การเพ่งดูโลก
“สังหารโดยรัฐบาล”
นั่นเป็นชื่อของหนังสือใหม่โดย อาร์. เจ. รัมเมิล แห่งมหาวิทยาลัยฮาวาย. ตลอดช่วงแปดปี มร. รัมเมิล ได้รวบรวมข้อมูลจาก “หลายพันแหล่ง” เรื่องบทบาทของรัฐบาลในการสังหารมนุษย์ระหว่างศตวรรษนี้. ตามรายงานของเดอะ โฮโนลูลู แอดเวอร์ไทเซอร์ หนังสือนั้นกล่าวว่า “ผู้ชาย, ผู้หญิง, และเด็ก เกือบ 170 ล้านคน ถูกยิง, ตี, ทรมาน, แทง, เผา, อดอาหาร, แช่แข็ง, บีบคั้นหรือบังคับให้ทำงานจนสิ้นใจ, ถูกฝังทั้งเป็น, จมน้ำ, แขวนคอ, ถูกระเบิดหรือถูกสังหารโดยวิธีอื่นสุดคณานับที่รัฐบาลต่าง ๆ ได้นำความตายมาสู่ผู้ที่ไม่มีอาวุธ ประชากรที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้และชาวต่างชาติ.” รัมเมิลกล่าวว่า “ดูราวกับว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์ถูกผลาญด้วยกาฬโรคสมัยใหม่.” “ไม่มีศตวรรษอื่นใดเคยเห็นการสังหารมโหฬารขนาดนั้น” หนังสือพิมพ์นั้นรายงานเกี่ยวกับการค้นพบของรัมเมิล.
ยักษ์ใหญ่ที่ใกล้สูญพันธุ์
เต่ายักษ์แห่งหมู่เกาะกาลาปากอสมีชื่อโด่งดังไปทั่วโลกและได้รับการคุ้มครองฐานะสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์. แต่เมื่อไม่นานมานี้ปรากฏชัดว่าสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ดังกล่าวกำลังเผชิญอันตรายแบบใหม่. เป็นเวลาหนึ่งเดือนที่ไฟลุกลามไปทั่วเกาะอิซาเบลาแห่งหมู่เกาะกาลาปากอส. เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ขุดคูเพื่อป้องกันประชากรเต่าอันมีค่า 6,000 ตัว ของเกาะและกระทั่งย้าย 400 ตัวไปยังที่สงวนพิเศษ. มาตรการอันหลังนี้นำมาใช้ไม่ใช่เพื่อป้องกันเต่าจากไฟไหม้ แต่จากผู้คนต่างหาก. ตามรายงานของเดอะ ยูเนสโก คูเรียร์ “การล่าเต่าแม้จะผิดกฎหมาย แต่ปรากฏว่าเป็นประเพณีปฏิบัติไปแล้ว. เนื้อเต่าโดยเฉพาะของตัวเมีย และเลือดเต่าถือกันว่ามีสรรพคุณทางยา นอกจากจะนุ่มอร่อยเป็นพิเศษแล้ว.” เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบซากของเต่ายักษ์ 42 ตัวที่มนุษย์ได้กินเนื้อของมัน.
ดีสำหรับแม่—ไม่ดีสำหรับลูก
ผู้หญิงหลายคนกินธาตุเหล็กในรูปยาเม็ดเพื่อสุขภาพของตนเพื่อแก้ภาวะโลหิตจาง แต่บางคนไม่ทราบว่ายาเม็ดดังกล่าวอาจเป็นอันตรายเพียงไรสำหรับเด็ก ๆ ที่กินเข้าไป. ตามรายงานในวารสารความปลอดภัย +สุขภาพ (ภาษาอังกฤษ) ธาตุเหล็กชนิดเม็ดเป็นสาเหตุสำคัญของการตายเนื่องจากสารพิษท่ามกลางเด็ก ๆ อายุต่ำกว่าหกขวบ. รัฐบาลสหรัฐได้เสนอให้บรรจุยาเม็ดชนิดนี้โดยวิธีแยกเป็นเม็ด ๆ ในแผงพลาสติกที่แกะยากแทนขวด. แต่ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม มารดาทั้งหลายได้รับคำแนะนำให้เก็บยาเม็ดดังกล่าวอย่างดีในที่ที่มือน้อย ๆ เอื้อมไม่ถึง เช่นเดียวกันกับยาเม็ดชนิดอื่น ๆ.
