27 เมษายน–3 พฤษภาคม 2026
เพลง 99 พี่น้องมากมายมหาศาล
คุณเตรียมพร้อมรับมือกับข้อท้าทายหลังจากรับบัพติศมาแล้วไหม?
“ขอให้ผมเดินในทางของพระองค์”—สด. 17:5
จุดสำคัญ
คริสเตียนที่เพิ่งรับบัพติศมาจะเตรียมตัวยังไงเพื่อรับมือกับข้อท้าทายที่อาจเกิดขึ้นหลังจากที่เข้ามาเป็นพยานฯ แล้ว
1-2. เราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับข้อท้าทายหลังจากที่รับบัพติศมาแล้ว? ขอยกตัวอย่าง
ตอนนี้เราอยู่ในโลกของซาตาน เราคาดหมายได้เลยว่าจะเจอกับปัญหาและความยากลำบากแน่ ๆ พระเยซูก็บอกแบบนั้นตอนที่ท่านเตือนสาวกว่า “ความทุกข์เดือดร้อนจะเกิดกับโลกนี้เพราะมีสิ่งที่ชักจูงคนให้หลงทำผิด การชักจูงแบบนี้จะต้องเกิดขึ้นแน่” (มธ. 18:7) เมื่อคิดถึงคำเตือนนี้เราเลยต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่จะรับมือกับข้อท้าทายที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงปัญหาที่เรามีกับพี่น้อง
2 ลองคิดถึงตัวอย่างนี้ ปกติแล้วมีการสนับสนุนให้คนของพระยะโฮวาเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ เช่น เราต้องรู้ว่าอาจเกิดภัยพิบัติอะไรได้บ้างในเขตที่เราอยู่ และถ้าเราเพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่เราก็ยิ่งต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ และพอรู้ข้อมูลแล้ว เราก็ต้องวางแผนเพื่อพร้อมจะรับมือ (สภษ. 21:5) คล้ายกัน เราต้องรู้ว่าอาจมีข้อท้าทายอะไรเกิดขึ้นได้บ้างหลังจากที่รับบัพติศมาแล้ว และเตรียมพร้อมตั้งแต่ตอนนี้เพื่อจะรับมือได้ ถ้าเราเตรียมตัวไว้ พอเกิดข้อท้าทายจริง ๆ เราก็จะไม่ค่อยได้รับผลกระทบมากและยังคงสนิทกับพระยะโฮวาอยู่เสมอ (สด. 17:5) ดังนั้น ให้เรามาดูข้อท้าทาย 3 อย่างที่อาจเกิดขึ้นได้ และดูว่าเราจะเตรียมพร้อมรับมือกับข้อท้าทายเหล่านี้ได้ยังไงa
พี่น้องทำให้คุณโกรธ
3. เราอาจเจอข้อท้าทายอะไรในประชาคม?
3 ตอนที่คุณมาหอประชุมครั้งแรกและได้เห็นว่าพยานพระยะโฮวารักกัน คุณรู้สึกยังไง? ตอนนั้นคุณมั่นใจใช่ไหมว่าคุณเจอความจริงแล้ว? (ยน. 13:35; คส. 3:12) พี่น้องหญิงที่ชื่อบลังก้าbก็รู้สึกแบบนั้น แต่หลังจากที่เธอรับบัพติศมา เธอก็ได้เจอกับเรื่องที่ไม่คาดคิด เธอเล่าว่า “พี่น้องหญิงคนหนึ่งทำไม่ดีกับฉัน