17-23 สิงหาคม 2026
เพลง 90 ให้กำลังใจกัน
วิธีรักษาความเป็นเพื่อนกับพี่น้องของเรา
“ให้ปลูกฝังความเห็นอกเห็นใจ ความกรุณา ความถ่อมตัว ความอ่อนโยน และความอดทนอดกลั้น”—คส. 3:12
จุดสำคัญ
วิธีรับมือกับข้อท้าทายที่อาจทำให้เรากับเพื่อนขัดแย้งกัน
1. เราจะหาเพื่อนแท้ได้จากที่ไหน?
“ชีวิตในโลกนี้ นั้นบางทีก็ลำบาก อยู่คนเดียวเหงาลำพัง ยะโฮวารู้ว่าเราต้องมี คนที่มาเป็นเพื่อนช่วยเรา” คุณรู้สึกว่าท่อนแรกจากเพลง “เพื่อนแท้” ตรงกับชีวิตของคุณไหม? การมีเพื่อนแท้เป็นพี่น้องร่วมความเชื่อเป็นพรจากพระยะโฮวาจริง ๆ! (สด. 119:63) เราอยู่ในครอบครัวของพี่น้องทั่วโลกที่รักกันมาก
2. เราอยากเป็นเพื่อนแบบไหนกับพี่น้องของเรา?
2 เราต้องการเป็นเพื่อนกับพี่น้องของเราและไม่อยากรู้จักพวกเขาแค่ผิวเผิน เราอยากเป็นเพื่อนที่รักและภักดีต่อกัน เราทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกันที่รักพระยะโฮวากับพระเยซู และความรักแบบนี้แหละที่ทำให้เราเป็นหนึ่งเดียวกัน (ยน. 13:35) ถึงอย่างนั้น การเป็นเพื่อนกับพี่น้องก็ไม่ใช่สิ่งที่ได้มาโดยอัตโนมัติแต่ต้องอาศัยความพยายาม เนื่องจากเราเป็นมนุษย์ไม่สมบูรณ์แบบ บางครั้งเราเลยอาจมีปัญหากับเพื่อนและยากที่จะรักษาความเป็นเพื่อนไว้ได้
3. ทำไมถึงไม่ง่ายที่จะรักษาความเป็นเพื่อน?
3 เป็นเรื่องปกติที่เราจะสนิทกับบางคนมากกว่าคนอื่น เพราะอะไร? เพราะเราชอบอะไรเหมือน ๆ กันหรือมีบุคลิกนิสัยที่เข้ากันได้ดี แต่การรักษาความเป็นเพื่อนกับพี่น้องบางคนก็อาจทำได้ยาก บางครั้งเราอาจมีความคิดเห็นไม่ตรงกันกับพี่น้องบางคนซึ่งทำให้รู้สึกว่ายากที่จะรักเขา หรือบุคลิกนิสัยของเราต่างกับพี่น้องบางคนมากจนเราไม่ค่อยได้ใช้เวลาด้วยกันกับเขา หรือถ้าพี่น้องบางคนเจ็บป่วยทางด้านร่างกายหรือจิตใจ ก็อาจเป็นเรื่องยากที่เราจะสนิทกับเขาเหมือนเดิม ในบทความนี้ให้เรามาดูว่าตัวอย่างของพระเยซูช่วยเรายังไงให้รักษาความเป็นเพื่อนไว้ได้ถึงแม้จะเจอข้อท้าทายต่าง ๆ แต่ก่อนอื่นเราจะมาดูก่อนว่าคุณลักษณะแบบคริสเตียนช่วยเรายังไงให้รักษาความเป็นเพื่อนไว้ได้
คุณลักษณะแบบคริสเตียนช่วยให้เรารักษาความเป็นเพื่อนไว้ได้
4. เราจะสนิทกับเพื่อนมากขึ้นได้ยังไง?
