20-26 กรกฎาคม 2026
เพลง 133 นมัสการพระยะโฮวาตั้งแต่เด็ก
ตัดสินใจอย่างฉลาดเรื่องการเรียนต่อเพิ่มเติม
“คนฉลาดคิดก่อนทำเสมอ”—สภษ. 14:15
จุดสำคัญ
ดูปัจจัยต่าง ๆ ที่ต้องคิดถึงและดูหลักการในคัมภีร์ไบเบิลที่จะช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างฉลาดว่าจะเรียนต่อเพิ่มเติมหรือไม่
1-2. (ก) วัยรุ่นอาจต้องตัดสินใจเรื่องอะไร? (ข) “การเรียนต่อเพิ่มเติม” หมายถึงอะไร? (ดู “อธิบายคำศัพท์”)
เด็ก ๆ และวัยรุ่นมักจะถูกถามว่า “โตขึ้นอยากทำงานอะไร?” แน่นอนว่างานที่ดีที่สุดคืองานรับใช้เต็มเวลา แต่คุณก็ต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเองด้วย (2 ธส. 3:10) คุณคงคิดไว้แล้วใช่ไหมว่าโตขึ้นอยากจะทำงานอะไร?
2 หลังจากที่ได้ปรึกษาพ่อแม่แล้วว่าโตขึ้นอยากทำงานอะไร วัยรุ่นบางคนตัดสินใจที่จะเรียนต่อเพิ่มเติมหลังจบการศึกษาขั้นพื้นฐานa คุณอาจสงสัยว่าจะเรียนต่อเพิ่มเติมดีไหม? ถ้าเรียน จะเรียนอะไรดี? ในบทความนี้เราจะคุยกันเกี่ยวกับหลักการในคัมภีร์ไบเบิลที่ช่วยให้ตัดสินใจอย่างฉลาดเรื่องการเรียนต่อเพิ่มเติม ถึงบทความนี้จะเน้นไปที่วัยรุ่น แต่ทุกคนที่กำลังคิดจะเรียนต่อก็ได้ประโยชน์เหมือนกัน นอกจากนั้น หลักการเหล่านี้ยังสามารถทำให้พ่อแม่ช่วยลูกให้ตัดสินใจได้อย่างฉลาดด้วย
คุณควรเรียนต่อเพิ่มเติมไหม?
3. ทำไมบางคนเลือกที่จะเรียนต่อเพิ่มเติม?
3 ในบางประเทศ คนที่จบการศึกษาขั้นพื้นฐานก็สามารถหางานทำได้ แต่สำหรับบางประเทศ ถ้าอยากหางานที่เหมาะสมซึ่งมีรายได้ดีพอสมควรและตารางงานไม่หนักเกินไปก็อาจต้องเรียนมากกว่านั้น ที่จริง สำหรับคริสเตียนแล้ว นี่อาจช่วยให้เขาทำงานรับใช้ได้มากขึ้นหรือช่วยงานต่าง ๆ ขององค์การได้ แต่คนที่เลือกเรียนต่อเพิ่มเติมก็ต้องเสียสละเวลา เงิน และกำลัง รวมทั้งอาจเจอข้อท้าทายหลายอย่างด้วย
4. ใครต้องเป็นคนตัดสินใจเรื่องการเรียนต่อเพิ่มเติม? (ดูเชิงอรรถด้วย)
4 คัมภีร์ไบเบิลบอกว่าเราแต่ละคน “ต้องแบกความรับผิดชอบของตัวเอง” (กท. 6:5) ดังนั้น คนที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วต้องตัดสินใจด้วยตัวเองว่าจะเรียนต่อเพิ่มเติมหรือไม่b นอกจากนั้น พ่อแม่ต้องรับผิดชอบในการตัดสินใจเรื่องการเรียนของลูกที่ยังเด็ก (อฟ. 6:1) และสิ่งที่พ่อแม่สอนจะช่วยเตรียมลูกให้ตัดสินใจอย่างฉลาดเรื่องการเรียนต่อเมื่อเขาโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว—สภษ. 22:6
