1-7 มิถุนายน 2026
เพลง 111 เหตุผลที่เรายินดี
ทำไมคุณถึงมีความสุขได้แม้จะโดนเกลียด?
“เมื่อมีคนเกลียดคุณ . . . คุณก็มีความสุข”—ลูกา 6:22
จุดสำคัญ
เหตุผลที่เรามีความสุขได้แม้จะโดนเกลียดเพราะรับใช้พระยะโฮวา
1. พระเยซูพูดอะไรในคำบรรยายบนภูเขา? และทำไมเรื่องนี้ถึงอาจทำให้เรารู้สึกแปลกใจ?
ในคำบรรยายบนภูเขา พระเยซูบอกว่า “เมื่อมีคนเกลียดคุณ . . . คุณก็มีความสุข” (ลก. 6:22) คำพูดนี้คงทำให้คนที่ฟังท่านรู้สึกแปลกใจแน่ เพราะจริง ๆ แล้วไม่มีใครอยากโดนคนอื่นเกลียด แต่ทำไมพระเยซูถึงพูดแบบนี้? ดีที่เราจะคุยกันเรื่องนี้เพราะหลายคนในทุกวันนี้เกลียดสาวกของพระเยซู ในบทความนี้เราจะมาดูว่าทำไมเราถึงถูกเกลียด และทำไมเราถึงยังมีความสุขได้
ทำไมเราถึงถูกเกลียด?
2-3. อะไรเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คริสเตียนแท้ถูกข่มเหง? และการรู้เรื่องนี้ทำให้เรามองคนที่ต่อต้านเรายังไง? (ยอห์น 16:2, 3)
2 เราถูกเกลียดเพราะเรานมัสการพระยะโฮวา พระเยซูพูดถึงคนที่ข่มเหงและถึงกับฆ่าสาวกของท่านว่า พวกเขา “ไม่รู้จักพระเจ้าผู้เป็นพ่อและไม่รู้จักผม” (อ่านยอห์น 16:2, 3) แล้วใครคือผู้อยู่เบื้องหลังที่ทำให้คนของพระเจ้าถูกข่มเหง? ซาตานนั่นเอง มันเป็น “พระเจ้าของโลกนี้” (2 คร. 4:3, 4) มันทำให้ผู้คนไม่รู้ความจริงเกี่ยวกับพระยะโฮวาและทำให้พวกเขาต่อต้านคนที่รู้จักและรักพระองค์ (ยน. 8:42-44) การรู้เรื่องนี้ทำให้เรามองคนที่ต่อต้านเรายังไง? เราจะไม่เกลียดพวกเขากลับเพราะเรารู้ว่าพวกเขาถูกซาตานหลอก
3 ให้เรามาดูตัวอย่างของปาเวลaซึ่งอยู่ในประเทศที่งานของเราถูกสั่งห้าม เนื่องจากเขานมัสการพระยะโฮวาอย่างซื่อสัตย์ เขาเลยถูกจับ ถูกทุบตีอย่างโหดร้าย และถูกขังเดี่ยวนานหลายเดือน เขาบอกว่า “ผมเห็นชัดเลยว่าที่ผมถูกข่มเหงเป็นเพราะซาตานเกลียดการนมัสการบริสุทธิ์ ผมรู้ว่าเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในคุกไม่ได้เกลียดพวกเราเลย พวกเขาแค่ทำตามหน้าที่เท่านั้น” พี่น้องชายอีกคนหนึ่งในโครเอเชียซึ่งถูกพ่อแม่ต่อต้านอย่างหนักก็บอกว่า “ผมรู้เลยว่าศัตรูจริง ๆ ของผมคือซาตาน ไม่ใช่พ่อแม่ของผม”—อฟ. 6:12
4. เราได้เรียนอะไรจากตัวอย่างของพระเยซูและสเทเฟน? (ดูภาพด้วย)
