18-24 พฤษภาคม 2026
เพลง 35 “มองให้ออกว่าอะไรสำคัญกว่า”
จดจ่อกับสิ่งสำคัญที่สุดอยู่เสมอ
“พยายามเข้าใจว่าพระยะโฮวาต้องการอะไร”—อฟ. 5:17
จุดสำคัญ
เราจะจดจ่อกับกิจกรรมของคริสเตียนอยู่เสมอได้ยังไงแม้มีหลายอย่างที่อาจดึงความสนใจของเราไป
1-2. อะไรอาจทำให้เราไม่ได้จดจ่อกับสิ่งสำคัญที่สุด?
ลองนึกภาพว่าคุณกำลังขับรถอยู่แล้วมีคนโทรมา คุณรู้ว่าต้องรับสายนี้ แต่ตอนนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการขับรถ คุณเลยเลือกที่จะจดจ่ออยู่กับการขับรถก่อน ชีวิตของเราในทุกวันนี้ก็เหมือนกัน มีเหตุการณ์หลายอย่างในชีวิตที่ทำให้เราต้องตัดสินใจว่าตอนนี้อะไรคือสิ่งสำคัญกว่าที่เราต้องทำ
2 ในชีวิตเรามีเรื่องสำคัญหลายอย่างที่ต้องทำ แต่เรารู้ดีว่าเราต้องจดจ่อกับการทำกิจกรรมคริสเตียนaอยู่เสมอ (มธ. 6:33) ดังนั้น เราต้องมองให้ออกว่ามีอะไรบ้างที่อาจทำให้เราไม่ได้จดจ่อกับสิ่งสำคัญที่สุดซึ่งก็คือการนมัสการพระยะโฮวา—สภษ. 4:25; มธ. 6:22
3. บทความนี้จะช่วยเราให้ทำอะไร?
3 แน่นอนว่าเราไม่อยากให้อะไรสำคัญกว่าการทำกิจกรรมคริสเตียน แต่เราทุกคนอาจเจอหลายอย่างที่ดึงความสนใจของเราไป (ลก. 21:34-36) ดังนั้น เพื่อจะจดจ่ออยู่กับการรับใช้พระยะโฮวา ให้เรามาดูว่า (1) มีอะไรบ้างที่อาจดึงความสนใจของเราไป? (2) อะไรช่วยให้พระเยซูจดจ่อกับสิ่งสำคัญที่สุดอยู่เสมอ? และ (3) อะไรจะช่วยให้เราจดจ่อกับสิ่งสำคัญที่สุดอยู่เสมอ?
อะไรอาจดึงความสนใจของเราไป?
4-6. มีอะไรบ้างที่อาจดึงความสนใจของเราไป?
4 ชีวิตเรามีหลายอย่างที่ต้องเอาใจใส่ เช่น เราอาจมีปัญหาสุขภาพ มีเรื่องในครอบครัว หรือเรื่องส่วนตัวที่ต้องจัดการ แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องสำคัญ แต่ถ้าเราเอาแต่คิดถึงสิ่งเหล่านี้และใช้เวลากับมันมากเกินไปจนรู้สึกเหนื่อยและหมดแรง มันอาจทำให้เราไม่ได้จดจ่อกับการรับใช้พระยะโฮวา
5 นอกจากนั้น เราหลายคนยังได้รับผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมือง ปัญหาเศรษฐกิจ โรคระบาด หรือปัญหาความรุนแรงในสังคม (2 ทธ. 3:1) เรื่องเหล่านี้อาจทำให้เราวิตกกังวลมากจนหยุดคิดถึงมันไม่ได้เลย
6 เหตุการณ์เหล่านี้อาจทำให้ชีวิตบางคนพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เราเข้าใจเลยว่าพวกเขาคงรู้สึกเครียดมากแน่ ๆ ที่จริง พระเจ้าไม่ได้ออกแบบมนุษย์มาให้รับมือกับความเครียดที่ยืดเยื้อยาวนาน บางคนรู้สึกว่าคงไม่มีวันที่จะได้ใช้ชีวิตแบบปกติอีกแล้ว พวกเขาก็เลยใช้เวลาไปกับความบันเทิงและหาอะไรสนุก ๆ ทำเพื่อจะคลายเครียด ถ้าเราสังเกตว่าเรากำลังเป็นแบบนั้น เราควรทำยังไง? ให้เรามาดูกันว่าตัวอย่างของพระเยซูจะช่วยเรายังไงให้จดจ่อกับสิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือการนมัสการพระยะโฮวา
อะไรช่วยให้พระเยซูจดจ่อกับสิ่งสำคัญที่สุดอยู่เสมอ?
