ห้องสมุดออนไลน์ของวอชเทาเวอร์
ห้องสมุดออนไลน์
ของวอชเทาเวอร์
ไทย
  • คัมภีร์ไบเบิล
  • สิ่งพิมพ์
  • การประชุม
  • ห94 1/6 น. 19-23
  • ท่านวางแบบอย่างสำหรับเรา

ไม่มีวีดีโอสำหรับรายการนี้

ขออภัย โหลดวีดีโอนี้ไม่ได้

  • ท่านวางแบบอย่างสำหรับเรา
  • หอสังเกตการณ์ประกาศราชอาณาจักรของพระยะโฮวา 1994
  • หัวเรื่องย่อย
  • เรื่องที่คล้ายกัน
  • เรียน​รู้​ความ​จริง​ใน​คัมภีร์​ไบเบิล
  • เป็น​ไพโอเนียร์​ใน​ออสเตรเลีย
  • ได้​รับ​เชิญ​ไป​ต่าง​แดน
  • แต่งงาน, ถูก​สั่ง​ห้าม, และ​สงคราม
  • ชีวิต​ใน​ค่าย​กัก​กัน
  • เสรีภาพ​และ​ได้​พบ​กัน​อีก​อย่าง​น่า​ทึ่ง
  • กลับ​ไป​ออสเตรเลีย
  • ผมรู้สึกขอบพระคุณที่ได้รอดชีวิต
    ตื่นเถิด! 1992
  • ปรากฏชัดว่าพระยะโฮวาสถิตอยู่กับผม
    หอสังเกตการณ์ประกาศราชอาณาจักรของพระยะโฮวา 1996
  • เขตงานมิชชันนารีกลายเป็นบ้านของเรา
    หอสังเกตการณ์ประกาศราชอาณาจักรของพระยะโฮวา 2002
หอสังเกตการณ์ประกาศราชอาณาจักรของพระยะโฮวา 1994
ห94 1/6 น. 19-23

ท่าน​วาง​แบบ​อย่าง​สำหรับ​เรา

เล่า​โดย เครก แซงเกอร์

เป็น​เวลา​แปด​ปี​ที่​เกย์ล​ภรรยา​ของ​ผม​และ​ผม​เป็น​ไพโอเนียร์ ผู้​เผยแพร่​ศาสนา​เต็ม​เวลา​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา. หก​ปี​หลัง เรา​ได้​รับใช้​ท่ามกลาง​ชน​พื้นเมือง​ใน​เขต​ทุรกันดาร​ของ​ออสเตรเลีย. เรา​กำลัง​ติด​ตาม​แบบ​อย่าง​ที่​ดี ซึ่ง​คุณ​พ่อ​คุณ​แม่​และ​คุณ​ตา​คุณ​ยาย​ของ​ผม​วาง​ไว้​ให้​เรา.

ขอ​ให้​ผม​เล่า​เป็น​พิเศษ​เกี่ยว​กับ​คุณ​ตา​คุณ​ยาย​ของ​ผม. เรา​เรียก​ท่าน​ด้วย​ความ​รักใคร่​เสมอ​ว่า โอพา​และ​โอมา ซึ่ง​เป็น​คำ​ภาษา​ดัตช์​ที่​ใช้​เรียก​คุณ​ตา​และ​คุณ​ยาย. ชาร์ลส์ แฮร์ริส คุณ​ตา​ของ​ผม ยัง​คง​รับใช้​อย่าง​กระตือรือร้น​ใน​เมลเบิร์น ซึ่ง​ท่าน​อาศัย​อยู่​ที่​นั่น​เกือบ 50 ปี.

เรียน​รู้​ความ​จริง​ใน​คัมภีร์​ไบเบิล

โอพา​เกิด​ใน​เมือง​เล็ก ๆ ใน​แทสเมเนีย รัฐ​ที่​เป็น​เกาะ​ของ​ออสเตรเลีย. ใน​ปี 1924 เมื่อ​ท่าน​อายุ​ได้ 14 ปี คุณ​ทวด​ซื้อ​หีบ​ใส่​ของ​ที่​พวก​กะลาสี​ใช้ จาก​การ​ประมูล​ขาย​ของ​ทอด​ตลาด. ปรากฏ​ว่า​นั่น​เป็น​หีบ​สมบัติ​โดย​แท้​เมื่อ​กล่าว​ใน​แง่​ฝ่าย​วิญญาณ เพราะ​หีบ​นั้น​บรรจุ​หนังสือ​ชุด​หนึ่ง​ซึ่ง​เขียน​โดย​ชาร์ลส์ เทซ รัสเซลล์ นายก​คน​แรก​ของ​สมาคม​ว็อชเทาเวอร์ ไบเบิล แอนด์ แทร็กต์.

ดู​เหมือน​ว่า คุณ​ทวด​ไม่​สนใจ​หนังสือ​นั้น​เท่า​ไร แต่​โอพา​เริ่ม​อ่าน​และ​ตระหนัก​ทันที​ว่า หนังสือ​นั้น​บรรจุ​ความ​จริง​ที่​สำคัญ​ยิ่ง​จาก​คัมภีร์​ไบเบิล. ดัง​นั้น ท่าน​จึง​เริ่ม​ต้น​สืบ​หา​นัก​ศึกษา​คัมภีร์​ไบเบิล​นานา​ชาติ ตัว​แทน​ของ​ผู้​พิมพ์​หนังสือ​นั้น ซึ่ง​เวลา​นี้​เป็น​ที่​รู้​จัก​กัน​ว่า​พยาน​พระ​ยะโฮวา. ท่าน​อยาก​คุย​กับ​พวก​เขา เพื่อ​ท่าน​จะ​ได้​รับ​คำ​อธิบาย​เพิ่ม​เติม​เกี่ยว​กับ​ความ​จริง​ใน​คัมภีร์​ไบเบิล​ที่​ท่าน​กำลัง​เรียน​รู้​อยู่.

