หมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดียได้ยินข่าวดี
ตามแนวโค้งด้านเหนือของเกาะมาดากัสการ์และแผ่ออกไปตลอดทั่วมหาสมุทรอินเดียตะวันตกซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 4 ล้านตารางกิโลเมตรนั้นเรียงรายไปด้วยเกาะต่าง ๆ คือ โรดริเกส, มอริเชียส, เรอูนียง, เซเชลส์, มายอต, และหมู่เกาะคอโมโร. แม้จะครอบคลุมอาณาบริเวณกว้างขวางเช่นนั้น เกาะเหล่านี้มีพื้นที่รวมทั้งสิ้นเพียงประมาณ 7,300 ตารางกิโลเมตร. มีประชากร 2.3 ล้านคน นับรวมอยู่ในบรรดาหมู่เกาะที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในโลก.
ประชากรเหล่านี้รวมถึงพยานพระยะโฮวาประมาณ 2,900 คนซึ่งทำงานอย่างขยันขันแข็งในการประกาศข่าวดีเรื่องราชอาณาจักรของพระเจ้าแก่ชาวเกาะเหล่านั้น. เนื่องจากอยู่ในเขตโดดเดี่ยว พยานฯเหล่านี้จึงหยั่งรู้ค่าเป็นพิเศษสำหรับการเยี่ยมของผู้ดูแลเดินทางรวมทั้งการประชุมใหญ่ประจำปีซึ่งจัดโดยสำนักงานสาขาของสมาคมวอชเทาเวอร์ในวาโคอาส มอริเชียส. วาระเหล่านี้เป็นโอกาสที่พวกเขาชื่นชมยินดีอย่างแท้จริงในความหมายของถ้อยคำที่ยะซายา 42:10 ที่ว่า “ให้คนทั้งหลายที่ลงไปยังทะเลและคนทั้งหลายที่อยู่ในทะเลนั้น ให้หมู่เกาะทั้งหลาย และบรรดาคนที่อยู่บนเกาะนั้น ร้องเพลงบทใหม่ถวายพระยะโฮวาและสรรเสริญพระองค์ตั้งแต่ปลายแผ่นดินโลกมา.”
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตัวแทนจากสำนักงานสาขาเดินทางไปเกาะต่าง ๆ เพื่อเยี่ยมตามประชาคมและจัดการประชุมพิเศษวันเดียวอันเป็นชุดการประชุมประจำปีซึ่งมีอรรถบทว่า “จงเป็นคนบริสุทธิ์ในการประพฤติทั้งสิ้น” อาศัย 1 เปโตร 1:15. ที่จะไปให้ทั่วถึงพื้นที่อันกว้างใหญ่ของมหาสมุทรได้ การเดินทางส่วนมากจึงไปทางอากาศ—บางครั้งโดยเครื่องบินไอพ่นขนาดใหญ่ แต่บ่อยครั้งอาศัยเครื่องบินที่เล็กกว่ามากซึ่งขับเคลื่อนด้วยใบพัด. นอกจากนั้น ยังใช้เรือขนาดกลาง และเรือบดด้วย. เชิญมาด้วยกันกับเรา และดูว่าชาวเกาะในมหาสมุทรอินเดียอันห่างไกลได้ยินข่าวดีอย่างไร!
โรดริเกส—จุดแวะแห่งแรก
หลังจากเดินทางด้วยเครื่องบินชั่วโมงครึ่งจากมอริเชียส เราก็มองเห็นแนวปะการัง. แนวปะการังนั้นเป็นขอบด้านนอกของทะเลสาบน้ำเค็มขนาดใหญ่ล้อมรอบพื้นดินจุดเล็ก ๆ ในมหาสมุทรอินเดีย. นี่เป็นจุดแวะแห่งแรกของเราคือเกาะโรดริเกส.
