จดหมายฉบับแรกของเปโตร
1 ข้าพเจ้าเปโตรอัครสาวก*ของพระเยซูคริสต์ เขียนถึงผู้อาศัยชั่วคราวที่กระจัดกระจายอยู่ในแคว้นปนโทส แคว้นกาลาเทีย แคว้นกัปปะโดเกีย แคว้นเอเชีย และแคว้นบิทีเนีย ซึ่งเป็นผู้ถูกเลือก 2 ตามที่พระเจ้าผู้เป็นพระบิดาทรงรู้ล่วงหน้าและพระวิญญาณทำให้บริสุทธิ์ เพื่อพวกท่านจะได้เชื่อฟังและได้รับการประพรมด้วยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์
ขอให้พระกรุณาอันใหญ่หลวงและสันติสุขจงมีแก่ท่านทั้งหลายยิ่ง ๆ ขึ้นเถิด.
3 ขอให้พระองค์ผู้เป็นพระเจ้าและพระบิดาของพระเยซูคริสต์เจ้าของเราได้รับการสรรเสริญ เพราะพระเมตตาอันใหญ่หลวง พระองค์จึงทรงให้เราบังเกิดใหม่เพื่อให้มีความหวังที่มีชีวิตโดยทรงปลุกพระเยซูคริสต์ให้เป็นขึ้นจากตาย 4 และได้รับทรัพย์สมบัติที่ไม่เน่าเปื่อย ไม่มีมลทิน และไม่ร่วงโรย. ทรัพย์สมบัตินั้นถูกเก็บไว้ในสวรรค์สำหรับพวกท่าน 5 ซึ่งเนื่องด้วยความเชื่อ ได้รับการอารักขาไว้โดยฤทธิ์ของพระเจ้าเพื่อให้ได้รับความรอดซึ่งจะปรากฏในช่วงเวลาสุดท้าย. 6 ท่านทั้งหลายยินดีอย่างยิ่งด้วยเรื่องนี้ แม้ว่าเดี๋ยวนี้พวกท่านต้องเศร้าใจอยู่ชั่วระยะหนึ่งเนื่องจากการทดสอบหลายอย่าง 7 เพื่อว่าความเชื่อที่ผ่านการทดสอบแล้วของท่านทั้งหลาย ซึ่งมีค่ายิ่งกว่าทองคำที่สูญไปได้แม้ว่าถูกทดสอบด้วยไฟแล้ว จะทำให้พวกท่านได้รับคำสรรเสริญ เกียรติยศ และการยกย่องในคราวที่พระเยซูคริสต์ทรงปรากฏพระองค์. 8 แม้ท่านทั้งหลายไม่เคยเห็นพระองค์ แต่พวกท่านก็รักพระองค์. แม้ท่านทั้งหลายไม่เห็นพระองค์เดี๋ยวนี้ แต่พวกท่านก็แสดงความเชื่อในพระองค์และปลาบปลื้มยินดีอย่างยิ่งจนสุดจะพรรณนา 9 ขณะที่ท่านทั้งหลายได้รับผลของการมีความเชื่อ คือการรอดชีวิต.*
10 พวกผู้พยากรณ์ซึ่งได้พยากรณ์เรื่องพระกรุณาอันใหญ่หลวงที่มีไว้สำหรับท่านทั้งหลายนั้นได้อุตส่าห์ไต่ถามและค้นคว้าเรื่องความรอดนี้อย่างถี่ถ้วน. 11 พวกเขาคอยตรวจดูอยู่เสมอว่า เมื่อพระวิญญาณซึ่งอยู่ในพวกเขาบอกล่วงหน้าเรื่องการทนทุกข์ของพระคริสต์*และเกียรติยศที่พระองค์จะได้รับภายหลัง พระวิญญาณนั้นจะแสดงว่าเหตุการณ์เหล่านั้นจะเกิดขึ้นเมื่อไรและในสถานการณ์เช่นไร. 12 พวกเขาได้รับแจ้งว่า พวกเขาไม่ได้รับใช้เพื่อตนเอง แต่เพื่อพวกท่านโดยบอกเรื่องเหล่านั้นที่บัดนี้มีการแจ้งแก่ท่านทั้งหลายโดยคนที่ประกาศข่าวดีแก่พวกท่านเนื่องด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์จากสวรรค์. สิ่งเหล่านี้แหละที่พวกทูตสวรรค์ปรารถนาจะพินิจพิจารณา.