การค้ายาเสพย์ติดเป็นธุรกิจใหญ่โต
หนังสือพิมพ์ เดอะ ซิดนีย์ มอร์นิง เฮรัลด์ กล่าวว่า “การค้ายาเสพย์ติดระหว่างชาติได้กลายเป็นธุรกิจที่ทำกำไรมากที่สุดในโลก รองจากการค้าอาวุธ กวาดเงินไป 10 ล้านล้านบาทต่อปี และบ่อนทำลายระบบการเมืองในเอเชีย.” เลขาธิการใหญ่ขององค์การตำรวจสากลกล่าวว่า จำนวนเงินขนาดนี้ “มีอำนาจทำให้แทบทุกคนเสื่อมทราม.” เอเชียตกเป็นจุดรวมความสนใจเพราะมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของเฮโรอีนในโลกผลิตที่สามเหลี่ยมทองคำใกล้ชายแดนพม่า, ไทย, และลาว รวมทั้งเสี้ยวทองคำแห่งอัฟกานิสถานและปากีสถาน. หัวหน้าเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพย์ติดขององค์การตำรวจสากลเสริมว่า “การค้ายาเสพย์ติดได้กลายเป็นวิธีสำคัญที่สุดในการจัดหาเงินให้แก่ขบวนการก่อการร้าย.”
การต่อสู้ด้วยปืนเพิ่มขึ้นในญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นเป็นที่รู้จักในฐานะประเทศที่มีความปลอดภัยที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง. การฆาตกรรมในแต่ละปีของประเทศนี้มีอัตราเพียง 1 ต่อ 100,000 คน ในขณะที่ประเทศต่าง ๆ เช่นไทยและสหรัฐมีอัตราสูงกว่าเกือบสิบเท่า. แต่เมื่อไม่นานมานี้ประเทศญี่ปุ่นต้องสะท้านเพราะฆาตกรรมด้วยปืนที่เพิ่มขึ้น วารสารเอเชียวีก รายงาน. ตั้งแต่ปี 1990 ถึง 1993 มีการยิงกัน 180 รายต่อปี ทั้งหมดพัวพันกับสมาชิกของอาชญากรรมแบบองค์การ. แต่น่าตกใจ ในปี 1994 จำนวนการยิงกันพุ่งสูงขึ้นและผู้ตกเป็นเหยื่อเจ็ดคนเป็นราษฎรธรรมดา. แม้ว่าญี่ปุ่นมีกฎหมายเข้มงวดเรื่องการครอบครองปืนเป็นส่วนตัว แต่ตำรวจแถลงว่า มีปืนผิดกฎหมายประมาณ 100,000 กระบอกในประเทศ. หลังจากแพทย์คนหนึ่งถูกยิง ณ สถานีรถไฟที่มีคนพลุกพล่าน สันนิษฐานว่าโดยอดีตคนไข้ที่ไม่พอใจ นักศึกษาวิทยาลัยคนหนึ่งออกความเห็นในการให้สัมภาษณ์ว่า “ผมเคยคิดว่าเรื่องอย่างนี้จะเกิดขึ้นได้เฉพาะในอเมริกาเท่านั้น.”
“ชาติพนันอันดับหนึ่งของโลก”
“ญี่ปุ่นได้กลายเป็นชาติพนันอันดับหนึ่งของโลก” อาซาฮิ อีฟนิง นิวส์ กล่าว. เงินส่วนใหญ่ (65 เปอร์เซ็นต์) ใช้เล่นพนัน ปาชินโกะ ซึ่งเล่นด้วยโต๊ะพินบอล. ชาวญี่ปุ่นยังพนันการแข่งม้าประจำท้องถิ่นมากกว่าชาติอื่นใด. การวางเดิมพันในปี 1992 มากกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับสหรัฐและมากกว่าสี่เท่าของฮ่องกง, บริเตน, และฝรั่งเศส. บัดนี้มีการมุ่งเป้าไปยังผู้หญิงสาว ๆ เพื่อได้เงินเดิมพันมากขึ้น. หญิงสาวคนหนึ่งจากเมืองนาโกยาบอกว่า “คุณพ่อคุณแม่ไม่พอใจแต่ดิฉันก็บอกท่านทุกครั้งว่า ‘รัฐบาลและฝ่ายปกครองท้องถิ่นเป็นผู้จัดการพนัน. จะไม่ดีได้อย่างไร?’” ที่จริง ตามหลักการแล้วกฎหมายญี่ปุ่นห้ามการพนัน แต่การเล่นพนันอย่างเปิดเผยก็ยังมีอยู่ในฐานะ “เศรษฐกิจตามข้อเท็จจริง” นักวิจัย ฮิโรชิ ตาเกอุชิ กล่าว. เขารู้สึกว่าเมื่อรายได้จากการพนันมีมากกว่า 4 เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์ประชาชาติเบื้องต้นของประเทศ การพนันจะกลายเป็นปัญหาสังคม. บัดนี้อัตราของญี่ปุ่นอยู่ที่ 5.7 เปอร์เซ็นต์.