สนามบินถูกสร้างขึ้นบนพื้นซึ่งถมด้วยปะการังที่ยื่นออกไปในทะเล เรียกว่า ปวนต์ คอเรอิล. ในพื้นที่แถบนี้หินปะการังมีขนาดหนามากกระทั่งสามารถเลื่อยเป็นก้อน ๆ สำหรับใช้ในการก่อสร้างได้. รถโดยสารคันเล็ก ๆ พาเราผ่านถนนแคบ ๆ และคดเคี้ยวจากสนามบินมายังพอร์ต มาทูแรนเมืองสำคัญ. ณ จุดหนึ่ง เราสามารถมองข้ามเกาะไปเห็นโขดหินปะการังซึ่งอยู่ในระยะไกล อีกทั้งเห็นทะเลสาบน้ำเค็มสีน้ำเงิน และแนวหินชายฝั่งทะเล. เนื่องจากเพิ่งจะสิ้นฤดูฝน ตามไหล่เขาจึงมีหญ้าอ่อน ๆ ขึ้นปกคลุมอยู่ประปราย ทั้งฝูงปศุสัตว์ แกะและแพะจำนวนมากกำลังกินหญ้าอยู่ตามไหล่เขา.
หอประชุมราชอาณาจักรเล็ก ๆ และประณีตในใจกลางเมืองพอร์ต มาทูแรนถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับการประชุมพิเศษวันเดียว. การงานในโรดริเกสเริ่มต้นในปี 1964. ปัจจุบันนี้ ท่ามกลางประชากรจำนวน 37,000 คน มีผู้ประกาศข่าวดี 36 คน. น่ายินดีอย่างยิ่งที่เห็นผู้เข้าร่วมประชุมถึง 53 คนและชายหนุ่มอายุ 18 ปีรับบัพติสมา. มารดาของเขา แม้ว่าจะไม่สามารถอ่านหรือเขียนได้ แต่ก็รับเอาความจริงตั้งแต่ปี 1969 และเธอยังรับใช้พระยะโฮวาอยู่ทั้งที่มีการต่อต้านจากครอบครัว. บัดนี้ลูกสองคนของเธออุทิศตัวแด่พระยะโฮวาแล้ว.
หลังการประชุม เราใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ประกาศที่เกาะนั้น. เราใช้ภาษามอริเชียส เครโอลของเรา เพราะเป็นภาษาที่พูดกันในโรดริเกสเช่นกัน. การเดินทางด้วยรถโดยสารและด้วยเท้าก็พาเรามาถึงเขตทำงาน—หุบเขาเขียวชอุ่มทอดตัวลาดจากเขาสูงไปตามถนนลงสู่ทะเลเบื้องล่าง. เป็นภาพที่งดงามอะไรเช่นนี้—มีทะเลสาปน้ำเค็บสีคราม, แนวปะการังสีขาว, และมหาสมุทรสีน้ำเงินเข้มเป็นฉากหลัง! เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่าเพราะได้อากาศที่บริสุทธิ์ไร้มลพิษ เราจึงพร้อมจะไปกัน.
เราไปตามทางเดินแคบ ๆ ผ่านทุ่งนาและเดินลดเลี้ยวตามธารน้ำซึ่งพาเราไปถึงบ้านเล็ก ๆ หลายหลังที่อยู่ในหุบเขา. ทุก ๆ บ้านต้อนรับเราอย่างอบอุ่นและเราสามารถพูดคุยกับเจ้าของบ้านเกี่ยวกับพระพรทางราชอาณาจักรซึ่งจะมาในไม่ช้า. ไม่นานเท่าไรเราก็เดินทางไกลลงมาในหุบเขา และถึงเวลาที่จะกลับบ้าน. ทั้งนี้หมายความว่าเราต้องปีนป่ายอีกและเดินเป็นเวลาหลายชั่วโมง แต่ความเอื้อเฟื้อของคนในท้องถิ่นเป็นสิ่งที่ช่วยพวกเรา—เราได้รับการเสนอให้โดยสารบนที่นั่งด้านหลังรถจี๊ปคันหนึ่ง.
หลังจากการเดินทางที่เหนื่อยอ่อน เราดีใจที่ได้กลับบ้านพักเบเธลอันสวยงามและสุขสบายในวาโคอาส. การประชุมพิเศษสองวันจัดขึ้นที่ศาลาประชุมของท้องถิ่น. ในวันแรก มีผู้มาร่วม 760 คน. พวกเขามาจากครึ่งหนึ่งของ 12 ประชาคมในเกาะแห่งนี้. วันต่อมา เราเข้าร่วมการประชุมรายการซ้ำกันสำหรับอีกหกประชาคมโดยมีผู้เข้าร่วม 786 คน. ตลอดสัปดาห์นั้น มีผู้รับบัพติสมาใหม่สี่คน. มีไพโอเนียร์พิเศษ 30 คน และไพโอเนียร์ประจำ 50 คนซึ่งนำข่าวดีไปให้ชาวเกาะเหล่านี้.
