10-16 สิงหาคม 2026
เพลง 122 ขอให้มั่นคงไว้ อย่าหวั่นไหว
เราจะยังคงซื่อสัตย์ภักดีต่อพระยะโฮวาได้ยังไงแม้ถูกทดสอบความเชื่อ
“นายครับ พวกเราจะไปหาใครได้อีก? ในเมื่อท่านเองมีคำสอนที่ให้ชีวิตตลอดไป”—ยน. 6:68
จุดสำคัญ
เราจะยังคงซื่อสัตย์ภักดีต่อพระยะโฮวาได้ไม่ว่าจะเจอการทดสอบความเชื่ออะไรก็ตาม
1-2. เกิดอะไรขึ้นตอนที่พระเยซูกำลังสอนอยู่ที่เมืองคาเปอร์นาอุม?
วันหนึ่งตอนที่พระเยซูกำลังสอนสาวกอยู่ที่เมืองคาเปอร์นาอุม ท่านบอกพวกเขาว่า “ถ้าคุณไม่กินเนื้อและดื่มเลือดของ ‘ลูกมนุษย์’ คุณจะไม่ได้ชีวิต” และท่านยังบอกด้วยว่า “คนที่กินเนื้อและดื่มเลือดของผมจะมีชีวิตตลอดไป และผมจะปลุกเขาให้ฟื้นขึ้นจากตายในวันสุดท้าย” (ยน. 6:53, 54) พอสาวกส่วนใหญ่ได้ยินพระเยซูพูดแบบนี้ พวกเขาก็ตกใจมากและบอกว่า “พูดแบบนี้ได้ยังไง? รับไม่ได้”—ยน. 6:60
2 พวกสาวกเหล่านั้นที่รับไม่ได้กับคำพูดของพระเยซูก็เลิกติดตามท่าน นี่หมายความว่าพวกเขาไม่ได้เชื่อในตัวท่านไหม? ไม่ใช่แบบนั้น ที่จริงก่อนจะเกิดเรื่องนี้ ประชาชนซึ่งรวมถึงพวกสาวกของพระเยซูรู้สึกประทับใจในสิ่งที่ท่านทำมาก จนพวกเขาพูดออกมาว่า “ท่านนี้เป็นผู้พยากรณ์คนนั้นที่จะมาในโลกแน่ ๆ” (ยน. 6:14) เราเห็นเลยว่าสาวกกลุ่มนั้นมีความเชื่อในตัวพระเยซู แต่พอความเชื่อของพวกเขาถูกทดสอบ พวกเขาก็ไม่ได้ซื่อสัตย์ภักดีต่อท่านอีกต่อไป
3. พวกอัครสาวกมีปฏิกิริยายังไงกับคำพูดของพระเยซู? และทำไมพวกเขาถึงเป็นแบบนั้น? (ดูภาพด้วย)
3 แต่พวกอัครสาวกมีปฏิกิริยาที่ต่างออกไป ตอนที่พระเยซูถามว่าพวกเขาอยากจะเลิกติดตามท่านด้วยไหม เปโตรตอบว่า “นายครับ พวกเราจะไปหาใครได้อีก? ในเมื่อท่านเองมีคำสอนที่ให้ชีวิตตลอดไป พวกเราเชื่อและรู้แล้วว่าท่านเป็นผู้บริสุทธิ์ของพระเจ้า” (ยน. 6:68, 69) ขอสังเกตว่าเปโตรไม่ได้บอกว่าเขากับพวกอัครสาวกเข้าใจว่าพระเยซูหมายถึงอะไรตอนที่ท่านบอกว่าพวกเขาต้องกินเนื้อและดื่มเลือดของท่าน แต่ไม่ว่าพวกเขาจะเข้าใจยังไงในตอนนั้น พวกเขาก็เลือกที่จะซื่อสัตย์ภักดีต่อพระเยซู ทำไม? ก็เพราะความเชื่อของพวกเขามาจากความจริงเรื่องหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ นั่นก็คือพระเยซูเป็น “พระคริสต์ที่พระเจ้าส่งมา”—ลก. 9:20, 35
แม้สาวกหลายคนทิ้งพระเยซูไป แต่เปโตรกับอัครสาวกคนอื่น ๆ ยังอยู่กับท่าน (ดูข้อ 3)
4. เราอาจเจอการทดสอบอะไรบ้าง?
