จงทุ่มเทตัวคุณในการอ่าน
“จนกว่าข้าพเจ้าจะมา จงเอาใจใส่ในการอ่านต่อสาธารณชน ในการกระตุ้นเตือน ในการสั่งสอน.”—1 ติโมเธียว 4:13, ล.ม.
1. เราจะรับประโยชน์จากการอ่านคัมภีร์ไบเบิลได้อย่างไร?
พระยะโฮวาพระเจ้าทรงประทานความสามารถอัศจรรย์ในการเรียนรู้ที่จะอ่านและเขียนแก่มนุษยชาติ. พระองค์ยังได้ทรงจัดให้มีคัมภีร์ไบเบิล พระคำของพระองค์ไว้ด้วยเพื่อเราสามารถได้รับการสั่งสอนอย่างดี. (ยะซายา 30:20, 21) โดยนัยแล้ว หน้าต่าง ๆ ของคัมภีร์ไบเบิลทำให้เราสามารถ “ดำเนิน” กับเหล่าปฐมบรรพบุรุษอย่างอับราฮาม, ยิศฮาค, และยาโคบ. เราสามารถ “เห็น” เหล่าสตรีที่เลื่อมใสพระเจ้าอย่างซารา, ริบะคา, และรูธซึ่งเป็นชาวโมอาบผู้ภักดี. ใช่แล้ว และเราสามารถ “ได้ยิน” พระเยซูคริสต์ทรงประทานคำเทศน์ของพระองค์บนภูเขา. คำสั่งสอนอันน่ายินดีและเยี่ยมยอดทั้งปวงนี้จากพระคัมภีร์บริสุทธิ์จะเป็นของเราได้หากเราเป็นผู้อ่านที่ดี.
2. อะไรแสดงว่าพระเยซูกับพวกอัครสาวกของพระองค์สามารถอ่านได้ดี?
2 ไม่ต้องสงสัยว่า พระเยซูคริสต์มนุษย์สมบูรณ์ทรงมีความสามารถในการอ่านอันดีเลิศ และพระองค์ทรงรู้จักพระคัมภีร์ภาคภาษาฮีบรูอย่างดียิ่ง. ดังนั้น เมื่อถูกพญามารล่อลวง พระเยซูจึงทรงกล่าวถึงพระคัมภีร์ซ้ำหลายครั้งและตรัสว่า “มีคำเขียนไว้ว่า.” (มัดธาย 4:4, 7, 10) ในโอกาสหนึ่งที่ธรรมศาลาในนาซาเร็ธ พระองค์ทรงอ่านส่วนหนึ่งของคำพยากรณ์ของยะซายาและใช้ส่วนนั้นกับพระองค์. (ลูกา 4:16-21) เหล่าอัครสาวกของพระเยซูล่ะเป็นอย่างไร? ในข้อเขียนของท่านเหล่านั้น พวกท่านยกพระคัมภีร์ภาคภาษาฮีบรูมากล่าวบ่อย ๆ. แม้พวกผู้ปกครองชาวยิวมองดูเปโตรกับโยฮันว่าเป็นคนไร้การศึกษาและเป็นคนสามัญเพราะท่านทั้งสองไม่ได้รับการศึกษาในโรงเรียนชั้นสูงของชาวฮีบรู จดหมายที่พวกท่านเขียนด้วยการดลใจก็พิสูจน์ชัดเจนว่าพวกท่านสามารถอ่านเขียนได้เป็นอย่างดี. (กิจการ 4:13) แต่ความสามารถในการอ่านสำคัญจริง ๆ หรือ?
“ความสุขมีแก่ผู้ที่อ่านออกเสียง”
3. เพราะเหตุใดจึงสำคัญมากที่จะอ่านพระคัมภีร์และสิ่งพิมพ์คริสเตียน?
3 การรับเอาความรู้ถ่องแท้เกี่ยวกับพระคัมภีร์และนำไปใช้อาจยังผลให้มีชีวิตนิรันดร์ได้. (โยฮัน 17:3) ฉะนั้น พยานพระยะโฮวาจึงตระหนักว่า เป็นการสำคัญยิ่งที่จะอ่านและศึกษาพระคัมภีร์บริสุทธิ์และสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ของคริสเตียนซึ่งพระเจ้าทรงจัดเตรียมให้โดยทางชนจำพวกทาสสัตย์ซื่อและสุขุมแห่งคริสเตียนผู้ถูกเจิม. (มัดธาย 24:45-47) แท้จริง โดยการใช้สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่คิดทำขึ้นเป็นพิเศษของว็อชเทาเวอร์ หลายหมื่นคนได้รับการสอนให้อ่านและด้วยวิธีนี้จึงได้มาซึ่งความรู้ที่ให้ชีวิตจากพระคำของพระเจ้า.
