7-13 กันยายน 2026
เพลง 88 โปรดสอนให้รู้จักแนวทางของพระองค์
เรียนจากเรื่องราวของชาวเมืองกิเบโอน
“ชาวเมืองกิเบโอนได้ทำสัญญาขอเป็นไมตรีกับชาวอิสราเอลและอาศัยอยู่กับพวกเขา”—ยชว. 10:1
จุดสำคัญ
เราเรียนอะไรได้จากเรื่องราวของชาวเมืองกิเบโอนและจากวิธีที่พระยะโฮวาปฏิบัติกับพวกเขา
1-2. ทำไมเราควรสนใจเรื่องราวของชาวเมืองกิเบโอนในคัมภีร์ไบเบิล?
ในปี 1473 ก่อน ค.ศ. ชาวอิสราเอลเริ่มพิชิตแผ่นดินที่พระเจ้าสัญญา พระยะโฮวาช่วยพวกเขาให้เอาชนะเมืองเยรีโคและเมืองอัยได้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่หลังจากนั้นก็มีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น มีนักเดินทางกลุ่มหนึ่งมาหาชาวอิสราเอล พวกเขาบอกว่าตัวเองมาจากดินแดนที่ห่างไกล และมาขอทำสัญญาเพื่อจะอยู่อย่างสันติกับชาวอิสราเอล
2 คนกลุ่มนี้คือชาวเมืองกิเบโอน ที่จริง นี่เป็นครั้งแรกที่คัมภีร์ไบเบิลพูดถึงชาวเมืองกิเบโอน แต่ก็ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย คัมภีร์ไบเบิลยังพูดถึงชาวเมืองกิเบโอนอีกหลายครั้ง เรื่องราวเหล่านั้นทำให้เรารู้ว่าพวกเขาอยู่ร่วมกับชาวอิสราเอลเป็นเวลาหลายร้อยปี เรื่องราวของชาวเมืองกิเบโอนสอนบทเรียนที่มีค่ากับเราหลายเรื่อง และสอนหลายอย่างเกี่ยวกับพระยะโฮวาด้วย
มีความเชื่อและถ่อมตัว
3. (ก) ชาวเมืองกิเบโอนคือใคร? (ข) ทำไมพวกเขาถึงอยากอยู่อย่างสันติกับชาวอิสราเอล?
3 ตอนที่ชาวอิสราเอลเข้าไปในแผ่นดินที่พระเจ้าสัญญา พวกเขาต้องทำลาย 7 ชาติที่อยู่ในแผ่นดินคานาอัน ชาติต่าง ๆ เหล่านี้ “เป็นชาติที่ใหญ่กว่าและมีกำลังมากกว่า” ชาวอิสราเอล (ฉธบ. 7:1) และ 1 ใน 7 ของชาติเหล่านั้นคือชาวฮีไวต์ ซึ่งชาวเมืองกิเบโอนก็เป็นส่วนหนึ่งของชาตินี้ ชาวเมืองกิเบโอนอาศัยอยู่ในเมืองของตัวเองที่มีกำแพงแข็งแกร่งและมีทหารมากมาย (ยชว. 10:2) แต่ชาวเมืองกิเบโอนไม่เหมือนชาวคานาอันคนอื่น ๆ พวกเขาไม่อยากสู้กับชาวอิสราเอลเพราะรู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะทำอย่างนั้น พวกเขารู้ว่าพระยะโฮวาอยู่กับชาวอิสราเอล และรู้ว่าพระองค์สัญญาว่าจะขับไล่ชาวคานาอันออกไปจากแผ่นดิน (อพย. 34:11; ยชว. 9:24) ดังนั้น พอชาวอิสราเอลเอาชนะเมืองเยรีโคและเมืองอัยได้ ชาวเมืองกิเบโอนเลยส่งตัวแทนaมาหาโยชูวาที่กิลกาลเพื่อทำสัญญาว่าจะอยู่อย่างสันติกับชาวอิสราเอล
4. (ก) อย่างที่บอกไว้ในโยชูวา 9:8-13 ชาวเมืองกิเบโอนทำอะไรเพื่อจะได้ทำสัญญาว่าจะอยู่อย่างสันติกับชาวอิสราเอล? (ดูภาพด้วย) (ข) เกิดอะไรขึ้นหลังจากชาวอิสราเอลรู้ว่าตัวเองโดนหลอก?
