3-9 สิงหาคม 2026
เพลง 113 สันติสุขของเรา
เคารพการตัดสินใจของคนอื่น
“อย่าตัดสินเขาในเรื่องความเห็นส่วนตัว”—รม. 14:1
จุดสำคัญ
เราจะแสดงยังไงว่าเราเคารพการตัดสินใจของพี่น้องแม้เราจะไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของเขา
1-2. ทำไมบางครั้งเราถึงตัดสินใจต่างจากพี่น้อง?
คุณเคยถูกตัดสินอย่างไม่ยุติธรรมเพราะการตัดสินใจของคุณไหม? คุณเองเคยตัดสินพี่น้องเพราะการตัดสินใจของเขาไหม? พวกเราส่วนใหญ่คงตอบว่าเคยสำหรับ 2 คำถามนี้แน่ ๆ
2 เราไม่ควรแปลกใจถ้าบางครั้งเราตัดสินใจต่างจากพี่น้อง เพราะอะไร? เพราะเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน เรามีความคิดของเราเอง และความคิดของเราแต่ละคนก็ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรม ครอบครัว และประสบการณ์ในชีวิต แต่ถึงเราจะคิดต่างกัน เราก็ไม่ควรให้เรื่องนี้มาทำลายสันติสุขและความเป็นหนึ่งเดียวกันในประชาคม—อฟ. 4:3
3. เมื่อพี่น้องตัดสินใจบางอย่าง อะไรอาจทำให้เราไปตัดสินเขา?
3 เมื่อเราไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของพี่น้อง เราอาจคิดว่าต้องพยายามทำให้เขาเปลี่ยนใจหรืออาจไปเล่าให้คนอื่นฟังว่าเราคิดว่าเขาตัดสินใจไม่ดี ที่เราทำแบบนั้นอาจเป็นเพราะเราหวังดี เรารักพี่น้องและอยากให้เขาได้รับสิ่งที่ดีที่สุด (สภษ. 17:17) ดังนั้น เราเลยไม่อยากให้เขาตัดสินใจในแบบที่จะทำให้เขาเสียใจทีหลัง หรือตัดสินใจในแบบที่ส่งผลเสียต่อความเชื่อของเขา
4-5. เราควรทำยังไงถ้าพี่น้องตัดสินใจไม่เหมือนกับเรา?
4 ถ้าอย่างนั้นเราควรไปบอกเขาไหมว่าเราไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของเขา? บางครั้งเราก็ควรบอก แต่บางครั้งก็ไม่ควรบอก เช่น ถ้าเราเห็นว่าเขากำลังคิดที่จะทำสิ่งที่ขัดกับคำสอนในคัมภีร์ไบเบิล เราควรพยายามช่วยให้เขาเปลี่ยนความคิดเพราะว่าเรารักเขา (สภษ. 27:5, 6) แต่เราควรทำยังไงถ้าพี่น้องตัดสินใจทำบางอย่างที่ไม่ได้ขัดกับคำสอนในคัมภีร์ไบเบิลแต่เขาแค่คิดไม่เหมือนกับเรา? คำตอบอยู่ในข้อคัมภีร์หลักของบทความนี้ นั่นก็คือ “อย่าตัดสินเขาในเรื่องความเห็นส่วนตัว”—รม. 14:1
5 ก็จริงที่เราอาจรู้สึกว่าไม่ง่ายที่จะเคารพการตัดสินใจของคนอื่น ในบทความนี้เราจะมาดูกันว่าทำไมเราควรเคารพการตัดสินใจของคนอื่น และเราจะทำแบบนั้นได้ยังไง แต่ก่อนอื่น ให้เรามาดูสถานการณ์บางอย่างที่แต่ละคนต้องตัดสินใจเป็นส่วนตัว แต่มันอาจทำให้เราไปตัดสินเขาในเรื่องนั้น
มีเรื่องอะไรบ้างที่เราอาจไปตัดสินพี่น้องเพราะการตัดสินใจของเขา?
