การเปิดผ้าคลุมในดินแดนสุดท้ายที่ยังไม่ได้บุกเบิกแห่งอะแลสกา
ถึงตอนนี้ก็เป็นเวลาสองวันแล้วที่เราสี่คนเบียดเสียดกันอยู่ในห้องเล็ก ๆ ในโนม เมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องการตื่นทองในรัฐอะแลสกา. ในปี 1898 ผู้แสวงหาแร่กว่า 40,000 คนมารวมตัวกันที่นี่เพื่อเสาะหาเพียงสิ่งเดียวคือ ทอง! ในทางตรงกันข้าม เรากลับเสาะหาสิ่งมีค่าที่ต่างออกไป.
ในขณะนี้ ความสนใจของเราอยู่ที่ “สิ่งน่าปรารถนา” ซึ่งอาจอาศัยในหมู่บ้านแกมเบลล์และซาวูงกาที่ห่างไกล บนเกาะเซนต์ลอว์เรนซ์ ซึ่งอยู่ห่างไปทางตะวันตก 300 กิโลเมตรในช่องแคบเบริง. (ฮาฆี 2:7, ล.ม.) ที่นั่น ชาวอินูอิตผจญกับน้ำอันเย็นเยือกแถบขั้วโลกเหนือ และล่าปลาวาฬห่างจากอดีตสหภาพโซเวียตเพียงไม่กี่กิโลเมตร. แต่หิมะและลมแรง และหมอกที่หนาทึบ ทำให้เราไปไหนไม่ได้. เครื่องบินของเราต้องจอดอยู่กับที่.
ขณะที่เราคอย ผมนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสองสามปีก่อน และขอบคุณพระเจ้ายะโฮวาที่ทรงอวยพระพรงานให้คำพยานในที่ที่มีผู้คนอยู่ประปราย. ในอะแลสกา—ซึ่งบางคนเรียกว่าดินแดนสุดท้ายที่ยังไม่ได้บุกเบิกของโลก—มีคนพื้นเมือง 60,000 กว่าคนอาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่ห่างไกลกว่า 150 แห่งซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่อันกว้างใหญ่เกือบ 1,600,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งไม่มีถนนไม่ว่าชนิดใดเชื่อมต่อ. โดยทางเครื่องบินของสมาคมว็อชเทาเวอร์ เราไปถึงหมู่บ้านที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวเหล่านี้กว่าหนึ่งในสามแล้ว โดยนำข่าวดีเรื่องราชอาณาจักรของพระเจ้าไปยังพวกเขา.—มัดธาย 24:14.
เพื่อไปถึงสถานที่ห่างไกลเหล่านี้ เครื่องบินมักต้องร่อนลงฝ่าเมฆและหมอกซึ่งอาจแผ่คลุมพื้นแผ่นดินอยู่หลายวัน. ครั้นลงถึงพื้นดินแล้ว ยังมีหมอกอีกชนิดหนึ่งซึ่งต้องฝ่าเข้าไป. เช่นเดียวกับผ้าคลุม หมอกนั้นบดบังจิตใจและหัวใจของผู้คนที่มีใจกรุณาและรักสงบเหล่านี้.—เทียบกับ 2 โกรินโธ 3:15, 16.
การเปลี่ยนแปลงอันแสนเจ็บปวด
ดินแดนอะแลสกาที่มีผู้คนอยู่ประปรายมีชาวอินูอิต, แอลีอูต, และอินเดียนแดงอาศัยอยู่. แต่ละพวกมีธรรมเนียมและลักษณะเฉพาะของตนเองที่สืบทอดกันมา. เพื่อจะอยู่รอดจากฤดูหนาวแถบขั้วโลกเหนือ พวกเขาเรียนรู้ที่จะดำรงชีวิตอย่างที่สำนึกถึงการอนุรักษ์ผืนแผ่นดิน และในขณะเดียวกันก็รับประโยชน์จากผืนแผ่นดินเช่นกัน ด้วยการล่าสัตว์, ตกปลา, และล่าปลาวาฬ.
