ห้องสมุดออนไลน์ของวอชเทาเวอร์
ห้องสมุดออนไลน์
ของวอชเทาเวอร์
ไทย
  • คัมภีร์ไบเบิล
  • สิ่งพิมพ์
  • การประชุม
  • บ7 มัทธิว 1:1-28:20
  • ข่าวดีที่เรียบเรียงโดยมัดธาย

ไม่มีวีดีโอสำหรับรายการนี้

ขออภัย โหลดวีดีโอนี้ไม่ได้

  • ข่าวดีที่เรียบเรียงโดยมัดธาย
  • พระคัมภีร์คริสเตียนภาคภาษากรีกฉบับแปลโลกใหม่
พระคัมภีร์คริสเตียนภาคภาษากรีกฉบับแปลโลกใหม่
ข่าวดีที่เรียบเรียงโดยมัดธาย

ข่าว​ดี​ที่​เรียบเรียง​โดย​มัดธาย

1 นี่​คือ​หนังสือ​ประวัติ​ของ​พระ​เยซู​คริสต์ บุตร​ดาวิด​และ​บุตร​อับราฮาม

2 อับราฮาม​เป็น​บิดา​ของ​ยิศฮาค

ยิศฮาค​เป็น​บิดา​ของ​ยาโคบ

ยาโคบ​เป็น​บิดา​ของ​ยูดาห์​และ​พี่​น้อง​ของ​เขา

3 ยูดาห์​เป็น​บิดา​ของ​เพเร็ศ​กับ​เซราห์​ซึ่ง​เกิด​จาก​ทามาร์

เพเร็ศ​เป็น​บิดา​ของ​เฮศโรน

เฮศโรน​เป็น​บิดา​ของ​ราม

4 ราม​เป็น​บิดา​ของ​อะมีนาดาบ

อะมีนาดาบ​เป็น​บิดา​ของ​นาห์โชน

นาห์โชน​เป็น​บิดา​ของ​ซัลโมน

5 ซัลโมน​เป็น​บิดา​ของ​โบอัศ​ซึ่ง​เกิด​จาก​ราฮาบ

โบอัศ​เป็น​บิดา​ของ​โอเบ็ด​ซึ่ง​เกิด​จาก​รูท

โอเบ็ด​เป็น​บิดา​ของ​ยิซัย

6 ยิซัย​เป็น​บิดา​ของ​ดาวิด​ซึ่ง​เป็น​กษัตริย์.

ดาวิด​เป็น​บิดา​ของ​โซโลมอน​ซึ่ง​เกิด​จาก​ภรรยา​ของ​อูรียาห์

7 โซโลมอน​เป็น​บิดา​ของ​เรฮับอาม

เรฮับอาม​เป็น​บิดา​ของ​อะบียาห์

อะบียาห์​เป็น​บิดา​ของ​อาซา

8 อาซา​เป็น​บิดา​ของ​เยโฮซาฟาต

เยโฮซาฟาต​เป็น​บิดา​ของ​เยโฮราม

เยโฮราม​เป็น​บิดา​ของ​อูซียาห์

9 อูซียาห์​เป็น​บิดา​ของ​โยทาม

โยทาม​เป็น​บิดา​ของ​อาฮาศ

อาฮาศ​เป็น​บิดา​ของ​ฮิศคียาห์

10 ฮิศคียาห์​เป็น​บิดา​ของ​มานาเซห์

มานาเซห์​เป็น​บิดา​ของ​อาโมน

อาโมน​เป็น​บิดา​ของ​โยซียาห์

11 โยซียาห์​เป็น​บิดา​ของ​เยโคนิยาห์​กับ​พี่​น้อง​ของ​เขา​ใน​ช่วง​ที่​มี​การ​กวาด​ต้อน​ไป​ยัง​บาบิโลน.

12 ภาย​หลัง​การ​กวาด​ต้อน​ไป​ยัง​บาบิโลน เยโคนิยาห์​ได้​เป็น​บิดา​ของ​เชอัลทิเอล

เชอัลทิเอล​เป็น​บิดา​ของ​เซรูบาเบล

13 เซรูบาเบล​เป็น​บิดา​ของ​อะบีอูด

อะบีอูด​เป็น​บิดา​ของ​เอลยาคิม

เอลยาคิม​เป็น​บิดา​ของ​อาซอร์

14 อาซอร์​เป็น​บิดา​ของ​ซาโดค

ซาโดค​เป็น​บิดา​ของ​อาคิม

อาคิม​เป็น​บิดา​ของ​เอลีอูด

15 เอลีอูด​เป็น​บิดา​ของ​เอละอาซาร์

เอละอาซาร์​เป็น​บิดา​ของ​มัตทัน

มัตทัน​เป็น​บิดา​ของ​ยาโคบ

16 ยาโคบ​เป็น​บิดา​ของ​โยเซฟ​สามี​ของ​มาเรีย​ซึ่ง​ให้​กำเนิด​เยซู​ที่​เรียก​ว่า​พระ​คริสต์.

17 ดัง​นั้น ตั้ง​แต่​อับราฮาม​จน​ถึง​ดาวิด​มี​สิบ​สี่​ชั่ว​คน และ​ตั้ง​แต่​ดาวิด​จน​ถึง​การ​กวาด​ต้อน​ไป​ยัง​บาบิโลน​มี​สิบ​สี่​ชั่ว​คน และ​ตั้ง​แต่​การ​กวาด​ต้อน​ไป​ยัง​บาบิโลน​จน​ถึง​พระ​คริสต์​มี​สิบ​สี่​ชั่ว​คน.

18 การ​ประสูติ​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​เป็น​อย่าง​นี้ คือ ระหว่าง​ที่​มาเรีย​มารดา​ของ​พระองค์​เป็น​คู่​หมั้น​ของ​โยเซฟ นาง​ตั้ง​ครรภ์​โดย​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​ก่อน​ที่​ทั้ง​สอง​จะ​อยู่​กิน​กัน. 19 แต่​เนื่อง​จาก​โยเซฟ​สามี*ของ​นาง​เป็น​คน​ชอบธรรม​และ​ไม่​อยาก​ทำ​ให้​นาง​เป็น​ที่​อับอาย​ต่อ​หน้า​คน​ทั่ว​ไป เขา​จึง​ตั้งใจ​จะ​หย่า*กับ​นาง​อย่าง​ลับ ๆ. 20 แต่​เมื่อ​เขา​ใคร่ครวญ​เรื่อง​นี้​แล้ว ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา*ได้​ปรากฏ​แก่​เขา​ใน​ความ​ฝัน กล่าว​ว่า “โยเซฟ​บุตร​ดาวิด​เอ๋ย อย่า​กลัว​ที่​จะ​รับ​มาเรีย​ภรรยา*ของ​เจ้า​มา​อยู่​ที่​บ้าน เพราะ​นาง​ตั้ง​ครรภ์​โดย​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์. 21 นาง​จะ​คลอด​บุตร​ชาย และ​เจ้า​ต้อง​เรียก​ท่าน​ว่า​เยซู* เพราะ​ท่าน​จะ​ช่วย​ประชาชน​ของ​ท่าน​ให้​รอด​จาก​บาป​ของ​พวก​เขา.” 22 ที่​จริง ทั้ง​หมด​นี้​เกิด​ขึ้น​เพื่อ​ให้​คำ​ที่​พระ​ยะโฮวา​ตรัส​ไว้​โดย​ผู้​พยากรณ์​ของ​พระองค์​สำเร็จ​ที่​ว่า 23 “ดู​เถิด! หญิง​พรหมจารี​จะ​มี​ครรภ์​และ​จะ​คลอด​บุตร​ชาย และ​เขา​จะ​เรียก​ท่าน​ว่า​อิมมานูเอล” ซึ่ง​แปล​ว่า “พระเจ้า​อยู่​กับ​เรา.”

24 แล้ว​โยเซฟ​ก็​ตื่น​ขึ้น​และ​ทำ​ตาม​ที่​ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา​สั่ง คือ​ไป​รับ​ภรรยา​มา​อยู่​ที่​บ้าน. 25 แต่​เขา​ไม่​มี​เพศ​สัมพันธ์​กับ​นาง​จน​นาง​คลอด​บุตร​แล้ว และ​เขา​เรียก​บุตร​นั้น​ว่า​เยซู.

2 หลัง​จาก​พระ​เยซู​ประสูติ​ที่​เมือง​เบทเลเฮม​ใน​แคว้น​ยูเดีย​ใน​รัชกาล​ของ​กษัตริย์​เฮโรด*แล้ว มี​พวก​โหร​จาก​ทิศ​ตะวัน​ออก​มา​ยัง​เยรูซาเลม 2 ถาม​ว่า “ผู้​มา​บังเกิด​เป็น​กษัตริย์​ของ​ชาว​ยิว​อยู่​ที่​ไหน? เพราะ​เรา​เห็น​ดวง​ดาว​ของ​ท่าน​ตอน​ที่​เรา​อยู่​ทาง​ทิศ​ตะวัน​ออก เรา​จึง​มา​เพื่อ​แสดง​ความ​เคารพ​ท่าน.” 3 ครั้น​กษัตริย์​เฮโรด​ได้​ยิน​เช่น​นั้น​ก็​ทรง​วิตก และ​ชาว​เยรูซาเลม​ทั้ง​ปวง​ก็​พลอย​วิตก​ไป​ด้วย 4 และ​เมื่อ​เฮโรด​เรียก​ประชุม​บรรดา​ปุโรหิต​ใหญ่​และ​อาลักษณ์​ของ​ชาว​ยิว จึง​ตรัส​ถาม​พวก​เขา​ว่า​พระ​คริสต์*นั้น​จะ​ประสูติ​ที่​ไหน. 5 คน​เหล่า​นั้น​ทูล​ตอบ​ว่า “ใน​เมือง​เบทเลเฮม​แคว้น​ยูเดีย เพราะ​ผู้​พยากรณ์​ได้​เขียน​ไว้​ดัง​นี้ 6 ‘โอ้​เบทเลเฮม​แห่ง​แผ่นดิน​ยูดาห์ เจ้า​หา​ได้​เป็น​เมือง​ที่​ด้อย​ความ​สำคัญ​ที่​สุด​สำหรับ​พวก​เจ้าเมือง​แห่ง​ยูดาห์​ไม่ เพราะ​ผู้​ปกครอง​คน​หนึ่ง​จะ​ออก​มา​จาก​เจ้า ซึ่ง​จะ​บำรุง​เลี้ยง​อิสราเอล ประชาชน​ของ​เรา.’ ”

7 เฮโรด​จึง​เรียก​พวก​โหร​มา​อย่าง​ลับ ๆ และ​ซัก​ถาม​พวก​เขา​จน​รู้​เวลา​ที่​ดาว​ดวง​นั้น​ปรากฏ 8 และ​เมื่อ​ส่ง​พวก​โหร​ไป​เบทเลเฮม ท่าน​รับสั่ง​ว่า “จง​ไป​เสาะ​หา​พระ​กุมาร​นั้น​เถิด เมื่อ​พบ​แล้ว​จง​กลับ​มา​แจ้ง​เรา เรา​จะ​ได้​ไป​แสดง​ความ​เคารพ​ท่าน​ด้วย.” 9 เมื่อ​พวก​โหร​ฟัง​กษัตริย์​รับสั่ง​แล้ว​ก็​ออก​เดิน​ทาง และ​ดาว​ดวง​ที่​พวก​เขา​เห็น​ตอน​อยู่​ทาง​ทิศ​ตะวัน​ออก​นั้น​ก็​นำ​หน้า​พวก​เขา​ไป​จน​มา​หยุด​เหนือ​ที่​ที่​พระ​กุมาร​นั้น​อยู่. 10 เมื่อ​พวก​เขา​เห็น​เช่น​นั้น​ก็​ยินดี​มาก. 11 และ​เมื่อ​พวก​เขา​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​นั้น​ก็​พบ​พระ​กุมาร​กับ​มาเรีย​ผู้​เป็น​มารดา จึง​หมอบ​ลง​แสดง​ความ​เคารพ​พระ​กุมาร. แล้ว​พวก​เขา​จึง​เปิด​หีบ​สมบัติ​ของ​ตน​แล้ว​ถวาย​ทองคำ กำยาน และ​มดยอบ​เป็น​ของ​กำนัล. 12 แต่​เนื่อง​จาก​พวก​เขา​ได้​รับ​คำ​เตือน​จาก​พระเจ้า​ใน​ความ​ฝัน​ไม่​ให้​กลับ​ไป​หา​เฮโรด พวก​เขา​จึง​กลับ​ไป​ยัง​บ้าน​เมือง​ของ​ตน​โดย​ใช้​เส้น​ทาง​อื่น.

13 เมื่อ​พวก​เขา​ไป​แล้ว ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา​ก็​ปรากฏ​แก่​โยเซฟ​ใน​ความ​ฝัน บอก​ว่า “จง​ลุก​ขึ้น​พา​พระ​กุมาร​กับ​มารดา​หนี​ไป​ประเทศ​อียิปต์​และ​อยู่​ที่​นั่น​จน​กว่า​เรา​จะ​บอก​เจ้า เพราะ​เฮโรด​จะ​ค้น​หา​พระ​กุมาร​เพื่อ​ฆ่า​เสีย.” 14 โยเซฟ​จึง​ลุก​ขึ้น​พา​พระ​กุมาร​กับ​มารดา​เดิน​ทาง​ไป​อียิปต์​ใน​ตอน​กลางคืน 15 และ​อยู่​ที่​นั่น​จน​เฮโรด​สิ้น​พระ​ชนม์ เพื่อ​คำ​ที่​พระ​ยะโฮวา​ตรัส​โดย​ทาง​ผู้​พยากรณ์​ของ​พระองค์​จะ​สำเร็จ​ที่​ว่า “เรา​ได้​เรียก​บุตร​ของ​เรา​ออก​จาก​อียิปต์.”

16 เมื่อ​เฮโรด​เห็น​ว่า​ตน​ถูก​พวก​โหร​หลอก​ก็​กริ้ว​ยิ่ง​นัก จึง​ใช้​คน​ไป​ฆ่า​เด็ก​ผู้​ชาย​ทั้ง​หมด​ใน​เบทเลเฮม​และ​ทุก​เขต​ที่​อยู่​รอบ ๆ ซึ่ง​อายุ​ตั้ง​แต่​สอง​ขวบ​ลง​ไป โดย​คำนวณ​ตาม​เวลา​ที่​ได้​ซัก​ถาม​จาก​พวก​โหร. 17 คราว​นั้น ถ้อย​คำ​ที่​กล่าว​ไว้​โดย​ผู้​พยากรณ์​ยิระมะยาห์​จึง​สำเร็จ​ที่​ว่า 18 “ได้​ยิน​เสียง​ร้องไห้​และ​คร่ำ​ครวญ​มาก​ใน​เมือง​รามาห์ เป็น​เสียง​นาง​ราเฮล​ร้องไห้​เพราะ​ลูก ๆ ของ​นาง และ​นาง​ไม่​ยอม​รับ​การ​ปลอบโยน เพราะ​ลูก ๆ ของ​นาง​ไม่​มี​แล้ว.”

19 เมื่อ​เฮโรด​สิ้น​พระ​ชนม์​แล้ว ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา​ได้​ปรากฏ​แก่​โยเซฟ​ใน​ความ​ฝัน​ขณะ​อยู่​ใน​อียิปต์ 20 และ​บอก​ว่า “จง​ลุก​ขึ้น​พา​พระ​กุมาร​กับ​มารดา​เดิน​ทาง​ไป​ยัง​แผ่นดิน​อิสราเอล​เถิด เพราะ​พวก​ที่​ต้องการ​เอา​ชีวิต​พระ​กุมาร​นั้น​ตาย​แล้ว.” 21 เขา​จึง​ลุก​ขึ้น​พา​พระ​กุมาร​กับ​มารดา​ไป​ยัง​แผ่นดิน​อิสราเอล. 22 แต่​เมื่อ​ได้​ยิน​ว่า​อาร์คีลาอุส​ปกครอง​เป็น​กษัตริย์​แคว้น​ยูเดีย​แทน​เฮโรด​ราชบิดา เขา​จึง​ไม่​กล้า​ไป​ที่​นั่น. และ​เมื่อ​ได้​รับ​คำ​เตือน​จาก​พระเจ้า​ใน​ความ​ฝัน เขา​จึง​ไป​ยัง​แคว้น​แกลิลี 23 และ​มา​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​ชื่อ​นาซาเรท เพื่อ​ถ้อย​คำ​ที่​กล่าว​ไว้​โดย​พวก​ผู้​พยากรณ์​จะ​ได้​สำเร็จ​ที่​ว่า “เขา​จะ​เรียก​ท่าน​ว่า​ชาว​นาซาเรท.”

3 คราว​นั้น โยฮัน​ผู้​ให้​บัพติสมา*ได้​มา​ประกาศ​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​ยูเดีย 2 ว่า “จง​กลับ​ใจ​เถิด เพราะ​ราชอาณาจักร​สวรรค์​มา​ใกล้​แล้ว.” 3 ที่​จริง โยฮัน​ผู้​นี้​แหละ​ที่​ผู้​พยากรณ์​ยะซายาห์​กล่าว​ถึง​ว่า “จง​ฟัง​เถิด! มี​ผู้​หนึ่ง​ร้อง​อยู่​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร​ว่า ‘เจ้า​ทั้ง​หลาย​จง​เตรียม​ทาง​ไว้​สำหรับ​พระ​ยะโฮวา จง​ทำ​ทาง​ของ​พระองค์​ให้​ตรง.’ ” 4 โยฮัน​ผู้​นี้​นุ่ง​ห่ม​ผ้า​ขน​อูฐ​และ​คาด​เอว​ด้วย​หนัง​สัตว์ และ​อาหาร​ของ​เขา​คือ​ตั๊กแตน​กับ​น้ำ​ผึ้ง​ป่า. 5 คราว​นั้น​ชาว​เยรูซาเลม​และ​ผู้​คน​จาก​ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย​และ​จาก​ทุก​เขต​แดน​สอง​ฝั่ง​แม่น้ำ​จอร์แดน​ต่าง​ออก​ไป​หา​เขา 6 และ​รับ​บัพติสมา​จาก​เขา​ใน​แม่น้ำ​จอร์แดน เป็น​การ​สารภาพ​บาป​ของ​ตน​อย่าง​เปิด​เผย.

7 เมื่อ​โยฮัน​เห็น​พวก​ฟาริซาย*กับ​พวก​ซาดูกาย*จำนวน​มาก​มา​ยัง​ที่​ที่​เขา​ให้​บัพติสมา จึง​พูด​กับ​พวก​นั้น​ว่า “เจ้า​พวก​ชาติ​งู​ร้าย ใคร​แนะ​พวก​เจ้า​ให้​หนี​จาก​พระ​พิโรธ​ซึ่ง​จะ​มี​มา​นั้น? 8 ฉะนั้น จง​เกิด​ผล​ที่​สม​กับ​การ​กลับ​ใจ 9 อย่า​ถือ​ดี​และ​คิด​ใน​ใจ​ว่า ‘พวก​เรา​มี​อับราฮาม​เป็น​บิดา.’ เพราะ​เรา​บอก​พวก​เจ้า​ว่า พระเจ้า​ทรง​สามารถ​ให้​อับราฮาม​มี​บุตร​จาก​ก้อน​หิน​เหล่า​นี้​ได้. 10 ขวาน​อยู่​ที่​โคน​ต้น​ไม้​แล้ว ฉะนั้น ต้น​ไม้​ทุก​ต้น​ที่​ไม่​เกิด​ผล​ดี​จะ​ต้อง​ถูก​โค่น​และ​ทิ้ง​ใน​ไฟ. 11 เรา​ให้​บัพติสมา​แก่​พวก​เจ้า​ด้วย​น้ำ​เพราะ​พวก​เจ้า​กลับ​ใจ แต่​ผู้​ที่​มา​ภาย​หลัง​เรา​เป็น​ใหญ่​กว่า​เรา ซึ่ง​เรา​ไม่​คู่​ควร​จะ​ถอด​ฉลอง​พระ​บาท​ของ​พระองค์. พระองค์​ผู้​นั้น​จะ​ให้​บัพติสมา​แก่​พวก​เจ้า​ด้วย​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​และ​ด้วย​ไฟ. 12 พระองค์​ทรง​ถือ​พลั่ว และ​พระองค์​จะ​ทรง​เก็บ​กวาด​ลาน​นวด​ข้าวของ​พระองค์​ให้​ทั่ว พระองค์​จะ​ทรง​รวบ​รวม​ข้าว​สาลี​ของ​พระองค์​ไว้​ใน​ฉาง ส่วน​แกลบ​นั้น​พระองค์​จะ​ทรง​เผา​ด้วย​ไฟ​ที่​ไม่​อาจ​ดับ​ได้.”

13 คราว​นั้น​พระ​เยซู​เสด็จ​จาก​แคว้น​แกลิลี​มา​หา​โยฮัน​ที่​แม่น้ำ​จอร์แดน​เพื่อ​รับ​บัพติสมา. 14 แต่​โยฮัน​ทัด​ทาน​พระองค์​ว่า “ข้าพเจ้า​ต่าง​หาก​ที่​ต้องการ​รับ​บัพติสมา​จาก​พระองค์ เหตุ​ใด​พระองค์​เสด็จ​มา​หา​ข้าพเจ้า?” 15 พระ​เยซู​ตรัส​ตอบ​เขา​ว่า “ครั้ง​นี้​จง​ยอม​เถิด เพราะ​เรา​ทั้ง​สอง​ควร​ทำ​เช่น​นี้​เพื่อ​ทุก​สิ่ง​ที่​ชอบธรรม​จะ​สำเร็จ” เขา​จึง​เลิก​ทัด​ทาน​พระองค์. 16 เมื่อ​ทรง​รับ​บัพติสมา​แล้ว​พระ​เยซู​เสด็จ​ขึ้น​จาก​น้ำ​ทันที แล้ว​ท้องฟ้า​ก็​เปิด​ออก และ​โยฮัน​เห็น​พระ​วิญญาณ​ของ​พระเจ้า​ลง​มา​บน​พระองค์​ดุจ​นก​พิราบ 17 และ​มี​เสียง​ตรัส​จาก​ฟ้า​ด้วย​ว่า “นี่​คือ​บุตร​ที่​รัก​ของ​เรา​ซึ่ง​เรา​พอ​ใจ​มาก.”

4 จาก​นั้น พระ​วิญญาณ​ได้​นำ​พระ​เยซู​เข้า​ไป​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร พญา​มาร​จึง​มา​ล่อ​ใจ​พระองค์. 2 เมื่อ​พระองค์​ทรง​อด​อาหาร​ได้​สี่​สิบ​วัน​สี่​สิบ​คืน​แล้ว​ก็​ทรง​หิว. 3 ผู้​ล่อ​ลวง​ก็​มา​พูด​กับ​พระองค์​ว่า “ถ้า​ท่าน​เป็น​บุตร​ของ​พระเจ้า สั่ง​หิน​เหล่า​นี้​ให้​กลาย​เป็น​ขนมปัง​สิ.” 4 แต่​พระองค์​ตรัส​ตอบ​ว่า “มี​คำ​เขียน​ไว้​ว่า ‘มนุษย์​ดำรง​ชีวิต​ด้วย​อาหาร​อย่าง​เดียว​ไม่​ได้ แต่​ต้อง​ดำรง​ชีวิต​ด้วย​คำ​ตรัส​ทุก​คำ​ที่​ออก​มา​จาก​พระ​โอษฐ์​ของ​พระ​ยะโฮวา.’ ”

5 จาก​นั้น พญา​มาร​นำ​พระองค์​เข้า​ไป​ใน​เมือง​บริสุทธิ์​และ​ให้​ยืน​บน​กำแพง​ด้าน​ที่​สูง​ที่​สุด​ของ​พระ​วิหาร 6 แล้ว​พูด​กับ​พระองค์​ว่า “ถ้า​ท่าน​เป็น​บุตร​ของ​พระเจ้า​ก็​กระโจน​ลง​ไป​สิ เพราะ​มี​คำ​เขียน​ไว้​ว่า ‘พระองค์​จะ​ทรง​บัญชา​เหล่า​ทูตสวรรค์​ของ​พระองค์​ให้​ดู​แล​ท่าน และ​พวก​เขา​จะ​เอา​มือ​รับ​ท่าน​ไว้ เพื่อ​ไม่​ให้​เท้า​ท่าน​กระทบ​หิน​เลย.’ ” 7 พระ​เยซู​ตรัส​กับ​มัน​ว่า “มี​คำ​เขียน​ไว้​อีก​ว่า ‘อย่า​ลอง​ดี​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​ของ​เจ้า.’ ”

8 อีก​ครั้ง​หนึ่ง พญา​มาร​นำ​พระองค์​ไป​ยัง​ภูเขา​ที่​สูง​มาก และ​แสดง​อาณาจักร​ทั้ง​หมด​ของ​โลก​กับ​ความ​รุ่ง​โรจน์​ของ​อาณาจักร​เหล่า​นั้น​ให้​พระองค์​เห็น 9 แล้ว​พูด​กับ​พระองค์​ว่า “เรา​จะ​มอบ​สิ่ง​ทั้ง​ปวง​นี้​แก่​ท่าน​ถ้า​ท่าน​หมอบ​ลง​นมัสการ​เรา​สัก​ครั้ง.” 10 พระ​เยซู​จึง​ตรัส​กับ​มัน​ว่า “ไป​ให้​พ้น เจ้า​ซาตาน! เพราะ​มี​คำ​เขียน​ไว้​ว่า ‘จง​นมัสการ​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​ของ​เจ้า และ​จง​ทำ​งาน​รับใช้​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​ถวาย​พระองค์​ผู้​เดียว.’ ” 11 พญา​มาร​จึง​จาก​พระองค์​ไป แล้ว​เหล่า​ทูตสวรรค์​ได้​มา​ปรนนิบัติ​พระองค์.

12 เมื่อ​พระ​เยซู​ได้​ยิน​ว่า​โยฮัน​ถูก​จับ พระองค์​จึง​ไป​ยัง​แคว้น​แกลิลี. 13 จาก​นั้น เมื่อ​ออก​จาก​เมือง​นาซาเรท​แล้ว พระองค์​จึง​มา​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​คาเปอร์นาอุม​ซึ่ง​อยู่​ริม​ทะเล​ใน​เขต​แดน​ซะบูโลน​กับ​นัฟทาลี 14 เพื่อ​คำ​พยากรณ์​ที่​ยะซายาห์​กล่าว​ไว้​จะ​สำเร็จ​ที่​ว่า 15 “โอ้​แผ่นดิน​ซะบูโลน​และ​แผ่นดิน​นัฟทาลี​ซึ่ง​อยู่​ตาม​เส้น​ทาง​ที่​ไป​ยัง​ทะเล บน​ฝั่ง​โน้น​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน คือ​แคว้น​แกลิลี​ของ​ชน​ต่าง​ชาติ! 16 ประชาชน​ที่​นั่ง​อยู่​ใน​ความ​มืด​ได้​เห็น​ความ​สว่าง​ใหญ่ ส่วน​ผู้​ที่​นั่ง​ใน​เขต​แดน​ซึ่ง​อยู่​ใน​เงา​แห่ง​ความ​ตาย แสง​สว่าง​ส่อง​มา​ยัง​พวก​เขา​แล้ว.” 17 ตั้ง​แต่​นั้น พระ​เยซู​ทรง​เริ่ม​ต้น​ประกาศ​ว่า “ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​กลับ​ใจ​เถิด เพราะ​ราชอาณาจักร​สวรรค์​มา​ใกล้​แล้ว.”

18 เมื่อ​ทรง​ดำเนิน​เลียบ​ชายฝั่ง​ทะเล​แกลิลี* พระองค์​ทรง​เห็น​สอง​พี่​น้อง คือ ซีโมน​ที่​เรียก​ว่า​เปโตร​กับ​อันเดรอัส​น้อง​ชาย​กำลัง​หย่อน​อวน​ลง​ทะเล เพราะ​ทั้ง​สอง​เป็น​ชาว​ประมง. 19 และ​พระองค์​ตรัส​กับ​เขา​ทั้ง​สอง​ว่า “ตาม​เรา​มา​เถิด แล้ว​เรา​จะ​ตั้ง​เจ้า​เป็น​ผู้​จับ​คน.” 20 ทั้ง​สอง​ละ​อวน​แล้ว​ตาม​พระองค์​ไป​ทันที. 21 เมื่อ​เสด็จ​ต่อ​จาก​ที่​นั่น พระองค์​ทรง​เห็น​พี่​น้อง​อีก​คู่​หนึ่ง คือ ยาโกโบ​บุตร​เซเบเดอุส​กับ​โยฮัน​น้อง​ชาย​กำลัง​ชุน​อวน​อยู่​ใน​เรือ​กับ​เซเบเดอุส​บิดา​ของ​เขา และ​พระองค์​ทรง​เรียก​พวก​เขา 22 ทั้ง​สอง​ก็​ละ​เรือ​กับ​บิดา​แล้ว​ตาม​พระองค์​ไป​ทันที.

23 จาก​นั้น พระองค์​เสด็จ​ไป​ทั่ว​แคว้น​แกลิลี ทรง​สอน​ใน​ธรรมศาลา​และ​ประกาศ​ข่าว​ดี​เรื่อง​ราชอาณาจักร​อีก​ทั้ง​รักษา​โรค​ทุก​ชนิด​รวม​ทั้ง​ความ​ทุพพลภาพ​ทุก​อย่าง​ใน​หมู่​ประชาชน. 24 กิตติศัพท์​ของ​พระองค์​ลือ​ไป​ทั่ว​แคว้น​ซีเรีย เขา​จึง​พา​คน​ที่​เจ็บ​ป่วย คน​ที่​ทน​ทุกข์​ทรมาน​ด้วย​โรค​ต่าง ๆ คน​ถูก​ปิศาจ​สิง คน​เป็น​โรค​ลม​ชัก​และ​คน​เป็น​อัมพาต​มา​หา​พระองค์ และ​พระองค์​ทรง​รักษา​พวก​เขา​ให้​หาย. 25 ดัง​นั้น คน​มาก​มาย​จาก​แคว้น​แกลิลี เดคาโปลิส* กรุง​เยรูซาเลม แคว้น​ยูเดีย และ​จาก​อีก​ฝั่ง​หนึ่ง​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน​จึง​ติด​ตาม​พระองค์.

5 เมื่อ​พระองค์​ทรง​เห็น​ฝูง​ชน​จึง​เสด็จ​ขึ้น​ภูเขา เมื่อ​ทรง​นั่ง​แล้ว เหล่า​สาวก​ก็​มา​หา​พระองค์ 2 พระองค์​จึง​สอน​พวก​เขา​ว่า

3 “ผู้​ที่​สำนึก​ถึง​ความ​จำเป็น​ฝ่าย​วิญญาณ*ก็​มี​ความ​สุข เพราะ​ราชอาณาจักร​สวรรค์​เป็น​ของ​เขา.

4 “ผู้​ที่​โศก​เศร้า​ก็​มี​ความ​สุข เพราะ​เขา​จะ​ได้​รับ​การ​ปลอบโยน.

5 “คน​ที่​จิตใจ​อ่อนโยน​ก็​มี​ความ​สุข เพราะ​เขา​จะ​ได้​รับ​แผ่นดิน​โลก​เป็น​มรดก.

6 “ผู้​ที่​หิว​กระหาย​ความ​ชอบธรรม​ก็​มี​ความ​สุข เพราะ​เขา​จะ​ได้​อิ่ม​หนำ.

7 “คน​ที่​เมตตา​ก็​มี​ความ​สุข เพราะ​เขา​จะ​ได้​รับ​ความ​เมตตา.

8 “คน​ที่​ใจ​บริสุทธิ์​ก็​มี​ความ​สุข เพราะ​เขา​จะ​เห็น​พระเจ้า.

9 “ผู้​ที่​สร้าง​สันติ​ก็​มี​ความ​สุข เพราะ​เขา​จะ​ได้​ชื่อ​ว่า ‘บุตร​ของ​พระเจ้า.’

10 “ผู้​ที่​ถูก​ข่มเหง​เพราะ​เห็น​แก่​ความ​ชอบธรรม​ก็​มี​ความ​สุข เพราะ​ราช​อาณาจักร​สวรรค์​เป็น​ของ​เขา.

11 “เจ้า​ทั้ง​หลาย​มี​ความ​สุข​เมื่อ​ผู้​คน​ติเตียน​และ​ข่มเหง​พวก​เจ้า​และ​พูด​มุสา​เรื่อง​ชั่ว​ร้าย​สารพัด​อย่าง​ต่อ​ต้าน​พวก​เจ้า​เพราะ​เรา. 12 จง​ปลาบปลื้ม​ยินดี​เพราะ​บำเหน็จ​ของ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​มี​มาก​มาย​ใน​สวรรค์ ด้วย​ว่า​พวก​เขา​ก็​ได้​ข่มเหง​เหล่า​ผู้​พยากรณ์​ที่​อยู่​ก่อน​พวก​เจ้า​อย่าง​นั้น​แหละ.

13 “เจ้า​ทั้ง​หลาย​เป็น​เกลือ​แห่ง​แผ่นดิน​โลก แต่​ถ้า​เกลือ​หมด​รส​เค็ม จะ​ทำ​ให้​กลับ​เค็ม​อีก​ได้​อย่าง​ไร? เกลือ​นั้น​ไม่​เป็น​ประโยชน์​อะไร​อีก​ต่อ​ไป มี​แต่​จะ​ทิ้ง​เสีย​ภาย​นอก​ให้​คน​เหยียบ​ย่ำ.

14 “เจ้า​ทั้ง​หลาย​เป็น​ความ​สว่าง​ของ​โลก. เมือง​ที่​ตั้ง​อยู่​บน​ภูเขา​จะ​ซ่อน​ไว้​ไม่​ได้. 15 ผู้​คน​จุด​ตะเกียง​และ​ตั้ง​ไว้​บน​เชิง​ตะเกียง ไม่​ใช่​เอา​ถัง​ครอบ​ไว้ และ​ตะเกียง​นั้น​ส่อง​แสง​แก่​ทุก​คน​ใน​เรือน. 16 ทำนอง​เดียว​กัน จง​ให้​ความ​สว่าง​ของ​พวก​เจ้า​ส่อง​ไป​ต่อ​หน้า​ผู้​คน เพื่อ​พวก​เขา​จะ​เห็น​การ​งาน​อัน​ดี​ของ​เจ้า​และ​ยกย่อง​สรรเสริญ​พระ​บิดา​ของ​เจ้า​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์.

17 “อย่า​คิด​ว่า​เรา​มา​เพื่อ​ทำลาย​พระ​บัญญัติ​หรือ​คำ​สอน​ของ​พวก​ผู้​พยากรณ์. เรา​มา​เพื่อ​ทำ​ให้​สำเร็จ ไม่​ใช่​เพื่อ​ทำลาย. 18 เพราะ​เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า ฟ้า​สวรรค์​และ​แผ่นดิน​โลก​จะ​สูญ​ไป​ก็​ง่าย​กว่า​ที่​อักษร​เล็ก​ที่​สุด​ตัว​หนึ่ง​หรือ​จุด​จุด​หนึ่ง​ของ​อักษร​ใน​พระ​บัญญัติ​จะ​สูญ​ไป​โดย​ที่​ยัง​ไม่​สำเร็จ​ครบ​ถ้วน​ตาม​ที่​เขียน​ไว้. 19 ฉะนั้น ผู้​ใด​ฝ่าฝืน​พระ​บัญญัติ​ข้อ​เล็ก​น้อย​ที่​สุด​ข้อ​หนึ่ง​ข้อ​ใด​และ​สอน​มนุษย์​ให้​ทำ​เช่น​นั้น เขา​จะ​ถูก​เรียก​ว่า ‘ผู้​ที่​ไม่​เหมาะ​สม’ กับ​ราชอาณาจักร​สวรรค์. ส่วน​ผู้​ใด​ที่​ทำ​ตาม​และ​สอน​พระ​บัญญัติ​ข้อ​เล็ก​น้อย​ที่​สุด​เหล่า​นั้น ผู้​นั้น​จะ​ถูก​เรียก​ว่า ‘ผู้​ที่​เหมาะ​สม’ กับ​ราชอาณาจักร​สวรรค์. 20 เพราะ​เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ว่า ถ้า​พวก​เจ้า​ไม่​เป็น​คน​ชอบธรรม​ยิ่ง​กว่า​พวก​อาลักษณ์​และ​พวก​ฟาริซาย เจ้า​จะ​เข้า​ราชอาณาจักร​สวรรค์​ไม่​ได้​เลย.

21 “เจ้า​ทั้ง​หลาย​เคย​ได้​ยิน​คำ​ซึ่ง​กล่าว​ไว้​แก่​คน​สมัย​โบราณ​แล้ว​ว่า ‘อย่า​ฆ่า​คน ผู้​ใด​ที่​ฆ่า​คน​จะ​ต้อง​ให้​การ​ต่อ​ศาล.’ 22 แต่​เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ว่า​ทุก​คน​ที่​โกรธ​พี่​น้อง​อยู่​ไม่​หาย​จะ​ต้อง​ให้​การ​ต่อ​ศาล ผู้​ใด​เรียก​พี่​น้อง​ด้วย​คำ​ดูหมิ่น​ที่​ไม่​ควร​พูด​จะ​ต้อง​ให้​การ​ต่อ​ศาล​สูง และ​ถ้า​ผู้​ใด​พูด​ว่า ‘เจ้า​มัน​โง่​เง่า​สิ้น​ดี!’ จะ​ต้อง​รับ​โทษ​ที่​เกเฮนนา*ซึ่ง​มี​ไฟ​ร้อน​แรง.

23 “ฉะนั้น ถ้า​เจ้า​นำ​ของ​ถวาย​มา​ยัง​แท่น​บูชา​และ​นึก​ขึ้น​ได้​ว่า​พี่​น้อง​ของ​เจ้า​มี​เรื่อง​ขุ่นเคือง​เจ้า 24 จง​วาง​ของ​ถวาย​ไว้​หน้า​แท่น​บูชา​และ​ไป​คืน​ดี​กับ​พี่​น้อง​ก่อน แล้ว​ค่อย​กลับ​มา​ถวาย​ของ​ของ​เจ้า.