4 เพื่อจะสนิทกับเพื่อนของเรามากขึ้น เราต้องมองที่ข้อดีของพวกเขา การใช้เวลาด้วยกันจะช่วยให้เรามองเห็นข้อดีของเพื่อน อัครสาวกเปาโลอยากอยู่กับพี่น้องของเขามาก เขาเขียนถึงพี่น้องในเมืองเธสะโลนิกาว่า “เราพยายามเป็นพิเศษเพื่อจะไปเจอพวกคุณให้ได้” (1 ธส. 2:17) หลายคนรู้สึกว่าการได้เจอหน้ากันและใช้เวลาด้วยกันจะช่วยให้สนิทกันมากขึ้น มีหลายโอกาสที่จะทำอย่างนั้นได้ เช่น ตอนไปรับใช้ ไปประชุมประชาคม หรือไปประชุมใหญ่ แต่ถ้าเรามีปัญหากับเพื่อน แค่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันก็อาจไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น
5. ถ้าเรามีปัญหากับเพื่อน อะไรจะช่วยให้เรายังคงรักษาความเป็นเพื่อนเอาไว้ได้? ขอยกตัวอย่าง (โคโลสี 3:12)
5 สิ่งที่ช่วยเราได้ก็คือการมีคุณลักษณะแบบคริสเตียน (อ่านโคโลสี 3:12) เมื่อเราปลูกฝังความถ่อมตัว ความอดทนอดกลั้น ความกรุณา และความเห็นอกเห็นใจ มันจะช่วยให้เราเอาชนะข้อท้าทายต่าง ๆ และยังคงรักษาความเป็นเพื่อนไว้ได้ ลองนึกถึงน้ำมันรถ น้ำมันช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างไม่ติดขัด คุณลักษณะแบบคริสเตียนก็ช่วยลดความขัดแย้งระหว่างเพื่อนได้ ตอนนี้ให้เรามาดูข้อท้าทาย 3 อย่างที่อาจส่งผลต่อความเป็นเพื่อนของเรากับพี่น้อง และดูว่าถ้าเราเลียนแบบความถ่อมตัว ความอดทนอดกลั้น ความกรุณา และความเห็นอกเห็นใจของพระเยซู เราจะยังคงเป็นเพื่อนแท้ของคนอื่นได้ยังไง
เมื่อมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน
6. ทำไมการมีความคิดเห็นไม่ตรงกันอาจทำให้ยากที่จะรักษาความเป็นเพื่อนไว้ได้?
6 ทำไมเรื่องนี้ถึงท้าทาย? เมื่อมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน แต่ละคนก็มักจะมองว่าความคิดของตัวเองถูก สมมุติว่ามีพี่น้องชาย 2 คนคิดไม่ตรงกันเรื่องวิธีจัดระเบียบการทำงานรับใช้ในกลุ่มของพวกเขา ต่างคนต่างก็มองว่าวิธีของตัวเองดีที่สุด เป็นไปได้ไหมที่การคิดเห็นไม่ตรงกันอาจทำให้เรื่องบานปลายจนทำให้ผิดใจกันในที่สุด? พี่น้องชายทั้ง 2 คนอาจยึดเอาความคิดของตัวเองเป็น หลักแทนที่จะนึกถึงความเป็นเพื่อน และถ้าพวกเขาไม่ยอมคุยกันดี ๆ เพื่อจะตกลงกัน พวกเขาอาจเริ่มรู้สึกไม่พอใจกัน แล้วพอเวลาผ่านไปพวกเขาก็อาจค่อย ๆ ห่างกันและในที่สุดก็อาจเลิกเป็นเพื่อนกันไปเลย ทั้งหมดนี้เริ่มต้นจากเรื่องเล็ก ๆ เท่านั้น
7. พระเยซูสอนสาวกยังไงว่าพวกเขาต้องถ่อมตัวตอนที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน?