5. ควรเริ่มคิดเรื่องเรียนต่อเพิ่มเติมตอนไหน? และทำไม? (ดูภาพหน้าปกด้วย)
5 วัยรุ่นมักจะต้องตัดสินใจเรื่องการเรียนต่อเพิ่มเติมก่อนที่เขาจะเรียนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน แน่นอนว่าเป็นเรื่องดีที่วัยรุ่นจะคุยกับพ่อแม่ก่อนที่จะตัดสินใจเรื่องนี้ การทำแบบนี้จะช่วยให้ทั้งพ่อแม่และลูกมีเวลามากพอที่จะคุยกันและค้นหาทางเลือกต่าง ๆ นอกจากนั้น พวกเขาอาจคุยกันว่าจะเลือกเรียนสายไหนที่พอจบแล้วสามารถทำงานได้เลย หรือถ้าจะเรียนต่อก็ยังเรียนได้ แล้วพวกเขาต้องตัดสินใจให้เรียบร้อยเลยไหมว่าจะเรียนต่อเพิ่มเติมหรือไม่? ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น (สภษ. 21:5) วัยรุ่นบางคนอาจเรียนให้จบก่อน หางานทำ และเป็นไพโอเนียร์ไปด้วยตอนที่กำลังตัดสินใจว่าจะเรียนต่อดีไหม หรืออาจตัดสินใจเรื่องนี้หลังจากผ่านไปช่วงหนึ่งแล้วก็ได้
พ่อแม่คริสเตียนช่วยลูกให้ตัดสินใจอย่างฉลาดเรื่องการเรียนต่อเพิ่มเติม (ดูข้อ 5)
6. อะไรจะช่วยให้คุณตัดสินใจอย่างฉลาดในเรื่องการเรียนต่อเพิ่มเติม?
6 อะไรจะช่วยให้คุณตัดสินใจอย่างฉลาดเรื่องการเรียนต่อเพิ่มเติม? ให้คุณอธิษฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้ (ยก. 1:5) นอกจากนั้น ลองคิดถึง 2 อย่างต่อไปนี้ด้วย อย่างแรก ถามตัวเองอย่างตรงไปตรงมาว่าแรงจูงใจที่ทำให้คุณอยากเรียนต่อคืออะไร (สด. 26:2) อย่างที่ 2 คิดให้รอบคอบเกี่ยวกับการเรียนต่อเพิ่มเติมที่คุณกำลังจะเลือกว่ามีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง (สภษ. 14:15) ให้เรามาดูแต่ละอย่างด้วยกัน
แรงจูงใจที่ทำให้คุณอยากเรียนต่อคืออะไร
7. ถ้าคุณคิดจะเรียนต่อเพิ่มเติม คุณควรคิดถึงเรื่องอะไร?
7 ถ้าคุณกำลังคิดที่จะเรียนต่อเพิ่มเติม คำถามสำคัญที่คุณต้องถามตัวเองคือ ‘ทำไมฉันถึงอยากเรียนต่อเพิ่มเติมในด้านนี้?’ หลายคนเรียนต่อเพราะอยากมีงานดี ๆ ทำ ได้ทำงานที่ชอบ และอยากได้ค่าจ้างเยอะ ๆ ความคิดแบบนี้ผิดไหม? ก็ไม่เสมอไป (1 ทธ. 5:8) แต่คัมภีร์ไบเบิลเตือนเราเกี่ยวกับอันตรายของการเป็นคนรักเงินหรือคิดว่าเงินสามารถปกป้องเราได้ (สภษ. 23:4, 5; 1 ทธ. 6:8-10; 1 ยน. 2:17) ถ้าคุณอยากเรียนต่อเพื่อจะร่ำรวยหรือมีชื่อเสียง คุณก็อาจรู้สึกไม่มีความสุขและยังทำให้คุณห่างจากพระยะโฮวาด้วย
8-9. (ก) เราควรมองการเรียนต่อเพิ่มเติมยังไง? (มัทธิว 6:33) (ข) คุณได้เรียนอะไรจากโฮเซฟีน่า มอรีน และไอริส?