4 มีหลายสถานการณ์ที่อาจทดสอบความเชื่อของเราว่าเราจะยังคงซื่อสัตย์ต่อพระยะโฮวาต่อไปไหม เช่น เรามีปฏิกิริยายังไงตอนที่องค์การปรับเปลี่ยนความเข้าใจในคัมภีร์ไบเบิลหรือปรับเปลี่ยนวิธีทำงานรับใช้ หรือตอนที่เราไม่เข้าใจว่าทำไมพระยะโฮวาถึงยอมให้เราเจอความยากลำบาก นอกจากนั้น ความเชื่อของเราอาจถูกทดสอบได้ด้วยตอนที่พี่น้องทำให้เราเจ็บใจหรือตอนที่คนที่เรานับถือทำกับเราแบบไม่ยุติธรรม
5. ขอยกตัวอย่างว่าทำไมเราต้องเสริมความเชื่อให้เข้มแข็ง (โคโลสี 1:23)
5 เพื่อที่เราจะซื่อสัตย์ภักดีต่อพระยะโฮวาเมื่อเจอการทดสอบ เราต้องมีความเชื่อที่เข้มแข็ง ขอลองนึกถึงตัวอย่างนี้ ตึกที่อยู่ในพื้นที่ที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อย ๆ จะต้องมีฐานรากที่แข็งแรงเพื่อที่ตึกจะไม่พังลงมา คล้ายกันเพื่อเราจะผ่านการทดสอบต่าง ๆ ที่พูดถึงในข้อที่แล้ว เราก็ต้องมีความเชื่อที่เข้มแข็ง ถ้าเราเสริมความเชื่อของเราให้เข้มแข็งต่อไปเรื่อย ๆ เราจะรับใช้พระยะโฮวาต่อไปได้และซื่อสัตย์ภักดีต่อพระองค์ไม่ว่าจะเจอการทดสอบอะไรก็ตาม—1 คร. 15:58; อ่านโคโลสี 1:23
6. อะไรช่วยให้พวกอัครสาวกยังคงซื่อสัตย์ภักดีต่อพระเยซู?
6 อะไรช่วยให้พวกอัครสาวกยังคงซื่อสัตย์ภักดีต่อพระเยซูแม้คนอื่นจะทิ้งท่านไป? พวกอัครสาวกมั่นใจว่าพระยะโฮวาสมควรได้รับการนมัสการจากพวกเขาเพราะพระองค์เป็นผู้สร้างทุกสิ่ง พวกเขามั่นใจว่าพระเยซูเป็นลูกชายของพระองค์และท่านมี “คำสอนที่ให้ชีวิตตลอดไป” และพวกเขามั่นใจว่าพระยะโฮวาอยู่กับพระเยซูและคอยช่วยเหลือท่านเสมอ ตอนนี้แทนที่เราจะคุยกันเกี่ยวกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจทดสอบความเชื่อของเรา ให้เราสนใจที่ความจริง 3 เรื่องซึ่งจะช่วยให้เรามีความเชื่อที่เข้มแข็งไม่ว่าจะเจอการทดสอบอะไรก็ตาม ความจริงเหล่านี้คือ (1) พระยะโฮวาเป็นผู้สร้างทุกสิ่ง (2) พระยะโฮวาดลใจให้มีการเขียนคัมภีร์ไบเบิล (3) พระยะโฮวาอยู่กับคนของพระองค์ในทุกวันนี้และคอยช่วยเหลือพวกเขาเสมอ ถ้าเรามั่นใจในความจริง 3 เรื่องนี้ เราก็จะยังคงซื่อสัตย์ภักดีต่อพระยะโฮวาแม้จะเจอการทดสอบ
พระยะโฮวาเป็นผู้สร้าง
7. วิวรณ์ 4:11 บอกความจริงอะไรกับเรา? และเรื่องนี้ช่วยเรายังไงตอนที่เจอการทดสอบความเชื่อ?
