21-27 กันยายน 2026
เพลง 12 พระยะโฮวา พระเจ้าองค์ยิ่งใหญ่
คุณรู้จักพระยะโฮวาดีหรือยัง?
“รู้จักพระเจ้าของพ่อ รับใช้พระองค์อย่างสุดหัวใจ”—1 พศ. 28:9
จุดสำคัญ
การรู้จักพระยะโฮวาหมายความว่าอะไร ทำไมเราอยากรู้จักพระองค์ให้ดีขึ้น และเราจะทำแบบนั้นได้ยังไง
1. เรารู้สึกยังไงเมื่อคิดถึงความรู้ สติปัญญา และผลงานของพระยะโฮวา?
คุณเคยคิดถึงความรู้ที่ลึกซึ้งของพระยะโฮวา สติปัญญาที่ไม่มีขีดจำกัด และผลงานที่ยอดเยี่ยมต่าง ๆ ของพระองค์ไหม? เรารู้สึกประทับใจเมื่อเราคิดถึงผู้สร้างของเรา คุณอาจรู้สึกเหมือนอัครสาวกเปาโลที่เขียนว่า “พรจากพระเจ้ามากมายจริง ๆ สติปัญญาและความรู้ของพระองค์ก็ลึกซึ้งอะไรอย่างนี้ ใครจะรู้ได้ว่าพระองค์จะตัดสินใจอย่างไร และใครจะคาดเดาได้ว่าพระองค์จะทำอะไรต่อไป”—รม. 11:33, 34
2. เรามั่นใจได้ยังไงว่าเราสามารถรู้จักพระยะโฮวาได้?
2 ถึงแม้เราจะไม่สามารถรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับพระยะโฮวาได้ แต่เราสามารถรู้จักพระองค์ได้ในระดับหนึ่งว่าพระองค์เป็นพระเจ้าแบบไหน กษัตริย์ดาวิดบอกโซโลมอนว่า “ลูกต้องรู้จักพระเจ้าของพ่อ รับใช้พระองค์อย่างสุดหัวใจ . . . ถ้าลูกเสาะหาพระองค์ พระองค์จะให้ลูกพบพระองค์” (1 พศ. 28:9) และหลายร้อยปีต่อมา อัครสาวกยอห์นก็บอกกับคริสเตียนว่าพวกเขา “มีความเข้าใจลึกซึ้งเพื่อ . . . จะรู้จักพระเจ้าเที่ยงแท้ได้” (1 ยน. 5:20) พระเยซูเองก็บอกว่าท่านสามารถช่วยผู้คนให้มา “รู้จักพระเจ้าผู้เป็นพ่อจริง ๆ”—มธ. 11:27
3. เราจะคุยเรื่องอะไรบ้างในบทความนี้?
3 ทุกคนที่อุทิศตัวให้พระยะโฮวาก็ได้เรียนหลายอย่างเกี่ยวกับพระองค์มาแล้ว แต่เราต้อง “รู้จัก” พระยะโฮวาต่อ ๆ ไป (ยน. 17:3; ดูข้อมูลสำหรับศึกษา) เราสามารถเรียนรู้ได้เรื่อย ๆ ว่าอะไรทำให้พระองค์พอใจและเราจะไว้วางใจพระองค์มากขึ้นได้ยังไง ไม่ว่าเราจะรับใช้พระยะโฮวามานานแค่ไหนแล้ว ก็มี 3 คำถามที่เราทุกคนควรคิดถึง นั่นก็คือ การรู้จักพระยะโฮวาหมายความว่าอะไร? ทำไมเราอยากรู้จักพระองค์ให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ? และเราจะรู้จักพระองค์ให้ดีขึ้นได้ยังไง?
การรู้จักพระยะโฮวาหมายความว่าอะไร?
4. การรู้จักพระยะโฮวาหมายความว่าอะไร?