8 ถ้าอย่างนั้น คุณควรมองเรื่องการเรียนต่อเพิ่มเติมยังไง? ไม่มีอะไรเลยที่สำคัญไปกว่าการรับใช้พระยะโฮวา (มธ. 22:37, 38; ฟป. 3:8) ดังนั้น ให้เรามองว่าการเรียนต่อเพิ่มเติมคือทางที่จะทำให้เราหาเลี้ยงตัวเองได้และรับใช้พระยะโฮวาอย่างสุดหัวใจ—อ่านมัทธิว 6:33
9 ขอสังเกตว่าอะไรช่วยคริสเตียนบางคนให้มองการเรียนต่อเพิ่มเติมอย่างถูกต้อง พี่น้องหญิงที่ชื่อโฮเซฟีน่าจากชิลีบอกว่า “การเรียนต่อเพิ่มเติมช่วยให้ฉันมีงานทำเพื่อจะรับใช้มากขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับฉันคือพระยะโฮวา ไม่ใช่การเรียน” พี่น้องหญิงที่ชื่อมอรีนเลือกเรียนคอร์สทำผมซึ่งใช้เวลา 1 ปี ทำไมเธอถึงเลือกแบบนั้น? เธอบอกว่า “เป้าหมายของฉันคือไปรับใช้ในที่ที่ต้องการผู้ประกาศมากกว่า ฉันเลยเลือกเรียนคอร์สที่จะช่วยฉันไปถึงเป้าหมายนั้นได้ หลังเรียนจบ ฉันเป็นช่างทำผมและเก็บเงินไปด้วย ในที่สุดฉันก็ย้ายไปรับใช้ในที่ที่ต้องการผู้ประกาศมากกว่าได้ แถมยังหางานทำที่นั่นได้ด้วย” ไอริสที่เรียนด้านทันตกรรมซึ่งใช้เวลานานกว่าบอกว่า “การเรียนเพิ่มเติมก็มีข้อดีอยู่บ้าง แต่มันไม่ได้ช่วยให้คุณประสบความสำเร็จหรือมีความสุขแท้ เคล็ดลับที่ทำให้คุณประสบความสำเร็จและมีความสุขในชีวิตก็คือให้พระยะโฮวาสำคัญที่สุดเสมอ” ใช่แล้ว ถ้าเราให้พระยะโฮวาสำคัญที่สุดในชีวิต การตัดสินใจของเราก็จะทำให้เรามีความสุขตลอดไป
คิดดูว่ามีข้อดีข้อเสียอะไร
10. เราจะเอาหลักการที่เฉลยธรรมบัญญัติ 32:29 มาใช้กับการตัดสินใจเรื่องการเรียนต่อเพิ่มเติมยังไง?
10 ตอนนี้คุณอาจคิดไว้แล้วว่าอยากเรียนต่อเพิ่มเติมด้านไหนเพื่อจะทำงานที่คุณอยากทำ แต่ก็นับว่าดีด้วยที่จะคิดถึงทางเลือกอื่น ๆ เช่น คุณอาจคิดถึงอาชีพคล้าย ๆ กันหรืออาจคิดถึงอาชีพอื่นไปเลย (เทียบกับสุภาษิต 18:17) ทุกวันนี้ มีทางเลือกในการเรียนต่อมากมายต่างจากสมัยก่อน เช่น การเรียนคอร์สออนไลน์ และอย่าลืมคิดด้วยว่าคุณอาจหาเลี้ยงตัวเองได้โดยไม่จำเป็นต้องเรียนต่อเพิ่มเติม ลองดูตัวอย่างของโจฮันนาจากฟินแลนด์ เธอก็ไม่ได้เรียนต่อ เธอเล่าว่า “พอเรียนจบ ฉันก็ทำงานพาร์ทไทม์และเป็นไพโอเนียร์ไปด้วย ฉันทำงานหลายอย่างและเห็นว่าพระยะโฮวารักษาสัญญาเสมอ ฉันไม่เคยขาดสิ่งจำเป็นเลย” จำไว้ว่าการตัดสินใจทุกอย่างเกี่ยวกับการเรียนต่อเพิ่มเติม ไม่ว่าจะตัดสินใจเรียนหรือไม่เรียน หรือตัดสินใจว่าจะเรียนแบบไหน ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนั้น ให้ถามตัวเองว่า ‘ถ้าฉันตัดสินใจแบบนี้ มันมีข้อดีมากกว่าข้อเสียไหม?’ (อ่านเฉลยธรรมบัญญัติ 32:29; 1 คร. 10:23) ให้เรามาดูปัจจัยบางอย่างที่จะช่วยคุณตอบคำถามนี้
11. ทำไมเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคิดถึงตารางเวลาการเรียนด้วย? (ดูภาพด้วย)
11 ตารางเวลา ให้ดูว่าแต่ละสัปดาห์คุณต้องเรียนหรือฝึกงานกี่วันและกี่ชั่วโมง แล้วต้องทำการบ้านด้วยไหม? คุณจะมีเวลาทำกิจกรรมคริสเตียนและทำหน้าที่ของตัวเองในบ้านไหม? (ฟป. 1:10) ถ้าคุณเรียนต่อเพิ่มเติม มันจะทำให้คุณเหนื่อยมากจนไม่มีแรงเตรียมการประชุมหรือศึกษาส่วนตัวไหม? นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเจรอสจากอินเดีย เขาบอกว่า “การเรียนต่อทำให้ผมทำกิจกรรมคริสเตียนยากมาก บางครั้งผมถึงกับไม่ได้ไปประชุม พอมองย้อนกลับไปผมรู้เลยว่ามันไม่คุ้มจริง ๆ เพราะผมใช้เวลาและกำลังเรี่ยวแรงไปกับการเรียนเยอะมาก” แต่การเรียนต่อบางอย่างก็ไม่ได้ใช้เวลาเยอะขนาดนั้น บางคอร์สใช้เวลาแค่บางช่วงของวันและไม่ค่อยมีการบ้านต้องกลับมาทำด้วย ตัวอย่างเช่น รีเบคก้าจากโมซัมบิกดีใจที่เลือกเรียนต่อคอร์สหนึ่ง เธอบอกว่า “คอร์สที่ฉันเรียนใช้เวลาแค่วันละ 2 ชั่วโมง ฉันก็เลยเป็นไพโอเนียร์ประจำต่อได้”
ถ้าคุณกำลังคิดเรื่องการเรียนต่อเพิ่มเติม ทำให้แน่ใจว่าคุณมีเวลาพอที่จะทำหน้าที่รับผิดชอบต่าง ๆ ที่สำคัญได้ (ดูข้อ 11)
12. เพื่อจะใช้เวลาให้เป็นประโยชน์มากที่สุด คุณควรถามตัวเองว่าอะไร? (ปัญญาจารย์ 12:1)
12 เรียนนานแค่ไหน คุณต้องเรียนนานแค่ไหน? คุณต้องใช้เวลาเรียนกี่เดือนหรือกี่ปีถึงจะจบ? สิ่งที่คุณเลือกเรียนเป็นการใช้เวลาให้เป็นประโยชน์มากที่สุดไหม? (อฟ. 5:15-17) มันจะช่วยให้คุณให้สิ่งที่ดีที่สุดกับพระยะโฮวาในช่วงที่ยังเป็นหนุ่มเป็นสาวไหม เช่น รับใช้เต็มเวลา? (อ่านปัญญาจารย์ 12:1) งานที่คุณอยากทำมีหลักสูตรระยะสั้นให้เรียนไหม? ตัวอย่างเช่น การเรียนในสถาบันอาชีวะจะทำให้คุณมีโอกาสได้เรียนอาชีพบางอย่างซึ่งใช้เวลาน้อยกว่าและค่าใช้จ่ายถูกกว่าการเรียนมหาวิทยาลัย มาริโอ้จากชิลีบอกว่า “ผมเลือกเรียนคอร์สที่ใช้เวลา 2 ปีเพราะค่าเทอมถูกกว่าการเรียนมหาวิทยาลัย ผมเรียนแค่สัปดาห์ละ 4 วัน ก็เลยสามารถเป็นไพโอเนียร์ในช่วงที่เรียนได้”
13. อาจเกิดอะไรขึ้นได้บ้างถ้าคุณเลือกเรียนไกลบ้าน?