อิทธิพลต่างแดนเข้ามาถึงพวกเขาในกลางศตวรรษที่ 18. พ่อค้าขนสัตว์ชาวรัสเซียพบคนพวกหนึ่งซึ่งสวมหนังสัตว์และมีกลิ่นน้ำมันแมวน้ำ ซึ่งไม่ได้อยู่ในกระท่อมน้ำแข็ง แต่เป็นบ้านกึ่งใต้ดิน ที่ทำจากก้อนดินที่มีหญ้าขึ้น มุงหลังคาด้วยหญ้าและทางเข้าอยู่ใต้ดิน. พ่อค้าเหล่านี้นำปัญหาเดือดร้อนหลายอย่าง รวมทั้งวัฒนธรรมใหม่ ๆ และโรคใหม่ ๆ ซึ่งลดประชากรของบางเผ่าไปครึ่งหนึ่ง มาสู่ผู้คนที่พูดจานุ่มนวล, อ่อนโยน, แต่กระนั้นก็บึกบึน. ไม่ช้า แอลกอฮอล์กลายเป็นสาเหตุของความหายนะสำหรับผู้คนเหล่านี้. เศรษฐกิจแบบใหม่บีบบังคับให้มีการเปลี่ยนแปลงจากรูปแบบชีวิตที่มีแค่พอจุนเจือครอบครัว เป็นรูปแบบชีวิตที่มุ่งแต่เงิน. จวบจนทุกวันนี้ บางคนรู้สึกว่า นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่แสนเจ็บปวด.
เมื่อมิชชันนารีของคริสต์ศาสนจักรมาถึง มีการบีบบังคับให้คนท้องถิ่นในอะแลสกาทำการเปลี่ยนแปลงอีกอย่างหนึ่ง. ขณะที่บางคนไม่สู้เต็มใจที่จะเลิกกิจปฏิบัติทางศาสนาตามประเพณีของตน—คือการนมัสการวิญญาณของลม, น้ำแข็ง, หมี, อินทรี, และอะไรทำนองนี้—คนอื่น ๆ พัฒนาแนวคิดที่ผสมผสาน ซึ่งก่อให้เกิดการปนเปหรือความสับสนทางศาสนา. สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดมักเป็นสาเหตุของความหวาดระแวงและความไม่วางใจคนแปลกหน้า. ไม่มีการต้อนรับแขกที่มาเยือนเสมอไปในบางหมู่บ้าน.
ฉะนั้น ข้อท้าทายที่มีอยู่ตรงหน้าเราก็คือ เราจะเข้าถึงคนท้องถิ่นทั้งหลายซึ่งอยู่กันกระจัดกระจายในเขตแดนอันกว้างใหญ่นี้อย่างไร? เราจะทำอย่างไรเพื่อพวกเขาจะเข้าใจว่าไม่มีสาเหตุที่เขาจะหวาดระแวงพวกเรา? เราจะทำอย่างไรจึงจะเปิดผ้าคลุมนี้ได้?
ความเพียรพยายามในการให้คำพยานสมัยแรกเริ่ม
ตอนต้นทศวรรษปี 1960 พยานฯชาวอะแลสกาที่แข็งแรงผจญกับสภาพอากาศที่เลวร้าย—ลมแรง, อุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์, สภาพที่ขาวโพลนไปทั่ว—และขับเครื่องบินส่วนตัวซึ่งเป็นเครื่องยนต์เดียวไปประกาศท่ามกลางหมู่บ้านที่กระจัดกระจายอยู่ทางตอนเหนือ. เมื่อมองย้อนหลัง พี่น้องชายที่กล้าหาญเหล่านี้เผชิญกับการเสี่ยงจริง ๆ. หากเครื่องขัดข้อง พวกเขาคงจะประสบความหายนะอย่างแน่นอน. แม้ว่าจะเป็นไปได้ที่จะร่อนลงอย่างปลอดภัย พวกเขาก็จะอยู่ห่างไกลจากความช่วยเหลือในอุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์และไม่มีหนทางที่จะไปไหน. ที่จะรอดชีวิตอยู่ได้ย่อมขึ้นอยู่กับการได้อาหารและที่หลบอาศัย ซึ่งหาได้ยาก. ขอบคุณพระเจ้าที่ไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น แต่ก็ไม่อาจเพิกเฉยต่ออันตรายเหล่านั้นได้. ดังนั้น สำนักงานสาขาของสมาคมว็อชเทาเวอร์ในอะแลสกาจึงไม่สนับสนุนให้ใช้วิธีนี้.
