13-19 เมษายน 2026
เพลง 52 การอุทิศตัวของคริสเตียน
การรับบัพติศมาหมายถึงอะไรและสำคัญขนาดไหน?
“สอนคนทุกชาติให้เป็นสาวก ให้พวกเขารับบัพติศมา”—มธ. 28:19
จุดสำคัญ
การรับบัพติศมาหมายถึงอะไร สำคัญขนาดไหน และเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง
1. อะไรแสดงว่าการรับบัพติศมาเป็นคำสอนพื้นฐานที่สำคัญในคัมภีร์ไบเบิล?
เวลาเราเห็นคนรับบัพติศมา เรามีความสุขมาก คุณรู้ไหมว่าคริสเตียนในยุคแรกก็มีความสุขแบบนี้แหละเมื่อเห็นหลายคนรับบัพติศมาในวันเพ็นเทคอสต์ปี ค.ศ. 33? ในวันนั้นเปโตรได้ให้คำบรรยายเกี่ยวกับการรับบัพติศมาซึ่งเป็นคำสอนพื้นฐานสำคัญสำหรับคริสเตียน (กจ. 2:38, 40, 41) เปาโลเองก็เขียนด้วยว่า “หลักคำสอนเบื้องต้นเกี่ยวกับพระคริสต์” มี “คำสอนเรื่องบัพติศมา” ด้วย (ฮบ. 6:1, 2) แม้การรับบัพติศมาอาจดูเหมือนเป็นแค่คำสอนพื้นฐานในคัมภีร์ไบเบิล แต่เราก็ต้องเข้าใจเรื่องนี้อย่างละเอียด เพราะอะไร?
2. ทำไมเราต้องเข้าใจเรื่องการรับบัพติศมาอย่างชัดเจน?
2 ถ้าเราวางฐานรากของบ้านอย่างมั่นคง บ้านก็จะแข็งแรงทนทาน คล้ายกัน ถ้าเราเข้าใจเรื่องการรับบัพติศมาอย่างชัดเจน เราก็จะมีความเชื่อเข้มแข็ง เราต้องเข้าใจเรื่องนี้ไม่ว่าเรากำลังจะรับบัพติศมาหรือรับบัพติศมานานหลายปีแล้ว ดังนั้น ในบทความนี้เราจะคุยกันเกี่ยวกับ 3 คำถามคือ การรับบัพติศมาหมายถึงอะไรและทำไมถึงสำคัญ? การรับบัพติศมาของคริสเตียนเกี่ยวข้องกับอะไร? และทำไมเราต้องรับบัพติศมาในนามพระเจ้าผู้เป็นพ่อ ในนามลูกของพระองค์ และในนามพลังบริสุทธิ์?
การรับบัพติศมาหมายถึงอะไรและทำไมถึงสำคัญ?
3. การรับบัพติศมาแสดงให้เห็นถึงอะไร?
3 การรับบัพติศมาคือการแสดงให้คนอื่นเห็นว่า (1) คุณยอมรับความจริงเกี่ยวกับพระยะโฮวาและพระเยซู (2) ได้กลับใจจากบาป (3) ปรับเปลี่ยนชีวิตเพื่อจะรับใช้พระยะโฮวา (4) ยอมรับว่าพระเยซูเป็นช่องทางที่จะทำให้ได้รับความรอด และ (5) คุณได้อุทิศตัวโดยอธิษฐานและสัญญากับพระยะโฮวาแล้วว่าคุณจะทำตามความต้องการของพระองค์และขององค์การของพระองค์ เมื่อคุณได้อุทิศตัวและรับบัพติศมาแล้ว คุณก็เริ่มต้นเดินบนทางที่นำไปสู่ชีวิตตลอดไป
4. การจุ่มตัวมิดในน้ำเป็นสัญลักษณ์ถึงอะไร? (ดูภาพด้วย)
4 ตอนที่คุณรับบัพติศมา คุณจะถูกจุ่มตัวมิดในน้ำและถูกยกขึ้นจากน้ำaเหมือนกับว่าคุณถูกฝังแล้วก็ฟื้นขึ้นจากตาย (เทียบกับโคโลสี 2:12) การรับบัพติศมาเป็นภาพแสดงถึงการที่คุณเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่ ทำไมการเปรียบเทียบแบบนี้ถึงเหมาะ? เมื่อคุณถูกจุ่มตัวลงในน้ำ มันก็แสดงว่าคุณทิ้งแนวทางชีวิตแบบเดิม และพอคุณขึ้นมาจากน้ำ คุณก็ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ให้ความประสงค์ของพระยะโฮวาสำคัญที่สุดในชีวิต