13 สถานที่เรียน เป็นไปได้ไหมที่คุณจะหาที่เรียนใกล้ ๆ บ้าน? แต่ถ้าคุณต้องไปเรียนไกลบ้านหรือต้องย้ายไปอยู่หอพักตอนที่เรียนล่ะ? ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ขอให้ระวังมาก ๆ เพราะการอยู่ห่างจากครอบครัวอาจทำให้เกิดอันตรายทางความเชื่อได้ โดยเฉพาะถ้าคุณต้องไปอยู่กับญาติหรือคนอื่นที่ไม่ได้เป็นพยานฯ (สภษ. 22:3; 1 คร. 15:33) มัทเทียสจากโมซัมบิกเลือกเรียนคอร์สที่ใช้เวลาแค่ 1 ปีและค่าเรียนก็ไม่แพง แต่เขาเสียใจที่เลือกเรียนแบบนี้ เพราะอะไร? เขาบอกว่า “คอร์สนี้ทำให้ผมต้องไปพักอยู่ที่โรงเรียน ทุกวันผมต้องเจอกับการล่อใจให้ทำผิด ผมบอกได้เลยว่าถ้าใครคิดจะเรียนต่ออย่าเลือกเรียนแบบที่ทำให้คุณไม่ได้อยู่กับครอบครัว” พี่น้องหญิงคนหนึ่งจากรัสเซียบอกว่า “ฉันไม่ได้เลือกเรียนคอร์สที่ต้องไปอยู่หอพัก แต่เลือกเรียนใกล้บ้านและยังอยู่กับพ่อแม่ ฉันเลยไม่เจออันตรายหรือเจอการล่อใจ” นอกจากนั้น คุณอาจเลือกเรียนออนไลน์ได้ด้วย
14. หลักการที่ลูกา 14:28 ช่วยคุณตัดสินใจเรื่องการเรียนต่อเพิ่มเติมยังไง?
14 ค่าใช้จ่าย ในบางประเทศ การเรียนต่อไม่ต้องใช้เงินเยอะและอาจขอทุนจากรัฐบาลได้ด้วยซ้ำ ถ้าเป็นแบบนี้ การเรียนต่อเพิ่มเติมก็จะช่วยให้คุณมีความรู้และทักษะที่จะช่วยให้คุณหางานทำได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเยอะ แต่ในบางประเทศ การเรียนต่อเพิ่มเติมมีค่าใช้จ่ายสูงมาก นอกจากนั้น คุณต้องคิดถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ด้วย เช่น ค่าเรียนพิเศษหรือการจ้างครูมาสอนส่วนตัวเพื่อจะเรียนต่อเพิ่มเติมได้ การเรียนต่อเพิ่มเติมบางอย่างอาจทำให้ต้องเป็นหนี้หลายปี เอดิลสันจากโมซัมบิกเสียใจที่เลือกเรียนต่อ เขาบอกว่า “ตากับยายต้องเก็บเงินไว้เป็นค่าเทอมของผมตลอด 4 ปีแทนที่จะเอาเงินนั้นไปซื้ออาหารบางอย่างหรือซื้อสิ่งจำเป็นอื่น ๆ” ดังนั้น ตอนที่คุณกำลังคิดว่าจะเรียนอะไร ให้ถามตัวเองว่า ‘ต้องจ่ายค่าเทอมเท่าไหร่? ฉันหรือครอบครัวมีเงินพอที่จะเรียนไหม? มีทางเลือกอื่นที่ถูกกว่านี้ไหม?’ (อ่านลูกา 14:28) ‘ถ้าฉันจำเป็นต้องกู้เงินเรียน ฉันต้องใช้เวลากี่ปีกว่าจะจ่ายหนี้หมด? และถ้าฉันได้งานทำ เงินเดือนที่ได้จะทำให้ฉันสามารถจ่ายหนี้และยังคงเลี้ยงดูตัวเองได้ไหม?’—สภษ. 22:7
15. ตอนที่เลือกเรียนต่อเพิ่มเติม ทำไมต้องคิดถึงความต้องการของตลาดงานด้วย?