4 เราไม่เกลียดคนที่ต่อต้านเรา และเราอาจถึงกับอยากอธิษฐานเพื่อพวกเขาด้วยซ้ำ (มธ. 5:44) เราได้เรียนเรื่องนี้จากตัวอย่างของพระเยซูและสเทเฟน ตอนที่พระเยซูถูกพวกทหารโรมันตรึงบนเสาทรมาน ท่านอธิษฐานว่า “พ่อครับ ยกโทษให้พวกเขาด้วย” (ลก. 23:34) พระเยซูอาจกำลังขอพระยะโฮวาให้อภัยทหารที่ถูกสั่งให้ประหารท่าน และท่านอาจขอพระยะโฮวาให้อภัยฝูงชนที่ตะโกนบอกให้ฆ่าท่าน ฝูงชนเหล่านั้นถูกพวกหัวหน้าศาสนายุยงและทำไปโดยไม่รู้ ส่วนสเทเฟนก็อธิษฐานขอพระยะโฮวาให้อภัยคนที่ประหารเขาด้วย (กจ. 7:58-60) แล้วพระยะโฮวาตอบคำอธิษฐานของพระเยซูและสเทเฟนไหม? ใช่แล้ว เพราะหลายคนที่มีส่วนในการพิจารณาคดีของพระเยซูและประหารท่าน ตอนหลังก็กลับใจ แสดงความเชื่อในพระเยซู และรับบัพติศมา (กจ. 2:36-41) ในกรณีของสเทเฟน เรารู้ว่ามีอย่างน้อยหนึ่งคนที่ตอนแรกเห็นด้วยกับการฆ่าสเทเฟน แต่ต่อมาก็เข้ามาเป็นคริสเตียน คนนั้นก็คือเซาโลจากเมืองทาร์ซัส เซาโลเสียใจมากกับสิ่งที่เขาทำไปโดยไม่รู้—1 ทธ. 1:13
เหมือนที่พระเยซูกับสเทเฟนอธิษฐานเพื่อคนที่ข่มเหง เราก็อธิษฐานเพื่อคนที่ข่มเหงเราได้ (ดูข้อ 4)
5. เราได้เรียนอะไรจากประสบการณ์ของซีซาร์?
5 ทุกวันนี้ เมื่อเราอธิษฐานเพื่อคนที่ข่มเหงเรา พระยะโฮวาก็ตอบคำอธิษฐานของเรา ลองมาดูประสบการณ์ของซีซาร์ที่อยู่ในประเทศเวเนซุเอลา พ่อของซีซาร์ต่อต้านอย่างหนัก ซีซาร์บอกว่า “แม่ของผมทำหน้าที่ภรรยาและแม่ได้ดีมาก แม่ให้รัฐบาลของพระเจ้ามาเป็นอันดับแรกในชีวิตเสมอแต่ก็ไม่เคยละเลยพ่อ แม่สอนผมกับพี่ ๆ น้อง ๆ ให้แสดงความนับถือพ่อเสมอ และแม่ยังบอกให้เราเชื่อฟังพ่อด้วยตราบใดที่พ่อไม่ขอให้เราทำอะไรที่ขัดกับมาตรฐานของพระเจ้า” เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี พ่อของซีซาร์ก็เปลี่ยนไป ซีซาร์บอกว่า “วันหนึ่งหลังจากที่ผมอธิษฐานอย่างจริงจัง ผมก็ถามพ่อว่าอยากศึกษาคัมภีร์ไบเบิลด้วยกันไหม พ่อก็ตอบตกลง ตอนนั้นผมอธิบายเป็นคำพูดไม่ถูกเลยว่าผมดีใจมากแค่ไหน” หลังจากนั้นไม่นาน พ่อของซีซาร์ก็รับบัพติศมา ก็จริงที่ไม่ใช่ผู้ต่อต้านทุกคนจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ขนาดนี้ แต่เมื่อบางคนได้เห็นคำพูดและการกระทำที่ดีของเรา มันก็ทำให้มุมมองที่เขามีต่อเราเปลี่ยนไป ซึ่งเมื่อเป็นอย่างนั้นเราก็รู้สึกดีใจมาก เราอยากเห็นจริง ๆ ว่าพระยะโฮวาพระเจ้า “ผู้พิพากษาโลกทั้งสิ้น” ที่เมตตาจะชักนำคนที่เคยต่อต้านยังไงให้มาเรียนรู้เกี่ยวกับพระองค์—ปฐก. 18:25
6. จากมาระโก 13:13 อะไรเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เราถูกเกลียด?
