แหล่งอ้างอิงสำหรับชีวิตและงานรับใช้—คู่มือประชุม
© 2024 Watch Tower Bible and Tract Society of Pennsylvania
วันที่ 4-10 พฤศจิกายน
ความรู้ที่มีค่าจากคัมภีร์ไบเบิล สดุดี 105
“พระองค์จดจำสัญญาของพระองค์ไว้ตลอดไป”
เราจะเชื่อมั่นมากขึ้นในคำสัญญาของพระยะโฮวาเรื่องโลกใหม่ได้ยังไง?
ให้เรามาดูคำสัญญาบางเรื่องที่พระยะโฮวาสัญญาไว้กับผู้รับใช้ของพระองค์ในอดีตซึ่งดูเหมือนไม่มีทางเป็นไปได้ พระองค์รับรองกับอับราฮัมและซาราห์ว่าพวกเขาจะมีลูกตอนที่อายุมาก (ปฐก. 17:15-17) นอกจากนั้น พระองค์ยังบอกกับอับราฮัมว่าแผ่นดินคานาอันจะเป็นของลูกหลานของเขา ช่วงหลายปีที่ชาวอิสราเอลซึ่งก็คือลูกหลานของอับราฮัมเป็นทาสในอียิปต์ดูเหมือนว่าคำสัญญาของพระองค์ไม่มีทางเป็นจริงได้ แต่ในที่สุดมันก็เกิดขึ้นจริง ๆ ต่อมา พระยะโฮวาบอกกับเอลีซาเบธซึ่งอายุมากแล้วว่าเธอจะมีลูก หลังจากนั้นพระองค์ก็บอกกับมารีย์ซึ่งเป็นสาวบริสุทธิ์ว่าเธอจะมีลูกชายซึ่งเป็นลูกของพระองค์ และเมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างที่พระยะโฮวาบอกไว้ นี่ก็ทำให้คำสัญญาอีกเรื่องหนึ่งที่พระองค์ให้ไว้เมื่อหลายพันปีก่อนในสวนเอเดนเป็นจริงด้วย—ปฐก. 3:15
เราจะเชื่อมั่นมากขึ้นในพลังอำนาจของพระยะโฮวาที่จะทำให้โลกใหม่เป็นจริงได้ โดยอ่านเรื่องราวที่พระองค์ได้สัญญากับผู้รับใช้ของพระองค์และวิธีที่พระองค์ทำให้คำสัญญาเหล่านั้นเป็นจริง (อ่านโยชูวา 23:14; อิสยาห์ 55:10, 11) การมีความเชื่อเข้มแข็งจะช่วยเตรียมเราให้พร้อมที่จะช่วยคนอื่นให้รู้ว่าคำสัญญาเรื่องโลกใหม่ไม่ใช่ความฝันหรือเป็นเรื่องเหลือเชื่อ พระยะโฮวาเองพูดเกี่ยวกับฟ้าสวรรค์ใหม่และโลกใหม่ว่า “คำพูดทั้งหมดนี้เชื่อถือได้และเป็นความจริง”—วว. 21:1, 5
it-2-E น. 1201 ว. 2
คำพูด
คำพูดของพระเจ้ามีอำนาจเหนือสิ่งที่พระองค์สร้าง ทั้งสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต และพระองค์สามารถใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อทำให้ความประสงค์ของพระองค์เกิดขึ้นจริง (สด 103:20; 148:8) คำพูดของพระองค์เชื่อถือได้ และถ้าพระองค์สัญญาอะไรไว้ พระองค์ไม่ลืมที่จะทำตาม (ฉธบ 9:5; สด 105:42-45) อย่างที่พระองค์บอกไว้ว่า คำพูดของพระองค์ “จะคงอยู่ตลอดไป” และจะไม่กลับมาหาพระองค์ถ้ายังไม่ทำสิ่งต่าง ๆ ให้สำเร็จ—อสย 40:8; 55:10, 11; 1ปต 1:25
ค้นหาความรู้ที่มีค่าของพระเจ้า
ห86 1/11 น. 16 ว. 15
หนุ่มสาว—บทบาทของคุณภายในครอบครัวที่มีความสุขและปรองดองกัน
“เขาได้กระทำเท้าของผู้นั้น [โยเซฟ] ให้ระบมไปด้วยตรวน ท่านต้องติดตรวนเหล็กอยู่ พระวจนะของพระยะโฮวาทรงลองใจ (กลั่นกรอง, ล.ม.) ท่าน จนถึงเวลากำหนดที่คำของพระองค์สำเร็จ.” (บทเพลงสรรเสริญ 105:17-19) โยเซฟทนระกำลำบากเป็นทั้งทาสและนักโทษนานถึง 13 ปี กว่าคำสัญญาของพระยะโฮวาจะเป็นจริง. ประสบการณ์นี้เองได้กลั่นกรองท่าน. แม้พระยะโฮวาไม่ได้ทรงเป็นต้นเหตุความลำบากเดือดร้อน แต่ทรงยอมให้เป็นไปเพื่อจุดประสงค์. โยเซฟจะดำรงความหวังของท่านใน “พระวจนะของพระยะโฮวา” ไหม มาตรว่าท่านตกอยู่ในสภาพอันยากลำบากแสนเข็ญ? ท่านจะเพาะคุณลักษณะที่ดีของท่านให้เจริญงอกงามเต็มที่ไหม โดยพัฒนาความเพียรอดทน ความถ่อมใจ พลังด้านวิญญาณและเจตจำนงที่จะดำเนินตามหน้าที่มอบหมายอันยากยิ่ง? ใช่แล้ว โยเซฟผ่านความทุกข์ยากได้ดุจทองคำผ่านการหลอมแล้ว—คือบริสุทธิ์ผ่องแผ้วมากขึ้นและมีค่ามากขึ้นเฉพาะพระเจ้า ผู้ทรงใช้โยเซฟในเวลาต่อมาอย่างน่าประหลาดอัศจรรย์.—เยเนซิศ 41:14, 38-41, 46, 42:6, 9.
วันที่ 11-17 พฤศจิกายน
ความรู้ที่มีค่าจากคัมภีร์ไบเบิล สดุดี 106
“พวกเขาลืมพระเจ้าที่ช่วยพวกเขาให้รอด”
‘ใครอยู่ฝ่ายพระยะโฮวา?’
ชาวอิสราเอลกลัวพลังอำนาจที่พระยะโฮวาแสดงให้พวกเขาเห็นในตอนนั้น โมเสสเลยขึ้นไปบนภูเขาซีนายและคุยกับพระองค์แทนพวกเขา (อพยพ 20:18-21) โมเสสอยู่บนภูเขานั้นนานมาก ชาวอิสราเอลเลยคิดว่าพวกเขากำลังติดอยู่ในที่กันดารโดยไม่มีผู้นำ พวกเขากังวลมากเพราะไว้ใจผู้นำที่เป็นมนุษย์อย่างโมเสสมากเกินไป พวกเขาเลยบอกอาโรนว่า “ช่วยสร้างพระให้คอยนำทางพวกเราหน่อยสิ เพราะพวกเราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับโมเสสที่พาพวกเราออกมาจากอียิปต์”—อพยพ 32:1, 2
ค้นหาความรู้ที่มีค่าของพระเจ้า
จุดเด่นจากภาคที่สามและสี่ของพระธรรมบทเพลงสรรเสริญ
106:36, 37. ข้อเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการไหว้รูปเคารพเกี่ยวข้องกับการถวายของบูชาแก่พวกผีปิศาจ. นี่บ่งชี้ว่าคนที่ใช้รูปเคารพอาจตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของผีปิศาจ. คัมภีร์ไบเบิลกระตุ้นเตือนเราว่า “จงระวังรักษาตัวให้ปราศจากรูปเคารพ.”—1 โยฮัน 5:21.