7. มีอะไรบ้างที่อาจทำให้พระเยซูไม่ได้จดจ่อกับสิ่งสำคัญที่สุด?
7 มีหลายอย่างที่อาจทำให้พระเยซูไม่ได้จดจ่อกับสิ่งที่สำคัญที่สุด อย่างเช่น ปัญหาทางการเมืองและสังคม ในสมัยของท่านมีหลายคนยากจนและเจ็บป่วย (มธ. 14:14; มก. 14:7) พวกเขาถูกพวกโรมันและคนในชาติเดียวกันกดขี่และไม่ได้ให้ความยุติธรรมกับพวกเขา พอเห็นว่าพระเยซูมีอำนาจและสามารถทำการอัศจรรย์ได้หลายอย่าง พวกเขาก็เลยอยากตั้งท่านให้เป็นกษัตริย์ (ยน. 6:14, 15) นอกจากนั้น ซาตานยังพยายามล่อใจพระเยซูโดยเสนอทางลัดที่จะทำให้ท่านได้เป็นผู้ปกครองโลก (มธ. 4:8, 9) แม้แต่อัครสาวกเปโตรซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของพระเยซูเองก็ยังเคยบอกให้พระเยซูใช้ชีวิตสบาย ๆ โดยบอกว่า “อาจารย์ สงสารตัวเองเถอะ”—มธ. 16:21, 22
8. อะไรช่วยให้พระเยซูจดจ่อกับสิ่งสำคัญที่สุด?
8 อะไรช่วยให้พระเยซูจดจ่อกับสิ่งที่สำคัญที่สุด? มี 3 อย่างที่ช่วยท่านได้ อย่างแรก ท่านคิดเหมือนพระยะโฮวา (ยน. 8:28; 14:9) อย่างที่ 2 ท่านขยันทำงานรับใช้เสมอ (มธ. 9:35) และอย่างที่ 3 ท่านเข้าใจชัดเจนว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุด (ยน. 4:34) สิ่งเหล่านี้ช่วยให้พระเยซูปฏิเสธการล่อใจของซาตานได้และไม่ทำตามคำพูดที่หวังดีของเปโตร (มธ. 4:10; 16:23) พระเยซูไม่ยอมให้สิ่งที่ผู้คนคิด พูด หรือทำมาทำให้ท่านไม่จดจ่อกับการทำตามความประสงค์ของพระยะโฮวา จริงอยู่ สิ่งที่ดึงความสนใจของเราอาจเป็นคนละอย่างกับของพระเยซู แต่เราก็สามารถทำ 3 อย่างเหมือนพระเยซูได้เพื่อเราจะให้การนมัสการพระยะโฮวาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตเรา
อะไรจะช่วยให้เราจดจ่อกับสิ่งสำคัญที่สุดอยู่เสมอ?
9. เอเฟซัส 5:17 บอกให้เราทำอะไร?