6 เราถูกเกลียดเพราะเราสนับสนุนพระเยซู พระเยซูบอกว่าสาวกแท้ของท่านจะถูกเกลียด ท่านบอกเหตุผลว่า “เพราะคุณเป็นสาวกของผม” (อ่านมาระโก 13:13) ที่พระเยซูบอกว่า “เพราะคุณเป็นสาวกของผม” ในคำภาษาเดิมสามารถแปลตรงตัวว่า “เพราะเห็นแก่ชื่อของผม” แล้ว “ชื่อ” ของพระเยซูหมายถึงอะไร? ชื่อของท่านหมายถึงชื่อเสียงและอำนาจของท่านในฐานะกษัตริย์ในรัฐบาลของพระเจ้า เราถูกเกลียดเพราะคนในโลกนี้สนับสนุนผู้นำรัฐบาลที่เป็นมนุษย์และไม่ได้สนับสนุนพระเยซูซึ่งเป็นผู้ที่พระยะโฮวาแต่งตั้ง พระเยซูปกครองเป็นกษัตริย์ในรัฐบาลของพระเจ้าตั้งแต่ปี 1914 และอีกไม่นานท่านจะทำลายทุกรัฐบาลที่เป็นศัตรูกับรัฐบาลของพระเจ้า
7-8. ทำไมถึงมีคนเยาะเย้ยเรา? (ยอห์น 15:18-20) (ดูภาพด้วย)
7 เราถูกเกลียดเพราะไม่ยอมเป็นเหมือนคนในโลกของซาตาน พระเยซูบอกว่าสาวกของท่านจะถูกเกลียดเพราะพวกเขา “ไม่ได้เป็นคนของโลกนี้” (อ่านยอห์น 15:18-20) ผู้รับใช้ของพระเจ้าในทุกวันนี้เลียนแบบคริสเตียนในยุคแรกที่ไม่ยอมรับแนวคิด ความประพฤติ และคำพูดที่ไม่ดีของคนในโลกนี้ เลยทำให้พี่น้องของเราหลายคนถูกเยาะเย้ยทั้งจากคนที่โรงเรียนและในที่ทำงาน (1 ปต. 4:3, 4) ถึงอย่างนั้น เราก็ดีใจที่ในที่สุดคนที่ต่อต้านเราบางคนเปลี่ยนความคิดและชื่นชมที่เรายึดมั่นกับความเชื่อของเรา
8 ให้เรามาดูตัวอย่างของอิกนาสิโย พี่น้องชายคนหนึ่งที่อยู่ในอเมริกากลาง สมัยที่อิกนาสิโยไปโรงเรียน เขาโดนครูคนหนึ่งเยาะเย้ยนานหลายปีเพราะใช้ชีวิตตามมาตรฐานของคัมภีร์ไบเบิล แต่ก่อนที่เขาจะเรียนจบ ครูคนนั้นก็ถามว่าเขาทำยังไงถึงใช้ชีวิตตามคำสอนในคัมภีร์ไบเบิลได้แม้จะโดนเยาะเย้ยตลอด อิกนาสิโยบอกว่าเขามองว่าคำแนะนำของพระยะโฮวาช่วยปกป้องเขา แล้วเขาก็ชวนครูคนนี้ไปประชุมที่หอประชุม ปรากฏว่าครูมาประชุมจริง ๆ และรู้สึกประทับใจมากที่พี่น้องในประชาคมต้อนรับอย่างอบอุ่น จนทำให้เขาเข้าร่วมการประชุมครั้งต่อ ๆ มาด้วย จากนั้นครูก็เริ่มศึกษาคัมภีร์ไบเบิลซึ่งทำให้ตัวเขาเองถูกต่อต้าน ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังพยายามทำความก้าวหน้าต่อไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็รับบัพติศมา
ไม่ว่าเราจะอายุน้อยหรือมาก เราก็ปกป้องความเชื่อของเราอย่างกล้าหาญได้ (ดูข้อ 8)b
9-10. (ก) อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เราไม่เหมือนคนในโลกของซาตานคืออะไร? (ข) เราได้เรียนอะไรจากตัวอย่างของอัครสาวกเปาโล?
9 อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เราไม่เหมือนกับคนในโลกของซาตานก็คือ เราไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองและสงคราม (ยน. 18:36) เราทำตามคำแนะนำที่โรม 13:1 ที่บอกให้เราเชื่อฟังกฎหมายบ้านเมือง ถึงอย่างนั้น เราจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมือง นี่หมายความว่าเราจะไม่ไปลงสมัครเลือกตั้งและไม่ลงคะแนนเสียงให้ใครด้วย ทำไม? ก็เพราะว่าเราภักดีต่อพระยะโฮวาและรัฐบาลของพระองค์ที่มีพระเยซูเป็นกษัตริย์ พี่น้องหลายคนติดคุกเพราะความเชื่อ ถึงแม้พี่น้องจะติดคุก แต่พวกเขาก็ยังไม่เลิกประกาศ พวกเขาเลียนแบบอัครสาวกเปาโลที่แม้จะถูกกักขังให้อยู่แต่ในบ้านนานหลายปีและต้องติดคุก แต่เปาโลก็ยังคงประกาศข่าวดีต่อไป (กจ. 24:27; 28:16, 30) เขาประกาศกับทุกคนที่อยากฟัง ไม่ว่าจะเป็นผู้คุม เจ้าหน้าที่ในศาล กษัตริย์ และเขาอาจได้ประกาศกับเจ้าหน้าที่ที่ทำงานให้กับจักรพรรดิเนโรด้วย—กจ. 9:15
10 คล้ายกัน พี่น้องของเราที่ถูกขังคุกก็ประกาศกับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่รัฐบาล และผู้คุม พี่น้องชายคนหนึ่งที่ติดคุกมากกว่า 6 ปีเพราะรักษาความเป็นกลางทางการเมืองบอกว่า เขามองว่าการที่เขาติดคุกไม่ใช่เป็นการถูกลงโทษ แต่เป็นงานมอบหมายจากพระยะโฮวาที่ให้เขาตามหาคนที่เต็มใจฟังข่าวดี ถ้าพระยะโฮวาใช้เราแบบนี้ เราก็คงมีความสุขเหมือนกันใช่ไหม? (คส. 4:3) ต่อไปให้เรามาดูกันว่าทำไมเราถึงยังมีความสุขได้แม้จะถูกเกลียด
ทำไมเราถึงยังมีความสุขได้แม้จะถูกเกลียด?
11. ความเชื่อของเราเข้มแข็งขึ้นได้ยังไงเมื่อเจอการข่มเหง? ขอยกตัวอย่าง
11 เพราะเรารู้ว่าสิ่งที่คัมภีร์ไบเบิลพยากรณ์ไว้เกิดขึ้นจริง ในคำพยากรณ์แรกที่มีการบันทึกไว้ในคัมภีร์ไบเบิล พระยะโฮวาบอกล่วงหน้าว่าซาตานกับคนของมันจะเกลียดคนที่รักและรับใช้พระองค์ (ปฐก. 3:15) พระเยซูก็พูดหลายครั้งในหนังสือข่าวดีทั้ง 4 เล่มว่าคนที่ติดตามท่านจะถูกเกลียด (มธ. 10:22; มก. 13:9-12; ลก. 6:22, 23; ยน. 15:20) ผู้เขียนคัมภีร์ไบเบิลคนอื่น ๆ ก็พูดถึงการข่มเหงเหมือนกัน (2 ทธ. 3:12; ยก. 1:2; 1 ปต. 4:12-14; ยด. 3, 17-19) ดังนั้น เมื่อเราเจอการข่มเหง เราเลยไม่แปลกใจหรือตกใจ แต่เรามีความสุขที่เห็นว่าคำพยากรณ์ในคัมภีร์ไบเบิลเกี่ยวกับเรื่องนี้กำลังเกิดขึ้นจริง นี่ช่วยให้เรามั่นใจว่าเรากำลังรับใช้พระเจ้าเที่ยงแท้ พี่น้องหญิงคนหนึ่งอยู่ในประเทศที่งานของเราไม่มีอิสระอย่างเต็มที่ เธอเล่าว่า “ตอนที่ฉันอุทิศตัวให้กับพระยะโฮวา ฉันรู้ว่าไม่ช้าก็เร็วฉันต้องเจอการข่มเหงแน่ ๆ แล้วพอมันเกิดขึ้นจริง ฉันก็เลยไม่ได้กลัวหรือตกใจอะไร” สามีของเธอเป็นคนหนึ่งที่ข่มเหงเธอ เขาทำไม่ดีหลายอย่างกับเธอและถึงกับเผาคัมภีร์ไบเบิลและหนังสือขององค์การด้วย แต่แทนที่พี่น้องหญิงคนนี้จะกลัวและเลิกรับใช้พระยะโฮวา เธอกลับมีความเชื่อเข้มแข็งขึ้น (ฮบ. 10:39) เธอบอกว่า “คัมภีร์ไบเบิลบอกไว้แล้วว่าจะมีการข่มเหง ฉันก็เลยรู้ว่ายังไง ๆ มันก็ต้องเกิดขึ้นแน่ แล้วพอเจอเข้าจริง ๆ ฉันก็ยิ่งมั่นใจเลยว่าฉันกำลังนับถือศาสนาแท้”
12. อะไรช่วยให้พี่น้องชายคนหนึ่งอดทนการข่มเหงได้?