วันที่ 18-24 พฤศจิกายน
ความรู้ที่มีค่าจากคัมภีร์ไบเบิล สดุดี 107-108
“ขอให้ขอบคุณพระยะโฮวาเพราะพระองค์ดีจริง ๆ”
จงให้ประชาคมสรรเสริญพระยะโฮวา
ประชาคมไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มทางสังคม. อีกทั้งไม่ใช่สมาคมของชุมชนหรือชมรมที่ผู้คนซึ่งมีภูมิหลังคล้ายกันหรือมีความสนใจตรงกันในเรื่องกีฬาหรืองานอดิเรกมารวมตัวกัน. แทนที่จะเป็นอย่างนั้น ประชาคมประชุมกันโดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อสรรเสริญพระยะโฮวาพระเจ้า. นับตั้งแต่สมัยอดีต ผู้รับใช้ของพระเจ้าประชุมกันด้วยจุดประสงค์เช่นนั้น ดังที่พระธรรมบทเพลงสรรเสริญเน้น. ที่บทเพลงสรรเสริญ 35:18 (ฉบับแปลใหม่) เราอ่านดังนี้: “ข้าพระองค์จะโมทนาพระคุณพระองค์ในที่ชุมนุมใหญ่ ข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์ท่ามกลางคนเป็นอันมาก.” คล้ายกัน บทเพลงสรรเสริญ 107:31, 32 (ฉบับแปลใหม่) สนับสนุนเราดังนี้: “ให้เขาขอบพระคุณพระเจ้าเพราะความรักมั่นคงของพระองค์ เพราะการอัศจรรย์ของพระองค์ที่มีต่อบุตรของมนุษย์. ให้เขายอพระเกียรติพระองค์ในชุมนุมประชาชน.”
จงขอบคุณพระยะโฮวาและรับพระพรจากพระองค์
เราต้องพยายามเป็นคนที่สำนึกบุญคุณพระยะโฮวาอยู่เสมอ โดยเริ่มจากการคิดดูว่าพระยะโฮวาอวยพรเราเป็นส่วนตัวในเรื่องอะไรบ้าง จากนั้น เราควรคิดดูให้ดีว่าพระพรเหล่านั้นแสดงให้เห็นอย่างไรว่าพระเจ้ารักเรามากจริง ๆ เมื่อผู้แต่งเพลงสรรเสริญพยายามคิดแบบนี้ เขาซาบซึ้งที่พระยะโฮวาได้ทำสิ่งดีมากมายเพื่อเขา—อ่านบทเพลงสรรเสริญ 40:5; 107:43
ค้นหาความรู้ที่มีค่าของพระเจ้า
it-2-E น. 420 ว. 4
โมอับ
ต่อมา ตอนที่ดาวิดเป็นกษัตริย์ มีสงครามระหว่างชาวอิสราเอลกับชาวโมอับ และชาวโมอับก็แพ้ราบคาบ แถมต้องเอาของบรรณาการให้ดาวิดด้วย เป็นไปได้มากว่าในตอนจบสงคราม มีชาวโมอับจำนวน 2 ใน 3 ถูกฆ่า ดูเหมือนว่าดาวิดให้พวกเขานอนลงบนพื้นเรียงกันเป็นแถวยาว แล้วเอาเชือกมาวัด และคนที่นอนอยู่ในทุก ๆ 2 ช่วงของเชือกจะถูกฆ่า ส่วนคนที่นอนอยู่ในทุก ๆ ช่วงที่ 3 จะรอด (2ซม 8:2, 11, 12; 1พศ 18:2, 11) และน่าจะเป็นเหตุการณ์เดียวกันนี้ที่เบไนยาห์ลูกเยโฮยาดา “ฆ่าลูกชาย 2 คนของอารีเอลชาวโมอับ” (2ซม 23:20; 1พศ 11:22) การที่ดาวิดเอาชนะชาวโมอับได้อย่างเด็ดขาดทำให้คำพยากรณ์ของบาลาอัมที่เคยพูดไว้เมื่อ 400 ปีก่อนเกิดขึ้นจริง ที่บอกว่า “ดาวดวงหนึ่งจะขึ้นมาจากยาโคบ คทาอันหนึ่งจะออกมาจากอิสราเอล เขาจะตีหน้าผากของชาวโมอับให้แตก และทุบกะโหลกของพวกนักรบบ้าเลือด” (กดว 24:17) นอกจากนั้น ผู้เขียนสดุดีก็คงอ้างถึงเหตุการณ์เดียวกันนี้ตอนที่เขาบอกว่าพระเจ้าเรียกชาวโมอับว่าเป็น “อ่างชำระล้าง” ของพระองค์—สด 60:8; 108:9
วันที่ 25 พฤศจิกายน–1 ธันวาคม
ความรู้ที่มีค่าจากคัมภีร์ไบเบิล สดุดี 109-112
สนับสนุนพระเยซู กษัตริย์ของเรา
จุดเด่นจากภาคที่ห้าของพระธรรมบทเพลงสรรเสริญ
110:1, 2—“องค์พระผู้เป็นเจ้า [ของดาวิด]” ซึ่งหมายถึงพระเยซูคริสต์ ทรงทำอะไรขณะนั่งอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า? หลังการคืนพระชนม์ พระเยซูเสด็จขึ้นสู่สวรรค์และคอยอยู่ที่พระหัตถ์เบื้องขวาของพระเจ้าจนกระทั่งปี 1914 แล้วจึงเริ่มปกครองเป็นกษัตริย์. ระหว่างนั้น พระเยซูทรงปกครองเหล่าสาวกผู้ถูกเจิมของพระองค์ ให้การชี้นำพวกเขาในงานประกาศและงานทำให้คนเป็นสาวก รวมทั้งเตรียมพวกเขาไว้เพื่อจะปกครองร่วมกับพระองค์ในราชอาณาจักร.—มัดธาย 24:14; 28:18-20; ลูกา 22:28-30
ผู้ต่อสู้พระเจ้าจะไม่ชนะ!