13 ฉะนั้น พวกท่านจงทำจิตใจให้เข้มแข็งและพร้อมจะทำงาน มีสติสัมปชัญญะอยู่เสมอ หวังในพระกรุณาอันใหญ่หลวงซึ่งจะทรงโปรดให้ท่านทั้งหลายในคราวที่พระเยซูคริสต์ทรงปรากฏพระองค์. 14 ในฐานะบุตรที่เชื่อฟัง อย่ายอมให้ความปรารถนาที่ท่านทั้งหลายเคยมีในตอนที่ยังเขลาอยู่นั้นครอบงำพวกท่าน 15 แต่ท่านทั้งหลายจงเป็นคนบริสุทธิ์ในการประพฤติทั้งสิ้นตามอย่างพระองค์ผู้บริสุทธิ์ผู้ทรงเรียกพวกท่านนั้น 16 เพราะมีคำเขียนไว้ว่า “เจ้าทั้งหลายต้องเป็นคนบริสุทธิ์ เพราะเราเป็นผู้บริสุทธิ์.”
17 นอกจากนี้ ถ้าท่านทั้งหลายทูลขอต่อพระบิดาผู้ทรงพิพากษาตามการกระทำของแต่ละคนอย่างไม่ลำเอียง จงประพฤติตัวด้วยความยำเกรงในช่วงที่พวกท่านเป็นคนต่างด้าว. 18 เพราะท่านทั้งหลายก็รู้ว่า ที่พวกท่านได้รับการช่วยให้พ้นจากแนวการประพฤติที่ไร้ประโยชน์ซึ่งตกทอดมาจากบรรพบุรุษนั้น ไม่ใช่ด้วยสิ่งที่เน่าเปื่อยได้ หรือด้วยเงินหรือทอง 19 แต่ด้วยโลหิตอันมีค่ามากเหมือนเลือดของลูกแกะที่ปราศจากตำหนิและปราศจากด่างพร้อย คือพระโลหิตของพระคริสต์. 20 ที่จริง พระองค์ถูกเลือกไว้แล้วก่อนการวางรากของโลก แต่พระเจ้าทรงให้พระองค์ปรากฏพระองค์ในช่วงปลายยุคก็เพื่อท่านทั้งหลาย 21 ซึ่งโดยทางพระองค์ พวกท่านจึงเป็นผู้ที่เชื่อพระเจ้าผู้ทรงปลุกพระคริสต์ให้เป็นขึ้นจากตายและทรงประทานเกียรติยศแก่พระองค์ เพื่อท่านทั้งหลายจะมีความเชื่อและความหวังในพระเจ้า.
22 เมื่อท่านทั้งหลายทำให้แนวทางชีวิตของพวกท่านสะอาดแล้วโดยการเชื่อฟังความจริงซึ่งทำให้พวกท่านรักใคร่กันฉันพี่น้องโดยไม่เสแสร้ง ก็ให้พวกท่านรักกันอย่างแรงกล้าจากหัวใจ. 23 เพราะท่านทั้งหลายถูกทำให้เกิดใหม่ ไม่ใช่จากเชื้อที่เสื่อมสลายได้ แต่จากเชื้อที่ไม่มีวันเสื่อมสลาย โดยทางพระคำของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่และดำรงอยู่เป็นนิตย์. 24 ด้วยว่า “มนุษย์ทั้งสิ้นเป็นเหมือนต้นหญ้า และความรุ่งเรืองของมนุษย์เป็นเหมือนดอกหญ้า ต้นหญ้าเหี่ยวแห้งไป และดอกก็ร่วงโรยไป 25 แต่คำตรัสของพระยะโฮวาดำรงอยู่เป็นนิตย์.” นี่คือ “คำตรัส” ซึ่งได้ประกาศเป็นข่าวดีแก่ท่านทั้งหลาย.