เลือด—“ยา” อันตราย
“เป็นไปได้ไหมว่าพยานพระยะโฮวาเป็นฝ่ายถูกที่ปฏิเสธการถ่ายเลือด?” หนังสือพิมพ์ ซันเดย์ เทเลกราฟ ของอังกฤษตั้งคำถาม. ปัจจุบันสิ่งที่น่าตระหนกเรื่องการถ่ายเลือดเกี่ยวข้องกับเลือดที่ปนเปื้อนด้วยโรคตับอักเสบซี และไวรัสเอดส์. “แต่การติดเชื้อเป็นเพียงหนึ่งในอันตรายหลายอย่างซึ่งมีพรรณนาไว้ในวารสารต่าง ๆ ด้านวิชาการ” เทเลกราฟ กล่าว. “การศึกษาวิจัยต่าง ๆ เช่นรายหนึ่งซึ่งกะประมาณว่าโอกาสที่จะเกิดปฏิกิริยาเชิงปฏิปักษ์ต่อการถ่ายเลือดสูงถึง 20 เปอร์เซ็นต์นั้น ประชาชนรู้กันเล็กน้อย. สิ่งที่ไม่คุ้นพอ ๆ กันคือ การศึกษาที่พบว่าการถ่ายเลือดเป็นตัวการที่พยากรณ์ได้อย่างแม่นยำว่าทำให้การผ่าตัดช่องท้องหรือลำไส้ใหญ่หายช้า.” การศึกษาแสดงเช่นกันว่า มีเปอร์เซ็นต์สูงในการถ่ายเลือดโดยไม่จำเป็นและวิธีปฏิบัติด้านถ่ายเลือดก็แตกต่างกันอย่างมากและอาศัยความเคยชินมากกว่าข้อมูลทางวิทยาศาสตร์. โดยเรียกเลือดว่าเป็น “ยาทรงพลัง” ซึ่ง “ศัลยแพทย์ส่วนใหญ่ให้กันโดยไม่ยับยั้งชั่งใจ” ทอม เลนนาร์ด ศัลยแพทย์ผู้ให้คำปรึกษา ณ สถานพยาบาล โรยัล วิกตอเรีย อินเฟอร์เมรีให้ความเห็นว่า “หากเลือดเป็นยาชนิดใหม่จะไม่ได้รับใบอนุญาตให้ใช้.”
ไส้เดือนที่ทำประโยชน์
“ไส้เดือนเป็นอาวุธลับของอินเดียในการป้องกันการระบาดของกาฬโรคอีกครั้ง” วารสาร นิว ไซเยนติสต์ รายงาน. เมื่อขยะพอกพูนขึ้น หนูและสัตว์ที่เป็นภัยอื่น ๆ ซึ่งแฝงด้วยโรคที่อันตรายถึงตายก็พลอยชุกชุมไปด้วย. บัดนี้ไส้เดือนประจำถิ่นพันธุ์ Pheretima elongata ซึ่งชอนไชลึกลงไปในดินถูกเกณฑ์ให้ทำงานเพื่อเปลี่ยนขยะเป็นปุ๋ยที่มีประโยชน์. เมื่อนำไส้เดือนดังกล่าวใส่ในภาชนะเก็บขยะ มันจะกินมูลฝอยจนเกลี้ยงและผลิตปุ๋ยที่ดีซึ่งย่อยสลายอย่างง่ายดาย. เทคนิคนี้นำมาใช้แล้วในเมืองบอมเบย์ โดยแปรรูปของเสียจากโรงฆ่าสัตว์สี่ตันต่อวัน. เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นผู้ซึ่งปัจจุบันอาศัยเตาเผาและที่ทิ้งขยะ บัดนี้หันมาพิจารณาไส้เดือนที่เป็นประโยชน์ดังกล่าวด้วยความสนใจ.