ไพร่พลของพระยะโฮวาได้ถูกโจมตีมาโดยตลอดนับตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20. ในหลายดินแดน ผู้ประสงค์ร้ายได้พยายามขัดขวางหรือแม้แต่ยับยั้งการประกาศข่าวดีเรื่องราชอาณาจักรของพระเจ้า. พวกเขาได้ถูกกระตุ้นโดยศัตรูตัวสำคัญของเรา คือพญามาร ซึ่ง “เที่ยวเดินไปเหมือนสิงโตที่แผดเสียงร้อง เสาะหาคนหนึ่งคนใดที่มันจะขย้ำกลืนเสีย.” (1 เปโตร 5:8, ล.ม.) หลังจากที่ “เวลากำหนดของคนต่างประเทศ” สิ้นสุดลงในปี 1914 พระเจ้าทรงตั้งพระบุตรไว้ในตำแหน่งพระมหากษัตริย์องค์ใหม่แห่งแผ่นดินโลก พร้อมกับมีพระบัญชาให้ “ออกไปปราบในท่ามกลางศัตรูของเจ้า.” (ลูกา 21:24; บทเพลงสรรเสริญ 110:2, ล.ม.) โดยใช้อำนาจของพระองค์ พระคริสต์ทรงขับไล่ซาตานจากสวรรค์และจำกัดพื้นที่ให้มันอยู่ในบริเวณแผ่นดินโลก. โดยรู้ว่าเวลาของมันมีน้อย พญามารระบายความโกรธต่อคริสเตียนผู้ถูกเจิมและสหายของพวกเขา. (วิวรณ์ 12:9, 17) การโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่าจากผู้ที่ต่อสู้พระเจ้าเกิดผลเช่นไร?
จงทำความก้าวหน้า
คำกระตุ้นเตือนที่ให้ใช้ของประทานที่คุณได้รับชี้เป็นนัยถึงการใช้ความคิดริเริ่ม. คุณริเริ่มที่จะทำงานร่วมกับพี่น้องคนอื่น ๆ ในงานรับใช้ไหม? คุณมองหาโอกาสเพื่อจะช่วยสมาชิกคนอื่น ๆ ในประชาคมที่เป็นคนใหม่, เยาวชน, หรือคนทุพพลภาพไหม? คุณอาสาทำความสะอาดหอประชุมหรือช่วยในแผนกต่าง ๆ ณ การประชุมภาคและการประชุมหมวดไหม? คุณจะสมัครเป็นไพโอเนียร์สมทบเป็นครั้งคราวได้ไหม? คุณจะรับใช้เป็นไพโอเนียร์ประจำหรือไปช่วยประชาคมที่มีความต้องการมากกว่าได้ไหม? หากคุณเป็นพี่น้องชาย คุณกำลังเอื้อมแขนเพื่อบรรลุคุณวุฒิตามหลักพระคัมภีร์สำหรับผู้ช่วยงานรับใช้และผู้ปกครองไหม? การที่คุณเต็มใจให้ความช่วยเหลือและรับเอาหน้าที่รับผิดชอบเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความก้าวหน้า.—เพลง. 110:3.
ค้นหาความรู้ที่มีค่าของพระเจ้า
it-1-E น. 524 ว. 2
สัญญา
สัญญาว่าจะให้เป็นปุโรหิตอย่างเมลคีเซเดค สดุดี 110:4 พูดถึงคำสัญญานี้ และในฮีบรู 7:1-3, 15-17 เปาโลก็บอกว่าคำสัญญานี้ใช้กับพระคริสต์ พระยะโฮวาเป็นผู้ที่ทำสัญญานี้กับพระเยซูเท่านั้น และดูเหมือนว่าตอนที่พระเยซูทำสัญญาเรื่องรัฐบาลกับสาวกของท่าน ท่านก็พูดถึงคำสัญญานี้ด้วย (ลก 22:29) พระยะโฮวาสาบานว่าจะให้พระเยซูคริสต์ลูกชายของพระองค์ได้เป็นปุโรหิตตามอย่างเมลคีเซเดค เมลคีเซเดคเป็นทั้งกษัตริย์และปุโรหิตบนโลก ส่วนพระเยซูจะเป็นกษัตริย์และมหาปุโรหิตบนสวรรค์ ท่านได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่นี้ตลอดกาลตอนที่กลับขึ้นไปบนสวรรค์ (ฮบ 6:20; 7:26, 28; 8:1) สัญญานี้จะมีผลบังคับใช้ตลอดไป เพราะพระเยซูจะเป็นกษัตริย์และมหาปุโรหิตภายใต้การชี้นำของพระยะโฮวาตลอดไป—ฮบ 7:3
วันที่ 2-8 ธันวาคม
ความรู้ที่มีค่าจากคัมภีร์ไบเบิล สดุดี 113-118
เราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อตอบแทนพระยะโฮวา?
จงได้รับการเสริมสร้างขึ้นด้วยความรัก
จากคำตรัสของพระเยซู เห็นได้ชัดว่าที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดคือเราควรรักพระยะโฮวา. อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้เกิดมาพร้อมกับความรักซึ่งพัฒนาเต็มที่แล้วต่อพระยะโฮวา. ความรักดังกล่าวเป็นสิ่งที่เราต้องปลูกฝัง. เมื่อเราได้ยินเกี่ยวกับพระองค์เป็นครั้งแรก เราถูกดึงดูดใจให้เข้ามาหาพระองค์จากสิ่งที่เราได้ยิน. ทีละเล็กละน้อย เราได้รับทราบวิธีที่พระองค์ทรงตระเตรียมแผ่นดินโลกไว้สำหรับมนุษยชาติ. (เยเนซิศ 2:5-23) เราเรียนรู้วิธีที่พระองค์ได้ทรงดำเนินการกับมนุษยชาติ โดยที่พระองค์ไม่ทรงละทิ้งเราเมื่อบาปรุกล้ำเข้ามาในครอบครัวมนุษย์เป็นครั้งแรก แต่ทรงดำเนินตามขั้นตอนเพื่อไถ่ถอนเรา. (เยเนซิศ 3:1-5, 15) พระองค์ทรงปฏิบัติอย่างกรุณาต่อผู้ที่ซื่อสัตย์ และในที่สุดประทานพระบุตรผู้ได้รับกำเนิดองค์เดียวเพื่อให้เราได้รับการอภัยบาป. (โยฮัน 3:16, 36) ความรู้ที่เสริมเข้ามาเช่นนี้ทำให้เราสำนึกถึงพระคุณของพระยะโฮวามากขึ้น. (ยะซายา 25:1) กษัตริย์ดาวิดกล่าวว่า ท่านรักพระยะโฮวาเนื่องจากความใฝ่พระทัยอันเปี่ยมด้วยความรักของพระองค์. (บทเพลงสรรเสริญ 116:1-9) ปัจจุบัน พระยะโฮวาทรงดูแลเรา, ชี้นำเรา, เสริมกำลังเรา, และหนุนกำลังใจเรา. ยิ่งเราเรียนรู้เกี่ยวกับพระองค์มากเท่าใด ความรักที่เรามีต่อพระองค์ก็ยิ่งลึกซึ้งขึ้นเท่านั้น.—บทเพลงสรรเสริญ 31:23; ซะฟันยา 3:17; โรม 8:28.