6-7. ขอยกตัวอย่างสถานการณ์ที่เราอาจไปตัดสินพี่น้องเพราะการตัดสินใจของเขา
6 อย่างที่ได้คุยกันไปแล้ว วิธีที่เราถูกเลี้ยงดูมาหรือประสบการณ์ในชีวิตอาจทำให้เราคิดว่าเรื่องบางเรื่องต้องตัดสินใจแบบใดแบบหนึ่งเท่านั้น เราอาจเชื่อว่าคนอื่นก็คิดเหมือนเราด้วย แต่มันอาจไม่เป็นแบบนั้น ให้เรามาดูบางสถานการณ์ด้วยกัน สถานการณ์ที่ 1: ผู้ชายคนหนึ่งโตมากับพ่อที่ติดเหล้า ต่อมาเขาได้เข้ามาเป็นพยานฯ พอเขาไปงานเลี้ยง เขารับไม่ได้ที่เห็นพี่น้องคนอื่น ๆ ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เขาเลยไปบอกว่าสิ่งที่พี่น้องเหล่านั้นทำมันผิด สถานการณ์ที่ 2: พี่น้องหญิงคนหนึ่งหายป่วยจากโรคร้าย พอเธอได้ยินว่ามีพี่น้องหญิงอีกคนที่ป่วยเป็นโรคเดียวกัน เธอเลยไปคะยั้นคะยอให้พี่น้องหญิงคนนั้นรักษาแบบเดียวกับเธอ เช่น บอกให้กินอาหารบางอย่างหรือใช้วิธีรักษาแบบธรรมชาติบำบัด สถานการณ์ที่ 3: พี่น้องชายคนหนึ่งเคยเป็นสมาชิกของศาสนาเท็จ เขาเกลียดสิ่งที่ทำกันในศาสนานั้นมาก แต่เขาไปรู้มาว่ามีพี่น้องคนหนึ่งไปงานศพที่จัดขึ้นที่โบสถ์ เขาเลยรู้สึกไม่พอใจมากa
7 ลองคิดถึงสถานการณ์อื่น ๆ อีก สถานการณ์ที่ 4: พี่น้องชายคนหนึ่งโตมาในสมัยที่พี่น้องส่วนใหญ่ถือว่าผู้ชายไม่ควรไว้เคราและผู้หญิงไม่ควรใส่กางเกงสแล็คไปประชุมและไปรับใช้ ถึงพี่น้องชายคนนี้รู้ว่ามีการปรับเปลี่ยนใหม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เขาก็ยังคอยบอกคนอื่นว่าพี่น้องชายไม่ควรไว้เคราและพี่น้องหญิงไม่ควรใส่กางเกงไปประชุมและไปรับใช้ สถานการณ์ที่ 5: ผู้ดูแลคนหนึ่งรู้จักพี่น้องชายที่ตัดสินใจเรียนต่อเพิ่มเติมแล้วตอนหลังก็ทิ้งความจริงไป ตอนนี้พี่น้องชายวัยรุ่นคนหนึ่งในประชาคมของผู้ดูแลคนนี้ตัดสินใจเรียนต่อ เขาเลยเป็นห่วงและพยายามโน้มน้าวให้วัยรุ่นคนนี้กับพ่อแม่เปลี่ยนใจ
8. (ก) อะไรอาจทำให้คนที่เป็นพ่อแม่ตัดสินพ่อแม่คู่อื่น? (ข) ถ้าเราตัดสินพี่น้องคนอื่น อาจส่งผลอะไรกับประชาคม?