เพื่อจะรุดหน้าต่อไปในงานนี้ พี่น้องที่ซื่อสัตย์ในประชาคมแฟร์แบงก์สและนอร์ทโพลทุ่มความพยายามไปที่หมู่บ้านใหญ่ ๆ อย่างเช่น โนม, แบร์โรว์, และคอตซิบิว ซึ่งมีสายการบินพาณิชย์บินบริการไปที่นั่น. พวกเขาใช้ทุนส่วนตัวในการเดินทางไปยังบริเวณนี้ ซึ่งเป็นระยะทางกว่า 720 กิโลเมตรไปทางเหนือและตะวันตก. บางคนอยู่ต่อในเมืองโนมเป็นเวลาหลายเดือน เพื่อนำการศึกษาคัมภีร์ไบเบิลกับผู้สนใจ. ที่แบร์โรว์ มีการเช่าห้องชุดเพื่อเป็นที่หลบพักจากอุณหภูมิที่หนาวเย็นถึงลบ 45 องศาเซลเซียส. ในช่วงเวลาหลายปีนั้น มีการใช้จ่ายเงินกว่า 375,000 บาทโดยคนเหล่านั้นที่ใส่ใจต่อพระบัญชาของพระเยซูที่ให้ประกาศข่าวดีไปถึงสุดปลายแผ่นดินโลก.—มาระโก 13:10.
ความช่วยเหลือที่ไม่คาดคิดก็มาถึง
การค้นหาหนทางที่จะไปให้ถึงชุมชนโดดเดี่ยวมากยิ่งขึ้นนั้นยังคงดำเนินต่อไป และพระยะโฮวาทรงเปิดทางให้. มีโอกาสจะได้เครื่องบินสองเครื่องยนต์—ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อบินข้ามเทือกเขาอะแลสกาซึ่งมียอดเขาสูง ๆ ต่ำ ๆ ได้อย่างปลอดภัย. มีภูเขาหลายลูกที่สูงกว่า 4,200 เมตรในอะแลสกา และยอดเขาของภูเขาแมกคินลีย์ (เดนาลี) อันเลื่องชื่อนั้นสูงกว่าระดับน้ำทะเล 6,193 เมตร.
ในที่สุด เครื่องบินก็มาถึง. ลองวาดภาพถึงความผิดหวังของเราเมื่อเห็นเครื่องบินที่เก่า, ซีด, หลากสีร่อนลงบนทางวิ่ง. เครื่องบินลำนี้จะบินได้อย่างปลอดภัยหรือ? เราจะฝากชีวิตของพี่น้องไว้กับเครื่องบินลำนี้ได้หรือ? อีกครั้งหนึ่ง พระหัตถ์ของพระยะโฮวาไม่สั้นเกินไป. โดยได้รับการชี้นำจากช่างเครื่องที่มีใบอนุญาต พี่น้องกว่า 200 คนอาสาสมัครที่จะทำการซ่อมแซม โดยใช้เวลาหลายพันชั่วโมงในการซ่อมใหม่หมดทั้งลำ.