รับด้วยความขอบคุณ—ให้อย่างสุดหัวใจ
ผู้ประพันธ์เพลงสรรเสริญสงสัยว่า “ข้าพเจ้าจะเอาอะไรตอบแทนพระเจ้าได้เนื่องจากบรรดาพระราชกิจอันมีพระคุณต่อข้าพเจ้า?” (เพลง. 116:12, ฉบับ R73) ท่านได้รับประโยชน์อะไรบ้าง? พระยะโฮวาได้ค้ำจุนท่านในช่วงที่มี “ความทุกข์และเสียใจ.” นอกจากนั้น พระยะโฮวายัง “ทรงช่วย [ท่าน] ให้พ้นจากความตาย.” ท่านจึงต้องการจะ “ตอบแทน” พระยะโฮวา. ผู้ประพันธ์เพลงสรรเสริญจะทำอะไรได้บ้าง? ท่านกล่าวว่า “ข้าพเจ้าจะแก้บนต่อพระยะโฮวา.” (เพลง. 116:3, 4, 8, 10-14) ท่านตั้งใจแน่วแน่ว่าจะรักษาคำปฏิญาณทุกอย่างที่ท่านได้ทำไว้กับพระยะโฮวาและทำตามพันธะหน้าที่ทั้งหมดที่ท่านมีกับพระองค์ให้สำเร็จลุล่วง.
คุณก็ทำอย่างนั้นได้เช่นกัน. โดยวิธีใด? โดยดำเนินชีวิตในแนวทางที่สอดคล้องกับกฎหมายและหลักการของพระเจ้าตลอดเวลา. ด้วยเหตุนั้น จงทำให้แน่ใจว่าการนมัสการพระยะโฮวาของคุณยังคงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิตและคุณได้ให้พระวิญญาณของพระเจ้าชี้นำคุณในทุกสิ่งที่คุณทำ. (ผู้ป. 12:13; กลา. 5:16-18) แน่นอน ในความเป็นจริงแล้วคุณไม่มีทางตอบแทนพระยะโฮวาได้หมดสำหรับทุกสิ่งที่พระองค์ได้ทำเพื่อคุณ. ถึงกระนั้น เป็นเรื่องที่ ‘ทำให้พระทัยพระยะโฮวายินดี’ ที่ทรงเห็นว่าคุณกำลังทุ่มเทตัวเองอย่างสุดหัวใจในการรับใช้พระองค์. (สุภา. 27:11) ช่างเป็นสิทธิพิเศษอันยอดเยี่ยมจริง ๆ ที่ได้ทำให้พระยะโฮวาทรงยินดีด้วยวิธีนี้!
บทเรียนที่เราได้จากหนังสือเลวีนิติ
บทเรียนที่ 2 เรารับใช้พระยะโฮวาเพราะรู้สึกขอบคุณพระองค์ ให้เรามาดูเครื่องบูชาผูกมิตรซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญในการนมัสการของชาวอิสราเอลโบราณ จากหนังสือเลวีนิติเราได้เรียนว่า เมื่อชาวอิสราเอลคนหนึ่งถวายเครื่องบูชาผูกมิตร “เพื่อแสดงความขอบคุณ” เขาทำอย่างนั้นไม่ใช่เพราะต้องทำแต่เพราะเขาอยากทำ (ลนต. 7:11-13, 16-18) ดังนั้นเครื่องบูชาผูกมิตรจึงเป็นเครื่องบูชาที่ถวายด้วยความสมัครใจเพราะเขารักพระยะโฮวาพระเจ้าของเขา คนที่ถวายเครื่องบูชานี้ ครอบครัวของเขา และพวกปุโรหิตจะกินเนื้อของสัตว์ที่ถวายเป็นเครื่องบูชา แต่มีบางส่วนของสัตว์ที่พวกเขาจะไม่กิน พวกเขาต้องให้ส่วนเหล่านั้นกับพระยะโฮวาเท่านั้น ให้เรามาดูด้วยกันว่ามีส่วนไหนบ้าง
บทเรียนที่ 3 เราให้สิ่งที่ดีที่สุดกับพระยะโฮวาเพราะเรารักพระองค์ พระยะโฮวามองว่ามันสัตว์เป็นส่วนที่ดีที่สุดของสัตว์ นอกจากนั้น พระองค์ยังบอกว่ามีบางส่วนที่มีค่าเป็นพิเศษด้วย เช่น ไต (อ่านเลวีนิติ 3:6, 12, 14-16) ถ้าชาวอิสราเอลถวายมันสัตว์และส่วนที่มีค่าเป็นพิเศษให้พระยะโฮวา พระองค์ก็จะพอใจมาก ชาวอิสราเอลที่ถวายสิ่งเหล่านี้แสดงว่าเขาอยากให้สิ่งที่ดีที่สุดกับพระองค์ คล้ายกัน พระเยซูสมัครใจและเต็มใจให้สิ่งที่ดีที่สุดกับพระยะโฮวาโดยทำทุกสิ่งที่ทำได้เพื่อรับใช้พระองค์เพราะท่านรักพระองค์ (ยน. 14:31) การทำตามความประสงค์ของพระเจ้าเป็นสิ่งที่ทำให้พระเยซูมีความสุข และท่านรักกฎหมายของพระองค์มาก (สด. 40:8) เมื่อพระยะโฮวาเห็นพระเยซูรับใช้ด้วยความสมัครใจและเต็มใจแบบนี้ พระองค์ก็รู้สึกพอใจมากจริง ๆ
การรับใช้พระยะโฮวาเป็นเหมือนเครื่องบูชาผูกมิตรเพราะมันแสดงว่าเรารู้สึกอย่างไรกับพระองค์ เราให้สิ่งที่ดีที่สุดกับพระยะโฮวาเพราะรักพระองค์สุดหัวใจ เมื่อพระยะโฮวาเห็นหลายล้านคนสมัครใจและเต็มใจรับใช้เพราะรักพระองค์และมาตรฐานของพระองค์ พระองค์ก็รู้สึกพอใจมาก เราจะได้กำลังใจถ้าจำไว้เสมอว่า พระยะโฮวาไม่ได้มองและเห็นค่าแค่สิ่งที่เราทำ แต่พระองค์มองและเห็นค่าเหตุผลที่เราทำด้วย อย่างเช่น ถ้าคุณอายุมากแล้วและไม่สามารถรับใช้ได้มากอย่างที่อยากทำ คุณมั่นใจได้เลยว่าพระยะโฮวาเข้าใจข้อจำกัดของคุณ คุณอาจรู้สึกว่ารับใช้ได้แค่นิดเดียว แต่พระยะโฮวาเห็นความรักที่อยู่ในหัวใจของคุณซึ่งกระตุ้นให้คุณทำสิ่งที่คุณทำได้ และพระองค์มีความสุขที่จะรับสิ่งที่ดีที่สุดที่คุณให้พระองค์ได้
ค้นหาความรู้ที่มีค่าของพระเจ้า
คำถามจากผู้อ่าน
ผู้ประพันธ์เพลงสรรเสริญร้องเพลงว่า “ความตายแห่งผู้ชอบธรรม [“ผู้ภักดี,” ล.ม.] ของพระองค์ ก็เป็นการสำคัญต่อพระเนตรพระยะโฮวา.” (เพลง. 116:15) ชีวิตของผู้นมัสการแท้ของพระยะโฮวาทุกคนมีค่ามากต่อพระองค์. อย่างไรก็ตาม คำพูดที่เพิ่งยกจากบทเพลงสรรเสริญ 116 มีความหมายมากกว่าเพียงแค่ความตายของคนคนหนึ่ง.