4 เราจะรู้ว่าการรู้จักพระยะโฮวาหมายความว่าอะไรก็โดยดูจากสิ่งที่พระองค์พูดเกี่ยวกับชาวยิวที่จะกลับจากการเป็นเชลย พระยะโฮวาบอกว่า “เราจะทำให้พวกเขาอยากรู้จักเรา และรู้ว่าเราคือยะโฮวา” (ยรม. 24:7) แน่นอนว่าชาวยิวเหล่านั้นที่จะกลับจากการเป็นเชลยรู้หลายอย่างเกี่ยวกับพระยะโฮวาอยู่แล้ว แต่พวกเขาต้องมีใจที่จะอยากรู้จักพระองค์มากขึ้นเพื่อจะสนิทกับพระองค์มากขึ้นด้วย หนังสืออ้างอิงเล่มหนึ่งพูดถึงเรื่องนี้ว่า “การมีความรู้เกี่ยวกับพระเจ้ากับการรู้จักพระเจ้าจริง ๆ มันไม่เหมือนกัน เหมือนกับที่การอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับความรักกับการตกหลุมรักเองมันก็ไม่เหมือนกัน” การที่เราแค่รู้ว่าพระยะโฮวามีชื่อและรู้ว่าพระองค์เป็นพระเจ้าเท่านั้นยังไม่พอ เราต้องอยากรู้จักพระยะโฮวามากขึ้นด้วยว่าพระองค์เป็นพระเจ้าแบบไหน
5. เราได้เรียนอะไรจากกษัตริย์โยสิยาห์เรื่องการรู้จักพระยะโฮวา?
5 เรายังรู้จักพระยะโฮวามากขึ้นได้โดยพยายามเรียนรู้ว่าพระองค์ชอบอะไรและไม่ชอบอะไร ลองคิดถึงตัวอย่างของกษัตริย์โยสิยาห์ คัมภีร์ไบเบิลบอกว่า “ในปีที่ 8 ที่โยสิยาห์ปกครอง ตอนที่เขาอายุยังน้อยเขาเริ่มรับใช้พระเจ้าของดาวิดบรรพบุรุษของเขา” (2 พศ. 34:3) โยสิยาห์ไม่ใช่แค่ศึกษาค้นคว้าถ้อยคำของพระเจ้า แต่เขายังทำตามสิ่งที่เขาได้เรียนรู้ด้วย พระยะโฮวาพูดถึงโยสิยาห์ผ่านทางผู้พยากรณ์เยเรมีย์ว่า โยสิยาห์ “ยึดมั่นกับความยุติธรรมและความถูกต้องชอบธรรม” และเขายังปกป้องคนที่ทุกข์ลำบากและยากจน พระยะโฮวาบอกว่า “คนที่รู้จักเราต้องทำอย่างนั้นไม่ใช่หรือ?”—ยรม. 22:15, 16
6. จากสดุดี 9:10 การรู้จักพระยะโฮวาส่งผลกับเรายังไง?
6 อ่านสดุดี 9:10 ยิ่งเรารู้จักพระยะโฮวามากขึ้น เราก็ยิ่งวางใจในพระองค์มากขึ้นด้วย เรื่องนี้เป็นจริงกับเปาโล ตอนที่เขาถูกขังคุกครั้งสุดท้าย ไม่นานก่อนที่เขาจะตาย เขาเขียนว่า “แต่ผมก็ไม่อาย เพราะผมรู้จักพระองค์ที่ผมเชื่อ” (2 ทธ. 1:12) สิ่งที่เปาโลได้เรียนรู้เกี่ยวกับพระยะโฮวาและประสบการณ์ที่พระองค์เคยช่วยเขามาทั้งชีวิตทำให้เขาวางใจในพระองค์อย่างเต็มที่ เขามั่นใจว่าพระยะโฮวาไม่มีวันลืมเขารวมทั้งงานรับใช้ที่เขาทำอย่างซื่อสัตย์ และพระองค์จะปลุกเขาให้ฟื้นขึ้นจากตายแน่นอน
ทำไมเราอยากรู้จักพระยะโฮวาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ?
7. อาจเกิดอะไรขึ้นเมื่อเรารับใช้พระยะโฮวามานานหลายปี?