แถมฉันยังสังเกตด้วยว่าเธอชอบพูดถึงพี่น้องคนอื่นในแง่ลบ ฉันไม่คิดเลยว่าจะมาเจออะไรแบบนี้เพราะฉันรู้ว่าพยานพระยะโฮวารักกันมากและเป็นหนึ่งเดียวกัน” แน่นอนว่าพี่น้องของคุณกำลังพยายามอย่างมากที่จะแสดงคุณลักษณะแบบคริสเตียน แต่พวกเขาก็เป็นคนไม่สมบูรณ์แบบ (อฟ. 4:23, 24; 1 ยน. 1:8) ดังนั้น บางคนก็อาจพูดหรือทำอะไรให้คุณเสียใจ (ยก. 3:8) และน่าเสียดายที่พี่น้องบางคนที่เจอแบบนี้อาจถึงกับเลิกรับใช้พระยะโฮวาไปเลย
4. อะไรจะช่วยให้เราเตรียมพร้อมรับมือได้ถ้ามีพี่น้องทำให้เราโกรธ? (เอเฟซัส 4:32)
4 แล้วคุณจะทำอะไรได้ตั้งแต่ตอนนี้เพื่อเตรียมพร้อมรับมือถ้ามีพี่น้องทำให้คุณเสียใจหรือโกรธ? สิ่งที่คุณทำได้ก็คือการเอาคำแนะนำในเอเฟซัส 4:32 (อ่าน) ไปใช้เสมอ ถ้าคุณพยายามเต็มที่ที่จะแสดงความกรุณาและเห็นอกเห็นใจ คุณก็จะไม่ค่อยมีปัญหากับใคร นอกจากนั้น ถ้ามีพี่น้องทำไม่ดีกับคุณ ให้ตั้งเป้าที่จะให้อภัยอย่างใจกว้าง แล้วอะไรจะช่วยให้คุณทำอย่างนั้นได้? ลองคิดดูว่าคุณทำผิดบ่อยแค่ไหน และต้องขอพระยะโฮวาให้อภัยคุณมากแค่ไหน (มธ. 6:12) เมื่อคุณได้เห็นว่าพระยะโฮวาให้อภัยคุณอย่างใจกว้าง มันก็จะช่วยให้คุณให้อภัยคนอื่นได้ง่ายขึ้น
5. มีหลักการอะไรในคัมภีร์ไบเบิลที่ช่วยเราได้เมื่อมีพี่น้องทำให้เราโกรธ? (สุภาษิต 19:11) (ดูภาพด้วย)
5 อ่านสุภาษิต 19:11 คัมภีร์ไบเบิลบอกว่าถ้าเรามีความเข้าใจลึกซึ้งc เราก็จะไม่โกรธง่าย หลักการนี้ช่วยพี่น้องหญิงที่ชื่อริม่าซึ่งรับบัพติศมาได้ไม่กี่ปี เธอเล่าว่า “เมื่อพี่น้องทำให้ฉันรู้สึกเจ็บหรือโกรธ ฉันจะคิดถึงสุภาษิต 19:11 และฉันจะพยายามคิดว่าพวกเขากำลังเจอสภาพการณ์แบบไหนและมีภูมิหลังยังไง และคิดว่าอะไรทำให้พวกเขาพูดหรือทำแบบนั้น นอกจากนั้น ฉันจะไปทำงานรับใช้กับพวกเขาด้วย พอทำแบบนี้มันก็ช่วยให้ฉันรู้จักพวกเขาดีขึ้น” นี่เป็นคำแนะนำที่ดีจริง ๆ คุณสามารถทำความรู้จักกับพี่น้องให้ดีขึ้นได้ตั้งแต่ตอนนี้ ยิ่งคุณเข้าใจพวกเขามากขึ้น คุณก็อาจยิ่งเห็นว่าคุณให้อภัยเขาได้ง่ายขึ้นถ้าพวกเขาพูดหรือทำอะไรให้คุณรู้สึกไม่ดี
ถ้าคุณกับพี่น้องคนหนึ่งกำลังมีปัญหากัน ให้พยายามลองไปทำงานรับใช้ด้วยกัน (ดูข้อ 5)
6. อะไรจะช่วยให้คุณยังคงรักและเป็นเพื่อนกับพี่น้องอยู่เสมอ?
