สัปดาห์ที่เปลี่ยนฉากของโลก
“ความสุขสวัสดิ์จงมีแด่พระองค์ผู้เสด็จมาในพระนามของพระยะโฮวา!”—มัดธาย 21:9, ล.ม.
1. เหตุการณ์เมื่อเดือนสิงหาคมปีกลายส่งผลกระทบเช่นไรต่อชนสองกลุ่มที่ต่างกัน?
“ช่วงสามวันที่คับขันน่าวิตกที่ทำให้โลกปั่นป่วน.” เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 1991 พาดหัวข่าวเช่นนี้ได้ตอกย้ำข้อเท็จจริงที่ว่าโลกอาจจะเกิดการโกลาหลขึ้นในเวลาไม่กี่วัน. อันที่จริง ช่วงปลายเดือนสิงหาคมมีเหตุการณ์สำคัญยิ่ง ไม่เฉพาะกับโลก แต่เกี่ยวข้องกลุ่มชนซึ่งพระเยซูตรัสว่า “เขาไม่เป็นส่วนของโลก.” ชนกลุ่มนี้ในปัจจุบันรู้จักกันว่าพยานพระยะโฮวา.—โยฮัน 17:14, ล.ม.
2, 3. (ก) มีการเน้นเรื่องเสรีภาพอย่างไรในเมืองซาเกร็บแม้เมฆหมอกแห่งสงครามแผ่คลุมอยู่? (ข) ความเชื่อมั่นคงมีบำเหน็จอย่างไรที่เมืองโอเดสซา?
2 ในประเทศยูโกสลาเวีย มีการกำหนดแผนการสำหรับการประชุมนานาชาติครั้งแรกของพยานพระยะโฮวาในระหว่างวันที่ 16 ถึง 18 สิงหาคม ซึ่งก็ปรากฏว่าเป็นการประชุมใหญ่ครั้งแรกด้วยสำหรับไพร่พลของพระยะโฮวาในประเทศที่สงครามกลางเมืองจวนปะทุอยู่แล้ว. พยานพระยะโฮวา ในประเทศนี้พร้อมด้วยอาสาสมัครจากประเทศใกล้เคียงได้ออกแรงทำงานหนักถึงสองเดือนเพื่อซ่อมแซมสนามกีฬาฮาสก์ แกรนดานสกี แห่งเมืองซาเกร็บจนเป็นที่เรียบร้อย. สถานที่สะอาดเอี่ยม ไม่มีที่ติ สมกับเป็นที่ประชุมของ “ชนผู้รักเสรีภาพที่มาจากพระเจ้า.” ตัวแทนหลายพันคนจากชาติต่าง ๆ วางแผนเข้าร่วม รวมทั้งผู้ที่ไปจากสหรัฐ 600 คน. ขณะที่ภัยสงครามกลางเมืองกำลังคุกคามอยู่นั้น มีการบอกข่าวกันว่า “คนอเมริกันจะไม่มา.” แต่พวกเขามา พร้อมกับตัวแทนจากหลายประเทศ. คาดกันว่าจะมีผู้ร่วมประชุม 10,000 คน พอมาวันสุดท้าย มีถึง 14,684 คนในสนามกีฬา! ทุกคนได้รับพระพรอุดมทั่วถึง เพราะเขาไม่ ‘ละเลยที่จะประชุมร่วมกัน.’—เฮ็บราย 10:25.
3 ระหว่างสามวันภายหลังการประชุมที่เมืองซาเกร็บได้เกิดรัฐประหารขึ้นในสหภาพโซเวียต แต่ล้มเหลว. ในเวลาเดียวกัน ชนผู้รักเสรีภาพจากพระเจ้ากำลังดำเนินการขั้นสุดท้ายเพื่อเตรียมการประชุมใหญ่ที่เมืองโอเดสซาในสาธารณรัฐยูเครน. การประชุมจะเป็นไปได้ไหม? ด้วยความเชื่อมั่นคง พี่น้องได้ซ่อมแซมแต่งเติมส่วนปลีกย่อยในสนามกีฬาจนเสร็จและผู้เข้าร่วมประชุมก็ทยอยมาเรื่อย ๆ. เหมือนเป็นการอัศจรรย์ รัฐประหารได้สิ้นสุดลง. การประชุมใหญ่ดำเนินไปได้อย่างน่ายินดี ระหว่างวันที่ 24, 25 สิงหาคม โดยมีผู้ร่วมประชุมจำนวน 12,115 คน และ 1,943 คน—16 เปอร์เซ็นต์ของยอดผู้เข้าร่วมประชุม—ได้รับบัพติสมา! พยานฯใหม่เหล่านี้รวมทั้งผู้ซึ่งรักษาความภักดีมาเป็นเวลานาน จึงต่างก็ปีติยินดีที่ตนได้มาถึงที่ประชุมด้วยการวางใจในพระยะโฮวาอย่างเต็มเปี่ยม.—สุภาษิต 3:5, 6.