7 อ่านวิวรณ์ 4:11 ข้อคัมภีร์นี้บอกเราว่าพระยะโฮวาเป็นผู้สร้างทุกสิ่ง แค่ความจริงเรื่องนี้เพียงอย่างเดียวก็เป็นเหตุผลมากพอแล้วที่ทำให้เรานมัสการพระองค์ และยิ่งเราคิดใคร่ครวญเกี่ยวกับพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์ เราก็ยิ่งมั่นใจว่าพระองค์ช่วยเราได้ตอนที่เจอการทดสอบ แต่ซาตานมันใช้คำโกหกหลอกลวงทำให้ผู้คนในโลกนี้ไม่เชื่อว่าพระเจ้ามีอยู่จริง นักวิทยาศาสตร์ก็ถึงกับบอกว่าชีวิตเกิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติ ถ้าเราไม่มั่นใจเต็มร้อยว่าพระยะโฮวาเป็นผู้สร้างและไม่มั่นใจว่าพระองค์รักเรา เราก็อาจเริ่มสงสัยว่าพระองค์มีอยู่จริงไหม และเริ่มสงสัยด้วยว่าพระองค์จะช่วยเราจริง ๆ หรือเปล่าเวลาที่เราเจอการทดสอบความเชื่อ—ฮบ. 11:6
8-9. เราควรทำอะไรถ้าเริ่มสงสัยว่าพระยะโฮวาเป็นผู้สร้างจริงไหม? (ดูภาพด้วย)
8 ถ้าคุณเริ่มสงสัยว่าพระยะโฮวาเป็นผู้สร้างจริงไหม ให้รีบขจัดความสงสัยทันที ลองค้นคว้าสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ขององค์การเพราะในนั้นมีเหตุผลมากมายที่ช่วยให้คุณมั่นใจว่าพระยะโฮวาสร้างทุกสิ่งจริง ๆ คุณสามารถเจอข้อมูลที่ช่วยเสริมความเชื่อให้เข้มแข็งได้จากจุลสารมีใครสร้างสิ่งมีชีวิตไหม? และจุลสารต้นกำเนิดชีวิต—ห้าคำถามที่น่าคิด และคุณอาจดูที่บทความชุด “มีผู้ออกแบบไหม?” ในเว็บไซต์ jw.org พี่น้องหญิงวัยรุ่นคนหนึ่งที่ชื่อเจสสิก้าจากสหรัฐอเมริกาบอกว่า “หลังจากที่ฉันได้อ่านจุลสารต้นกำเนิดชีวิต ฉันมั่นใจในความจริงที่ว่าต้องมีผู้ออกแบบที่ฉลาดมาก ที่จริงฉันรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ยิ่งได้ทบทวนเหตุผลต่าง ๆ ในจุลสารนี้ มันก็ยิ่งทำให้ฉันมั่นใจและไม่สงสัยอีกเลย” นอกจากนั้น หนังสือพระผู้สร้างผู้ใฝ่พระทัยในตัวคุณมีไหม? ก็เป็นประโยชน์ด้วย หลายคนได้รับประโยชน์จากการอ่านหนังสือเล่มนี้ ถ้าคุณเคยอ่านหนังสือและจุลสารเหล่านี้แล้ว คุณอยากอ่านมันอีกรอบดูไหม?