หลัง​จาก​ที่​สอบ​ถาม​จาก​หลาย​แหล่ง ท่าน​ก็​พบ​สตรี​สูง​อายุ​สาม​คน​ซึ่ง​ขันแข็ง​ใน​การ​สั่ง​สอน​คน​อื่น ๆ. พวก​เขา​มี​อิทธิพล​มาก​ต่อ​คุณ​ตา​ชาร์ลส์ ซึ่ง​เป็น​เด็ก​หนุ่ม. ใน​ที่​สุด ใน​ปี 1930 ท่าน​อุทิศ​ตัว​แด่​พระเจ้า​ยะโฮวา และ​รับ​บัพติสมา​ใน​น้ำ. ท่าน​ลา​ออก​จาก​การ​เป็น​คน​ขาย​เนื้อ​และ​เดิน​ทาง​ขึ้น​เหนือ​ไป​ที่​ซิดนีย์ ซึ่ง​ท่าน​ได้​รับ​งาน​มอบหมาย​เป็น​ผู้​เผยแพร่​เต็ม​เวลา.

เป็น​ไพโอเนียร์​ใน​ออสเตรเลีย

ใน​ช่วง​สอง​สาม​ปี​ถัด​มา เขต​ประกาศ​ของ​คุณ​ตา​ชาร์ลส์​รวม​เอา​บอนได ชาน​เมือง​ชาย​ทะเล​ของ​ซิดนีย์​และ​เขต​ชนบท​ของ​รัฐ​นิวเซาท์เวลส์. จาก​นั้น ท่าน​ได้​รับ​มอบหมาย​ให้​ไป​ที่​เพิร์ท ออสเตรเลีย​ตะวัน​ตก ซึ่ง​ไกล​ออก​ไป​หลาย​พัน​กิโลเมตร​ทาง​อีก​ด้าน​หนึ่ง​ของ​ทวีป. เป็น​เวลา​หก​เดือน ท่าน​ให้​คำ​พยาน​ใน​เขต​ธุรกิจ​ของ​เพิร์ท และ​จาก​นั้น พร้อม​กับ​ไพโอเนียร์​อีก​สอง​คน ท่าน​ได้​รับ​มอบหมาย​ให้​ไป​ยัง​ที่​อัน​กว้าง​ใหญ่​ของ​ออสเตรเลีย​ตะวัน​ตก​เฉียง​เหนือ.

งาน​ประกาศ​ที่​มอบหมาย​ให้​สาม​คน​นี้—คือ อาร์เทอร์ วิลลิส, จอร์จ โรลล์สโตน, และ​ชาร์ลส์—เป็น​พื้น​ที่​ซึ่ง​ใหญ่​เป็น​สี่​เท่า​ของ​ประเทศ​อิตาลี! ประชากร​อยู่​กัน​ประปราย, ชนบท​แห้ง​แล้ง, และ​ร้อน​จัด. บาง​ครั้ง จำ​ต้อง​เดิน​ทาง​กว่า 500 กิโลเมตร​จาก​ฟาร์ม​ปศุสัตว์​แห่ง​หนึ่ง​ไป​ยังอีก​แห่ง​หนึ่ง. พาหนะ​ที่​พวก​เขา​ใช้​ก็​เก่า​คร่ำคร่า​แม้​จะ​เทียบ​กับ​รถยนต์​รุ่น​ปี 1930 แต่​พวก​เขา​มี​ความ​เชื่อ​เข้มแข็ง​และ​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​มุ่ง​มั่น.

ถนน​ดิน​แคบ ๆ และ​เป็น​หลุม​บ่อ​ตัด​กับ​ทาง​เดิน​ของ​อูฐ และ​ฝุ่น​ละเอียด​ปก​คลุม​ตอ​ไม้​ซึ่ง​เป็น​อันตราย. ไม่​แปลก​ที่​แหนบ​รถยนต์​หัก​บ่อย ๆ. เพลา​หลัง​ก็​หัก​สอง​ครั้ง และ​ยาง​แตก​หลาย​ครั้ง. ไพโอเนียร์​มัก​ตัด​ยาง​รถ​เก่า​และ​ขัน​นอต​ติด​เข้า​กับ​ด้าน​ใน​ของ​ล้อ​ที่​มี​อยู่ เพื่อ​จะ​ได้​เดิน​ทาง​ต่อ.

ตอน​ที่​ผม​เป็น​เพียง​เด็ก​หนุ่ม ผม​ถาม​โอพา​ว่า​อะไร​หนุน​ใจ​พวก​เขา​ให้​ทำ​ต่อ​ไป​ภาย​ใต้​สภาพ​ที่​ยาก​ลำบาก​เช่น​นั้น. ท่าน​อธิบาย​ว่า แม้​จะ​อยู่​โดด​เดี่ยว แต่​พวก​เขา​มี​ความ​ใกล้​ชิด​กับ​พระ​ยะโฮวา. ท่าน​บอก​ว่า สิ่ง​ที่​บาง​ครั้ง​เป็น​ความ​ยาก​ลำบาก​ทาง​กาย​กลาย​เป็น​พระ​พร​ทาง​ฝ่าย​วิญญาณ.