เมื่อคุณรับบัพติศมา คุณได้เปลี่ยนแปลงชีวิตและเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยให้การทำตามความต้องการของพระยะโฮวาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต (ดูข้อ 4)
5. การเตรียมตัวเพื่อจะรับบัพติศมาอาจเปรียบได้กับอะไร? และทำไม? (1 เปโตร 3:18-21)
5 อ่าน 1 เปโตร 3:18-21 เราอาจเปรียบการเตรียมตัวรับบัพติศมาเป็นเหมือนกับงานที่โนอาห์ทำตอนสร้างเรือ ถ้าคุณเพิ่งเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับพระยะโฮวา คุณอาจเห็นว่าต้องปรับเปลี่ยนตัวเองหลายอย่าง ซึ่งมันอาจเป็นเรื่องยากเหมือนตอนที่โนอาห์ต้องสร้างเรือใหญ่ คุณอาจคิดว่า ‘ฉันต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ?’ ใช่ ทำไมถึงบอกแบบนั้น? ลองคิดถึงโนอาห์ตอนที่พระยะโฮวาสั่งให้เขาสร้างเรือ พระองค์เป็นผู้ออกแบบเรือนี้เอง ส่วนโนอาห์ก็มีหน้าที่ทำตามที่พระองค์สั่งให้ครบถ้วนเพื่อที่เขาจะรอดจากน้ำท่วมโลก โนอาห์เชื่อฟังและสร้างเรือได้สำเร็จเพราะเขามีความเชื่อและได้รับความช่วยเหลือจากพระยะโฮวา ดังนั้น คุณเองก็สามารถ “ทำตามที่พระเจ้าสั่ง . . . ทุกอย่าง” ได้แน่นอน—ปฐก. 6:22
6. การรับบัพติศมาช่วยคุณให้รอดในแง่ไหน?
6 เปโตรเขียนในข้อ 21 ว่าการรับบัพติศมา “ช่วยพวกคุณให้รอด” แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าแค่จุ่มตัวมิดในน้ำก็จะช่วยให้คุณได้รับความรอดหรือทำให้บาปของคุณถูกลบล้าง เพราะมีแค่เลือดของพระเยซูเท่านั้นที่ลบล้างบาปของคุณได้ (1 ยน. 1:7) แต่ถึงอย่างนั้นการรับบัพติศมาก็เป็นสิ่งสำคัญเพราะนี่คือสิ่งที่พระยะโฮวาสั่งให้เราทำ และการรับบัพติศมาเป็นการ “ขอพระเจ้าเพื่อช่วยไม่ให้มีอะไรรบกวนความรู้สึกผิดชอบชั่วดี” พระยะโฮวาดีใจที่คุณขอแบบนั้น ในแง่นี้แหละที่การรับบัพติศมา “ช่วยพวกคุณให้รอด”
การรับบัพติศมาของคริสเตียนเกี่ยวข้องกับอะไร?
7. การรับบัพติศมาควรทำแบบไหน?
7 คัมภีร์ไบเบิลบอกว่าคนที่จะรับบัพติศมาควรจุ่มตัวมิดในน้ำ แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดอื่น ๆ ถึงอย่างนั้นก็มีข้อคัมภีร์ต่าง ๆ ที่ทำให้รู้ว่าควรทำยังไงถึงจะเหมาะสม เช่น คัมภีร์ไบเบิลมีหลักการที่ช่วยให้คนที่รับบัพติศมารู้ว่าควรแต่งตัวยังไงและคนที่มาดูควรปฏิบัติตัวยังไง (1 คร. 14:40; 1 ทธ. 2:9) ทุกวันนี้ ปกติแล้วผู้ดูแลจะเป็นคนจุ่มตัวคนที่รับบัพติศมา แต่เราจะไม่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับคนที่ทำหน้าที่นี้ (1 คร. 1:14, 15) นอกจากนั้น ไม่ว่าจะมีคนมาดูการรับบัพติศมามากน้อยแค่ไหนก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ—กจ. 8:36