9 เรียนรู้ที่จะคิดเหมือนพระยะโฮวา ถ้าเราทำอย่างนั้น เราจะ “เข้าใจว่าพระยะโฮวาต้องการอะไร” (อ่านเอเฟซัส 5:17) ถ้าเราอยากรู้ว่าพระยะโฮวาต้องการให้เราทำอะไร เราก็ต้องอ่านคัมภีร์ไบเบิลและคิดใคร่ครวญ แม้เรื่องที่เราอ่านยังไม่ตรงกับสภาพการณ์ที่เราเจอ แต่เราก็รู้ว่าพระยะโฮวาอยากให้เราทำอะไร เพราะการอ่านคัมภีร์ไบเบิลช่วยให้เราคุ้นเคยกับความคิดของพระยะโฮวา และนี่จะช่วยให้เราทำสิ่งที่พระองค์พอใจได้
10. เราเรียนรู้ที่จะคิดเหมือนพระยะโฮวาได้ยังไง?
10 เราเรียนรู้ที่จะคิดเหมือนพระยะโฮวาได้โดยอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับวิธีที่พระยะโฮวาปฏิบัติกับมนุษย์ (ยรม. 45:5) ตอนที่เราอ่านเรื่องราวเหล่านั้น ให้เราถามตัวเองว่า ‘เรื่องนี้สอนอะไรฉันเกี่ยวกับพระยะโฮวา? ฉันต้องปรับความคิดของตัวเองยังไงเพื่อจะคิดเหมือนพระองค์?’ แน่นอนว่าความคิดของพระยะโฮวาสูงส่งกว่าความคิดของเรามาก (อสย. 55:9) ดังนั้น เราเลยต้องอธิษฐานขอพระยะโฮวาสอนเราให้รู้วิธีที่จะทำตามความประสงค์ของพระองค์ (สด. 143:10) และขอพระองค์ช่วยเราให้คิดแบบพระองค์และเอาสิ่งที่เรียนไปใช้—1 ยน. 5:14
11. พระยะโฮวาอยากให้เราทำอะไร?
11 พอเราได้เรียนรู้ว่าพระยะโฮวาคิดยังไง เราก็รู้ว่าพระองค์อยากให้เราเตรียมพร้อมเสมอเมื่อจุดจบของโลกชั่วใกล้จะมาถึง พระองค์ไม่อยากให้เราลืมว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุด (มธ. 24:44) และพระองค์ไม่อยากให้เรากังวลมากเกินไปด้วย (มธ. 6:31, 32) พระยะโฮวาเลยให้คำแนะนำดี ๆ เพื่อช่วยให้รู้ว่าเราต้องทำยังไงเมื่อรู้สึกกังวลเรื่องสุขภาพ งานอาชีพ ปัญหาครอบครัว หรือปัญหาส่วนตัวอื่น ๆ พระองค์อยากให้เราขอสติปัญญาและกำลังจากพระองค์เพื่อจะรับมือกับปัญหาที่เราเจอ—สด. 55:22; สภษ. 3:5-7
12. ถ้าเรากังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์เลวร้ายในโลก อะไรจะช่วยเรารับมือได้? (มัทธิว 5:3)
12 ขยันทำกิจกรรมคริสเตียนเสมอ เราอาจกังวลเกี่ยวกับเรื่องเลวร้ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลก แต่สิ่งเหล่านั้นก็อยู่เหนือการควบคุมของเรา ดังนั้น เพื่อจะไม่กังวลมากเกินไปกับสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ ให้เราจดจ่อกับการทำกิจกรรมคริสเตียน เราจะมีความสุขเมื่อเราพึ่งพระเจ้าเพราะพระองค์สร้างเราให้มีความต้องการแบบนี้ (อ่านมัทธิว 5:3) เราพึ่งพระยะโฮวาโดยการอ่านและศึกษาค้นคว้าคัมภีร์ไบเบิลและทำงานรับใช้พระองค์อย่างสุดความสามารถ เมื่อเราทำแบบนั้น เราจะทำให้พระยะโฮวาพอใจเพราะเราใช้เวลาให้เป็นประโยชน์มากที่สุด—สภษ. 23:15
13. เราจะ “ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์มากที่สุด” ได้ยังไง?
