค์+ ก่อน​หน้า​นั้น​พลัง​บริสุทธิ์​ของ​พระเจ้า​ได้​ชี้​นำ​ท่าน​ให้​สอน​และ​แนะ​นำ​อัครสาวก​ที่​ท่าน​เลือก​ไว้+ 3 หลัง​จาก​ที่​พระ​เยซู​ทน​ทุกข์​จน​ตาย ท่าน​ให้​หลักฐาน​ที่​ชัดเจน​หลาย​อย่าง​เพื่อ​แสดง​ว่า​ท่าน​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​แล้ว+ ท่าน​ปรากฏ​ตัว​ให้​พวก​เขา​เห็น​หลาย​ครั้ง​ตลอด​ช่วง 40 วัน และ​พูด​กับ​พวก​เขา​เรื่อง​รัฐบาล*ของ​พระเจ้า+ 4 ตอน​ที่​พระ​เยซู​ประชุม​อยู่​กับ​พวก​เขา ท่าน​สั่ง​ว่า “อย่า​ออก​ไป​จาก​กรุง​เยรูซาเล็ม+ แต่​ให้​รอ​คอย​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​ผู้​เป็น​พ่อ​สัญญา​ไว้+ตาม​ที่​ผม​เคย​บอก​พวก​คุณ​แล้ว 5 ยอห์น​ให้​บัพติศมา​ด้วย​น้ำ แต่​อีก​ไม่​กี่​วัน​หลัง​จาก​นี้​พวก​คุณ​จะ​ได้​รับ​บัพติศมา​ด้วย​พลัง​บริสุทธิ์”+

6 เมื่อ​พวก​เขา​มา​ชุมนุม​กัน​อีก พวก​เขา​จึง​ถาม​พระ​เยซู​ว่า “นาย​ครับ ท่าน​จะ​กู้​เอกราช​ให้​อาณาจักร​อิสราเอล​ตอน​นี้​เลย​ไหม?”+ 7 พระ​เยซู​ตอบ​ว่า “พระเจ้า​ผู้​เป็น​พ่อ​เป็น​ผู้​กำหนด​วัน​เวลา+ พวก​คุณ​ไม่​จำเป็น​ต้อง​รู้​หรอก 8 แต่​พวก​คุณ​จะ​ได้​รับ​พลัง​จาก​พระเจ้า พลัง​บริสุทธิ์​นั้น​จะ​อยู่​กับ​พวก​คุณ+ และ​พวก​คุณ​จะ​เป็น​พยาน+ของ​ผม​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม+ และ​ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย​กับ​แคว้น​สะมาเรีย+ และ​จน​ถึง​สุด​ขอบ​โลก”+ 9 พอ​พระ​เยซู​พูด​จบ ท่าน​ก็​ถูก​รับ​ขึ้น​ไป​ต่อ​หน้า​ต่อ​ตา​พวก​เขา แล้ว​มี​เมฆ​มา​บัง​ท่าน​ไว้​จน​พวก​เขา​มอง​ไม่​เห็น+ 10 ตอน​ที่​พวก​เขา​จ้อง​มอง​ท้องฟ้า​อยู่ จู่ ๆ ก็​มี​ผู้​ชาย​สอง​คน​สวม​เสื้อ​ขาว+มา​ยืน​ข้าง ๆ พวก​เขา 11 และ​พูด​ว่า “ชาว​กาลิลี พวก​คุณ​ยืน​มอง​ท้องฟ้า​อยู่​ทำไม? พระ​เยซู​ซึ่ง​ถูก​รับ​ขึ้น​ไป​ใน​ท้องฟ้า​จะ​กลับ​มา​ใน​ลักษณะ​เดียว​กับ​ที่​พวก​คุณ​เห็น​ท่าน​ขึ้น​ไป​นี้​แหละ”

12 แล้ว​พวก​เขา​ก็​ลง​จาก​ภูเขา​ที่​เรียก​ว่า​ภูเขา​มะกอก​กลับ​ไป​ที่​กรุง​เยรูซาเล็ม+ ซึ่ง​อยู่​ห่าง​ออก​ไป​ประมาณ 1 กิโลเมตร 13 เมื่อ​พวก​เขา​มา​ถึง​กรุง​เยรูซาเล็ม​แล้ว ก็​ขึ้น​ไป​ที่​ห้อง​ชั้น​บน​ที่​พวก​เขา​พัก​อยู่ ใน​กลุ่ม​นี้​มี​เปโตร​กับ​ยอห์น ยากอบ​กับ​อันดรูว์ ฟีลิป​กับ​โธมัส บาร์โธโลมิว​กับ​มัทธิว ยากอบ​ลูก​ของ​อัลเฟอัส ซีโมน​ที่​มี​ฉายา​ว่า​คน​กระตือรือร้น และ​ยูดาส​ลูก​ของ​ยากอบ+ 14 คน​ทั้ง​หมด​นี้​กับ​ผู้​หญิง​บาง​คน+และ​มารีย์​แม่​ของ​พระ​เยซู​รวม​ทั้ง​พวก​น้อง​ชาย​ของ​ท่าน+ก็​อธิษฐาน​ร่วม​กัน​อยู่​เสมอ

15 วัน​หนึ่ง​ใน​ช่วง​นั้น​ที่​พวก​เขา​มา​รวม​ตัว​กัน​เพื่อ​อธิษฐาน (พวก​เขา​มา​ประชุม​กัน​ประมาณ 120 คน) เปโตร​ก็​ยืน​ขึ้น​พูด​ว่า 16 “พี่​น้อง​ครับ เรื่อง​ที่​พลัง​บริสุทธิ์​ของ​พระเจ้า​ได้​ดล​ใจ​ดาวิด​ให้​บอก​ล่วง​หน้า​เกี่ยว​กับ​ยูดาส+ต้อง​เกิด​ขึ้น​จริง เขา​ก็​คือ​คน​ที่​พา​ฝูง​ชน​มา​จับ​พระ​เยซู+ 17 เขา​เคย​เป็น​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​เรา+และ​เคย​รับใช้​ด้วย​กัน 18 (ยูดาส​คน​นี้​ได้​ซื้อ​ทุ่ง​แห่ง​หนึ่ง​ด้วย​ค่า​จ้าง​ที่​ได้​มา​จาก​การ​ทำ​ชั่ว+ เขา​หัว​ทิ่ม​ตก​ลง​มา ท้อง​แตก​ไส้​ทะลัก​ออก​มา​หมด*+  19 ใคร ๆ ที่​อยู่​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม​ก็​รู้​เรื่อง​นี้​กัน​ทั้ง​นั้น ที่​ดิน​ตรง​นั้น​จึง​มี​ชื่อ​ใน​ภาษา​ของ​พวก​เขา​ว่า​อาเคลดามา คือ “ทุ่ง​เลือด”) 20 หนังสือ​สดุดี​บอก​ไว้​ว่า ‘ให้​ที่​อยู่​ของ​เขา​เป็น​ที่​ร้าง อย่า​ให้​มี​ใคร​อยู่​ที่​นั่น’+ และ ‘ให้​คน​อื่น​รับ​หน้า​ที่​ผู้​ดู​แล​แทน​เขา’+ 21 เรา​จึง​ต้อง​เลือก​คน​หนึ่ง​ให้​มา​แทน​เขา คน​นี้​จะ​ต้อง​เป็น​คน​ที่​อยู่​กับ​พวก​เรา​ด้วย​ตลอด​ช่วง​ที่​พระ​เยซู​ผู้​เป็น​นาย​ทำ​งาน​รับใช้​กับ​พวก​เรา 22 คือ​ตั้ง​แต่​ตอน​ที่​พระ​เยซู​รับ​บัพติศมา​จาก​ยอห์น+จน​ถึง​วัน​ที่​ท่าน​ถูก​รับ​ขึ้น​ไป​สวรรค์+ เขา​คน​นี้​ควร​เป็น​พยาน​รู้​เห็น​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​ของ​ท่าน​เหมือน​กับ​พวก​เรา”+

23 พวก​เขา​จึง​เสนอ​ชื่อ 2 คน คน​แรก​คือ​โยเซฟ​ที่​เรียก​ว่า​บาร์ซับบาส​ซึ่ง​มี​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ว่า​ยุสทัส คน​ที่​สอง​คือ​มัทธีอัส 24 แล้ว​พวก​เขา​ก็​อธิษฐาน​ว่า “พระ​ยะโฮวา พระองค์​รู้​จัก​หัวใจ​ของ​ทุก​คน+ ขอ​ช่วย​พวก​เรา​ให้​รู้​ว่า​ใน​สอง​คน​นี้ คน​ไหน​ที่​พระองค์​เลือก 25 ให้​มา​เป็น​อัครสาวก​และ​ทำ​งาน​รับใช้​นี้​แทน​ยูดาส​ที่​ได้​ละ​ทิ้ง​หน้า​ที่​เพื่อ​ไป​ตาม​ทาง​ของ​เขา​เอง”+ 26 พวก​เขา​จึง​จับ​ฉลาก+ และ​ได้​ชื่อ​มัทธีอัส เขา​จึง​ถูก​นับ​เป็น​อัครสาวก​รวม​เข้า​กับ​อัครสาวก​อีก 11 คน

2 เมื่อ​ถึง​เทศกาล​เพ็นเทคอสต์+ สาวก​ทั้ง​หมด​มา​อยู่​รวม​กัน​ใน​ที่​แห่ง​หนึ่ง 2 ทันใด​นั้น มี​เสียง​จาก​ฟ้า​เหมือน​เสียง​พายุ ดัง​สนั่น​ไป​ทั่ว​บ้าน​ที่​พวก​เขา​นั่ง​อยู่+ 3 และ​พวก​เขา​ก็​เห็น​บาง​สิ่ง​เหมือน​เปลว​ไฟ​รูป​ร่าง​คล้าย​ลิ้น​ลอย​อยู่​เหนือ​พวก​เขา​แต่​ละ​คน 4 พวก​เขา​เต็ม​ไป​ด้วย​พลัง​บริสุทธิ์​ของ​พระเจ้า+และ​เริ่ม​พูด​เป็น​ภาษา​ต่าง ๆ ตาม​ที่​พลัง​นั้น​ให้​พูด+

5 ช่วง​นั้น มี​คน​ยิว​ที่​เลื่อมใส​พระเจ้า​จาก​ทุก​ประเทศ​ทั่ว​โลก​มา​อยู่​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม+ 6 ตอน​ที่​เสียง​นั้น​ดัง​ขึ้น ฝูง​ชน​ก็​มา​มุง​ดู​และ​งุนงง​สงสัย​กัน​ใหญ่ เพราะ​พวก​เขา​ได้​ยิน​พวก​สาวก​พูด​ภาษา​ของ​พวก​เขา​ได้ 7 พวก​เขา​รู้สึก​ทึ่ง​และ​พูด​ด้วย​ความ​แปลก​ใจ​ว่า “ดู​สิ คน​พวก​นี้​เป็น​ชาว​กาลิลี+ทั้ง​นั้น​เลย​ไม่​ใช่​หรือ? 8 แล้ว​เขา​พูด​ภาษา​ของ​พวก​เรา​ได้​ยัง​ไง? 9 พวก​เรา​มี​ทั้ง​ชาว​ปาร์เธีย มีเดีย+ เอลาม+ บาง​คน​มา​จาก​เมโสโปเตเมีย ยูเดีย คัปปาโดเซีย ปอนทัส แคว้น​เอเชีย+ 10 ฟรีเจีย ปัมฟีเลีย อียิปต์ และ​ส่วน​ต่าง ๆ ของ​ลิเบีย​ใกล้​เมือง​ไซรีน บาง​คน​เป็น​คน​ยิว​และ​คน​ที่​เปลี่ยน​มา​ถือ​ศาสนา​ยิว+ซึ่ง​มา​จาก​กรุง​โรม 11 บาง​คน​เป็น​ชาว​ครีต และ​ชาว​อาหรับ พวก​เรา​ได้​ยิน​คน​พวก​นี้​พูด​ถึง​สิ่ง​มหัศจรรย์​ต่าง ๆ ของ​พระเจ้า​ใน​ภาษา​ของ​พวก​เรา” 12 พวก​เขา​ก็​สงสัย​กัน​มาก​และ​พูด​กัน​ว่า “นี่​มัน​อะไร​กัน?” 13 ส่วน​บาง​คน​ก็​เยาะเย้ย​ว่า “พวก​นี้​เมา​เหล้า​แน่ ๆ”

14 แล้ว​เปโตร​ก็​ยืน​ขึ้น​พร้อม​กับ​อัครสาวก 11 คน+ และ​พูด​กับ​พวก​เขา​ด้วย​เสียง​ดัง​ว่า “ชาว​ยูเดีย​และ​ชาว​กรุง​เยรูซาเล็ม​ทุก​คน​ครับ ขอ​ให้​ตั้งใจ​ฟัง​เรื่อง​ที่​ผม​จะ​พูด​ต่อ​ไป​นี้ 15 คน​พวก​นี้​ไม่​ได้​เมา​เหล้า​อย่าง​ที่​พวก​คุณ​คิด เพราะ​ตอน​นี้​เพิ่ง 9 โมง​เช้า 16 สิ่ง​ที่​พวก​คุณ​เห็น​เป็น​ไป​ตาม​ที่​โยเอล​พยากรณ์​ไว้​ว่า 17 ‘พระเจ้า​บอก​ว่า “ใน​สมัย​สุด​ท้าย เรา​จะ​ให้*พลัง​ของ​เรา​กับ​คน​ทุก​ประเภท พวก​ลูก​ชาย​ลูก​สาว​ของ​เจ้า​จะ​พยากรณ์ คน​หนุ่ม​จะ​เห็น​นิมิต คน​แก่​จะ​ฝัน​เรื่อง​พิเศษ+ 18 แม้​แต่​ทาส​ชาย​หญิง เรา​ก็​จะ​ให้*พลัง​ของ​เรา​กับ​พวก​เขา​ใน​วัน​นั้น และ​พวก​เขา​จะ​พยากรณ์+ 19 เรา​จะ​ให้​มี​สิ่ง​มหัศจรรย์​ใน​ท้องฟ้า​และ​บน​โลก จะ​มี​เลือด ไฟ และ​ควัน​หนา​ทึบ 20 ดวง​อาทิตย์​จะ​มืด และ​ดวง​จันทร์​จะ​แดง​เหมือน​เลือด ก่อน​วัน​ที่​ยิ่ง​ใหญ่​และ​งดงาม​ของ​เรา​ยะโฮวา​จะ​มา​ถึง 21 และ​ทุก​คน​ที่​อ้อน​วอน​โดย​ออก​ชื่อ​ของ​พระ​ยะโฮวา​จะ​รอด”’+

22 “คน​อิสราเอล ฟัง​ทาง​นี้ พระเจ้า​แสดง​ให้​เห็น​ชัด​ว่า​พระ​เยซู​ชาว​นาซาเร็ธ​เป็น​คน​ที่​พระองค์​ส่ง​มา เพราะ​พระองค์​ให้​ท่าน​ทำ​การ​อัศจรรย์​และ​แสดง​ปาฏิหาริย์​ต่าง ๆ ได้+ อย่าง​ที่​พวก​คุณ​ก็​รู้ 23 พระ​เยซู​คน​นี้​แหละ​ที่​พวก​คุณ​จับ​กุม​และ​ยืม​มือ​คน​ชั่ว​ประหาร​ท่าน​โดย​ตรึง​ไว้​บน​เสา+ ตาม​ที่​พระเจ้า​รู้​ล่วง​หน้า​และ​กำหนด​ไว้+ 24 แต่​พระเจ้า​ปลุก​พระ​เยซู​ให้​ฟื้น​ขึ้น​มา+และ​ปลด​ปล่อย​ท่าน​จาก​ความ​ตาย เพราะ​เป็น​ไป​ไม่​ได้​ที่​ท่าน​จะ​ถูก​ความ​ตาย​ยึด​เอา​ไว้+ 25 ตาม​ที่​ดาวิด​พูด​ถึง​พระ​เยซู​ว่า ‘ผม​เห็น​พระ​ยะโฮวา​อยู่​ตรง​หน้า​ผม​เสมอ เพราะ​พระองค์​อยู่​ข้าง​ขวา​มือ​ผม ผม​จะ​ไม่​กลัว​เลย 26 ผม​จึง​มี​ความ​สุข​และ​พูด​ด้วย​ความ​ดีใจ ผม​จะ​อยู่​อย่าง​มี​ความ​หวัง 27 เพราะ​พระองค์​จะ​ไม่​ทิ้ง​ผม​ไว้​ใน​หลุม​ศพ และ​พระองค์​จะ​ไม่​ปล่อย​ให้​คน​ที่​ภักดี​ต่อ​พระองค์​ต้อง​เน่า​เปื่อย​ไป+ 28 พระองค์​ให้​ผม​รู้​จัก​ทาง​ที่​นำ​ไป​ถึง​ชีวิต และ​ทำ​ให้​ผม​มี​ความ​สุข​ที่​ได้​อยู่​ใกล้​ชิด​พระองค์’+

29 “พี่​น้อง​ครับ ผม​ขอ​พูด​ตรง ๆ กับ​พวก​คุณ​เกี่ยว​กับ​ดาวิด​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา เขา​ตาย​และ​ถูก​ฝัง​ไว้+ อุโมงค์​ฝัง​ศพ​ของ​เขา​ก็​อยู่​ใน​เมือง​ของ​เรา​จน​ถึง​ทุก​วัน​นี้ 30 ดาวิด​เป็น​ผู้​พยากรณ์​และ​รู้​ว่า​พระเจ้า​สาบาน​ไว้​ว่า พระองค์​จะ​แต่ง​ตั้ง​ลูก​หลาน​ของ​เขา​คน​หนึ่ง​ให้​นั่ง​บน​บัลลังก์​ของ​เขา+ 31 ดาวิด​จึง​รู้​ล่วง​หน้า​และ​บอก​เรื่อง​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​ของ​พระ​คริสต์​ว่า พระเจ้า​จะ​ไม่​ทิ้ง​พระ​คริสต์​ไว้​ใน​หลุม​ศพ​และ​ร่าง​กาย​ของ​ท่าน​จะ​ไม่​เน่า​เปื่อย​ไป+ 32 พระเจ้า​ปลุก​พระ​เยซู​คน​นี้​ให้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​แล้ว พวก​เรา​ทุก​คน​เป็น​พยาน​รู้​เห็น​เรื่อง​นี้+ 33 พระ​เยซู​ถูก​รับ​ไป​สวรรค์​และ​อยู่​ข้าง​ขวา​มือ​ของ​พระเจ้า*+ ท่าน​ได้​รับ​พลัง​บริสุทธิ์​จาก​พระเจ้า​ผู้​เป็น​พ่อ+ตาม​ที่​พระองค์​สัญญา​ไว้ พระ​เยซู​จึง​ให้*พลัง​บริสุทธิ์​นั้น​กับ​พวก​เรา​อย่าง​ที่​พวก​คุณ​ได้​ยิน​และ​ได้​เห็น​อยู่​นี้ 34 ดาวิด​เอง​ไม่​ได้​ขึ้น​สวรรค์ แต่​เขา​บอก​ว่า ‘พระ​ยะโฮวา​พูด​กับ​ผู้​เป็น​นาย​ของ​ผม​ว่า “นั่ง​ข้าง​ขวา​มือ​ของ​เรา​ไป​ก่อน 35 จน​กว่า​เรา​จะ​ทำ​ให้​พวก​ศัตรู​ของ​เจ้า​เป็น​ที่​วาง​เท้า​ของ​เจ้า”’+ 36 ดัง​นั้น ขอ​ให้​คน​อิสราเอล​ทุก​คน​รู้​ไว้​ว่า พระ​เยซู​คน​นี้​แหละ​ที่​พวก​คุณ​ได้​ประหาร​บน​เสา+ คือ​คน​ที่​พระเจ้า​แต่ง​ตั้ง​ให้​เป็น​ทั้ง​นาย+และ​พระ​คริสต์”

37 พอ​พวก​เขา​ได้​ยิน​แบบ​นั้น​ก็​รู้สึก​เหมือน​ถูก​แทง​ที่​หัวใจ พวก​เขา​จึง​พูด​กับ​เปโตร​และ​อัครสาวก​คน​อื่น ๆ ว่า “พี่​น้อง พวก​เรา​จะ​ทำ​ยัง​ไง​ดี?” 38 เปโตร​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “พวก​คุณ​ทุก​คน​ต้อง​กลับ​ใจ+ และ​รับ​บัพติศมา+ใน​นาม​พระ​เยซู​คริสต์ แล้ว​พวก​คุณ​จะ​ได้​รับ​การ​อภัย​บาป+ และ​ได้​รับ​พลัง​บริสุทธิ์​จาก​พระเจ้า* 39 เพราะ​พระเจ้า​สัญญา+เรื่อง​นี้​กับ​พวก​คุณ​และ​ลูก​หลาน​ของ​พวก​คุณ รวม​ทั้ง​คน​ที่​มา​จาก​แดน​ไกล คือ​ทุก​คน​ที่​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​ของ​พวก​เรา​เรียก​ให้​มา​หา​พระองค์”+ 40 แล้ว​เปโตร​ก็​อธิบาย​เพิ่ม​เติม​อย่าง​ละเอียด​และ​ย้ำ​เตือน​พวก​เขา​ว่า “ให้​แยก​ตัว​ออก​มา​จาก​คน​สมัย​นี้​ที่​ไม่​ซื่อ​สัตย์​เพื่อ​คุณ​จะ​ไม่​ถูก​ทำลาย”+ 41 คน​ที่​เต็ม​ใจ​ยอม​รับ​สิ่ง​ที่​เปโตร​พูด​จึง​รับ​บัพติศมา+ วัน​นั้น​มี​คน​เข้า​มา​เป็น​สาวก​อีก​ประมาณ 3,000 คน+ 42 พวก​เขา​ตั้งใจ​เรียน​สิ่ง​ที่​พวก​อัครสาวก​สอน มา​รวม​กลุ่ม​กัน กิน​อาหาร​ด้วย​กัน+ และ​อธิษฐาน​ด้วย​กัน​เสมอ+

43 พวก​อัครสาวก​ทำ​การ​อัศจรรย์​และ​แสดง​ปาฏิหาริย์​หลาย​อย่าง+ ทุก​คน​ที่​เห็น​ก็​เกรง​กลัว​พระเจ้า 44 คน​ที่​เข้า​มา​เป็น​สาวก​มา​อยู่​ด้วย​กัน​และ​เอา​ของ​ที่​เขา​มี​มา​รวม​กัน​เป็น​กองกลาง 45 พวก​เขา​ขาย​ข้าว​ของ+และ​ที่​ดิน แล้ว​แบ่ง​ให้​ทุก​คน​ตาม​ความ​จำเป็น+ 46 พวก​เขา​ไป​ประชุม​กัน​ที่​วิหาร​ทุก ๆ วัน กิน​อาหาร​ด้วย​กัน​ที่​บ้าน​ของ​พี่​น้อง และ​เต็ม​ใจ​แบ่ง​อาหาร​กิน​กัน​อย่าง​มี​ความ​สุข 47 พวก​เขา​ยกย่อง​สรรเสริญ​พระเจ้า​และ​เป็น​ที่​ชื่น​ชอบ​ของ​คน​ทั่ว​ไป และ​พระ​ยะโฮวา​ทำ​ให้​มี​คน​เข้า​มา​เชื่อ​และ​รับ​ความ​รอด​เพิ่ม​ขึ้น​ทุก​วัน+

3 วัน​หนึ่ง ตอน​บ่าย 3 โมง​ซึ่ง​เป็น​เวลา​สำหรับ​อธิษฐาน เปโตร​กับ​ยอห์น​ก็​เข้า​ไป​ใน​วิหาร 2 มี​คน​หาม​ผู้​ชาย​คน​หนึ่ง​ซึ่ง​เป็น​ง่อย​ตั้ง​แต่​เกิด​มา​วาง​ไว้​ใกล้​ประตู​วิหาร​ที่​เรียก​กัน​ว่า​ประตู​งาม พวก​เขา​ทำ​อย่าง​นี้​ทุก​วัน​เพื่อ​คน​ง่อย​จะ​ได้​ขอ​ทาน​จาก​คน​ที่​เข้า​ไป​ใน​วิหาร 3 พอ​คน​ง่อย​เห็น​เปโตร​กับ​ยอห์น​กำลัง​จะ​เข้า​ไป​ใน​วิหาร ก็​ขอ​ทาน​จาก​เขา​สอง​คน 4 เปโตร​กับ​ยอห์น​จ้อง​เขา แล้ว​เปโตร​ก็​พูด​ว่า “มอง​พวก​เรา​สิ” 5 เขา​ก็​มอง​ไป​ที่​ทั้ง​สอง​คน​และ​คิด​ว่า​คง​จะ​ได้​อะไร​จาก​พวก​เขา​บ้าง 6 แต่​เปโตร​พูด​ว่า “เงิน​ทอง​ผม​ไม่​มี​หรอก แต่​ผม​มี​อย่าง​อื่น​จะ​ให้ ใน​นาม​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​ชาว​นาซาเร็ธ ลุก​ขึ้น​เดิน​เถอะ”+ 7 แล้ว​เปโตร​ก็​จับ​มือ​ขวา​ของ​คน​ง่อย​คน​นั้น ฉุด​เขา​ให้​ลุก​ขึ้น+ เท้า​และ​ข้อ​เท้า​ของ​เขา​ก็​มี​เรี่ยว​แรง​ขึ้น​มา​ทันที+ 8 เขา​จึง​กระโดด​ขึ้น​ยืน+และ​เดิน​เข้า​ไป​ใน​วิหาร​กับ​สอง​คน​นั้น เขา​กระโดด​โลด​เต้น​ไป​พร้อม​กับ​สรรเสริญ​พระเจ้า 9 ทุก​คน​ที่​อยู่​ที่​นั่น​เห็น​เขา​เดิน​ไป​สรรเสริญ​พระเจ้า​ไป 10 และ​พวก​เขา​ก็​เริ่ม​จำ​ได้​ว่า​คน​นี้​เคย​นั่ง​ขอ​ทาน​อยู่​ที่​ประตู​งาม​ของ​วิหาร+ พวก​เขา​จึง​รู้สึก​ทึ่ง​และ​ตื่นเต้น​กัน​ใหญ่​กับ​สิ่ง​ที่​เกิด​ขึ้น​กับ​ขอ​ทาน​คน​นี้

11 ตอน​ที่​ผู้​ชาย​คน​นี้​ยัง​จับ​มือ​เปโตร​กับ​ยอห์น​อยู่ ทุก​คน​ที่​อยู่​ที่​นั่น​ก็​แปลก​ใจ​มาก​และ​วิ่ง​มา​หา​พวก​เขา​ที่​ระเบียง​ทาง​เดิน​ของ​โซโลมอน+ 12 เมื่อ​เปโตร​เห็น​อย่าง​นั้น​จึง​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “คน​อิสราเอล ทำไม​ต้อง​แปลก​ใจ​ด้วย? ทำไม​จ้อง​เรา​สอง​คน​เหมือน​กับ​ว่า​เรา​เป็น​คน​ทำ​ให้​เขา​เดิน​ได้​ด้วย​อำนาจ​ของ​เรา​เอง หรือ​เป็น​เพราะ​ศรัทธา​แรง​กล้า​ของ​เรา​อย่าง​นั้น​แหละ 13 ตอน​นี้​พระเจ้า​ของ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา คือ​พระเจ้า​ของ​อับราฮัม อิสอัค และ​ยาโคบ+ ได้​ยก​ฐานะ​พระ​เยซู​แล้ว+ ท่าน​เป็น​ผู้​รับใช้​ของ​พระองค์+ที่​พวก​คุณ​ไม่​ยอม​รับ​และ​ส่ง​ไป​ให้​เขา​ฆ่า+ ทั้ง ๆ ที่​ปีลาต​ตัดสิน​ใจ​จะ​ปล่อย​ตัว​ท่าน 14 พวก​คุณ​ปฏิเสธ​พระ​เยซู​ซึ่ง​เป็น​ผู้​บริสุทธิ์​และ​เป็น​คน​ที่​เชื่อ​ฟัง​พระเจ้า* และ​ขอ​ให้​ปล่อย​ตัว​ฆาตกร​แทน+ 15 พวก​คุณ​ฆ่า​ผู้​นำ​คน​สำคัญ​ที่​ให้​ชีวิต+ แต่​พระเจ้า​ปลุก​ท่าน​ให้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย เรา​เป็น​พยาน​รู้​เห็น​เรื่อง​นี้+ 16 และ​คน​ง่อย​คน​นี้​ที่​พวก​คุณ​รู้​จัก​มี​กำลัง​ขึ้น​เพราะ​ชื่อ​ของ​ท่าน​ผู้​นี้​และ​เพราะ​เรา​เชื่อ​ศรัทธา​ใน​ชื่อ​นี้ ความ​เชื่อ​ที่​เรา​มี​โดย​ทาง​ท่าน​นี้​เอง​ที่​ทำ​ให้​ชาย​คน​นี้​หาย​เป็น​ปกติ​อย่าง​ที่​พวก​คุณ​ทุก​คน​เห็น 17 พี่​น้อง​ครับ ผม​รู้​ว่า​ที่​พวก​คุณ​ทำ​อย่าง​นั้น​ไป​เพราะ​ไม่​รู้+ และ​พวก​ผู้​นำ​ของ​คุณ​ก็​เหมือน​กัน+ 18 แต่​พระเจ้า​ยอม​ให้​สิ่ง​นี้​เกิด​ขึ้น​ก็​เพื่อ​ให้​เป็น​ไป​ตาม​ที่​พระองค์​บอก​ไว้​ล่วง​หน้า​ผ่าน​ทาง​พวก​ผู้​พยากรณ์​ของ​พระองค์​ว่า พระ​คริสต์​ที่​พระองค์​ส่ง​มา​นั้น​จะ​ต้อง​ทน​ทุกข์+

19 “ดัง​นั้น ให้​กลับ​ใจ+และ​เปลี่ยน​แปลง​ชีวิต​ใหม่+ เพื่อ​บาป​ของ​พวก​คุณ​จะ​ถูก​ลบ​ล้าง+ แล้ว​จาก​นี้​ไป​พวก​คุณ​จะ​ได้​รับ​ความ​สดชื่น​จาก​พระ​ยะโฮวา+ 20 และ​พระองค์​จะ​ส่ง​พระ​คริสต์​มา​ซึ่ง​เป็น​ผู้​ที่​พระองค์​แต่ง​ตั้ง​ไว้​เพื่อ​พวก​คุณ ท่าน​นั้น​ก็​คือ​พระ​เยซู 21 ท่าน​ต้อง​อยู่​ใน​สวรรค์​จน​ถึง​เวลา​ที่​ทุก​สิ่ง​จะ​ได้​รับ​การ​ฟื้นฟู ตาม​ที่​พระเจ้า​บอก​ไว้​ผ่าน​ทาง​พวก​ผู้​พยากรณ์​ที่​ซื่อ​สัตย์​ของ​พระองค์​ตั้ง​แต่​สมัย​โบราณ 22 โมเสส​เอง​ก็​บอก​ไว้​ว่า ‘พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​ของ​พวก​คุณ​จะ​แต่ง​ตั้ง​คน​หนึ่ง​เพื่อ​พวก​คุณ ให้​เป็น​ผู้​พยากรณ์​เหมือน​ผม+จาก​พี่​น้อง​ของ​พวก​คุณ​เอง พวก​คุณ​ต้อง​เชื่อ​ฟัง​ทุก​สิ่ง​ที่​เขา​บอก+ 23 คน​ที่​ไม่​ยอม​เชื่อ​ฟัง​ผู้​พยากรณ์​คน​นั้น​จะ​ถูก​ทำลาย​ให้​สูญ​สิ้น​ไป​จาก​ประชาชน​ของ​พระเจ้า’+ 24 ผู้​พยากรณ์​ทุก​คน​นับ​ตั้ง​แต่​ซามูเอล​เป็น​ต้น​มา​ก็​บอก​เรื่อง​นี้*ไว้​เหมือน​กัน+ 25 พวก​คุณ​เป็น​ลูก​หลาน​ของ​พวก​ผู้​พยากรณ์ และ​เป็น​ลูก​หลาน​ตาม​สัญญา​ที่​พระเจ้า​ทำ​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​คุณ+ พระองค์​พูด​กับ​อับราฮัม​ไว้​ว่า ‘ทุก​ครอบครัว​ใน​โลก​จะ​ได้​รับ​พร​เพราะ​ลูก​หลาน​ของ​เจ้า’+ 26 เมื่อ​พระเจ้า​แต่ง​ตั้ง​ผู้​รับใช้​คน​นั้น​ของ​พระองค์​แล้ว ก็​ส่ง​ท่าน​มา​หา​พวก​คุณ​ก่อน+เพื่อ​ช่วย​พวก​คุณ​ทุก​คน​ให้​ทิ้ง​ความ​ชั่ว และ​นั่น​ทำ​ให้​พวก​คุณ​ได้​รับ​พร”

4 ตอน​ที่​เปโตร​กับ​ยอห์น​พูด​กับ​ประชาชน​อยู่​นั้น พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​กับ​หัวหน้า​เจ้าหน้าที่​ดู​แล​วิหาร+และ​พวก​สะดูสี+ก็​เข้า​มา​หา 2 พวก​เขา​โกรธ​มาก​เพราะ​อัครสาวก​สอง​คน​นั้น​สอน​ผู้​คน​และ​ประกาศ​เรื่อง​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​ของ​พระ​เยซู​ให้​รู้​กัน​ทั่ว+ 3 พวก​นั้น​จึง​จับ​เขา​ทั้ง​สอง​ขัง​ไว้+จน​ถึง​วัน​รุ่ง​ขึ้น เพราะ​ตอน​นั้น​เป็น​เวลา​เย็น​แล้ว 4 ถึง​อย่าง​นั้น ใน​หมู่​คน​ที่​ได้​ฟัง​เปโตร​ประกาศ​ก็​มี​หลาย​คน​เชื่อ ทำ​ให้​ผู้​ชาย​ที่​เป็น​สาวก​มี​จำนวน​ประมาณ 5,000 คน+

5 วัน​ถัด​มา พวก​หัวหน้า​ประชาชน​กับ​พวก​ผู้​นำ​ชาว​ยิว​และ​พวก​ครู​สอน​ศาสนา​ก็​มา​ประชุม​กัน​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม 6 รวม​ทั้ง​อันนาส+ปุโรหิต​ใหญ่ เคยาฟาส+ ยอห์น อเล็กซานเดอร์ และ​ญาติ ๆ อีก​หลาย​คน​ของ​ปุโรหิต​ใหญ่​ด้วย 7 พวก​เขา​ให้​เปโตร​กับ​ยอห์น​ยืน​อยู่​ตรง​หน้า​พวก​เขา​แล้ว​ถาม​ว่า “พวก​คุณ​ทำ​อย่าง​นี้​ด้วย​อำนาจ​หรือ​ใน​นาม​ของ​ใคร?”+ 8 แล้ว​เปโตร​ก็​เต็ม​ไป​ด้วย​พลัง​บริสุทธิ์+ของ​พระเจ้า​และ​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า

“หัวหน้า​ประชาชน​และ​ผู้​นำ​ชาว​ยิว​ทั้ง​หลาย 9 ถ้า​วัน​นี้​พวก​คุณ​จะ​สอบสวน​พวก​เรา​ใน​เรื่อง​สิ่ง​ดี​ที่​เกิด​ขึ้น​กับ​คน​ง่อย+คน​นี้​ว่า​เขา​หาย​ได้​ยัง​ไง 10 ให้​พวก​คุณ​และ​คน​อิสราเอล​ทุก​คน​รู้​เถอะ​ว่า ใน​นาม​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​ชาว​นาซาเร็ธ+ ผู้​ชาย​คน​นี้​ที่​ยืน​อยู่​ต่อ​หน้า​พวก​คุณ​จึง​หาย​เป็น​ปกติ พวก​คุณ​ได้​ประหาร​ท่าน​บน​เสา+แต่​พระเจ้า​ได้​ปลุก​ให้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​แล้ว+ 11 พระ​เยซู​ผู้​นี้​เป็น ‘หิน​ที่​พวก​คุณ​ซึ่ง​เป็น​ช่าง​ก่อ​สร้าง​ถือ​ว่า​ไม่​มี​ค่า หิน​ก้อน​นี้​กลาย​มา​เป็น​หิน​หัว​มุม​หลัก’+ 12 และ​ให้​พวก​คุณ​รู้​ด้วย​ว่า ไม่​มี​ใคร​จะ​ช่วย​มนุษย์​ให้​รอด​ได้​เลย​นอก​จาก​พระ​เยซู​คน​เดียว เพราะ​พระเจ้า​ไม่​ให้​มี​ใคร​อื่น*+ใน​โลก​นี้​ที่​จะ​ช่วย​พวก​เรา​ให้​รอด+ได้”

13 เมื่อ​พวก​เขา​เห็น​เปโตร​กับ​ยอห์น​พูด​อย่าง​กล้า​หาญ​และ​รู้​ว่า​ทั้ง​สอง​เป็น​คน​ธรรมดา+ไม่​มี​การ​ศึกษา​ก็​แปลก​ใจ​มาก แล้ว​พวก​เขา​ก็​คิด​ได้​ว่า​สอง​คน​นี้​เคย​อยู่​กับ​พระ​เยซู+ 14 และ​เมื่อ​พวก​เขา​เห็น​คน​ง่อย​ที่​หาย​เป็น​ปกติ​แล้ว​ยืน​อยู่​ตรง​นั้น+ก็​ยิ่ง​พูด​อะไร​ไม่​ออก+ 15 พวก​เขา​จึง​สั่ง​เปโตร​กับ​ยอห์น​ให้​ออก​ไป​นอก​ห้อง​ประชุม​ของ​ศาล​แซนเฮดริน แล้ว​ปรึกษา​กัน​ว่า 16 “เรา​จะ​เอา​ยัง​ไง​ดี​กับ​สอง​คน​นี้?+ เพราะ​คน​ที่​อยู่​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม+รู้​เรื่อง​สิ่ง​น่า​อัศจรรย์​ที่​พวก​เขา​ได้​ทำ และ​เรา​ก็​ปฏิเสธ​ไม่​ได้ 17 แต่​เพื่อ​ไม่​ให้​เรื่อง​นี้​แพร่​ไป​ใน​หมู่​ประชาชน​มาก​กว่า​นี้ ให้​เรา​ขู่​สอง​คน​นี้​ไม่​ให้​พูด​ถึง​ชื่อ​นั้น​กับ​ใคร​อีก”+

18 พวก​เขา​จึง​เรียก​เปโตร​กับ​ยอห์น​เข้า​มา และ​สั่ง​ให้​เลิก​พูด​เกี่ยว​กับ​พระ​เยซู หรือ​สอน​ใน​นาม​ของ​ท่าน 19 แต่​เปโตร​กับ​ยอห์น​บอก​พวก​เขา​ว่า “พระเจ้า​จะ​มอง​ว่า​ถูก​ต้อง​ไหม​ถ้า​พวก​เรา​เชื่อ​ฟัง​พวก​คุณ​แทน​ที่​จะ​เชื่อ​ฟัง​พระเจ้า พวก​คุณ​คิด​ดู​เอง​ก็​แล้ว​กัน+ 20 แต่​พวก​เรา​จะ​หยุด​พูด​เรื่อง​ที่​ได้​เห็น​และ​ได้​ยิน​นั้น​ไม่​ได้” 21 พวก​เขา​ขู่​เปโตร​กับ​ยอห์น​อีก​ครั้ง​แล้ว​ก็​ปล่อย​ไป เพราะ​ไม่​รู้​ว่า​จะ​ลง​โทษ​ด้วย​ข้อ​หา​อะไร และ​พวก​เขา​ก็​กลัว​ประชาชน​ด้วย+ เพราะ​ทุก​คน​ที่​เห็น​เหตุ​การณ์​นั้น​พา​กัน​สรรเสริญ​พระเจ้า 22 และ​คน​ง่อย​ที่​หาย​โรค​อย่าง​อัศจรรย์​นั้น​อายุ​มาก​กว่า 40 ปี​แล้ว

23 เมื่อ​ทั้ง​สอง​คน​ถูก​ปล่อย​ตัว​แล้ว​ก็​ไป​หา​เพื่อน​สาวก และ​เล่า​ว่า​พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​กับ​พวก​ผู้​นำ​ชาว​ยิว​พูด​อะไร​กับ​เขา​บ้าง 24 พอ​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น พวก​เขา​จึง​พร้อม​ใจ​กัน​อธิษฐาน​ถึง​พระเจ้า​ว่า

“พระเจ้า​ผู้​ยิ่ง​ใหญ่​สูง​สุด พระองค์​เป็น​ผู้​สร้าง​ท้องฟ้า โลก ทะเล และ​ทุก​สิ่ง​ใน​ที่​เหล่า​นั้น+ 25 พระองค์​ใช้​พลัง​บริสุทธิ์​พูด​ผ่าน​ทาง​ดาวิด+ผู้​รับใช้​ของ​พระองค์ ซึ่ง​เป็น​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา​ว่า ‘ทำไม​ประเทศ​ต่าง ๆ ถึง​ชุลมุน​วุ่นวาย​กัน​นัก? ทำไม​ผู้​คน​จึง​คิด​วาง​แผน​แต่​เรื่อง​ที่​ไม่​มี​ประโยชน์? 26 พวก​กษัตริย์​ใน​โลก​ตั้ง​ตัว​เป็น​ศัตรู และ​พวก​ผู้​นำ​รวมหัว​กัน​ต่อ​ต้าน​พระ​ยะโฮวา​และ​ผู้​ถูก​เจิม​ของ​พระองค์’+ 27 แล้ว​ก็​เป็น​อย่าง​นั้น​จริง ๆ ทั้ง​เฮโรด​และ​ปอนทิอัส​ปีลาต+ รวม​ทั้ง​คน​ต่าง​ชาติ​และ​คน​อิสราเอล​ได้​รวม​ตัว​กัน​ใน​เมือง​นี้ เพื่อ​ต่อ​ต้าน​ผู้​รับใช้​ที่​บริสุทธิ์​ของ​พระองค์ คือ​พระ​เยซู​ผู้​ที่​พระองค์​เจิม​ไว้+ 28 พวก​เขา​ทำ​อย่าง​ที่​พระองค์​บอก​ล่วง​หน้า สิ่ง​นี้​เกิด​ขึ้น​เพราะ​พระองค์​มี​อำนาจ​และ​เพราะ​พระองค์​ประสงค์+ 29 พระ​ยะโฮวา ดู​สิ​ว่า​พวก​เขา​กำลัง​ข่มขู่​พวก​เรา ขอ​ช่วย​พวก​เรา​ที่​เป็น​ทาส​ของ​พระองค์​ให้​กล้า​ประกาศ​คำ​สอน​ของ​พระองค์​ต่อ​ไป 30 และ​ขอ​พระองค์​ยื่น​มือ​ออก​รักษา​โรค​และ​ให้​มี​การ​อัศจรรย์​และ​ปาฏิหาริย์+ต่อ​ไป​ใน​นาม​ของ​พระ​เยซู​ผู้​รับใช้​ที่​บริสุทธิ์​ของ​พระองค์”+

31 เมื่อ​พวก​เขา​อธิษฐาน​อ้อน​วอน​เสร็จ​แล้ว ที่​ที่​พวก​เขา​ประชุม​กัน​ก็​สั่น​สะเทือน พวก​เขา​ทุก​คน​เต็ม​ไป​ด้วย​พลัง​บริสุทธิ์​ของ​พระเจ้า+และ​ประกาศ​คำ​สอน​ของ​พระองค์​ต่อ​ไป​อย่าง​กล้า​หาญ+

32 แล้ว​กลุ่ม​สาวก​ก็​เป็น​น้ำ​หนึ่ง​ใจ​เดียว​กัน ไม่​มี​ใคร​ถือ​ว่า​สิ่ง​ที่​เขา​มี​เป็น​ของ​ตัว​เอง แต่​พวก​เขา​เอา​สิ่ง​ของ​ทั้ง​หมด​มา​รวม​กัน​เป็น​กองกลาง+ 33 และ​พวก​อัครสาวก​ก็​ประกาศ​เรื่อง​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​ของ​พระ​เยซู​ผู้​เป็น​นาย​ต่อ​ไป​อย่าง​มี​พลัง+ สาวก​ทุก​คน​ได้​รับ​ความ​กรุณา​ที่​ยิ่ง​ใหญ่​จาก​พระเจ้า 34 ใน​หมู่​พวก​เขา​ไม่​มี​ใคร​ขาด​แคลน+ เพราะ​คน​ที่​มี​ที่​ดิน​หรือ​บ้าน​ก็​เอา​ไป​ขาย แล้ว​เอา​เงิน​นั้น 35 มา​ให้​พวก​อัครสาวก+ เพื่อ​เอา​ไป​แจก​จ่าย​ให้​แต่​ละ​คน​ที่​ขาด​แคลน+ 36 มี​คน​หนึ่ง​ชื่อ​โยเซฟ​ที่​พวก​อัครสาวก​เรียก​ว่า​บาร์นาบัส+ (ซึ่ง​แปล​ว่า “ผู้​ให้​กำลังใจ”) เป็น​คน​ใน​ตระกูล​เลวี และ​เกิด​ที่​เกาะ​ไซปรัส 37 เขา​เอา​ที่​ดิน​ของ​เขา​ไป​ขาย แล้ว​เอา​เงิน​มา​ให้​พวก​อัครสาวก+