7 เมื่อเวลาผ่านไป เราอาจไม่ค่อยพยายามรู้จักพระยะโฮวาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนตอนแรกที่เราเพิ่งมารู้จักพระองค์ เป็นแบบนั้นได้ยังไง? เมื่อเราอ่านคัมภีร์ไบเบิลไม่ว่าจะอ่านเองหรือดูข้อคัมภีร์ตามในการประชุม เราอาจคิดแค่ว่าจะเอาเรื่องนั้นไปใช้กับตัวเองยังไงหรือจะเอาไปช่วยคนอื่นยังไง ที่จริงก็ไม่ผิดเพราะคัมภีร์ไบเบิลก็สนับสนุนให้ทำแบบนั้น (2 ทธ. 3:16, 17) แต่คัมภีร์ไบเบิลยังบอกให้เรารู้หลายอย่างเกี่ยวกับพระยะโฮวาด้วย (สด. 25:8-10) เราไม่ควรคิดแค่ว่าจะเอาเรื่องนั้นมาใช้กับตัวเองหรือคนอื่นยังไงจนลืมคิดว่า ‘เรื่องนี้สอนอะไรฉันเกี่ยวกับพระยะโฮวา?’a
8. ความสัมพันธ์ของเรากับพระยะโฮวาจะเป็นยังไงเมื่อเรารู้จักพระองค์มากขึ้น? (สดุดี 73:24-28)
8 ยิ่งเรารู้จักพระยะโฮวามากขึ้นเท่าไหร่ ความสัมพันธ์ของเรากับพระองค์ก็จะยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นเท่านั้น เช่น ลองคิดดูว่าเรารู้สึกยังไงเมื่อได้อ่านคัมภีร์ไบเบิลในแต่ละวัน ดูรายการโทรทัศน์ JW หรือเข้าร่วมการประชุมใหญ่? เรารู้สึกใกล้ชิดกับพระยะโฮวามากขึ้นใช่ไหม? เพราะอะไร? ก็เพราะเราได้เรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับพระองค์ และนี่กระตุ้นให้เราอยากยกย่องสรรเสริญและขอบคุณพระองค์ เรารู้สึกเหมือนกับผู้เขียนหนังสือสดุดี เขาคิดใคร่ครวญว่าพระยะโฮวาดูแลเขายังไง และเขาก็พูดว่า “พระเจ้าเป็นหินผาที่ปกป้องหัวใจของผมและเป็นส่วนแบ่งของผมตลอดไป” (อ่านสดุดี 73:24-28) ทุกครั้งที่เราพยายามรู้จักพระยะโฮวาให้ดีขึ้น เราก็จะยิ่งรู้สึกขอบคุณและเห็นค่าสิทธิพิเศษที่ได้เป็นเพื่อนกับพระองค์
9. การ “คิดถึง” พระยะโฮวาจะส่งผลต่อการตัดสินใจของเรายังไง? ขอยกตัวอย่าง
9 การ “คิดถึง” พระยะโฮวาหมายถึงการคิดถึงสิ่งที่เราได้เรียนเกี่ยวกับพระองค์ และคิดว่าสิ่งที่เราทำจะส่งผลต่อพระองค์ยังไง การทำแบบนี้จะช่วยให้เราตัดสินใจได้อย่างฉลาด (สภษ. 3:5, 6) ลองนึกถึงตัวอย่างนี้ พี่น้องหลายคนชอบวางรูปของสามีหรือภรรยาของตัวเองไว้บนโต๊ะทำงาน ใส่ไว้ในกระเป๋าตังค์ หรือตั้งเป็นภาพพื้นหลังในโทรศัพท์ นี่จะช่วยให้พวกเขาคิดถึงสามีหรือภรรยาของตัวเองบ่อย ๆ และจะไม่ทำอะไรที่ทำให้คู่ของตัวเองเสียใจ คล้ายกัน ยิ่งเราคิดถึงพระยะโฮวา เราก็ยิ่งตัดสินใจในแบบที่จะทำให้พระองค์พอใจ—สด. 19:13, 14
10. เราสามารถทำอะไรได้เมื่อได้เรียนรู้เกี่ยวกับพระยะโฮวา?
10 เราทุกคนถูกสร้างตามแบบพระยะโฮวา เราก็เลยสามารถเลียนแบบคุณลักษณะต่าง ๆ ของพระองค์ได้ (ปฐก. 1:26) ยิ่งเราเรียนรู้เกี่ยวกับคุณลักษณะต่าง ๆ ของพระยะโฮวา เราก็ยิ่งรู้ว่าจะเลียนแบบพระองค์ได้ยังไง พระเยซูตำหนิพวกครูสอนศาสนาและพวกฟาริสีที่ไม่ยอมแสดงคุณลักษณะแบบพระเจ้า แม้คนเหล่านี้จะรู้รายละเอียดในกฎหมายของโมเสสเป็นอย่างดี แต่ “กลับมองข้ามเรื่องที่สำคัญกว่าในกฎหมายของโมเสส นั่นคือ ความยุติธรรม ความเมตตา และความซื่อสัตย์” (มธ. 23:23) เราไม่อยากเลียนแบบพวกผู้นำศาสนาชาวยิวเหล่านั้น แต่เราจะพยายามเต็มที่ที่จะคิดว่ากฎหมายและหลักการในคัมภีร์ไบเบิลสอนอะไรเราเกี่ยวกับคุณลักษณะต่าง ๆ ของพระยะโฮวา การทำแบบนี้จะช่วยให้เราแสดงคุณลักษณะเหล่านั้นได้ดีขึ้น—1 ยน. 4:8, 11
เราจะรู้จักพระยะโฮวาให้ดีขึ้นได้ยังไง?
