บท 16
วิธีที่คุณจะเข้าใกล้พระเจ้าได้
1. มีความคล้ายคลึงอะไรบ้างปรากฏอยู่ในหลายศาสนา?
นักท่องเที่ยวคนหนึ่งซึ่งไปเยือนประเทศทางตะวันออกรู้สึกประหลาดใจในพิธีทางศาสนาที่เธอสังเกตเห็น ณ วัดในพุทธศาสนา. ถึงแม้รูปปั้นไม่ใช่รูปของมาเรียหรือพระคริสต์ พิธีหลายอย่างก็คล้ายกับพิธีของคริสตจักรในประเทศที่เธออยู่. ยกตัวอย่าง การใช้ลูกประคำและการท่องบทสวด. คนอื่นได้ทำการเปรียบเทียบดังกล่าวด้วยเช่นกัน. ไม่ว่าประเทศทางตะวันออก หรือตะวันตก วิธีที่ผู้เลื่อมใสพยายามเข้าใกล้พระเจ้าหรือสิ่งที่พวกเขานมัสการนั้นคล้ายคลึงกันอย่างเด่นชัด.
2. การอธิษฐานได้รับการอธิบายว่าอย่างไร และทำไมหลายคนอธิษฐาน?
2 หลายคนพยายามเป็นพิเศษที่จะเข้าใกล้พระเจ้าโดยการอธิษฐานถึงพระองค์. การอธิษฐานได้รับการอธิบายว่าเป็น “การติดต่อสื่อความโดยมนุษย์กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือสิ่งบริสุทธิ์—พระเจ้า, พระทั้งหลาย, แดนที่อยู่เหนือโลกวัตถุ, หรืออำนาจที่เหนือธรรมชาติ.” (สารานุกรมบริแทนนิกาฉบับใหม่) อย่างไรก็ดี เมื่อเข้าเฝ้าพระเจ้าในการอธิษฐาน บางคนคิดถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับเท่านั้น. ยกตัวอย่าง ชายคนหนึ่งเคยถามพยานพระยะโฮวาว่า “หากคุณอธิษฐานเผื่อผมแล้ว ปัญหาที่ผมมีในครอบครัว, ในที่ทำงาน, และปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจะได้รับการแก้ไขไหม?” ดูเหมือนว่าชายคนนั้นคิดอย่างนั้น แต่หลายคนอธิษฐานแล้วพบว่า ปัญหาของเขายังคงมีอยู่. ดังนั้น เราอาจถามว่า ‘ทำไมเราควรจะเข้าใกล้พระเจ้าเล่า?’
เหตุผลที่ควรเข้าใกล้พระเจ้า
3. คำอธิษฐานของเราควรมุ่งไปยังผู้ใด และเพราะเหตุใด?
3 การอธิษฐานไม่ใช่พิธีกรรมที่ไม่มีความหมาย และก็ไม่ใช่เป็นเพียงวิถีทางที่จะได้อะไรบางอย่าง. เหตุผลสำคัญในการเข้าเฝ้าพระเจ้าคือ เพื่อจะมีสัมพันธภาพที่ใกล้ชิดกับพระองค์. ฉะนั้น คำอธิษฐานของเราควรมุ่งไปยังพระเจ้ายะโฮวา. ดาวิด ผู้ประพันธ์บทเพลงสรรเสริญ กล่าวว่า “พระยะโฮวาทรงสถิตอยู่ใกล้คนทั้งปวงที่ทูลต่อพระองค์.” (บทเพลงสรรเสริญ 145:18) พระยะโฮวาทรงเชิญชวนเราให้เข้ามามีสัมพันธภาพที่สงบสุขกับพระองค์. (ยะซายา 1:18) คนเหล่านั้นที่ตอบรับคำเชิญนี้เห็นพ้องด้วยกับผู้ประพันธ์เพลงสรรเสริญซึ่งกล่าวว่า “แต่สำหรับข้าพเจ้า การเข้าไปใกล้พระเจ้านั้นเป็นการดีสำหรับข้าพเจ้า.” เพราะเหตุใด? เพราะคนเหล่านั้นซึ่งเข้าไปใกล้พระเจ้ายะโฮวาจะประสบความสุขแท้และความสงบในจิตใจ.—บทเพลงสรรเสริญ 73:28, ล.ม.
