27 กรกฎาคม–2 สิงหาคม 2026
เพลง 56 เลือกเองว่าจะเดินในทางของความจริง
รักษาความเชื่อให้เข้มแข็งเสมอตอนที่เรียนต่อเพิ่มเติม
“ไม่ว่าเราก้าวหน้าถึงขั้นไหนแล้ว ก็ให้เราก้าวหน้าแบบนั้นต่อไปเรื่อย ๆ เหมือนที่เคยทำมา”—ฟป. 3:16
จุดสำคัญ
ดูหลักการในคัมภีร์ไบเบิล 4 อย่างที่จะช่วยให้คุณมีความเชื่อเข้มแข็งอยู่เสมอถ้าคุณตัดสินใจเรียนต่อเพิ่มเติม
1-2. (ก) ถ้าคุณตัดสินใจเรียนต่อเพิ่มเติม คุณต้องทำอะไรต่อ ๆ ไป? (ข) การ “ก้าวหน้าแบบนั้นต่อไปเรื่อย ๆ เหมือนที่เคยทำมา” หมายถึงอะไร? (ฟีลิปปี 3:16)
พี่น้องบางคนตัดสินใจเรียนต่อเพิ่มเติมหลังจบการศึกษาขั้นพื้นฐานที่รัฐบาลกำหนดเพราะการเรียนต่อจะช่วยให้พวกเขาหางานทำเพื่อจะเลี้ยงตัวเองได้ และนี่จะช่วยให้พวกเขาสามารถรับใช้พระยะโฮวาได้อย่างเต็มที่ ถ้าคุณตัดสินใจเรียนต่อเพิ่มเติม คุณจะทำยังไงให้สนิทกับพระยะโฮวาอยู่เสมอ? (ยก. 4:8ก) ตอนที่คุณยังเรียนหนังสือที่โรงเรียน คุณคงได้เจอสถานการณ์ที่ทดสอบความเชื่อของคุณมาแล้วและคุณก็ผ่านมันไปได้ ตอนนี้ คุณก็ต้อง “ก้าวหน้าแบบนั้นต่อไปเรื่อย ๆ เหมือนที่เคยทำมา” ซึ่งหมายความว่าคุณต้องรับใช้พระยะโฮวาอย่างซื่อสัตย์ต่อไปเหมือนอย่างที่เคยทำมาแล้ว—อ่านฟีลิปปี 3:16
2 คำกริยาภาษากรีกที่แปลว่า “ก้าวหน้าแบบนั้นต่อไปเรื่อย ๆ” เป็นคำที่มักใช้กับทหาร ซึ่งอธิบายการเดินทัพของทหารอย่างพร้อมเพรียง ถ้าคุณตัดสินใจเรียนต่อ คุณต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่ยืนอยู่เฉย ๆ หรือถอยหลัง ในบทความนี้เราจะคุยกันเกี่ยวกับหลักการ 4 อย่างในคัมภีร์ไบเบิลที่ช่วยคุณได้ ที่จริง หลักการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับคุณ คุณเคยใช้มันมาแล้วและคุณก็ต้องใช้หลักการเหล่านี้ตอนที่เรียนต่อ และใช้ต่อไปเรื่อย ๆ หลังจากเรียนจบแล้ว
ทำกิจกรรมคริสเตียนอยู่เสมอเหมือนที่เคยทำมา
3. ตอนที่คุณเรียนต่อเพิ่มเติม คุณอาจเจอข้อท้าทายอะไรที่ส่งผลต่อสิ่งที่คุณทำในแต่ละวัน?