11. คุณรู้จักพระยะโฮวาได้ยังไง?
11 ใครเป็นคนแรกที่สอนคุณเกี่ยวกับพระยะโฮวา? อาจเป็นพ่อแม่ของคุณไหม? ตอนนั้นพ่อแม่คงเล่าเรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิลให้คุณฟังเพื่อช่วยให้คุณเห็นว่าพระยะโฮวามีคุณลักษณะอะไรบ้าง และพวกเขาคงได้สอนคุณว่าสิ่งต่าง ๆ ที่พระยะโฮวาสร้างทำให้เห็นว่าพระองค์เป็นพระเจ้าแบบไหน หรือคุณอาจรู้จักพระยะโฮวาเพราะมีพยานฯ มาสอนคัมภีร์ไบเบิลให้กับคุณไหม? ถ้าใช่ เขาก็อาจใช้คู่มือการศึกษาคัมภีร์ไบเบิล เช่น หนังสือชีวิตที่มีความสุขตลอดไป เพื่อช่วยคุณให้เข้าใจคัมภีร์ไบเบิลมากขึ้น เขาอาจใช้เรื่องราวในไบเบิลเพื่อสอนคุณเกี่ยวกับคุณลักษณะต่าง ๆ ของพระยะโฮวา และอาจยกตัวอย่างเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ที่พระองค์สร้างb (นหม. 8:8; กจ. 14:17) แล้วเราจะเรียนรู้เกี่ยวกับพระยะโฮวาต่อ ๆ ไปได้ยังไง? ให้เรามาดูเรื่องนี้ด้วยกัน
12-13. เราได้เรียนอะไรเกี่ยวกับพระยะโฮวาจากการอ่านคัมภีร์ไบเบิล? ขอยกตัวอย่าง (เยเรมีย์ 39:15-18) (ดูภาพหน้าปกด้วย)
12 อย่างแรก เราเรียนรู้เกี่ยวกับพระยะโฮวามากขึ้นได้โดยอ่านคัมภีร์ไบเบิลและคิดใคร่ครวญ บางครั้งคัมภีร์ไบเบิลก็บอกตรง ๆ ว่าพระยะโฮวามีคุณลักษณะอะไรบ้าง (อพย. 34:6, 7) แต่ก็มีหลายครั้งที่คัมภีร์ไบเบิลพูดถึงเรื่องราวของผู้คนและการตัดสินใจของพวกเขา เมื่อคุณได้อ่านเรื่องราวเหล่านี้ ให้ลองคิดดูว่ามันสอนอะไรคุณเกี่ยวกับพระยะโฮวา
13 ลองดูตัวอย่างหนึ่งด้วยกัน ที่เยเรมีย์ 38:6-13 พูดถึงเอเบดเมเลคชาวเอธิโอเปียที่ช่วยชีวิตผู้พยากรณ์เยเรมีย์ เมื่อได้อ่านเรื่องนี้ คุณคงเห็นว่าเอเบดเมเลคมีคุณลักษณะดี ๆ หลายอย่างที่คุณจะเลียนแบบได้ เช่น ความเสียสละ ความกล้าหาญ และความรักที่มีต่อเพื่อนผู้นมัสการพระยะโฮวา แต่คุณได้เห็นคุณลักษณะอะไรบ้างของพระยะโฮวาจากเรื่องนี้? (อ่านเยเรมีย์ 39:15-18) เช่น มีข้อคัมภีร์ไหนบ้างที่ทำให้เห็นว่าพระยะโฮวาเห็นค่าผู้รับใช้ของพระองค์ เป็นพระเจ้าที่ยุติธรรม และไม่ลำเอียง? แล้วคุณยังได้เห็นคุณลักษณะอื่น ๆ ของพระองค์อีกไหมจากเรื่องนี้? ไม่ว่าคุณจะอ่านเรื่องอะไรในคัมภีร์ไบเบิล ให้ลองคิดดูว่าคุณได้เห็นคุณลักษณะอะไรบ้างของพระยะโฮวา และเมื่อได้เห็นแล้วก็ให้ขอบคุณและยกย่องสรรเสริญพระองค์ที่มีคุณลักษณะเหล่านี้
เอเบดเมเลคกล้าหาญมาก เขาช่วยเยเรมีย์ที่ถูกเอาตัวไปทิ้งไว้ในบ่อเก็บน้ำ (ดูข้อ 12-13)
14. ทำไมเราต้องคิดใคร่ครวญเกี่ยวกับสิ่งที่พระยะโฮวาสร้าง?