เมื่อบรรยายรำลึกในงานศพของคริสเตียนคนหนึ่ง ไม่เหมาะที่ผู้บรรยายจะใช้บทเพลงสรรเสริญ 116:15 นี้กับผู้ที่เสียชีวิต แม้ว่าเขาเสียชีวิตในฐานะผู้รับใช้ที่ภักดีของพระยะโฮวา. เพราะเหตุใด? เพราะคำกล่าวของผู้ประพันธ์เพลงสรรเสริญมีความหมายกว้างกว่านั้น. ข้อนี้หมายความว่าพระเจ้าทรงถือว่าผู้ภักดีต่อพระองค์โดยรวมทั้งหมด มีค่าเกินกว่าที่พระองค์จะปล่อยให้พวกเขาตาย.—โปรดดูบทเพลงสรรเสริญ 72:14; 116:8
วันที่ 9-15 ธันวาคม
ความรู้ที่มีค่าจากคัมภีร์ไบเบิล สดุดี 119:1-56
“คนหนุ่มจะมีชีวิตที่สะอาดได้อย่างไร?”
ห87 1/11 น. 22 ว. 10
คุณรักษาตัวให้สะอาดในทุกแง่ทุกด้านไหม?
ในเอเฟโซ 5:5 เปาโลได้เตือนอย่างนี้ “เพราะท่านทั้งหลายรู้แน่ว่าคนล่วงประเวณี หรือคนทำการลามกต่าง ๆ หรือคนโลภ ที่เป็นคนไหว้รูปเคารพ จะได้แผ่นดินของพระคริสต์และพระเจ้าเป็นมรดกก็หามิได้.” กระนั้น แต่ละปีก็มีหลายพันคนได้รับการว่ากล่าวหรือไม่ก็ถูกตัดสัมพันธ์เนื่องด้วยการผิดศีลธรรมทางเพศ—“ทำผิดต่อร่างกาย ของตนเอง.” (1 โกรินโธ 6:18) บ่อยครั้ง มักจะเป็นผลสืบเนื่องจากที่ไม่ “ระวังในทางประพฤติตามพระดำรัส [ของพระเจ้า].” (บทเพลงสรรเสริญบท 119:9) เช่นพี่น้องหลายคนเผลอตัวไม่ระแวดระวังทางทางด้านศีลธรรมในช่วงที่เขาพักผ่อนตากอากาศ. โดยการละเลยไม่สมาคมคบหาตามระบอบการของพระเจ้า พวกเขาเริ่มหาเพื่อนที่เป็นชาวโลกในช่วงฤดูพักตากอากาศ. โดยการอ้างเหตุผลว่าคนเหล่านั้นเป็น “คนดีน่ารักจริง ๆ” คริสเตียนบางคนก็ได้ร่วมกิจกรรมในข่ายน่าสงสัยกับเขา. ในทำนองเดียวกัน คนอื่น ๆ สนิทสนมกับเพื่อนร่วมงานจนเกินควร. ผู้ปกครองคริสเตียนคนหนึ่งได้สนิทชิดเชื้อกับหญิงลูกจ้างจนเลยเถิดกระทั่งเขาได้ทิ้งครอบครัวแล้วไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้น! ผลก็ก็คือ เขาถูกตัดสัมพันธ์. คำกล่าวในพระคัมภีร์เป็นจริงเพียงไรที่ว่า “การคบค้าสมาคมกับคนชั่วย่อมทำให้นิสัยดีกับชั่วไปด้วย”!—1 โกรินโธ 15:33.
“ข้อเตือนใจของพระองค์เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าชื่นชอบ”
พระยะโฮวาทรงจัดให้มีข้อเตือนใจสำหรับประชาชนของพระองค์เพื่อช่วยพวกเขารับมือกับความกดดันในสมัยที่ยุ่งยากลำบากนี้. ข้อเตือนใจบางอย่างปรากฏให้เห็นระหว่างที่อ่านคัมภีร์ไบเบิลเป็นส่วนตัว ส่วนข้อเตือนใจอื่น ๆ อาจปรากฏในรูปข้อมูลหรือความเห็นซึ่งกล่าวในที่ประชุมคริสเตียน. สิ่งที่เราอ่านหรือได้ยินในโอกาสต่าง ๆ ดังกล่าวส่วนมากไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเรา. เรามักจะเคยพิจารณาข้อมูลคล้าย ๆ กันนั้นมาก่อนแล้ว. แต่เนื่องจากเรามีแนวโน้มที่จะลืม เราจึงจำเป็นต้องฟื้นความจำอยู่เรื่อย ๆ เกี่ยวกับพระประสงค์, กฎหมาย, และคำชี้นำของพระยะโฮวา. เราควรหยั่งรู้ค่าข้อเตือนใจของพระเจ้า. ข้อเตือนใจเหล่านี้ฟื้นน้ำใจของเราขึ้นใหม่โดยช่วยเราให้จดจ่ออยู่กับเหตุผลที่กระตุ้นเราให้รับเอาแนวทางชีวิตที่สอดคล้องกับน้ำพระทัยของพระเจ้า. ด้วยเหตุนั้น ผู้ประพันธ์เพลงสรรเสริญขับร้องบทเพลงถึงพระยะโฮวาดังนี้: “ข้อเตือนใจของพระองค์เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าชื่นชอบ.”—บทเพลงสรรเสริญ 119:24, ล.ม.
จงเบือนหน้าหนีจากสิ่งที่ไร้ค่า!