25 “จง​รีบ​ประนีประนอม​กับ​ผู้​ที่​กล่าวหา​เจ้า​ขณะ​เจ้า​ไป​ที่​ศาล​กับ​เขา เพื่อ​ว่า​ผู้​ที่​กล่าวหา​เจ้า​จะ​ไม่​ส่ง​เจ้า​ให้​ผู้​พิพากษา และ​ผู้​พิพากษา​จะ​ส่ง​เจ้า​ให้​เจ้า​พนักงาน​ศาล แล้ว​เจ้า​จะ​ถูก​จำ​คุก. 26 เรา​บอก​เจ้า​ตาม​จริง​ว่า เจ้า​จะ​ไม่​ได้​ออก​มา​จาก​คุก​นั้น​เป็น​แน่​จน​กว่า​เจ้า​จะ​ใช้​หนี้​ให้​หมด.*

27 “เจ้า​ทั้ง​หลาย​เคย​ได้​ยิน​คำ​ที่​มี​กล่าว​ไว้​ว่า ‘อย่า​เล่นชู้.’ 28 แต่​เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ว่า​ทุก​คน​ที่​มอง​ผู้​หญิง​อย่าง​ไม่​วาง​ตา​จน​เกิด​ความ​กำหนัด​ใน​หญิง​นั้น​ก็​ได้​เล่นชู้​ใน​ใจ​กับ​นาง​แล้ว. 29 ถ้า​ตา​ขวา​ของ​เจ้า​เป็น​เหตุ​ให้​เจ้า​หลง​ผิด* จง​ควัก​ทิ้ง​เสีย. เพราะ​ว่า​เสีย​อวัยวะ​อย่าง​หนึ่ง​ไป​ก็​ดี​กว่า​ตัว​เจ้า​ถูก​โยน​ลง​ใน​เกเฮนนา. 30 เช่น​เดียว​กัน ถ้า​มือ​ขวา​ของ​เจ้า​เป็น​เหตุ​ให้​เจ้า​หลง​ผิด* จง​ตัด​ทิ้ง​เสีย. เพราะ​ว่า​เสีย​อวัยวะ​อย่าง​หนึ่ง​ไป​ก็​ดี​กว่า​ตัว​เจ้า​ถูก​โยน​ลง​ใน​เกเฮนนา.

31 “มี​คำ​กล่าว​ไว้​อีก​ว่า ‘ผู้​ใด​จะ​หย่า​ภรรยา ให้​เขา​ทำ​หนังสือ​หย่า​ให้​นาง.’ 32 แต่​เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ว่า ทุก​คน​ที่​หย่า​ภรรยา​ด้วย​เหตุ​อื่น​ไม่​ใช่​เพราะ​นาง​ผิด​ประเวณี*ก็​อาจ​ทำ​ให้​นาง​กลาย​เป็น​หญิง​มี​ชู้ และ​ผู้​ใด​แต่งงาน​กับ​หญิง​ที่​หย่า​แล้ว​นั้น​ก็​เป็น​คน​เล่นชู้.

33 “อนึ่ง เจ้า​ทั้ง​หลาย​เคย​ได้​ยิน​คำ​ซึ่ง​กล่าว​ไว้​แก่​คน​สมัย​โบราณ​แล้ว​ว่า ‘อย่า​สาบาน​แล้ว​ไม่​ทำ​ตาม แต่​จง​ทำ​ตาม​ที่​เจ้า​ปฏิญาณ​ไว้​กับ​พระ​ยะโฮวา.’ 34 แต่​เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ว่า อย่า​สาบาน​เลย ไม่​ว่า​จะ​โดย​อ้าง​สวรรค์ เพราะ​สวรรค์​เป็น​ราชบัลลังก์​ของ​พระเจ้า 35 หรือ​โดย​อ้าง​แผ่นดิน​โลก เพราะ​แผ่นดิน​โลก​เป็น​ม้า​รอง​พระ​บาท​ของ​พระองค์ หรือ​โดย​อ้าง​เยรูซาเลม เพราะ​เยรูซาเลม​เป็น​ราชธานี​ของ​พระ​มหา​กษัตริย์. 36 และ​อย่า​สาบาน​โดย​อ้าง​ศีรษะ​ของ​เจ้า เพราะ​เจ้า​ไม่​อาจ​ทำ​ให้​ผม​สัก​เส้น​หนึ่ง​ขาว​หรือ​ดำ​ได้. 37 ให้​คำ​ของ​เจ้า​ที่​ว่า​ใช่ หมาย​ความ​ว่า​ใช่ ที่​ว่า​ไม่ หมาย​ความ​ว่า​ไม่ เพราะ​ที่​เกิน​จาก​นี้​ก็​มา​จาก​ตัว​ชั่ว​ร้าย.

38 “เจ้า​ทั้ง​หลาย​เคย​ได้​ยิน​คำ​ที่​มี​กล่าว​ไว้​ว่า ‘ตา​ต่อ​ตา​และ​ฟัน​ต่อ​ฟัน.’ 39 แต่​เรา​บอก​เจ้า​ว่า อย่า​ตอบ​โต้​คน​ชั่ว​ด้วย​การ​ชั่ว แต่​ผู้​ใด​ตบ​แก้ม​ขวา​ของ​เจ้า จง​หัน​แก้ม​ซ้าย​ให้​เขา​ด้วย. 40 และ​ถ้า​คน​หนึ่ง​ต้องการ​พา​เจ้า​ไป​ขึ้น​ศาล​และ​ยึด​เอา​เสื้อ​ตัว​ใน​ของ​เจ้า​ไป จง​ให้​เสื้อ​ตัว​นอก​แก่​เขา​ด้วย 41 และ​ถ้า​ผู้​ใด​เกณฑ์​เจ้า​ให้​ไป​กับ​เขา​หนึ่ง​กิโลเมตร จง​ไป​กับ​เขา​สอง​กิโลเมตร. 42 จง​ให้​แก่​ผู้​ที่​ขอ​จาก​เจ้า และ​อย่า​เมิน​หน้า​จาก​ผู้​ที่​ขอ​ยืม​จาก​เจ้า​โดย​ไม่​จ่าย​ดอกเบี้ย.

43 “เจ้า​ทั้ง​หลาย​เคย​ได้​ยิน​คำ​ที่​มี​กล่าว​ไว้​ว่า ‘จง​รัก​เพื่อน​บ้าน​และ​เกลียด​ชัง​ศัตรู.’ 44 แต่​เรา​บอก​พวก​เจ้า​ว่า จง​รัก​ศัตรู​ของ​เจ้า​ต่อ ๆ ไป​และ​อธิษฐาน​เพื่อ​ผู้​ที่​ข่มเหง​เจ้า​ต่อ ๆ ไป 45 เพื่อ​แสดง​ว่า​เจ้า​เป็น​บุตร​ของ​พระ​บิดา​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์ เพราะ​พระองค์​ทรง​บันดาล​ให้​ดวง​อาทิตย์​ขึ้น​ส่อง​แสง​แก่​คน​ดี​และ​คน​ชั่ว อีก​ทั้ง​ทรง​บันดาล​ให้​ฝน​ตก​แก่​คน​ชอบธรรม​และ​คน​อธรรม. 46 เพราะ​ถ้า​เจ้า​รัก​คน​ที่​รัก​เจ้า เจ้า​จะ​ได้​บำเหน็จ​อะไร? พวก​คน​เก็บ​ภาษี​ก็​ทำ​อย่าง​เดียว​กัน​มิ​ใช่​หรือ? 47 และ​ถ้า​เจ้า​ทักทาย​แต่​พี่​น้อง​ของ​เจ้า เจ้า​ทำ​อะไร​เป็น​พิเศษ​เล่า? ชน​ต่าง​ชาติ​ก็​ทำ​อย่าง​เดียว​กัน​มิ​ใช่​หรือ? 48 ฉะนั้น เจ้า​ทั้ง​หลาย​ต้อง​เป็น​คน​ดี​พร้อม​อย่าง​ที่​พระ​บิดา​ของ​เจ้า​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์​ทรง​ดี​พร้อม.

6 “จง​ระวัง อย่า​ทำ​การ​ชอบธรรม​ต่อ​หน้า​มนุษย์​เพื่อ​ให้​เขา​เห็น มิ​ฉะนั้น พวก​เจ้า​จะ​ไม่​ได้​รับ​บำเหน็จ​จาก​พระ​บิดา​ของ​เจ้า​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์. 2 ฉะนั้น เมื่อ​เจ้า​ให้​ทาน อย่า​เป่า​แตร​ข้าง​หน้า​เจ้า​เหมือน​คน​หน้า​ซื่อ​ใจ​คด​ทำ​ใน​ธรรมศาลา​และ​ตาม​ถนน​เพื่อ​ให้​คน​ยกย่อง. เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า พวก​เขา​ได้​รับ​บำเหน็จ​ของ​เขา​แล้ว. 3 แต่​เมื่อ​เจ้า​ให้​ทาน อย่า​ให้​มือ​ซ้าย​รู้​ว่า​มือ​ขวา​ทำ​อะไร 4 เพื่อ​ทาน​ของ​เจ้า​จะ​เป็น​ทาน​ลับ แล้ว​พระ​บิดา​ของ​เจ้า​ผู้​ทอด​พระ​เนตร​อยู่​ใน​ที่​ลับ​ลี้​จะ​ตอบ​แทน​แก่​เจ้า.

5 “เช่น​เดียว​กัน เมื่อ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​อธิษฐาน อย่า​เป็น​เหมือน​คน​หน้า​ซื่อ​ใจ​คด เพราะ​พวก​เขา​ชอบ​ยืน​อธิษฐาน​ใน​ธรรมศาลา​และ​ตาม​มุม​ถนน​ใหญ่​เพื่อ​ให้​คน​เห็น. เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า พวก​เขา​ได้​รับ​บำเหน็จ​ของ​เขา​แล้ว. 6 แต่​เมื่อ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​อธิษฐาน จง​เข้า​ไป​อยู่​ใน​ห้อง​เป็น​ส่วน​ตัว และ​เมื่อ​ปิด​ประตู​ห้อง​แล้ว จง​อธิษฐาน​ถึง​พระ​บิดา​ของ​เจ้า​ผู้​อยู่​ใน​ที่​ลับ​ลี้ แล้ว​พระ​บิดา​ผู้​ทอด​พระ​เนตร​ใน​ที่​ลับ​ลี้​จะ​ทรง​ตอบ​เจ้า. 7 เมื่อ​อธิษฐาน อย่า​กล่าว​ถ้อย​คำ​เดียว​กัน​ซ้ำซาก​อย่าง​ที่​ชน​ต่าง​ชาติ​ทำ เพราะ​พวก​เขา​คิด​ว่า​ถ้า​พวก​เขา​พูด​มาก ๆ พระ​จะ​โปรด​ฟัง. 8 ดัง​นั้น อย่า​ทำ​ตัว​เหมือน​พวก​เขา เพราะ​พระเจ้า​พระ​บิดา​ของ​เจ้า​ทรง​ทราบ​ว่า​เจ้า​ต้องการ​อะไร​ก่อน​เจ้า​จะ​ทูล​ขอ​พระองค์.

9 “ฉะนั้น เจ้า​ทั้ง​หลาย​จง​อธิษฐาน​อย่าง​นี้

“ ‘ข้า​แต่​พระ​บิดา​ของ​ข้าพเจ้า​ทั้ง​หลาย​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์ ขอ​ให้​พระ​นาม​ของ​พระองค์​เป็น​ที่​นับถือ​อัน​บริสุทธิ์. 10 ขอ​ให้​ราชอาณาจักร​ของ​พระองค์​มา​เถิด. ขอ​ให้​พระ​ประสงค์​ของ​พระองค์​สำเร็จ​บน​แผ่นดิน​โลก​เช่น​เดียว​กับ​ใน​สวรรค์. 11 ขอ​ทรง​ประทาน​อาหาร​แก่​พวก​ข้าพเจ้า​สำหรับ​วัน​นี้ 12 และ​ขอ​ทรง​ยก​หนี้​ความ​ผิด​ให้​พวก​ข้าพเจ้า​อย่าง​ที่​พวก​ข้าพเจ้า​ได้​ยก​หนี้​ความ​ผิด​ให้​ผู้​ที่​ทำ​ผิด​ต่อ​พวก​ข้าพเจ้า. 13 และ​ขอ​อย่า​ให้​พวก​ข้าพเจ้า​พ่าย​แพ้​การ​ล่อ​ใจ แต่​ขอ​ทรง​ช่วย​พวก​ข้าพเจ้า​ให้​รอด​พ้น​จาก​ตัว​ชั่ว​ร้าย.’

14 “เพราะ​ถ้า​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ให้​อภัย​การ​ผิด​ที่​มนุษย์​ทำ​ต่อ​เจ้า พระ​บิดา​ของ​เจ้า​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์​ก็​จะ​ให้​อภัย​เจ้า​ด้วย 15 แต่​ถ้า​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ไม่​ให้​อภัย​ความ​ผิด​ของ​พวก​เขา พระ​บิดา​ของ​เจ้า​ก็​จะ​ไม่​ให้​อภัย​ความ​ผิด​ของ​เจ้า​เช่น​กัน.

16 “เมื่อ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​อด​อาหาร จง​เลิก​ทำ​หน้า​เศร้า​หมอง​เหมือน​คน​หน้า​ซื่อ​ใจ​คด เพราะ​เขา​ปล่อย​ให้​หน้า​หมอง​เพื่อ​ให้​คน​เห็น​ว่า​อด​อาหาร. เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า พวก​เขา​ได้​รับ​บำเหน็จ​ของ​เขา​แล้ว. 17 แต่​เมื่อ​เจ้า​อด​อาหาร จง​เอา​น้ำมัน​ชโลม​ศีรษะ​และ​จง​ล้าง​หน้า 18 เพื่อ​คน​จะ​ไม่​เห็น​ว่า​เจ้า​อด​อาหาร แต่​พระ​บิดา​ของ​เจ้า​ผู้​อยู่​ใน​ที่​ลับ​ลี้​ทรง​เห็น แล้ว​พระ​บิดา​ของ​เจ้า​ผู้​ทอด​พระ​เนตร​อยู่​ใน​ที่​ลับ​ลี้​จะ​ทรง​ตอบ​แทน​เจ้า.

19 “จง​เลิก​สะสม​ทรัพย์​สมบัติ​ไว้​สำหรับ​ตน​บน​แผ่นดิน​โลก ที่​ซึ่ง​มี​มอด​มา​กิน​และ​มี​สนิม​ขึ้น และ​มี​ขโมย​แอบ​เข้า​มา​ขโมย​ไป. 20 แต่​จง​สะสม​ทรัพย์​สมบัติ​ไว้​สำหรับ​ตน​ใน​สวรรค์ ที่​ซึ่ง​ไม่​มี​มอด​มา​กิน​และ​ไม่​มี​สนิม​ขึ้น และ​ไม่​มี​ขโมย​แอบ​เข้า​มา​ขโมย​ไป. 21 เพราะ​ทรัพย์​สมบัติ​ของ​เจ้า​อยู่​ที่​ไหน ใจ​ของ​เจ้า​จะ​อยู่​ที่​นั่น​ด้วย.

22 “ตา​เป็น​ตะเกียง​ของ​ร่าง​กาย ฉะนั้น ถ้า​ตา​ของ​เจ้า​มอง​ที่​สิ่ง​เดียว* ทั่ว​ทั้ง​กาย​ของ​เจ้า​จะ​สว่าง 23 แต่​ถ้า​ตา​ของ​เจ้า​มอง​ที่​สิ่ง​ชั่ว* ทั่ว​ทั้ง​กาย​ของ​เจ้า​จะ​มืด. ถ้า​ความ​สว่าง​ใน​ตัว​เจ้า​มืด​ไป​จริง ๆ ความ​มืด​นั้น​จะ​มืดมน​สัก​เพียง​ใด!

24 “ไม่​มี​ใคร​เป็น​ทาส​ของ​นาย​สอง​คน​ได้ เพราะ​เขา​จะ​ชัง​นาย​คน​หนึ่ง​และ​รัก​นาย​อีก​คน​หนึ่ง หรือ​ไม่​ก็​จะ​ภักดี​ต่อ​นาย​คน​หนึ่ง​และ​ดูหมิ่น​นาย​อีก​คน​หนึ่ง. เจ้า​ทั้ง​หลาย​จะ​เป็น​ทาส​ของ​พระเจ้า​และ​ของ​ทรัพย์​สมบัติ​ด้วย​ไม่​ได้.

25 “ฉะนั้น เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ว่า จง​เลิก​วิตก​กังวล​ใน​เรื่อง​ชีวิต​ว่า​จะ​กิน​อะไร​หรือ​จะ​ดื่ม​อะไร หรือ​วิตก​กังวล​ใน​เรื่อง​ร่าง​กาย​ว่า​จะ​สวม​อะไร. ชีวิต​สำคัญ​กว่า​อาหาร​และ​ร่าง​กาย​สำคัญ​กว่า​เสื้อ​ผ้า​มิ​ใช่​หรือ? 26 จง​สังเกต​นก​ใน​ท้องฟ้า พวก​มัน​ไม่​ได้​หว่าน​หรือ​เกี่ยว​หรือ​สะสม​ไว้​ใน​ยุ้ง​ฉาง แต่​พระ​บิดา​ของ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์​ทรง​เลี้ยง​ดู​พวก​มัน. เจ้า​ทั้ง​หลาย​มี​ค่า​มาก​กว่า​พวก​มัน​มิ​ใช่​หรือ? 27 มี​ใคร​ใน​พวก​เจ้า​ไหม​ที่​วิตก​กังวล​แล้ว​ยืด​ชีวิต​ได้​อีก​สัก​ศอก​หนึ่ง?* 28 เช่น​เดียว​กัน เจ้า​ทั้ง​หลาย​วิตก​กังวล​ใน​เรื่อง​เครื่อง​นุ่ง​ห่ม​ไป​ทำไม? จง​เรียน​จาก​ดอกไม้​ใน​ทุ่ง พวก​มัน​เติบโต​ขึ้น​อย่าง​ไร พวก​มัน​ไม่​ได้​ตรากตรำ​ทำ​งาน​และ​ไม่​ได้​ปั่น​ฝ้าย 29 เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ว่า แม้​แต่​โซโลมอน​ใน​ยาม​ที่​งาม​สง่า​ที่​สุด​ก็​ยัง​แต่ง​พระองค์​ไม่​งาม​เท่า​ดอกไม้​เหล่า​นี้​ดอก​หนึ่ง. 30 ฉะนั้น ถ้า​พระเจ้า​ทรง​ตกแต่ง​พืช​พรรณ​ใน​ทุ่ง​ซึ่ง​ยัง​อยู่​ใน​วัน​นี้​และ​พรุ่ง​นี้​ก็​ถูก​โยน​เข้า​เตา​ไฟ พระองค์​จะ​ไม่​ทรง​ตกแต่ง​พวก​เจ้า​ให้​มาก​กว่า​หรือ เจ้า​ทั้ง​หลาย​ที่​มี​ความ​เชื่อ​น้อย. 31 ดัง​นั้น อย่า​วิตก​กังวล​และ​พูด​ว่า ‘เรา​จะ​กิน​อะไร?’ หรือ ‘เรา​จะ​ดื่ม​อะไร’ หรือ ‘เรา​จะ​สวม​อะไร?’ 32 เพราะ​สิ่ง​เหล่า​นี้​เป็น​สิ่ง​ที่​ชน​ต่าง​ชาติ​ร้อน​รน​แสวง​หา. ด้วย​ว่า​พระ​บิดา​ของ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์​ทรง​ทราบ​ว่า​พวก​เจ้า​ต้อง​มี​สิ่ง​ทั้ง​ปวง​นี้.

33 “ดัง​นั้น จง​แสวง​หา​ราชอาณาจักร​และ​ความ​ชอบธรรม​ของ​พระองค์​ก่อน​เสมอ​ไป แล้ว​พระองค์​จะ​ทรง​ให้​สิ่ง​ทั้ง​ปวง​นี้​แก่​พวก​เจ้า. 34 ฉะนั้น อย่า​วิตก​กังวล​กับ​พรุ่ง​นี้​เลย เพราะ​ว่า​พรุ่ง​นี้​ก็​จะ​มี​ความ​วิตก​กังวล​ของ​พรุ่ง​นี้. แต่​ละ​วัน​มี​ความ​ทุกข์​พอ​อยู่​แล้ว.

7 “จง​เลิก​ตัดสิน​ผู้​อื่น​เพื่อ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​จะ​ไม่​ถูก​ตัดสิน 2 เพราะ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตัดสิน​ผู้​อื่น​อย่าง​ไร เจ้า​จะ​ถูก​ตัดสิน​อย่าง​นั้น และ​เจ้า​ปฏิบัติ​ต่อ​ผู้​อื่น​อย่าง​ไร เขา​จะ​ปฏิบัติ​ต่อ​เจ้า​อย่าง​นั้น.* 3 เหตุ​ใด​เจ้า​จึง​มอง​ดู​เศษ​ฟาง​ใน​ตา​พี่​น้อง​ของ​เจ้า แต่​ไม่​มอง​ท่อน​ไม้​ใน​ตา​ของ​เจ้า​เอง? 4 หรือ​เจ้า​จะ​พูด​กับ​พี่​น้อง​ของ​เจ้า​ได้​อย่าง​ไร​ว่า ‘ให้​ข้า​เอา​เศษ​ฟาง​ออก​จาก​ตา​เจ้า​เถิด’ ใน​เมื่อ​มี​ไม้​ทั้ง​ท่อน​อยู่​ใน​ตา​ของ​เจ้า​เอง? 5 คน​หน้า​ซื่อ​ใจ​คด! จง​เอา​ท่อน​ไม้​ออก​จาก​ตา​เจ้า​เอง​ก่อน แล้ว​เจ้า​จึง​จะ​มอง​เห็น​ชัด​ว่า​จะ​เอา​เศษ​ฟาง​ออก​จาก​ตา​ของ​พี่​น้อง​เจ้า​อย่าง​ไร.

6 “อย่า​ให้​สิ่ง​บริสุทธิ์​แก่​สุนัข และ​อย่า​โยน​ไข่มุก​ให้​สุกร มัน​จะ​ได้​ไม่​เหยียบ​ย่ำ​แล้ว​แว้ง​กัด​เจ้า.

7 “จง​ขอ​ต่อ ๆ ไป​แล้ว​จะ​ได้​รับ จง​หา​ต่อ ๆ ไป​แล้ว​จะ​พบ จง​เคาะ​ต่อ ๆ ไป​แล้ว​จะ​เปิด​ให้. 8 เพราะ​ทุก​คน​ที่​ขอ​จะ​ได้​รับ ทุก​คน​ที่​หา​จะ​พบ และ​ทุก​คน​ที่​เคาะ​ก็​จะ​เปิด​ให้. 9 ที่​จริง ใน​พวก​เจ้า​มี​ใคร​หรือ​จะ​ยื่น​ก้อน​หิน​ให้​บุตร​เมื่อ​เขา​ขอ​ขนมปัง? 10 หรือ​ใคร​เล่า​จะ​ยื่น​งู​ให้​บุตร​ถ้า​เขา​ขอ​ปลา? 11 ฉะนั้น ถ้า​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ซึ่ง​แม้​เป็น​คน​บาป​ก็​ยัง​รู้​จัก​ให้​ของ​ดี​แก่​บุตร ยิ่ง​กว่า​นั้น​สัก​เท่า​ใด พระ​บิดา​ของ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์​จะ​ทรง​ประทาน​สิ่ง​ดี​แก่​ผู้​ที่​ทูล​ขอ​พระองค์!

12 “ด้วย​เหตุ​นั้น สารพัด​สิ่ง​ที่​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ต้องการ​ให้​คน​อื่น​ทำ​ต่อ​เจ้า จง​ทำ​อย่าง​นั้น​ต่อ​เขา ที่​จริง พระ​บัญญัติ​และ​คำ​สอน​ของ​พวก​ผู้​พยากรณ์​มุ่ง​หมาย​อย่าง​นี้.

13 “จง​เข้า​ไป​ทาง​ประตู​แคบ เพราะ​ทาง​กว้าง​ใหญ่​เป็น​ทาง​ที่​นำ​ไป​สู่​ความ​พินาศ และ​คน​จำนวน​มาก​เข้า​ไป​ใน​ทาง​นั้น 14 แต่​ประตู​แคบ​และ​ทาง​แคบ​เป็น​ทาง​ที่​นำ​ไป​สู่​ชีวิต และ​มี​น้อย​คน​ที่​พบ​ทาง​นี้.

15 “จง​ระวัง​พวก​ผู้​พยากรณ์​เท็จ​ที่​มา​หา​เจ้า​ทั้ง​หลาย​โดย​นุ่ง​ห่ม​เหมือน​แกะ แต่​ภาย​ใน​เป็น​หมา​ป่า​ที่​ตะกละ​ตะกลาม. 16 เจ้า​ทั้ง​หลาย​จะ​รู้​จัก​พวก​เขา​ด้วย​ผล​ของ​เขา. ผู้​คน​เก็บ​องุ่น​หรือ​มะเดื่อ​จาก​ต้น​ไม้​มี​หนาม​หรือ? 17 ทำนอง​เดียว​กัน ต้น​ไม้​ดี​ทุก​ต้น​ย่อม​เกิด​ผล​ที่​ดี แต่​ต้น​ไม้​ไม่​ดี​ทุก​ต้น​ก็​เกิด​ผล​ที่​ไร้​ค่า 18 ต้น​ไม้​ดี​จะ​เกิด​ผล​ที่​ไร้​ค่า​ไม่​ได้ และ​ต้น​ไม้​ไม่​ดี​จะ​เกิด​ผล​ดี​ก็​ไม่​ได้. 19 ต้น​ไม้​ทุก​ต้น​ที่​ไม่​เกิด​ผล​ดี​ย่อม​ถูก​โค่น​และ​ทิ้ง​ใน​ไฟ 20 ดัง​นั้น เจ้า​ทั้ง​หลาย​จะ​รู้​จัก​พวก​เขา​ด้วย​ผล​ของ​เขา.

21 “มิ​ใช่​ทุก​คน​ที่​พูด​กับ​เรา​ว่า ‘พระองค์​เจ้าข้า พระองค์​เจ้าข้า’ จะ​ได้​เข้า​ราชอาณาจักร​สวรรค์ แต่​ผู้​ที่​ทำ​ตาม​พระ​ประสงค์​ของ​พระ​บิดา​ของ​เรา​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์​จึง​จะ​ได้​เข้า. 22 ใน​วัน​นั้น​คน​เป็น​อัน​มาก​จะ​พูด​กับ​เรา​ว่า ‘พระองค์​เจ้าข้า พระองค์​เจ้าข้า พวก​เรา​ได้​พยากรณ์​ใน​พระ​นาม​ของ​พระองค์​และ​ขับ​ปิศาจ​ใน​พระ​นาม​ของ​พระองค์ และ​ทำ​การ​อิทธิ​ฤทธิ์​หลาย​อย่าง​ใน​พระ​นาม​ของ​พระองค์​มิ​ใช่​หรือ?’ 23 ถึง​กระนั้น เรา​จะ​บอก​พวก​เขา​ว่า เรา​ไม่​เคย​รู้​จัก​พวก​เจ้า​เลย! เจ้า​ผู้​ทำ​การ​ชั่ว จง​ไป​ให้​พ้น.

24 “ฉะนั้น ทุก​คน​ที่​ได้​ยิน​ถ้อย​คำ​เหล่า​นี้​ของ​เรา​และ​ทำ​ตาม​จะ​เปรียบ​เหมือน​คน​สุขุม​ที่​สร้าง​บ้าน​ของ​ตน​บน​ศิลา. 25 เมื่อ​เกิด​ฝน​ตก​น้ำ​ท่วม และ​ลม​พัด​กระหน่ำ​บ้าน​นั้น บ้าน​นั้น​มิ​ได้​พัง เพราะ​ตั้ง​อยู่​บน​ศิลา. 26 แต่​ทุก​คน​ที่​ได้​ยิน​ถ้อย​คำ​เหล่า​นี้​ของ​เรา​และ​ไม่​ทำ​ตาม​จะ​เปรียบ​เหมือน​คน​โง่​ที่​สร้าง​บ้าน​ของ​ตน​บน​ทราย. 27 เมื่อ​เกิด​ฝน​ตก​น้ำ​ท่วม และ​ลม​พัด​ปะทะ​บ้าน​นั้น บ้าน​นั้น​ก็​พัง​พินาศ.”

28 ครั้น​พระ​เยซู​ตรัส​ถ้อย​คำ​เหล่า​นี้​จบ​แล้ว ฝูง​ชน​ก็​อัศจรรย์​ใจ​ใน​วิธี​สอน​ของ​พระองค์ 29 เพราะ​พระองค์​สอน​พวก​เขา​อย่าง​ผู้​ที่​ได้​รับ​อำนาจ​จาก​พระเจ้า ไม่​เหมือน​พวก​อาลักษณ์​ของ​เขา.

8 เมื่อ​พระองค์​เสด็จ​ลง​มา​จาก​ภูเขา​แล้ว คน​มาก​มาย​ได้​ติด​ตาม​พระองค์​ไป. 2 มี​คน​โรค​เรื้อน​คน​หนึ่ง​เข้า​มา​แสดง​ความ​เคารพ​พระองค์ ทูล​ว่า “พระองค์​เจ้าข้า ขอ​เพียง​พระองค์​ต้องการ พระองค์​จะ​ทรง​ทำ​ให้​ข้าพเจ้า​หาย​ได้.” 3 พระองค์​จึง​ทรง​ยื่น​พระ​หัตถ์​ออก​แตะ​ตัว​เขา​และ​ตรัส​ว่า “เรา​ต้องการ. จง​หาย​โรค​เถิด.” เขา​ก็​หาย​จาก​โรค​เรื้อน​ทันที. 4 แล้ว​พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “อย่า​บอก​ผู้​ใด แต่​จง​ไป​ให้​ปุโรหิต​ตรวจ​ดู​และ​ถวาย​สิ่ง​ของ​ตาม​ที่​โมเซ​ได้​กำหนด​ไว้​เพื่อ​ให้​พวก​เขา​ได้​เห็น​หลักฐาน.”

5 เมื่อ​พระองค์​เสด็จ​เข้า​ไป​ใน​เมือง​คาเปอร์นาอุม นาย​ร้อย​คน​หนึ่ง​มา​ขอร้อง​พระองค์ 6 ว่า “ท่าน​เจ้าข้า บ่าว​ของ​ข้าพเจ้า​เป็น​อัมพาต​นอน​แซ่ว​อยู่​ใน​บ้าน ทุกข์​ทรมาน​มาก.” 7 พระองค์​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “เรา​จะ​ไป​รักษา​เขา​ที่​นั่น.” 8 นาย​ร้อย​ทูล​พระองค์​ว่า “ท่าน​เจ้าข้า ข้าพเจ้า​เป็น​คน​ไม่​คู่​ควร​ที่​ท่าน​จะ​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​ข้าพเจ้า แต่​ขอ​เพียง​ท่าน​สั่ง​เท่า​นั้น บ่าว​ของ​ข้าพเจ้า​ก็​จะ​หาย. 9 ด้วย​ข้าพเจ้า​ก็​เป็น​คน​อยู่​ใต้​บังคับ​บัญชา​และ​มี​ทหาร​อยู่​ใต้​บังคับ​บัญชา เมื่อ​ข้าพเจ้า​บอก​คน​นี้​ว่า ‘ไป!’ เขา​ก็​ไป บอก​อีก​คน​หนึ่ง​ว่า ‘มา!’ เขา​ก็​มา และ​บอก​ทาส​ของ​ข้าพเจ้า​ว่า ‘จง​ทำ​สิ่ง​นี้!’ เขา​ก็​ทำ.” 10 เมื่อ​ได้​ยิน​เช่น​นั้น พระ​เยซู​ก็​ประหลาด​พระทัย และ​ตรัส​กับ​ผู้​ที่​ติด​ตาม​พระองค์​ว่า “เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า เรา​ไม่​เคย​พบ​คน​มี​ความ​เชื่อ​มาก​เช่น​นี้​ใน​อิสราเอล​เลย. 11 เรา​บอก​พวก​เจ้า​ว่า คน​จำนวน​มาก​จะ​มา​จาก​ทาง​ทิศ​ตะวัน​ออก​และ​ทิศ​ตะวัน​ตก​และ​นั่ง​เอน​กาย​ที่​โต๊ะ​กับ​อับราฮาม ยิศฮาค และ​ยาโคบ​ใน​ราชอาณาจักร​สวรรค์ 12 แต่​เหล่า​บุตร​แห่ง​ราชอาณาจักร​จะ​ถูก​โยน​เข้า​ไป​ใน​ความ​มืด​ภาย​นอก. ที่​นั่น​พวก​เขา​จะ​ร้องไห้​และ​ขบ​เขี้ยว​เคี้ยว​ฟัน.” 13 แล้ว​พระ​เยซู​จึง​ตรัส​กับ​นาย​ร้อย​ว่า “ไป​เถิด. ให้​เป็น​ไป​อย่าง​ที่​เจ้า​เชื่อ.” และ​บ่าว​ของ​เขา​ก็​หาย​ป่วย​ใน​เวลา​นั้น​เอง.

14 เมื่อ​พระ​เยซู​เสด็จ​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​เปโตร​ก็​ทรง​เห็น​แม่ยาย​เขา​นอน​ป่วย​เป็น​ไข้​อยู่. 15 พระองค์​จึง​ทรง​จับ​มือ​นาง นาง​ก็​หาย​ไข้​แล้ว​จึง​ลุก​ขึ้น​ปรนนิบัติ​พระองค์. 16 พอ​ค่ำ​ลง ผู้​คน​ก็​พา​คน​ถูก​ปิศาจ​สิง​หลาย​คน​มา​หา พระองค์​ทรง​ขับ​กาย​วิญญาณ​เหล่า​นั้น​ออก​ด้วย​การ​ตรัส​สั่ง​เท่า​นั้น และ​พระองค์​ทรง​รักษา​คน​ป่วย​ทุก​คน 17 ถ้อย​คำ​ที่​ผู้​พยากรณ์​ยะซายาห์​กล่าว​ไว้​จึง​สำเร็จ​ที่​ว่า “พระองค์​ทรง​รับ​ความ​เจ็บ​ป่วย​และ​เอา​โรค​ต่าง ๆ ของ​เรา​ไป.”

18 เมื่อ​พระ​เยซู​ทรง​เห็น​ฝูง​ชน​ห้อม​ล้อม​พระองค์ จึง​สั่ง​ให้​แล่น​เรือ​ข้าม​ไป​อีก​ฝั่ง​หนึ่ง. 19 แล้ว​มี​อาลักษณ์​คน​หนึ่ง​มา​ทูล​พระองค์​ว่า “อาจารย์​เจ้าข้า ข้าพเจ้า​จะ​ติด​ตาม​ท่าน​ไม่​ว่า​ท่าน​จะ​ไป​ที่​ไหน.” 20 แต่​พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “หมา​จิ้งจอก​มี​โพรง​และ​นก​มี​ที่​เกาะ แต่​บุตร​มนุษย์​ไม่​มี​ที่​จะ​วาง​ศีรษะ.” 21 แล้ว​สาวก​อีก​คน​หนึ่ง​ทูล​พระองค์​ว่า “พระองค์​เจ้าข้า ขอ​ให้​ข้าพเจ้า​ไป​ฝัง​ศพ​บิดา​ก่อน.” 22 พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “จง​ติด​ตาม​เรา​ต่อ​ไป และ​ให้​คน​ตาย​ฝัง​คน​ตาย​เถิด.”

23 เมื่อ​พระองค์​เสด็จ​ลง​เรือ เหล่า​สาวก​ก็​ตาม​พระองค์​ไป. 24 แล้ว​ทะเล​ก็​เกิด​ปั่นป่วน​จน​คลื่น​ซัด​ท่วม​เรือ แต่​พระองค์​บรรทม​หลับ​อยู่ 25 พวก​สาวก​จึง​มา​ปลุก​พระองค์ ทูล​ว่า “พระองค์​เจ้าข้า ช่วย​ชีวิต​พวก​เรา​ด้วย พวก​เรา​จวน​จะ​ตาย​อยู่​แล้ว!” 26 แต่​พระองค์​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “กลัว​ทำไม​เล่า เจ้า​ทั้ง​หลาย​ผู้​มี​ความ​เชื่อ​น้อย?” แล้ว​พระองค์​ทรง​ลุก​ขึ้น​ห้าม​ลม​และ​ทะเล ทุก​สิ่ง​ก็​สงบ​เงียบ. 27 พวก​เขา​จึง​อัศจรรย์​ใจ​และ​พูด​ว่า “พระองค์​เป็น​ใคร​กัน​นี่ แม้​แต่​ลม​และ​ทะเล​ก็​เชื่อ​ฟัง​พระองค์?”

28 ครั้น​พระองค์​ไป​ถึง​อีก​ฝั่ง​หนึ่ง​ซึ่ง​เป็น​เขต​แดน​ของ​ชาว​กาดารา ที่​นั่น​มี​คน​ถูก​ปิศาจ​สิง​สอง​คน​ออก​มา​จาก​สุสาน​และ​พบ​พระองค์ พวก​เขา​ดุ​ร้าย​มาก​จน​ไม่​มี​ใคร​กล้า​เดิน​ผ่าน​ทาง​นั้น. 29 ทั้ง​สอง​ร้อง​เสียง​ดัง​ว่า “บุตร​ของ​พระเจ้า ท่าน​มา​ยุ่ง​กับ​พวก​ข้า​ทำไม? ท่าน​มา​ที่​นี่​เพื่อ​ทรมาน​พวก​ข้า​ก่อน​เวลา​กำหนด​หรือ?” 30 ใน​ที่​ห่าง​จาก​ตรง​นั้น​มี​ฝูง​สุกร​หา​กิน​อยู่. 31 ปิศาจ​เหล่า​นั้น​จึง​ขอร้อง​พระองค์​ว่า “ถ้า​จะ​ขับ​พวก​ข้า​ออก​มา ขอ​ให้​พวก​ข้า​ไป​เข้า​สุกร​ฝูง​นั้น​เถิด.” 32 พระองค์​จึง​ตรัส​กับ​พวก​มัน​ว่า “ไป​เถิด!” พวก​มัน​ก็​ออก​มา​แล้ว​ไป​สิง​ใน​สุกร สุกร​ทั้ง​ฝูง​ก็​กระโจน​จาก​หน้าผา​ลง​ไป​ใน​ทะเล​และ​จม​น้ำ​ตาย. 33 พวก​คน​เลี้ยง​สุกร​จึง​หนี​ไป และ​เมื่อ​เข้า​ไป​ใน​เมือง พวก​เขา​เล่า​ทุก​สิ่ง​รวม​ทั้ง​เรื่อง​คน​ที่​ถูก​ปิศาจ​สิง​ด้วย. 34 คน​ทั้ง​เมือง​จึง​ออก​มา​หา​พระ​เยซู เมื่อ​พบ​พระองค์​แล้ว พวก​เขา​ก็​เร่งเร้า​พระองค์​ให้​ออก​ไป​จาก​เขต​ของ​พวก​เขา.

