ชมสวนพรรณไม้จากต่างประเทศ
แม่ของผมรักกุหลาบ. แม่ชอบปลูกกุหลาบ. ตอนผมเป็นเด็ก ผมจะใช้เวลาหลาย ๆ ชั่วโมงอยู่กับแม่ในสวน กำจัดวัชพืช, ตัดแต่ง, และดูแลต้นไม้. แม่ทำให้ผมเห็นว่าการจัดสวนเป็นเรื่องสนุก. แม่หว่านเมล็ดแห่งความสนใจไว้ในตัวผม ซึ่งติดตัวผมไปตลอดชีวิต.
กิจกรรมการจัดสวนของผมขาดตอนลงเมื่อผมจากบ้านไปเข้าเรียนที่ยูนิเวอร์ซิตี ออฟ แคลิฟอร์เนีย ที่เมืองเบิร์กลีย์. ระหว่างที่เรียนเพื่อจะเป็นวิศวกร ผมชื่นชอบสวนอันสวยงามในมหาวิทยาลัยแห่งนี้. สงครามที่เวียดนามกำลังทวีความรุนแรง และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตของผมกำลังจะเกิดขึ้น.
ผมตัดสินใจลงชื่อสมัครทำงานในหน่วยสันติภาพ และถูกส่งไปที่ยูนิเวอร์ซิตี ออฟ วอชิงตันเพื่อรับการฝึกอบรม. บริเวณมหาวิทยาลัยแห่งนี้ดูราวกับอุทยาน. ไม่ว่าผมจะมองไปทางไหน ก็เห็นทะเลสาบ, สวน, สนามหญ้า, และภูเขาที่ยอดปกคลุมด้วยหิมะ. ต่อมา ในปี 1964 ผมย้ายไปอยู่ที่เมืองลาปาซ ประเทศโบลิเวีย เป็นอาจารย์สอนที่ ยูนิเวอร์ซิตี ออฟ ซาน อันเดรซ. ช่างต่างกันอย่างสิ้นเชิง! ผมไปอยู่ในที่ซึ่งสูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,500 เมตร. พืชพรรณที่นั่นมีน้อยมาก และการจัดสวนกลายเป็นเพียงความทรงจำ.
หลังจากสองปีในโบลิเวีย ผมได้งานสอนที่โรงเรียนมัธยมศึกษาวาฮิอาวา ในฮาวาย. ผมอาศัยในกระท่อมเล็ก ๆ ที่ชายหาดตรงจุดที่เห็นดวงอาทิตย์ตกพอดี และผมตกหลุมรักปาล์มรวมทั้งพืชเมืองร้อนชนิดอื่น ๆ ด้วย. ผมรู้สึกเหมือนอยู่ในอุทยาน. แล้วผมก็คิดขึ้นมาว่าสักวันหนึ่งผมจะสร้างสวนปาล์มขึ้นมา.
ผมกลับไปที่แซนดิเอโก แล้วผมก็ใช้เวลาต่อจากนั้น 18 เดือนโบกรถจากแคลิฟอร์เนียไปติแอร์ราเดล-ฟูเอโก ประเทศอาร์เจนตินา. ในช่วงนี้ผมเริ่มอ่านคัมภีร์ไบเบิล. ขณะผมเดินทาง ผมใช้เวลาหลายชั่วโมงในป่า, สวน, และสวนสาธารณะ และคิดใคร่ครวญสิ่งที่ผมได้อ่านในคัมภีร์ไบเบิล. ในที่สุด ผมกลับมาที่แซนดิเอโกในปี 1972 และเริ่มงานสอนคณิตศาสตร์ที่เมืองโคโรนาโด รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งผมทำงานนี้อยู่นานและรู้สึกชอบ. ความคิดของผมเกี่ยวกับสวนพืชเมืองร้อนที่บริเวณหลังบ้านของตัวเองเริ่มพัฒนาขึ้นมาเต็มที่.
สวนแรกของผม
ในเดือนพฤษภาคม 1973 ผมซื้อบ้านหลังเล็ก ๆ ใกล้มหาสมุทรแปซิฟิก ที่โอเชียนบีช แคลิฟอร์เนีย. ที่นั่น ผมอยู่บนเนินเขาพร้อมกับมีบ้านหลังน้อย, มีลานบ้านกว้างใหญ่, และมีความกระตือรือร้นที่จะทำสวน. ภาวะแวดล้อมต่าง ๆ พร้อมสำหรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น อันได้แก่สวนที่ไม่เหมือนใครของผม.