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เรามองอาจก่อผลเสียหายแก่เราได้ด้วย. ความเชื่อมโยงระหว่างตากับจิตใจของเรานั้นมีพลังมากจนทำให้สิ่งที่เราเห็นด้วยตาสามารถก่อให้เกิดความทะเยอทะยานและความปรารถนาต่าง ๆ ในหัวใจเราหรือทำให้ความรู้สึกเหล่านี้รุนแรงยิ่งขึ้น. และเนื่องจากเรามีชีวิตอยู่ในโลกที่ชั่วช้าและมุ่งสนองความเพลิดเพลินของตัวเองซึ่งปกครองโดยซาตานพญามาร เราจึงถูกกระหน่ำด้วยภาพและการโฆษณาชวนเชื่อมากมายที่อาจทำให้เราหลงผิดได้อย่างง่ายดาย—แม้ว่าเราอาจเพียงแค่มองผ่าน ๆ. (1 โย. 5:19) จึงไม่ต้องสงสัยเลยที่ผู้ประพันธ์เพลงสรรเสริญวิงวอนพระเจ้าว่า “ขอให้ลูกตาของข้าพเจ้าเมินไปเสียจากของอนิจจัง, แต่ให้ข้าพเจ้ากระตือรือร้นในทางประพฤติของพระองค์.”—เพลง. 119:37
ค้นหาความรู้ที่มีค่าของพระเจ้า
จงวางใจในพระคำของพระยะโฮวา
สาระสำคัญของเพลงสรรเสริญบท 119 คือ คุณค่าแห่งพระคำของพระเจ้า. ดูเหมือนว่าเพื่อจะช่วยจำ ผู้ประพันธ์จึงเรียบเรียงเป็นโคลงกระทู้ที่เล่นตัวอักษร. ทั้ง 176 ข้อของบทเพลงนี้ขึ้นต้นด้วยอักษรฮีบรูตามลำดับพยัญชนะ. เพลงนี้ในต้นฉบับภาษาฮีบรูแบ่งเป็น 22 ตอนโดยที่แต่ละตอนมี 8 ข้อและแต่ละตอนขึ้นต้นด้วยอักษรตัวเดียวกัน. เพลงสรรเสริญบทนี้กล่าวถึงพระคำ, พระวจนะ, กฎหมาย, ข้อเตือนใจ, พระมรคา, ข้อบังคับ, พระโอวาท, กฎ, ข้อบัญญัติ, คำตัดสิน, พระดำรัส, และข้อกำหนดของพระเจ้า. ในบทความนี้และบทความหน้า เราจะพิจารณาเพลงสรรเสริญบท 119 ตามคำแปลที่ถ่ายทอดความหมายตรงตามข้อความภาษาฮีบรูในคัมภีร์ไบเบิล. การใคร่ครวญสิ่งที่ผู้รับใช้พระยะโฮวาในอดีตและปัจจุบันประสบน่าจะช่วยเราให้เข้าใจบทเพลงที่มีขึ้นโดยการดลใจจากพระเจ้านี้ดียิ่งขึ้น และทำให้เรามีความหยั่งรู้ค่ามากขึ้นต่อคัมภีร์ไบเบิล พระคำของพระเจ้าที่มีการบันทึกไว้.
วันที่ 16-22 ธันวาคม
ความรู้ที่มีค่าจากคัมภีร์ไบเบิล สดุดี 119:57-120
เราจะอดทนกับความลำบากได้ยังไง?
“ข้าพเจ้ารักข้อกฎหมายของพระองค์มากเพียงใด!”
เราอาจถามว่า “กฎหมายของพระเจ้าให้การปลอบใจแก่ผู้ประพันธ์เพลงสรรเสริญได้อย่างไร?” ความเชื่อมั่นที่ว่าพระยะโฮวาสนพระทัยในตัวท่านนั่นเองที่ช่วยค้ำจุนท่าน. การคุ้นเคยดีกับบทบัญญัติอันเปี่ยมด้วยความรักของกฎหมายนั้นทำให้ผู้ประพันธ์เพลงสรรเสริญมีความสุข แม้พวกผู้ต่อต้านท่านนำความทุกข์ยากมากมายมาสู่ท่าน. ท่านสำนึกว่าพระยะโฮวาทรงปฏิบัติต่อท่านด้วยความกรุณา. นอกจากนั้น การปฏิบัติตามคำชี้แนะในกฎหมายของพระเจ้าทำให้ผู้ประพันธ์เพลงสรรเสริญฉลาดสุขุมยิ่งกว่าเหล่าศัตรูและถึงกับช่วยท่านรักษาชีวิตให้รอดด้วยซ้ำ. การเชื่อฟังกฎหมายนั้นทำให้ท่านมีสันติสุขและสติรู้สึกผิดชอบที่สะอาด.—บทเพลงสรรเสริญ 119:1, 9, 65, 93, 98, 165.
คุณรักข้อเตือนใจของพระยะโฮวาอย่างยิ่งไหม?
ข้อเตือนใจของพระเจ้ามีค่าอย่างยิ่งต่อผู้ประพันธ์เพลงสรรเสริญซึ่งร้องเพลงว่า “ข้าพเจ้าได้รีบเร่ง, และไม่เนิ่นช้า, ในการที่จะรักษาข้อบัญญัติของพระองค์. เชือกของพวกคนชั่วนั้นได้รัดข้าพเจ้าไว้รอบ; แต่ข้าพเจ้าไม่ลืมพระบัญญัติของพระองค์เลย.” (บทเพลงสรรเสริญ 119:60, 61) ข้อเตือนใจของพระยะโฮวาช่วยเราให้อดทนการข่มเหง เพราะเราเชื่อมั่นว่าพระบิดาฝ่ายสวรรค์ของเราสามารถตัดเชือกที่ศัตรูรัดเราไว้. เมื่อถึงเวลาอันควร พระองค์ทรงปลดปล่อยเราจากอุปสรรคเช่นนั้น เพื่อเราจะสามารถดำเนินงานประกาศเรื่องราชอาณาจักรให้สำเร็จ.—มาระโก 13:10.
จุดเด่นจากภาคที่ห้าของพระธรรมบทเพลงสรรเสริญ
119:71—การทนความทุกข์ยากมีประโยชน์อย่างไร? ความยากลำบากสามารถสอนเราให้วางใจพระยะโฮวาเต็มที่ยิ่งขึ้น, อธิษฐานถึงพระองค์อย่างจริงจังขึ้น, และขยันขันแข็งในการศึกษาคัมภีร์ไบเบิลและนำไปใช้มากขึ้น. ยิ่งกว่านั้น ปฏิกิริยาของเราต่อความทุกข์ยากจะเผยให้เห็นข้อบกพร่องที่เราต้องแก้ไข. ความทุกข์ยากจะไม่ทำให้เราขมขื่นหากเราถือว่านั่นเป็นการขัดเกลาเรา.
“ร้องไห้กับคนที่ร้องไห้”
พระยะโฮวาเป็นพ่อที่เห็นอกเห็นใจ พระองค์เป็นผู้ที่ให้กำลังใจเราได้มากที่สุด (อ่าน 2 โครินธ์ 1:3, 4) พระองค์เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดในการเข้าใจความรู้สึกของคนอื่น และพระองค์สัญญากับคนของพระองค์ว่า “เราเองเป็นผู้ปลอบโยนเจ้า”—อสย. 51:12; สด. 119:50, 52, 76
เรามั่นใจได้เลยว่าพระยะโฮวาจะช่วยเรา ดังนั้น เมื่อไรก็ตามที่เรารู้สึกเจ็บปวดและเศร้าโศกเสียใจ เราไม่ต้องกลัวและไม่ต้องอายที่จะอธิษฐานระบายความรู้สึกกับพระองค์ เราได้กำลังใจมากที่รู้ว่าพระยะโฮวาเข้าใจความรู้สึกของเรา และพระองค์จะให้กำลังใจเราในแบบที่เราต้องการจริง ๆ แต่พระองค์จะทำแบบนั้นอย่างไร?