4, 5. (ก) ทำไมเป็นสิ่งสำคัญที่จะอธิษฐานถึงพระเจ้า? (ข) เราสามารถสร้างสัมพันธภาพชนิดใดกับพระเจ้าได้โดยการอธิษฐาน?
4 ทำไมจึงอธิษฐานถึงพระเจ้าเพื่อขอความช่วยเหลือหาก ‘สิ่งไรซึ่งเราต้องการ พระองค์ทรงทราบก่อนเมื่อเรายังไม่ได้ขอ’? (มัดธาย 6:8; บทเพลงสรรเสริญ 139:4) การอธิษฐานแสดงว่า เรามีความเชื่อในพระเจ้าและถือว่าพระองค์เป็นบ่อเกิดแห่ง “ของประทานอันดีทุกอย่าง และของประทานอันเลิศทุกอย่าง.” (ยาโกโบ 1:17; เฮ็บราย 11:6) พระยะโฮวาทรงมีพระทัยยินดีในการอธิษฐานของเรา. (สุภาษิต 15:8) พระองค์พอพระทัยจะสดับฟังถ้อยคำแสดงความหยั่งรู้ค่าและการสรรเสริญอย่างที่มีความหมายของเรา เช่นเดียวกับบิดายินดีเมื่อได้ยินบุตรน้อยของตนพูดคำขอบคุณที่จริงใจ. (บทเพลงสรรเสริญ 119:108) ที่ใดที่มีความสัมพันธ์ฉันบิดากับบุตรเป็นอย่างดี ที่นั่นก็มีการติดต่อสื่อความอย่างอบอุ่น. บุตรซึ่งได้รับความรักต้องการพูดคุยกับบิดา. เป็นเช่นเดียวกันในเรื่องสัมพันธภาพของเรากับพระเจ้า. หากเราหยั่งรู้ค่าอย่างแท้จริงต่อสิ่งที่เราเรียนรู้เกี่ยวกับพระยะโฮวาและความรักที่พระองค์ทรงสำแดงต่อเรา เราก็จะมีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะแสดงความรู้สึกของเราต่อพระองค์ในคำอธิษฐาน.—1 โยฮัน 4:16-18.
5 เมื่อเข้าเฝ้าพระเจ้าองค์สูงสุด เราควรแสดงความนับถือ แต่ไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไปเกี่ยวกับถ้อยคำที่เราใช้. (เฮ็บราย 4:16) เรามีทางเข้าถึงพระยะโฮวาเสมอ. และช่างเป็นสิทธิพิเศษเสียจริง ๆ ที่เราสามารถ ‘ระบายความในใจของเรา’ ต่อพระเจ้าในคำอธิษฐาน! (บทเพลงสรรเสริญ 62:8, ฉบับแปลใหม่) ความหยั่งรู้ค่าต่อพระยะโฮวานำไปสู่สัมพันธภาพที่อบอุ่นกับพระองค์ เช่นเดียวกับสัมพันธภาพที่อับราฮาม บุรุษผู้ซื่อสัตย์ มีในฐานะมิตรของพระเจ้า. (ยาโกโบ 2:23) แต่เมื่ออธิษฐานถึงองค์บรมมหิศรแห่งเอกภพ เราต้องปฏิบัติตามข้อเรียกร้องในการเข้าเฝ้าพระองค์.
ข้อเรียกร้องสำหรับการเข้าใกล้พระเจ้า
6, 7. ถึงแม้พระเจ้ามิได้เรียกร้องเงินเพื่อจะสดับฟังคำอธิษฐานของเรา พระองค์เรียกร้องอะไรเมื่อเราอธิษฐาน?