โดย​ไม่​ได้​แสดง​ตัว​เหนือ​กว่า​หรือ​คิด​ว่า​ตน​เอง​ดี​กว่า​ผู้​อื่น​เลย​แม้​แต่​น้อย โอพา​รู้สึก​ประหลาด​ใจ​ที่​ผู้​คน​มาก​มาย​ดู​เหมือน​เป็น​ห่วง​จน​เกิน​ไป​กับ​การ​สะสม​ทรัพย์​สมบัติ​ฝ่าย​วัตถุ. ท่าน​เตือน​ใจ​ผม​ให้​ระลึก​ว่า “ชีวิต​จะ​ดี​กว่า ถ้า​เดิน​ทาง​ด้วย​กระเป๋า​น้อย​ใบ​ที่​สุด. หาก​พระ​เยซู​เต็ม​พระทัย​ที่​จะ​นอน​ภาย​ใต้​แสง​ดาว​เมื่อ​จำเป็น เรา​ก็​ควร​จะ​ดีใจ​ที่​ได้​ทำ​เช่น​เดียว​กัน​หาก​งาน​มอบหมาย​ของ​เรา​เรียก​ร้อง​ให้​ทำ​เช่น​นั้น.” (มัดธาย 8:19, 20) และ​ท่าน​พร้อม​ด้วย​เพื่อน​ร่วม​งาน​ของ​ท่าน​ได้​ทำ​เช่น​นั้น​จริง ๆ.

ได้​รับ​เชิญ​ไป​ต่าง​แดน

ใน​ปี 1935 โอพา​ได้​รับ​งาน​มอบหมาย​ใหม่​ใน​การ​ประกาศ​คือ ให้​คำ​พยาน​แก่​ชาว​เกาะ​ใน​มหาสมุทร​แปซิฟิก​ใต้. พร้อม​ด้วย​ลูกเรือ​อีก​หก​คน ท่าน​เดิน​ทาง​ด้วย​เรือ​ไลต์แบเรอร์ ยาว 16 เมตร​ของ​สมาคม​ว็อชเทาเวอร์.

ครั้ง​หนึ่ง ขณะ​ที่​อยู่​ใน​ทะเล​คอรัล​ทาง​ตอน​เหนือ​ของ​ออสเตรเลีย เครื่อง​ยนต์​สำรอง​ของ​เรือ​ไลต์แบเรอร์ เกิด​ขัดข้อง. ลม​ก็​ไม่​มี​เลย​แม้​แต่​น้อย ดัง​นั้น พวก​เขา​จึง​ต้อง​ติด​อยู่​กลาง​ทะเล ห่าง​จาก​ผืน​แผ่นดิน​หลาย​กิโลเมตร. แม้​ว่า​เรือ​อาจ​มี​อันตราย​ถึง​อับปาง​ได้​ใน​บริเวณ​เกรต บาร์เรียรีฟ โอพา​รู้สึก​ดื่มด่ำ​กับ​ความ​สงบ​เงียบ. ท่าน​เขียน​ใน​บันทึก​ประจำ​วัน​ว่า “ทะเล​นั้น​นิ่ง​เหมือน​บ่อ​กัก​น้ำ​สำหรับ​หมุน​กังหัน. ผม​จะ​ไม่​มี​วัน​ลืม​ภาพ​อาทิตย์​อัสดง​ตอน​เย็น​แต่​ละ​วัน​ใน​ทะเล​ที่​สงบ​เงียบ. ภาพ​นั้น​งดงาม​จน​ประทับ​อยู่​ใน​ความ​ทรง​จำ​ของ​ผม​ไม่​รู้​ลืม.”

น่า​ยินดี ก่อน​ที่​เรือ​จะ​ลอย​ไป​เกย​หิน​โสโครก ลม​ก็​พัด​มา​และ​พวก​เขา​แล่น​ไป​ได้​อย่าง​ปลอด​ภัย​โดย​ใช้​ใบ ไป​ยัง​พอร์ต มอร์สบี ที่​ปาปัวนิวกินี แล้ว​ซ่อม​เครื่อง​ยนต์​ที่​นั่น. จาก​พอร์ต มอร์สบี พวก​เขา​แล่น​ไป​ยัง​เกาะ​เทอร์สเดย์ แล้ว​ต่อ​ไป​ที่​ชวา เกาะ​ใหญ่​เกาะ​หนึ่ง​ของ​อินโดนีเซีย. โอพา​พัฒนา​ความ​รัก​อัน​ล้ำ​ลึก​ต่อ​ประเทศ​นี้ ซึ่ง​ได้​รับ​การ​พรรณนา​ว่า​เป็น “สร้อย​ไข่มุก​ที่​พาด​ผ่าน​เส้น​ศูนย์​สูตร.” ใน​เวลา​นั้น อินโดนีเซีย​เป็น​อาณานิคม​ของ​เนเธอร์แลนด์ ดัง​นั้น คุณ​ตา​จึง​เรียน​ภาษา​ดัตช์​และ​อินโดนีเซีย. อย่าง​ไร​ก็​ตาม สรรพหนังสือ​ที่​ท่าน​เสนอ​ใน​กิจการ​งาน​ประกาศ​นั้น​มี​ห้า​ภาษา​ด้วย​กัน คือ ดัตช์, อินโดนีเซีย, จีน, อังกฤษ, และ​อาหรับ.

โอพา​ประสบ​ความ​สำเร็จ​มาก​ใน​การ​จำหน่าย​สรรพหนังสือ​เกี่ยว​กับ​คัมภีร์​ไบเบิล. ครั้ง​หนึ่ง เคลม เดชอง ซึ่ง​ดู​แล​คลัง​หนังสือ​ของ​สมาคม​ว็อชเทาเวอร์​ใน​ปัตตาเวีย (เวลา​นี้​คือ​จาการ์ตา) ถูก​เรียก​ตัว​ไป​พบ​เจ้าหน้าที่​ชาว​ดัตช์​ซึ่ง​ได้​เฝ้า​สังเกต​งาน​ประกาศ​ของ​เรา​อย่าง​ใกล้​ชิด. เจ้าหน้าที่​คน​นั้น​ถาม​ว่า “คุณ​มี​คน​กี่​คน​ที่​ทำ​งาน​ใน​ชวา​ตะวัน​ออก?”