4. พยานพระยะโฮวาในยุโรปตะวันออกติดตามตัวอย่างอะไรที่พระเยซูวางไว้?
4 พยานฯซื่อสัตย์เหล่านี้ได้ติดตามแบบอย่างที่พระเยซูคริสต์ผู้เป็นตัวอย่างของเราได้ทรงวางไว้. พระองค์ไม่เคยละเลยการร่วมเทศกาลต่าง ๆ ตามที่พระยะโฮวาทรงบัญชา แม้ในยามที่พวกยิวหาโอกาสสังหารพระองค์เสียด้วยซ้ำ. ในช่วงการเดินทางไปกรุงยะรูซาเลมเพื่อฉลองปัศคาครั้งสุดท้ายนั้น คนยิวที่ยืนออกันอยู่ในพระวิหารได้ถามว่า “ท่านทั้งหลายคิดเห็นอย่างไร พระองค์จะไม่เสด็จมายังเทศกาลเลยหรือ?” (โยฮัน 11:56, ล.ม.) แต่พระองค์ได้เสด็จมาจริง! ทั้งนี้เป็นการเตรียมทางไว้สำหรับสัปดาห์หนึ่งซึ่งจะจบลงด้วยเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ. เราจะทบทวนจุดเด่นบางประการของสัปดาห์พิเศษนี้จะดีไหม—วันที่ 8–14 เดือนไนซานตามปฏิทินของพวกยิว?
วันที่ 8 เดือนไนซาน
5. พระเยซูทรงตระหนักในเรื่องใด ขณะเดินทางไปที่บ้านเบธาเนีย ณ วันที่ 8 เดือนไนซาน สากลศักราช 33?
5 วันนั้น พระเยซูกับเหล่าสาวกมาถึงบ้านเบธาเนีย. ที่นี่ พระเยซูจะพักอยู่หกคืน ณ บ้านลาซะโรสหายที่รักผู้ซึ่งพระองค์ทรงปลุกขึ้นจากตายก่อนหน้านั้นไม่นาน. บ้านเบธาเนียอยู่ไม่ไกลจากกรุงยะรูซาเลม. พระเยซูตรัสแนะนำสาวกของพระองค์เป็นการส่วนตัวดังนี้: “นี่แน่ะ พวกเราจะขึ้นไปยังยะรูซาเลม และบุตรมนุษย์จะถูกมอบไว้กับปุโรหิตใหญ่และพวกอาลักษณ์ แล้วเขาจะปรับโทษท่านผู้นั้นถึงตาย และจะมอบท่านไว้กับคนต่างประเทศให้เยาะเย้ย เฆี่ยนตีและตอกบนหลัก. แล้วในวันที่สามท่านจะถูกปลุกขึ้นมา.” (มัดธาย 20:18, 19, ล.ม.) พระเยซูทรงตระหนักดีว่า มาบัดนี้พระองค์ต้องเผชิญการทดลองอันแสนสาหัส. อย่างไรก็ดี ขณะที่การทดลองครั้งสำคัญใกล้เข้ามา พระองค์ไม่สงวนตัวแต่รับใช้พวกพี่น้องของพระองค์ด้วยความรัก. ขอให้เรา “รักษาน้ำใจอย่างนี้ . . . [ที่] มีอยู่ในพระเยซูคริสต์” อยู่เรื่อยไป.—ฟิลิปปอย 2:1–5; 1 โยฮัน 3:16.