ค้นหาความรู้ที่มีค่าของพระเจ้า
จุดเด่นจากภาคที่ห้าของพระธรรมบทเพลงสรรเสริญ
119:96 (ฉบับแปลใหม่)—“ขอบเขตของความสำเร็จ [“ความสมบูรณ์,” ล.ม.] ทั้งสิ้น” หมายถึงอะไร? ผู้ประพันธ์เพลงสรรเสริญกล่าวถึงความสมบูรณ์ในมุมมองของมนุษย์. ท่านคงจะตระหนักว่ามนุษย์เข้าใจแนวคิดเรื่องความสมบูรณ์ในขอบเขตจำกัด. ในทางตรงกันข้าม พระบัญญัติของพระเจ้าไม่มีขอบเขตจำกัดดังกล่าว. เราสามารถนำพระบัญญัติมาใช้ได้ในทุกแง่มุมของชีวิต. คัมภีร์ไบเบิลฉบับแปลใหม่กล่าวต่อไปว่า “แต่พระบัญญัติของพระองค์กว้างขวางเหลือเกิน.”
วันที่ 23-29 ธันวาคม
ความรู้ที่มีค่าจากคัมภีร์ไบเบิล สดุดี 119:121-176
วิธีที่จะช่วยให้เราไม่ต้องเจ็บปวดใจโดยไม่จำเป็น
ให้กฎหมายและหลักการของพระเจ้าฝึกความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของคุณ
ถ้าเราอยากให้กฎหมายของพระเจ้าช่วยเรา เราต้องไม่แค่อ่านหรือรู้ว่ามีกฎหมายอะไรบ้าง แต่เราต้องรักและเคารพกฎหมายนั้นด้วย คัมภีร์ไบเบิลบอกให้เรา “เกลียดความชั่วและรักความดี” (อาโมส 5:15) แล้วเราจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร? เราต้องเรียนรู้วิธีที่จะมองสิ่งต่าง ๆ แบบที่พระยะโฮวามอง ขอให้คิดถึงเรื่องนี้ ถ้าคุณมีปัญหาเรื่องนอนไม่หลับ และต้องไปหาหมอ หมอแนะนำให้คุณกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ออกกำลังกายมากขึ้น และเปลี่ยนวิธีใช้ชีวิตของคุณ พอคุณทำตามแล้วก็เห็นผลดี คุณจะรู้สึกยังไงกับคำแนะนำของหมอ?
เหมือนกัน พระเจ้าผู้สร้างให้กฎหมายกับเรา เพื่อป้องกันเราจากผลที่ไม่ดีของการทำบาปและทำให้ชีวิตของเราดีขึ้น เช่น คัมภีร์ไบเบิลสอนเราว่า เราต้องไม่โกหก ไม่โกง ไม่ขโมย ไม่ผิดศีลธรรม ไม่ใช้ความรุนแรง และไม่ยุ่งเกี่ยวกับพวกไสยศาสตร์ (อ่านสุภาษิต 6:16-19; วิวรณ์ 21:8) ถ้าเราเชื่อฟังกฎหมายของพระยะโฮวาและเห็นผลดีของการเชื่อฟังนั้น เราก็ยิ่งรักพระองค์และกฎหมายของพระองค์มากขึ้น
เยาวชน—คุณกำลังมุ่งติดตามอะไร?
สิ่งสำคัญอย่างยิ่งคือคุณต้องเรียนรู้ที่จะเกลียด, รังเกียจ, และชิงชังสิ่งชั่ว. (บทเพลงสรรเสริญ 97:10) คุณเกลียดสิ่งซึ่งทีแรกดูเป็นการสนุกสนานหรือเป็นความเพลิดเพลินนั้นอย่างไร? โดยการคิดถึงผลที่ตามมา! “อย่าให้ใครชักนำท่านให้หลง: จะหลอกพระเจ้าเล่นไม่ได้. ด้วยว่าคนใดหว่านอะไรลงก็จะเกี่ยวเก็บสิ่งนั้น; เพราะคนใดที่หว่านโดยคำนึงถึงเนื้อหนังของตนเองจะเกี่ยวเก็บการเปื่อยเน่าจากเนื้อหนังนั้น.” (ฆะลาเตีย 6:7, 8, ล.ม.) เมื่อถูกล่อใจให้ยอมแพ้แก่ราคะ จงคิดถึงผลอันใหญ่หลวงที่ตามมา—นั่นจะทำให้พระเจ้ายะโฮวาเสียพระทัยเพียงไร. (เทียบกับบทเพลงสรรเสริญ 78:41.) นอกจากนี้ ขอให้คิดถึงโอกาสตั้งครรภ์ทั้งที่ไม่ต้องการ หรือติดโรค เช่น เอดส์ เป็นต้น. พิจารณาถึงความเสียหายด้านจิตใจและความทุกข์เนื่องจากการสูญเสียความนับถือตัวเอง. อนึ่ง อาจมีผลระยะยาวด้วย. สตรีคริสเตียนคนหนึ่งยอมรับว่า “สามีของดิฉันและตัวเองต่างก็เคยมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่นก่อนได้มาพบกัน. แม้ว่าเวลานี้เราทั้งสองเข้ามาเป็นคริสเตียนแล้วก็ตาม ชีวิตเกี่ยวกับเรื่องเพศในอดีตเป็นสาเหตุทำให้ชีวิตสมรสของเรามีการทะเลาะและหึงหวง.” อีกสิ่งหนึ่งซึ่งไม่ควรมองข้ามคือการสูญเสียสิทธิพิเศษของคุณตามระบอบของพระเจ้า หรือเป็นไปได้ที่จะถูกขับออกจากประชาคมคริสเตียน! (1 โกรินโธ 5:9-13) ความเพลิดเพลินใด ๆ เพียงชั่วแล่นคุ้มค่าไหมกับการสูญเสียสิ่งอันมีค่าสูงเช่นนั้น?
ค้นหาความรู้ที่มีค่าของพระเจ้า
มั่นใจว่าคำของพระเจ้าเป็นความจริง
ผู้รับใช้ของพระยะโฮวาทุกคนมั่นใจว่าพระองค์เป็น “พระเจ้าแห่งความจริง” และพระองค์ทำทุกอย่างก็เพื่อผลประโยชน์ของพวกเรา (สด. 31:5; อสย. 48:17) เรารู้ว่าเราไว้ใจสิ่งที่คัมภีร์ไบเบิลบอกได้ และเรามั่นใจว่า “คำของ [พระเจ้า] ทั้งหมดเป็นความจริง” (อ่านสดุดี 119:160) เราเห็นด้วยกับสิ่งที่นักวิชาการด้านคัมภีร์ไบเบิลคนหนึ่งบอกว่า “ไม่มีอะไรสักอย่างที่พระเจ้าพูดจะไม่จริง ทุกอย่างที่พระองค์บอกไว้จะเกิดขึ้นจริงแน่นอน คนของพระเจ้าไว้ใจสิ่งที่พระองค์พูดได้ทุกอย่างเพราะพวกเขาไว้ใจพระองค์”
วันที่ 30 ธันวาคม–5 มกราคม
ความรู้ที่มีค่าจากคัมภีร์ไบเบิล สดุดี 120-126
ถึงพวกเขาหว่านพืชไปร้องไห้ไป แต่ก็โห่ร้องยินดีเมื่อเก็บผล
พระพรมีแก่ผู้ที่ถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า
เมื่อเรารับแอกแห่งการเป็นสาวก เรากำลังต่อสู้กับซาตาน. ยาโกโบ 4:7 สัญญาว่า “จงต่อสู้กับมาร และมันจะหนีไปจากท่าน.” นี่ไม่ได้หมายความว่าการต่อสู้มารเป็นเรื่องง่าย ๆ. การรับใช้พระเจ้าเกี่ยวข้องกับความบากบั่นอย่างมาก. (ลูกา 13:24) แต่คัมภีร์ไบเบิลให้คำสัญญาดังต่อไปนี้ไว้ที่บทเพลงสรรเสริญ 126:5 ว่า “คนที่หว่านพืชด้วยน้ำตาไหลจะเก็บเกี่ยวผลด้วยความยินดี.” ถูกแล้ว เราไม่ได้นมัสการพระเจ้าที่ไม่หยั่งรู้ค่า. พระองค์เป็น “ผู้ประทานบำเหน็จให้แก่คนเหล่านั้นที่แสวงหาพระองค์อย่างจริงจัง” และอวยพรคนเหล่านั้นที่ถวายพระเกียรติแด่พระองค์.—เฮ็บราย 11:6, ล.ม.