3 ข้อท้าทาย การเรียนต่ออาจทำให้คุณยุ่งและเหนื่อยกว่าเดิมเพราะคุณมีสิ่งที่ต้องทำมากขึ้นในแต่ละวัน เป็นเรื่องปกติที่คุณอยากตั้งใจเรียนให้ดี แต่ถ้าไม่ระวัง คุณอาจเริ่มคิดว่างานรับใช้พระยะโฮวาไม่ใช่สิ่งสำคัญอันดับแรกอีกต่อไป คุณอาจถึงกับเริ่มขาดประชุม ไม่ค่อยได้ไปทำงานรับใช้ หรือศึกษาส่วนตัวและอธิษฐานน้อยลง—วว. 2:4
4. ทำไมถึงสำคัญที่คุณต้อง “ทุ่มเทกับงานของผู้เป็นนายที่มีให้ทำมากมาย”? (1 โครินธ์ 15:58)
4 อ่าน 1 โครินธ์ 15:58 เหมือนกับตอนที่ขี่จักรยาน คุณต้องปั่นไปข้างหน้าเรื่อย ๆ เพราะถ้าหยุดเมื่อไหร่จักรยานก็จะล้มลง คล้ายกัน เพื่อที่คุณจะสนิทกับพระยะโฮวาอยู่เรื่อย ๆ คุณต้อง “ทุ่มเทกับงานของผู้เป็นนายที่มีให้ทำมากมาย” นี่ไม่ได้หมายความว่าแค่ทำกิจกรรมคริสเตียนให้ครบทุกอย่างก็พอ แต่หมายความว่าคุณต้องให้สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของคุณ คุณต้องมองว่าหน้าที่หลักของคุณคือการรับใช้พระยะโฮวา ส่วนการเรียนเป็นหน้าที่รอง (มธ. 22:37) พี่น้องหญิงที่ชื่อซาแมนต้าบอกว่า “ฉันตั้งใจว่าถ้าการเรียนทำให้ฉันรับใช้พระยะโฮวาได้ไม่เต็มที่ ฉันจะหยุดเรียน”
5. คุณจะทำอะไรได้บ้างเพื่อจะขยันทำงานรับใช้พระยะโฮวาอยู่เสมอ?
5 สิ่งที่คุณทำได้ก่อนเริ่มเรียนต่อเพิ่มเติม ต้องทำให้แน่ใจว่าคุณมองว่าอะไรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของคุณ ให้ถามตัวเองว่า ‘ฉันได้วางแผนไว้ไหมเพื่อจะไปประชุม ไปทำงานรับใช้ และศึกษาส่วนตัวเป็นประจำ?’ (ยชว. 1:8; มธ. 28:19, 20; ฮบ. 10:25) นอกจากนั้น ให้ลองคิดด้วยว่าก่อนหน้านี้ตอนที่ยังเรียนหนังสือที่โรงเรียน คุณทำยังไงเพื่อให้การนมัสการพระยะโฮวาสำคัญที่สุดในชีวิต? ถ้าคุณรู้สึกว่าเมื่อก่อนคุณน่าจะทำได้ดีกว่านี้ ให้คิดดูว่ามีอะไรบ้างที่ตอนนี้คุณสามารถทำได้เพื่อจะปรับปรุงให้ดีขึ้น? ให้ตั้งใจแน่วแน่ที่จะขยันทำงานรับใช้พระยะโฮวาในช่วงที่คุณเรียนต่อเพิ่มเติม แม้การตั้งใจเรียนเป็นเรื่องสำคัญ แต่อย่าทุ่มเทกับมันมากเกินไปจนแทบไม่มีเวลาและกำลังสำหรับการนมัสการพระยะโฮวาa—มธ. 6:24
6. คุณจะเช็กตัวเองให้แน่ใจได้ยังไงว่าคุณยังให้พระยะโฮวาสำคัญที่สุดในชีวิตอยู่ไหม? (ดูภาพด้วย)
6 ตอนที่คุณกำลังเรียนต่อ ให้เช็กตัวเองเป็นประจำทุกเดือน โดยถามตัวเองว่า ‘ฉันยังให้พระยะโฮวาสำคัญที่สุดในชีวิตอยู่ไหม?’ ให้ระวังสัญญาณบางอย่างที่เป็นอันตรายด้วย เช่น ขาดประชุมบ่อย ๆ มาประชุมสายเป็นประจำ ตอนนั่งประชุมก็ใจลอยคิดถึงเรื่องการบ้านและงานที่โรงเรียน หรือเอาแต่เข้าร่วมการประชุมประชาคมผ่านทางออนไลน์อย่างเดียว นอกจากนั้น ให้สังเกตด้วยว่าคุณเป็นแบบนี้ไหม เช่น อธิษฐานแค่พอเป็นพิธี อ่านคัมภีร์ไบเบิลแบบรีบ ๆ หรือไปทำงานรับใช้แค่ให้เสร็จ ๆ ไป ถ้าคำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้คือใช่แม้แต่ข้อเดียว คุณต้องรีบจัดการทันที อย่ายอมให้การเรียนสำคัญกว่าพระยะโฮวา
อย่ายอมให้การเรียนสำคัญกว่าพระยะโฮวา (ดูข้อ 6)
“คิดอย่างรอบคอบเสมอ”
7. ตอนที่คุณเรียนต่อเพิ่มเติม มีข้อท้าทายอะไรบ้างที่อาจส่งผลต่อความคิดของคุณ?