9 ครั้งหน้าที่คุณจะศึกษาส่วนตัว คุณอาจลองค้นคว้าหลักฐานที่พิสูจน์ว่าพระเจ้ามีอยู่จริง สิ่งที่คุณค้นคว้าจะช่วยให้มั่นใจมากขึ้นว่าพระยะโฮวามีอยู่จริงและช่วยให้เข้าใจคุณลักษณะต่าง ๆ ของพระองค์มากขึ้น (รม. 1:20) นอกจากนั้น คุณสามารถใช้สิ่งที่ค้นคว้ามาเพื่อช่วยคนอื่นที่กำลังสงสัยว่าพระยะโฮวามีอยู่จริงไหม เราเห็นเลยว่าพระยะโฮวาให้หลักฐานมากมายที่พิสูจน์ว่าพระองค์เป็นผู้สร้าง
Nebula: IAC/RGO/David Malin Images; fish and car: Mercedes-Benz USA; plane: Kristen Bartlett/University of Florida
ถ้าคุณเคยอ่านจุลสารมีใครสร้างสิ่งมีชีวิตไหม? คุณอยากอ่านมันอีกรอบดูไหม? (ดูข้อ 8)
พระยะโฮวาดลใจให้มีการเขียนคัมภีร์ไบเบิล
10. ทำไมคัมภีร์ไบเบิลถึงสำคัญกับเรามาก? (2 ทิโมธี 3:16, 17)
10 อ่าน 2 ทิโมธี 3:16, 17 คัมภีร์ไบเบิลเป็นหนังสือที่มาจากพระยะโฮวา คัมภีร์ไบเบิลช่วยตอบคำถามสำคัญ ๆ เกี่ยวกับชีวิต และบอกให้เรารู้ว่าความประสงค์ของพระยะโฮวาคืออะไรและพระองค์อยากให้เราทำอะไร เราเชื่อว่าพระยะโฮวาเป็นผู้แต่งคัมภีร์ไบเบิล เลยทำให้หนังสือนี้เป็นหนังสือที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเรา เราอยากทำให้แน่ใจว่าเราเข้าใจคัมภีร์ไบเบิลและพยายามเต็มที่ที่จะเอาคำแนะนำในนั้นไปใช้ในชีวิต
11. อะไรทำให้คุณมั่นใจว่าพระยะโฮวาดลใจให้มีการเขียนคัมภีร์ไบเบิล?
11 ทำไมเราถึงมั่นใจว่าพระยะโฮวาดลใจให้มีการเขียนคัมภีร์ไบเบิล? มีเหตุผลหลายอย่างที่เรามั่นใจได้ คัมภีร์ไบเบิลบันทึกเรื่องประวัติศาสตร์อย่างถูกต้องแม่นยำ (ลก. 3:1, 2) พูดถึงสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติอย่างถูกต้อง (โยบ 26:7) เป็นหนังสือที่มีการแปลและแจกจ่ายมากที่สุดในประวัติศาสตร์แม้ซาตานจะพยายามทำลายคัมภีร์ไบเบิลหลายต่อหลายครั้ง คัมภีร์ไบเบิลถูกเขียนโดยผู้เขียน 40 คนและใช้เวลาเขียนประมาณ 1,600 ปี แต่เนื้อหาในนั้นก็สอดคล้องกันทั้งหมด คัมภีร์ไบเบิลยังมีคำแนะนำที่ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัยและช่วยหลายล้านคนในทุกวันนี้ (สภษ. 13:20; 15:21; มธ. 7:12) คำพยากรณ์มากมายในคัมภีร์ไบเบิลที่เกิดขึ้นจริงมาแล้วพิสูจน์ได้ว่าเราสามารถไว้ใจหนังสือนี้ได้อย่างเต็มที่ (ยชว. 23:14) เหตุผลทั้งหมดนี้ทำให้เรามั่นใจได้ว่าคัมภีร์ไบเบิลได้รับการดลใจจากพระเจ้าจริง ๆ
12. เราควรทำยังไงถ้าเริ่มสงสัยว่าพระยะโฮวาดลใจให้มีการเขียนคัมภีร์ไบเบิลจริงหรือเปล่า?
