ความสุขมีแก่ผู้ที่ถ่อมใจ
“พระเจ้าทรงต่อต้านผู้ที่หยิ่งยโส แต่พระองค์ทรงประทานพระกรุณาคุณอันไม่พึงได้รับแก่ผู้ที่ถ่อมใจ.”—1 เปโตร 5:5, ล.ม.
1, 2. จากคำเทศน์บนภูเขา พระเยซูได้เชื่อมโยงการมีความสุขเข้ากับการมีใจถ่อมอย่างไร?
การมีความสุขกับการถ่อมใจเกี่ยวเนื่องกันไหม? ในคำเทศน์ซึ่งขึ้นชื่อที่สุด บุรุษผู้ใหญ่ยิ่งเท่าที่โลกเคยเห็น คือพระเยซูคริสต์ ได้พรรณนาความสุขหรือความปีติยินดีเก้าประการ. (มัดธาย 5:1-12) พระเยซูทรงชี้ให้เห็นไหมว่าการเป็นคนมีความสุขเกี่ยวเนื่องกับการถ่อมใจ? ใช่แล้ว พระองค์ตรัสอย่างนั้น เพราะการถ่อมใจเกี่ยวข้องกับความสุขหลายประการที่พระองค์ได้ระบุไว้. เช่น คนเราต้องถ่อมใจเพื่อว่าเขาจะสำนึกถึงความจำเป็นฝ่ายวิญญาณ. คนถ่อมใจเท่านั้นที่หิวและกระหายความชอบธรรม. และคนหยิ่งย่อมไม่เป็นคนอ่อนโยน ไม่มีเมตตาจิตและไม่เป็นคนสร้างสันติ.
2 ผู้ที่ถ่อมใจมีความสุขเพราะเป็นสิ่งถูกต้องและสุจริตที่จะถ่อมใจ. นอกจากนั้น ผู้ที่ถ่อมใจมีความสุขเพราะที่จะถ่อมใจนับว่าสุขุม ความถ่อมทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดีกับพระยะโฮวาและกับเพื่อนคริสเตียน. ยิ่งกว่านั้น คนถ่อมใจมีความสุขเพราะเป็นการแสดงออกซึ่งความรักในส่วนของเขาที่เขาถ่อมใจ.
3. ทำไมความซื่อสัตย์เรียกร้องเอาความถ่อมใจจากเรา?
3 เหตุใดความซื่อสัตย์เรียกร้องความถ่อมใจจากเรา? ประการหนึ่ง เพราะเหตุว่าพวกเราทุกคนต่างก็สืบทอดความไม่สมบูรณ์และผิดพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า. อัครสาวกเปาโลกล่าวถึงตัวเองว่า “ด้วยว่าในตัวข้าพเจ้า คือในเนื้อหนังของข้าพเจ้า ไม่มีความดีประการใดเลย เพราะว่าเจตนาดีของข้าพเจ้าก็มีอยู่ แต่ซึ่งจะกระทำการดีนั้นข้าพเจ้าหาได้กระทำไม่.” (โรม 7:18) ใช่แล้ว พวกเราทุกคนได้ทำบาปและขาดไปจากสง่าราศีของพระเจ้า. (โรม 3:23, ล.ม.) ความซื่อสัตย์จะยับยั้งเราไม่ให้ทะนงตน. ที่จะยอมรับผิดจำต้องมีความถ่อมใจ และความซื่อสัตย์จะช่วยเราให้ยอมรับผิดเมื่อเราพลาดพลั้ง. เนื่องจากเรามักจะทำไม่ได้อย่างที่ตั้งใจ เราจึงมีเหตุผลหนักแน่นที่จะเป็นคนถ่อมใจ.
4. เหตุผลอะไรอันเหลือที่จะขัดขืนได้มีให้ไว้ใน 1 โกรินโธ 4:7 เพื่อเราจะเป็นคนถ่อมใจ?