2 ฉะนั้น จงละทิ้งการชั่วทุกอย่าง อีกทั้งการล่อลวงทุกอย่าง ความหน้าซื่อใจคด ความริษยา และการนินทาว่าร้ายทุกอย่าง 2 และเช่นเดียวกับทารกแรกเกิด จงเพาะความปรารถนาจะได้น้ำนมที่มีอยู่ในพระคำซึ่งเป็นน้ำนมที่ไม่มีอะไรเจือปน เพื่อโดยน้ำนมนั้น ท่านทั้งหลายจะเติบโตถึงความรอด 3 ถ้าพวกท่านได้ชิมดูแล้วว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพระกรุณา.
4 เมื่อท่านทั้งหลายมาหาพระองค์ คือมาหาหินที่มีชีวิตซึ่งมนุษย์ปฏิเสธก็จริง แต่พระเจ้าทรงเลือกไว้และถือว่ามีค่ามาก 5 ท่านทั้งหลายซึ่งเป็นหินที่มีชีวิตก็เป็นนิเวศ*ที่กำลังถูกสร้างขึ้นโดยพระวิญญาณของพระเจ้าให้เป็นคณะปุโรหิตบริสุทธิ์เพื่อถวายเครื่องบูชา*ตามการทรงนำจากพระวิญญาณของพระองค์อย่างที่พระองค์พอพระทัยรับไว้โดยทางพระเยซูคริสต์. 6 เพราะในพระคัมภีร์มีคำเขียนไว้ว่า “ดูเถิด! เรากำลังวางหินก้อนหนึ่งไว้ที่ซีโอน เป็นหินหัวมุมของฐานรากที่เลือกไว้แล้วซึ่งมีค่ามาก และผู้ที่แสดงความเชื่อในหินก้อนนี้จะไม่ผิดหวังแน่นอน.”
7 ฉะนั้น พระองค์ทรงมีค่ามากสำหรับท่านทั้งหลาย เพราะพวกท่านเป็นผู้เชื่อถือ แต่สำหรับคนที่ไม่เชื่อ “หินก้อนเดียวกันที่ช่างก่อสร้างปฏิเสธนั้นได้กลายเป็นหินหัวมุมหลัก” 8 และเป็น “หินที่ทำให้สะดุดกับศิลาที่ทำให้ล้ม.” คนเหล่านี้กำลังสะดุดเพราะพวกเขาไม่เชื่อฟังพระคำ. พวกเขาถูกกำหนดให้เป็นอย่างนี้. 9 แต่ท่านทั้งหลายเป็น “เชื้อชาติที่ถูกเลือก เป็นปุโรหิตและเป็นกษัตริย์ เป็นชาติบริสุทธิ์ เป็นชนชาติที่เป็นสมบัติพิเศษ เพื่อท่านทั้งหลายจะป่าวประกาศคุณความดี” ของพระองค์ผู้ทรงเรียกท่านทั้งหลายออกจากความมืดเข้าสู่ความสว่างอันมหัศจรรย์ของพระองค์. 10 เพราะเมื่อก่อนท่านทั้งหลายไม่ได้เป็นชนชาติ แต่เดี๋ยวนี้เป็นชนชาติของพระเจ้า ท่านทั้งหลายเคยเป็นคนที่ไม่ได้รับความเมตตา แต่เดี๋ยวนี้ท่านทั้งหลายเป็นคนที่ได้รับความเมตตาแล้ว.
11 พี่น้องที่รัก ข้าพเจ้าขอกระตุ้นเตือนท่านทั้งหลายที่เป็นคนต่างด้าวและผู้อาศัยชั่วคราวให้ละเว้นจากความปรารถนาต่าง ๆ ทางกาย ซึ่งก็คือความปรารถนาเหล่านั้นที่เป็นปฏิปักษ์กับชีวิต.* 12 จงประพฤติอย่างดีงามท่ามกลางชนต่างชาติต่อ ๆ ไป เพื่อว่าในเรื่องที่พวกเขากล่าวร้ายท่านทั้งหลายว่าเป็นคนทำชั่วนั้น เมื่อพวกเขาเห็นการดีของพวกท่าน พวกเขาจะสรรเสริญพระเจ้าในวันที่พระองค์ทรงตรวจตรา.