8 มีอีกสถานการณ์หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องที่เป็นพ่อแม่ สถานการณ์ที่ 6: ในฐานะที่เป็นพ่อแม่ คุณคงพยายามเต็มที่ที่จะเลี้ยงดูลูก “ด้วยคำสั่งสอนและคำตักเตือนจากพระยะโฮวา” (อฟ. 6:4) แต่พ่อแม่คู่อื่นอาจดูเหมือนเข้มงวดน้อยกว่าคุณ เช่น ยอมให้ลูกกลับบ้านดึก ให้ลูกเล่นวีดีโอเกมที่ไม่รุนแรง หรือให้ลูกที่ยังเด็กมีมือถือได้ นี่เลยทำให้ลูกของคุณรู้สึกว่าคุณเข้มงวดกับเขามากเกินไป ลูกอาจบอกคุณว่า “ทีพ่อแม่ของเพื่อนยังยอมให้ทำได้เลย” พอเป็นแบบนี้ คุณเลยอาจรู้สึกไม่ดีกับพ่อแม่คู่อื่น ก็จริงที่เวลาคนอื่นตัดสินใจในแบบที่เราไม่เห็นด้วย เราก็จะเริ่มตัดสินเขา เช่น เราอาจไม่เห็นด้วยกับวิธีที่เขาใช้เงิน รู้สึกว่าเขาไปเที่ยวบ่อยเกินไป หรือไม่เห็นด้วยกับความบันเทิงที่เขาเลือก แต่เราต้องไม่ปล่อยให้ความรู้สึกของเราสำคัญกว่าความเป็นหนึ่งเดียวกันในประชาคม
9. เราต้องจำอะไรไว้? (ดูภาพด้วย)
9 ถึงเราแต่ละคนจะตัดสินใจไม่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการตัดสินใจหนึ่งถูกหรืออีกการตัดสินใจหนึ่งผิด (รม. 14:5) คัมภีร์ไบเบิลบอกให้เรา “คิดสอดคล้องกัน” เกี่ยวกับมาตรฐานของพระเจ้าซึ่งหมายความว่าเราทุกคนต้องทำตามมาตรฐานนี้ แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องตัดสินใจเรื่องส่วนตัวเหมือน ๆ กัน (2 คร. 13:11) เราอาจเปรียบการตัดสินใจเรื่องส่วนตัวเหมือนกับการเดินทางไปยังจุดหมายแห่งหนึ่ง ปกติแล้วจะมีวิธีเดินทางหลายแบบและเส้นทางหลายสายเพื่อจะไปถึงที่นั่นได้ แต่เราจะเลือกการเดินทางในแบบที่เราชอบและดีที่สุดสำหรับเรา คล้ายกัน คริสเตียนอาจตัดสินใจเรื่องส่วนตัวต่างกัน แต่เป้าหมายของเราทุกคนเหมือนกัน นั่นก็คือการทำให้พระยะโฮวาพอใจ ดังนั้น เราต้องไม่ตัดสินคนอื่นตอนที่เขาตัดสินใจเรื่องส่วนตัว—มธ. 7:1; 1 ธส. 4:11
แม้จะไปที่จุดหมายเดียวกัน แต่นักเดินทางแต่ละคนอาจเลือกใช้วิธีเดินทางไม่เหมือนกัน ผู้รับใช้พระยะโฮวาแต่ละคนก็อาจตัดสินใจต่างกันในเรื่องส่วนตัว (ดูข้อ 9)
ทำไมเราต้องเคารพการตัดสินใจของคนอื่นในเรื่องส่วนตัว?
10. อย่างที่บอกไว้ในยากอบ 4:12 เราไม่มีสิทธิ์ทำอะไร? และทำไม?