12 เราควรทำยังไงถ้าเริ่มสงสัยว่าพระยะโฮวาดลใจให้มีการเขียนคัมภีร์ไบเบิลจริงหรือเปล่า? เราต้องอธิษฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้และลงมือทำสอดคล้องกับที่เราอธิษฐาน ให้เรามาดูตัวอย่างของพี่น้องชายวัยรุ่นคนหนึ่งที่ชื่อจอร์แดน เขาโตมาในครอบครัวพยานฯ เขาบอกว่า “ผมไม่อยากจะแค่เชื่อเพราะคนอื่นบอกมา ผมอยากทำให้แน่ใจว่าผมเชื่อแบบนั้นจริง ๆ พูดตามตรงนะครับ ก็ยังมีบางครั้งที่ผมสงสัยอยู่ แต่เมื่อไหร่ที่เป็นแบบนั้นผมจะพยายามค้นคว้าหนังสือต่าง ๆ ขององค์การเพื่อจะได้คำตอบและทำให้ตัวเองหายสงสัย” ถ้าเราพยายามทำให้ตัวเองมั่นใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าพระยะโฮวาดลใจให้มีการเขียนคัมภีร์ไบเบิลจริง ๆ เราก็จะยิ่งมีความเชื่อเข้มแข็ง—1 คร. 3:12, 13
พระยะโฮวาอยู่กับคนของพระองค์ในทุกวันนี้และคอยช่วยเหลือพวกเขาเสมอ
13. เราควรทำอะไรถ้าเราเริ่มสงสัยว่าคนกลุ่มไหนคือคนของพระเจ้าในทุกวันนี้?
13 ถ้าเราเริ่มสงสัยว่าพยานพระยะโฮวาคือคนของพระเจ้าจริงไหม เราต้องรีบทำให้ตัวเองหายสงสัยในเรื่องนี้ โดยถามตัวเองว่า ‘คนกลุ่มไหนที่กำลังพยายามอย่างเต็มที่ที่จะใช้ชีวิตตามมาตรฐานในคัมภีร์ไบเบิล? คนกลุ่มไหนที่เอาคำสอนในคัมภีร์ไบเบิลมาใช้ในทุกแง่มุมของชีวิตจริง ๆ?’ (2 ทธ. 4:3, 4) ‘คนกลุ่มไหนที่กำลังทำตามความต้องการของพระยะโฮวาในทุกวันนี้?’—มธ. 7:20, 21
14. พยานพระยะโฮวากำลังทำให้คำพยากรณ์ที่มัทธิว 24:14 เกิดขึ้นจริงยังไง?
14 ความต้องการของพระยะโฮวาในทุกวันนี้ก็คือ พระองค์อยากให้ทุกคนบนโลกได้ยินข่าวดีเรื่องรัฐบาลของพระเจ้าก่อนที่จุดจบของโลกจะมาถึง เราเลยน่าจะถามตัวเองว่า ‘คนกลุ่มไหนที่กำลังทำงานประกาศข่าวดีในทุกวันนี้?’ (มธ. 24:14) คำตอบก็เห็นได้ชัดเจนอยู่แล้วว่าพระยะโฮวากำลังใช้คนของพระองค์ซึ่งก็คือพยานพระยะโฮวาให้ทำงานนี้ มีแค่พยานพระยะโฮวาเท่านั้นที่ประกาศข่าวดีเรื่องรัฐบาลของพระเจ้าในมากกว่า 240 ดินแดน และเราทำงานนี้มามากกว่า 100 ปีแล้ว เห็นได้ชัดเลยว่างานประกาศและสอนคนให้เป็นสาวกเป็นงานที่สำคัญที่สุดสำหรับพวกเราตลอดมา—มธ. 28:19, 20
15. พยานพระยะโฮวาทำให้ชื่อของพระเจ้าเป็นที่เคารพนับถือในทุกวันนี้ยังไง? (มัทธิว 6:9; อิสยาห์ 43:10)
15 อ่านมัทธิว 6:9 และอิสยาห์ 43:10 เราภูมิใจที่ได้ใช้ชื่อของพระยะโฮวาและถูกเรียกว่าพยานของพระองค์ ผู้คนในทุกวันนี้ไม่สนใจว่าพระเจ้าชื่ออะไร แต่เราใส่ชื่อของพระองค์ไว้ในตำแหน่งเดิมที่เหมาะสมในคัมภีร์ไบเบิล ซึ่งในคัมภีร์ไบเบิลฉบับแปลโลกใหม่ มีชื่อของพระยะโฮวามากกว่า 7,000 ครั้ง