ช่างเป็นภาพที่น่าปีติยินดีจริง ๆ! เครื่องบินที่มันวับเหมือนใหม่ทะยานขึ้นสู่น่านฟ้าอะแลสกา พร้อมด้วยหมายเลขทะเบียน 710WT ประดับอยู่ที่หาง! เนื่องจากมีการใช้ทั้งเลขเจ็ดและเลขสิบในคัมภีร์ไบเบิลเพื่อแสดงสัญลักษณ์ของความครบถ้วน เลข 710 จึงอาจใช้เน้นการสนับสนุนที่องค์การของพระยะโฮวาได้ให้ เพื่อเปิดผ้าคลุมซึ่งบังหัวใจที่ถูกปิดคลุมอยู่ในความมืดมน.
ลงไปทางแนวหมู่เกาะอาลิวเชียน
ตั้งแต่ที่ได้เครื่องบินมา เราครอบคลุมไปได้ไกลถึง 80,000 กิโลเมตรในพื้นที่อันกว้างใหญ่ โดยนำข่าวดีเรื่องราชอาณาจักรและหนังสือเกี่ยวกับคัมภีร์ไบเบิลไปกว่า 54 หมู่บ้านแล้ว. นี่เท่ากับบินข้ามผืนแผ่นดินใหญ่สหรัฐ 19 เที่ยวทีเดียว!
สามครั้งแล้วที่เราลงไปถึงหมู่เกาะอาลิวเชียนที่ยาว 1,600 กิโลเมตรซึ่งแยกมหาสมุทรแปซิฟิกออกจากทะเลเบริง. เกาะกว่า 200 เกาะที่เกือบจะปราศจากต้นไม้ ซึ่งต่อกันเป็นแนวนั้นไม่เพียงแต่เป็นถิ่นที่อยู่ของชาวแอลีอูต แต่เป็นที่อยู่ของพวกนกทะเล, อินทรีหัวล้าน, และห่านจักรพรรดิ ซึ่งมีหัวที่ขาวโพลนและขนสีขาวสลับดำที่เด่น.
อย่างไรก็ตาม ความงดงามที่มีเสน่ห์ยวนใจในแถบนี้ใช่ว่าจะไม่มีอันตราย. เมื่อบินเหนือทะเล เราเห็นยอดคลื่นสีขาวสูง 3-5 เมตรจากน้ำที่แตกเป็นฟอง ซึ่งเย็นเยือกถึงขนาดว่า แม้แต่ในฤดูร้อน คนจะมีชีวิตรอดอยู่ในน้ำได้เพียง 10 ถึง 15 นาทีเท่านั้น. หากมีความจำเป็นต้องร่อนลง ทางเลือกของนักบินก็คือเกาะที่เต็มไปด้วยโขดหิน หรือไม่ก็ทะเลอันหนาวเย็นที่ทำให้ถึงตายได้เท่านั้น. เรารู้สึกขอบคุณช่างเครื่องที่ผ่านการอบรมทางด้านโครงเครื่องบินและเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นพี่น้องชายที่มีความสามารถของเราสักเพียงไร ที่อาสาสมัครซ่อมเครื่องบินลำนั้นให้อยู่ในสภาพที่ดีเลิศ!
ในการเดินทางคราวหนึ่ง เรามุ่งหน้าสู่ดัตช์ฮาร์เบอร์และหมู่บ้านประมงอันอะแลสกา. พื้นที่แถบนี้เป็นที่ทราบกันว่ามีความเร็วลม 130-190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง. น่าดีใจที่วันนั้นลมสงบกว่านั้นมาก แต่ยังคงพัดปั่นป่วนแรงพอที่จะทำให้เราวิงเวียนหลายครั้ง. เรารู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นทางวิ่งขึ้นลง—เป็นเพียงรอยตัดเข้าไปในไหล่เขา! ด้านหนึ่งของทางวิ่งเป็นหน้าผาชัน ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นน้ำอันเย็นเยือกของทะเลเบริง! เมื่อเราลงถึงพื้น เครื่องบินอยู่บนทางวิ่งที่เปียกแฉะ. ที่นั่น ฝนตกปีหนึ่งมากกว่า 200 วัน.