8. คนที่จะรับบัพติศมาต้องตอบ 2 คำถามอะไร? และทำไม? (กิจการ 2:38-42) (ดูภาพด้วย)
8 คัมภีร์ไบเบิลบอกว่าเราต้อง “ประกาศความเชื่อด้วยปากอย่างเปิดเผย [เพื่อ] ทำให้ได้รับความรอด” (รม. 10:9, 10) เลยเป็นเรื่องเหมาะสมที่เราจะทำแบบนั้นในวันที่เราจะรับบัพติศมาซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เราได้รับความรอด ดังนั้น คนที่จะรับบัพติศมาจะต้องตอบ 2 คำถามต่อไปนี้ คำถามแรก “คุณได้กลับใจจากบาปของคุณ อุทิศตัวให้พระยะโฮวา และยอมรับวิธีที่พระองค์ช่วยคุณให้รอดโดยทางพระเยซูคริสต์ไหม?” คำถามนี้เน้นสิ่งที่คนที่จะรับบัพติศมาได้ทำมาแล้ว และคำถามนี้คล้ายกับคำพูดของเปโตรในวันเพ็นเทคอสต์ คำถามที่ 2 “คุณเข้าใจใช่ไหมว่า การที่คุณรับบัพติศมาแสดงว่าคุณเป็นพยานพระยะโฮวาคนหนึ่งที่รับใช้ร่วมกับองค์การของพระยะโฮวา?” คำถามนี้เน้นสิ่งที่คนที่จะรับบัพติศมาจะต้องทำ นั่นก็คือเขาสัญญาว่าจะทำตามการชี้นำจากองค์การของพระยะโฮวา และรับใช้พระองค์ร่วมกับพี่น้องคริสเตียน ซึ่งเป็นการเลียนแบบคริสเตียนในศตวรรษแรก (อ่านกิจการ 2:38-42) คนที่ตอบทั้ง 2 คำถามนี้ว่าใช่ ก็จะมีคุณสมบัติที่จะรับบัพติศมาได้
การรับบัพติศมาเกี่ยวข้องกับการ “ประกาศความเชื่อด้วยปากอย่างเปิดเผย [เพื่อ] ทำให้ได้รับความรอด” (ดูข้อ 8)d
9. เราทุกคนต้องทำอะไรเพื่อจะทำให้พระเจ้าพอใจ?
9 ก่อนเรียนความจริง คุณอาจเป็นคนดีอยู่แล้วและไม่เคยทำผิดร้ายแรง หรือคุณอาจโตมาในครอบครัวพยานฯ ซึ่งพ่อแม่สอนให้คุณรักพระยะโฮวา ถ้าอย่างนั้น คุณยังต้องกลับใจและรับบัพติศมาเพื่อทำให้พระเจ้าพอใจไหม? ใช่ เพราะไม่ว่าจะมีภูมิหลังยังไง เราทุกคนต้องยอมรับว่าเราเป็นคนบาปซึ่งมันทำให้เราห่างจากพระเจ้า (สด. 51:5) แต่พอเรารู้จักพระยะโฮวา เราก็ตัดสินใจว่าจะให้ความต้องการของพระองค์สำคัญที่สุดในชีวิต เราเลยกลับใจและหันกลับจากแนวทางชีวิตเก่า และเริ่มใช้ชีวิตในแบบที่พระยะโฮวาพอใจ เมื่อเราทำแบบนั้นเราถึงจะรับบัพติศมาได้—กจ. 3:19
10. ถ้าก่อนหน้านี้คุณเคยรับบัพติศมากับศาสนาอื่นมาแล้ว คุณควรทำยังไง?
10 ถ้าคุณเคยรับบัพติศมากับศาสนาอื่นมาแล้ว คุณก็ยังต้องรับบัพติศมาอีกครั้งเพื่อเป็นพยานพระยะโฮวา ทำไม? เพราะก่อนหน้านี้คุณยังไม่เข้าใจความจริงเกี่ยวกับพระยะโฮวาและพระเยซูอย่างเต็มที่ แม้ตอนนั้นคุณได้อธิษฐานอุทิศตัวให้พระเจ้าแล้ว แต่คุณก็ยังไม่มีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความประสงค์ของพระองค์ ตอนที่เปาโลอยู่ที่เมืองเอเฟซัส เขาเจอคนกลุ่มหนึ่งที่รับบัพติศมาแล้วแต่ยังไม่เข้าใจคำสอนของคริสเตียน เปาโลก็เลยให้พวกเขารับบัพติศมาอีกครั้งb (กจ. 19:1-5) ทุกวันนี้ก็เหมือนกัน พระยะโฮวาจะยอมรับคนที่รับบัพติศมาโดยมีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับความประสงค์ของพระองค์เท่านั้น