12 ถึงแม้เราคาดหมายไว้แล้วว่าจะเจอการข่มเหง แต่พอเจอเข้าจริง ๆ เราอาจรู้สึกว่าอดทนได้ยาก พี่น้องชายคนหนึ่งเขียนเกี่ยวกับตอนที่เขาอยู่ในคุกว่า “บางครั้งผมรู้สึกเศร้าและกังวลมากจนถึงกับร้องไห้” แล้วอะไรช่วยพี่น้องชายคนนี้ให้รับมือได้? เขาบอกว่า “ทุกเช้า ผมจะเริ่มต้นแต่ละวันด้วยการอธิษฐาน แล้วเมื่อไหร่ที่เจอเรื่องที่รู้สึกว่ารับมือได้ยาก ผมก็จะอธิษฐานอีก ตอนที่ผมโกรธเพราะไม่ได้รับความยุติธรรม ผมก็จะเข้าไปในห้องน้ำและอธิษฐาน” นอกจากนั้น พี่น้องชายคนนี้ยังได้ประโยชน์จากการคิดใคร่ครวญตัวอย่างของผู้รับใช้ในสมัยคัมภีร์ไบเบิล รวมทั้งตัวอย่างของพี่น้องในปัจจุบันที่รักษาความซื่อสัตย์ด้วย นี่ช่วยให้เขาอดทนการข่มเหงได้และรู้สึกสงบใจเหมือนที่พระเยซูสัญญาว่าจะให้กับสาวกของท่าน—ยน. 14:27; 16:33
13. อะไรจะช่วยให้เราเอาชนะความเกลียดชังได้?
13 เพราะเรารู้ว่าความรักเอาชนะความเกลียดชังได้ พระเยซูรักพระยะโฮวาสุดหัวใจจนถึงช่วงสุดท้ายของชีวิต และท่านยังรักเพื่อนของท่านด้วย (ยน. 13:1; 15:13) เหมือนกัน ถ้าเรามีความรักต่อพระยะโฮวาเราก็เอาชนะความเกลียดชังได้ แต่เป็นแบบนั้นได้ยังไง? ให้เรามาดูตัวอย่างของอัครสาวกเปาโลด้วยกัน
14. อะไรช่วยให้เปาโลเข้มแข็งได้แม้จะเผชิญหน้ากับความตาย?