นับว่าเป็นความปีติยินดีจริง ๆ ที่ได้พูดคุยถึงพระวจนะและพระประสงค์ของพระเจ้ากับผู้ที่อาศัยอยู่ในแถบนี้! ผู้สูงอายุหลายคนแสดงความหยั่งรู้ค่าต่อความหวังที่จะมีโลกซึ่งปราศจากสงคราม. พวกเขายังคงมีความทรงจำอันแจ่มชัดที่พวกญี่ปุ่นทิ้งระเบิดดัตช์ฮาร์เบอร์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง. ความทรงจำของเราที่ได้เดินทางไปให้คำพยานนั้นก็ไม่อาจลืมได้ดุจกัน.
มีแนวโน้มที่จะค่อย ๆ อุ่นขึ้น
เมื่อตรวจดูสภาพอากาศอีกครั้งหนึ่ง เราสังเกตว่าอุณหภูมิค่อย ๆ สูงขึ้น. นั่นทำให้ผมคิดถึงงานให้คำพยานของเราในดินแดนที่มีผู้คนอยู่ประปราย. เราเห็นแนวโน้มที่หัวใจของผู้คนจะอบอุ่นขึ้น แม้ว่าจะช้าแต่ก็สม่ำเสมอ.
ต้องใช้เวลาที่จะขจัดความหวาดระแวงและความไม่ไว้ใจที่ผู้คนของที่นี่มีต่อคนภายนอก. ในความพยายามแรกเริ่มของเรา มิใช่สิ่งผิดปกติที่ผู้นำโบสถ์ในหมู่บ้านจะมาพบเราที่เครื่องบิน, สอบถามถึงจุดมุ่งหมายในการมาของเรา, และในทันทีทันใด ก็ขอให้เราไป. แน่นอน การต้อนรับเช่นนั้นสร้างความผิดหวัง. แต่เราจำคำแนะนำของพระเยซู ซึ่งพบในมัดธาย 10:16 ที่ว่า “จงเป็นคนฉลาดเหมือนงูและเป็นคนสุภาพเหมือนนกพิราบ.” ดังนั้น เราจึงกลับไปพร้อมกับเครื่องบินที่บรรทุกผักสลัด, มะเขือเทศ, แคนตาลูปสด ๆ, และของอื่น ๆ ที่หายากในท้องถิ่น. เวลานี้ ผู้อยู่อาศัยที่เคยเป็นปฏิปักษ์กลับดีใจที่เห็นของที่เราบรรทุกมา.
ขณะที่พี่น้องชายคนหนึ่งอยู่เฝ้า “ร้าน” คอยรับเงินบริจาคสำหรับของสด คนอื่น ๆ หลายคนออกไปตามบ้าน แจ้งให้เจ้าของบ้านทราบว่าของสดที่บรรทุกเครื่องบินมาถึงแล้ว. ที่ประตูบ้าน พวกเขายังถามอีกด้วยว่า “อ้อ แล้วคุณอ่านคัมภีร์ไบเบิลหรือเปล่า? ผมแน่ใจว่าคุณจะชอบคู่มือการศึกษาคัมภีร์ไบเบิลเล่มนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพระเจ้าทรงสัญญาว่าจะประทานอุทยานแก่เรา.” ใครเล่าจะปฏิเสธข้อเสนอที่โน้มน้าวใจเช่นนั้นได้ลง? ทุกคนเห็นคุณค่าของอาหารฝ่ายร่างกายเช่นเดียวกับอาหารฝ่ายวิญญาณ. การต้อนรับเป็นไปด้วยดี สรรพหนังสือจำหน่ายไปได้มาก และมีการทำให้หัวใจของบางคนอบอุ่นขึ้น.