5 มี​อีก​คน​หนึ่ง​ชื่อ​อานาเนีย​กับ​ภรรยา​ชื่อ​สัปฟีรา​ได้​ขาย​ที่​ดิน​แปลง​หนึ่ง 2 แต่​เขา​แอบ​เก็บ​เงิน​ไว้​บาง​ส่วน ภรรยา​ของ​เขา​ก็​รู้​เห็น​เป็น​ใจ แล้ว​อานาเนีย​ก็​เอา​เงิน​เฉพาะ​ส่วน​ที่​เหลือ​มา​ให้​กับ​พวก​อัครสาวก+ 3 แต่​เปโตร​พูด​ว่า “อานาเนีย ทำไม​ยอม​ให้​ซาตาน​ชักจูง​คุณ​ให้​กล้า​โกหก+ต่อ​พลัง​บริสุทธิ์​ของ​พระเจ้า+ และ​แอบ​เก็บ​เงิน​ค่า​ที่​ดิน​ส่วน​หนึ่ง​ไว้? 4 ตอน​ที่​คุณ​ยัง​ไม่​ขาย​ที่​ดิน​แปลง​นั้น มัน​เป็น​ของ​คุณ​อยู่​แล้ว และ​เมื่อ​คุณ​ขาย​ไป เงิน​ค่า​ที่​ดิน​ก็​ยัง​เป็น​ของ​คุณ​อยู่​ดี​ไม่​ใช่​หรือ? แล้ว​ทำไม​คุณ​ถึง​คิด​ทำ​เรื่อง​แบบ​นี้? คุณ​ไม่​ได้​แค่​โกหก​มนุษย์ แต่​คุณ​กำลัง​โกหก​พระเจ้า” 5 เมื่อ​อานาเนีย​ได้​ยิน​อย่าง​นี้​ก็​ล้ม​ลง​ตาย ทุก​คน​ที่​ได้​ยิน​เรื่อง​นี้​ตกใจ​กลัว​มาก 6 แล้ว​คน​หนุ่ม ๆ ก็​ช่วย​กัน​เอา​ผ้า​ห่อ​ศพ​เขา​และ​หาม​ออก​ไป​ฝัง

7 หลัง​จาก​นั้น​ประมาณ 3 ชั่วโมง ภรรยา​ของ​อานาเนีย​ก็​เข้า​มา เธอ​ยัง​ไม่​รู้​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น 8 เปโตร​พูด​กับ​เธอ​ว่า “บอก​ผม​หน่อย คุณ​สอง​คน​ขาย​ที่​ดิน​ได้​เงิน​เท่า​นี้​ใช่​ไหม?” เธอ​บอก​ว่า “ใช่​แล้ว​ค่ะ” 9 เปโตร​ก็​พูด​ว่า “ทำไม​พวก​คุณ​สอง​คน​ถึง​รวมหัว​กัน​ลอง​ดี​พลัง​ของ​พระ​ยะโฮวา? ดู​นั่น​สิ คน​ที่​ฝัง​ศพ​สามี​คุณ​ก็​อยู่​ที่​ประตู​แล้ว พวก​เขา​จะ​หาม​ศพ​คุณ​ออก​ไป​ด้วย” 10 ทันใด​นั้น เธอ​ก็​ล้ม​ลง​ตาย​ตรง​หน้า​เปโตร เมื่อ​คน​หนุ่ม ๆ เข้า​มา​ก็​เห็น​ว่า​เธอ​ตาย​แล้ว พวก​เขา​จึง​หาม​ศพ​เธอ​ออก​ไป​ฝัง​ไว้​ข้าง ๆ สามี​เธอ 11 ทุก​คน​ใน​ประชาคม​และ​คน​อื่น ๆ ที่​ได้​ยิน​เรื่อง​นี้​ก็​กลัว​กัน​มาก

12 พวก​อัครสาวก​ได้​ทำ​การ​อัศจรรย์​และ​แสดง​ปาฏิหาริย์​อีก​หลาย​อย่าง​ใน​หมู่​ประชาชน+ อัครสาวก​ทั้ง​หมด​มา​พบ​กัน​ที่​ระเบียง​ทาง​เดิน​ของ​โซโลมอน​เป็น​ประจำ+ 13 คน​อื่น​ไม่​มี​ใคร​กล้า​มา​ร่วม​กลุ่ม​กับ​พวก​เขา แต่​ก็​ยกย่อง​นับถือ​พวก​เขา 14 และ​คน​มาก​มาย​ทั้ง​ผู้​ชาย​และ​ผู้​หญิง​ก็​เข้า​มา​เชื่อ​ผู้​เป็น​นาย​เพิ่ม​ขึ้น​เรื่อย ๆ + 15 ผู้​คน​พา​คน​ป่วย​ออก​ไป​ที่​ถนน​ใหญ่​และ​ให้​อยู่​บน​แคร่​หรือ​เสื่อ เพื่อ​ว่า​เมื่อ​เปโตร​เดิน​ผ่าน​ไป อย่าง​น้อย​เงา​ของ​เปโตร​จะ​ได้​ทอด​ลง​บน​ตัว​พวก​เขา​บ้าง+ 16 และ​มี​ฝูง​ชน​จาก​เมือง​ที่​อยู่​รอบ ๆ กรุง​เยรูซาเล็ม​พา​คน​ป่วย​และ​คน​ที่​ทน​ทุกข์​เพราะ​ถูก​ปีศาจ​สิง​มา​ด้วย ทุก​คน​ได้​รับ​การ​รักษา​ให้​หาย

17 แต่​มหา​ปุโรหิต​กับ​พวก​ของ​เขา​ทุก​คน​ซึ่ง​นับถือ​นิกาย​สะดูสี+รู้สึก​อิจฉา​และ​โกรธ​มาก 18 พวก​เขา​จึง​ให้​จับ​พวก​อัครสาวก​ขัง​คุก​ไว้+ 19 แต่​ตอน​กลางคืน ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา​มา​เปิด​ประตู​คุก+พา​พวก​เขา​ออก​มา​แล้ว​บอก​ว่า 20 “ไป​ยืน​ใน​วิหาร​แล้ว​ประกาศ​ข่าว​เรื่อง​ชีวิต​ตลอด​ไป​ให้​ประชาชน​ฟัง” 21 เมื่อ​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น พวก​อัครสาวก​ก็​เข้า​ไป​ใน​วิหาร​ตั้ง​แต่​เช้า​ตรู่​และ​สอน​อยู่​ที่​นั่น

ตอน​นั้น มหา​ปุโรหิต​กับ​พวก​ของ​เขา​เรียก​ประชุม​ศาล​แซนเฮดริน​พร้อม​กับ​พวก​ผู้​นำ​ชาว​อิสราเอล​ทั้ง​คณะ และ​ใช้​คน​ให้​ไป​พา​ตัว​พวก​อัครสาวก​มา​จาก​คุก 22 แต่​เมื่อ​เจ้าหน้าที่​ไป​ถึง​คุก​ก็​ไม่​เจอ​พวก​อัครสาวก พวก​เขา​จึง​กลับ​มา​รายงาน​ว่า 23 “พวก​ผม​เห็น​คุก​ปิด​ล็อก​ไว้​อย่าง​แน่น​หนา​และ​พวก​ยาม​ก็​ยืน​เฝ้า​อยู่​ตาม​ประตู แต่​พอ​พวก​เรา​เปิด​ประตู​ก็​ไม่​เห็น​ใคร​อยู่​ข้าง​ใน​เลย” 24 เมื่อ​หัวหน้า​เจ้าหน้าที่​ดู​แล​วิหาร​กับ​พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น​ก็​งง และ​สงสัย​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น 25 แล้ว​มี​คน​หนึ่ง​เข้า​มา​บอก​พวก​เขา​ว่า “คน​ที่​พวก​คุณ​ขัง​คุก​ไว้​นั้น กำลัง​ยืน​สอน​ผู้​คน​อยู่​ใน​วิหาร​โน่น​แน่ะ” 26 หัวหน้า​เจ้าหน้าที่​ดู​แล​วิหาร​กับ​พวก​เจ้าหน้าที่​ของ​เขา​จึง​ออก​ไป​พา​ตัว​พวก​อัครสาวก​มา แต่​ไม่​ได้​ใช้​กำลัง​บังคับ เพราะ​กลัว​ประชาชน+จะ​เอา​หิน​ขว้าง

27 พวก​เขา​เอา​ตัว​พวก​อัครสาวก​มา​ยืน​อยู่​ต่อ​หน้า​ศาล​แซนเฮดริน มหา​ปุโรหิต​ก็​สอบสวน​พวก​อัครสาวก 28 และ​พูด​ว่า “เรา​สั่ง​พวก​คุณ​แล้ว​ว่า​ไม่​ให้​สอน​ใน​นาม​ของ​คน​นั้น​อีก+ แต่​พวก​คุณ​กลับ​แพร่​คำ​สอน​ของ​พวก​คุณ​ไป​ทั่ว​กรุง​เยรูซาเล็ม และ​ตั้งใจ​จะ​กล่าวหา​พวก​เรา​ว่า​มี​ความ​ผิด​ที่​ทำ​ให้​คน​นั้น​ต้อง​ตาย”+ 29 เปโตร​กับ​อัครสาวก​คน​อื่น ๆ ตอบ​ว่า “พระเจ้า​เป็น​ผู้​ปกครอง​สูง​สุด พวก​เรา​ต้อง​เชื่อ​ฟัง​พระเจ้า​มาก​กว่า​มนุษย์+ 30 พระเจ้า​ของ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา​ได้​ปลุก​พระ​เยซู​ให้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​แล้ว ท่าน​คือ​คน​ที่​พวก​คุณ​ฆ่า​โดย​แขวน​ไว้​บน​เสา+ 31 แต่​พระเจ้า​ได้​แต่ง​ตั้ง​ท่าน​ผู้​นี้​ให้​อยู่​ข้าง​ขวา​ของ​พระองค์+ ให้​เป็น​ผู้​นำ​คน​สำคัญ+และ​ผู้​ช่วย​ให้​รอด+ เพื่อ​ที่​คน​อิสราเอล​จะ​ได้​กลับ​ใจ​และ​ได้​รับ​การ​อภัย​บาป+ 32 พวก​เรา​เป็น​พยาน​รู้​เห็น​และ​ยืน​ยัน​เรื่อง​ทั้ง​หมด​นี้+ และ​พลัง​บริสุทธิ์+ก็​ยืน​ยัน​เรื่อง​นี้​ด้วย พระเจ้า​ให้​พลัง​นี้​กับ​คน​ที่​เชื่อ​ฟัง​พระองค์​ใน​ฐานะ​ผู้​ปกครอง​สูง​สุด”

33 เมื่อ​พวก​เขา​ได้​ยิน​แบบ​นั้น​ก็​โกรธ​แค้น​มาก​และ​ต้องการ​จะ​ฆ่า​พวก​อัครสาวก+ 34 แต่​มี​ฟาริสี​คน​หนึ่ง​ชื่อ​กามาลิเอล+ เป็น​อาจารย์​สอน​กฎหมาย​ของ​โมเสส​ที่​ทุก​คน​ให้​ความ​เคารพ​นับถือ เขา​ลุก​ขึ้น​ยืน​ใน​ศาล​แซนเฮดริน​และ​สั่ง​ให้​เอา​ตัว​พวก​อัครสาวก​ออก​ไป​ข้าง​นอก​ก่อน 35 แล้ว​เขา​ก็​พูด​ว่า “คน​อิสราเอล ขอ​ให้​คิด​ดี ๆ ก่อน​ที่​คุณ​จะ​ทำ​อะไร​กับ​คน​พวก​นี้ 36 จำ​ได้​ไหม มี​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ธุดาส​เคย​ตั้ง​ตัว​ขึ้น​เป็น​ใหญ่ และ​บอก​ว่า​ตัว​เอง​เป็น​คน​สำคัญ มี​ผู้​ชาย​ประมาณ 400 คน​ติด​ตาม​เขา แต่​ใน​ที่​สุด เขา​ก็​ถูก​ฆ่า​และ​คน​ที่​ติด​ตาม​เขา​ก็​กระจัด​กระจาย​หาย​ไป​หมด 37 หลัง​จาก​นั้น ก็​มี​ยูดาส​ชาว​กาลิลี​ได้​ตั้ง​ตัว​ขึ้น​เป็น​ผู้​นำ​ตอน​ที่​มี​การ​จด​ทะเบียน​สำมะโนครัว เขา​ชักจูง​คน​ให้​ติด​ตาม​เขา​ไป แต่​แล้ว​เขา​ก็​ตาย​และ​ทุก​คน​ที่​ติด​ตาม​เขา​ก็​กระจัด​กระจาย​ไป 38 ดัง​นั้น ตาม​ที่​เห็น​ใน​ตอน​นี้​ผม​ขอ​บอก​คุณ​ว่า อย่า​ไป​ยุ่ง​กับ​คน​พวก​นี้​เลย ปล่อย​พวก​เขา​ไป​เถอะ เพราะ​ถ้า​แผนการ​หรือ​งาน​ของ​คน​พวก​นี้​มา​จาก​มนุษย์ มัน​ก็​จะ​ล้มเหลว​ไป​เอง 39 แต่​ถ้า​มา​จาก​พระเจ้า คุณ​ก็​ไม่​มี​ทาง​กวาด​ล้าง​พวก​เขา​ได้​หรอก+ และ​จะ​กลาย​เป็น​ว่า​คุณ​กำลัง​ต่อ​สู้​กับ​พระเจ้า”+ 40 พวก​เขา​ก็​ฟัง​กามาลิเอล และ​เรียก​พวก​อัครสาวก​มา​เฆี่ยน+และ​สั่ง​พวก​เขา​ให้​เลิก​พูด​ใน​นาม​พระ​เยซู แล้ว​ปล่อย​ตัว​ไป

41 พวก​อัครสาวก​ออก​จาก​ศาล​แซนเฮดริน​ด้วย​ความ​ดีใจ+ เพราะ​ถือ​ว่า​ที่​พวก​เขา​โดน​ดูถูก​เหยียด​หยาม​เพราะ​ชื่อ​ของ​พระ​เยซู​นั้น​เป็น​เกียรติ​อย่าง​สูง 42 พวก​เขา​จึง​สอน​และ​ประกาศ​ข่าว​ดี​เรื่อง​พระ​เยซู​ผู้​เป็น​พระ​คริสต์+ ทั้ง​ใน​วิหาร​และ​ตาม​บ้าน​เรือน​ทุก ๆ วัน+

6 ใน​ช่วง​นั้น​พวก​สาวก​เพิ่ม​จำนวน​ขึ้น​เรื่อย ๆ สาวก​ที่​พูด​ภาษา​กรีก​บ่น​ต่อ​ว่า​สาวก​ที่​พูด​ภาษา​ฮีบรู เพราะ​พวก​แม่​ม่าย​ที่​พูด​ภาษา​กรีก​ไม่​ได้​รับ​การ​เอา​ใจ​ใส่​ใน​การ​แจก​อาหาร​ประจำ​วัน+ 2 อัครสาวก 12 คน​จึง​เรียก​ประชุม​สาวก​ทั้ง​หมด​แล้ว​พูด​ว่า “ไม่​ถูก​ต้อง​แน่ ๆ ที่​พวก​เรา​จะ​มัว​แต่​ไป​แจก​อาหาร​จน​ไม่​มี​เวลา​สอน​คำ​สอน​ของ​พระเจ้า+ 3 ดัง​นั้น พี่​น้อง​ครับ ให้​เลือก​ผู้​ชาย 7 คน​ที่​มี​ชื่อเสียง​ดี​ใน​หมู่​พวก​คุณ+ คน​ที่​เต็ม​ไป​ด้วย​พลัง​ของ​พระเจ้า​และ​มี​สติ​ปัญญา+ แล้ว​พวก​เรา​จะ​แต่ง​ตั้ง​พวก​เขา​ให้​ดู​แล​งาน​ที่​จำเป็น​นี้+ 4 พวก​เรา​จะ​ได้​ทุ่มเท​ตัว​ใน​การ​อธิษฐาน​และ​สอน​คำ​สอน​ของ​พระเจ้า” + 5 คน​ทั้ง​หมด​ก็​เห็น​ด้วย​กับ​ข้อ​เสนอ​นี้ จึง​เลือก​สเทเฟน คน​ที่​มี​ความ​เชื่อ​เข้มแข็ง​และ​เต็ม​ไป​ด้วย​พลัง​บริสุทธิ์+ และ​ฟีลิป+ โปรโครัส นิคาโนร์ ทิโมน ปาร์เมนัส และ​นิโคเลาส์​ชาว​เมือง​อันทิโอก​ซึ่ง​เคย​เข้า​ศาสนา​ยิว 6 แล้ว​ให้​ทั้ง 7 คน​นั้น​มา​อยู่​ต่อ​หน้า​พวก​อัครสาวก เมื่อ​พวก​อัครสาวก​อธิษฐาน​แล้ว​ก็​วาง​มือ​บน​พวก​เขา+

7 ผล​คือ คำ​สอน​ของ​พระเจ้า​แพร่​ออก​ไป+ พวก​สาวก​ก็​เพิ่ม​จำนวน​ขึ้น​เรื่อย ๆ +ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม และ​มี​ปุโรหิต​กลุ่ม​ใหญ่​เข้า​มา​เชื่อ​ด้วย+

8 มี​สาวก​คน​หนึ่ง​ชื่อ​สเทเฟน​เป็น​คน​ที่​พระเจ้า​พอ​ใจ​มาก​และ​ได้​รับ​พลัง​จาก​พระองค์ เขา​ทำ​การ​อัศจรรย์​และ​แสดง​ปาฏิหาริย์​หลาย​อย่าง​ต่อ​หน้า​ประชาชน 9 มี​บาง​คน​มา​โต้​เถียง​กับ​สเทเฟน บาง​คน​ใน​พวก​นี้​มา​จาก​กลุ่ม​ที่​เรียก​กัน​ว่า “ที่​ประชุม​ของ​เสรี​ชน” บาง​คน​มา​จาก​เมือง​ไซรีน​และ​อเล็กซานเดรีย บาง​คน​มา​จาก​ซิลีเซีย​และ​แคว้น​เอเชีย 10 แต่​คน​พวก​นี้​ไม่​สามารถ​หักล้าง​คำ​พูด​ของ​สเทเฟน​ได้ เพราะ​เขา​พูด​ด้วย​สติ​ปัญญา​และ​พลัง​จาก​พระเจ้า+ 11 คน​พวก​นี้​ก็​เลย​แอบ​ยุ​บาง​คน​ให้​พูด​ว่า “พวก​เรา​ได้​ยิน​คน​นี้​พูด​หมิ่น​ประมาท​โมเสส​และ​พระเจ้า”+ 12 พวก​เขา​ยุยง​ประชาชน พวก​ผู้​นำ และ​ครู​สอน​ศาสนา​ให้​มา​จับ​ตัว​สเทเฟน​ไป​ขึ้น​ศาล​แซนเฮดริน 13 และ​พวก​เขา​เอา​พยาน​เท็จ​มา​ให้​การ​ว่า “คน​นี้​พูด​ดูหมิ่น​สถาน​บริสุทธิ์​นี้​และ​กฎหมาย​ของ​โมเสส​ด้วย+ 14 พวก​เรา​ได้​ยิน​เขา​พูด​ว่า เยซู​ชาว​นาซาเร็ธ​คน​นั้น​จะ​ทำลาย​สถาน​ที่​ศักดิ์สิทธิ์​นี้+ และ​จะ​เปลี่ยน​ธรรมเนียม​ที่​พวก​เรา​ได้​รับ​ตก​ทอด​มา​จาก​โมเสส”

15 ทุก​คน​ที่​อยู่​ใน​ศาล​แซนเฮดริน​ก็​จ้อง​ไป​ที่​สเทเฟน และ​เห็น​ว่า​หน้า​ของ​เขา​เหมือน​หน้า​ทูตสวรรค์

7 มหา​ปุโรหิต​ถาม​ว่า “เรื่อง​เป็น​อย่าง​นั้น​จริง​ไหม?” 2 สเทเฟน​ก็​พูด​ว่า “พี่​น้อง​และ​ผู้​อาวุโส ฟัง​ผม​ก่อน พระเจ้า​ผู้​ยิ่ง​ใหญ่​ได้​ปรากฏ​ต่อ​อับราฮัม​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​ตอน​ที่​เขา​อยู่​ใน​เมโสโปเตเมีย​ก่อน​ที่​จะ​ย้าย​ไป​อยู่​ใน​เมือง​ฮาราน+ 3 พระองค์​บอก​อับราฮัม​ว่า ‘ให้​เจ้า​ออก​จาก​แผ่นดิน​ที่​เจ้า​อยู่ ไป​จาก​ญาติ​พี่​น้อง​ของ​เจ้า แล้ว​ไป​แผ่นดิน​ที่​เรา​จะ​บอก​ให้​ไป’+ 4 อับราฮัม​จึง​ออก​จาก​แผ่นดิน​ชาว​เคลเดีย​แล้ว​ไป​อยู่​ที่​เมือง​ฮาราน หลัง​จาก​พ่อ​ของ​เขา​ตาย+ พระเจ้า​ก็​ให้​อับราฮัม​ออก​จาก​ที่​นั่น​มา​อยู่​ใน​แผ่นดิน​ที่​พวก​คุณ​อาศัย​อยู่​ตอน​นี้+ 5 ตอน​นั้น​พระองค์​ยัง​ไม่​ได้​ให้​อับราฮัม​มี​ที่​ดิน​ใน​แผ่นดิน​นี้​เป็น​มรดก​แม้​แต่​ฝ่า​เท้า​เดียว แต่​พระองค์​สัญญา​ว่า​จะ​ให้​แผ่นดิน​นี้​กับ​เขา​และ​ลูก​หลาน​ของ​เขา+ทั้ง ๆ ที่​เขา​ยัง​ไม่​มี​ลูก+ 6 แล้ว​พระเจ้า​บอก​อีก​ว่า​ลูก​หลาน​ของ​อับราฮัม​จะ​ไป​เป็น​คน​ต่าง​ชาติ​และ​อาศัย​อยู่​ใน​แผ่นดิน​ของ​คน​อื่น พวก​เขา​จะ​ต้อง​เป็น​ทาส​ของ​คน​ที่​อยู่​ใน​แผ่นดิน​นั้น และ​ถูก​กดขี่​เป็น​เวลา 400 ปี+ 7 พระเจ้า​บอก​อีก​ว่า ‘เรา​จะ​ตัดสิน​ลง​โทษ​ชน​ชาติ​ที่​บังคับ​พวก​เขา​เป็น​ทาส+ หลัง​จาก​นั้น​พวก​เขา​จะ​ออก​มา​และ​จะ​ทำ​งาน​รับใช้​ที่​ศักดิ์สิทธิ์​ให้​เรา​ที่​นี่’+

8 “พระองค์​ทำ​สัญญา​กับ​อับราฮัม​เรื่อง​การ​เข้า​สุหนัต​ด้วย+ และ​เขา​มี​ลูก​ชาย​ชื่อ​อิสอัค+ซึ่ง​เขา​ให้​เข้า​สุหนัต​ใน​วัน​ที่​แปด+ อิสอัค​มี​ลูก​ชาย​ชื่อ​ยาโคบ* และ​ยาโคบ​มี​ลูก​ชาย 12 คน​ซึ่ง​เป็น​ต้น​ตระกูล​ของ 12 ตระกูล 9 พวก​พี่​น้อง​ของ​โยเซฟ​อิจฉา​เขา+และ​ขาย​เขา​ไป​เป็น​ทาส​ใน​อียิปต์+ แต่​พระเจ้า​อยู่​กับ​โยเซฟ+ 10 และ​ช่วย​เขา​ให้​พ้น​จาก​ความ​ยาก​ลำบาก​ทั้ง​หมด+ พระองค์​ทำ​ให้​เขา​ได้​แสดง​สติ​ปัญญา​ต่อ​หน้า​ฟาโรห์​กษัตริย์​อียิปต์ ฟาโรห์​ก็​พอ​ใจ​และ​แต่ง​ตั้ง​โยเซฟ​ให้​ปกครอง​ประเทศ​อียิปต์​และ​ดู​แล​ราชสำนัก+ 11 ต่อ​มา​เกิด​การ​ขาด​แคลน​อาหาร​ทั่ว​อียิปต์​และ​คานาอัน เป็น​ความ​ทุกข์​ยาก​ลำบาก​ครั้ง​ใหญ่ และ​ทำ​ให้​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา​ไม่​มี​อาหาร​กิน+ 12 ยาโคบ​ได้​ยิน​ว่า​ใน​อียิปต์​มี​อาหาร*จึง​ส่ง​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา​ไป​เป็น​ครั้ง​แรก+ 13 เมื่อ​พวก​เขา​ไป​ครั้ง​ที่​สอง โยเซฟ​ก็​เปิด​เผย​ตัว​ต่อ​พี่​น้อง​ของ​เขา และ​ฟาโรห์​ก็​ได้​รู้​จัก​ครอบครัว​ของ​โยเซฟ+ 14 แล้ว​โยเซฟ​ก็​ใช้​คน​ไป​เชิญ​ยาโคบ​พ่อ​ของ​เขา​กับ​ญาติ​พี่​น้อง​มา​จาก​คานาอัน+ รวม​ทั้ง​หมด 75 คน+ 15 ยาโคบ​จึง​ไป​อยู่​ที่​อียิปต์+และ​ตาย​ที่​นั่น+ บรรพบุรุษ​คน​อื่น ๆ ของ​พวก​เรา​ก็​ตาย​ที่​นั่น​ด้วย+ 16 ศพ​ของ​พวก​เขา​ถูก​เอา​กลับ​ไป​เมือง​เชเคม แล้ว​เอา​ไป​ไว้​ใน​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​ที่​อับราฮัม​ใช้​เงิน​ก้อน​หนึ่ง​ซื้อ​มา​จาก​พวก​ลูก​ชาย​ของ​ฮาโมร์​ใน​เมือง​เชเคม+

17 “เมื่อ​ใกล้​จะ​ถึง​เวลา​ที่​คำ​สัญญา​ของ​พระเจ้า​ที่​ให้​กับ​อับราฮัม​จะ​เป็น​จริง คน​อิสราเอล​ก็​เพิ่ม​จำนวน​ขึ้น​มาก​มาย​ใน​อียิปต์ 18 แล้ว​กษัตริย์​อีก​องค์​หนึ่ง​ซึ่ง​ไม่​รู้​จัก​โยเซฟ​ได้​ขึ้น​ปกครอง​อียิปต์+ 19 เขา​วาง​แผน​ทำ​ร้าย​ชน​ชาติของ​พวก​เรา​และ​บีบ​บังคับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา​ให้​ทิ้ง​ลูก​เล็ก ๆ ของ​ตัว​เอง​ให้​ตาย+ 20 โมเสส​เกิด​มา​ใน​ช่วง​นั้น​แหละ เขา​เป็น​เด็ก​น่า​รัก​มาก​ใน​สายตา​พระเจ้า เขา​ได้​รับ​การ​เลี้ยง​ดู​ใน​บ้าน​พ่อ​ของ​เขา 3 เดือน+ 21 เมื่อ​เขา​ถูก​เอา​ไป​ทิ้ง+ ลูก​สาว​ของ​ฟาโรห์​ได้​เก็บ​เขา​ไป​เลี้ยง​เป็น​ลูก+ 22 โมเสส​จึง​ได้​รับ​การ​สอน​วิชา​ความ​รู้​ทุก​อย่าง​ของ​ชาว​อียิปต์ เขา​เก่ง​มาก​ทั้ง​ใน​การ​พูด​และ​ใน​การ​ทำ​งาน​ต่าง ๆ +

23 “เมื่อ​โมเสส​อายุ​ได้ 40 ปี เขา​ก็​อยาก​ไป​ดู​ความ​เป็น​ไป​ของ​พี่​น้อง​ชาว​อิสราเอล+ 24 พอ​โมเสส​เห็น​คน​หนึ่ง​ถูก​ข่มเหง ก็​เข้า​ไป​ช่วย​และ​ฆ่า​คน​อียิปต์​ที่​ทำ​ร้าย​คน​นั้น​เพื่อ​แก้แค้น​ให้+ 25 โมเสส​คิด​ว่า​พวก​พี่​น้อง​คง​เข้าใจ​ว่า​พระเจ้า​ใช้​โมเสส​ให้​มา​ช่วย​ปลด​ปล่อย​พวก​เขา แต่​พวก​เขา​ไม่​ได้​คิด​อย่าง​นั้น 26 วัน​ถัด​มา โมเสส​ไป​หา​คน​อิสราเอล​และ​เห็น 2 คน​กำลัง​ทะเลาะ​กัน เขา​จึง​พยายาม​ช่วย​ให้​คืน​ดี​กัน​โดย​บอก​ว่า ‘พวก​คุณ​เป็น​พี่​น้อง​กัน​นะ ทำไม​ถึง​ทำ​ร้าย​กัน​อย่าง​นี้​ล่ะ?’+ 27 แต่​คน​ที่​กำลัง​ทำ​ร้าย​เพื่อน​อยู่​นั้น​ผลัก​โมเสส​ออก​ไป และ​พูด​ว่า ‘ใคร​ตั้ง​คุณ​ให้​เป็น​ผู้​นำ​และ​ผู้​พิพากษา​ตัดสิน​พวก​เรา? 28 คุณ​จะ​มา​ฆ่า​ผม​เหมือน​ที่​คุณ​ฆ่า​ชาว​อียิปต์​คน​นั้น​เมื่อ​วาน​นี้​หรือ?’+ 29 เมื่อ​โมเสส​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น​ก็​หนี​ไป​อยู่​ใน​แผ่นดิน​มีเดียน​แบบ​คน​ต่าง​ชาติ​และ​มี​ลูก​ชาย 2 คน​ที่​นั่น+

30 “สี่​สิบ​ปี​ผ่าน​ไป ทูตสวรรค์​ได้​มา​หา​โมเสส​โดย​ปรากฏ​เป็น​เปลว​ไฟ​ที่​พุ่ม​หนาม​ใน​ที่​กันดาร​แถบ​ภูเขา​ซีนาย+ 31 พอ​โมเสส​เห็น​ก็​แปลก​ใจ และ​เมื่อ​เข้า​ไป​ดู​ก็​ได้​ยิน​เสียง​ของ​พระ​ยะโฮวา​พูด​ว่า 32 ‘เรา​เป็น​พระเจ้า​ของ​บรรพบุรุษ​ของ​เจ้า คือ​พระเจ้า​ของ​อับราฮัม อิสอัค และ​ยาโคบ’+ แล้ว​โมเสส​ก็​กลัว​จน​ตัว​สั่น​ไม่​กล้า​ดู​อีก 33 พระ​ยะโฮวา​บอก​เขา​ว่า ‘ถอด​รอง​เท้า​ด้วย เพราะ​ที่​ที่​เจ้า​ยืน​อยู่​เป็น​ที่​บริสุทธิ์+ 34 เรา​เห็น​แล้ว​ว่า​ประชาชน​ของ​เรา​ซึ่ง​อยู่​ใน​อียิปต์​กำลัง​ถูก​กดขี่ เรา​ได้​ยิน​เสียง​คร่ำครวญ​ของ​พวก​เขา+ เรา​ลง​มา​ช่วย​พวก​เขา​ให้​รอด ตอน​นี้ เรา​จะ​ใช้​เจ้า​ไป​ที่​อียิปต์’+ 35 พวก​เขา​ปฏิเสธ​โมเสส​คน​นี้​และ​พูด​ว่า ‘ใคร​ตั้ง​คุณ​ให้​เป็น​ผู้​นำ​และ​ผู้​พิพากษา?’+ แต่​พระเจ้า​ใช้​ทูตสวรรค์​ไป​หา​โมเสส+ที่​พุ่ม​หนาม​นั้น​และ​ส่ง​เขา​ให้​มา​เป็น​ผู้​นำ​และ​ผู้​ช่วย​ให้​รอด 36 โมเสส​คน​นี้​เอง​ที่​นำ​บรรพบุรุษ​ของ​เรา​ออก​มา​จาก​อียิปต์+ เขา​ทำ​การ​อัศจรรย์​และ​แสดง​ปาฏิหาริย์​ต่าง ๆ ใน​อียิปต์+ ที่​ทะเล​แดง+ และ​ใน​ที่​กันดาร​เป็น​เวลา 40 ปี+

37 “โมเสส​คน​นี้​แหละ​ที่​บอก​ชาว​อิสราเอล​ว่า ‘พระเจ้า​จะ​แต่ง​ตั้ง​คน​หนึ่ง​เพื่อ​พวก​คุณ​จาก​พี่​น้อง​ของ​พวก​คุณ​เอง ให้​เป็น​ผู้​พยากรณ์​เหมือน​ผม’+ 38 โมเสส​คน​นี้​อยู่​กับ​พวก​อิสราเอล​ใน​ที่​กันดาร เขา​อยู่​ที่​นั่น​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา​และ​กับ​ทูตสวรรค์+ที่​พูด​กับ​เขา+บน​ภูเขา​ซีนาย เขา​เป็น​คน​ที่​รับ​ถ้อย​คำ​ศักดิ์สิทธิ์​ที่​คง​อยู่​ตลอด​ไป​มา​ให้​พวก​เรา+ 39 แต่​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา​ไม่​ยอม​เชื่อ​ฟัง​โมเสส​และ​ไม่​ยอม​รับ​เขา+ พวก​เขา​คิด​แต่​จะ​กลับ​ไป​อียิปต์+ 40 พวก​เขา​จึง​บอก​อาโรน​ว่า ‘สร้าง​พระ​ให้​นำ​ทาง​พวก​เรา​หน่อย​สิ เพราะ​พวก​เรา​ไม่​รู้​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น​กับ​โมเสส​ที่​พา​พวก​เรา​ออก​มา​จาก​อียิปต์’+ 41 แล้ว​พวก​เขา​ก็​หล่อ​รูป​ลูก​วัว​ขึ้น เอา​ของ​มา​บูชา​รูป​นั้น และ​พา​กัน​เลี้ยง​ฉลอง​สิ่ง​ที่​พวก​เขา​ทำ​ขึ้น​เอง+ 42 พระเจ้า​หัน​หน้า​หนี​จาก​พวก​เขา​และ​ปล่อย​ให้​พวก​เขา​กราบ​ไหว้​หมู่​ดาว​ใน​ท้องฟ้า+ อย่าง​ที่​มี​เขียน​ไว้​ใน​หนังสือ​ของ​พวก​ผู้​พยากรณ์​ว่า ‘พวก​อิสราเอล ตลอด 40 ปี​ใน​ที่​กันดาร พวก​เจ้า​ไม่​ได้​เอา​เครื่อง​บูชา​และ​ของ​ถวาย​มา​ให้​เรา​หรอก 43 แต่​พวก​เจ้า​ขน​เต็นท์​ของ​พระ​โมล็อค*+และ​รูป​ดาว​ของ​พระ​เรฟาน แล้ว​กราบ​ไหว้​ของ​พวก​นี้​ที่​พวก​เจ้า​ทำ​ขึ้น​เอง​ต่าง​หาก​ล่ะ เพราะ​อย่าง​นี้ เรา​จะ​เนรเทศ​พวก​เจ้า​ไป​ให้​ไกล​เลย​บาบิโลน​ไป​อีก’+

44 “บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา​มี​เต็นท์​ศักดิ์สิทธิ์​ใน​ที่​กันดาร​ที่​แสดง​ว่า​พระเจ้า​อยู่​กับ​เขา พระองค์​สั่ง​โมเสส​ให้​สร้าง​เต็นท์​นั้น​ตาม​แบบ​ที่​พระเจ้า​ให้​เขา​เห็น+ 45 แล้ว​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา​ที่​ได้​รับ​เต็นท์​นั้น​ก็​ได้​ขน​เต็นท์​ไป​โดย​การ​นำ​ของ​โยชูวา เข้า​ไป​ไว้​ใน​แผ่นดิน​ของ​คน​ต่าง​ชาติ+ที่​พระเจ้า​ขับ​ไล่​ออก​ไป+ แล้ว​เต็นท์​ก็​อยู่​ใน​แผ่นดิน​นั้น​จน​ถึง​สมัย​ของ​ดาวิด 46 พระเจ้า​พอ​ใจ​ดาวิด​มาก และ​เขา​ขอ​เป็น​คน​สร้าง​วิหาร​ให้​พระเจ้า​ของ​ยาโคบ+ 47 แต่​คน​ที่​ได้​สร้าง​วิหาร​สำหรับ​พระองค์​คือ​โซโลมอน+ 48 ถึง​อย่าง​ไร พระเจ้า​องค์​สูง​สุด​ก็​ไม่​ได้​อยู่​ใน​วิหาร​ที่​มนุษย์​เป็น​คน​สร้าง+ เหมือน​ที่​ผู้​พยากรณ์​บอก​ไว้​ว่า 49 ‘พระ​ยะโฮวา​พูด​ว่า “สวรรค์​เป็น​บัลลังก์​ของ​เรา+ ส่วน​โลก​ก็​เป็น​ที่​วาง​เท้า​ของ​เรา+ แล้ว​วิหาร​แบบ​ไหน​ล่ะ​ที่​เจ้า​คิด​จะ​สร้าง​ให้​เรา​อยู่? หรือ​จะ​ให้​เรา​อยู่​ที่​ไหน​ดี​ล่ะ? 50 เรา​เอง​เป็น​ผู้​สร้าง​สิ่ง​เหล่า​นี้​ทั้ง​หมด​ไม่​ใช่​หรือ?”’+

51 “พวก​คน​ดื้อดึง ใจ​แข็ง​และ​หู​ตึง+ พวก​คุณ​เอา​แต่​ต่อ​ต้าน​พลัง​บริสุทธิ์​ของ​พระเจ้า​เหมือน​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​คุณ+ 52 มี​ผู้​พยากรณ์​คน​ไหน​บ้าง​ที่​บรรพบุรุษ​ของ​คุณ​ไม่​ได้​ข่มเหง?+ พวก​เขา​ฆ่า​คน​ที่​บอก​ล่วง​หน้า​เรื่อง​การ​มา​ของ​ท่าน​ผู้​นั้น​ที่​เชื่อ​ฟัง​พระเจ้า*+ และ​ตอน​นี้​พวก​คุณ​เอง​ทรยศ​และ​ฆ่า​ท่าน+ 53 พวก​คุณ​เป็น​คน​ที่​ได้​รับ​กฎหมาย​ของ​โมเสส​ที่​ทูตสวรรค์​ถ่ายทอด​มา+แต่​กลับ​ไม่​ทำ​ตาม”

54 เมื่อ​พวก​เขา​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น​ก็​โกรธ​เป็น​ฟืน​เป็น​ไฟ​และ​อยาก​จะ​ทำ​ร้าย​สเทเฟน+ 55 แต่​สเทเฟน​ซึ่ง​เต็ม​ไป​ด้วย​พลัง​บริสุทธิ์​มอง​ขึ้น​ไป​บน​ท้องฟ้า​และ​ได้​เห็น​สง่า​ราศี​ของ​พระเจ้า​และ​เห็น​พระ​เยซู​ยืน​อยู่​ข้าง​ขวา​ของ​พระองค์+ 56 แล้ว​เขา​ก็​พูด​ว่า “ดู​นั่น​สิ ผม​เห็น​ท้องฟ้า​เปิด​ออก​และ ‘ลูก​มนุษย์’+ ยืน​อยู่​ข้าง​ขวา​ของ​พระเจ้า”+ 57 เมื่อ​พวก​นั้น​ได้​ยิน​ก็​ร้อง​ตะโกน​สุด​เสียง​พร้อม​กับ​เอา​มือ​ปิด​หู และ​วิ่ง​กรู​กัน​เข้า​ใส่​สเทเฟน 58 พวก​เขา​ลาก​สเทเฟน​ออก​ไป​นอก​เมือง​แล้ว​เริ่ม​เอา​หิน​ขว้าง​เขา+ พวก​คน​ที่​เป็น​พยาน+ปรักปรำ​สเทเฟน​ก็​เอา​เสื้อ​ชั้น​นอก​ฝาก​ไว้​ที่​ชาย​หนุ่ม​คน​หนึ่ง​ชื่อ​เซาโล+ 59 ระหว่าง​ที่​พวก​เขา​ขว้าง​หิน​ใส่ สเทเฟน​อ้อน​วอน​ว่า “พระ​เยซู​ผู้​เป็น​นาย ผม​ขอ​ฝาก​ชีวิต​ไว้​กับ​ท่าน​ด้วย” 60 แล้ว​สเทเฟน​ก็​คุกเข่า​ลง ร้อง​เสียง​ดัง​ว่า “พระ​ยะโฮวา ขอ​อย่า​ถือ​โทษ​พวก​เขา​ที่​ทำ​บาป​ครั้ง​นี้”+ เมื่อ​พูด​อย่าง​นั้น​แล้ว​เขา​ก็​สิ้น​ใจ​ตาย

8 เซาโล​ก็​เห็น​ด้วย​กับ​การ​ฆ่า​สเทเฟน+

ตั้ง​แต่​วัน​นั้น เริ่ม​มี​การ​ข่มเหง​ประชาคม​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม​อย่าง​รุนแรง สาวก​ทุก​คน​ยก​เว้น​พวก​อัครสาวก​ก็​กระจัด​กระจาย​ไป​ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย​และ​สะมาเรีย+ 2 คน​ที่​เลื่อมใส​พระเจ้า​ก็​มา​หาม​ศพ​สเทเฟน​ไป​ฝัง และ​พา​กัน​ร้องไห้​คร่ำครวญ​ถึง​เขา​อย่าง​หนัก 3 เซาโล​เริ่ม​กวาด​ล้าง​ประชาคม บุก​เข้า​ไป​ตาม​บ้าน แล้ว​ฉุด​ลาก​คริสเตียน​ทั้ง​ผู้​ชาย​และ​ผู้​หญิง​ไป​ขัง​คุก+

4 ส่วน​คน​ที่​กระจัด​กระจาย​ไป​ก็​ประกาศ​ข่าว​ดี​เกี่ยว​กับ​คำ​สอน​ของ​พระเจ้า​ทั่ว​ทุก​แห่ง​ที่​พวก​เขา​ไป+ 5 ฟีลิป+ไป​ที่​เมือง​สะมาเรีย+และ​ประกาศ​เรื่อง​พระ​คริสต์​ให้​คน​ที่​นั่น​ฟัง 6 เมื่อ​ได้​ยิน​ฟีลิป​พูด​และ​เห็น​เขา​ทำ​การ​อัศจรรย์ ทุก​คน​ก็​ตั้งใจ​ฟัง​เขา 7 มี​หลาย​คน​ที่​ถูก​ปีศาจ​สิง พวก​ปีศาจ​ร้อง​เสียง​ดัง​แล้ว​ออก​มา​จาก​พวก​เขา+ ส่วน​หลาย​คน​ที่​เป็น​อัมพาต​และ​เป็น​ง่อย​ก็​ได้​รับ​การ​รักษา​ให้​หาย 8 ชาว​เมือง​นั้น​จึง​มี​ความ​สุข​กัน​มาก

9 ใน​เมือง​นั้น​มี​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ซีโมน เขา​ใช้​เวทมนตร์​คาถา​จน​ทำ​ให้​คน​สะมาเรีย​รู้สึก​ทึ่ง เขา​บอก​ว่า​ตัว​เอง​เป็น​ผู้​วิเศษ 10 ทุก​คน​ตั้ง​แต่​คน​ต่ำต้อย​ที่​สุด​จน​ถึง​คน​สำคัญ​ที่​สุด​ก็​ฟัง​เขา​และ​พูด​กัน​ว่า “คน​นี้​มี​ฤทธิ์​อำนาจ​ยิ่ง​ใหญ่​จาก​พระเจ้า” 11 ผู้​คน​สนใจ​ฟัง​เขา​เพราะ​เขา​ทำ​ให้​คน​ทึ่ง​ใน​เวทมนตร์​คาถา​ของ​เขา​มา​นาน​แล้ว 12 แต่​เมื่อ​ฟีลิป​ประกาศ​ข่าว​ดี​เรื่อง​รัฐบาล*ของ​พระเจ้า+และ​ชื่อ​ของ​พระ​เยซู​คริสต์ ผู้​คน​ทั้ง​ชาย​และ​หญิง​ก็​เชื่อ​และ​รับ​บัพติศมา+ 13 ซีโมน​เอง​ก็​มา​เป็น​สาวก​ด้วย เมื่อ​เขา​รับ​บัพติศมา​แล้ว​ก็​คอย​ติด​ตาม​ฟีลิป เขา​รู้สึก​ทึ่ง​ที่​เห็น​การ​อัศจรรย์​และ​ปาฏิหาริย์​ที่​ฟีลิป​ทำ