15 ความต้องการของตลาดงาน ให้คิดถึงความต้องการของตลาดงานในละแวกที่คุณอยู่หรือในที่ที่คุณอยากจะไปอยู่ด้วย การเรียนที่คุณเลือกจะช่วยให้คุณหางานทำได้ไหม? การเรียนบางอย่างแทบไม่ได้ฝึกทักษะอะไรที่จำเป็นต่อการทำงานเลย เพราะมีแต่สอนทฤษฎีหรือให้ความรู้อย่างเดียวแทนที่จะช่วยให้คุณมีทักษะในการประกอบอาชีพ (คส. 2:8) พี่น้องหญิงคนหนึ่งจากอินเดียบอกว่า “คอร์สที่ฉันเรียนไม่ได้ช่วยให้ฉันมีทักษะอะไรที่จะหางานทำได้ พอเรียนจบฉันหางานทำตรงกับสายงานที่เรียนไม่ได้เลย” บางคอร์สอาจจบออกมาแล้วไม่ค่อยมีงานให้ทำ พี่น้องที่ชื่อซูบิมจากสาธารณรัฐแอฟริกากลางเลือกเรียนคอร์สซ่อมแอร์ แต่เขาบอกว่า “ในละแวกบ้านผม คนเขาชอบซ่อมแซมสิ่งของต่าง ๆ เอง ผมก็เลยไม่ค่อยมีงานทำครับ”
16. ทำไมถึงดีที่จะคิดถึงประเภทของงานที่ทำได้หลังเรียนจบ?
16 นอกจากนั้น ให้คิดด้วยว่าถ้าเรียนจบแล้วคุณจะได้งานประเภทไหน คุณจะชอบงานนั้นไหม? (ปญจ. 3:12, 13) สภาพแวดล้อมในที่ทำงานจะเป็นยังไงและคุณต้องทำงานกับใคร? งานนั้นค่อนข้างอันตราย มีการแข่งขันและมีความกดดันสูงไหม? คุณจะได้รายได้เท่าไหร่? มันจะพอเลี้ยงดูตัวเองได้ไหม? หรือสิ่งที่คุณเลือกเรียนทำให้คุณต้องเรียนต่อเพิ่มเติมไปเรื่อย ๆ ไหมเพื่อจะรักษางานนั้นไว้ได้? และที่สำคัญที่สุด งานนั้นจะช่วยให้คุณทำให้การปกครองของพระเจ้าสำคัญที่สุดในชีวิตไหม? (ปญจ. 12:13) แน่นอนว่าถ้าประเทศที่คุณอยู่หางานทำได้ยาก คุณก็คงไม่มีทางเลือกมากนัก แต่การตัดสินใจของคุณเรื่องการเรียน จะมีผลต่อโอกาสในการได้งานทำ ทาบิธาจากอินเดียเลือกเรียนตัดเย็บเสื้อผ้าซึ่งใช้เวลาเรียน 6 เดือน เธอบอกว่า “ฉันคิดว่าการเรียนตัดเย็บเสื้อผ้าจะช่วยฉันเป็นไพโอเนียร์ได้ งานนี้มีให้ทำตลอด แถมยังจัดตารางเวลาง่ายด้วย และฉันก็ไม่ต้องลงทุนเยอะเพื่อจะทำอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้า” คอร์สที่ทาบิธาเรียนช่วยให้เธอสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้และเป็นไพโอเนียร์ได้ด้วย
17. (ก) คริสเตียนจะหาข้อมูลจากไหนเพื่อช่วยให้ตัดสินใจอย่างฉลาดเรื่องการเรียนต่อเพิ่มเติม? (ข) มีหลักการอะไรบ้างจากคัมภีร์ไบเบิลที่จะช่วยในการตัดสินใจ? (ดูกรอบ “หลักการในคัมภีร์ไบเบิลที่ต้องคิดถึง”)
17 เราได้คุยกันเกี่ยวกับปัจจัยต่าง ๆ เรื่องการเรียนต่อเพิ่มเติมแล้ว แต่คุณจะหาข้อมูลจากที่ไหนเพื่อจะตัดสินใจอย่างฉลาด? คุณอาจหาข้อมูลเกี่ยวกับคอร์สที่คุณสนใจจากเว็บไซต์ของโรงเรียนนั้นหรือไปดูที่นั่นด้วยตัวเอง ให้ค้นหาข้อมูลว่ามีการรับสมัครงานมากแค่ไหนในสายงานที่คุณอยากทำ นอกจากนั้น คุณอาจคุยกับคนที่เรียนจบด้านนี้หรือทำงานในสายงานนี้ (สภษ. 13:10) ให้ถามพวกเขาว่า “ถ้าฉันเลือกเรียนแบบนี้หรือเลือกทำงานนี้จะมีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง?” ให้คุณคุยกับพี่น้องที่กำลังรับใช้พระยะโฮวาอย่างมีความสุข (สภษ. 15:22) ให้พวกเขาแนะนำว่าคุณควรจะเรียนอะไรหรือทำงานอะไร พวกเขาอาจถึงกับแนะนำสายงานที่คุณไม่ทันได้คิดถึง
18. เราควรจำอะไรไว้?