เซเชลส์ที่อยู่ไกลออกไป
ไม่นานก็ถึงเวลาที่เราจะเดินทางด้วยเครื่องบินอีกครั้งหนึ่ง โดยมุ่งไปทางเหนือเป็นระยะทางกว่า 1,600 กิโลเมตร ผ่านท้องทะเลไปยังเกาะมาเฮในหมู่เกาะเซเชลส์ เรียกชื่อในภาษาเครโอลว่า ชอล เอลวานีน เซซัล หมายถึง “เกาะเซเชลส์ที่อยู่ไกลออกไป.” เนื่องจากระยะทางไกล สำนักงานสาขาสามารถจัดให้มีการเยี่ยมได้ปีละสองครั้งเท่านั้น. การประชุมพิเศษและการประชุมหมวดได้รับการจัดขึ้นสามวันติดต่อกันในฤดูใบไม้ผลิ. การประชุมภาคจะจัดขึ้นในเวลาต่อมาภายในปีนั้น. ขณะนี้เป็นช่วงกลางเดือนตุลาคม เรามาที่นี่เพื่อร่วมการประชุมภาค ซึ่งจะต่อด้วยการเยี่ยมประชาคมนานหนึ่งสัปดาห์. ที่นี่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เราใช้ภาษามอริเชียส เครโอล.
พี่น้องซึ่งมาจากเกาะที่อยู่ใกล้อย่างเกาะปราแลน และเกาะลาดีกก็มาถึงแล้ว. น่าตื่นเต้นเสียจริงที่มีตัวแทนมาจาก 12 ชาติ! สถานที่ประชุมหมวดเป็นหอประชุมราชอาณาจักรของท้องถิ่น ดัดแปลงมาจากโรงรถขนาดใหญ่หลังบ้านพยานฯคนหนึ่ง. เนื่องจากมีพี่น้องชายเพียงหกคนเท่านั้นรวมทั้งแขกที่มาที่มีคุณวุฒิเพื่อทำส่วนในรายการ บางคนได้รับสิทธิพิเศษในการให้คำบรรยายหลายครั้งตลอดสี่วัน. ผู้ประกาศ 81 คนรู้สึกตื่นเต้นจริง ๆ ที่เห็นถึง 216 คนมาประชุมในวันสุดท้ายของการประชุมภาค.
พอเสร็จการประชุมภาค เราเดินทางด้วยเรือไปยังปราแลน ขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของมาเฮเป็นระยะทาง 40 กิโลเมตร. เรือที่มีขนาดยาว 18 เมตรนี้ทำจากต้นทากามาฮัก. เรือรูปทรงสง่างามนี้สามารถรับผู้โดยสารได้ 50 คน และบรรทุกของหนักได้ประมาณ 40 ตัน. ขณะที่เราออกจากท่าเรือที่มาเฮและหันหัวเรือไปยังปราแลนซึ่งเป็นเป้าหมายหลัก เรารู้สึกถึงแรงขับเคลื่อนของเครื่องยนต์ดีเซลบวกกับแรงจากใบเรือสีขาวที่ปลิวสะบัดจากเสากระโดงเรือสองเสา.
สองชั่วโมงครึ่งต่อมา เราอ้อมแหลมที่เต็มไปด้วยหินเพื่อจะเข้าสู่อ่าวที่มีพื้นน้ำสงบสวยงามของเซนต์ แอน. เมื่อเราก้าวขึ้นสะพานเทียบเรือซึ่งเป็นแนวยาว เราเห็นพี่น้องของเรากำลังรออยู่. บนเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้มีผู้ประกาศ 13 คน และอีก 8 คนเป็นผู้มาเยือนจากที่ต่าง ๆ. ดังนั้นจึงน่าตื่นเต้นอย่างยิ่งเมื่อเราเห็นหอประชุมเล็ก ๆ เต็มด้วยคนถึง 39 คนที่มาฟังคำบรรยายพิเศษ. ช่างมีศักยภาพในการเติบโตที่ดีอะไรเช่นนี้!