ความเชื่อของคุณจะเข้มแข็งพอไหม?
คุณกำลังเสียใจเพราะคนที่รักตายจากไปไหม? ถ้าคุณรู้สึกอย่างนั้น ขอให้ใช้เวลาทำให้ความเชื่อของตัวเองเข้มแข็งขึ้นโดยเฉพาะในเรื่องของการฟื้นขึ้นจากตายโดยการอ่านเรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิลเกี่ยวกับคนที่ถูกปลุกให้ฟื้นขึ้นจากตาย หรือคุณกำลังเสียใจเพราะคนที่รักถูกตัดสัมพันธ์ไหม? ขอให้ใช้เวลาศึกษาส่วนตัวเพื่อคุณจะมั่นใจว่าการสั่งสอนของพระเจ้าเป็นวิธีที่ดีที่สุดเสมอ ไม่ว่าคุณจะเจอกับปัญหาอะไรก็ตามขอให้ใช้โอกาสนั้นเพื่อทำให้ความเชื่อเข้มแข็งขึ้น อธิษฐานระบายความในใจกับพระยะโฮวา อย่าแยกตัวอยู่คนเดียวแต่พยายามสนิทกับพี่น้องของคุณเสมอ (สภษ. 18:1) และเพื่อคุณจะไม่จมอยู่กับความเศร้ามากเกินไป ให้พยายามทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะช่วยให้คุณอดทนได้ ถึงแม้ว่าคุณอาจต้องทำอย่างนั้นทั้งน้ำตา (สด. 126:5, 6) อย่าขาดการประชุมการประกาศ และให้อ่านคัมภีร์ไบเบิลทุกวัน คิดถึงสิ่งดี ๆ มากมายที่พระยะโฮวาสัญญาว่าจะให้คุณในอนาคต เมื่อคุณเห็นว่าพระยะโฮวาช่วยคุณ คุณก็จะมีความเชื่อในพระองค์มากขึ้น
ห01 7/15 น. 18-19 ว. 13-14
จงรุดหน้าต่อไปในงานเกี่ยว!
ถ้อยคำที่บทเพลงสรรเสริญ 126:5, 6 ให้กำลังใจอย่างยิ่งแก่คนงานเกี่ยวของพระเจ้า โดยเฉพาะผู้ที่ถูกข่มเหง: “คนที่หว่านพืชด้วยน้ำตาไหลจะเก็บเกี่ยวผลด้วยความยินดี. ผู้ที่เดินร้องไห้ไปหว่านพืชนั้น, ไม่ต้องสงสัย, คงจะแบกฟ่อนข้าวของตนกลับมาอีกด้วยความยินดี.” คำพูดนี้ของผู้ประพันธ์เพลงสรรเสริญเกี่ยวกับการหว่านและการเก็บเกี่ยวแสดงถึงความใฝ่พระทัยของพระยะโฮวาและพระพรที่มีเหนือชนที่เหลือที่กลับมาจากการเป็นเชลยในบาบูโลนโบราณ. พวกเขามีความสุขอย่างเหลือล้นที่ได้รับการปลดปล่อย แต่พวกเขาอาจร้องไห้เมื่อถึงตอนที่หว่านเมล็ดลงบนผืนดินอันร้างเปล่าซึ่งไม่ถูกไถพรวนเลยในช่วงเวลา 70 ปีที่พวกเขาเป็นเชลย. อย่างไรก็ตาม ผู้ที่หว่านและก่อสร้างชื่นใจยินดีกับผลที่ได้รับและอิ่มใจยินดีในผลจากการลงมือลงแรงของตน.
เราอาจหลั่งน้ำตาเมื่อตกอยู่ในการทดลองหรือเมื่อเราหรือเพื่อนร่วมความเชื่อทนทุกข์เพื่อเห็นแก่ความชอบธรรม. (1 เปโตร 3:14) ในงานเกี่ยวของเรา ช่วงแรก ๆ เราอาจรู้สึกว่าลำบากเพราะดูเหมือนว่าเราไม่มีอะไรจะอวดได้สำหรับความพยายามของเราในงานรับใช้. แต่หากเราหว่านและรดน้ำต่อไปเรื่อย ๆ พระเจ้าจะทรงทำให้สิ่งต่าง ๆ งอกงามขึ้น และหลายครั้งเกินกว่าที่เราคาดไว้เสียอีก. (1 โกรินโธ 3:6) ข้อเท็จจริงนี้เห็นได้ชัดเจนจากผลของการจ่ายแจกคัมภีร์ไบเบิลและสรรพหนังสืออธิบายพระคัมภีร์.
ค้นหาความรู้ที่มีค่าของพระเจ้า
อำนาจในการปกป้องของพระเจ้า ‘ผู้เป็นที่หลบภัยของเรา’
ขอให้มาดูด้วยกันว่าพระยะโฮวาปกป้องพวกเราทางด้านร่างกายยังไง พวกเราที่นมัสการพระยะโฮวาคาดหมายได้ว่าพระองค์จะปกป้องพวกเราเป็นกลุ่ม ลองคิดดูสิว่าซาตาน “ผู้ปกครองโลก” อยากจะทำลายทุกคนที่นมัสการพระยะโฮวา และถ้าพระองค์ไม่ปกป้อง พวกเราก็จะถูกซาตานทำลายได้ง่าย ๆ (ยอห์น 12:31; วิวรณ์ 12:17) บางรัฐบาลที่มีอำนาจในโลกได้สั่งห้ามงานประกาศของเราและพยายามกำจัดพวกเราให้หมดไป แต่คนของพระยะโฮวายังยืนหยัดและทำงานประกาศต่อไปไม่หยุด ทำไมชาติต่าง ๆ ถึงไม่สามารถหยุดงานประกาศของคริสเตียนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนจะป้องกันตัวเองไม่ได้? ก็เพราะพระยะโฮวาปกป้องเราไว้ด้วยปีกที่แข็งแกร่งของพระองค์—สดุดี 17:7, 8