13 เพื่อเห็นแก่องค์พระผู้เป็นเจ้า ท่านทั้งหลายจงยอมเชื่อฟังทุกสิ่งที่มนุษย์ตั้งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสูงกว่า 14 หรือผู้ว่าราชการซึ่งกษัตริย์ส่งมาลงโทษคนที่ทำชั่วแต่ยกย่องคนที่ทำดี. 15 เพราะพระเจ้าทรงปรารถนาให้ท่านทั้งหลายระงับคำพูดที่โง่เขลาของคนไม่มีเหตุผลด้วยการทำดี. 16 จงประพฤติอย่างเสรีชน ถึงกระนั้น อย่ามีเสรีภาพไว้เป็นข้ออ้างเพื่อปกปิดความชั่ว แต่จงมีเสรีภาพในฐานะทาสของพระเจ้า. 17 จงให้เกียรติคนทุกชนิด จงรักทุกคนในสังคมพี่น้องคริสเตียน จงยำเกรงพระเจ้า จงให้เกียรติกษัตริย์.
18 ให้คนรับใช้ยอมเชื่อฟังนายด้วยความยำเกรงอย่างยิ่ง ไม่ใช่แต่นายที่ดีและมีเหตุผลเท่านั้น แต่นายที่เอาใจยากด้วย. 19 เพราะถ้าใครทนสิ่งที่ทำให้เศร้าใจและทนทุกข์โดยไม่ได้รับความเป็นธรรมเพื่อจะมีสติรู้สึกผิดชอบที่สะอาดเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า เขาก็ทำให้พระองค์พอพระทัย. 20 เพราะถ้าท่านทั้งหลายทำผิดแล้วถูกตี ที่พวกท่านทนถูกตีนั้นจะทำให้พวกท่านมีอะไรน่าชมเชยหรือ? แต่ถ้าท่านทั้งหลายทำดีแล้วได้รับทุกข์ การที่ท่านทนรับทุกข์นั้นจึงจะเป็นสิ่งที่พระเจ้าพอพระทัย.
21 ที่จริง ท่านทั้งหลายถูกเรียกให้เดินตามทางนี้ เพราะแม้แต่พระคริสต์ก็ยังทรงทนทุกข์เพื่อท่านทั้งหลาย ทรงวางแบบอย่างไว้ให้พวกท่านดำเนินตามรอยพระบาทของพระองค์อย่างใกล้ชิด. 22 พระองค์ไม่เคยทำบาป ไม่เคยมีคำล่อลวงออกจากพระโอษฐ์ของพระองค์. 23 เมื่อพระองค์ถูกด่า พระองค์ไม่ได้ด่าตอบ. เมื่อพระองค์ทนทุกข์ทรมาน พระองค์ไม่ได้ขู่ แต่ทรงฝากพระองค์เองไว้กับพระเจ้าผู้ทรงพิพากษาด้วยความชอบธรรม. 24 พระองค์ทรงแบกรับบาปของเราไว้ด้วยพระกายของพระองค์เองบนเสา*เพื่อเราจะได้พ้นบาปและดำเนินชีวิตอย่างชอบธรรม และ “โดยบาดแผลของพระองค์ ท่านทั้งหลายได้รับการรักษาให้หายแล้ว.” 25 เพราะท่านทั้งหลายเคยเป็นเหมือนแกะที่หลงหาย แต่เดี๋ยวนี้พวกท่านได้กลับมาหาผู้ที่เลี้ยงและพิทักษ์*ชีวิต*ท่าน.
3 ในลักษณะเดียวกัน ให้ท่านทั้งหลายที่เป็นภรรยายอมเชื่อฟังสามีของตน เพื่อว่าถ้าสามีคนใดไม่เชื่อฟังพระคำ การประพฤติของภรรยาก็อาจชนะใจเขาโดยไม่ต้องเอ่ยปาก 2 เนื่องจากเขาได้เห็นการประพฤติอันบริสุทธิ์พร้อมกับความนับถืออย่างสุดซึ้งของท่านทั้งหลาย. 3 อย่าให้การประดับตัวของท่านทั้งหลายเป็นการประดับภายนอกด้วยการถักผมและสวมใส่เครื่องประดับที่ทำด้วยทอง หรือสวมเสื้อคลุม 4 แต่ให้ประดับด้วยตัวตนที่อยู่ในใจซึ่งเป็นเครื่องประดับที่ไม่รู้เน่าเปื่อย คือใจที่สงบเสงี่ยมและอ่อนโยนซึ่งมีค่ามากในสายพระเนตรพระเจ้า. 5 เพราะพวกผู้หญิงที่เป็นผู้บริสุทธิ์ในสมัยก่อนซึ่งหวังในพระเจ้าก็ประดับตัวอย่างนั้น โดยการยอมเชื่อฟังสามีของตน 6 อย่างที่ซาราห์เชื่อฟังอับราฮาม เรียกท่านว่า “นาย.” ถ้าท่านทั้งหลายทำดีต่อ ๆ ไปและไม่กลัวสิ่งใด ๆ ที่ทำให้หวาดหวั่น ท่านทั้งหลายก็เป็นบุตรของนาง.