ขณะอยู่ที่ปราแลน เราต้องไปเที่ยวที่วาลีเดอแมที่สวยงาม. ที่นี่เป็นแหล่งของต้นปาล์มโคโคเดอแมร์ ซึ่งให้เมล็ดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แต่ละเมล็ดหนักถึง 20 กิโลกรัม. ใต้ร่มเงาเขียวชอุ่มเย็นสบายของป่าแห่งนี้ เราเห็นดงต้นปาล์มซึ่งมีทุกระยะของการเติบโต. ตามข้อความในแผ่นพับสำหรับนักท่องเที่ยวกล่าวว่า ต้นปาล์มที่สูงที่สุดวัดได้ 31 เมตรเมื่อวัดครั้งสุดท้ายในปี 1968. ต้นที่สูง ๆ เหล่านี้บางต้นมีอายุกะประมาณว่าถึง 800 ปี. กว่าต้นปาล์มพันธุ์นี้จะให้ผลกินเวลาถึง 25 ปีและต้องใช้เวลาอีก 7 ปีกว่าผลของมันจะสุกเต็มที่. จึงไม่ต้องสงสัยที่ในแผ่นพับเตือนว่า “ถ่ายรูปเท่านั้น ทิ้งไว้ก็เฉพาะรอยเท้า.”!
ตอนเจ็ดโมงเช้า เราลงเรือไปยังเกาะเล็ก ๆ ชื่อลาดีก. มีเรือลำเล็ก ๆ มากมายจอดออกันอยู่รอบ ๆ ท่า. เรือเหล่านี้เป็นสื่อที่สำคัญในการติดต่อระหว่างชาวเกาะ 2,000 คนกับโลกภายนอก. สามีภรรยาสูงอายุซึ่งมาจากสวิตเซอร์แลนด์อยู่ที่เกาะเหล่านี้ตั้งแต่ปี 1975 มาพบเรา. แทนที่จะนั่ง “แท็กซี” เกวียนเทียมวัว เราเดินไปตามชายหาดที่มีหินแกรนิตสีชมพูอันน่าประทับใจซึ่งถูกทำให้เรียบเนื่องจากฝนและน้ำทะเล. หลังจากทานอาหารเช้าแล้ว เรามุ่งหน้าไปยังบ้านผู้สนใจบางคนโดยข้ามเขตสงวนเล็ก ๆ ที่นั่นมีนกกินแมลงสีดำที่หายากซึ่งกำลังฟักไข่. มีสิบสามคนมาประชุมเพื่อฟังคำบรรยายในภาษาเครโอล. เราพบชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งได้จัดการสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้การสมรสของเขาถูกต้องตามกฎหมายเพื่อว่าพวกเขาจะสามารถก้าวหน้าฝ่ายวิญญาณได้. จริงทีเดียว พระยะโฮวาทรงนำสิ่งน่าปรารถนาแห่งทุกชาติเข้ามาแม้ในหมู่เกาะที่อยู่ห่างไกลมากเช่นนี้ก็ตาม.
กลับไปที่เรอูนียง
เรอูนียงเป็นเกาะที่ได้รับการพัฒนามากที่สุดที่เราแวะเยี่ยมในการเดินทางเที่ยวนี้. ขณะที่เราเข้าไปใกล้ ๆ เกาะ เราเห็นทางหลวงถึงสี่ช่องทางวิ่ง การจราจรแออัดเนื่องจากรถที่วิ่งมาจากแซง-เดอนีซึ่งเป็นเมืองหลวง. ที่ว่างระหว่างทะเลกับภูเขาเต็มไปด้วยอาคารสูงหลายชั้น. เกาะแห่งนี้เป็นบ้านสำหรับประชากรราว 580,000 คนและเป็นเขตทำงานที่นี่เกิดผลดีในงานให้คำพยานเรื่องราชอาณาจักร. (มัดธาย 9:37, 38) ขณะนี้มีผู้ประกาศข่าวดีที่แข็งขันราว 2,000 คนใน 21 ประชาคม.
การประชุมพิเศษวันเดียวจัดขึ้นที่สนามกีฬาในร่ม. เรามีความยินดีเห็น 3,332 คนมาร่วมประชุม และน่าตื่นเต้นสักเพียงไรที่มีถึง 67 คนเสนอตัวเพื่อรับบัพติสมา! หลังจากเพลิดเพลินกับการพบปะมิชชันนารีบนเกาะนั้นแล้ว เราก็มุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางของเราต่อไป.