6 อะไรจะช่วยให้คุณสนิทกับพี่น้องในประชาคมได้? ตอนที่คุณพยายามทำความรู้จักกับพี่น้องให้ดีขึ้น ให้พยายามมองที่คุณลักษณะดี ๆ ของพวกเขา (เทียบกับสุภาษิต 10:12; รม. 12:10; ฟป. 2:2, 3) นี่คือสิ่งที่ช่วยพี่น้องชายที่ชื่อมาร์คได้ เขาเป็นพี่น้องที่เพิ่งรับบัพติศมาใหม่ พอมาร์คได้ใช้เวลากับพี่น้องในประชาคมมากขึ้น เขาก็ได้เห็นนิสัยบางอย่างของพี่น้องที่เขาไม่ชอบ แต่อะไรช่วยให้มาร์คยังคงสนิทกับพระยะโฮวาและพี่น้องต่อไปแม้เขาจะเห็นข้อเสียบางอย่าง? เขาบอกว่า “ผมมารู้สึกว่าตัวเองเอาแต่มองที่ข้อเสียเล็ก ๆ น้อย ๆ ของพี่น้องมากเกินไป และเอาจริง ๆ สิ่งนี้มันก็เทียบกันไม่ได้เลยกับความเลวร้ายของคนในสังคมทุกวันนี้ ผมก็เลยมาคิดได้ว่าผมไม่ควรมองที่ข้อผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของพวกเขา แต่ควรจะมองที่ข้อดีของพวกเขามากกว่า” ถ้าคุณทำเหมือนกับมาร์ค คุณจะยังคงรักและเป็นเพื่อนกับพี่น้องอยู่เสมอ
คุณเริ่มคิดถึงสิ่งที่ทิ้งไปแล้ว
7. อะไรอาจทำให้เราคิดถึงสิ่งที่เราทิ้งไปแล้ว?
7 ตอนที่คุณได้เรียนความจริง คุณคงรู้สึกโล่งใจมากแน่ ๆ ที่ได้ทิ้งโลกของซาตานไว้ข้างหลัง ตอนนั้นคุณอาจคิดว่า ‘ใครจะไปคิดถึงโลกแย่ ๆ แบบนั้น’ แต่อาจเป็นได้ที่พอชีวิตเริ่มลำบาก คุณอาจเริ่มคิดถึงสิ่งที่คุณทิ้งไปแล้ว หรืออาจถึงกับอยากกลับไปทำในสิ่งที่คุณเลิกทำไปแล้วก่อนที่จะมารับใช้พระยะโฮวา (เทียบกับกันดารวิถี 11:4-6) ตัวอย่างเช่น พี่น้องบางคนอาจตัดสินใจเลิกทำงานอาชีพที่ทำให้มีชื่อเสียงซึ่งเป็นงานที่ต้องทุ่มเทเวลาให้กับมัน บางคนก็เคยมีเพื่อนสนิทแต่ก็ต้องเลิกคบไปตอนที่เริ่มเรียนคัมภีร์ไบเบิล ส่วนบางคนก็ทิ้งนิสัยบางอย่างที่ทำให้เขามีความสุขแต่เป็นนิสัยที่พระยะโฮวาเกลียด ลองคิดดูว่าพระยะโฮวาจะเสียใจขนาดไหนถ้าคริสเตียนคนหนึ่งยอมให้สิ่งที่เขาทิ้งไปมาทำให้เขาค่อย ๆ ห่างจากพระยะโฮวา แล้วคุณจะทำอะไรได้ตั้งแต่ตอนนี้เพื่อจะไม่กลับไปหาสิ่งที่คุณทิ้งไปแล้วไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม?
8. เราเรียนอะไรได้จากตัวอย่างของอับราฮัมกับซาราห์?