9 พระ​เยซู​จึง​ลง​เรือ​ข้าม​ไป​อีก​ฟาก​หนึ่ง​และ​เข้า​ไป​ใน​เมือง​ของ​พระองค์. 2 มี​คน​หาม​ชาย​เป็น​อัมพาต​ซึ่ง​นอน​บน​ที่​นอน​มา​หา​พระองค์. เมื่อ​พระ​เยซู​ทรง​เห็น​ความ​เชื่อ​ของ​พวก​เขา​จึง​ตรัส​กับ​คน​ที่​เป็น​อัมพาต​ว่า “ลูก​เอ๋ย จง​มี​กำลังใจ​เถิด บาป​ของ​เจ้า​ได้​รับ​การ​อภัย​แล้ว.” 3 พวก​อาลักษณ์​บาง​คน​จึง​คิด​ใน​ใจ​ว่า “คน​นี้​กำลัง​หมิ่น​ประมาท​พระเจ้า.” 4 พระ​เยซู​ทรง​รู้​ว่า​พวก​เขา​คิด​อะไร​อยู่​จึง​ตรัส​ว่า “ทำไม​พวก​เจ้า​จึง​คิด​เรื่อง​ชั่ว​เช่น​นั้น​ใน​ใจ​เล่า? 5 พูด​อย่าง​ไหน​จะ​ง่าย​กว่า จะ​ว่า​บาป​ของ​เจ้า​ได้​รับ​การ​อภัย​แล้ว หรือ​จะ​ว่า​ลุก​ขึ้น​เดิน​ไป​เถิด? 6 แต่​เพื่อ​ให้​พวก​เจ้า​รู้​ว่า​บุตร​มนุษย์​มี​อำนาจ​ให้​อภัย​บาป​บน​แผ่นดิน​โลก” แล้ว​พระองค์​จึง​ตรัส​กับ​คน​เป็น​อัมพาต​ว่า “จง​ลุก​ขึ้น​ยก​ที่​นอน​ของ​เจ้า​กลับ​ไป​บ้าน​เถิด.” 7 เขา​จึง​ลุก​ขึ้น​กลับ​ไป​บ้าน​ของ​ตน. 8 เมื่อ​ฝูง​ชน​เห็น​ดัง​นั้น​ก็​กลัว​และ​สรรเสริญ​พระเจ้า​ผู้​ทรง​ประทาน​อำนาจ​เช่น​นั้น​แก่​มนุษย์.

9 ขณะ​ที่​เสด็จ​จาก​ที่​นั่น​มา พระ​เยซู​ทรง​เห็น​ชาย​ชื่อ​มัดธาย​นั่ง​อยู่​ที่​ด่าน​เก็บ​ภาษี พระองค์​จึง​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “จง​มา​เป็น​ผู้​ติด​ตาม​เรา​เถิด.” เขา​ก็​ลุก​ขึ้น​ตาม​พระองค์​ไป. 10 ต่อ​มา เมื่อ​พระองค์​ทรง​นั่ง​เอน​กาย​ที่​โต๊ะ​ใน​บ้าน​เขา คน​เก็บ​ภาษี​และ​คน​บาป​หลาย​คน​ก็​มา​ร่วม​โต๊ะ​กับ​พระองค์​และ​เหล่า​สาวก. 11 แต่​เมื่อ​พวก​ฟาริซาย​เห็น​เช่น​นั้น จึง​พูด​กับ​สาวก​ของ​พระองค์​ว่า “ทำไม​อาจารย์​เจ้า​จึง​กิน​อาหาร​ร่วม​กับ​พวก​คน​เก็บ​ภาษี​และ​คน​บาป?” 12 เมื่อ​พระ​เยซู​ได้​ยิน​เช่น​นั้น​จึง​ตรัส​ว่า “คน​ที่​สบาย​ดี​ไม่​ต้องการ​หมอ แต่​คน​ป่วย​ต้องการ. 13 ฉะนั้น จง​ไป​เรียน​ความ​หมาย​ของ​ข้อ​นี้​ที่​ว่า ‘เรา​ประสงค์​ความ​เมตตา มิ​ใช่​เครื่อง​บูชา.’ เพราะ​เรา​ไม่​ได้​มา​เรียก​คน​ชอบธรรม แต่​มา​เรียก​คน​บาป.”

14 จาก​นั้น สาวก​ของ​โยฮัน​มา​ทูล​ถาม​พระองค์​ว่า “พวก​ข้าพเจ้า​และ​พวก​ฟาริซาย​ถือ​ศีล​อด​อาหาร แต่​ทำไม​สาวก​ของ​พระองค์​ไม่​ถือ?” 15 พระ​เยซู​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “เพื่อน​เจ้าบ่าว​ไม่​มี​เหตุ​ผล​จะ​โศก​เศร้า​ตราบ​ที่​เจ้าบ่าว​อยู่​กับ​พวก​เขา​มิ​ใช่​หรือ? แต่​จะ​มี​เวลา​ที่​เจ้าบ่าว​ถูก​พราก​ไป​จาก​พวก​เขา พวก​เขา​จึง​จะ​อด​อาหาร. 16 ไม่​มี​ใคร​เอา​ผ้า​ใหม่​มา​ปะ​เสื้อ​เก่า เพราะ​เมื่อ​ผ้า​ใหม่​หด มัน​จะ​ดึง​ผ้า​เก่า​ให้​ขาด แล้ว​รอย​ขาด​จะ​กว้าง​ขึ้น​อีก. 17 และ​ไม่​มี​ใคร​เอา​เหล้า​องุ่น​ใหม่​ใส่​ถุง​หนัง​เก่า เพราะ​ถ้า​ทำ​อย่าง​นั้น ถุง​หนัง​จะ​แตก​แล้ว​เหล้า​องุ่น​จะ​รั่ว​และ​ถุง​หนัง​ก็​เสีย. แต่​เขา​จะ​เอา​เหล้า​องุ่น​ใหม่​ใส่​ถุง​หนัง​ใหม่ และ​ทั้ง​สอง​อย่าง​จะ​ไม่​เสีย​ไป.”

18 ขณะ​ที่​พระองค์​ตรัส​เรื่อง​เหล่า​นี้​กับ​พวก​เขา นาย​ธรรมศาลา​คน​หนึ่ง​เข้า​มา​แสดง​ความ​เคารพ​พระองค์ ทูล​ว่า “ป่าน​นี้​บุตร​สาว​ของ​ข้าพเจ้า​คง​ตาย​แล้ว แต่​ขอ​มา​วาง​พระ​หัตถ์​บน​เธอ เธอ​จะ​ได้​มี​ชีวิต​อีก.”

19 พระ​เยซู​จึง​ลุก​ขึ้น​เสด็จ​ตาม​เขา​ไป เหล่า​สาวก​ของ​พระองค์​ก็​ตาม​ไป​ด้วย. 20 มี​ผู้​หญิง​คน​หนึ่ง​ซึ่ง​เป็น​ทุกข์​เพราะ​อาการ​ตก​เลือด​มา​สิบ​สอง​ปี​แล้ว​ได้​เข้า​มา​ข้าง​หลัง​แล้ว​แตะ​ชาย​ครุย​ฉลองพระองค์​ของ​พระ​เยซู 21 เพราะ​นาง​คิด​ใน​ใจ​ว่า “ขอ​เพียง​ฉัน​ได้​แตะ​ฉลองพระองค์​เท่า​นั้น ฉัน​ก็​จะ​หาย.” 22 เมื่อ​พระ​เยซู​ทรง​หัน​มา​เห็น​นาง​จึง​ตรัส​ว่า “ลูก​เอ๋ย จง​มี​กำลังใจ​เถิด ความ​เชื่อ​ของ​เจ้า​ทำ​ให้​เจ้า​หาย​โรค.” หญิง​ผู้​นั้น​ก็​หาย​ดี​ตั้ง​แต่​เวลา​นั้น.

23 เมื่อ​พระองค์​เสด็จ​เข้า​บ้าน​ของ​นาย​ธรรมศาลา​คน​นั้น​และ​เห็น​คน​เป่า​ปี่​กับ​ฝูง​ชน​กำลัง​เอะอะ​วุ่นวาย​กัน 24 พระ​เยซู​จึง​ตรัส​ว่า “ออก​ไป​เถิด เพราะ​เด็ก​หญิง​ผู้​นี้​ไม่​ได้​ตาย แต่​นอน​หลับ​อยู่.” พวก​เขา​จึง​หัวเราะ​เยาะ​พระองค์. 25 เมื่อ​ทรง​ให้​ฝูง​ชน​ออก​ไป​ข้าง​นอก​แล้ว พระองค์​จึง​เข้า​ไป​จับ​มือ​เธอ เด็ก​หญิง​ก็​ลุก​ขึ้น. 26 เรื่อง​นี้​จึง​เล่า​ลือ​กัน​ไป​ทั่ว​เขต​นั้น.

27 ขณะ​ที่​พระ​เยซู​เสด็จ​จาก​ที่​นั่น มี​ชาย​ตา​บอด​สอง​คน​ตาม​พระองค์​มา ร้อง​ว่า “บุตร​ดาวิด​เจ้าข้า ขอ​ทรง​เมตตา​พวก​ข้าพเจ้า​เถิด.” 28 เมื่อ​พระองค์​เสด็จ​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​แล้ว ชาย​ตา​บอด​ทั้ง​สอง​เข้า​มา​หา พระองค์​จึง​ตรัส​ถาม​เขา​ว่า “เจ้า​เชื่อ​หรือ​ว่า​เรา​จะ​ทำ​เช่น​นั้น​ได้?” ทั้ง​สอง​ตอบ​ว่า “พระองค์​เจ้าข้า ข้าพเจ้า​เชื่อ.” 29 พระองค์​จึง​แตะ​ที่​ตา​พวก​เขา ตรัส​ว่า “ให้​เป็น​ไป​ตาม​ที่​เจ้า​เชื่อ​เถิด.” 30 ตา​ของ​พวก​เขา​ก็​มอง​เห็น. แล้ว​พระ​เยซู​ทรง​กำชับ​พวก​เขา​อย่าง​หนักแน่น​ว่า “อย่า​ให้​ผู้​ใด​รู้​เรื่อง​นี้.” 31 แต่​เมื่อ​พวก​เขา​ออก​ไป​แล้ว​ก็​เล่า​เรื่อง​พระองค์​จน​ลือ​กัน​ไป​ทั่ว​เขต​นั้น.

32 ขณะ​ที่​พระ​เยซู​กับ​สาวก​กำลัง​จะ​จาก​ไป มี​คน​พา​ชาย​ใบ้​ที่​ถูก​ปิศาจ​สิง​มา​หา​พระองค์ 33 เมื่อ​ทรง​ขับ​ปิศาจ​ออก​แล้ว​ชาย​ใบ้​ก็​พูด​ได้. ฝูง​ชน​จึง​อัศจรรย์​ใจ​และ​พูด​กัน​ว่า “ไม่​เคย​เห็น​อะไร​อย่าง​นี้​ใน​อิสราเอล​เลย.” 34 แต่​พวก​ฟาริซาย​พูด​ว่า “เขา​ขับ​ปิศาจ​โดย​อาศัย​เจ้า​แห่ง​ปิศาจ.”

35 แล้ว​พระ​เยซู​จึง​ทรง​ออก​เดิน​ทาง​ไป​ทั่ว​ทุก​เมือง​และ​ทุก​หมู่​บ้าน ทรง​สอน​ใน​ธรรม​ศาลา​ของ​พวก​เขา​และ​ทรง​ประกาศ​ข่าว​ดี​เรื่อง​ราชอาณาจักร​และ​ทรง​รักษา​โรค​ทุก​ชนิด​รวม​ทั้ง​ความ​ทุพพลภาพ​ทุก​อย่าง. 36 เมื่อ​ทรง​เห็น​ฝูง​ชน พระองค์​ทรง​รู้สึก​สงสาร​เพราะ​พวก​เขา​ถูก​ขูดรีด​และ​ถูก​ทิ้ง​ขว้าง​เหมือน​แกะ​ไม่​มี​ผู้​เลี้ยง. 37 พระองค์​จึง​ตรัส​กับ​เหล่า​สาวก​ว่า “การ​เกี่ยว​เป็น​งาน​ใหญ่ แต่​คน​งาน​มี​น้อย. 38 ฉะนั้น จง​ขอ​เจ้าของ​งาน​เกี่ยว​ให้​ส่ง​คน​งาน​ออก​ไป​ใน​งาน​เกี่ยว​ของ​พระองค์.”

10 พระองค์​ทรง​เรียก​สาวก​ของ​พระองค์​ทั้ง​สิบ​สอง​คน​มา​และ​ทรง​ให้​พวก​เขา​มี​อำนาจ​เหนือ​พวก​กาย​วิญญาณ​โสโครก เพื่อ​จะ​ขับ​กาย​วิญญาณ​เหล่า​นั้น​และ​รักษา​โรค​ทุก​ชนิด​รวม​ทั้ง​ความ​ทุพพลภาพ​ทุก​อย่าง.

2 อัครสาวก*สิบ​สอง​คน​นั้น​มี​ชื่อ​ดัง​นี้ คน​แรก​คือ​ซีโมน​ที่​เรียก​กัน​ว่า​เปโตร กับ​อันเดรอัส​น้อง​ชาย ยาโกโบ​บุตร​เซเบเดอุส​กับ​โยฮัน​น้อง​ชาย 3 ฟิลิป​กับ​บาร์โทโลมาย โทมัส​กับ​มัดธาย​คน​เก็บ​ภาษี ยาโกโบ​บุตร​อัลเฟอุส​กับ​ทัดเดอุส 4 ซีโมน​คานาไนโอส*กับ​ยูดา​อิสการิโอต​ซึ่ง​ต่อ​มา​ได้​ทรยศ​พระองค์.

5 พระ​เยซู​ทรง​ส่ง​สิบ​สอง​คน​นี้​ออก​ไป ทรง​สั่ง​พวก​เขา​ดัง​นี้ “อย่า​ไป​ตาม​ถนน​ของ​ชน​ต่าง​ชาติ และ​อย่า​เข้า​ไป​ใน​เมือง​ของ​ชาว​ซะมาเรีย 6 แต่​จง​ไป​หา​แกะ​ที่​หลง​หาย​ของ​เรือน​อิสราเอล​ต่อ ๆ ไป. 7 ขณะ​ที่​พวก​เจ้า​ไป จง​ประกาศ​ว่า ‘ราชอาณาจักร​สวรรค์​มา​ใกล้​แล้ว.’ 8 จง​รักษา​คน​ป่วย​ให้​หาย ปลุก​คน​ตาย​ให้​เป็น​ขึ้น​มา รักษา​คน​โรค​เรื้อน​ให้​หาย และ​ขับ​ปิศาจ. พวก​เจ้า​ได้​รับ​เปล่า ๆ จง​ให้​เปล่า ๆ. 9 อย่า​หา​ทองคำ​หรือ​เงิน​หรือ​ทองแดง​ใส่​ไว้​ใน​ถุง​เงิน​คาด​เอว​ของ​เจ้า 10 อย่า​เอา​ถุง​ใส่​อาหาร​ไป หรือ​เอา​เสื้อ​อีก​ตัว​หนึ่ง หรือ​รอง​เท้า​อีก​คู่​หนึ่ง หรือ​ไม้เท้า​อีก​อัน​หนึ่ง​ไป​ด้วย* เพราะ​ผู้​ที่​ทำ​งาน​ควร​ได้​รับ​อาหาร.

11 “พวก​เจ้า​เข้า​ไป​ใน​เมือง​ใด​หรือ​หมู่​บ้าน​ใด จง​เสาะ​หา​คน​ที่​คู่​ควร​แล้ว​พัก​อยู่​ที่​นั่น​จน​กว่า​จะ​จาก​ไป. 12 เมื่อ​เจ้า​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ใด จง​ทักทาย​คน​ใน​บ้าน​นั้น 13 และ​ถ้า​บ้าน​นั้น​คู่​ควร ก็​ให้​สันติ​สุข​ที่​เจ้า​ขอ​ให้​มี​แก่​บ้าน​นั้น​จง​มี​แก่​เขา แต่​ถ้า​บ้าน​นั้น​ไม่​คู่​ควร ก็​ให้​สันติ​สุข​นั้น​กลับ​คืน​สู่​เจ้า. 14 ที่​ใด​คน​ไม่​ต้อนรับ​เจ้า​หรือ​ฟัง​คำ​ของ​เจ้า เมื่อ​จะ​ออก​จาก​บ้าน​นั้น​หรือ​เมือง​นั้น จง​สะบัด​ฝุ่น​ออก​จาก​เท้า​ของ​เจ้า. 15 เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า ใน​วัน​พิพากษา โทษ​ของ​แผ่นดิน​โซโดม​กับ​โกโมร์ราห์​จะ​เบา​กว่า​โทษ​ของ​เมือง​นั้น.

16 “เรา​ใช้​พวก​เจ้า​ไป​ดุจ​แกะ​ท่ามกลาง​หมา​ป่า ฉะนั้น จง​เป็น​คน​ระแวด​ระวัง​เหมือน​งู ถึง​กระนั้น​ก็​ไม่​เป็น​พิษ​เป็น​ภัย​เหมือน​นก​พิราบ. 17 จง​ระวัง​มนุษย์ เพราะ​พวก​เขา​จะ​ส่ง​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ไป​ขึ้น​ศาล และ​เขา​จะ​เฆี่ยน​เจ้า​ใน​ธรรมศาลา​ของ​เขา. 18 เจ้า​จะ​ถูก​เอา​ตัว​ไป​อยู่​ต่อ​หน้า​ผู้​ว่า​ราชการ​และ​กษัตริย์​เพราะ​เรา เพื่อ​บอก​พวก​เขา​และ​ชน​ต่าง​ชาติ​ให้​รู้​ความ​จริง. 19 แต่​เมื่อ​พวก​เขา​ส่ง​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ไป​นั้น อย่า​กังวล​ว่า​จะ​พูด​อย่าง​ไร​หรือ​จะ​พูด​อะไร เพราะ​สิ่ง​ที่​เจ้า​จะ​ต้อง​พูด​จะ​ทรง​ประทาน​แก่​เจ้า​ใน​เวลา​นั้น 20 ด้วย​ว่า​ไม่​ใช่​เจ้า​เท่า​นั้น​ที่​พูด แต่​เป็น​พระ​วิญญาณ​ของ​พระ​บิดา​ที่​ตรัส​ผ่าน​ทาง​เจ้า. 21 ยิ่ง​กว่า​นั้น พี่​จะ​เป็น​เหตุ​ให้​น้อง​ถึง​ตาย น้อง​จะ​เป็น​เหตุ​ให้​พี่​ถึง​ตาย พ่อ​จะ​เป็น​เหตุ​ให้​ลูก​ถึง​ตาย และ​ลูก​จะ​ต่อ​สู้​พ่อ​แม่​และ​จะ​เป็น​เหตุ​ให้​พ่อ​แม่​ถึง​ตาย. 22 และ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​จะ​ตก​เป็น​เป้า​แห่ง​ความ​เกลียด​ชัง​จาก​คน​ทั้ง​ปวง​เพราะ​นาม​ของ​เรา แต่​ผู้​ที่​เพียร​อด​ทน​จน​ถึง​ที่​สุด​จะ​ได้​รับ​การ​ช่วย​ให้​รอด. 23 เมื่อ​พวก​เขา​ข่มเหง​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ใน​เมือง​หนึ่ง จง​หนี​ไป​อีก​เมือง​หนึ่ง เพราะ​เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า เจ้า​จะ​ไม่​ทัน​ไป​ทั่ว​เมือง​ทั้ง​หลาย​ของ​อิสราเอล​ก่อน​บุตร​มนุษย์​มา.

24 “ศิษย์​ไม่​เหนือ​กว่า​ครู และ​ทาส​ไม่​เหนือ​กว่า​นาย. 25 ที่​ศิษย์​จะ​เสมอ​ครู​และ​ทาส​จะ​เสมอ​นาย​ก็​พอ​แล้ว. ถ้า​ผู้​คน​เรียก​เจ้าของ​บ้าน​ว่า​เบเอลเซบูล* แล้ว​พวก​เขา​จะ​เรียก​คน​ใน​บ้าน​ยิ่ง​กว่า​นั้น​สัก​เท่า​ใด? 26 ฉะนั้น อย่า​กลัว​พวก​เขา เพราะ​ไม่​มี​อะไร​ที่​ปิด​บัง​ไว้​ซึ่ง​จะ​ไม่​ถูก​เปิด​เผย และ​ไม่​มี​ความ​ลับ​ซึ่ง​จะ​ไม่​มี​ใคร​รู้. 27 เรื่อง​ที่​เรา​บอก​พวก​เจ้า​ใน​ที่​มืด จง​กล่าว​ใน​ที่​สว่าง และ​เรื่อง​ที่​พวก​เจ้า​ได้​ยิน​เรา​กระซิบ​บอก จง​ประกาศ​จาก​ดาดฟ้า. 28 และ​อย่า​กลัว​คน​ที่​ฆ่า​เจ้า​ได้​แต่​เอา​ชีวิต*อนาคต​ของ​เจ้า​ไป​ไม่​ได้ แต่​จง​กลัว​พระองค์​ผู้​ที่​ทำลาย​เจ้า​ได้​ใน​เกเฮนนา.* 29 นก​กระจอก​สอง​ตัว​ขาย​ได้​เงิน​นิด​เดียว*มิ​ใช่​หรือ? ถึง​อย่าง​นั้น ไม่​มี​สัก​ตัว​จะ​ตก​ถึง​ดิน​โดย​ที่​พระ​บิดา​ของ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ไม่​ทรง​ทราบ. 30 แม้​ผม​ของ​พวก​เจ้า​ก็​ทรง​นับ​ไว้​แล้ว​ทุก​เส้น. 31 ฉะนั้น อย่า​กลัว​เลย พวก​เจ้า​มี​ค่า​ยิ่ง​กว่า​นก​กระจอก​หลาย​ตัว.

32 “ดัง​นั้น ทุก​คน​ที่​ยอม​รับ​เรา​ต่อ​หน้า​มนุษย์ เรา​จะ​ยอม​รับ​ผู้​นั้น​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​บิดา​ของ​เรา​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์ 33 แต่​ผู้​ใด​ปฏิเสธ​เรา​ต่อ​หน้า​มนุษย์ เรา​ก็​จะ​ปฏิเสธ​ผู้​นั้น​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​บิดา​ของ​เรา​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์. 34 อย่า​คิด​ว่า​เรา​มา​เพื่อ​ทำ​ให้​มี​สันติ​สุข​บน​โลก เรา​มิ​ได้​มา​เพื่อ​ทำ​ให้​มี​สันติ​สุข แต่​เพื่อ​ให้​มี​การ​ใช้​ดาบ. 35 เพราะ​เรา​มา​เพื่อ​ทำ​ให้​เกิด​การ​แตก​แยก คือ บุตร​ชาย​กับ​บิดา บุตร​สาว​กับ​มารดา และ​ลูก​สะใภ้​กับ​แม่​ผัว. 36 ที่​จริง คน​ใน​ครอบครัว​เดียว​กัน​จะ​เป็น​ศัตรู​กัน. 37 ผู้​ที่​รักใคร่​บิดา​หรือ​มารดา​ยิ่ง​กว่า​เรา​ไม่​คู่​ควร​กับ​เรา และ​ผู้​ที่​รักใคร่​บุตร​ชาย​หรือ​บุตร​สาว​ยิ่ง​กว่า​เรา​ก็​ไม่​คู่​ควร​กับ​เรา. 38 ผู้​ใด​ไม่​ยอม​รับ​เสา​ทรมาน*ของ​ตน​และ​ติด​ตาม​เรา​ก็​ไม่​คู่​ควร​กับ​เรา. 39 ผู้​ที่​เอา​ชีวิต​รอด​จะ​เสีย​ชีวิต และ​ผู้​ที่​ยอม​เสีย​ชีวิต​เพื่อ​เห็น​แก่​เรา​จะ​ได้​ชีวิต.

40 “ผู้​ที่​รับ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ก็​รับ​เรา และ​ผู้​ที่​รับ​เรา​ก็​รับ​พระองค์​ผู้​ทรง​ใช้​เรา​มา​ด้วย. 41 ผู้​ที่​ต้อนรับ​ผู้​พยากรณ์​เพราะ​เขา​เป็น​ผู้​พยากรณ์​จะ​ได้​รับ​บำเหน็จ​ของ​ผู้​พยากรณ์ และ​ผู้​ที่​ต้อนรับ​คน​ชอบธรรม​เพราะ​เขา​เป็น​คน​ชอบธรรม​จะ​ได้​รับ​บำเหน็จ​ของ​คน​ชอบธรรม. 42 และ​เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า ผู้​ใด​เอา​น้ำ​เย็น​ถ้วย​หนึ่ง​ให้​ผู้​เล็ก​น้อย​เหล่า​นี้​คน​หนึ่ง​ดื่ม​เพราะ​เขา​เป็น​สาวก​ของ​เรา เขา​จะ​ไม่​ขาด​บำเหน็จ​แน่นอน.”

11 เมื่อ​พระ​เยซู​ตรัส​สั่ง​สอน​สาวก​สิบ​สอง​คน​เสร็จ​แล้ว พระองค์​จึง​เสด็จ​จาก​ที่​นั่น​ไป​สอน​และ​ประกาศ​ใน​เมือง​ต่าง ๆ.

2 เมื่อ​โยฮัน​ซึ่ง​อยู่​ใน​คุก​ได้​ยิน​เรื่อง​การ​งาน​ของ​พระ​คริสต์ จึง​ใช้​สาวก​ไป 3 ทูล​ถาม​พระองค์​ว่า “ท่าน​คือ​ผู้​ที่​จะ​มา​นั้น​หรือ หรือ​ว่า​พวก​เรา​จะ​ต้อง​คอย​ผู้​อื่น?” 4 พระ​เยซู​ตรัส​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “จง​ไป​บอก​สิ่ง​ที่​พวก​เจ้า​ได้​ยิน​และ​ได้​เห็น​แก่​โยฮัน 5 คือ​ว่า คน​ตา​บอด​มอง​เห็น คน​ง่อย​เดิน​ได้ คน​โรค​เรื้อน​หาย​เป็น​ปกติ คน​หู​หนวก​ได้​ยิน คน​ตาย​ถูก​ปลุก​ให้​เป็น​ขึ้น​มา และ​มี​การ​ประกาศ​ข่าว​ดี​แก่​คน​ยาก​จน 6 ผู้​ที่​ไม่​สงสัย​ใน​ตัว​เรา*ก็​มี​ความ​สุข.”

7 เมื่อ​สาวก​เหล่า​นั้น​ไป​แล้ว พระ​เยซู​จึง​ตรัส​กับ​ฝูง​ชน​ถึง​เรื่อง​โยฮัน​ว่า “เจ้า​ทั้ง​หลาย​เข้า​ไป​ดู​อะไร​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร? ไป​ดู​ต้น​อ้อ​พลิ้ว​ไหว​ด้วย​แรง​ลม​หรือ? 8 ถ้า​ไม่​ใช่ แล้ว​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ไป​ดู​อะไร? ดู​คน​นุ่ง​ห่ม​ผ้า​เนื้อ​นิ่ม​หรือ? คน​ที่​นุ่ง​ห่ม​ผ้า​เนื้อ​นิ่ม​นั้น​อยู่​ใน​ราชวัง. 9 ถ้า​ไม่​ใช่ พวก​เจ้า​ออก​ไป​ทำไม? ไป​ดู​ผู้​พยากรณ์​หรือ? ใช่​แล้ว เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ว่า​เขา​เป็น​ยิ่ง​กว่า​ผู้​พยากรณ์​อีก. 10 คน​นี้​แหละ​คือ​ผู้​ที่​มี​คำ​เขียน​ถึง​เขา​ไว้​ว่า ‘ดู​เถิด! เรา​เอง​จะ​ใช้​ผู้​ส่ง​ข่าว​ของ​เรา​ไป​ก่อน​เจ้า ผู้​นั้น​จะ​เตรียม​ทาง​ไว้​ให้​เจ้า!’ 11 เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า ใน​บรรดา​ผู้​ที่​เกิด​จาก​สตรี​นั้น​ไม่​มี​ใคร​ใหญ่​กว่า​โยฮัน​ผู้​ให้​บัพติสมา แต่​ผู้​เล็ก​น้อย​ใน​ราชอาณาจักร​สวรรค์​ก็​ใหญ่​กว่า​โยฮัน​อีก. 12 ตั้ง​แต่​สมัย​ของ​โยฮัน​ผู้​ให้​บัพติสมา​จน​บัด​นี้ ราชอาณาจักร​สวรรค์​เป็น​เป้าหมาย​ที่​มนุษย์​ตั้งใจ​จะ​ไป​ให้​ถึง และ​ผู้​ที่​บากบั่น​มุ่ง​หน้า​ไป​ก็​จะ​ยึด​เอา​ไว้​ได้. 13 เพราะ​ทั้ง​หนังสือ​ของ​พวก​ผู้​พยากรณ์​และ​พระ​บัญญัติ​ต่าง​ก็​บอก​เรื่อง​นี้​ไว้​ล่วง​หน้า​เรื่อย​มา​จน​ถึง​โยฮัน 14 และ​ถ้า​เจ้า​ทั้ง​หลาย​จะ​ยอม​รับ โยฮัน​นี้​แหละ​คือ ‘เอลียาห์​ซึ่ง​จะ​มา​นั้น.’ 15 ผู้​มี​หู​จง​ฟัง​เถิด.

16 “เรา​จะ​เปรียบ​คน​ใน​ยุค​นี้​กับ​ใคร? พวก​เขา​เป็น​เหมือน​เด็ก ๆ ซึ่ง​นั่ง​ใน​ตลาด​ที่​ร้อง​บอก​เพื่อน​เล่น 17 ว่า ‘เรา​เป่า​ขลุ่ย​ให้ พวก​เจ้า​ก็​ไม่​เต้น​รำ เรา​คร่ำ​ครวญ พวก​เจ้า​ก็​ไม่​ตี​อก​ชก​หัว​ด้วย​ความ​โศก​เศร้า.’ 18 ทำนอง​เดียว​กัน เมื่อ​โยฮัน​มา เขา​ไม่​กิน​และ​ไม่​ดื่ม ผู้​คน​ก็​ว่า ‘เขา​มี​ปิศาจ​สิง’ 19 ส่วน​บุตร​มนุษย์​มา​ทั้ง​กิน​และ​ดื่ม ผู้​คน​ก็​ยัง​ว่า ‘ดู​สิ! คน​ตะกละ​และ​ชอบ​ดื่ม​เหล้า​องุ่น ทั้ง​เป็น​เพื่อน​กับ​คน​เก็บ​ภาษี​และ​คน​บาป.’ แต่​ถึง​อย่าง​ไร สติ​ปัญญา​ก็​ได้​รับ​การ​พิสูจน์​ว่า​ถูก​ต้อง​โดย​ผล​ของ​สติ​ปัญญา​นั้น​เอง.”

20 แล้ว​พระ​เยซู​จึง​ตั้ง​ต้น​ติเตียน​เมือง​ต่าง ๆ เพราะ​พวก​เขา​ไม่​ได้​กลับ​ใจ​แม้​ว่า​พระองค์​ได้​ทรง​ทำ​การ​อิทธิ​ฤทธิ์​ส่วน​ใหญ่​ที่​นั่น โดย​ตรัส​ว่า 21 “วิบัติ​แก่​เจ้า เมือง​โคราซิน! วิบัติ​แก่​เจ้า เมือง​เบทซายะดา! เพราะ​ถ้า​การ​อิทธิ​ฤทธิ์​ซึ่ง​ได้​ทำ​ท่ามกลาง​เจ้า​นั้น​ได้​ทำ​ใน​เมือง​ไทระ​และ​เมือง​ซีโดน พวก​เขา​คง​สวม​ผ้า​กระสอบ​นั่ง​บน​กอง​ขี้เถ้า​แสดง​การ​กลับ​ใจ​เสีย​นาน​แล้ว. 22 ฉะนั้น เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ว่า ใน​วัน​พิพากษา โทษ​ของ​เมือง​ไทระ​และ​เมือง​ซีโดน​จะ​เบา​กว่า​โทษ​ของ​พวก​เจ้า. 23 และ​เมือง​คาเปอร์นาอุม เจ้า​จะ​ถูก​ยก​ขึ้น​เทียม​ฟ้า​หรือ? เจ้า​จะ​ต้อง​ลง​ไป​ถึง​หลุม​ศพ*ต่าง​หาก เพราะ​ถ้า​การ​อิทธิ​ฤทธิ์​ซึ่ง​เกิด​ขึ้น​ท่ามกลาง​เจ้า​นั้น​เกิด​ขึ้น​ใน​เมือง​โซโดม เมือง​นั้น​คง​ยัง​อยู่​จน​ทุก​วัน​นี้. 24 ฉะนั้น เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ว่า ใน​วัน​พิพากษา โทษ​ของ​แผ่นดิน​โซโดม​จะ​เบา​กว่า​โทษ​ของ​เจ้า.”

25 ขณะ​นั้น​พระ​เยซู​ตรัส​ว่า “พระ​บิดา​ผู้​เป็น​เจ้า​แห่ง​สวรรค์​และ​แผ่นดิน​โลก ข้าพเจ้า​สรรเสริญ​พระองค์​ต่อ​หน้า​คน​ทั้ง​ปวง เพราะ​พระองค์​ทรง​ซ่อน​สิ่ง​เหล่า​นี้​ไว้​จาก​คน​มี​ปัญญา​และ​คน​ฉลาด แต่​ทรง​เปิด​เผย​แก่​เด็ก​เล็ก 26 โอ้​พระ​บิดา พระองค์​ชอบ​พระทัย​ที่​ทรง​ทำ​อย่าง​นั้น. 27 พระ​บิดา​ทรง​มอบ​ทุก​สิ่ง​แก่​เรา และ​ไม่​มี​ใคร​รู้​จัก​พระ​บุตร​อย่าง​ถ่องแท้​นอก​จาก​พระ​บิดา และ​ไม่​มี​ใคร​รู้​จัก​พระ​บิดา​อย่าง​ถ่องแท้​นอก​จาก​พระ​บุตร​กับ​ผู้​ที่​พระ​บุตร​ทรง​ประสงค์​จะ​เปิด​เผย​เรื่อง​พระ​บิดา​แก่​เขา. 28 เจ้า​ทั้ง​หลาย​ที่​ตรากตรำ​และ​มี​ภาระ​มาก​จง​มา​หา​เรา​เถิด แล้ว​เรา​จะ​ทำ​ให้​เจ้า​ทั้ง​หลาย​สดชื่น. 29 จง​รับ​แอก​ของ​เรา​แบก​ไว้​และ​เรียน​จาก​เรา เพราะ​เรา​เป็น​คน​อ่อนโยน​และ​ถ่อม​ใจ แล้ว​เจ้า​ทั้ง​หลาย​จะ​สดชื่น. 30 เพราะ​แอก​ของ​เรา​พอ​เหมาะ​และ​ภาระ​ของ​เรา​ก็​เบา.”

12 ใน​เวลา​นั้น พระ​เยซู​เสด็จ​ผ่าน​นา​ข้าว​ใน​วัน​ซะบาโต.* สาวก​ของ​พระองค์​หิว​จึง​เด็ด​รวง​ข้าว​มา​กิน. 2 เมื่อ​พวก​ฟาริซาย​เห็น​จึง​พูด​กับ​พระองค์​ว่า “ดู​สิ! สาวก​ของ​ท่าน​ทำ​สิ่ง​ที่​พระ​บัญญัติ​ห้าม​ทำ​ใน​วัน​ซะบาโต.” 3 พระองค์​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “พวก​เจ้า​ไม่​ได้​อ่าน​หรือ​ว่า​ดาวิด​ได้​ทำ​อะไร​เมื่อ​ท่าน​กับ​คน​ของ​ท่าน​หิว? 4 ท่าน​ได้​เข้า​ไป​ใน​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้า​และ​ท่าน​กับ​คน​ของ​ท่าน​ได้​กิน​ขนมปัง​ที่​ตั้ง​ถวาย ซึ่ง​เป็น​การ​ผิด​พระ​บัญญัติ​ที่​ท่าน​หรือ​คน​ของ​ท่าน​จะ​กิน​ขนมปัง​ที่​พวก​ปุโรหิต​เท่า​นั้น​กิน​ได้. 5 และ​พวก​เจ้า​ไม่​ได้​อ่าน​ใน​พระ​บัญญัติ​หรือ​ว่า ใน​วัน​ซะบาโต​พวก​ปุโรหิต​ใน​พระ​วิหาร​ย่อม​ละเมิด​กฎ​วัน​ซะบาโต​แต่​ก็​ไม่​มี​ความ​ผิด? 6 แต่​เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ว่า​ผู้​ที่​ยิ่ง​ใหญ่​กว่า​พระ​วิหาร​อยู่​ที่​นี่. 7 ถ้า​เจ้า​ทั้ง​หลาย​เข้าใจ​ความ​หมาย​ของ​ถ้อย​คำ​ที่​ว่า ‘เรา​ประสงค์​ความ​เมตตา มิ​ใช่​เครื่อง​บูชา’ เจ้า​ทั้ง​หลาย​คง​ไม่​ตัดสิน​ลง​โทษ​ผู้​ไม่​มี​ความ​ผิด. 8 เพราะ​ว่า​บุตร​มนุษย์​เป็น​เจ้า​แห่ง​วัน​ซะบาโต.”

