13-19 กรกฎาคม 2026
เพลง 127 ฉันควรเป็นคนแบบไหน?
ใช้หลักการในคัมภีร์ไบเบิลเพื่อฝึกความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของคุณ
“แต่ละคนจะต้องแบกความรับผิดชอบของตัวเอง”—กท. 6:5
จุดสำคัญ
เพื่อช่วยให้เห็นว่าหลักการในคัมภีร์ไบเบิลช่วยฝึกความรู้สึกผิดชอบชั่วดีได้ และความรู้สึกผิดชอบชั่วดีจะช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างฉลาด
1-2. (ก) อาดัมกับเอวาได้รับของขวัญอะไร? (ข) พวกเขาควรทำอะไรเพื่อแสดงว่าเห็นค่าของขวัญนี้?
สัตว์ถูกสร้างให้ทำตามสัญชาตญาณ ส่วนเครื่องจักรต่าง ๆ ก็ถูกออกแบบให้ทำตามโปรแกรมที่มันถูกตั้งมา แต่มนุษย์ไม่เป็นแบบนั้น เราถูกสร้างมาให้มีของขวัญที่พิเศษและเราเห็นค่าของขวัญนี้มาก ของขวัญนี้คืออิสระในการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตได้เอง คัมภีร์ไบเบิลบอกว่าพระเจ้าสร้างอาดัมมนุษย์คนแรกตามแบบพระองค์และให้มีลักษณะเหมือนพระองค์ด้วย (ปฐก. 1:26, 27) และพระองค์ก็ให้อาดัมกับเอวามีอิสระในการตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง
2 พระยะโฮวาไม่ได้ให้กฎมากมายกับอาดัมและเอวา พระองค์แค่บอกง่าย ๆ ว่าให้ดูแลโลก ให้เกิดลูกหลานมากมายและเพิ่มจำนวนให้เต็มโลก รวมทั้งให้เคารพสิทธิ์ของพระองค์ในการตั้งกฎให้พวกเขา ซึ่งกฎเหล่านั้นก็สมเหตุสมผลและทำตามได้ไม่ยาก (ปฐก. 1:28; 2:16, 17) อาดัมกับเอวาควรทำอะไรเพื่อแสดงว่าเห็นค่าที่พระยะโฮวาให้พวกเขามีอิสระในการตัดสินใจ? ถ้าพวกเขาเห็นค่าทุกสิ่งที่พระองค์ให้ พวกเขาก็ควรเชื่อฟังกฎง่าย ๆ ของพระองค์ซึ่งแสดงว่าพวกเขารักและอยากทำให้พระองค์ดีใจ—สภษ. 23:15
3. อาดัมกับเอวาใช้อิสระในการตัดสินใจยังไง?
3 คัมภีร์ไบเบิลบอกให้เรารู้ว่าอาดัมกับเอวาใช้อิสระในการตัดสินใจแบบไม่ฉลาด พวกเขาเลือกไม่เชื่อฟังพระยะโฮวา ที่พวกเขาเลือกแบบนี้ไม่ใช่เพราะรักพระยะโฮวาและรู้สึกขอบคุณสิ่งที่พระองค์ให้ แต่เพราะพวกเขาเห็นแก่ตัว (ปฐก. 3:1-7) ผลที่เกิดจากการตัดสินใจของพวกเขาทำให้พวกเราในทุกวันนี้ต้องเดือดร้อนไปด้วย—รม. 5:12
4. (ก) ตามที่บอกไว้ในกาลาเทีย 6:5 เราทุกคนต้องทำอะไร? (ข) ของขวัญอีกอย่างที่เราจะคุยกันในบทความนี้คืออะไร?
4 ชีวิตเราในทุกวันนี้ยากมาก แต่ละวันเรามีเรื่องที่ต้องตัดสินใจหลายเรื่อง (อ่านกาลาเทีย 6:5) บางเรื่องก็ตัดสินใจได้ง่าย บางเรื่องก็ยาก แล้วเราจะตัดสินใจในแบบที่ทำให้พระยะโฮวาพอใจได้ยังไง? โดยยอมรับก่อนว่าเราต้องการความช่วยเหลือจากพระองค์ (สภษ. 16:3; ยรม. 10:23) แม้แต่พระเยซูที่เป็นมนุษย์สมบูรณ์แบบก็รู้ว่าต้องให้พระยะโฮวาช่วย (ฮบ. 5:7) เราที่เป็นมนุษย์ไม่สมบูรณ์แบบก็ยิ่งต้องการความช่วยเหลือจากพระยะโฮวามากกว่าที่พระเยซูต้องการอีก นอกจากเราจะมีอิสระในการตัดสินใจได้ด้วยตัวเองแล้ว พระยะโฮวายังให้ของขวัญเราอีกอย่างหนึ่งด้วย นั่นก็คือความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ตอนนี้ให้เรามาคุยกันว่าความรู้สึกผิดชอบชั่วดีจะช่วยให้เราตัดสินใจได้อย่างฉลาดได้ยังไง?
ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีคืออะไร?
5. (ก) ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีคืออะไร? (ข) ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีช่วยเรายังไง? (โรม 2:14, 15)
5 ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีคือความรู้สึกในตัวมนุษย์ที่บอกว่าอะไรถูกอะไรผิด แม้แต่คนที่ไม่รู้จักกฎหมายของพระเจ้าก็มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี (2 คร. 4:2) ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเป็นเหมือนผู้พิพากษาในตัวเราที่ตัดสินว่าสิ่งที่เราคิดหรือทำมันถูกหรือผิด นี่เลยทำให้บางครั้งเราตำหนิตัวเองหรือไม่ก็รู้สึกสบายใจ (อ่านโรม 2:14, 15) ความรู้สึกผิดชอบชั่วดียังเตือนเราไม่ให้ทำสิ่งที่รู้อยู่แล้วว่าผิด (1 ซม. 26:8-11) และยังกระตุ้นเราให้ทำสิ่งที่รู้ว่าถูก การมีอิสระในการตัดสินใจแค่อย่างเดียวไม่ได้รับรองว่าเราจะตัดสินใจในแบบที่ทำให้พระยะโฮวาพอใจได้ทุกครั้ง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีจะช่วยให้เราแยกออกว่าการตัดสินใจที่เรากำลังจะทำนั้นดีหรือไม่ดี
6. อะไรทำให้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเราไม่ได้ทำงานได้ดีเสมอ?
6 แต่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเราก็ไม่ได้ทำงานได้ดีเสมอ เราเป็นมนุษย์ไม่สมบูรณ์แบบ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเราก็ไม่สมบูรณ์แบบเหมือนกัน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเราอาจไม่ได้ทำงานได้ดีเสมอเพราะวิธีที่เราถูกเลี้ยงดูมา วัฒนธรรม และความบาปในตัวเรา คัมภีร์ไบเบิลบอกว่าความรู้สึกผิดชอบชั่วดีอาจจะถูก “ฝึกมาไม่ดีพอ” “ผิดเพี้ยน” หรือ “ด้านชาเหมือนผิวหนังที่ถูกเหล็กร้อนนาบจนตายด้าน” (1 คร. 8:12; ทต. 1:15; 1 ทธ. 4:2; ฮบ. 10:22) เมื่อเป็นแบบนั้น ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็จะทำให้เราตัดสินใจแบบไม่ฉลาดเหมือนกับตราชั่งที่ไม่ตรงและต้องตั้งค่าใหม่ ดังนั้น เราต้องพยายามทำให้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเราทำงานได้ดีอยู่เสมอ (1 ปต. 3:16) แล้วเราจะทำอย่างนั้นได้ยังไง?
เราจะฝึกความรู้สึกผิดชอบชั่วดีได้ยังไง?