4. (ก) เหตุใดความสุขจึงเป็นผลเนื่องจากการอ่าน, การศึกษา, และการทำตามพระคำของพระเจ้า? (ข) เกี่ยวกับการอ่าน เปาโลบอกอะไรแก่ติโมเธียว?
4 ความสุขเกิดจากการอ่าน, การศึกษา, และการทำตามพระคำของพระเจ้า. ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะโดยวิธีนั้น เราทำให้พระเจ้าพอพระทัยและถวายพระเกียรติแด่พระองค์, ได้รับพระพรจากพระองค์, และประสบความชื่นชมยินดี. พระยะโฮวาทรงประสงค์ให้ผู้รับใช้ของพระองค์มีความสุข. ฉะนั้น พระองค์ทรงบัญชาให้พวกปุโรหิตอ่านพระบัญญัติของพระองค์ให้ชนยิศราเอลโบราณฟัง. (พระบัญญัติ 31:9-12) เมื่ออาลักษณ์เอษรากับคนอื่น ๆ อ่านพระบัญญัติแก่คนทั้งปวงที่ชุมนุมกันในกรุงยะรูซาเลม ได้มีการอธิบายความหมายของพระบัญญัติอย่างชัดเจน และยังผลให้ “เปรมปรีดิ์กันเป็นที่ยิ่ง.” (นะเฮมยา 8:6-8, 12, ฉบับแปลใหม่) ต่อมา คริสเตียนอัครสาวกเปาโลบอกแก่ติโมเธียวเพื่อนร่วมงานของท่านดังนี้: “จนกว่าข้าพเจ้าจะมา จงเอาใจใส่ในการอ่านต่อสาธารณชน, ในการกระตุ้นเตือน, ในการสั่งสอน.” (1 ติโมเธียว 4:13, ล.ม.) การแปลอีกฉบับหนึ่งบอกว่า “จงทุ่มเทตัวท่านในการอ่านพระคัมภีร์ต่อสาธารณชน.”—ฉบับแปลนิว อินเตอร์แนชันแนล.
5. วิวรณ์ 1:3 เชื่อมโยงความสุขเข้ากับการอ่านอย่างไร?
5 ที่ว่าความสุขของเราขึ้นอยู่กับการอ่านและการทำตามพระคำของพระเจ้านั้นมีการบอกชัดในวิวรณ์ 1:3 (ล.ม.). ที่นั่นเราได้รับแจ้งว่า “ความสุขมีแก่ผู้ที่อ่านออกเสียงและคนเหล่านั้นที่ได้ยินถ้อยคำแห่งคำพยากรณ์นี้ และปฏิบัติตามสิ่งที่เขียนไว้ในคำพยากรณ์นี้; ด้วยว่าเวลากำหนดใกล้เข้ามาแล้ว.” ถูกแล้ว เราจำต้องอ่านออกเสียงและฟังถ้อยคำเชิงพยากรณ์ของพระเจ้าในพระธรรมวิวรณ์และพระคัมภีร์ตลอดทั้งเล่ม. บุคคลที่มีความสุขอย่างแท้จริงคือผู้ที่ “ความปีติยินดีของเขาอยู่ในพระบัญญัติของพระยะโฮวา และเขาอ่านพระบัญญัติของพระองค์ด้วยออกเสียงแผ่วเบาทั้งกลางวันและกลางคืน.” ผลเป็นเช่นไร? “ทุกสิ่งที่เขาทำจะสำเร็จ.” (บทเพลงสรรเสริญ 1:1-3, ล.ม.) ฉะนั้น ด้วยเหตุผลอันดี องค์การของพระยะโฮวาสนับสนุนเราแต่ละคนให้อ่านและศึกษาพระคำของพระองค์เป็นส่วนตัว, เป็นครอบครัว, และกับเพื่อน ๆ.