“เพียง​คน​เดียว​ครับ” บราเดอร์​เดชอง​ตอบ.

“จะ​ให้​ผม​เชื่อ​หรือ​ไง?” เจ้าหน้าที่​คน​นั้น​ตะคอก​ใส่. “คุณ​ต้อง​มี​คน​เป็น​กองทัพ​ที่​นั่น​แน่ ๆ ดู​จาก​จำนวน​หนังสือ​ของ​คุณ​ที่​แจก​จ่าย​ไป​ทั่ว​สิ!”

โอพา​รู้สึก​ว่า​นั่น​เป็น​คำ​ชม​ที่​น่า​พึง​พอ​ใจ​ที่​สุด​อย่าง​หนึ่ง​ใน​ชีวิต​ของ​ท่าน. แต่​ท่าน​ก็​สม​ควร​ได้​รับ​คำ​ชม​นั้น​อย่าง​แน่นอน เนื่อง​จาก​ไม่​ใช่​สิ่ง​ผิด​ปกติ​สำหรับ​ท่าน​ที่​จะ​จำหน่าย​สรรพหนังสือ​ได้ 1,500 ถึง 3,000 เล่ม​ใน​แต่​ละ​เดือน.

แต่งงาน, ถูก​สั่ง​ห้าม, และ​สงคราม

ใน​เดือน​ธันวาคม 1938 โอพา​แต่งงาน​กับ​สาว​อินโดนีเซีย​ชื่อ​วิลเฮลมินา ซึ่ง​ก็​มา​เป็น​คุณ​ยาย​ของ​ผม. โอมา​หรือ​คุณ​ยาย​เป็น​คน​ใจ​ดี, สุภาพ, ขยัน, และ​พูด​จา​นุ่มนวล. ผม​ทราบ เพราะ​ใน​ช่วง​ที่​ผม​เป็น​เด็ก ท่าน​เป็น​เพื่อน​ที่​ผม​สนิท​ที่​สุด.

หลัง​จาก​ที่​สมรส​กัน​แล้ว โอพา​กับ​โอมา​รับใช้​เป็น​ไพโอเนียร์​ด้วย​กัน​ต่อ​ไป. ถึง​ตอน​นั้น ลูกเรือ​คน​อื่น ๆ ของ​ไลต์แบเรอร์ ก็​กระจัด​กระจาย​กัน​ไป​ตาม​ส่วน​อื่น ๆ ของ​โลก หรือ​ไม่​ก็​กลับ​บ้าน​กัน. แต่​โอพา​ถือ​ว่า​อินโดนีเซีย​เป็น​บ้าน​ของ​ท่าน และ​ท่าน​ตั้งใจ​แน่วแน่​ที่​จะ​อยู่​ที่​นั่น​ต่อ​ไป.

ขณะ​ที่​สงคราม​โลก​ครั้ง​ที่​สอง​ใกล้​เข้า​มา รัฐบาล​ของ​เนเธอร์แลนด์ ซึ่ง​ปกครอง​อินโดนีเซีย​อยู่​และ​ดำเนิน​งาน​ภาย​ใต้​ความ​กดดัน​จาก​พวก​นัก​เทศน์​นัก​บวช เริ่ม​วาง​ข้อ​จำกัด​ใน​กิจการ​งาน​ของ​พยาน​พระ​ยะโฮวา และ​ใน​ที่​สุด​สั่ง​ห้าม​งาน​ของ​เรา. ดัง​นั้น การ​ประกาศ​จึง​เป็น​ไป​ด้วย​ความ​ยาก​ลำบาก โดย​ที่​เรา​ใช้​คัมภีร์​ไบเบิล​อย่าง​เดียว. ใน​เกือบ​ทุก​เมือง​ที่​ไป โอพา​กับ​โอมา​ถูก​นำ​ตัว​ไป​พบ​เจ้าหน้าที่​และ​ถูก​ซัก​ถาม. ท่าน​ได้​รับ​การ​ปฏิบัติ​เยี่ยง​อาชญากร. ไม่​นาน​หลัง​จาก​ที่​มี​การ​สั่ง​ห้าม พี่​เขย​ของ​โอมา​ถูก​จำ​คุก​เนื่อง​จาก​ยืนหยัด​ใน​เรื่อง​ความ​เป็น​กลาง​ของ​คริสเตียน. เขา​เสีย​ชีวิต​ใน​เรือน​จำ​ของ​พวก​ดัตช์.

โอพา​กับ​โอมา​อาศัย​อยู่​ใน​รถ​บรรทุก​ซึ่ง​ดัด​แปลง​เป็น​บ้าน​เคลื่อน​ที่. โดย​ใช้​บ้าน​เคลื่อน​ที่​หลัง​นี้ ท่าน​ประกาศ​ไป​ทั่ว​เกาะ​ชวา. ใน​ปี 1940 ขณะ​ที่​กำลัง​ทหาร​ญี่ปุ่น​ใกล้​จะ​บุก ท่าน​ก็​ได้​ลูก​สาว ซึ่ง​ก็​เป็น​คุณ​แม่​ของ​ผม. ท่าน​ตั้ง​ชื่อ​ลูก​ว่า วิกตอรี ตาม​ชื่อ​เรื่อง​คำ​บรรยาย​เมื่อ​สอง​ปี​ก่อน​โดย​เจ. เอฟ. รัทเทอร์ฟอร์ด นายก​สมาคม​ว็อชเทาเวอร์​ไบเบิล แอนด์ แทร็กต์​ใน​เวลา​นั้น. ท่าน​เป็น​ไพโอเนียร์​ต่อ​ไป​จน​กระทั่ง​ถึง​เวลา​คลอด.