7-8. (ก) อะไรจะช่วยให้เราฝึกความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเราได้? (ข) หลักการในคัมภีร์ไบเบิลช่วยนำทางเรายังไง? ขอยกตัวอย่าง (ดูภาพด้วย)
7 เราจะฝึกความรู้สึกผิดชอบชั่วดีได้ยังไง? เราต้องอ่านคัมภีร์ไบเบิลเป็นประจำและเรียนรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิดในสายตาของพระยะโฮวา การเรียนรู้เกี่ยวกับกฎหมายของพระองค์จะช่วยให้เราเข้าใจความคิดของพระองค์ แต่เหมือนกับที่เราได้คุยกันในบทความที่แล้ว กฎอาจใช้ได้แค่บางสถานการณ์เท่านั้น นั่นเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องมองหาหลักการในคัมภีร์ไบเบิล เพราะหลักการใช้ได้กว้างกว่าและช่วยให้เราเข้าใจความคิดและความรู้สึกของพระยะโฮวา—อสย. 55:9
8 ชีวิตเราเป็นเหมือนการเดินทางผ่านที่กันดาร ลองนึกภาพที่กันดารที่ไม่มีถนนหรือป้ายบอกทางเลย วิธีที่จะรู้ว่าควรไปทิศทางไหนก็คือสังเกตดูจากดวงอาทิตย์หรือดวงดาว แต่ถ้าเรามีแผนที่ของที่กันดารนั้นซึ่งระบุตำแหน่งจุดสำคัญต่าง ๆ ในที่กันดาร มันก็คงจะช่วยเราได้มากจริง ๆ เพราะมันจะทำให้รู้ว่าเราเดินไปถูกทางแล้วไหมหรือกำลังหลงไปจากทางที่ควรไป คล้ายกันจุดหมายปลายทางในชีวิตของเราก็คือการทำให้พระยะโฮวาพอใจ และคัมภีร์ไบเบิลก็เป็นเหมือนกับแผนที่ที่ช่วยบอกให้เราไปถึงจุดหมายปลายทางนั้นได้ เราอาจเปรียบหลักการของคัมภีร์ไบเบิลเป็นเหมือนกับจุดสำคัญต่าง ๆ บนแผนที่ ถ้าเราเดินทางโดยอาศัยหลักการในคัมภีร์ไบเบิล มันจะทำให้เราไปถึงจุดหมายปลายทางที่ต้องการได้แน่นอน
หลักการในคัมภีร์ไบเบิลเป็นเหมือนกับจุดสำคัญต่าง ๆ บนแผนที่ ซึ่งช่วยให้เราไปถึงจุดหมายปลายทางที่ต้องการได้ (ดูข้อ 8)
9. อย่างที่บอกไว้ในโรม 9:1 มีอะไรอีกที่ช่วยฝึกความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเรา?
9 เพื่อที่เราจะฝึกความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเราให้ทำงานได้อย่างถูกต้อง เราจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากพลังบริสุทธิ์ของพระยะโฮวา (อ่านโรม 9:1) พลังบริสุทธิ์จะช่วยให้เราเข้าใจความคิดของพระยะโฮวา และช่วยให้เรามีทั้งความต้องการและกำลังเพื่อจะทำสิ่งที่พระองค์พอใจ (ฟป. 2:13) แต่เราจะได้รับความช่วยเหลือจากพลังบริสุทธิ์ของพระยะโฮวาได้ยังไง?
10. เราจะได้รับความช่วยเหลือจากพลังบริสุทธิ์ได้ยังไง? (ลูกา 11:10, 13)
10 อธิษฐานขอพลังบริสุทธิ์ (อ่านลูกา 11:10, 13) เรามั่นใจว่าพระยะโฮวาอยากให้พลังบริสุทธิ์กับเราอย่างไม่อั้น (ยน. 3:34) พระองค์เต็มใจให้พลังนี้กับคนที่ทำตามการชี้นำของพลังบริสุทธิ์ (สภษ. 1:23; ยก. 1:5) แต่มีอะไรอีกที่จะช่วยฝึกความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเรา?
11. (ก) อะไรควรเป็นเป้าหมายสำคัญในชีวิตของเรา? (ข) ทำไมต้องทำให้แน่ใจว่าเราได้ฝึกความรู้สึกผิดชอบชั่วดีให้ทำงานอย่างถูกต้อง?