18 อย่างที่เราได้เห็นไปแล้ว การเรียนต่อเพิ่มเติมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนั้น ให้อธิษฐานและคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับทางเลือกที่คุณมี จำไว้ว่าการเรียนต่อเพิ่มเติมอาจช่วยให้คุณหาเงินพอที่จะเลี้ยงตัวเองได้ แต่สิ่งเดียวที่จะทำให้คุณมีความสุขแท้ได้จริง ๆ ก็คือการสนิทกับพระยะโฮวา (สด. 16:9, 11) พระองค์จะดูแลคนของพระองค์เสมอไม่ว่าพวกเขาจะมีการศึกษาหรือไม่ก็ตาม (ฮบ. 13:5) ต่อไปเราจะมาดูกันว่าถ้าคุณตัดสินใจแล้วว่าจะเรียนต่อเพิ่มเติม อะไรจะช่วยให้คุณยังคงสนิทกับพระยะโฮวาได้ตอนที่กำลังเรียน? เราจะคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ในบทความหน้า
เพลง 45 สิ่งที่ใจฉันคิดใคร่ครวญ
a อธิบายคำศัพท์ ในบทความนี้และบทความหน้า คำว่า “การเรียนต่อเพิ่มเติม” หมายถึงการเรียนหรือการฝึกอบรมเพิ่มเติมทุกรูปแบบที่นอกเหนือจากการศึกษาขั้นพื้นฐานที่รัฐบาลกำหนด นี่รวมถึงการเรียนต่อในมหาวิทยาลัย คอร์สในมหาวิทยาลัย วิทยาลัยเทคนิค อาชีวะ การฝึกอาชีพ ซึ่งการเรียนเหล่านี้อาจเป็นหลักสูตรระยะสั้นหรือหลักสูตรระยะยาว
b เมื่อก่อน หนังสือขององค์การไม่ได้สนับสนุนให้คริสเตียนเรียนต่อเพิ่มเติมบางอย่าง เช่น ในบทความ “บิดามารดาทั้งหลาย—คุณต้องการให้บุตรมีอนาคตแบบไหน?” ในหอสังเกตการณ์ 1 ตุลาคม 2005 พูดถึงอันตรายของการเรียนในมหาวิทยาลัยซึ่งใช้เวลา 4 ปีหรือมากกว่านั้น ก็จริงที่อันตรายของการเรียนสูงยังคงมีอยู่ แต่การตัดสินใจว่าจะเรียนต่อเพิ่มเติมไหมเป็นการตัดสินใจส่วนตัว พี่น้องแต่ละคนหรือหัวหน้าครอบครัวที่มีลูกที่ยังเป็นเด็กต้องอธิษฐานและคิดถึงหลักการในคัมภีร์ไบเบิล รวมทั้งคิดถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเรียนต่อก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะเรียนดีไหม ไม่ควรมีใคร แม้แต่ผู้ดูแลที่จะไปตัดสินในสิ่งที่เขาเลือกเพราะนี่เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา—ยก. 4:12