ตอน​ต้น​ปี 1942 ขณะ​ที่​โอพา, โอมา, และ​วิกตอรี​อยู่​ใน​เรือ​บรรทุก​สินค้า​ของ​เนเธอร์แลนด์​ซึ่ง​กลับ​จาก​บอร์เนียว ก็​ได้​ยิน​เสียง​ปืน​จาก​เรือ​พิฆาต​ของ​ญี่ปุ่น. ไฟ​ดับ​หมด และ​ผู้​คน​พา​กัน​กรีด​ร้อง. โดย​วิธี​นี้ สงคราม​ได้​เข้า​มา​ใน​ชีวิต​ครอบครัว​ของ​ผม. แม้​ว่า​ท่าน​จะ​กลับ​ไป​ที่​ท่า​เรือ​ได้​อย่าง​ปลอด​ภัย แต่​พวก​ญี่ปุ่น​ก็​บุก​ชวา​เพียง​ไม่​กี่​วัน​ต่อ​มา และ​เจ้าหน้าที่​ชาว​ดัตช์​ได้​เปิด​เผย​ที่​อยู่​ของ​โอพา​กับ​โอมา​ให้​พวก​ทหาร​ญี่ปุ่น​รู้.

เมื่อ​พวก​ญี่ปุ่น​พบ​ท่าน ท่าน​ถูก​ริบ​เอา​ทรัพย์​สมบัติ แม้​กระทั่ง​ตุ๊กตา​ของ​วิกตอรี​ตัว​น้อย ๆ และ​ถูก​นำ​ตัว​ไป​ยัง​ค่าย​กัก​กัน​คน​ละ​แห่ง. วิกตอรี​ได้​รับ​อนุญาต​ให้​อยู่​กับ​โอมา และ​โอพา​ไม่​ได้​เห็น​หน้า​พวก​เขา​เป็น​เวลา​สาม​ปี​ครึ่ง​หลัง​จาก​นั้น.

ชีวิต​ใน​ค่าย​กัก​กัน

ใน​ช่วง​ที่​ถูก​กัก​ขัง โอพา​ถูก​ย้าย​ไป​เมือง​แล้ว​เมือง​เล่า—คือ​จาก สุรา​บายา ไป​ยัง เองกาวี, ไป บันดุง, และ​ใน​ที่​สุด​ไป ชิมาฮี. การ​ย้าย​บ่อย ๆ ก็​เพื่อ​ขัด​ขวาง​ความ​พยายาม​ใด ๆ ที่​จะ​วาง​แผน​หลบ​หนี. ผู้​ถูก​คุม​ขัง​เป็น​ชาว​ดัตช์​เสีย​ส่วน​ใหญ่ มี​ชาว​อังกฤษ​ไม่​กี่​คน​และ​มี​บาง​คน​ที่​เป็น​ชาว​ออสเตรเลีย. ขณะ​ที่​อยู่​ใน​ค่าย โอพา​ได้​เรียน​อาชีพ​ตัด​ผม ความ​ชำนาญ​ซึ่ง​ท่าน​ยัง​คง​ใช้​เป็น​ครั้ง​คราว​ใน​ปัจจุบัน. หนังสือ​ทาง​ศาสนา​เพียง​เล่ม​เดียว​ที่​ท่าน​ได้​รับ​อนุญาต​ให้​มี​ก็​คือ​คัมภีร์​ไบเบิล—ฉบับ​คิง เจมส์ เวอร์ชัน ของ​ท่าน.

ใน​ขณะ​เดียว​กัน โอมา​กับ​วิกตอรี​ก็​ถูก​ย้าย​จาก​ค่าย​หนึ่ง​ไป​ยัง​อีก​ค่าย​หนึ่ง. ใน​ค่าย​เหล่า​นี้ พวก​ผู้​หญิง​ถูก​ผู้​บังคับ​การ​ค่าย​เรียก​ไป “บริการ​สังคม” นอก​ค่าย. อย่าง​ไร​ก็​ตาม ด้วย​เหตุ​ผล​บาง​ประการ โอมา​ไม่​เคย​ถูก​เลือก. ต่อ​มา ท่าน​จึง​ทราบ​ว่า พวก​ผู้​หญิง​ถูก​นำ​ตัว​ไป​เป็น​โสเภณี​ให้​กับ​ทหาร​ญี่ปุ่น.

เนื่อง​จาก​ทหาร​ญี่ปุ่น​ไม่​ชอบ​เด็ก​ผู้​หญิง โอมา​จึง​ให้​วิกตอรี​แต่ง​ตัว​เป็น​เด็ก​ผู้​ชาย​เสมอ​และ​คอย​ตัด​ผม​ให้​สั้น. ชื่อ​วิกตอรี​ก่อ​ความ​ยุ่งยาก​มาก​ตอน​ที่​ผู้​บังคับ​การ​ค่าย​อยาก​รู้​ว่า​ชื่อ​นั้น​หมาย​ถึง​อะไร—ชัย​ชนะ​ของ​กองทัพ​แห่ง​จักรพรรดิ​ของ​ญี่ปุ่น หรือ​ชัย​ชนะ​ของ​พวก​อเมริกัน?

“ชัย​ชนะ​ของ​ราชอาณาจักร​ของ​พระเจ้า​เหนือ​รัฐบาล​ทั้ง​สิ้น​บน​แผ่นดิน​โลก!” คุณ​ยาย​ตอบ​อย่าง​ภูมิ​ใจ.