มายอต—เกาะแห่งน้ำหอม
หลังจากเดินทางเป็นเวลาสองชั่วโมง เครื่องบินไอพ่น 40 ที่นั่งก็ร่อนลงที่สนามบินปามานซี ซึ่งอยู่บนเกาะเล็ก ๆ ที่มีทางหลวงยาว 1.9 กิโลเมตรเชื่อมต่อไปถึงซาออดซีเมืองหลวงของมายอต. ฟ้าสีคราม, ก้อนเมฆขาว, ไหล่เขาเขียวขจี, และทะเลสีน้ำเงินเข้มทำให้เกิดภาพของอุทยานอันสงบสุขในเขตร้อน. นับว่าเหมาะที่มายอตมีชื่อเรียกเล่น ๆ ว่าเกาะแห่งน้ำหอมเนื่องจากกลิ่นอันหอมหวลยิ่งของต้นอิลัง-อิลัง. หัวน้ำหอมที่สกัดจากดอกของต้นไม้นี้จะถูกส่งไปยังฝรั่งเศสเพื่อทำเป็นน้ำหอมที่มีชื่อของโลก.
จากนั้นเราเดินทางด้วยเรืออีก 15 นาทีเพื่อไปยังเกาะหลัก. เมื่อรับเครื่องดื่มที่บ้านพักมิชชันนารีแล้ว เราได้รับเชิญเข้าร่วมการศึกษาหนังสือปกแข็งซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของเกาะไกลออกไป 19 กิโลเมตร. นี้จึงเป็นการสิ้นสุดการคาดหมายของเราที่จะเยี่ยมอย่างสบาย ๆ! เราขึ้นรถจี๊บไม่มีหลังคานั่งด้วยความหวาดเสียวไปตามถนนแคบ ๆ. ดูเหมือนเราเกือบจะชนผู้คน วัวและยวดยานอื่น ๆ แต่คนขับรถชาวฝรั่งเศสรู้จักเส้นทาง. ไม่นานนัก เราก็มาถึงชิคอนีและเราพบครอบครัวซึ่งใช้บ้านของเขาเป็นที่ศึกษา.
พ่อบ้านซึ่งเคยเป็นมุสลิมมาก่อน แนะนำให้เรารู้จักลูก ๆ ทั้งแปดคนของเขา. ลูกชายคนเล็กสุดของเขาอายุสี่ขวบ ทำสิ่งหนึ่งต่อเราซึ่งภายหลังเราทราบว่าเป็นธรรมเนียมในการต้อนรับ. เขาวางหลังมือข้างหนึ่งของเขาบนฝ่ามืออีกข้างหนึ่งและยืนกุมมืออยู่อย่างนั้นอยู่ต่อหน้าเรา. ทีแรกเราลองสัมผัสมือกับเขา จากนั้นภรรยาของผมลองเอามือของเขามาวางบนศีรษะของเธอ. เพื่อนตัวน้อยของเราที่มีดวงตากลมโตรอด้วยความอดทน ไม่ต้องสงสัย เขาคงประหลาดใจว่าเรากำลังทำอะไร. ในที่สุดเราก็จับจุดได้—เราจึงวางมือของเขาบนศีรษะของเขา. การศึกษาเริ่มต้นด้วยผู้เข้าร่วม 14 คน. เมื่อผ่านไปได้ครึ่งเรื่อง ผู้สนใจคนหนึ่งเข้ามาและจับมือกับทุก ๆ คน. ดูเหมือนว่านี้เป็นธรรมเนียมอย่างหนึ่งเช่นกันของพวกเขา.
ตอนขากลับผ่านชนบทที่มืดทึบ เราเห็นค้างคาวชนิดที่กินผลไม้ตัวใหญ่มาก กำลังพากันบินไปยังต้นไม้เพื่อหาอาหารมื้อค่ำของพวกมัน. นอกจากนั้น เรายังได้กลิ่นหอมของขนุนซึ่งค่อนข้างฉุนที่หล่นตามถนนอันคดเคี้ยว อีกทั้งกลิ่นหอมหวลของมะม่วง, มะละกอ, และฝรั่ง. ที่นี่เป็นที่อาศัยของลีเมอ สัตว์ที่มีลักษณะคล้ายลิงตัวเล็ก ๆ ใบหน้าเหมือนสุนัขจิ้งจอกและหางยาวขดเป็นวงใช้ยึดเกาะได้. ขณะที่เราวนอยู่รอบ ๆ ยอดเขา เราได้เห็นภาพที่น่าตื่นเต้นยิ่ง. ดวงจันทร์เต็มดวงสีแดงส้มเพิ่งจะโผล่ขึ้นจากอ่าว ทอดเงาระยิบระยับสะท้อนอยู่ในพื้นน้ำนิ่งสงบ. แม้แต่คนขับรถของเราก็ยังขับช้าลงเพื่อจะชื่นชมภาพนี้. ตลอดการเดินทางต่อจากนั้น เรามองหาภาพนั้นทุก ๆ ครั้งที่ถนนเปลี่ยนทิศทาง.