7 เรียนจากความถ่อมตัวของพระเยซู พระเยซูสอนสาวกให้รู้ว่าสิ่งสำคัญที่ช่วยได้เมื่อเกิดความคิดเห็นไม่ตรงกันก็คือความถ่อมตัว สาวกของพระเยซูชอบเถียงกันบ่อย ๆ ว่าใครเป็นใหญ่ที่สุด นี่เป็นเรื่องที่พวกเขาให้ความสนใจมากเกินไป เพื่อที่พระเยซูจะช่วยให้พวกเขาเลิกคิดแบบนั้น ท่านอธิบายว่าพวกเขาต้องมองว่าคนอื่นสำคัญกว่าตัวเอง (มธ. 20:25-28) พระเยซูสอนพวกเขาให้รู้ว่าคนที่ถ่อมตัวควรทำแบบไหน ในคืนที่ท่านจะเสียชีวิต ท่านได้ “ทำเป็นตัวอย่าง” ให้พวกสาวกดูโดยถ่อมตัวล้างเท้าให้พวกเขา ทั้ง ๆ ที่หน้าที่นี้ควรจะเป็นของคนรับใช้ (ยน. 13:3-5, 12-16) สิ่งที่พระเยซูทำแสดงให้พวกเขาเห็นว่าจะรักษาความเป็นเพื่อนไว้ได้ยังไง ถ้าพวกสาวกต่างคนต่างมองว่าคนอื่นสำคัญกว่าตัวเอง พวกเขาก็จะยอมกันเมื่อเกิดความคิดเห็นไม่ตรงกัน แล้วมันจะช่วยให้พวกเขายังคงเป็นเพื่อนสนิทกันเสมอแม้แต่ตอนที่คิดไม่เหมือนกัน
8. ความถ่อมตัวจะช่วยคุณให้รักษาความเป็นเพื่อนไว้ได้ยังไงตอนที่คิดเห็นไม่ตรงกัน? (โคโลสี 3:13) (ดูภาพด้วย)
8 คุณจะรักษาความเป็นเพื่อนไว้ได้ยังไง? ความถ่อมตัวจะช่วยให้คุณมองข้ามความคิดเห็นไม่ตรงกันเล็ก ๆ น้อย ๆ และให้อภัยกันอย่างใจกว้าง (อ่านโคโลสี 3:13) ถ้าคุณถ่อมตัว คุณก็จะอยากรักษาความเป็นเพื่อนไว้แทนที่จะหงุดหงิดหรือโกรธ (สด. 4:4) ถ้าเพื่อนพูดไม่ดีกับคุณหรือคุณเผลอพูดอะไรไม่ดีออกไป ให้จำไว้ว่าเราทุกคนต่างก็เคยพูดอะไรที่ตัวเองเสียใจทีหลัง (ปญจ. 7:21, 22) ให้ถามตัวเองว่า ‘ฉันให้ความสำคัญกับความคิดของตัวเองมากกว่าการรักษาความเป็นเพื่อนไหม?’ สิ่งที่คุณควรทำก็คือยอมทำตามความคิดเห็นของเพื่อน และก้าวข้ามเรื่องนั้นไปโดยไม่เอาแต่คิดถึงเรื่องที่คุณไม่เห็นด้วยหรือยกเรื่องนั้นขึ้นมาพูดทีหลัง
ความถ่อมตัวจะช่วยให้คุณมองข้ามความคิดเห็นไม่ตรงกันเล็ก ๆ น้อย ๆ และให้อภัยกันอย่างใจกว้าง (ดูข้อ 8)a
9. ความถ่อมตัวจะช่วยได้ยังไงตอนที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกันและยังตกลงกันไม่ได้? (สุภาษิต 17:9)
9 นอกจากนั้น ความถ่อมตัวช่วยได้ด้วยตอนที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกันและยังตกลงกันไม่ได้ อย่าพยายามเถียงเพื่อจะพิสูจน์ว่าความคิดเห็นของคุณถูก (อ่านสุภาษิต 17:9; 1 คร. 6:7) ให้คุณตั้งเป้าหมายที่จะรักษาความเป็นเพื่อนไว้ พี่น้องหลายคนรู้สึกว่าการพูดคุยกันเพื่อเคลียร์ปัญหาก็ช่วยได้มาก (สด. 34:14) คุณอาจบอกกับเพื่อนว่า ‘เราเป็นเพื่อนกันมานานแล้วนะ มาคุยกันหน่อยดีไหม?’ ให้คุณพร้อมจะยอมรับว่าคุณเองก็มีส่วนผิดและทำให้เพื่อนเสียใจ ให้ขอโทษเพื่อนและถ้าเพื่อนขอโทษคุณด้วย ก็ให้ยอมรับด้วยความเต็มใจ (ลก. 17:3, 4) จำไว้ว่าเป้าหมายของคุณคือไม่ใช่หาว่าใครถูกใครผิด แต่เพื่อจะก้าวข้ามเรื่องนั้นไปและกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม—สภษ. 18:24
เมื่อบุคลิกนิสัยต่างกัน
10. อะไรอาจทำให้ยากที่จะรักษาความเป็นเพื่อนไว้ได้?