จงเพียรคิดและไตร่ตรอง
6. ยะโฮซูอะได้รับบัญชาให้อ่านอะไร และการทำเช่นนี้เป็นประโยชน์อย่างไร?
6 คุณจะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการอ่านพระคำของพระเจ้าและสิ่งพิมพ์ของคริสเตียนได้อย่างไร? คุณคงจะพบว่าเป็นประโยชน์ที่จะทำสิ่งที่ยะโฮซูอะผู้นำชนยิศราเอลโบราณที่เกรงกลัวพระเจ้าได้ทำ. ท่านได้รับพระบัญชาว่า “หนังสือกฎหมายนี้ไม่ควรให้ขาดจากปากของเจ้า และเจ้าต้องอ่านออกเสียงแผ่วเบาทั้งกลางวันกลางคืน เพื่อว่าเจ้าจะได้ทำตามสิ่งที่เขียนไว้นั้นทุกข้อทุกประการ; เพราะถ้าเจ้าทำอย่างนั้นเจ้าจะบรรลุผลสำเร็จและเจ้าจะปฏิบัติอย่างสุขุมรอบคอบ.” (ยะโฮซูอะ 1:8, ล.ม.) ‘การอ่านออกเสียงแผ่วเบา’ หมายถึงการพูดถ้อยคำนั้นกับตัวคุณเองด้วยเสียงเบา ๆ. นี่เป็นวิธีช่วยจำอย่างหนึ่ง เพราะการทำเช่นนี้ประทับเรื่องนั้นไว้ในจิตใจ. ยะโฮซูอะต้องอ่านพระบัญญัติของพระเจ้า “ทั้งกลางวันกลางคืน” หรือเป็นประจำ. นั่นคือวิธีที่จะประสบความสำเร็จและที่จะปฏิบัติอย่างสุขุมรอบคอบในการทำให้สำเร็จตามหน้าที่รับผิดชอบที่พระเจ้าทรงมอบให้. การอ่านพระคำของพระเจ้าเป็นประจำเช่นนั้นสามารถช่วยคุณได้ในทำนองเดียวกัน.
7. ทำไมเราไม่ควรปล่อยให้ความคิดเรื่องความเร็วมาครอบงำเมื่อเราอ่านพระคำของพระเจ้า?
7 เมื่ออ่านพระคำของพระเจ้า อย่าคิดแต่จะอ่านให้เร็ว. ถ้าคุณได้วางแผนจะใช้เวลาสักระยะหนึ่งในการอ่านคัมภีร์ไบเบิลหรือสิ่งพิมพ์บางอย่างของคริสเตียน คุณคงต้องการอ่านช้า ๆ. นี่เป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะเมื่อคุณศึกษาด้วยจุดมุ่งหมายจะจดจำจุดสำคัญ ๆ ไว้. และเมื่อคุณอ่าน จงเพียรคิด. วิเคราะห์คำกล่าวของผู้จารึกคัมภีร์ไบเบิล. ถามตัวคุณเองว่า ‘ผู้จารึกมีจุดมุ่งหมายอะไร? ฉันจะใช้ความรู้นี้อย่างไร?’
8. เหตุใดจึงเป็นประโยชน์ที่จะไตร่ตรองเมื่ออ่านพระคัมภีร์?
8 จงใช้เวลาไตร่ตรองในขณะที่อ่านพระคัมภีร์บริสุทธิ์. ทั้งนี้จะช่วยคุณให้จำเรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิลและทำตามหลักการต่าง ๆ ในพระคัมภีร์. นอกจากนี้ การไตร่ตรองพระคำของพระเจ้าและด้วยวิธีนี้จึงทำให้จุดสำคัญต่าง ๆ ฝังแน่นในใจคุณ จะทำให้คุณสามารถพูดได้จากใจ ให้คำตอบที่ดีแก่ผู้ที่ถามด้วยความจริงใจแทนที่จะพูดอะไร ๆ ที่คุณอาจเสียใจภายหลัง. สุภาษิตที่เขียนขึ้นด้วยการดลใจข้อหนึ่งกล่าวว่า “ใจของคนชอบธรรมตรึกตรองก่อนแล้วจึงตอบ.”—สุภาษิต 15:28.
ผนวกจุดสำคัญใหม่ ๆ เข้ากับจุดที่เรียนรู้แล้ว
9, 10. การอ่านคัมภีร์ไบเบิลของคุณจะก้าวหน้าได้อย่างไรโดยการผนวกจุดสำคัญใหม่ ๆ ในพระคัมภีร์เข้ากับจุดที่คุณรู้แล้ว?