ข้ามพรมแดน
ข้ามไปทางยูคอนแทร์ริทอรี ประชาคมไวต์ฮอร์สเชิญเราเหมือน “ชาวมากะโดเนีย” ให้ “มาช่วย” ในดินแดนบางแห่งที่อยู่ห่างไกลในนอร์ทเวสต์ แทร์ริทอรีส์ในแคนาดา. (กิจการ 16:9) พวกเราห้าคนอยู่บนเครื่องบินขณะที่มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านทูกโทยักทูก ซึ่งอยู่ใกล้อ่าวแมกเคนซีติดกับทะเลโบฟอร์ต เหนือเส้นอาร์กติก เซอร์เคิล.
‘คุณอ่านออกเสียงชื่อที่ประหลาดนี้อย่างไร?’ เรากำลังนึกสงสัยเมื่อเราไปถึง.
“ทูก” ชายหนุ่มคนหนึ่งตอบพร้อมกับยิ้มแป้น.
“ทำไมเราไม่คิดถึงมาก่อนนะ?” เราประหลาดใจ.
เราแปลกใจที่พบว่า ผู้คนในทูกโทยักทูกคุ้นเคยกับพระคัมภีร์เป็นอย่างดี. ผลก็คือ เราได้พูดคุยอย่างฉันมิตรกับหลายคน และได้จำหน่ายสรรพหนังสือมากมาย. ไพโอเนียร์หนุ่มของเราคนหนึ่งได้สนทนา ซึ่งช่วยให้เจ้าของบ้านตาสว่าง.
“ผมถือลัทธิแองกลิคัน!” เจ้าของบ้านบอก.
“คุณทราบไหมว่า คริสต์จักรแองกลิคันเห็นด้วยกับการรักร่วมเพศ?” ไพโอเนียร์ของเราถาม.
“อย่างนั้นหรือ?” ชายคนนั้นชักลังเล. “ถ้าเช่นนั้น ผมจะไม่เป็นแองกลิคันอีกต่อไป.” หวังว่า เขาเป็นอีกคนหนึ่งที่เปิดหัวใจของตนต่อข่าวดีในคัมภีร์ไบเบิล.—เอเฟโซ 1:18.
ผู้สูงอายุคนหนึ่งรู้สึกประทับใจที่เรามีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะไปให้ถึงทุกบ้านในแถบนั้น. ปกติ เราจะต้องทำงานนี้ทั้งหมดโดยการเดิน ซึ่งมักเป็นระยะทางกิโลเมตรเศษจากสนามบินไปถึงหมู่บ้าน. จากนั้น เพื่อไปให้ถึงบ้านทุกหลัง เราต้องเดินไปด้วยความยากลำบากบนทางที่เป็นกรวดหรือโคลน. ชายคนนั้นให้เรายืมรถปิกอัพ และนับว่าเป็นพระพรจริง ๆ! การข้ามพรมแดนมาช่วยในเขตแดนของแคนาดานั้นเป็นสิทธิพิเศษเยี่ยม.
คุ้มค่าไหม?
เมื่อสภาพอากาศไม่ดีและเราต้องติดค้างหรือล่าช้าอย่างไม่มีกำหนด ดังที่เราเป็นอยู่ในเวลานี้ หรือเมื่อวันอันยาวนานในการให้คำพยานดูเหมือนว่าไม่ได้นำอะไรมาให้นอกจากความไม่สนใจหรือแม้กระทั่งความเป็นปฏิปักษ์ เราก็จะเริ่มสงสัยว่าคุ้มค่าไหมกับเวลา, พลัง, และค่าใช้จ่ายทั้งหมด. เราอาจคิดถึงผู้คนซึ่งดูเหมือนว่าสนใจและสัญญาว่าจะศึกษาคัมภีร์ไบเบิลทางจดหมาย แต่ก็ไม่ได้ทำ. ครั้นแล้ว เราก็จำได้ว่า ไม่ใช่ธรรมเนียมของคนท้องถิ่นที่จะเขียนจดหมาย และอาจเป็นการง่ายที่จะเข้าใจผิดว่า ความเป็นมิตรเป็นความสนใจในข่าวสารคัมภีร์ไบเบิล. บางครั้งดูเหมือนว่า เป็นการยากที่จะวัดความสำเร็จ.