วันที่ 9 เดือนไนซาน
6. ค่ำวันที่ 9 เดือนไนซาน มาเรียทำอะไรและพระเยซูตรัสอะไรกับยูดา?
6 ภายหลังดวงอาทิตย์ตกขณะเริ่มวันที่ 9 เดือนไนซาน พระเยซูทรงรับประทานอาหารที่บ้านซีโมน ซึ่งแต่ก่อนเป็นโรคเรื้อน. ที่นี่ มาเรียพี่สาวของลาซะโรบรรจงรินน้ำมันหอมราคาแพงชโลมพระเศียรและพระบาทของพระเยซู และได้เช็ดพระบาทจนแห้งด้วยผมของเธอ. เมื่อยูดาไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว พระเยซูตรัสว่า “ปล่อยเธอไว้เถิด ให้เธอปฏิบัติเช่นนี้โดยคำนึงถึงวันฝังศพของเรา.” ครั้นได้ยินว่าคนยิวหลายคนกำลังเดินทางไปเบธาเนียและวางใจในพระเยซู ปุโรหิตใหญ่จึงรวมหัววางอุบายจะฆ่าพระเยซูและลาซะโร.—โยฮัน 12:1–7, ล.ม.
7. เช้าวันที่ 9 เดือนไนซาน พระนามของพระยะโฮวาได้รับเกียรติยศอย่างไร และพระเยซูทรงพยากรณ์เรื่องอะไร?
7 เช้าตรู่วันนั้น พระเยซูเริ่มออกเดินทางไปกรุงยะรูซาเลม. ฝูงชนออกไปต้อนรับพระองค์โดยโบกทางตาลพร้อมกับโห่ร้องว่า “ข้าฯวิงวอนโปรดช่วยให้รอด! พระพรจงมีแด่พระองค์ผู้ซึ่งเสด็จมาในพระนามของพระยะโฮวา ได้แก่พระมหากษัตริย์ของชาติยิศราเอล!” ตอนนั้นเอง พระเยซูได้ทำให้สำเร็จตามคำพยากรณ์ของซะคาระยา 9:9 โดยประทับหลังลาเสด็จเข้ากรุง. เมื่อใกล้จะถึงยะรูซาเลม พระองค์ทรงกันแสงเพราะกรุงนั้น และได้พยากรณ์ว่ากองทัพชาวโรมันจะล้อมกรุงด้วยเสาเสี้ยมปลายและจะทำลายให้ราบ—คำพยากรณ์ซึ่งสำเร็จสมจริงอย่างชัดแจ้งอีก 37 ปีต่อมา. (ข้อนี้ก็เช่นกัน ส่อถึงความยุ่งยากอันจะเกิดแก่คริสต์ศาสนจักรที่ออกหากเหมือนยะรูซาเลมสมัยโบราณ.) ผู้นำชาวยิวไม่ต้องการพระเยซูเป็นกษัตริย์ปกครองพวกเขา. ด้วยความโกรธพวกเขาพากันร้องว่า “ดูเถิด! ทั้งโลกตามเขาไปแล้ว.”—โยฮัน 12:13, 19, ล.ม.
วันที่ 10 เดือนไนซาน
8. วันที่ 10 เดือนไนซาน โดยวิธีใดที่พระเยซูแสดงความเคารพอันสูงส่งเพื่อราชสำนักของพระยะโฮวาซึ่งจัดไว้สำหรับการอธิษฐาน ครั้นแล้วมีอะไรตามมา?
8 พระเยซูเสด็จไปยังพระวิหารอีก. คราวนี้เป็นหนที่สองที่ได้ทรงขับไล่พวกพ่อค้าและคนแลกเงินที่มักได้. ความนิยมด้านการค้า—“การรักเงิน”—ไม่ควรเข้ามาครอบงำราชสำนักของพระยะโฮวาซึ่งจัดไว้สำหรับการอธิษฐาน! (1 ติโมเธียว 6:9, 10) ในไม่ช้าพระเยซูจะสิ้นพระชนม์. พระองค์ทรงตรัสเรื่องการหว่านเมล็ดพืชเพื่อชี้ถึงเรื่องนี้. เมล็ดเดิมตาย แต่ทว่ามันทำให้ต้นพืชงอกขึ้นมาให้ผลผลิตเป็นเมล็ดอีกมากมาย. ในทำนองเดียวกัน การวายพระชนม์ของพระเยซูจะยังผลให้ผู้คนมากหลายที่สำแดงความเชื่อในพระองค์ได้รับชีวิตนิรันดร์. ด้วยพระทัยเป็นทุกข์เมื่อพระองค์นึกถึงความตายที่คืบใกล้เข้ามา พระเยซูทรงอธิษฐานเพื่อพระนามพระบิดาจะได้รับเกียรติเพราะเหตุนี้. พระเจ้าตรัสตอบด้วยเสียงกึกก้องจากฟ้าเพื่อทุกคนที่นั่นจะได้ยินดังนี้: “เราได้ให้ [พระนามนั้น] มีสง่าราศีแล้ว และยังจะให้มีสง่าราศีอีก.”—โยฮัน 12:27, 28, ล.ม.)
วันที่ 11 เดือนไนซาน—วันซึ่งเต็มไปด้วยการงาน
9. (ก) เช้าตรู่วันที่ 11 เดือนไนซาน พระเยซูใช้อุทาหรณ์เรื่องอะไรประณามชาวยิวที่ออกหาก? (ข) ตรงกับอุทาหรณ์ของพระเยซู ใครเป็นฝ่ายเสียโอกาสอันใหญ่ยิ่ง?
9 พระเยซูพร้อมด้วยเหล่าสาวกไปจากบ้านเบธาเนียเพื่อทำกิจกรรมอีกมากในวันนั้น. พระเยซูทรงใช้อุทาหรณ์สามเรื่องเพื่อระบุถึงสาเหตุที่ชาวยิวพวกออกหากต้องถูกปรับโทษ. พระองค์ได้ทรงสาปต้นมะเดื่อเทศที่ไม่เกิดผลและสภาพเหี่ยวเฉาของต้นนั้น เป็นภาพเล็งถึงชาติยิวที่ขาดความเชื่อ ไม่เกิดผล. ครั้นเสด็จเข้าไปในพระวิหาร พระองค์พรรณนาเรื่องลูกจ้างทำสวนองุ่นซึ่งฆ่าบุตรชายผู้รับมรดกของนาย—เล็งถึงชาวยิวที่ได้ทรยศต่อความไว้วางใจที่เขาได้รับจากพระยะโฮวาและถึงกับสังหารพระเยซู. พระองค์ทรงพรรณนางานเลี้ยงวันสมรสซึ่งจัดเตรียมการโดยกษัตริย์องค์หนึ่ง—พระยะโฮวา—ซึ่งแขกรับเชิญ (ชาวยิว) โดยความเห็นแก่ตัว เขาขอตัวเบี่ยงบ่ายไม่ไปร่วมงาน. ฉะนั้น การเชิญจึงมุ่งไปที่คนภายนอก—คนต่างชาติ—และมีบางคนตอบรับคำเชิญ. แต่ผู้ที่สวมใส่เสื้อผ้าไม่เหมาะสมกับวันงานก็ถูกผลักออกไป. คนนี้เล็งถึงคริสเตียนกำมะลอแห่งคริสต์ศาสนจักร. ชาวยิวหลายคนในสมัยพระเยซูได้รับเชิญ “แต่ผู้ถูกเลือกมีน้อย” ที่จะอยู่ในจำพวก 144,000 ซึ่งได้รับตราประทับให้มีส่วนในราชอาณาจักรฝ่ายสวรรค์.—มัดธาย 22:14; วิวรณ์ 7:4.
10-12. (ก) เพราะเหตุใดพระเยซูประณามนักศาสนาชาวยิว และพระองค์กล่าวประณามพวกหน้าซื่อใจคดอย่างเจ็บแสบอย่างไร? (ข) ในที่สุด ชาวยิวที่ออกหากถูกสำเร็จโทษโดยวิธีใด?
10 นักศาสนาชาวยิวที่หน้าซื่อใจคดจ้องหาโอกาสจับพระเยซู แต่พระองค์ตอบคำถามที่เขาคอยจับผิด และทำให้เขาสับสนต่อหน้าฝูงชน. โอ้ชาวยิวเคร่งศาสนาคนทรยศ! พระเยซูทรงตำหนิพวกเขาตรง ๆ เพียงใด! พวกเขาอยากมีหน้ามีตา มีเสื้อคลุมยาวให้ดูแปลกกว่าใคร ๆ และฐานะตำแหน่งสูง เช่น “รับบี” “คุณพ่อ” คล้าย ๆ กับนักเทศน์นักบวชสมัยนี้. พระเยซูทรงวางหลักดังนี้: “ผู้ใดยกตัวขึ้น ผู้นั้นคงจะถูกเหยียดลง ผู้ใดถ่อมตัวลง ผู้นั้นคงจะถูกยกขึ้น.”—มัดธาย 23:12.
11 พระเยซูทรงตำหนิผู้นำศาสนาเหล่านั้นอย่างเจ็บแสบ. พระองค์เปล่งถ้อยคำว่า “วิบัติแก่เจ้า!” เจ็ดครั้ง ทรงตั้งสมญาพวกเขาว่าผู้นำทางตาบอดและคนหน้าซื่อใจคด. และการตำหนิแต่ละครั้งพระองค์ให้เหตุผลชัดเจน. พวกเขาปิดกั้นทางเข้าสู่ราชอาณาจักรฝ่ายสวรรค์. เมื่อเขาหลอกดักคนที่เปลี่ยนศาสนา เขาเหมาะกับเกเฮนนาเป็นทวีคูณ เหมือนกับว่าเขาอยู่ในเส้นทางแห่งความพินาศเสียแล้ว เนื่องจากบาปใหญ่หลวงหรือการคลั่งในศาสนาแต่ก่อนที่เขาเข้ามาถือศาสนายิว. พระเยซูทรงประกาศว่าเขาเป็น “คนโฉดเขลาและคนตาบอด!” เพราะพวกฟาริซายใส่ใจแต่เรื่องทองคำแห่งพระวิหาร แทนที่จะเพ่งเล็งการนมัสการที่บริสุทธิ์ที่นั่น. พวกเขาละเลยความยุติธรรม ความเมตตาและความสัตย์จริงขณะที่เขาให้ส่วนสิบลดหนึ่งจากสะระแหน่, ยี่หร่า, และขมิ้น แต่มองข้ามส่วนสำคัญแห่งพระบัญญัติ. พิธีการชำระตัวของเขาไม่อาจขจัดมลทินภายในให้หมดไปได้—เฉพาะแต่การชำระหัวใจให้สะอาดโดยความเชื่อในเครื่องบูชาของพระเยซูเท่านั้นทำให้การขจัดมลทินภายในตัวเขาเป็นไปได้. ความหน้าซื่อใจคดและการละเลยกฎหมายที่ซ่อนอยู่ภายในส่อให้เห็นว่าภายนอก “ฉาบด้วยปูนขาว.”—มัดธาย 23:13–29.
12 ใช่แล้ว วิบัติแก่พวกฟาริซายโดยแท้ อันที่จริง เขาเป็น “บุตรของผู้ที่ได้ฆ่าศาสดาพยากรณ์เหล่านั้น” ในสมัยบรรพบุรุษของเขา! เขาเป็นบุคคลที่ร้ายกาจ เป็นลูกพวกชาติงูร้าย ต้องพินาศในเกเฮนนา เขาไม่ฆ่าเฉพาะพระเยซูเท่านั้น แต่ฆ่าคนเหล่านั้นที่พระองค์ทรงส่งออกไปด้วย. นี้แหละคือการพิพากษาซึ่ง “จะบังเกิดขึ้นแก่คนสมัยนี้.” อีกสามสิบเจ็ดปีต่อมา ยะรูซาเลมถูกทำลายโดยสิ้นเชิง สมจริงตามคำพยากรณ์.—มัดธาย 23:30–36.
13. คำตรัสของพระเยซูเรื่องการบริจาคทรัพย์เพื่อพระวิหารสะท้อนให้เห็นสภาพอะไรที่เป็นอยู่ในเวลานี้?