4 อ่านโยชูวา 9:8-13 ชาวเมืองกิเบโอนหลอกว่าพวกเขามาจากดินแดนที่ห่างไกล พวกเขาบอกว่ารู้เรื่องที่พระยะโฮวาทำลายกองทัพของชาวอียิปต์ และช่วยชาวอิสราเอลให้เอาชนะกษัตริย์ของชาวอาโมไรต์คือสิโหนและโอก แต่ชาวเมืองกิเบโอนฉลาดมาก พวกเขาไม่พูดถึงเรื่องที่ชาวอิสราเอลเอาชนะเมืองเยรีโคกับเมืองอัย เพราะตอนนั้นข่าวเรื่องนี้น่าจะยังไปไม่ถึง “ดินแดนที่ห่างไกลมาก” ถ้าชาวเมืองกิเบโอนพูดเรื่องนี้ ชาวอิสราเอลก็คงรู้ได้ว่าพวกเขาไม่ได้มาจากที่ห่างไกล โยชูวากับพวกผู้นำเชื่อเรื่องที่ชาวเมืองกิเบโอนเล่า และทำสัญญากับพวกเขาโดยที่ไม่ได้ถามพระยะโฮวาก่อน (ยชว. 9:14, 15) ต่อมาไม่นาน ชาวอิสราเอลก็รู้ว่าโดนชาวเมืองกิเบโอนหลอก แต่ก็ต้องทำตามสัญญาว่าจะอยู่อย่างสันติกับชาวเมืองกิเบโอน เพราะชาวอิสราเอล “สาบานกับพวกเขาต่อหน้าพระยะโฮวา” ไปแล้ว (ยชว. 9:16-19) ชาวอิสราเอลเลยให้ชาวเมืองกิเบโอนทำงาน “เป็นคนเก็บฟืนและตักน้ำให้ชาวอิสราเอล และตักน้ำเพื่อใช้สำหรับแท่นบูชาของพระยะโฮวา” ซึ่งถือว่าเป็นงานที่ต่ำต้อยและไม่สำคัญ—ยชว. 9:27
ชาวเมืองกิเบโอนหลอกโยชูวาให้ทำสัญญากับพวกเขา (ดูข้อ 4)
5. ชาวเมืองกิเบโอนแสดงให้เห็นยังไงว่ามีความเชื่อในพระยะโฮวา?
5 พอกษัตริย์อาร์โมไรต์ทั้ง 5 ได้ยินว่าชาวเมืองกิเบโอนทำสัญญากับชาวอิสราเอล พวกเขาก็ผนึกกำลังกันเพื่อไปโจมตีเมืองกิเบโอน ชาวเมืองกิเบโอนเลยไปขอให้โยชูวาช่วย (ยชว. 10:3-7) โยชูวานำทหารอิสราเอลไปช่วยเหลือชาวเมืองกิเบโอน และพระยะโฮวาก็อวยพรให้พวกเขาชนะ พระองค์ถึงกับให้มีลูกเห็บตกลงมาใส่ชาวอาโมไรต์และทำให้ดวงอาทิตย์หยุดนิ่งเพื่อช่วยให้ชาวอิสราเอลรบชนะ (ยชว. 10:9-14) ชาวเมืองกิเบโอนแสดงว่ามีความเชื่อในพระยะโฮวา โดยทำสัญญาว่าจะอยู่อย่างสันติกับชาวอิสราเอลและโดยขอให้โยชูวาช่วยตอนที่โดนโจมตี พวกเขาเชื่อว่าพระยะโฮวาจะรักษาสัญญาและจะช่วยปกป้องพวกเขาแน่นอน
6. เราได้เรียนอะไรเกี่ยวกับพระยะโฮวาจากสิ่งที่พระองค์ทำกับชาวเมืองกิเบโอน?