4 อัครสาวกเปาโลให้เหตุผลอีกข้อหนึ่งที่ว่าความสัตย์ซื่อน่าจะทำให้เราเป็นคนถ่อมใจ. ท่านพูดดังนี้: “ผู้ใดเล่ากระทำให้ท่านวิเศษผิดกันกับคนอื่น? มีอะไรบ้างที่ท่านมิได้รับเล่า? ถ้าท่านได้รับแล้ว, เหตุไฉนท่านจึงอวดเหมือนมิได้รับเลย?” (1 โกรินโธ 4:7) ไม่ต้องสงสัยในเรื่องนี้ การยกย่องตัวเอง อวดทะนงเนื่องด้วยเรามีทรัพย์สินเงินทอง, มีความสามารถ, หรือประสบความสำเร็จ คงจะไม่ใช่ความซื่อสัตย์. ความซื่อสัตย์จะส่งเสริมเราให้มีสติรู้สึกผิดชอบที่ดีจำเพาะพระเจ้า เพื่อเราจะ “ประพฤติตัวซื่อสัตย์ในทุกสิ่ง.”—เฮ็บราย 13:18, ล.ม.
5. เมื่อเราทำผิดพลาด ความซื่อสัตย์จะช่วยเราเช่นกันโดยวิธีใด?
5 ความซื่อสัตย์ช่วยเราเป็นคนถ่อมใจเมื่อเราทำผิด. ความซื่อสัตย์จะทำให้เราพร้อมจะรับความผิด แทนที่จะพยายามหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองหรือโยนความผิดไปให้คนอื่น. ดังนั้น ขณะที่อาดามได้กล่าวโทษฮาวา ดาวิดไม่ได้โทษบัธเซบะ โดยการพูดว่า ‘หล่อนไม่น่าจะอาบน้ำในที่ ๆ เราเห็นหล่อน. ตัวเราจึงเลี่ยงการล่อใจไม่พ้น.’ (เยเนซิศ 3:12; 2 ซามูเอล 11:2-4) จริง ๆ แล้ว อาจพูดได้ว่าการเป็นคนซื่อสัตย์ช่วยให้เราถ่อมใจ อีกด้านหนึ่ง การถ่อมใจช่วยให้เราเป็นคนซื่อสัตย์.
ความเชื่อในพระยะโฮวาช่วยเราเป็นคนถ่อมใจ
6, 7. ความเชื่อในพระเจ้าช่วยเราเป็นคนถ่อมใจอย่างไร?
6 อนึ่ง ความเชื่อในพระยะโฮวาจะช่วยเราเป็นคนถ่อมใจ. การหยั่งรู้ความใหญ่ยิ่งของพระผู้สร้าง ผู้ทรงเป็นองค์บรมมหิศรแห่งเอกภพ จะป้องกันมิให้เราถือตัวเองสำคัญจนเกินไป. ผู้พยากรณ์ยะซายาเตือนสติพวกเราในเรื่องนี้ไว้อย่างเหมาะสมเพียงไร! เราอ่านที่ยะซายา 40:15, 22 ดังนี้: “ดูเถอะ! ประเทศทั้งปวงก็เปรียบเหมือนน้ำหยดเดียวจากถัง และนับเท่ากับละอองที่ติดอยู่กับตราชู . . . . มีองค์ที่ประทับเบื้องสูงบนขอบจักรวาลแห่งพิภพ จนมองลงมาเห็นชาวโลกเท่าตัวตั๊กแตน.”
7 นอกจากนั้น ความเชื่อในพระยะโฮวาจะช่วยเราเมื่อเรารู้สึกว่าไม่ได้รับความยุติธรรม. แทนที่จะหงุดหงิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น เราจะสงบใจคอยพระยะโฮวาด้วยใจถ่อม อย่างที่ผู้ประพันธ์เพลงสรรเสริญตักเตือนพวกเราไว้ที่บทเพลงสรรเสริญ 37:1-3, 8, 9. อัครสาวกเปาโลก็ชี้จุดเดียวกันดังนี้: “พี่น้องที่รัก อย่าทำการแก้แค้นเสียเอง แต่จงละความโกรธไว้; เพราะมีคำเขียนไว้ว่า ‘พระยะโฮวาตรัสว่าการแก้แค้นเป็นของเรา เราจะตอบแทน.’”—โรม 12:19, ล.ม.