13 ก่อนไปจากพระวิหาร พระเยซูตรัสชมเชยหญิงม่ายที่ยากไร้ซึ่งหยอดเงินสองเหรียญเล็ก ๆ ใส่ ในหีบบริจาค—“เงินที่มีอยู่สำหรับเลี้ยงชีวิตของตนมาใส่จนหมด.” ช่างต่างกันเสียจริง ๆ กับคนรวยที่มักโลภซึ่งบริจาคก็เพียงแต่ให้พอเป็นพิธี! เช่นเดียวกันกับหญิงม่ายนั้นที่ขัดสน พยานพระยะโฮวาสมัยนี้เต็มใจสละเวลา, กำลัง, และทรัพย์สินเพื่อสนับสนุนและขยายงานราชอาณาจักรไปทั่วโลก. ต่างกันเพียงไรกับพวกนักเทศน์นักบวชที่ขาดคุณธรรมซึ่งออกทีวีและปอกลอกผู้คนในศาสนาที่พวกเขาดูแลอยู่ และสร้างความมั่งคั่งให้ตัวเอง!—ลูกา 20:45–21:4.
ขณะใกล้สิ้นวันที่ 11 เดือนไนซาน
14. พระเยซูแสดงความเศร้าโศกเกี่ยวกับสิ่งใด และพระองค์ทรงตอบข้อซักถามของสาวกขั้นต่อไปโดยวิธีใด?
14 พระเยซูทรงกันแสงเพราะกรุงยะรูซาเลมและพลเมืองของกรุงนั้นและทรงแถลงว่า “ตั้งแต่นี้ต่อไปเจ้าจะไม่เห็นเราอีก กว่าเจ้าจะออกปากกล่าวว่า ‘ความสุขความเจริญจงมีแก่ท่านผู้มาในนามของพระเจ้า [พระยะโฮวา]’” (มัดธาย 23:37–39) ต่อมา เมื่อพวกเขานั่งบนภูเขามะกอกเทศ พวกสาวกที่ใกล้ชิดพระองค์ถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ และพระองค์ทรงตอบโดยพรรณนาถึงหมายสำคัญซึ่งบ่งชี้การประทับของพระองค์ด้วยขัตติยอำนาจ และอวสานของระบบชั่วของซาตาน.—มัดธาย 24:1–25:46; มาระโก 13:1-37; ลูกา 21:5-36.
15. พระเยซูทรงแจ้งหมายสำคัญอะไรเกี่ยวด้วยการประทับของพระองค์เพื่อดำเนินการพิพากษา และเรื่องนี้สำเร็จสมจริงตั้งแต่เมื่อไร?
15 เมื่อตรัสถึงการตัดสินของพระยะโฮวาเกี่ยวกับพระวิหารซึ่งอีกไม่นานจะถูกทำลาย พระเยซูทรงชี้แจงว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นแบบเล็งถึงมหันตภัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ตอนอวสานของระบบแห่งสิ่งต่าง ๆ ทั้งสิ้น. คราวการประทับของพระองค์จะเกิดสงครามในขอบข่ายใหญ่โตอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน รวมทั้งการกันดารอาหาร, แผ่นดินไหว, โรคระบาด, อีกทั้งการขาดความรักซึ่งกันและกันและการละเลยกฎหมาย. ข้อนี้จริงเพียงไรในศตวรรษที่ 20 นี้นับตั้งแต่ปี 1914 เป็นต้นมา!
16, 17. พระเยซูพรรณนาถึงการเปลี่ยนแปลงเช่นไรในโลก และคริสเตียนน่าจะมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อคำพยากรณ์นั้น?
16 เหตุการณ์จะถึงขีดสุดในคราว “ความทุกข์ลำบากใหญ่อย่างที่ไม่เคยมีตั้งแต่โลกเริ่มขึ้นจนกระทั่งบัดนี้ ใช่ และจะไม่เกิดขึ้นอีก.” เนื่องจากความทุกข์ใหญ่จะยังความพินาศเสียหายเหมือนเหตุการณ์คราวน้ำท่วมโลกสมัยโนฮา พระเยซูทรงเตือนไม่ให้หมกมุ่นกับกิจการฝ่ายโลก. “เหตุฉะนั้น จงเฝ้าระวังอยู่ เพราะท่านไม่รู้ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าของท่านจะเสด็จมาเวลาไหน.” พวกเรามีความสุขเสียนี่กระไรที่นายของเราตั้งผู้ถูกเจิม “บ่าวสัตย์ซื่อและสุขุมรอบคอบ” ให้ประกาศคำเตือน และจัดเตรียมอาหารฝ่ายวิญญาณอย่างอุดมบริบูรณ์สำหรับสมัยการประทับของพระองค์!—มัดธาย 24:21, 42, 45-47, ล.ม.
