ทำการงานของพระเจ้าตามวิธีของพระองค์ในประเทศไนจีเรีย
นั่นเป็นภาพที่น่าประทับใจ. โครงคานเหล็กกล้ากองมหึมา—มากกว่า 500 ตัน—วางกองอยู่บนท่าเทียบเรือฮุสตัน รัฐเท็กซัส เป็นแนวยาวตลอดจากปลายข้างหนึ่งไปยังปลายอีกข้างหนึ่ง. กรรมกรขนส่งสินค้าที่ท่าเรือคนหนึ่งมีภาระหน้าที่ในการลงรายการสำหรับการขนส่งสินค้าจำนวนมหาศาล. ขณะที่เขาทำงาน เขารู้สึกประหลาดใจที่เห็นว่า ของเหล่านั้นทั้งหมดตีตรา “หอสังเกตการณ์.” ในที่สุดเขาเข้าไปหาผู้ชายซึ่งทำหน้าที่ดูแลการส่งของแล้วถามว่า “หอสังเกตการณ์นี้สูงสักเท่าไร?”
ครั้นแล้วกรรมกรขนส่งสินค้าก็ได้ทราบว่าเหล็กกล้านั้นจะไม่ถูกสร้างเป็นหอสังเกตการณ์จริง ๆ. แทนที่จะเป็นเช่นนั้น เหล็กนั้นจะถูกส่งไปยังเมืองอิกิเอดูมา ประเทศไนจีเรีย อันเป็นที่ซึ่งจะมีการใช้เหล็กนั้นในการก่อสร้างกลุ่มอาคารสาขาใหม่สำหรับสมาคมว็อชเทาเวอร์ [หอสังเกตการณ์]—เมืองเล็ก ๆ จริงตามตัวอักษรในใจกลางป่าดงดิบแอฟริกา.
หกปีมาแล้วสถานที่ก่อสร้าง ณ เมืองอิกิเอดูมาเดิมทีเป็นป่าพุ่มไม้ที่หนาทึบและมีต้นยาง. ปัจจุบันบริเวณนั้นได้รับการดูแลเอาใจใส่ และสวยงาม มีดอกไม้ สวน และสวนธรรมชาติที่มีกวางด้วยซ้ำ! กระนั้น โรงพิมพ์ขนาดใหญ่กว่าที่ดินทั้งผืนที่สาขาแต่ก่อนในลากอสตั้งอยู่ในบริเวณนั้น. ภายในโรงงาน เครื่องพิมพ์สามเครื่องทำงาน ซึ่งเครื่องหนึ่งสามารถผลิตวารสารได้ 17,000 ฉบับต่อชั่วโมง. อาคารบ้านพักอาจจัดที่อาศัยให้มากกว่า 400 คน. อาคารบริการรับใช้มีห้องอาหารและห้องครัวขนาดใหญ่ อีกทั้งสถานพยาบาลและห้องทันตกรรมด้วย. มีการประปาและระบบระบายของเสีย. โรงไฟฟ้าที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์กำเนิดไฟฟ้า. มีหอประชุม อาคารสำนักงาน และหน่วยดับเพลิง. คุณจะพบถนนและโคมไฟตามถนนด้วย. ไม่แปลกเลย ประชาชนจึงเรียกกลุ่มอาคาเบเธล ณ อิกิเอดูมาว่าเป็นเมือง. และเมืองนั้นถูกสร้างขึ้นตลอดทั้งหมดโดยคนงานอาสาสมัครที่ไม่รับค่าตอบแทน และได้รับเงินทุนจากการบริจาคแบบเสนอให้เอง.
การขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ขณะที่เบเธลนี้ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในไนจีเรียก็ตาม ก็ใช่ว่าเป็นแห่งแรกไม่. สำนักเบเธลแรกจัดตั้งขึ้นโดยบราเดอร์วิลเลียม อาร์. บราวน์ ผู้ซึ่งย้ายมายังเมืองลากอสพร้อมกับภรรยาและลูกสาวในปี 1930. ห้องเช่าไม่กี่ห้องที่พวกเขาอยู่นั้นใช้เป็นสำนักงานใหญ่ของสาขาทางแอฟริกาตะวันตกของสมาคมซึ่งสมัยนั้นดูแลงานราชอาณาจักรในไนจีเรีย, กานา, และเซียรา เลโอน. ครั้งนั้น มีผู้ประกาศข่าวดีที่ปฏิบัติงานเพียงเจ็ดคนเท่านั้นในประเทศไนจีเรีย.