11 พยายามทำให้พระยะโฮวาพอใจเสมอ (สภษ. 8:34, 35) นี่ควรเป็นเป้าหมายสำคัญในชีวิตของเรา การคิดถึงเป้าหมายนี้เสมอไม่ว่าจะเจออะไรก็ตามจะช่วยฝึกความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเราได้ เราจะมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ทำงานได้ดีถ้าเราคิดเหมือนพระยะโฮวาและสนใจความรู้สึกของพระองค์ ยิ่งเราเห็นว่าชีวิตในสมัยสุดท้ายยุ่งยากขนาดไหน เราก็ยิ่งเห็นความสำคัญของการฝึกความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเรา เรามักเจอสถานการณ์ที่ไม่ได้บอกอย่างเจาะจงในคัมภีร์ไบเบิลว่าต้องตัดสินใจยังไง เช่น เรื่องความบันเทิง งานอาชีพ การเรียน หรือแม้แต่ความสัมพันธ์กับคนอื่น แล้วเราจะมั่นใจได้ยังไงว่าพระยะโฮวาพอใจการตัดสินใจของเราในเรื่องเหล่านี้?—2 คร. 1:12
12. อะไรจะช่วยให้รู้ว่าความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกำลังช่วยเราตัดสินใจอย่างถูกต้องหรือเปล่า? (เอเฟซัส 5:10)
12 คิดใคร่ครวญเรื่องที่คุณอ่านในคัมภีร์ไบเบิล (สด. 49:3) ตอนที่อ่านคัมภีร์ไบเบิล ให้มองหาหลักการที่จะช่วยให้คุณเข้าใจความคิดของพระยะโฮวา (อ่านเอเฟซัส 5:10) ตอนที่เราเจอปัญหายาก ๆ ในชีวิต ให้พยายามมองหาหลักการในคัมภีร์ไบเบิล เพราะหลักการจะช่วยให้รู้ว่าความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกำลังช่วยเราตัดสินใจอย่างถูกต้องหรือเปล่า (สภษ. 2:4-9, 11-13) หลักการในคัมภีร์ไบเบิลจะช่วยฝึกหรือช่วยปรับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเราเพื่อทำให้แน่ใจว่าเรากำลังทำสิ่งที่พระยะโฮวาพอใจจริง ๆ—ฮบ. 5:14
13. เราไม่ควรทำอะไร? ขอยกตัวอย่าง
13 อย่าตัดสินใจก่อนแล้วค่อยค้นหาหลักการในคัมภีร์ไบเบิลมาสนับสนุน เราไม่อยากเลียนแบบชาวอิสราเอลที่เหลืออยู่ในแผ่นดินยูดาห์หลังจากกรุงเยรูซาเล็มถูกทำลายในปี 607 ก่อน ค.ศ. พวกเขามาบอกเยเรมีย์ว่า “ขอพระยะโฮวาพระเจ้าของคุณบอกพวกเราว่าควรทำอย่างไรต่อไป” (ยรม. 42:3-6) ที่จริง ชาวอิสราเอลเหล่านี้ได้ตัดสินใจไปก่อนแล้วว่าจะทำยังไง แล้วพอพระยะโฮวาแนะนำ พวกเขาก็ไม่ชอบและยังคงตั้งใจทำตามที่ตัวเองตัดสินใจไว้แล้ว นี่เลยทำให้พวกเขาเจอหายนะ (ยรม. 42:19-22; 43:1, 2, 4) ดังนั้น ก่อนที่เราจะตัดสินใจ เราต้องค้นหาหลักการในคัมภีร์ไบเบิลก่อนเพื่อจะช่วยให้รู้ว่าพระยะโฮวาคิดยังไงในเรื่องนั้น และเมื่อเรารู้แล้วก็ให้ลงมือทำตาม
14. ทำไมเราต้องเอาหลักการในคัมภีร์ไบเบิลไปใช้ตอนที่ตัดสินใจ?
14 ตัดสินใจโดยอาศัยหลักการในคัมภีร์ไบเบิล (มธ. 7:24-29; ยก. 1:23-25) เมื่อเราตัดสินใจโดยอาศัยหลักการในคัมภีร์ไบเบิล เราก็กำลังทำตามการชี้นำของพลังบริสุทธิ์ ซึ่งถ้าเราทำอย่างนั้นพระยะโฮวาก็จะให้พลังของพระองค์กับเราต่อ ๆ ไป (กจ. 5:32) แต่ถ้าเราไม่สนใจการชี้นำของพลังนี้ เราก็อาจทำให้พลังบริสุทธิ์ “เสียใจ” หรือถึงกับต่อต้านพลังของพระยะโฮวาด้วย (อฟ. 4:30; อสย. 63:10; กจ. 7:51) พระยะโฮวาอาจถึงกับไม่ให้พลังบริสุทธิ์กับเราอีก (สด. 51:11; 1 ธส. 5:19) ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น ชีวิตเราต้องแย่มากแน่ ๆ เพราะเราจำเป็นต้องได้รับกำลังที่มาจากพลังบริสุทธิ์—อฟ. 3:16
เราจะหาหลักการที่ใช้ได้จริงได้ยังไง?
15-16. (ก) เราจะหาหลักการที่ใช้ได้จริงได้ยังไง? (ข) มีหลักการอะไรบ้างที่จะช่วยนักศึกษาให้เลิกบุหรี่ได้?
15 ใช้เครื่องมือค้นคว้าขององค์การให้เป็นประโยชน์ เพื่อจะใช้หลักการได้ เราต้องหาหลักการจากข้อคัมภีร์ให้ได้ก่อน ตัวอย่างเช่น ถ้านักศึกษาไม่ยอมเลิกบุหรี่โดยอ้างว่า ‘คัมภีร์ไบเบิลไม่เห็นพูดถึงการสูบบุหรี่เลย แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่ามันผิด?’ ถ้าเจอแบบนี้คุณจะช่วยเขาให้หาหลักการซึ่งจะช่วยให้รู้ว่าการสูบบุหรี่มันผิดได้ยังไง? อย่างหนึ่งที่ช่วยได้คือคู่มือค้นคว้าสำหรับพยานพระยะโฮวา คุณอาจให้นักศึกษาดูหัวข้อ “บุหรี่” ในหัวข้อนั้นเขาจะเห็นบทความที่ชื่อว่า “พระเจ้าคิดอย่างไรกับการสูบบุหรี่?” (ดูหอสังเกตการณ์ 1 มิถุนายน 2014) ตอนที่นักศึกษาอ่านบทความนี้ เขาจะเจอข้อคัมภีร์และหลักการอะไรบ้าง?
16 ให้เรามาดูหลักการ 5 อย่างที่อยู่ในบทความนั้น (1) เราต้องไม่เป็นทาสอะไรก็ตามที่ทำให้เราตาย (รม. 6:16) (2) เราต้องไม่ทำสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (2 คร. 7:1) (3) พระยะโฮวาอยากให้เรารับใช้พระองค์สุดชีวิต (มธ. 22:37) (4) เราต้องไม่ทำให้คนอื่นได้รับอันตราย (มธ. 22:39; 1 คร. 10:24) (5) พระยะโฮวาจะให้กำลังกับเราเพื่อทำสิ่งที่ถูกต้อง (ฟป. 4:13) ดังนั้น แม้คัมภีร์ไบเบิลไม่ได้พูดถึงการสูบบุหรี่โดยตรง แต่หลักการในนั้นก็ช่วยให้นักศึกษาของคุณรู้ว่าพระยะโฮวาคิดยังไงในเรื่องนี้
17. พี่น้องที่กำลังเตรียมจัดงานแต่งงานจะหาหลักการที่ช่วยพวกเขาได้ยังไง?
17 แล้วสำหรับพี่น้องที่กำลังเตรียมจัดงานแต่งงานล่ะ พวกเขาจะหาหลักการที่ช่วยให้ตัดสินใจอย่างฉลาดได้ยังไง? คู่มือค้นคว้าสำหรับพยานพระยะโฮวา ก็ช่วยได้ด้วย ในหัวข้อ “การแต่งงานและการจัดงาน” มีหลายบทความที่พูดถึงหลักการในคัมภีร์ไบเบิล ให้เรามาดูหลักการ 6 อย่างด้วยกัน (1) ทุกอย่างในงานแต่งงานควรทำให้พระยะโฮวาได้รับเกียรติ (1 คร. 10:31, 32) (2) ชุดแต่งงานควรสุภาพเรียบร้อย ไม่แต่งตัวแบบสุดโต่ง (1 ทธ. 2:9; 1 ปต. 3:3, 4) (3) เราไม่ควรทำอะไรแบบโอ้อวดซึ่งเป็นการเลียนแบบคนในโลกของซาตาน (ยน. 17:14; ยก. 1:27; 1 ยน. 2:15, 16) (4) งานแต่งงานควรมีระเบียบ (1 คร. 14:40) (5) ไม่ควรจัดงานเลี้ยงในแบบที่เฮฮาจนสุดเหวี่ยงและดื่มเหล้ามากเกินไป (กท. 5:21) (6) ควรให้มีผู้ดูแลงานเลี้ยง—ยน. 2:8, 9
18-19. (ก) มีเครื่องมืออะไรอีกที่ช่วยเราได้? (ข) เครื่องมือนี้มีหลักการอะไรบ้างที่ช่วยให้คุณตัดสินใจว่าจะฉลองหรือไม่ฉลองเทศกาลไหนบ้าง? (ดูกรอบ “คุณมองออกไหมว่าหลักการคืออะไร?”)
18 เครื่องมืออีกอย่างหนึ่งที่หลายคนเห็นว่ามีประโยชน์ก็คือข้อคัมภีร์สำหรับการใช้ชีวิตแบบคริสเตียน หนังสือเล่มนี้มีหัวเรื่องหลายอย่างและมีข้อคัมภีร์หลายข้อ พอคุณเลือกหัวเรื่องได้แล้ว คุณก็จะเห็นหลายคำถามรวมทั้งข้อคัมภีร์ที่ช่วยให้คุณเห็นหลักการจากคัมภีร์ไบเบิล ตัวอย่างเช่น คนที่เป็นคริสเตียนอาจสงสัยว่าเขาสามารถเข้าร่วมการฉลองเทศกาลบางอย่างได้หรือเปล่า ถ้าเขาเข้าไปดูหัวเรื่อง “เทศกาลและการฉลองต่าง ๆ” เขาก็จะเห็นหัวเรื่องย่อย “เทศกาลและการฉลองที่คริสเตียนไม่เข้าร่วม”
19 ให้เรามาดูเนื้อหาที่อยู่ใต้คำถามว่า “ทำไมถึงผิดที่จะเข้าร่วมเทศกาลและการฉลองที่เกี่ยวข้องกับศาสนาเท็จ? (1 คร. 10:21; 2 คร. 6:14-18; อฟ. 5:10, 11)” ในนั้นจะมีตัวอย่างของเทศกาลที่คริสเตียนไม่ควรเข้าร่วม นอกจากนั้น ให้เรามาดูอีกหัวเรื่องย่อยหนึ่งคือ “การฉลองที่เกี่ยวกับการรักชาติ” ในนั้นจะมีข้อคัมภีร์หลายข้อที่คริสเตียนสามารถใช้เพื่อตัดสินใจได้ว่าจะฉลองวันที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของชาติไหม? ควรฉลองการระลึกถึงสงครามหรือยกย่องทหารไหม? ควรฉลองวันที่จัดขึ้นเพื่อยกย่องมนุษย์ไหม? เรารู้สึกขอบคุณองค์การของพระยะโฮวามากจริง ๆ ที่ให้มีเครื่องมือที่ช่วยให้เราฝึกความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเราได้
ทำให้แน่ใจว่าความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของคุณได้รับการฝึกอย่างดี
20. เราจะรู้ได้ยังไงว่าความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเราได้รับการฝึกอย่างดี?
20 เรารู้สึกขอบคุณมากที่พระยะโฮวาให้เรามีอิสระในการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง แต่เราก็รู้ด้วยว่าเราต้องฝึกความรู้สึกผิดชอบชั่วดีอย่างดีเพื่อจะตัดสินใจในแบบที่ทำให้พระองค์พอใจ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ได้รับการฝึกอย่างดีจะช่วยให้เราตัดสินใจในแบบที่ให้เกียรติพระยะโฮวาและสอดคล้องกับความต้องการของพระองค์ เพื่อจะทำแบบนี้ได้เราต้องขอความช่วยเหลือจากพลังบริสุทธิ์ของพระยะโฮวา และเราต้องขอพลังบริสุทธิ์จากพระองค์ต่อไปเรื่อย ๆ และทำตามที่พลังบริสุทธิ์ชี้นำด้วย นอกจากนั้น หลักการในคัมภีร์ไบเบิลยังช่วยฝึกความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเราได้ด้วย ขอให้เราใช้ของขวัญเหล่านี้อย่างดี แล้วเราจะเห็นว่าคัมภีร์ไบเบิลสามารถช่วยเราได้จริง ๆ—2 ทธ. 3:16, 17; ฮบ. 4:12
เพลง 135 พระยะโฮวาพูดอย่างอบอุ่นว่า “ลูกของเรา ขอให้ฉลาดขึ้น”