9 คริสเตียนส่วนใหญ่ต้องยอมรับว่า ครั้งหนึ่ง พวกเขาแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพระเจ้า, พระคำของพระองค์, และพระประสงค์ของพระองค์. แต่ปัจจุบันคริสเตียนเผยแพร่เหล่านี้ โดยเริ่มต้นด้วยการทรงสร้าง และการที่มนุษย์ตกเข้าสู่บาป สามารถอธิบายถึงวัตถุประสงค์แห่งเครื่องบูชาของพระคริสต์, สามารถบอกถึงความพินาศของระบบชั่วช้านี้, และสามารถแสดงให้เห็นวิธีที่มนุษยชาติจะได้รับพระพรด้วยชีวิตนิรันดร์บนแผ่นดินโลกที่เป็นอุทยาน. ส่วนใหญ่แล้วที่พวกเขาทำอย่างนั้นได้ก็เพราะผู้รับใช้เหล่านี้ของพระยะโฮวาได้รับ “ความรู้ของพระเจ้า” ด้วยการศึกษาคัมภีร์ไบเบิลและสิ่งพิมพ์คริสเตียน. (สุภาษิต 2:1-5) พวกเขาค่อย ๆ ผนวกจุดสำคัญใหม่ ๆ เข้ากับจุดที่ได้เข้าใจแล้ว.
10 การผนวกจุดสำคัญใหม่ ๆ ในพระคัมภีร์เข้ากับจุดที่คุณรู้อยู่แล้วเป็นประโยชน์และมีผลดี. (ยะซายา 48:17) เมื่อมีการเสนอเรื่องพระบัญญัติ, หลักการ, หรือแม้แต่แนวความคิดที่ค่อนข้างเป็นแบบนามธรรมในคัมภีร์ไบเบิล จงผนวกเรื่องเหล่านี้เข้ากับสิ่งที่คุณรู้แล้ว. ทำให้ข้อมูลนั้นประสานกับสิ่งที่คุณเรียนรู้แล้วเกี่ยวกับ “แบบแผนแห่งถ้อยคำที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ.” (2 ติโมเธียว 1:13, ล.ม.) ค้นหาข้อมูลที่อาจช่วยคุณให้เสริมสายสัมพันธ์ของคุณกับพระเจ้าให้เหนี่ยวแน่นขึ้น, ปรับปรุงบุคลิกภาพแบบคริสเตียนของคุณ, หรือไม่ก็ช่วยคุณให้บอกความจริงในคัมภีร์ไบเบิลแก่ผู้อื่น.
11. คุณอาจทำอะไรเมื่ออ่านเรื่องที่คัมภีร์ไบเบิลกล่าวเกี่ยวกับความประพฤติ? ยกตัวอย่าง.
11 เมื่ออ่านเรื่องที่คัมภีร์ไบเบิลกล่าวเกี่ยวกับความประพฤติ ให้พยายามสังเกตเข้าใจหลักการที่เกี่ยวข้องอยู่ด้วย. ไตร่ตรองหลักการนั้น และตัดสินใจว่าคุณจะทำเช่นไรเมื่ออยู่ในสถานการณ์คล้ายกันนั้น. โยเซฟบุตรยาโคบปฏิเสธอย่างหนักแน่นไม่ยอมเข้าร่วมในการผิดศีลธรรมทางเพศกับภรรยาโพติฟา โดยถามว่า “ข้าพเจ้าจะทำผิดดังนี้อย่างไรได้, เป็นบาปใหญ่หลวงนักต่อพระเจ้า.” (เยเนซิศ 39:7-10) ในเรื่องราวที่กระตุ้นใจนี้ คุณพบหลักการหนึ่งที่แฝงอยู่ นั่นคือการผิดศีลธรรมทางเพศเป็นบาปต่อพระเจ้า. คุณจะผนวกหลักการนี้เข้ากับข้อความอื่นในพระคำของพระเจ้าในใจคุณได้ และคุณจะได้ประโยชน์จากความรู้นี้ถ้าถูกล่อใจให้เข้าร่วมในการทำผิดเช่นนั้น.—1 โกรินโธ 6:9-11.