6 เงินเป็นสิ่งจำเป็นไหมเพื่อจะเข้าเฝ้าพระเจ้า? หลายคนจ่ายเงินแก่นักเทศน์เพื่อให้อธิษฐานแทนเขา. บางคนถึงกับเชื่อว่า คำอธิษฐานของเขาจะได้รับการสดับฟังตามขนาดของเงินที่เขาบริจาค. อย่างไรก็ดี พระคำของพระเจ้ามิได้บอกว่าจำต้องถวายเงินเพื่อเราจะเข้าเฝ้าพระยะโฮวาในการอธิษฐาน. การจัดเตรียมฝ่ายวิญญาณของพระองค์และพระพรในการมีสัมพันธภาพกับพระองค์ในการอธิษฐานนั้นเป็นสิ่งที่หาได้โดยไม่ต้องเสียค่า.—ยะซายา 55:1, 2.
7 ถ้าเช่นนั้น มีข้อเรียกร้องอะไร? เจตคติที่เหมาะสมของหัวใจเป็นข้อเรียกร้องสำคัญอย่างหนึ่ง. (2 โครนิกา 6:29, 30; สุภาษิต 15:11) ในหัวใจของเรา เราต้องแสดงความเชื่อในพระเจ้ายะโฮวาฐานะ “ผู้สดับคำอธิษฐาน” และ “ผู้ประทานบำเหน็จให้แก่ทุกคนที่ปลงใจแสวงหาพระองค์.” (บทเพลงสรรเสริญ 65:2; เฮ็บราย 11:6) เราต้องมีหัวใจที่ถ่อมด้วย. (2 กษัตริย์ 22:19; บทเพลงสรรเสริญ 51:17) ในอุทาหรณ์เรื่องหนึ่งของพระองค์ พระเยซูคริสต์ทรงแสดงให้เห็นว่า ขณะที่เข้าเฝ้าพระเจ้านั้น คนเก็บภาษีผู้ถ่อมใจพร้อมด้วยเจตคติของหัวใจที่นอบน้อมนั้นปรากฏว่าชอบธรรมยิ่งกว่าฟาริซายผู้หยิ่งยโส. (ลูกา 18:10-14) ขณะที่เราเข้าเฝ้าพระเจ้าในการอธิษฐาน ขอให้เราระลึกว่า “ทุกคนที่มีใจหยิ่งจองหองเป็นที่สะอิดสะเอียนแด่พระยะโฮวา.”—สุภาษิต 16:5.
8. หากเราประสงค์จะให้พระเจ้าตอบคำอธิษฐานของเรา เราต้องชำระตัวให้พ้นจากอะไร?
8 หากเราปรารถนาจะให้พระเจ้าตอบคำอธิษฐานของเรา เราต้องชำระตัวให้พ้นจากความประพฤติที่ผิดบาป. เมื่อสาวกยาโกโบสนับสนุนคนอื่นให้เข้าใกล้พระเจ้า ท่านกล่าวเสริมว่า “คนบาปทั้งหลาย จงชำระมือของท่านให้สะอาด และคนสองจิตสองใจทั้งหลาย จงกระทำหัวใจของท่านให้บริสุทธิ์.” (ยาโกโบ 4:8, ล.ม.) แม้แต่คนทำผิดก็สามารถเข้ามามีสัมพันธภาพที่สงบสุขกับพระยะโฮวาได้หากเขากลับใจและทิ้งวิถีชีวิตแต่ก่อนของตน. (สุภาษิต 28:13) พระยะโฮวาไม่อาจจะสดับฟังเรา หากเราเพียงแสร้งทำเป็นว่า เราได้ชำระตัวเราเองให้สะอาดแล้ว. พระคำของพระเจ้ากล่าวว่า “พระเนตรของพระยะโฮวาเพ่งเล็งคนชอบธรรม และพระกรรณของพระองค์สดับฟังคำอ้อนวอนของเขาทั้งหลาย แต่พระพักตร์ของพระยะโฮวาทรงต่อต้านคนเหล่านั้นที่กระทำการชั่ว.”—1 เปโตร 3:12, ล.ม.