9 เมื่อ​พระองค์​เสด็จ​จาก​ที่​นั่น​แล้ว​จึง​เข้า​ไป​ใน​ธรรมศาลา​ของ​พวก​เขา. 10 ที่​นั่น​มี​คน​หนึ่ง​ซึ่ง​มือ​ข้าง​หนึ่ง​ลีบ. พวก​เขา​จึง​หา​เหตุ​กล่าวหา​พระองค์​โดย​ถาม​ว่า “ตาม​พระ​บัญญัติ จะ​รักษา​โรค​ใน​วัน​ซะบาโต​ได้​ไหม?” 11 พระองค์​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “มี​ใคร​ใน​พวก​เจ้า​ไหม​ที่​มี​แกะ​ตัว​เดียว​และ​ถ้า​มัน​ตก​ลง​ไป​ใน​หลุม​ใน​วัน​ซะบาโต​แล้ว​จะ​ไม่​ดึง​มัน​ขึ้น​มา? 12 มนุษย์​มี​ค่า​ยิ่ง​กว่า​แกะ​สัก​เพียง​ไร! ดัง​นั้น ตาม​พระ​บัญญัติ​แล้ว ถ้า​จะ​ทำ​การ​ดี​ใน​วัน​ซะบาโต​ก็​ทำ​ได้.” 13 แล้ว​พระองค์​ตรัส​กับ​คน​นั้น​ว่า “จง​เหยียด​มือ​ออก.” เขา​จึง​เหยียด​มือ​ออก และ​มือ​เขา​ก็​หาย​เป็น​ปกติ​เหมือน​มือ​อีก​ข้าง​หนึ่ง. 14 แต่​พวก​ฟาริซาย​ออก​ไป​ปรึกษา​กัน​เพื่อ​หา​ทาง​ฆ่า​พระองค์. 15 เมื่อ​ทรง​ทราบ​เช่น​นั้น พระ​เยซู​จึง​เสด็จ​ไป​จาก​ที่​นั่น. คน​เป็น​อัน​มาก​ก็​ติด​ตาม​พระองค์​ไป และ​พระองค์​ทรง​รักษา​พวก​เขา​ให้​หาย​ทุก​คน 16 แต่​พระองค์​ทรง​กำชับ​พวก​เขา​ไม่​ให้​แพร่งพราย​ว่า​พระองค์​เป็น​ใคร 17 เพื่อ​ให้​สำเร็จ​ตาม​ที่​ตรัส​ไว้​โดย​ทาง​ผู้​พยากรณ์​ยะซายาห์​ว่า

18 “ดู​เถิด! ผู้​รับใช้​ซึ่ง​เรา​ได้​เลือก​ไว้ ผู้​ที่​เรา​รัก​และ​โปรดปราน! เรา​จะ​ให้​วิญญาณ​ของ​เรา​อยู่​กับ​ท่าน และ​ท่าน​จะ​ทำ​ให้​นานา​ชาติ​เห็น​ชัด​ว่า​ความ​ยุติธรรม​เป็น​อย่าง​ไร. 19 ท่าน​จะ​ไม่​ทะเลาะ​วิวาท​หรือ​ตะโกน จะ​ไม่​มี​ใคร​ได้​ยิน​เสียง​ท่าน​ตาม​ถนน​ใหญ่. 20 ไม้​อ้อ​ช้ำ​ท่าน​จะ​ไม่​หัก และ​ไส้​ตะเกียง​ริบหรี่​ท่าน​จะ​ไม่​ดับ จน​กว่า​ท่าน​จะ​ทำ​ให้​ความ​ยุติธรรม​มี​ชัย. 21 ที่​จริง นานา​ชาติ​จะ​มี​ความ​หวัง​เนื่อง​ด้วย​นาม​ของ​ท่าน.”

22 แล้ว​พวก​เขา​ได้​พา​ชาย​ถูก​ปิศาจ​สิง​ซึ่ง​ตา​บอด​และ​เป็น​ใบ้​มา​หา​พระองค์ พระองค์​ทรง​รักษา​เขา ชาย​ใบ้​คน​นั้น​จึง​พูด​ได้​และ​มอง​เห็น. 23 คน​ทั้ง​ปวง​ก็​อัศจรรย์​ใจ​นัก​และ​พูด​กัน​ว่า “คน​นี้​จะ​ใช่​บุตร​ดาวิด​ไหม?” 24 เมื่อ​พวก​ฟาริซาย​ได้​ยิน​เช่น​นั้น​จึง​พูด​ว่า “คน​นี้​ขับ​ปิศาจ​ได้​ก็​โดย​อาศัย​เบเอลเซบูล*เจ้า​แห่ง​ปิศาจ​เท่า​นั้น.” 25 พระ​เยซู​ทรง​ทราบ​ว่า​พวก​เขา​คิด​อย่าง​ไร​จึง​ตรัส​ว่า “อาณาจักร​ใด ๆ ที่​แตก​แยก​กัน​เอง​ก็​จะ​ร้าง​เปล่า และ​เมือง​ใด​หรือ​บ้าน​ใด​ที่​แตก​แยก​กัน​เอง​จะ​ตั้ง​อยู่​ไม่​ได้. 26 เช่น​เดียว​กัน ถ้า​ซาตาน​ขับ​ซาตาน มัน​ก็​แตก​แยก​กับ​ตัว​เอง แล้ว​อาณาจักร​ของ​มัน​จะ​ตั้ง​อยู่​ได้​อย่าง​ไร? 27 นอก​จาก​นั้น ถ้า​เรา​ขับ​ปิศาจ​โดย​อาศัย​เบเอลเซบูล แล้ว​คน​ของ​พวก​เจ้า​ขับ​ปิศาจ​โดย​อาศัย​ผู้​ใด? ฉะนั้น พวก​เขา​จะ​เป็น​ผู้​ตัดสิน​พวก​เจ้า. 28 แต่​ถ้า​เรา​ขับ​ปิศาจ​โดย​อาศัย​พระ​วิญญาณ​ของ​พระเจ้า ราชอาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ก็​มา​ถึง​พวก​เจ้า​แล้ว​โดย​ที่​พวก​เจ้า​ไม่​รู้. 29 มี​ผู้​ใด​จะ​บุก​เข้า​ไป​ชิง​ทรัพย์​ใน​บ้าน​ของ​คน​แข็งแรง​ได้​ถ้า​ไม่​จับ​คน​นั้น​มัด​ไว้​ก่อน? เมื่อ​ทำ​อย่าง​นั้น​แล้ว​เขา​จึง​จะ​ปล้น​บ้าน​คน​นั้น​ได้. 30 ผู้​ที่​ไม่​อยู่​ฝ่าย​เรา​ก็​ต่อ​ต้าน​เรา และ​ผู้​ที่​ไม่​ทำ​งาน​รวบ​รวม​กับ​เรา​ก็​เป็น​ผู้​ทำ​ให้​กระจัด​กระจาย.

31 “ด้วย​เหตุ​นี้ เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ว่า บาป​และ​การ​หมิ่น​ประมาท​ทุก​ชนิด​จะ​ได้​รับ​การ​อภัย แต่​การ​หมิ่น​ประมาท​พระ​วิญญาณ​จะ​ไม่​ได้​รับ​การ​อภัย. 32 ตัว​อย่าง​เช่น ผู้​ใด​กล่าว​ร้าย​บุตร​มนุษย์ เขา​จะ​ได้​รับ​การ​อภัย แต่​ผู้​ใด​กล่าว​ร้าย​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์ เขา​จะ​ไม่​ได้​รับ​การ​อภัย​ทั้ง​ใน​ยุค*นี้​และ​ใน​ยุค​หน้า.

33 “ถ้า​ต้น​ไม้​ของ​พวก​เจ้า​ดี​ก็​จะ​เกิด​ผล​ดี ถ้า​ต้น​ไม้​ของ​พวก​เจ้า​ไม่​ดี​ก็​จะ​เกิด​ผล​ไม่​ดี เพราะ​เจ้า​จะ​รู้​ว่า​ต้น​ไม้​ดี​หรือ​ไม่​ก็​ด้วย​ผล​ของ​มัน. 34 เจ้า​พวก​ชาติ​งู​ร้าย เจ้า​ทั้ง​หลาย​จะ​พูด​สิ่ง​ดี​ได้​อย่าง​ไร​ใน​เมื่อ​เจ้า​เป็น​คน​ชั่ว? ด้วย​ว่า​ใจ​เต็ม​ไป​ด้วย​สิ่ง​ใด ปาก​ก็​พูด​ตาม​นั้น. 35 คน​ดี​ย่อม​เอา​สิ่ง​ดี​ออก​จาก​คลัง​ดี​ของ​ตน ส่วน​คน​ชั่ว​ย่อม​เอา​สิ่ง​ชั่ว​ออก​จาก​คลัง​ชั่ว​ของ​ตน. 36 เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ว่า คำ​ไร้​สาระ*ทุก​คำ​ที่​มนุษย์​พูด​นั้น เขา​จะ​ต้อง​ให้​การ​เกี่ยว​กับ​คำ​เหล่า​นั้น​ใน​วัน​พิพากษา 37 เพราะ​ด้วย​คำ​พูด​ของ​เจ้า เจ้า​จะ​ได้​รับ​การ​ตัดสิน​ว่า​ชอบธรรม และ​ด้วย​คำ​พูด​ของ​เจ้า เจ้า​จะ​ถูก​ตัดสิน​ลง​โทษ.”

38 บาง​คน​ใน​พวก​อาลักษณ์​และ​พวก​ฟาริซาย​จึง​พูด​ว่า “อาจารย์ พวก​เรา​ต้องการ​เห็น​สิ่ง​ที่​เป็น​ข้อ​พิสูจน์*ตัว​ท่าน.” 39 พระองค์​ตรัส​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “คน​ใน​ยุค​ที่​ชั่ว​ช้า​และ​ไม่​ซื่อ​สัตย์​ต่อ​พระเจ้า*ต้องการ​แต่​ข้อ​พิสูจน์ แต่​จะ​ไม่​ให้​ข้อ​พิสูจน์​ใด ๆ เว้น​แต่​ข้อ​พิสูจน์​ที่​ได้​จาก​เรื่อง​ของ​ผู้​พยากรณ์​โยนาห์. 40 ด้วย​ว่า​โยนาห์​อยู่​ใน​ท้อง​ปลา​ใหญ่​สาม​วัน​สาม​คืน​ฉัน​ใด บุตร​มนุษย์​ก็​จะ​อยู่​ใน​ใจ​กลาง​แผ่นดิน​โลก​สาม​วัน​สาม​คืน​ฉัน​นั้น. 41 ชาว​เมือง​นีเนเวห์​จะ​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย​ใน​วัน​พิพากษา​พร้อม​กับ​คน​ใน​ยุค​นี้​และ​จะ​กล่าว​โทษ​พวก​เขา เพราะ​ชาว​เมือง​นีเนเวห์​ได้​กลับ​ใจ​เพราะ​ได้​ยิน​เรื่อง​ที่​โยนาห์​ประกาศ แต่​ผู้​ที่​ใหญ่​กว่า​โยนาห์​อยู่​นี่. 42 ราชินี​แห่ง​ทิศ​ใต้​จะ​ถูก​ปลุก​ให้​เป็น​ขึ้น​มา​ใน​วัน​พิพากษา​พร้อม​กับ​คน​ใน​ยุค​นี้​และ​จะ​กล่าว​โทษ​เขา เพราะ​พระ​นาง​ได้​มา​จาก​ที่​สุด​ปลาย​แผ่นดิน​โลก​เพื่อ​ฟัง​พระ​ปัญญา​ของ​โซโลมอน แต่​ผู้​ที่​ใหญ่​กว่า​โซโลมอน​อยู่​นี่.

43 “เมื่อ​กาย​วิญญาณ​โสโครก​ออก​มา​จาก​ผู้​ใด มัน​ก็​ไป​ตาม​ที่​แห้ง​แล้ง​เพื่อ​หา​ที่​พัก​แต่​ไม่​พบ​เลย. 44 มัน​จึง​พูด​ว่า ‘ข้า​จะ​กลับ​ไป​ยัง​เรือน​ที่​ข้า​ได้​ออก​มา’ และ​เมื่อ​มา​ถึง​ก็​พบ​ว่า​เรือน​นั้น​ว่าง​และ​ปัด​กวาด​ไว้​สะอาด​และ​ตกแต่ง​ไว้​แล้ว. 45 มัน​จึง​ไป​พา​กาย​วิญญาณ​ที่​ชั่ว​ร้าย​กว่า​มัน​เอง​มา​อีก​เจ็ด​ตน​แล้ว​เข้า​ไป​อยู่​ใน​เรือน​นั้น บั้น​ปลาย​ของ​คน​นั้น​ก็​เลว​ร้าย​ยิ่ง​กว่า​ใน​ตอน​แรก. คน​ใน​ยุค​ที่​ชั่ว​ช้า​นี้​ก็​จะ​เป็น​อย่าง​นั้น.”

46 ขณะ​ที่​พระองค์​ตรัส​กับ​ฝูง​ชน​อยู่ มารดา​กับ​น้อง​ชาย​ของ​พระองค์​ยืน​อยู่​ข้าง​นอก หา​โอกาส​จะ​พูด​กับ​พระองค์. 47 คน​หนึ่ง​จึง​ทูล​พระองค์​ว่า “มารดา​กับ​น้อง​ชาย​ของ​ท่าน​ยืน​อยู่​ข้าง​นอก ต้องการ​จะ​พูด​กับ​ท่าน.” 48 พระองค์​ตรัส​ถาม​คน​ที่​พูด​นั้น​ว่า “ใคร​เป็น​มารดา​ของ​เรา และ​ใคร​เป็น​น้อง​ชาย​ของ​เรา?” 49 แล้ว​พระองค์​ทรง​ชี้​ไป​ที่​เหล่า​สาวก​ของ​พระองค์​และ​ตรัส​ว่า “นี่​คือ​มารดา​และ​พี่​น้อง​ของ​เรา! 50 เพราะ​ผู้​ใด​ทำ​ตาม​พระ​ประสงค์​ของ​พระ​บิดา​ของ​เรา​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์ ผู้​นั้น​ก็​เป็น​พี่​น้อง​ชาย​หญิง​และ​มารดา​ของ​เรา.”

13 ใน​วัน​นั้น เมื่อ​พระ​เยซู​เสด็จ​จาก​เรือน​ไป​แล้ว​ก็​ทรง​นั่ง​อยู่​ริม​ทะเล 2 มี​คน​มาก​มาย​พา​กัน​มา​หา​พระองค์ พระองค์​จึง​เสด็จ​ลง​ไป​ประทับ​ใน​เรือ ส่วน​คน​ทั้ง​ปวง​ยืน​อยู่​บน​หาด. 3 แล้ว​พระองค์​ทรง​บอก​พวก​เขา​หลาย​เรื่อง​โดย​ใช้​อุปมา​โวหาร​ว่า “มี​คน​หนึ่ง​ออก​ไป​หว่าน​เมล็ด​พืช 4 ขณะ​ที่​เขา​หว่าน เมล็ด​พืช​บาง​ส่วน​ตก​ตาม​ริม​ทาง​และ​นก​มา​จิก​กิน​หมด. 5 บาง​ส่วน​ตก​ใน​ที่​ที่​เป็น​พื้น​หิน​มี​ดิน​อยู่​ไม่​มาก​จึง​งอก​ขึ้น​โดย​เร็ว​เพราะ​ดิน​ไม่​ลึก. 6 แต่​พอ​ดวง​อาทิตย์​ขึ้น​ก็​ถูก​แดด​เผา และ​เพราะ​ไม่​มี​ราก​จึง​เหี่ยว​แห้ง​ตาย​ไป. 7 บาง​ส่วน​ตก​กลาง​ต้น​ไม้​มี​หนาม และ​ต้น​ไม้​มี​หนาม​ขึ้น​เบียด​จน​ไม่​เติบโต. 8 บาง​ส่วน​ตก​บน​ดิน​ดี​และ​เกิด​ผล​ร้อย​เท่า​บ้าง หก​สิบ​เท่า​บ้าง สาม​สิบ​เท่า​บ้าง. 9 ผู้​มี​หู​จง​ฟัง​เถิด.”

10 เหล่า​สาวก​จึง​เข้า​มา​ทูล​พระองค์​ว่า “ทำไม​พระองค์​ตรัส​กับ​พวก​เขา​โดย​ใช้​อุปมา​โวหาร?” 11 พระองค์​ตรัส​ตอบ​ว่า “สำหรับ​พวก​เจ้า พระองค์​ทรง​โปรด​ให้​เข้าใจ​ความ​ลับ​อัน​ศักดิ์สิทธิ์​เรื่อง​ราชอาณาจักร​สวรรค์ แต่​สำหรับ​คน​เหล่า​นั้น​ไม่​ทรง​โปรด​ให้​เข้าใจ. 12 เพราะ​ผู้​ใด​ที่​มี​แล้ว​จะ​ได้​รับ​มาก​ขึ้น​และ​เขา​จะ​มี​มาก​จน​ล้น​เหลือ แต่​ผู้​ใด​ที่​ไม่​มี แม้​แต่​สิ่ง​ที่​เขา​มี​อยู่​ก็​จะ​ถูก​เอา​ไป​จาก​เขา. 13 ด้วย​เหตุ​นี้ เรา​จึง​กล่าว​แก่​พวก​เขา​โดย​ใช้​อุปมา​โวหาร เพราะ​เมื่อ​เขา​มอง​ก็​จะ​ไม่​เห็น เมื่อ​เขา​ฟัง​ก็​จะ​ไม่​ได้​ยิน และ​เขา​จะ​ไม่​เข้าใจ 14 และ​คำ​พยากรณ์​ของ​ยะซายาห์​จึง​สำเร็จ​กับ​พวก​เขา​ที่​ว่า ‘เมื่อ​ฟัง พวก​เจ้า​จะ​ได้​ยิน​แต่​ไม่​เข้าใจ​เลย และ​เมื่อ​มอง พวก​เจ้า​จะ​เห็น​แต่​ไม่​เข้าใจ​เลย. 15 เพราะ​หัวใจ​ของ​ชน​ชาติ​นี้​ด้าน​ไป​แล้ว พวก​เขา​ได้​ยิน​กับ​หู​แต่​ไม่​ตอบรับ และ​พวก​เขา​ปิด​ตา​เสีย เกรง​ว่า​จะ​เห็น​กับ​ตา​และ​ได้​ยิน​กับ​หู​และ​จะ​เข้าใจ​ความ​หมาย​และ​หัน​กลับ​มา​หา​เรา แล้ว​เรา​จะ​รักษา​พวก​เขา.’

16 “แต่​ตา​ของ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​มี​ความ​สุข​เพราะ​ได้​เห็น และ​หู​ของ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​มี​ความ​สุข​เพราะ​ได้​ยิน. 17 เพราะ​เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า ผู้​พยากรณ์​และ​คน​ชอบธรรม​เป็น​จำนวน​มาก​ปรารถนา​จะ​เห็น​สิ่ง​ที่​เจ้า​เห็น​อยู่​นี้​แต่​ก็​ไม่​ได้​เห็น และ​ปรารถนา​จะ​ได้​ยิน​สิ่ง​ที่​เจ้า​ได้​ยิน​อยู่​นี้​แต่​ก็​ไม่​ได้​ยิน.

18 “ฉะนั้น เจ้า​ทั้ง​หลาย​จง​ฟัง​อุปมา​โวหาร​เรื่อง​ผู้​หว่าน​พืช. 19 คน​ใด​ได้​ยิน​พระ​คำ​เรื่อง​ราชอาณาจักร​แต่​ไม่​เข้าใจ ตัว​ชั่ว​ร้าย​ก็​มา​ฉวย​เอา​สิ่ง​ที่​หว่าน​ไว้​ใน​หัวใจ​เขา​ไป​เสีย นี่​คือ​เมล็ด​พืช​ที่​หว่าน​ตาม​ริม​ทาง. 20 ส่วน​เมล็ด​พืช​ที่​หว่าน​ลง​บน​ที่​ที่​เป็น​พื้น​หิน​คือ​พระ​คำ​ที่​คน​ได้​ยิน​และ​รับ​ไว้​ทันที​ด้วย​ความ​ยินดี. 21 แต่​เขา​ไม่​มี​ราก​ใน​ตัว​จึง​อยู่​ได้​ระยะ​หนึ่ง พอ​มี​ความ​ทุกข์​ลำบาก​หรือ​การ​ข่มเหง​เกิด​ขึ้น​เนื่อง​จาก​พระ​คำ​นั้น เขา​ก็​เลิก​เชื่อ​ทันที. 22 ส่วน​เมล็ด​พืช​ที่​หว่าน​ลง​กลาง​ต้น​ไม้​มี​หนาม​คือ​พระ​คำ​ที่​คน​ได้​ยิน แต่​ความ​วิตก​กังวล​กับ​ชีวิต​ใน​ยุค*นี้​และ​อำนาจ​ล่อ​ลวง​ของ​ทรัพย์​สมบัติ​ก็​มา​บดบัง​พระ​คำ​นั้น เขา​จึง​ไม่​เกิด​ผล. 23 ส่วน​เมล็ด​พืช​ที่​หว่าน​บน​ดิน​ดี​คือ​พระ​คำ​ที่​คน​ได้​ยิน​และ​เข้าใจ​ความ​หมาย​ของ​พระ​คำ​นั้น แล้ว​เกิด​ผล​จริง ๆ คน​หนึ่ง​เกิด​ผล​ร้อย​เท่า คน​หนึ่ง​หก​สิบ​เท่า และ​อีก​คน​หนึ่ง​สาม​สิบ​เท่า.”

24 พระองค์​ตรัส​อุปมา​โวหาร​อีก​เรื่อง​หนึ่ง​ให้​พวก​เขา​ฟัง​ว่า “ราชอาณาจักร​สวรรค์​เปรียบ​เหมือน​ชาย​คน​หนึ่ง​หว่าน​เมล็ด​พืช​ดี​ลง​ใน​นา​ของ​ตน. 25 ขณะ​ที่​ผู้​คน​นอน​หลับ ศัตรู​ได้​มา​หว่าน​วัชพืช​ลง​ปน​กับ​ข้าว​สาลี​แล้ว​ก็​ไป. 26 เมื่อ​ต้น​ข้าว​งอก​และ​เกิด​ผล วัชพืช​ก็​ปรากฏ​ขึ้น​ด้วย. 27 ทาส​จึง​มา​บอก​เจ้าของ​บ้าน​ว่า ‘นาย​ท่าน ท่าน​หว่าน​เมล็ด​พืช​ดี​ไว้​ใน​นา​มิ​ใช่​หรือ? แล้ว​ทำไม​ถึง​มี​วัชพืช​ขึ้น​มา​ด้วย?’ 28 เจ้าของ​บ้าน​ตอบ​พวก​เขา​ว่า ‘ศัตรู​เป็น​คน​ทำ.’ พวก​เขา​จึง​ถาม​ว่า ‘ท่าน​ต้องการ​ให้​พวก​ข้าพเจ้า​ไป​ถอน​วัชพืช​ออก​หรือ​ไม่?’ 29 เจ้าของ​บ้าน​ตอบ​ว่า ‘อย่า​เลย เกรง​ว่า​ตอน​ที่​ถอน​วัชพืช​นั้น​พวก​เจ้า​จะ​ถอน​ข้าว​สาลี​ด้วย. 30 ให้​ทั้ง​สอง​อย่าง​เติบโต​ไป​ด้วย​กัน​จน​ถึง​ฤดู​เกี่ยว และ​ใน​ฤดู​เกี่ยว​เรา​จะ​บอก​ผู้​เกี่ยว​ให้​ถอน​วัชพืช​ก่อน​แล้ว​มัด​เป็น​ฟ่อน​เผา​เสีย แล้ว​จึง​ไป​รวบ​รวม​ข้าว​สาลี​มา​ไว้​ใน​ฉาง​ของ​เรา.’ ”

31 พระองค์​ตรัส​อุปมา​โวหาร​อีก​เรื่อง​หนึ่ง​ให้​พวก​เขา​ฟัง​ว่า “ราชอาณาจักร​สวรรค์​เปรียบ​เหมือน​เมล็ด​มัสตาร์ด*เมล็ด​หนึ่ง​ที่​ชาย​คน​หนึ่ง​เอา​มา​เพาะ​ไว้​ใน​ไร่​ของ​ตน 32 ซึ่ง​ตาม​จริง​แล้ว เมล็ด​พืช​นี้​เป็น​เมล็ด​พืช​ที่​เล็ก​ที่​สุด แต่​เมื่อ​มัน​เติบโต​ขึ้น​ก็​เป็น​ผัก​ที่​มี​ขนาด​ใหญ่​ที่​สุด และ​เติบโต​ขึ้น​เป็น​ต้น จน​นก​ใน​ท้องฟ้า​มา​อาศัย​ตาม​กิ่ง​ของ​มัน.”

33 พระองค์​ตรัส​อุปมา​โวหาร​อีก​เรื่อง​หนึ่ง​ให้​พวก​เขา​ฟัง​ว่า “ราชอาณาจักร​สวรรค์​เปรียบ​เหมือน​เชื้อ​ที่​ผู้​หญิง​เอา​ผสม*ใน​แป้ง​หนึ่ง​ถัง*จน​เชื้อ​แผ่​ไป​ทั่ว​ทั้ง​ก้อน.”

34 พระ​เยซู​ตรัส​เรื่อง​ทั้ง​หมด​นี้​กับ​ฝูง​ชน​โดย​ใช้​อุปมา​โวหาร. ที่​จริง พระองค์​จะ​ไม่​ตรัส​กับ​พวก​เขา​โดย​ไม่​ใช้​อุปมา​โวหาร 35 เพื่อ​สิ่ง​ที่​ตรัส​ไว้​โดย​ทาง​ผู้​พยากรณ์​จะ​สำเร็จ​ที่​ว่า “เรา​จะ​เอ่ย​ปาก​กล่าว​เป็น​อุปมา​โวหาร เรา​จะ​ประกาศ​สิ่ง​ที่​ปก​ปิด​ไว้​ตั้ง​แต่​การ​วาง​ราก​ของ​โลก.”

36 เมื่อ​บอก​ให้​ฝูง​ชน​ไป​แล้ว​พระองค์​จึง​เสด็จ​เข้า​ไป​ใน​เรือน. เหล่า​สาวก​ของ​พระองค์​เข้า​มา​เฝ้า ทูล​ว่า “ขอ​ทรง​อธิบาย​อุปมา​โวหาร​เรื่อง​วัชพืช​ใน​นา​ให้​พวก​ข้าพเจ้า​ฟัง​เถิด.” 37 พระองค์​ทรง​ตอบ​ว่า “ผู้​หว่าน​เมล็ด​พืช​ดี​นั้น​คือ​บุตร​มนุษย์ 38 นา​นั้น​คือ​โลก​นี้ เมล็ด​พืช​ดี​คือ​เหล่า​บุตร​แห่ง​ราชอาณาจักร แต่​วัชพืช​คือ​เหล่า​บุตร​ของ​ตัว​ชั่ว​ร้าย 39 และ​ศัตรู​ที่​หว่าน​วัชพืช​คือ​พญา​มาร. เวลา​เกี่ยว​คือ​ช่วง​สุด​ท้าย​ของ​ยุค* และ​ผู้​เกี่ยว​คือ​ทูตสวรรค์. 40 ฉะนั้น เหล่า​วัชพืช​ถูก​ถอน​และ​เผา​อย่าง​ไร ช่วง​สุด​ท้าย​ของ​ยุค​ก็​จะ​เป็น​อย่าง​นั้น. 41 บุตร​มนุษย์​จะ​ส่ง​ทูตสวรรค์​ของ​ท่าน​ไป และ​ทูต​เหล่า​นั้น​จะ​คัด​ทุก​สิ่ง​ที่​ทำ​ให้​หลง​ผิด*และ​คน​ที่​ทำ​ชั่ว​ออก​จาก​ราชอาณาจักร​ของ​ท่าน 42 และ​เหล่า​ทูตสวรรค์​จะ​ทิ้ง​คน​เหล่า​นั้น​ลง​ใน​เตา​ไฟ​อัน​ร้อน​แรง. ที่​นั่น​พวก​เขา​จะ​ร้องไห้​และ​ขบ​เขี้ยว​เคี้ยว​ฟัน. 43 ใน​เวลา​นั้น​ผู้​ชอบธรรม​จะ​ส่อง​แสง​จ้า​ดุจ​ดวง​อาทิตย์​ใน​ราชอาณาจักร​ของ​พระ​บิดา​ของ​พวก​เขา. ผู้​มี​หู​จง​ฟัง​เถิด.

44 “ราชอาณาจักร​สวรรค์​เปรียบ​เหมือน​ทรัพย์​ที่​ซ่อน​อยู่​ใน​ทุ่ง​นา​ซึ่ง​ชาย​ผู้​หนึ่ง​ได้​พบ​และ​ซ่อน​ไว้ และ​ด้วย​ความ​ยินดี​เขา​จึง​ไป​ขาย​สิ่ง​ที่​เขา​มี​แล้ว​ซื้อ​ทุ่ง​นา​นั้น.

45 “อีก​ประการ​หนึ่ง ราชอาณาจักร​สวรรค์​เปรียบ​เหมือน​พ่อค้า​ที่​เดิน​ทาง​เสาะ​หา​ไข่มุก​เม็ด​งาม. 46 เมื่อ​พบ​ไข่มุก​มี​ค่า​มาก​เม็ด​หนึ่ง เขา​ก็​ไป​ขาย​ทุก​สิ่ง​ที่​เขา​มี​ทันที​แล้ว​ซื้อ​ไข่มุก​เม็ด​นั้น.

47 “อีก​ประการ​หนึ่ง ราชอาณาจักร​สวรรค์​เปรียบ​เหมือน​อวน​ลาก​ที่​หย่อน​ลง​ใน​ทะเล​และ​รวบ​รวม​เอา​ปลา​ทุก​ชนิด​มา. 48 เมื่อ​อวน​เต็ม​แล้ว​ชาว​ประมง​ก็​ลาก​ขึ้น​ชาย​หาด​และ​นั่ง​คัด​เอา​ปลา​ดี ๆ ใส่​ถัง ส่วน​ปลา​ที่​ไม่​ดี​พวก​เขา​ก็​ทิ้ง​ไป. 49 ใน​ช่วง​สุด​ท้าย​ของ​ยุค*จะ​เป็น​อย่าง​นั้น​แหละ เหล่า​ทูตสวรรค์​จะ​ออก​ไป​แยก​คน​ชั่ว​ออก​จาก​คน​ชอบธรรม 50 และ​จะ​โยน​พวก​เขา​เข้า​ไป​ใน​เตา​ไฟ​อัน​ร้อน​แรง. ที่​นั่น​พวก​เขา​จะ​ร้องไห้​และ​ขบ​เขี้ยว​เคี้ยว​ฟัน.

51 “เจ้า​ทั้ง​หลาย​เข้าใจ​ความ​หมาย​ของ​เรื่อง​ทั้ง​หมด​นี้​ไหม?” พวก​เขา​ตอบ​พระองค์​ว่า “เข้าใจ.” 52 พระองค์​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “ด้วย​เหตุ​นั้น ผู้​สอน​ทุก​คน​เมื่อ​ได้​รับ​การ​สอน​เกี่ยว​กับ​ราชอาณาจักร​สวรรค์​แล้ว​ก็​เปรียบ​เหมือน​เจ้าของ​บ้าน​ซึ่ง​นำ​ทั้ง​ของ​ใหม่​และ​ของ​เก่า​ออก​มา​จาก​คลัง​ทรัพย์​ของ​ตน.”

53 ครั้น​พระ​เยซู​ตรัส​อุปมา​โวหาร​เหล่า​นั้น​เสร็จ​แล้ว​จึง​เสด็จ​จาก​ที่​นั่น​ไป. 54 และ​เมื่อ​เสด็จ​เข้า​มา​ใน​ถิ่น​เดิม​ของ​พระองค์​แล้ว​จึง​ทรง​สอน​พวก​เขา​ใน​ธรรมศาลา​จน​พวก​เขา​ประหลาด​ใจ​และ​พูด​กัน​ว่า “คน​นี้​ได้​สติ​ปัญญา​และ​ความ​สามารถ​ทำ​การ​อิทธิ​ฤทธิ์​เช่น​นี้​มา​จาก​ไหน? 55 คน​นี้​เป็น​ลูก​ช่าง​ไม้​มิ​ใช่​หรือ? มารดา​ของ​เขา​ชื่อ​มาเรีย และ​น้อง​ชาย​เขา​คือ​ยาโกโบ โยเซฟ ซีโมน และ​ยูดาห์​มิ​ใช่​หรือ? 56 น้อง​สาว​ของ​เขา​ต่าง​ก็​อยู่​กับ​พวก​เรา​มิ​ใช่​หรือ? ถ้า​อย่าง​นั้น คน​นี้​ได้​สิ่ง​ทั้ง​ปวง​นี้​มา​จาก​ไหน?” 57 ดัง​นั้น พวก​เขา​จึง​ไม่​ยอม​เชื่อถือ​พระองค์. พระ​เยซู​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “ผู้​พยากรณ์​ไม่​ขาด​คน​นับถือ​เว้น​แต่​ใน​ถิ่น​ของ​ตน​และ​ใน​บ้าน​ของ​ตน​เอง.” 58 และ​พระองค์​ไม่​ได้​ทำ​การ​อิทธิ​ฤทธิ์​ที่​นั่น​มาก​นัก​เนื่อง​จาก​พวก​เขา​ไม่​มี​ความ​เชื่อ.

14 ใน​เวลา​นั้น​เฮโรด*ผู้​ครอง​แคว้น​ได้​ยิน​กิตติศัพท์​ของ​พระ​เยซู 2 จึง​ตรัส​กับ​พวก​มหาดเล็ก​ว่า “คน​นี้​คือ​โยฮัน​ผู้​ให้​บัพติสมา. เขา​ถูก​ปลุก​ให้​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย​แล้ว ด้วย​เหตุ​นั้น เขา​จึง​ทำ​การ​อิทธิ​ฤทธิ์​ได้.” 3 ด้วย​ว่า​เฮโรด​เคย​จับ​โยฮัน​จองจำ​ไว้​ใน​คุก​เพราะ​เรื่อง​ของ​เฮโรดิอัส​ภรรยา​ฟิลิป​พี่​ชาย​ของ​ตน. 4 โยฮัน​เคย​พูด​กับ​ท่าน​ว่า “ท่าน​ไม่​มี​สิทธิ์​เอา​นาง​มา​เป็น​ภรรยา​ท่าน.” 5 ถึง​แม้​ท่าน​ต้องการ​ฆ่า​โยฮัน ท่าน​ก็​กลัว​ฝูง​ชน เพราะ​พวก​เขา​ถือ​ว่า​โยฮัน​เป็น​ผู้​พยากรณ์. 6 แต่​เมื่อ​มี​งาน​ฉลอง​วัน​เกิด​ของ​เฮโรด บุตร​สาว​ของ​นาง​เฮโรดิอัส​ได้​เต้น​รำ​ใน​งาน​นั้น​และ​ทำ​ให้​เฮโรด​ชอบ​ใจ​มาก 7 ท่าน​ถึง​กับ​สัญญา​พร้อม​กับ​สาบาน​ด้วย​ว่า​จะ​ให้​ตาม​ที่​นาง​ขอ​ไม่​ว่า​จะ​เป็น​สิ่ง​ใด​ก็​ตาม. 8 นาง​จึง​ทูล​ตาม​ที่​มารดา​แนะ​ไว้​ว่า “ขอ​ศีรษะ​ของ​โยฮัน​ผู้​ให้​บัพติสมา​ใส่​ถาด​มา​ให้​ข้าพเจ้า​ที่​นี่​เถิด.” 9 แม้​ว่า​เฮโรด​เป็น​ทุกข์ แต่​เนื่อง​จาก​คำ​สาบาน​และ​เนื่อง​จาก​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​นั่ง​เอน​กาย​ร่วม​กับ​ท่าน ท่าน​จึง​บัญชา​ให้​นาง​ได้​ตาม​ที่​ขอ 10 และ​ท่าน​ได้​ใช้​คน​ไป​ตัด​ศีรษะ​โยฮัน​ใน​คุก. 11 แล้ว​เขา​ก็​เอา​ศีรษะ​โยฮัน​ใส่​ถาด​นำ​มา​ให้​นาง และ​นาง​จึง​นำ​ไป​ให้​มารดา. 12 แล้ว​สาวก​ของ​โยฮัน​ก็​มา​ยก​ศพ​ท่าน​ไป​ฝัง​และ​มา​ทูล​ให้​พระ​เยซู​ทรง​ทราบ. 13 เมื่อ​ได้​ยิน​เรื่อง​นั้น พระ​เยซู​จึง​ลง​เรือ​เสด็จ​จาก​ที่​นั่น​ไป​ใน​ที่​ห่าง​ไกล​ผู้​คน​เพื่อ​อยู่​ตาม​ลำพัง แต่​เมื่อ​ฝูง​ชน​ได้​ยิน​เช่น​นั้น​ก็​ออก​จาก​เมือง​ต่าง ๆ เดิน​ตาม​พระองค์​ไป.

14 ครั้น​พระองค์​เสด็จ​ขึ้น​จาก​เรือ​ก็​ทรง​เห็น​ผู้​คน​มาก​มาย​และ​พระองค์​ทรง​สงสาร​พวก​เขา จึง​ทรง​รักษา​คน​ป่วย​ท่ามกลาง​พวก​เขา​ให้​หาย. 15 แต่​พอ​ตก​เย็น​เหล่า​สาวก​ก็​มา​ทูล​พระองค์​ว่า “ที่​นี่​ห่าง​ไกล​ผู้​คน​และ​ตอน​นี้​ก็​เย็น​แล้ว ขอ​ทรง​บอก​ให้​ฝูง​ชน​ไป​เถิด พวก​เขา​จะ​ได้​เข้า​ไป​ตาม​หมู่​บ้าน​และ​ซื้อ​อาหาร​กิน​กัน.” 16 แต่​พระ​เยซู​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “พวก​เขา​ไม่​จำเป็น​ต้อง​ไป เจ้า​ทั้ง​หลาย​จง​เอา​อาหาร​ให้​พวก​เขา​กิน​เถิด.” 17 เหล่า​สาวก​ทูล​พระองค์​ว่า “พวก​ข้าพเจ้า​มี​เพียง​ขนมปัง​ห้า​อัน​กับ​ปลา​สอง​ตัว​เท่า​นั้น.” 18 พระองค์​ตรัส​ว่า “จง​เอา​มา​ให้​เรา​ที่​นี่​เถิด.” 19 แล้ว​พระองค์​ทรง​สั่ง​ฝูง​ชน​ให้​นั่ง​บน​หญ้า​และ​รับ​เอา​ขนมปัง​ห้า​อัน​กับ​ปลา​สอง​ตัว​มา และ​พระองค์​เงย​พระ​พักตร์​มอง​ท้องฟ้า​ทูล​ขอบพระคุณ และ​เมื่อ​บิ​ขนมปัง​แล้ว​จึง​ส่ง​ให้​พวก​สาวก พวก​สาวก​ก็​ส่ง​ต่อ​ให้​ฝูง​ชน. 20 ทุก​คน​จึง​กิน​จน​อิ่ม และ​พวก​เขา​เก็บ​เศษ​อาหาร​ที่​เหลือ​ได้​สิบ​สอง​ตะกร้า​เต็ม. 21 คน​ที่​กิน​นั้น​นับ​เฉพาะ​ผู้​ชาย​ได้​ประมาณ​ห้า​พัน​คน ไม่​รวม​ผู้​หญิง​และ​เด็ก​เล็ก. 22 แล้ว​พระองค์​จึง​สั่ง​เหล่า​สาวก​ให้​ลง​เรือ​ทันที​และ​ข้าม​ไป​อีก​ฝั่ง​หนึ่ง​ก่อน ขณะ​ที่​พระองค์​ทรง​รอ​ส่ง​ฝูง​ชน​กลับ​บ้าน.