ทีแรก การจัดสวนของผมเปะปะไม่มีระเบียบ เป็นสวนแบบลองผิดลองถูก. ถ้าผมชอบต้นไหน ผมก็ซื้อมาปลูก. ตลอด 12 ปี ผมปลูกต้นอะไรก็ตามที่สะดุดตาและรู้สึกชอบ. ผมเฝ้าดูพวกมันเติบโต—ไม่ว่าจะเป็นไม้ผล, ต้นสน, ไม้ผลัดใบ, ต้นไม้ที่เขียวตลอดปี, ไม้พุ่ม, ต้นไม้เล็ก ๆ เตี้ย ๆ, ดอกไม้. คุณเอ่ยชื่อมาเถอะ สวนผมมีทั้งนั้น.
หลายชนิดเป็นต้นไม้ที่ผมรู้จักตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก. การดูแลต้นไม้ทำให้รู้สึกสงบสุข สนุก ทำให้สุขภาพดีทั้งกายและใจ อีกทั้งเพลิดเพลินด้วย. ผมใคร่ครวญในความงาม, การออกแบบ, ความซับซ้อน, และจุดประสงค์ของสิ่งทรงสร้างเหล่านี้.
ไม่ใช่ต้นไม้ทุกต้นที่ผมชอบหรือเข้ากันดีกับการจัดสวนของผม ดังนั้นต้นที่ผมคัดทิ้งไปก็มีมาก. ผมชอบเสาะหาต้นที่หน้าตาแปลกกว่าต้นอื่น. ผมไม่เล่นต้นไม้ที่ปลูกแล้วรกเต็มสวนและแผ่ไปเบียดบังต้นอื่น. ต้นไม้พวกนี้ต้องใช้เวลาในการดูแลและบำรุงรักษามากเกินไป! นอกจากนี้แล้ว ผมอยากได้ต้นที่หายาก—ไม่ใช่แบบที่มีในสวนทั่วไป. ผมต้องหาเอกลักษณ์ให้พบ. และในที่สุดผมก็พบ!
ปาล์มต้นแรกของผม
ในปี 1974 ผมไปที่ร้านขายต้นไม้แห่งหนึ่งในท้องถิ่น และที่นั่นผมก็ได้พบกับสิ่งที่เป็นคำตอบสำหรับการแสวงหาของผม. ต้นไม้นี้มีเรือนยอดสง่างาม ทางใบโค้งลง เป็นใบแบบขนนกสีเขียวปนเทา ดูสวยดี. มันคือปาล์มบูเตีย คาปีตาตา ซึ่งหลายคนถือว่าเป็นปาล์มที่สวยที่สุดในโลก. บางครั้งก็มีคนเรียกมันว่าปาล์มเยลลี ตามลักษณะเมล็ดของมันซึ่งเป็นผลที่มีรสหวาน. ปาล์มชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่อเมริกาใต้ ดูแลง่ายและเมื่อโตเต็มที่สูงประมาณ 5 เมตร. ในที่สุด สวนของผมก็มีจุดเด่น หรือแกนหลักของสวน—ต้นปาล์มเขตร้อนที่หายากจากทั่วโลก! ผมเลือกที่จะปลูก “เจ้าชายแห่งอาณาจักรพืช.”
หลังจากนั้นไม่นาน ผมก็เที่ยวหาซื้อปาล์มหายากจากต่างประเทศตามร้านต่าง ๆ ที่เพาะต้นไม้ขาย. ที่มุมลึกเข้าไปข้างในของร้านหนึ่ง ปรากฏว่ามีปาล์มที่ดูแปลกอีกชนิดหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ที่นั่น—ปาล์มพัดเม็กซิกันบลู. ปาล์มชนิดนี้มีใบแข็งสีเขียวปนฟ้า รูปร่างคล้ายพัดแผ่ออกโดยรอบบนเรือนยอดของลำต้น. ช่อเชิงลดยื่นออกมาโค้งเหมือนคันศรสีเหลืองอ่อนสวยงาม. ต้นนี้เมื่อโตเต็มที่สูงประมาณ 12 เมตร.