ไบเบิล บราวน์ ตามที่เขาเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางนั้นเป็นผู้ประกาศข่าวดีที่กระฉับกระเฉงและกล้าหาญ. เพราะไม่เคยจุใจกับการนั่งในสำนักงานเป็นเวลานาน เขาจึงตระเวนไปทั่วประเทศโดยรถยนต์และรถไฟ บรรยายปาฐกถาสาธารณะ และจำหน่ายสรรพหนังสือจำนวนมหาศาล.
ขณะที่ข่าวสารราชอาณาจักรอันทรงพลังงอกรากในจิตใจและหัวใจที่ตอบรับ ผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ กลายมาเป็นผู้ประกาศราชอาณาจักรที่ร้อนรน. ทศวรรษต่อจากนั้น เป็นเหมือนช่วงเวลาในศตวรรษแรกในกรุงยะรูซาเลมคราวเมื่อ “พระคำของพระเจ้าเจริญขึ้น และศิษย์ก็ได้ทวีขึ้นเป็นอันมาก.” (กิจการ 6:7) พอปี 1940 จำนวนผู้สรรเสริญพระยะโฮวาที่ปฏิบัติงานในไนจีเรียได้พุ่งพรวดขึ้นจาก 7 คนมาเป็น 1,051 คน.
‘คนจิ๋วได้เพิ่มเป็นจำนวนพัน’ แต่นี้เป็นเพียงการเริ่มต้น. (ยะซายา 60:22, ล.ม.) ในปี 1947 สมาคมได้ส่งมิชชันนารีที่ได้รับการอบรมจากกิเลียดสามคนไปยังลากอส. แอนโธนี แอ็ทท์วูด หนึ่งในคนเหล่านี้ยังคงปฏิบัติงานในหน้าที่มอบหมายของเขาอยู่. เขาหวนรำลึกถึงเบเธลในสมัยนั้นว่า “เป็นห้องเช่าอยู่บนร้านรองเท้า. มีสามห้องนอน ห้องนั่งเล่น/สำนักงาน และห้องอาหาร. บราเดอร์กับซิสเตอร์บราวน์และครอบครัวของเขาอยู่สองห้องนอน และเรามิชชันนารีสามคนอัดกันอยู่ในห้องนอนที่สาม. มีที่พอสำหรับเตียงเดี่ยวสามเตียงและตู้เสื้อผ้าที่ติดอยู่กับฝาผนัง.”
ความจำเป็นที่จะมีห้องมากขึ้นเป็นเหตุให้ต้องย้ายไปยังอาคารสามชั้นในปี 1948. ตอนนั้นจำนวนผู้ประกาศในไนจีเรียได้บรรลุถึง 6,825 คน. แปดปีภายหลัง จำนวนนี้ได้เพิ่มขึ้นเป็นสามเท่า ดังนั้น เบเธลต้องย้ายไปยังโชโมลู เมืองลากอสอีก. ณ ที่นั่น เป็นครั้งแรกในประเทศไนจีเรีย สมาคมได้สร้างสำนักเบเธลของตนเองขึ้น เป็นอาคารมีแปดห้องนอนบนที่ดินเนื้อที่เกือบสี่ไร่. เทศบาลตั้งชื่อทางนั้นว่าถนนว็อช เทาเวอร์. ในสวนมีต้นไม้หลายชนิด รวมทั้งต้นมะพร้าว มะนาว สาเก อะโวคาโด และมะม่วง. แต่ตลอด 33 ปีถัดไป มีการต่อเติมและขยายอาคาร. พอถึงกลางทศวรรษปี 1970 อาคารครอบคลุมที่ดินเกือบทั้งหมด. จำเป็นต้องมีการย้ายอีก.
เหตุการณ์ที่จำได้เกี่ยวกับการก่อสร้าง
ทีแรก มีการพบที่ดินผืนหนึ่งเนื้อที่ 192 ไร่ ที่อ็อตตา ทางเหนือของลากอส. แต่ปัญหาต่าง ๆ ขัดขวางการดำเนินการอยู่เรื่อย ๆ. ในที่สุด ก็ปรากฏชัดว่าไม่ใช่พระทัยประสงค์ของพระยะโฮวาที่เราจะย้ายไปที่นั่น. จากนั้นการสืบหาที่ดินได้แผ่ไปตลอดทั่วภาคใต้ของประเทศ และในปี 1983 สมาคมก็หาซื้อได้ที่ดินเนื้อที่ 354 ไร่ ณ เมืองอิกิเอดูมา ในรัฐเบนเดล.