17 ในศตวรรษที่ 20 นี้เราได้เห็น “บนแผ่นดินโลก [มี] ความทุกข์เดือดร้อนของนานาชาติซึ่งไม่รู้ทางออก . . . ขณะที่มนุษย์สลบเพราะความกลัวและคอยท่าเหตุการณ์ซึ่งจะเกิดขึ้นบนแผ่นดินโลกที่มีคนอาศัยอยู่.” แต่พระเยซูทรงกำชับพวกเราดังนี้: “เมื่อเหตุการณ์ทั้งปวงนี้เริ่มจะบังเกิดขึ้น ท่านทั้งหลายจงเงยหน้าและผงกศีรษะขึ้น ด้วยความรอดของท่านใกล้จะถึงแล้ว.” และพระองค์ทรงเตือนพวกเราว่า “จงเอาใจใส่ตัวเองเพื่อว่าหัวใจของท่านจะไม่เพียบด้วยการกินมากเกินไป และการดื่มจัด และกังวลในเรื่องชีวิต และโดยไม่ทันรู้ตัว วันนั้นจะมาถึงท่านกะทันหันดุจบ่วงแร้ว.” เฉพาะโดยการตื่นตัวอยู่เสมอ เราจะเป็นที่ชอบพระทัยพระเยซู “บุตรมนุษย์” เมื่อพระองค์ทรงประทับ.—ลูกา 21:25–28, 34–36, ล.ม.
18. เราอาจรับการหนุนใจอะไรจากอุทาหรณ์ของพระเยซูว่าด้วยหญิงพรหมจารีสิบคนและเรื่องเงินตะลันต์?
18 ในการสรุปภาพเหตุการณ์สำคัญให้เห็นล่วงหน้าเกี่ยวด้วยสิ่งที่จะเกิดขึ้นในสมัยนี้ พระเยซูทรงใช้อุทาหรณ์สามเรื่อง. ประการแรก ในอุทาหรณ์เรื่องสาวพรหมจารีสิบคน พระองค์ทรงกล่าวย้ำความจำเป็นที่ต้อง “เฝ้าระวังอยู่.” แล้วในอุทาหรณ์เรื่องพวกบ่าวกับเงินตะลันต์ พระองค์ทรงชี้แจงว่าความอุตสาหะพากเพียรย่อมมีบำเหน็จ โดยได้รับเชิญให้ ‘ร่วมความยินดีกับนาย.’ คริสเตียนผู้ถูกเจิม ซึ่งอุทาหรณ์ดังกล่าวแสดงนัยถึง รวมทั้งแกะอื่นอาจได้รับการชูใจและการเสริมกำลังจากภาพพจน์ที่แจ่มชัดเหล่านี้.—มัดธาย 25:1-30.
19, 20. สัมพันธภาพแบบไหนที่น่าชื่นใจในสมัยนี้ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญในอุทาหรณ์เรื่องแกะกับแพะ?
19 อุทาหรณ์เรื่องที่สามพาดพิงถึงการประทับของพระเยซูด้วยขัตติยอำนาจหลังจากพระองค์เสด็จมานั่งบนพระที่นั่งอันรุ่งเรืองทางภาคสวรรค์. นั้นคือเวลาที่พระองค์พิพากษานานาประเทศและทำการแยกประชาชาติบนแผ่นดินโลกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งได้แก่ผู้คนที่ถ่อมใจเยี่ยงแกะ และอีกกลุ่มหนึ่ง ได้แก่คนดื้อดึงเยี่ยงแพะ. จำพวกแกะนั้นตั้งใจบากบั่นเป็นพิเศษแสดงตัวให้การสนับสนุนพี่น้องของพระมหากษัตริย์—ผู้ถูกเจิมซึ่งยังมีชีวิตอยู่บนแผ่นดินโลกสมัยสุดท้ายนี้. แกะเหล่านี้รับชีวิตนิรันดร์เป็นบำเหน็จ ส่วนจำพวกแพะที่ไม่หยั่งรู้ค่าจะพินาศตลอดกาล.—มัดธาย 25:31–46.