ความคิดในแง่ลบเหล่านี้พลันมลายไปเมื่อเรานึกถึงประสบการณ์ดี ๆ ของผู้ประกาศราชอาณาจักรคนอื่น ๆ. ยกตัวอย่าง พยานฯคนหนึ่งจากแฟร์แบงก์สประกาศในหมู่บ้านแบร์โรว์ทางตอนเหนือที่ห่างไกล. ที่นั่น เธอพบวัยรุ่นคนหนึ่งซึ่งกลับบ้านในช่วงปิดภาคเรียนจากวิทยาลัยในแคลิฟอร์เนีย. พี่น้องหญิงคนนี้รักษาความสนใจนั้นเอาไว้ด้วยการเขียนจดหมายโต้ตอบ และหนุนกำลังใจเด็กวัยรุ่นคนนี้ต่อไปแม้หลังจากเธอกลับไปเรียนที่วิทยาลัยแล้ว. ทุกวันนี้ หญิงสาวคนนี้เป็นผู้รับใช้ที่มีความสุขที่รับบัพติสมาแล้วของพระยะโฮวา.
เสียงเคาะประตูทำให้ผมตื่นจากห้วงนึก และยังเป็นข้อพิสูจน์อย่างหนึ่งว่าความเพียรพยายามทั้งหมดนั้นคุ้มค่า. ที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูก็คือเอลเมอร์ ซึ่งเท่าที่ผ่านมา เขาเป็นพยานฯชาวอินูอิตเพียงคนเดียวในเมืองโนมที่อุทิศตัวรับบัพติสมา.
“หากคุณจะออกประกาศ ให้ผมไปด้วยได้ไหม?” เขาถาม. เนื่องจากอาศัยอยู่ในที่โดดเดี่ยวและไกลจากประชาคมที่อยู่ใกล้ที่สุดกว่า 800 กิโลเมตร เขาจึงต้องการมีส่วนในการเผยแพร่กับพี่น้องของตนขณะที่มีโอกาส.
แสงอาทิตย์เริ่มส่องทะลุหมู่เมฆ และเรารู้ว่าในไม่ช้า อากาศจะปลอดโปร่งพอที่จะออกเดินทางได้. ขณะที่เอลเมอร์ขึ้นมาในเครื่องบิน ใบหน้าที่ยิ้มแย้มมีความสุขของเขาทำให้เรารู้สึกอบอุ่น. นี่เป็นวันพิเศษสำหรับเอลเมอร์. เขากำลังจะไปยังจุดหมายปลายทางที่หมู่บ้านกับเรา เพื่อเผยแพร่ให้ชาวอินูอิตซึ่งเป็นคนของเขาเองฟัง ร่วมกับเราในการพยายามเปิดผ้าคลุมที่บดบังหัวใจของผู้ที่อาศัยอยู่ในดินแดนสุดท้ายที่ยังไม่ได้บุกเบิกของโลก.—จากผู้อ่าน.
[แผนที่หน้า 23]
(รายละเอียดดูจากวารสาร)
1. แกมเบลล์
2. ซาวูงกา
3. โนม
4. คอตซิบิว
5. แบร์โรว์
6. ทูกโทยักทูก
7. แฟร์แบงก์ส
8. แองเคอเรจ
9. อันอะแลสกา
10. ดัตช์ฮาร์เบอร์
[รูปภาพหน้า 24]
เพื่อไปให้ถึงชุมชนที่อยู่ห่างไกล มักต้องข้ามเขาเทือกใดเทือกหนึ่งในหลายเทือกเขาของอะแลสกา
[รูปภาพหน้า 25]
เบตตี ฮอว์ส, โซฟี เมซัก, และแคร์รี ทีเพิลส์ทำงานรับใช้เต็มเวลารวมกันแล้วมากกว่า 30 ปี