ตลอดหกปีถัดไป งูเหลือมกับงูเห่าย้ายออกไปขณะที่พวกพี่น้องกับอุปกรณ์จำนวนมากย้ายเข้ามา. การท้าทายที่สำคัญต่องานก็คือ เป็นเรื่องยาก หรือแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะซื้อเครื่องมือเครื่องไม้และวัสดุก่อสร้างส่วนใหญ่ในท้องถิ่น. ความช่วยเหลือจากภายนอกเป็นสิ่งจำเป็น. ดังนั้น ได้มีการเชิญทีมงานพยานฯในสหรัฐให้หา ซื้อ และขนส่งวัสดุต่าง ๆ. เทอร์รี ดีน ผู้ประสานงานของการดำเนินงานที่ใหญ่โตนี้ เล่าว่า “สิ่งที่ทำให้โครงการนั้นเป็นเรื่องใหญ่มหาศาลก็คือต้องมีการส่งแทบทุกสิ่งเข้ามาในประเทศทีเดียว. พวกพี่น้องในไนจีเรียบอกเราว่าวัสดุก่อสร้างอย่างเดียวที่พวกเขามีอยู่คือทราย ปูนซีเมนต์และน้ำเท่านั้น!”
นับว่าดีที่วัสดุสำคัญ ๆ พอจะหามาได้ เนื่องจากงานก่อสร้างใช้ปูนซีเมนต์หมดไป 7,500 ตัน, ทราย 55,000 ตัน, และกรวด 35,000 ตัน. ไม้จำนวนมากมายพอจะหาได้ด้วย. ถึงกระนั้น ตลอดห้าปีถัดไป มีการส่งวัสดุต่าง ๆ จากสหรัฐ 5,000 ตัน มากพอที่จะบรรจุตู้ขนส่งสินค้า 374 ตู้ ซึ่งหากเอามาวางเรียงกันตามยาวก็จะมีระยะทางถึง 3.5 กิโลเมตร!
สาขาอื่น ๆ บริจาคสิ่งของที่จำเป็นอย่างใจกว้างด้วย. อังกฤษจัดเตรียมระบบไฟฟ้าทั้งหมดให้ รวมทั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดมหึมาหกเครื่องเพื่อให้พลังงานแก่ระบบนั้น. สวีเดนบริจาคปั้นจั่นสูงหนึ่งเครื่อง รถแทรกเตอร์ เครื่องขุดดิน รถบรรทุก เครื่องมือต่าง ๆ อุปกรณ์การครัว และชุมสายโทรศัพท์. เมื่อร้านขายเครื่องโลหะร้านหนึ่งปิดเพื่อจะขายร้าน พี่น้องชาวสวีเดนได้ซื้อแล้วส่งของทั้งหมดไปยังไนจีเรีย. มีแต่ของอย่างเดียวเท่านั้นจากร้านที่พวกเขาไม่ได้ส่งไปคือ พลั่วตักหิมะ—ใช้ประโยชน์ในสวีเดนได้มากกว่าในแอฟริกาแน่ ๆ!
แน่ละ พยานฯในท้องถิ่นได้บริจาคตามความสามารถของเขาด้วย. พยานฯมากกว่า 125,000 คนได้แสดงการสนับสนุนของตนต่อโครงการนั้นโดยการมายังสถานที่ก่อสร้างระหว่างการก่อสร้างนั้น. หลายคนช่วยเหลือทางด้านการเงิน. เงินบริจาครายหนึ่งจำนวน 5 บาท มาจากเด็กชายวัยเจ็ดขวบ. เขาได้เงินมาอย่างไร? พ่อให้มันเทศหัวหนึ่งแก่เขาเพื่อเอาไปต้มกิน เด็กชายกลับเก็บมันเทศนั้นไว้ แล้วปลูกในระหว่างฤดูที่เหมาะ. ภายหลังเขาได้เก็บเกี่ยว แล้วขายมันเทศของเขาและบริจาคเงินนั้นสำหรับโครงการที่อิกิเอดูมา.