13 เราตั้งใจที่จะ “ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์มากที่สุด” (อฟ. 5:15, 16) เรารู้ว่าคัมภีร์ไบเบิลไม่ใช่แค่บอกให้เราบริหารเวลาให้ดีเท่านั้น แต่ยังแนะนำว่าเราต้องคิดให้ดีด้วยว่าจะใช้เวลายังไงก่อนที่จุดจบของโลกชั่วจะมาถึง แล้วเราจะใช้เวลาให้เป็นประโยชน์มากที่สุดได้ยังไง? ถ้าเราใช้เวลามากเกินไปกับการติดตามข่าวร้ายในสื่อต่าง ๆ เราก็จะท้อใจ หมดแรง และไม่จดจ่อกับการทำกิจกรรมคริสเตียน ดังนั้น ดีกว่าที่เราจะจำกัดเวลาดูหรืออ่านข่าวต่าง ๆ ถ้าทำอย่างนั้น เราก็จะไม่เครียดเกินไปและมีเวลาให้กับงานรับใช้พระยะโฮวาเสมอ นอกจากนั้น มันจะช่วยให้เราคิดถึงการทำงานรับใช้มากขึ้นได้ด้วย เช่น การกลับเยี่ยมคนที่สนใจ เรารู้ว่าตอนนี้เป็นเวลาสำคัญมากที่เราต้องใช้ทุกโอกาสเพื่อช่วยผู้คนให้ได้รับความ “รอดและได้รับความรู้ที่ถูกต้องเรื่องความจริง”—1 ทธ. 2:4
14. การยุ่งอยู่กับการทำกิจกรรมคริสเตียนช่วยเรายังไงอีก? (ดูภาพด้วย)
14 เมื่อเรายุ่งอยู่กับการทำกิจกรรมคริสเตียน เราก็จะไม่ลืมเหตุผลว่าทำไมโลกนี้ถึงมีแต่เรื่องแย่ ๆ และเมื่อเห็นความไม่สงบทางการเมือง ปัญหาเศรษฐกิจ หรือโรคระบาด เราก็จะไม่กังวลมากเกินไปเพราะเรารู้ว่าคัมภีร์ไบเบิลบอกไว้ล่วงหน้านานมาแล้วว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น ดังนั้น แทนที่จะเอาแต่กลัว เรามั่นใจได้ในคำสัญญาของพระยะโฮวาเกี่ยวกับอนาคต และเรารู้ว่าพระองค์จะคอยช่วยเราให้อดทนกับทุกอย่างได้ ซึ่งการรู้เรื่องนี้ทำให้เรารู้สึกสงบใจ—สด. 16:8; 112:1, 6-8
แม้จะมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นในโลก ให้เราขยันทำกิจกรรมคริสเตียนเสมอ (ดูข้อ 14)b
15. การ “มีสติ” จะช่วยให้เราทำอะไร? (1 เปโตร 4:7)
15 ไม่ลืมว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุด หลายคนในทุกวันนี้คิดแต่จะทำอะไรสนุก ๆ และไม่ได้คิดเลยว่าโลกนี้กำลังจะถึงจุดจบ จริง ๆ แล้วไม่ผิดที่เราจะพักผ่อนและทำอะไรสนุก ๆ แต่เราต้อง “มีสติ” อยู่เสมอและระวังที่จะไม่คิดเหมือนกับคนในโลกนี้ (อ่าน 1 เปโตร 4:7) นี่หมายความว่าเราต้องระวังที่จะไม่ใช้แรงกำลังและเวลาของเราส่วนใหญ่ไปกับการทำอะไรสนุก ๆ อย่างเดียวเท่านั้น แต่เราจะตัดสินใจในแบบที่แสดงให้เห็นว่าเราคิดเหมือนที่พระยะโฮวาคิด และเรารู้ว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตจริง ๆ—2 ทธ. 1:7.
16. ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่พระเยซูจะตาย ท่านจดจ่ออยู่กับเรื่องอะไร?