14 อย่างที่ 2 เราเรียนรู้เกี่ยวกับพระยะโฮวามากขึ้นได้โดยคิดใคร่ครวญเกี่ยวกับสิ่งที่พระองค์สร้าง (สด. 145:9, 10) ที่จริง แค่ดูสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติอย่างเดียวไม่พอ เพราะว่ามีบางคนที่ใช้ทั้งชีวิตเพื่อศึกษาธรรมชาติ แต่ก็ไม่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับคุณลักษณะต่าง ๆ ของพระยะโฮวาหรือถึงกับไม่ยอมรับว่ามีพระเจ้าด้วยซ้ำ อัครสาวกเปาโลบอกว่า “ถึงแม้พระเจ้าเป็นผู้ที่มนุษย์มองไม่เห็น แต่เมื่อมนุษย์สังเกตสิ่งที่พระองค์สร้างไว้ ก็จะเห็นคุณลักษณะต่าง ๆ ของพระองค์อย่างชัดเจน” (รม. 1:20) ในคัมภีร์ไบเบิลฉบับแปลหนึ่งแปลข้อนี้ว่า “คนที่มีเหตุผลจะเห็นคุณลักษณะของพระเจ้าได้” ดังนั้น เราต้องคิดหาเหตุผลเวลาที่ดูสิ่งที่พระเจ้าสร้างเพื่อจะเรียนรู้เกี่ยวกับคุณลักษณะต่าง ๆ ของพระองค์
15. แพทริคทำอะไรเพื่อจะรู้จักพระยะโฮวา และคุณจะทำคล้าย ๆ กันได้ยังไง? (ดูภาพด้วย)
15 พวกเราหลายคนอาศัยอยู่ในเมืองและอาจไม่ค่อยได้เห็นธรรมชาติ ถ้าอย่างนั้น เราจะเรียนจากสิ่งที่พระเจ้าสร้างได้ไหม? ให้เรามาดูตัวอย่างของแพทริคที่อยู่ในเมืองบราซซาวิลซึ่งเป็นเมืองใหญ่ในสาธารณรัฐคองโก เขาบอกว่า “ตอนอยู่ที่ระเบียง ผมพยายามสังเกตดูธรรมชาติ ผมได้เห็นแมลงและนกตัวเล็ก ๆ หาอาหารหรือหาที่ทำรัง มีครั้งหนึ่งที่ผมเห็นนกทำรัง มันคาบวัสดุต่าง ๆ ที่เหมาะจะเอาไปใช้ทำรังให้ลูกของมันได้” แต่แพทริคไม่ได้แค่ดูเท่านั้น เขาคิดใคร่ครวญเกี่ยวกับผู้สร้างด้วย เขาบอกว่า “ผมได้เรียนว่าพระยะโฮวาดูแลสิ่งต่าง ๆ ที่พระองค์สร้างอย่างดี พระองค์ดูแลแม้แต่สัตว์ตัวเล็ก ๆ ด้วยซ้ำ นี่ทำให้ผมมั่นใจว่าพระองค์จะดูแลผม และให้ผมมีสิ่งจำเป็นเสมอ”
รู้จักพระยะโฮวาให้ดีขึ้นโดยคิดใคร่ครวญสิ่งที่พระองค์สร้าง (ดูข้อ 15)
16. อะไรช่วยให้มารีย์แม่ของพระเยซูรู้จักพระยะโฮวาดีขึ้น? และเราจะเลียนแบบเธอได้ยังไง? (ดูภาพด้วย)
16 อย่างที่ 3 เราเรียนรู้เกี่ยวกับพระยะโฮวามากขึ้นได้โดยคิดใคร่ครวญเกี่ยวกับประสบการณ์ของตัวเอง มารีย์แม่ของพระเยซูทำอย่างนั้น เธอรู้จักพระองค์ดีอยู่แล้วและทูตสวรรค์ก็พูดเกี่ยวกับเธอว่า “พระเจ้าชอบคุณจริง ๆ” (ลก. 1:30) แต่ตอนที่เธอได้รับงานมอบหมายให้ดูแลลูกของพระเจ้าซึ่งเป็นงานที่ไม่ง่าย พระยะโฮวาก็ให้กำลังและช่วยให้เธอมั่นใจมากขึ้น