7 ข้อท้าทาย หลักสูตรบางอย่างอาจสอนคุณเรื่อง “ปรัชญาและคำหลอกลวงเหลวไหล” รวมทั้งเรื่องวิวัฒนาการและพระเจ้าไม่มีจริง (คส. 2:8) และอาจสนับสนุนคุณให้พึ่งตัวเองมากกว่าพระเจ้าด้วย พี่น้องชายวัยรุ่นคนหนึ่งเล่าว่า “ตอนเรียน เราไม่ได้เรียนแค่ทักษะการประกอบอาชีพเท่านั้น แต่เราถูกสอนว่าต้องคิดยังไงด้วย และความคิดของครูก็มักจะไม่สอดคล้องกับความคิดของพระยะโฮวา เช่น เขาสอนว่าการพึ่งตัวเองคือเส้นทางสู่ความสำเร็จที่แท้จริง มันเหมือนกับว่าพระยะโฮวาไม่มีความหมายเลยครับ นี่ก็เลยทำให้ยากสำหรับผมเหมือนกันที่จะไว้วางใจพระยะโฮวาทุกเรื่อง”
8. ทำไมถึงสำคัญที่จะคิดอย่างรอบคอบเสมอหรือปกป้องความคิดของคุณ? (สุภาษิต 5:1, 2)
8 อ่านสุภาษิต 5:1, 2 คัมภีร์ไบเบิลเตือนให้คุณ “คิดอย่างรอบคอบเสมอ” หรือปกป้องความคิดของคุณ เมื่อคิดถึงคำว่าปกป้องก็หมายความว่าต้องมีการโจมตีเกิดขึ้น ซาตานและโลกของมันพยายามโจมตีความคิดของคุณ คุณเลยต้องปกป้องความคิดของตัวเอง (1 ปต. 5:8) น้ำใจของโลกอาจส่งผลให้ความเชื่อของคุณในเรื่องต่าง ๆ อ่อนแอลง เช่น เรื่องศีลธรรม เรื่องต้นกำเนิดของชีวิต หรือแม้กระทั่งเรื่องความเชื่อว่าพระเจ้ามีอยู่จริง ครูและคนอื่น ๆ อาจพยายามทำให้คุณมองว่าความคิดของพวกเขาฉลาดกว่าหรือดีกว่า แต่จริง ๆ แล้วไม่เป็นแบบนั้นเลย เพราะพระเจ้าถือว่า “ความฉลาดของโลกนี้เป็นความโง่”—1 คร. 3:18-20
9. คุณจะทำอะไรได้บ้างเพื่อปกป้องความคิดของคุณ?