ถึงตอนนี้ ผมติดใจปาล์มแล้วจริง ๆ. ผมจะหาต้นแปลก ๆ พวกนี้ได้อีกจากที่ไหนล่ะ? ผมเริ่มถามไปทั่วเขตแซนดิเอโก แต่ไม่ค่อยประสบผลนัก. แต่ในที่สุดผมก็พบแหล่งทองของข้อมูล—สมาคมปาล์มนานาชาติสาขาแคลิฟอร์เนียใต้. สมาคมฯนี้มีสมาชิกหลายพันคนใน 81 ประเทศ. ทางสมาคมฯมีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับต้นปาล์มทุกชนิดที่มนุษย์รู้จัก—มากกว่า 200 สกุลและประมาณ 3,000 ชนิด. สาขาแคลิฟอร์เนียใต้ได้จัดพิมพ์วารสารปาล์ม (ภาษาอังกฤษ) สำหรับสมาชิก และวารสารนี้เป็นแหล่งข้อมูลอันทันสมัยซึ่งมีค่าอย่างยิ่ง.
การติดต่อดังกล่าวทำให้ผมได้ปาล์มชนิดต่าง ๆ มากกว่า 150 ชนิดมาปลูกในสวนเล็ก ๆ ของผม. ที่บอกว่าเล็กเพราะสวนของผมมีเนื้อที่เพียง 650 ตารางเมตร. ต้นปาล์มที่ผมปลูกไว้เป็นเพียงส่วนน้อยนิดในบรรดาปาล์มที่ได้ค้นพบแล้ว. ชนิดไหนที่ผมชอบเป็นพิเศษ?
ต้นสวย ๆ บางต้นในสวนของผม
อันที่จริง ผมรักต้นไม้ของผมทุกต้น แต่ก็มีอยู่บางต้นที่พิเศษกว่าเพื่อน. บางต้นผมติดใจเป็นพิเศษเพราะมันดูแปลกตาหรือเพราะหนามที่หุ้มรอบลำต้น; ต้นอื่น ๆ ผมชอบสีหรือขนาดของมัน หรือแม้แต่ความท้าทายในการนำมาปลูกในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ซึ่งมีภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน.
ต้นหนึ่งที่ผมชอบเป็นพิเศษมาจากมาดากัสการ์ เกาะซึ่งอยู่ทางฝั่งมหาสมุทรด้านตะวันออกของแอฟริกา. มันคือปาล์มฟ้า [Bismarkia nobilis]. ทำไมผมจึงชอบ? เพราะสีฟ้าออกม่วงของมันที่ไม่เหมือนต้นอื่น, ความหายาก, และการเรียงใบของมัน. ใบของปาล์มชนิดนี้แต่ละใบหนักประมาณ 9 กิโลกรัม ทำให้มันเป็นปาล์มชนิดหนึ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก.
ปาล์มอีกชนิดหนึ่งที่ผมชอบมากคือเต่าร้างแดง มาจากภูมิภาคที่เป็นภูเขาทางตอนเหนือของอินเดีย, พม่า, และศรีลังกา. ต้นที่ผมปลูกเติบโตได้ดีในแซนดิเอโก แม้ว่าเมื่อถึงฤดูหนาว อากาศที่นี่ค่อนข้างหนาว. ที่จริง ผมชอบความท้าทายในการปลูกปาล์มที่นี่. นั่นจึงเป็นเหตุที่ผมดีใจมากเมื่อได้ปาล์มชนิดหนึ่งจากบอร์เนียวมาปลูกในสวนของผมคือ ปาล์มArenga undulatifolia (สกุลชิดหรือตาว). ใบของมันกว้างและขอบเป็นคลื่นอย่างเห็นได้ชัด.
ปาล์มชนิดหนึ่งที่เพิ่งได้มาคือปาล์มBurretiokentia hapala จากนิวแคลีโดเนีย อาณาเขตโพ้นทะเลของฝรั่งเศสในแปซิฟิกใต้. จนถึงขณะนี้ มันเติบโตได้ดี. นอกจากนี้แล้ว ยังมีอีกบางต้นที่นับได้ว่าพิเศษสำหรับผม อย่างเช่น Pritchardia hildebrandii หรือปาล์มลูลูจากฮาวาย ซึ่งใบสีเขียวออกเหลืองของมันเป็นรูปพัด. ปาล์มชนิดนี้ชอบแสงแดดและสวยสะดุดตาจริง ๆ.
ปาล์มชนิดหนึ่งที่ดูน่ากลัวได้แก่ Trithrinax acanthacoma หรือปาล์มหนาม. มันมีหนามแหลมเต็มต้น ซึ่งดู ๆ ไปเหมือนมันจะบอกว่า “อย่าเข้ามาใกล้นะ!”