7 ท่านทั้งหลายที่เป็นสามี จงอยู่กับภรรยาต่อ ๆ ไปในลักษณะเดียวกันตามความรู้ ให้เกียรตินางเหมือนเป็นภาชนะที่อ่อนแอกว่า คือเพศหญิง เพราะท่านกับนางเป็นผู้รับชีวิตอันเป็นของประทานด้วยพระกรุณาอันใหญ่หลวงด้วยกัน เพื่อคำอธิษฐานของพวกท่านจะไม่ถูกขัดขวาง.
8 สุดท้ายนี้ ท่านทั้งหลายจงมีความคิดจิตใจอย่างเดียวกัน แสดงความเห็นอกเห็นใจกัน มีความรักใคร่ฉันพี่น้อง ความเอ็นดูสงสาร ความถ่อมใจ 9 ไม่ตอบโต้การร้ายด้วยการร้าย หรือตอบโต้การด่าด้วยการด่า แต่ทำตรงกันข้าม คืออวยพร เพราะท่านทั้งหลายถูกเรียกให้เดินตามทางนี้เพื่อพวกท่านจะได้รับพระพร.
10 เพราะว่า “ผู้ที่รักชีวิตและอยากเห็นวันเวลาที่มีความสุขความเจริญ ให้เขายับยั้งลิ้นเขาไว้ไม่ให้พูดถึงสิ่งชั่วและยับยั้งริมฝีปากเขาไว้ไม่ให้พูดคำล่อลวง 11 แต่ให้เขาหันหนีจากสิ่งชั่วและทำสิ่งดี ให้เขาแสวงหาสันติสุขและพยายามสร้างสันติสุข. 12 เพราะพระเนตรพระยะโฮวาเฝ้ามองคนชอบธรรมและพระกรรณพระองค์คอยฟังคำวิงวอนของพวกเขา แต่พระพักตร์พระยะโฮวาหันมาต่อสู้คนที่ทำสิ่งชั่ว.”
13 ที่จริง ใครล่ะจะมาทำร้ายท่านทั้งหลาย ถ้าท่านทั้งหลายมีใจแรงกล้าเพื่อสิ่งดี? 14 แต่ถึงแม้ท่านทั้งหลายต้องทนทุกข์เพราะเห็นแก่ความชอบธรรม ท่านทั้งหลายก็มีความสุข. อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พวกเขากลัวนั้น ท่านทั้งหลายอย่ากลัวและอย่าวิตก. 15 แต่ในใจท่านทั้งหลาย จงเคารพนับถือพระคริสต์ในฐานะองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้บริสุทธิ์ พร้อมเสมอที่จะปกป้องความหวังของพวกท่านโดยชี้แจงแก่ทุกคนที่อยากรู้ว่าทำไมพวกท่านหวังอย่างนั้น แต่จงทำเช่นนั้นด้วยอารมณ์อ่อนโยนและด้วยความนับถืออย่างยิ่ง.
16 จงรักษาสติรู้สึกผิดชอบอันดีไว้ เพื่อว่าในเรื่องที่ท่านทั้งหลายถูกกล่าวร้ายนั้น คนที่พูดดูถูกความประพฤติอันดีของพวกท่านซึ่งเป็นสาวกของพระคริสต์นั้นจะได้อาย. 17 เพราะถ้าพวกท่านจะต้องทนทุกข์เนื่องจากการทำดีก็ดีกว่าเนื่องจากการทำชั่ว ถ้าพระเจ้าทรงประสงค์เช่นนั้น. 18 เพราะแม้แต่พระคริสต์ผู้ชอบธรรมก็วายพระชนม์ครั้งเดียวเพื่อบาปของคนไม่ชอบธรรม เพื่อพระองค์จะทรงนำท่านทั้งหลายไปถึงพระเจ้า พระองค์ถูกประหารในสภาพมนุษย์ แต่ถูกทำให้มีชีวิตในสภาพกายวิญญาณ. 19 ในสภาพนี้แหละที่พระองค์เสด็จไปประกาศแก่พวกกายวิญญาณในคุก 20 ผู้ซึ่งไม่เชื่อฟังในคราวที่พระเจ้าทรงอดทนรอในสมัยโนอาห์ขณะที่ท่านสร้างเรือ* ซึ่งในเรือนั้นมีไม่กี่คน คือมีแปดคนที่ได้รับการช่วยให้รอดจากน้ำโดยปลอดภัย.