9 สิ่งที่คุณทำได้ก่อนเริ่มเรียนต่อเพิ่มเติม เพื่อจะปกป้องความคิดหรือคิดอย่างรอบคอบ คุณต้องแน่ใจว่าความเชื่อของคุณเข้มแข็งก่อนจะเริ่มเรียนต่อ ให้คุณถามตัวเองว่า ‘ทำไมฉันถึงเชื่อในพระเจ้า? ทำไมฉันถึงเชื่อว่าคัมภีร์ไบเบิลมาจากพระองค์? อะไรทำให้ฉันเชื่อว่ามาตรฐานของพระยะโฮวาดีกว่า?’ นอกจากนั้น ให้ลองคิดด้วยว่าก่อนหน้านี้ตอนที่ยังเรียนหนังสือที่โรงเรียน วิชาที่สอนเรื่องวิวัฒนาการทำให้ความเชื่อของคุณอ่อนแอลงไหม? คุณถูกล่อใจได้ง่าย ๆ ให้ทำสิ่งที่ไม่ดีเหมือนกับเพื่อนที่โรงเรียนไหม? ถ้าคำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้คือใช่แม้แต่ข้อเดียว คุณจะทำอะไรได้บ้างตั้งแต่ตอนนี้เพื่อทำให้ความเชื่อเข้มแข็งขึ้น? ขอทำให้แน่ใจว่าสิ่งที่คนอื่นพูดจะไม่ส่งผลกระทบต่อความคิดของคุณ—2 ทธ. 2:16-18b
10. คุณจะปกป้องความคิดต่อ ๆ ไปได้ยังไง?
10 ตอนที่คุณกำลังเรียนต่อ ให้เช็กตัวเองเป็นประจำโดยถามตัวเองว่า ‘ฉันกำลังได้รับอิทธิพลจากคนที่ไม่ได้ใช้ชีวิตตามมาตรฐานของพระเจ้าไหม? ฉันมองออกไหมว่าสิ่งที่กำลังเรียนเป็นแค่ความคิดของมนุษย์และไม่ได้เป็นความจริง? ฉันมั่นใจเต็มร้อยไหมว่ารัฐบาลของพระเจ้าเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาทั้งหมดของมนุษย์?’ เพื่อจะปกป้องความคิดของคุณได้ ให้ขยันศึกษาคัมภีร์ไบเบิลต่อ ๆ ไป การศึกษาคัมภีร์ไบเบิลและคิดใคร่ครวญจะช่วยเสริมความเชื่อของคุณให้เข้มแข็งและคุณจะมั่นใจในความจริง—1 ทธ. 4:15
จัดเวลาดี ๆ
11. ตอนที่เรียนต่อเพิ่มเติมมีข้อท้าทายอะไรบ้างที่ทำให้จัดเวลาได้ยาก?
11 ข้อท้าทาย การเรียนต่อเพิ่มเติมอาจเรียกร้องเวลาจากคุณมาก โดยเฉพาะถ้าคุณต้องเตรียมตัวสอบหรือต้องทำโปรเจ็คให้ทันส่ง ถ้าไม่จัดเวลาดี ๆ คุณก็อาจเครียดมากหรือหมดแรงเลยก็ได้ นี่เลยเป็นเหตุผลที่คุณต้องดูแลทั้งสุขภาพร่างกายและจิตใจให้ดี
12. มีกิจกรรมอะไรบ้างที่คุณต้องทำเพื่อ “ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์มากที่สุด”? (เอเฟซัส 5:15, 16)
12 อ่านเอเฟซัส 5:15, 16 อาจไม่ง่ายที่จะ “ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์มากที่สุด” คุณเลยต้องมีความสมดุล เช่น ถึงคุณจะต้องใช้เวลาในการเรียน แต่คุณก็ต้องคบหากับพี่น้องในประชาคมและให้เวลากับครอบครัวด้วย (สด. 133:1; สภษ. 18:1) และที่สำคัญ คุณต้องให้พระยะโฮวาสำคัญที่สุดในชีวิต (มธ. 6:33) นอกจากนั้น คุณอาจต้องทำงานต่าง ๆ ในบ้านและพักผ่อนให้เพียงพอ รวมทั้งออกกำลังกายด้วย (ปญจ. 4:6; 1 ทธ. 4:8) เพื่อจะทำทั้งหมดนี้ได้ คุณต้องบริหารจัดการเวลาให้ดี
13. คุณต้องทำอะไรเพื่อจะใช้เวลาให้เป็นประโยชน์มากที่สุด?