“ในนามพระเจ้าผู้เป็นพ่อ ในนามลูกของพระองค์ และในนามพลังบริสุทธิ์”
11. การรับบัพติศมา “ในนามพระเจ้าผู้เป็นพ่อ ในนามลูกของพระองค์ และในนามพลังบริสุทธิ์” หมายความว่ายังไง? (มัทธิว 28:18-20)
11 พระเยซูสั่งว่าสาวกของท่านต้องรับบัพติศมา “ในนามพระเจ้าผู้เป็นพ่อ ในนามลูกของพระองค์ และในนามพลังบริสุทธิ์” (อ่านมัทธิว 28:18-20) ท่านหมายความว่ายังไง? ในคัมภีร์ไบเบิลคำว่า “นาม” หรือชื่อมักจะหมายถึงชื่อเสียงของคนคนนั้น และหมายถึงตำแหน่งและอำนาจของเขาด้วย ดังนั้น เมื่อเราทำอะไรบางอย่าง “ในนาม” ของบางคนหรือบางสิ่ง ก็แสดงว่าเรานับถืออำนาจของคนนั้นหรือสิ่งนั้น (เทียบกับมัทธิว 10:41; ดูข้อมูลสำหรับศึกษาของคำว่า “เพราะคนนั้นเป็นผู้พยากรณ์”) เมื่อเรารับบัพติศมาในนามของพระยะโฮวาและพระเยซู ก็หมายความว่าเราให้ความนับถืออำนาจและตำแหน่งของพระองค์ทั้งสอง และเมื่อเรารับบัพติศมาในนามของพลังบริสุทธิ์ ก็หมายความว่าเราพร้อมที่จะทำตามการชี้นำของพลังนั้น ให้เรามาดูทีละจุดด้วยกัน
12. การรับบัพติศมาในนามพระเจ้าผู้เป็นพ่อหมายความว่ายังไง? (วิวรณ์ 4:11) (ดูภาพด้วย)
12 ในนามพระเจ้าผู้เป็นพ่อ นี่หมายความว่าเรายอมรับว่าพระยะโฮวาเป็นพ่อในสวรรค์ของเราหรือผู้ให้ชีวิต พระองค์เป็นพระเจ้าผู้มีพลังอำนาจสูงสุดและเป็นผู้สร้างทุกสิ่ง (อ่านวิวรณ์ 4:11) เรายอมรับว่าพระยะโฮวาเป็นผู้ฟังคำอธิษฐาน เมื่อเราอธิษฐานถึงพระองค์และพูดให้คนอื่นฟังเกี่ยวกับพระองค์ เราใช้ชื่อของพระองค์ได้แต่ต้องเป็นแบบที่แสดงความนับถือ (สด. 65:2) แต่การรับบัพติศมาในนามพระเจ้าผู้เป็นพ่อยังมีความหมายมากกว่านั้นอีก คนที่ฟังเปโตรบรรยายในวันเพ็นเทคอสต์รู้จักพระยะโฮวาอยู่แล้ว แต่พวกเขาต้องยอมรับว่าพระยะโฮวาเป็นผู้เดียวที่ช่วยพวกเขาให้รอดโดยทางพระเยซูและทำให้พวกเขามีชีวิตตลอดไปได้—รม. 5:8
หลังจากที่คุณรับบัพติศมา ให้คุณนับถืออำนาจและตำแหน่งของพระยะโฮวากับพระเยซูรวมทั้งทำตามการชี้นำของพลังบริสุทธิ์ต่อ ๆ ไป (ดูข้อ 12)
13. การรับบัพติศมาในนามลูกของพระองค์หมายความว่ายังไง? (ดูภาพด้วย)
13 ในนามลูกของพระองค์ นี่หมายความว่าเรายอมรับว่าพระเยซูเป็นลูกคนเดียวของพระเจ้า ท่านเป็น “ทางนั้น” ซึ่งหมายความว่าท่านเป็นผู้เดียวที่ช่วยให้เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระยะโฮวาได้ (ยน. 14:6) พระเยซูยังเป็นผู้ช่วยให้รอดของเราด้วย ท่านสละชีวิตเพื่อเราจะได้ชีวิต การรู้เรื่องนี้กระตุ้นให้เราเลียนแบบพระเยซูทุกวัน ไม่ใช่แค่วันที่เรารับบัพติศมาเท่านั้น (1 ยน. 2:6) เราเลยประกาศอย่างกระตือรือร้นเหมือนที่ท่านทำและไม่ยอมให้อะไรมาหยุดเรา (ลก. 4:43) เราถึงกับยอมอดทนการข่มเหงเพื่อจะรับใช้พระเจ้าอย่างซื่อสัตย์ต่อ ๆ ไป (2 ทธ. 3:12) นอกจากนั้น เรายังนับถือพระเยซูในฐานะ “ผู้นำของประชาคม” ด้วย เราก็เลยยอมรับคนที่ท่านใช้ให้นำหน้าในประชาคมที่ดูแลสาวกของท่าน—อฟ. 4:8, 11, 12; 5:23