16 พระเยซูไม่เคยลืมว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุด ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ท่านจะตาย ท่านจดจ่ออยู่กับการทำตามความประสงค์ของพระเจ้าและรักษาความซื่อสัตย์ นี่เป็นเหตุผลที่ท่านอธิษฐานอ้อนวอนอย่างหนัก แต่พวกสาวกไม่ได้ทำเหมือนพระเยซูเลย พวกเขาหลับอยู่เพราะ “เศร้าใจมากจนหมดแรง” และไม่ได้ตื่นตัวอยู่เสมอ—ลก. 22:39-46; ยน. 19:30
17. ทำไมหลายคนใช้โซเชียลมีเดีย? แต่มันอาจดึงความสนใจของเราไปจากสิ่งสำคัญที่สุดยังไง? (ดูภาพด้วย)
17 เราก็อาจเป็นเหมือนพวกสาวกของพระเยซูได้ เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกนี้อาจทำให้เรารู้สึกกังวลหรือเศร้าใจจนหมดแรง หลายคนในทุกวันนี้หาวิธีคลายเครียดโดยการเล่นโซเชียลมีเดียเพราะมันมีอะไรสนุก ๆ ให้ดูเรื่อย ๆ ไม่มีวันหมด จริง ๆ แล้วเราใช้โซเชียลมีเดียเพื่อลงรูปภาพหรือบอกให้คนในครอบครัวและเพื่อน ๆ รู้ว่าเราเป็นยังไงบ้าง แต่โซเชียลมีเดียมักจะมีอะไรใหม่ ๆ ให้ดูตลอด ถ้าไม่ระวังมันก็อาจเอาเวลาของเราไปหมดก็ได้ ดังนั้น เราน่าจะถามตัวเองว่า ‘พอฉันใช้โซเชียลมีเดียแล้วมันทำให้ฉันรู้สึกสดชื่นขึ้นไหม? หรือมันทำให้ฉันเริ่มมองไม่ออกว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุด?’
การตัดสินใจดี ๆ ในเรื่องการใช้โซเชียลมีเดีย ดูความบันเทิงต่าง ๆ และการเที่ยวพักผ่อนจะช่วยให้เราจดจ่อกับสิ่งสำคัญที่สุดได้ (ดูข้อ 17)
18. ทำไมเราต้องตัดสินใจดี ๆ ตอนที่เลือกความบันเทิง?
18 เราต้องตัดสินใจดี ๆ ตอนที่เลือกว่าจะดูหนังหรือดูซีรีย์อะไรบนแอปต่าง ๆ หรือตอนที่เราดูวีดีโอสั้นบนอินเทอร์เน็ต หรือเล่นวีดีโอเกม เมื่อเราทำสิ่งเหล่านี้เราก็รู้สึกสนุกและผ่อนคลาย แต่เราก็ต้องตัดสินใจดี ๆ ว่าจะดูอะไรและจะดูนานแค่ไหน แอปต่าง ๆ มักนำเสนอผู้ใช้งานว่าเขาน่าจะอยากดูหนังหรือซีรีย์อะไรถัดไป ซึ่งนี่อาจทำให้เราเริ่มดูอะไรที่รุนแรงหรือผิดศีลธรรมก็ได้ เรื่องนี้เกิดขึ้นกับพี่น้องชายคนหนึ่งในเอเชีย ตอนแรกเขาเริ่มดูแค่คลิปสั้นที่ตัดมาจากหนังบางเรื่องในแอปหนึ่ง แต่เมื่อเขาดูคลิปอื่น ๆ ที่มีการแนะนำขึ้นมาเรื่อย ๆ พอรู้ตัวอีกทีเขาก็เริ่มดูฉากที่ผิดศีลธรรม และในที่สุดเขาก็เริ่มดูสื่อลามก แต่ยังดีที่เขาได้รับความช่วยเหลือทันเวลาจากผู้ดูแลในประชาคมและเพื่อน ๆ ของเขา เขายังตั้งมาตรการเข้มงวดกับตัวเองด้วยโดยลบแอปดูหนังกับซีรีย์ทิ้งไป และกำหนดเวลาใช้งานมือถือของตัวเอง ประสบการณ์นี้แสดงให้เห็นเลยว่าทำไมเราต้องตัดสินใจดี ๆ ตอนที่เลือกความบันเทิง
19. อาจเกิดอะไรขึ้นถ้าเราเอาแต่สนใจเรื่องการเที่ยวพักผ่อน?