10 มีเหตุผลหลายอย่างตามที่บอกไว้ในคัมภีร์ไบเบิลว่าทำไมเราควรเคารพการตัดสินใจของคนอื่นในเรื่องส่วนตัว ให้เรามาดูบางเหตุผลด้วยกัน เราไม่มีสิทธิ์ตัดสินคนอื่นเวลาที่เขาตัดสินใจเรื่องส่วนตัว (อ่านยากอบ 4:12) พระยะโฮวาผู้เดียวเท่านั้นที่เป็นผู้ตั้งกฎหมายและผู้พิพากษา มีแต่พระองค์ที่มีสิทธิ์ตั้งกฎและมาตรฐานให้เรา ดังนั้น พี่น้องต้องรับผิดชอบการตัดสินใจของเขาต่อพระยะโฮวา ไม่ใช่ต่อเรา (รม. 14:10) ถ้าพี่น้องตัดสินใจต่างจากที่เราคิด เราก็ไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินสิ่งที่เขาตัดสินใจb
11. เราจะส่งเสริมความเป็นหนึ่งเดียวกันในประชาคมได้ยังไง? (ดูภาพด้วย)
11 พระยะโฮวาอยากให้ผู้รับใช้ของพระองค์เป็นหนึ่งเดียวกัน แต่ไม่ต้องเหมือนกันหมดทุกอย่าง ที่จริง พระยะโฮวาชอบความหลากหลาย เราเห็นเรื่องนี้ได้จากสิ่งที่พระองค์สร้าง เช่น ไม่มีเกล็ดหิมะสักเกล็ดที่มีรูปแบบซ้ำกัน และลองคิดดูว่าโลกนี้มีมนุษย์มากกว่า 8 พันล้านคน แต่ไม่มีใครที่มีรูปร่างหน้าตาหรือบุคลิกเหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์ พระยะโฮวาสร้างเราให้แตกต่างกัน และไม่ได้อยากให้เราคิดเหมือนกันหรือเป็นเหมือนกันไปหมดทุกอย่าง แต่พระองค์ก็อยากให้เราเป็นหนึ่งเดียวกัน เราเลยไม่ให้ความแตกต่างมาทำให้เราแตกแยก เราต้องยอมรับเวลาที่คนอื่นคิดและทำสิ่งต่าง ๆ ไม่เหมือนกับเรา เราต้องให้สันติสุขและความเป็นหนึ่งเดียวกันในประชาคมสำคัญกว่าความคิดเห็นของเราหรือสิ่งที่เราชอบ—รม. 14:19
พระยะโฮวาสร้างเราให้มีความแตกต่าง แต่พระองค์ไม่ต้องการให้เราแตกแยก (ดูข้อ 11)
วิธีเคารพการตัดสินใจของคนอื่น
12-13. เราควรจำอะไรไว้ถ้าเรารู้สึกว่าพี่น้องบางคนกำลัง “ก้าวไปผิดทาง”? (กาลาเทีย 6:1; ดูกรอบ “เมื่อคุณไม่เห็นด้วย”)
12 ตอนที่คนอื่นตัดสินใจเรื่องส่วนตัว ให้คุณถามตัวเองว่า ‘พี่น้องคนนั้นกำลัง “ก้าวไปผิดทาง” ไหม หรือเขาแค่ตัดสินใจไม่เหมือนกับฉัน?’ ถ้าพี่น้องคนนั้นก้าวไปผิดทางจริง ๆ ซึ่งหมายถึงเขาทำสิ่งที่ขัดกับคำสอนในคัมภีร์ไบเบิล ก็ให้คุณถามตัวเองต่อว่า ‘แล้วฉันคือคนที่มีคุณสมบัติตามหลักพระคัมภีร์ที่จะช่วยเขาให้กลับมาในทางที่ถูกต้องไหม หรือมีคนอื่นที่เหมาะกว่าฉัน?’ ถ้าคุณเป็นคนที่มีคุณสมบัติจะช่วยเขา ก็ให้พยายามหาเหตุผลกับเขาอย่างอ่อนโยน (อ่านกาลาเทีย 6:1) แต่หลายครั้งพี่น้องไม่ได้กำลังก้าวไปผิดทาง เขาแค่ตัดสินใจไม่เหมือนกับเรา ถ้าเป็นแบบนั้นก็อย่าสงสัยเจตนาของพี่น้องหรืออย่าพูดถึงการตัดสินใจของเขาในแง่ลบ ให้เคารพสิทธิ์ของเขาที่จะตัดสินใจในเรื่องส่วนตัวได้เอง และอย่าไปตัดสินเขา—รม. 14:2-4