สร้างจินตภาพของเหตุการณ์ในพระคัมภีร์
12. ทำไมจึงสร้างจินตภาพเรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิลขณะที่คุณอ่านเรื่องนั้น ๆ?
12 เพื่อให้จุดสำคัญต่าง ๆ ฝังแน่นในจิตใจคุณขณะที่คุณอ่าน จงสร้างภาพสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นในใจ. นึกเห็นภาพแผ่นดิน, บ้าน, ผู้คน. ได้ยินเสียงพวกเขา. ได้กลิ่นขนมปังที่อบในเตาอบ. นึกภาพนั้นซ้ำอีก. แล้วการอ่านของคุณก็จะเป็นประสบการณ์ที่กระตุ้นใจ เพราะคุณอาจเห็นเมืองในสมัยโบราณ, ขึ้นบนภูเขาสูง, รู้สึกพิศวงกับสิ่งอัศจรรย์ที่พระเจ้าสร้าง, หรือไม่ก็คบหากับชายหญิงที่มีความเชื่ออันเยี่ยมยอด.
13. คุณจะพรรณนาเรื่องราวที่มีบันทึกไว้ที่วินิจฉัย 7:19-22 อย่างไร?
13 สมมุติว่าคุณกำลังอ่านพระธรรมวินิจฉัย 7:19-22. ให้สร้างจินตภาพสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น. ผู้วินิจฉัยฆิดโอนกับชาวยิศราเอลที่กล้าหาญสามร้อยคนเข้าประจำที่ของตนริมค่ายชาวมิดยาน. นั่นเป็นเวลาราวสี่ทุ่ม ตอนต้น “ยามกลาง.” ทหารยามชาวมิดยานเพิ่งเข้าเวร และความมืดปกคลุมทั่วค่ายพวกศัตรูที่หลับอยู่ของชาวยิศราเอล. ดูสิ! ฆิดโอนกับคนของท่านมีเขาสัตว์เตรียมไว้พร้อม. พวกเขาถือหม้อใบใหญ่มีคบไฟอยู่ข้างในไว้ในมือซ้าย. ทันใดนั้น ทหารสามกอง ๆ ละหนึ่งร้อยนายก็เป่าเขาสัตว์, ต่อยหม้อ, ชูคบไฟขึ้น, และร้องเสียงดังว่า “กระบี่พระยะโฮวาและฆิดโอน.” คุณมองที่ค่าย. ดูนั่น ชาวมิดยานวิ่งหนีและเริ่มร้องตะโกน! ขณะที่สามร้อยคนยังคงเป่าเขาสัตว์ของตนอยู่นั้น พระเจ้าทรงบันดาลให้ชาวมิดยานฆ่าฟันกันเอง. ชาวมิดยานถูกขับไล่ และพระยะโฮวาทรงบันดาลให้ชาวยิศราเอลชนะ.
การเรียนรู้บนเรียนอันทรงค่า
14. อาจใช้วินิจฉัยบท 9 อย่างไรเพื่อสอนลูก ๆ ในเรื่องความจำเป็นต้องถ่อมใจ?
14 ด้วยการอ่านพระคำของพระเจ้า เราสามารถเรียนรู้บทเรียนต่าง ๆ มากมาย. ยกตัวอย่าง คุณอาจต้องการทำให้ความจำเป็นต้องถ่อมใจประทับอยู่ในใจลูก ๆ ของคุณ. น่าจะง่ายที่จะสร้างจินตภาพและเข้าใจจุดสำคัญของสิ่งที่มีกล่าวไว้ในคำพยากรณ์ของโยธามบุตรฆิดโอน. เริ่มอ่านที่วินิจฉัย 9:8 (ฉบับแปลใหม่) โยธามกล่าวว่า “ครั้งหนึ่งต้นไม้ต่าง ๆ ได้ออกไปเจิมตั้งต้นไม้ต้นหนึ่งไว้เป็นราชา.” ต้นมะกอกเทศ, ต้นมะเดื่อเทศ, และต้นองุ่นต่างไม่ยอมปกครอง. แต่ต้นไม้มีหนามมากอันต่ำต้อยยินดีจะเป็นผู้ปกครอง. เมื่ออ่านออกเสียงเรื่องนี้ให้ลูก ๆ ฟังแล้ว คุณอาจอธิบายว่า ต้นไม้มีค่าเหล่านั้นหมายถึงบุคคลทรงคุณค่าที่ไม่แสวงตำแหน่งกษัตริย์เหนือเพื่อนชาวยิศราเอลด้วยกัน. ต้นไม้มีหนามมากซึ่งมีประโยชน์แค่เป็นเชื้อเพลิงเท่านั้นหมายถึงตำแหน่งกษัตริย์ของอะบีเมเล็คผู้ยโส ฆาตกรที่อยากจะมีอำนาจเหนือผู้อื่นแต่พบจุดจบสมจริงตามคำพยากรณ์ของโยธาม. (วินิจฉัย 9:53, 54) เด็กคนใดล่ะอยากเติบโตและกลายเป็นเหมือนต้นหนาม?