ความถ่อมใจ—แนวทางที่สุขุม
8. ทำไมความถ่อมใจจึงทำให้มีความสัมพันธ์อันดีกับพระยะโฮวา?
8 มีเหตุผลหลายประการที่ว่าความถ่อมใจเป็นแนวทางที่สุขุม. ประการหนึ่งซึ่งได้กล่าวมาแล้วคือทำให้เกิดสัมพันธภาพอันดีกับพระผู้สร้างตัวเรา. พระวจนะของพระเจ้าระบุไว้ชัดเจนที่สุภาษิต 16:5 ดังนี้: “ทุกคนที่มีใจหยิ่งจองหองเป็นที่สะอิดสะเอียนแด่พระยะโฮวา.” นอกจากนั้น เราอ่านที่สุภาษิต 16:18 ว่า “ความเย่อหยิ่งนำไปถึงความพินาศ และจิตใจที่จองหองนำไปถึงการล้มลง.” ไม่ช้าก็เร็วคนหยิ่งจองหองจะประสบความทุกข์. มันคงต้องเป็นเช่นนั้นแน่ ๆ เนื่องจากเราอ่านที่ 1 เปโตร 5:5 (ล.ม.) ดังนี้: “ท่านทุกคนจงคาดเอวตนเองไว้ด้วยจิตใจอ่อนน้อมต่อกันและกัน เพราะพระเจ้าทรงต่อต้านผู้ที่หยิ่งยโส แต่พระองค์ทรงประทานพระกรุณาอันไม่พึงได้รับแก่ผู้ที่ถ่อมใจ.” คุณจะพบจุดเดียวกันนี้ในอุทาหรณ์ที่พระเยซูกล่าวถึงพวกฟาริซายและคนเก็บภาษีซึ่งต่างคนก็อธิษฐาน. ปรากฏว่า คนเก็บภาษีเป็นคนชอบธรรมมากกว่าคนฟาริซาย.—ลูกา 18:9-14.
9. ในคราวที่ยากลำบาก ความถ่อมใจจะช่วยในทางใด?
9 ความถ่อมใจเป็นแนวทางที่สุขุมเพราะว่าเมื่อเราถ่อมใจเราย่อมปฏิบัติตามคำแนะนำที่ยาโกโบ 4:7, (ล.ม.) ได้ง่ายกว่าที่ว่า “เพราะเหตุนี้ จงยอมตัวอยู่ใต้อำนาจพระเจ้า.” ถ้าเราถ่อมใจ เราจะไม่ขัดขืนดื้อดึงเมื่อพระยะโฮวาปล่อยเราประสบความทุกข์ยาก. ความถ่อมใจทำให้เราสามารถพอใจกับสภาพที่เป็นอยู่และอดทน. คนหยิ่งไม่รู้จักพอ เขาต้องการมากขึ้นอยู่ร่ำไป และดึงดันฝืนสภาพที่ลำบาก. ในทางกลับกัน คนที่ถ่อมใจอดทนความยากลำบากและการทดลองต่าง ๆ อย่างที่โยบได้อดทน. โยบสูญเสียทรัพย์สมบัติทั้งสิ้นของท่าน และถูกรุมด้วยโรคร้ายที่เจ็บปวด ครั้นแล้วภรรยาถึงกับแนะให้ท่านกระทำอย่างคนยโส โดยกล่าวว่า “จงแช่งพระเจ้าและตายเสียเถอะ.” ท่านตอบอย่างไร? บันทึกในคัมภีร์ไบเบิลบอกอย่างนี้: “แต่ท่านตอบนางว่า ‘เธอพูดอย่างหญิงโฉดจะพึงพูด เราจะรับสิ่งดีจากพระหัตถ์ของพระเจ้า และจะไม่รับของไม่ดีบ้างหรือ?’” ในเหตุการณ์นี้ทั้งสิ้นโยบมิได้กระทำผิดด้วยริมฝีปากของตน. (โยบ 2:9, 10, ฉบับแปลใหม่) เนื่องจากโยบเป็นคนถ่อมใจ ท่านไม่ดื้อดึง แต่ด้วยความสุขุม ไม่ว่าอะไรก็ตามที่พระยะโฮวาอนุญาตให้เกิดขึ้น ท่านยอมรับทั้งนั้น. และในที่สุดก็ได้รับผลตอบแทนอย่างล้นเหลือ.—โยบ 42:10-16; ยาโกโบ 5:11.
ความถ่อมใจสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้อื่น
10. ความถ่อมใจปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างตัวเรากับเพื่อนคริสเตียนให้ดีขึ้นโดยวิธีใด?
10 ความถ่อมใจเป็นวิถีแห่งปัญญาเพราะช่วยให้มีความสัมพันธ์อันดีระหว่างเรากับเพื่อนคริสเตียน. อัครสาวกเปาโลแนะนำเราอย่างดีว่า “ไม่ทำประการใดในทางทุ่มเถียงกันหรืออวดดีไปเปล่า ๆ, แต่ให้ทุกคนมีใจถ่อมลงถือว่าคนอื่นดีกว่าตัว อย่าให้ต่างคนต่างคิดแต่การงานของตนฝ่ายเดียว, แต่ให้คิดถึงการงานของคนอื่นด้วย.” (ฟิลิปปอย 2:3, 4) ความถ่อมใจจะป้องกันเราไว้อย่างสุขุมให้อยู่ห่างการชิงดีชิงเด่นกับคนอื่น หรือพยายามทำตนให้เด่นกว่าคนอื่น. ทัศนะดังกล่าวก่อปัญหาแก่ตัวเราและแก่เพื่อนคริสเตียนของเราด้วย.
11. ทำไมความถ่อมใจจะช่วยเราหลีกเลี่ยงการทำผิดพลาดได้?
11 ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ความถ่อมใจจะช่วยเราละเว้นการทำผิดพลาด. เป็นเช่นนั้นอย่างไร? เพราะความถ่อมใจจะป้องกันเรามิให้มั่นใจตนเองมากไป. เราจะหยั่งรู้ค่าคำแนะนำของเปาโลที่ 1 โกรินโธ 10:12 ที่ว่า “คนที่คิดว่าตัวมั่นคงดีอยู่แล้วจงระวังให้ดี, กลัวว่าจะหลงผิดไป.” คนถือดีเป็นคนมั่นใจตัวเองเกินไป ดังนั้น เขามักจะผิดพลาดเนื่องจากแรงชักจูงภายนอกหรือไม่ก็จุดอ่อนของตัวเอง.
12. ความถ่อมใจจะกระตุ้นเราให้รับมือกับพันธะหน้าที่อะไรตามหลักคัมภีร์ไบเบิล?
12 ความถ่อมใจจะเกื้อหนุนเราให้กระทำตามข้อเรียกร้องเกี่ยวกับการอยู่ใต้อำนาจ. เรารับคำแนะนำจากเอเฟโซ 5:21, (ล.ม.) ดังนี้: “จงยอมอยู่ใต้อำนาจของกันและกันด้วยเกรงกลัวพระคริสต์.” จริง ๆ แล้ว พวกเราทุกคนต้องอยู่ใต้อำนาจไม่ใช่หรือ? บุตรจำต้องอยู่ใต้อำนาจบิดามารดา ภรรยาอยู่ใต้อำนาจของสามี และสามีก็อยู่ใต้อำนาจของพระคริสต์. (1 โกรินโธ 11:3; เอเฟโซ 5:22; 6:1) ครั้นแล้ว ในประชาคมคริสเตียนทุกประชาคม ทุกคนรวมทั้งผู้รับใช้ที่รับการแต่งตั้งจึงต้องอยู่ใต้อำนาจผู้ปกครอง. และเป็นความจริงด้วยมิใช่หรือที่ผู้ปกครองก็อยู่ใต้อำนาจของทาสสัตย์ซื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งของผู้ดูแลเดินทางในฐานะตัวแทน. กระนั้น ผู้ดูแลเดินทางก็ยังต้องอยู่ใต้อำนาจผู้ดูแลภาค และผู้ดูแลภาคอยู่ภายใต้คณะกรรมการสาขาในประเทศที่เขาปฏิบัติหน้าที่รับใช้. และสมาชิกกรรมการสาขาล่ะ? พวกเขาต้องอยู่ “ใต้อำนาจของกันและกัน” และใต้อำนาจของคณะกรรมการปกครองด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นตัวแทนของ “ทาสสัตย์ซื่อและสุขุม” ซึ่งต้องให้การต่อพระเยซู มหากษัตริย์ผู้ทรงราชย์. (มัดธาย 24:45-47) เช่นเดียวกับสมาชิกของคณะผู้ปกครองใด ๆ ก็ตาม สมาชิกคณะกรรมการปกครองจำต้องเคารพแง่คิดของผู้อื่น. ตัวอย่างเช่น คนหนึ่งอาจคิดว่าตนมีข้อคิดที่ดีเป็นพิเศษ. แต่นอกเสียจากว่าสมาชิกคนอื่น ๆ จำนวนมากพอเห็นด้วยกับการเสนอแนะของเขา ไม่เช่นนั้นแล้วเขาต้องปล่อยให้เรื่องนั้นผ่านไป. จริงทีเดียว พวกเราทุกคนต้องเป็นคนถ่อมใจเพราะทุกคนต่างก็อยู่ใต้อำนาจ.