23 เมื่อ​ส่ง​ฝูง​ชน​ไป​แล้ว พระองค์​จึง​เสด็จ​ขึ้น​ไป​อธิษฐาน​บน​ภูเขา​แต่​ลำพัง. พระองค์​ทรง​อยู่​ที่​นั่น​ผู้​เดียว​จน​ดึก. 24 ถึง​ตอน​นั้น เรือ​อยู่​ห่าง​จาก​ฝั่ง​แล้ว​หลาย​ร้อย​เมตร กำลัง​ฝ่า​คลื่น​ด้วย​ความ​ยาก​ลำบาก​เพราะ​แล่น​ทวน​ลม. 25 แต่​ใน​ยาม​สี่*ของ​คืน​นั้น​พระองค์​เสด็จ​มา​หา​พวก​เขา​โดย​ทรง​ดำเนิน​บน​ทะเล. 26 เมื่อ​พวก​สาวก​เห็น​พระองค์​ทรง​ดำเนิน​บน​ทะเล พวก​เขา​ก็​หวาด​กลัว พูด​ว่า “นี่​เรา​ตา​ฝาด​ไป​หรือ​เปล่า!” และ​พวก​เขา​ส่ง​เสียง​ร้อง​ด้วย​ความ​กลัว. 27 แต่​พระ​เยซู​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ทันที​ว่า “อย่า​กลัว เรา​เอง อย่า​กลัว​เลย.” 28 เปโตร​ทูล​ตอบ​พระองค์​ว่า “พระองค์​เจ้าข้า ถ้า​เป็น​พระองค์ โปรด​สั่ง​ข้าพเจ้า​ให้​เดิน​บน​น้ำ​ไป​หา​พระองค์.” 29 พระองค์​ตรัส​ว่า “มา​เถิด!” เปโตร​จึง​ลง​จาก​เรือ​แล้ว​เดิน​บน​น้ำ​ไป​หา​พระ​เยซู. 30 แต่​เมื่อ​เห็น​พายุ​เขา​ก็​กลัว และ​พอ​เริ่ม​จม​เขา​ก็​ร้อง​ว่า “พระองค์​เจ้าข้า โปรด​ช่วย​ข้าพเจ้า​ด้วย!” 31 พระ​เยซู​ทรง​ยื่น​พระ​หัตถ์​จับ​เขา​ไว้​ทันที​และ​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “เจ้า​ผู้​มี​ความ​เชื่อ​น้อย เจ้า​สงสัย​ทำไม?” 32 และ​เมื่อ​พระองค์​กับ​เปโตร​ลง​เรือ​แล้ว​พายุ​ก็​สงบ. 33 สาวก​ที่​อยู่​ใน​เรือ​จึง​แสดง​ความ​เคารพ​พระองค์ พูด​ว่า “พระองค์​เป็น​พระ​บุตร​ของ​พระเจ้า​จริง ๆ.” 34 แล้ว​พระองค์​กับ​สาวก​ก็​ข้าม​ฟาก​มา​ถึง​แขวง​เกนเนซาเรต.

35 เมื่อ​คน​ที่​นั่น​รู้​ว่า​เป็น​พระองค์​ก็​ส่ง​ข่าว​ไป​ทั่ว​บริเวณ​นั้น และ​ผู้​คน​ก็​พา​คน​ที่​เจ็บ​ป่วย​ทั้ง​หมด​มา​หา​พระองค์. 36 พวก​เขา​วิงวอน​ขอ​ให้​ได้​แตะ​แค่​ชาย​ครุย​ฉลองพระองค์​ก็​พอ แล้ว​ผู้​ที่​ได้​แตะ​ก็​หาย​โรค​ทุก​คน.

15 ครั้ง​นั้น​มี​พวก​ฟาริซาย​กับ​พวก​อาลักษณ์​จาก​เยรูซาเลม​มา​ถาม​พระ​เยซู​ว่า 2 “ทำไม​พวก​สาวก​ของ​ท่าน​ละเมิด​ธรรมเนียม​ของ​บรรพบุรุษ? ตัว​อย่าง​เช่น พวก​เขา​ไม่​ล้าง​มือ​ก่อน​กิน​อาหาร.”

3 พระองค์​ตรัส​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “แล้ว​พวก​เจ้า​ล่ะ ทำไม​จึง​ละเมิด​พระ​บัญญัติ​ของ​พระเจ้า​ด้วย​ธรรมเนียม​ของ​พวก​เจ้า? 4 ตัว​อย่าง​เช่น พระเจ้า​ตรัส​ว่า ‘จง​นับถือ​บิดา​มารดา​ของ​เจ้า’ และ ‘ผู้​ที่​ด่า​ว่า​บิดา​มารดา​ต้อง​ตาย.’ 5 แต่​พวก​เจ้า​กล่าว​ว่า ‘ผู้​ใด​พูด​กับ​บิดา​มารดา​ว่า “สิ่ง​ใด​ที่​ข้าพเจ้า​มี​ซึ่ง​อาจ​เป็น​ประโยชน์​แก่​ท่าน​ก็​เป็น​ของ​ที่​อุทิศ​แด่​พระเจ้า​แล้ว” 6 ผู้​นั้น​ไม่​ต้อง​นับถือ​บิดา​ของ​ตน​เลย.’ ดัง​นั้น พวก​เจ้า​จึง​ทำ​ให้​พระ​คำ​ของ​พระเจ้า​เป็น​โมฆะ​เพราะ​ธรรมเนียม​ของ​พวก​เจ้า. 7 เจ้า​พวก​หน้า​ซื่อ​ใจ​คด ยะซายาห์​พยากรณ์​ถึง​พวก​เจ้า​ไว้​ถูก​ต้อง​แล้ว​เมื่อ​กล่าว​ว่า 8 ‘ชน​ชาติ​นี้​ดี​แต่​พูด​ว่า​นับถือ​เรา แต่​หัวใจ​พวก​เขา​ห่าง​ไกล​จาก​เรา. 9 ที่​พวก​เขา​นมัสการ​เรา​อยู่​นั้น​เป็น​การ​ไร้​ประโยชน์ เพราะ​บัญญัติ​ที่​พวก​เขา​สอน​เป็น​เพียง​บัญญัติ​ของ​มนุษย์.’ ” 10 แล้ว​พระองค์​ทรง​เรียก​ฝูง​ชน​ให้​เข้า​มา​ใกล้​และ​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “จง​ฟัง​และ​เข้าใจ​เถิด​ว่า 11 มิ​ใช่​สิ่ง​ที่​เข้า​ไป​ใน​ปาก​ที่​ทำ​ให้​มนุษย์​มี​มลทิน แต่​เป็น​สิ่ง​ที่​ออก​จาก​ปาก​ต่าง​หาก​ที่​ทำ​ให้​มนุษย์​มี​มลทิน.”

12 แล้ว​พวก​สาวก​มา​ทูล​พระองค์​ว่า “พระองค์​ทรง​ทราบ​ไหม​ว่า​พวก​ฟาริซาย​ขุ่นเคือง​มาก​เมื่อ​ได้​ยิน​ที่​พระองค์​ตรัส?” 13 พระองค์​ตรัส​ตอบ​ว่า “พืช​ทุก​ต้น​ที่​พระ​บิดา​ของ​เรา​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์​มิ​ได้​ปลูก​จะ​ถูก​ถอน​ทิ้ง​เสีย. 14 ปล่อย​พวก​เขา​ไป​เถิด. พวก​เขา​เป็น​คน​นำ​ทาง​ที่​ตา​บอด. ถ้า​คน​ตา​บอด​นำ​ทาง​คน​ตา​บอด ทั้ง​สอง​จะ​ตก​หลุม.” 15 เปโตร​ทูล​พระองค์​ว่า “ขอ​ทรง​อธิบาย​ตัว​อย่าง​เปรียบ​เทียบ​นี้​ให้​พวก​ข้าพเจ้า​ฟัง​เถิด.” 16 พระ​เยซู​ตรัส​ว่า “พวก​เจ้า​ก็​ยัง​ไม่​เข้าใจ​ด้วย​หรือ? 17 พวก​เจ้า​ไม่​รู้​หรือ​ว่า​ทุก​สิ่ง​ที่​เข้า​ไป​ใน​ปาก​ก็​ลง​ไป​ใน​ลำไส้​แล้ว​จึง​ถ่าย​ลง​ส้วม​ไป? 18 แต่​สิ่ง​ที่​ออก​จาก​ปาก​ก็​ออก​จาก​ใจ และ​สิ่ง​เหล่า​นั้น​ทำ​ให้​มนุษย์​มี​มลทิน. 19 ตัว​อย่าง​เช่น สิ่ง​ที่​ออก​มา​จาก​หัวใจ​คือ ความ​คิด​ชั่ว​ร้าย การ​ฆ่า​คน การ​เล่นชู้ การ​ผิด​ประเวณี การ​ขโมย การ​เป็น​พยาน​เท็จ การ​หมิ่น​ประมาท. 20 สิ่ง​เหล่า​นี้​แหละ​ที่​ทำ​ให้​มนุษย์​มี​มลทิน แต่​การ​รับประทาน​อาหาร​โดย​ไม่​ได้​ล้าง​มือ​ไม่​ทำ​ให้​มนุษย์​มี​มลทิน.”

21 เมื่อ​เสด็จ​จาก​ที่​นั่น​แล้ว​พระ​เยซู​จึง​เข้า​ไป​ใน​เขต​เมือง​ไทระ​และ​ซีโดน. 22 มี​ผู้​หญิง​ชาว​ฟีนิเซีย​คน​หนึ่ง​จาก​เขต​นั้น​ออก​มา​และ​ร้อง​เสียง​ดัง​ว่า “พระองค์​ผู้​เป็น​บุตร​ดาวิด​เจ้าข้า ทรง​เมตตา​ข้าพเจ้า​เถิด. บุตร​สาว​ของ​ข้าพเจ้า​ถูก​ปิศาจ​สิง​มี​อาการ​หนัก​มาก.” 23 แต่​พระองค์​มิ​ได้​ตรัส​ตอบ​นาง​สัก​คำ. พวก​สาวก​จึง​มา​ทูล​พระองค์​ว่า “บอก​ให้​นาง​ไป​เสีย​เถิด เพราะ​นาง​ร้อง​ตาม​พวก​เรา​มา.” 24 พระองค์​ตรัส​ตอบ​ว่า “เรา​มิ​ได้​ถูก​ใช้​มา​หา​ผู้​ใด​เว้น​แต่​แกะ​ของ​เรือน​อิสราเอล​ที่​หาย​ไป.” 25 หญิง​ผู้​นั้น​เข้า​มา​แสดง​ความ​เคารพ​พระองค์​และ​ทูล​ว่า “พระองค์​เจ้าข้า โปรด​ช่วย​ข้าพเจ้า​ด้วย!” 26 พระองค์​ตรัส​ตอบ​ว่า “ถ้า​จะ​เอา​ขนมปัง​ของ​ลูก​โยน​ให้​ลูก​สุนัข​ก็​ไม่​ถูก.” 27 นาง​ทูล​ว่า “จริง​อยู่ พระองค์​เจ้าข้า แต่​ลูก​สุนัข​ย่อม​กิน​เศษ​ขนมปัง​ที่​ตก​จาก​โต๊ะ​ของ​นาย.” 28 พระ​เยซู​จึง​ตรัส​ตอบ​นาง​ว่า “หญิง​เอ๋ย เจ้า​มี​ความ​เชื่อ​มาก ให้​เป็น​ไป​ตาม​ที่​เจ้า​ต้องการ​เถิด.” บุตร​สาว​ของ​นาง​ก็​หาย​เป็น​ปกติ​ตั้ง​แต่​เวลา​นั้น.

29 เมื่อ​เสด็จ​จาก​ที่​นั่น​แล้ว​พระ​เยซู​จึง​มา​ใกล้​ทะเล​แกลิลี และ​เมื่อ​เสด็จ​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​แล้ว​จึง​ทรง​นั่ง​อยู่​ที่​นั่น. 30 แล้ว​คน​มาก​มาย​ก็​มา​เฝ้า​พระองค์ พวก​เขา​พา​คน​ง่อย คน​พิการ คน​ตา​บอด คน​ใบ้ และ​คน​ป่วย​ด้วย​โรค​อื่น ๆ อีก​หลาย​คน​มา​ด้วย แล้ว​พวก​เขา​ก็​วาง​คน​เหล่า​นั้น​ไว้​แทบ​พระ​บาท​พระองค์ และ​พระองค์​ทรง​รักษา​คน​เหล่า​นั้น​ให้​หาย 31 ฝูง​ชน​ก็​อัศจรรย์​ใจ​เมื่อ​พวก​เขา​เห็น​คน​ใบ้​พูด​ได้ คน​ง่อย​เดิน​ได้ คน​ตา​บอด​มอง​เห็น แล้ว​พวก​เขา​จึง​สรรเสริญ​พระเจ้า​ของ​ชาติ​อิสราเอล.

32 พระ​เยซู​ทรง​เรียก​เหล่า​สาวก​ของ​พระองค์​เข้า​มา​แล้ว​ตรัส​ว่า “เรา​สงสาร​คน​เหล่า​นี้ เพราะ​พวก​เขา​อยู่​กับ​เรา​สาม​วัน​แล้ว​และ​ตอน​นี้​พวก​เขา​ไม่​มี​อะไร​จะ​กิน เรา​ไม่​ต้องการ​ให้​พวก​เขา​ไป​โดย​ไม่​ได้​กิน​อะไร. พวก​เขา​อาจ​หมด​แรง​กลาง​ทาง​ได้.” 33 แต่​พวก​สาวก​ทูล​พระองค์​ว่า “ใน​ที่​ห่าง​ไกล​ผู้​คน​เช่น​นี้​พวก​เรา​จะ​ไป​หา​ขนมปัง​ได้​จาก​ที่​ไหน​มา​พอ​เลี้ยง​คน​มาก​ขนาด​นี้​ให้​อิ่ม?” 34 พระ​เยซู​จึง​ทรง​ถาม​พวก​เขา​ว่า “พวก​เจ้า​มี​ขนมปัง​กี่​อัน?” พวก​เขา​ทูล​ว่า “มี​เจ็ด​อัน​กับ​ปลา​ตัว​เล็ก ๆ สอง​สาม​ตัว.” 35 ดัง​นั้น เมื่อ​ทรง​บอก​ให้​ฝูง​ชน​นั่ง​ลง​บน​พื้น​แล้ว 36 พระองค์​จึง​เอา​ขนมปัง​เจ็ด​อัน​กับ​ปลา​เหล่า​นั้น​มา และ​เมื่อ​ทูล​ขอบพระคุณ​แล้ว​จึง​ทรง​บิ​ขนมปัง​ส่ง​ให้​สาวก แล้ว​สาวก​ก็​ส่ง​ให้​ฝูง​ชน. 37 ทุก​คน​จึง​กิน​จน​อิ่ม แล้ว​พวก​เขา​เก็บ​เศษ​อาหาร​ที่​เหลือ​ได้​เจ็ด​กระบุง​เต็ม. 38 คน​ที่​กิน​นั้น​นับ​เฉพาะ​ผู้​ชาย​ได้​สี่​พัน​คน ไม่​รวม​ผู้​หญิง​และ​เด็ก​เล็ก. 39 เมื่อ​ให้​ฝูง​ชน​ไป​แล้ว พระองค์​จึง​ลง​เรือ​มา​ยัง​เขต​มากาดาน.

16 พวก​ฟาริซาย​กับ​พวก​ซาดูกาย​เข้า​มา​ทดสอบ​พระองค์ พวก​เขา​ขอ​ให้​พระองค์​แสดง​ข้อ​พิสูจน์*จาก​สวรรค์​แก่​พวก​เขา. 2 พระองค์​ตรัส​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “[ใน​เวลา​เย็น​พวก​เจ้า​มัก​พูด​ว่า ‘อากาศ​จะ​ดี​เพราะ​ท้องฟ้า​เป็น​สี​แดง’ 3 และ​ใน​เวลา​เช้า​พูด​ว่า ‘วัน​นี้​ฝน​จะ​ตก​อากาศ​จะ​หนาว เพราะ​ท้องฟ้า​เป็น​สี​แดง​แต่​ดู​ขมุกขมัว.’ พวก​เจ้า​ดู​ลักษณะ​ท้องฟ้า​ออก แต่​พวก​เจ้า​ดู​สิ่ง​ที่​เป็น​เครื่องหมาย​ระบุ​ช่วง​เวลา​ไม่​ออก.]* 4 คน​ใน​ยุค​ที่​ชั่ว​ช้า​และ​ไม่​ซื่อ​สัตย์​ต่อ​พระเจ้า*ต้องการ​แต่​ข้อ​พิสูจน์ แต่​จะ​ไม่​ให้​ข้อ​พิสูจน์​ใด ๆ เว้น​แต่​ข้อ​พิสูจน์​ที่​ได้​จาก​เรื่อง​ของ​โยนาห์.” แล้ว​พระองค์​จึง​เสด็จ​ไป​จาก​พวก​เขา.

5 เมื่อ​ข้าม​ฟาก พวก​สาวก​ลืม​เอา​ขนมปัง​ไป​ด้วย. 6 พระ​เยซู​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “จง​ตื่น​ตัว​อยู่​เสมอ​และ​ระวัง​เชื้อ​ของ​พวก​ฟาริซาย​กับ​พวก​ซาดูกาย.” 7 พวก​เขา​จึง​พูด​กัน​ว่า “เรา​ไม่​ได้​เอา​ขนมปัง​มา​ด้วย​เลย.” 8 เมื่อ​พระ​เยซู​ทรง​ทราบ​เรื่อง​จึง​ตรัส​ว่า “ทำไม​พวก​เจ้า​จึง​พูด​เรื่อง​ไม่​มี​ขนมปัง เจ้า​ผู้​มี​ความ​เชื่อ​น้อย? 9 พวก​เจ้า​ยัง​ไม่​เข้าใจ​หรือ พวก​เจ้า​จำ​เรื่อง​ขนมปัง​ห้า​อัน​ที่​เลี้ยง​ห้า​พัน​คน​นั้น​ไม่​ได้​หรือ พวก​เจ้า​เก็บ​ได้​กี่​ตะกร้า? 10 และ​เรื่อง​ขนมปัง​เจ็ด​อัน​ที่​เลี้ยง​สี่​พัน​คน​นั้น พวก​เจ้า​เก็บ​ได้​กี่​กระบุง? 11 ทำไม​พวก​เจ้า​ไม่​เข้าใจ​ว่า​เรา​ไม่​ได้​พูด​กับ​เจ้า​เรื่อง​ขนมปัง? แต่​ให้​ระวัง​เชื้อ​ของ​พวก​ฟาริซาย​กับ​พวก​ซาดูกาย.” 12 พวก​เขา​จึง​เข้าใจ​ว่า​ที่​พระองค์​ตรัส​ให้​ระวัง​นั้น​ไม่​ใช่​เชื้อ​ขนมปัง แต่​เป็น​คำ​สอน​ของ​พวก​ฟาริซาย​และ​พวก​ซาดูกาย.

13 ครั้น​เสด็จ​มา​ใน​เขต​ซีซาเรีย​ฟิลิปปี​แล้ว พระ​เยซู​ทรง​ถาม​เหล่า​สาวก​ของ​พระองค์​ว่า “ผู้​คน​พูด​กัน​ว่า​บุตร​มนุษย์​เป็น​ผู้​ใด?” 14 พวก​เขา​ทูล​ว่า “บาง​คน​ว่า​เป็น​โยฮัน​ผู้​ให้​บัพติสมา บาง​คน​ว่า​เป็น​เอลียาห์ แต่​บาง​คน​ก็​ว่า​เป็น​ยิระมะยาห์​หรือ​ไม่​ก็​เป็น​ผู้​พยากรณ์​คน​หนึ่ง.” 15 พระองค์​ทรง​ถาม​พวก​เขา​ว่า “ถ้า​เช่น​นั้น พวก​เจ้า​ว่า​เรา​เป็น​ผู้​ใด?” 16 ซีโมน​เปโตร​ทูล​ตอบ​ว่า “พระองค์​เป็น​พระ​คริสต์ พระ​บุตร​ของ​พระเจ้า​ผู้​ทรง​พระ​ชนม์​อยู่.” 17 พระ​เยซู​จึง​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “ซีโมน​บุตร​โยนาห์​เอ๋ย จง​มี​ความ​สุข​เถิด เพราะ​ผู้​ที่​เปิด​เผย​เรื่อง​นี้​แก่​เจ้า​มิ​ใช่​มนุษย์​แต่​เป็น​พระ​บิดา​ของ​เรา​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์. 18 เรา​บอก​เจ้า​อีก​ว่า เจ้า​คือ​เปโตร* และ​บน​ศิลา​นี้​เรา​จะ​สร้าง​ประชาคม​ของ​เรา และ​ความ​ตาย*จะ​ไม่​มี​อำนาจ​เหนือ​ประชาคม​นี้. 19 เรา​จะ​ให้​ลูก​กุญแจ​แห่ง​ราชอาณาจักร​สวรรค์​แก่​เจ้า สิ่ง​ใด​ที่​เจ้า​จะ​มัด​ไว้​บน​แผ่นดิน​โลก สิ่ง​นั้น​ถูก​มัด​ไว้​แล้ว​ใน​สวรรค์ และ​สิ่ง​ใด​ที่​เจ้า​จะ​ปลด​ปล่อย​บน​แผ่นดิน​โลก สิ่ง​นั้น​ถูก​ปลด​ปล่อย​แล้ว​ใน​สวรรค์.” 20 แล้ว​พระองค์​ทรง​กำชับ​เหล่า​สาวก​ไม่​ให้​บอก​ใคร​ว่า​พระองค์​เป็น​พระ​คริสต์.

21 ตั้ง​แต่​นั้น​มา พระ​เยซู​คริสต์​ทรง​เริ่ม​ชี้​แจง​ให้​เหล่า​สาวก​เห็น​ว่า​พระองค์​ต้อง​ไป​ยัง​กรุง​เยรูซาเลม​และ​ทน​ทุกข์​หลาย​ประการ​ด้วย​น้ำ​มือ​ของ​พวก​ผู้​เฒ่า​ผู้​แก่ พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​กับ​พวก​อาลักษณ์ และ​จะ​ถูก​ฆ่า แล้ว​ใน​วัน​ที่​สาม​จะ​ถูก​ปลุก​ให้​เป็น​ขึ้น​มา. 22 เปโตร​จึง​ดึง​พระองค์​ออก​มา​และ​ทัด​ทาน​ว่า “พระองค์​เจ้าข้า ทรง​กรุณา​พระองค์​เอง​เถิด พระองค์​จะ​ไม่​ประสบ​เหตุ​การณ์​เช่น​นั้น​เลย.” 23 แต่​พระองค์​ทรง​หัน​หลัง​ให้​และ​ตรัส​กับ​เปโตร​ว่า “ไป​ให้​พ้น ซาตาน! เจ้า​กำลัง​ขัด​ขวาง​เรา เพราะ​ที่​เจ้า​คิด​นั้น​ไม่​ใช่​ความ​คิด​ของ​พระเจ้า แต่​เป็น​ความ​คิด​ของ​มนุษย์.”

24 แล้ว​พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เหล่า​สาวก​ว่า “ถ้า​ผู้​ใด​ต้องการ​ติด​ตาม​เรา ให้​เขา​ปฏิเสธ​ตัว​เอง​และ​แบก​เสา​ทรมาน*ของ​ตน​แล้ว​ตาม​เรา​เรื่อย​ไป. 25 ด้วย​ว่า​ผู้​ใด​พยายาม​เอา​ชีวิต​รอด ผู้​นั้น​จะ​เสีย​ชีวิต แต่​ผู้​ใด​ยอม​เสีย​ชีวิต​เพื่อ​เห็น​แก่​เรา ผู้​นั้น​จะ​ได้​ชีวิต. 26 เพราะ​จะ​เป็น​ประโยชน์​อะไร​แก่​มนุษย์​เล่า​ถ้า​เขา​ได้​โลก​ทั้ง​โลก​แต่​เสีย​ชีวิต? หรือ​มนุษย์​จะ​เอา​อะไร​มา​แลก​กับ​ชีวิต​ของ​เขา? 27 ด้วย​ว่า​บุตร​มนุษย์​จะ​มา​ใน​ฐานะ​ที่​มี​เกียรติ​อัน​รุ่ง​โรจน์​อย่าง​ที่​พระ​บิดา​มี และ​มา​พร้อม​กับ​เหล่า​ทูตสวรรค์​ของ​ท่าน แล้ว​ท่าน​จะ​ตอบ​แทน​แต่​ละ​คน​ตาม​การ​ประพฤติ​ของ​เขา. 28 เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า บาง​คน​ที่​ยืน​อยู่​ที่​นี่​จะ​ไม่​ตาย​จน​กว่า​พวก​เขา​จะ​เห็น​บุตร​มนุษย์​มา​ใน​ฐานะ​กษัตริย์​เสีย​ก่อน.”

17 หก​วัน​ต่อ​มา​พระ​เยซู​ทรง​พา​เปโตร​และ​ยาโกโบ​กับ​โยฮัน​น้อง​ชาย​ของ​เขา​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​สูง​แต่​ลำพัง. 2 และ​รูป​กาย​ของ​พระองค์​ก็​เปลี่ยน​ไป​ต่อ​หน้า​พวก​เขา พระ​พักตร์​ของ​พระองค์​เปล่ง​แสง​ดุจ​ดวง​อาทิตย์ ฉลองพระองค์​ก็​ขาว​สุก​ใส​ดุจ​แสง​สว่าง. 3 แล้ว​โมเซ​กับ​เอลียาห์​ก็​ปรากฏ​แก่​พวก​เขา​และ​สนทนา​กับ​พระองค์. 4 เปโตร​จึง​ทูล​พระ​เยซู​ว่า “พระองค์​เจ้าข้า ดี​ที่​พวก​เรา​อยู่​ที่​นี่. ถ้า​พระองค์​ทรง​ประสงค์ ข้าพเจ้า​จะ​ตั้ง​พลับพลา​ขึ้น​ที่​นี่​สาม​หลัง หลัง​หนึ่ง​สำหรับ​พระองค์ หลัง​หนึ่ง​สำหรับ​โมเซ อีก​หลัง​หนึ่ง​สำหรับ​เอลียาห์.” 5 เปโตร​พูด​ยัง​ไม่​ทัน​ขาด​คำ​ก็​มี​เมฆ​สว่าง​สุก​ใส​มา​ปก​คลุม​พวก​เขา และ​มี​เสียง​ตรัส​ออก​มา​จาก​เมฆ​นั้น​ว่า “นี่​คือ​บุตร​ที่​รัก​ของ​เรา​ซึ่ง​เรา​พอ​ใจ​มาก จง​ฟัง​ท่าน​เถิด.” 6 เมื่อ​พวก​สาวก​ได้​ยิน​เช่น​นั้น​ก็​ซบ​ลง​กับ​พื้น​และ​รู้สึก​กลัว​ยิ่ง​นัก. 7 พระ​เยซู​จึง​เสด็จ​มา​ใกล้​และ​แตะ​ตัว​พวก​เขา ตรัส​ว่า “ลุก​ขึ้น​เถิด อย่า​กลัว​เลย.” 8 เมื่อ​พวก​เขา​เงย​หน้า​ขึ้น​ก็​ไม่​เห็น​ใคร​นอก​จาก​พระ​เยซู​เท่า​นั้น. 9 และ​ขณะ​ที่​ลง​มา​จาก​ภูเขา พระ​เยซู​ทรง​สั่ง​พวก​เขา​ว่า “อย่า​บอก​นิมิต​นี้​แก่​ผู้​ใด​จน​กว่า​บุตร​มนุษย์​จะ​ถูก​ปลุก​ให้​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย.”

10 แต่​พวก​สาวก​ทูล​ถาม​พระองค์​ว่า “ถ้า​เช่น​นั้น ทำไม​พวก​อาลักษณ์​บอก​ว่า​เอลียาห์​ต้อง​มา​ก่อน?” 11 พระองค์​ตรัส​ตอบ​ว่า “เอลียาห์​จะ​มา​จริง​และ​จะ​ฟื้นฟู​ทุก​สิ่ง. 12 แต่​เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ว่า​เอลียาห์​มา​แล้ว​และ​พวก​เขา​ไม่​รู้​จัก แต่​ได้​ทำ​กับ​เขา​ตาม​ที่​ต้องการ. บุตร​มนุษย์​จะ​ต้อง​ทน​ทุกข์​ด้วย​น้ำ​มือ​ของ​พวก​เขา​อย่าง​นั้น​เช่น​กัน.” 13 เหล่า​สาวก​จึง​เข้าใจ​ว่า​พระองค์​ตรัส​ถึง​โยฮัน​ผู้​ให้​บัพติสมา.

14 และ​เมื่อ​พระ​เยซู​กับ​เหล่า​สาวก​เดิน​มา​ทาง​ฝูง​ชน ชาย​คน​หนึ่ง​เข้า​มา​เฝ้า​พระองค์ คุกเข่า​ลง​ทูล​ว่า 15 “พระองค์​เจ้าข้า ขอ​ทรง​เมตตา​บุตร​ชาย​ของ​ข้าพเจ้า ด้วย​ว่า​เขา​ป่วย​เป็น​โรค​ลม​ชัก เขา​ตก​ลง​ใน​ไฟ​และ​ใน​น้ำ​บ่อย ๆ 16 ข้าพเจ้า​พา​เขา​มา​หา​สาวก​ของ​พระองค์​แล้ว แต่​พวก​เขา​รักษา​ไม่​ได้.” 17 พระ​เยซู​จึง​ตรัส​ว่า “โอ คน​ใน​ยุค​ที่​ขาด​ความ​เชื่อ​และ​มี​ความ​คิด​วิปริต เรา​จะ​ต้อง​อยู่​กับ​พวก​เจ้า​อีก​นาน​เท่า​ใด? เรา​จะ​ต้อง​ทน​พวก​เจ้า​นาน​เท่า​ใด? พา​เขา​มา​หา​เรา​ที่​นี่​เถิด.” 18 แล้ว​พระ​เยซู​ทรง​ขับ​ปิศาจ​และ​มัน​ก็​ออก​จาก​เขา และ​เด็ก​ชาย​คน​นั้น​ก็​หาย​โรค​ตั้ง​แต่​เวลา​นั้น. 19 ภาย​หลัง​พวก​สาวก​มา​เฝ้า​พระ​เยซู​เป็น​การ​ส่วน​ตัว​และ​ทูล​ถาม​ว่า “ทำไม​พวก​ข้าพเจ้า​ขับ​ปิศาจ​ตน​นั้น​ไม่​ได้?” 20 พระองค์​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “เพราะ​พวก​เจ้า​มี​ความ​เชื่อ​น้อย. เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า ถ้า​เจ้า​มี​ความ​เชื่อ​ขนาด​เท่า​เมล็ด​มัสตาร์ด*เมล็ด​หนึ่ง เจ้า​จะ​บอก​ภูเขา​นี้​ว่า ‘จง​ย้าย​จาก​ที่​นี่​ไป​ที่​นั่น’ แล้ว​มัน​จะ​ย้าย​ไป และ​จะ​ไม่​มี​อะไร​เป็น​ไป​ไม่​ได้​สำหรับ​เจ้า​ทั้ง​หลาย.” 21 * ——

22 เมื่อ​เหล่า​สาวก​อยู่​รวม​กัน​ใน​แคว้น​แกลิลี พระ​เยซู​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “บุตร​มนุษย์​จะ​ต้อง​ถูก​มอบ​ไว้​ใน​มือ​มนุษย์ 23 และ​พวก​นั้น​จะ​ฆ่า​ท่าน แล้ว​ใน​วัน​ที่​สาม​ท่าน​จะ​ถูก​ปลุก​ให้​เป็น​ขึ้น​มา.” พวก​สาวก​จึง​เป็น​ทุกข์​ยิ่ง​นัก.

24 เมื่อ​พระ​เยซู​กับ​สาวก​มา​ถึง​เมือง​คาเปอร์นาอุม​แล้ว พวก​คน​เก็บ​ภาษี​บำรุง​พระ​วิหาร​เข้า​มา​หา​เปโตร​และ​ถาม​ว่า “อาจารย์​ท่าน​ไม่​เสีย​ภาษี​บำรุง​พระ​วิหาร* หรือ?” 25 เขา​ตอบ​ว่า “เสีย.” แต่​เมื่อ​เขา​เข้า​ไป​ใน​เรือน พระ​เยซู​ตรัส​ถาม​เขา​ขึ้น​ก่อน​ว่า “ซีโมน เจ้า​คิด​อย่าง​ไร? กษัตริย์​ทั้ง​หลาย​เก็บ​ภาษี​อากร​จาก​ผู้​ใด? จาก​โอรส​หรือ​จาก​ผู้​อื่น?” 26 เมื่อ​เขา​ทูล​ว่า “จาก​ผู้​อื่น” พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “ถ้า​เช่น​นั้น โอรส​ก็​ไม่​ต้อง​เสีย​ภาษี. 27 แต่​เพื่อ​จะ​ไม่​ทำ​ให้​พวก​เขา​ขุ่นเคือง เจ้า​จง​ไป​หย่อน​เบ็ด​ที่​ทะเล เมื่อ​ตก​ได้​ปลา​ตัว​แรก​ก็​ให้​เปิด​ปาก​มัน เจ้า​จะ​พบ​เหรียญ​เงิน*อัน​หนึ่ง. จง​เอา​เหรียญ​นั้น​มา​ให้​เขา​เป็น​ภาษี​บำรุง​พระ​วิหาร​สำหรับ​เรา​กับ​เจ้า.”

18 ใน​เวลา​นั้น​เหล่า​สาวก​มา​เฝ้า​พระ​เยซู​และ​ทูล​ว่า “ที่​จริง ผู้​ใด​เป็น​ใหญ่​ที่​สุด​ใน​ราชอาณาจักร​สวรรค์?” 2 พระ​เยซู​จึง​ทรง​เรียก​เด็ก​เล็ก​คน​หนึ่ง​ให้​เข้า​มา​หา​แล้ว​ให้​ยืน​อยู่​กลาง​พวก​เขา 3 และ​ตรัส​ว่า “เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า ถ้า​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ไม่​เปลี่ยน​วิถี​ชีวิต*และ​เป็น​เหมือน​เด็ก​เล็ก ๆ เจ้า​จะ​ไม่​มี​วัน​ได้​เข้า​ราชอาณาจักร​สวรรค์. 4 ฉะนั้น ผู้​ที่​ถ่อม​ตัว​ลง​เหมือน​เด็ก​เล็ก ๆ คน​นี้​จะ​เป็น​ใหญ่​ที่​สุด​ใน​ราชอาณาจักร​สวรรค์ 5 และ​ผู้​ใด​รับ​คน​ที่​เป็น​เหมือน​เด็ก​เล็ก ๆ ใน​นาม​ของ​เรา​ก็​รับ​เรา​ด้วย. 6 แต่​ผู้​ใด​ทำ​ให้​คน​หนึ่ง​ใน​ผู้​เล็ก​น้อย​เหล่า​นี้​ที่​เชื่อ​ใน​เรา​หลง​ผิด* ถ้า​จะ​เอา​หิน​โม่​อย่าง​ที่​ใช้​ลา​หมุน​มา​แขวน​คอ​ผู้​นั้น​ถ่วง​ที่​กลาง​ทะเล​ก็​ดี​กว่า. 7 “วิบัติ​แก่​โลก​ที่​ก่อ​เหตุ​ให้​หลง​ผิด!* แน่​ละ จะ​ต้อง​เกิด​เหตุ​ให้​หลง​ผิด แต่​วิบัติ​จง​มี​แก่​คน​ที่​ก่อ​เหตุ​ให้​หลง​ผิด​นั้น! 8 ดัง​นั้น ถ้า​มือ​หรือ​เท้า​ของ​เจ้า​ทำ​ให้​เจ้า​หลง​ผิด* จง​ตัด​ทิ้ง​เสีย ซึ่ง​เจ้า​จะ​ได้​รับ​ชีวิต​ทั้ง ๆ ที่​มือ​หรือ​เท้า​ด้วน​หรือ​พิการ​ก็​ดี​กว่า​จะ​ถูก​โยน​เข้า​ไป​ใน​ไฟ​นิรันดร์​โดย​มี​สอง​มือ​หรือ​สอง​เท้า. 9 เช่น​เดียว​กัน ถ้า​ตา​ของ​เจ้า​ทำ​ให้​เจ้า​หลง​ผิด* จง​ควัก​ทิ้ง​เสีย ซึ่ง​เจ้า​จะ​ได้​รับ​ชีวิต​โดย​มี​ตา​ข้าง​เดียว​ก็​ดี​กว่า​จะ​ถูก​โยน​เข้า​ไป​ใน​เกเฮนนา*ที่​มี​ไฟ​ลุก​อยู่​โดย​มี​ตา​สอง​ข้าง. 10 เจ้า​ทั้ง​หลาย​จง​ระวัง อย่า​ดูหมิ่น​ผู้​เล็ก​น้อย​เหล่า​นี้​สัก​คน​หนึ่ง เพราะ​เรา​บอก​เจ้า​ว่า​เหล่า​ทูต​ของ​พวก​เขา​ใน​สวรรค์​เข้า​เฝ้า​พระ​บิดา​ของ​เรา​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์​ได้​ตลอด​เวลา. 11 * ——

12 “เจ้า​ทั้ง​หลาย​คิด​อย่าง​ไร? ถ้า​คน​หนึ่ง​มี​แกะ​หนึ่ง​ร้อย​ตัว​และ​ตัว​หนึ่ง​หลง​หาย​ไป เขา​จะ​ไม่​ละ​แกะ​เก้า​สิบ​เก้า​ตัว​ไว้​บน​ภูเขา​แล้ว​ไป​ตาม​หา​ตัว​ที่​หลง​หาย​นั้น​หรือ? 13 และ​ถ้า​เขา​พบ​มัน เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า เขา​จะ​ชื่นชม​ยินดี​ที่​พบ​แกะ​ตัว​นั้น​ยิ่ง​กว่า​ที่​มี​แกะ​เก้า​สิบ​เก้า​ตัว​ที่​ไม่​ได้​หลง​หาย​เสีย​อีก. 14 เช่น​นั้น​แหละ พระ​บิดา​ของ​เรา​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์​ก็​มิ​ได้​ปรารถนา​ให้​ผู้​เล็ก​น้อย​เหล่า​นี้​สัก​คน​เดียว​พินาศ​เลย.