6 เรื่องนี้สอนอะไรเราเกี่ยวกับพระยะโฮวา? พระยะโฮวาถ่อมและมีเมตตา ก่อนที่ชาวอิสราเอลจะเข้าไปในแผ่นดินที่พระเจ้าสัญญา พระยะโฮวาบอกให้พวกเขา “ขับไล่ทุกคนที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินนั้นออกไป” ซึ่งรวมถึงชาวเมืองกิเบโอนด้วย (กดว. 33:51, 52) แต่พอชาวอิสราเอลทำสัญญาว่าจะอยู่อย่างสันติกับชาวเมืองกิเบโอน พระองค์ก็ยอมให้ชาวเมืองกิเบโอนมีชีวิตอยู่ต่อไป พระยะโฮวายอมแม้ว่าชาวอิสราเอลไม่ได้ปรึกษาพระองค์ก่อนว่าจะทำสัญญากับชาวเมืองกิเบโอน ต่อมา พระองค์ถึงกับทำการอัศจรรย์เพื่อช่วยให้ชาวอิสราเอลทำตามที่สัญญาไว้ได้ ซึ่งนี่ช่วยให้ชาวเมืองกิเบโอนรอดตาย—ยชว. 9:26; 11:19
7. เราจะเลียนแบบชาวเมืองกิเบโอนในเรื่องความเชื่อและความถ่อมได้ยังไง? (ดูภาพด้วย)
7 เราจะเลียนแบบชาวเมืองกิเบโอนได้ยังไง? โดยมีความเชื่อที่เข้มแข็งในพระยะโฮวา ทุกวันนี้เรารู้จักพระยะโฮวามากกว่าที่ชาวเมืองกิเบโอนรู้จักพระองค์ เราเลยมีเหตุผลมากกว่าพวกเขาที่จะเชื่อและไว้วางใจพระองค์อย่างเต็มที่ (สด. 40:4, 5) นอกจากนั้น เรายังเลียนแบบชาวเมืองกิเบโอนได้ โดยพร้อมทำงานรับใช้พระยะโฮวาแม้ว่าจะเป็นงานที่ดูต่ำต้อยและไม่สำคัญ (ยชว. 9:23, 27) พี่น้องชายวัยรุ่นคนหนึ่งที่ชื่อลุคซึ่งทำงานที่เบเธลยังจำได้ไม่ลืมว่า เขาเคยเห็นพี่น้องชายสูงอายุคนหนึ่งในเบเธลแสดงความถ่อมอย่างมาก พี่น้องชายคนนั้นมีหน้าที่รับผิดชอบที่สำคัญหลายอย่างในเบเธล แต่ก็ยังอาสาเฝ้าไซต์ก่อสร้างหอประชุมตอนกลางคืน ลุคบอกว่า “ผมได้เรียนว่าความถ่อมไม่ใช่เรื่องของความรู้สึกเพียงอย่างเดียว แต่แสดงออกโดยการกระทำด้วย” ขอให้เราแสดงออกในทุก ๆ วันว่ามีความเชื่อในพระยะโฮวา โดยไว้วางใจพระองค์เวลาเจอสถานการณ์ที่ยากลำบาก และโดยถ่อมตัวทำงานอะไรก็ตามเพื่อรับใช้พระองค์
เลียนแบบชาวเมืองกิเบโอนโดยทำงานที่ดูเหมือนต่ำต้อยและไม่สำคัญ (ดูข้อ 7)
รอคอยพระยะโฮวาจัดการกับความไม่ยุติธรรม
8. กษัตริย์ซาอูลทำเรื่องที่โหดร้ายอะไรกับชาวเมืองกิเบโอน?
