ชีวิตเปลี่ยนเพราะเรียนคัมภีร์ไบเบิล
นี่คือเรื่องราวของผู้ชายชาวเวียดนาม 2 คนที่ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างมาก ก่อนหน้านี้พวกเขาเชื่อมาตลอดว่าต้องมีเงินเยอะ ๆ ถึงจะมีความสุขและมีชีวิตที่มั่นคง พวกเขาเลยทำทุกอย่างเพื่อจะรวยแม้เป็นเรื่องที่ไม่ดี แต่ต่อมาพวกเขาได้เข้าใจว่ามีแค่คัมภีร์ไบเบิลเท่านั้นที่จะทำให้มีความสงบใจและมีจุดมุ่งหมายในชีวิต เรื่องราวของพวกเขาทำให้เห็นว่าคำแนะนำในคัมภีร์ไบเบิลสามารถช่วยผู้คนให้เป็นคนที่มีความรับผิดชอบ เป็นพลเมืองที่ดี และมีศีลธรรมได้
จากคนที่หาแต่เงินกลายเป็นคนที่มีความสุขแท้
ชีวิตในวัยเด็กของ ลันห์ เวิน เหงียน ต้องเจอกับสงคราม ความวุ่นวายทางการเมือง และความยากจน พอโตขึ้น เขาเชื่อว่าถ้ารวยก็จะมีความสุขแท้ ในปี ค.ศ. 1988 เขาย้ายไปที่ประเทศเยอรมนีเพื่อหางานทำ ที่นั่นเขาต้องทำงานหนักทั้งวันทั้งคืนเพื่อจะได้เงิน
หลังจากนั้น 10 ปี ลันห์ได้เจอพยานพระยะโฮวา และพยานฯให้เขาดูหนังสือสุภาษิตที่อยู่ในคัมภีร์ไบเบิล พอได้อ่านลันห์ก็ชอบมากเพราะเขาเป็นคนที่ชอบข้อคิดดี ๆ และคำแนะนำที่ใช้ได้จริงในคัมภีร์ไบเบิลทำให้เขาอยากเรียนรู้มากขึ้น ลันห์เลยบอกพยานฯว่าอยากซื้อคัมภีร์ไบเบิล แต่พยานฯบอกลันห์ว่าถ้าเขาเรียนคัมภีร์ไบเบิลกับเธอและสามี พวกเขาก็จะให้คัมภีร์ไบเบิลฟรี ตอนที่ทั้งสองคนกลับมาเยี่ยมลันห์ เธอก็เอาคัมภีร์ไบเบิลและหนังสือความรู้ซึ่งนำไปสู่ชีวิตนิรันดร์มาให้เขาด้วย
พอได้เรียนคัมภีร์ไบเบิลกับพยานฯ ลันห์ก็เริ่มสงสัยว่าเขาควรทำธุรกิจซื้อขายอาวุธต่อไปไหม ไม่นานเขาก็เข้าใจว่าต้องเลิกทำธุรกิจนี้ นี่ทำให้รายได้ของเขาลดลงไป 80 เปอร์เซ็นต์ ลันห์เลยอธิษฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้และเริ่มขายอย่างอื่นแทน ไม่นานรายได้ของเขาก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น
ลันห์ตั้งใจว่าอยากจะใช้เวลาให้มากที่สุดในงานสอนคัมภีร์ไบเบิลของพยานพระยะโฮวา เขาอยากเล่าเรื่องที่ได้เรียนให้คนอื่นฟัง แต่ก็ทำได้ไม่เต็มที่เพราะพูดภาษาเยอรมันไม่ค่อยได้ ลันห์เลยตัดสินใจกลับไปประเทศเวียดนามและใช้ภาษาเวียดนามที่เป็นภาษาของเขาเองเพื่อสอนคัมภีร์ไบเบิลให้คนที่นั่น
ตั้งแต่เรียนคัมภีร์ไบเบิล ความคิดและการใช้ชีวิตของลันห์ก็เปลี่ยนไป ตอนนี้ลันห์กับภรรยาและลูก ๆ มีชีวิตที่มีความสุข
ลันห์กับภรรยา
จากคนที่เป็นอาชญากร กลายเป็นคนที่มีจุดมุ่งหมายในชีวิต
ทัง เวียด ฟุง เกิดปี 1976 ที่เมืองเนียอาน ประเทศเวียดนาม เขาอยากจะเป็นคนร่ำรวย ตอนอายุ 19 ทังออกจากบ้านเพื่อจะไปหาเงิน ต่อมา เขาได้ลักลอบเข้าประเทศเยอรมนีและเข้าร่วมกับแก๊งที่ทำผิดกฎหมายหลายอย่าง เขาชอบพกปืนติดตัวไว้ตลอด แม้แต่ตอนนอนเขาก็เอาปืนใส่ไว้ใต้หมอนด้วย และเนื่องจากเขามีส่วนในการลักพาตัวคนคนหนึ่ง เขาเลยถูกจับและต้องติดคุก 6 ปี หลังติดคุกได้ 2 ปีเขาก็ถูกปล่อยตัว