9. เราควรเข้าเฝ้าพระยะโฮวาผ่านทางผู้ใด และทำไม?
9 คัมภีร์ไบเบิลแถลงว่า “ไม่มีคนชอบธรรมสักคนเดียวบนแผ่นดินโลก ที่ได้ประพฤติล้วนแต่ความดี และไม่กระทำบาปเลย.” (ท่านผู้ประกาศ 7:20, ฉบับแปลใหม่) ฉะนั้น คุณอาจถามว่า ‘เราจะเข้าเฝ้าพระเจ้ายะโฮวาได้อย่างไร?’ คัมภีร์ไบเบิลตอบว่า “ถ้าผู้ใดหลงกระทำผิด เราก็มีพระองค์ผู้ช่วยเหลือสถิตอยู่กับพระบิดา คือพระเยซูคริสต์ผู้เที่ยงธรรมนั้น.” (1 โยฮัน 2:1) แม้เราเป็นคนบาป เราก็สามารถเข้าเฝ้าพระเจ้าด้วยการพูดอย่างสะดวกใจได้โดยทางพระเยซูคริสต์ ผู้วายพระชนม์เป็นค่าไถ่สำหรับเรา. (มัดธาย 20:28) พระองค์ทรงเป็นวิถีทางเดียวเท่านั้นซึ่งเราจะผ่านไปเข้าเฝ้าพระเจ้ายะโฮวาได้. (โยฮัน 14:6) เราไม่ควรถือว่าคุณค่าแห่งเครื่องบูชาไถ่ของพระเยซูจะปกปิดบาปของเราทุกอย่างโดยอัตโนมัติและทำบาปโดยเจตนาเป็นนิจศีล. (เฮ็บราย 10:26) อย่างไรก็ดี หากเราพยายามสุดความสามารถที่จะละเว้นจากสิ่งชั่วและก็ยังทำผิดอยู่เป็นครั้งคราว เราก็สามารถกลับใจและทูลขอการให้อภัยจากพระเจ้า. เมื่อเราเข้าเฝ้าพระองค์ด้วยหัวใจถ่อม พระองค์ก็จะทรงฟังเรา.—ลูกา 11:4.
โอกาสที่จะสนทนากับพระเจ้า
10. ในเรื่องการอธิษฐาน เราจะเลียนแบบพระเยซูได้อย่างไร และมีโอกาสใดบ้างสำหรับการอธิษฐานเป็นส่วนตัว?
10 พระเยซูคริสต์ประเมินค่าสัมพันธภาพของพระองค์กับพระยะโฮวาอย่างสูงส่งทีเดียว. ฉะนั้น พระเยซูทรงจัดเวลาไว้เพื่อจะสนทนากับพระเจ้าในการอธิษฐานส่วนตัว. (มาระโก 1:35; ลูกา 22:40-46) เราสมควรจะเลียนแบบอย่างของพระเยซูและอธิษฐานถึงพระเจ้าเป็นประจำ. (โรม 12:12) นับว่าเหมาะที่จะเริ่มต้นแต่ละวันด้วยคำอธิษฐาน และก่อนเข้านอน เราก็สามารถขอบพระคุณพระยะโฮวาได้อย่างเหมาะสมสำหรับกิจกรรมในวันนั้น. ระหว่างวัน จงตั้งใจที่จะเข้าเฝ้าพระเจ้า “ทุกเวลา.” (เอเฟโซ 6:18) เราอาจอธิษฐานเงียบ ๆ อยู่ในใจ โดยรู้ว่าพระยะโฮวาทรงสามารถได้ยินเรา. การสนทนากับพระเจ้าเป็นส่วนตัวช่วยเราให้เสริมสร้างสัมพันธภาพกับพระองค์ให้แน่นแฟ้น และการอธิษฐานถึงพระยะโฮวาทุกวันช่วยเราให้เข้าใกล้ชิดพระองค์มากขึ้นเรื่อย ๆ.