21 สิ่งที่ตรงกับเรื่องนี้ก็ทำให้ท่านทั้งหลายรอดในตอนนี้ด้วย นั่นคือการรับบัพติสมา (ไม่ใช่การชำระตัวให้ปราศจากมลทิน แต่เป็นการทูลขอพระเจ้าเพื่อจะมีสติรู้สึกผิดชอบอันดี) โดยการคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์. 22 พระองค์สถิตด้านขวาพระหัตถ์ของพระเจ้าเพราะพระองค์เสด็จสู่สวรรค์แล้ว และพระเจ้าทรงโปรดให้เหล่าทูตสวรรค์กับผู้มีอำนาจและผู้มีฤทธิ์ทั้งหลายอยู่ใต้อำนาจพระองค์แล้ว.
4 ฉะนั้น เนื่องจากพระคริสต์ทรงทนทุกข์ในสภาพมนุษย์แล้ว ท่านทั้งหลายจงมีแนวคิดอย่างเดียวกันเป็นอาวุธ เพราะคนที่ทนทุกข์ในกายนี้ก็ได้หยุดทำบาปแล้ว 2 โดยตั้งใจว่าจะไม่ดำเนินชีวิตที่เหลืออยู่ในกายนี้ตามความปรารถนาของมนุษย์อีกต่อไป แต่ตามพระประสงค์ของพระเจ้า. 3 เพราะท่านทั้งหลายเสียเวลาไปกับการทำตามใจชนต่างชาติมากพอแล้ว ในคราวที่พวกท่านทำการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการประพฤติที่ไร้ยางอาย ราคะตัณหา การดื่มเหล้าองุ่นมากเกินไป การเลี้ยงเฮฮาอย่างเลยเถิด การแข่งกันดื่ม และการไหว้รูปเคารพอันน่าสะอิดสะเอียน. 4 เพราะท่านทั้งหลายไม่เดินกับพวกเขาในทางเดียวกันนี้ต่อไปจนจมอยู่ในปลักแห่งความเหลวไหลเสเพลเหมือนกัน พวกเขาจึงประหลาดใจและกล่าวร้ายท่านทั้งหลายอยู่เรื่อยไป. 5 แต่คนเหล่านี้จะต้องให้การต่อพระองค์ผู้ทรงพร้อมที่จะพิพากษาคนเป็นและคนตาย. 6 ที่จริง มีการประกาศข่าวดีแก่คนตาย*ด้วยก็เพราะเหตุนี้ พวกเขาจึงถูกคนอื่นตัดสินตามที่มองเห็น โดยตัดสินตามแง่คิดของมนุษย์ แต่ตามแง่คิดของพระเจ้า พวกเขามีชีวิตอย่างคนที่เลื่อมใสพระองค์.
7 อวสานของทุกสิ่งมาใกล้แล้ว. ฉะนั้น จงมีสติ คอยตื่นตัวและเอาใจใส่ในการอธิษฐาน. 8 ที่สำคัญที่สุดคือ จงมีความรักอย่างแรงกล้าต่อกัน เพราะความรักปิดคลุมบาปไว้มากมาย. 9 จงยินดีต้อนรับกันโดยไม่บ่น. 10 จงใช้ความสามารถ*ตามที่แต่ละคนได้รับนั้นในการรับใช้กันในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ดีที่ดูแลเรื่องพระกรุณาอันใหญ่หลวงซึ่งพระเจ้าทรงแสดงออกในหลายวิธีต่าง ๆ กัน. 11 ถ้าใครจะพูดก็ให้เขาพูดอย่างที่พูดถ้อยคำอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า ถ้าใครจะรับใช้ก็ให้เขารับใช้โดยพึ่งกำลังที่พระเจ้าทรงประทาน เพื่อพระเจ้าจะได้รับการสรรเสริญในทุกสิ่งโดยทางพระเยซูคริสต์. ขอพระเกียรติและฤทธานุภาพเป็นของพระองค์ตลอดไปเป็นนิตย์. อาเมน.