8 หลายร้อยปีต่อมาคัมภีร์ไบเบิลพูดถึงชาวเมืองกิเบโอนอีกครั้ง ตอนนั้นกษัตริย์ซาอูลหันมาเล่นงานชาวเมืองกิเบโอนที่อยู่ในอิสราเอล “เพราะไม่ต้องการให้มาอยู่ร่วมกับชาวอิสราเอลและยูดาห์” เขาอยากกำจัดชาวเมืองกิเบโอนให้สิ้นซากb นี่เลยทำให้ชาวเมืองนี้หลายคนโดนฆ่าตาย (2 ซม. 21:2, 5, 6) มันไม่ยุติธรรมเอาซะเลย! ซาอูลไม่ทำตามสัญญาที่มีมานานระหว่างชาวอิสราเอลกับชาวเมืองกิเบโอน
9. พระยะโฮวาจัดการกับความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับชาวเมืองกิเบโอนเมื่อไหร่?
9 แต่พระยะโฮวาไม่ได้จัดการกับความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับชาวเมืองกิเบโอนทันที พระองค์รอนานหลายปีจนถึงตอนที่ดาวิดขึ้นเป็นกษัตริย์ต่อจากซาอูล ตอนนั้น พระยะโฮวาทำให้ประเทศอิสราเอลเจอการขาดแคลนอาหารนาน 3 ปี พอดาวิดไปถามว่าทำไมถึงเกิดการขาดแคลนอาหาร พระองค์บอกว่าเป็นเพราะเมื่อหลายปีก่อนซาอูลกับคนในตระกูลของเขาฆ่าชาวเมืองกิเบโอน—2 ซม. 21:1
10. อย่างที่บอกไว้ใน 2 ซามูเอล 21:3-6 สิ่งที่ชาวเมืองกิเบโอนพูดกับดาวิดแสดงยังไงว่าพวกเขานับถือกฎหมายของพระเจ้า?
10 อ่าน 2 ซามูเอล 21:3-6 ดาวิดเลยไปคุยกับชาวเมืองกิเบโอนเพื่อจะไถ่โทษความผิดที่ซาอูลเคยทำไว้ แล้วชาวเมืองกิเบโอนจะถือโอกาสนี้เพื่อขอเงินทองมากมายจากดาวิดไหม? ไม่เลย พวกเขาบอกกับดาวิดว่าเรื่องนี้ “ไม่เกี่ยวกับเงินหรือทอง” เพราะตามกฎหมายของโมเสสแล้ว ไม่มีค่าไถ่ใด ๆ ที่สามารถไถ่ชีวิตของฆาตกรได้ (กดว. 35:30, 31) และชาวเมืองกิเบโอนรู้ว่าพวกเขาไม่มีสิทธิ์ประหารชีวิตใครโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกษัตริย์ ในที่สุด ดาวิดก็เลยอนุญาตให้ฆ่าลูกหลาน 7 คนในตระกูลของซาอูล ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ว่าพวกผู้ชายเหล่านี้เคยมีส่วนร่วมในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเมืองกิเบโอน หลังจากนั้นระยะหนึ่ง ฝนก็ตก การขาดแคลนอาหารก็สิ้นสุดลง นี่เป็นสัญญาณว่าพระยะโฮวาไม่ได้โกรธอีกต่อไปและความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นได้รับการจัดการแล้ว—2 ซม. 21:9, 10, 14
11. เรื่องนี้สอนอะไรเราเกี่ยวกับพระยะโฮวา?