13, 14. (ก) ความถ่อมใจจะช่วยเราในสถานการณ์แบบไหนโดยเฉพาะ? (ข) เปโตรได้วางแบบอย่างอะไรไว้เกี่ยวด้วยการยอมรับคำแนะนำ?
13 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความถ่อมใจปรากฏเป็นแนวทางที่สุขุมก็เพราะทำให้ง่ายขึ้นที่เราจะยอมรับคำแนะนำและการตีสอน. พวกเราแต่ละคนจำต้องได้รับการตีสอนเป็นครั้งคราว และเราควรเชื่อฟังคำแนะนำที่กล่าวในสุภาษิต 19:20 ว่า “จงฟังคำตักเตือนและรับคำสั่งสอนไว้, เพื่อจะได้มีสติปัญญาในภายหน้า.” ตามที่กล่าวมาแล้วว่า คนที่ถ่อมใจจะไม่รู้สึกเจ็บใจหรือเป็นทุกข์เมื่อรับการว่ากล่าวตักเตือน. นอกจากนั้น ที่เฮ็บราย 12:4-11 อัครสาวกเปาโลแนะนำพวกเราเกี่ยวกับความสุขุมที่จะยอมรับการตีสอนด้วยใจถ่อม. โดยวิธีนี้เท่านั้น ที่เราคาดหมายได้ว่าแนวทางของเราในอนาคตจะได้รับการชี้นำอย่างสุขุม แล้วได้ชีวิตนิรันดร์เป็นรางวัล. ผลที่ออกมาภายหลังช่างน่าชื่นใจเสียนี่กระไร!
14 เกี่ยวกับเรื่องนี้ เราอาจดูตัวอย่างของอัครสาวกเปโตร. ท่านได้รับคำว่ากล่าวจากอัครสาวกเปาโลอย่างรุนแรง ตามที่เราได้เรียนจากพระธรรมฆะลาเตีย 2:14 ที่ว่า “เมื่อข้าพเจ้าได้เห็นว่าเขาไม่ได้ประพฤติตรงตามความจริงของกิตติคุณนั้น, ข้าพเจ้าจึงว่าแก่เกฟาต่อหน้าคนทั้งปวงว่า: ‘ถ้าท่านที่เป็นชาติยูดายอยู่แล้วประพฤติตามชนต่างชาติ, และมิใช่ตามอย่างพวกยูดาย, เหตุไฉนท่านจึงขืนใจชนต่างชาติให้ประพฤติตามอย่างพวกยูดายเล่า?’” อัครสาวกเปโตรรู้สึกขุ่นเคืองไหม? หากท่านจะขุ่นเคืองก็คงไม่นานเท่าไร เห็นได้จากคำพูดที่ท่านกล่าวพาดพิงในเวลาต่อมาว่า “เปาโลน้องที่รักของเรา” ที่พระธรรม 2 เปโตร 3:15, 16.