เพื่อ​เป็น​การ​ลง​โทษ​ที่​ไม่​ยอม​พูด​ว่า “ชัย​ชนะ​ของ​กองทัพ​แห่ง​จักรพรรดิ​ของ​ญี่ปุ่น” โอมา​กับ​ลูก​สาว​อายุ​ห้า​ขวบ​ถูก​บังคับ​ให้​ยืน​ตรง​นาน​แปด​ชั่วโมง​กลาง​แดด​ที่​ร้อน​แรง​ใน​เขต​ร้อน. ไม่​มี​ร่ม​เงา, ไม่​มี​น้ำ, ไม่​มี​การ​นั่ง, ไม่​มี​การ​งอ​ตัว. แต่​ด้วย​ความ​ช่วยเหลือ​ของ​พระ​ยะโฮวา ท่าน​ผ่าน​พ้น​การ​ทรมาน​อัน​เลว​ร้าย​นี้​มา​ได้.

หนึ่ง​ปี​หลัง​จาก​ที่​โอมา​ถูก​กัก​ขัง ผู้​บังคับ​การ​ค่าย​ก็​บอก​ท่าน​ว่า สามี​ของ​ท่าน​เสีย​ชีวิต​แล้ว! ด้วย​ความ​เศร้า​ใจ ท่าน​วาง​ภาพ​ถ่าย​ของ​โอพา​ไว้​ที่​ก้น​กระเป๋า​เสื้อ​ผ้า​เก่า ๆ ของ​ท่าน และ​ดำเนิน​ชีวิต​ต่อ​ไป​แม้​จะ​โศก​เศร้า​ก็​ตาม.

ชีวิต​ใน​ค่าย​กัก​กัน​นั้น​ยาก​ลำบาก. อาหาร​ประจำ​วัน​ที่​ปัน​ส่วน​ให้​แต่​ละ​คน​ประกอบ​ด้วย​สาคู​หนึ่ง​ถ้วย​สำหรับ​อาหาร​เช้า, ขนมปัง​ที่​ทำ​จาก​สาคู 190 กรัม​สำหรับ​อาหาร​เที่ยง, และ​สำหรับ​อาหาร​เย็น ข้าว​หนึ่ง​ถ้วย​ใน​ซุป​ผัก​ที่​ใส​โจ๋งเจ๋ง. เนื่อง​จาก​อาหาร​ปัน​ส่วน​มี​จำกัด​จำเขี่ย​เช่น​นี้ จึง​เป็น​ธรรมดา​อยู่​เอง​ที่​จะ​ต้อง​ขาด​อาหาร และ​มี​ผู้​เป็น​โรค​บิด​เสีย​ชีวิต​ทุก​วัน.

ใน​ช่วง​ที่​โอพา​ถูก​กัก​ขัง ท่าน​เป็น​โรค​เพล​ลาก​รา​และ​โรค​บวม​น้ำ (ซึ่ง​เกิด​จาก​การ​ขาด​อาหาร). โอมา​ก็​เกือบ​เสีย​ชีวิต​เช่น​กัน เนื่อง​จาก​ท่าน​มัก​ให้​อาหาร​ของ​ท่าน​แก่​วิกตอรี เพื่อ​ไม่​ให้​ลูก​น้อย​อด​ตาย. ความ​โหด​ร้าย​และ​ความ​อดอยาก​กลาย​เป็น​สิ่ง​ที่​มี​อยู่​เสมอ. ท่าน​สามารถ​มี​ชีวิต​รอด​อยู่​ได้​ด้วย​การ​ใกล้​ชิด​กับ​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​เท่า​นั้น.

ผม​จำ​ได้​ดี​ถึง​ภาษิต​โปรด​บท​หนึ่ง​ของ​โอพา​ที่​ว่า “เสรีภาพ​คือ​การ​เข้า​ประสาน​กับ​พระเจ้า​ยะโฮวา.” ฉะนั้น โอพา​ถือ​ว่า​ท่าน​เอง​มี​เสรี​ใน​ความ​หมาย​ที่​แท้​จริง แม้​ใน​ขณะ​ที่​อด​ทน​กับ​การ​ถูก​จองจำ​ที่​โหด​ร้าย​ก็​ตาม. ความ​รัก​ที่​ท่าน​กับ​โอมา​มี​ต่อ​พระ​ยะโฮวา​ช่วย​ท่าน​ให้ “เพียร​ทน​เอา​ทุก​อย่าง” อย่าง​ไม่​ต้อง​สงสัย. (1 โกรินโธ 13:7) สัมพันธภาพ​ใกล้​ชิด​กับ​พระเจ้า​นั้น​เป็น​สิ่ง​ที่​เกย์ล​และ​ผม​ใน​เวลา​นี้​พยายาม​ธำรง​ไว้.

เสรีภาพ​และ​ได้​พบ​กัน​อีก​อย่าง​น่า​ทึ่ง

ใน​ที่​สุด สงคราม​โลก​ครั้ง​ที่​สอง​สิ้น​สุด​ลง​ใน​ปี 1945. ไม่​นาน​หลัง​จาก​ที่​ญี่ปุ่น​ยอม​แพ้ โอพา​ถูก​ย้าย​ไป​โดย​ทาง​รถไฟ. ระหว่าง​ทาง​จาก​จาการ์ตา​ไป​บันดุง รถไฟ​ขบวน​นั้น​ถูก​ทหาร​อินโดนีเซีย​สกัด​ไว้. แม้​ความ​เป็น​ปฏิปักษ์​กับ​พวก​ญี่ปุ่น​ได้​ยุติ​ลง​แล้ว แต่​ชาว​อินโดนีเซีย​กำลัง​ต่อ​สู้​เพื่อ​จะ​ได้​อิสรภาพ​จาก​พวก​ดัตช์. โอพา​รู้สึก​ประหลาด​ใจ​ที่​จู่ ๆ ก็​ถูก​นำ​ตัว​ลง​จาก​รถไฟ จน​ท่าน​ลืม​พูด​ภาษา​อังกฤษ และ​เริ่ม​พูด​เป็น​ภาษา​ดัตช์​แทน. สำหรับ​ชาว​อินโดนีเซีย ดัตช์​เป็น​ภาษา​ของ​ศัตรู และ​ศัตรู​จะ​ต้อง​ถูก​ฆ่า.