8 ในคัมภีร์ไบเบิลมีตัวอย่างของผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของพระยะโฮวาหลายคนที่ถ้าจะคิดถึงสิ่งที่พวกเขาทิ้งไปแล้วก็คิดได้ ตัวอย่างเช่น อับราฮัมกับซาราห์ พวกเขาเชื่อฟังเมื่อพระยะโฮวาบอกให้ออกจากเมืองเออร์และไปอาศัยอยู่ในเต็นท์ (ฮบ. 11:8, 9) ก็เป็นไปได้ที่บางครั้งพวกเขาอาจนึกถึงความสะดวกสบายในเมืองเออร์ แต่ถ้าพวกเขา “เฝ้าคิดถึงที่ที่ตัวเองจากมา” หรือเอาแต่คิดถึงสิ่งที่ทิ้งไปแล้ว พวกเขาก็อาจอยากกลับไปที่เมืองเออร์ก็ได้ แต่พวกเขาไม่ได้เอาแต่คิดถึงที่นั่น พวกเขาคิดถึงคำสัญญาของพระเจ้าเสมอ—ฮบ. 11:15, 16
9. อัครสาวกเปาโลคิดยังไงกับสิ่งที่เขาทิ้งไป? (ฟีลิปปี 3:7, 8, 13)
9 อัครสาวกเปาโลก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตเพื่อเข้ามารับใช้พระยะโฮวา ก่อนจะเข้ามาเป็นคริสเตียนเปาโลเรียนกฎหมายของชาวยิวจากกามาลิเอลครูที่มีชื่อเสียง (กจ. 22:3) จริง ๆ แล้วเปาโลมีโอกาสที่จะเป็นผู้นำศาสนายิวคนสำคัญได้ (กท. 1:13, 14) แต่เมื่อได้เรียนความจริงเขาก็ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้ข้างหลัง หลังจากที่เข้ามาเป็นคริสเตียนชีวิตเขาสบายขึ้นไหม? ไม่ เขาทั้งถูกเฆี่ยน โดนจับขังคุก และถูกเพื่อนร่วมชาติเกลียดชัง (2 คร. 11:23-26) ถ้าเปาโลเอาแต่มองที่ปัญหาและเปรียบเทียบชีวิตตอนนี้กับเมื่อก่อน เขาคงรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดที่เปลี่ยนแปลงชีวิตและเข้ามาเป็นคริสเตียน แต่เปาโลไม่ได้คิดแบบนั้น เขามองว่าเป็นสิทธิพิเศษมากที่ได้ทำงานรับใช้พระเยซูและรอคอยที่จะได้รับรางวัลในอนาคต เปาโลมั่นใจว่าพรต่าง ๆ ที่เขาได้รับมีค่ามากกว่าอะไรก็ตามที่เขาต้องเสียสละไป—อ่านฟีลิปปี 3:7, 8, 13
10. เราควรคิดถึงเรื่องอะไรเป็นประจำ? (มาระโก 10:29, 30) (ดูภาพด้วย)
10 เราได้บทเรียนอะไร? ถ้าคุณเริ่มคิดถึงสิ่งต่าง ๆ ที่คุณได้ทิ้งไปก่อนที่จะเข้ามาเป็นคริสเตียน ก็ขอให้คุณอย่าลืมคิดด้วยว่าทำไมคุณถึงทิ้งสิ่งเหล่านั้น (ปญจ. 7:10) ให้เปรียบเทียบสิ่งที่คุณทิ้งไปกับพรดี ๆ มากมายที่คุณได้รับเมื่อเข้ามาเรียนความจริง เช่น คุณมีโอกาสได้เป็นเพื่อนสนิทกับพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดในเอกภพ (สภษ. 3:32) คุณมีพี่น้องมากมายทั่วโลกซึ่งเป็นเหมือนครอบครัวที่รักคุณ (อ่านมาระโก 10:29, 30) และคุณยังมีอนาคตที่ดีรออยู่ข้างหน้าด้วย (อสย. 65:21-23) ถ้าคุณคิดใคร่ครวญเป็นประจำเกี่ยวกับพรต่าง ๆ ที่คุณได้จากการรับใช้พระยะโฮวา คุณก็จะไม่ค่อยคิดถึงสิ่งที่คุณได้ทิ้งไปแล้ว
แทนที่จะเอาแต่คิดถึงสิ่งที่คุณทิ้งไว้ข้างหลัง ให้มีความสุขที่ได้ทำงานรับใช้ที่พระยะโฮวาให้กับคุณ (ดูข้อ 10)e
11. คุณได้เรียนอะไรจากประสบการณ์ของโรสแมรี่?