พยานพระยะโฮวาคนอื่น ๆ ได้อุทิศความชำนาญของตน กระทั่งฝึกคนอื่น ๆ ให้รอบรู้ในทักษะเกี่ยวกับการก่อสร้าง. หลายคน ครั้งหนึ่งมีถึง 500 คน ได้บริจาคแรงงานที่หนัก ตรากตรำทำงานภายใต้แดดร้อนระอุและในระหว่างที่ฝนเขตร้อนตกลงมาเพื่องานจะสำเร็จ. ตัวอย่างเช่น จงพิจารณาแค่งานที่เกี่ยวข้องในการสร้างกำแพงที่ล้อมรอบบริเวณที่ก่อสร้าง. ในเวลาเจ็ดเดือนที่ใช้ไปเพื่อทำให้กำแพงที่ยาวเกือบ 3 กิโลเมตรนี้ให้แล้วเสร็จ พวกพี่น้องทำอิฐคอนกรีตมากกว่า 57,000 ก้อนให้เข้าที่แต่ละก้อน. บราเดอร์คนหนึ่งพูดตลกว่า “สิ่งที่ทำให้ผมดำเนินงานต่อไปก็คือภาพของนกแร้งที่บินวนอยู่ข้างบนหัว คอยให้ผมสลบ!” จริง ๆ แล้ว เช่นเดียวกับคนอื่นหลายพันคนซึ่งได้บริจาคเพื่อผลสำเร็จของอิกิเอดูมา เขาได้รับการกระตุ้นและการค้ำจุนจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระยะโฮวา.
การยอมรับจากทางการ
เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลได้ร่วมมือในการสนับสนุนการงาน. สำนักประธานาธิบดีได้อนุมัติให้ยกเว้นภาษีศุลกากรสิ่งจำเป็นในการก่อสร้างทั้งหมดที่นำเข้า. เจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นได้ยกเลิกค่าธรรมเนียมในการเซ็นชื่ออนุมัติแบบแปลน. จำเป็นต้องเสียค่าธรรมเนียมในการก่อสร้างพอเป็นพิธีเท่านั้น. ครั้งหนึ่ง เมื่อมีการโต้แย้งกันในเรื่องที่ดิน โอโม นʼโอบา หรือหัวหน้าของบริเวณนั้นทั้งหมดได้เข้าแทรกและชี้ขาดว่า “ไม่ควรชะงักงานนี้ เพราะนี้เป็นงานของพระเจ้า.”
การที่โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากพระเจ้านั้นเป็นที่ยอมรับโดยคนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่พยานพระยะโฮวาด้วย. เมื่อบริษัทอเมริกันจัดส่งเหล็กกล้าเพื่อสร้างโรงรถมาให้ เขาส่งคนงานคนหนึ่งมา เป็นคาทอลิก เพื่อช่วยในการติดตั้งโรงรถนั้น. ระหว่างที่เขาพักอยู่ที่อิกิเอดูมาสองสัปดาห์ ไม่นานเขารู้สึกเหมือนอยู่ที่บ้านทีเดียว ถึงกับเรียกเพื่อนร่วมงานของเขาว่าบราเดอร์ และซิสเตอร์ด้วยซ้ำ. ภายหลังที่กลับบ้านแล้ว เขาเขียนถึงสำนักงานของเราที่ไนจีเรียว่า “ผมไม่เคยชอบงานมากเหมือนคราวที่ผมอยู่ที่นั่นทำการงานของพระเจ้าตามวิธีของพระองค์.”
วันแห่งการอุทิศ
ในวันที่ 20 มกราคม 1990 ได้มีการอุทิศกลุ่มอาคารเบเธลอันสวยงามนี้แด่พระยะโฮวาพระเจ้า ผู้ซึ่งพระวิญญาณของพระองค์รับผิดชอบต่อความสำเร็จของอาคารนี้. แขกมาจากทั่วทุกส่วนของไนจีเรีย ถึงแม้ต้องจำกัดคำเชิญไปยังแค่คนเหล่านั้นที่ได้รับบัพติสมาอย่างน้อยที่สุด 35 ปีมาแล้ว หรือผู้ซึ่งอยู่ในการรับใช้เต็มเวลาอย่างน้อยที่สุด 20 ปี. พวกพี่น้องฝ่ายหญิงประดับตัวด้วยเครื่องแต่งกายสบัดพริ้ว หลายหลากสี พร้อมกับผูกผ้าโพกศีรษะที่เข้ากัน และพี่น้องชายหลายคนสวมเสื้อคลุมยาวแบบแอฟริกันที่งามสง่า. รวมทั้งหมด 4,209 คนจาก 29 ประเทศได้เข้าร่วมในการอุทิศนั้น. ในบรรดาคนเหล่านั้นก็มีอย่างน้อยที่สุดมิชชันนารี 80 คน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศต่าง ๆ แถบแอฟริกาตะวันตก. สิ่งที่รวมอยู่ในระเบียบวาระก็คือรายงานจากตัวแทนของสาขาที่มาเยี่ยมห้าคนซึ่งเน้นเอกภาพของจุดประสงค์และความเห็นอกเห็นใจกันที่มีอยู่ในท่ามกลางพลไพร่ของพระยะโฮวา. คำอวยพรเป็นลายลักษณ์อักษรและโทรเลขมาจากพี่น้องใน 21 ประเทศ รวมทั้งข่าวสารที่เร้าใจจาก “พี่น้องชายหญิง 400 คนที่มอสโคว์ สหภาพโซเวียต.”