โบสถ์ต่าง ๆ ได้รับผลกระทบจากคลื่นอาชญากรรม
จนกระทั่งไม่กี่ปีมานี้ โบสถ์ต่าง ๆ ในออสเตรเลียส่วนใหญ่ไม่ได้ล็อกไว้ แม้ในช่วงที่ไม่มีการประกอบกิจทางศาสนา. หนังสือพิมพ์ เดอะ วีกเอนด์ ออสเตรเลียน รายงานว่า แต่บัดนี้สิ่งต่าง ๆ ได้เปลี่ยนไป เนื่องจากการปล้น, การบุกเข้าไป, การทำความเสียหายตามอาคารโบสถ์, และในบางครั้งก็โจมตีนักเทศน์นักบวช. “ผมเกรงว่าเขตปกครองของเราส่วนใหญ่บัดนี้ล็อกโบสถ์ของตน. ผมคิดว่าเป็นเรื่องน่าเศร้า” เป็นคำกล่าวของ จอห์น เบเทอร์สบี อาร์ชบิชอปคาทอลิก. “ผมคิดว่าความเคารพนับถือต่อศาสนาได้เสื่อมลง. ผมคิดว่าการเบนไปในทางโลกอย่างสิ้นเชิงของสังคมได้ก่อสภาพแวดล้อมแบบหนึ่งซึ่งทำให้หลายคนไม่มองคริสตจักรว่าแตกต่างประการใดจากสถาบันอื่น ๆ ในสังคม และด้วยเหตุนี้บรรยากาศพิเศษแห่งความเคารพนับถือจึงอันตรธานไป. บางคนมองโบสถ์เป็นแค่อาคารหนึ่งเท่านั้น.”
โปปมีความสามารถหลายด้าน
โปป จอห์น พอลที่สอง ไม่เพียงเป็นหัวหน้าทางฝ่ายวิญญาณของคริสตจักรโรมันคาทอลิกเท่านั้น แต่เขายังเป็นนักเขียนบทละคร, นักประพันธ์, และศิลปินบันทึกเสียงอีกด้วย. หนังสือของเขาที่เขียนไม่นานมานี้ชื่อ ครอสซิง เดอะ เทรสโฮลด์ ออฟ โฮป ติดอันดับหนังสือที่ขายดีที่สุดเป็นเวลาหลายสัปดาห์. การแสดงละครร้องชื่อ เดอะ จิวเวลเลอร์ส ช็อป ได้เปิดแสดงในนครนิวยอร์กในช่วงเวลาจำกัดเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมานี้. ละครนี้โปปเขียนในปี 1960 โดยใช้นามปากกาว่า อันเจ ยาวีน. ผู้อำนวยการสร้างละครนั้นอธิบายว่า “โปปเคยเป็นนักเขียนละคร, นักแสดง, ผู้กำกับ, ผู้แปลและนักวิจารณ์ละครประจำหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในเมืองเครโก.” ยังมีซีดีคู่ที่ขายดีที่สุดซึ่งบันทึกการท่องคำอธิษฐานของโปปด้วยลูกประคำอีกด้วย. และสังฆราชผู้นี้เป็นนักเดินทางระดับโลกที่ขึ้นชื่อ พร้อมด้วยแผนการเดินทางเยือนห้าทวีปในปีนี้. การเดินทางครั้งที่ 63 ในเดือนมกราคมได้มีการพรรณนาโดย เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ ว่า “เป็นความพยายามโดยโปปวัย 74 ปีที่จะกำจัดความคิดที่ว่า ระบบโปปกำลังเสื่อมถอยและถ่ายทอดความคิดที่ว่า ไม่ว่าสุขภาพหรืออายุของเขาไม่เป็นอุปสรรคต่อการสอดแทรกทัศนะของตนเรื่องศีลธรรมในกิจธุระของโลก.”