11. (ก) ทำไมครอบครัวควรอธิษฐานด้วยกัน? (ข) มีความหมายอะไรเมื่อคุณกล่าว “อาเมน” ในตอนจบคำอธิษฐาน?
11 พระยะโฮวาทรงสดับฟังคำอธิษฐานที่มีการเสนอแทนกลุ่มชนด้วย. (1 กษัตริย์ 8:22-53) เราสามารถเข้าใกล้พระเจ้าฐานะเป็นครอบครัว โดยที่ประมุขของครอบครัวนำในการอธิษฐาน. การทำเช่นนี้เสริมสร้างความผูกพันของครอบครัวให้แน่นแฟ้น และพระยะโฮวากลายเป็นจริงสำหรับเด็ก ๆ ขณะที่เขาได้ยินบิดามารดาอธิษฐานอย่างถ่อมใจต่อพระเจ้า. จะว่าอย่างไรหากมีผู้ที่เป็นตัวแทนชนกลุ่มหนึ่งในการอธิษฐาน บางที ณ การประชุมของพยานพระยะโฮวา? หากเราอยู่ในหมู่ผู้ฟัง ขอให้เราตั้งใจฟังเพื่อว่าในตอนจบคำอธิษฐาน เราจะสามารถกล่าวได้อย่างเต็มปากว่า “อาเมน” ซึ่งหมายความว่า “ขอให้เป็นอย่างนั้น.”—1 โกรินโธ 14:16.
คำอธิษฐานที่พระยะโฮวาทรงสดับ
12. (ก) ทำไมพระเจ้าไม่ตอบคำอธิษฐานบางอย่าง? (ข) ทำไมเราไม่ควรเพ่งเล็งเพียงความต้องการส่วนตัวเมื่ออธิษฐาน?
12 บางคนอาจรู้สึกว่า พระเจ้ามิได้ตอบคำอธิษฐานของเขาแม้เขาอธิษฐานถึงพระองค์ผ่านทางพระคริสต์. อย่างไรก็ดี อัครสาวกโยฮันกล่าวว่า “ถ้าเราทูลขอสิ่งใดตามชอบพระทัยของพระองค์, พระองค์จะทรงโปรดฟังเรา.” (1 โยฮัน 5:14) ดังนั้นแล้ว เราต้องทูลขอตามชอบพระทัยของพระเจ้า. เนื่องจากพระองค์สนพระทัยในสวัสดิภาพฝ่ายวิญญาณของเรา สิ่งใดที่มีผลกระทบต่อสภาพฝ่ายวิญญาณของเราจึงเป็นหัวข้อที่เหมาะสมสำหรับคำอธิษฐาน. เราต้องต่อต้านแนวโน้มที่จะเพ่งเล็งอยู่แต่ความจำเป็นด้านร่างกายเท่านั้น. ยกตัวอย่าง แม้เป็นการเหมาะสมที่จะอธิษฐานขอความเข้าใจและกำลังในการรับมือกับโรคภัยไข้เจ็บ ความกังวลเรื่องสุขภาพไม่ควรบดบังความสนใจฝ่ายวิญญาณ. (บทเพลงสรรเสริญ 41:1-3) เมื่อรู้ตัวว่า เธอกังวลเกินไปเรื่องสุขภาพ สตรีคริสเตียนคนหนึ่งได้ทูลขอความช่วยเหลือจากพระยะโฮวาเพื่อจะมีทัศนะที่ถูกต้องต่อความเจ็บไข้ของเธอ. ผลก็คือ ปัญหาสุขภาพของเธอกลายเป็นเรื่องที่กังวลน้อยลง และเธอรู้สึกว่า เธอได้รับ “กำลังที่เกินกว่ากำลังปกติ.” (2 โกรินโธ 4:7, ล.ม.) เธอมีความปรารถนาอย่างแรงกล้ายิ่งขึ้นที่จะช่วยเหลือคนอื่นฝ่ายวิญญาณ และเธอจึงเข้ามาเป็นผู้ประกาศราชอาณาจักรเต็มเวลา.