10 ทำไมเรื่องนี้ถึงท้าทาย? เราอาจรู้สึกยากที่จะรักษาความเป็นเพื่อนกับคนที่มีบุคลิกนิสัยต่างจากเรา พี่น้องบางคนอาจมีนิสัยที่เรารู้สึกไม่ชอบ บางคนอาจมีนิสัยแปลก ๆ ที่ทำให้เข้ากับคนอื่นได้ยากเพราะเคยถูกทำไม่ดีมาในอดีต หรือเพราะโตมาในวัฒนธรรมที่ผู้คนต้องเก็บความรู้สึก หรือไม่ก็โตมาในวัฒนธรรมที่ผู้คนชอบแสดงออก หรือเราอาจแค่นิสัยต่างกัน เช่น เราชอบอยู่กับคนเยอะ ๆ ส่วนเพื่อนชอบอยู่เงียบ ๆ คนเดียว
11. พระเยซูยังคงรักษาความเป็นเพื่อนกับคนที่มีบุคลิกนิสัยต่างจากท่านได้ยังไง?
11 เรียนจากความอดทนอดกลั้นของพระเยซู พระเยซูรักษาความเป็นเพื่อนกับคนที่มีบุคลิกนิสัยต่างจากท่าน เช่น ยากอบกับยอห์นขอตำแหน่งที่มีหน้ามีตาในรัฐบาลของพระเจ้าเพราะพวกเขาทะเยอทะยาน (มก. 10:35-37) ในทางตรงกันข้าม พระเยซูถ่อมตัว ท่านทิ้งตำแหน่งที่สูงส่งและสิทธิพิเศษในสวรรค์เพื่อลงมาบนโลก (ฟป. 2:5-8) ลองคิดดูสิ พระเยซูมีนิสัยไม่เหมือนกับพวกเขาเลย แต่ท่านก็ยังอดทนอดกลั้นกับยากอบและยอห์น รวมทั้งคนอื่น ๆ ด้วย
12. อะไรช่วยให้พระเยซูอดทนกับเพื่อนของท่าน?
12 พระเยซูคาดหมายจากเพื่อนของท่านตามความเป็นจริง ท่านรู้ว่าที่ยากอบกับยอห์นขอแบบนั้นก็เป็นเพราะพวกสาวกส่วนใหญ่มีน้ำใจชอบแข่งขันกัน (มก. 9:34) พระเยซูโตมาในวัฒนธรรมเดียวกันกับพวกเขา ซึ่งพวกหัวหน้าศาสนาทำให้ผู้คนคิดว่าตำแหน่งและการมีหน้ามีตาเป็นเรื่องสำคัญมาก ท่านเลยเข้าใจความคิดของพวกสาวกและอดทนกับพวกเขา ท่านให้เวลาพวกเขาขจัดความหยิ่งและความทะเยอทะยานที่ฝังรากลึกในตัวพวกเขามานานหลายปี—มก. 10:42-45
13. ความอดทนจะช่วยให้เรารักษาความเป็นเพื่อนไว้ได้ยังไง? (เอเฟซัส 4:2)
13 คุณจะรักษาความเป็นเพื่อนไว้ได้ยังไง? ถ้าเพื่อนมีนิสัยบางอย่างที่คุณไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ก็ขอให้อดทน (สภษ. 14:29) เราแต่ละคนมีบุคลิกนิสัยต่างกัน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมันไม่ใช่ข้อเสีย แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนของเรา เราเลยรู้สึกขอบคุณเวลาที่พี่น้องอดทนกับเรา (อ่านเอเฟซัส 4:2) เราต้องมองตามความเป็นจริงและปล่อยให้คนอื่นเป็นตัวของตัวเอง เช่น ให้เรานึกถึงพี่น้องที่เงียบและขี้อาย เขาต้องใช้ความพยายามมากขนาดไหนที่จะเข้าสังคมและพูดคุยกับคนอื่น ในทางกลับกัน เราก็อาจต้องอดทนกับพี่น้องที่ชอบพูดชอบคุยและชอบเข้าสังคมด้วย ถึงเราจะไม่สามารถเป็นเพื่อนสนิทได้กับทุกคน แต่ก็ขอให้จำไว้ว่าแม้เราแต่ละคนมีบุคลิกนิสัยแตกต่างกันแต่ก็เป็นเพื่อนกันได้
14. ความอดทนจะช่วยให้เราสนใจที่อะไร?
14 ความอดทนจะช่วยให้เราสนใจที่ข้อดีของเพื่อน ถ้าเราทำแบบนี้ เราก็จะไม่มองว่าบุคลิกนิสัยที่แตกต่างจะทำให้เราเป็นเพื่อนกับคนอื่นไม่ได้ เช่น ถึงยากอบกับยอห์นสนใจมากเกินไปที่ตำแหน่ง แต่นี่ก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขาเชื่อว่ารัฐบาลของพระเจ้าเป็นเรื่องจริง พระเยซูสังเกตเห็นจุดนี้และเห็นค่าที่พวกเขามีความเชื่อ เราก็เหมือนกัน ถ้าเรามองที่ข้อดีของเพื่อน เราก็กำลังเลียนแบบพระเยซูและเลียนแบบพระยะโฮวาพ่อของท่าน
15. เราสามารถขอความช่วยเหลือจากใครเพื่อจะรักษาความเป็นเพื่อนกับคนที่มีบุคลิกนิสัยต่างจากเรา?
15 สิ่งสำคัญที่สุดก็คือเราสามารถอธิษฐานขอพระยะโฮวาให้ช่วยเรารักษาความเป็นเพื่อนกับคนที่มีบุคลิกนิสัยต่างจากเราได้ ลองคิดล่วงหน้าว่ามีสถานการณ์ไหนบ้างที่อาจทำให้เราทนไม่ไหวและให้อธิษฐานเพื่อจะใจเย็นได้ต่อ ๆ ไป ขอจำไว้ว่าพระยะโฮวาเป็นผู้สร้างเราและพระองค์เข้าใจดีว่าเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้น ตอนที่คุณอธิษฐาน ขอให้มั่นใจว่าพระยะโฮวารู้ว่าคุณจำเป็นต้องมีอะไรเพื่อจะอดทนต่อไปได้ แต่ถ้าคุณรู้สึกว่าจะทนไม่ไหวแล้ว ให้อธิษฐานขอพลังบริสุทธิ์จากพระยะโฮวาเพื่อช่วยให้คุณควบคุมตัวเองได้—ลก. 11:13; กท. 5:22, 23
เมื่อเพื่อนเจ็บป่วย
16. เราอาจเจอข้อท้าทายอะไรบ้างตอนที่เพื่อนของเราเจ็บป่วย?
16 ทำไมเรื่องนี้ถึงท้าทาย? ตอนที่เพื่อนของเราเจ็บป่วยหรือมีปัญหาด้านจิตใจ พวกเขาอาจทำอะไรบางอย่างที่เรารับมือได้ยาก เช่น อยู่ดี ๆ เขาก็เลิกคุยกับเราไปเลย มีอารมณ์อ่อนไหว หรือทำอะไรที่เราคาดไม่ถึง พวกเขาอาจทำหรือพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้เราเสียใจ (โยบ 6:2, 3) เนื่องจากเราอาจไม่รู้ว่าเพื่อนของเรากำลังเจอกับปัญหาอะไรบ้าง บางครั้งเราก็เลยคาดหวังกับพวกเขามากเกินไป
17. คุณได้เรียนอะไรจากตอนที่พระเยซูรักษาบาร์ทิเมอัส?
17 เรียนจากความกรุณาและความเห็นอกเห็นใจของพระเยซู พระเยซูกรุณาและเห็นอกเห็นใจคนที่กำลังเจอความทุกข์ แม้แต่กับคนที่ท่านไม่เคยเจอมาก่อนด้วยซ้ำ เช่น ขอให้นึกถึงตอนที่ท่านรักษาผู้ชายตาบอดที่ชื่อบาร์ทิเมอัส ตอนที่เขาได้ยินว่าพระเยซูกำลังจะผ่านมา เขาตะโกนเสียงดังเพื่อให้พระเยซูสนใจเขา หลายคนบอกให้บาร์ทิเมอัสเงียบ แต่เขาต้องการให้พระเยซูรักษาเขามาก ก็เลยยิ่งตะโกนเสียงดังขึ้นไปอีก อาจมีบางคนไหมที่ไม่ชอบที่บาร์ทิเมอัสทำแบบนี้? ก็เป็นไปได้ แต่พระเยซู “เกิดความสงสาร” บาร์ทิเมอัส ซึ่งหมายถึงว่าท่านรู้สึกเห็นใจเขามาก ๆ (มธ. 20:34; มก. 10:46-52) ท่านพูดกับบาร์ทิเมอัสอย่างกรุณาและชมเชยที่เขามีความเชื่อ แล้วท่านก็รักษาเขาให้กลับมามองเห็นได้อย่างอัศจรรย์
18. คุณจะช่วยเพื่อนที่กำลังเจอความทุกข์ได้ยังไง? (1 เธสะโลนิกา 5:14)
18 คุณจะรักษาความเป็นเพื่อนไว้ได้ยังไง? ให้เป็นคนกรุณาและเห็นอกเห็นใจ คุณลักษณะดี ๆ เหล่านี้จะช่วยให้คุณ “พูดปลอบใจ” เพื่อนที่กำลังเจ็บป่วยหรือมีปัญหาด้านจิตใจได้ (อ่าน 1 เธสะโลนิกา 5:14) ขอให้จำไว้ว่าเพื่อนแท้พร้อมจะช่วยเหลือกันเสมอโดยเฉพาะใน “เวลาลำบาก” (สภษ. 17:17) เพื่อนแบบนี้ไม่ได้แค่เห็นใจคนที่กำลังเจอความทุกข์ แต่จะพยายามทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อช่วยให้เพื่อนสบายใจ พูดให้กำลังใจ และลงมือช่วยเหลือจริง ๆ
19. เราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อแสดงความกรุณาและความเห็นอกเห็นใจ? (ดูภาพด้วย)
19 เราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อแสดงความกรุณาและความเห็นอกเห็นใจ? แม้คุณไม่สามารถรักษาอาการป่วยของเพื่อนได้ แต่คุณพยายามเต็มที่ได้เพื่อจะเข้าใจว่าเขากำลังเจอกับอะไร (มธ. 7:12; 1 ปต. 3:8) ให้ฟังเขาเล่าว่าตอนนี้เขากำลังรับมือกับอะไร และถ้าเห็นว่าเหมาะก็ให้พูดให้กำลังใจเขา (สภษ. 12:25) อย่าคิดไปเองว่าคุณเข้าใจสถานการณ์ของเขาดี (สภษ. 18:13) ให้อดทนกับเขาและคาดหมายเขาตามความเป็นจริง—อฟ. 4:32
เพื่อนแท้จะให้กำลังใจกันโดยแสดงความเห็นอกเห็นใจและความกรุณา (ดูข้อ 19)
20. คุณอยากเป็นเพื่อนแบบไหน?
20 เราทุกคนเห็นค่าที่มีเพื่อนในองค์การของพระยะโฮวา แต่เราก็ต้องจำไว้ด้วยว่าเราทุกคนเป็นมนุษย์ไม่สมบูรณ์แบบ และเราหลายคนก็เคยเจอเรื่องแย่ ๆ มาในอดีต นี่เลยทำให้เราอาจจะพูดหรือทำอะไรบางอย่างที่เรามานั่งเสียใจทีหลัง ดังนั้น เรารู้สึกขอบคุณมากเวลาที่เพื่อนแสดงความถ่อม ความอดทนอดกลั้น ความกรุณา และความเห็นอกเห็นใจกับเรา และขอให้เราพยายามเต็มที่ที่จะเป็นเพื่อนแบบนั้นด้วย
เพลง 124 ภักดีเสมอไม่เปลี่ยนแปลง
a คำอธิบายภาพ พี่น้องชายสูงอายุกับพี่น้องชายที่อายุน้อยกว่าคิดไม่ตรงกันเรื่องวิธีจัดระเบียบการทำงานรับใช้ในกลุ่มของพวกเขา แต่ตอนหลังพวกเขารับใช้ด้วยกันอย่างมีความสุข