11 เรื่องนี้สอนอะไรเราเกี่ยวกับพระยะโฮวา? เราเห็นชัดเลยว่าพระยะโฮวาเป็นพระเจ้าที่ยุติธรรมจริง ๆ (สด. 37:28) พระองค์อยากให้ทุกคนปฏิบัติต่อกันอย่างยุติธรรมและเท่าเทียม และไม่อยากให้ใครรังเกียจกันเพราะเชื้อชาติหรือแค่เพราะคนอื่นด้อยกว่า เมื่อถึงเวลาที่พระยะโฮวากำหนดไว้ พระองค์จะจัดการกับความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับคนของพระองค์อย่างแน่นอน นอกจากนั้น เรายังได้เรียนด้วยว่าพระยะโฮวาคาดหมายให้เรารักษาสัญญา เหมือนที่พระองค์คาดหมายให้ชาวอิสราเอลรักษาสัญญาที่ทำไว้กับชาวเมืองกิเบโอน—เทียบกับอาโมส 1:9
12. แม้จะมีคนทำไม่ดีกับเรา แต่เราจะเลียนแบบชาวเมืองกิเบโอนได้ยังไง?
12 เราจะเลียนแบบชาวเมืองกิเบโอนได้ยังไง? ถึงแม้พี่น้องอาจทำไม่ดีกับเรา แต่เราก็ควรอดทนรอคอยพระยะโฮวา ถ้าเราทำแบบนั้นมันก็แสดงว่าเราไว้วางใจพระยะโฮวาให้จัดการปัญหาของเราตามเวลาของพระองค์ ให้เรามาดูตัวอย่างของพี่น้องหญิงคนหนึ่งที่ชื่อลอร่า เฟร็นช์ เธอเริ่มทำงานรับใช้ที่เบเธลแคนาดาในปี 1926 แต่ประมาณ 10 ปีต่อมา เธอก็ถูกกล่าวหาอย่างไม่ยุติธรรมว่าไปเข้าร่วมกับพวกทรยศพระเจ้า เธอก็เลยถูกให้ออกจากเบเธล แล้วลอร่าทำยังไง? ถึงจะเสียใจมาก แต่ลอร่าก็ไม่เคยบ่น พอออกจากเบเธลไปแล้ว เธอก็เป็นไพโอเนียร์อย่างขยันขันแข็งนานถึง 4 ปี และในปี 1940 เธอทั้งตกใจและดีใจมากที่ถูกเชิญให้กลับมารับใช้ที่เบเธลอีก และเธอก็รับใช้อย่างซื่อสัตย์ต่อไปอีกประมาณ 50 ปีจนจบชีวิตบนโลก เราเองก็อยากเลียนแบบพี่น้องลอร่าโดยอดทนทำสิ่งที่ถูกต้องต่อ ๆ ไปแม้จะเจอเรื่องที่ไม่ยุติธรรม และรอคอยให้พระยะโฮวาแก้ไขปัญหาของเราตามเวลาของพระองค์—อสย. 26:3, 4
สนับสนุนการนมัสการแท้อย่างภักดี
13. พวก “นะธีนิม” เป็นใคร? และพวกเขาทำอะไรหลังจากบาบิโลนปล่อยตัวเชลย?
13 ประมาณ 500 ปีหลังจากสมัยของกษัตริย์ดาวิด คัมภีร์ไบเบิลก็พูดถึงชาวเมืองกิเบโอนอีกครั้ง ในปี 537 ก่อน ค.ศ. ชาวยิวกลุ่มแรกเดินทางกลับไปกรุงเยรูซาเล็มพร้อมกับผู้ว่าราชการเศรุบบาเบล หลังจากที่พวกเขาเป็นเชลยในบาบิโลนนาน 70 ปี (อสร. 2:1, 2, 58) ต่อมาในปี 468 ก่อน ค.