13 ลองคิดถึงตัวอย่างต่อไปนี้ สมมุติว่าคุณไปร้านอาหารกับเพื่อน คุณจะบังคับให้เพื่อนสั่งเมนูเดียวกับคุณไหม? ไม่ คุณจะเคารพสิทธิ์ของเพื่อนที่จะเลือกกินอะไรก็ได้ ที่จริง เพื่อนจะเลือกกินอะไรก็ไม่เกี่ยวกับคุณเพราะคุณไม่ได้กินกับเขา และในทางกลับกัน คุณก็คงไม่อยากให้เพื่อนเลือกอาหารและสั่งมาให้คุณกินเพราะเขาเองเป็นคนที่ชอบอาหารนั้น คล้ายกัน เราสามารถเคารพสิทธิ์ของคนอื่นได้โดยปล่อยให้พวกเขาตัดสินใจเองในเรื่องส่วนตัวและไม่ยัดเยียดความคิดของเราให้เขา
14. เราจะช่วยให้ประชาคมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ยังไงเมื่อตัดสินใจในเรื่องส่วนตัว? (1 โครินธ์ 8:12, 13)
14 ตอนที่คุณตัดสินใจเรื่องส่วนตัว คุณจะช่วยให้ประชาคมเป็นหนึ่งเดียวกันได้โดยพยายามเต็มที่ที่จะไม่ทำให้คนอื่นไม่สบายใจ (อ่าน 1 โครินธ์ 8:12, 13) คุณอาจรู้ว่าบางเรื่องคุณตัดสินใจได้เองโดย “ไม่มีข้อห้าม” แต่ถ้ามันทำให้พี่น้องรู้สึกไม่สบายใจ มันจะ “เป็นประโยชน์” จริง ๆ ไหม?c (1 คร. 10:23, 24) ในกรณีแบบนี้ แทนที่จะเอาแต่คิดว่า “ฉันมีสิทธิ์ที่จะทำอย่างที่ฉันอยากทำ” คงจะดีกว่าที่จะคิดถึงความรู้สึกของคนอื่นด้วย (รม. 15:1) แต่ก่อนหน้านี้เราเพิ่งคุยกันว่าคนอื่นต้องเคารพการตัดสินใจของเราในเรื่องส่วนตัวไม่ใช่เหรอ? ใช่ คนอื่นควรเคารพการตัดสินใจของเรา เหมือนที่เราก็ควรเคารพการตัดสินใจของเขา แต่เราก็ควรจำไว้ด้วยว่าโรม 12:18 บอกว่า “ให้คุณพยายามเต็มที่ที่จะอยู่อย่างสงบสุขกับทุกคน” ดังนั้น เราต้องพยายามเต็มที่ที่จะรักษาสันติสุขกับคนอื่นและไม่ทำให้พี่น้องรู้สึกไม่สบายใจ
15. ผู้ดูแลจะช่วยให้ประชาคมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ยังไง? (1 โครินธ์ 4:6)
15 ผู้ดูแลต้องเคารพการตัดสินใจของคนอื่น ผู้ดูแลจะช่วยให้ประชาคมเป็นหนึ่งเดียวกันได้โดยไม่ตั้งกฎเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว และไม่ทำ “เลยขอบเขตที่เขียนบอกไว้” ในคัมภีร์ไบเบิล (อ่าน 1 โครินธ์ 4:6) รวมทั้งพวกเขาจะไม่ทำอะไรที่เลยขอบเขตคำแนะนำในหนังสือต่าง ๆ ขององค์การด้วย นอกจากนั้น เมื่อมีพี่น้องมาขอความช่วยเหลือ ผู้ดูแลต้องระวังที่จะไม่ให้คำแนะนำโดยอาศัยความคิดของตัวเอง แต่จะให้คำแนะนำโดยอาศัยคัมภีร์ไบเบิลเป็นหลัก—อสย. 48:17, 18
16. ผู้ดูแลจะเคารพการตัดสินใจของคณะผู้ดูแลได้ยังไง?