13 สิ่งที่คุณทำได้ก่อนเริ่มเรียนต่อเพิ่มเติม คัมภีร์ไบเบิลบอกว่าการวางแผนจะช่วยให้ประสบความสำเร็จ (สภษ. 21:5) ดังนั้น ขอให้จัดเวลาดี ๆ ก่อนจะเริ่มเรียนต่อ ให้ลองคิดว่าก่อนหน้านี้ตอนที่ยังเรียนหนังสือที่โรงเรียน คุณจัดเวลาได้ดีไหม? ถ้าตอนนั้นไม่ได้จัดเวลาอย่างดี ตอนนี้จะปรับเปลี่ยนอะไรได้บ้าง? ขอทำให้แน่ใจว่าคุณบริหารจัดการเวลาของคุณได้ ไม่ใช่ให้เวลามาควบคุมคุณc
14. มีคำถามอะไรบ้างที่ช่วยให้คุณเช็กตัวเองได้?
14 ตอนที่คุณกำลังเรียนต่อ ให้เช็กตัวเองเป็นประจำโดยถามตัวเองว่า ‘ตารางเวลาที่มีอยู่ตอนนี้ทำให้ฉันพักผ่อนและออกกำลังกายได้เพียงพอไหม? ฉันมีเวลาสำหรับคบหากับพี่น้องไหม? ฉันทำการบ้านทันไหม? ถ้าไม่ทัน มันเป็นเพราะฉันมีสิ่งที่ต้องทำเยอะเกินไปหรือฉันชอบผัดวันประกันพรุ่งไหม? เพื่อน ๆ และครอบครัวรู้สึกว่าฉันต้องปรับเปลี่ยนอะไรไหม?’ ถ้าคุณเห็นว่าต้องปรับตารางเวลาหรือแค่ต้องมีวินัยมากขึ้น ก็ขอให้ทำทันที นอกจากนั้น คุณอาจขอคำแนะนำจากคนที่บริหารจัดการเวลาได้ดีด้วย—สภษ. 11:14
“คบกับคนฉลาด” ต่อ ๆ ไป
15. คุณอาจเจอข้อท้าทายอะไรตอนที่เรียนต่อเพิ่มเติม?
15 ข้อท้าทาย ถ้าคุณตัดสินใจจะเรียนต่อ เพื่อนก็อาจชวนคุณไปใช้เวลาด้วยกันหลังเลิกเรียน และคุณก็อาจอยากไปกับพวกเขาด้วยเพราะคุณใช้เวลากับพวกเขาเยอะตอนเรียนและรู้สึกว่ามีอะไรหลาย ๆ อย่างเหมือนกัน คุณอาจถึงกับคิดว่าคุณมีอะไรเหมือนกับพวกเขามากกว่าเหมือนกับเพื่อนที่เป็นพยานฯ ด้วยซ้ำ แต่ขอให้คุณระวัง เพราะถึงพวกเขาจะเป็นเพื่อนร่วมชั้นของคุณ แต่ก็ไม่ได้เป็นเพื่อนร่วมความเชื่อ ยิ่งคุณใช้เวลากับพวกเขามากเท่าไหร่ คุณก็จะคิดเหมือนกับพวกเขามากขึ้นเท่านั้น (1 คร. 15:33) ไมเคิลซึ่งใช้เวลา 4 ปีเพื่อเรียนและฝึกงานเป็นช่างไฟบอกว่า “ผมใช้เวลากับเพื่อนร่วมงานมากกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จนสิ่งที่พวกเขาทำเริ่มส่งผลกับผม เช่น พวกเขาไม่นับถือผู้หญิง ฟังเพลงที่พยานฯ ไม่ควรฟัง และพูดจาหยาบคาย”
16. สุภาษิต 13:20 สอนบทเรียนอะไรกับเรา?