เช้าวันต่อมาเราไปประกาศกับพวกมิชชันนารี. รายแรก เราเยี่ยมชายหนุ่มซึ่งเป็นครูและพูดภาษาฝรั่งเศสได้ดี. เขานั่งลงบนพื้น และเรานั่งบนเตียงของเขา. การศึกษารายต่อจากนั้นก็เป็นชายหนุ่มเช่นกัน และเขาเชิญเราให้นั่งลงบนเสื่อที่ปูบนพื้นห้องเล็ก ๆ ของเขา. สักครู่หนึ่งเราเริ่มอึดอัด ทั้งที่พยายามจะไม่สนใจว่าขาของเราเป็นเหน็บและเหงื่อกำลังไหลย้อยที่หลังของเรา. พร้อมกับเสียงดังหนวกหูของเพลงสมัยนิยมล่าสุดจากวิทยุของบ้านถัดไป ไม่ง่ายเลยที่จะมีสมาธิในการศึกษา ซึ่งใช้ภาษาฝรั่งเศสบ้างและภาษามาฮอเรียนบ้าง.
รายเยี่ยมสุดท้ายเป็นชายหนุ่มจากหมู่เกาะคอมอโรที่อยู่ใกล้เคียง. เขาขอโทษที่พูดภาษาฝรั่งเศสได้ไม่ดี เขาหยิบจุลสารออกมา และพร้อมจะเริ่มเรียน. พอมิชชันนารีอธิบายต่อบางเรื่องให้ข้าพเจ้าฟัง เขาขัดจังหวะและพูดว่าเขาจะอ่านวรรคต่อไป. เขาใช้วิธีสุภาพเพื่อบอกให้เราเงียบ. ผู้คนเหล่านี้เป็นมุสลิม แต่พวกเขาหยั่งรู้ค่าจริง ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่เขากำลังเรียนจากคัมภีร์ไบเบิล.
เราสงสัยว่าทำไมจึงมีแต่หนุ่ม ๆ หลายคนศึกษา แต่มีแม่บ้านและเด็กผู้หญิงน้อยคนศึกษา. เราได้รับการชี้แจงว่าเรื่องนี้เป็นผลที่มาจากขนมธรรมเนียบของสังคมและของครอบครัว. เนื่องจากการมีคู่หลายคนเป็นที่ยอมรับของศาสนาและสังคม อีกทั้งภรรยาแต่ละคนจะอยู่ในบ้านของเธอเอง อิทธิพลจากพ่อจึงน้อยมาก แม่จึงเป็นผู้ควบคุม. นอกจากนั้น เรายังได้เรียนอีกว่าตามธรรมเนียมแล้วลูกสาวยังคงอยู่ที่บ้านแม่จนกระทั่งเธอแต่งงาน. ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ชายจะละจากบ้านเมื่อเริ่มวัยหนุ่มและสร้างบังกา ของเขาเองซึ่งเป็นกระท่อม หรืออาศัยอยู่ในบังกา ของเด็กผู้ชายคนอื่น ๆ. ภายใต้สภาพแวดล้อมเช่นนี้ชายหนุ่มจึงเป็นอิสระในการศึกษาหากเขาต้องการ แต่เด็กผู้หญิงไม่กี่คนที่มีเสรีภาพเช่นนั้น.
วันอาทิตย์เป็นการประชุมพิเศษวันเดียว. อากาศตอนเริ่มต้นปลอดโปร่งดี แต่พอตอนเที่ยงวันก้อนเมฆรวมตัวกัน และไม่ช้าฝนห่าใหญ่ก็ตกลงมา. ดูเหมือนไม่มีใครสนใจมากเท่าไร เพราะฝนเพียงแต่ทำให้สิ่งต่าง ๆ เย็นลง. ที่นี่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เราเห็นความอุดมบริบูรณ์ฝ่ายวิญญาณเมื่อผู้ประกาศและไพโอเนียร์ 36 คนชื่นชมยินดีที่เห็น 83 คนเข้าร่วมประชุมและมีผู้รับบัพติสมาใหม่ 3 คน.