16. ทำไมเราถึงบอกได้ว่าพยานพระยะโฮวากำลังทำตามคำสั่งที่บอกไว้ในยอห์น 13:34, 35? (ดูภาพด้วย)
16 อ่านยอห์น 13:34, 35 การที่พยานพระยะโฮวารักกันและเป็นหนึ่งเดียวกันเป็นเหมือนกับการอัศจรรย์ในสมัยปัจจุบันทั้ง ๆ ที่ผู้คนในโลกมีแต่ความแตกแยกและเกลียดชังกัน แม้ว่าเราจะอยู่กันคนละประเทศและมีภูมิหลังแตกต่างกันแต่เราก็พยายามเต็มที่ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขและรักกัน คุณเคยไปประชุมที่ประชาคมอื่นไหม? ถ้าเคย คุณคงได้เห็นแล้วว่าพยานพระยะโฮวารักกันและเป็นหนึ่งเดียวกันจริง ๆ นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าพระยะโฮวากำลังใช้พยานพระยะโฮวาให้ทำตามความต้องการของพระองค์ในทุกวันนี้ ถ้าเราจำเรื่องนี้ไว้เสมอ เราก็จะยังคงซื่อสัตย์ภักดีต่อพระยะโฮวาแม้จะเจอการทดสอบความเชื่อ
การที่พยานพระยะโฮวารักกันและเป็นหนึ่งเดียวกันเป็นเหมือนกับการอัศจรรย์ในสมัยปัจจุบัน (ดูข้อ 16)a
อย่าทิ้งพระยะโฮวา
17-18. เราอาจเจอปัญหาอะไรบ้าง? แต่เราสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าอะไร?
17 เนื่องจากเราอยู่ในสมัยสุดท้ายซึ่งเป็นช่วงเวลาวิกฤตที่มีแต่ความยุ่งยากลำบาก เราทุกคนจะเจอปัญหาในชีวิตแน่ ๆ (2 ทธ. 3:1, 13) และเราอาจเจอสถานการณ์อื่น ๆ ในชีวิตที่ทำให้รู้สึกกังวลด้วย นอกจากนั้น องค์การของพระยะโฮวาอาจตัดสินใจบางเรื่องที่เราไม่เข้าใจอย่างเต็มที่ หรือพี่น้องอาจเข้าใจเราผิดและทำให้เราเสียใจ และบางครั้งเราอาจรู้สึกว่าทำไมปัญหาไม่หมดไปสักทีหรือไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเกิดเรื่องไม่ดีกับเรา
18 ไม่ว่าสถานการณ์เหล่านี้อาจทำให้เราเครียดหรือกังวลมากขนาดไหน เราก็ยังคงซื่อสัตย์ต่อพระยะโฮวาได้ เพราะอะไร? เพราะเรามั่นใจว่าพระยะโฮวาเป็นผู้สร้าง พระองค์ดลใจให้มีการเขียนคัมภีร์ไบเบิล และพยานพระยะโฮวาเป็นคนของพระองค์ นี่ก็เลยทำให้เราสามารถพูดเหมือนที่เปโตรพูดกับพระเยซู เราสามารถพูดกับพระยะโฮวาได้ว่า “พวกเราจะไปหาใครได้อีก? ในเมื่อ [พระองค์] เองมีคำสอนที่ให้ชีวิตตลอดไป”
เพลง 123 ทำตามระเบียบขององค์การพระเจ้าด้วยความภักดี
a คำอธิบายภาพ พี่น้องหญิงคนหนึ่งกับลูกสาวที่อยู่บนรถเมล์ดีใจที่ได้เห็นพี่น้องกำลังทำงานรับใช้