ผู้ประกาศราชอาณาจักรรายงาน
“ฝูงแกะย่อมฟังเสียงของท่าน”
▫ พระเยซูตรัสว่า “ฝูงแกะย่อมฟังเสียง [ของผู้เลี้ยงแกะ] และท่านเรียกแกะของท่านตามชื่อ และนำออกไป.” (โยฮัน 10:3) พระองค์ตรัสเสริมอีกว่า “เรารู้จักแกะของเรา และแกะของเรารู้จักเรา.” (โยฮัน 10:14) ชนผู้เป็นเสมือนแกะฟังพระสุรเสียงของพระเยซู ขณะที่พระองค์ตรัสแก่พวกเขาโดยทางพระคัมภีร์. โปรดสังเกตว่าบุคคลผู้มีหัวใจสุจริตสองคนในประเทศอิตาลีได้ติดตามแนวทางนี้อย่างไร.
เขารับฟังในที่สุด
▫ อัลเบอร์โตเขียนว่า “ผมอายุ 16 ปีเมื่อผมเริ่มสูบกัญชาและกินยาแอลเอสดี และเมื่ออายุ 18 ปี ผมเสพเฮโรอินด้วย. เพื่อที่จะหายาได้ ผมทำทุกอย่างเท่าที่จะนึกได้. ผมขโมย ผมขายยาเสพย์ติด ผมหลอกต้ม ผมขายสมบัติทั้งหมดของผม. ผมเลิกไม่ได้จริง ๆ. การไปพักผ่อนต่างประเทศ อยู่ในชนบทเป็นระยะเวลานาน หรือการมีส่วนพัวพันทางการเมืองกับกลุ่มหัวรุนแรงที่มุ่งในการต่อสู้กับความอยุติธรรม—ไม่มีสักอย่างเดียวในบรรดาสิ่งเหล่านี้ช่วยได้. ผมได้ลองแต่งงานแต่ภายหลังชั่วระยะหนึ่ง ผมย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นอีก. แม้แต่การเกิดมาของลูกสาวก็ไม่ทำให้ผมเลิกจากการใช้ยาเสพย์ติด. ที่จริง เหตุการณ์แย่ลงเนื่องจากผมจำเป็นต้องใช้เงินมากขึ้นในตอนนี้. จากนั้นภรรยาได้ทิ้งผมไป และในสองปีแห่งการอยู่ตามลำพัง ผมได้เห็นลูกสาวของผมเพียงสองครั้ง. ผมหนีจากคนขายยาเสพย์ติดซึ่งผมเป็นหนี้อยู่ และหลายครั้งผมทรมานจากอาการที่เกิดขึ้นเพราะหยุดใช้ยา.
“ครั้นแล้วผมนึกถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่พยานพระยะโฮวาให้ผมเมื่อหลายปีก่อน. ผมยังมีหนังสือเล่มนั้นอยู่และเริ่มอ่านหนังสือนั้นพร้อมกับพระคัมภีร์. โดยวิธีนี้ผมจึงได้มารู้จักพระยะโฮวา พระเจ้าองค์เที่ยงแท้และผมได้อธิษฐานถึงพระองค์เพื่อได้ความช่วยเหลือ. ขณะที่ผมค่อย ๆ ปฏิบัติสิ่งที่ผมเรียนรู้นั้น อาการที่เกิดขึ้นเนื่องจากผมหยุดใช้ยานั้นเจ็บปวดน้อยลง. ผมได้งานทำ และโดยการช่วยเหลือจากพระยะโฮวา ผมได้ครอบครัวของผมกลับคืนมาอยู่ร่วมกันอีก. ผมไปหอประชุม และที่นั่นผมตระหนักว่าพยานพระยะโฮวามีสัจธรรม. เมื่อมาอยู่ร่วมกันอีก ผมกับภรรยาได้ศึกษาพระคัมภีร์กับพยานฯและในที่สุดก็ได้รับบัพติสมา. ปัจจุบันช่างเป็นความยินดีอะไรเช่นนี้ที่จะแบ่งปันความหวังของเราให้กับคนอื่น ๆ ฐานะไพโอเนียร์ประจำ.”
คำอธิษฐานของสตรีผู้มีศรัทธาได้รับคำตอบ
▫ สตรีคนหนึ่งรายงานว่า “ในปี 1958 ดิฉันมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในกิจกรรมของโบสถ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการจาริกแสวงบุญยังสถานศักดิ์สิทธิ์ของมาดอนนาแห่งความรักของพระเป็นเจ้าในกรุงโรม. ในที่สุด ดิฉันกลายเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของพระราชาคณะซึ่งเป็นเจ้าคณะแห่งกรุงโรมและมีการสนทนาเป็นส่วนตัวกับสันตะปาปาปอลที่ 5 และ จอห์น ปอลที่ 2. หลังจาก 25 ปีแห่งการจาริกแสวงบุญ ดิฉันได้รับประกาศนียบัตรแสดงคุณความดี. อย่างไรก็ดี ในที่สุด ความเชื่อของดิฉันในฐานะคาทอลิกที่มีศรัทธาแก่กล้าเริ่มคลอนแคลน. ดิฉันได้สังเกตเห็นการขโมย การหลอกต้ม ญาตินิยม และการค้าขายที่ผิดกฎหมายแบบแปลก ๆ. ดิฉันเริ่มมองเห็นคริสต์จักรอย่างทะลุปรุโปร่งในด้านต่าง ๆ กัน ขณะที่ดิฉันเห็นชัดว่ากฎหมายของพระเจ้าถูกเหยียบย่ำไว้ใต้เท้าอยู่เนือง ๆ ทีเดียว. เหตุการณ์เช่นว่ารบกวนใจดิฉัน และดิฉันได้ทูลขอพระเจ้าให้ช่วยดิฉัน เพราะดิฉันกำลังสูญเสียความเชื่อ. ดิฉันร้องไห้อยู่บ่อย ๆ.
“จากนั้น สี่ปีมาแล้ว ลูกชายของดิฉันเอาวารสารหอสังเกตการณ์ กับตื่นเถิด บางฉบับซึ่งเขาได้รับจากพยานพระยะโฮวามาให้ดิฉัน. วารสารนั้นน่าสนใจมากจนดิฉันขอเขาให้รับมาให้ดิฉันอีก. ไม่นานหลังจากนั้น ดิฉันได้พบหอประชุมของพยานพระยะโฮวา แล้วทิ้งจดหมายสั้น ๆ ไว้ที่ประตู ขอให้ใครสักคนมาเยี่ยมดิฉัน. พยานฯมาในสี่วันภายหลัง. ดิฉันเริ่มศึกษาพระคัมภีร์และทำความก้าวหน้าจนถึงขั้นรับบัพติสมา. บัดนี้ดิฉันแน่ใจว่าในที่สุดดิฉันได้พบสิ่งที่ดิฉันแสวงหาเสมอมาคือ สัจธรรม!”
ปัจเจกบุคคลเหล่านี้ฟังพระสุรเสียงของผู้เลี้ยงแกะที่ดี พระเยซูคริสต์ และ ‘ความจริงทำให้พวกเขาเป็นอิสระ.’—โยฮัน 8:32, ล.ม.
[ที่มาของภาพ 14]
Garo Nalbandian