พระองค์ช่วยเหลือเธอผ่านทางทูตสวรรค์กาเบรียลและญาติของเธอคือเอลีซาเบธ หลังจากนั้น มารีย์ก็ได้คิดใคร่ครวญว่าประสบการณ์ของตัวเองช่วยให้เธอรู้จักพระยะโฮวามากขึ้นได้ยังไง เธอได้รู้เกี่ยวกับอำนาจ ความเมตตา และความไม่ลำเอียงของพระองค์ เธอได้รู้ด้วยว่าพระยะโฮวาสนใจคนต่ำต้อย (ลก. 1:46-55) เหมือนกับที่มารีย์เห็นค่าและขอบคุณที่พระยะโฮวาช่วย เราเองก็ขอบคุณพระองค์ได้เพราะพระองค์ช่วยเรา “เมื่อเราต้องการความช่วยเหลือ” (ฮบ. 4:16) และพอได้รับความช่วยเหลือ ก็ให้ถามตัวเองว่า ‘ประสบการณ์นี้สอนอะไรฉันเกี่ยวกับพระยะโฮวา และทำให้ฉันเห็นคุณลักษณะอะไรของพระองค์บ้าง?’
รู้จักพระยะโฮวาให้ดีขึ้นโดยคิดใคร่ครวญว่าพระองค์ช่วยคุณมาแล้วยังไงบ้าง (ดูข้อ 16)c
เราจะไม่มีวันหยุดเรียนรู้
17-18. ทำไมถึงบอกได้ว่าเราจะเรียนรู้เกี่ยวกับพระยะโฮวาได้ไม่มีวันจบสิ้น?
17 ลองคิดดูสิว่าเราจะได้เรียนอะไรเกี่ยวกับพระยะโฮวาบ้างในโลกใหม่ ตอนนั้นเราจะได้รับม้วนหนังสือใหม่ ๆ ที่จะบอกให้รู้ว่าพระองค์อยากให้เราทำอะไร (วว. 20:12) เราจะได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากกว่าตอนนี้ (อสย. 11:6-9) และเราจะได้รู้จักพระยะโฮวาพ่อของเราดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเราได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ เช่น ได้เจอคนที่รักซึ่งตายจากไป และได้เข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบมากขึ้นในทุก ๆ วัน
18 เราจะไม่มีวันหยุดเรียนรู้เกี่ยวกับพระยะโฮวา พระองค์มีชีวิตอยู่ตลอดมา พระองค์เลย “มีความเข้าใจไร้ขีดจำกัด” (สด. 90:2; 147:5) เรา “จะไม่มีวันเข้าใจทั้งหมดว่าพระเจ้าเที่ยงแท้ได้ทำอะไรตั้งแต่ต้นจนจบ” (ปญจ. 3:11) ดังนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในความจริงมานานแค่ไหนแล้ว ก็ขอให้เราใช้ทุกโอกาสเพื่อเรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับพระยะโฮวาพ่อที่รักของเรา
เพลง 28 ได้เป็นเพื่อนกับพระยะโฮวา
a ดูส่วนที่อยู่ด้านหน้าของคัมภีร์ไบเบิลฉบับแปลโลกใหม่ ที่ชื่อ “มารู้จักคำสอนของพระเจ้า” คำถาม 20
b ดูหนังสือชีวิตที่มีความสุขตลอดไป บท 07 ข้อ 5-7
c คำอธิบายภาพ พี่น้องชายคนหนึ่งรู้สึกเครียดและกังวลที่จะได้บรรยายบนเวที เขาเลยคิดใคร่ครวญว่าพระยะโฮวาเคยช่วยเขามาแล้วยังไงตอนที่ทำส่วนในการประชุมกลางสัปดาห์