15. มีการเน้นความสำคัญของความภักดีอย่างไรในพระธรรมประวัตินางรูธ?
15 มีการทำให้ความสำคัญของความภักดีเป็นที่ชัดแจ้งในพระธรรมประวัตินางรูธ. สมมุติว่าสมาชิกครอบครัวคุณผลัดกันอ่านออกเสียงเรื่องนี้และพยายามซึมซับสิ่งที่พระธรรมเล่มนี้บอก. คุณเห็นรูธหญิงชาวโมอาบขณะเดินทางไปเบธเลเฮมกับนาอะมีหญิงม่ายซึ่งเป็นแม่สามีของเธอ และคุณได้ยินรูธกล่าวว่า “ญาติพี่น้องของแม่, จะเป็นญาติพี่น้องของฉัน, และพระเจ้าของแม่จะเป็นพระเจ้าของฉันด้วย.” (ประวัตินางรูธ 1:16) เราเห็นรูธผู้ขยันขันแข็งเดินเก็บข้าวตกตามหลังคนเกี่ยวข้าวของโบอัศ. คุณได้ยินเขายกย่องนางโดยกล่าวว่า “บรรดาชาวชนหัวเมืองของเราก็ทราบอยู่ดีแล้วว่าเจ้าเป็นหญิงชื่อเสียงดี.” (ประวัตินางรูธ 3:11) ในไม่ช้าโบอัศก็แต่งงานกับรูธ. ประสานกับการจัดเตรียมที่ให้สมรสกับพี่น้องของสามี นางให้กำเนิดบุตรคนหนึ่ง “แก่นางนาอะมี.” รูธกลายเป็นบรรพสตรีของดาวิดและในที่สุดก็ของพระเยซูคริสต์. ด้วยวิธีนี้ นางได้รับ “บำเหน็จอันเต็มบริบูรณ์.” นอกจากนี้ ผู้ที่อ่านเรื่องนี้ในพระคัมภีร์ยังเรียนรู้บทเรียนมีค่าประการหนึ่ง นั่นคือ จงภักดีต่อพระยะโฮวา แล้วคุณจะได้รับพระพรอันอุดม.—ประวัตินางรูธ 2:12; 4:17-22; สุภาษิต 10:22; มัดธาย 1:1, 5, 6.
16. ชาวฮีบรูสามคนผ่านการทดสอบอะไร และเรื่องนี้ช่วยเราได้อย่างไร?
16 เรื่องราวของชาวฮีบรูชื่อซัดรัค, เมเซ็ค, และอะเบ็ดนะโคสามารถช่วยเราให้ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้าเมื่ออยู่ในสภาพการณ์ที่ทดลองความเชื่อ. จงสร้างจินตภาพเหตุการณ์เมื่ออ่านออกเสียงดานิเอลบท 3. เสารูปเคารพทองคำมหึมาเหนือที่ราบดูรา ที่ซึ่งพวกข้าราชการชาวบาบูโลนมาชุมนุมกันอยู่. เมื่อเครื่องดนตรีบรรเลง พวกเขาก้มกราบนมัสการรูปเคารพซึ่งกษัตริย์นะบูคัดเนซัรได้ตั้งไว้นั้น. ทุกคนยกเว้นซัดรัค, เมเซ็ค, และอะเบ็ดนะโคทำอย่างนั้น. ด้วยความนับถือแต่ก็หนักแน่น เขาทั้งสามทูลกษัตริย์ว่าพวกเขาจะไม่ปฏิบัติพระของกษัตริย์และนมัสการรูปเคารพทองคำนั้น. หนุ่มฮีบรูสามคนถูกโยนลงในเตาไฟที่ร้อนเป็นพิเศษ. แต่เกิดอะไรขึ้น? เมื่อมองเข้าไปในกองไฟ กษัตริย์เห็นชายแข็งแรงสี่คน คนหนึ่ง ‘ดูคล้ายบุตรของพระเจ้า.’ (ดานิเอล 3:25) ชายฮีบรูทั้งสามถูกนำออกมาจากเตาไฟ และนะบูคัดเนซัรสรรเสริญพระเจ้าของเขาทั้งสาม. เป็นประโยชน์ที่ได้สร้างจินตภาพเรื่องนี้. และเรื่องนี้นับว่าให้บทเรียนจริง ๆ เกี่ยวกับความซื่อสัตย์ต่อพระยะโฮวาภายใต้การทดลอง!