19 เราต้องตัดสินใจดี ๆ ด้วยว่าจะใช้เวลามากแค่ไหนกับการเที่ยวพักผ่อนและทำอะไรสนุก ๆ แน่นอนว่าเราทุกคนต้องพักผ่อนเป็นบางครั้ง เพราะมันจะช่วยให้เรามีสุขภาพดี แต่ถ้าเราเอาแต่สนใจกับสิ่งเหล่านี้ เราอาจกลายเป็นคนไม่สมดุล และเราอาจเริ่มใช้เวลามากเกินไปกับมันจนไม่ได้สนใจสิ่งที่สำคัญกว่า (ฟป. 1:10) เราทุกคนต้องตัดสินใจด้วยตัวเองว่าจะทำอะไรและใช้เวลากับมันนานแค่ไหน ตอนที่เราต้องตัดสินใจแบบนั้น ให้ถามตัวเองว่า ‘เวลาที่ฉันใช้ไปกับการเที่ยวพักผ่อนและทำอะไรสนุก ๆ แสดงให้เห็นไหมว่าฉันเป็นคนที่มีความสมดุล? ฉันทำสิ่งสำคัญที่สุดหรือยังซึ่งก็คือการเตรียมพร้อมสำหรับ “จุดจบของทุกสิ่ง”?’
20. เราได้รับประโยชน์อะไรเมื่อเราจดจ่อกับสิ่งสำคัญที่สุดเสมอ?
20 เราจะได้รับประโยชน์เมื่อเราจดจ่อกับสิ่งที่สำคัญที่สุดเสมอซึ่งก็คือการขยันทำกิจกรรมคริสเตียนและทำงานรับใช้พระยะโฮวา (อสย. 48:17) เราจะรับมือกับปัญหาในชีวิตได้ดีกว่าถ้าเรายอมให้พระยะโฮวาช่วย เราจะไม่ตกใจกลัวไปกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลก และเราจะไม่เอาแต่คิดถึงการพักผ่อนหรือทำอะไรสนุก ๆ เท่านั้น ดังนั้น ขอให้เราตั้งใจที่จะคิดเหมือนพระยะโฮวาต่อ ๆ ไป ขยันทำกิจกรรมคริสเตียน และไม่ลืมว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าเราทำอย่างนั้น เราก็จะสามารถจดจ่อกับสิ่งสำคัญที่สุดได้เสมอและ “ยึดความหวังเรื่องชีวิตแท้” ไว้ได้—1 ทธ. 6:19
เพลง 129 เราจะอดทนต่อ ๆ ไป
a อธิบายคำศัพท์ คำว่ากิจกรรมคริสเตียนหมายถึงทุกอย่างที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการนมัสการพระยะโฮวา เช่น การอ่านและค้นคว้าคัมภีร์ไบเบิล การไปประชุม การนมัสการประจำครอบครัว การทำงานรับใช้ในเขต นอกจากนั้น การนมัสการพระยะโฮวายังหมายรวมถึงการดูแลและก่อสร้างหอประชุม ช่วยงานบรรเทาทุกข์ ช่วยงานการประชุมใหญ่ และช่วยงานที่เบเธล
b คำอธิบายภาพ พี่น้องสามีภรรยาคู่หนึ่งขยันไปประกาศแทนที่จะมัวแต่กังวลเกินไปกับเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นในโลก