14 เมื่อ​พวก​อัครสาวก​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม​ได้​ข่าว​ว่า​คน​สะมาเรีย​ยอม​รับ​คำ​สอน​ของ​พระเจ้า+ พวก​เขา​จึง​ส่ง​เปโตร​กับ​ยอห์น​ไป​ที่​นั่น 15 เมื่อ​สอง​คน​นั้น​ไป​ถึง​ก็​อธิษฐาน​เพื่อ​คน​ที่​เชื่อ​จะ​ได้​รับ​พลัง​บริสุทธิ์+ 16 เพราะ​ยัง​ไม่​มี​ใคร​สัก​คน​ใน​เมือง​นั้น​ได้​รับ​พลัง​บริสุทธิ์​ของ​พระเจ้า พวก​เขา​แค่​รับ​บัพติศมา​ใน​นาม​ของ​พระ​เยซู​ผู้​เป็น​นาย​เท่า​นั้น+ 17 แล้ว​เปโตร​กับ​ยอห์น​ก็​วาง​มือ​บน​พวก​เขา+ พวก​เขา​จึง​ได้​รับ​พลัง​บริสุทธิ์

18 เมื่อ​ซีโมน​เห็น​ว่า​อัครสาวก​ทั้ง​สอง​ทำ​ให้​ผู้​คน​ได้​รับ​พลัง​ของ​พระเจ้า​ด้วย​การ​วาง​มือ เขา​จึง​เสนอ​เงิน​ให้ 19 และ​พูด​ว่า “ขอ​ให้​ผม​มี​อำนาจ​อย่าง​นี้​ด้วย เพื่อ​ทุก​คน​ที่​ผม​วาง​มือ​จะ​ได้​รับ​พลัง​บริสุทธิ์” 20 แต่​เปโตร​พูด​กับ​เขา​ว่า “ให้​เงิน​ของ​คุณ​พินาศ​ไป​พร้อม​กับ​คุณ เพราะ​คุณ​คิด​ว่า​จะ​ใช้​เงิน​ซื้อ​ของ​ที่​พระเจ้า​ให้​ฟรี ๆ ได้+ 21 คุณ​ไม่​มี​ทาง​จะ​ได้​สิ่ง​นี้​เพราะ​พระเจ้า​เห็น​ว่า​ใจ​คุณ​ไม่​ซื่อ 22 กลับ​ใจ​และ​เลิก​คิด​ชั่ว ๆ แบบ​นี้​ซะ ให้​คุณ​อ้อน​วอน​พระ​ยะโฮวา เผื่อ​ว่า​พระองค์​จะ​ให้​อภัย​ที่​คุณ​มี​ความ​คิด​ผิด ๆ แบบ​นี้ 23 เพราะ​ผม​เห็น​ว่า​ใจ​ของ​คุณ​เป็น​เหมือน​ยา​พิษ​และ​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​ชั่ว” 24 ซีโมน​ก็​พูด​ว่า “ขอ​ให้​พวก​คุณ​ช่วย​อ้อน​วอน​พระ​ยะโฮวา​เพื่อ​ผม​ด้วย อย่า​ให้​สิ่ง​ที่​คุณ​พูด​นั้น​เกิด​ขึ้น​กับ​ผม​เลย”

25 เมื่อ​เปโตร​กับ​ยอห์น​พูด​เรื่อง​คำ​สอน​ของ​พระ​ยะโฮวา​และ​ประกาศ​อย่าง​ทั่ว​ถึง​แล้ว ก็​เดิน​ทาง​กลับ​กรุง​เยรูซาเล็ม ระหว่าง​ทาง​พวก​เขา​ประกาศ​ข่าว​ดี​ตาม​หมู่​บ้าน​ของ​คน​สะมาเรีย​อีก​หลาย​แห่ง+

26 ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา+มา​บอก​ฟีลิป​ว่า “รีบ​เดิน​ทาง​ไป​ทิศ​ใต้ ไป​ที่​ถนน​สาย​กรุง​เยรูซาเล็ม​ที่​จะ​ไป​เมือง​กาซา” (ทาง​นี้​ต้อง​ผ่าน​ที่​กันดาร) 27 ฟีลิป​ก็​รีบ​เดิน​ทาง​ไป และ​พบ​ผู้​ชาย​คน​หนึ่ง เขา​เป็น​ข้าราชการ​ชาว​เอธิโอเปีย​ที่​มี​ตำแหน่ง​สูง​ของ​ราชินี​คานดาสี​ของ​เอธิโอเปีย และ​เป็น​ผู้​ดู​แล​ทรัพย์​สิน​ทั้ง​หมด​ของ​เธอ เขา​ไป​นมัสการ​พระเจ้า​ที่​กรุง​เยรูซาเล็ม+ 28 ตอน​เดิน​ทาง​กลับ เขา​นั่ง​อยู่​บน​รถ​ม้า​และ​กำลัง​อ่าน​ออก​เสียง​ข้อ​ความ​ใน​หนังสือ​ของ​ผู้​พยากรณ์​อิสยาห์ 29 พลัง​ของ​พระเจ้า​บอก​ฟีลิป​ว่า “เข้า​ไป​ใกล้ ๆ รถ​ม้า​คัน​นั้น​สิ” 30 ฟีลิป​ก็​วิ่ง​ไป​ข้าง ๆ รถ​ม้า​และ​ได้​ยิน​ข้าราชการ​คน​นั้น​อ่าน​หนังสือ​ของ​ผู้​พยากรณ์​อิสยาห์ ฟีลิป​จึง​ถาม​ว่า “คุณ​เข้าใจ​เรื่อง​ที่​อ่าน​อยู่​ไหม?” 31 เขา​ตอบ​ว่า “ถ้า​ไม่​มี​ใคร​อธิบาย ผม​จะ​เข้าใจ​ได้​ยัง​ไง​ล่ะ?” แล้ว​เขา​ก็​ชวน​ฟีลิป​ให้​ขึ้น​รถ​ไป​ด้วย​กัน 32 ข้อ​ความ​ใน​พระ​คัมภีร์​ที่​เขา​อ่าน​อยู่​นั้น​บอก​ว่า “เขา​ถูก​พา​ไป​เหมือน​แกะ​ที่​ถูก​พา​ไป​ฆ่า+ เหมือน​ลูก​แกะ​ที่​นิ่ง​เงียบ​เมื่อ​อยู่​ตรง​หน้า​คน​ตัด​ขน เขา​ไม่​ปริปาก​พูด​อะไร​เลย+ 33 เขา​ถูก​เหยียด​หยาม​และ​ได้​รับ​การ​ตัดสิน​ที่​ไม่​เป็น​ธรรม+ ใคร​จะ​บอก​เล่า​ราย​ละเอียด​ความ​เป็น​มา​ของ​เขา? เพราะ​ชีวิต​ของ​เขา​ถูก​พราก​ไป​จาก​โลก​นี้​แล้ว”+

34 ข้าราชการ​คน​นั้น​พูด​กับ​ฟีลิป​ว่า “ช่วย​บอก​ผม​หน่อย​ว่า​ผู้​พยากรณ์​พูด​ถึง​ใคร พูด​ถึง​ตัว​เขา​เอง​หรือ​คน​อื่น?” 35 แล้ว​ฟีลิป​ก็​บอก​ข่าว​ดี​เรื่อง​พระ​เยซู​ให้​เขา​ฟัง เริ่ม​จาก​ข้อ​คัมภีร์​นี้ 36 ตอน​ที่​พวก​เขา​กำลัง​นั่ง​รถ​ไป​ตาม​ทาง ก็​มา​ถึง​แหล่ง​น้ำ​แห่ง​หนึ่ง ข้าราชการ​คน​นั้น​จึง​พูด​ว่า “ดู​สิ ที่​นี่​มี​น้ำ​ด้วย มี​อะไร​ไหม​ที่​ทำ​ให้​ผม​ยัง​รับ​บัพติศมา​ไม่​ได้?” 37 —— 38 เขา​จึง​สั่ง​ให้​หยุด​รถ แล้ว​ฟีลิป​ก็​ลง​ไป​ใน​น้ำ​กับ​เขา​และ​ให้​บัพติศมา​เขา 39 เมื่อ​ทั้ง​สอง​คน​ขึ้น​จาก​น้ำ​แล้ว พลัง​ของ​พระ​ยะโฮวา​ก็​พา​ตัว​ฟีลิป​ไป​ทันที และ​ข้าราชการ​คน​นั้น​ไม่​เห็น​ฟีลิป​อีก​เลย เขา​เดิน​ทาง​ต่อ​ไป​อย่าง​มี​ความ​สุข 40 ส่วน​ฟีลิป​ก็​ไป​อยู่​ที่​เมือง​อัชโดด เขา​ไป​ประกาศ​ข่าว​ดี​ใน​ทุก​เมือง​ทั่ว​เขต​นั้น​จน​ถึง​เมือง​ซีซารียา+

9 ใน​ช่วง​นั้น เซาโล​ยัง​ข่มขู่​สาวก​ของ​ผู้​เป็น​นาย+และ​อยาก​จะ​ฆ่า​พวก​เขา เซาโล​จึง​ไป​พบ​มหา​ปุโรหิต 2 และ​ขอ​ให้​เขียน​จดหมาย​เพื่อ​เอา​ไป​ยื่น​ตาม​ที่​ประชุม​ของ​ชาว​ยิว​ใน​กรุง​ดามัสกัส เขา​จะ​ได้​จับ​กุม​ใคร​ก็​ตาม​ที่​ถือ​ทาง​นั้น+ทั้ง​ผู้​ชาย​ผู้​หญิง และ​พา​ตัว​ไป​ที่​กรุง​เยรูซาเล็ม

3 ตอน​ที่​เซาโล​เดิน​ทาง​ใกล้​จะ​ถึง​กรุง​ดามัสกัส จู่ ๆ ก็​มี​แสง​สว่าง​จาก​ฟ้า​ส่อง​มา​ที่​ตัว​เขา+ 4 แล้ว​เขา​ก็​ล้ม​ลง​กับ​พื้น​และ​ได้​ยิน​เสียง​พูด​ว่า “เซาโล เซาโล คุณ​ข่มเหง​ผม​ทำไม?” 5 เซาโล​ถาม​ว่า “นาย​ท่าน ท่าน​เป็น​ใคร?” ท่าน​ตอบ​ว่า “ผม​คือ​เยซู+ผู้​ที่​คุณ​ข่มเหง+ 6 ลุก​ขึ้น แล้ว​เข้า​ไป​ใน​เมือง จะ​มี​คน​บอก​คุณ​ว่า​จะ​ต้อง​ทำ​อะไร​ต่อ​ไป” 7 พวก​คน​ที่​เดิน​ทาง​ไป​กับ​เซาโล​ก็​ยืน​งง​พูด​อะไร​ไม่​ออก พวก​เขา​ได้​ยิน​เสียง​พูด​นั้น​แต่​ไม่​เห็น​ใคร+ 8 เซาโล​ลุก​ขึ้น แต่​เขา​มอง​อะไร​ไม่​เห็น​ทั้ง ๆ ที่​ลืม​ตา​อยู่ พวก​ที่​เดิน​ทาง​มา​ด้วย​จึง​จูง​มือ​พา​เซาโล​เข้า​ไป​ใน​กรุง​ดามัสกัส 9 เซาโล​มอง​ไม่​เห็น+และ​ไม่​กิน​ไม่​ดื่ม​อะไร​เลย 3 วัน

10 ใน​กรุง​ดามัสกัส​มี​สาวก​คน​หนึ่ง​ชื่อ​อานาเนีย+ ผู้​เป็น​นาย​พูด​กับ​เขา​ใน​นิมิต​ว่า “อานาเนีย” เขา​ตอบ​ว่า “ผม​อยู่​นี่​ครับ​นาย” 11 ผู้​เป็น​นาย​บอก​เขา​ว่า “ให้​คุณ​ไป​ที่​ถนน​ที่​ชื่อ​ถนน​ตรง ไป​ที่​บ้าน​ยูดาส แล้ว​ตาม​หา​ผู้​ชาย​ชื่อ​เซาโล​ซึ่ง​มา​จาก​เมือง​ทาร์ซัส+ ตอน​นี้​เขา​อธิษฐาน​อยู่ 12 เขา​เห็น​ผู้​ชาย​คน​หนึ่ง​ใน​นิมิต​ชื่อ​อานาเนีย​ไป​หา​เขา ซึ่ง​ก็​คือ​คุณ เขา​เห็น​คุณ​วาง​มือ​บน​เขา​และ​ทำ​ให้​เขา​มอง​เห็น​ได้​อีก”+ 13 แต่​อานาเนีย​บอก​ว่า “นาย​ท่าน ผม​ได้​ยิน​หลาย​คน​พูด​ถึง​ผู้​ชาย​คน​นี้​ว่า​เขา​ได้​ทำ​ร้าย​พวก​สาวก*ของ​ท่าน​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม 14 และ​ตอน​นี้​เขา​ได้​รับ​อำนาจ​จาก​พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​ให้​มา​จับ​ตัว​ทุก​คน​ที่​พูด​ถึง​ชื่อ​ของ​ท่าน”+ 15 แต่​ผู้​เป็น​นาย​บอก​อานาเนีย​ว่า “ไป​เถอะ เพราะ​ผู้​ชาย​คน​นี้​เป็น​เครื่อง​มือ​ที่​ผม​เลือก​ไว้+เพื่อ​ประกาศ​ชื่อ​ของ​ผม​ให้​กับ​คน​ต่าง​ชาติ+รวม​ทั้ง​กษัตริย์+และ​คน​อิสราเอล 16 ผม​จะ​ทำ​ให้​เขา​รู้​ว่า​เขา​จะ​ต้อง​ทน​ทุกข์​เพื่อ​ชื่อ​ของ​ผม​มาก​ขนาด​ไหน”+

17 อานาเนีย​ก็​ไป​ที่​บ้าน​หลัง​นั้น​แล้ว​วาง​มือ​บน​เซาโล​และ​พูด​ว่า “พี่​น้อง​เซาโล พระ​เยซู​ผู้​เป็น​นาย​ซึ่ง​ปรากฏ​กับ​คุณ​ตอน​ที่​เดิน​ทาง​มา​ได้​ใช้​ผม​มา​ช่วย​คุณ​ให้​มอง​เห็น​อีก และ​ช่วย​ให้​คุณ​เต็ม​ไป​ด้วย​พลัง​บริสุทธิ์”+ 18 ทันใด​นั้น ก็​มี​อะไร​ที่​เหมือน​เกล็ด​ตก​ออก​มา​จาก​ตา​ของ​เซาโล เขา​ก็​มอง​เห็น​ได้​อีก แล้ว​รับ​บัพติศมา 19 หลัง​จาก​กิน​อาหาร​แล้ว​เขา​ก็​มี​แรง​ขึ้น

เซาโล​พัก​อยู่​กับ​พวก​สาวก​ใน​กรุง​ดามัสกัส​หลาย​วัน+ 20 แล้ว​ก็​เริ่ม​ไป​ประกาศ​ตาม​ที่​ประชุม​ของ​ชาว​ยิว​ทันที​ว่า​พระ​เยซู​เป็น​ลูก​ของ​พระเจ้า 21 ทุก​คน​ที่​ได้​ยิน​ก็​แปลก​ใจ​และ​พูด​ว่า “คน​นี้​ไม่​ใช่​หรือ​ที่​ทำ​ร้าย​คน​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม​ที่​เชื่อ​ใน​ชื่อ​ของ​คน​นั้น?+ เขา​ไม่​ได้​มา​ที่​นี่​เพื่อ​จับ​ตัว​คน​พวก​นั้น​ไป​ให้​พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​หรือ?”+ 22 แต่​เซาโล​ยิ่ง​กระตือรือร้น​ขึ้น​เรื่อย ๆ เขา​ให้​ข้อ​พิสูจน์​อย่าง​สม​เหตุ​สม​ผล​ว่า​พระ​เยซู​คือ​พระ​คริสต์ จน​ทำ​ให้​ชาว​ยิว​ที่​อยู่​ใน​กรุง​ดามัสกัส​เถียง​ไม่​ออก+

23 ต่อ​มา พวก​ยิว​ปรึกษา​กัน​เพื่อ​หา​ทาง​ฆ่า​เซาโล+ 24 แต่​เซาโล​รู้​แผน​ของ​พวก​เขา ถึง​อย่าง​นั้น พวก​ยิว​ก็​ยัง​คอย​เฝ้า​อยู่​ตาม​ประตู​เมือง​ทั้ง​วัน​ทั้ง​คืน​เพื่อ​จะ​รอ​ฆ่า​เขา​ให้​ได้ 25 ตอน​กลางคืน พวก​ศิษย์​ของ​เซาโล​จึง​ให้​เขา​นั่ง​ใน​ตะกร้า​ใหญ่​แล้ว​หย่อน​ลง​ทาง​ช่อง​หน้าต่าง​บน​กำแพง​เมือง+

26 เมื่อ​เซาโล​เดิน​ทาง​มา​ถึง​กรุง​เยรูซาเล็ม+ เขา​พยายาม​เข้า​ร่วม​กับ​พวก​สาวก แต่​พวก​สาวก​ยัง​กลัว​เซาโล​อยู่​เพราะ​ไม่​เชื่อ​ว่า​เขา​เข้า​มา​เป็น​สาวก​จริง ๆ 27 บาร์นาบัส+จึง​มา​ช่วย​เซาโล​และ​พา​ไป​หา​พวก​อัครสาวก แล้ว​เล่า​อย่าง​ละเอียด​ว่า​ระหว่าง​ที่​เซาโล​เดิน​ทาง เขา​ได้​พบ​กับ​ผู้​เป็น​นาย+และ​ผู้​เป็น​นาย​ได้​พูด​กับ​เขา และ​บาร์นาบัส​ยัง​เล่า​อีก​ว่า​เซาโล​ได้​ประกาศ​ชื่อ​ของ​พระ​เยซู​ด้วย​ความ​กล้า​หาญ​ใน​กรุง​ดามัสกัส+ 28 แล้ว​เซาโล​ก็​อยู่​กับ​พวก​อัครสาวก ใช้​ชีวิต​ตาม​ปกติ​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม และ​พูด​ใน​นาม​ของ​ผู้​เป็น​นาย​อย่าง​กล้า​หาญ 29 เขา​คุย​และ​ยก​เหตุ​ผล​แย้ง​กับ​คน​ยิว​ที่​พูด​ภาษา​กรีก คน​พวก​นั้น​จึง​พยายาม​จะ​ฆ่า​เขา+ 30 เมื่อ​พวก​พี่​น้อง​รู้​เรื่อง​นี้​ก็​พา​เซาโล​ไป​ที่​เมือง​ซีซารียา​แล้ว​ส่ง​ต่อ​ไป​ที่​เมือง​ทาร์ซัส+

31 ประชาคม​ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย กาลิลี และ​สะมาเรีย+จึง​มี​ช่วง​เวลา​ที่​สงบ​สุข​ช่วง​หนึ่ง และ​ประชาคม​ก็​เข้มแข็ง​ขึ้น พวก​เขา​ใช้​ชีวิต​ตาม​แนว​ทาง​ของ​พระ​ยะโฮวา และ​ได้​รับ​กำลังใจ​จาก​พลัง​บริสุทธิ์+ ทำ​ให้​ประชาคม​มี​คน​เพิ่ม​ขึ้น​เรื่อย ๆ

32 ตอน​นั้น เปโตร​เดิน​ทาง​ไป​ทั่ว​ทุก​แห่ง​ใน​แถบ​นั้น เขา​มา​หา​พวก​สาวก*ที่​อยู่​ใน​เมือง​ลิดดา​ด้วย+ 33 ที่​นั่น​เขา​ได้​พบ​ผู้​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ไอเนอัส​ซึ่ง​นอน​นิ่ง​อยู่​บน​ที่​นอน 8 ปี​แล้ว​เพราะ​เป็น​อัมพาต 34 เปโตร​พูด​กับ​เขา​ว่า “ไอเนอัส พระ​เยซู​คริสต์​รักษา​คุณ​แล้ว+ ลุก​ขึ้น​เก็บ​ที่​นอน​เถอะ”+ เขา​ก็​ลุก​ขึ้น​ทันที 35 เมื่อ​ทุก​คน​ที่​อยู่​ใน​เมือง​ลิดดา​และ​ที่​ราบ​ชาโรน​เห็น​เขา ก็​เข้า​มา​เป็น​สาวก​ของ​ผู้​เป็น​นาย

36 ใน​เมือง​ยัฟฟา​มี​สาวก​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ทาบิธา ซึ่ง​ใน​ภาษา​กรีก​เรียก​ว่า โดร์คัส เธอ​ทำ​สิ่ง​ดี ๆ มาก​มาย​และ​ช่วยเหลือ​คน​ยาก​คน​จน 37 แต่​ใน​ช่วง​นั้น เธอ​ป่วย​แล้ว​ก็​ตาย พวก​สาวก​ใน​เมือง​นั้น​จึง​อาบ​น้ำ​ศพ​เธอ​แล้ว​วาง​ไว้​ใน​ห้อง​ชั้น​บน 38 เมือง​ยัฟฟา​อยู่​ใกล้​เมือง​ลิดดา เมื่อ​พวก​สาวก​ได้​ยิน​ว่า​เปโตร​อยู่​ใน​เมือง​ลิดดา​ก็​ใช้ 2 คน​ไป​ขอร้อง​ว่า “รีบ​มา​หา​พวก​เรา​ด้วย​เถอะ” 39 เปโตร​จึง​รีบ​ไป​กับ​สอง​คน​นั้น พอ​ไป​ถึง​แล้ว​พวก​เขา​ก็​พา​เปโตร​ขึ้น​ไป​ใน​ห้อง​ชั้น​บน พวก​แม่​ม่าย​เข้า​มา​หา​เขา​และ​ร้องไห้ แล้ว​ให้​เปโตร​ดู​เสื้อ​ผ้า​มาก​มาย​ที่​โดร์คัส​ทำ​ให้​พวก​เธอ​ตอน​ที่​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่ 40 เปโตร​ให้​ทุก​คน​ออก​ไป​ก่อน+แล้ว​คุกเข่า​ลง​อธิษฐาน และ​เมื่อ​หัน​มา​ทาง​ศพ​นั้น เปโตร​พูด​ว่า “ทาบิธา ลุก​ขึ้น​มา​เถอะ” เธอ​ก็​ลืม​ตา พอ​เห็น​เปโตร​เธอ​ก็​ลุก​ขึ้น​นั่ง+ 41 เปโตร​ยื่น​มือ​พยุง​เธอ​ให้​ลุก​ขึ้น​ยืน แล้ว​เรียก​พวก​สาวก*กับ​พวก​แม่​ม่าย​เข้า​มา​และ​ให้​พวก​เขา​เห็น​ว่า​เธอ​ฟื้น​ขึ้น​มา​มี​ชีวิต​แล้ว+ 42 เรื่อง​นี้​ก็​รู้​กัน​ไป​ทั่ว​เมือง​ยัฟฟา และ​มี​หลาย​คน​เข้า​มา​เป็น​สาวก​ของ​ผู้​เป็น​นาย+ 43 เปโตร​พัก​อยู่​ใน​เมือง​ยัฟฟา​หลาย​วัน​ที่​บ้าน​ของ​ซีโมน​ช่าง​ฟอก​หนัง+

10 ใน​เมือง​ซีซารียา​มี​ผู้​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​โคร์เนลิอัส​เป็น​นาย​ร้อย​ใน​กอง​ทหาร​ที่​เรียก​กัน​ว่า หน่วย​อิตาลี 2 เขา​กับ​ทุก​คน​ใน​บ้าน​เลื่อมใส​และ​เกรง​กลัว​พระเจ้า เขา​ช่วยเหลือ​คน​จน​มาก​มาย​และ​อธิษฐาน​อ้อน​วอน​พระเจ้า​เสมอ 3 วัน​หนึ่ง​ตอน​ประมาณ​บ่าย 3 โมง+ เขา​เห็น​นิมิต ใน​นิมิต​นั้น​เขา​เห็น​ชัด​ว่า​มี​ทูตสวรรค์​ของ​พระเจ้า​มา​หา​เขา และ​พูด​กับ​เขา​ว่า “โคร์เนลิอัส” 4 เมื่อ​มอง​ที่​ทูตสวรรค์​นั้น เขา​ก็​กลัว​และ​พูด​ว่า “นาย​ท่าน มี​อะไร​ครับ?” ทูตสวรรค์​ตอบ​ว่า “พระเจ้า​ฟัง​คำ​อธิษฐาน​ของ​คุณ​แล้ว​และ​พระองค์​พอ​ใจ​ที่​เห็น​คุณ​ช่วยเหลือ​คน​ยาก​คน​จน+ 5 ตอน​นี้ ให้​คุณ​ใช้​คน​ไป​ที่​เมือง​ยัฟฟา​แล้ว​เชิญ​คน​ที่​ชื่อ​ซีโมน​มา เขา​มี​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ว่า​เปโตร 6 เขา​พัก​อยู่​กับ​คน​ชื่อ​ซีโมน​ที่​เป็น​ช่าง​ฟอก​หนัง​ซึ่ง​มี​บ้าน​อยู่​ริม​ทะเล” 7 พอ​ทูตสวรรค์​ไป​แล้ว โคร์เนลิอัส​ก็​เรียก​คน​รับใช้​สอง​คน​กับ​ทหาร​คน​สนิท​คน​หนึ่ง​ที่​เลื่อมใส​พระเจ้า​เข้า​มา​หา 8 และ​เล่า​เรื่อง​ทั้ง​หมด​ให้​ฟัง แล้ว​ใช้​พวก​เขา​ไป​เมือง​ยัฟฟา

9 วัน​ต่อ​มา เมื่อ​พวก​เขา​กำลัง​เดิน​ทาง​ใกล้​จะ​ถึง​เมือง​ยัฟฟา ตอน​ประมาณ​เที่ยง​วัน เปโตร​ขึ้น​ไป​อธิษฐาน​บน​ดาดฟ้า 10 เขา​หิว​มาก ตอน​ที่​คน​ใน​บ้าน​เตรียม​อาหาร​กัน​อยู่ เปโตร​ก็​เคลิ้ม​ไป+ 11 แล้ว​เขา​เห็น​ท้องฟ้า​เปิด​ออก มี​อะไร​บาง​อย่าง*ดู​เหมือน​ผ้า​ลินิน​ผืน​ใหญ่​ที่​กาง​ไว้​ทั้ง​สี่​มุม​ค่อย ๆ หย่อน​ลง​มา​บน​โลก 12 ใน​ผ้า​ผืน​นั้น​มี​สัตว์​ทุก​ชนิด​ใน​โลก ทั้ง​สัตว์​สี่​เท้า สัตว์​เลื้อยคลาน และ​นก​ด้วย 13 แล้ว​มี​เสียง​พูด​ว่า “เปโตร ลุก​ขึ้น​มา​ฆ่า​สัตว์​พวก​นี้​กิน​สิ” 14 แต่​เปโตร​บอก​ว่า “ไม่​ได้​หรอก​ครับ​นาย​ท่าน ผม​ไม่​เคย​กิน​ของ​ที่​ต้อง​ห้าม​และ​ไม่​สะอาด​ตาม​กฎหมาย​เลย”+ 15 เสียง​นั้น​บอก​เขา​อีก​ครั้ง​ว่า “สิ่ง​ที่​พระเจ้า​ทำ​ให้​สะอาด​แล้ว อย่า​ถือ​ว่า​ไม่​สะอาด​อีก​เลย” 16 เสียง​นั้น​บอก​เหมือน​เดิม​อีก​เป็น​ครั้ง​ที่​สาม แล้ว​ผ้า*นั้น​ก็​ถูก​ดึง​ขึ้น​ไป​ใน​ท้องฟ้า​ทันที

17 ตอน​ที่​เปโตร​ยัง​งง​และ​สงสัย​อยู่​ว่า​นิมิต​ที่​เห็น​นั้น​หมาย​ความ​ว่า​อะไร คน​ที่​โคร์เนลิอัส​ใช้​มา​ก็​ถาม​หา​บ้าน​ของ​ซีโมน​และ​มา​ยืน​อยู่​ตรง​หน้า​ประตู​บ้าน​พอ​ดี+ 18 พวก​เขา​ตะโกน​ถาม​ว่า​ซีโมน​ที่​มี​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ว่า​เปโตร​พัก​อยู่​ที่​นี่​หรือ​เปล่า 19 ตอน​ที่​เปโตร​ยัง​คิด​ถึง​เรื่อง​นิมิต​นั้น​อยู่ พลัง​ของ​พระเจ้า+ก็​พูด​กับ​เขา​ว่า “เปโตร มี​ผู้​ชาย 3 คน​มา​ตาม​หา​คุณ​แน่ะ 20 ลง​ไป​ข้าง​ล่าง​และ​ไป​กับ​พวก​เขา​เถอะ อย่า​สงสัย​เลย เพราะ​เรา​ใช้​พวก​เขา​มา” 21 เปโตร​จึง​ลง​ไป​หา​พวก​เขา​และ​พูด​ว่า “ผม​เอง​คือ​คน​ที่​พวก​คุณ​ตาม​หา มี​ธุระ​อะไร​หรือ?” 22 พวก​เขา​ตอบ​ว่า “นาย​ร้อย​โคร์เนลิอัส+ใช้​พวก​เรา​มา​หา​คุณ​ครับ เขา​เป็น​คน​ดี​และ​เกรง​กลัว​พระเจ้า คน​ยิว​ทุก​คน​ก็​พูด​ถึง​เขา​ใน​ทาง​ที่​ดี เขา​ได้​รับ​คำ​สั่ง​จาก​พระเจ้า​ผ่าน​ทาง​ทูตสวรรค์​บริสุทธิ์​ให้​มา​เชิญ​คุณ​ไป​ที่​บ้าน​เขา​เพื่อ​จะ​ฟัง​เรื่อง​ที่​คุณ​พูด” 23 เปโตร​จึง​เชิญ​พวก​เขา​เข้า​มา​และ​ให้​พัก​อยู่​ที่​นั่น

วัน​ต่อ​มา เปโตร​เดิน​ทาง​ไป​กับ​พวก​เขา พี่​น้อง​บาง​คน​จาก​เมือง​ยัฟฟา​ก็​ไป​ด้วย 24 เปโตร​ไป​ถึง​เมือง​ซีซารียา​ใน​วัน​รุ่ง​ขึ้น โคร์เนลิอัส​กำลัง​คอย​พวก​เขา​อยู่ เขา​เรียก​ญาติ ๆ กับ​เพื่อน​สนิท​มา​อยู่​พร้อม​หน้า​กัน​ด้วย 25 พอ​โคร์เนลิอัส​เห็น​เปโตร​เข้า​มา​ก็​หมอบ​ลง​แทบ​เท้า​แสดง​ความ​เคารพ 26 แต่​เปโตร​จับ​ตัว​เขา​ให้​ลุก​ขึ้น​และ​พูด​ว่า “ลุก​ขึ้น​เถอะ ผม​เป็น​คน​ธรรมดา​เหมือน​คุณ​นั่น​แหละ”+ 27 พวก​เขา​คุย​กัน​และ​เดิน​เข้า​ไป​ข้าง​ใน แล้ว​เปโตร​ก็​เห็น​คน​มาก​มาย​อยู่​ที่​นั่น 28 เปโตร​จึง​พูด​กับ​คน​พวก​นั้น​ว่า “พวก​คุณ​ก็​รู้​ว่า​มัน​ผิด​กฎ​ที่​คน​ยิว​จะ​ติด​ต่อ​เกี่ยว​ข้อง​กับ​คน​ต่าง​ชาติ+ แต่​พระเจ้า​ทำ​ให้​ผม​รู้​แล้ว​ว่า​ไม่​ควร​ถือ​ว่า​คน​อื่น​ไม่​สะอาด​ไม่​ว่า​เขา​จะ​เป็น​ใคร​ก็​ตาม+ 29 เพราะ​อย่าง​นี้ พอ​มี​คน​ไป​เชิญ ผม​เลย​ไม่​ขัดข้อง​ที่​จะ​มา​ที่​นี่ แต่​ผม​ขอ​ถาม​หน่อย​ว่า​พวก​คุณ​เชิญ​ผม​มา​ทำไม?”

30 โคร์เนลิอัส​จึง​บอก​ว่า “เมื่อ 4 วัน​ก่อน ประมาณ​บ่าย 3 โมง​เวลา​เดียว​กัน​นี้ ผม​กำลัง​อธิษฐาน​อยู่​ใน​บ้าน อยู่​ดี ๆ ก็​มี​คน​หนึ่ง​สวม​เสื้อ​ที่​สว่าง​เจิดจ้า​มา​ยืน​อยู่​ตรง​หน้า​ผม 31 และ​พูด​ว่า ‘โคร์เนลิอัส พระเจ้า​ฟัง​คำ​อธิษฐาน​ของ​คุณ​และ​นึก​ถึง​สิ่ง​ที่​คุณ​ทำ​เพื่อ​ช่วยเหลือ​คน​ยาก​คน​จน+ 32 ให้​คุณ​ใช้​คน​ไป​ที่​เมือง​ยัฟฟา​แล้ว​เชิญ​คน​ที่​ชื่อ​ซีโมน​มา เขา​มี​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ว่า​เปโตร เขา​พัก​อยู่​ใน​บ้าน​ซีโมน​ช่าง​ฟอก​หนัง​ซึ่ง​อยู่​ริม​ทะเล’+ 33 ผม​จึง​ใช้​คน​ไป​เชิญ​คุณ​ทันที ขอบคุณ​มาก​ที่​คุณ​มา ตอน​นี้ พวก​ผม​อยู่​พร้อม​กัน​ต่อ​หน้า​พระเจ้า​แล้ว​เพื่อ​จะ​ฟัง​สิ่ง​ที่​พระ​ยะโฮวา​สั่ง​ให้​คุณ​พูด”

34 เปโตร​จึง​เริ่ม​พูด​ว่า “ตอน​นี้​ผม​เข้าใจ​จริง ๆ แล้ว​ว่า​พระเจ้า​ไม่​ลำเอียง+ 35 พระองค์​ยอม​รับ​ทุก​คน​ที่​เกรง​กลัว​พระองค์​และ​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูก​ต้อง ไม่​ว่า​เขา​จะ​เป็น​คน​ชาติ​ไหน​ก็​ตาม+ 36 พระองค์​ส่ง​ข่าว​ไป​ถึง​ชาว​อิสราเอล เป็น​ข่าว​ดี​ที่​ว่า​คน​เรา​จะ​มี​สันติ​สุข​กับ​พระเจ้า+ได้​โดย​ทาง​พระ​เยซู​คริสต์ ท่าน​ผู้​นี้​แหละ​เป็น​นาย​ของ​ทุก​คน+ 37 พวก​คุณ​ก็​รู้​เรื่อง​ที่​ผู้​คน​ลือ​กัน​ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย ซึ่ง​เริ่ม​พูด​กัน​ตั้ง​แต่​แคว้น​กาลิลี+หลัง​จาก​ยอห์น​ได้​ประกาศ​เรื่อง​บัพติศมา+ 38 คือ​เรื่อง​พระ​เยซู​ชาว​นาซาเร็ธ​ที่​พระเจ้า​ได้​เจิม​ไว้​ด้วย​พลัง​บริสุทธิ์+และ​ให้​อำนาจ​แก่​ท่าน พระ​เยซู​เดิน​ทาง​ไป​ทั่ว​ทุก​แห่ง​เพื่อ​ทำ​สิ่ง​ดี ๆ และ​รักษา​คน​ที่​ต้อง​ทน​ทุกข์​เพราะ​ถูก​มาร​ครอบ​งำ+ ที่​พระ​เยซู​ทำ​อย่าง​นี้​ได้​ก็​เพราะ​พระเจ้า​อยู่​กับ​ท่าน+ 39 พวก​เรา​เป็น​พยาน​รู้​เห็น​ทุก​อย่าง​ที่​พระ​เยซู​ทำ​ใน​ที่​ที่​ชาว​ยิว​อยู่​และ​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม แต่​พวก​เขา​ได้​ฆ่า​ท่าน​โดย​แขวน​ไว้​บน​เสา+ 40 พระเจ้า​ปลุก​พระ​เยซู​ผู้​นี้​ให้​ฟื้น​ขึ้น​มา​ใน​วัน​ที่​สาม+ และ​ให้​ท่าน​ปรากฏ​ตัว​ให้​คน​เห็น 41 ไม่​ใช่​กับ​ทุก​คน แต่​กับ​พยาน​มาก​มาย​ที่​พระเจ้า​แต่ง​ตั้ง​ไว้​ก่อน​แล้ว คือ​พวก​ผม​เอง​ที่​ได้​กิน​และ​ดื่ม​กับ​ท่าน​ตอน​ที่​ท่าน​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​แล้ว+ 42 พระ​เยซู​สั่ง​พวก​ผม​ให้​ประกาศ​กับ​ผู้​คน​และ​เป็น​พยาน​ยืน​ยัน​ให้​รู้​ทั่ว​กัน​ว่า+ ท่าน​เป็น​ผู้​ที่​พระเจ้า​แต่ง​ตั้ง​ให้​พิพากษา​ทั้ง​คน​เป็น​และ​คน​ตาย+ 43 ผู้​พยากรณ์​ทุก​คน​พูด​ถึง​พระ​เยซู​ว่า+ คน​ที่​แสดง​ความ​เชื่อ​ใน​พระ​เยซู​จะ​ได้​รับ​การ​อภัย​บาป​โดย​อาศัย​ชื่อ​ของ​ท่าน”+

44 ตอน​ที่​เปโตร​กำลัง​พูด​เรื่อง​นี้​อยู่ ทุก​คน​ที่​ฟัง​คำ​สอน​นั้น​ก็​ได้​รับ​พลัง​บริสุทธิ์+ 45 คน​ที่​มี​ความ​เชื่อ​ที่​มา​กับ​เปโตร​ซึ่ง​เป็น​คน​ที่​เข้า​สุหนัต​แล้ว​ก็​ตกตะลึง​ที่​เห็น​ว่า​พระเจ้า​ให้*พลัง​บริสุทธิ์*กับ​คน​ต่าง​ชาติ​ด้วย 46 เพราะ​พวก​เขา​ได้​ยิน​คน​พวก​นั้น​พูด​ภาษา​ต่าง ๆ และ​ยกย่อง​พระเจ้า+ แล้ว​เปโตร​ก็​พูด​ว่า 47 “ใคร​จะ​ห้าม​พวก​เขา​ไม่​ให้​รับ​บัพติศมา​ใน​น้ำ​ได้​ล่ะ+ เพราะ​พวก​เขา​ได้​รับ​พลัง​บริสุทธิ์​เหมือน​พวก​เรา​ด้วย” 48 เปโตร​จึง​บอก​ให้​พวก​เขา​รับ​บัพติศมา​ใน​นาม​พระ​เยซู​คริสต์+ แล้ว​พวก​เขา​ก็​ขอ​ให้​เปโตร​อยู่​ที่​นั่น​ต่อ​ไป​อีก​พัก​หนึ่ง

11 พวก​อัครสาวก​กับ​พี่​น้อง​ที่​อยู่​ใน​แคว้น​ยูเดีย​ได้​ยิน​ว่า​คน​ต่าง​ชาติ​ยอม​รับ​คำ​สอน​ของ​พระเจ้า​ด้วย 2 พอ​เปโตร​มา​ถึง​กรุง​เยรูซาเล็ม พวก​ที่​สนับสนุน​การ​เข้า​สุหนัต+ก็​มา​ต่อ​ว่า​เขา* 3 และ​บอก​ว่า “คุณ​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​คน​ที่​ไม่​ได้​เข้า​สุหนัต​และ​กิน​อาหาร​กับ​คน​พวก​นั้น​ได้​ยัง​ไง​กัน” 4 เปโตร​จึง​อธิบาย​เรื่อง​ทั้ง​หมด​ให้​พวก​เขา​ฟัง​ว่า

5 “ตอน​ที่​ผม​กำลัง​อธิษฐาน​อยู่​ใน​เมือง​ยัฟฟา ผม​ก็​เคลิ้ม​ไป​และ​เห็น​นิมิต ผม​เห็น​อะไร​บาง​อย่าง*เหมือน​ผ้า​ลินิน​ผืน​ใหญ่​ที่​กาง​ไว้​ทั้ง​สี่​มุม​ค่อย ๆ หย่อน​จาก​ฟ้า​ลง​มา​หา​ผม+ 6 พอ​ผม​มอง​ดู​ใน​นั้น ก็​เห็น​สัตว์​ทุก​ชนิด​ใน​โลก ทั้ง​สัตว์​สี่​เท้า สัตว์​ป่า สัตว์​เลื้อยคลาน และ​นก​ด้วย 7 แล้ว​ผม​ก็​ได้​ยิน​เสียง​พูด​ว่า ‘เปโตร ลุก​ขึ้น​มา​ฆ่า​สัตว์​พวก​นี้​กิน​สิ’ 8 แต่​ผม​บอก​ว่า ‘ไม่​ได้​หรอก​ครับ นาย​ท่าน ผม​ไม่​เคย​เอา​ของ​ที่​ต้อง​ห้าม​และ​ไม่​สะอาด​ตาม​กฎหมาย​เข้า​ปาก​เลย’ 9 เสียง​นั้น​บอก​จาก​ฟ้า​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง​ว่า ‘สิ่ง​ที่​พระเจ้า​ทำ​ให้​สะอาด​แล้ว อย่า​ถือ​ว่า​ไม่​สะอาด​อีก​เลย’ 10 เสียง​นั้น​บอก​เหมือน​เดิม​อีก​เป็น​ครั้ง​ที่​สาม แล้ว​ของ​ทุก​อย่าง​ก็​ถูก​ดึง​กลับ​ขึ้น​ไป​ใน​ท้องฟ้า 11 ใน​ตอน​นั้น​เอง มี​ผู้​ชาย 3 คน​มา​ยืน​ตรง​หน้า​บ้าน​ที่​พวก​ผม​พัก​อยู่ พวก​เขา​ถูก​ใช้​มา​จาก​เมือง​ซีซารียา​ให้​มา​หา​ผม+ 12 แล้ว​พลัง​ของ​พระเจ้า​ก็​สั่ง​ผม​ให้​ไป​กับ​พวก​เขา​โดย​ไม่​ต้อง​ลังเล พี่​น้อง 6 คน​นี้​ไป​กับ​ผม​ด้วย แล้ว​พวก​เรา​ก็​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​ผู้​ชาย​คน​นั้น

13 “ผู้​ชาย​คน​นั้น​เล่า​ให้​พวก​เรา​ฟัง​ว่า​เขา​เห็น​ทูตสวรรค์​ยืน​อยู่​ใน​บ้าน​เขา​และ​บอก​เขา​ว่า ‘ให้​คุณ​ใช้​คน​ไป​ที่​เมือง​ยัฟฟา​แล้ว​เชิญ​คน​ที่​ชื่อ​ซีโมน​มา เขา​มี​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ว่า​เปโตร+ 14 เขา​จะ​บอก​คุณ​ให้​รู้​ว่า​คุณ​กับ​ทุก​คน​ใน​บ้าน​ต้อง​ทำ​อะไร​เพื่อ​จะ​รอด’ 15 แต่​ผม​พูด​ยัง​ไม่​ทัน​จบ พวก​เขา​ก็​ได้​รับ​พลัง​บริสุทธิ์​เหมือน​ที่​พวก​เรา​ได้​รับ​ตอน​แรก​นั้น+ 16 ทำ​ให้​ผม​คิด​ถึง​สิ่ง​ที่​ผู้​เป็น​นาย​เคย​พูด​ว่า ‘ยอห์น​ให้​บัพติศมา​ด้วย​น้ำ+ แต่​พวก​คุณ​จะ​ได้​รับ​บัพติศมา​ด้วย​พลัง​บริสุทธิ์’+ 17 ถ้า​พระเจ้า​ให้​ของ​ขวัญ​พวก​เขา​เหมือน​กับ​ที่​ให้​พวก​เรา​ซึ่ง​เชื่อ​ใน​พระ​เยซู​คริสต์​ผู้​เป็น​นาย​ละ​ก็ ผม​เป็น​ใคร​ล่ะ​ที่​จะ​ไป​ขัด​ขวาง​พระเจ้า*ได้?”+