การออกหนังสือเล่มเล็กชื่อเพลิดเพลินกับชีวิตบนแผ่นดินโลกตลอดไป! ในภาษาของพวกเขาเป็นเหตุการณ์สำคัญ. นี่ไม่ใช่เพียงหนังสือในภาษามาฮอเรียนของสมาคมวอชเทาเวอร์เล่มเดียว แต่เป็นสรรพหนังสือชนิดเดียวในภาษานั้นจนถึงขณะนี้. หนังสือนี้มีตัวอักษรอะราบิกเขียนอยู่ใต้อักษรโรมัน. ประชาชนเรียนตัวอักษรของภาษาอะราบิกในโรงเรียนแต่ไม่ได้เรียนภาษาอะราบิก. พวกเขาสามารถท่องจำคำอธิษฐานในภาษาอะราบิกและอ่านคัมภีร์กุรอ่านในภาษาอะราบิก กระนั้นก็ตาม พวกเขาไม่เข้าใจสิ่งที่เขากล่าวออกมา. ขณะที่เขาอ่านตัวอักษรอะราบิกในหนังสือเล่มเล็กนี้ พวกเขารู้สึกประหลาดใจเพราะเขาสามารถเข้าใจได้. แท้จริงแล้วสิ่งที่เขาอ่านเป็นภาษามาฮอเรียนของเขาเอง ซึ่งเขียนการออกเสียงคำศัพท์ด้วยตัวอักษรอาระบิก. น่าชื่นชมยินดีที่เห็นใบหน้าของพวกเขาเบิกบานยินดีเพราะเขาเข้าใจความหมายในสิ่งที่เขากำลังอ่าน.
เป็นการง่ายที่จะเสนอจุลสารแก่ประชาชน. ในหมู่บ้านบริเวณรอบนอกแห่งหนึ่ง มีผู้ชายเข้ามาหาเราขณะที่เรากำลังประกาศให้สตรีผู้หนึ่งฟัง. เขาเริ่มพูดกับพี่น้องชายของเราอย่างขึงขังในภาษามาฮอเรียน. สำหรับพวกเราดูเหมือนเขาเป็นคนที่ต่อต้านมาก. ชายคนนี้พูดต่อไปอีกพักหนึ่งพร้อมกับออกท่าทางมากมาย. ต่อมาพี่น้องอธิบายว่าชายผู้นี้กำลังต่อว่าว่า “คุณคาดหมายให้เราจำสิ่งต่าง ๆ ที่คุณบอกเราโดยการมาเยี่ยมเพียงปีละครั้งเท่านั้นหรือ? พวกคุณทำเช่นนี้ได้อย่างไร? คุณควรจะมาบ่อยครั้งกว่านี้เพื่อพูดคุยกับเราเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้.”
คำพูดที่หนักแน่นเอาจริงเอาจังของเขาแสดงถึงความรู้สึกของเราเช่นกัน. แน่ทีเดียวพระยะโฮวาทรงรวบรวมสิ่งที่น่าปรารถนาแห่งทุกชาติเข้ามาด้วยข่าวดีเรื่องราชอาณาจักร. แม้จะถูกแบ่งแยกด้วยมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล บรรดาชาวเกาะกำลังเข้ามาเพิ่มเสียงร้องสรรเสริญอันกึกก้องแด่พระผู้สร้างพระยะโฮวาเจ้าพระบิดาฝ่ายสวรรค์ของพวกเขา.—ฮาฆี 2:7, ล.ม.
[แผนที่หน้า 22]
(รายละเอียดดูจากวารสาร)
หมู่เกาะเซเชลส์
มหาสมุทรอินเดีย
หมู่เกาะคอโมโร
มายอต
มาดากัสการ์
มอริเชียส
เรอูนียง
โรดริเกส
[รูปภาพหน้า 24]
แหลมที่เป็นหินที่อ่าวปราแลน, เซนต์ แอนน์
[รูปภาพหน้า 25]
“แท็กซี” เกวียนเทียมวัวในลาดีก หมู่เกาะเซเชลส์
[รูปภาพหน้า 26]
ประกาศโดยใช้จุลสารเล่มใหม่ที่มายอต