12 พี่น้องที่รัก อย่าประหลาดใจกับไฟที่ลุกไหม้อยู่ท่ามกลางท่านทั้งหลาย ไฟนั้นเกิดขึ้นเพื่อทดสอบพวกท่านราวกับว่ามีสิ่งประหลาดเกิดขึ้นกับพวกท่าน. 13 แต่จงยินดีต่อ ๆ ไปเนื่องจากท่านทั้งหลายเป็นผู้ร่วมทุกข์กับพระคริสต์ เพื่อท่านทั้งหลายจะได้ยินดีและปลาบปลื้มใจด้วยในช่วงที่พระองค์ทรงปรากฏตัวในฐานะอันสูงส่ง. 14 ถ้าท่านทั้งหลายถูกติเตียนเพราะพระนามพระคริสต์ ท่านทั้งหลายก็มีความสุข เพราะพระวิญญาณที่ทำให้มีเกียรติซึ่งก็คือพระวิญญาณของพระเจ้านั้นอยู่กับท่านทั้งหลาย.
15 อย่างไรก็ตาม อย่าให้พวกท่านคนใดทนทุกข์เพราะเป็นฆาตกร เป็นขโมย เป็นคนทำชั่ว หรือเป็นคนที่ชอบยุ่งกับเรื่องของคนอื่น. 16 แต่ถ้าคนนั้นทนทุกข์เพราะเป็นคริสเตียน อย่าให้เขารู้สึกอาย แต่ให้เขาสรรเสริญพระเจ้าด้วยชื่อนี้ต่อ ๆ ไป. 17 เพราะถึงเวลากำหนดแล้วที่การพิพากษาจะเริ่มต้นกับพระนิเวศของพระเจ้า. แล้วถ้าการพิพากษาเริ่มต้นกับพวกเราก่อน จุดจบของคนที่ไม่เชื่อฟังข่าวดีของพระเจ้าจะเป็นอย่างไร? 18 “ถ้าคนชอบธรรมยังรอดด้วยความยากลำบาก แล้วคนดูหมิ่นพระเจ้ากับคนบาปจะเป็นอย่างไรกัน?” 19 ฉะนั้น ให้คนที่ทนทุกข์ตามพระประสงค์ของพระเจ้าฝากชีวิต*ของตนไว้กับพระผู้สร้างองค์สัตย์ซื่อต่อ ๆ ไปในขณะที่ทำการดี.
5 ด้วยเหตุนั้น ข้าพเจ้าเขียนถึงพวกผู้เฒ่าผู้แก่ท่ามกลางท่านทั้งหลายเพราะข้าพเจ้าก็เป็นผู้เฒ่าผู้แก่คนหนึ่งด้วยและเป็นผู้รู้เห็นการทนทุกข์ของพระคริสต์ ทั้งเป็นผู้ร่วมรับเกียรติยศซึ่งจะเป็นเรื่องที่รู้เห็นกันทั่ว ข้าพเจ้าขอกระตุ้นเตือนพวกท่านดังนี้ 2 จงบำรุงเลี้ยงฝูงแกะของพระเจ้าซึ่งอยู่ในความดูแลของท่านทั้งหลาย ไม่ใช่โดยฝืนใจ แต่ด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่เพราะอยากได้ผลประโยชน์ แต่ด้วยความกระตือรือร้น 3 ไม่ใช่เป็นนายเหนือคนเหล่านั้นที่เป็นทรัพย์สมบัติของพระเจ้า แต่เป็นแบบอย่างให้ฝูงแกะนั้น. 4 เมื่อผู้เลี้ยงองค์เอกปรากฏพระองค์ ท่านทั้งหลายจะได้รับมงกุฎแห่งเกียรติยศซึ่งไม่มีวันร่วงโรย.