สมาชิกสองคนจากคณะกรรมการปกครองแห่งพยานพระยะโฮวาในบรุ๊คลิน นิวยอร์ก ร่วมอยู่ที่นั่นด้วย. อัลเบิร์ต ชโรเดอร์บรรยายในหัวเรื่อง “สิ่งที่พึงคอยหาคือการพิสูจน์ตัวว่าซื่อสัตย์” เน้นความจำเป็นในเรื่องความซื่อสัตย์ต่อ ๆ ไป ในส่วนของพลไพร่ของพระเจ้า. (1 โกรินโธ 4:2) คำบรรยายเรื่องการอุทิศเสนอโดยไลแมน สวิงเกิล ผู้ซึ่งสาธยายการก่อสร้างพระวิหารอันรุ่งโรจน์ในสมัยของซะโลโม. ถึงแม้พระวิหารได้รับการสนับสนุนและความพอพระทัยจากพระเจ้าก็ตาม พระยะโฮวาทรงทำให้ประจักษ์ชัดว่าความภักดีและความเชื่อฟังของพลไพร่ที่อุทิศตัวแล้วของพระองค์นั้นสำคัญยิ่งกว่าอาคารเสียอีก. โดยวิธีนี้ บราเดอร์สวิงเกิลแสดงให้เห็นว่ากลุ่มอาคารสาขาอันสวยงาม ณ อิกิเอดูมานั้นใช่ว่าเป็นจุดหมายปลายทางไม่ หากแต่เป็นเครื่องมือเพื่อการส่งเสริมการนมัสการแท้.
ในวันรุ่งขึ้น มีการประชุมพิเศษอันเกี่ยวข้องกับการอุทิศนั้นในสามเมืองของไนจีเรีย. มากกว่า 60,000 คนเข้าร่วมในวาระการประชุมเหล่านี้.
ในสมัยโบราณ เมื่อชนที่พูดภาษาอีโดของไนจีเรียมาเพื่อแสดงความเคารพต่อประมุขผู้ยิ่งใหญ่นั้น มีการฉลองและการรื่นเริงมากมาย. อิกิเอดูมา (แต่เดิมคือ อูกิเอ ดูไน) เป็นคำที่ใช้เพื่อพรรณนาการสิ้นสุดลงอย่างที่ประสบผลสำเร็จของการชุมนุมกันที่น่าปีติยินดีเช่นนั้น. สำหรับพลไพร่ของพระยะโฮวาผู้ที่มาในวันแห่งการอุทิศเพื่อถวายเกียรติยศแด่ประมุขแห่งเอกภพ คือพระยะโฮวาพระเจ้านั้น ไม่มีกี่ถ้อยคำที่เหมาะสมกว่า. สำหรับผู้ประกาศราชอาณาจักร 139,150 คนในไนจีเรียนั้น คำ “อิกิเอดูมา” ทำให้ระลึกถึงสถานที่ซึ่งการชี้แนะและคำแนะนำตามระบอบการของพระเจ้า เช่นเดียวกับสิ่งตีพิมพ์ต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยพวกเขาให้ทำการงานของพระเจ้าตามวิธีของพระเจ้าต่อ ๆ ไปในไนจีเรียนั้นหลั่งไหลมาจากแหล่งนั้น.
[รูปภาพหน้า 22, 23]
อาคารที่พักอาศัย
หอประชุม
อาคารบริการ
สำนักงาน
โรงงาน
โรงรถ
โรงไฟฟ้า
[รูปภาพหน้า 24]
บราเดอร์และซิสเตอร์บราวน์หน้าสำนักงานสาขาในทศวรรษปี 1940
ห้องต้อนรับที่โรงงาน ณ สาขาใหม่
ห้องพักที่เบเธล
[รูปภาพหน้า 25]
เครื่องพิมพ์อ็อฟเซทสองสี
การขนส่งหนังสือ
หอประชุม
แผนกการรับใช้