ศ. ก็มีชาวยิวอีกกลุ่มหนึ่งกลับไปกรุงเยรูซาเล็มพร้อมกับเอสราซึ่งเป็นผู้คัดลอก (อสร. 7:1-7) แม้ว่าชาวยิวที่กลับไปกรุงเยรูซาเล็มทั้ง 2 ครั้งนั้นจะมีจำนวนไม่มาก แต่ก็มีพวก “นะธีนิม” ไปด้วย (ดูเชิงอรรถของ อสร. 2:58 และ 7:7) แล้วพวก “นะธีนิม” เป็นใคร? พวกเขาเป็น “คนที่ทำงานรับใช้ในวิหารซึ่งไม่ใช่ชาวอิสราเอล” ดูเหมือนว่านะธีนิมหลายคนเป็นลูกหลานชาวเมืองกิเบโอน—ดูส่วนอธิบายศัพท์คำว่า “นะธีนิม”
14. ชาวเมืองกิเบโอนภักดีต่อพระยะโฮวายังไง? (1 พงศาวดาร 9:2 และเชิงอรรถ)
14 อ่าน 1 พงศาวดาร 9:2 และเชิงอรรถ ในจำนวนคนกลุ่มแรกที่กลับไปกรุงเยรูซาเล็ม มีพวก “คนรับใช้ในวิหาร” ไปด้วย จุดนี้น่าสนใจมากเพราะไม่ใช่ชาวยิวทุกคนที่เลือกกลับไปกรุงเยรูซาเล็ม ชาวยิวหลายคนร่ำรวยและมีชีวิตที่สะดวกสบายในบาบิโลน พวกเขาไม่อยากทิ้งสิ่งเหล่านั้นเพื่อกลับไปช่วยฟื้นฟูบ้านเกิดที่มีแต่ซากปรักหักพัง แต่ก็ยังมีชาวยิวอีกหลายคนรวมทั้งลูกหลานของชาวเมืองกิเบโอนเฝ้ารอเวลาที่จะได้กลับไปสร้างวิหารในกรุงเยรูซาเล็มขึ้นมาใหม่และได้นมัสการพระยะโฮวาอีกครั้ง พวกเขาพร้อมจะกลับไปที่นั่นแม้ว่าจะไม่ง่าย ถึงลูกหลานของชาวเมืองกิเบโอนจะไม่มีที่ดินเป็นมรดกเหมือนที่ชาวยิวมี แต่พวกเขาก็ยังอยากกลับไปกรุงเยรูซาเล็มเพื่อทำงานรับใช้ที่วิหาร และพวกเขาถึงกับช่วยซ่อมกำแพงกรุงเยรูซาเล็มด้วยซ้ำ—นหม. 3:26
15. เรื่องนี้สอนอะไรเราเกี่ยวกับพระยะโฮวา?
15 เรื่องนี้สอนอะไรเราเกี่ยวกับพระยะโฮวา? เราได้เรียนว่าพระยะโฮวาเห็นค่าคนที่ภักดีต่อพระองค์และจะดูแลพวกเขาเสมอ หลังจากที่พระยะโฮวาช่วยชาวเมืองกิเบโอนในสมัยของโยชูวา พระองค์ก็ยังอวยพรคนเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่องยาวนานเกือบหนึ่งพันปี เช่น ตอนที่บาบิโลนมาทำลายกรุงเยรูซาเล็มในปี 607 ก่อน ค.ศ. พระยะโฮวาก็ช่วยลูกหลานของชาวเมืองกิเบโอนให้รอด และหลังจากที่พวกเขาได้กลับไปที่กรุงเยรูซาเล็มอีกครั้ง พระองค์ก็ยังให้พวกเขาทำงานที่วิหารต่อไป ดูเหมือนว่าพวกเขาบางคนอาศัยอยู่ใกล้วิหารด้วย (อสร. 2:70; นหม. 11:21) และเนื่องจากพวกเขาทำงานที่วิหาร พวกเขาเลยได้รับการยกเว้นภาษี ส่วย หรือค่าธรรมเนียม—อสร. 7:24
16. เราจะเลียนแบบชาวเมืองกิเบโอนได้ยังไงในเรื่องการรับใช้พระยะโฮวา?