18 เมื่อ​คน​พวก​นั้น​ได้​ยิน​จึง​เลิก​โต้​แย้ง*แล้ว​ยกย่อง​สรรเสริญ​พระเจ้า​และ​พูด​ว่า “อย่าง​นี้​ก็​แสดง​ว่า​พระเจ้า​ให้​โอกาส​คน​ต่าง​ชาติ​กลับ​ใจ​เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้​ชีวิต​ด้วย”+

19 สาวก​ที่​กระจัด​กระจาย​ไป+ใน​ช่วง​ที่​มี​การ​ข่มเหง​หลัง​จาก​ที่​สเทเฟน​ถูก​ฆ่า ก็​เดิน​ทาง​ไป​ไกล​ถึง​ฟีนิเซีย+ เกาะ​ไซปรัส และ​เมือง​อันทิโอก พวก​เขา​ประกาศ​กับ​คน​ยิว​เท่า​นั้น+ 20 แต่​ใน​เมือง​อันทิโอก​นั้น มี​สาวก​บาง​คน​ใน​กลุ่ม​นั้น​ได้​เริ่ม​พูด​คุย​กับ​ผู้​คน​ที่​พูด​ภาษา​กรีก​และ​ประกาศ​ข่าว​ดี​เรื่อง​พระ​เยซู​ผู้​เป็น​นาย สาวก​พวก​นี้​มา​จาก​เกาะ​ไซปรัส​และ​เมือง​ไซรีน 21 พระ​ยะโฮวา​อยู่​กับ​พวก​เขา ทำ​ให้​คน​มาก​มาย​เข้า​มา​เชื่อ​และ​เป็น​สาวก​ของ​ผู้​เป็น​นาย+

22 ประชาคม​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม​ได้​ยิน​เรื่อง​พวก​เขา จึง​ส่ง​บาร์นาบัส+ไป​เมือง​อันทิโอก 23 เมื่อ​บาร์นาบัส​ไป​ถึง​และ​เห็น​ว่า​พระเจ้า​แสดง​ความ​กรุณา​ที่​ยิ่ง​ใหญ่​ขนาด​ไหน​ก็​ดีใจ​มาก แล้ว​เขา​ก็​ให้​กำลังใจ​ทุก​คน และ​บอก​พวก​เขา​ให้​ภักดี​ต่อ​ผู้​เป็น​นาย​อย่าง​สุด​หัวใจ​ต่อ ๆ ไป+ 24 บาร์นาบัส​เป็น​คน​ดี มี​ความ​เชื่อ​เข้มแข็ง​และ​เต็ม​ไป​ด้วย​พลัง​บริสุทธิ์ สิ่ง​นี้​ทำ​ให้​คน​เข้า​มา​เชื่อ​ผู้​เป็น​นาย​เพิ่ม​ขึ้น​อีก​มาก+ 25 แล้ว​บาร์นาบัส​ก็​ไป​เมือง​ทาร์ซัส​เพื่อ​ตาม​หา​เซาโล+ 26 พอ​เจอ​แล้ว​ก็​พา​ไป​ที่​เมือง​อันทิโอก ทั้ง​สอง​คน​ประชุม​กับ​ประชาคม​ที่​นั่น 1 ปี​เต็ม​และ​สอน​คน​มาก​มาย และ​ที่​เมือง​อันทิโอก​นี่​เอง​ที่​สาวก​ได้​ชื่อ​ว่า​คริสเตียน​เป็น​ครั้ง​แรก​ตาม​การ​ชี้​นำ​จาก​พระเจ้า+

27 ใน​ช่วง​นั้น​มี​ผู้​พยากรณ์​บาง​คน+เดิน​ทาง​จาก​กรุง​เยรูซาเล็ม​ไป​เมือง​อันทิโอก 28 คน​หนึ่ง​ใน​พวก​นั้น​ชื่อ​อากาบุส+ พลัง​ของ​พระเจ้า​ดล​ใจ​ให้​เขา​พยากรณ์​ว่า​จะ​เกิด​การ​ขาด​แคลน​อาหาร​ทั่ว​โลก+ ซึ่ง​ก็​เกิด​ขึ้น​จริง​ใน​ช่วง​ที่​คลาวดิอัส​ปกครอง+ 29 พวก​สาวก​จึง​ตก​ลง​กัน​ว่า​จะ​ส่ง​ความ​ช่วยเหลือ+ไป​ให้​พี่​น้อง​ที่​อยู่​ใน​แคว้น​ยูเดีย​ตาม​ที่​แต่​ละ​คน​จะ​ให้​ได้+ 30 แล้ว​พวก​เขา​ก็​ทำ​ตาม​ที่​ตก​ลง​กัน และ​ฝาก​สิ่ง​ของ​ต่าง ๆ กับ​บาร์นาบัส​และ​เซาโล​เพื่อ​เอา​ไป​ให้​พวก​ผู้​ดู​แล​ที่​นั่น+

12 ตอน​นั้น​กษัตริย์​เฮโรด​เริ่ม​ทำ​ร้าย​บาง​คน​ใน​ประชาคม+ 2 เขา​ประหาร​ยากอบ​ที่​เป็น​พี่​น้อง​กับ​ยอห์น+ด้วย​ดาบ+ 3 เมื่อ​เห็น​ว่า​พวก​ยิว​ชอบ​ใจ เขา​ก็​เลย​จับ​เปโตร​ด้วย (ตอน​นั้น​เป็น​ช่วง​เทศกาล​ขนมปัง​ไม่​ใส่​เชื้อ)+ 4 เมื่อ​จับ​เปโตร​ได้​แล้ว​ก็​เอา​ขัง​คุก​ไว้+ ให้​มี​ทหาร​คุม​วัน​ละ 4 ผลัด ผลัด​ละ 4 คน และ​ตั้งใจ​ว่า​หลัง​เทศกาล​ปัสกา​จะ​เอา​ตัว​ออก​มา​ตัดสิน​ต่อ​หน้า​ประชาชน+ 5 เปโตร​จึง​ต้อง​อยู่​ใน​คุก และ​ประชาคม​ก็​อธิษฐาน​ต่อ​พระเจ้า​เพื่อ​เปโตร​อย่าง​จริงจัง+

6 ใน​คืน​ก่อน​ที่​เฮโรด​จะ​เอา​ตัว​เปโตร​ออก​มา​ตัดสิน​ต่อ​หน้า​ประชาชน​นั้น เปโตร​กำลัง​นอน​หลับ​อยู่ มี​โซ่ 2 เส้น​ล่าม​ไว้​กับ​ทหาร​ข้าง​ละ​คน และ​มี​ยาม​เฝ้า​อยู่​หน้า​ประตู​ห้อง​ขัง 7 ทันใด​นั้น​ก็​มี​ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา​มา​ยืน​อยู่​ตรง​นั้น+ และ​มี​แสง​สว่าง​จ้า​ไป​ทั่ว​ห้อง​ขัง ทูตสวรรค์​องค์​นั้น​สะกิด​สีข้าง​เปโตร​ให้​ตื่น​ขึ้น และ​บอก​ว่า “รีบ​ลุก​ขึ้น​เร็ว” โซ่​ก็​หลุด​จาก​มือ​เปโตร+ 8 ทูตสวรรค์​บอก​เปโตร​ว่า “แต่ง​ตัว*และ​ใส่​รอง​เท้า​สิ” เปโตร​ก็​ทำ​ตาม แล้ว​ทูตสวรรค์​บอก​ว่า “ใส่​เสื้อ​ชั้น​นอก​แล้ว​ตาม​ผม​มา​เร็ว” 9 เปโตร​ก็​ตาม​ทูตสวรรค์​ออก​ไป แต่​เขา​ไม่​รู้​ว่า​เหตุ​การณ์​ที่​เกิด​อยู่​นั้น​เป็น​เรื่อง​จริง คิด​ว่า​กำลัง​เห็น​นิมิต 10 พอ​ผ่าน​ทหาร​ยาม​ชั้น​ที่​หนึ่ง​และ​ชั้น​ที่​สอง​แล้ว​ก็​มา​ถึง​ประตู​เหล็ก​ที่​เป็น​ทาง​เข้า​ไป​ใน​เมือง ประตู​นั้น​ก็​เปิด​เอง+ เมื่อ​ออก​ไป​แล้ว​ทั้ง​สอง​ไป​ที่​ถนน​สาย​หนึ่ง แล้ว​จู่ ๆ ทูตสวรรค์​ก็​หาย​ตัว​ไป 11 พอ​เปโตร​รู้สึก​ตัว​ก็​พูด​ว่า “ตอน​นี้​ผม​รู้​แล้ว​ว่า​พระ​ยะโฮวา​ใช้​ทูตสวรรค์​ของ​พระองค์​มา​ช่วย​ผม​ให้​พ้น​จาก​เงื้อม​มือ​เฮโรด​และ​จาก​ทุก​สิ่ง​ที่​พวก​ยิว​อยาก​ให้​เกิด​ขึ้น​กับ​ผม”+

12 เมื่อ​เปโตร​คิด​ถึง​เรื่อง​ที่​เกิด​ขึ้น​แล้ว​ก็​ไป​ที่​บ้าน​มารีย์​แม่​ของ​ยอห์น​ที่​มี​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ว่า​มาระโก+ มี​หลาย​คน​มา​รวม​ตัว​กัน​และ​อธิษฐาน​อยู่​ที่​นั่น 13 เปโตร​มา​เคาะ​ประตู​รั้ว สาว​ใช้​ชื่อ​โรดา​ก็​มา​ที่​ประตู 14 เมื่อ​จำ​ได้​ว่า​เป็น​เสียง​เปโตร เธอ​ก็​ดีใจ​มาก​จน​ลืม​เปิด​ประตู​ให้ แต่​กลับ​วิ่ง​เข้า​ไป​บอก​คน​ใน​บ้าน​ว่า​เปโตร​ยืน​อยู่​หน้า​ประตู​รั้ว 15 คน​ใน​บ้าน​พูด​กับ​โรดา​ว่า “เธอ​เพี้ยน​หรือ​เปล่า?” แต่​เธอ​ยืน​ยัน​ว่า​เป็น​เปโตร​แน่ ๆ พวก​เขา​จึง​บอก​ว่า “คง​เป็น​ทูตสวรรค์​ประจำ​ตัว​เปโตร​ล่ะ​มั้ง” 16 เปโตร​ยัง​ยืน​เคาะ​ประตู​อยู่​จน​เมื่อ​พวก​เขา​มา​เปิด​ประตู​และ​เห็น​เปโตร ก็​แปลก​ใจ​กัน​ใหญ่ 17 เปโตร​โบก​มือ​บอก​ให้​พวก​เขา​เงียบ ๆ แล้ว​เล่า​ให้​ฟัง​อย่าง​ละเอียด​ว่า​พระ​ยะโฮวา​ช่วย​เขา​ออก​จาก​คุก​มา​ได้​อย่าง​ไร และ​พูด​ว่า “ไป​บอก​เรื่อง​นี้​ให้​ยากอบ+กับ​พวก​พี่​น้อง​รู้​ด้วย​นะ” แล้ว​เปโตร​ก็​เดิน​ทาง​ไป​ที่​อื่น

18 พอ​รุ่ง​เช้า เกิด​ความ​ชุลมุน​วุ่นวาย​กัน​ใหญ่​ใน​พวก​ทหาร พวก​เขา​สงสัย​กัน​ว่า​เปโตร​หาย​ไป​ไหน 19 เฮโรด​พยายาม​ค้น​หา​เปโตร​แต่​ไม่​เจอ จึง​สอบสวน​พวก​ทหาร​ยาม​แล้ว​สั่ง​ให้​เอา​ตัว​ไป​ลง​โทษ+ แล้ว​เฮโรด​ก็​ออก​จาก​แคว้น​ยูเดีย​ไป​อยู่​ที่​เมือง​ซีซารียา​ช่วง​หนึ่ง

20 ตอน​นั้น​เฮโรด​กำลัง​โกรธ​ชาว​เมือง​ไทระ​และ​ไซดอน คน​จาก​สอง​เมือง​นั้น​จึง​พา​กัน​มา​หา​เฮโรด เมื่อ​พวก​เขา​เกลี้ยกล่อม​บลัสทุส​ซึ่ง​เป็น​ผู้​ดู​แล​วัง​แล้ว ก็​ไป​ขอ​คืน​ดี​กับ​เฮโรด เพราะ​เมือง​ของ​พวก​เขา​ต้อง​พึ่ง​อาหาร​จาก​ดินแดน​ของ​กษัตริย์​เฮโรด 21 พอ​ถึง​วัน​สำคัญ เฮโรด​แต่ง​ชุด​กษัตริย์​เต็ม​ยศ​นั่ง​บน​บัลลังก์​พิพากษา​แล้ว​พูด​ปราศรัย​ต่อ​ประชาชน 22 คน​ที่​มา​ชุมนุม​กัน​ก็​ร้อง​ตะโกน​ว่า “นี่​เป็น​เสียง​พระเจ้า ไม่​ใช่​เสียง​มนุษย์” 23 ทันใด​นั้น​เอง ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา​ก็​ลง​โทษ​เฮโรด​เพราะ​เขา​ไม่​ได้​ให้​เกียรติ​พระเจ้า เขา​จึง​ล้ม​ป่วย​และ​ถูก​หนอน​กัด​กิน​จน​ตาย

24 คำ​สอน​ของ​พระ​ยะโฮวา​แพร่​ออก​ไป​และ​คน​ก็​เข้า​มา​เชื่อ​มาก​ขึ้น​เรื่อย ๆ +

25 เมื่อ​บาร์นาบัส+กับ​เซาโล​ทำ​งาน​ช่วยเหลือ​พี่​น้อง​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม+เสร็จ​เรียบร้อย​แล้ว​ก็​กลับ​ไป แล้ว​พา​ยอห์น+ที่​มี​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ว่า​มาระโก​ไป​ด้วย

13 ตอน​นั้น​ใน​ประชาคม​ที่​เมือง​อันทิโอก​มี​บาง​คน​เป็น​ผู้​พยากรณ์​และ​ผู้​สอน+ คือ บาร์นาบัส+ ซีเมโอน​ซึ่ง​มี​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ว่า​นิเกอร์ ลูสิอัส​ชาว​ไซรีน มานา​เอน​ซึ่ง​เป็น​เพื่อน​สมัย​เรียน​ของ​เฮโรด+ผู้​ปกครอง​แคว้น และ​เซาโล 2 ตอน​ที่​พวก​เขา​รับใช้​พระ​ยะโฮวา​และ​อด​อาหาร​อยู่ พลัง​บริสุทธิ์​มา​บอก​พวก​เขา​ว่า “ให้​แต่ง​ตั้ง​บาร์นาบัส​กับ​เซาโล+ไว้​เพื่อ​ทำ​งาน​ที่​เรา​ได้​เลือก​พวก​เขา​ให้​ทำ”+ 3 เมื่อ​พวก​เขา​อด​อาหาร​และ​อธิษฐาน​กัน​แล้ว​ก็​วาง​มือ​บน​บาร์นาบัส​กับ​เซาโล แล้ว​ส่ง​เขา​สอง​คน​ไป

4 เมื่อ​ได้​รับ​การ​ชี้​นำ​จาก​พลัง​บริสุทธิ์​แล้ว บาร์นาบัส​กับ​เซาโล​ก็​ไป​ที่​เมือง​เซลูเคีย แล้ว​ลง​เรือ​จาก​ที่​นั่น​ต่อ​ไป​ที่​เกาะ​ไซปรัส 5 พอ​ทั้ง​สอง​คน​มา​ถึง​เมือง​ซาลามิส​แล้ว ก็​ประกาศ​คำ​สอน​ของ​พระเจ้า​ตาม​ที่​ประชุม​ของ​ชาว​ยิว ยอห์น​ก็​ติด​ตาม​พวก​เขา​ไป​ด้วย​ใน​ฐานะ​ผู้​ช่วย+

6 พอ​พวก​เขา​เดิน​ทาง​ไป​ทั่ว​เกาะ​จน​มา​ถึง​เมือง​ปาโฟส ก็​พบ​คน​ยิว​คน​หนึ่ง​เป็น​พ่อมด​และ​เป็น​ผู้​พยากรณ์​เท็จ​ชื่อ​บาร์เยซู 7 เขา​อยู่​กับ​ผู้​สำเร็จ​ราชการ​ที่​ชื่อ​เสอร์จีอัส​เปาลุส​ซึ่ง​เป็น​คน​ฉลาด ผู้​สำเร็จ​ราชการ​คน​นี้​อยาก​จะ​ฟัง​คำ​สอน​ของ​พระเจ้า​มาก จึง​เรียก​บาร์นาบัส​กับ​เซาโล​มา​หา 8 แต่​พ่อมด​เอลีมาส*คอย​ขัด​ขวาง (เอลีมาส​แปล​ว่า​พ่อมด) เขา​พยายาม​ไม่​ให้​ผู้​สำเร็จ​ราชการ​เชื่อ​คำ​สอน​นั้น 9 เซาโล​ซึ่ง​มี​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ว่า​เปาโล​ก็​เต็ม​ไป​ด้วย​พลัง​บริสุทธิ์ เขา​จ้อง​เอลีมาส 10 และ​พูด​ว่า “คุณ​เป็น​คน​เจ้า​เล่ห์​และ​ชั่ว​ช้า​จริง ๆ คุณ​มัน​ลูก​มาร+ และ​เป็น​ศัตรู​ของ​ทุก​สิ่ง​ที่​ถูก​ต้อง คุณ​ยัง​ไม่​เลิก​ขัด​ขวาง​แนว​ทาง​ที่​ถูก​ต้อง​ของ​พระ​ยะโฮวา​อีก​หรือ? 11 พระ​ยะโฮวา​จะ​ลง​โทษ​คุณ​ให้​ตา​บอด คุณ​จะ​ไม่​เห็น​แสง​อาทิตย์​ไป​พัก​หนึ่ง” ทันใด​นั้น เอลีมาส​ก็​รู้สึก​เหมือน​อยู่​ใน​หมอก​หนา​ทึบ และ​ตา​เขา​ก็​มืด​ไป เขา​จึง​คลำ​หา​คน​มา​ช่วย​จูง​เขา 12 เมื่อ​ผู้​สำเร็จ​ราชการ​เห็น​สิ่ง​ที่​เกิด​ขึ้น​ก็​เข้า​มา​เป็น​สาวก เพราะ​เขา​รู้สึก​ประทับใจ​คำ​สอน​ของ​พระ​ยะโฮวา

13 เปาโล​กับ​คน​ที่​มา​กับ​เขา​ลง​เรือ​จาก​เมือง​ปาโฟส​ไป​ที่​เมือง​เปอร์กา+ใน​แคว้น​ปัมฟีเลีย แต่​ยอห์น+ทิ้ง​เปาโล​กับ​บาร์นาบัส​กลับ​ไป​กรุง​เยรูซาเล็ม+ 14 ส่วน​เปาโล​กับ​บาร์นาบัส​เดิน​ทาง​ต่อ​จาก​เมือง​เปอร์กา​ไป​เมือง​อันทิโอก+ใน​แคว้น​ปิสิเดีย พอ​ถึง​วัน​สะบาโต​พวก​เขา​เข้า​ไป​นั่ง​ใน​ที่​ประชุม​ของ​ชาว​ยิว+ 15 เมื่อ​มี​การ​อ่าน​กฎหมาย​ของ​โมเสส​และ​หนังสือ​ของ​พวก​ผู้​พยากรณ์+ให้​ประชาชน​ฟัง​แล้ว พวก​หัวหน้า​ที่​ประชุม​ของ​ชาว​ยิว​ก็​บอก​เปาโล​กับ​บาร์นาบัส​ว่า “พี่​น้อง พวก​คุณ​มี​อะไร​จะ​พูด​ให้​กำลังใจ​ประชาชน​หน่อย​ไหม?” 16 เปาโล​จึง​ลุก​ขึ้น​ยืน​โบก​มือ​ให้​ทุก​คน​เงียบ​แล้ว​พูด​ว่า

“พวก​คุณ​ที่​เป็น​คน​อิสราเอล​และ​คน​ต่าง​ชาติ​ที่​เกรง​กลัว​พระเจ้า ฟัง​ผม​พูด​นะ​ครับ 17 พระเจ้า​ของ​คน​อิสราเอล​ได้​เลือก​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา​ไว้ ตอน​ที่​พวก​เขา​ยัง​เป็น​คน​ต่าง​ชาติ​อยู่​ใน​อียิปต์ พระองค์​มา​ช่วย​พวก​เขา​ให้​ออก​จาก​ประเทศ​นั้น​ด้วย​พลัง​ที่​ยิ่ง​ใหญ่+ 18 พระองค์​ทน​กับ​พวก​เขา​ใน​ที่​กันดาร​ประมาณ 40 ปี+ 19 หลัง​จาก​ที่​พระองค์​ทำลาย 7 ชาติ​ใน​แผ่นดิน​คานาอัน​แล้ว ก็​ให้​คน​อิสราเอล​ครอบครอง​แผ่นดิน​ของ​พวก​นั้น*+ 20 เหตุ​การณ์​ทั้ง​หมด​นี้​เกิด​ขึ้น​ใน​ช่วง​เวลา​ประมาณ 450 ปี

“หลัง​จาก​นั้น พระองค์​ก็​ให้​พวก​เขา​มี​ผู้​วินิจฉัย​จน​ถึง​สมัย​ของ​ผู้​พยากรณ์​ซามูเอล+ 21 แต่​พวก​เขา​ขอ​ให้​มี​กษัตริย์+ พระเจ้า​จึง​ให้​ซาอูล​ลูก​ชาย​ของ​คีช​จาก​ตระกูล​เบนยามิน+เป็น​กษัตริย์​ของ​พวก​เขา 40 ปี 22 หลัง​จาก​พระเจ้า​ปลด​ซาอูล​แล้ว ก็​ตั้ง​ดาวิด​ให้​เป็น​กษัตริย์+ พระองค์​พูด​ยืน​ยัน​เกี่ยว​กับ​ดาวิด​ว่า ‘เรา​พบ​ว่า​ดาวิด​ลูก​ชาย​ของ​เจสซี+เป็น​คน​ที่​เรา​พอ​ใจ+ เขา​จะ​ทำ​ทุก​อย่าง​ตาม​ที่​เรา​ต้องการ’ 23 และ​จาก​ลูก​หลาน​ของ​ดาวิด​นี่​แหละ พระเจ้า​ให้​ชน​ชาติ​อิสราเอล​มี​ผู้​ช่วย​ให้​รอด​ตาม​ที่​พระองค์​สัญญา​ไว้ ผู้​นั้น​ก็​คือ​พระ​เยซู+ 24 ก่อน​ที่​พระ​เยซู​จะ​มา ยอห์น​ได้​ประกาศ​ให้​ชาว​อิสราเอล​ทั้ง​หมด​รู้​ว่า​พวก​เขา​ต้อง​รับ​บัพติศมา​เพื่อ​แสดง​การ​กลับ​ใจ+ 25 ตอน​ที่​ยอห์น​ใกล้​จะ​ทำ​งาน​เสร็จ เขา​บอก​ว่า ‘พวก​คุณ​คิด​ว่า​ผม​เป็น​ใคร? ผม​ไม่​ใช่​ท่าน​ผู้​นั้น+ แต่​ท่าน​กำลัง​จะ​มา​ที​หลัง​ผม ผม​เอง​ไม่​สม​ควร​จะ​แก้​สาย​รัด​รอง​เท้า​ให้​ท่าน​ด้วย​ซ้ำ’+

26 “พี่​น้อง​ครับ พวก​คุณ​ที่​เป็น​ลูก​หลาน​อับราฮัม​และ​คน​ชาติ​อื่น​ที่​เกรง​กลัว​พระเจ้า พระองค์​ส่ง​ข่าว​เกี่ยว​กับ​ความ​รอด​นี้​มา​ถึง​พวก​เรา​แล้ว+ 27 ชาว​กรุง​เยรูซาเล็ม​กับ​ผู้​ที่​ปกครอง​พวก​เขา​ไม่​ยอม​รับ​พระ​เยซู​ผู้​นั้น แต่​เมื่อ​พวก​เขา​ตัดสิน​ลง​โทษ​ท่าน พวก​เขา​ก็​ทำ​สิ่ง​ที่​พวก​ผู้​พยากรณ์​บอก​ไว้​แล้ว+ มี​การ​อ่าน​คำ​พยากรณ์​นั้น​ทุก​วัน​สะบาโต 28 ถึง​พวก​เขา​จะ​หา​เหตุ​มา​ประหาร​ท่าน​ไม่​ได้+ แต่​พวก​เขา​ก็​กดดัน​ให้​ปีลาต​ประหาร​ท่าน​จน​ได้+ 29 เมื่อ​พวก​เขา​ทำ​ทุก​อย่าง​กับ​พระ​เยซู​เหมือน​ที่​มี​บอก​ไว้​แล้ว พวก​เขา​ก็​เอา​ศพ​ของ​ท่าน​ลง​มา​จาก​เสา​และ​วาง​ไว้​ใน​อุโมงค์​ฝัง​ศพ+ 30 แต่​พระเจ้า​ปลุก​พระ​เยซู​ให้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย+ 31 และ​ตลอด​หลาย​วัน​หลัง​จาก​นั้น พระ​เยซู​ปรากฏ​ตัว​ต่อ​สาวก​ที่​เคย​เดิน​ทาง​กับ​ท่าน​จาก​แคว้น​กาลิลี​ไป​กรุง​เยรูซาเล็ม และ​ตอน​นี้​พวก​เขา​ก็​เป็น​พยาน​ยืน​ยัน​เรื่อง​ของ​ท่าน​กับ​คน​อื่น ๆ +

32 “พวก​เรา​จึง​บอก​ให้​พวก​คุณ​รู้​ข่าว​ดี​เรื่อง​คำ​สัญญา​ที่​พระเจ้า​ได้​ให้​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​เรา 33 พระองค์​ทำ​ตาม​ที่​สัญญา​ไว้​เพื่อ​ประโยชน์​ของ​พวก​เรา​ที่​เป็น​ลูก​หลาน​โดย​การ​ปลุก​พระ​เยซู​ให้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย+ อย่าง​ที่​เขียน​ไว้​ใน​สดุดี​บท​ที่ 2 ว่า ‘ลูก​พ่อ วัน​นี้​เรา​ได้​เป็น​พ่อ​ของ​เจ้า​แล้ว’+ 34 และ​ที่​พระเจ้า​ปลุก​พระ​เยซู​ให้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​และ​ให้​ท่าน​ไม่​ต้อง​กลับ​ไป​มี​ร่าง​กาย​ที่​เน่า​เปื่อย​ได้​นั้น พระองค์​เคย​บอก​ไว้​อย่าง​นี้​ว่า ‘เรา​จะ​รัก​เจ้า​อย่าง​มั่นคง​เหมือน​กับ​ที่​เรา​สัญญา​ไว้​กับ​ดาวิด และ​คำ​สัญญา​นี้​เชื่อถือ​ได้​แน่นอน’+ 35 และ​ยัง​มี​บอก​ไว้​ใน​สดุดี​อีก​บท​หนึ่ง​ว่า ‘พระองค์​จะ​ไม่​ปล่อย​ให้​คน​ที่​ภักดี​ต่อ​พระองค์​ต้อง​เน่า​เปื่อย​ไป’+ 36 ดาวิด​ได้​รับใช้​พระเจ้า​ตอน​ที่​เขา​มี​ชีวิต​อยู่ แต่​เมื่อ​ตาย* เขา​ถูก​ฝัง​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​เขา​แล้ว​ก็​เน่า​เปื่อย​ไป+ 37 ส่วน​พระ​เยซู​ผู้​ที่​พระเจ้า​ปลุก​ให้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​นั้น​ไม่​เน่า​เปื่อย​เลย+

38 “พี่​น้อง​ครับ ผม​ขอ​ประกาศ​ให้​พวก​คุณ​รู้​ว่า โดย​ทาง​พระ​เยซู​ผู้​นี้​แหละ​ที่​พระเจ้า​จะ​อภัย​บาป​ให้​พวก​คุณ​ได้+ 39 และ​เพราะ​ท่าน​ผู้​นี้ พระเจ้า​จึง​ถือ​ว่า​ทุก​คน​ที่​มี​ความ​เชื่อ​นั้น​ไม่​มี​ความ​ผิด ซึ่ง​กฎหมาย​ของ​โมเสส+ทำ​แบบ​นี้​ไม่​ได้+ 40 ดัง​นั้น ระวัง​ให้​ดี ขอ​อย่า​ให้​สิ่ง​ที่​บอก​ไว้​ใน​หนังสือ​ของ​พวก​ผู้​พยากรณ์​เกิด​ขึ้น​กับ​พวก​คุณ​ที่​ว่า 41 ‘พวก​คน​หมิ่น​ประมาท ดู​ซะ แล้ว​ตกตะลึง​และ​ตาย​ไป เพราะ​เรา​กำลัง​ทำ​อะไร​บาง​อย่าง​ใน​สมัย​ของ​เจ้า​ที่​เจ้า​จะ​ไม่​เชื่อ ถึง​แม้​มี​คน​มา​บอก​อย่าง​ละเอียด​แล้ว​ก็​ตาม’”+

42 พอ​เปาโล​กับ​บาร์นาบัส​จะ​ออก​จาก​ที่​ประชุม​ของ​ชาว​ยิว ผู้​คน​ก็​อ้อน​วอน​เขา​สอง​คน​ให้​มา​พูด​เรื่อง​นี้​ให้​พวก​เขา​ฟัง​อีก​ใน​วัน​สะบาโต​ถัด​ไป 43 เมื่อ​จบ​การ​ประชุม​แล้ว ชาว​ยิว​กับ​คน​ที่​เปลี่ยน​มา​ถือ​ศาสนา​ยิว​หลาย​คน​ก็​ตาม​เปาโล​กับ​บาร์นาบัส​ไป ทั้ง​สอง​คน​จึง​กระตุ้น​พวก​เขา​ให้​ทำ​ตัว​คู่​ควร​ที่​จะ​ได้​รับ​ความ​กรุณา​ที่​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​พระเจ้า​ต่อ ๆ ไป+

44 พอ​ถึง​วัน​สะบาโต​ถัด​มา คน​เกือบ​ทั้ง​เมือง​มา​ชุมนุม​กัน​เพื่อ​ฟัง​คำ​สอน​ของ​พระ​ยะโฮวา 45 เมื่อ​พวก​ยิว​บาง​คน​เห็น​คน​มา​กัน​มาก​มาย​อย่าง​นี้​ก็​อิจฉา​มาก และ​โต้​แย้ง​กับ​เปาโล​โดย​ใช้​คำ​พูด​ที่​ดูหมิ่น+ 46 เปาโล​กับ​บาร์นาบัส​จึง​พูด​อย่าง​กล้า​หาญ​ว่า “พวก​เรา​ต้อง​ประกาศ​คำ​สอน​ของ​พระเจ้า​ให้​พวก​คุณ​ฟัง​ก่อน+ แต่​ใน​เมื่อ​พวก​คุณ​ไม่​ยอม​ฟัง​และ​ไม่​ทำ​ตัว​ให้​คู่​ควร​กับ​ชีวิต​ตลอด​ไป พวก​เรา​ก็​จะ​ไป​ประกาศ​กับ​คน​ต่าง​ชาติ+ 47 เพราะ​พระ​ยะโฮวา​สั่ง​พวก​เรา​ไว้​ว่า ‘เรา​แต่ง​ตั้ง​เจ้า​ให้​เป็น​แสง​สว่าง​ของ​ชาติ​ต่าง ๆ เพื่อ​เจ้า​จะ​ประกาศ​เรื่อง​ความ​รอด​ไป​ถึง​สุด​ขอบ​โลก’”+

48 พอ​คน​ต่าง​ชาติ​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น​ก็​ดีใจ​มาก​และ​ยกย่อง​คำ​สอน​ของ​พระ​ยะโฮวา ทุก​คน​ที่​เต็ม​ใจ​ตอบรับ​ความ​จริง​ซึ่ง​ทำ​ให้​ได้​ชีวิต​ตลอด​ไป​ก็​เข้า​มา​เป็น​สาวก 49 แล้ว​คำ​สอน​ของ​พระ​ยะโฮวา​ก็​แพร่​ไป​ทั่ว 50 แต่​พวก​ยิว​ได้​ยุยง​พวก​ผู้​หญิง​เคร่ง​ศาสนา​ที่​มี​ชื่อเสียง​กับ​พวก​ผู้​ชาย​ที่​เป็น​ใหญ่​เป็น​โต​ใน​บ้าน​เมือง และ​ปลุกปั่น​ให้​มี​การ​ข่มเหง​และ​ไล่​เปาโล​กับ​บาร์นาบัส​ออก​จาก​เขต​นั้น+ 51 เปาโล​กับ​บาร์นาบัส​จึง​สะบัด​ฝุ่น​ออก​จาก​เท้า​เพื่อ​ให้​รู้​ว่า​ได้​เตือน​พวก​เขา​แล้ว จาก​นั้น​สอง​คน​ก็​เดิน​ทาง​ไป​เมือง​อิโคนียูม+ 52 ส่วน​พวก​สาวก​เต็ม​ไป​ด้วย​พลัง​บริสุทธิ์​และ​มี​ความ​สุข​มาก+

14 ที่​เมือง​อิโคนียูม เปาโล​กับ​บาร์นาบัส​เข้า​ไป​ใน​ที่​ประชุม​ของ​ชาว​ยิว​และ​บรรยาย​ได้​ดี​ถึง​ขนาด​ที่​ทำ​ให้​คน​ยิว​และ​คน​กรีก​มาก​มาย​เข้า​มา​เป็น​สาวก​ของ​พระ​เยซู+ 2 แต่​คน​ยิว​ที่​ไม่​เชื่อ​ได้​ยุ​คน​ต่าง​ชาติ​ให้​เกลียด​พวก​พี่​น้อง+ 3 เปาโล​กับ​บาร์นาบัส​จึง​อยู่​ที่​นั่น​นาน​พอ​สม​ควร ทั้ง​สอง​คน​ได้​รับ​อำนาจ​จาก​พระ​ยะโฮวา​ให้​พูด​อย่าง​กล้า​หาญ พระองค์​ใช้​พวก​เขา​ให้​ทำ​การ​อัศจรรย์​และ​แสดง​ปาฏิหาริย์​หลาย​อย่าง ซึ่ง​เป็น​การ​ยืน​ยัน​ความ​กรุณา​ที่​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​พระองค์​ที่​พวก​เขา​ประกาศ+ 4 คน​ใน​เมือง​นี้​ก็​แตก​แยก​กัน​เป็น 2 พวก พวก​หนึ่ง​เข้า​ข้าง​คน​ยิว อีก​พวก​หนึ่ง​เข้า​ข้าง​อัครสาวก 5 คน​ต่าง​ชาติ​และ​คน​ยิว​กับ​พวก​ผู้​นำ​ของ​เขา​วาง​แผน​จะ​ทำ​ให้​เขา​สอง​คน​อับอาย​ขายหน้า​และ​จะ​เอา​หิน​ขว้าง+ 6 พอ​เปาโล​กับ​บาร์นาบัส​รู้​เข้า​ก็​หนี​ไป​เมือง​ลิสตรา​และ​เมือง​เดอร์บี​ใน​แคว้น​ลิคาโอเนีย และ​ไป​ตาม​เขต​ต่าง ๆ แถว​นั้น+ 7 พวก​เขา​ประกาศ​ข่าว​ดี​ต่อ​ที่​นั่น

8 ใน​เมือง​ลิสตรา​มี​ผู้​ชาย​คน​หนึ่ง​เท้า​พิการ เขา​เป็น​ง่อย​เดิน​ไม่​ได้​มา​ตั้ง​แต่​เกิด 9 เขา​นั่ง​ฟัง​เปาโล​พูด​อยู่ เมื่อ​เปาโล​จ้อง​ไป​ที่​เขา​ก็​เห็น​ว่า​เขา​มี​ความ​เชื่อ​พอ​ที่​จะ​รักษา​ให้​หาย​ได้*+ 10 เปาโล​พูด​เสียง​ดัง​ว่า “ลุก​ขึ้น​ยืน​เถอะ” ผู้​ชาย​คน​นั้น​ก็​กระโดด​ขึ้น​มา​แล้ว​เริ่ม​เดิน+ 11 เมื่อ​ฝูง​ชน​เห็น​สิ่ง​ที่​เปาโล​ทำ​ก็​ร้อง​เป็น​ภาษา​ลิคาโอเนีย​ว่า “เทพ​แปลง​กาย​เป็น​มนุษย์​ลง​มา​หา​พวก​เรา​แล้ว!”+ 12 พวก​เขา​เรียก​บาร์นาบัส​ว่า​เทพ​ซุส แต่​เรียก​เปาโล​ว่า​เทพ​เฮอร์เมส​เพราะ​ส่วน​ใหญ่​เปาโล​เป็น​คน​พูด 13 ปุโรหิต​ของ​ซุส​ซึ่ง​มี​วิหาร​ตั้ง​อยู่​หน้า​เมือง*ได้​เอา​วัว​ตัว​ผู้​กับ​พวง​ดอกไม้​มา​ที่​ประตู​เมือง​และ​ตั้งใจ​จะ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ร่วม​กับ​ฝูง​ชน​ให้​บาร์นาบัส​กับ​เปาโล

14 แต่​เมื่อ​อัครสาวก​บาร์นาบัส​กับ​เปาโล​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น​ก็​ฉีก​เสื้อ วิ่ง​เข้า​ไป​ใน​ฝูง​ชน​และ​ร้อง​ว่า 15 “พวก​คุณ​ทำ​อย่าง​นี้​ทำไม? เรา​สอง​คน​เป็น​มนุษย์​ธรรมดา​เหมือน​พวก​คุณ​นั่น​แหละ+ พวก​เรา​มา​ประกาศ​ข่าว​ดี​ให้​พวก​คุณ​เลิก​ทำ​สิ่ง​ที่​ไม่​มี​ประโยชน์​พวก​นี้ แล้ว​มา​หา​พระเจ้า​ผู้​มี​ชีวิต​อยู่+ พระองค์​เป็น​ผู้​สร้าง​ท้องฟ้า โลก ทะเล และ​ทุก​สิ่ง​ใน​ที่​เหล่า​นั้น+ 16 สมัย​ก่อน​พระเจ้า​ปล่อย​ให้​คน​ทุก​ชาติ​ทำ​ตาม​ใจ​ตัว​เอง+ 17 แต่​พระองค์​ก็​ยัง​ให้​หลักฐาน+ชัดเจน​เกี่ยว​กับ​พระองค์​เอง โดย​การ​ทำ​ดี ให้​มี​ฝน​ตก​จาก​ฟ้า ให้​มี​พืช​ผล​อย่าง​อุดม​สมบูรณ์​ตาม​ฤดู+ และ​ให้​มี​อาหาร​กิน​อิ่ม ทำ​ให้​พวก​คุณ​มี​ความ​สุข​ใจ”+ 18 ถึง​จะ​พูด​อย่าง​นี้​แล้ว ฝูง​ชน​ก็​ยัง​พยายาม​จะ​เอา​เครื่อง​บูชา​มา​ถวาย​เปาโล​กับ​บาร์นาบัส​จน​เขา​สอง​คน​แทบ​จะ​ห้าม​ไว้​ไม่​อยู่

19 แต่​มี​คน​ยิว​มา​จาก​เมือง​อันทิโอก​กับ​เมือง​อิโคนียูม พวก​เขา​ยุยง​ฝูง​ชน​ให้​ต่อ​ต้าน​เปาโล+ พวก​เขา​เอา​หิน​ขว้าง​เปาโล​แล้ว​ลาก​ออก​ไป​นอก​เมือง​เพราะ​คิด​ว่า​ตาย​แล้ว+ 20 แต่​พอ​พวก​สาวก​มา​ยืน​มุง​รอบ​เปาโล เขา​ก็​ลุก​ขึ้น​แล้ว​เดิน​เข้า​ไป​ใน​เมือง วัน​ถัด​มา เปาโล​กับ​บาร์นาบัส​ไป​ที่​เมือง​เดอร์บี+ 21 เมื่อ​ประกาศ​ข่าว​ดี​และ​ช่วย​หลาย​คน​ใน​เมือง​นั้น​ให้​เข้า​มา​เป็น​สาวก​แล้ว ทั้ง​สอง​คน​ก็​กลับ​ไป​เมือง​ลิสตรา เมือง​อิโคนียูม และ​เมือง​อันทิโอก 22 แล้ว​ให้​กำลังใจ​พวก​สาวก+โดย​กระตุ้น​พวก​เขา​ให้​มี​ความ​เชื่อ​เข้มแข็ง และ​บอก​ว่า “พวก​เรา​จะ​ได้​เข้า​รัฐบาล*ของ​พระเจ้า​โดย​ผ่าน​ความ​ยาก​ลำบาก​หลาย​อย่าง”+ 23 แล้ว​เปาโล​กับ​บาร์นาบัส​ก็​แต่ง​ตั้ง​ผู้​ดู​แล​ไว้​ใน​แต่​ละ​ประชาคม+ ทั้ง​สอง​คน​อธิษฐาน​พร้อม​กับ​อด​อาหาร+ และ​ได้​ฝาก​พวก​เขา​ไว้​กับ​พระ​ยะโฮวา​ผู้​เป็น​พระเจ้า​ที่​พวก​เขา​เชื่อ

24 แล้ว​เปาโล​กับ​บาร์นาบัส​ก็​เดิน​ทาง​ผ่าน​ปิสิเดีย​ไป​ที่​แคว้น​ปัมฟีเลีย+ 25 เมื่อ​ประกาศ​คำ​สอน​ของ​พระเจ้า​ใน​เมือง​เปอร์กา​แล้ว​ก็​ไป​ต่อ​ที่​เมือง​อัททาลิยา 26 แล้ว​นั่ง​เรือ​จาก​ที่​นั่น​ไป​เมือง​อันทิโอก ใน​เมือง​นี้​พวก​พี่​น้อง​เคย​ขอ​พระเจ้า​ให้​อวยพร​เปาโล​กับ​บาร์นาบัส​ใน​งาน​ที่​ทั้ง​สอง​จะ​ทำ และ​ตอน​นี้​งาน​นั้น​ก็​สำเร็จ​แล้ว+

27 เมื่อ​เปาโล​กับ​บาร์นาบัส​ไป​ถึง ก็​เรียก​ประชาคม​ให้​มา​ประชุม​กัน​และ​เล่า​หลาย​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​ใช้​ให้​ทั้ง​สอง​คน​ทำ และ​บอก​ว่า​พระองค์​ได้​เปิด​โอกาส​ให้​คน​ต่าง​ชาติ​เข้า​มา​เชื่อ+ 28 เปาโล​กับ​บาร์นาบัส​อยู่​กับ​พวก​สาวก​ที่​นั่น​นาน​พอ​สม​ควร

15 มี​บาง​คน​มา​จาก​แคว้น​ยูเดีย​และ​สอน​พี่​น้อง​ที่​เมือง​อันทิโอก​ว่า “ถ้า​พวก​คุณ​ไม่​เข้า​สุหนัต​ตาม​ธรรมเนียม​ของ​โมเสส+ พวก​คุณ​จะ​ไม่​รอด​นะ” 2 แต่​เปาโล​และ​บาร์นาบัส​ไม่​เห็น​ด้วย​กับ​พวก​เขา จึง​เกิด​การ​โต้​เถียง​กัน​มาก แล้ว​เปาโล บาร์นาบัส กับ​พี่​น้อง​บาง​คน​ก็​ได้​รับ​มอบหมาย​ให้​ไป​ถาม​พวก​อัครสาวก​และ​ผู้​ดู​แล​ที่​กรุง​เยรูซาเล็ม+เกี่ยว​กับ​เรื่อง​นี้

3 หลัง​จาก​พี่​น้อง​ใน​ประชาคม​เดิน​ทาง​ไป​ส่ง​พวก​เขา​ช่วง​หนึ่ง​แล้ว พวก​เขา​ก็​เดิน​ทาง​ต่อ​ไป​ผ่าน​ฟีนิเซีย+กับ​แคว้น​สะมาเรีย ระหว่าง​ทาง​พวก​เขา​เล่า​เรื่อง​ที่​คน​ต่าง​ชาติ​เปลี่ยน​มา​เชื่อ​พระเจ้า​ให้​พี่​น้อง​ฟัง​อย่าง​ละเอียด ทำ​ให้​ทุก​คน​ดีใจ​มาก 4 พอ​มา​ถึง​กรุง​เยรูซาเล็ม ประชาคม​ที่​นั่น​และ​พวก​อัครสาวก​รวม​ทั้ง​ผู้​ดู​แล​ก็​ต้อนรับ​พวก​เขา​อย่าง​อบอุ่น แล้ว​เปาโล​กับ​บาร์นาบัส​ก็​เล่า​เรื่อง​ทั้ง​หมด​ที่​พระเจ้า​ใช้​ให้​ทั้ง​สอง​คน​ทำ+ 5 แต่​สาวก​บาง​คน​ที่​เคย​นับถือ​นิกาย​ฟาริสี​มา​ก่อน​ได้​ลุก​ขึ้น​พูด​ว่า “ต้อง​ให้​คน​ต่าง​ชาติ​พวก​นั้น​เข้า​สุหนัต และ​สั่ง​ให้​ทำ​ตาม​กฎหมาย​ของ​โมเสส​ด้วย”+

6 พวก​อัครสาวก​กับ​ผู้​ดู​แล​จึง​ประชุม​กัน​เพื่อ​พิจารณา​เรื่อง​นี้ 7 หลัง​จาก​ที่​คุย​กัน​อย่าง​เคร่ง​เครียด​แล้ว เปโตร​จึง​ลุก​ขึ้น​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “พี่​น้อง​ครับ พวก​คุณ​ก็​รู้​ว่า​ใน​พวก​เรา พระเจ้า​เลือก​ผม​เป็น​คน​แรก​ให้​ประกาศ​ข่าว​ดี​กับ​คน​ต่าง​ชาติ​และ​ช่วย​เขา​ให้​เข้า​มา​เชื่อ+ 8 และ​พระเจ้า​ซึ่ง​รู้​จัก​หัวใจ​ทุก​คน+ได้​ให้​หลักฐาน​ว่า​พระองค์​ยอม​รับ​คน​ต่าง​ชาติ โดย​ให้​พลัง​บริสุทธิ์+กับ​พวก​เขา​เหมือน​ที่​ให้​กับ​พวก​เรา 9 พระองค์​ไม่​ได้​ถือ​ว่า​พวก​เขา​ต่าง​จาก​พวก​เรา​เลย+ พระองค์​ได้​ชำระ​ล้าง​ใจ​พวก​เขา​ให้​สะอาด​เพราะ​พวก​เขา​มี​ความ​เชื่อ+ 10 ถ้า​อย่าง​นั้น ทำไม​พวก​คุณ​ถึง​ลอง​ดี​พระเจ้า​ด้วย​การ​วาง​ภาระ​หนัก​ให้​พวก​สาวก+ ซึ่ง​เป็น​ภาระ​ที่​พวก​เรา​เอง​หรือ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา​ก็​แบก​ไม่​ไหว?+ 11 แต่​พวก​เรา​เชื่อ​ว่า​เรา​รอด​ได้​เพราะ​ความ​กรุณา​ที่​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​พระ​เยซู​ผู้​เป็น​นาย+ และ​พวก​เขา​ก็​เชื่อ​อย่าง​นี้​เหมือน​กัน”+

12 เมื่อ​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น​ทุก​คน​ก็​เงียบ และ​ตั้งใจ​ฟัง​บาร์นาบัส​กับ​เปาโล​เล่า​เรื่อง​ที่​พระเจ้า​ใช้​เขา​สอง​คน​ให้​ทำ​การ​อัศจรรย์​และ​แสดง​ปาฏิหาริย์​หลาย​อย่าง​ใน​หมู่​คน​ต่าง​ชาติ 13 พอ​ทั้ง​สอง​คน​พูด​จบ​แล้ว ยากอบ+ก็​พูด​ขึ้น​ว่า “พี่​น้อง ฟัง​ผม​นะ​ครับ+ 14 ซีเมโอน+ได้​เล่า​อย่าง​ละเอียด​แล้ว​ว่า​ตอน​นี้​พระเจ้า​หัน​มา​สนใจ​คน​ต่าง​ชาติ และ​แยก​คน​ออก​มา​ให้​เป็น​ประชาชน​กลุ่ม​หนึ่ง​ที่​ใช้​ชื่อ​ของ​พระองค์+ 15 เรื่อง​นี้​ตรง​กับ​ที่​เขียน​ไว้​ใน​หนังสือ​ของ​พวก​ผู้​พยากรณ์​ว่า 16 ‘หลัง​จาก​เหตุ​การณ์​เหล่า​นี้ เรา​จะ​กลับ​มา​สร้าง​เต็นท์​ของ​ดาวิด​ที่​พัง​ลง​แล้ว​ขึ้น​ใหม่ และ​สิ่ง​ที่​หัก​พัง​ไป​แล้ว​นั้น​เรา​จะ​สร้าง​ขึ้น​อีก​และ​ฟื้นฟู​ขึ้น​ใหม่ 17 เพื่อ​คน​ที่​เหลือ​อยู่​จะ​เสาะ​หา​เรา​ยะโฮวา​อย่าง​จริงจัง​ร่วม​กับ​ประชาชน​จาก​ทุก​ชาติ คือ​ประชาชน​ที่​ถูก​เรียก​ตาม​ชื่อ​ของ​เรา เรา​ยะโฮวา​ได้​พูด​ไว้​และ​เรา​เป็น​ผู้​ทำ​สิ่ง​นี้+ 18 ตาม​ที่​เรา​ตั้งใจ​จะ​ทำ​นาน​มา​แล้ว’+ 19 ดัง​นั้น ผม​เห็น​ว่า ไม่​ควร​ให้​คน​ต่าง​ชาติ​ที่​หัน​มา​หา​พระเจ้า​ต้อง​ยุ่งยาก​ลำบาก​ใจ+ 20 แต่​ให้​เขียน​บอก​พวก​เขา​ว่า​ให้​งด​เว้น​จาก​ของ​ที่​เซ่น​ไหว้​รูป​เคารพ+ จาก​การ​ผิด​ศีลธรรม​ทาง​เพศ+ จาก​สัตว์​ที่​ถูก​รัด​คอ​ตาย และ​จาก​เลือด+ 21 คำ​สั่ง​เหล่า​นี้​มี​อยู่​ใน​หนังสือ​ของ​โมเสส​มา​ตั้ง​แต่​สมัย​โบราณ​แล้ว มี​การ​สอน​เรื่อง​นี้​ตาม​เมือง​ต่าง ๆ และ​มี​การ​อ่าน​ให้​ฟัง​ใน​ที่​ประชุม​ของ​ชาว​ยิว​ทุก​วัน​สะบาโต”+

22 แล้ว​พวก​อัครสาวก​และ​ผู้​ดู​แล​พร้อม​กับ​ทุก​คน​ใน​ประชาคม​ก็​ตัดสิน​ใจ​ว่า​จะ​ส่ง​บาง​คน​ใน​พวก​เขา​ไป​เมือง​อันทิโอก​พร้อม​กับ​เปาโล​และ​บาร์นาบัส คน​ที่​ถูก​เลือก​คือ​ยูดาส​ที่​มี​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ว่า​บาร์ซับบาส​กับ​สิลาส+ สอง​คน​นี้​เป็น​คน​ที่​นำ​หน้า​ใน​พวก​พี่​น้อง 23 พวก​อัครสาวก​และ​ผู้​ดู​แล​จึง​เขียน​จดหมาย​ฝาก​ไป​กับ​พวก​เขา จดหมาย​นั้น​มี​ข้อ​ความ​ว่า

“จาก​อัครสาวก​และ​ผู้​ดู​แล​ซึ่ง​เป็น​พี่​น้อง​ของ​พวก​คุณ

ถึง​พี่​น้อง​ต่าง​ชาติ​ใน​เมือง​อันทิโอก+ ใน​แคว้น​ซีเรีย และ​ใน​แคว้น​ซิลีเซีย สวัสดี​พี่​น้อง​ทุก​คน 24 พวก​เรา​ได้​ยิน​ว่า​มี​บาง​คน​จาก​ที่​นี่​ไป​หา​พวก​คุณ พวก​เขา​พูด​บาง​อย่าง​ที่​ทำ​ให้​พวก​คุณ​ไม่​สบาย​ใจ+ และ​พยายาม​จะ​ทำลาย​ความ​เชื่อ​พวก​คุณ แต่​ที่​จริง​เรา​ไม่​ได้​ส่ง​พวก​เขา​ไป 25 พวก​เรา​จึง​มี​ความ​เห็น​เป็น​เอกฉันท์​ที่​จะ​เลือก​บาง​คน​ให้​ไป​หา​พวก​คุณ​พร้อม​กับ​พี่​น้อง​ที่​ทุก​คน​รัก คือ​บาร์นาบัส​กับ​เปาโล 26 ซึ่ง​ยอม​เสี่ยง​ชีวิต​เพื่อ​ชื่อ​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​ผู้​เป็น​นาย​ของ​เรา+ 27 พวก​เรา​จึง​ส่ง​ยูดาส​กับ​สิลาส​ไป​ด้วย เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ยืน​ยัน​เรื่อง​ใน​จดหมาย​ฉบับ​นี้​กับ​พวก​คุณ​ด้วย​ปาก​ของ​พวก​เขา​เอง+ 28 พลัง​บริสุทธิ์+และ​พวก​เรา​เห็น​ตรง​กัน​ว่า​จะ​ไม่​เพิ่ม​ภาระ​ให้​กับ​พวก​คุณ​นอก​จาก​สิ่ง​จำเป็น​ต่อ​ไป​นี้ คือ 29 ให้​งด​เว้น​จาก​ของ​ที่​เซ่น​ไหว้​รูป​เคารพ+ จาก​เลือด+ จาก​สัตว์​ที่​ถูก​รัด​คอ​ตาย+ และ​จาก​การ​ผิด​ศีลธรรม​ทาง​เพศ+ ถ้า​พวก​คุณ​หลีก​เลี่ยง​สิ่ง​เหล่า​นี้ พวก​คุณ​จะ​มี​ความ​สุข​ความ​เจริญ ด้วย​ความ​ปรารถนา​ดี”

30 สี่​คน​นั้น​ก็​เดิน​ทาง​ไป​เมือง​อันทิโอก พวก​เขา​เรียก​พี่​น้อง​มา​ประชุม​กัน​แล้ว​เอา​จดหมาย​ให้ 31 เมื่อ​พี่​น้อง​อ่าน​จดหมาย​แล้ว​ก็​มี​กำลังใจ​และ​ดีใจ​มาก 32 ยูดาส​กับ​สิลาส​ซึ่ง​เป็น​ผู้​พยากรณ์​ด้วย ก็​บรรยาย​ให้​พี่​น้อง​ฟัง​หลาย​เรื่อง ช่วย​ให้​พี่​น้อง​ได้​กำลังใจ​และ​มี​ความ​เชื่อ​เข้มแข็ง​ขึ้น+ 33 เมื่อ​อยู่​ที่​นั่น​ช่วง​หนึ่ง​แล้ว ก็​ถึง​เวลา​ที่​ยูดาส​กับ​สิลาส​จะ​กลับ​ไป​หา​พี่​น้อง​ที่​ส่ง​พวก​เขา​มา พวก​พี่​น้อง​ที่​เมือง​อันทิโอก​ก็​อวยพร​ให้​ทั้ง​สอง​คน​เดิน​ทาง​กลับ​อย่าง​ปลอด​ภัย 34 —— 35 ส่วน​เปาโล​กับ​บาร์นาบัส​ยัง​สอน​ที่​เมือง​อันทิโอก​ต่อ และ​ประกาศ​ข่าว​ดี​เกี่ยว​กับ​คำ​สอน​ของ​พระ​ยะโฮวา​ด้วย​กัน​กับ​คน​อื่น​อีก​หลาย​คน​ที่​นั่น

36 หลัง​จาก​นั้น​ระยะ​หนึ่ง เปาโล​พูด​กับ​บาร์นาบัส​ว่า “ไป​กัน​เถอะ ไป​เยี่ยม​พี่​น้อง​ใน​ทุก​เมือง​ที่​พวก​เรา​เคย​ประกาศ​คำ​สอน​ของ​พระ​ยะโฮวา​ไว้ ไป​ดู​สิ​ว่า​พวก​เขา​เป็น​ยัง​ไง​กัน​บ้าง”+ 37 บาร์นาบัส​ตั้งใจ​จะ​พา​ยอห์น​ซึ่ง​มี​อีก​ชื่อ​หนึ่ง​ว่า​มาระโก+ไป​ด้วย 38 แต่​เปาโล​ไม่​อยาก​พา​ไป เพราะ​มาระโก​เคย​ทิ้ง​เปาโล​กับ​บาร์นาบัส​ที่​แคว้น​ปัมฟีเลีย+ 39 เปาโล​กับ​บาร์นาบัส​ทะเลาะ​กัน​จน​ต้อง​แยก​กัน​ไป​คน​ละ​ทาง บาร์นาบัส+พา​มาระโก​ลง​เรือ​ไป​เกาะ​ไซปรัส 40 ส่วน​เปาโล​เลือก​สิลาส​ให้​ไป​ด้วย​กัน เมื่อ​พวก​พี่​น้อง​อธิษฐาน​ฝาก​พระ​ยะโฮวา​ให้​ช่วย​ดู​แล​เปาโล​แล้ว เปาโล​ก็​ออก​เดิน​ทาง+ 41 เขา​ไป​ทั่ว​แคว้น​ซีเรีย​กับ​แคว้น​ซิลีเซีย และ​ช่วย​ประชาคม​ต่าง ๆ ให้​เข้มแข็ง​ขึ้น

16 เปาโล​เดิน​ทาง​ถึง​เมือง​เดอร์บี​แล้ว​ก็​เมือง​ลิสตรา+ ที่​นั่น​มี​สาวก​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ทิโมธี+ แม่​เขา​เป็น​คน​ยิว​ที่​มี​ความ​เชื่อ แต่​พ่อ​เป็น​คน​กรีก 2 พี่​น้อง​ใน​เมือง​ลิสตรา​และ​เมือง​อิโคนียูม​พูด​ถึง​ทิโมธี​ใน​แง่​ดี+ 3 เปาโล​บอก​ว่า​อยาก​พา​ทิโมธี​ไป​ด้วย และ​เปาโล​ก็​ให้​เขา​เข้า​สุหนัต​เพื่อ​เห็น​แก่​คน​ยิว​ตาม​เมือง​ต่าง ๆ +ที่​พวก​เขา​จะ​ไป เพราะ​คน​ยิว​ทุก​คน​รู้​ว่า​พ่อ​ของ​เขา​เป็น​คน​กรีก 4 เมื่อ​เปาโล​กับ​เพื่อน ๆ เดิน​ทาง​ไป​ตาม​เมือง​ต่าง ๆ พวก​เขา​จะ​แจ้ง​คำ​ตัดสิน​ของ​พวก​อัครสาวก​และ​ผู้​ดู​แล​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม​ให้​พี่​น้อง​ที่​นั่น​รู้​เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ทำ​ตาม+ 5 ประชาคม​ต่าง ๆ จึง​มี​ความ​เชื่อ​เข้มแข็ง​ขึ้น​และ​มี​คน​เข้า​มา​เชื่อ​เพิ่ม​ขึ้น​ทุก​วัน

6 เปาโล​กับ​เพื่อน ๆ ใช้​เส้น​ทาง​ที่​ผ่าน​แคว้น​ฟรีเจีย​และ​แคว้น​กาลาเทีย+ เพราะ*พลัง​บริสุทธิ์​ห้าม​พวก​เขา​ไม่​ให้​ไป​ประกาศ​คำ​สอน​ของ​พระเจ้า​ใน​แคว้น​เอเชีย 7 เมื่อ​มา​ถึง​แคว้น​มิเซีย​แล้ว พวก​เขา​พยายาม​เข้า​ไป​ใน​แคว้น​บิธีเนีย+ แต่​พระ​เยซู​ก็​ใช้​พลัง​ของ​พระเจ้า​ห้าม​พวก​เขา​ไว้​อีก 8 พวก​เขา​จึง​เดิน​ทาง​ผ่าน​แคว้น​มิเซีย​จน​มา​ถึง​เมือง​โตรอัส 9 คืน​นั้น เปาโล​เห็น​นิมิต ใน​นิมิต​นั้น​มี​ผู้​ชาย​ชาว​มาซิโดเนีย​คน​หนึ่ง​ยืน​อ้อน​วอน​เปาโล​ว่า “ขอ​มา​ช่วย​พวก​เรา​ที่​แคว้น​มาซิโดเนีย​ด้วย​เถอะ” 10 หลัง​จาก​ที่​เปาโล​เห็น​นิมิต พวก​เรา​ก็​พยายาม​จะ​ไป​แคว้น​มาซิโดเนีย​ทันที​เพราะ​เห็น​ว่า​พระเจ้า​เรียก​พวก​เรา​ให้​ไป​ประกาศ​ข่าว​ดี​กับ​ผู้​คน​ที่​นั่น

11 ดัง​นั้น พวก​เรา​จึง​ลง​เรือ​จาก​เมือง​โตรอัส​ตรง​ไป​ที่​เกาะ​สาโมธรัส แล้ว​ใน​วัน​ถัด​มา​ก็​เดิน​ทาง​ไป​เมือง​เนอาโปลิส 12 พอ​ออก​จาก​ที่​นั่น​ก็​ไป​ต่อ​ที่​ฟีลิปปี+ ซึ่ง​เป็น​เมือง​ขึ้น​ของ​โรม​และ​เป็น​เมือง​สำคัญ​ที่​สุด​ใน​แถบ​นั้น​ของ​แคว้น​มาซิโดเนีย พวก​เรา​อยู่​ใน​เมือง​นี้​หลาย​วัน 13 พอ​ถึง​วัน​สะบาโต พวก​เรา​ออก​นอก​ประตู​เมือง​ไป​ที่​ริม​แม่น้ำ​ซึ่ง​พวก​เรา​คิด​ว่า​มี​ที่​สำหรับ​อธิษฐาน แล้ว​นั่ง​ลง​ประกาศ​กับ​พวก​ผู้​หญิง​ที่​ไป​รวม​ตัว​กัน​อยู่​ที่​นั่น 14 ผู้​หญิง​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ลิเดีย​ก็​ฟัง​พวก​เรา​ด้วย เธอ​เป็น​คน​จาก​เมือง​ธิยาทิรา+ เป็น​แม่​ค้า​ขาย​ผ้า​สี​ม่วง​และ​เป็น​ผู้​นมัสการ​พระเจ้า พระ​ยะโฮวา​เปิด​ใจ​เธอ​ให้​สนใจ​ฟัง​เรื่อง​ที่​เปาโล​พูด+ 15 เมื่อ​ลิเดีย​กับ​คน​ใน​บ้าน​ของ​เธอ​รับ​บัพติศมา​แล้ว+ เธอ​ก็​อ้อน​วอน​พวก​เรา​ว่า “ถ้า​พวก​คุณ​เห็น​ว่า​ฉัน​เป็น​คน​ซื่อ​สัตย์​ต่อ​พระ​ยะโฮวา ขอ​มา​พัก​ที่​บ้าน​ฉัน​เถอะ​นะ​คะ” เธอ​อ้อน​วอน​จน​พวก​เรา​ขัด​ไม่​ได้

16 วัน​หนึ่ง​ตอน​ที่​พวก​เรา​กำลัง​ไป​ที่​สำหรับ​อธิษฐาน พวก​เรา​เจอ​สาว​ใช้​คน​หนึ่ง​ซึ่ง​มี​ปีศาจ​สิง​อยู่ มัน​ทำ​ให้​เธอ​ทำนาย​อนาคต​ได้+ เธอ​หา​เงิน​ให้​กับ​พวก​เจ้านาย​ของ​เธอ​ได้​มาก​จาก​การ​ทำนาย​โชค​ชะตา 17 หญิง​สาว​คน​นี้​เดิน​ตาม​เปาโล​กับ​พวก​เรา​ไป​ทุก​ที่​และ​ร้อง​ว่า “คน​พวก​นี้​เป็น​ทาส​ของ​พระเจ้า​องค์​สูง​สุด+ พวก​เขา​มา​ประกาศ​ทาง​รอด​ให้​กับ​พวก​คุณ” 18 เธอ​ทำ​อย่าง​นี้​อยู่​หลาย​วัน​จน​เปาโล​รำคาญ เลย​หัน​ไป​พูด​กับ​ปีศาจ​ตน​นั้น​ว่า “ใน​นาม​ของ​พระ​เยซู​คริสต์ ออก​มา​จาก​เธอ​เดี๋ยว​นี้” มัน​ก็​ออก​มา​ทันที+

19 พอ​พวก​เจ้านาย​ของ​เธอ​เห็น​ว่า​หมด​โอกาส​ที่​จะ​หา​เงิน​ได้​แล้ว+ พวก​เขา​จึง​จับ​เปาโล​กับ​สิลาส​และ​ลาก​ตัว​ไป​ที่​ตลาด​เพื่อ​ไป​หา​พวก​เจ้าหน้าที่+ 20 พอ​พวก​เขา​พา​ทั้ง​สอง​คน​มา​หา​พวก​เจ้าหน้าที่​ฝ่าย​ปกครอง​แล้ว​ก็​พูด​ว่า “คน​พวก​นี้​ก่อ​ความ​ไม่​สงบ​ใน​บ้าน​เมือง​ของ​เรา+ พวก​เขา​เป็น​คน​ยิว 21 และ​มา​เผยแพร่​ธรรมเนียม​ที่​กฎหมาย​ของ​พวก​เรา​ชาว​โรมัน+ห้าม​ไม่​ให้​รับ​หรือ​ทำ​ตาม”+ 22 ฝูง​ชน​ก็​ลุก​ฮือ​และ​ตะโกน​ด่า​เปาโล​กับ​สิลาส​ด้วย​ความ​โกรธ​แค้น ส่วน​พวก​เจ้าหน้าที่​ฝ่าย​ปกครอง​ก็​กระชาก​เสื้อ​ของ​ทั้ง​สอง​คน​ออก​แล้ว​สั่ง​ให้​เฆี่ยน​ด้วย​ไม้+ 23 พวก​เขา​เฆี่ยน​สอง​คน​นั้น​หลาย​ที​แล้ว​ขัง​คุก​ไว้+ และ​สั่ง​ผู้​คุม​ให้​ควบคุม​ตัว​ไว้​อย่าง​แน่น​หนา+ 24 ผู้​คุม​รับ​คำ​สั่ง​แล้ว​โยน​เปาโล​กับ​สิลาส​เข้า​ไป​ใน​คุก​ชั้น​ใน​และ​ใส่​ขื่อ​ที่​เท้า​ไว้​ด้วย

25 เวลา​ประมาณ​เที่ยง​คืน ตอน​ที่​เปาโล​กับ​สิลาส​กำลัง​อธิษฐาน​และ​ร้อง​เพลง​สรรเสริญ​พระเจ้า+ พวก​นัก​โทษ​ก็​ฟัง​อยู่​ด้วย 26 จู่ ๆ ก็​เกิด​แผ่นดิน​ไหว​ใหญ่​จน​ฐาน​ราก​ของ​คุก​สั่น​สะเทือน ประตู​ทุก​บาน​เปิด​ออก และ​โซ่​กับ​ขื่อ​ของ​นัก​โทษ​ทุก​คน​ก็​หลุด+ 27 เมื่อ​ผู้​คุม​ตื่น​ขึ้น​มา​เห็น​ประตู​คุก​เปิด​อยู่​ก็​คิด​ว่า​พวก​นัก​โทษ​หนี​ไป​หมด​แล้ว เลย​ชัก​ดาบ​ออก​มา​จะ​ฆ่า​ตัว​ตาย+ 28 แต่​เปาโล​ตะโกน​เสียง​ดัง​ว่า “อย่า​ทำ​ร้าย​ตัว​เอง​เลย พวก​เรา​ยัง​อยู่​ที่​นี่​กัน​ทุก​คน” 29 ผู้​คุม​จึง​บอก​ให้​คน​เอา​คบไฟ​มา แล้ว​เขา​ก็​รีบ​วิ่ง​เข้า​ไป​หมอบ​ลง​ตรง​หน้า​เปาโล​กับ​สิลาส​ด้วย​ความ​กลัว​ตัว​สั่น 30 แล้ว​เขา​ก็​พา​ทั้ง​สอง​คน​ออก​มา​ข้าง​นอก​และ​ถาม​ว่า “ท่าน​ครับ ผม​ต้อง​ทำ​อะไร​ผม​ถึง​จะ​รอด​ได้?” 31 เปาโล​กับ​สิลาส​บอก​ว่า “ให้​เชื่อ​ใน​พระ​เยซู​ผู้​เป็น​นาย แล้ว​คุณ​กับ​ครอบครัว​จะ​รอด”+ 32 แล้ว​ทั้ง​สอง​คน​ก็​ประกาศ​คำ​สอน​ของ​พระ​ยะโฮวา​ให้​กับ​ผู้​คุม​และ​ทุก​คน​ใน​บ้าน​เขา 33 ใน​คืน​นั้น​เอง ผู้​คุม​ก็​พา​เปาโล​กับ​สิลาส​ไป​ล้าง​แผล แล้ว​เขา​กับ​คน​ใน​บ้าน​ก็​รับ​บัพติศมา​ทันที+ 34 แล้ว​ผู้​คุม​ก็​พา​เปาโล​กับ​สิลาส​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​เขา​และ​จัด​อาหาร​ให้ เขา​กับ​ทุก​คน​ใน​บ้าน​ดีใจ​มาก​ที่​ได้​เข้า​มา​เชื่อ​พระเจ้า

35 พอ​รุ่ง​เช้า พวก​เจ้าหน้าที่​ฝ่าย​ปกครอง​ก็​ใช้​ผู้​ติด​ตาม​ไป​บอก​ว่า “ปล่อย​คน​พวก​นั้น​ไป” 36 ผู้​คุม​จึง​บอก​เรื่อง​นี้​กับ​เปาโล​ว่า “พวก​เจ้าหน้าที่​ฝ่าย​ปกครอง​ใช้​คน​มา​บอก​ให้​ปล่อย​พวก​คุณ คุณ​เป็น​อิสระ​แล้ว เชิญ​ไป​เถอะ” 37 แต่​เปาโล​บอก​ว่า “พวก​เขา​เฆี่ยน​พวก​เรา​ที่​เป็น​พลเมือง​โรมัน+ใน​ที่​สาธารณะ และ​ขัง​พวก​เรา​ไว้​ใน​คุก​ทั้ง​ที่​ยัง​ไม่​ได้​ตัดสิน​ว่า​มี​ความ​ผิด แล้ว​ตอน​นี้​จะ​ให้​พวก​เรา​ไป​เงียบ ๆ แบบ​นี้​หรือ? ไม่​ได้​หรอก ให้​พวก​เขา​มา​พา​พวก​เรา​ออก​ไป​เอง​สิ” 38 พวก​ผู้​ติด​ตาม​จึง​ไป​แจ้ง​พวก​เจ้าหน้าที่​ฝ่าย​ปกครอง​ตาม​ที่​เปาโล​พูด พอ​พวก​เจ้าหน้าที่​ได้​ยิน​ว่า​สอง​คน​นั้น​เป็น​พลเมือง​โรมัน​ก็​กลัว+ 39 พวก​เขา​จึง​มา​ขอ​โทษ​เปาโล​กับ​สิลาส และ​เมื่อ​พา​ทั้ง​สอง​คน​ออก​มา​จาก​คุก​แล้ว ก็​อ้อน​วอน​ให้​ออก​จาก​เมือง​ไป 40 พอ​เปาโล​กับ​สิลาส​ออก​จาก​คุก​แล้ว​ก็​ไป​ที่​บ้าน​ของ​ลิเดีย+ เมื่อ​เจอ​พวก​พี่​น้อง​ก็​ให้​กำลังใจ​พวก​เขา+ แล้ว​ออก​เดิน​ทาง

17 เปาโล​กับ​เพื่อน ๆ เดิน​ทาง​ผ่าน​เมือง​อัมฟีโปลิส​และ​อปอลโลเนีย​ไป​ที่​เมือง​เธสะโลนิกา+ เมือง​นี้​มี​ที่​ประชุม​ของ​ชาว​ยิว​อยู่​แห่ง​หนึ่ง 2 เปาโล​เข้า​ไป​หา​พวก​ยิว​ที่​นั่น​ใน​วัน​สะบาโต​อย่าง​ที่​ทำ​เป็น​ประจำ+ เขา​ยก​เหตุ​ผล​จาก​พระ​คัมภีร์​คุย​กับ​พวก​นั้น 3 วัน​สะบาโต​ติด​กัน+ 3 เปาโล​อธิบาย​และ​ใช้​ข้อ​คัมภีร์​หลาย​ข้อ​เพื่อ​พิสูจน์​ว่า​พระ​คริสต์​ต้อง​ทน​ทุกข์+และ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย+ แล้ว​บอก​ว่า “พระ​คริสต์​ก็​คือ​พระ​เยซู​คน​นี้​แหละ​ที่​ผม​ประกาศ​ให้​พวก​คุณ​ฟัง” 4 ชาว​ยิว​บาง​คน​จึง​มา​เป็น​สาวก​แล้ว​เข้า​ร่วม​กับ​เปาโล​และ​สิลาส+ นอก​จาก​นั้น ชาว​กรีก​มาก​มาย​ที่​นมัสการ​พระเจ้า​รวม​ทั้ง​ผู้​หญิง​ที่​เป็น​คน​สำคัญ ๆ จำนวน​ไม่​น้อย​ก็​ทำ​อย่าง​นั้น​เหมือน​กัน

5 แต่​พวก​ยิว​รู้สึก​อิจฉา+จึง​รวบ​รวม​พวก​อันธพาล​ตาม​ตลาด​ที่​ไม่​รู้​จัก​ทำ​งาน ให้​มา​ก่อ​ม็อบ​และ​สร้าง​ความ​ชุลมุน​วุ่นวาย​ใน​เมือง พวก​เขา​บุก​เข้า​บ้าน​ยาโสน​และ​พยายาม​หา​ตัว​เปาโล​กับ​สิลาส​เพื่อ​พา​ออก​มา​ให้​ฝูง​ชน+ 6 พอ​ไม่​เจอ​ตัว​สอง​คน​นั้น พวก​เขา​ก็​ลาก​ยาโสน​กับ​พี่​น้อง​บาง​คน​ไป​หา​พวก​ผู้​ปกครอง​เมือง​และ​ร้อง​ตะโกน​ว่า “คน​พวก​นี้​ที่​ก่อ​ความ​วุ่นวาย​ไป​ทั่ว​ก็​มา​ที่​นี่​ด้วย+ 7 และ​ยาโสน​ต้อนรับ​พวก​เขา​ที่​บ้าน คน​พวก​นี้​ทำ​ผิด​กฎหมาย​ของ​ซีซาร์ พวก​เขา​บอก​ว่า​มี​กษัตริย์​อีก​องค์​หนึ่ง คือ​เยซู”+ 8 เมื่อ​ฝูง​ชน​กับ​พวก​ผู้​ปกครอง​เมือง​ได้​ยิน​ก็​ตกใจ 9 แต่​หลัง​จาก​ให้​ยาโสน​กับ​คน​อื่น ๆ จ่าย​ค่า​ประกัน​ตัว​แล้ว​ก็​ปล่อย​ตัว​ไป

10 พอ​ค่ำ​ลง พวก​พี่​น้อง​ก็​รีบ​ส่ง​เปาโล​กับ​สิลาส​ไป​เมือง​เบโรอา เมื่อ​ทั้ง​สอง​คน​ไป​ถึง​ก็​เข้า​ไป​ใน​ที่​ประชุม​ของ​ชาว​ยิว 11 ชาว​เมือง​เบโรอา​เปิด​ใจ​รับ​ฟัง​มาก​กว่า​ชาว​เมือง​เธสะโลนิกา พวก​เขา​เต็ม​ใจ​ยอม​รับ​คำ​สอน​ของ​พระเจ้า​และ​อยาก​เรียน​รู้ พวก​เขา​ศึกษา​ค้นคว้า​พระ​คัมภีร์​อย่าง​ละเอียด​ทุก​วัน​เพื่อ​ดู​ว่า​สิ่ง​ที่​พวก​เขา​ได้​ยิน​จะ​ตรง​กับ​พระ​คัมภีร์​หรือ​เปล่า 12 ผล​ก็​คือ หลาย​คน​ใน​เมือง​นี้​เข้า​มา​เป็น​สาวก รวม​ทั้ง​คน​กรีก​ที่​มี​ชื่อเสียง​หลาย​คน​ทั้ง​ผู้​หญิง​และ​ผู้​ชาย 13 พอ​พวก​ยิว​ใน​เมือง​เธสะโลนิกา​รู้​ว่า​เปาโล​ประกาศ​คำ​สอน​ของ​พระเจ้า​ใน​เมือง​เบโรอา​ด้วย พวก​เขา​ก็​พา​กัน​มา​ปลุกระดม​ฝูง​ชน​ที่​นี่+ 14 พวก​พี่​น้อง​จึง​ให้​เปาโล​ไป​ที่​ชายฝั่ง​ทะเล​ทันที+ ส่วน​สิลาส​กับ​ทิโมธี​ยัง​อยู่​ที่​เมือง​เบโรอา 15 คน​ที่​พา​เปาโล​ไป ได้​ไป​ส่ง​เขา​ถึง​กรุง​เอเธนส์ และ​ตอน​ที่​พวก​เขา​จะ​ลา​กลับ เปาโล​ก็​ฝาก​พวก​เขา​ให้​บอก​สิลาส​กับ​ทิโมธี+ว่า​ให้​รีบ​มา​หา​เขา​เร็ว ๆ

16 ตอน​ที่​เปาโล​คอย​สิลาส​กับ​ทิโมธี​อยู่​ใน​กรุง​เอเธนส์ เขา​รู้สึก​หงุดหงิด​ที่​เห็น​รูป​เคารพ​เต็ม​ไป​ทั้ง​เมือง 17 เปาโล​ก็​ไป​ที่​ประชุม​ของ​ชาว​ยิว​แล้ว​ยก​เหตุ​ผล​คุย​กับ​ชาว​ยิว​และ​คน​อื่น​ที่​นับถือ​พระเจ้า และ​ทุก ๆ วัน​เปาโล​ก็​คุย​กับ​คน​ที่​เขา​เจอ​ที่​ตลาด 18 มี​นัก​ปรัชญา​บาง​คน​ที่​เป็น​พวก​เอปิคิวเรียน​และ​พวก​สโตอิก​มา​พูด​โต้​เถียง​กับ​เปาโล บาง​คน​พูด​ว่า “คน​ที่​จำ​ขี้​ปาก​คน​อื่น​มา​พูด​คน​นี้​จะ​มา​สอน​อะไร​เรา​ได้” บาง​คน​พูด​ว่า “ดู​เหมือน​เขา​เป็น​คน​เผยแพร่​พระ​ต่าง​ชาติ​นะ” พวก​เขา​พูด​อย่าง​นี้​เพราะ​เปาโล​ประกาศ​ข่าว​ดี​เรื่อง​พระ​เยซู​และ​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย+ 19 พวก​เขา​จึง​เอา​ตัว​เปาโล​ไป​บน​เขา​อาเรโอปากัส​และ​พูด​ว่า “บอก​พวก​เรา​ซิ​ว่า​คำ​สอน​ใหม่​ที่​คุณ​มา​สอน​มัน​เป็น​ยัง​ไง? 20 เพราะ​เรื่อง​ที่​คุณ​พูด​ฟัง​ดู​แปลก พวก​เรา​เลย​อยาก​รู้​ว่า​มัน​หมาย​ถึง​อะไร​กัน​แน่” 21 พวก​คน​เอเธนส์​กับ​คน​ต่าง​ชาติ​ที่​อยู่​ที่​นั่น​ชอบ​ใช้​เวลา​ว่าง​เอา​แต่​พูด​คุย​และ​ฟัง​เรื่อง​ใหม่ ๆ 22 เปาโล​ยืน​อยู่​กลาง​อาเรโอปากัส+แล้ว​พูด​ว่า

“ชาว​เอเธนส์​ครับ ผม​เห็น​ว่า​พวก​คุณ​ดู​เป็น​คน​เคร่ง​ศาสนา​และ​นับถือ​พระ​ต่าง ๆ มาก​กว่า​ใคร ๆ + 23 เช่น​ตอน​ที่​ผม​เดิน​ผ่าน​มา ผม​สังเกต​เห็น​ว่า​มี​หลาย​สิ่ง​ที่​พวก​คุณ​กราบ​ไหว้​บูชา* และ​ผม​ก็​เห็น​แท่น​บูชา​แท่น​หนึ่ง​เขียน​ว่า ‘สำหรับ​พระเจ้า​ที่​ไม่​รู้​จัก’ ผม​กำลัง​พูด​ถึง​พระเจ้า​องค์​นั้น​แหละ​ที่​พวก​คุณ​กราบ​ไหว้​ทั้ง ๆ ที่​ไม่​รู้​จัก 24 พระองค์​เป็น​พระเจ้า​ที่​สร้าง​โลก​และ​ทุก​สิ่ง​ใน​โลก พระองค์​ไม่​ได้​อยู่​ใน​วิหาร​ที่​มนุษย์​สร้าง​ขึ้น+เพราะ​พระองค์​เป็น​เจ้า​ของ​สวรรค์​และ​โลก+ 25 และ​พระองค์​ไม่​จำเป็น​ต้อง​พึ่ง​มนุษย์​ให้​มา​คอย​รับใช้​เหมือน​กับ​ว่า​พระองค์​ขาด​อะไร​บาง​อย่าง+ แต่​พระองค์​ต่าง​หาก​เป็น​ผู้​ที่​ให้​ชีวิต ลม​หายใจ+ และ​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​กับ​มนุษย์​ทุก​คน 26 พระองค์​สร้าง​คน​ทุก​ชาติ​จาก​คน​คน​เดียว+ให้​อยู่​ทั่ว​โลก+ พระองค์​กำหนด​เวลา​ของ​สิ่ง​ต่าง ๆ และ​กำหนด​ที่​อยู่​ให้​มนุษย์+ 27 เพราะ​พระเจ้า​อยาก​ให้​มนุษย์​เสาะ​หา​พระองค์+ และ​ถ้า​เขา​พยายาม​หา​จริง ๆ เขา​ก็​จะ​พบ​พระองค์ เพราะ​พระองค์​ไม่​ได้​อยู่​ไกล​จาก​เรา​แต่​ละ​คน​เลย 28 ที่​เรา​มี​ชีวิต​อยู่​และ​เคลื่อน​ไหว​ไป​มา​ได้​ก็​เพราะ​พระองค์+ เหมือน​ที่​กวี​บาง​คน​ของ​พวก​คุณ​บอก​ไว้​ว่า ‘พวก​เรา​ก็​เป็น​ลูก ๆ ของ​พระองค์​ด้วย’

29 “ใน​เมื่อ​พวก​เรา​เป็น​ลูก ๆ ของ​พระเจ้า+ เรา​ก็​ไม่​ควร​คิด​ว่า​พระเจ้า​เป็น​เหมือน​ทอง เงิน หรือ​ก้อน​หิน หรือ​เป็น​เหมือน​อะไร​ที่​แกะ​สลัก​ขึ้น​มา​ด้วย​ฝีมือ​และ​ความ​คิด​ของ​มนุษย์+ 30 เมื่อ​ก่อน​พระเจ้า​ไม่​ถือสา​มนุษย์​เพราะ​พวก​เขา​ยัง​ไม่​รู้+ แต่​เดี๋ยว​นี้ พระองค์​ประกาศ​ให้​มนุษย์​ทุก​คน​ใน​ทุก​หน​แห่ง​รู้​ว่า​พวก​เขา​ต้อง​กลับ​ใจ 31 เพราะ​พระองค์​กำหนด​วัน​หนึ่ง​ไว้​แล้ว​ที่​จะ​ให้​คน​หนึ่ง​ที่​พระองค์​แต่ง​ตั้ง​มา​พิพากษา+โลก​ด้วย​ความ​ยุติธรรม* สิ่ง​นี้​จะ​ต้อง​เกิด​ขึ้น​แน่นอน​เพราะ​พระองค์​ปลุก​คน​นั้น​ให้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​แล้ว”+

32 พอ​พวก​เขา​ได้​ยิน​เรื่อง​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย บาง​คน​เยาะเย้ย+ ส่วน​บาง​คน​บอก​ว่า “พวก​เรา​จะ​ฟัง​คุณ​พูด​เรื่อง​นี้​อีก​ที​ก็​แล้ว​กัน” 33 เปาโล​จึง​ไป​จาก​ที่​นั่น 34 แต่​มี​บาง​คน​เข้า​ร่วม​กับ​เปาโล​และ​เข้า​มา​เป็น​สาวก คน​หนึ่ง​เป็น​ผู้​พิพากษา​ใน​ศาล​บน​เขา​อาเรโอปากัส​ชื่อ​ดิโอนิสิอัส อีก​คน​หนึ่ง​เป็น​ผู้​หญิง​ชื่อ​ดามาริส และ​ยัง​มี​คน​อื่น ๆ ด้วย

18 หลัง​จาก​นั้น เปาโล​ออก​จาก​กรุง​เอเธนส์​ไป​ที่​เมือง​โครินธ์ 2 ที่​นั่น​เขา​เจอ​กับ​คน​ยิว​คน​หนึ่ง​ชื่อ​อะควิลลา+ซึ่ง​เกิด​ที่​ปอนทัส กับ​ปริสสิลลา​ภรรยา​ของ​เขา ทั้ง​สอง​คน​เพิ่ง​มา​จาก​ประเทศ​อิตาลี​เพราะ​จักรพรรดิ​คลาวดิอัส​สั่ง​ชาว​ยิว​ทั้ง​หมด​ให้​ออก​ไป​จาก​กรุง​โรม เปาโล​ไป​หา​สอง​คน​นั้น 3 แล้ว​พัก​อยู่​ที่​บ้าน​พวก​เขา​และ​ทำ​งาน​ด้วย​กัน+ เพราะ​พวก​เขา​มี​อาชีพ​เป็น​ช่าง​ทำ​เต็นท์​เหมือน​กัน 4 ทุก​วัน​สะบาโต+เปาโล​จะ​บรรยาย​ใน​ที่​ประชุม​ของ​ชาว​ยิว+ และ​โน้ม​น้าว​ใจ​ชาว​ยิว​กับ​ชาว​กรีก​ให้​เชื่อ

5 พอ​สิลาส+กับ​ทิโมธี+มา​จาก​แคว้น​มาซิโดเนีย เปาโล​ก็​ทุ่มเท​เวลา​ใน​การ​ประกาศ​คำ​สอน​ของ​พระเจ้า​และ​ให้​ชาว​ยิว​เห็น​หลักฐาน​ที่​พิสูจน์​ว่า​พระ​เยซู​เป็น​พระ​คริสต์+ 6 แต่​เมื่อ​ชาว​ยิว​เอา​แต่​คัดค้าน​และ​พูด​ดูถูก​เหยียด​หยาม​เปาโล เขา​จึง​สะบัด​เสื้อ+และ​พูด​กับ​พวก​นั้น​ว่า “พวก​คุณ​รับผิดชอบ​ชีวิต​ของ​พวก​คุณ​เอง​ก็​แล้ว​กัน+ ผม​พ้น​ความ​รับผิดชอบ​แล้ว+ ตั้ง​แต่​นี้​ไป ผม​จะ​ไป​หา​คน​ต่าง​ชาติ”+ 7 เปาโล​จึง​ย้าย​จาก​ที่​นั่น​ไป​ใช้​บ้าน​ของ​ผู้​ชาย​ที่​ชื่อ​ทิทิอัส​ยุสทัส​ซึ่ง​เป็น​ผู้​นมัสการ​พระเจ้า​คน​หนึ่ง บ้าน​ของ​เขา​อยู่​ติด​กับ​ที่​ประชุม​ของ​ชาว​ยิว 8 ส่วน​คริสปัส+ซึ่ง​เป็น​หัวหน้า​ที่​ประชุม​ของ​ชาว​ยิว​กับ​ทุก​คน​ใน​บ้าน​ของ​เขา​ได้​มา​เป็น​สาวก​ของ​พระ​เยซู​ผู้​เป็น​นาย มี​ชาว​เมือง​โครินธ์​หลาย​คน​ได้​ฟัง​แล้ว​ก็​เชื่อ​และ​รับ​บัพติศมา 9 แล้ว​คืน​หนึ่ง ผู้​เป็น​นาย​พูด​กับ​เปาโล​ใน​นิมิต​ว่า “ไม่​ต้อง​กลัว​นะ ประกาศ​ต่อ​ไป​อย่า​หยุด 10 เพราะ​ใน​เมือง​นี้​ยัง​มี​คน​มาก​มาย​ที่​จะ​เข้า​มา​เชื่อ และ​จะ​ไม่​มี​ใคร​มา​ทำ​ร้าย​คุณ​ได้ เพราะ​ผม​อยู่​กับ​คุณ”+ 11 เปาโล​จึง​อยู่​ที่​นั่น 1 ปี 6 เดือน​และ​สอน​คำ​สอน​ของ​พระเจ้า​ให้​คน​ใน​เมือง​นั้น

12 ตอน​ที่​กัลลิโอ​เป็น​ผู้​สำเร็จ​ราชการ​แคว้น​อาคายา ชาว​ยิว​รวม​ตัว​กัน​ต่อ​ต้าน​เปาโล​และ​เอา​ตัว​เขา​ไป​ที่​บัลลังก์​พิพากษา 13 และ​พูด​ว่า “คน​นี้​ชักจูง​ผู้​คน​ให้​นมัสการ​พระเจ้า​ใน​แบบ​ที่​ผิด​กฎหมาย”+ 14 แต่​พอ​เปาโล​จะ​พูด กัลลิโอ​ก็​พูด​กับ​ชาว​ยิว​ว่า “ชาว​ยิว​ครับ ถ้า​เรื่อง​นี้​เกี่ยว​ข้อง​กับ​การ​ทำ​ผิด​หรือ​เป็น​คดี​ร้ายแรง ผม​ก็​ควร​ฟัง​พวก​คุณ​พูด​ให้​จบ​ก่อน 15 แต่​ถ้า​เรื่อง​นี้​เป็น​การ​เถียง​กัน​เกี่ยว​กับ​คำ​พูด ตำแหน่ง หรือ​กฎหมาย​ของ​พวก​คุณ​เอง​ละ​ก็+ พวก​คุณ​จัด​การ​กัน​เอง​ก็​แล้ว​กัน ผม​ไม่​อยาก​ตัดสิน​เรื่อง​พวก​นี้” 16 แล้ว​กัลลิโอ​ก็​ไล่​พวก​เขา​ออก​ไป​จาก​หน้า​บัลลังก์​พิพากษา 17 คน​พวก​นั้น​จึง​จับ​โสสเธเนส+หัวหน้า​ที่​ประชุม​ชาว​ยิว​มา​เฆี่ยน​ที่​หน้า​บัลลังก์​พิพากษา ส่วน​กัลลิโอ​ไม่​ยุ่ง​เรื่อง​นี้​เลย

18 หลัง​จาก​พัก​ที่​นั่น​ต่อ​อีก​หลาย​วัน เปาโล​ก็​ลา​พี่​น้อง​และ​ลง​เรือ​เพื่อ​เดิน​ทาง​ไป​แคว้น​ซีเรีย ปริสสิลลา​กับ​อะควิลลา​ก็​ไป​ด้วย เปาโล​ตัด​ผม​สั้น​ที่​เมือง​เคนเครีย+เพราะ​เคย​สาบาน​ไว้​กับ​พระเจ้า 19 พอ​มา​ถึง​เมือง​เอเฟซัส เปาโล​ให้​คน​อื่น​อยู่​ที่​นั่น ส่วน​ตัว​เขา​เอง​เข้า​ไป​ใน​ที่​ประชุม​ของ​ชาว​ยิว​และ​ยก​เหตุ​ผล​คุย​กับ​พวก​ยิว+ 20 ถึง​พวก​เขา​จะ​อ้อน​วอน​ให้​เปาโล​อยู่​ต่อ​ไป เปาโล​ก็​ไม่​ยอม 21 เปาโล​ลา​พวก​เขา​และ​บอก​ว่า “ถ้า​พระ​ยะโฮวา​ต้องการ ผม​จะ​กลับ​มา​หา​พวก​คุณ​อีก” แล้ว​เขา​ก็​ลง​เรือ​ออก​จาก​เมือง​เอเฟซัส 22 ไป​เมือง​ซีซารียา+ จาก​นั้น​ก็​ไป​ทักทาย​พี่​น้อง​ใน​ประชาคม แล้ว​ไป​ต่อ​ที่​เมือง​อันทิโอก+

23 เมื่อ​เปาโล​อยู่​ที่​นั่น​ระยะ​หนึ่ง​แล้ว​ก็​ออก​เดิน​ทาง​ไป​ตาม​ที่​ต่าง ๆ ทั่ว​แคว้น​กาลาเทีย​กับ​แคว้น​ฟรีเจีย+เพื่อ​ให้​กำลังใจ​พวก​สาวก+

24 มี​คน​ยิว​คน​หนึ่ง​ชื่อ​อปอลโล+มา​ถึง​เมือง​เอเฟซัส เขา​เกิด​ที่​อเล็กซานเดรีย เป็น​คน​มี​พรสวรรค์​ใน​การ​พูด และ​รู้​เรื่อง​พระ​คัมภีร์​เป็น​อย่าง​ดี 25 อปอลโล​ได้​รับ​การ​สอน​ตาม​แนว​ทาง​ของ​พระ​ยะโฮวา​มา​แล้ว พลัง​ของ​พระเจ้า​กระตุ้น​เขา​ให้​กระตือรือร้น เขา​พูด​และ​สอน​เรื่อง​พระ​เยซู​อย่าง​ถูก​ต้อง แต่​เขา​รู้​แค่​เรื่อง​บัพติศมา​ของ​ยอห์น​เท่า​นั้น+ 26 อปอลโล​เริ่ม​พูด​อย่าง​กล้า​หาญ​ใน​ที่​ประชุม​ชาว​ยิว เมื่อ​ปริสสิลลา​กับ​อะควิลลา+ได้​ยิน​เขา​พูด ก็​ชวน​เขา​มา​ที่​บ้าน​และ​อธิบาย​ให้​เขา​เข้าใจ​แนว​ทาง​ของ​พระเจ้า​อย่าง​ถูก​ต้อง​ยิ่ง​ขึ้น 27 ต่อ​มา อปอลโล​อยาก​จะ​ข้าม​ไป​แคว้น​อาคายา พี่​น้อง​จึง​เขียน​จดหมาย​แนะ​นำ​ตัว​ให้​สาวก​ที่​นั่น​ต้อนรับ​เขา​อย่าง​อบอุ่น พอ​อปอลโล​ไป​ถึง เขา​ให้​ความ​ช่วยเหลือ​อย่าง​มาก​กับ​คน​ที่​เข้า​มา​เชื่อ​เพราะ​ความ​กรุณา​ที่​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​พระเจ้า 28 และ​เขา​ให้​ข้อ​พิสูจน์​ที่​ชัดเจน​จาก​พระ​คัมภีร์​กับ​ผู้​คน​อย่าง​มี​พลัง​ว่า​พระ​เยซู​คือ​พระ​คริสต์+ และ​แสดง​ให้​เห็น​ว่า​คำ​สอน​ของ​พวก​ยิว​นั้น​ผิด

19 ตอน​ที่​อปอลโล+อยู่​ใน​เมือง​โครินธ์ เปาโล​เดิน​ทาง​ผ่าน​แถบ​ภูเขา​มา​ที่​เมือง​เอเฟซัส+ และ​เจอ​สาวก​บาง​คน 2 เปาโล​ถาม​พวก​เขา​ว่า “ตอน​ที่​พวก​คุณ​เข้า​มา​เชื่อ พวก​คุณ​ได้​รับ​พลัง​บริสุทธิ์​ไหม?”+ พวก​เขา​ตอบ​ว่า “พวก​เรา​ไม่​เคย​ได้​ยิน​เรื่อง​พลัง​บริสุทธิ์​เลย” 3 เปาโล​จึง​ถาม​ว่า “แล้ว​พวก​คุณ​รับ​บัพติศมา​แบบ​ไหน​ล่ะ?” พวก​เขา​ตอบ​ว่า “บัพติศมา​ของ​ยอห์น”+ 4 เปาโล​จึง​บอก​ว่า “ยอห์น​ให้​บัพติศมา​ที่​แสดง​ถึง​การ​กลับ​ใจ+ และ​บอก​ประชาชน​ให้​เชื่อ​ใน​ท่าน​ผู้​นั้น​ที่​จะ​มา​ที​หลัง​เขา+ คือ​พระ​เยซู” 5 พอ​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น พวก​เขา​จึง​รับ​บัพติศมา​ใน​นาม​ของ​พระ​เยซู​ผู้​เป็น​นาย 6 เมื่อ​เปาโล​วาง​มือ​บน​พวก​เขา พวก​เขา​ก็​ได้​รับ​พลัง​บริสุทธิ์+ จึง​เริ่ม​พูด​ภาษา​ต่าง ๆ และ​พยากรณ์+ 7 สาวก​กลุ่ม​นั้น​มี​ผู้​ชาย​ประมาณ 12 คน

8 เปาโล​เข้า​ไป​พูด​ใน​ที่​ประชุม​ของ​ชาว​ยิว+ด้วย​ความ​กล้า​หาญ​เป็น​เวลา 3 เดือน เขา​บรรยาย​และ​พูด​โน้ม​น้าว​อย่าง​มี​เหตุ​ผล​เรื่อง​รัฐบาล*ของ​พระเจ้า+ 9 แต่​มี​บาง​คน​ที่​หัวดื้อ​ไม่​ยอม​เชื่อ พวก​นั้น​พูด​หยาบคาย​เกี่ยว​กับ​ทาง​นั้น+ต่อ​หน้า​ฝูง​ชน เปาโล​จึง​ไป​จาก​พวก​เขา+และ​พา​พวก​สาวก​ที่​เข้า​มา​เชื่อ​ไป​ด้วย แล้ว​ไป​บรรยาย​ใน​ห้อง​ประชุม​โรง​เรียน​ของ​ทีรันนัส​ทุก​วัน 10 เปาโล​ทำ​แบบ​นั้น​อยู่ 2 ปี​จน​คน​ใน​แคว้น​เอเชีย​ทั้ง​คน​ยิว​และ​คน​กรีก​ทุก​คน​ได้​ยิน​คำ​สอน​ของ​ผู้​เป็น​นาย

11 พระเจ้า​ใช้​เปาโล​ให้​ทำ​การ​อัศจรรย์​ที่​ยิ่ง​ใหญ่​ต่อ​ไป+ 12 ถึง​ขนาด​ที่​ถ้า​ใคร​เอา​ผ้า​หรือ​ผ้า​กัน​เปื้อน​ที่​ถูก​ตัว​เปาโล​ไป​ให้​คน​ป่วย+ คน​ป่วย​ก็​จะ​หาย​โรค และ​ปีศาจ​ที่​ชั่ว​ร้าย​ก็​จะ​ออก​มา+ 13 แต่​ชาว​ยิว​บาง​คน​ซึ่ง​เดิน​ทาง​ไป​ตาม​ที่​ต่าง ๆ เพื่อ​ขับ​ไล่​ปีศาจ​ก็​พยายาม​ใช้​ชื่อ​พระ​เยซู​ผู้​เป็น​นาย​เหมือน​กัน พวก​เขา​พูด​กับ​คน​ที่​ถูก​ปีศาจ​ชั่ว​สิง​อยู่​ว่า “โดย​อำนาจ​ของ​พระ​เยซู​ผู้​ที่​เปาโล​ประกาศ​นั้น ขอ​สั่ง​ให้​พวก​แก​ออก​มา”+ 14 ลูก​ชาย 7 คน​ของ​เสวา​ปุโรหิต​ใหญ่​ชาว​ยิว​ก็​ทำ​อย่าง​นั้น​เหมือน​กัน 15 แต่​ปีศาจ​ชั่ว​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ข้า​รู้​จัก​พระ​เยซู+ และ​ก็​รู้​จัก​เปาโล+ แต่​พวก​แก​เป็น​ใคร?” 16 แล้ว​คน​ที่​ถูก​ปีศาจ​ชั่ว​สิง​ก็​กระโจน​ใส่​พวก​เขา ทำ​ร้าย​ที​ละ​คน​และ​ชนะ​พวก​เขา​ได้ พวก​เขา​วิ่ง​หนี​ออก​จาก​บ้าน​ตัว​ล่อนจ้อน​และ​บาดเจ็บ​สะบักสะบอม​กัน​ทุก​คน 17 คน​ที่​อยู่​ใน​เมือง​เอเฟซัส​ทั้ง​คน​ยิว​และ​คน​กรีก​ก็​รู้​เรื่อง​นี้​กัน​ทั้ง​นั้น ทำ​ให้​ทุก​คน​กลัว​มาก และ​ชื่อ​ของ​พระ​เยซู​ผู้​เป็น​นาย​ก็​ได้​รับ​การ​ยกย่อง 18 หลาย​คน​ที่​เข้า​มา​เป็น​สาวก​ก็​มา​สารภาพ​ความ​ผิด​ของ​เขา​อย่าง​ไม่​ปิด​บัง 19 และ​หลาย​คน​ที่​เคย​ใช้​เวทมนตร์​คาถา​ก็​เอา​ม้วน​หนังสือ​ของ​เขา​มา​กอง​รวม​กัน​แล้ว​เผา​ต่อ​หน้า​ทุก​คน+ พวก​เขา​คำนวณ​ราคา​ม้วน​หนังสือ​ทั้ง​หมด​นั้น​รวม​แล้ว​เป็น​เงิน​ถึง 50,000 เหรียญ 20 เหตุ​การณ์​ทั้ง​หมด​นี้​ทำ​ให้​คำ​สอน​ของ​พระ​ยะโฮวา​แพร่​ออก​ไป​อย่าง​น่า​ทึ่ง​และ​ไม่​มี​อะไร​ขัด​ขวาง​ได้+

21 เมื่อ​เหตุ​การณ์​ทั้ง​หมด​นี้​ผ่าน​ไป​แล้ว เปาโล​ตั้งใจ​ว่า​จะ​ไป​ทั่ว​แคว้น​มาซิโดเนีย+และ​อาคายา แล้ว​จะ​เดิน​ทาง​ไป​กรุง​เยรูซาเล็ม+ เปาโล​พูด​ว่า “หลัง​จาก​ไป​ที่​นั่น​แล้ว ผม​จะ​ต้อง​ไป​กรุง​โรม​ด้วย”+ 22 เปาโล​ส่ง​ผู้​ช่วย​สอง​คน​คือ​ทิโมธี+กับ​เอรัสทัส+ให้​ไป​ที่​แคว้น​มาซิโดเนีย ส่วน​เปาโล​ยัง​อยู่​ใน​แคว้น​เอเชีย​ต่อ​อีก​ระยะ​หนึ่ง

23 ตอน​นั้น เกิด​ความ​ชุลมุน​วุ่นวาย​มาก+เพราะ​ทาง​นั้น+ 24 มี​ผู้​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​เดเมตริอัส​เป็น​ช่าง​เงิน เขา​เอา​เงิน​มา​ทำ​เป็น​วิหาร​จำลอง​ของ​เทพ​ธิดา​อาร์เทมิส ทำ​ให้​พวก​ช่าง​ฝีมือ​ได้​กำไร​กัน​ไม่​น้อย+ 25 เขา​เรียก​พวก​ช่าง​ฝีมือ​ที่​ร่วม​งาน​กับ​เขา​และ​คน​อื่น ๆ ที่​ทำ​อาชีพ​เดียว​กัน​มา​รวม​ตัว​กัน และ​พูด​ว่า “พวก​คุณ​ก็​รู้​ว่า ที่​พวก​เรา​ร่ำรวย​กัน​ได้​ก็​เพราะ​อาชีพ​นี้ 26 แต่​ตอน​นี้​พวก​คุณ​ก็​เห็น​และ​ได้​ยิน​ว่า เปาโล​คน​นี้​ได้​ชักจูง​ผู้​คน​มาก​มาย​และ​ล้าง​สมอง​พวก​เขา ไม่​ใช่​แค่​ที่​เมือง​เอเฟซัส+เท่า​นั้น​นะ แต่​เกือบ​ทั่ว​แคว้น​เอเชีย​เลย เขา​บอก​ว่า​พระ​ที่​มนุษย์​ทำ​ขึ้น​นั้น​ไม่​ใช่​พระเจ้า​จริง ๆ + 27 ถ้า​เป็น​อย่าง​นี้​ต่อ​ไป มัน​จะ​กระทบ​ไม่​ใช่​แค่​อาชีพ​ของ​พวก​เรา​เท่า​นั้น แต่​วิหาร​ของ​เทพ​ธิดา​อาร์เทมิส​ผู้​ยิ่ง​ใหญ่​ก็​จะ​ถูก​มอง​ว่า​ไม่​ศักดิ์สิทธิ์ แล้ว​เทพ​อาร์เทมิส​ที่​คน​กราบ​ไหว้​บูชา​กัน​ตลอด​ทั่ว​แคว้น​เอเชีย​และ​ทั่ว​โลก​ก็​จะ​เสื่อม​ไป​ด้วย” 28 เมื่อ​พวก​เขา​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น​ก็​โกรธ​มาก​จึง​พา​กัน​ร้อง​ตะโกน​ว่า “เทพ​ธิดา​อาร์เทมิส​ของ​ชาว​เอเฟซัส​เป็น​ผู้​ยิ่ง​ใหญ่!”

29 แล้ว​ก็​เกิด​ความ​ชุลมุน​วุ่นวาย​กัน​ทั่ว​เมือง ผู้​คน​วิ่ง​กรู​กัน​เข้า​ไป​ใน​โรง​ละคร ลาก​ตัว​กายอัส​กับ​อาริสทาร์คัส+ชาว​มาซิโดเนีย​เข้า​ไป​ด้วย สอง​คน​นี้​เป็น​เพื่อน​ร่วม​เดิน​ทาง​ของ​เปาโล+ 30 เปาโล​เอง​อยาก​จะ​เข้า​ไป​พูด​กับ​ฝูง​ชน​ที่​อยู่​ข้าง​ใน แต่​พวก​สาวก​ห้าม​ไว้ 31 แม้​แต่​พวก​ผู้​ดู​แล​งาน​ฉลอง​และ​การ​แข่งขัน​บาง​คน​ซึ่ง​รู้สึก​ชอบ​เปาโล​ก็​ใช้​คน​ไป​ขอร้อง​เปาโล​ไม่​ให้​เสี่ยง​เข้า​ไป​ใน​โรง​ละคร 32 ที่​นั่น​ผู้​คน​ร้อง​ตะโกน​อย่าง​นั้น​บ้าง​อย่าง​นี้​บ้าง​จน​สับสน​กัน​ไป​หมด คน​ส่วน​ใหญ่​ไม่​รู้​ด้วย​ซ้ำ​ว่า​พวก​เขา​มา​ชุมนุม​กัน​ทำไม 33 พวก​ยิว​ผลัก​อเล็กซานเดอร์​ออก​มา​ข้าง​หน้า​เพื่อ​จะ​ให้​เขา​พูด​กับ​ฝูง​ชน อเล็กซานเดอร์​จึง​โบก​มือ​ให้​เงียบ​และ​พยายาม​จะ​อธิบาย​กับ​ฝูง​ชน 34 แต่​พอ​ฝูง​ชน​จำ​ได้​ว่า​เขา​เป็น​คน​ยิว​ก็​ตะโกน​เป็น​เสียง​เดียว​กัน​อยู่​ประมาณ 2 ชั่วโมง​ว่า “เทพ​ธิดา​อาร์เทมิส​ของ​ชาว​เอเฟซัส​เป็น​ผู้​ยิ่ง​ใหญ่”

35 เมื่อ​นายก​เทศมนตรี​ทำ​ให้​ฝูง​ชน​เงียบ​ลง​แล้ว ก็​พูด​ว่า “พี่​น้อง​ชาว​เอเฟซัส มี​ใคร​บ้าง​ที่​ไม่​รู้​ว่า​ชาว​เมือง​เอเฟซัส​เป็น​ผู้​ดู​แล​วิหาร​เทพ​ธิดา​อาร์เทมิส​ผู้​ยิ่ง​ใหญ่​และ​รูป​ปั้น​ของ​ท่าน​ซึ่ง​ตก​มา​จาก​ฟ้า 36 ใน​เมื่อ​ไม่​มี​ใคร​เถียง​เรา​ได้​ใน​เรื่อง​นี้ พวก​คุณ​ก็​ใจ​เย็น​กัน​ก่อน อย่า​ทำ​อะไร​วู่วาม​ไป 37 คน​ที่​พวก​คุณ​เอา​ตัว​มา พวก​เขา​ไม่​ได้​เป็น​โจร​ปล้น​วิหาร และ​ไม่​ได้​หมิ่น​ประมาท​เทพ​ธิดา​ของ​พวก​เรา 38 ถ้า​เดเมตริอัส+กับ​พวก​ช่าง​ฝีมือ​ที่​มา​ด้วย​กัน​มี​ปัญหา​กับ​ใคร ศาล​ก็​มี ผู้​สำเร็จ​ราชการ​ก็​มี ให้​เขา​ไป​ฟ้องร้อง​กัน​เอง​เถอะ 39 แต่​ถ้า​พวก​คุณ​ยัง​จะ​มี​ปัญหา​เรื่อง​อื่น​กัน​อีก ก็​ต้อง​ไป​ตัดสิน​กัน​ใน​การ​ประชุม​ตาม​กฎหมาย 40 เพราะ​ที่​ทำ​กัน​อยู่​ตอน​นี้ ผม​กลัว​ว่า​พวก​เรา​จะ​ถูก​ฟ้อง​ด้วย​ข้อ​หา​ก่อ​จลาจล เพราะ​พวก​เรา​ไม่​มี​ข้อ​แก้​ตัว​สำหรับ​สาเหตุ​ของ​ความ​วุ่นวาย​ใน​วัน​นี้” 41 พอ​เขา​พูด​จบ​แล้ว​ก็​สั่ง​ให้​คน​ที่​มา​ชุมนุม​แยก​ย้าย​กัน​กลับ​ไป

20 หลัง​จาก​ความ​วุ่นวาย​ผ่าน​ไป​แล้ว เปาโล​ก็​ส่ง​คน​ไป​ตาม​พวก​สาวก​มา เมื่อ​ให้​กำลังใจ​และ​บอก​ลา​พวก​เขา​แล้ว เปาโล​ก็​เดิน​ทาง​ไป​ที่​แคว้น​มาซิโดเนีย+ 2 เปาโล​เดิน​ทาง​ไป​ตาม​เขต​ต่าง ๆ ใน​แคว้น​นี้​และ​พูด​ให้​กำลังใจ​พวก​สาวก​ที่​นั่น​หลาย​อย่าง แล้ว​ก็​ไป​ที่​กรีซ 3 เปาโล​อยู่​ที่​นั่น 3 เดือน แต่​ตอน​ที่​กำลัง​จะ​ลง​เรือ​ไป​แคว้น​ซีเรีย เขา​ก็​รู้​ว่า​พวก​ยิว​วาง​แผน​ทำ​ร้าย​เขา+ จึง​เปลี่ยน​ใจ​กลับ​ไป​ทาง​แคว้น​มาซิโดเนีย​แทน 4 คน​ที่​ร่วม​ทาง​กับ​เปาโล​มี​โสปาเทอร์​ลูก​ชาย​ปีรัส​จาก​เมือง​เบโรอา อาริสทาร์คัส+กับ​เสคุนดัส​จาก​เมือง​เธสะโลนิกา กายอัส​จาก​เมือง​เดอร์บี ทิโมธี+ แล้ว​ก็​ทีคิกัส+กับ​โตรฟีมัส+จาก​แคว้น​เอเชีย 5 คน​พวก​นี้​ไป​ที่​เมือง​โตรอัส​ก่อน​พวก​เรา​และ​คอย​อยู่​ที่​นั่น+ 6 หลัง​จาก​เทศกาล​ขนมปัง​ไม่​ใส่​เชื้อ+ พวก​เรา​ลง​เรือ​ออก​จาก​เมือง​ฟีลิปปี และ 5 วัน​ต่อ​มา ก็​ไป​เจอ​กับ​พวก​เขา​ที่​เมือง​โตรอัส แล้ว​อยู่​ที่​นั่น 7 วัน

7 ใน​วัน​แรก​ของ​สัปดาห์ พวก​เรา​มา​อยู่​รวม​กัน​เพื่อ​กิน​อาหาร เปาโล​บรรยาย​ให้​ทุก​คน​ฟัง​เพราะ​เขา​กำลัง​จะ​เดิน​ทาง​ไป​ใน​วัน​รุ่ง​ขึ้น เขา​พูด​จน​ถึง​เที่ยง​คืน 8 ใน​ห้อง​ชั้น​บน​ที่​พวก​เรา​อยู่​ด้วย​กัน​มี​ตะเกียง​หลาย​ดวง 9 ตอน​ที่​เปาโล​กำลัง​บรรยาย​อยู่ มี​เด็ก​หนุ่ม​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ยุทิกัส​นั่ง​บน​ขอบ​หน้าต่าง เขา​หลับ​สนิท​แล้ว​หงาย​หลัง​พลัด​ตก​จาก​ชั้น​สาม พอ​คน​ไป​ถึง​ก็​เห็น​ว่า​เขา​ตาย​แล้ว 10 เปาโล​จึง​ลง​ไป​ข้าง​ล่าง​แล้ว​ก้ม​ตัว​ลง​ไป​กอด​เขา​ไว้+ และ​พูด​ว่า “ไม่​ต้อง​เป็น​ห่วง เขา​มี​ชีวิต​แล้ว”+ 11 แล้ว​เปาโล​ก็​ขึ้น​ไป​ข้าง​บน​และ​เริ่ม​กิน​อาหาร​กับ​พี่​น้อง หลัง​จาก​คุย​กัน​จน​ถึง​เช้า​เปาโล​ก็​ไป 12 พวก​เขา​พา​เด็ก​หนุ่ม​ที่​มี​ชีวิต​อีก​กลับ​ไป เรื่อง​นี้​ทำ​ให้​พวก​เขา​มี​กำลังใจ​ขึ้น​มาก

13 เปาโล​ตั้งใจ​จะ​เดิน​เท้า​ไป​เมือง​อัสโสส ส่วน​พวก​เรา​ลง​เรือ​ไป​ที่​นั่น​ก่อน​เพื่อ​รอ​รับ​เปาโล​ตาม​ที่​เขา​สั่ง​ไว้ 14 พอ​เปาโล​มา​เจอ​พวก​เรา​ใน​เมือง​อัสโสส พวก​เรา​ก็​รับ​เขา​ลง​เรือ​แล้ว​ไป​เมือง​มิทิเลนี 15 วัน​รุ่ง​ขึ้น พวก​เรา​นั่ง​เรือ​จาก​ที่​นั่น​มา​ถึง​ฝั่ง​ตรง​ข้าม​เกาะ​คิโอส วัน​ต่อ​มา​ก็​แวะ​ที่​เกาะ​สามอส และ​อีก​วัน​หนึ่ง​ก็​มา​ถึง​เมือง​มิเลทัส 16 เปาโล​ตั้งใจ​จะ​นั่ง​เรือ​ผ่าน​เมือง​เอเฟซัส​ไป+ จะ​ได้​ไม่​ต้อง​เสีย​เวลา​ใน​แคว้น​เอเชีย​เพราะ​เขา​อยาก​จะ​รีบ​ไป​กรุง​เยรูซาเล็ม+ให้​ทัน​เทศกาล​เพ็นเทคอสต์+ถ้า​เป็น​ได้

17 เมื่อ​อยู่​ที่​เมือง​มิเลทัส เปาโล​ใช้​คน​ไป​เชิญ​พวก​ผู้​ดู​แล​ใน​ประชาคม​ที่​เมือง​เอเฟซัส​ให้​มา​หา 18 พอ​พวก​เขา​มา​แล้ว เปาโล​ก็​พูด​ว่า “พวก​คุณ​รู้​ดี​ว่า​ตั้ง​แต่​วัน​แรก​ที่​ผม​เข้า​มา​ใน​แคว้น​เอเชีย ผม​ใช้​ชีวิต​ยัง​ไง​ตลอด​เวลา​ที่​อยู่​กับ​พวก​คุณ+ 19 ผม​ทำ​งาน​หนัก​รับใช้​ผู้​เป็น​นาย​ด้วย​ความ​ถ่อม​ตัว+ทั้ง​น้ำตา แล้ว​ยัง​ต้อง​ทน​ความ​ลำบาก​จาก​แผน​ร้าย​ต่าง ๆ ของ​พวก​ยิว 20 และ​พวก​คุณ​ก็​รู้​ว่า​ผม​ไม่​เคย​ลังเล​ที่​จะ​บอก​สิ่ง​ที่​เป็น​ประโยชน์​กับ​พวก​คุณ และ​ยัง​สอน​พวก​คุณ​ทั้ง​ใน​ที่​สาธารณะ+และ​ตาม​บ้าน​ด้วย+ 21 ผม​อธิบาย​อย่าง​ละเอียด*ให้​ทั้ง​คน​ยิว​และ​คน​กรีก​เข้าใจ​ว่า​พวก​เขา​ต้อง​กลับ​ใจ+แล้ว​หัน​มา​หา​พระเจ้า และ​เชื่อ​ใน​พระ​เยซู​ผู้​เป็น​นาย​ของ​เรา+ 22 ตอน​นี้ พลัง​ของ​พระเจ้า​กระตุ้น​ผม​ให้​เดิน​ทาง​ไป​กรุง​เยรูซาเล็ม+ ผม​เอง​ก็​ไม่​รู้​ว่า​จะ​เกิด​อะไร​ขึ้น​กับ​ผม​ที่​นั่น​บ้าง 23 แต่​ใน​ทุก​เมือง​ที่​ผม​ไป พลัง​บริสุทธิ์​ยืน​ยัน​กับ​ผม​หลาย​ครั้ง​แล้ว​ว่า ผม​จะ​ต้อง​ติด​คุก​และ​เจอ​ความ​ยาก​ลำบาก​หลาย​อย่าง+ 24 แต่​ผม​ไม่​ถือ​ว่า​ชีวิต​ผม​สำคัญ ขอ​แค่​ผม​ได้​วิ่ง​จน​ถึง​เส้น​ชัย+และ​ทำ​งาน​รับใช้​ที่​ได้​รับ​มอบหมาย​จาก​พระ​เยซู​ผู้​เป็น​นาย​ให้​สำเร็จ+ คือ​ประกาศ​ข่าว​ดี​เรื่อง​ความ​กรุณา​ที่​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​พระเจ้า​ให้​ทั่ว​ถึง*

25 “และ​ใน​ตอน​นี้​ผม​รู้​แล้ว​ว่า​พวก​คุณ​ที่​ผม​เคย​ประกาศ​เรื่อง​รัฐบาล*ของ​พระเจ้า​ให้​ฟัง​จะ​ไม่​มี​ใคร​ได้​เห็น​หน้า​ผม​อีก 26 ดัง​นั้น วัน​นี้​พวก​คุณ​เป็น​พยาน​ยืน​ยัน​ให้​ผม​ได้​ว่า​ถ้า​มี​ใคร​ไม่​รอด ก็​จะ​มา​โทษ​ผม​ไม่​ได้+ 27 เพราะ​ผม​ได้​ทุ่มเท​ตัว​บอก​พวก​คุณ​ทุก​สิ่ง​ที่​พระเจ้า​อยาก​ให้​เรา​ทำ+ 28 ให้​พวก​คุณ​เอา​ใจ​ใส่​ตัว​เอง+และ​ฝูง​แกะ​ที่​พลัง​บริสุทธิ์​ตั้ง​พวก​คุณ​ให้​เป็น​ผู้​ดู​แล+ และ​ให้​คอย​ดู​แล​ประชาคม​ของ​พระเจ้า+ที่​พระองค์​ซื้อ​ไว้​ด้วย​เลือด​ของ​ลูก​ของ​พระองค์​เอง+ 29 ผม​รู้​ว่า​เมื่อ​ผม​ไป​แล้ว จะ​มี​บาง​คน​เป็น​เหมือน​หมา​ป่า​ที่​ดุ​ร้าย​เข้า​มา​อยู่​ใน​กลุ่ม​พวก​คุณ+ และ​จะ​ไม่​กรุณา​ต่อ​ฝูง​แกะ​เลย 30 และ​จะ​มี​พวก​คุณ​บาง​คน​พูด​บิดเบือน​ความ​จริง​เพื่อ​ชักจูง​พวก​สาวก​ให้​ติด​ตาม​พวก​เขา​ไป+

31 “ดัง​นั้น พวก​คุณ​ต้อง​ตื่น​ตัว​ไว้ และ​อย่า​ลืม​ว่า​ตลอด 3 ปี+ ผม​ได้​เตือน​สติ​พวก​คุณ​แต่​ละ​คน​ด้วย​น้ำตา​ทั้ง​วัน​ทั้ง​คืน​ไม่​หยุด 32 แต่​ตอน​นี้​ผม​ขอ​ฝาก​พวก​คุณ​ไว้​กับ​พระเจ้า พระองค์​จะ​ดู​แล​พวก​คุณ​โดย​ทาง​คำ​สอน​เกี่ยว​กับ​ความ​กรุณา​ที่​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​พระองค์ คำ​สอน​นั้น​จะ​ทำ​ให้​พวก​คุณ​เข้มแข็ง และ​จะ​ช่วย​พวก​คุณ​ให้​ได้​รับ​มรดก​สำหรับ​คน​ที่​ถูก​ชำระ​ให้​บริสุทธิ์*+ 33 ผม​ไม่​เคย​อยาก​ได้​เงิน​ทอง​หรือ​เสื้อ​ผ้า​ของ​ใคร+ 34 พวก​คุณ​ก็​รู้​ว่า​ผม​ทำ​งาน​เลี้ยง​ดู​ตัว​เอง+และ​คน​ที่​อยู่​กับ​ผม​ด้วย​สอง​มือ​นี้ 35 ที่​ผม​ทำ​มา​ทั้ง​หมด​ก็​เพื่อ​ให้​พวก​คุณ​เห็น​ว่า พวก​คุณ​ต้อง​ทำ​งาน​หนัก​แบบ​นี้​แหละ+เพื่อ​ช่วย​คน​ที่​อ่อนแอ และ​อย่า​ลืม​สิ่ง​ที่​พระ​เยซู​ผู้​เป็น​นาย​เคย​พูด​ไว้​ว่า ‘การ​ให้+ทำ​ให้​มี​ความ​สุข​ยิ่ง​กว่า​การ​รับ’”

36 เมื่อ​เปาโล​พูด​จบ​แล้ว​ก็​คุกเข่า​ลง​อธิษฐาน​กับ​พวก​เขา 37 ทุก​คน​ร้องไห้​กัน​ใหญ่ แล้ว​พวก​เขา​ก็​กอด​และ​จูบ​ลา​เปาโล 38 พวก​เขา​รู้สึก​เศร้า​ใจ​มาก​ที่​เปาโล​บอก​ว่า​พวก​เขา​จะ​ไม่​เห็น​หน้า​เปาโล​อีก+ แล้ว​พวก​เขา​ก็​ไป​ส่ง​เปาโล​ที่​เรือ

21 เมื่อ​พวก​เรา​จำ​ใจ​ลา​พวก​เขา​แล้ว ก็​นั่ง​เรือ​ตรง​ไป​ที่​เกาะ​โขส วัน​ต่อ​มา​ก็​ไป​ที่​เกาะ​โรดส์ แล้ว​ก็​ไป​ถึง​เมือง​ปาทารา 2 พอ​เจอ​เรือ​ลำ​หนึ่ง​ที่​จะ​ตรง​ไป​ฟีนิเซีย พวก​เรา​ก็​ลง​เรือ​ลำ​นั้น 3 พอ​เห็น​เกาะ​ไซปรัส พวก​เรา​ก็​แล่น​ผ่าน​เกาะ​ไป​โดย​ให้​เกาะ​อยู่​ทาง​ซ้าย และ​มุ่ง​หน้า​ไป​แคว้น​ซีเรีย แล้ว​ขึ้น​ฝั่ง​ที่​เมือง​ไทระ​เพราะ​เรือ​ต้อง​ขน​ถ่าย​สินค้า​ที่​นั่น 4 พวก​เรา​หา​พวก​สาวก​จน​พบ​แล้ว​พัก​อยู่​ที่​นั่น 7 วัน พวก​เขา​พยายาม​ห้าม​เปาโล​ไม่​ให้​ไป​ที่​กรุง​เยรูซาเล็ม​เพราะ​สิ่ง​ที่​พลัง​ของ​พระเจ้า​เปิด​เผย​ให้​พวก​เขา​รู้+ 5 เมื่อ​ถึง​เวลา​ที่​พวก​เรา​ต้อง​เดิน​ทาง​ต่อ พวก​เขา​ทุก​คน​รวม​ทั้ง​ผู้​หญิง​และ​เด็ก ๆ ก็​พา​กัน​มา​ส่ง​พวก​เรา​ถึง​นอก​เมือง พวก​เรา​คุกเข่า​ลง​อธิษฐาน​ที่​ชาย​หาด​ด้วย​กัน 6 เมื่อ​ลา​กัน​แล้ว พวก​เรา​ก็​ลง​เรือ ส่วน​พวก​เขา​กลับ​บ้าน

7 จาก​เมือง​ไทระ พวก​เรา​นั่ง​เรือ​มา​ถึง​เมือง​ทอเลมาอิส พอ​ทักทาย​พี่​น้อง​แล้ว​ก็​พัก​อยู่​กับ​พวก​เขา 1 วัน 8 วัน​ต่อ​มา​พวก​เรา​ออก​เดิน​ทาง​มา​ถึง​เมือง​ซีซารียา​แล้ว​เข้า​ไป​พัก​อยู่​ใน​บ้าน​ของ​ฟีลิป​ผู้​ประกาศ​ข่าว​ดี+ เขา​เป็น 1 ใน 7 คน+ที่​ถูก​เลือก​ก่อน​หน้า​นี้ 9 ฟีลิป​มี​ลูก​สาว 4 คน​ที่​ยัง​เป็น​โสด​และ​เป็น​ผู้​พยากรณ์+ 10 หลัง​จาก​ที่​พวก​เรา​อยู่​ที่​นั่น​หลาย​วัน ผู้​พยากรณ์​ที่​ชื่อ​อากาบุส+ก็​มา​จาก​แคว้น​ยูเดีย 11 เขา​มา​หา​พวก​เรา เอา​ผ้า​คาด​เอว​ของ​เปาโล​มัด​มือ​และ​เท้า​ของ​ตัว​เอง​แล้ว​พูด​ว่า “พลัง​บริสุทธิ์​บอก​ว่า ‘เจ้า​ของ​ผ้า​คาด​เอว​ผืน​นี้​จะ​ถูก​ชาว​ยิว​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม​มัด​ไว้​แบบ​นี้+ แล้ว​พวก​เขา​จะ​มอบ​คน​นั้น​ไว้​ใน​เงื้อม​มือ​คน​ต่าง​ชาติ’”+ 12 พอ​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น พวก​เรา​กับ​คน​ที่​อยู่​ที่​นั่น​จึง​อ้อน​วอน​เปาโล​ไม่​ให้​ไป​กรุง​เยรูซาเล็ม 13 เปาโล​ตอบ​ว่า “ทำไม​พวก​คุณ​ต้อง​ร้องไห้ และ​พยายาม​ทำ​ให้​ผม​เปลี่ยน​ความ​ตั้งใจ ผม​พร้อม​จะ​ถูก​มัด และ​พร้อม​จะ​ตาย​ที่​กรุง​เยรูซาเล็ม​เพื่อ​ชื่อ​ของ​พระ​เยซู​ผู้​เป็น​นาย”+ 14 เมื่อ​เปาโล​ไม่​ยอม​เปลี่ยน​ใจ พวก​เรา​ก็​หยุด​อ้อน​วอน* และ​พูด​ว่า “ขอ​ให้​เป็น​ไป​ตาม​ที่​พระ​ยะโฮวา​ต้องการ​เถอะ”

15 หลัง​จาก​นั้น พวก​เรา​เตรียม​ตัว แล้ว​ก็​ออก​เดิน​ทาง​ไป​กรุง​เยรูซาเล็ม 16 สาวก​บาง​คน​จาก​เมือง​ซีซารียา​ก็​ไป​กับ​พวก​เรา​ด้วย​เพื่อ​จะ​พา​พวก​เรา​ไป​หา​คน​ชื่อ​มนาสัน​ที่​จะ​ให้​พวก​เรา​พัก​ที่​บ้าน เขา​เป็น​ชาว​เกาะ​ไซปรัส​และ​เป็น​สาวก​รุ่น​แรก ๆ 17 เมื่อ​พวก​เรา​มา​ถึง​กรุง​เยรูซาเล็ม พวก​พี่​น้อง​ก็​มา​ต้อนรับ​พวก​เรา​ด้วย​ความ​ดีใจ 18 วัน​ถัด​ไป เปาโล​กับ​พวก​เรา​ไป​หา​ยากอบ+ พวก​ผู้​ดู​แล​ทั้ง​หมด​ก็​อยู่​ที่​นั่น 19 เปาโล​ทักทาย​พวก​เขา แล้ว​เล่า​อย่าง​ละเอียด​ว่า​พระเจ้า​ได้​ทำ​อะไร​บ้าง​เพื่อ​คน​ต่าง​ชาติ​ตอน​ที่​เขา​ไป​ประกาศ

20 เมื่อ​ได้​ยิน​เรื่อง​นั้น พวก​เขา​ก็​ยกย่อง​สรรเสริญ​พระเจ้า แล้ว​พวก​เขา​พูด​กับ​เปาโล​ว่า “พี่​น้อง​เปาโล คุณ​ก็​รู้​ว่า​มี​ชาว​ยิว​หลาย​พัน​คน​เข้า​มา​เชื่อ และ​พวก​เขา​ทุก​คน​กระตือรือร้น​ใน​การ​ทำ​ตาม​กฎหมาย​ของ​โมเสส+ 21 แต่​พวก​เขา​ได้​ยิน​ข่าว​ลือ​ว่า​คุณ​สอน​คน​ยิว​ที่​อยู่​ใน​ดินแดน​ของ​คน​ต่าง​ชาติ​ให้​ทิ้ง​กฎหมาย​ของ​โมเสส และ​บอก​พวก​เขา​ว่า​ไม่​ต้อง​ให้​ลูก ๆ เข้า​สุหนัต​และ​ไม่​ต้อง​ทำ​ตาม​ธรรมเนียม​ที่​ยึด​ถือ​กัน​มา+ 22 พวก​เรา​จะ​ทำ​ยัง​ไง​กัน​ดี? พวก​เขา​คง​ต้อง​รู้​แน่ ๆ ว่า​คุณ​มา​ถึง​ที่​นี่​แล้ว 23 เอา​อย่าง​นี้​ก็​แล้ว​กัน พวก​เรา​มี​ผู้​ชาย 4 คน​ที่​ปฏิญาณ​ตัว​ไว้ 24 ให้​คุณ​พา 4 คน​นี้​ไป​ด้วย และ​ชำระ​ตัว​ตาม​พิธีกรรม​พร้อม​กับ​พวก​เขา ออก​ค่า​ใช้​จ่าย​ให้​พวก​เขา แล้ว​ให้​พวก​เขา​โกน​หัว​ด้วย ทุก​คน​จะ​ได้​รู้​ว่า​ข่าว​ลือ​เกี่ยว​กับ​คุณ​นั้น​ไม่​จริง แต่​คุณ​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูก​ต้อง​ตาม​กฎหมาย​ของ​โมเสส​เสมอ+ 25 ส่วน​สาวก​ที่​เป็น​คน​ต่าง​ชาติ​นั้น พวก​เรา​ได้​ส่ง​จดหมาย​แจ้ง​คำ​ตัดสิน​ให้​พวก​เขา​แล้ว​ว่า ให้​งด​เว้น​จาก​ของ​ที่​เซ่น​ไหว้​รูป​เคารพ+ จาก​เลือด+ จาก​สัตว์​ที่​ถูก​รัด​คอ​ตาย+ และ​จาก​การ​ผิด​ศีลธรรม​ทาง​เพศ” +

26 วัน​รุ่ง​ขึ้น เปาโล​ก็​พา 4 คน​นั้น​ไป​ด้วย​และ​ชำระ​ตัว​ตาม​พิธีกรรม​พร้อม​กับ​พวก​เขา+ แล้ว​เข้า​ไป​ใน​วิหาร​เพื่อ​แจ้ง​ว่า​การ​ชำระ​ตัว​ตาม​พิธีกรรม​จะ​ครบ​กำหนด​เมื่อ​ไร เพื่อ​ว่า​เมื่อ​ถึง​วัน​นั้น​จะ​ได้​เอา​ของ​ไป​ถวาย​สำหรับ​แต่​ละ​คน

27 เมื่อ​ใกล้​จะ​ครบ 7 วัน พวก​ยิว​ที่​มา​จาก​แคว้น​เอเชีย​เห็น​เปาโล​อยู่​ใน​วิหาร​ก็​ยุ​ฝูง​ชน​ให้​รวม​ตัว​กัน​แล้ว​ไป​จับ​เปาโล 28 พวก​เขา​ร้อง​ตะโกน​ว่า “พวก​เรา​ชาว​อิสราเอล มา​ช่วย​กัน​หน่อย คน​นี้​แหละ​ที่​สอน​ผู้​คน​ทุก​แห่ง​ให้​ต่อ​ต้าน​คน​ชาติ​เรา ต่อ​ต้าน​กฎหมาย​ของ​เรา และ​ลบหลู่​สถาน​ที่​นี้ แล้ว​เขา​ยัง​พา​ชาว​กรีก​เข้า​มา​ใน​วิหาร ทำ​ให้​สถาน​บริสุทธิ์​นี้​แปดเปื้อน”+ 29 พวก​เขา​พูด​อย่าง​นี้​เพราะ​เห็น​โตรฟีมัส+ชาว​เมือง​เอเฟซัส​อยู่​กับ​เปาโล​ใน​กรุง​นั้น จึง​คิด​ว่า​เปาโล​พา​คน​นั้น​เข้า​ไป​ใน​วิหาร 30 แล้ว​ก็​เกิด​การ​จลาจล​ไป​ทั่ว​เมือง ผู้​คน​กรู​กัน​เข้า​ไป​จับ​เปาโล​ลาก​ออก​ไป​นอก​วิหาร​แล้ว​ปิด​ประตู​ทันที 31 ตอน​ที่​ฝูง​ชน​พยายาม​จะ​ฆ่า​เปาโล​อยู่​นั้น ก็​มี​คน​ส่ง​ข่าว​ไป​ถึง​ผู้​บังคับ​กองพัน​ว่า​มี​การ​จลาจล​ทั่ว​กรุง​เยรูซาเล็ม 32 ผู้​บังคับ​กองพัน​จึง​นำ​ทหาร​กับ​พวก​นาย​ร้อย​วิ่ง​ไป​หา​คน​พวก​นั้น​ทันที พอ​ฝูง​ชน​เห็น​ผู้​บังคับ​กองพัน​กับ​กอง​ทหาร พวก​เขา​ก็​หยุด​ตี​เปาโล

33 ผู้​บังคับ​กองพัน​เข้า​ไป​จับ​เปาโล​แล้ว​สั่ง​ให้​เอา​โซ่ 2 เส้น​ล่าม​ไว้+และ​ถาม​พวก​ยิว​ว่า​เปาโล​เป็น​ใคร​และ​ทำ​ผิด​อะไร 34 ฝูง​ชน​ตะโกน​อย่าง​นั้น​บ้าง​อย่าง​นี้​บ้าง ผู้​บังคับ​กองพัน​ไม่​รู้​ว่า​เรื่อง​อะไร​กัน​แน่​เพราะ​วุ่นวาย​มาก เขา​จึง​สั่ง​ให้​พา​ตัว​เปาโล​ไป​ที่​ค่าย​ทหาร 35 แต่​พอ​เปาโล​มา​ถึง​บันได​ที่​จะ​ขึ้น​ไป​ค่าย​ทหาร ฝูง​ชน​ก็​บ้า​คลั่ง​อย่าง​หนัก​จน​พวก​ทหาร​ต้อง​หิ้ว​ตัว​เปาโล​ขึ้น​ไป 36 คน​มาก​มาย​ยัง​คง​ตาม​ไป​และ​ร้อง​ตะโกน​ว่า “ฆ่า​มัน​ซะ!”

37 ตอน​ที่​ทหาร​กำลัง​จะ​พา​ตัว​เปาโล​เข้า​ไป​ใน​ค่าย เปาโล​ก็​พูด​กับ​ผู้​บังคับ​กองพัน​ว่า “ผม​ขอ​พูด​อะไร​กับ​คุณ​หน่อย​ได้​ไหม?” เขา​พูด​ว่า “คุณ​พูด​ภาษา​กรีก​ได้​หรือ? 38 คุณ​คือ​คน​อียิปต์​คน​นั้น​ที่​เมื่อ​ก่อน​เคย​ก่อ​กบฏ​และ​พา​มือ​มีด 4,000 คน​เข้า​ไป​ใน​ที่​กันดาร​ใช่​ไหม?” 39 เปาโล​ตอบ​ว่า “ที่​จริง ผม​เป็น​คน​ยิว+จาก​เมือง​ทาร์ซัส+ใน​แคว้น​ซิลีเซีย ผม​เป็น​ราษฎร​ของ​เมือง​ที่​ใคร ๆ ก็​รู้​จัก ขอ​ให้​ผม​พูด​กับ​ประชาชน​หน่อย​ได้​ไหม” 40 เมื่อ​ได้​รับ​อนุญาต​แล้ว​เปาโล​ก็​ยืน​บน​บันได​โบก​มือ​ให้​ประชาชน พอ​ทุก​คน​เงียบ เปาโล​จึง​พูด​กับ​พวก​เขา​เป็น​ภาษา​ฮีบรู​ว่า+

22 “พี่​น้อง​ครับ ขอ​ฟัง​ผม​อธิบาย​หน่อย”+ 2 เมื่อ​ฝูง​ชน​ได้​ยิน​เปาโล​พูด​เป็น​ภาษา​ฮีบรู​ก็​เงียบ​ลง​อีก เปาโล​พูด​ว่า 3 “ผม​เป็น​คน​ยิว+ เกิด​ที่​เมือง​ทาร์ซัส​ใน​แคว้น​ซิลีเซีย+ แต่​ผม​มา​เรียน​กับ​กามาลิเอล+ใน​เมือง​นี้​แหละ ผม​ได้​รับ​การ​อบรม​ตาม​กฎ​ของ​บรรพบุรุษ​อย่าง​เคร่งครัด+ และ​ผม​เอง​ก็​กระตือรือร้น​ใน​การ​รับใช้​พระเจ้า​เหมือน​กับ​พวก​คุณ​ทุก​คน​ที่​อยู่​ที่​นี่+ 4 ผม​เคย​ข่มเหง​คน​ที่​ถือ​ทาง​นั้น​จน​ถึง​ตาย ผม​จับ​พวก​เขา​ทั้ง​ผู้​ชาย​ผู้​หญิง​มัด​แล้ว​ขัง​คุก​ไว้+ 5 มหา​ปุโรหิต​และ​พวก​ผู้​นำ​ทั้ง​คณะ​เป็น​พยาน​ให้​ผม​ได้​ใน​เรื่อง​นี้ ผม​ยัง​เอา​จดหมาย​จาก​พวก​เขา​ที่​เขียน​ถึง​พวก​พี่​น้อง​ใน​กรุง​ดามัสกัส และ​เดิน​ทาง​ไป​ที่​นั่น​เพื่อ​จับ​คน​ที่​ถือ​ทาง​นั้น​มัด​และ​เอา​ตัว​มา​ลง​โทษ​ที่​กรุง​เยรูซาเล็ม

6 “ตอน​ที่​ผม​เดิน​ทาง​ใกล้​จะ​ถึง​กรุง​ดามัสกัส ตอน​นั้น​ประมาณ​เที่ยง​วัน อยู่​ดี ๆ ก็​มี​แสง​สว่าง​จ้า​จาก​ฟ้า​ส่อง​มา​ที่​ตัว​ผม+ 7 ผม​ล้ม​ลง​กับ​พื้น​และ​ได้​ยิน​เสียง​พูด​ว่า ‘เซาโล เซาโล คุณ​ข่มเหง​ผม​ทำไม?’ 8 ผม​ถาม​ว่า ‘นาย​ท่าน ท่าน​เป็น​ใคร?’ เสียง​นั้น​ตอบ​ว่า ‘ผม​คือ​เยซู​ชาว​นาซาเร็ธ​ผู้​ที่​คุณ​ข่มเหง’ 9 คน​ที่​ไป​กับ​ผม​ก็​เห็น​แสง​นั้น​ด้วย​แต่​ไม่​ได้​ยิน​เสียง​ที่​พูด​กับ​ผม+ 10 ผม​ถาม​ว่า ‘นาย​ท่าน ผม​ต้อง​ทำ​อะไร?’ ผู้​เป็น​นาย​บอก​ผม​ว่า ‘ลุก​ขึ้น​และ​เข้า​ไป​ใน​กรุง​ดามัสกัส ที่​นั่น​จะ​มี​คน​บอก​คุณ​ว่า​ต้อง​ทำ​อะไร​บ้าง’+ 11 แสง​จ้า​นั้น​ทำ​ให้​ผม​มอง​อะไร​ไม่​เห็น คน​ที่​ไป​ด้วย​จึง​จูง​มือ​ผม​พา​ไป​กรุง​ดามัสกัส

12 “มี​คน​หนึ่ง​ชื่อ​อานาเนีย+ เขา​เป็น​คน​ที่​ทำ​ตาม​กฎหมาย​ของ​โมเสส​อย่าง​เคร่งครัด ชาว​ยิว​ทุก​คน​ที่​นั่น​พูด​ถึง​เขา​ใน​แง่​ดี 13 เขา​มา​หา​ผม​และ​ยืน​พูด​ข้าง ๆ ผม​ว่า ‘พี่​น้อง​เซาโล ขอ​ให้​คุณ​มอง​เห็น​ได้​อีก’ แล้ว​ใน​ตอน​นั้น​เอง ผม​ก็​มอง​เห็น​เขา+ 14 อานาเนีย​บอก​ว่า ‘พระเจ้า​ของ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา​เลือก​คุณ​ให้​มา​รู้​ความ​ประสงค์​ของ​พระองค์ และ​ให้​คุณ​ได้​เห็น​ท่าน​ผู้​นั้น​ที่​เชื่อ​ฟัง​พระเจ้า*+ และ​ได้​ยิน​เสียง​จาก​ปาก​ของ​ท่าน​ผู้​นั้น 15 เพราะ​คุณ​จะ​ต้อง​เป็น​พยาน​ของ​ท่าน​ไป​บอก​ทุก​คน​ให้​รู้​เรื่อง​ที่​คุณ​ได้​เห็น​และ​ได้​ยิน+ 16 ตอน​นี้​คุณ​ยัง​รอ​อะไร​อีก? ให้​คุณ​รีบ​รับ​บัพติศมา และ​อธิษฐาน​อ้อน​วอน​ออก​ชื่อ​พระ​เยซู+เพื่อ​ลบ​ล้าง​บาป​ของ​คุณ’+

17 “พอ​กลับ​กรุง​เยรูซาเล็ม+ ตอน​ที่​กำลัง​อธิษฐาน​อยู่​ใน​วิหาร ผม​ก็​เคลิ้ม​ไป 18 และ​เห็น​พระ​เยซู​มา​บอก​ผม​ว่า ‘รีบ​ออก​ไป​จาก​กรุง​เยรูซาเล็ม​เร็ว ๆ เพราะ​ผู้​คน​จะ​ไม่​ยอม​รับ​เรื่อง​ที่​คุณ​ประกาศ​เกี่ยว​กับ​ผม’+ 19 ผม​บอก​ว่า ‘นาย​ท่าน คน​พวก​นี้​รู้​ดี​ว่า​ผม​เคย​จับ​คน​ที่​เชื่อ​ท่าน​ไป​ขัง​คุก​และ​เคย​เฆี่ยน​ตี​พวก​เขา​ตาม​ที่​ประชุม​ของ​ชาว​ยิว+ 20 และ​ตอน​ที่​สเทเฟน​พยาน​ของ​ท่าน​ถูก​ฆ่า ผม​เอง​ก็​ยืน​อยู่​ใกล้ ๆ และ​เห็น​ด้วย​กับ​การ​ทำ​อย่าง​นั้น แถม​ยัง​เฝ้า​เสื้อ​ชั้น​นอก​ของ​คน​พวก​นั้น​ที่​ฆ่า​เขา​ด้วย’+ 21 แต่​ท่าน​บอก​ผม​ว่า ‘ไป​เถอะ ผม​จะ​ใช้​คุณ​ไป​หา​คน​ชาติ​ต่าง ๆ ใน​ดินแดน​ที่​อยู่​ห่าง​ไกล’”+

22 พอ​ฝูง​ชน​ฟัง​เปาโล​มา​ถึง​ตอน​นี้ พวก​เขา​ก็​ร้อง​ตะโกน​เสียง​ดัง​ขึ้น​มา​ว่า “กำจัด​คน​แบบ​นี้​ไป​จาก​โลก​นี้​เถอะ เขา​สม​ควร​ตาย” 23 พวก​เขา​ร้อง​อื้ออึง โยน​เสื้อ​ชั้น​นอก และ​ซัด​ฝุ่น​ขึ้น​ไป​ใน​อากาศ+ 24 ผู้​บังคับ​กองพัน​จึง​สั่ง​ให้​เอา​ตัว​เปาโล​เข้า​ไป​ใน​ค่าย​ทหาร​และ​บอก​ให้​สอบสวน​ด้วย​การ​เฆี่ยน​เพื่อ​จะ​ได้​รู้​ว่า​ทำไม​คน​พวก​นี้​ถึง​ตะโกน​ว่า​เปาโล​อย่าง​นั้น 25 แต่​พอ​พวก​เขา​มัด​มือ​มัด​เท้า​เปาโล​ขึง​ไว้​เพื่อ​จะ​เฆี่ยน เปาโล​ถาม​นาย​ร้อย​ที่​ยืน​อยู่​ที่​นั่น​ว่า “พวก​คุณ​มี​สิทธิ์​เฆี่ยน​พลเมือง​โรมัน​ที่​ยัง​ไม่​ถูก​ตัดสิน​ว่า​มี​ความ​ผิด​หรือ?”+ 26 พอ​นาย​ร้อย​ได้​ยิน​แบบ​นั้น​จึง​ไป​รายงาน​ผู้​บังคับ​กองพัน​ว่า “จะ​ทำ​ยัง​ไง​ดี​ล่ะ​ท่าน? คน​นี้​เป็น​พลเมือง​โรมัน” 27 ผู้​บังคับ​กองพัน​จึง​มา​พูด​กับ​เปาโล​ว่า “บอก​ผม​มา​ซิ คุณ​เป็น​พลเมือง​โรมัน​หรือ?” เปาโล​ตอบ​ว่า “ใช่” 28 ผู้​บังคับ​กองพัน​พูด​ว่า “ผม​ต้อง​จ่าย​เงิน​ตั้ง​เยอะ​เพื่อ​ซื้อ​สิทธิ์​พลเมือง​โรมัน” เปาโล​พูด​ว่า “แต่​ผม​ได้​สิทธิ์​นี้​มา​ตั้ง​แต่​เกิด”+

29 เมื่อ​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น คน​ที่​กำลัง​จะ​สอบสวน​เปาโล​ด้วย​การ​ทรมาน​ก็​ผงะ​ถอย​จาก​เปาโล​ทันที ส่วน​ผู้​บังคับ​กองพัน​ก็​กลัว​เมื่อ​รู้​ว่า​เปาโล​เป็น​พลเมือง​โรมัน​เพราะ​เขา​เป็น​คน​สั่ง​ล่าม​โซ่​เปาโล+

30 ใน​วัน​รุ่ง​ขึ้น ผู้​บังคับ​กองพัน​อยาก​รู้​ว่า​ทำไม​พวก​ยิว​ถึง​กล่าวหา​เปาโล จึง​ให้​ปลด​โซ่​เปาโล​และ​เรียก​ประชุม​พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​กับ​สมาชิก​ศาล​แซนเฮดริน​ทุก​คน แล้ว​เอา​ตัว​เปาโล​ลง​ไป​และ​ให้​ยืน​อยู่​กลาง​ที่​ประชุม+

23 เปาโล​จ้อง​มอง​สมาชิก​ศาล​แซนเฮดริน​แล้ว​พูด​ว่า “พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย ผม​พูด​ต่อ​หน้า​พระเจ้า​ได้​เลย​ว่า​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี+บอก​ผม​ว่า ที่​ผ่าน​มา​ผม​ไม่​ได้​ทำ​อะไร​ผิด” 2 เมื่อ​มหา​ปุโรหิต​อานาเนีย​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น​ก็​สั่ง​คน​ที่​ยืน​อยู่​ใกล้ ๆ เปาโล​ให้​ตบ​ปาก​เปาโล+ 3 เปาโล​พูด​ว่า “คุณ​มัน​หน้า​ไหว้​หลัง​หลอก* ขอ​ให้​พระเจ้า​ตบ​คุณ คุณ​นั่ง​พิพากษา​ผม​ตาม​กฎหมาย​แต่​กลับ​ทำ​ผิด​กฎหมาย​ซะ​เอง​โดย​สั่ง​คน​ให้​ตบ​ผม​อย่าง​นี้​หรือ?” 4 คน​ที่​ยืน​อยู่​ใกล้ ๆ พูด​ว่า “พูด​หยาบคาย​กับ​มหา​ปุโรหิต​ของ​พระเจ้า​แบบ​นี้​ได้​ยัง​ไง?” 5 เปาโล​พูด​ว่า “ขอ​โทษ​ครับ​พี่​น้อง ผม​ไม่​รู้​ว่า​เขา​เป็น​มหา​ปุโรหิต เพราะ​มี​เขียน​ไว้​ใน​พระ​คัมภีร์​ว่า ‘อย่า​พูด​จา​ดูหมิ่น​คน​ที่​ทำ​หน้า​ที่​ปกครอง​พวก​เจ้า’”+

6 เปาโล​รู้​ว่า​สมาชิก​ศาล​แซนเฮดริน​กลุ่ม​หนึ่ง​เป็น​พวก​สะดูสี และ​อีก​กลุ่ม​หนึ่ง​เป็น​พวก​ฟาริสี จึง​ตะโกน​ขึ้น​ว่า “พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย ผม​เป็น​ฟาริสี+และ​เป็น​ลูก​ของ​ฟาริสี ที่​ผม​ถูก​ตัดสิน​คดี​ก็​เพราะ​ผม​เชื่อ​เรื่อง​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย” 7 พอ​เปาโล​พูด​อย่าง​นี้ พวก​ฟาริสี​กับ​พวก​สะดูสี​ก็​เริ่ม​เถียง​กัน​และ​ที่​ประชุม​ก็​แตก​แยก​เป็น 2 ฝ่าย 8 พวก​สะดูสี​บอก​ว่า​ไม่​มี​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย และ​ไม่​มี​ทูตสวรรค์​หรือ​ร่าง​กาย​สำหรับ​สวรรค์ แต่​พวก​ฟาริสี​เชื่อ*ว่า​ทั้ง​หมด​นั้น​มี​จริง+ 9 ที่​ประชุม​ก็​ส่ง​เสียง​อื้ออึง มี​ครู​สอน​ศาสนา​บาง​คน​ที่​เป็น​พวก​ฟาริสี​ลุก​ขึ้น​เถียง​อย่าง​ดุเดือด และ​บอก​ว่า “พวก​เรา​ไม่​เห็น​ว่า​คน​นี้​ผิด​ตรง​ไหน ทูตสวรรค์​อาจ​จะ​มา​พูด​กับ​เขา​จริง ๆ ก็​ได้”+ 10 พอ​ความ​ขัด​แย้ง​รุนแรง​ขึ้น ผู้​บังคับ​กองพัน​กลัว​ว่า​เปาโล​จะ​ถูก​พวก​เขา​ฉีก​เป็น​ชิ้น ๆ จึง​สั่ง​ทหาร​ให้​รีบ​ไป​เอา​เปาโล​ออก​มา​จาก​พวก​นั้น แล้ว​พา​ไป​ไว้​ใน​ค่าย​ทหาร

11 คืน​นั้น ผู้​เป็น​นาย​มา​ยืน​อยู่​ข้าง​เปาโล​และ​บอก​ว่า “กล้า​หาญ​ไว้+ คุณ​ได้​ประกาศ​เกี่ยว​กับ​ผม​อย่าง​ทั่ว​ถึง*ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม​แล้ว คุณ​จะ​ต้อง​ประกาศ​อย่าง​นั้น​ใน​กรุง​โรม​ด้วย”+

12 เมื่อ​ถึง​ตอน​เช้า พวก​ยิว​คบ​คิด​กัน​วาง​แผน+และ​สาบาน​ตัว​ว่า​จะ​ไม่​กิน​ไม่​ดื่ม​อะไร​จน​กว่า​จะ​ได้​ฆ่า​เปาโล 13 คน​ที่​คบ​คิด​วาง​แผน​และ​สาบาน​ตัว​นั้น​มี​มาก​กว่า 40 คน 14 พวก​เขา​ไป​บอก​พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​กับ​พวก​ผู้​นำ​ว่า “พวก​เรา​สาบาน​กัน​ไว้​แล้ว​ว่า​จะ​ไม่​กิน​อะไร​แม้​แต่​คำ​เดียว​จน​กว่า​จะ​ฆ่า​เปาโล​ได้​ซะ​ก่อน 15 ขอ​ให้​พวก​ท่าน​กับ​สมาชิก​ศาล​แซนเฮดริน​ไป​ขอ​ผู้​บังคับ​กองพัน​ให้​ส่ง​เปาโล​มา​ให้​พวก​ท่าน ทำ​เป็น​ว่า​อยาก​จะ​ซัก​ถาม​เรื่อง​ของ​เขา​ให้​ชัดเจน​ขึ้น แล้ว​พวก​เรา​จะ​ดัก​ฆ่า​เขา​ก่อน​ที่​เขา​จะ​มา​ถึง”

16 แต่​ลูก​ชาย​ของ​น้อง​สาว​เปาโล​ได้​ยิน​เรื่อง​ที่​พวก​เขา​วาง​แผน​ร้าย​นั้น เขา​จึง​เข้า​ไป​บอก​เปาโล​ใน​ค่าย​ทหาร 17 เปาโล​เรียก​นาย​ร้อย​คน​หนึ่ง​เข้า​มา​บอก​ว่า “ช่วย​พา​ชาย​หนุ่ม​คน​นี้​ไป​หา​ผู้​บังคับ​กองพัน เขา​มี​เรื่อง​จะ​บอก” 18 นาย​ร้อย​คน​นั้น​ก็​พา​ชาย​หนุ่ม​ไป​หา​ผู้​บังคับ​กองพัน​และ​บอก​ว่า “นัก​โทษ​ชื่อ​เปาโล​เรียก​ผม​ไป​หา​และ​ขอ​ให้​พา​ชาย​หนุ่ม​คน​นี้​มา​หา​ท่าน​เพราะ​เขา​มี​บาง​อย่าง​จะ​บอก​ให้​ท่าน​ทราบ” 19 ผู้​บังคับ​กองพัน​ก็​จูง​มือ​ชาย​หนุ่ม​คน​นั้น​ไป​ถาม​เป็น​ส่วน​ตัว​ว่า “มี​อะไร​จะ​บอก​ผม​หรือ?” 20 ชาย​หนุ่ม​บอก​ว่า “พวก​ยิว​ตก​ลง​กัน​ว่า​จะ​ขอ​ให้​ท่าน​ส่ง​ตัว​เปาโล​ไป​ที่​ศาล​แซนเฮดริน​วัน​พรุ่ง​นี้​โดย​ทำ​เป็น​ว่า​อยาก​รู้​เรื่อง​ของ​เขา​มาก​ขึ้น+ 21 แต่​อย่า​หลง​เชื่อ​นะ​ครับ เพราะ​พวก​เขา​มาก​กว่า 40 คน​จะ​คอย​ดัก​ทำ​ร้าย​เปาโล พวก​เขา​ได้​สาบาน​ตัว​กัน​ไว้​ว่า​จะ​ไม่​กิน​ไม่​ดื่ม​อะไร​จน​กว่า​จะ​ฆ่า​เปาโล​ได้​ซะ​ก่อน+ และ​ตอน​นี้​พวก​เขา​เตรียม​การ​ไว้​พร้อม​แล้ว แค่​รอ​ให้​ท่าน​อนุมัติ​เท่า​นั้น” 22 ผู้​บังคับ​กองพัน​สั่ง​ชาย​หนุ่ม​ว่า “อย่า​ให้​ใคร​รู้​ว่า​คุณ​มา​บอก​ผม​เรื่อง​นี้​นะ” แล้ว​ก็​ให้​เขา​ไป

23 แล้ว​ผู้​บังคับ​กองพัน​ก็​เรียก​นาย​ร้อย 2 คน​มา​สั่ง​ว่า “ไป​เตรียม​ทหาร 200 นาย​ไว้​ให้​พร้อม และ​เตรียม​ทหาร​ม้า 70 นาย​กับ​พล​หอก​อีก 200 นาย​ด้วย แล้ว​ให้​เคลื่อน​พล​ไป​เมือง​ซีซารียา​ตอน 3 ทุ่ม​คืน​นี้ 24 เตรียม​ม้า​ให้​เปาโล​ขี่ แล้ว​พา​เขา​ไป​ส่ง​ให้​ผู้​ว่า​ราชการ​เฟลิกส์​อย่าง​ปลอด​ภัย”+ 25 แล้ว​ผู้​บังคับ​กองพัน​ก็​เขียน​จดหมาย​มี​ข้อ​ความ​ว่า

26 “ผม​คลาวดิอัส​ลีเซียส เรียน​ท่าน​ผู้​ว่า​ราชการ​เฟลิกส์​ที่​นับถือ 27 ผู้​ชาย​คน​นี้​ถูก​พวก​ยิว​จับ​ตัว​และ​เกือบ​จะ​ถูก​ฆ่า แต่​พอ​ผม​รู้​ว่า​เขา​เป็น​พลเมือง​โรมัน+ผม​ก็​รีบ​นำ​กำลัง​ทหาร​ไป​ช่วย​เขา​ไว้+ 28 ผม​อยาก​จะ​รู้​ว่า​ทำไม​พวก​ยิว​ถึง​กล่าวหา​เขา ผม​จึง​ส่ง​ตัว​เขา​ไป​ที่​ศาล​แซนเฮดริน​ของ​พวก​ยิว+ 29 แล้ว​ผม​ก็​ได้​รู้​ว่า​เขา​ถูก​กล่าวหา​เพราะ​ความ​ขัด​แย้ง​เกี่ยว​กับ​กฎหมาย​ของ​พวก​เขา​เอง+ แต่​ไม่​มี​ข้อ​หา​อะไร​เลย​ที่​ทำ​ให้​เขา​ควร​ถูก​ประหาร​หรือ​ถูก​ขัง​คุก+ 30 และ​ผม​ได้​รับ​แจ้ง​ว่า​มี​การ​วาง​แผน​จะ​ทำ​ร้าย​เขา+ ผม​จึง​ส่ง​ตัว​เขา​มา​ให้​ท่าน​ทันที​และ​สั่ง​ให้​พวก​ที่​กล่าวหา​เขา​มา​ฟ้อง​เขา​ต่อ​หน้า​ท่าน”

31 พวก​ทหาร​ก็​ทำ​ตาม​คำ​สั่ง โดย​เอา​ตัว​เปาโล+ไป​ที่​เมือง​อันทิปาตรีส์​ตอน​กลางคืน 32 ใน​วัน​รุ่ง​ขึ้น พวก​เขา​ให้​ทหาร​ม้า​ไป​กับ​เปาโล ส่วน​พวก​เขา​ก็​กลับ​ไป​ค่าย​ทหาร 33 พวก​ทหาร​ม้า​ก็​เข้า​ไป​ใน​เมือง​ซีซารียา แล้ว​นำ​จดหมาย​ไป​ให้​ผู้​ว่า​ราชการ​พร้อม​กับ​ส่ง​ตัว​เปาโล​ให้​เขา​ด้วย 34 ผู้​ว่า​ราชการ​อ่าน​จดหมาย​นั้น​แล้ว​ถาม​เปาโล​ว่า​เป็น​คน​แคว้น​ไหน และ​ก็​ได้​รู้​ว่า​เปาโล​มา​จาก​แคว้น​ซิลีเซีย+ 35 ผู้​ว่า​ราชการ​พูด​ว่า “ถ้า​พวก​ที่​กล่าวหา​คุณ​มา​พร้อม​หน้า​กัน​เมื่อไหร่ ผม​จะ​ฟัง​คำ​ให้​การ​ของ​คุณ​อย่าง​ละเอียด”+ แล้ว​เขา​ก็​สั่ง​ให้​คุม​ตัว​เปาโล​เอา​ไว้​ที่​วัง​ของ​เฮโรด

24 ห้า​วัน​ต่อ​มา มหา​ปุโรหิต​อานาเนีย+พร้อม​กับ​ผู้​นำ​ชาว​ยิว​บาง​คน​และ​ทนาย​ความ​คน​หนึ่ง​ชื่อ​เทอร์ทูลลัส​ก็​เดิน​ทาง​ไป​เพื่อ​แจ้ง​ข้อ​กล่าวหา​เปาโล​ต่อ​ผู้​ว่า​ราชการ+ 2 เมื่อ​เทอร์ทูลลัส​ถูก​เรียก เขา​ก็​เริ่ม​พูด​กล่าวหา​เปาโล​ว่า

“ท่าน​เฟลิกส์​ที่​เคารพ พวก​เรา​มี​ความ​ร่ม​เย็น​เป็น​สุข​ได้​ก็​เพราะ​ท่าน และ​ประเทศ​ชาติ​ของ​เรา​พัฒนา​ขึ้น​ก็​เพราะ​ท่าน​มอง​การณ์​ไกล 3 พวก​เรา​ทุก​คน​ไม่​ว่า​อยู่​ที่​ไหน​รู้สึก​ขอบคุณ​อย่าง​ยิ่ง​สำหรับ​สิ่ง​ต่าง ๆ ที่​ท่าน​ได้​ทำ​เพื่อ​พวก​เรา​เสมอ​มา 4 แต่​ผม​ไม่​อยาก​รบกวน​เวลา​ท่าน​มาก​กว่า​นี้ ผม​จะ​ขอ​พูด​สั้น ๆ ขอ​กรุณา​ฟัง​พวก​ผม​หน่อย 5 พวก​ผม​พบ​ว่า​ผู้​ชาย​คน​นี้​เป็น​ตัว​ปัญหา+ที่​ปลุกระดม+ชาว​ยิว​ทั่ว​ทุก​แห่ง เขา​เป็น​ผู้​นำ​นิกาย​ของ​ชาว​นาซาเร็ธ+ 6 และ​พยายาม​ลบหลู่​วิหาร​ด้วย พวก​ผม​จึง​จับ​ตัว​เขา​ไว้+ 7 —— 8 ขอ​ให้​ท่าน​สอบสวน​เขา​เอง แล้ว​ท่าน​จะ​ได้​รู้​ว่า​เรื่อง​ทั้ง​หมด​ที่​พวก​ผม​ฟ้อง​เขา​นั้น​เป็น​ความ​จริง”

9 พวก​ยิว​ก็​ร่วม​กล่าวหา​เปาโล​ด้วย​โดย​ยืน​ยัน​ว่า​เรื่อง​ที่​ฟ้อง​เปาโล​เป็น​เรื่อง​จริง 10 เมื่อ​ผู้​ว่า​ราชการ​พยัก​หน้า​ให้​เปาโล​พูด เปาโล​จึง​พูด​ว่า

“ผม​รู้​ว่า​ท่าน​เป็น​ผู้​พิพากษา​ให้​กับ​ชาติ​นี้​มา​หลาย​ปี​แล้ว ผม​ยินดี​ที่​ได้​พูด​แก้​คดี​ของ​ผม​ต่อ​หน้า​ท่าน+ 11 ท่าน​สามารถ​ตรวจ​สอบ​ได้​เลย​ว่า ตั้ง​แต่​ผม​ไป​นมัสการ​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม+จน​ถึง​ตอน​นี้​ก็​ยัง​ไม่​ถึง 12 วัน 12 และ​พวก​เขา​ก็​ไม่​เคย​เห็น​ว่า​ผม​เถียง​กับ​ใคร​ใน​วิหาร หรือ​ปลุกปั่น​ใคร​ให้​ก่อ​ความ​วุ่นวาย​ไม่​ว่า​ใน​ที่​ประชุม​ของ​พวก​เขา​หรือ​ที่​ไหน ๆ ใน​เมือง 13 และ​จน​ถึง​ตอน​นี้​พวก​เขา​ก็​ไม่​มี​หลักฐาน​ที่​พิสูจน์​ว่า​ผม​ทำ​อะไร​ผิด​ตาม​ที่​พวก​เขา​กล่าวหา 14 แต่​ผม​ยอม​รับ​เรื่อง​หนึ่ง คือ ผม​ทำ​งาน​รับใช้​ที่​ศักดิ์สิทธิ์​ให้​พระเจ้า​ของ​บรรพบุรุษ​ของ​ผม+ ตาม​แนว​ปฏิบัติ​ที่​พวก​เขา​เรียก​ว่า​เป็น​นิกาย​หนึ่ง เพราะ​ผม​เชื่อ​ทุก​สิ่ง​ที่​เขียน​ไว้​ใน​กฎหมาย​ของ​โมเสส​และ​ใน​หนังสือ​ของ​พวก​ผู้​พยากรณ์*+ 15 และ​ผม​มี​ความ​หวัง​ใน​พระเจ้า​เหมือน​ที่​พวก​เขา​มี ความ​หวัง​ของ​ผม​ก็​คือ​ทั้ง​คน​ดี*และ​คน​ชั่ว+จะ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย+ 16 ผม​พยายาม​อยู่​เสมอ​ที่​จะ​ไม่​ทำ​ผิด​ต่อ​พระเจ้า​หรือ​ต่อ​มนุษย์+ เพื่อ​จะ​ไม่​มี​อะไร​รบกวน​ความ​รู้สึก​ผิด​ชอบ​ชั่ว​ดี​ของ​ผม 17 หลัง​จาก​ที่​ผม​ไม่​อยู่​ที่​กรุง​เยรูซาเล็ม​หลาย​ปี ผม​ก็​กลับ​ไป​ที่​นั่น​เพื่อ​เอา​ของ​บริจาค+ไป​ให้​คน​ใน​ชาติ​ของ​ผม และ​เอา​ของ​ไป​ถวาย​พระเจ้า 18 ตอน​ที่​ผม​กำลัง​ทำ​อย่าง​นั้น พวก​ยิว​ก็​เจอ​ผม​อยู่​ใน​วิหาร​หลัง​จาก​ที่​ชำระ​ตัว​ตาม​พิธีกรรม+ ผม​ไม่​ได้​อยู่​กับ​ฝูง​ชน​หรือ​ก่อ​ความ​วุ่นวาย​อะไร ตอน​นั้น​มี​คน​ยิว​บาง​คน​จาก​แคว้น​เอเชีย​อยู่​ที่​นั่น​ด้วย+ 19 และ​ถ้า​พวก​นั้น​มี​อะไร​จะ​กล่าวหา​ผม ก็​น่า​จะ​มา​ฟ้อง​ผม​ต่อ​หน้า​ท่าน​วัน​นี้+ 20 หรือ​ไม่​ก็​ให้​คน​ที่​อยู่​ที่​นี่​บอก​มา​ว่า​ผม​ทำ​ผิด​อะไร​ตอน​ที่​ผม​ยืน​อยู่​ต่อ​หน้า​ศาล​แซนเฮดริน 21 ยก​เว้น​เรื่อง​เดียว​ที่​พวก​เขา​จะ​กล่าวหา​ผม​ได้ คือ​ตอน​ที่​ยืน​อยู่​กลาง​ศาล​ผม​ตะโกน​ขึ้น​มา​ว่า ‘ผม​ถูก​ตัดสิน​คดี​ต่อ​หน้า​พวก​คุณ​ใน​วัน​นี้​ก็​เพราะ​เรื่อง​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย’”+

22 เฟลิกส์​รู้​เรื่อง​ดี​เกี่ยว​กับ​ทาง​นั้น+ เขา​จึง​ให้​เลื่อน​การ​พิจารณา​ออก​ไป​ก่อน​และ​พูด​ว่า “ผม​จะ​ตัดสิน​คดี​ของ​พวก​คุณ​ตอน​ที่​ผู้​บังคับ​กองพัน​ลีเซียส​มา​ถึง” 23 แล้ว​เฟลิกส์​ก็​สั่ง​นาย​ร้อย​ให้​คุม​ตัว​เปาโล​ไว้​แต่​ให้​มี​อิสระ​บ้าง​พอ​สม​ควร และ​สั่ง​ว่า​ไม่​ต้อง​ห้าม​ถ้า​มี​พวก​ของ​เปาโล​มา​คอย​ดู​แล​เขา

24 ไม่​กี่​วัน​ต่อ​มา เฟลิกส์​มา​กับ​ภรรยา​ชื่อ​ดรูสิลลา​ซึ่ง​เป็น​ชาว​ยิว เฟลิกส์​ให้​คน​ไป​เรียก​เปาโล​มา​เพื่อ​ฟัง​เปาโล​พูด​ถึง​ความ​เชื่อ​เรื่อง​พระ​คริสต์​เยซู+ 25 แต่​พอ​เปาโล​พูด​ถึง​เรื่อง​การ​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูก​ต้อง การ​รู้​จัก​ควบคุม​ตัว​เอง และ​การ​พิพากษา​ที่​จะ​เกิด​ขึ้น+ เฟลิกส์​ก็​กลัว​และ​บอก​ว่า “ตอน​นี้​คุณ​ไป​ได้​แล้ว ถ้า​มี​โอกาส​ผม​จะ​เรียก​คุณ​มา​อีก” 26 ที่​จริง เฟลิกส์​หวัง​ว่า​จะ​ได้​เงิน​สินบน​จาก​เปาโล เขา​จึง​เรียก​เปาโล​มา​คุย​ด้วย​บ่อย ๆ 27 แต่​เฟลิกส์​ยัง​ให้​เปาโล​อยู่​ใน​คุก​ต่อ​ไป​เพราะ​อยาก​เอา​ใจ​ชาว​ยิว+ สอง​ปี​ผ่าน​ไป ปอร์สิอัส​เฟสทัส​ก็​มา​รับ​ตำแหน่ง​ต่อ​จาก​เฟลิกส์

25 เมื่อ​เฟสทัส+รับ​หน้า​ที่​ปกครอง​แคว้น​นี้​ได้ 3 วัน​แล้ว ก็​เดิน​ทาง​จาก​เมือง​ซีซารียา​ไป​ที่​กรุง​เยรูซาเล็ม 2 พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​กับ​ชาว​ยิว​คน​สำคัญ​ก็​มา​ฟ้อง​เขา​เรื่อง​เปาโล+ พวก​เขา​อ้อน​วอน​เฟสทัส 3 ขอ​ให้​ส่ง​ตัว​เปาโล​มา​ที่​กรุง​เยรูซาเล็ม พวก​เขา​วาง​แผน​ว่า​จะ​ดัก​ฆ่า​เปาโล​ระหว่าง​ทาง+ 4 แต่​เฟสทัส​บอก​ว่า​จะ​คุม​ตัว​เปาโล​ไว้​ใน​เมือง​ซีซารียา​ต่อ​ไป และ​บอก​ว่า​อีก​ไม่​กี่​วัน​ตัว​เขา​เอง​ก็​จะ​เดิน​ทาง​กลับ​ไป​ที่​นั่น 5 เฟสทัส​พูด​ว่า “ถ้า​เขา​ทำ​อะไร​ผิด​จริง ก็​ให้​คน​ที่​มี​อำนาจ​ใน​พวก​คุณ​ไป​กับ​ผม​และ​ไป​ฟ้อง​เขา​ที่​นั่น”+

6 เมื่อ​เฟสทัส​อยู่​ที่​กรุง​เยรูซาเล็ม​ประมาณ 8 ถึง 10 วัน​แล้ว​ก็​กลับ​ไป​ที่​เมือง​ซีซารียา วัน​รุ่ง​ขึ้น​เขา​ก็​นั่ง​บัลลังก์​พิพากษา​แล้ว​สั่ง​ให้​พา​ตัว​เปาโล​เข้า​มา 7 พอ​เปาโล​เข้า​มา พวก​ยิว​ที่​เดิน​ทาง​มา​จาก​กรุง​เยรูซาเล็ม​ก็​ยืน​ล้อม​เปาโล​ไว้ แล้ว​กล่าวหา​เขา​ว่า​ทำ​ผิด​ร้ายแรง​หลาย​อย่าง​ทั้ง ๆ ที่​ไม่​มี​หลักฐาน​พิสูจน์+

8 เปาโล​ก็​พูด​แก้​คดี​ว่า “ผม​ไม่​ได้​ทำ​ผิด​กฎหมาย​ของ​พวก​ยิว และ​ไม่​ได้​ทำ​อะไร​ที่​ลบหลู่​วิหาร​หรือ​ทำ​ผิด​ต่อ​ซีซาร์”+ 9 เฟสทัส​อยาก​เอา​ใจ​ชาว​ยิว+จึง​ถาม​เปาโล​ว่า “คุณ​อยาก​ไป​ที่​กรุง​เยรูซาเล็ม​และ​ให้​ผม​ตัดสิน​เรื่อง​นี้​ที่​นั่น​ไหม?” 10 เปาโล​ตอบ​ว่า “ผม​ก็​ยืน​อยู่​ต่อ​หน้า​บัลลังก์​พิพากษา​ของ​ซีซาร์​อยู่​แล้ว​นี่​ครับ ผม​ก็​ควร​จะ​ถูก​ตัดสิน​ที่​นี่​ไม่​ใช่​หรือ ที่​จริง ท่าน​ก็​รู้​ดี​ว่า​ผม​ไม่​ได้​ทำ​อะไร​ผิด​ต่อ​พวก​ยิว 11 ถ้า​ผม​ทำ​ผิด​จริง​และ​ทำ​สิ่ง​ที่​สม​ควร​ตาย+ ผม​ก็​พร้อม​จะ​รับ​โทษ​นั้น แต่​ถ้า​เรื่อง​ที่​พวก​เขา​กล่าวหา​ผม​นั้น​ไม่​จริง ก็​ไม่​มี​ใคร​มี​สิทธิ์​ส่ง​ผม​ไป​เพื่อ​จะ​เอา​ใจ​พวก​เขา ผม​ขอร้อง​เรียน​ต่อ​ซีซาร์”+ 12 หลัง​จาก​เฟสทัส​คุย​กับ​คณะ​ที่​ปรึกษา​แล้ว​จึง​ตอบ​ว่า “ใน​เมื่อ​คุณ​ร้อง​เรียน​ต่อ​ซีซาร์ คุณ​ก็​ต้อง​ไป​หา​ซีซาร์”

13 หลาย​วัน​ผ่าน​ไป กษัตริย์​อากริปปา​กับ​เบอร์นิส​ได้​มา​เยี่ยม​แสดง​ความ​ยินดี​กับ​เฟสทัส​ที่​เมือง​ซีซารียา 14 ทั้ง​สอง​คน​อยู่​ที่​นั่น​หลาย​วัน เฟสทัส​จึง​เล่า​เรื่อง​เปาโล​ให้​กษัตริย์​ฟัง​ว่า

“มี​ผู้​ชาย​คน​หนึ่ง​ถูก​ขัง​ไว้​ตั้ง​แต่​สมัย​ของ​เฟลิกส์+ 15 และ​ตอน​ที่​ผม​อยู่​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​กับ​พวก​ผู้​นำ​ชาว​ยิว​ก็​มา​ฟ้อง​ขอ​ให้​ตัดสิน​ลง​โทษ​เขา+ 16 แต่​ผม​บอก​พวก​เขา​ว่า ตาม​วิธี​การ​ของ​ชาว​โรมัน จะ​ไม่​มี​การ​ส่ง​ตัว​จำเลย​ให้​โจทก์ จน​กว่า​ทั้ง​สอง​ฝ่าย​จะ​มา​พร้อม​หน้า​กัน​และ​ให้​จำเลย​มี​โอกาส​แก้​ข้อ​กล่าวหา​ก่อน+ 17 เมื่อ​พวก​เขา​มา​ที่​นี่​กัน​แล้ว ผม​จึง​นั่ง​บัลลังก์​พิพากษา​ทันที​ใน​วัน​รุ่ง​ขึ้น​และ​สั่ง​ให้​เอา​ตัว​คน​นั้น​เข้า​มา 18 เมื่อ​พวก​โจทก์​ยืน​ขึ้น​กล่าวหา​เขา ก็​ไม่​เห็น​ว่า​ข้อ​กล่าวหา​ของ​พวก​เขา​จะ​เป็น​เรื่อง​อะไร​ที่​ชั่ว​ช้า​อย่าง​ที่​ผม​คิด+ 19 พวก​เขา​แค่​ขัด​แย้ง​กับ​คน​นั้น​เกี่ยว​กับ​เรื่อง​ศาสนา*+ และ​เกี่ยว​กับ​คน​ชื่อ​เยซู​ที่​ตาย​ไป​แล้ว​แต่​เปาโล​ยืน​ยัน​ว่า​มี​ชีวิต​อยู่+ 20 ผม​ไม่​รู้​ว่า​จะ​จัด​การ​ยัง​ไง​กับ​ข้อ​ขัด​แย้ง​ของ​พวก​เขา ผม​เลย​ถาม​เปาโล​ว่า​เขา​อยาก​ไป​กรุง​เยรูซาเล็ม​และ​ให้​ผม​ตัดสิน​เรื่อง​นี้​ที่​นั่น​ไหม+ 21 แต่​เมื่อ​เปาโล​ขอ​อยู่​ใน​คุก​ต่อ​ไป​เพื่อ​รอ​ให้​องค์​จักรพรรดิ​ตัดสิน+ ผม​จึง​สั่ง​ให้​คุม​ตัว​เขา​ไว้​จน​กว่า​จะ​ส่ง​เขา​ไป​ให้​ซีซาร์”

22 อากริปปา​พูด​กับ​เฟสทัส​ว่า “ผม​อยาก​จะ​ฟัง​คน​นั้น​พูด​ด้วย”+ เฟสทัส​บอก​ว่า “งั้น​พรุ่ง​นี้​คุณ​จะ​ได้​ฟัง​เขา” 23 วัน​ต่อ​มา อากริปปา​กับ​เบอร์นิส​เดิน​ทาง​มา​อย่าง​ยิ่ง​ใหญ่​อลังการ​และ​เข้า​ไป​ใน​ห้อง​โถง​พร้อม​กับ​พวก​นาย​ทหาร​ชั้น​ผู้​ใหญ่​และ​บุคคล​สำคัญ ๆ ใน​เมือง​นั้น แล้ว​เฟสทัส​ก็​สั่ง​ให้​เอา​ตัว​เปาโล​เข้า​มา 24 เฟสทัส​พูด​ว่า “กษัตริย์​อากริปปา​และ​พวก​คุณ​ทุก​คน​ที่​อยู่​ที่​นี่ ผู้​ชาย​คน​นี้​คือ​คน​ที่​ประชาชน​ชาว​ยิว​ทั้ง​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม​และ​ที่​นี่​พา​กัน​ฟ้องร้อง​ต่อ​ผม และ​ตะโกน​ว่า​เขา​สม​ควร​ตาย+ 25 แต่​ผม​รู้​ว่า​เขา​ไม่​ได้​ทำ​อะไร​ที่​สม​ควร​ตาย+ เมื่อ​เขา​ร้อง​เรียน​ต่อ​องค์​จักรพรรดิ ผม​เลย​ตัดสิน​ใจ​ว่า​จะ​ส่ง​เขา​ไป 26 แต่​ผม​ไม่​รู้​จะ​เขียน​บอก​จักรพรรดิ*เรื่อง​เขา​ว่า​ยัง​ไง​ดี ผม​เลย​เอา​ตัว​เขา​มา​อยู่​ต่อ​หน้า​พวก​คุณ โดย​เฉพาะ​อย่าง​ยิ่ง​ต่อ​หน้า​กษัตริย์​อากริปปา ผม​หวัง​ว่า​หลัง​จาก​ได้​ซัก​ถาม​เขา​แล้ว ผม​จะ​มี​อะไร​ที่​จะ​เขียน​ได้​บ้าง 27 เพราะ​ผม​เห็น​ว่า​เป็น​เรื่อง​ไม่​สม​เหตุ​ผล​ถ้า​จะ​ส่ง​นัก​โทษ​ไป​โดย​ไม่​แจ้ง​ข้อ​กล่าวหา​ไป​ด้วย”

26 กษัตริย์​อากริปปา+บอก​เปาโล​ว่า “คุณ​พูด​แก้​ต่าง​ให้​ตัว​เอง​ได้​แล้ว” เปาโล​จึง​ยื่น​มือ​ออก​และ​พูด​แก้​คดี​ว่า

2 “กษัตริย์​อากริปปา​ครับ ผม​ดีใจ​มาก​ที่​ได้​มา​อยู่​ต่อ​หน้า​ท่าน​ใน​วัน​นี้​เพื่อ​แก้​ข้อ​กล่าวหา​ทุก​เรื่อง​ของ​พวก​ยิว+ 3 เพราะ​ท่าน​เชี่ยวชาญ​เรื่อง​ธรรมเนียม​ทั้ง​หมด​ของ​พวก​ยิว และ​รู้​เรื่อง​ข้อ​ขัด​แย้ง​ต่าง ๆ ของ​พวก​เขา​เป็น​อย่าง​ดี ผม​ขอ​ท่าน​ทน​ฟัง​ผม​หน่อย​นะ​ครับ

4 “จริง ๆ แล้ว ชาว​ยิว​ทุก​คน​รู้​จัก​ผม​ดี​ตั้ง​แต่​ผม​ยัง​เด็ก​จน​ถึง​ตอน​ที่​ผม​มา​อยู่​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม+ 5 คน​ที่​คุ้น​เคย​กับ​ผม ถ้า​เขา​อยาก​จะ​ยืน​ยัน​ก็​ยืน​ยัน​ได้​ว่า ผม​เคย​เป็น​ฟาริสี+ซึ่ง​เป็น​นิกาย​ที่​เคร่ง​ที่​สุด​ใน​ศาสนา​ของ​ชาติ​นี้+ 6 แต่​ตอน​นี้​ผม​ถูก​พิจารณา​คดี​เพราะ​ผม​มี​ความ​หวัง​ใน​เรื่อง​ที่​พระเจ้า​สัญญา​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา+ 7 คำ​สัญญา​เดียว​กัน​นี้​แหละ​ที่​พวก​เรา​ชาว​ยิว​ทั้ง 12 ตระกูล​หวัง​ว่า​จะ​เป็น​จริง พวก​เรา​จึง​ทำ​งาน​รับใช้​ที่​ศักดิ์สิทธิ์​ให้​พระเจ้า​ทั้ง​วัน​ทั้ง​คืน​อย่าง​กระตือรือร้น ท่าน​กษัตริย์ เพราะ​ความ​หวัง​นี้​แหละ​ที่​พวก​ยิว​มา​กล่าวหา​ผม+

8 “ทำไม​พวก​คุณ​ถึง​คิด​ว่า*การ​ที่​พระเจ้า​ปลุก​คน​ตาย​ให้​ฟื้น​นั้น​เป็น​เรื่อง​เหลือเชื่อ? 9 ที่​จริง ผม​เคย​มุ่ง​มั่น​ที่​จะ​ทำ​ทุก​อย่าง​เพื่อ​ต่อ​ต้าน​พระ​เยซู*ชาว​นาซาเร็ธ 10 และ​ผม​ก็​ทำ​อย่าง​นั้น​จริง ๆ ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม ผม​จับ​ผู้​บริสุทธิ์​หลาย​คน​ไป​ขัง​คุก+ตาม​ที่​ผม​ได้​รับ​มอบ​อำนาจ​จาก​พวก​ปุโรหิต​ใหญ่ และ​ตอน​ที่​พวก​เขา​จะ​ถูก​ประหาร ผม​ก็​สนับสนุน+ 11 ผม​ไป​ตาม​ที่​ประชุม​ของ​ชาว​ยิว​ทุก​แห่ง ผม​เฆี่ยน​และ​บังคับ​พวก​เขา​ให้​ทิ้ง​ความ​เชื่อ ผม​โกรธ​แค้น​มาก ถึง​ขนาด​ที่​ตาม​ไป​ข่มเหง​พวก​เขา​ใน​เมือง​อื่น ๆ ที่​อยู่​ห่าง​ไกล

12 “ตอน​ที่​ผม​เดิน​ทาง​ไป​กรุง​ดามัสกัส​เพื่อ​ทำ​เรื่อง​นี้​ตาม​ที่​ได้​รับ​อำนาจ​และ​คำ​สั่ง​จาก​พวก​ปุโรหิต​ใหญ่ 13 ตอน​นั้น​เป็น​ตอน​เที่ยง ผม​เห็น​แสง​จาก​ฟ้า​ที่​สว่าง​จ้า​กว่า​แสง​อาทิตย์​ส่อง​มา​ที่​ตัว​ผม​กับ​คน​ที่​ไป​ด้วย​กัน+ 14 พอ​พวก​ผม​ล้ม​ลง​กับ​พื้น ผม​ก็​ได้​ยิน​เสียง​พูด​เป็น​ภาษา​ฮีบรู​ว่า ‘เซาโล เซาโล คุณ​ข่มเหง​ผม​ทำไม? คุณ​เตะ​ประตัก​คุณ​ก็​เจ็บ​เอง’ 15 ผม​จึง​ถาม​ว่า ‘นาย​ท่าน ท่าน​เป็น​ใคร?’ ท่าน​ตอบ​ว่า ‘ผม​คือ​เยซู​ผู้​ที่​คุณ​ข่มเหง 16 ลุก​ขึ้น​ยืน​เถอะ ที่​ผม​มา​ปรากฏ​ตัว​กับ​คุณ​ก็​เพื่อ​เลือก​คุณ​ให้​เป็น​ผู้​รับใช้​และ​เป็น​พยาน​ของ​ผม เพื่อ​ประกาศ​สิ่ง​ที่​คุณ​ได้​เห็น​และ​สิ่ง​ที่​ผม​จะ​ให้​คุณ​เห็น​เกี่ยว​กับ​ผม+ 17 ผม​จะ​ช่วย​คุณ​ให้​พ้น​จาก​เงื้อม​มือ​ของ​คน​ชาติ​นี้​และ​คน​ต่าง​ชาติ​ที่​ผม​จะ​ใช้​คุณ​ไป​หา+ 18 เพื่อ​คุณ​จะ​เปิด​ตา​พวก​เขา+ เพื่อ​ทำ​ให้​พวก​เขา​ออก​จาก​ความ​มืด+มา​สู่​ความ​สว่าง+ และ​พ้น​จาก​อำนาจ​ของ​ซาตาน+มา​หา​พระเจ้า แล้ว​พวก​เขา​จะ​ได้​รับ​การ​อภัย​บาป+ และ​ได้​รับ​มรดก​สำหรับ​คน​ที่​ถูก​ชำระ​ให้​บริสุทธิ์* เพราะ​พวก​เขา​มี​ความ​เชื่อ​ใน​ตัว​ผม’

19 “กษัตริย์​อากริปปา​ครับ เพราะ​อย่าง​นี้​แหละ​ผม​จึง​ทำ​ตาม​นิมิต​ที่​ผม​ได้​รับ​จาก​สวรรค์ 20 ผม​ไป​ประกาศ​กับ​คน​ใน​กรุง​ดามัสกัส​ก่อน+ แล้ว​ก็​ประกาศ​กับ​คน​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม+และ​คน​ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย แล้ว​ก็​คน​ต่าง​ชาติ​ด้วย ผม​บอก​ให้​พวก​เขา​กลับ​ใจ​และ​หัน​มา​หา​พระเจ้า โดย​ทำ​สิ่ง​ที่​แสดง​ว่า​พวก​เขา​กลับ​ใจ​จริง ๆ + 21 เพราะ​อย่าง​นี้​แหละ พวก​ยิว​เลย​จับ​ผม​ใน​วิหาร​และ​พยายาม​ฆ่า​ผม+ 22 แต่​พระเจ้า​ช่วย​ผม​ไว้ ผม​จึง​ได้​ประกาศ​ให้​ทั้ง​ผู้​ใหญ่​ผู้​น้อย​ฟัง​จน​ถึง​วัน​นี้ และ​ผม​ก็​ไม่​พูด​อะไร​เลย​นอก​จาก​เรื่อง​ที่​พวก​ผู้​พยากรณ์​และ​โมเสส​บอก​ว่า​จะ​เกิด​ขึ้น+ 23 คือ​เรื่อง​ที่​พระ​คริสต์​ต้อง​ทน​ทุกข์+ และ​ได้​รับ​การ​ปลุก​ให้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ตาย​เป็น​คน​แรก+ แล้ว​ท่าน​จะ​ให้​ความ​สว่าง​กับ​คน​ชาติ​นี้​และ​คน​ต่าง​ชาติ​ด้วย”+

24 ตอน​ที่​เปาโล​กำลัง​พูด​แก้​คดี​อยู่ เฟสทัส​ก็​พูด​เสียง​ดัง​ว่า “เปาโล คุณ​บ้า​ไป​แล้ว​หรือ คุณ​เรียน​มาก​จน​เพี้ยน​ไป​แล้ว” 25 เปาโล​พูด​ว่า “ท่าน​เฟสทัส​ที่​เคารพ ผม​ไม่​ได้​บ้า ผม​พูด​ความ​จริง​และ​ยัง​มี​สติ​ดี​อยู่ 26 ที่​จริง กษัตริย์​อากริปปา​รู้​เรื่อง​ที่​ผม​พูด​เป็น​อย่าง​ดี และ​ผม​ก็​พูด​กับ​กษัตริย์​ได้​อย่าง​ตรง​ไป​ตรง​มา ผม​เชื่อ​ว่า​ไม่​มี​อะไร​รอด​พ้น​สายตา​ของ​ท่าน​ไป​ได้ เพราะ​เรื่อง​นี้​ไม่​ได้​เป็น​ความ​ลับ​อะไร+ 27 กษัตริย์​อากริปปา​ครับ ท่าน​เชื่อ​พวก​ผู้​พยากรณ์​ไหม? ผม​รู้​ว่า​ท่าน​เชื่อ” 28 กษัตริย์​อากริปปา​ตอบ​เปาโล​ว่า “ถ้า​ผม​ฟัง​คุณ​พูด​ต่อ​อีก​หน่อย ผม​คง​ต้อง​เป็น​คริสเตียน​ไป​อีก​คน” 29 เปาโล​จึง​พูด​ว่า “ผม​อธิษฐาน​ต่อ​พระเจ้า​ว่า ไม่​ช้า​ก็​เร็ว ขอ​ให้​ทั้ง​ตัว​ท่าน​และ​ทุก​คน​ที่​ฟัง​ผม​ใน​วัน​นี้​เปลี่ยน​มา​เป็น​เหมือน​ผม แต่​ไม่​ใช่​ถูก​ล่าม​โซ่​อย่าง​นี้”

30 กษัตริย์​กับ​ผู้​ว่า​ราชการ​และ​เบอร์นิส รวม​ทั้ง​คน​ที่​นั่ง​อยู่​ด้วย​กัน​ก็​ลุก​ขึ้น 31 ตอน​ที่​ออก​ไป พวก​เขา​พูด​กัน​ว่า “คน​นี้​ไม่​ได้​ทำ​อะไร​ที่​สม​ควร​ตาย​หรือ​ถูก​ขัง​คุก​เลย​นะ”+ 32 แล้ว​กษัตริย์​อากริปปา​ก็​พูด​กับ​เฟสทัส​ว่า “ถ้า​คน​นี้​ไม่​ได้​ร้อง​เรียน​ต่อ​ซีซาร์+ก็​น่า​จะ​ปล่อย​ตัว​เขา​ไป​ได้”

27 เมื่อ​มี​การ​ตัดสิน​แล้ว​ว่า​จะ​ให้​พวก​เรา​ลง​เรือ​ไป​ประเทศ​อิตาลี+ เปาโล​กับ​นัก​โทษ​บาง​คน​จึง​ถูก​ส่ง​ตัว​ให้​นาย​ร้อย​ชื่อ​ยูเลียส​ซึ่ง​เป็น​ทหาร​ใน​กองทัพ​ออกัสตัส 2 พวก​เรา​ลง​เรือ​ที่​มา​จาก​เมือง​อัดรามิททิยุม​ซึ่ง​จะ​แล่น​ไป​ตาม​ท่า​เรือ​ต่าง ๆ แถบ​ชายฝั่ง​ของ​แคว้น​เอเชีย อาริสทาร์คัส+ชาว​มาซิโดเนีย​ซึ่ง​มา​จาก​เมือง​เธสะโลนิกา​ก็​ไป​กับ​พวก​เรา​ด้วย 3 วัน​รุ่ง​ขึ้น​พวก​เรา​ขึ้น​ฝั่ง​ที่​เมือง​ไซดอน ยูเลียส​กรุณา​เปาโล​มาก เขา​อนุญาต​ให้​เปาโล​ไป​หา​เพื่อน ๆ เพื่อ​จะ​ได้​รับ​การ​ดู​แล​จาก​พวก​เขา

4 เมื่อ​ออก​เรือ​จาก​ที่​นั่น​แล้ว กระแส​ลม​ต้าน​เรา​มาก เรา​จึง​แล่น​เรือ​ไป​ใกล้ ๆ เกาะ​ไซปรัส​โดย​ใช้​เกาะ​เป็น​ที่​กำบัง​ลม 5 จาก​นั้น​ก็​แล่น​เรือ​ใน​น่าน​น้ำ​ของ​แคว้น​ซิลีเซีย​กับ​แคว้น​ปัมฟีเลีย แล้ว​เข้า​เทียบ​ท่า​ที่​เมือง​มิรา​ใน​แคว้น​ลีเซีย 6 ที่​นั่น​นาย​ร้อย​พบ​เรือ​ที่​มา​จาก​เมือง​อเล็กซานเดรีย​กำลัง​จะ​แล่น​ไป​ประเทศ​อิตาลี เขา​จึง​ให้​พวก​เรา​ลง​เรือ​ลำ​นั้น 7 เป็น​เวลา​หลาย​วัน​ที่​เรือ​ของ​พวก​เรา​แล่น​ไป​ได้​ช้า​มาก แต่​ใน​ที่​สุด​ก็​มา​ถึง​เมือง​คนีดัส​อย่าง​ทุลักทุเล พอ​เรา​ออก​จาก​ที่​นั่น​มา​ก็​เจอ​กระแส​ลม​แรง จึง​ต้อง​เปลี่ยน​เส้น​ทาง​โดย​แล่น​ผ่าน​แหลม​สัลโมเน แล้ว​ให้​เกาะ​ครีต​เป็น​ที่​กำบัง​ลม 8 เรือ​แล่น​เลียบ​ฝั่ง​อย่าง​ยาก​ลำบาก​จน​มา​ถึง​ที่​แห่ง​หนึ่ง​ชื่อ​ท่า​งาม​ซึ่ง​อยู่​ใกล้​เมือง​ลาเซีย

9 พวก​เรา​เสีย​เวลา​ไป​มาก​จน​ตอน​นี้​ไม่​ปลอด​ภัย​แล้ว​ที่​จะ​แล่น​เรือ เพราะ​เลย​ช่วง​ถือ​ศีล​อด​อาหาร​ใน​วัน​ไถ่​บาป+ไป​แล้ว เปาโล​จึง​แนะ​นำ​พวก​เขา​ว่า 10 “พวก​คุณ ผม​ว่า​ถ้า​เดิน​เรือ​ตอน​นี้ จะ​ต้อง​เกิด​ความ​เสียหาย​อย่าง​หนัก​แน่ ๆ ไม่​ใช่​แค่​สินค้า​กับ​เรือ​เท่า​นั้น แต่​จะ​เป็น​อันตราย​ถึง​ชีวิต​พวก​เรา​ด้วย” 11 แต่​นาย​ร้อย​เชื่อ​กัปตัน​เรือ​กับ​เจ้า​ของ​เรือ​มาก​กว่า​คำ​พูด​ของ​เปาโล 12 ท่า​งาม​ไม่​เหมาะ​จะ​จอด​เรือ​ใน​ช่วง​ฤดู​หนาว คน​ส่วน​ใหญ่​จึง​แนะ​ให้​ออก​เรือ​ไป​จาก​ที่​นั่น และ​คิด​ว่า​น่า​จะ​ไป​จอด​ที่​เมือง​ฟีนิกซ์​ใน​ช่วง​ฤดู​หนาว​ดี​กว่า เพราะ​เป็น​เมือง​ท่า​ของ​เกาะ​ครีต​ที่​มี​ท่า​เรือ​หัน​ไป​ทาง​ตะวัน​ออก​เฉียง​เหนือ​และ​ตะวัน​ออก​เฉียง​ใต้

13 เมื่อ​มี​ลม​จาก​ทิศ​ใต้​พัด​มา​เบา ๆ พวก​เขา​ก็​คิด​ว่า​จะ​ไป​เมือง​ฟีนิกซ์​ได้​อย่าง​ที่​ตั้งใจ​ไว้ พวก​เขา​จึง​ถอน​สมอ​แล้ว​แล่น​ไป​ตาม​ชายฝั่ง​ของ​เกาะ​ครีต 14 แต่​แล่น​ไป​ได้​ไม่​นาน​ก็​เจอ​พายุ​ใหญ่​ที่​เรียก​กัน​ว่า​ยูราคีโลน 15 เมื่อ​เรือ​โดน​พายุ​กระหน่ำ​และ​แล่น​ฝ่า​ลม​ต่อ​ไป​ไม่​ไหว พวก​เรา​จึง​ปล่อย​ให้​เรือ​ลอย​ไป​ตาม​ลม 16 แล้ว​พวก​เรา​ก็​แล่น​เรือ​ไป​ใกล้ ๆ เกาะ​เล็ก ๆ ชื่อ​คาวดา​เพื่อ​ให้​เกาะ​นั้น​บัง​ลม​ให้​เรา แต่​ถึง​อย่าง​นั้น​ก็​ยัง​แทบ​จะ​รักษา​เรือ​เล็ก​ที่​จูง​มา​ไว้​ไม่​ได้ 17 พวก​เขา​ยก​เรือ​เล็ก​ขึ้น​มา แล้ว​เอา​เชือก​ลอด​ใต้​ท้อง​เรือ​ใหญ่​มัด​รอบ​ลำ​เรือ​ไว้ และ​พวก​เขา​ก็​ผ่อน​เชือก​เพื่อ​ลด​ใบ​เรือ​ลง​และ​ปล่อย​ให้​เรือ​ถูก​พัด​ไป​ตาม​ลม เพราะ​กลัว​ว่า​เรือ​จะ​เกยตื้น​ที่​อ่าว​เสอร์ทิส 18 เรือ​ถูก​พายุ​ใหญ่​พัด​กระหน่ำ​อย่าง​รุนแรง ใน​วัน​รุ่ง​ขึ้น​พวก​เขา​จึง​เอา​ของ​โยน​ทิ้ง​ทะเล​เพื่อ​ให้​เรือ​เบา​ลง+ 19 พอ​วัน​ที่​สาม พวก​เขา​ก็​เอา​อุปกรณ์​เดิน​เรือ​ทิ้ง​ไป

20 พวก​เรา​ยัง​โดน​พายุ​ใหญ่​กระหน่ำ​ไม่​หยุด และ​ไม่​เห็น​ดวง​อาทิตย์​กับ​ดวง​ดาว​อยู่​หลาย​วัน พวก​เรา​จึง​เริ่ม​คิด​ว่า​คง​ไม่​รอด​แน่ 21 หลัง​จาก​ทุก​คน​ไม่​ได้​กิน​อาหาร​มา​หลาย​วัน​แล้ว เปาโล​จึง​ยืน​ขึ้น​กลาง​หมู่​พวก​เขา​และ​พูด​ว่า “พวก​คุณ​น่า​จะ​ฟัง​คำ​แนะ​นำ​ของ​ผม​ที่​บอก​ว่า​อย่า​ออก​เรือ​จาก​เกาะ​ครีต จะ​ได้​ไม่​ต้อง​มา​เจอ​ความ​เสียหาย​อย่าง​นี้+ 22 ตอน​นี้​ผม​ขอ​แนะ​พวก​คุณ​ว่า​ไม่​ต้อง​กลัว พวก​คุณ​จะ​ไม่​ตาย​เลย​สัก​คน​แต่​จะ​เสีย​เรือ​ไป 23 เพราะ​เมื่อ​คืน​นี้​ทูตสวรรค์+ของ​พระเจ้า​ที่​ผม​รับใช้​และ​นมัสการ​ได้​มา​ยืน​ใกล้ ๆ ผม 24 แล้ว​พูด​ว่า ‘เปาโล ไม่​ต้อง​กลัว​นะ คุณ​จะ​ต้อง​ไป​ยืน​ต่อ​หน้า​ซีซาร์+ พระเจ้า​จะ​ให้​ทุก​คน​ที่​มา​กับ​คุณ​ใน​เรือ​รอด​ชีวิต​ด้วย’ 25 ดัง​นั้น พวก​คุณ​ก็​ไม่​ต้อง​กลัว​นะ ผม​เชื่อ​ว่า​ทุก​อย่าง​จะ​เป็น​ไป​ตาม​ที่​พระเจ้า​บอก​ผม​แน่นอน 26 แต่​พวก​เรา​จะ​ต้อง​ถูก​ซัด​ขึ้น​ฝั่ง​ที่​เกาะ​หนึ่ง”+

27 คืน​ที่​สิบ​สี่ พวก​เรา​ถูก​คลื่น​ซัด​ไป​ซัด​มา​อยู่​ใน​ทะเล​เอเดรียติก พอ​ถึง​เที่ยง​คืน พวก​กะลาสี​ก็​รู้สึก​ได้​ว่า​มี​แผ่นดิน​อยู่​ใกล้ ๆ 28 พวก​เขา​หยั่ง​ความ​ลึก​ดู ก็​วัด​ได้​ประมาณ 36 เมตร พอ​ไป​อีก​หน่อย​หนึ่ง​ก็​หยั่ง​ได้​ประมาณ 27 เมตร 29 พวก​เขา​กลัว​ว่า​เรือ​จะ​เกย​โขด​หิน​จึง​ทอด​สมอ 4 ตัว​ตรง​ท้าย​เรือ​แล้ว​ภาวนา​ให้​ถึง​เช้า​เร็ว ๆ 30 แต่​พวก​กะลาสี​พยายาม​หา​ทาง​หนี​จาก​เรือ พวก​เขา​ก็​เลย​หย่อน​เรือ​เล็ก​ลง​ทะเล โดย​แกล้ง​ทำ​เป็น​ว่า​จะ​ทอด​สมอ​ตรง​หัว​เรือ 31 เปาโล​รู้​ทัน​จึง​พูด​กับ​นาย​ร้อย​และ​พวก​ทหาร​ว่า “ถ้า​พวก​นั้น​ไม่​อยู่​ใน​เรือ พวก​คุณ​ก็​จะ​ไม่​รอด​นะ”+ 32 พวก​ทหาร​จึง​ตัด​เชือก​ที่​ผูก​เรือ​เล็ก และ​ปล่อย​ให้​มัน​ลอย​ไป

33 พอ​ใกล้​จะ​เช้า เปาโล​แนะ​ทุก​คน​ให้​กิน​อาหาร​โดย​พูด​ว่า “สิบ​สี่​วัน​แล้ว​ที่​พวก​คุณ​เฝ้า​รอ​อย่าง​กระวนกระวาย​และ​ไม่​กิน​อะไร​เลย 34 กิน​อะไร​กัน​บ้าง​เถอะ จะ​ได้​มี​แรง พวก​คุณ​จะ​ไม่​มี​ใคร​เป็น​อันตราย แม้​แต่​ผม​สัก​เส้น​เดียว​ก็​จะ​ไม่​เสีย​ไป” 35 พอ​เปาโล​พูด​จบ​แล้ว ก็​หยิบ​ขนมปัง​มา​อธิษฐาน​ขอบคุณ​พระเจ้า​ต่อ​หน้า​พวก​เขา​ทุก​คน แล้ว​หัก​ขนมปัง​กิน 36 ทุก​คน​จึง​มี​กำลังใจ​และ​เอา​อาหาร​มา​กิน​กัน 37 พวก​เรา​ที่​อยู่​ใน​เรือ​มี​ทั้ง​หมด 276 คน 38 พอ​พวก​เขา​กิน​อิ่ม​แล้ว​ก็​เอา​ข้าว​สาลี​ทิ้ง​ทะเล​เพื่อ​ให้​เรือ​เบา​ขึ้น+

39 พอ​สว่าง พวก​เขา​ก็​เห็น​แผ่นดิน​แต่​ไม่​รู้​ว่า​เป็น​ที่​ไหน+ พวก​เขา​มอง​ไป​เห็น​อ่าว​แห่ง​หนึ่ง​ที่​มี​หาด จึง​พยายาม​จะ​เอา​เรือ​เกย​หาด​นั้น 40 พวก​เขา​ตัด​สมอ​ทิ้ง​ไป​และ​แก้​เชือก​มัด​หาง​เสือ ชัก​ใบ​เรือ​ที่​อยู่​ด้าน​หน้า​ให้​กิน​ลม เพื่อ​แล่น​เข้า​ไป​ที่​หาด​นั้น 41 พอ​เรือ​ชน​สันดอน​ทราย​ก็​เกยตื้น หัว​เรือ​ติด​แน่น​ขยับ​ไม่​ได้ ส่วน​ท้าย​เรือ​ก็​ถูก​คลื่น​ซัด​จน​เริ่ม​แตก​เป็น​เสี่ยง ๆ + 42 พวก​ทหาร​จึง​คิด​จะ​ฆ่า​พวก​นัก​โทษ​เพื่อ​ไม่​ให้​ใคร​ว่าย​น้ำ​หนี​ไป​ได้ 43 แต่​นาย​ร้อย​ตั้งใจ​จะ​ช่วย​ชีวิต​เปาโล​จึง​ห้าม​พวก​เขา​ไม่​ให้​ทำ​อย่าง​นั้น เขา​สั่ง​คน​ที่​ว่าย​น้ำ​ได้​ให้​กระโดด​ลง​ทะเล​แล้ว​ว่าย​เข้า​ฝั่ง​ก่อน 44 และ​บอก​คน​ที่​เหลือ​ให้​ตาม​ไป บาง​คน​เกาะ​กระดาน​ไป บาง​คน​ก็​เกาะ​ชิ้น​ส่วน​ของ​เรือ​ไป แล้ว​ทุก​คน​ก็​เข้า​ฝั่ง​ได้​อย่าง​ปลอด​ภัย+

28 เมื่อ​ปลอด​ภัย​แล้ว พวก​เรา​ถึง​รู้​ว่า​เกาะ​นั้น​ชื่อ​มอลตา+ 2 คน​พื้นเมือง​ที่​นั่น​ดี​กับ​พวก​เรา​มาก​จริง ๆ ตอน​นั้น​ฝน​ตก​และ​อากาศ​หนาว พวก​เขา​ก็​ก่อ​ไฟ​ต้อนรับ​พวก​เรา​ทุก​คน​อย่าง​อบอุ่น+ 3 เปาโล​เก็บ​กิ่ง​ไม้​แห้ง​กอง​หนึ่ง​มา​สุม​ไฟ งู​พิษ​ตัว​หนึ่ง​ที่​โดน​ความ​ร้อน​ก็​เลื้อย​ออก​มา​กัด​ติด​อยู่​ที่​มือ​เปาโล 4 พอ​ชาว​พื้นเมือง​เห็น​งู​พิษ​ตัว​นั้น​ห้อย​อยู่​ที่​มือ​เปาโล พวก​เขา​ก็​พูด​กัน​ว่า “คน​นี้​ต้อง​เป็น​ฆาตกร​แน่ ๆ รอด​จาก​ทะเล​มา​ได้​ก็​ยัง​ต้อง​ตาย​อยู่​ดี ความ​ยุติธรรม​ไม่​ยอม​ให้​เขา​รอด​ไป​ได้” 5 แต่​เปาโล​สะบัด​งู​ตก​ลง​ไป​ใน​ไฟ​โดย​ที่​ตัว​เอง​ไม่​เป็น​อะไร​เลย 6 ชาว​พื้นเมือง​คิด​ว่า​ตัว​เปาโล​จะ​บวม​หรือ​ไม่​ก็​ล้ม​ลง​ตาย​ทันที แต่​เมื่อ​รอ​ดู​อยู่​นาน​ก็​ไม่​เห็น​ว่า​เป็น​อะไร พวก​เขา​จึง​เปลี่ยน​ความ​คิด​และ​พูด​กัน​ว่า​เปาโล​เป็น​เทพเจ้า+

7 บริเวณ​นั้น​เป็น​ที่​ดิน​ของ​ผู้​ปกครอง​เกาะ​ที่​ชื่อ​ปูบลิอัส เขา​แสดง​น้ำใจ​ต้อนรับ​และ​ให้​ที่​พัก​กับ​พวก​เรา 3 วัน 8 พอ​ดี​ตอน​นั้น​พ่อ​ของ​ปูบลิอัส​นอน​ป่วย​เป็น​ไข้​และ​เป็น​โรค​บิด เปาโล​จึง​เข้า​ไป​หา​แล้ว​อธิษฐาน​และ​วาง​มือ​รักษา​โรค​ให้​เขา+ 9 พอ​ได้​ยิน​ข่าว​เรื่อง​ที่​เกิด​ขึ้น คน​ป่วย​คน​อื่น ๆ บน​เกาะ​ก็​พา​กัน​มา​ให้​เปาโล​รักษา​จน​หาย​ป่วย​กัน​หมด+ 10 ชาว​เกาะ​นับถือ​พวก​เรา​และ​พา​กัน​เอา​ของ​หลาย​อย่าง​มา​ให้ และ​ตอน​ที่​พวก​เรา​จะ​ออก​เรือ พวก​เขา​ก็​ยัง​เอา​สิ่ง​ของ​จำเป็น​มา​ให้​เรา​อีก​มาก​มาย

11 หลัง​จาก​อยู่​บน​เกาะ 3 เดือน พวก​เรา​ก็​ลง​เรือ​ลำ​หนึ่ง​ที่​จอด​พัก​ที่​เกาะ​นี้​ใน​ช่วง​ฤดู​หนาว เรือ​ลำ​นี้​มา​จาก​เมือง​อเล็กซานเดรีย และ​มี​สัญลักษณ์ “ลูก​แฝด​ของ​ซุส” อยู่​ที่​หัว​เรือ 12 เมื่อ​เรือ​เข้า​เทียบ​ท่า​ที่​เมือง​ไซราคิวส์ พวก​เรา​ก็​พัก​อยู่​ที่​นั่น 3 วัน 13 จาก​ที่​นั่น พวก​เรา​แล่น​เรือ​ต่อ​ไป​จน​ถึง​เมือง​เรยีอูม วัน​ต่อ​มา​มี​ลม​พัด​มา​จาก​ทิศ​ใต้ พวก​เรา​จึง​ไป​ถึง​เมือง​โปทิโอลี​ได้​ใน​วัน​ถัด​จาก​นั้น 14 พวก​เรา​พบ​พี่​น้อง​ที่​นั่น พวก​เขา​อ้อน​วอน​เรา​ให้​พัก​อยู่​ด้วย 7 วัน แล้ว​พวก​เรา​ก็​ออก​เดิน​ทาง​ไป​กรุง​โรม 15 เมื่อ​พี่​น้อง​ใน​กรุง​โรม​ได้​ยิน​ข่าว ก็​เดิน​ทาง​มา​เจอ​พวก​เรา​ที่​ตลาด​อัปปีอัส ส่วน​บาง​คน​มา​รอ​เจอ​ที่​บ้าน​สาม​โรงแรม พอ​เปาโล​เห็น​พี่​น้อง​ก็​ขอบคุณ​พระเจ้า​และ​มี​กำลังใจ+ 16 เมื่อ​พวก​เรา​มา​ถึง​กรุง​โรม เปาโล​ได้​รับ​อนุญาต​ให้​พัก​อยู่​ใน​บ้าน​ส่วน​ตัว​โดย​มี​ทหาร​คน​หนึ่ง​คอย​เฝ้า​ไว้

17 สาม​วัน​ต่อ​มา เปาโล​เชิญ​ชาว​ยิว​คน​สำคัญ​มา​ประชุม​กัน พอ​พวก​เขา​มา​พร้อม​หน้า​กัน​แล้ว เปาโล​ก็​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “พี่​น้อง​ครับ ผม​ถูก​จับ​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม​และ​ถูก​ส่ง​ตัว​ไป​ให้​พวก​โรมัน​เหมือน​กับ​นัก​โทษ+ ทั้ง ๆ ที่​ผม​ไม่​ได้​ทำ​อะไร​ผิด​ต่อ​คน​ร่วม​ชาติ​หรือ​ต่อ​ธรรมเนียม​ของ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เรา​เลย+ 18 เมื่อ​พวก​โรมัน​สอบสวน​ผม​แล้ว+ก็​จะ​ปล่อย​ตัว​ผม เพราะ​ไม่​เห็น​ว่า​ผม​มี​ความ​ผิด​ที่​สม​ควร​ตาย+ 19 แต่​พวก​ยิว​ไม่​ยอม ผม​จึง​ต้อง​ร้อง​เรียน​ต่อ​ซีซาร์+ แต่​ผม​ไม่​ได้​จะ​ฟ้อง​คน​ร่วม​ชาติ​ของ​ผม 20 เพราะ​อย่าง​นี้​แหละ​ผม​ถึง​ขอ​พบ​และ​คุย​กับ​พวก​คุณ ที่​ผม​ถูก​ล่าม​โซ่​อยู่​นี้​ก็​เพราะ​ความ​หวัง​ของ​ชาว​อิสราเอล”+ 21 พวก​ยิว​จึง​บอก​เปาโล​ว่า “พวก​เรา​ไม่​ได้​รับ​จดหมาย​เกี่ยว​กับ​คุณ​จาก​แคว้น​ยูเดีย และ​ไม่​มี​พี่​น้อง​จาก​ที่​นั่น​มา​เล่า​หรือ​ฟ้อง​อะไร​เรื่อง​คุณ​เลย 22 แต่​พวก​เรา​อยาก​จะ​ฟัง​จาก​ปาก​คุณ เพราะ​เรา​รู้​ว่า​มี​คน​พูด​ต่อ​ต้าน+นิกาย​นี้+ทั่ว​ไป​หมด”

23 พวก​เขา​จึง​นัด​วัน​มา​พบ​กับ​เปาโล​อีก และ​มี​คน​มา​หา​เปาโล​ที่​บ้าน​พัก​มาก​กว่า​เดิม เปาโล​จึง​อธิบาย​เรื่อง​รัฐบาล*ของ​พระเจ้า​ให้​พวก​เขา​ฟัง​อย่าง​ละเอียด​ตั้ง​แต่​เช้า​ถึง​เย็น และ​พูด​โน้ม​น้าว​ให้​พวก​เขา​เชื่อ​เรื่อง​พระ​เยซู+โดย​อ้าง​จาก​กฎหมาย​ของ​โมเสส+และ​จาก​หนังสือ​ของ​พวก​ผู้​พยากรณ์+ 24 บาง​คน​เชื่อ​ที่​เปาโล​พูด แต่​บาง​คน​ก็​ไม่​เชื่อ 25 เมื่อ​มี​ความ​เห็น​ไม่​ตรง​กัน บาง​คน​ก็​เริ่ม​เดิน​ออก​ไป เปาโล​จึง​พูด​ขึ้น​ว่า

“พลัง​บริสุทธิ์​ของ​พระเจ้า​พูด​ไว้​ถูก​ต้อง​เลย​ตอน​ที่​ดล​ใจ​ผู้​พยากรณ์​อิสยาห์​ให้​บอก​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​คุณ​ว่า 26 ‘ไป​บอก​ชน​ชาติ​นี้​ว่า “พวก​คุณ​จะ​ได้​ยิน​แต่​ไม่​เข้าใจ​เลย และ​พวก​คุณ​จะ​มอง​แต่​ไม่​เห็น​อะไร​เลย+ 27 เพราะ​ใจ​ของ​ชน​ชาติ​นี้​ด้าน​ชา​ไป​แล้ว* พวก​เขา​ได้​ยิน​แต่​ทำ​เป็น​หู​ทวน​ลม​และ​ปิด​ตา​ตัว​เอง​ไว้ เพื่อ​จะ​ไม่​เห็น ไม่​ได้​ยิน ไม่​เข้าใจ และ​ไม่​หัน​กลับ​มา​ให้​เรา​รักษา​ให้​หาย”’+ 28 ดัง​นั้น ให้​รู้​ไว้​ว่า มี​การ​ประกาศ​ข่าว​เรื่อง​ความ​รอด​จาก​พระเจ้า​นี้​ให้​คน​ต่าง​ชาติ​รู้​แล้ว+ และ​พวก​เขา​จะ​รับ​ฟัง​แน่ ๆ”+ 29 ——

30 เปาโล​จึง​อยู่​ใน​บ้าน​เช่า​ของ​เขา+ตลอด 2 ปี และ​ยินดี​ต้อนรับ​ทุก​คน​ที่​มา​หา 31 เปาโล​ประกาศ​เรื่อง​รัฐบาล​ของ​พระเจ้า+ให้​พวก​เขา​ฟัง​และ​สอน​เรื่อง​พระ​เยซู​คริสต์​ผู้​เป็น​นาย​อย่าง​กล้า​หาญ​และ​มั่น​ใจ+โดย​ไม่​มี​ใคร​ขัด​ขวาง

หรือ “ราชอาณาจักร”

หรือ “ช่วง​กลาง​ลำ​ตัว​ทะลัก​ออก​มา”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “เท”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “เท”

หรือ “ถูก​รับ​ไป​สวรรค์​โดย​มือ​ขวา​ของ​พระเจ้า”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “เท”

หรือ “ได้​รับ​พลัง​บริสุทธิ์​จาก​พระเจ้า​เป็น​ของ​ขวัญ”

หรือ “คน​ที่​มี​ความ​ถูก​ต้อง​ชอบธรรม”

หรือ “บอก​เกี่ยว​กับ​สมัย​นี้”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ชื่อ​อื่น”

หรือ​อาจ​แปล​ได้​ว่า “อิสอัค​ทำ​อย่าง​นั้น​ด้วย​กับ​ยาโคบ”

หรือ “ข้าว”

อาจ​เป็น​พระ​โมเลค​ของ​ชาว​อัมโมน ดู 1พก 11:7

หรือ “ที่​มี​ความ​ถูก​ต้อง​ชอบธรรม”

หรือ “ราชอาณาจักร”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “พวก​ผู้​บริสุทธิ์”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “พวก​ผู้​บริสุทธิ์”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “พวก​ผู้​บริสุทธิ์”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “วัตถุ​บาง​อย่าง (ภาชนะ)”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “วัตถุ​บาง​อย่าง (ภาชนะ)”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “เท”

หรือ “ให้​พลัง​บริสุทธิ์​เป็น​ของ​ขวัญ”

หรือ “โต้​แย้ง​กับ​เขา” “มี​ปัญหา​กับ​เขา”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “วัตถุ​บาง​อย่าง (ภาชนะ)”

หรือ “ขวาง​ทาง​พระเจ้า”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “พวก​เขา​ก็​เริ่ม​เงียบ”

หรือ “คาด​เอว”

เป็น​คน​เดียว​กับ​บาร์เยซู​ใน​ข้อ 6

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ให้​แผ่นดิน​ของ​พวก​นั้น​เป็น​มรดก”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “หลับ”

หรือ “พอ​ที่​จะ​รอด​ได้”

หรือ “มี​วิหาร​ตั้ง​อยู่​นอก​เมือง”

หรือ “ราชอาณาจักร”

หรือ “และ”

หรือ “นมัสการ”

ดู​คำ​ว่า “ถูก​ต้อง​ชอบธรรม” ใน​ส่วน​อธิบาย​ศัพท์

หรือ “ราชอาณาจักร”

หรือ “ประกาศ​อย่าง​ทั่ว​ถึง”

หรือ “อธิบาย​ข่าว​ดี​เรื่อง​ความ​กรุณา​ที่​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​พระเจ้า​อย่าง​ละเอียด”

หรือ “ราชอาณาจักร”

หรือ “ถูก​แยก​ไว้​ให้​เป็น​คน​ของ​พระเจ้า”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “พวก​เรา​ก็​เริ่ม​เงียบ”

หรือ “ที่​มี​ความ​ถูก​ต้อง​ชอบธรรม”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “คุณ​เป็น​ผนัง​ที่​ทา​ด้วย​น้ำ​ปูน​ขาว”

หรือ “ประกาศ​อย่าง​เปิด​เผย”

หรือ “ได้​อธิบาย​เรื่อง​ของ​ผม​อย่าง​ละเอียด”

“ใน​กฎหมาย​ของ​โมเสส​และ​ใน​หนังสือ​ของ​พวก​ผู้​พยากรณ์” ใน​ที่​นี้​หมาย​ถึง​พระ​คัมภีร์​ภาค​ภาษา​ฮีบรู​ทั้ง​หมด

ดู​คำ​ว่า “ถูก​ต้อง​ชอบธรรม” ใน​ส่วน​อธิบาย​ศัพท์

หรือ “การ​นมัสการ​พระเจ้า​ของ​พวก​เขา”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “นาย​ของ​ผม”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ตัดสิน​ว่า”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ชื่อ​พระ​เยซู”

หรือ “ถูก​แยก​ไว้​ให้​เป็น​คน​ของ​พระเจ้า”

หรือ “ราชอาณาจักร”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “หนา​ไป​แล้ว”

    หนังสือภาษาไทย (1971-2026)
    ออกจากระบบ
    เข้าสู่ระบบ
    • ไทย
    • แชร์
    • การตั้งค่า
    • Copyright © 2026 Watch Tower Bible and Tract Society of Pennsylvania
    • เงื่อนไขการใช้งาน
    • นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    • การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว
    • JW.ORG
    • เข้าสู่ระบบ
    แชร์