11 ให้เรามาดูประสบการณ์ของโรสแมรี่ซึ่งรับบัพติศมาตอนที่เธออายุประมาณ 50 เธอเล่าว่าอะไรช่วยให้เธอไม่คิดถึงสิ่งที่เธอได้ทิ้งไปแล้ว เธอบอกว่า “ตอนแรกฉันคิดถึงการฉลองคริสต์มาสมากเพราะมันเป็นช่วงเวลาที่ฉันมีความสุขกับครอบครัว ฉันชอบให้ของขวัญกับคนที่ฉันรัก ชอบที่เห็นลูก ๆ หลาน ๆ นั่งล้อมต้นคริสต์มาสแล้วก็แกะของขวัญกันอย่างมีความสุข” แล้วอะไรช่วยโรสแมรี่? เธอบอกว่า “ฉันได้เรียนว่าเราสามารถใช้เวลากับครอบครัวในโอกาสอื่น ๆ ที่ไม่ใช่วันคริสต์มาสได้ เช่น ในแต่ละปีจะมีวันหนึ่งที่ฉันชวนคนในครอบครัวมาที่บ้าน แล้วก็จะให้ของขวัญพวกเขาและบอกพวกเขาว่าฉันรักพวกเขามากแค่ไหน” โรสแมรี่ยังมีข้อท้าทายอีกอย่างหนึ่งด้วย เธอเล่าว่า “พอมาเรียนความจริง พวกเพื่อน ๆ ก็เลิกคบกับฉัน บางทีฉันก็คิดถึงพวกเขาและรู้สึกเหงา”d แล้วอะไรที่ช่วยเธอ? เธอจัดเวลาไปประกาศกับพวกพี่น้องหญิงในประชาคม เธอบอกว่า “พอทำแบบนี้ฉันก็เลยมีเพื่อนใหม่หลายคนที่น่ารักและมีค่ามากจริง ๆ” คุณได้เรียนอะไรจากประสบการณ์ของโรสแมรี่? แม้คุณจะคิดถึงสิ่งที่คุณทิ้งไปก่อนมารับใช้พระยะโฮวาซึ่งมันเป็นสิ่งที่คุณชอบ แต่มีหลายอย่างที่ดีกว่าที่คุณสามารถทำได้ซึ่งจะทำให้คุณมีความสุขจริง ๆ (ฟป. 4:8, 9) และอย่าลืมว่าพระยะโฮวาจะช่วยให้คุณได้รับสิ่งดี ๆ มากกว่าที่คุณเสียไปแน่นอน
เมื่อพี่น้องบางคนทิ้งพระยะโฮวาไป
12. มีข้อท้าทายอะไรที่อาจยากเป็นพิเศษ?
12 เมื่อคุณเข้ามาเป็นพยานพระยะโฮวา คุณคงมีความสุขที่ได้ทิ้งโลกชั่วนี้ไว้ข้างหลังและได้เข้ามาอยู่ในสังคมพี่น้องที่มีแต่คนที่รักพระเจ้าและมีศีลธรรมที่ดี (อสย. 65:14) แต่บางครั้งคุณก็อาจได้ยินว่ามีการทำผิดและมีพี่น้องบางคนถูกตัดออกจากประชาคม (1 คร. 5:13) ขอสังเกตว่าสถานการณ์แบบนี้มีผลยังไงกับพี่น้องหญิงที่ชื่อซามา เธอบอกว่า “ไม่นานหลังจากที่ฉันรับบัพติศมา มีผู้ดูแลคนหนึ่งทำผิดร้ายแรงและถูกตัดออกจากประชาคม ฉันคิดไม่ถึงเลยว่าคนที่เป็นผู้ดูแลจะทำผิดต่อพระยะโฮวาและต่อพี่น้องในประชาคมได้” แน่นอนว่าเราควรเชื่อมั่นว่าพี่น้องของเรารักพระยะโฮวาและอยากซื่อสัตย์ต่อพระองค์เสมอ (1 คร. 13:4, 7) แต่เราก็ต้องมองตามความเป็นจริงด้วย ทุกปีมีบางคนที่ถูกตัดออกจากประชาคม และมันอาจยากเป็นพิเศษถ้าคนนั้นเป็นคนในครอบครัว เพื่อนสนิท หรือเป็นคนที่คุณให้ความนับถือมาก
13. เราจะเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้ได้ยังไงถ้ามีคนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิททิ้งพระยะโฮวา?