13. ดังที่ชี้แจงในมัดธาย 6:9-13 มีเรื่องอะไรที่เหมาะบ้างซึ่งเราอาจรวมไว้ในคำอธิษฐานของเรา?
13 เราอาจรวมอะไรเข้าไว้ในคำอธิษฐานของเราเพื่อพระยะโฮวาจะพอพระทัยฟังคำอธิษฐานนั้น? พระเยซูคริสต์สอนสาวกของพระองค์ถึงวิธีอธิษฐาน. ในคำอธิษฐานตัวอย่างที่บันทึกในมัดธาย 6:9-13 พระองค์ทรงวางแบบอย่างเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ที่เราอาจอธิษฐานขอได้อย่างเหมาะสม. อะไรคือสิ่งที่ควรคำนึงถึงเป็นประการสำคัญในคำอธิษฐานของเรา? พระนามและราชอาณาจักรของพระเจ้ายะโฮวาต้องมาเป็นอันดับแรกสุด. การขอสิ่งจำเป็นด้านวัตถุก็นับว่าเหมาะสม. เป็นสิ่งสำคัญด้วยที่จะขอการให้อภัยบาปของเราและขอการช่วยให้พ้นจากการล่อใจและจากซาตานพญามาร ตัวชั่วร้าย. พระเยซูไม่ต้องการให้เราท่องคำอธิษฐานนี้หรือพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยไม่คิดถึงความหมายของคำอธิษฐานนั้น. (มัดธาย 6:7) ความสัมพันธ์จะเป็นเช่นไรหากบุตรใช้คำพูดเดียวกันทุกครั้งที่เขาพูดกับบิดา?
14. นอกจากคำทูลขอแล้ว เราควรเสนอคำอธิษฐานอะไรบ้าง?
14 นอกจากคำทูลขอและคำวิงวอนด้วยน้ำใสใจจริงแล้ว เราควรเสนอคำอธิษฐานด้วยการสรรเสริญและการขอบพระคุณ. (บทเพลงสรรเสริญ 34:1; 92:1; 1 เธซะโลนิเก 5:18) เราสามารถอธิษฐานเผื่อคนอื่นได้ด้วย. คำอธิษฐานเกี่ยวกับพี่น้องชายหญิงฝ่ายวิญญาณของเราผู้ซึ่งได้รับความเดือดร้อนหรือถูกข่มเหงนั้นแสดงถึงความสนใจที่เรามีต่อเขา และพระยะโฮวาทรงพอพระทัยจะสดับฟังเราแสดงความห่วงใยเช่นนั้น. (ลูกา 22:32; โยฮัน 17:20; 1 เธซะโลนิเก 5:25) ที่จริง อัครสาวกเปาโลเขียนว่า “อย่ากระวนกระวายด้วยสิ่งใด แต่ในทุกสิ่งจงทูลขอต่อพระเจ้าโดยการอธิษฐานและการวิงวอนพร้อมด้วยการขอบพระคุณ; แล้วสันติสุขแห่งพระเจ้าที่เหนือกว่าความคิดทุกอย่างจะป้องกันรักษาหัวใจและความสามารถในการคิดของท่านไว้โดยพระเยซูคริสต์.”—ฟิลิปปอย 4:6, 7, ล.ม.
จงหมั่นอธิษฐานไม่ละลด
15. เราควรจดจำอะไรหากคำอธิษฐานของเราดูเหมือนไม่ได้รับคำตอบ?
15 แม้คุณได้รับความรู้เกี่ยวกับพระเจ้า คุณอาจรู้สึกว่า บางครั้งคำอธิษฐานของคุณไม่ได้รับคำตอบ. เป็นเช่นนี้ได้เพราะอาจไม่ถึงเวลาที่พระเจ้าจะตอบคำอธิษฐานใดคำอธิษฐานหนึ่ง. (ท่านผู้ประกาศ 3:1-9) พระยะโฮวาอาจปล่อยให้สภาพการณ์ดำเนินต่อไปชั่วระยะหนึ่ง แต่พระองค์ทรงตอบคำอธิษฐานอย่างแน่นอนและทรงทราบว่า เวลาไหนเหมาะที่สุดที่จะทำเช่นนั้น.—2 โกรินโธ 12:7-9.
16. ทำไมเราควรอธิษฐานไม่ละลด และการทำเช่นนี้มีผลกระทบอย่างไรต่อสัมพันธภาพของเรากับพระเจ้า?
16 การที่เราอธิษฐานอย่างไม่ละลดเผยให้เห็นว่า เราสนใจอย่างจริงใจในสิ่งที่เราพูดกับพระเจ้า. (ลูกา 18:1-8) ยกตัวอย่าง เราอาจขอพระยะโฮวาให้ช่วยเราเอาชนะความอ่อนแอบางอย่าง. โดยการหมั่นอธิษฐานไม่ละลดและปฏิบัติสอดคล้องกับคำทูลขอของเรา เราแสดงให้เห็นความจริงใจ. เราควรระบุเจาะจงและซื่อสัตย์ในคำทูลขอของเรา. นับว่าสำคัญยิ่งที่จะอธิษฐานอย่างจริงจังเมื่อเราประสบการล่อใจ. (มัดธาย 6:13) ขณะอธิษฐานต่อไประหว่างพยายามควบคุมแรงกระตุ้นที่ผิดบาปของเรา เราจะเห็นวิธีที่พระยะโฮวาทรงช่วยเรา. นั่นจะเสริมสร้างความเชื่อของเรา และทำให้สัมพันธภาพของเรากับพระองค์แน่นแฟ้นขึ้น.—1 โกรินโธ 10:13; ฟิลิปปอย 4:13.
17. เราจะได้รับประโยชน์อย่างไรจากเจตคติที่จริงใจในการรับใช้พระเจ้า?
17 โดยการปลูกฝังเจตคติที่แสดงความเลื่อมใสในการถวายการรับใช้อันศักดิ์สิทธิ์แด่พระเจ้ายะโฮวา เราจะตระหนักว่า เรามิได้รับใช้พระองค์ด้วยกำลังของเราเอง. พระยะโฮวานั่นเองเป็นผู้ประทานกำลังให้เราเพื่อรับใช้พระองค์. (1 โกรินโธ 4:7) การยอมรับข้อนี้จะช่วยเราให้ถ่อมใจและมีสัมพันธภาพกับพระองค์มากขึ้น. (1 เปโตร 5:5, 6) ถูกแล้ว เรามีเหตุผลหนักแน่นที่จะหมั่นอธิษฐานไม่ละลด. คำอธิษฐานอย่างจริงจังของเราและความรู้อันล้ำค่าเกี่ยวกับวิธีเข้าใกล้พระบิดาของเราทางภาคสวรรค์องค์เปี่ยมด้วยความรักจะทำให้ชีวิตของเรามีความสุขอย่างแท้จริง.
การติดต่อกับพระยะโฮวาไม่ใช่เป็นแบบฝ่ายเดียว
18. เราจะฟังพระเจ้าได้โดยวิธีใด?
18 หากเราต้องการให้พระเจ้าสดับฟังคำอธิษฐานของเรา เราก็ต้องฟังสิ่งที่พระองค์ตรัส. (ซะคาระยา 7:13) พระองค์มิได้ส่งข่าวสารผ่านผู้พยากรณ์ที่ได้รับการดลใจจากพระองค์อีกต่อไป และก็ไม่ได้ใช้วิธีการที่เกี่ยวข้องกับลัทธิผีปิศาจอย่างแน่นอน. (พระบัญญัติ 18:10-12) แต่เราสามารถฟังพระเจ้าได้โดยการศึกษาคัมภีร์ไบเบิล พระคำของพระองค์. (โรม 15:4; 2 ติโมเธียว 3:16, 17) เช่นเดียวกับที่เราอาจจำต้องฝึกให้ชอบอาหารฝ่ายร่างกายที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เราได้รับการกระตุ้นเตือนให้ “ปลูกฝังความปรารถนาจะได้น้ำนมอันไม่มีอะไรเจือปนที่เป็นของพระคำ.” จงฝึกที่จะชอบอาหารฝ่ายวิญญาณโดยการอ่านพระคำของพระเจ้าทุกวัน.—1 เปโตร 2:2, 3, ล.ม.; กิจการ 17:11.