ดี​ที่​ขณะ​ทหาร​กำลัง​ค้น​ตัว​โอพา พวก​เขา​พบ​ใบ​ขับ​ขี่​ของ​ออสเตรเลีย ซึ่ง​ท่าน​นึก​ไม่​ถึง​เลย​ใน​เรื่อง​นี้. น่า​ดีใจ ชาว​อินโดนีเซีย​ไม่​ได้​ทำ​สงคราม​กับ​ออสเตรเลีย. จน​กระทั่ง​ทุก​วัน​นี้ โอพา​ถือ​ว่า​การ​พบ​ใบ​ขับ​ขี่​ซึ่ง​แสดง​ความ​เป็น​พลเมือง​ของ​ออสเตรเลีย​นั้น​เป็น​การ​แทรกแซง​จาก​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า เพราะ​ไม่​กี่​ชั่วโมง​ต่อ​มา​หลัง​จาก​การ​สกัด​กั้น​คราว​นั้น กอง​ทหาร​เดียว​กัน​นั้น​ได้​ฆ่า​ชาว​ดัตช์ 12 คน​ซึ่ง​มา​กับ​รถไฟ​ขบวน​นั้น.

ไม่​นาน​หลัง​จาก​เหตุ​การณ์​นี้ โอมา​กับ​วิกตอรี​กำลัง​คอย​การ​ย้าย​จาก​บริเวณ​ที่​ได้​รับ​ความ​เสียหาย​จาก​สงคราม. ขณะ​ที่​ท่าน​นั่ง​อยู่​ริม​ถนน ขบวน​รถ​บรรทุก​ยาว​เหยียด​ลำเลียง​ทหาร​และ​พลเรือน​แล่น​ผ่าน​ไป. ทันใด​นั้น ด้วย​เหตุ​ผล​อัน​ใด​ไม่​ปรากฏ ขบวน​รถ​ก็​หยุด​ลง. โอมา​เผอิญ​เหลือบ​มอง​เข้า​ไป​ใน​ท้าย​รถ​บรรทุก​คัน​ใกล้​ที่​สุด และ​ด้วย​ความ​ประหลาด​ใจ ที่​นั่ง​อยู่​นั่น​คือ​ชาย​ร่าง​ผอม​ซึ่ง​ท่าน​จำ​ได้​ใน​บัดดล. สามี​ของ​ท่าน​นั่น​เอง! ไม่​มี​คำ​พูด​ใด​อาจ​ถ่ายทอด​อารมณ์​ความ​รู้สึก​ที่​ได้​มา​พบ​กัน​อีก​ใน​ครั้ง​นี้​ได้.

กลับ​ไป​ออสเตรเลีย

เมื่อ​คุณ​ตา​กลับ​ไป​ออสเตรเลีย​พร้อม​ด้วย​ครอบครัว​ของ​ท่าน​ใน​ปี 1946 หลัง​จาก​ที่​อยู่​ใน​อินโดนีเซีย 11 ปี ชีวิต​ไม่​ง่าย​สำหรับ​พวก​เขา ซึ่ง​กลับ​ไป​ใน​ฐานะ​ผู้​ลี้​ภัย​สงคราม—ขัดสน, ขาด​อาหาร, และ​ถูก​มอง​ด้วย​ความ​หวาด​ระแวง​จาก​ชาว​บ้าน​หลาย​คน. โอมา​กับ​วิกตอรี​ต้อง​ทน​กับ​อคติ​ทาง​เชื้อชาติ​ที่​มี​ต่อ​ผู้​อพยพ​ชาว​เอเชีย. โอพา​ต้อง​ทำ​งาน​หนัก​และ​นาน​หลาย​ชั่วโมง​เพื่อ​จะ​ได้​หา​เลี้ยง​ครอบครัว​และ​มี​บ้าน​อยู่. แม้​ว่า​จะ​ยาก​ลำบาก พวก​ท่าน​ก็​อด​ทน​และ​มี​ชีวิต​รอด​อยู่​ได้​โดย​ที่​สภาพ​ฝ่าย​วิญญาณ​ไม่​ได้​รับ​ความ​เสียหาย.

ปัจจุบัน​ซึ่ง​เป็น​เวลา​กว่า 48 ปี​ต่อ​มา โอพา​อาศัย​อยู่​ใน​เมลเบิร์น ซึ่ง​ท่าน​ยัง​คง​มี​ส่วน​ร่วม​อย่าง​ขันแข็ง​ใน​งาน​รับใช้​ตาม​บ้าน. ท่าน​ได้​เห็น​วิกตอรี​และ​ลูก ๆ ของ​เธอ​รับ​เอา​ความ​จริง, อุทิศ​ชีวิต​ของ​พวก​เขา​แด่​พระ​ยะโฮวา, และ​เข้า​สู่​งาน​รับใช้​เต็ม​เวลา​เป็น​ไพโอเนียร์​ที​ละ​คน.

เดส แซงเกอร์ ซึ่ง​ได้​มา​เป็น​คุณ​พ่อ​ของ​ผม กับ​วิกตอรี​รับ​บัพติสมา​ต้น​ทศวรรษ​ปี 1950 และ​คุณ​พ่อ​เดส​ได้​มา​เป็น​สมาชิก​ใน​ครอบครัว​เบเธล​ออสเตรเลีย​ใน​ปี 1958. หลัง​จาก​ที่​ท่าน​สมรส​กับ​คุณ​แม่​วิกตอรี​ซึ่ง​กำลัง​รับใช้​เป็น​ไพโอเนียร์​พิเศษ ท่าน​ทั้ง​สอง​เป็น​ไพโอเนียร์​อยู่​ระยะ​หนึ่ง และ​จาก​นั้น​ได้​รับ​เชิญ​เข้า​สู่​งาน​เป็น​ผู้​ดู​แล​เดิน​ทาง. แล้ว​ก็​มี​ผม​ขึ้น​มา และ​ท่าน​จึง​ต้อง​ออก​จาก​งาน​เดิน​ทาง​เพื่อ​เลี้ยง​ดู​ผม. กระนั้น หลัง​จาก 27 ปี คุณ​พ่อ​ยัง​คง​เป็น​ไพโอเนียร์​อยู่.