13 คุณจะเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้ได้ยังไงถ้ามีคนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิททิ้งพระยะโฮวา? ให้คุณเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่คุณมีกับพระยะโฮวาให้เข้มแข็งอยู่เสมอ (ยก. 4:8) จำไว้ว่าการที่คุณรักและรับใช้พระยะโฮวาไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนอื่น แต่ขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง ตัวอย่างเช่น ถึงแม้เราทุกคนจะนมัสการพระยะโฮวาร่วมกันกับคนในครอบครัวและกับพี่น้อง แต่เราก็ต้องอธิษฐานและอ่านคัมภีร์ไบเบิลเป็นส่วนตัวด้วย—สด. 1:2; 62:8
14. เราได้เรียนอะไรจากตัวอย่างของอัครสาวกเปโตร? (ยอห์น 6:66-68)
14 เรายังได้บทเรียนจากสิ่งที่อัครสาวกเปโตรทำด้วยเมื่อมีสาวกหลายคนเลิกติดตามพระเยซู ตอนนั้นเปโตรอาจจะสับสนก็ได้ แต่ขอสังเกตสิ่งที่เขาพูดในยอห์น 6:66-68 (อ่าน) แทนที่เปโตรจะสนใจสิ่งที่คนอื่นทำ เขากลับสนใจในความจริงที่เขาได้รับจากพระเยซู เปโตรเลยไม่ได้เลิกติดตามพระเยซู คล้ายกัน สิ่งที่คนอื่นทำมันไม่ได้ทำให้คุณค่าของความจริงที่คุณได้รับจากองค์การของพระเจ้าลดน้อยลงเลย ดังนั้น ให้คุณยึดมั่นกับความจริงนี้ไว้และรักษาความซื่อสัตย์อยู่เสมอ ซามาที่พูดถึงก่อนหน้านี้บอกว่า “ฉันพยายามเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าเมื่อคนหนึ่งทำผิด มันไม่ได้หมายความว่าทั้งประชาคมหรือองค์การของพระเจ้าไม่ดี และมันก็ไม่ได้หมายความว่าพระยะโฮวาเป็นพระเจ้าที่ไม่ดีด้วย”
15. คุณได้เรียนอะไรจากประสบการณ์ของเอมิลี่?
15 ให้เรามาดูตัวอย่างของเอมิลี่ หลังจากที่เอมิลี่รับบัพติศมาได้แค่อาทิตย์เดียว แม่ของเธอก็ทิ้งครอบครัวไปและถูกตัดออกจากประชาคม เอมิลี่บอกว่า “ฉันไม่คิดเลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับฉัน นี่เป็นเรื่องที่ยากที่สุดในชีวิตของฉันเลย ฉันคิดถึงแม่มาก ๆ” แล้วอะไรที่ช่วยเอมิลี่ให้รับมือกับเรื่องนี้ได้? เธอบอกว่า “ฉันรู้ว่าฉันไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวตัวคนเดียว ฉันยังมีพ่อและมีพี่น้องในประชาคมที่คอยช่วยเหลือฉัน พี่น้องในประชาคมเป็นเหมือนกับครอบครัวของฉันเลย ที่จริง พี่น้องทุกคนต่างก็ต้องรับมือกับปัญหาของตัวเองกันทั้งนั้น เลยเป็นเรื่องสำคัญมากที่เราจะต้องสนิทกันและคอยให้กำลังใจกันเสมอ” (1 ปต. 5:9) คุณไม่ต้องรอให้เจอกับปัญหาก่อนถึงจะค่อยมาสนิทกับพี่น้อง ให้คุณพยายามสนิทกับพี่น้องตั้งแต่ตอนนี้ ถ้าคุณทำอย่างนั้น ไม่ว่าคุณจะเจอกับปัญหาอะไร คุณก็จะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเลย
16. เราไม่ควรลืมอะไร? (ดูภาพด้วย)
16 นอกจากนั้น อย่าลืมว่าพระยะโฮวารักใคร พระองค์ก็สั่งสอนคนนั้น (ฮบ. 12:6) พระองค์อยากให้ทุกคนที่ถูกตัดออกจากประชาคมกลับมาหาพระองค์ (2 ปต. 3:9) ดังนั้น ถ้าคุณมีคนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิทถูกตัดออกจากประชาคม คุณมั่นใจได้ว่าผู้ดูแลจะทำทุกอย่างที่พวกเขาทำได้เพื่อช่วยคนเหล่านั้นให้กลับมาหาพระยะโฮวา—2 ทธ. 2:24, 25
ถ้าเพื่อนหรือคนในครอบครัวของคุณถูกตัดออกจากประชาคม จำไว้ว่าผู้ดูแลอยากช่วยเขาให้กลับมาหาพระยะโฮวา (ดูข้อ 16)f
17. เรามั่นใจได้ในเรื่องอะไร?
17 เราได้ดูว่ามีข้อท้าทายอะไรบ้างที่คุณอาจเจอหลังจากรับบัพติศมา ถึงแม้ข้อท้าทายบางอย่างอาจดูน่ากลัว แต่คุณไม่ต้องกังวลเลย มีหลายอย่างที่คุณทำได้เพื่อจะเตรียมพร้อมรับมือกับมัน และอย่าลืมว่าคุณมีผู้ช่วยเหลือที่เก่งที่สุดนั่นก็คือพระยะโฮวาพระเจ้า พระองค์ได้ช่วยคุณมาแล้วและพระองค์จะช่วยคุณตลอดไป (1 ปต. 5:10) พระองค์จะให้กำลังและช่วยให้คุณอดทนกับปัญหาอะไรก็ตามที่คุณต้องเจอ ถ้าคุณยอมรับความช่วยเหลือที่มาจากพระยะโฮวา จะไม่มีปัญหาไหนที่จะมาทำให้คุณห่างจากพระองค์ได้เลย—สด. 119:165; รม. 8:38, 39
เพลง 154 รักมั่นคงตลอดไป
a แม้บทความนี้เตรียมขึ้นสำหรับพี่น้องที่เพิ่งรับบัพติศมา แต่เราทุกคนก็ได้ประโยชน์จากบทความนี้ด้วย
b ชื่อสมมุติ
c ความเข้าใจลึกซึ้งยังรวมถึงความสามารถที่จะมองลึกกว่าสิ่งที่เห็นภายนอก คุณสมบัตินี้ช่วยให้เราเข้าใจว่าทำไมบางคนถึงพูดหรือทำบางอย่างแบบนั้น
d เราทุกคนไม่ใช่แค่ผู้นำการศึกษาเท่านั้นควรช่วยนักศึกษาและพี่น้องที่เพิ่งรับบัพติศมาให้รู้สึกว่าได้รับการต้อนรับในประชาคม ดูบทความ “พี่น้องทุกคนช่วยนักศึกษาให้ก้าวหน้าจนรับบัพติศมาได้!” ข้อ 15 และ 16 ในหอสังเกตการณ์ เดือนมีนาคม 2021
e คำอธิบายภาพ ตอนที่พี่น้องหญิงคนหนึ่งกำลังทำงานรับใช้ เธอเห็นทีมฟุตบอลหญิงกำลังเล่นกันในสนาม เลยทำให้เธอนึกถึงสมัยที่ตัวเองลงแข่ง ต่อมาพี่น้องหญิงคนนี้ประกาศกับนักฟุตบอลหญิงคนหนึ่งซึ่งอาจเป็นเพื่อนที่เคยอยู่ทีมเดียวกับเธอ
f คำอธิบายภาพ ผู้ดูแล 2 คนไปเยี่ยมผู้ชายคนหนึ่งที่ถูกตัดออกจากประชาคม ผู้ดูแลชวนเขาให้กลับมาหาพระยะโฮวา