ต่อมา ทังได้เข้าร่วมกับแก๊งใหม่ที่ทำผิดกฎหมายเหมือนเดิม เขาถูกจับอีกครั้ง แต่ไม่ได้ขึ้นศาลเพราะพยานกลัวไม่กล้าเอาผิดเขา เขาเริ่มมีชื่อเสียงในหมู่อาชญากรและคนทั่วไปก็รู้จักเขา แต่ในที่สุด ทังก็ถูกจับและถูกจำคุก 10 ปี นักโทษคนอื่น ๆ และผู้คุมต่างก็รู้ว่าเขาเป็นบุคคลอันตราย
วันหนึ่ง มีนักโทษมาชวนทังให้มาประชุมกับพยานพระยะโฮวาซึ่งจัดขึ้นในคุก ตอนแรกทังลังเลว่าจะไปดีไหม แต่พอได้ไปประชุมเขาก็รู้สึกสงบใจมาก และเขายังได้หนังสือคัมภีร์ไบเบิลสอนอะไรจริง ๆ? ที่จัดพิมพ์โดยพยานพระยะโฮวาด้วย ทังอ่านหนังสือนี้จบทั้งเล่มภายในคืนเดียว มีบทหนึ่งของหนังสือที่พูดถึงข้อคัมภีร์หลายข้อที่บอกว่าคนตายเป็นเหมือนคนนอนหลับสนิท (ปัญญาจารย์ 9:5; ยอห์น 11:11-14) ก่อนหน้านี้ ทังเคยเชื่อว่าญาติที่ตายไปแล้วคอยดูแลเขาอยู่ เขาก็เลยสงสัยว่าทำไมวิญญาณของญาติ ๆ ไม่ห้ามเขาไม่ให้ทำสิ่งที่ไม่ดี
ทังเข้าร่วมการประชุมกับพยานพระยะโฮวาต่อไป การประชุมนี้ทำให้เขาได้เรียนคัมภีร์ไบเบิลเป็นประจำ ทังได้เรียนว่าพระเจ้ารักมนุษย์ทุกคนมากรวมถึงตัวเขาด้วย และเขายังได้เรียนที่จะแยกแยะว่าอะไรถูกอะไรผิด ทังพยายามมากที่จะปรับความคิดของตัวเองที่ว่าเงินสำคัญที่สุดรวมถึงการใช้ความรุนแรง เรื่องที่ยากที่สุดสำหรับทังก็คือการควบคุมอารมณ์ แต่พอเขาพยายามและอธิษฐานขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า เขาก็ทำได้ ในปี 2009 ทังรับบัพติศมาตอนอยู่ในคุก ต่อมา เขาได้กลับไปที่ประเทศเวียดนาม ทังเล่าว่า “ตอนนี้ผมมีชีวิตครอบครัวที่มีความสุขและนมัสการพระยะโฮวาพระเจ้าด้วยกัน พระองค์ช่วยชีวิตผมไว้และอวยพรหลายอย่าง เมื่อมองย้อนกลับไป ผมถามตัวเองว่า ‘ชีวิตผมจะเป็นยังไง ถ้าผมไม่ได้มารู้จักพระยะโฮวา?’”
ทังกับครอบครัว
การเรียนคัมภีร์ไบเบิลช่วยให้เป็นคนที่ดีขึ้นยังไง
การเรียนคัมภีร์ไบเบิลทำให้ชีวิตของลันห์และทังเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมาก พวกเขาไม่ทุ่มเทชีวิตไปกับการหาเงินอีกแล้ว เมื่อก่อนลันห์เคยเชื่อว่าต้องมีเงินเยอะ ๆ ถึงจะมีความสุขแท้ แต่ตอนนี้เขาได้รู้แล้วว่าความสุขแท้เกิดจากครอบครัวและมีความเชื่อในพระเจ้า ส่วนทังเคยยอมทำผิดกฎหมายเพื่อจะรวย แต่ตอนนี้เขากำลังสอนคนอื่นให้เป็นคนซื่อสัตย์และทำตามกฎหมายแทนที่จะสนใจแต่การหาเงินและความร่ำรวย พวกเขายังช่วยเหลือผู้คนในชุมชนด้วย โดยสอนคัมภีร์ไบเบิลซึ่งช่วยให้ชีวิตมีความหมาย มีความสุข และเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม