การเพ่งดูโลก
การกู้ชีพหนังสือ
หนังสือจำนวนหลายล้านเล่มประสบปัญหาเนื่องจากอายุ, ความเสียหาย หรือมลพิษ. ในเยอรมนีประเทศเดียว ต้องเลิกใช้หนังสือราว ๆ 60 ล้านเล่มที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว หนังสือพิมพ์ ไลพ์ซีเกอร์ ฟอล์คไซทุง ให้ข้อสังเกต. การซ่อมแซมด้วยมือเป็นงานที่ใช้เวลานานพร้อมด้วยความอุตสาหะ. “ในช่วงเวลาที่ใช้ซ่อมแซมหนังสือหนึ่งเล่มด้วยมือ เล่มอื่น ๆ สี่หรือห้าเล่มก็ผุพัง” เป็นคำกล่าวของ ดร. ดับเบิลยู. แวคเตอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคประจำศูนย์อนุรักษ์หนังสือในเมืองไลพ์ซิก. ศูนย์นี้มุ่งมั่นในการพัฒนาเครื่องจักรที่สามารถใช้ซ่อมแซมหนังสือได้ในจำนวนมาก. หนึ่งในเครื่องจักรนั้นคือเครื่องขจัดกรดซึ่งสามารถขจัดกรดจากหนังสือ 100,000 เล่มต่อปีโดยเดินเครื่องผลัดเดียว. แถมยังมีเครื่องผ่าหน้ากระดาษซึ่งเสริมกระดาษแต่ละหน้าให้แข็งแรงขึ้นโดยแยกด้านหน้าออกจากด้านหลังและสอดใส่กระดาษแผ่นบาง ๆ ที่แข็งแรงมากเข้าไปตรงกลาง. เครื่องนี้สามารถเสริมความทนทานให้กระดาษ 2,000 แผ่นต่อวัน เทียบกับการทำด้วยมือ 100 ถึง 200 แผ่นต่อวัน—และประหยัด 94 เปอร์เซ็นต์ต่อหนึ่งหน้า. ไม่เพียงแต่ห้องสมุดและสถานเก็บเอกสารสำคัญเท่านั้นที่นำหนังสือของตนมาซ่อมแซมที่ศูนย์นี้ แต่บุคคลทั่วไปด้วย.
เสื้อคลุมสำหรับผู้แสวงบุญ
นักท่องเที่ยวที่ไปยังสถานศักดิ์สิทธิ์ของคาทอลิกในอิตาลีบ่อยครั้งไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเนื่องจากเขาใส่เสื้อยืดและกางเกงขาสั้น โดยเฉพาะเมื่อไปในช่วงเดือนของฤดูร้อน. บัดนี้ในบางแห่งพวกเขาสามารถเข้าได้ถ้าเขาสวม “เสื้อคลุมของผู้แสวงบุญ” สีเนื้อยาวถึงหัวเข่า. เสื้อคลุมที่ใช้ได้ทั้งชายและหญิงนี้มีอยู่ขนาดเดียวและมีขายแล้วในเมืองเวนิซและกรุงโรม. ในโรมเสื้อคลุมนี้มีลักษณะที่เพิ่มเติมเข้ามาคือตราเครื่องหมายของโปปและวลี “จูบิลี 2000.” แต่เสื้อคลุมดังกล่าวสามารถใช้ได้ตามโบสถ์คาทอลิกทุกแห่งไหม? ขณะที่เสื้อคลุมนี้เป็นที่ยอมรับในเขตการปกครองแห่งเวนิซ แต่นักท่องเที่ยวชายบางคนที่ไปเยี่ยมชมเซนต์ปีเตอรส์ บาซิลิกา กลับถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าชมแม้ว่าเขาซื้อ และใส่เสื้อคลุมนั้น. “บุคลากรแห่งเขตปกครองของโปปถือว่าเสื้อดังกล่าวเหมาะกับสตรีเท่านั้น ผู้ชายไม่ได้รับอนุญาต—ขาเปลือยถือว่า ‘ไม่สุภาพ.’” หนังสือพิมพ์กอร์รีเอเร เดลลา เซรา แห่งอิตาลีอธิบาย.
ความสัมพันธ์กับบุตรบุญธรรม
บิดามารดาซึ่งวางแผนจะรับบุตรบุญธรรมบางครั้งเพ้อฝันเรื่องความสัมพันธ์ คือคิดว่าเด็กคนนั้นจะน่ารักเสมอและที่จะเข้าใจและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ นั้นก็ไม่ยาก. แต่ปกติไม่เป็นเช่นนั้น ตามรายงานของหนังสือพิมพ์โอ เอสตาโด เดอ เซา เปาลู แห่งบราซิล. นักจิตวิทยาชื่อ เอโลอีซา มาร์โตน กล่าวว่า “โดยทั่วไปบิดามารดาไม่พร้อมจะรับมือกับสภาพความขัดแย้ง.” นอกจากนี้ ที่จะต้องประสบกับความประหลาดใจคือ “คู่สมรสที่คาดว่าเด็กคนนั้นจะสำนึกบุญคุณตลอดกาล” เป็นข้อสังเกตจากศาสตราจารย์มิเรียม เดอไบเออซ์ โรซา ประจำมหาวิทยาลัยเซา เปาลู. เธอชี้ว่า ไม่มีใครที่เป็นสุขตลอดเวลา และเสริมว่า “บ่อยครั้งบิดามารดาโทษว่าความยุ่งยากเกิดขึ้นเนื่องจากไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด ซึ่งไม่เป็นความจริง.” ในเรื่องความจำเป็นที่บิดามารดาจะต้องแสดงความรักและความเอ็นดูต่อบุตรบุญธรรมนั้น เธอกล่าวว่า “ความสัมพันธ์แบบที่ให้ความช่วยเหลือหรือให้การเลี้ยงดูนั้นไม่เพียงพอ.” ความสัมพันธ์ทางอารมณ์กับเด็กคนนั้นเป็นสิ่งจำเป็นด้วย.
ได้ขนแกะง่าย ๆ
ทำอย่างไรจึงจะได้ขนแกะโดยไม่ทำให้แกะเครียดและได้รับบาดเจ็บซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อตัดขนแกะแบบปกติ? ในออสเตรเลีย เขาทำกันโดยเอาโปรตีนที่มีอยู่ตามธรรมชาติในกระแสเลือดของสัตว์ฉีดเข้าไปในตัวแกะ. ระดับของโปรตีนที่เพิ่มขึ้นนี้จะอยู่ได้นาน 24 ชั่วโมงและจะทำให้จุดเชื่อมระหว่างใยขนแกะกับผิวหนังอ่อนลง. หลังจากนั้นขนแกะจะหลุดลอกออกเป็นชิ้นเดียว และขนก็เริ่มงอกขึ้นอีก. มีการใส่ตาข่ายให้แกะแต่ละตัวเพื่อรับขน ซึ่งจะร่วงภายในหนึ่งสัปดาห์. วิธีนี้ทำให้ขนแกะมีคุณภาพดีขึ้นและไม่จำเป็นต้องตัดขนเป็นรอบที่สอง. นอกจากนั้น วิธีนี้ช่วยลดเหาและลดการอักเสบของผิวหนังโดยไม่ต้องใช้สารเคมี และยังทำให้แกะเครียดน้อยลงด้วย. ความต้องการในการลอกขนแกะด้วยวิธีใหม่นี้กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในออสเตรเลีย ตามรายงานในหนังสือพิมพ์เดอะ ซันเดย์ ไทมส์ แห่งลอนดอน แต่วิธีนี้อาจไม่เป็นประโยชน์มากนักในประเทศต่าง ๆ อย่างบริเตน ที่ซึ่งต้องคำนึงถึงลมฟ้าอากาศเมื่อตัดขนแกะ. ถ้าอุณหภูมิลดลงอย่างกะทันหันหลังจากฉีดโปรตีน แกะทั้งฝูงก็จะหนาวมากเมื่อขนหลุดลอกออก โฆษกในวงการนี้กล่าว.
ธารน้ำแข็งที่กำลังละลายสร้างความประหลาดต่อไป
ธารน้ำแข็งบนเทือกเขาแอลป์สร้างความประหลาดใจต่อไป ขณะที่มันหดตัวเนื่องจากอุณหภูมิอุ่นขึ้นเรื่อย ๆ. ในปี 1991 ที่พรมแดนอิตาลีกับออสเตรีย การละลายของน้ำแข็งที่เก่าแก่เผยให้เห็นร่างที่กลายเป็นมัมมี่ของนักล่าสัตว์ยุคก่อนประวัติศาสตร์. ระหว่างเดือนสิงหาคม 1998 เจ้าหน้าที่ทางตอนเหนือของอิตาลีต้องประกาศให้พื้นที่เขาบางพื้นที่เป็นเขตห้ามเข้าเพื่อจะนำบางสิ่งที่ได้ค้นพบออกมา คือซากศพทหารและระเบิดมือกับกระสุนปืนใหญ่ที่ยังไม่ระเบิด. ทั้งหมดมีอายุย้อนไปถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง คราวที่บริเวณนั้นเป็นสถานที่ที่มีการต่อสู้อย่างรุนแรงระหว่างกองกำลังของอิตาลีและออสเตรีย. ระหว่างดำเนินการเก็บกวาด “ผู้อาศัยในแถบนั้นทุกคน และโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางด้วยเท้า ได้รับการเตือนให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ” และให้ตรวจสอบเส้นทางจากเจ้าหน้าที่ เพราะมี “ความเสี่ยงต่อการระเบิดเสมอ” เป็นคำกล่าวของหนังสือพิมพ์กอร์รีเอเร เดลลา เซรา. ส่วนใหญ่ของวัตถุดังกล่าวเป็นอันตรายมากและยังคงทำให้คนที่พบเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บสาหัส.
ดินถูกอัดแน่น
ที่ดินหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าล้านไร่ในยุโรปเป็นดินที่ “หมดสภาพเนื่องจากดินถูกอัดแน่น” วารสารนิว ไซเยนติสต์ รายงาน. การวิจัยที่ทำโดยมหาวิทยาลัยคีลของเยอรมนีเผยว่า เมื่อขับรถแทรกเตอร์หนักซึ่งมีแรงกดห้าตันต่อล้อแต่ละล้อ ผ่านท้องนาแห่งหนึ่งหกเที่ยว จะทำให้ความหนาแน่นของสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังตัวเล็ก ๆ เช่น อะแรดนิค (สัตว์จำพวกแมง) และไส้เดือนลดลงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ที่ระดับความลึกประมาณหนึ่งเมตร. สัตว์เล็ก ๆ ดังกล่าวช่วยรักษาดินให้อุดมสมบูรณ์ ดังนั้น เมื่อสัตว์เหล่านี้ถูกทำลาย ผลผลิตพืชไร่ก็น้อยลงเป็นเงาตามตัว. รากของพืชไม่สามารถชอนไชลงไปในดินชั้นล่างที่ถูกอัดแน่น และด้วยเหตุนี้พืชจึงได้รับความเสียหายเมื่ออากาศแห้งแล้ง. น้ำฝนไม่สามารถซึมลงไป แต่กลับไหลไปตามผิวดิน ทำให้หน้าดินถูกเซาะ. การไถนาเป็นประจำที่แท้แล้วมีแต่จะซ้ำเติมปัญหา ทำให้แรงกดถูกดันลงไปยังชั้นดินที่อยู่ลึกกว่า. นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันอ้างว่า โดยการไถหน้าดินตื้น ๆ แค่แปดเซนติเมตร ความเสียหายที่เกิดแก่ดินจะลดลงได้ถึงหนึ่งในสาม.
ข่าวสารเกินจะรับไหว
“เครื่องมือสื่อสารที่ใช้เทคโนโลยีปัจจุบันก่ออันตรายแบบใหม่แก่สุขภาพ ณ ที่ทำงาน นั่นคือ ความเครียดจากข่าวสาร” เป็นคำกล่าวของคอมพิวติง แคนาดา หนังสือพิมพ์ด้านการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ. การสำรวจความเห็นเมื่อไม่นานมานี้เรื่องการสื่อความ ณ ที่ทำงาน ซึ่งทำโดยบริษัทพิตนีย์ โบวส์ ในเมืองสแตมฟอร์ด คอนเนตทิคัต ได้พบว่าคนทั่วไปที่ทำงานในสำนักงานรับหรือส่ง “ข่าวสารประมาณ 190 เรื่องต่อวันในรูปแบบหลายหลาก” เช่น การฝากข้อความทางโทรศัพท์, โทรศัพท์, โทรสาร, เพจเจอร์, บีปเพอร์, และอีเมล. หนังสือพิมพ์นั้นบอกว่า “นี่หมายความว่า ในขอบเขตหนึ่ง งานถูกกำหนดขึ้นโดยความจำเป็นที่จะต้องตอบสนองข่าวสารต่าง ๆ ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกเครียดยิ่งขึ้นจนเกินจะรับไหว.” การศึกษาวิจัยนี้พบว่า คนงานส่วนใหญ่อยากให้มาทำการติดต่อโดยตรงมากกว่าหรือไม่ก็ทางโทรศัพท์. นักวิจัยเสนอแนะว่า “ลูกจ้างทุกคนควรได้การชี้แนะเรื่องวิธีใช้เครื่องมือสื่อสารของเขาอย่างที่ยอมรับ—และใช้อย่างถูกต้อง” และดังนั้นจะไม่มีข่าวสารล้นจนรับไม่ไหว.
ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องความเขลาของการสูบบุหรี่
การศึกษาวิจัยในประเทศเนเธอร์แลนด์เมื่อไม่นานมานี้แสดงว่า “การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงมากกว่าสองเท่าต่อการเป็นโรคสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์” หนังสือพิมพ์อินเตอร์แนชันแนล เฮรัลด์ ทริบูน รายงาน. การศึกษาวิจัยกับคนที่อายุ 55 ปีขึ้นไปจำนวน 6,870 คนเผยว่า คนที่สูบบุหรี่มีความเป็นไปได้มากกว่าที่จะเป็นโรคอัลไซเมอร์ 2.3 เท่าเมื่อเทียบกับผู้ที่งดสูบบุหรี่ตลอดชีวิต. สำหรับคนที่เลิกสูบบุหรี่ความเสี่ยงมีสูงกว่าคนที่ไม่เคยสูบบุหรี่เลยเพียงเล็กน้อย. โรคอัลไซเมอร์ซึ่งค่อย ๆ ทำลายเซลล์สมองเป็น “รูปแบบของโรคสมองเสื่อมที่พบเห็นมากที่สุด.”
ท้าทายการถอดความ
“รางวัลโนเบลคงจะเป็นของคนนั้นที่สามารถถอดความหมายของข้อเขียนที่ผู้คนแถบลุ่มแม่น้ำสินธุเคยเขียนไว้” วารสารอินเดีย ทูเดย์ กล่าว. “เช่นเดียวกับเอทรุสคันแห่งอิตาลี นี่เป็นข้อเขียนอันสุดท้ายจากยุคทองสัมฤทธิ์ที่ยังไม่ได้มีการถอดความหมาย.” เหตุผลอย่างหนึ่งคือยังไม่มีการค้นพบสิ่งประดิษฐ์ด้วยฝีมือมนุษย์ที่มีสองภาษา ซึ่งจะช่วยในการถอดรหัส. มีการถอดความหมายอักษรภาพของอียิปต์หลังจากที่ชายคนหนึ่งในกองทหารของนโปเลียน ได้ค้นพบโรเสตตา สโตนที่มีข้อความจารึกเป็นอักษรภาพ, อักษรภาพของอียิปต์แบบง่าย, และภาษากรีก. ตัวอักษรรูปลิ่มของซูเมอร์ถอดความหมายได้เมื่อ เฮนรี โรว์ลินสัน ค้นพบข้อความจารึกของเบฮิสตัน ซึ่งมีเบาะแสที่เขาต้องการเพื่อจะถอดความหมายได้. จนถึงบัดนี้ สิ่งที่รู้แน่เกี่ยวกับงานเขียนของชาวสินธุมีน้อยนัก นอกจากที่พวกเขาเขียนจากขวาไปซ้าย—ซึ่งดูได้จากเส้นปลายปากกา—และการเขียนนั้นอาจเขียนเป็นพยางค์. ข้อเขียนนี้ส่วนใหญ่เป็นตัวแกะสลักซึ่งมีราว ๆ 419 ตัว.