15 “ถ้า​พี่​น้อง​ของ​เจ้า​ทำ​บาป จง​ไป​แจ้ง​ความ​ผิด​นั้น​กับ​เขา​สอง​ต่อ​สอง ถ้า​เขา​ฟัง​เจ้า เจ้า​ก็​ได้​พี่​น้อง​ของ​เจ้า​คืน​มา. 16 แต่​ถ้า​เขา​ไม่​ฟัง จง​พา​อีก​คน​หนึ่ง​หรือ​สอง​คน​ไป​ด้วย​เพื่อ​ทุก​เรื่อง​จะ​มี​พยาน​สอง​หรือ​สาม​ปาก​ยืน​ยัน. 17 ถ้า​เขา​ไม่​ฟัง​คน​เหล่า​นั้น จง​พูด​กับ​ประชาคม. ถ้า​เขา​ไม่​ฟัง​กระทั่ง​ประชาคม ก็​ให้​เจ้า​ถือ​ว่า​เขา​เป็น​เหมือน​คน​ต่าง​ชาติ​และ​เหมือน​คน​เก็บ​ภาษี.

18 “เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า สิ่ง​ใด​ที่​เจ้า​จะ​มัด​ไว้​บน​แผ่นดิน​โลก สิ่ง​นั้น​ถูก​มัด​ไว้​แล้ว​ใน​สวรรค์ และ​สิ่ง​ใด​ที่​เจ้า​จะ​ปลด​ปล่อย​บน​แผ่นดิน​โลก สิ่ง​นั้น​ถูก​ปลด​ปล่อย​แล้ว​ใน​สวรรค์. 19 เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​อีก​ว่า ใน​พวก​เจ้า​บน​แผ่นดิน​โลก ถ้า​มี​สอง​คน​เห็น​พ้อง​กัน​ว่า​จะ​ขอ​สิ่ง​สำคัญ​ใด ๆ พระ​บิดา​ของ​เรา​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์​จะ​ทรง​ทำ​ให้​สิ่ง​นั้น​เกิด​ขึ้น​เพื่อ​เขา. 20 ด้วย​ว่า​ที่​ใด​มี​สอง​หรือ​สาม​คน​ประชุม​กัน​ใน​นาม​ของ​เรา เรา​จะ​อยู่​ท่ามกลาง​พวก​เขา​ที่​นั่น.”

21 แล้ว​เปโตร​จึง​เข้า​มา​เฝ้า​และ​ทูล​พระองค์​ว่า “พระองค์​เจ้าข้า ข้าพเจ้า​จะ​ต้อง​อภัย​ให้​พี่​น้อง​ที่​ทำ​ผิด​ต่อ​ข้าพเจ้า​กี่​ครั้ง? ถึง​เจ็ด​ครั้ง​หรือ?” 22 พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “เรา​บอก​เจ้า​ว่า มิ​ใช่​ถึง​เจ็ด​ครั้ง แต่​ถึง​เจ็ด​สิบ​เจ็ด​ครั้ง.

23 “ด้วย​เหตุ​นั้น ราชอาณาจักร​สวรรค์​จึง​เปรียบ​เหมือน​กษัตริย์​องค์​หนึ่ง​ซึ่ง​ทรง​ประสงค์​จะ​คิด​บัญชี​หนี้สิน​กับ​ทาส​ของ​พระองค์. 24 เมื่อ​กษัตริย์​เริ่ม​คิด​บัญชี ชาย​ผู้​หนึ่ง​ซึ่ง​เป็น​หนี้​พระองค์​หนึ่ง​หมื่น​ตะลันต์*ถูก​นำ​ตัว​เข้า​มา. 25 แต่​เพราะ​เขา​ไม่​มี​เงิน​ใช้​หนี้ นาย​ของ​เขา​จึง​สั่ง​ให้​ขาย​ตัว​เขา​กับ​ภรรยา​และ​ลูก ๆ รวม​ทั้ง​ทุก​สิ่ง​ที่​เขา​มี​เพื่อ​เอา​เงิน​มา​ใช้​หนี้. 26 ทาส​คน​นี้​จึง​หมอบ​ลง​วิงวอน​นาย​ว่า ‘โปรด​ให้​เวลา​ข้าพเจ้า​อีก​หน่อย​เถิด​แล้ว​ข้าพเจ้า​จะ​ชำระ​หนี้​ทั้ง​หมด.’ 27 นาย​รู้สึก​สงสาร จึง​ปล่อย​เขา​ไป​และ​ยก​หนี้​ให้. 28 แต่​เมื่อ​ทาส​นั้น​ออก​ไป​ก็​พบ​เพื่อน​ทาส​ซึ่ง​เป็น​หนี้​เขา​หนึ่ง​ร้อย​เดนาริอน*จึง​จับ​เพื่อน​ทาส​คน​นั้น​บีบ​คอ พูด​ว่า ‘เจ้า​เป็น​หนี้​ข้า​เท่า​ไร จ่าย​มา​ให้​หมด.’ 29 เพื่อน​ทาส​ของ​เขา​จึง​หมอบ​ลง​ขอร้อง​เขา​ว่า ‘โปรด​ให้​เวลา​ข้า​อีก​หน่อย​แล้ว​ข้า​จะ​ใช้​ให้.’ 30 แต่​เขา​ไม่​ยอม จึง​ให้​คน​จับ​เพื่อน​ทาส​คน​นั้น​ไป​จำ​คุก​ไว้​จน​กว่า​จะ​ใช้​หนี้​ให้​ตน. 31 เมื่อ​พวก​เพื่อน​ทาส​เห็น​สิ่ง​ที่​เกิด​ขึ้น​ก็​สลด​ใจ​นัก พวก​เขา​จึง​ไป​ทูล​เรื่อง​ที่​เกิด​ขึ้น​ทั้ง​หมด​แก่​นาย. 32 นาย​จึง​เรียก​เขา​มา​แล้ว​ตรัส​ว่า ‘เจ้า​ทาส​ชั่ว เรา​ยก​หนี้​ให้​เจ้า​ทั้ง​หมด​เมื่อ​เจ้า​ขอร้อง​เรา. 33 เจ้า​ก็​ควร​เมตตา​เพื่อน​ทาส​ของ​เจ้า​อย่าง​ที่​เรา​เมตตา​เจ้า​มิ​ใช่​หรือ?’ 34 ด้วย​ความ​กริ้ว นาย​จึง​ส่ง​ตัว​เขา​ให้​ผู้​คุม​จน​กว่า​เขา​จะ​ใช้​หนี้​หมด. 35 พระ​บิดา​ของ​เรา​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์​จะ​ทรง​ปฏิบัติ​กับ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​อย่าง​นั้น​แหละ​ถ้า​พวก​เจ้า​แต่​ละ​คน​ไม่​อภัย​ให้​พี่​น้อง​จาก​ใจ​จริง.”

19 เมื่อ​พระ​เยซู​ตรัส​ถ้อย​คำ​เหล่า​นี้​แล้ว พระองค์​จึง​เสด็จ​จาก​แกลิลี ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​มา​ยัง​เขต​แดน​แคว้น​ยูเดีย. 2 คน​มาก​มาย​ก็​ติด​ตาม​พระองค์​ไป และ​พระองค์​ทรง​รักษา​โรค​ให้​พวก​เขา​ที่​นั่น.

3 แล้ว​พวก​ฟาริซาย​ก็​มา​ทดสอบ​พระองค์​โดย​ถาม​ว่า “ตาม​พระ​บัญญัติ ผู้​ชาย​จะ​หย่า​ภรรยา​ไม่​ว่า​ด้วย​เหตุ​ใด​ก็​ตาม​ได้​ไหม?” 4 พระ​เยซู​ตรัส​ตอบ​ว่า “พวก​เจ้า​ไม่​ได้​อ่าน​หรือ​ว่า​พระองค์​ผู้​ทรง​สร้าง​มนุษย์​ใน​ตอน​เริ่ม​ต้น​นั้น​ได้​สร้าง​ให้​เป็น​ชาย​และ​หญิง 5 แล้ว​ตรัส​ว่า ‘ด้วย​เหตุ​นี้​ผู้​ชาย​จะ​จาก​บิดา​มารดา​ไป​ผูก​พัน​ใกล้​ชิด​กับ​ภรรยา และ​ทั้ง​สอง​จะ​เป็น​เนื้อหนัง​เดียว​กัน’?* 6 พวก​เขา​จึง​ไม่​เป็น​สอง​อีก​ต่อ​ไป แต่​เป็น​เนื้อหนัง​เดียว​กัน. ฉะนั้น ที่​พระเจ้า​ทรง​ผูก​มัด​ไว้​ด้วย​กัน​แล้ว​นั้น​อย่า​ให้​มนุษย์​ทำ​ให้​แยก​จาก​กัน​เลย.” 7 พวก​เขา​จึง​ถาม​พระองค์​ว่า “ถ้า​เช่น​นั้น ทำไม​โมเซ​สั่ง​ว่า ให้​ทำ​หนังสือ​หย่า​ให้​ภรรยา​แล้ว​ก็​หย่า​ได้?” 8 พระองค์​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “โมเซ​ยอม​ให้​เจ้า​ทั้ง​หลาย​หย่า​ภรรยา​เพราะ​ใจ​พวก​เจ้า​แข็ง​กระด้าง แต่​ใน​ตอน​เริ่ม​ต้น​มิ​ได้​เป็น​เช่น​นั้น. 9 เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ว่า​ผู้​ใด​ที่​หย่า​ภรรยา​แล้ว​แต่งงาน​ใหม่​ก็​เป็น​คน​เล่นชู้ เว้น​แต่​หย่า​เพราะ​เหตุ​ที่​นาง​ผิด​ประเวณี.”*

10 พวก​สาวก​ทูล​พระองค์​ว่า “ถ้า​การ​เป็น​สามี​ภรรยา​กัน​เป็น​อย่าง​นั้น ไม่​แต่งงาน​ก็​ดี​กว่า.” 11 พระองค์​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “มิ​ใช่​ทุก​คน​จะ​จัด​ชีวิต​ตาม​ที่​ว่า​นั้น เว้น​แต่​ผู้​ที่​มี​ของ​ประทาน​นี้. 12 ด้วย​ว่า​ผู้​ที่​เป็น​ขันที​ตั้ง​แต่​กำเนิด​จาก​ครรภ์​มารดา​ก็​มี ผู้​ที่​มนุษย์​ทำ​ให้​เป็น​ขันที​ก็​มี และ​ผู้​ที่​ทำ​ตัว​เอง​ให้​เป็น​ขันที​เพราะ​เห็น​แก่​ราชอาณาจักร​สวรรค์​ก็​มี. ผู้​ที่​จัด​ชีวิต​อย่าง​นั้น​ได้ ให้​เขา​ทำ​เถิด.”

13 แล้ว​มี​คน​พา​เด็ก​เล็ก ๆ มา​ให้​พระองค์​วาง​พระ​หัตถ์​บน​พวก​เขา​และ​อธิษฐาน แต่​พวก​สาวก​ปราม​พวก​เขา​ไว้. 14 แต่​พระ​เยซู​ตรัส​ว่า “ให้​เด็ก​เล็ก ๆ เข้า​มา​หา​เรา​เถิด อย่า​ห้าม​พวก​เขา​เลย เพราะ​ราชอาณาจักร​สวรรค์​เป็น​ของ​คน​อย่าง​นี้.” 15 และ​พระองค์​ทรง​วาง​พระ​หัตถ์​บน​พวก​เด็ก ๆ แล้ว​เสด็จ​จาก​ที่​นั่น.

16 มี​คน​หนึ่ง​มา​เฝ้า​พระองค์​ทูล​ว่า “ท่าน​อาจารย์ ข้าพเจ้า​ต้อง​ทำ​ดี​อะไร​จึง​จะ​ได้​ชีวิต​นิรันดร์?” 17 พระองค์​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “เจ้า​ถาม​เรา​ทำไม​ว่า​อะไร​ดี? มี​ผู้​เดียว​ที่​ดี. แต่​ถ้า​เจ้า​ต้องการ​ได้​ชีวิต จง​ปฏิบัติ​ตาม​พระ​บัญญัติ​ต่อ ๆ ไป.” 18 เขา​ทูล​ถาม​พระองค์​ว่า “ข้อ​ใด​บ้าง?” พระ​เยซู​ตรัส​ว่า “คือ​ข้อ​ที่​ว่า อย่า​ฆ่า​คน อย่า​เล่นชู้ อย่า​ขโมย อย่า​เป็น​พยาน​เท็จ 19 จง​นับถือ​บิดา​มารดา​ของ​เจ้า และ​จง​รัก​เพื่อน​บ้าน​เหมือน​รัก​ตน​เอง.” 20 คน​หนุ่ม​นั้น​ทูล​พระองค์​ว่า “ข้าพเจ้า​ได้​ปฏิบัติ​ตาม​ข้อ​เหล่า​นั้น​ทั้ง​หมด​แล้ว ข้าพเจ้า​ยัง​ขาด​อะไร​อีก?” 21 พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “ถ้า​เจ้า​อยาก​เป็น​คน​ดี​พร้อม จง​ไป​ขาย​ทรัพย์​สมบัติ​และ​เอา​เงิน​แจก​ให้​คน​จน​แล้ว​เจ้า​จะ​มี​ทรัพย์​สมบัติ​ใน​สวรรค์ แล้ว​จง​มา​เป็น​ผู้​ติด​ตาม​เรา​เถิด.” 22 เมื่อ​คน​หนุ่ม​ได้​ยิน​คำ​ตรัส​นั้น​ก็​ออก​ไป​ด้วย​ความ​ทุกข์​ใจ​เพราะ​เขา​มี​ทรัพย์​สมบัติ​มาก. 23 แต่​พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เหล่า​สาวก​ว่า “เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า คน​มั่งมี​จะ​เข้า​ราชอาณาจักร​สวรรค์​ก็​ยาก​นัก. 24 เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​อีก​ว่า อูฐ​จะ​ลอด​รู​เข็ม​ก็​ง่าย​กว่า​คน​มั่งมี​จะ​เข้า​ราชอาณาจักร​ของ​พระเจ้า.”

25 เมื่อ​พวก​สาวก​ได้​ยิน​เช่น​นั้น​ก็​ประหลาด​ใจ​มาก จึง​ทูล​ว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น ใคร​จะ​รอด​ได้?” 26 พระ​เยซู​ทรง​มอง​พวก​เขา​แล้ว​ตรัส​ว่า “สำหรับ​มนุษย์ เรื่อง​นี้​เป็น​ไป​ไม่​ได้ แต่​พระเจ้า​ทรง​ทำ​ให้​ทุก​สิ่ง​เป็น​ไป​ได้.”

27 เปโตร​จึง​ทูล​ตอบ​พระองค์​ว่า “พวก​ข้าพเจ้า​ได้​สละ​ทุก​สิ่ง​และ​ติด​ตาม​พระองค์ แล้ว​พวก​ข้าพเจ้า​จะ​ได้​อะไร​บ้าง?” 28 พระ​เยซู​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า ใน​คราว​การ​สร้าง​สิ่ง​ต่าง ๆ ขึ้น​ใหม่​นั้น เมื่อ​บุตร​มนุษย์​ขึ้น​นั่ง​บน​บัลลังก์​อัน​รุ่ง​โรจน์​ของ​ท่าน พวก​เจ้า​ที่​ติด​ตาม​เรา​ก็​จะ​นั่ง​บน​บัลลังก์​สิบ​สอง​บัลลังก์ พิพากษา​อิสราเอล​สิบ​สอง​ตระกูล. 29 และ​ทุก​คน​ที่​ได้​สละ​บ้าน​หรือ​พี่​น้อง​ชาย​หญิง​หรือ​บิดา​หรือ​มารดา​หรือ​ลูก ๆ หรือ​ไร่​นา​เพื่อ​เห็น​แก่​นาม​ของ​เรา​จะ​ได้​คืน​อีก​หลาย​เท่า​และ​จะ​ได้​รับ​ชีวิต​นิรันดร์.

30 “แต่​หลาย​คน​ที่​เป็น​คน​แรก​จะ​เป็น​คน​สุด​ท้าย​และ​คน​สุด​ท้าย​จะ​ได้​เป็น​คน​แรก.

20 “ด้วย​ว่า​ราชอาณาจักร​สวรรค์​เปรียบ​เหมือน​เจ้าของ​สวน​คน​หนึ่ง​ซึ่ง​ออก​ไป​แต่​เช้า​ตรู่​เพื่อ​จ้าง​คน​มา​ทำ​งาน​ใน​สวน​องุ่น​ของ​เขา. 2 เมื่อ​เขา​ตก​ลง​กับ​คน​งาน​ว่า​จะ​ให้​วัน​ละ​หนึ่ง​เดนาริอน*แล้ว​จึง​ส่ง​พวก​เขา​เข้า​ไป​ใน​สวน​องุ่น. 3 เมื่อ​เขา​ออก​ไป​อีก​ตอน​ประมาณ​เก้า​โมง​ก็​เห็น​คน​ยืน​ว่าง​งาน​อยู่​ใน​ตลาด 4 เขา​จึง​พูด​กับ​คน​เหล่า​นั้น​ว่า ‘พวก​เจ้า​ก็​ไป​ทำ​งาน​ใน​สวน​องุ่น​ด้วย​สิ แล้ว​เรา​จะ​จ่าย​ค่า​จ้าง​ให้​พวก​เจ้า​อย่าง​เป็น​ธรรม.’ 5 คน​เหล่า​นั้น​ก็​ไป. เขา​ออก​ไป​อีก​ตอน​ประมาณ​เที่ยง​วัน​และ​บ่าย​สาม​โมง และ​ทำ​เช่น​เดียว​กัน. 6 ครั้ง​สุด​ท้าย เขา​ออก​ไป​ตอน​ประมาณ​ห้า​โมง​เย็น​และ​ยัง​เห็น​มี​คน​ยืน​อยู่ จึง​พูด​กับ​คน​เหล่า​นั้น​ว่า ‘ทำไม​พวก​เจ้า​ยืน​ว่าง​งาน​อยู่​ที่​นี่​ทั้ง​วัน​เล่า?’ 7 คน​เหล่า​นั้น​บอก​เขา​ว่า ‘เพราะ​ไม่​มี​ใคร​จ้าง​พวก​เรา.’ เขา​จึง​พูด​กับ​คน​เหล่า​นั้น​ว่า ‘พวก​เจ้า​ก็​ไป​ทำ​งาน​ใน​สวน​องุ่น​ด้วย​สิ.’

8 “พอ​ถึง​เวลา​เย็น เจ้าของ​สวน​องุ่น​จึง​พูด​กับ​หัวหน้า​คน​งาน​ว่า ‘จง​เรียก​คน​งาน​มา​และ​จ่าย​ค่า​จ้าง​ให้​พวก​เขา​เถิด โดย​เริ่ม​จาก​พวก​ที่​มา​หลัง​สุด​ขึ้น​มา​จน​ถึง​พวก​แรก.’ 9 เมื่อ​คน​ที่​เริ่ม​ทำ​งาน​ตอน​ห้า​โมง​เย็น​มา พวก​เขา​ได้​รับ​คน​ละ​หนึ่ง​เดนาริอน. 10 ดัง​นั้น เมื่อ​คน​ทำ​งาน​พวก​แรก​มา พวก​เขา​จึง​คิด​ว่า​ตน​จะ​ได้​รับ​มาก​กว่า แต่​พวก​เขา​ก็​ได้​รับ​ค่า​จ้าง​คน​ละ​หนึ่ง​เดนาริอน​เหมือน​กัน. 11 ตอน​ที่​รับ​ค่า​จ้าง​พวก​เขา​จึง​บ่น​ต่อ​ว่า​เจ้าของ​สวน 12 ว่า ‘พวก​ที่​มา​หลัง​สุด​นี้​ทำ​งาน​ชั่วโมง​เดียว แต่​ท่าน​ก็​จ่าย​ให้​พวก​เขา​เท่า​กับ​พวก​เรา​ซึ่ง​ทำ​งาน​หนัก​กรำ​แดด​ทั้ง​วัน!’ 13 แต่​เจ้าของ​สวน​ตอบ​พวก​เขา​คน​หนึ่ง​ว่า ‘สหาย​เอ๋ย ที่​เรา​จ่าย​ให้​เจ้า​นั้น​ถูก​แล้ว. เจ้า​ตก​ลง​กับ​เรา​หนึ่ง​เดนาริอน​มิ​ใช่​หรือ? 14 จง​รับ​ค่า​จ้าง​ของ​เจ้า​แล้ว​ไป​เถิด. เรา​ต้องการ​ให้​คน​ที่​มา​หลัง​สุด​เท่า​กับ​ที่​ให้​เจ้า. 15 เรา​มี​สิทธิ์​จะ​ใช้​เงิน​ของ​เรา​อย่าง​ไร​ก็​ได้​มิ​ใช่​หรือ? หรือ​ว่า​เจ้า​เห็น​เรา​ใจ​ดี​จึง​อิจฉา​ตา​ร้อน?’ 16 อย่าง​นี้​แหละ คน​สุด​ท้าย​จะ​เป็น​คน​แรก และ​คน​แรก​จะ​เป็น​คน​สุด​ท้าย.”

17 ขณะ​ที่​พระ​เยซู​กำลัง​จะ​ขึ้น​ไป​ยัง​กรุง​เยรูซาเลม พระองค์​ทรง​พา​สาวก​สิบ​สอง​คน​แยก​ออก​ไป​และ​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ระหว่าง​เดิน​ทาง​ว่า 18 “ตอน​นี้​พวก​เรา​จะ​ขึ้น​ไป​ยัง​กรุง​เยรูซาเลม และ​บุตร​มนุษย์​จะ​ถูก​มอบ​ไว้​ใน​มือ​พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​กับ​พวก​อาลักษณ์ พวก​เขา​จะ​ตัดสิน​ลง​โทษ​ท่าน​ถึง​ตาย 19 และ​จะ​ส่ง​ท่าน​ให้​ชน​ต่าง​ชาติ พวก​เขา​จะ​เยาะเย้ย เฆี่ยน​ตี และ​ตรึง​ท่าน​ไว้​บน​เสา แล้ว​ใน​วัน​ที่​สาม​ท่าน​จะ​ถูก​ปลุก​ให้​เป็น​ขึ้น​มา.”

20 แล้ว​ภรรยา​ของ​เซเบเดอุส​ได้​พา​บุตร​เข้า​มา​เฝ้า​พระองค์ นาง​คุกเข่า​ลง​ทูล​ขอ​บาง​สิ่ง​จาก​พระองค์. 21 พระองค์​ตรัส​ถาม​นาง​ว่า “เจ้า​ต้องการ​อะไร?” นาง​ทูล​พระองค์​ว่า “ขอ​ทรง​ให้​คำ​มั่น​ว่า​บุตร​สอง​คน​นี้​ของ​ข้าพเจ้า​จะ​ได้​นั่ง​ด้าน​ขวา​พระ​หัตถ์​ของ​พระองค์​คน​หนึ่ง​และ​ด้าน​ซ้าย​คน​หนึ่ง​ใน​ราชอาณาจักร​ของ​พระองค์.” 22 พระ​เยซู​ตรัส​ตอบ​ว่า “พวก​เจ้า​ไม่​รู้​ว่า​กำลัง​ขอ​อะไร. พวก​เจ้า​จะ​ดื่ม​จาก​ถ้วย​ที่​เรา​จะ​ดื่ม​ได้​หรือ?” พวก​เขา​ทูล​พระองค์​ว่า “พวก​ข้าพเจ้า​ดื่ม​ได้.” 23 พระองค์​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “พวก​เจ้า​จะ​ได้​ดื่ม​จาก​ถ้วย​ของ​เรา​จริง แต่​ใคร​จะ​ได้​นั่ง​ด้าน​ขวา​หรือ​ด้าน​ซ้าย​ของ​เรา​นั้น เรา​ไม่​ใช่​ผู้​กำหนด แต่​ที่​นั่ง​เหล่า​นั้น​จะ​เป็น​ของ​ผู้​ที่​พระ​บิดา​ของ​เรา​เตรียม​ไว้​ให้.”

24 เมื่อ​สาวก​อีก​สิบ​คน​ได้​ยิน​เรื่อง​นั้น​จึง​ไม่​พอ​ใจ​พี่​น้อง​สอง​คน​นั้น. 25 แต่​พระ​เยซู​ทรง​เรียก​พวก​เขา​มา​เฝ้า​และ​ตรัส​ว่า “พวก​เจ้า​รู้​ว่า​ผู้​มี​อำนาจ​ปกครอง​ของ​ชน​ต่าง​ชาติ​ทำ​ตัว​เป็น​นาย​เหนือ​พวก​เขา​และ​พวก​คน​ใหญ่​คน​โต​ก็​ใช้​อำนาจ​กดขี่. 26 แต่​พวก​เจ้า​ไม่​เป็น​เช่น​นั้น ผู้​ใด​ต้องการ​เป็น​ใหญ่​ใน​หมู่​พวก​เจ้า​ต้อง​เป็น​ผู้​รับใช้​พวก​เจ้า 27 และ​ผู้​ใด​ต้องการ​เป็น​เอก​เป็น​ใหญ่​ใน​หมู่​พวก​เจ้า​ต้อง​เป็น​ทาส​ของ​พวก​เจ้า. 28 เช่น​เดียว​กัน บุตร​มนุษย์​ไม่​ได้​มา​ให้​คน​อื่น​รับใช้ แต่​มา​รับใช้​คน​อื่น และ​สละ​ชีวิต​เป็น​ค่า​ไถ่​เพื่อ​คน​เป็น​อัน​มาก.”

29 เมื่อ​พระ​เยซู​กับ​เหล่า​สาวก​ออก​จาก​เมือง​เยริโค คน​เป็น​อัน​มาก​ก็​ตาม​พระองค์​ไป. 30 มี​ชาย​ตา​บอด​สอง​คน​นั่ง​อยู่​ริม​ทาง เมื่อ​ทั้ง​สอง​ได้​ยิน​ว่า​พระ​เยซู​เสด็จ​ผ่าน​มา​จึง​ร้อง​ว่า “พระองค์​เจ้าข้า บุตร​ดาวิด​เจ้าข้า โปรด​เมตตา​พวก​ข้าพเจ้า​เถิด!” 31 แต่​ฝูง​ชน​ดุ​ว่า​เขา​ทั้ง​สอง​ให้​เงียบ ๆ ไว้ ถึง​กระนั้น ทั้ง​สอง​ยิ่ง​ร้อง​ดัง​ขึ้น​อีก​ว่า “พระองค์​เจ้าข้า บุตร​ดาวิด​เจ้าข้า โปรด​เมตตา​พวก​ข้าพเจ้า​เถิด!” 32 พระ​เยซู​จึง​ทรง​หยุด​เดิน​แล้ว​เรียก​เขา​ทั้ง​สอง​มา​และ​ตรัส​ว่า “เจ้า​ทั้ง​สอง​อยาก​ให้​เรา​ทำ​อะไร​ให้?” 33 เขา​ทั้ง​สอง​ทูล​ว่า “พระองค์​เจ้าข้า ขอ​ทรง​ให้​ตา​พวก​ข้าพเจ้า​มอง​เห็น.” 34 พระ​เยซู​ทรง​รู้สึก​สงสาร​จึง​แตะ​ที่​ตา​เขา​ทั้ง​สอง เขา​ทั้ง​สอง​ก็​มอง​เห็น​ทันที​และ​ตาม​พระองค์​ไป.

21 เมื่อ​พระองค์​กับ​เหล่า​สาวก​มา​ใกล้​กรุง​เยรูซาเลม​และ​มา​ถึง​หมู่​บ้าน​เบทฟาเก​บน​ภูเขา​มะกอก​แล้ว พระ​เยซู​ทรง​ใช้​สาวก​สอง​คน​ไป 2 โดย​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “จง​เข้า​ไป​ใน​หมู่​บ้าน​ที่​เห็น​อยู่​ข้าง​หน้า​นี้ และ​พวก​เจ้า​จะ​พบ​ลา​ตัว​หนึ่ง​ถูก​ล่าม​อยู่​กับ​ลูก​ของ​มัน จง​แก้​เชือก​แล้ว​จูง​มา​ให้​เรา. 3 และ​ถ้า​มี​คน​พูด​อะไร​กับ​พวก​เจ้า จง​บอก​ว่า ‘องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ทรง​ประสงค์’ แล้ว​เขา​จะ​ให้​พวก​มัน​มา​ทันที.”

4 ที่​จริง สิ่ง​นี้​เกิด​ขึ้น​ก็​เพื่อ​ให้​สำเร็จ​ตาม​ที่​ผู้​พยากรณ์​กล่าว​ไว้​ว่า 5 “จง​บอก​บุตรี​แห่ง​ซีโอน​ว่า ‘ดู​เถิด! กษัตริย์​ของ​เจ้า​กำลัง​เสด็จ​มา​หา​เจ้า พระองค์​มี​พระทัย​อ่อนโยน และ​ทรง​ประทับ​บน​หลัง​ลา พระองค์​ทรง​ประทับ​บน​หลัง​ลูก​ลา​ซึ่ง​เป็น​ลูก​สัตว์​พาหนะ.’ ”

6 สาวก​สอง​คน​นั้น​จึง​ไป​ทำ​ตาม​ที่​พระ​เยซู​ทรง​บัญชา. 7 ทั้ง​สอง​ได้​จูง​ลา​กับ​ลูก​ของ​มัน​มา แล้ว​เอา​เสื้อ​คลุม​ปู​บน​หลัง​ลา​ให้​พระองค์​นั่ง. 8 ฝูง​ชน​ส่วน​ใหญ่​เอา​เสื้อ​คลุม​ของ​ตน​ปู​ตาม​ทาง ขณะ​ที่​คน​อื่น ๆ ตัด​กิ่ง​ไม้​มา​ปู. 9 ส่วน​ฝูง​ชน​ที่​เดิน​อยู่​ข้าง​หน้า​พระองค์​และ​ที่​เดิน​ตาม​หลัง​ต่าง​ก็​ร้อง​ว่า “พระองค์​ผู้​เป็น​บุตร​ดาวิด ขอ​ทรง​พระ​เจริญ! ขอ​พระ​พร​จง​มี​แด่​พระองค์​ผู้​เสด็จ​มา​ใน​พระ​นาม​พระ​ยะโฮวา! ข้า​แต่​พระ​ผู้​สถิต​ใน​ที่​สูง​เบื้อง​บน ขอ​ทรง​โปรด​ช่วย​ให้​พระองค์​ทรง​พระ​เจริญ​เถิด!”

10 เมื่อ​พระองค์​เสด็จ​เข้า​ไป​ใน​กรุง​เยรูซาเลม คน​ทั้ง​เมือง​ก็​พา​กัน​แตก​ตื่น ถาม​ว่า “คน​นี้​เป็น​ใคร?” 11 ฝูง​ชน​พูด​กัน​ว่า “ท่าน​นี้​คือ​เยซู​ผู้​พยากรณ์​จาก​เมือง​นาซาเรท​แคว้น​แกลิลี!”

12 แล้ว​พระ​เยซู​เสด็จ​เข้า​ไป​ใน​พระ​วิหาร​และ​ขับ​ไล่​คน​ที่​กำลัง​ซื้อ​ขาย​อยู่​ใน​พระ​วิหาร​และ​คว่ำ​โต๊ะ​คน​รับ​แลก​เงิน​กับ​ม้า​นั่ง​ของ​คน​ขาย​นก​เขา. 13 และ​พระองค์​ตรัส​กับ​คน​เหล่า​นั้น​ว่า “มี​คำ​เขียน​ไว้​ว่า ‘นิเวศ​ของ​เรา​จะ​ถูก​เรียก​ว่า​นิเวศ​สำหรับ​การ​อธิษฐาน’ แต่​พวก​เจ้า​กำลัง​ทำ​ให้​เป็น​ถ้ำ​โจร.” 14 พวก​คน​ตา​บอด​กับ​คน​ง่อย​ก็​มา​หา​พระองค์​ใน​พระ​วิหาร​ด้วย พระองค์​จึง​ทรง​รักษา​พวก​เขา​ให้​หาย.

15 เมื่อ​พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​กับ​พวก​อาลักษณ์​เห็น​การ​อัศจรรย์​ที่​พระองค์​ทำ​และ​เห็น​เด็ก ๆ ร้อง​อยู่​ใน​พระ​วิหาร​ว่า “พระองค์​ผู้​เป็น​บุตร​ดาวิด ขอ​ทรง​พระ​เจริญ!” พวก​เขา​ก็​ขุ่นเคือง 16 และ​พูด​กับ​พระองค์​ว่า “ท่าน​ได้​ยิน​ที่​เด็ก​เหล่า​นั้น​พูด​อยู่​หรือ​ไม่?” พระ​เยซู​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “เรา​ได้​ยิน. พวก​เจ้า​ไม่​เคย​อ่าน​ข้อ​นี้​หรือ​ว่า ‘พระองค์​ทรง​ให้​มี​คำ​สรรเสริญ​จาก​ปาก​เด็ก​และ​ทารก​ที่​ยัง​ไม่​หย่า​นม’?” 17 แล้ว​พระองค์​จึง​เสด็จ​ไป​จาก​พวก​เขา​และ​ออก​นอก​กรุง​ไป​ยัง​หมู่​บ้าน​เบทาเนีย​และ​ประทับ​แรม​ที่​นั่น.

18 เมื่อ​พระ​เยซู​เสด็จ​กลับ​เข้า​กรุง​ใน​ตอน​เช้า​ตรู่​ก็​ทรง​หิว. 19 พระองค์​ทรง​เห็น​ต้น​มะเดื่อ​ริม​ทาง​จึง​เสด็จ​เข้า​ไป​ดู แต่​ไม่​พบ​อะไร​บน​ต้น​เว้น​แต่​ใบ​เท่า​นั้น พระองค์​จึง​ตรัส​กับ​ต้น​มะเดื่อ​นั้น​ว่า “เจ้า​จะ​ไม่​เกิด​ผล​อีก​ต่อ​ไป.” ต้น​มะเดื่อ​นั้น​ก็​เหี่ยว​แห้ง​ไป​ทันที. 20 เมื่อ​พวก​สาวก​เห็น​เช่น​นั้น​ก็​สงสัย​จึง​ทูล​ถาม​ว่า “ต้น​มะเดื่อ​นั้น​เหี่ยว​แห้ง​ไป​ทันที​ได้​อย่าง​ไร?” 21 พระ​เยซู​ตรัส​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า ถ้า​เพียง​เจ้า​มี​ความ​เชื่อ​และ​มิ​ได้​สงสัย เจ้า​จะ​ทำ​ได้​ไม่​เพียง​สิ่ง​ที่​เรา​ทำ​กับ​ต้น​มะเดื่อ​เท่า​นั้น แต่​ถ้า​เจ้า​พูด​กับ​ภูเขา​นี้​ว่า ‘จง​ลอย​ไป​หล่น​ลง​ใน​ทะเล​เถิด’ มัน​ก็​จะ​เกิด​ขึ้น​ตาม​นั้น​ด้วย. 22 และ​ทุก​สิ่ง​ที่​พวก​เจ้า​อธิษฐาน​ขอ​ด้วย​ความ​เชื่อ เจ้า​จะ​ได้​รับ.”

23 เมื่อ​พระองค์​เสด็จ​เข้า​ไป​ใน​พระ​วิหาร พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​กับ​พวก​ผู้​เฒ่า​ผู้​แก่​ก็​เข้า​มา​หา​พระองค์​ขณะ​ที่​ทรง​สอน​อยู่​และ​กล่าว​ว่า “เจ้า​ทำ​สิ่ง​เหล่า​นั้น​ด้วย​อำนาจ​อะไร? ใคร​ให้​อำนาจ​นั้น​แก่​เจ้า?” 24 พระ​เยซู​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “เรา​จะ​ถาม​พวก​เจ้า​ข้อ​หนึ่ง​เช่น​กัน. ถ้า​เจ้า​บอก​เรา เรา​ก็​จะ​บอก​พวก​เจ้า​ว่า​เรา​ทำ​สิ่ง​เหล่า​นั้น​ด้วย​อำนาจ​อะไร. 25 บัพติสมา*โดย​โยฮัน​นั้น​มา​จาก​ไหน? จาก​สวรรค์​หรือ​จาก​มนุษย์?” พวก​เขา​จึง​ปรึกษา​กัน​ว่า “ถ้า​พวก​เรา​บอก​ว่า ‘มา​จาก​สวรรค์’ เขา​ก็​จะ​พูด​กับ​พวก​เรา​ว่า ‘แล้ว​ทำไม​พวก​เจ้า​จึง​ไม่​เชื่อ​โยฮัน​เล่า?’ 26 แต่​ถ้า​พวก​เรา​บอก​ว่า ‘มา​จาก​มนุษย์’ ก็​กลัว​ฝูง​ชน เพราะ​พวก​เขา​ถือ​ว่า​โยฮัน​เป็น​ผู้​พยากรณ์.” 27 ดัง​นั้น พวก​เขา​จึง​ตอบ​พระ​เยซู​ว่า “พวก​เรา​ไม่​รู้.” พระองค์​จึง​ตรัส​ว่า “เรา​ก็​จะ​ไม่​บอก​พวก​เจ้า​เช่น​กัน​ว่า​เรา​ทำ​สิ่ง​เหล่า​นั้น​ด้วย​อำนาจ​อะไร.