16 เราจะเลียนแบบชาวเมืองกิเบโอนได้ยังไง? เราอยากทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อสนับสนุนการนมัสการแท้ เราเต็มใจเสียสละอะไรก็ตามเพื่อพระยะโฮวาเพราะเรารักและอยากทำให้พระองค์พอใจ พี่น้องคนหนึ่งจากฟิลิปปินส์ที่ชื่ออัลวินก็ทำแบบนั้นด้วย เขาทำงานในบริษัทน้ำมันซึ่งได้เงินเดือนสูงมาก แต่เขาอยากรับใช้พระยะโฮวามากขึ้น ทุกครั้งที่ผู้ดูแลหมวดมาเยี่ยมประชาคม เขาก็จะลางานเพื่อไปทำงานรับใช้มากขึ้นในสัปดาห์นั้นซึ่งมันทำให้เขามีความสุขมาก ต่อมาเขาอธิษฐานขอพระยะโฮวาหลายครั้งให้ช่วยเขาได้งานใหม่ที่จะทำให้เป็นไพโอเนียร์ได้ แล้วอัลวินก็ตัดสินใจลาออกจากงานซึ่งการทำแบบนี้ทำให้เขาขาดรายได้ แต่ในที่สุดเขาก็ได้งานใหม่และเริ่มเป็นไพโอเนียร์ประจำ ภายหลังภรรยาของเขาก็เป็นไพโอเนียร์ประจำด้วย และทั้งคู่ได้ช่วย 21 คนให้เข้ามาเรียนความจริง พระยะโฮวาต้องเห็นค่าสิ่งที่อัลวินกับภรรยาทำแน่ ๆ เราเองก็มั่นใจได้ว่าพระยะโฮวาเห็นค่าที่เราเสียสละเพื่อทำงานรับใช้ และพระองค์จะดูแลให้เรามีสิ่งจำเป็นเสมอ—มธ. 6:33
17. เราได้เรียนอะไรบ้างจากเรื่องราวของชาวเมืองกิเบโอน?
17 เรื่องราวของชาวเมืองกิเบโอนที่บันทึกในคัมภีร์ไบเบิลทำให้เราเห็นคุณลักษณะต่าง ๆ ที่ยอดเยี่ยมของพระยะโฮวา เช่น ความถ่อม ความเมตตา ความยุติธรรม และความภักดี เรายังเห็นว่าพระยะโฮวาให้รางวัลกับผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของพระองค์เสมอ เรื่องราวของชาวเมืองกิเบโอนยังสอนบทเรียนที่ใช้ได้จริงหลายอย่างด้วย เช่น เราอยากเลียนแบบชาวเมืองกิเบโอนโดยมีความเชื่อเข้มแข็งในพระยะโฮวาและพึ่งพระองค์เมื่อเจอเหตุการณ์ที่ทำให้เรากลัว ความเชื่อแบบนี้ยังช่วยให้เราถ่อมยอมรับงานมอบหมายอะไรก็ตามที่เราได้รับ เราอยากอดทนรอพระยะโฮวา และมั่นใจว่าเมื่อถึงเวลาที่พระองค์กำหนดไว้ พระองค์จะจัดการกับความไม่ยุติธรรมทั้งหมด และเราอยากสนับสนุนการนมัสการแท้อย่างกระตือรือร้นและภักดี ขอให้เราจำตัวอย่างที่ดีของชาวเมืองกิเบโอนเอาไว้และเลียนแบบพวกเขาต่อ ๆ ไป
เพลง 148 พระยะโฮวาช่วยให้พ้นภัย
a คนที่มาขอทำสัญญากับชาวอิสราเอลดูเหมือนจะมาจากเมืองกิเบโอนและอีก 3 เมืองซึ่งอยู่ในเขตของชาวฮีไวต์ด้วย นั่นคือเมืองเคฟีราห์ เมืองเบเอโรท และเมืองคีริยาทเยอาริม—ยชว. 9:17
b คัมภีร์ไบเบิลไม่ได้บอกเหตุผลว่าทำไมซาอูลถึงอยากฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเมืองกิเบโอน นักวิชาการด้านคัมภีร์ไบเบิลบางคนคิดว่าซาอูลน่าจะทำไปเพราะความคลั่งชาติและเกลียดคนที่ไม่ใช่ชาวอิสราเอล