เมื่อไม่นานมานี้ ผมเริ่มปลูกพืชพวกปรง. แม้ว่าพืชพวกนี้เป็นคนละจำพวกกับปาล์ม แต่ปรงมีลักษณะคล้าย ๆ ปาล์มแม้ว่าจะเล็กกว่ามาก. ปรงชนิดหนึ่งที่ผมชอบมากได้แก่ Encephalartos gratus ซึ่งมีใบอันน่าพิศวงที่เหมือนจะพุ่งพรวดขึ้นไปในอากาศ. ไม่มีใครที่ไม่สะดุดตาเจ้าต้นนี้. ฝักเมล็ดหรือที่เรียกกันว่าโคน มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษและงอกออกจากข้างต้น. มันดูคล้ายสับปะรดหรือลูกสน.
ต้นปาล์มของผมดึงดูดผู้คนไหม? แน่อยู่แล้ว! ผมพบว่ามีผู้คนหยุดชมต้นไม้ของผมอยู่บ่อย ๆ. จากทางเท้าหน้าบ้าน พวกเขาจะสามารถเห็นสวนพืชเมืองร้อนที่สวยแปลกตาลาดลงมาตามไหล่เขา. ในเดือนมีนาคมปี 1997 สวนของผมเป็นหนึ่งในสามแห่งที่สาขาแคลิฟอร์เนียใต้ของสมาคมปาล์มนานาชาติจัดให้คนมาเยี่ยมชม. มีคนพรรณนาสวนของผมว่าเป็น “สถานอันน่าทึ่งสำหรับการเรียนรู้จักปาล์มประดับหลากชนิด.” สวนนี้ให้ประโยชน์ในทางใดบ้างแก่ผมและคนอื่น ๆ?
สวนของผมให้คำพยาน
เนื่องจากได้ศึกษาคัมภีร์ไบเบิลกับพยานพระยะโฮวา ผมจึงรับบัพติสมาในปี 1991. เดี๋ยวนี้ผมเกษียณจากงานสอนแล้ว แต่ก็ยังมีธุระยุ่งไม่น้อยในฐานะที่เป็นคริสเตียนผู้ปกครองและอาสาสมัครสอนคัมภีร์ไบเบิลที่เรียกว่า ไพโอเนียร์. นับว่าดีทีเดียวที่สามารถใช้สวนของผมเป็นจุดเริ่มต้นพูดคุยกับผู้คนเกี่ยวกับพระผู้สร้างเมื่อผมอธิบายเกี่ยวกับการออกแบบอันยอดเยี่ยมที่เห็นหลักฐานได้จากต้นไม้และพืชหลากชนิดที่ผมปลูกไว้. บางครั้ง ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมาโดยชี้ว่าคัมภีร์ไบเบิลกล่าวถึงปาล์มด้วย. (วินิจฉัย 4:5; บทเพลงสรรเสริญ 92:12) แน่นอน สวนนี้ได้ช่วยผมให้เข้าใกล้ชิดพระเจ้าและเข้าใจพระประสงค์อันยอดเยี่ยมของพระองค์ที่จะให้มนุษยชาติที่เชื่อฟังมีชีวิตตลอดไปในอุทยาน. อันที่จริง เอเดน อุทยานแรกเดิมนั่นแหละที่นับเป็นสวนหรือวนอุทยานที่ยอดเยี่ยมแห่งหนึ่ง.—เยเนซิศ 2:8.
ตามคำพยากรณ์ในคัมภีร์ไบเบิล สภาพอุทยานเช่นนั้นจะได้รับการฟื้นฟู เมื่อพระยะโฮวาทรงนำความพินาศมาสู่คนที่กำลังทำลายแผ่นดินโลกอยู่ในขณะนี้. (วิวรณ์ 11:18; 16:14, 16) ถึงตอนนั้น เราทุกคนจะสามารถร่วมในการพลิกผืนดินบนแผ่นดินโลกให้กลายเป็นอุทยานอันยอดเยี่ยม. ในระหว่างนี้ ที่ดินเล็ก ๆ ผืนนี้ของผมก็ยังคงให้คำสรรเสริญแด่พระผู้สร้างอยู่ต่อไป.—ผู้อ่านส่งมา.
[รูปภาพหน้า 16]
ปาล์มพัดเม็กซิกัน บลู
[รูปภาพหน้า 16]
เต่าร้างแดง
[รูปภาพหน้า 16]
จากซ้ายมาขวา: เตยเกลียวแดง, ปาล์มขวด, กล้วยพัด (ไม่ตรงตามมาตราส่วน)
[รูปภาพหน้า 17]
ปรง Encephalartos ferox
[รูปภาพหน้า 17]
ดอกของปาล์มแปรงโกนหนวด
[รูปภาพหน้า 18]
เครื่องมือทำงานสวนของผม