14 ไม่นานก่อนที่เปาโลจะถูกประหารชีวิต เขาเขียนถึงทิโมธีว่า “พลังบริสุทธิ์ของพระเจ้าไม่ได้ทำให้เรามีใจหวั่นกลัว แต่ให้เรามีใจที่มีพลัง มีความรัก” (2 ทธ. 1:7) เปาโลหมายความว่ายังไง? เขาบอกว่าความรักที่มีต่อพระยะโฮวากระตุ้นให้คริสเตียนเต็มใจเจอความยากลำบาก (2 ทธ. 1:8) และความรักที่เปาโลมีต่อพระยะโฮวาก็ช่วยเขาให้ยึดมั่นกับการนมัสการแท้อยู่เสมอและไม่กลัวแม้จะต้องตาย—กจ. 20:22-24
15. พี่น้องในทุกวันนี้แสดงความรักต่อกันยังไง? (ดูภาพด้วย)
15 เรารักพี่น้องที่รักษาความซื่อสัตย์มั่นคงแม้จะเจอการข่มเหง พี่น้องบางคนในทุกวันนี้ถึงกับเต็มใจเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยพี่น้องคนอื่น เหมือนที่อะควิลลากับปริสสิลลายอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเปาโล (รม. 16:3, 4) เช่น ที่รัสเซีย มีพี่น้องหลายคนไปที่ศาลเพื่อให้กำลังใจคนที่ถูกจับ มีครั้งหนึ่งตอนที่พี่น้องหญิงต้องไปขึ้นศาล เธอเห็นพี่น้องกลุ่มใหญ่มาให้กำลังใจเธอ นี่เลยทำให้เธอตื้นตันจนพูดไม่ออก ความรักที่ไม่เห็นแก่ตัวของพี่น้องช่วยให้เธอเข้มแข็งได้จริง ๆ ใช่แล้ว เรามีความสุขได้เพราะความรักสามารถเอาชนะความเกลียดชัง
แม้จะอยู่ในประเทศที่งานของเราถูกสั่งห้ามหรือไม่มีอิสระอย่างเต็มที่ พี่น้องก็ยังแสดงความรักต่อกันอย่างไม่เห็นแก่ตัว (ดูข้อ 15)c
16. ทำไมอัครสาวกเปโตรถึงบอกว่าคนที่อดทนการข่มเหงเพราะรับใช้พระยะโฮวาก็มีความสุข? (1 เปโตร 4:14)
16 เพราะเรารู้ว่าเราทำให้พระยะโฮวาพอใจ (อ่าน 1 เปโตร 4:14) อัครสาวกเปโตรบอกว่าคนที่อดทนการข่มเหงเพราะรับใช้พระยะโฮวาก็มีความสุขได้ ทำไมถึงบอกแบบนั้น? เพราะถ้าเราถูกข่มเหงและอดทนได้ มันก็พิสูจน์ว่าพลังของพระเจ้าอยู่กับเรา เปโตรรู้ว่าการที่พระเจ้าพอใจในตัวเขาและการที่อดทนการข่มเหงได้ ทำให้เขามีความสุขขนาดไหน เช่น ไม่นานหลังจากวันเพ็นเทคอสต์ ปี ค.ศ. 33 ตอนที่เปโตรกับพวกอัครสาวกกำลังประกาศที่วิหาร ตำรวจประจำวิหารก็มาจับพวกเขา แต่เปโตรก็ปกป้องความเชื่ออย่างกล้าหาญและไม่กลัว (กจ. 5:24-29) และแม้เปโตรกับพวกอัครสาวกจะโดนเฆี่ยน แต่พวกเขาก็ยังไม่เลิกประกาศ พวกเขากลับดีใจและมีความสุขเพราะ “ถือว่าที่พวกเขาโดนดูถูกเหยียดหยามเพราะชื่อของพระเยซูนั้นเป็นเกียรติอย่างสูง” ดังนั้น เราเองก็มีความสุขได้ตอนที่เราเจอการข่มเหง—กจ. 5:40-42
17. ในคืนก่อนที่พระเยซูจะเสียชีวิต ท่านพูดอะไรกับสาวก?
17 ในคืนก่อนที่พระเยซูจะเสียชีวิต ท่านบอกกับสาวกว่า “พ่อผมจะรักทุกคนที่รักผม ผมเองก็จะรักเขาด้วย” (ยน. 14:21) เรารอคอยเวลาที่จะมีแต่คนรักเราเพราะเรารับใช้พระยะโฮวา และไม่มีใครเกลียดเราด้วยสาเหตุนี้อีกเลย (2 ธส. 1:6-8) แต่ก่อนจะถึงเวลานั้นขอให้เราไม่ลืมเหตุผลต่าง ๆ ที่ทำให้เรามีความสุขได้แม้จะโดนเกลียด
เพลง 149 เพลงฉลองชัยชนะ
a บางชื่อเป็นชื่อสมมุติ
b คำอธิบายภาพ ภาพจำลองเหตุการณ์จริงของอิกนาสิโยที่ประกาศกับครู
c คำอธิบายภาพ ภาพจำลองเหตุการณ์จริงของพี่น้องกลุ่มใหญ่ที่ไปให้กำลังใจพี่น้องหญิงที่ถูกพาตัวไปเรือนจำ