15. อะไรคือความสัมพันธ์ระหว่างการที่เราเป็นคนถ่อมใจกับการเป็นคนมีความสุข?
15 อนึ่ง มีเรื่องความสันโดษความพอใจด้วย. เราไม่อาจมีความสุขได้ เว้นแต่ว่าเราพอใจกับสิ่งที่เรามีอยู่ พอใจกับสิทธิพิเศษและพระพรต่าง ๆ ที่เราได้รับ. คริสเตียนที่ถ่อมใจยึดทัศนะที่ว่า “ถ้าพระเจ้าโปรดอนุญาต ฉันถึงจะทนได้” ซึ่งก็เป็นทำนองเดียวกันที่อัครสาวกเปาโลพูด ดังเราอ่านที่ 1 โกรินโธ 10:13, (ล.ม.) ว่า “ไม่มีการล่อใจใด ๆ มาถึงท่านทั้งหลาย เว้นไว้แต่การล่อใจซึ่งมนุษย์เคยประสบมา. แต่พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ และพระองค์จะไม่ทรงให้ท่านถูกล่อใจเกินที่ท่านจะทนได้ และเมื่อทรงยอมให้ท่านถูกล่อใจนั้น พระองค์จะจัดทางออกด้วย เพื่อว่าท่านจะสามารถทนได้.” ดังนั้น เราเห็นอีกครั้งหนึ่งว่าความถ่อมใจเป็นแนวทางที่สุขุม เพราะทำให้เรามีความสุข ไม่ว่าเราจะยากดีมีจนอย่างไร.
ความรักจะส่งเสริมเราเป็นคนถ่อมใจ
16, 17. (ก) ตัวอย่างอะไรในคัมภีร์ไบเบิลที่เน้นคุณสมบัติที่สำคัญยิ่งซึ่งช่วยเราเป็นคนถ่อมใจ? (ข) นอกจากนั้น ตัวอย่างนอกคัมภีร์ไบเบิลอะไรซึ่งช่วยให้เข้าใจจุดนี้?
16 ยิ่งกว่าสิ่งใด ๆ ความรักที่ไม่เห็นแก่ตัว อะกาเป จะส่งเสริมเราเป็นคนถ่อมใจ. เพราะเหตุใดพระเยซูจึงสามารถทนความทุกข์ทรมานบนหลักทรมานด้วยความถ่อมพระทัยได้ถึงเพียงนั้น ดังคำพรรณนาของเปาโลถึงคริสเตียนที่ฟิลิปปอย? (ฟิลิปปอย 2:5-8) เหตุใดพระองค์ไม่เคยถือตนเท่าเทียมกับพระเจ้า? เพราะตามที่พระองค์เองได้ตรัสดังนี้: “เรารักพระบิดา.” (โยฮัน 14:31) นี้แหละคือเหตุผลที่พระองค์ไม่ละเลยการให้เกียรติยศและสง่าราศีแด่พระยะโฮวา พระบิดาของพระองค์ผู้สถิตในสวรรค์. ฉะนั้น ณ โอกาสหนึ่งพระองค์ตรัสย้ำว่ามีแต่พระบิดาผู้สถิตในสวรรค์เท่านั้นเป็นองค์ประเสริฐ.—ลูกา 18:18, 19.
17 ตัวอย่างประกอบเรื่องนี้ได้แก่เหตุการณ์ในชีวิตจอห์น กรีนลีฟ วิตเตีย กวีชาวอเมริกันสมัยแรก. ชายคนนี้ตอนหนุ่ม ๆ มีคู่รักคนหนึ่ง และคราวหนึ่งมีการแข่งขันสะกดคำ หญิงคู่รักของเขาสะกดถูก แต่เขาสะกดผิด. เธอเสียใจมาก. เพราะเหตุใด? กวีผู้นี้จำได้ว่าเธอพูดอย่างนี้: “ฉันเสียใจที่สะกดคำนั้น. ฉันไม่อยากเก่งกว่าคุณ . . . เพราะคุณก็รู้ว่า ฉันรักคุณ.” ใช่แล้ว ถ้าเรารักใคร เราก็อยากให้คนนั้นอยู่สูงกว่าเรา ไม่อยากให้ต่ำกว่า เพราะความรักคือถ่อมตัว.
18. ความถ่อมใจจะช่วยเราให้เชื่อฟังคำแนะนำตามหลักคัมภีร์ไบเบิลข้อใด?
18 เรื่องนี้เป็นบทเรียนสำหรับคริสเตียนทุกคน โดยเฉพาะสำหรับพี่น้องชาย. เมื่อมาถึงสิทธิพิเศษเกี่ยวด้วยงานรับใช้ เราจะชื่นชมไหมที่พี่น้องของเราคนนั้นได้สิทธิพิเศษแทนที่จะเป็นตัวเรา หรือว่าเราจะมีความรู้สึกที่แฝงด้วยความอิจฉาริษยา? หากเรารักพี่น้องของเราอย่างแท้จริง เราจะชื่นชมเมื่อเขาได้รับหน้าที่มอบหมาย หรือการยอมรับหรือสิทธิพิเศษเกี่ยวกับงานรับใช้. ใช่แล้ว ความถ่อมใจจะทำให้ง่ายต่อการเชื่อฟังคำแนะนำที่ว่า “ในการให้เกียรติแก่กันและกันนั้น จงนำหน้า.” (โรม 12:10, ล.ม.) ฉบับแปลอีกฉบับหนึ่งอ่านว่า “จงให้เกียรติซึ่งกันและกันมากกว่าตัวเอง.” (นิวอินเตอร์แนชันแนลเวอร์ชัน) เรารับคำแนะนำอีกว่า “จงปรนนิบัติซึ่งกันและกันโดยความรักเถิด.” (ฆะลาเตีย 5:13) สรุปแล้ว ถ้าเรามีความรัก เราจะยินดีรับใช้พี่น้องของเรา ทนทำงานหนักเพื่อเห็นแก่เขา ถือเอาผลประโยชน์และสวัสดิภาพของพี่น้องมาก่อนตัวเอง ซึ่งเรียกร้องความถ่อมใจ. นอกจากนั้น ความถ่อมจะป้องกันไม่ให้เราเป็นคนอวดอ้างคุยโต ด้วยเหตุนี้ จึงไม่กระตุ้นคนอื่นให้มีน้ำใจอิจฉาริษยา. อัครสาวกเปาโลเขียนไว้ว่า ความรัก “ไม่อวดตัว, ไม่พองตัว.” เพราะเหตุใด? เพราะเจตนาที่อยู่เบื้องหลังการอวดตัวพองตัวคือการเห็นแก่ตัว อวดดีว่าตัวเป็นใหญ่ ส่วนความรักนั้นเป็นแก่นของความไม่เห็นแก่ตัว.—1 โกรินโธ 13:4, ล.ม.
19. ตัวอย่างอะไรในคัมภีร์ไบเบิลแสดงให้เห็นว่า ความถ่อมใจเกี่ยวพันแน่นแฟ้นกับความรัก ขณะที่การถือดีเกี่ยวพันกับการเห็นแก่ตัว?
19 ความสัมพันธ์ระหว่างดาวิดกับกษัตริย์ซาอูลและโยนาธานราชโอรสเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นว่าด้วยความรักเกี่ยวพันกันแน่นแฟ้นเพียงไรกับความถ่อมใจ และความถือดีก็มักจะเกี่ยวพันสักเพียงไรกับความเห็นแก่ตัว. เนื่องจากดาวิดทำสงครามและได้ชัยชนะ บรรดาผู้หญิงยิศราเอลพากันขับร้องรับกันว่า “ซาอูลได้ฆ่าคนนับตั้งพัน แต่ส่วนดาวิดฆ่าคนนับตั้งหมื่น.” (1 ซามูเอล 18:7) เนื่องจากไม่มีความถ่อมใจ แต่รุ่มร้อนด้วยความถือดี นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซาอูลจึงเพาะความเกลียดชังอย่างรุนแรงต่อดาวิด. น้ำใจแบบนี้ช่างต่างไปจากน้ำใจของโยนาธานราชโอรสสักเพียงไร! เราอ่านว่าโยนาธานรักดาวิดเสมอชีวิตตนเอง. (1 ซามูเอล 18:1) ดังนั้น โยนาธานตอบรับอย่างไรเมื่อการณ์ปรากฏว่าพระยะโฮวาทรงอวยพรดาวิด และดาวิดต่างหาก ไม่ใช่โยนาธานที่จะขึ้นครองเป็นกษัตริย์ของยิศราเอลต่อจากซาอูล? โยนาธานรู้สึกอิจฉาริษยาไหม? เปล่าเลย! เนื่องจากความรักใหญ่ยิ่งที่มีต่อดาวิด โยนาธานสามารถกล่าวดังที่เราอ่านได้ที่ 1 ซามูเอล 23:17 ว่า “อย่าตกใจกลัวเลย ด้วยซาอูลพระราชบิดาจะหาท่านไม่พบ, แต่ท่านคงจะได้เป็นกษัตริย์ครอบครองชาวยิศราเอล และเราจะเป็นมหาอุปราช, เรื่องนี้ซาอูลพระราชบิดาทราบอยู่แล้ว.” ความรักอันใหญ่ยิ่งของโยนาธานต่อดาวิดเป็นเหตุให้ท่านถ่อมใจยอมรับสิ่งซึ่งท่านเห็นว่าเป็นไปตามพระทัยประสงค์ของพระเจ้าว่าใครจะได้สืบตำแหน่งเป็นกษัตริย์ของชาติยิศราเอลต่อจากราชบิดาของท่าน.
20. พระเยซูทรงแสดงให้เห็นอย่างไรถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างความรักกับความถ่อมใจ?
20 สิ่งที่เน้นให้เห็นความเกี่ยวพันระหว่างความรักกับความถ่อมใจนั้นคือเหตุการณ์ในคืนสุดท้ายที่พระเยซูคริสต์ทรงอยู่กับอัครสาวกของพระองค์ก่อนการสิ้นพระชนม์. เราอ่านที่โยฮัน 13:1 ว่าพระเยซู “ทรงรักพวกศิษย์ของพระองค์ซึ่งอยู่ในโลกนี้แล้ว, พระองค์ยังทรงรักเขาจนถึงที่สุด.” หลังจากนั้น เราอ่านว่า พระเยซูทรงล้างเท้าให้อัครสาวกของพระองค์ คือปฏิบัติเยี่ยงคนใช้ที่ต่ำต้อย. นับว่าเป็นบทเรียนเรื่องความถ่อมใจที่มีพลังเพียงไร!—โยฮัน 13:1-11.
21. สรุปแล้ว ทำไมเราควรเป็นคนถ่อมใจ?
21 แท้จริง มีเหตุผลหลายประการทีเดียวที่จะถ่อมใจ. เป็นสิ่งถูกต้อง, เป็นการซื่อสัตย์ที่จะถ่อมใจ. เป็นแนวทางที่แสดงถึงความเชื่อ. ความถ่อมใจสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้ายะโฮวาและกับเพื่อนร่วมความเชื่อ. ความถ่อมใจเป็นแนวทางที่สุขุม. ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ความถ่อมใจเป็นแนวทางแห่งความรักและนำมาซึ่งความสุขแท้.
คุณจะตอบอย่างไร?
▫ ในทางใดบ้างความซื่อสัตย์ส่งเสริมการเป็นคนถ่อมใจ?
▫ เพราะเหตุใดความเชื่อในพระยะโฮวาจึงช่วยเราให้เป็นคนถ่อมใจ?
▫ อะไรแสดงว่าการเป็นคนถ่อมใจนั้นเป็นแนวทางที่สุขุม?
▫ เพราะเหตุใดความรักช่วยเราเป็นพิเศษเพื่อจะเป็นคนถ่อมใจ?
[รูปภาพหน้า 21]
โยบยอมอยู่ใต้อำนาจพระยะโฮวาด้วยความถ่อมใจ. ท่านไม่ได้ “แช่งด่าพระเจ้าและตายเสีย”
[รูปภาพหน้า 23]
เปโตรยอมตัวอยู่ใต้อำนาจด้วยความถ่อมใจ เมื่อเปาโลตักเตือนท่านอย่างเปิดเผย