ตอน​ต้น​ปี 1990 โอมา​เสีย​ชีวิต​อย่าง​สงบ​ที่​บ้าน ซึ่ง​เป็น​บ้าน​หลัง​เดียว​กัน​กับ​ที่​คุณ​แม่​เติบโต​ขึ้น​มา. ผม​ก็​ได้​รับ​การ​เลี้ยง​ดู​ใน​บ้าน​หลัง​เดียว​กัน​นี้​ที่​เมลเบิร์น และ​น้อง​ชาย​และ​น้อง​สาว​ของ​ผม​ก็​เช่น​กัน. นับ​เป็น​พระ​พร​จริง ๆ สำหรับ​ครอบครัว​ของ​เรา​ที่​ได้​อยู่​ใน​บ้าน​หลัง​เดียว​กัน. บาง​ครั้ง บ้าน​หลัง​นี้​ออก​จะ​แออัด แต่​ผม​จำ​ได้​ว่า​ไม่​เคย​ต้อง​เป็น​ทุกข์​เป็น​ร้อน​ใน​เรื่อง​นี้​เลย. แม้​แต่​ใน​ช่วง​สี่​ปี​แรก​ที่​เรา​แต่งงาน​กัน เกย์ล ภรรยา​ของ​ผม ก็​มี​ที่​พอ​จะ​เบียด​เข้า​ไป​ได้​และ​ก็​ชอบ​อยู่​ที่​นั่น. ใน​ที่​สุด เมื่อ​เรา​จาก​ไป​เพื่อ​รับ​งาน​มอบหมาย​ใหม่​ของ​เรา ผม​ถึง​กับ​ร้องไห้. ผม​ได้​รับ​การ​สนับสนุน​และ​ความ​รัก​มาก​เหลือ​เกิน​ใน​บ้าน​หลัง​นั้น.

อย่าง​ไร​ก็​ตาม เวลา​นี้ เกย์ล​และ​ผม​มี​สาเหตุ​สำหรับ​ความ​ยินดี​มาก​มาย เพราะ​เรา​สามารถ​ทำ​ใน​สิ่ง​ที่​คุณ​พ่อ​คุณ​แม่​และ​คุณ​ตา​คุณ​ยาย​ของ​ผม​ได้​ทำ. เมื่อ​เรา​จาก​บ้าน​หลัง​นั้น เรา​พบ​การ​ชู​ใจ​ใน​เหตุ​ผล​ที่​เรา​จาก​ไป นั่น​คือ เพื่อ​ทำ​ตาม​พระทัย​ประสงค์​ของ​พระ​ยะโฮวา​ใน​งาน​รับใช้​เต็ม​เวลา. เรา​กำลัง​พยายาม​อย่าง​เต็ม​ที่​เพื่อ​ติด​ตาม​แบบ​อย่าง​อัน​ดี​ที่​บรรพบุรุษ​ผู้​ซื่อ​สัตย์​ของ​เรา​ได้​วาง​ไว้ ผู้​ซึ่ง​พบ​การ​ชู​ใจ​ที่​คล้ายคลึง​กัน​เมื่อ​ทำ​งาน​มอบหมาย​ที่​ยาก​ลำบาก, เมื่อ​ยาก​จน​ข้นแค้น, และ​แม้​กระทั่ง​เมื่อ​ถูก​กัก​ขัง​เป็น​เวลา​หลาย​ปี​อยู่​ใน​ค่าย​กัก​กัน​ของ​ทหาร​ญี่ปุ่น.—2 โกรินโธ 1:3, 4.

โอพา​พบ​การ​ปลอบ​ประโลม​เสมอ​ใน​ถ้อย​คำ​ที่​ได้​รับ​การ​ดล​บันดาล​ของ​กษัตริย์​ดาวิด​ที่​ทูล​ต่อ​พระ​ยะโฮวา​ว่า “พระ​กรุณาคุณ​ของ​พระองค์​ประเสริฐ​ยิ่ง​กว่า​ชีวิต.” (บทเพลง​สรรเสริญ 63:3) เป็น​ความ​ปรารถนา​อัน​แรง​กล้า​ของ​คุณ​ตา​เสมอ​มา​ที่​จะ​ได้​รับ​ความ​กรุณา​รักใคร่​นั้น​ตลอด​ไป. เป็น​ความ​ปรารถนา​ของ​ทั้ง​ครอบครัว​ของ​ท่าน​ที่​จะ​มี​ส่วน​ร่วม​กับ​ท่าน​ใน​ความ​กรุณา​รักใคร่​นี้.

[รูปภาพ​หน้า 21]

โอมา​และ​โอพา แฮร์ริส

[รูปภาพ​หน้า 23]

เครก แซงเกอร์ (หลัง) กับ​ภรรยา, คุณ​พ่อ​คุณ​แม่,น้อง​ชาย, น้อง​สาว

    หนังสือภาษาไทย (1971-2026)
    ออกจากระบบ
    เข้าสู่ระบบ
    • ไทย
    • แชร์
    • การตั้งค่า
    • Copyright © 2026 Watch Tower Bible and Tract Society of Pennsylvania
    • เงื่อนไขการใช้งาน
    • นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    • การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว
    • JW.ORG
    • เข้าสู่ระบบ
    แชร์