16 นอกจากนั้น ผู้ดูแลแต่ละคนต้องเคารพการตัดสินใจของคณะผู้ดูแลด้วย เมื่อผู้ดูแลทั้งคณะอธิษฐานขอพลังบริสุทธิ์ ทบทวนคำแนะนำในคัมภีร์ไบเบิล พิจารณาว่าจะใช้หลักการเหล่านั้นยังไง และทำการตัดสินใจ ผู้ดูแลแต่ละคนก็ควรสนับสนุนการตัดสินใจนั้นถึงแม้ว่าเขาจะไม่เห็นด้วยกับผู้ดูแลส่วนใหญ่ (อฟ. 5:17) ไม่เพียงเท่านั้น ผู้ดูแลต้องทำตามคำแนะนำจากคัมภีร์ไบเบิลและหนังสือขององค์การอย่างใกล้ชิด และไม่เอามาใช้เพื่อสนับสนุนความคิดของตัวเอง ตัวอย่างเช่น ผู้ดูแลจะไม่ยกประโยคใดประโยคหนึ่งจากหนังสือขององค์การมาตีความเข้าข้างความคิดของตัวเอง
17. ทั้งประชาคมจะได้รับประโยชน์อะไรถ้าเราเคารพการตัดสินใจของคนอื่น?
17 อย่างที่เราได้เรียนไปแล้ว เราแต่ละคนแตกต่างกัน แต่ละคนมีความคิดเป็นของตัวเองและมีความชอบที่ไม่เหมือนกัน แต่ความแตกต่างเหล่านี้แหละเป็นสิ่งที่ดีมาก การที่แต่ละคนมีภูมิหลังและบุคลิกนิสัยที่แตกต่างกันทำให้ประชาคมเป็นที่ที่ทุกคนมาแล้วรู้สึกสบายใจ ดังนั้น เราจะพยายามทำให้ประชาคมมีสันติสุขและไม่ปล่อยให้ความแตกต่างมาทำให้เราแตกแยก เราจะไม่ทำให้คนอื่นรู้สึกไม่สบายใจ และเราจะเคารพการตัดสินใจของคนอื่นในเรื่องส่วนตัว เมื่อเราทำแบบนั้น เราจะได้รับรางวัลคือประชาคมของเราจะมีความสุขและเป็นหนึ่งเดียวกัน—สด. 133:1; มธ. 5:9
เพลง 89 ฟัง ทำตาม แล้วจะได้พร
a ถ้าคนหนึ่งกำลังคิดจะไปร่วมงานแต่งงานหรืองานศพที่จัดขึ้นในศาสนสถาน มีหลายอย่างที่เขาต้องคิดถึงก่อนจะตัดสินใจ ดูบทความ “คำถามจากผู้อ่าน” ในหอสังเกตการณ์ 15 พฤษภาคม 2002
b บางครั้งผู้ดูแลต้องตัดสินพี่น้องที่ทำสิ่งที่ขัดกับคำสอนในคัมภีร์ไบเบิล ถ้าเป็นอย่างนั้นผู้ดูแลต้องจำไว้ว่าพวกเขากำลังพิพากษาให้พระยะโฮวา พวกเขาต้องใช้มาตรฐานที่ยุติธรรมของพระยะโฮวา ไม่ใช่มาตรฐานของพวกเขาเอง—เทียบกับ 2 พงศาวดาร 19:6
c ตัวอย่างเช่น ดูหนังสือชีวิตที่มีความสุขตลอดไป บท 35 ข้อ 5