16 อ่านสุภาษิต 13:20 คัมภีร์ไบเบิลเตือนเราถึงอันตรายของการคบเพื่อนที่ไม่ดี ในทางกลับกัน “คนที่คบกับคนฉลาดจะฉลาด” บทเรียนก็ชัดเจนมาก ถ้าเราคบหากับใคร คนนั้นจะส่งผลกับเรามาก ถ้าเราเป็นเพื่อนกับคนดี เราก็จะเป็นคนดีตามไปด้วย แต่ถ้าเป็นเพื่อนกับคนไม่ดี เราก็จะเป็นคนไม่ดีเหมือนกับเขา ขอให้คุณเป็นเพื่อนกับคนที่รักพระยะโฮวาเหมือนกับคุณต่อ ๆ ไป เพราะพวกเขาหวังดีและรักคุณจากใจจริง ๆ—สด. 101:6, 7; 119:63
17. คุณจะทำอะไรได้บ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการคบหาที่ไม่ดี?
17 สิ่งที่คุณทำได้ก่อนเริ่มเรียนต่อเพิ่มเติม ให้ตัดสินใจว่าจะใช้เวลาและสนิทกับเพื่อนที่โรงเรียนมากแค่ไหน พี่น้องชายที่ชื่อเทรนตันบอกว่า “ผมทำดีกับเพื่อนที่เรียนด้วยกัน แต่ก็ไม่ได้ใช้เวลากับพวกเขาหลังเลิกเรียน ผมมองว่าพวกเขาเป็นเพื่อนร่วมชั้น แต่ไม่ใช่เพื่อนสนิท” แล้วคุณจะตัดสินใจได้ยังไงว่าจะใช้เวลาและสนิทกับเพื่อนที่โรงเรียนมากแค่ไหน? เพื่อจะตอบคำถามนี้ ให้ลองคิดว่าก่อนหน้านี้ตอนที่ยังเรียนหนังสือที่โรงเรียน คุณสนิทกับเพื่อนที่โรงเรียนมากเกินไปไหม ถ้าใช่ คุณจะปรับเปลี่ยนอะไรได้บ้างก่อนที่จะไปเรียนต่อเพิ่มเติม? ขอให้คุณตั้งใจ “คบกับคนฉลาด” ต่อ ๆ ไปและไม่ใช้เวลามากเกินไปกับคนที่ไม่รักพระยะโฮวาd
18. มีคำถามอะไรบ้างที่ช่วยให้เช็กตัวเองได้? (ดูภาพด้วย)
18 ให้เช็กตัวเองเป็นประจำโดยถามตัวเองว่า ‘ฉันสนิทกับเพื่อนที่เรียนด้วยกันมากเกินไปไหม? นิสัย คำพูด และวิธีคิดของพวกเขาเริ่มส่งผลต่อวิธีคิดและคำพูดของฉันไหม? พระยะโฮวารู้สึกยังไงกับการใช้เวลาของฉันกับเพื่อนที่โรงเรียน?’ (สด. 1:1) ถ้าคุณเห็นว่าเริ่มได้รับอิทธิพลที่ไม่ดี ให้รีบจัดการทันที ขอทำให้แน่ใจว่าเพื่อนที่คุณใช้เวลาและสนิทด้วยคือคนที่รักพระยะโฮวาเหมือนกันกับคุณ นอกจากนั้น อย่าลังเลที่จะประกาศกับเพื่อนที่เรียนด้วยกัน คุณมีโอกาสที่ดีมากที่จะช่วยให้เขาเรียนคัมภีร์ไบเบิล
อย่าลังเลที่จะประกาศกับเพื่อนที่เรียนด้วยกัน (ดูข้อ 18)e
เตรียมตัวให้พร้อม
19. ตอนที่เรียนต่อเพิ่มเติม คุณจะเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อรับมือกับข้อท้าทายต่าง ๆ ได้ยังไง? ขอยกตัวอย่าง
19 ขอให้ลองคิดถึงตัวอย่างนี้ นักปีนเขาที่เก่งจะเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเริ่มปีนเขา ถึงเขาอาจไม่รู้ว่าทางข้างหน้าจะมีอุปสรรคมากแค่ไหน แต่เขาจะทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อเตรียมตัวให้พร้อม เช่น ฝึกร่างกายให้แข็งแรง แต่งตัวให้เหมาะกับการปีนเขา และรู้ว่าเป้าหมายอยู่ที่ไหนและทำยังไงเพื่อจะไปถึงให้ได้ คุณเองก็ทำแบบเดียวกันได้ตอนที่เรียนต่อเพิ่มเติม ขอให้รักษาความเชื่อให้เข้มแข็งเสมอ สวม “เครื่องอาวุธครบชุดจากพระเจ้า” และตั้งเป้าหมายว่าจะไม่วิ่งไล่ตามสิ่งที่โลกนี้ถือว่าเป็นความสำเร็จ แต่ให้ทำทุกสิ่งแบบที่จะทำให้พระยะโฮวาได้รับการยกย่องสรรเสริญ—อฟ. 6:11-13; 1 คร. 9:26, 27; 10:31
20. คุณจะ “คอยตรวจสอบตัวเองว่ายังใช้ชีวิตตามความเชื่อของคริสเตียน” ได้ยังไง?