28 “เจ้า​ทั้ง​หลาย​คิด​อย่าง​ไร? ชาย​คน​หนึ่ง​มี​บุตร​สอง​คน. เขา​ไป​พูด​กับ​บุตร​คน​โต​ว่า ‘ลูก​เอ๋ย วัน​นี้​ไป​ทำ​งาน​ใน​สวน​องุ่น​เถิด.’ 29 บุตร​คน​นี้​ตอบ​ว่า ‘ลูก​จะ​ไป’ แต่​ก็​ไม่​ได้​ไป. 30 เมื่อ​เขา​ไป​หา​บุตร​คน​ที่​สอง​ก็​พูด​เหมือน​กัน. บุตร​คน​นี้​ตอบ​ว่า ‘ลูก​ไม่​ไป.’ ภาย​หลัง​เขา​รู้สึก​เสียใจ​แล้ว​ก็​ไป. 31 บุตร​สอง​คน​นี้ คน​ไหน​ทำ​ตาม​ความ​ประสงค์​ของ​บิดา?” พวก​เขา​บอก​ว่า “คน​ที่​สอง.” พระ​เยซู​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า คน​เก็บ​ภาษี​และ​หญิง​แพศยา​จะ​เข้า​ราชอาณาจักร​ของ​พระเจ้า​ก่อน​พวก​เจ้า. 32 ด้วย​ว่า​โยฮัน​มา​ชี้​ทาง​ที่​ถูก​ต้อง​แก่​พวก​เจ้า พวก​เจ้า​ไม่​เชื่อ​เขา แต่​พวก​คน​เก็บ​ภาษี​และ​หญิง​แพศยา​เชื่อ​เขา และ​แม้​พวก​เจ้า​เห็น​เช่น​นั้น​ก็​ยัง​มิ​ได้​เสียใจ​และ​เชื่อ​เขา.

33 “จง​ฟัง​อุปมา​โวหาร​อีก​เรื่อง​หนึ่ง มี​ชาย​เจ้าของ​ที่​ดิน​คน​หนึ่ง​ทำ​สวน​องุ่น เขา​ล้อม​รั้ว​และ​ขุด​บ่อ​ย่ำ​องุ่น​ใน​สวน​นั้น​อีก​ทั้ง​สร้าง​หอคอย​ไว้ และ​ให้​ชาว​สวน​เช่า​แล้ว​เดิน​ทาง​ไป​ต่าง​แดน. 34 เมื่อ​ถึง​ฤดู​เก็บ​ผล เขา​ก็​ส่ง​ทาส​ไป​หา​ผู้​เช่า​สวน​เพื่อ​รับ​พืช​ผล​ของ​ตน. 35 แต่​ผู้​เช่า​สวน​จับ​ทาส​ของ​เขา​เฆี่ยน​คน​หนึ่ง ฆ่า​เสีย​คน​หนึ่ง อีก​คน​หนึ่ง​พวก​เขา​เอา​หิน​ขว้าง​ตาย. 36 เขา​จึง​ใช้​ทาส​ไป​อีก มาก​กว่า​ที่​ใช้​ไป​ครั้ง​แรก แต่​พวก​เขา​ก็​ทำ​กับ​ทาส​เหล่า​นี้​อย่าง​เดียว​กัน. 37 สุด​ท้าย เขา​ส่ง​บุตร​ชาย​ของ​ตน​ไป​หา​พวก​นั้น​และ​พูด​ว่า ‘พวก​เขา​คง​จะ​นับถือ​บุตร​ของ​เรา.’ 38 เมื่อ​ผู้​เช่า​สวน​เห็น​บุตร​เจ้าของ​สวน​ก็​พูด​กัน​ว่า ‘คน​นี้​เป็น​ผู้​รับ​มรดก ฆ่า​เขา​เสีย เรา​จะ​ได้​เอา​มรดก​ของ​เขา!’ 39 พวก​เขา​จึง​จับ​บุตร​เจ้าของ​สวน​โยน​ออก​ไป​นอก​สวน​องุ่น​แล้ว​ฆ่า​เสีย. 40 ดัง​นั้น เมื่อ​เจ้าของ​สวน​องุ่น​มา เขา​จะ​ทำ​อย่าง​ไร​กับ​ผู้​เช่า​สวน​เหล่า​นั้น?” 41 เขา​ทั้ง​หลาย​ทูล​ว่า “เพราะ​คน​เหล่า​นั้น​เป็น​คน​ชั่ว เขา​จะ​ทำ​ให้​คน​เหล่า​นั้น​พินาศ​ย่อยยับ​แล้ว​เอา​สวน​องุ่น​ให้​ชาว​สวน​คน​อื่น​เช่า ซึ่ง​จะ​ให้​พืช​ผล​แก่​เขา​เมื่อ​ถึง​ฤดู​เก็บ​ผล.”

42 พระ​เยซู​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “เจ้า​ทั้ง​หลาย​ไม่​เคย​อ่าน​ใน​พระ​คัมภีร์​หรือ​ว่า ‘หิน​ที่​ช่าง​ก่อ​สร้าง​ปฏิเสธ​นั้น​ได้​กลาย​เป็น​หิน​หัว​มุม​หลัก. เรื่อง​นี้​เป็น​มา​แต่​พระ​ยะโฮวา​และ​เป็น​สิ่ง​อัศจรรย์​ใน​สายตา​พวก​เรา’? 43 ฉะนั้น เรา​บอก​พวก​เจ้า​ว่า ราชอาณาจักร​ของ​พระเจ้า​จะ​ถูก​เอา​ไป​จาก​พวก​เจ้า​แล้ว​มอบ​ให้​แก่​ชน​ชาติ​หนึ่ง​ซึ่ง​จะ​เกิด​ผล​ที่​เหมาะ​สม​กับ​ราชอาณาจักร. 44 และ​คน​ที่​ตก​ลง​ไป​กระแทก​หิน​ก้อน​นั้น​จะ​แตก​เป็น​เสี่ยง ๆ. ถ้า​หิน​ก้อน​นั้น​ตก​ทับ​ใคร คน​นั้น​ก็​จะ​แหลก​ไป.”

45 เมื่อ​พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​กับ​พวก​ฟาริซาย​ได้​ยิน​อุปมา​โวหาร​เหล่า​นั้น พวก​เขา​รู้​ว่า​พระองค์​ตรัส​ถึง​ตน. 46 แม้​ว่า​พวก​เขา​อยาก​จะ​จับ​พระองค์ แต่​ก็​กลัว​ฝูง​ชน เพราะ​คน​เหล่า​นั้น​ถือ​ว่า​พระองค์​เป็น​ผู้​พยากรณ์.

22 พระ​เยซู​ตรัส​กับ​พวก​เขา​เป็น​อุปมา​โวหาร​อีก​ว่า 2 “ราชอาณาจักร​สวรรค์​เปรียบ​เหมือน​กษัตริย์​องค์​หนึ่ง​จัด​งาน​เลี้ยง​สมรส​ให้​โอรส. 3 พระองค์​ทรง​ใช้​ทาส​ออก​ไป​เรียก​ผู้​ที่​ได้​รับ​เชิญ​ให้​มา​ยัง​งาน​เลี้ยง​สมรส​นั้น แต่​คน​เหล่า​นั้น​ไม่​อยาก​มา. 4 พระองค์​จึง​ทรง​ใช้​ทาส​คน​อื่น ๆ ไป​อีก ตรัส​ว่า ‘จง​บอก​ผู้​ที่​ได้​รับ​เชิญ​เหล่า​นั้น​ว่า “เรา​ได้​เตรียม​อาหาร​ไว้​แล้ว วัว​ผู้​และ​สัตว์​ที่​ขุน​ไว้​ก็​ฆ่า​แล้ว และ​ทุก​สิ่ง​ก็​พร้อม. เชิญ​มา​ยัง​งาน​เลี้ยง​สมรส​เถิด.”’ 5 แต่​คน​เหล่า​นั้น​ไม่​สนใจ และ​ออก​ไป​ที่​ทุ่ง​นา​ของ​ตน​บ้าง ไป​ค้า​ขาย​บ้าง 6 ส่วน​คน​อื่น ๆ จับ​ตัว​ทาส​ของ​พระองค์​ไว้ แล้ว​เหยียด​หยาม​และ​ทำ​ร้าย แล้ว​ฆ่า​เสีย.

7 “กษัตริย์​ทรง​พิโรธ​และ​ส่ง​กองทัพ​ของ​พระองค์​ไป​ทำลาย​ฆาตกร​เหล่า​นั้น​และ​เผา​เมือง​ของ​พวก​เขา​เสีย. 8 แล้ว​พระองค์​ตรัส​กับ​ทาส​ของ​พระองค์​ว่า ‘งาน​เลี้ยง​สมรส​พร้อม​แล้ว แต่​ผู้​ที่​ได้​รับ​เชิญ​ไม่​คู่​ควร. 9 ฉะนั้น จง​ไป​ตาม​ถนน​ใหญ่ ถ้า​พบ​ผู้​ใด​ก็​ให้​เชิญ​มา​ยัง​งาน​เลี้ยง​สมรส​นี้.’ 10 ดัง​นั้น ทาส​เหล่า​นั้น​จึง​ออก​ไป​ตาม​ถนน​แล้ว​รวบ​รวม​ทุก​คน​ที่​พวก​เขา​พบ ทั้ง​คน​ชั่ว​และ​คน​ดี ห้อง​จัด​งาน​อภิเษก​สมรส​จึง​มี​แขก​นั่ง​อยู่​เต็ม.

11 “เมื่อ​กษัตริย์​เสด็จ​มา​ทอด​พระ​เนตร​แขก​เหรื่อ พระองค์​ทรง​เห็น​ว่า​มี​คน​หนึ่ง​ไม่​สวม​เสื้อ​สำหรับ​งาน​สมรส. 12 พระองค์​จึง​รับสั่ง​ถาม​ว่า ‘สหาย​เอ๋ย เจ้า​เข้า​มา​ที่​นี่​ได้​อย่าง​ไร​โดย​ไม่​สวม​เสื้อ​สำหรับ​งาน​สมรส?’ เขา​ก็​พูด​ไม่​ออก. 13 กษัตริย์​จึง​ตรัส​กับ​มหาดเล็ก​ว่า ‘จง​มัด​มือ​มัด​เท้า​เขา​แล้ว​โยน​ออก​ไป​ใน​ที่​มืด​ข้าง​นอก. ที่​นั่น​เขา​จะ​ร้องไห้​และ​ขบ​เขี้ยว​เคี้ยว​ฟัน.’

14 “ด้วย​ว่า​ผู้​ได้​รับ​เชิญ​มี​มาก แต่​ผู้​ถูก​เลือก​มี​น้อย.”

15 พวก​ฟาริซาย​ก็​ออก​ไป​และ​ปรึกษา​กัน​เพื่อ​จะ​จับ​ผิด​คำ​พูด​ของ​พระองค์. 16 พวก​เขา​จึง​ใช้​สาวก​ของ​ตน​ไป​หา​พระองค์​พร้อม​กับ​กลุ่ม​คน​ที่​สนับสนุน​เฮโรด แล้ว​ให้​พูด​ว่า “ท่าน​อาจารย์ พวก​เรา​รู้​ว่า​ท่าน​พูด​แต่​ความ​จริง​และ​สอน​ทาง​ของ​พระเจ้า​ตาม​ความ​จริง และ​ท่าน​ไม่​เห็น​แก่​ใคร​เพราะ​ท่าน​ไม่​มอง​คน​ที่​ภาย​นอก. 17 ฉะนั้น บอก​พวก​เรา​เถิด​ว่า​ท่าน​คิด​อย่าง​ไร? จะ​เสีย​ภาษี​แก่​ซีซาร์*ได้​หรือ​ไม่?” 18 แต่​พระ​เยซู​ทรง​ทราบ​ว่า​พวก​เขา​มี​เจตนา​ร้าย​จึง​ตรัส​ว่า “คน​หน้า​ซื่อ​ใจ​คด พวก​เจ้า​หา​ทาง​จับ​ผิด​เรา​ทำไม? 19 จง​เอา​เงิน​เหรียญ​สำหรับ​เสีย​ภาษี​มา​ให้​เรา​ดู​เถิด.” พวก​เขา​ก็​เอา​เหรียญ​เดนาริอน*มา​ให้​พระองค์. 20 แล้ว​พระองค์​ตรัส​ถาม​พวก​เขา​ว่า “รูป​และ​ชื่อ​ที่​จารึก​ไว้​นี้​เป็น​ของ​ใคร?” 21 พวก​เขา​บอก​ว่า “ของ​ซีซาร์.” พระองค์​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “ฉะนั้น ของ​ของ​ซีซาร์​จง​คืน​ให้​ซีซาร์ แต่​ของ​ของ​พระเจ้า​จง​คืน​ให้​พระเจ้า.” 22 เมื่อ​พวก​เขา​ได้​ยิน​เช่น​นั้น​ก็​ประหลาด​ใจ จึง​จาก​พระองค์​ไป.

23 ใน​วัน​นั้น​พวก​ซาดูกาย​ซึ่ง​บอก​ว่า​ไม่​มี​การ​กลับ​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย​ได้​มา​ถาม​พระองค์​ว่า 24 “ท่าน​อาจารย์ โมเซ​บอก​ว่า ‘ถ้า​ชาย​คน​ใด​ตาย​โดย​ไม่​มี​บุตร พี่​ชาย​หรือ​น้อง​ชาย​ของ​เขา​ต้อง​รับ​ภรรยา​ของ​เขา​เป็น​ภรรยา​ตน​และ​มี​บุตร​สืบ​ตระกูล​ให้​เขา.’ 25 แล้ว​ถ้า​มี​พี่​น้อง​อยู่​เจ็ด​คน คน​โต​แต่งงาน​แล้ว​ตาย​ไป​โดย​ไม่​มี​บุตร จึง​ละ​ภรรยา​ไว้​ให้​น้อง​ชาย. 26 คน​ที่​สอง​จึง​รับ​นาง​มา​เป็น​ภรรยา​แล้ว​ตาย​ไป​โดย​ไม่​มี​บุตร คน​ที่​สาม​ก็​เช่น​กัน และ​เป็น​เช่น​นั้น​จน​ถึง​คน​ที่​เจ็ด. 27 สุด​ท้าย หญิง​คน​นั้น​ก็​ตาย. 28 ถ้า​เช่น​นั้น เมื่อ​ถึง​เวลา​ที่​คน​ตาย​กลับ​เป็น​ขึ้น​มา นาง​จะ​เป็น​ภรรยา​ของ​คน​ไหน​ใน​เจ็ด​คน​นั้น? เพราะ​พวก​เขา​ทั้ง​หมด​ต่าง​ได้​นาง​เป็น​ภรรยา.”

29 พระ​เยซู​ตรัส​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “พวก​เจ้า​เข้าใจ​ผิด​แล้ว เพราะ​พวก​เจ้า​ไม่​รู้​จัก​ทั้ง​พระ​คัมภีร์​และ​ฤทธิ์​ของ​พระเจ้า 30 ด้วย​ว่า​เมื่อ​ถึง​เวลา​ที่​คน​ตาย​กลับ​เป็น​ขึ้น​มา พวก​เขา​จะ​ไม่​แต่งงาน​เป็น​สามี​ภรรยา​กัน แต่​ต่าง​ก็​จะ​เป็น​อย่าง​ทูตสวรรค์. 31 ใน​เรื่อง​การ​กลับ​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย​นั้น พวก​เจ้า​ไม่​ได้​อ่าน​เรื่อง​ที่​พระเจ้า​ตรัส​กับ​พวก​เจ้า​หรือ ที่​ว่า 32 ‘เรา​เป็น​พระเจ้า​ของ​อับราฮาม พระเจ้า​ของ​ยิศฮาค และ​พระเจ้า​ของ​ยาโคบ’? พระองค์​มิ​ได้​เป็น​พระเจ้า​ของ​คน​ตาย แต่​เป็น​พระเจ้า​ของ​คน​เป็น.” 33 เมื่อ​ฝูง​ชน​ได้​ยิน​เช่น​นั้น​ก็​อัศจรรย์​ใจ​ใน​คำ​สอน​ของ​พระองค์.

34 เมื่อ​พวก​ฟาริซาย​ได้​ยิน​ว่า​พระองค์​ทำ​ให้​พวก​ซาดูกาย​เงียบ​เสียง พวก​เขา​จึง​รวม​ตัว​กัน​มา​หา​พระองค์. 35 แล้ว​พวก​เขา​คน​หนึ่ง​ซึ่ง​ชำนาญ​เรื่อง​พระ​บัญญัติ​ก็​ทดสอบ​พระองค์​โดย​ถาม​ว่า 36 “ท่าน​อาจารย์ พระ​บัญญัติ​ข้อ​ใด​สำคัญ​ที่​สุด?” 37 พระองค์​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “ ‘จง​รัก​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​ของ​เจ้า​ด้วย​สุด​หัวใจ​ของ​เจ้า ด้วย​สุด​ชีวิต​ของ​เจ้า และ​ด้วย​สุด​ความ​คิด​ของ​เจ้า.’ 38 นี่​เป็น​บัญญัติ​ข้อ​สำคัญ​ที่​สุด​และ​เป็น​บัญญัติ​ข้อ​แรก. 39 บัญญัติ​ข้อ​ที่​สอง​ก็​เช่น​กัน คือ ‘จง​รัก​เพื่อน​บ้าน​เหมือน​รัก​ตน​เอง.’ 40 พระ​บัญญัติ​และ​คำ​พยากรณ์​ทั้ง​สิ้น​รวม​อยู่​ใน​บัญญัติ​สอง​ข้อ​นี้.”

41 ขณะ​ที่​พวก​ฟาริซาย​ยัง​ชุมนุม​กัน​อยู่​ที่​นั่น พระ​เยซู​ทรง​ถาม​พวก​เขา​ว่า 42 “เจ้า​ทั้ง​หลาย​คิด​อย่าง​ไร​เรื่อง​พระ​คริสต์? ท่าน​เป็น​บุตร​ของ​ผู้​ใด?” พวก​เขา​ตอบ​พระองค์​ว่า “บุตร​ดาวิด.” 43 พระองค์​ตรัส​ถาม​พวก​เขา​ว่า “ถ้า​เช่น​นั้น เหตุ​ใด​ดาวิด​ซึ่ง​ได้​รับ​การ​ดล​ใจ​จึง​เรียก​ท่าน​ว่า ‘องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า’ เมื่อ​กล่าว​ว่า 44 ‘พระ​ยะโฮวา​ตรัส​กับ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​ข้าพเจ้า​ว่า “จง​นั่ง​ด้าน​ขวา​มือ​ของ​เรา​จน​กว่า​เรา​จะ​ทำ​ให้​เหล่า​ศัตรู​ของ​เจ้า​อยู่​ใต้​เท้า​เจ้า”’? 45 ฉะนั้น หาก​ดาวิด​เรียก​ท่าน​ว่า ‘องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า’ ท่าน​จะ​เป็น​บุตร​ของ​ดาวิด​ได้​อย่าง​ไร?” 46 ไม่​มี​ใคร​ตอบ​พระองค์​ได้​สัก​คำ และ​ตั้ง​แต่​วัน​นั้น​ไม่​มี​ใคร​กล้า​ถาม​พระองค์​อีก​เลย.

23 แล้ว​พระ​เยซู​ตรัส​กับ​ฝูง​ชน​และ​เหล่า​สาวก​ของ​พระองค์​ว่า 2 “พวก​อาลักษณ์​กับ​พวก​ฟาริซาย​มา​นั่ง​บน​ที่​นั่ง​ของ​โมเซ. 3 ฉะนั้น ทุก​สิ่ง​ที่​พวก​เขา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย จง​ทำ​และ​ปฏิบัติ​ตาม แต่​อย่า​ทำ​ตาม​อย่าง​พวก​เขา เพราะ​พวก​เขา​ดี​แต่​พูด​แต่​ไม่​ทำ​ตาม. 4 พวก​เขา​มัด​ของ​หนัก​วาง​บน​บ่า​ผู้​คน แต่​ตัว​เขา​เอง​ไม่​ยอม​ใช้​นิ้ว​ดัน​แม้​แต่​นิ้ว​เดียว.* 5 ทุก​สิ่ง​ที่​พวก​เขา​ทำ​นั้น​ล้วน​แต่​เพื่อ​ให้​คน​อื่น​เห็น ด้วย​ว่า​พวก​เขา​ทำ​กลัก​ใส่​ข้อ​คัมภีร์​ที่​สวม​เป็น​เครื่องราง​ให้​ใหญ่​ขึ้น และ​ทำ​ชาย​ครุย​เสื้อ​ให้​ยาว​ขึ้น. 6 พวก​เขา​ชอบ​นั่ง​ใน​ที่​อัน​ทรง​เกียรติ​ใน​งาน​เลี้ยง ชอบ​นั่ง​ที่​เด่น ๆ ใน​ธรรมศาลา 7 ชอบ​ให้​คน​คำนับ​ใน​ตลาด และ​ชอบ​ให้​เรียก​ว่า ‘อาจารย์.’* 8 ส่วน​เจ้า​ทั้ง​หลาย​อย่า​ให้​ผู้​อื่น​เรียก​เจ้า​ว่า ‘อาจารย์’ เพราะ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​มี​อาจารย์​เพียง​ผู้​เดียว และ​พวก​เจ้า​ทุก​คน​เป็น​พี่​น้อง​กัน. 9 อย่า​เรียก​ผู้​ใด​บน​แผ่นดิน​โลก​ว่า ‘บิดา’ เพราะ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​มี​พระ​บิดา​แต่​องค์​เดียว​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์. 10 ทั้ง​อย่า​ให้​ผู้​อื่น​เรียก​เจ้า​ว่า ‘ผู้​นำ’ เพราะ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​มี​ผู้​นำ​แต่​ผู้​เดียว​คือ​พระ​คริสต์. 11 ให้​ผู้​เป็น​ใหญ่​ที่​สุด​ท่ามกลาง​เจ้า​ทั้ง​หลาย​เป็น​ผู้​รับใช้​พวก​เจ้า. 12 ผู้​ใด​ยก​ตัว​เอง​จะ​ถูก​เหยียด​ลง และ​ผู้​ใด​ถ่อม​ตัว​ลง​จะ​ถูก​ยก​ฐานะ​ให้​สูง​ขึ้น.

13 “วิบัติ​แก่​เจ้า พวก​อาลักษณ์​และ​พวก​ฟาริซาย คน​หน้า​ซื่อ​ใจ​คด! เพราะ​พวก​เจ้า​ปิด​กั้น​ราชอาณาจักร​สวรรค์​ไว้​จาก​คน​ทั้ง​หลาย ด้วย​ว่า​พวก​เจ้า​เอง​ไม่​เข้า​ไป และ​เมื่อ​มี​คน​จะ​เข้า​ไป พวก​เจ้า​ก็​ไม่​ยอม​ให้​เข้า. 14 * ——

15 “วิบัติ​แก่​เจ้า พวก​อาลักษณ์​และ​พวก​ฟาริซาย คน​หน้า​ซื่อ​ใจ​คด! เพราะ​พวก​เจ้า​เดิน​ทาง​ไป​ทั่ว​ทั้ง​ทาง​ทะเล​และ​ทาง​บก​เพื่อ​จะ​ได้​สัก​คน​มา​เข้า​ศาสนา เมื่อ​ได้​แล้ว เจ้า​ก็​ทำ​ให้​เขา​สม​กับ​โทษ​ใน​เกเฮนนา*ยิ่ง​กว่า​พวก​เจ้า​เป็น​สอง​เท่า.

16 “วิบัติ​แก่​เจ้า คน​นำ​ทาง​ตา​บอด​ทั้ง​หลาย​ซึ่ง​กล่าว​ว่า ‘ถ้า​ผู้​ใด​สาบาน​โดย​อ้าง​พระ​วิหาร คำ​สาบาน​นั้น​ไม่​มี​ผล​อะไร แต่​ถ้า​ผู้​ใด​สาบาน​โดย​อ้าง​ทองคำ​ของ​พระ​วิหาร เขา​จะ​ต้อง​ทำ​ตาม.’ 17 เจ้า​พวก​คน​โฉด​เขลา​และ​คน​ตา​บอด! ที่​จริง​แล้ว​สิ่ง​ใด​สำคัญ​กว่า ทองคำ​หรือ​พระ​วิหาร​ซึ่ง​ทำ​ให้​ทองคำ​นั้น​เป็น​สิ่ง​บริสุทธิ์? 18 และ​พวก​เจ้า​ยัง​กล่าว​อีก​ว่า ‘ถ้า​ผู้​ใด​สาบาน​โดย​อ้าง​แท่น​บูชา คำ​สาบาน​นั้น​ไม่​มี​ผล​อะไร แต่​ถ้า​ผู้​ใด​สาบาน​โดย​อ้าง​ของ​ถวาย​บน​แท่น​นั้น เขา​จะ​ต้อง​ทำ​ตาม.’ 19 เจ้า​พวก​คน​ตา​บอด! ที่​จริง​แล้ว​สิ่ง​ใด​สำคัญ​กว่า ของ​ถวาย​หรือ​แท่น​บูชา​ซึ่ง​ทำ​ให้​ของ​ถวาย​นั้น​เป็น​สิ่ง​บริสุทธิ์? 20 ฉะนั้น ผู้​ที่​สาบาน​โดย​อ้าง​แท่น​บูชา​ก็​สาบาน​โดย​อ้าง​แท่น​นั้น​และ​ทุก​สิ่ง​บน​แท่น​นั้น​ด้วย 21 และ​ผู้​ที่​สาบาน​โดย​อ้าง​พระ​วิหาร​ก็​สาบาน​โดย​อ้าง​พระ​วิหาร​และ​อ้าง​พระองค์​ผู้​สถิต​ใน​พระ​วิหาร​ด้วย 22 และ​ผู้​ที่​สาบาน​โดย​อ้าง​สวรรค์​ก็​สาบาน​โดย​อ้าง​ราชบัลลังก์​ของ​พระเจ้า​และ​อ้าง​พระองค์​ผู้​ทรง​ประทับ​บน​บัลลังก์​นั้น​ด้วย.

23 “วิบัติ​แก่​เจ้า พวก​อาลักษณ์​และ​พวก​ฟาริซาย คน​หน้า​ซื่อ​ใจ​คด! เพราะ​พวก​เจ้า​ถวาย​หนึ่ง​ใน​สิบ​ของ​สะระแหน่ เทียน​ข้าว​เปลือก* และ​ยี่หร่า แต่​พวก​เจ้า​ละเลย​เรื่อง​ที่​สำคัญ​กว่า​ใน​พระ​บัญญัติ คือ​ความ​ยุติธรรม ความ​เมตตา และ​ความ​ซื่อ​สัตย์. พวก​เจ้า​ต้อง​ถวาย​สิ่ง​เหล่า​นั้น​อยู่​แล้ว แต่​ก็​ไม่​ควร​ละเลย​เรื่อง​ที่​สำคัญ​กว่า. 24 เจ้า​คน​นำ​ทาง​ตา​บอด​ซึ่ง​กรอง​ตัว​ริ้น​ออก​แต่​กลืน​อูฐ​ลง​ไป!

25 “วิบัติ​แก่​เจ้า พวก​อาลักษณ์​และ​พวก​ฟาริซาย คน​หน้า​ซื่อ​ใจ​คด! เพราะ​พวก​เจ้า​ล้าง​ถ้วย​ชาม​แต่​ด้าน​นอก ส่วน​ใน​ถ้วย​ชาม​นั้น​เต็ม​ไป​ด้วย​การ​ปล้น​ชิง​และ​การ​กระทำ​ที่​เลย​เถิด. 26 เจ้า​พวก​ฟาริซาย​ตา​บอด จง​ล้าง​ด้าน​ใน​ถ้วย​ชาม​เสีย​ก่อน​เพื่อ​ด้าน​นอก​ถ้วย​ชาม​จะ​สะอาด​ด้วย.

27 “วิบัติ​แก่​เจ้า พวก​อาลักษณ์​และ​พวก​ฟาริซาย คน​หน้า​ซื่อ​ใจ​คด! เพราะ​พวก​เจ้า​เป็น​เหมือน​ที่​ฝัง​ศพ​ทา​ด้วย​น้ำ​ปูน​ขาว​ซึ่ง​ภาย​นอก​ดู​งดงาม แต่​ภาย​ใน​เต็ม​ไป​ด้วย​กระดูก​คน​ตาย​และ​การ​โสโครก​ทุก​ชนิด. 28 เจ้า​ทั้ง​หลาย​ก็​เป็น​อย่าง​นั้น ภาย​นอก​ปรากฏ​แก่​มนุษย์​ว่า​ชอบธรรม แต่​ภาย​ใน​พวก​เจ้า​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​หน้า​ซื่อ​ใจ​คด​และ​การ​ชั่ว.

29 “วิบัติ​แก่​เจ้า พวก​อาลักษณ์​และ​พวก​ฟาริซาย คน​หน้า​ซื่อ​ใจ​คด! เพราะ​พวก​เจ้า​สร้าง​ที่​ฝัง​ศพ​ของ​ผู้​พยากรณ์​และ​ตกแต่ง​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​ของ​ผู้​ชอบธรรม 30 และ​พวก​เจ้า​พูด​ว่า ‘ถ้า​เรา​อยู่​ใน​สมัย​ของ​บรรพบุรุษ เรา​จะ​ไม่​มี​ส่วน​ร่วม​กับ​พวก​เขา​ใน​การ​ฆ่า*ผู้​พยากรณ์.’ 31 ฉะนั้น พวก​เจ้า​จึง​ยืน​ยัน​ว่า​ตัว​เอง​เป็น​บุตร​ของ​ผู้​ที่​ฆ่า​ผู้​พยากรณ์. 32 ถ้า​เช่น​นั้น จง​ทำ​อย่าง​บรรพบุรุษ​ของ​เจ้า​ให้​ถึง​ที่​สุด​เถิด.

33 “เจ้า​พวก​ชาติ​งู​ร้าย พวก​เจ้า​จะ​หนี​ให้​พ้น​โทษ​ใน​เกเฮนนา​ได้​อย่าง​ไร? 34 เพราะ​เมื่อ​เรา​ส่ง​พวก​ผู้​พยากรณ์​และ​คน​มี​ปัญญา​และ​ผู้​สอน​มา​หา​เจ้า​ทั้ง​หลาย บาง​คน​เจ้า​จะ​ฆ่า​และ​ตรึง​บน​เสา บาง​คน​เจ้า​จะ​เฆี่ยน​ใน​ธรรมศาลา​ของ​เจ้า​และ​ข่มเหง​พวก​เขา​ตาม​เมือง​ต่าง ๆ. 35 ดัง​นั้น ความ​ผิด​ฐาน​ฆ่า*บรรดา​ผู้​ชอบธรรม​บน​แผ่นดิน​โลก​จะ​ตก​แก่​เจ้า​ทั้ง​หลาย คือ​ตั้ง​แต่​เฮเบล​ผู้​ชอบธรรม​จน​ถึง​เซคาระยาห์*​บุตร​บาราคียาห์​ซึ่ง​เจ้า​ฆ่า​เสีย​เมื่อ​เขา​อยู่​ระหว่าง​พระ​วิหาร​กับ​แท่น​บูชา. 36 เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า สิ่ง​ทั้ง​ปวง​นี้​จะ​บังเกิด​แก่​คน​ใน​ยุค​นี้.

37 “เยรูซาเลม โอ​เยรูซาเลม​ผู้​ที่​ฆ่า​เหล่า​ผู้​พยากรณ์​และ​เอา​หิน​ขว้าง​ผู้​ที่​ถูก​ส่ง​มา​หา​เจ้า! บ่อย​เพียง​ไร​ที่​เรา​อยาก​รวบ​รวม​ลูก ๆ ของ​เจ้า​เข้า​มา​อย่าง​ที่​แม่​ไก่​รวบ​รวม​ลูก ๆ เข้า​มา​ไว้​ใต้​ปีก​ของ​มัน! แต่​พวก​เจ้า​ไม่​ต้องการ. 38 พระ​วิหาร​หลัง​นี้*​ก็​ถูก​ทิ้ง​ร้าง​และ​ละ​ไว้​ให้​พวก​เจ้า. 39 ด้วย​เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ว่า ตั้ง​แต่​นี้​ไป​พวก​เจ้า​จะ​ไม่​เห็น​เรา​อีก​เลย​จน​กว่า​พวก​เจ้า​จะ​พูด​ว่า ‘ขอ​พระ​พร​จง​มี​แด่​พระองค์​ผู้​เสด็จ​มา​ใน​พระ​นาม​พระ​ยะโฮวา!’ ”

24 พระ​เยซู​กำลัง​เสด็จ​ไป​จาก​พระ​วิหาร แต่​เหล่า​สาวก​ของ​พระองค์​เข้า​มา​ชี้​ให้​พระองค์​ทอด​พระ​เนตร​อาคาร​ต่าง ๆ ของ​พระ​วิหาร. 2 พระองค์​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “เจ้า​ทั้ง​หลาย​เห็น​สิ่ง​ทั้ง​ปวง​นี้​แล้ว​มิ​ใช่​หรือ? เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า จะ​ไม่​มี​ศิลา​ที่​ซ้อน​ทับ​กัน​เหลือ​อยู่​ที่​นี่​เลย มัน​จะ​ถูก​ทลาย​ลง​หมด.”

3 ขณะ​ที่​พระองค์​ทรง​นั่ง​อยู่​บน​ภูเขา​มะกอก เหล่า​สาวก​มา​ทูล​พระองค์​เป็น​การ​ส่วน​ตัว​ว่า “ขอ​ทรง​บอก​พวก​ข้าพเจ้า​เถิด​ว่า สิ่ง​เหล่า​นี้​จะ​เกิด​ขึ้น​เมื่อ​ไร และ​อะไร​จะ​เป็น​สัญญาณ​บอก​ว่า​พระองค์​ประทับ​อยู่*และ​บอก​ว่า​เป็น​ช่วง​สุด​ท้าย​ของ​ยุค?”*

4 พระ​เยซู​ตรัส​ตอบ​พวก​เขา​ว่า “จง​ระวัง อย่า​ให้​ใคร​ชัก​นำ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ให้​หลง 5 เพราะ​หลาย​คน​จะ​มา​อ้าง​นาม​ของ​เรา​และ​บอก​ว่า ‘เรา​เป็น​พระ​คริสต์’ และ​จะ​ชัก​นำ​คน​จำนวน​มาก​ให้​หลง​ไป. 6 เจ้า​ทั้ง​หลาย​จะ​ได้​ยิน​เสียง​การ​สู้​รบ​และ​ข่าว​สงคราม ระวัง​อย่า​ตกใจ​กลัว. เพราะ​สิ่ง​เหล่า​นี้​จะ​ต้อง​เกิด​ขึ้น แต่​ยัง​ไม่​ถึง​อวสาน.

7 “ด้วย​ว่า​ชาติ​จะ​ต่อ​สู้​ชาติ​และ​อาณาจักร​ต่อ​สู้​อาณาจักร และ​จะ​เกิด​การ​ขาด​แคลน​อาหาร​และ​แผ่นดิน​ไหว​แห่ง​แล้ว​แห่ง​เล่า. 8 สิ่ง​ทั้ง​ปวง​นี้​เป็น​การ​เริ่ม​ต้น​ของ​ความ​ทุกข์​ปวด​ร้าว​เหมือน​ตอน​เจ็บ​ท้อง​คลอด.

9 “แล้ว​ผู้​คน​จะ​ทำ​ให้​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ต้อง​ทุกข์​ลำบาก​และ​จะ​ฆ่า​พวก​เจ้า​เสีย และ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​จะ​ตก​เป็น​เป้า​แห่ง​ความ​เกลียด​ชัง​จาก​ทุก​ชาติ​เพราะ​นาม​ของ​เรา. 10 ใน​เวลา​นั้น​คน​เป็น​อัน​มาก​จะ​เลิก​เชื่อ จะ​ทรยศ​กัน และ​จะ​เกลียด​ชัง​กัน. 11 ผู้​พยากรณ์​เท็จ​หลาย​คน​จะ​ปรากฏ​ตัว​ขึ้น​แล้ว​ชัก​นำ​คน​จำนวน​มาก​ให้​หลง 12 และ​เนื่อง​จาก​ความ​ชั่ว​ทวี​ขึ้น ความ​รัก​ของ​คน​ส่วน​ใหญ่​จะ​ลด​น้อย​ลง. 13 แต่​ผู้​ที่​เพียร​อด​ทน​จน​ถึง​ที่​สุด​จะ​ได้​รับ​การ​ช่วย​ให้​รอด. 14 และ​ข่าว​ดี​เรื่อง​ราชอาณาจักร​จะ​ได้​รับ​การ​ประกาศ​ไป​ทั่ว​แผ่นดิน​โลก​ที่​มี​คน​อาศัย​อยู่​เพื่อ​ให้​พยาน​หลักฐาน​แก่​ทุก​ชาติ แล้ว​อวสาน​จะ​มา​ถึง.

15 “ฉะนั้น เมื่อ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​เห็น​สิ่ง​น่า​สะอิดสะเอียน​ซึ่ง​ทำ​ให้​เกิด​ความ​ร้าง​เปล่า​ตั้ง​อยู่​ใน​ที่​บริสุทธิ์ ตาม​ที่​กล่าว​ไว้​โดย​ผู้​พยากรณ์​ดานิเอล (ให้​ผู้​อ่าน​สังเกต​ให้​เข้าใจ) 16 เวลา​นั้น​ให้​คน​ที่​อยู่​ใน​แคว้น​ยูเดีย​เริ่ม​หนี​ไป​ยัง​ภูเขา. 17 คน​ที่​อยู่​บน​ดาดฟ้า​อย่า​ลง​มา​เอา​ข้าวของ​ใน​บ้าน 18 คน​ที่​อยู่​ใน​ไร่​นา​อย่า​กลับ​ไป​เอา​เสื้อ​คลุม​ที่​บ้าน. 19 วิบัติ​แก่​หญิง​มี​ครรภ์​และ​หญิง​ที่​มี​ลูก​อ่อน​ใน​เวลา​นั้น! 20 จง​เฝ้า​อธิษฐาน​เสมอ​เพื่อ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​จะ​ไม่​ต้อง​หนี​ใน​ช่วง​ฤดู​หนาว​หรือ​ใน​วัน​ซะบาโต* 21 เพราะ​ใน​เวลา​นั้น​จะ​มี​ความ​ทุกข์​ลำบาก​ใหญ่​อย่าง​ที่​ไม่​เคย​เกิด​ขึ้น​เลย​ตั้ง​แต่​เริ่ม​มี​มนุษย์​โลก​จน​บัด​นี้ และ​จะ​ไม่​เกิด​ขึ้น​อีก​เลย. 22 ที่​จริง ถ้า​ไม่​ทรง​ทำ​ให้​ช่วง​เวลา​นั้น​สั้น​ลง จะ​ไม่​มี​ใคร*รอด​เลย แต่​เพราะ​ทรง​เห็น​แก่​เหล่า​ผู้​ถูก​เลือก จึง​ทรง​ทำ​ให้​ช่วง​เวลา​นั้น​สั้น​ลง.