หลังจากที่คุณรับบัพติศมา ให้คุณนับถืออำนาจและตำแหน่งของพระเยซูต่อ ๆ ไป (ดูข้อ 13)
14. (ก) การรับบัพติศมาในนามพลังบริสุทธิ์หมายความว่ายังไง? (ดูภาพด้วย) (ข) การรับบัพติศมาอีกแบบหนึ่งของคริสเตียนผู้ถูกเจิมคืออะไร? (ดูกรอบ “การรับบัพติศมาแบบอื่น ๆ ของคริสเตียนผู้ถูกเจิม”)
14 ในนามพลังบริสุทธิ์ นี่หมายความว่าเรายอมรับความจริงเกี่ยวกับพลังบริสุทธิ์ว่าเป็นพลังที่พระเจ้าใช้ในการทำสิ่งต่าง ๆ ไม่ได้เป็นบุคคลหรือส่วนหนึ่งของตรีเอกานุภาพ เรายอมรับว่าพระเจ้าใช้พลังบริสุทธิ์ชี้นำผู้พยากรณ์และผู้เขียนคัมภีร์ไบเบิล เราเลยอ่านคัมภีร์ไบเบิลเป็นประจำและทำตามคำสอนในคัมภีร์ไบเบิล (2 ปต. 1:20, 21) นอกจากนั้น เราจะไม่ทำผิดร้ายแรงเพราะเรารู้ว่าการทำอย่างนั้นไม่เพียงแต่ทำให้เราไม่ได้รับพลังบริสุทธิ์ แต่จะทำให้ประชาคมไม่ได้รับพลังบริสุทธิ์อย่างเต็มที่ด้วย—อฟ. 4:30
หลังจากที่คุณรับบัพติศมา ให้คุณทำตามการชี้นำของพลังบริสุทธิ์ต่อ ๆ ไป (ดูข้อ 14)
15. เราควรตั้งใจที่จะทำอะไร?
15 ถ้าคุณรับบัพติศมาแล้ว ขอให้ตั้งใจทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “คำสอนเรื่องบัพติศมา”cอย่างละเอียด และทำตามสัญญาที่คุณให้ไว้กับพระยะโฮวาตอนที่คุณอุทิศตัวและรับบัพติศมา แต่ถ้าคุณยังไม่รับบัพติศมาล่ะ? มีอะไรที่รั้งคุณไว้ไม่ให้รับบัพติศมาไหม? บทความถัดไปเราจะคุยกันว่าคุณจะทำความก้าวหน้าต่อไปเรื่อย ๆ จนรับบัพติศมาได้ยังไง
เพลง 161 สุขใจที่ได้ทำตามประสงค์
a คำกรีกบาพทิสมา ที่แปลว่า “บัพติศมา” หมายถึง “การจุ่ม” ดังนั้น การรับบัพติศมาคือการที่คนหนึ่งถูกจุ่มตัวมิดในน้ำ ไม่ใช่แค่การพรมน้ำอย่างที่บางศาสนาสอน
b ชาวเมืองเอเฟซัสได้รับบัพติศมาแบบที่เรียกว่า “บัพติศมาของยอห์น” (กจ. 19:3) ยอห์นผู้ให้บัพติศมากระตุ้นให้ชาวยิวกลับใจจากการทำผิดต่อกฎหมายของโมเสส และใครก็ตามที่กลับใจจากบาปแบบนั้น ยอห์นก็จะให้บัพติศมากับเขา (มก. 1:4, 5) แต่ทันทีที่กฎหมายของโมเสสถูกยกเลิก พระยะโฮวาก็ไม่ยอมรับบัพติศมาของยอห์นอีกต่อไป พระองค์ยอมรับเฉพาะ “บัพติศมาแบบเดียว” ที่ทำให้ได้รับความรอด—อฟ. 4:5
c ดูบทความ “การรับบัพติศมาคืออะไร?” ในบทความชุด “คำถามเกี่ยวกับคัมภีร์ไบเบิล” ในเว็บไซต์ jw.org และแอป JW Library ®
d คำอธิบายภาพ ที่การประชุมหมวดแห่งหนึ่ง คนที่กำลังจะรับบัพติศมายืนขึ้นเพื่อจะประกาศความเชื่อด้วยปากอย่างเปิดเผย