คุณจะถูกรับขึ้นไปสวรรค์ไหม?
หลายคนเชื่อว่าเขาจะไปสวรรค์เมื่อเขาตาย. แต่บางคนคิดว่าเขาจะถูกรับขึ้นไปสวรรค์ในสภาพที่เรียกว่าแร็ปเจอร์. นั่นเป็นความคาดหวังของคุณไหม?
แร็ปเจอร์คือ “การอันตรธานไปอย่างฉับพลันของหลายต่อหลายล้านคนโดยปราศจากร่องรอยใด ๆ ของสถานที่ซึ่งเขาไปนั้น!” ผู้เผยแพร่ของลัทธิโปรเตสแตนต์คนหนึ่งได้กล่าวไว้เช่นนั้น. ตามพจนานุกรมเทววิทยาเกี่ยวกับการเผยแพร่กิตติคุณ นั้น คำ “แร็ปเจอร์” พาดพิงถึง “การที่คริสต์จักรจะมาอยู่กับพระคริสต์ในการเสด็จมาครั้งที่สองของพระองค์.”
บางคนรู้สึกว้าวุ่นใจที่จะคิดถึงการละมิตรสหายและสมาชิกในครอบครัวไว้เบื้องหลังเพื่อไปพบกับพระเยซูคริสต์. กระนั้น หลายคนก็เชื่อว่าแร็ปเจอร์จะต้องเกิดขึ้น. นั่นจะเกิดขึ้นไหม? ถ้าเกิดขึ้น แล้วเมื่อไรล่ะ?
ข้อคิดเห็นที่ต่างกันหลายอย่างในเรื่องแร็ปเจอร์
พระคัมภีร์แสดงว่าก่อนการเริ่มต้นรัชสมัยพันปีของพระคริสต์ตามที่สัญญาไว้นั้น จะเป็นช่วงเวลาที่เรียกว่า “ความทุกข์ลำบากครั้งใหญ่.” พระเยซูตรัสว่า “ครั้นแล้วจะเกิดความทุกข์ลำบากครั้งใหญ่อย่างที่ไม่เคยมีตั้งแต่โลกเริ่มขึ้นจนกระทั่งบัดนี้ ใช่ และจะไม่เกิดขึ้นอีก.” (มัดธาย 24:21, ล.ม.; วิวรณ์ 20:6) บางคนกำหนดว่าแร็ปเจอร์มาก่อนความทุกข์ลำบากครั้งใหญ่. คนอื่น ๆ คาดหมายแร็ปเจอร์ระหว่างช่วงเวลานั้น. ยังมีคนอื่นคิดว่าแร็ปเจอร์จะเกิดขึ้นหลังจากความทุกข์ลำบากนั้นที่ไม่มีใดเทียบ.
ทัศนะเรื่องแร็ปเจอร์ภายหลังความทุกข์ลำบากใหญ่นั้นแพร่หลายจนกระทั่งต้นศตวรรษที่ 19. ขณะนั้น ในอังกฤษเริ่มมีขบวนการที่นำโดยจอห์น เนลสัน ดาร์บี อดีตนักเทศน์ของคริสต์จักรแห่งไอร์แลนด์. เขาและผู้ถือนิกายแองกลิคันที่มีความคิดอย่างเดียวกันเป็นที่รู้จักกันว่าพวกพี่น้อง. จากคริสต์จักรของเขาที่ตั้งอยู่ในเมืองพลีมัท ดาร์บีได้เดินทางไปเทศนาในสวิตเซอร์แลนด์และที่อื่นในยุโรป. เขาได้ยืนยันว่าการเสด็จกลับของพระคริสต์จะอุบัติขึ้นในสองช่วง. เริ่มต้นด้วยแร็ปเจอร์แบบลับ ๆ ซึ่งในสภาพนั้น “พวกนักบุญ” จะถูกรับไปก่อนระยะเวลาเจ็ดปีแห่งความทุกข์ลำบากที่ทำลายล้างแผ่นดินโลก. ครั้นแล้วพระคริสต์จะปรากฏอย่างที่ประจักษ์ได้ พร้อมด้วย “พวกนักบุญ” เหล่านี้ และพวกเขาจะปกครองร่วมกันบนแผ่นดินโลกเป็นเวลาหนึ่งพันปี.
ดาร์บีเน้นความจำเป็นที่จะแยกตัวจากโลก และคนเหล่านั้นที่มีส่วนร่วมในทัศนะของเขาได้เป็นที่รู้จักกันในที่สุดว่าพวกพี่น้องที่อยู่ต่างหาก. บี. ดับเบิลยู. นิวตันเป็นผู้นำกลุ่มที่ต่างกันซึ่งเชื่อในเรื่องแร็ปเจอร์ แต่จะไม่เกิดขึ้นก่อนความทุกข์ลำบาก. อะเล็กซานเดอร์ รีส ผู้สนับสนุนแร็ปเจอร์หลังความทุกข์ลำบากได้ยืนยันว่า “ทฤษฎีว่าด้วยแร็ปเจอร์แบบลับ ๆ นั้นเป็นอันตรายต่อความหวังในเรื่องการเสด็จมาของพระคริสต์.”
ผู้ที่เชื่อเรื่องแร็ปเจอร์ก่อนความทุกข์ลำบากนั้นเข้าใจว่าความแตกต่างกันในด้านความคิดเห็นนั้นเป็นเรื่องร้ายแรงพอที่จะมีผลกระทบต่อ “ลักษณะแห่งความหวัง [ของพวกเขา] เกี่ยวข้องกับการเสด็จมาของพระคริสต์.” คนอื่น ๆ ฝากความมั่นใจไว้ใน “ทฤษฎีว่าด้วยแร็ปเจอร์ส่วนหนึ่ง” เชื่อว่าคนเหล่านั้นซึ่งเป็นผู้ที่ซื่อสัตย์ภักดีมากที่สุดต่อพระคริสต์จะถูกรับไปก่อน และคนที่อยู่ในทางโลกีย์มากกว่าก็จะถูกรับไปภายหลัง.
กลุ่มที่เผยแพร่กิตติคุณหลายกลุ่มประกาศเรื่องแร็ปเจอร์ของคริสเตียนผู้ซื่อสัตย์ที่จวนจะมาถึง. อย่างไรก็ดี เมื่อคำนึงถึงข้อคิดเห็นที่ต่างกัน หนังสือเล่มเล็กที่พิมพ์โดยคริสต์จักรเพ็นเตคอสอีลิมแห่งอังกฤษกล่าวว่า “ขณะที่เราเชื่อหลักสำคัญอย่างกว้างขวางในเรื่องเหตุการณ์อันเกี่ยวข้องกับการเสด็จกลับของพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า . . . มีการยอมให้เสรีภาพในการตีความหมายของคำพยากรณ์ตามความเชื่อมั่นของปัจเจกบุคคล. หลายคนยอมรับจุดยืนแบบไม่ดื้อรั้น อดใจรอเหตุการณ์เองเพื่อคลี่คลายกำหนดการเชิงพยากรณ์.”
คัมภีร์ไบเบิล พระวจนะที่ได้รับการดลบันดาลของพระเจ้าเป็นมาตรฐานซึ่งเราใช้วัดความเป็นจริงของความเชื่อทั้งมวล. (2 ติโมเธียว 1:13; 3:16, 17) เพราะฉะนั้น พระคัมภีร์กล่าวอย่างไรในเรื่องแร็ปเจอร์?