รับประโยชน์จากการอ่านคัมภีร์ไบเบิลเป็นครอบครัว
17. ให้อ้างอย่างสั้น ๆ ถึงบางเรื่องที่เป็นประโยชน์ซึ่งครอบครัวคุณสามารถเรียนรู้ได้โดยการอ่านคัมภีร์ไบเบิลด้วยกัน.
17 ครอบครัวคุณสามารถได้ประโยชน์มากถ้าคุณใช้เวลาอ่านคัมภีร์ไบเบิลด้วยกันเป็นประจำ. เริ่มด้วยพระธรรมเยเนซิศ คุณสามารถสร้างจินตภาพการทรงสร้างและมองเข้าไปในบ้านที่เป็นอุทยานแรกเดิมของมนุษย์. คุณสามารถร่วมในประสบการณ์ของเหล่าปฐมบรรพบุรุษที่ซื่อสัตย์กับครอบครัวของพวกท่านอีกทั้งติดตามชาวยิศราเอลไปในขณะที่พวกเขาข้ามทะเลแดงโดยเท้าไม่เปียก. คุณสามารถเห็นเด็กหนุ่มดาวิดผู้เลี้ยงแกะเอาชนะฆาละยัธยักษ์ใหญ่ชาวฟิลิศตีน. ครอบครัวคุณสามารถสังเกตการก่อสร้างพระวิหารของพระยะโฮวาในกรุงยะรูซาเลม, สามารถเห็นกรุงนี้ร้างเปล่าโดยชนชาติบาบูโลน, และเห็นการสร้างกรุงนี้ขึ้นใหม่โดยการนำของซะรูบาเบลผู้สำเร็จราชการ. พร้อมกับพวกคนเลี้ยงแกะที่ถ่อมใจใกล้ ๆ เบธเลเฮม คุณสามารถได้ยินคำประกาศของทูตสวรรค์เรื่องการประสูติของพระเยซู. คุณจะได้รายละเอียดเกี่ยวกับการรับบัพติสมาและงานรับใช้ของพระองค์, สามารถเห็นพระองค์สละชีวิตมนุษย์ของพระองค์เป็นค่าไถ่, และสามารถมีส่วนร่วมความชื่นชมยินดีเนื่องจากการคืนพระชนม์ของพระองค์. ถัดจากนั้น คุณสามารถเดินทางไปกับอัครสาวกเปาโลและสังเกตการตั้งประชาคมต่าง ๆ ขณะที่ศาสนาคริสเตียนแพร่หลายออกไป. จากนั้นก็ในพระธรรมวิวรณ์ ครอบครัวคุณสามารถชื่นชมกับภาพนิมิตยิ่งใหญ่เกี่ยวกับอนาคตที่โยฮันได้เห็น ซึ่งรวมถึงรัชสมัยพันปีของพระคริสต์ด้วย.
18, 19. มีข้อแนะอะไรบ้างเกี่ยวกับการอ่านคัมภีร์ไบเบิลเป็นครอบครัว?
18 ถ้าคุณอ่านออกเสียงคัมภีร์ไบเบิลเป็นครอบครัว จงอ่านอย่างชัดเจนและด้วยความกระตือรือร้น. เมื่ออ่านบางตอนในพระคัมภีร์ สมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว เป็นบิดาก็ได้ อาจอ่านข้อความบรรยายทั่วไป. สมาชิกคนอื่น ๆ อาจสวมบทบาทของบุคคลต่าง ๆ ในคัมภีร์ไบเบิล โดยอ่านส่วนของคุณด้วยความรู้สึกที่เหมาะกับเรื่อง.