5 ในลักษณะเดียวกัน ผู้ชายทั้งหลายที่อายุอ่อนกว่าจงยอมเชื่อฟังพวกผู้เฒ่าผู้แก่. แต่พวกท่านทุกคนจงแสดงความถ่อมใจต่อกันเสมอ* เพราะพระเจ้าทรงต่อสู้คนเย่อหยิ่ง แต่พระองค์ทรงพระกรุณาคนถ่อมใจอย่างใหญ่หลวง.
6 ฉะนั้น จงถ่อมตัวอยู่ใต้พระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระเจ้าเพื่อพระองค์จะทรงยกฐานะท่านทั้งหลายให้สูงขึ้นในเวลาอันควร 7 ในขณะที่ท่านทั้งหลายฝากความวิตกกังวลทั้งสิ้นไว้กับพระองค์ เพราะพระองค์ทรงใฝ่พระทัยท่านทั้งหลาย. 8 ท่านทั้งหลายจงมีสติอยู่เสมอและจงเฝ้าระวัง. พญามาร ปรปักษ์ของพวกท่านเดินไปมาเหมือนสิงโตคำราม เสาะหาคนที่มันจะขม้ำกินเสีย. 9 แต่พวกท่านจงต่อสู้มัน จงมีความเชื่อที่มั่นคง โดยรู้อยู่ว่าทุกคนในสังคมพี่น้องคริสเตียนซึ่งอยู่ในโลกต่างก็ประสบความทุกข์ลำบากเหมือนกัน. 10 แต่เมื่อท่านทั้งหลายได้ทนทุกข์อยู่ชั่วขณะหนึ่งแล้ว พระเจ้าผู้ทรงแสดงพระกรุณาอันใหญ่หลวงในทุกทาง ผู้ทรงเรียกท่านทั้งหลายมาเพื่อทรงโปรดให้มีความสง่างามชั่วนิรันดร์เนื่องจากพวกท่านเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระคริสต์ จะทรงโปรดให้การฝึกอบรมท่านทั้งหลายบรรลุผลสำเร็จ พระองค์จะทรงทำให้ท่านทั้งหลายมั่นคง พระองค์จะทรงทำให้ท่านทั้งหลายเข้มแข็ง. 11 ขอพระองค์ทรงฤทธานุภาพตลอดไป. อาเมน.
12 ข้าพเจ้าเขียนมาถึงท่านทั้งหลายอย่างสั้น ๆ โดยทางซีละวานุส*ซึ่งข้าพเจ้าถือว่าเขาเป็นพี่น้องที่ซื่อสัตย์ เพื่อให้กำลังใจและเพื่อยืนยันอย่างหนักแน่นว่านี่เป็นพระกรุณาอันใหญ่หลวงของพระเจ้าอย่างแท้จริง จงยึดมั่นกับพระกรุณานี้. 13 ผู้หญิง*ที่อยู่ในกรุงบาบิโลนผู้ถูกเลือกเช่นเดียวกับพวกท่านได้ฝากความคิดถึงมายังท่านทั้งหลาย มาระโกบุตรของข้าพเจ้าก็ฝากมาด้วย. 14 จงทักทายกันด้วยการจูบแสดงความรัก.
ขอให้ท่านทั้งหลายซึ่งเป็นสาวกพระคริสต์มีสันติสุขเถิด.
คำแปลตรงตัวคือ “ผู้ถูกส่งออกไป.”
ดูภาคผนวก 7ก.
หรือ “ผู้ถูกเจิม.” ดูเชิงอรรถของ มัด 2:4.
คำแปลตรงตัวคือ “นิเวศฝ่ายวิญญาณ.”
คำแปลตรงตัวคือ “เครื่องบูชาฝ่ายวิญญาณ.”
ดูภาคผนวก 7ก.
หรือ “ต้นไม้.” ดูภาคผนวก 6.
คำแปลตรงตัวคือ “ผู้เลี้ยงและผู้ดูแล.”
ดูภาคผนวก 7ก.
ดูเชิงอรรถของ มัด 24:38.
หมายถึง คนที่เสมือนตายแล้วเนื่องจากการทำบาป.
คำแปลตรงตัวคือ “ของประทาน.”
ดูภาคผนวก 7ก.
คำแปลตรงตัวคือ “จงคาดเอวด้วยการแสดงความถ่อมใจต่อกัน.”
หรือ “ซีลัส.”
“ผู้หญิง” อาจหมายถึงประชาคม.