20 คัมภีร์ไบเบิลเตือนเราว่า “ให้พวกคุณคอยตรวจสอบตัวเองว่ายังใช้ชีวิตตามความเชื่อของคริสเตียนอยู่ไหม ทดสอบตัวเองอยู่เรื่อย ๆ เพื่อพิสูจน์ว่าพวกคุณเป็นคนอย่างไรจริง ๆ” (2 คร. 13:5) คุณก็ทำแบบนี้ได้ตอนที่เรียนต่อเพิ่มเติม ให้เช็กตัวเองเป็นประจำเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ที่เราได้คุยกันในบทความนี้ คุณยังทำกิจกรรมคริสเตียนอยู่เสมอเหมือนที่เคยทำมาไหม? คุณกำลังปกป้องความคิดของตัวเองจากความฉลาดของโลกนี้ไหม? คุณจัดเวลาดี ๆ หรือยัง? คุณสนิทกับพี่น้องและไม่ใช้เวลามากเกินไปกับเพื่อนที่เรียนด้วยกันไหม? นี่เป็นคำถามที่เราต้องถามตัวเองไม่ว่าจะอยู่ที่โรงเรียน อยู่ในที่ทำงาน หรืออยู่ที่ไหนก็ตาม ขอให้ตั้งใจที่จะรักษาความเชื่อให้เข้มแข็งอยู่เสมอไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน คุณมั่นใจได้เลยว่าพระยะโฮวาจะอวยพรความพยายามของคุณแน่นอน—สภษ. 3:5, 6
เพลง 87 มาประชุมกันจะได้สดชื่น
a สำหรับคำแนะนำที่จะช่วยให้คุณขยันทำกิจกรรมคริสเตียนเสมอ ดูบทความในเว็บไซต์ jw.org เรื่อง “หนุ่มสาวถามว่า . . . ฉันต้องทำอะไรหลังรับบัพติศมา?—ตอน 1: ทำสิ่งที่เสริมความเชื่อต่อไป”
b สำหรับคำแนะนำที่จะช่วยปกป้องความคิดของคุณ ดูบทความ “อย่ายอมให้ ‘ความฉลาดของโลกนี้’ หลอกเรา” ในหอสังเกตการณ์ เดือนพฤษภาคม 2019
c สำหรับคำแนะนำที่จะช่วยให้คุณจัดเวลาอย่างดี ดูบทความ “หนุ่มสาวถามว่า . . . จะจัดเวลายังไงดี?” ในเว็บไซต์ jw.org
d สำหรับคำแนะนำที่จะช่วยให้คุณคิดอย่างรอบคอบเพื่อจะเลือกเพื่อนได้อย่างฉลาด ดูหนังสือชีวิตที่มีความสุขตลอดไป บท 48 เรื่อง “เลือกคบเพื่อนอย่างฉลาด”
e คำอธิบายภาพ พี่น้องหญิงคุยเรื่องไบเบิลกับเพื่อนที่เรียนทำผมด้วยกัน เธอคุยแบบที่ไม่ทำให้เพื่อนอึดอัด