20 ช่างเป็นสัมพันธภาพอันวิเศษอะไรเช่นนั้นซึ่งเราแลเห็นระหว่างแกะอื่นกับบรรดาพี่น้องของพระมหากษัตริย์ในช่วงอวสานแห่งระบบนี้! แม้ชนที่เหลือผู้ถูกเจิมมีภารกิจรับผิดชอบมากมายในตอนต้น ๆ แห่งการประทับของมหากษัตริย์ เวลานี้แกะอื่นหลายล้านคนบนแผ่นดินโลกประกอบกันเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าถึง 99.8 เปอร์เซ็นต์. (โยฮัน 10:16) และพวกเขาก็เช่นกัน ยินดีเต็มใจยอม ‘ทนหิว, กระหาย, ขัดสนเครื่องนุ่งห่ม, เจ็บป่วย, และติดคุก’ ฐานะเพื่อนของผู้ถูกเจิมที่รักษาความซื่อสัตย์มั่นคง.a
วันที่ 12 เดือนไนซาน
21. อะไรกระชั้นเข้ามาในวันที่ 12 เดือนไนซาน และโดยวิธีใด?
21 แผนอุบาทว์จะสังหารพระเยซูกระชั้นเข้ามา. ยูดาเข้าพบพวกปุโรหิตใหญ่ที่พระวิหาร ตกลงขายพระเยซูเป็นเงิน 30 แผ่น. แม้แต่เรื่องนี้ก็มีการพยากรณ์ไว้แล้ว.—ซะคาระยา 11:12.
วันที่ 13 เดือนไนซาน
22. มีการตระเตรียมอะไรในวันที่ 13 เดือนไนซาน?
22 พระเยซูยังคงประทับ ณ บ้านเบธาเนีย อาจอยู่เพื่ออธิษฐานและตรึกตรอง พระองค์ทรงส่งสาวกไปที่กรุงยะรูซาเลมเพื่อพบ “ผู้หนึ่ง.” ที่ห้องโถงชั้นบน ในบ้านของชายผู้นี้ พวกสาวกได้จัดเตรียมปัศคาไว้พร้อม. (มัดธาย 26:17–19) ครั้นเวลาพลบค่ำ และวันที่ 13 เดือนไนซานสิ้นสุดลง พระเยซูเสด็จมาสมทบเขาที่นั่นเพื่อร่วมฉลองครั้งสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์. บัดนี้มีอะไรรออยู่ในวันที่ 14 เดือนไนซาน? เราจะทราบจากบทความถัดไป.
[เชิงอรรถ]
a บทความถัดไปจะทำให้เราหยั่งรู้ค่ามากขึ้นต่อสัมพันธภาพที่แน่นแฟ้นระหว่างแกะฝูงน้อยผู้ถูกเจิมกับแกะอื่น.
คุณจะสรุปอย่างไร?
▫ บางคนได้แสดงน้ำใจและยินดีต้อนรับพระเยซูอย่างไรระหว่างวันที่ 8 กระทั่งถึงวันที่ 10 เดือนไนซาน?
▫ โดยวิธีใด พระเยซูเปิดโปงนักศาสนาหน้าซื่อใจคดเมื่อวันที่ 11 เดือนไนซาน?
▫ พระเยซูกล่าวพยากรณ์เรื่องอะไรที่มีความสำคัญมาก และขณะนี้คำพยากรณ์นั้นกำลังสมจริงอย่างไร?
▫ เหตุการณ์ดำเนินถึงสุดยอดอย่างไรในวันที่ 12 และ 13 เดือนไนซาน?
[รูปภาพหน้า 12]
พระเยซูชมเชยหญิงม่ายยากจนที่บริจาคสองเหรียญที่มีค่าเล็กน้อย—ทั้งหมดที่เธอมี