19 ขณะที่คุณอ่านคัมภีร์ไบเบิลด้วยกันเป็นครอบครัว คุณอาจปรับกรุงความสามารถในการอ่านได้. อาจเป็นได้ว่าความรู้ของคุณในเรื่องพระเจ้าจะเพิ่มขึ้น และทั้งนี้น่าจะทำให้คุณใกล้ชิดพระองค์ยิ่งขึ้น. อาซาฟร้องเพลงว่า “สำหรับข้าพเจ้า การเข้าไปใกล้พระเจ้านั้นเป็นการดีสำหรับข้าพเจ้า. ข้าพเจ้าได้ตั้งที่คุ้มภัยของข้าพเจ้าไว้ในพระยะโฮวาองค์บรมมหิศร เพื่อจะประกาศถึงพระราชกิจทั้งสิ้นของพระองค์.” (บทเพลงสรรเสริญ 73:28, ล.ม.) การทำเช่นนี้จะช่วยครอบครัวคุณให้เป็นเหมือนโมเซผู้ซึ่ง “มั่นใจอยู่เหมือนหนึ่งเห็นพระองค์ผู้ไม่ทรงปรากฏแก่ตา” นั่นคือพระเจ้ายะโฮวา.—เฮ็บราย 11:27.
การอ่านกับงานเผยแพร่ของคริสเตียน
20, 21. งานประกาศที่เราได้รับมอบหมายเกี่ยวพันอย่างไรกับความสามารถในการอ่าน?
20 ความปรารถนาของเราที่จะนมัสการ “พระองค์ผู้ไม่ทรงปรากฏแก่ตา” ควรกระตุ้นใจเราให้พยายามเป็นผู้อ่านที่ดี. ความสามารถอ่านได้ดีช่วยเราให้กล่าวคำพยานจากพระคำของพระเจ้า. สิ่งนี้ช่วยเราอย่างแน่นอนให้ทำงานประกาศเรื่องราชอาณาจักรต่อ ๆ ไป ซึ่งเป็นงานที่พระเยซูทรงมอบหมายให้เหล่าสาวกของพระองค์ทำเมื่อพระองค์ตรัสว่า “จงไปและทำให้ชนจากทุกชาติเป็นสาวก ให้เขารับบัพติสมาในนามแห่งพระบิดาและพระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์ สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้.” (มัดธาย 28:19, 20; กิจการ 1:8, ล.ม.) การให้คำพยานเป็นงานสำคัญที่สุดของไพร่พลของพระยะโฮวา และความสามารถในการอ่านช่วยเราให้ทำงานนี้สำเร็จ.
21 ต้องเพียรพยายามถ้าจะเป็นผู้อ่านที่ดีและเป็นครูที่ชำนาญในพระคำของพระเจ้า. (เอเฟโซ 6:17) ฉะนั้น ‘จงทำสุดความสามารถเพื่อสำแดงตนให้เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ใช้คำแห่งความจริงอย่างถูกต้อง’ (2 ติโมเธียว 2:15) จงเพิ่มพูนความรู้ของคุณเกี่ยวกับความจริงในพระคัมภีร์และความสามารถในฐานะเป็นพยานของพระยะโฮวาด้วยการทุ่มเทตัวคุณในการอ่าน.
คุณจะตอบอย่างไร?
▫ ความสุขขึ้นอยู่กับการอ่านพระคำของพระเจ้าอย่างไร?
▫ ทำไมจึงไตร่ตรองเรื่องที่คุณอ่านในคัมภีร์ไบเบิล?
▫ ทำไมจึงใช้การผนวกเรื่องและการสร้างจินตภาพเมื่ออ่านพระคัมภีร์?
▫ บทเรียนอะไรบ้างที่จะเรียนรู้จากการอ่านคัมภีร์ไบเบิล?
▫ เหตุใดจึงอ่านออกเสียงคัมภีร์ไบเบิลเป็นครอบครัว และการอ่านมีความเกี่ยวพันอย่างไรกับงานเผยแพร่ของคริสเตียน?
[รูปภาพหน้า 13]
เมื่ออ่านคัมภีร์ไบเบิลเป็นครอบครัวจงสร้างจินตภาพเรื่องราวต่าง ๆ และไตร่ตรองความสำคัญของเรื่องนั้น