19. การคิดรำพึงถึงสิ่งที่คุณอ่านในคัมภีร์ไบเบิลมีประโยชน์อะไร?
19 จงคิดรำพึงถึงสิ่งที่คุณอ่านในคัมภีร์ไบเบิล. (บทเพลงสรรเสริญ 1:1-3; 77:11, 12) นั่นหมายถึงการไตร่ตรองเรื่องราวนั้น. คุณอาจเปรียบการทำเช่นนี้ได้กับการย่อยอาหาร. คุณสามารถย่อยอาหารฝ่ายวิญญาณได้โดยการเชื่อมโยงเรื่องที่คุณอ่านกับเรื่องที่คุณรู้มาแล้ว. จงพิจารณาว่า ความรู้นั้นมีผลกระทบอย่างไรต่อชีวิตคุณ หรือไตร่ตรองดูว่า เรื่องนั้นเปิดเผยอะไรเกี่ยวกับคุณลักษณะและการปฏิบัติของพระยะโฮวา. ด้วยเหตุนี้ โดยการศึกษาส่วนตัว คุณสามารถรับเอาอาหารฝ่ายวิญญาณที่พระยะโฮวาทรงจัดเตรียมไว้. การทำเช่นนี้จะทำให้คุณเข้าใกล้พระเจ้ามากขึ้นและจะช่วยคุณให้รับมือกับปัญหาประจำวัน.
20. การเข้าร่วมการประชุมคริสเตียนช่วยเราอย่างไรให้เข้าใกล้พระเจ้า?
20 คุณสามารถเข้าใกล้พระเจ้าได้โดยการฟังพระคำของพระองค์ที่มีการพิจารณา ณ การประชุมคริสเตียนด้วย เช่นเดียวกับที่ชนยิศราเอลตั้งใจฟังเมื่อพวกเขาชุมนุมกันเพื่อฟังการอ่านพระบัญญัติของพระเจ้าในที่สาธารณะ. ผู้สั่งสอนในสมัยนั้นถ่ายทอดความหมายในการอ่านพระบัญญัติ โดยวิธีนี้จึงช่วยผู้ฟังให้เข้าใจและได้รับการกระตุ้นให้นำสิ่งที่เขาได้ฟังนั้นไปใช้. นั่นนำไปสู่ความยินดีเป็นอย่างยิ่ง. (นะเฮมยา 8:8, 12) ดังนั้น จงทำเป็นกิจวัตรที่จะเข้าร่วมการประชุมของพยานพระยะโฮวา. (เฮ็บราย 10:24, 25) การทำเช่นนี้จะช่วยคุณให้เข้าใจความรู้ของพระเจ้า และครั้นแล้วก็นำความรู้นั้นไปใช้ในชีวิตของคุณ และจะนำความสุขมาให้คุณ. การเป็นส่วนของภราดรภาพคริสเตียนทั่วโลกจะช่วยคุณให้คงอยู่ใกล้ชิดกับพระยะโฮวาต่อไป. และดังที่เราจะได้เห็น คุณจะพบความปลอดภัยแท้ท่ามกลางไพร่พลของพระเจ้า.
ทดสอบความรู้ของคุณ
ทำไมคุณควรเข้าใกล้พระยะโฮวา?
อะไรคือข้อเรียกร้องบางประการสำหรับการเข้าใกล้พระเจ้า?
คุณอาจรวมอะไรเข้าไว้ในคำอธิษฐานของคุณ?
ทำไมคุณควรหมั่นอธิษฐานไม่ละลด?
คุณจะฟังพระยะโฮวาในทุกวันนี้ได้โดยวิธีใด?
[รูปภาพเต็มหน้า 157]