23 “แล้ว​ถ้า​มี​ผู้​ใด​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ว่า ‘พระ​คริสต์​อยู่​นี่!’ หรือ ‘พระ​คริสต์​อยู่​นั่น!’ อย่า​เชื่อ​เลย. 24 เพราะ​พระ​คริสต์​ปลอม​และ​ผู้​พยากรณ์​เท็จ​จะ​ปรากฏ​ตัว​ขึ้น แล้ว​จะ​ให้​ข้อ​พิสูจน์​และ​ทำ​การ​อัศจรรย์​ที่​ยิ่ง​ใหญ่​เพื่อ​ชัก​นำ​แม้​กระทั่ง​ผู้​ถูก​เลือก​ให้​หลง ถ้า​เป็น​ได้. 25 จำ​ไว้​ว่า​เรา​ได้​เตือน​พวก​เจ้า​ไว้​แล้ว. 26 ฉะนั้น ถ้า​ผู้​คน​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ว่า ‘พระองค์​อยู่​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร!’ อย่า​ออก​ไป หรือ​ถ้า​เขา​บอก​ว่า ‘พระองค์​ซ่อน​อยู่​ใน​ห้อง’ อย่า​เชื่อ​เลย. 27 ด้วย​ว่า​ฟ้า​แลบ​จาก​ทาง​ทิศ​ตะวัน​ออก​ส่อง​แสง​ไป​ถึง​ทาง​ทิศ​ตะวัน​ตก​อย่าง​ไร เมื่อ​บุตร​มนุษย์​มา​ประทับ​ก็​จะ​เป็น​อย่าง​นั้น. 28 ซาก​ศพ​อยู่​ที่​ไหน นก​อินทรี​ก็​จะ​รวม​กัน​อยู่​ที่​นั่น.

29 “ทันที​หลัง​จาก​ช่วง​เวลา​แห่ง​ความ​ทุกข์​ลำบาก​นั้น​ดวง​อาทิตย์​จะ​มืด​ไป ดวง​จันทร์​จะ​ไม่​ส่อง​แสง ดวง​ดาว​จะ​ตก​จาก​ฟ้า และ​สิ่ง​ที่​มี​อำนาจ​ใน​ฟ้า​สวรรค์​จะ​สั่น​สะเทือน. 30 ครั้น​แล้ว​สัญญาณ​บอก​เหตุ​การณ์​เกี่ยว​กับ​บุตร​มนุษย์​จะ​ปรากฏ​ใน​ท้องฟ้า แล้ว​ตระกูล​ทั้ง​ปวง​แห่ง​แผ่นดิน​โลก​จะ​ร่ำไห้​ตี​อก​ชก​หัว และ​พวก​เขา​จะ​เห็น​บุตร​มนุษย์​มา​บน​เมฆ​ใน​ท้องฟ้า​ด้วย​อำนาจ​และ​ฐานะ​ที่​มี​เกียรติ​อัน​รุ่ง​โรจน์​อย่าง​ยิ่ง. 31 และ​ท่าน​จะ​ส่ง​เหล่า​ทูตสวรรค์​ของ​ท่าน​ออก​ไป​พร้อม​ด้วย​เสียง​แตร​อัน​ดัง และ​ทูต​เหล่า​นั้น​จะ​รวบ​รวม​เหล่า​ผู้​ถูก​เลือก​ของ​ท่าน​จาก​ทั้ง​สี่​ทิศ จาก​สุด​ฟ้า​สวรรค์​ข้าง​หนึ่ง​จน​ถึง​อีก​ข้าง​หนึ่ง.

32 “จง​ดู​ต้น​มะเดื่อ​เป็น​ตัว​อย่าง เมื่อ​กิ่ง​อ่อน​ของ​มัน​ผลิ​ใบ เจ้า​ทั้ง​หลาย​ก็​รู้​ว่า​ใกล้​จะ​ถึง​ฤดู​ร้อน​แล้ว. 33 ทำนอง​เดียว​กัน เมื่อ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​เห็น​สิ่ง​ทั้ง​ปวง​นี้ จง​รู้​ว่า​บุตร​มนุษย์​มา​ใกล้​แล้ว ท่าน​อยู่​ที่​ประตู. 34 เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า คน​ใน​ยุค​นี้​จะ​ไม่​ล่วง​ลับ​ไป​จน​กว่า​สิ่ง​ทั้ง​ปวง​นี้​จะ​เกิด​ขึ้น. 35 ฟ้า​สวรรค์​และ​แผ่นดิน​โลก​จะ​สูญ​ไป แต่​ถ้อย​คำ​ของ​เรา​จะ​ไม่​สูญ​ไป​เลย.

36 “วัน​เวลา​นั้น​ไม่​มี​ใคร​รู้ แม้​ทูตสวรรค์​หรือ​พระ​บุตร​ก็​ไม่​รู้ พระ​บิดา​เท่า​นั้น​ที่​ทรง​รู้. 37 ด้วย​ว่า​สมัย​ของ​โนอาห์​เป็น​อย่าง​ไร เมื่อ​บุตร​มนุษย์​มา​ประทับ​ก็​จะ​เป็น​อย่าง​นั้น. 38 เพราะ​ใน​ช่วง​ก่อน​น้ำ​ท่วม ผู้​คน​กิน​ดื่ม แต่งงาน​เป็น​สามี​ภรรยา​กัน จน​ถึง​วัน​ที่​โนอาห์​เข้า​ไป​ใน​เรือ* 39 และ​พวก​เขา​ไม่​แยแส​จน​กระทั่ง​น้ำ​มา​ท่วม​และ​กวาด​พวก​เขา​ไป​เสีย​สิ้น เมื่อ​บุตร​มนุษย์​มา​ประทับ​ก็​จะ​เป็น​อย่าง​นั้น. 40 ใน​เวลา​นั้น​ชาย​สอง​คน​จะ​อยู่​ใน​ไร่​นา คน​หนึ่ง​จะ​ถูก​เอา​ไป​และ​อีก​คน​หนึ่ง​จะ​ถูก​ทิ้ง​ไว้ 41 หญิง​สอง​คน​จะ​โม่​แป้ง​อยู่ คน​หนึ่ง​จะ​ถูก​เอา​ไป​และ​อีก​คน​หนึ่ง​จะ​ถูก​ทิ้ง​ไว้. 42 ฉะนั้น จง​เฝ้า​ระวัง​อยู่​เสมอ เพราะ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ไม่​รู้​ว่า​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้าของ​เจ้า​จะ​มา​ใน​วัน​ใด.

43 “แต่​จง​รู้​ไว้​อย่าง​หนึ่ง​ว่า ถ้า​เจ้าของ​บ้าน​รู้​ว่า​ขโมย​จะ​มา​เวลา​ใด เขา​จะ​ไม่​หลับ​และ​ไม่​ยอม​ให้​ขโมย​เข้า​บ้าน. 44 ฉะนั้น เจ้า​ทั้ง​หลาย​จง​เตรียม​พร้อม​เช่น​กัน เพราะ​บุตร​มนุษย์​จะ​มา​ใน​เวลา​ที่​พวก​เจ้า​ไม่​คาด​คิด.

45 “ที่​จริง ใคร​เป็น​ทาส​สัตย์​ซื่อ​และ​สุขุม​ซึ่ง​นาย​ตั้ง​ไว้​ให้​ดู​แล​พวก​คน​รับใช้ เพื่อ​ให้​อาหาร​แก่​พวก​เขา​ใน​เวลา​อัน​เหมาะ? 46 ทาส​นั้น​จะ​มี​ความ​สุข​ถ้า​นาย​มา​ถึง​แล้ว​พบ​ว่า​เขา​กำลัง​ทำ​เช่น​นั้น! 47 เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า นาย​จะ​ตั้ง​เขา​ให้​ดู​แล​ทรัพย์​สมบัติ​ทั้ง​หมด​ของ​นาย.

48 “แต่​ถ้า​ทาส​นั้น​เป็น​ทาส​ชั่ว​และ​คิด​ใน​ใจ​ว่า ‘นาย​ของ​เรา​มา​ช้า’ 49 แล้ว​เริ่ม​ตี​เพื่อน​ทาส​และ​กิน​ดื่ม​กับ​คน​ขี้เมา 50 นาย​ของ​เขา​จะ​มา​ใน​วัน​ที่​เขา​ไม่​คาด​คิด​และ​ใน​เวลา​ที่​เขา​ไม่​รู้ 51 และ​จะ​ลง​โทษ​เขา​สถาน​หนัก​ที่​สุด​แล้ว​ให้​เขา​ไป​อยู่​กับ​คน​หน้า​ซื่อ​ใจ​คด. ที่​นั่น​เขา​จะ​ร้องไห้​และ​ขบ​เขี้ยว​เคี้ยว​ฟัน.

25 “ใน​เวลา​นั้น ราชอาณาจักร​สวรรค์​จะ​เปรียบ​เหมือน​หญิง​พรหมจารี​สิบ​คน​ที่​ถือ​ตะเกียง​ของ​ตน​ออก​ไป​รับ​เจ้าบ่าว. 2 ห้า​คน​เป็น​คน​โง่​และ​ห้า​คน​เป็น​คน​สุขุม. 3 ด้วย​ว่า​หญิง​พรหมจารี​โง่​ถือ​ตะเกียง​ของ​ตน​ไป​แต่​ไม่​เอา​น้ำมัน​ไป​ด้วย 4 ส่วน​หญิง​พรหมจารี​ที่​สุขุม​เอา​น้ำมัน​ใส่​ขวด​ไป​กับ​ตะเกียง​ของ​ตน. 5 เมื่อ​เจ้าบ่าว​มา​ช้า พวก​นาง​ต่าง​สัปหงก​และ​หลับ​ไป. 6 พอ​ตอน​เที่ยง​คืน​มี​เสียง​ร้อง​ว่า ‘เจ้าบ่าว​มา​แล้ว! จง​ออก​มา​ต้อนรับ​ท่าน​เถิด.’ 7 หญิง​พรหมจารี​เหล่า​นั้น​จึง​ลุก​ขึ้น​เติม​น้ำมัน​ตะเกียง​ของ​ตน. 8 หญิง​พรหมจารี​โง่​พูด​กับ​หญิง​พรหมจารี​สุขุม​ว่า ‘ขอ​น้ำมัน​ให้​เรา​บ้าง เพราะ​ตะเกียง​ของ​พวก​เรา​จวน​จะ​ดับ​แล้ว.’ 9 หญิง​พรหมจารี​สุขุม​ตอบ​ว่า ‘น้ำมัน​คง​จะ​ไม่​พอ​สำหรับ​เรา​และ​เจ้า. เจ้า​ไป​ซื้อ​เอา​เอง​จาก​คน​ขาย​น้ำมัน​ดี​กว่า.’ 10 ขณะ​ที่​พวก​นาง​ไป​ซื้อ​น้ำมัน เจ้าบ่าว​ก็​มา​ถึง และ​หญิง​พรหมจารี​ที่​อยู่​พร้อม​แล้ว​ก็​เข้า​ไป​ยัง​งาน​เลี้ยง​สมรส​กับ​ท่าน แล้ว​ประตู​ก็​ปิด. 11 ภาย​หลัง หญิง​พรหมจารี​คน​อื่น ๆ ก็​มา​และ​พูด​ว่า ‘ท่าน​เจ้าข้า ท่าน​เจ้าข้า ขอ​เปิด​ให้​พวก​ข้าพเจ้า​ด้วย​เถิด!’ 12 ท่าน​ตอบ​ว่า ‘เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า เรา​ไม่​รู้​จัก​พวก​เจ้า.’

13 “ฉะนั้น จง​เฝ้า​ระวัง​อยู่​เสมอ เพราะ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ไม่​รู้​ว่า​วัน​เวลา​นั้น​คือ​เมื่อ​ไร.

14 “ด้วย​ว่า​ราชอาณาจักร​สวรรค์​เปรียบ​เหมือน​ชาย​ผู้​หนึ่ง​กำลัง​จะ​เดิน​ทาง​ไป​ต่าง​แดน จึง​เรียก​ทาส​ของ​ตน​มา​แล้ว​ฝาก​ทรัพย์​สมบัติ​ไว้​กับ​พวก​เขา. 15 ท่าน​ให้​คน​หนึ่ง​ห้า​ตะลันต์* คน​หนึ่ง​สอง​ตะลันต์ อีก​คน​หนึ่ง​ตะลันต์​เดียว ตาม​ความ​สามารถ​ของ​แต่​ละ​คน แล้ว​ท่าน​จึง​เดิน​ทาง​ไป​ต่าง​แดน. 16 ทาส​ที่​ได้​รับ​ห้า​ตะลันต์​ก็​ออก​ไป​ทันที​และ​ใช้​เงิน​นั้น​ค้า​ขาย​ได้​กำไร​มา​อีก​ห้า​ตะลันต์. 17 ทาส​ที่​ได้​รับ​สอง​ตะลันต์​ก็​ทำ​เช่น​เดียว​กัน​และ​ได้​กำไร​อีก​สอง​ตะลันต์. 18 แต่​ทาส​ที่​ได้​รับ​เพียง​ตะลันต์​เดียว​ออก​ไป​ขุด​หลุม​แล้ว​เอา​เงิน​นาย​ซ่อน​ไว้.

19 “เมื่อ​เวลา​ผ่าน​ไป​ช้า​นาน นาย​ก็​มา​คิด​บัญชี​กับ​ทาส​เหล่า​นั้น. 20 ดัง​นั้น ทาส​ที่​ได้​รับ​ห้า​ตะลันต์​จึง​นำ​เงิน​อีก​ห้า​ตะลันต์​ที่​ได้​กำไร​เข้า​มา​หา​และ​พูด​ว่า ‘นาย​ท่าน ท่าน​ฝาก​เงิน​ไว้​กับ​ข้าพเจ้า​ห้า​ตะลันต์ ดู​เถิด ข้าพเจ้า​ได้​กำไร​อีก​ห้า​ตะลันต์.’ 21 นาย​จึง​พูด​กับ​เขา​ว่า ‘ดี​แล้ว เจ้า​เป็น​ทาส​ที่​ดี​และ​ซื่อ​สัตย์! เจ้า​ซื่อ​สัตย์​ใน​ของ​เล็ก​น้อย. เรา​จะ​ตั้ง​เจ้า​ให้​ดู​แล​ของ​จำนวน​มาก. จง​ร่วม​ยินดี​กับ​นาย​ของ​เจ้า​เถิด.’ 22 แล้ว​ทาส​ที่​ได้​รับ​สอง​ตะลันต์​ก็​เข้า​มา​และ​พูด​ว่า ‘นาย​ท่าน ท่าน​ฝาก​เงิน​ไว้​กับ​ข้าพเจ้า​สอง​ตะลันต์ ดู​เถิด ข้าพเจ้า​ได้​กำไร​อีก​สอง​ตะลันต์.’ 23 นาย​จึง​พูด​กับ​เขา​ว่า ‘ดี​แล้ว เจ้า​เป็น​ทาส​ที่​ดี​และ​ซื่อ​สัตย์! เจ้า​ซื่อ​สัตย์​ใน​ของ​เล็ก​น้อย. เรา​จะ​ตั้ง​เจ้า​ให้​ดู​แล​ของ​จำนวน​มาก. จง​ร่วม​ยินดี​กับ​นาย​ของ​เจ้า​เถิด.’

24 “แล้ว​ทาส​ที่​ได้​รับ​ตะลันต์​เดียว​จึง​เข้า​มา​และ​พูด​ว่า ‘นาย​ท่าน ข้าพเจ้า​ทราบ​ว่า​ท่าน​เป็น​คน​เข้มงวด ท่าน​เกี่ยว​สิ่ง​ที่​ท่าน​ไม่​ได้​หว่าน​และ​เก็บ​รวบ​รวม​สิ่ง​ที่​ท่าน​ไม่​ได้​ฝัด. 25 ข้าพเจ้า​จึง​กลัว และ​เอา​เงิน​ตะลันต์​ของ​ท่าน​ไป​ฝัง​ซ่อน​ไว้​ใน​ดิน. นี่​คือ​เงิน​ของ​ท่าน.’ 26 นาย​จึง​พูด​กับ​เขา​ว่า ‘เจ้า​ทาส​ชั่ว​และ​เกียจ​คร้าน เจ้า​ก็​รู้​มิ​ใช่​หรือ​ว่า​เรา​เกี่ยว​สิ่ง​ที่​เรา​มิ​ได้​หว่าน​และ​เก็บ​รวบ​รวม​สิ่ง​ที่​เรา​ไม่​ได้​ฝัด? 27 ฉะนั้น เจ้า​ก็​ควร​เอา​เงิน​ของ​เรา​ฝาก​ธนาคาร​ไว้ แล้ว​เมื่อ​เรา​มา​ถึง เรา​จะ​ได้​รับ​เงิน​ของ​เรา​พร้อม​กับ​ดอกเบี้ย.

28 “ ‘ฉะนั้น จง​เอา​เงิน​ตะลันต์​นั้น​มา​จาก​เขา​แล้ว​ให้​แก่​ผู้​ที่​มี​สิบ​ตะลันต์. 29 เพราะ​ทุก​คน​ที่​มี​แล้ว​จะ​ได้​รับ​มาก​ขึ้น​และ​เขา​จะ​มี​บริบูรณ์ แต่​คน​ที่​ไม่​มี แม้​แต่​สิ่ง​ที่​เขา​มี​อยู่​ก็​จะ​ถูก​เอา​ไป​จาก​เขา. 30 และ​จง​โยน​เจ้า​ทาส​ไร้​ค่า​คน​นี้​ออก​ไป​ใน​ที่​มืด​ข้าง​นอก. ที่​นั่น​เขา​จะ​ร้องไห้​และ​ขบ​เขี้ยว​เคี้ยว​ฟัน.’

31 “เมื่อ​บุตร​มนุษย์​มา​ใน​ฐานะ​ที่​มี​เกียรติ​อัน​รุ่ง​โรจน์​พร้อม​กับ​ทูตสวรรค์​ทั้ง​ปวง ท่าน​จะ​นั่ง​บน​บัลลังก์​อัน​รุ่ง​โรจน์​ของ​ท่าน. 32 และ​ชาติ​ทั้ง​ปวง​จะ​ถูก​รวบ​รวม​มา​อยู่​ต่อ​หน้า​ท่าน และ​ท่าน​จะ​แยก​ผู้​คน​ออก​จาก​กัน​เหมือน​ผู้​เลี้ยง​แกะ​แยก​แกะ​ออก​จาก​แพะ. 33 แล้ว​ท่าน​จะ​ให้​แกะ​อยู่​ด้าน​ขวา​มือ​ของ​ท่าน แต่​ให้​แพะ​อยู่​ด้าน​ซ้าย​มือ.

34 “แล้ว​กษัตริย์​จะ​ตรัส​กับ​ผู้​ที่​อยู่​ด้าน​ขวา​มือ​ว่า ‘มา​เถิด เจ้า​ทั้ง​หลาย​ซึ่ง​ได้​รับ​พร​จาก​พระ​บิดา​ของ​เรา จง​มา​รับ​ราชอาณาจักร​ซึ่ง​เตรียม​ไว้​ให้​เจ้า​ตั้ง​แต่​การ​วาง​ราก​ของ​โลก. 35 เพราะ​เมื่อ​เรา​หิว พวก​เจ้า​ได้​ให้​เรา​กิน เมื่อ​เรา​กระหาย พวก​เจ้า​ได้​ให้​เรา​ดื่ม. เรา​เป็น​แขก​แปลก​หน้า พวก​เจ้า​ได้​ต้อนรับ​เรา​ด้วย​ใจ​อารี 36 เรา​ไม่​มี​เสื้อ​ผ้า พวก​เจ้า​ก็​ให้​เสื้อ​ผ้า​เรา. เรา​ป่วย พวก​เจ้า​ได้​ดู​แล​เรา. เรา​ถูก​จำคุก พวก​เจ้า​ก็​มา​หา​เรา.’ 37 แล้ว​เหล่า​ผู้​ชอบธรรม​จะ​ทูล​ท่าน​ว่า ‘พระองค์​เจ้าข้า พวก​ข้าพเจ้า​ได้​เห็น​พระองค์​ทรง​หิว​และ​เอา​อาหาร​ให้​พระองค์​เมื่อ​ไร และ​เห็น​พระองค์​ทรง​กระหาย​และ​เอา​เครื่อง​ดื่ม​ให้​พระองค์​เมื่อ​ไร? 38 พวก​ข้าพเจ้า​ได้​เห็น​พระองค์​เป็น​แขก​แปลก​หน้า​และ​ต้อนรับ​พระองค์​ด้วย​ใจ​อารี​เมื่อ​ไร หรือ​เห็น​พระองค์​ไม่​มี​เสื้อ​ผ้า​และ​เอา​เสื้อ​ผ้า​มา​ให้​พระองค์​เมื่อ​ไร? 39 พวก​ข้าพเจ้า​ได้​เห็น​พระองค์​ป่วย​หรือ​ถูก​จำ​คุก​และ​ไป​หา​พระองค์​เมื่อ​ไร?’ 40 และ​กษัตริย์​จะ​ตรัส​ตอบ​พวก​เขา​ว่า ‘เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า ที่​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ได้​ทำ​เช่น​นั้น​ต่อ​ผู้​เล็ก​น้อย​ที่​สุด​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​พี่​น้อง​ของ​เรา ก็​เท่า​กับ​เจ้า​ได้​ทำ​ต่อ​เรา.’

41 “แล้ว​ท่าน​จะ​ตรัส​กับ​ผู้​ที่​อยู่​ด้าน​ซ้าย​มือ​ว่า ‘จง​ไป​จาก​เรา พวก​เจ้า​ที่​ถูก​แช่ง​สาป จง​เข้า​ไป​ใน​ไฟ​ที่​ไหม้​อยู่​เป็น​นิตย์​ซึ่ง​เตรียม​ไว้​สำหรับ​พญา​มาร​และ​ทูตสวรรค์​ที่​อยู่​ฝ่าย​มัน. 42 เพราะ​เมื่อ​เรา​หิว พวก​เจ้า​มิ​ได้​ให้​อะไร​เรา​กิน และ​เมื่อ​เรา​กระหาย พวก​เจ้า​มิ​ได้​ให้​อะไร​เรา​ดื่ม. 43 เรา​เป็น​แขก​แปลก​หน้า พวก​เจ้า​มิ​ได้​ต้อนรับ​เรา​ด้วย​ใจ​อารี เรา​ไม่​มี​เสื้อ​ผ้า​พวก​เจ้า​ไม่​ได้​ให้​เสื้อ​ผ้า​เรา เรา​ป่วย​และ​ถูก​จำคุก พวก​เจ้า​มิ​ได้​ดู​แล​เรา.’ 44 แล้ว​พวก​เขา​จะ​ทูล​ท่าน​เช่น​กัน​ว่า ‘พระองค์​เจ้าข้า ที่​พวก​ข้าพเจ้า​ได้​เห็น​พระองค์​ทรง​หิว​หรือ​กระหาย​หรือ​เป็น​แขก​แปลก​หน้า​หรือ​ไม่​มี​เสื้อ​ผ้า​หรือ​ป่วย​หรือ​ถูก​จำ​คุก​และ​มิ​ได้​ปรนนิบัติ​พระองค์​นั้น​เมื่อ​ไร?’ 45 แล้ว​ท่าน​จะ​ตอบ​พวก​เขา​ว่า ‘เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า ที่​พวก​เจ้า​มิ​ได้​ทำ​ต่อ​ผู้​เล็ก​น้อย​ที่​สุด​เหล่า​นี้​คน​หนึ่ง​ก็​เท่า​กับ​พวก​เจ้า​มิ​ได้​ทำ​ต่อ​เรา.’ 46 และ​คน​เหล่า​นี้​จะ​ถูก​ทำลาย​ชั่วนิรันดร์ แต่​เหล่า​ผู้​ชอบธรรม​จะ​ได้​รับ​ชีวิต​นิรันดร์.”

26 เมื่อ​พระ​เยซู​ตรัส​ถ้อย​คำ​เหล่า​นั้น​แล้ว​จึง​ตรัส​กับ​เหล่า​สาวก​ว่า 2 “เจ้า​ทั้ง​หลาย​รู้​ว่า​จาก​นี้​อีก​สอง​วัน​จะ​เป็น​เทศกาล​ปัศคา และ​บุตร​มนุษย์​จะ​ถูก​มอบ​ให้​เขา​ตรึง​บน​เสา.”

3 แล้ว​พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​กับ​พวก​ผู้​เฒ่า​ผู้​แก่​ได้​ประชุม​กัน​ใน​ลาน​บ้าน​ของ​มหา​ปุโรหิต​ชื่อ​เคยาฟัส 4 และ​ปรึกษา​กัน​เพื่อ​หา​อุบาย​จับ​พระองค์​ฆ่า​เสีย. 5 แต่​พวก​เขา​พูด​กัน​ว่า “อย่า​ทำ​ใน​ช่วง​เทศกาล​เพื่อ​จะ​ไม่​เกิด​ความ​วุ่นวาย​ใน​หมู่​ประชาชน.”

6 ขณะ​พระ​เยซู​อยู่​ที่​หมู่​บ้าน​เบทาเนีย​ใน​บ้าน​ของ​ซีโมน​คน​โรค​เรื้อน 7 หญิง​คน​หนึ่ง​ถือ​ขวด*ใส่​น้ำมัน​หอม​ราคา​แพง​เข้า​มา​หา​พระองค์ และ​นาง​เท​น้ำมัน​หอม​ลง​บน​พระ​เศียร​ของ​พระองค์​ขณะ​ที่​ทรง​นั่ง​เอน​กาย​อยู่​ที่​โต๊ะ. 8 เมื่อ​เหล่า​สาวก​เห็น​เช่น​นั้น​ก็​ไม่​พอ​ใจ​และ​พูด​กัน​ว่า “ทำไม​ทำ​ให้​ของ​เสีย​เปล่า​อย่าง​นี้? 9 เพราะ​น้ำมัน​หอม​ขวด​นี้​ถ้า​ขาย​ก็​คง​ได้​เงิน​มาก​แล้ว​เอา​แจก​ให้​คน​จน​ได้.” 10 เมื่อ​พระ​เยซู​ทรง​รู้​เช่น​นั้น​จึง​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “พวก​เจ้า​ทำ​ให้​หญิง​ผู้​นี้​ไม่​สบาย​ใจ​ทำไม? ด้วย​ว่า​นาง​ได้​ทำ​ดี​ต่อ​เรา. 11 เพราะ​คน​จน​จะ​อยู่​กับ​พวก​เจ้า​เสมอ แต่​เรา​จะ​ไม่​อยู่​กับ​พวก​เจ้า​เสมอ​ไป. 12 ด้วย​ว่า​เมื่อ​หญิง​ผู้​นี้​เท​น้ำมัน​หอม​ชโลม​กาย​เรา นาง​ได้​ทำ​เพื่อ​เตรียม​การ​ฝัง​ศพ​เรา. 13 เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า ไม่​ว่า​จะ​มี​การ​ประกาศ​ข่าว​ดี​นี้​ที่​ไหน​ใน​โลก ก็​จะ​มี​การ​กล่าวขวัญ​ถึง​สิ่ง​ที่​หญิง​ผู้​นี้​ได้​ทำ​เพื่อ​เป็น​การ​ระลึก​ถึง​นาง.”

14 แล้ว​ยูดา​อิสการิโอต​ซึ่ง​เป็น​คน​หนึ่ง​ใน​สาวก​สิบ​สอง​คน​จึง​ได้​ไป​หา​พวก​ปุโรหิต​ใหญ่ 15 และ​ถาม​ว่า “พวก​ท่าน​จะ​ให้​อะไร​ข้าพเจ้า​ถ้า​ข้าพเจ้า​จะ​มอบ​พระองค์​แก่​พวก​ท่าน?” พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​ตก​ลง​จะ​ให้​เหรียญ​เงิน​เขา​สาม​สิบ​เหรียญ. 16 ตั้ง​แต่​นั้น​มา​ยูดา​จึง​คอย​หา​ทาง​มอบ​พระองค์​แก่​พวก​เขา.

17 ใน​วัน​แรก​ของ​เทศกาล​ขนมปัง​ไม่​ใส่​เชื้อ เหล่า​สาวก​มา​ทูล​ถาม​พระ​เยซู​ว่า “พระองค์​ทรง​ประสงค์​จะ​ให้​พวก​ข้าพเจ้า​เตรียม​อาหาร​สำหรับ​ปัศคา​ให้​พระองค์​เสวย​ที่​ไหน?” 18 พระองค์​ตรัส​ว่า “จง​เข้า​ไป​หา​คน​คน​หนึ่ง​ใน​เมือง​และ​บอก​เขา​ว่า ท่าน​อาจารย์​บอก​ว่า ‘เวลา​กำหนด​ของ​เรา​ใกล้​เข้า​มา​แล้ว เรา​จะ​ฉลอง​ปัศคา​กับ​สาวก​ของ​เรา​ที่​บ้าน​เจ้า.’ ” 19 และ​พวก​สาวก​ได้​ทำ​ตาม​ที่​พระ​เยซู​ทรง​บัญชา แล้ว​เตรียม​สิ่ง​ต่าง ๆ ไว้​พร้อม​สำหรับ​ฉลอง​ปัศคา.

20 พอ​ถึง​เวลา​เย็น พระ​เยซู​ทรง​นั่ง​เอน​กาย​ที่​โต๊ะ​กับ​สาวก​สิบ​สอง​คน. 21 ขณะ​ที่​รับประทาน​กัน​อยู่​นั้น พระองค์​ตรัส​ว่า “เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า พวก​เจ้า​คน​หนึ่ง​จะ​ทรยศ​เรา.” 22 เมื่อ​พวก​สาวก​ได้​ยิน​ก็​เป็น​ทุกข์​นัก จึง​ต่าง​ทูล​ถาม​พระองค์​ว่า “พระองค์​เจ้าข้า คือ​ข้าพเจ้า​หรือ?” 23 พระองค์​ตรัส​ตอบ​ว่า “ผู้​ที่​จิ้ม​ใน​ชาม​เดียว​กับ​เรา​นั่น​แหละ​คือ​ผู้​ที่​จะ​ทรยศ​เรา. 24 จริง​อยู่ บุตร​มนุษย์​จะ​จาก​ไป​อย่าง​ที่​มี​คำ​เขียน​ถึง​ท่าน​ไว้​แล้ว แต่​วิบัติ​จง​มี​แก่​คน​ที่​ทรยศ​บุตร​มนุษย์! ถ้า​คน​นั้น​ไม่​ได้​เกิด​มา​ก็​ดี​กว่า.” 25 ยูดา​ซึ่ง​กำลัง​จะ​ทรยศ​พระองค์​ทูล​ว่า “อาจารย์* คือ​ข้าพเจ้า​หรือ?” พระองค์​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “เจ้า​พูด​ถูก​แล้ว.”

26 ขณะ​ที่​รับประทาน​กัน​อยู่​นั้น พระ​เยซู​ทรง​หยิบ​ขนมปัง​มา​แผ่น​หนึ่ง​แล้ว​ทูล​ขอ​พร​และ​ทรง​หัก​ส่ง​ให้​เหล่า​สาวก​แล้ว​ตรัส​ว่า “รับ​ไป​กิน​เถิด. นี่​หมาย​ถึง​กาย​ของ​เรา.” 27 แล้ว​พระองค์​ทรง​หยิบ​ถ้วย​ขึ้น​มา​ทูล​ขอบพระคุณ​และ​ส่ง​ให้​พวก​เขา​แล้ว​ตรัส​ว่า “เจ้า​ทุก​คน​จง​ดื่ม​จาก​ถ้วย​นี้​เถิด 28 เพราะ​นี่​หมาย​ถึง​โลหิต​ของ​เรา​ซึ่ง​เป็น ‘โลหิต​แห่ง​สัญญา’ ซึ่ง​จะ​ต้อง​ไหล​ออก​เพื่อ​ปลด​เปลื้อง​บาป​ของ​คน​เป็น​อัน​มาก. 29 แต่​เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ว่า ตั้ง​แต่​นี้​ไป​เรา​จะ​ไม่​ดื่ม​เหล้า​องุ่น​อีก​เลย​จน​กระทั่ง​วัน​นั้น​ที่​เรา​จะ​ดื่ม​เหล้า​องุ่น​ใหม่​กับ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ใน​ราชอาณาจักร​ของ​พระ​บิดา​ของ​เรา.” 30 และ​เมื่อ​ร้อง​เพลง​สรรเสริญ​แล้ว พระองค์​กับ​เหล่า​สาวก​จึง​ออก​ไป​ยัง​ภูเขา​มะกอก.

31 ครั้น​แล้ว​พระ​เยซู​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “คืน​นี้​เจ้า​ทั้ง​หลาย​จะ​ทิ้ง​เรา​ไป*เนื่อง​จาก​สิ่ง​ที่​จะ​เกิด​ขึ้น​กับ​เรา เพราะ​มี​คำ​เขียน​ไว้​ว่า ‘เรา​จะ​ตี​ผู้​เลี้ยง​แกะ และ​แกะ​ฝูง​นั้น​จะ​กระจัด​กระจาย​ไป.’ 32 แต่​เมื่อ​เรา​ถูก​ปลุก​ให้​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย​แล้ว เรา​จะ​ไป​รอ​พวก​เจ้า​ที่​แคว้น​แกลิลี.” 33 แต่​เปโตร​ทูล​พระองค์​ว่า “แม้​ทุก​คน​จะ​ทิ้ง​พระองค์​ไป*เนื่อง​จาก​สิ่ง​ที่​จะ​เกิด​ขึ้น​กับ​พระองค์ ข้าพเจ้า​จะ​ไม่​ทิ้ง​พระองค์​ไป​เลย!” 34 พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “เรา​บอก​เจ้า​ตาม​จริง​ว่า คืน​นี้​ก่อน​ไก่​ขัน เจ้า​จะ​ปฏิเสธ​เรา​สาม​ครั้ง.” 35 เปโตร​ทูล​พระองค์​ว่า “แม้​ข้าพเจ้า​จะ​ต้อง​ตาย​กับ​พระองค์ ข้าพเจ้า​จะ​ไม่​ปฏิเสธ​พระองค์​เลย.” สาวก​ทั้ง​หมด​ต่าง​ก็​พูด​เหมือน​กัน.

36 แล้ว​พระ​เยซู​กับ​เหล่า​สาวก​ก็​มา​ถึง​ที่​ที่​เรียก​ว่า​เกทเซมาเน พระองค์​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “จง​นั่ง​อยู่​ตรง​นี้​ขณะ​ที่​เรา​ไป​อธิษฐาน​ที่​นั่น.” 37 แล้ว​พระองค์​ทรง​พา​เปโตร​กับ​บุตร​ทั้ง​สอง​ของ​เซเบเดอุส​ไป​ด้วย พระองค์​เริ่ม​โศก​เศร้า​และ​เป็น​ทุกข์​ยิ่ง. 38 แล้ว​พระองค์​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “เรา​เป็น​ทุกข์​หนัก​เจียน​ตาย. จง​อยู่​ที่​นี่​และ​เฝ้า​ระวัง​อยู่​กับ​เรา.” 39 เมื่อ​ทรง​ดำเนิน​ไป​อีก​หน่อย​หนึ่ง พระองค์​ทรง​ซบ​ลง​กับ​พื้น​อธิษฐาน​ว่า “พระ​บิดา​เจ้าข้า ถ้า​เป็น​ได้ ขอ​ทรง​ให้​ถ้วย​นี้​เลื่อน​พ้น​ไป​จาก​ข้าพเจ้า. แต่​อย่า​ให้​เป็น​ไป​ตาม​ใจ​ข้าพเจ้า ขอ​ให้​เป็น​ไป​ตาม​พระ​ประสงค์​ของ​พระองค์​เถิด.”

40 แล้ว​พระองค์​ทรง​กลับ​มา​หา​พวก​สาวก​และ​พบ​พวก​เขา​หลับ​อยู่ พระองค์​จึง​ตรัส​กับ​เปโตร​ว่า “พวก​เจ้า​จะ​เฝ้า​ระวัง​กับ​เรา​สัก​ชั่วโมง​ไม่​ได้​หรือ? 41 จง​เฝ้า​ระวัง​อยู่​เสมอ​และ​อธิษฐาน​ไม่​หยุดหย่อน​เพื่อ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​จะ​ไม่​พ่าย​แพ้​การ​ล่อ​ใจ. ใจ​กระตือรือร้น​ก็​จริง แต่​กาย​นั้น​อ่อนแอ.” 42 พระ​เยซู​เสด็จ​ไป​อธิษฐาน​อีก​เป็น​ครั้ง​ที่​สอง ทูล​ว่า “พระ​บิดา​เจ้าข้า ถ้า​ถ้วย​นี้​เลื่อน​พ้น​ไป​ไม่​ได้ และ​ข้าพเจ้า​จะ​ต้อง​ดื่ม ก็​ให้​เป็น​ไป​ตาม​พระ​ประสงค์​ของ​พระองค์​เถิด.” 43 แล้ว​พระองค์​ทรง​กลับ​มา​อีก​และ​พบ​พวก​สาวก​หลับ​อยู่​เพราะ​ง่วง​มาก. 44 พระองค์​จึง​ทรง​ละ​พวก​เขา​ไว้​แล้ว​ไป​อธิษฐาน​อีก​เป็น​ครั้ง​ที่​สาม โดย​ทูล​เหมือน​ครั้ง​ก่อน ๆ. 45 แล้ว​พระองค์​ทรง​กลับ​มา​หา​พวก​สาวก​และ​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “ใน​เวลา​อย่าง​นี้​พวก​เจ้า​ยัง​หลับ​พักผ่อน​อยู่​อีก! ตอน​นี้​ใกล้​จะ​ถึง​เวลา​ที่​บุตร​มนุษย์​จะ​ถูก​มอบ​ไว้​ใน​มือ​คน​บาป​แล้ว. 46 ลุก​ขึ้น​ไป​กัน​เถิด. ผู้​ทรยศ​เรา​มา​ใกล้​แล้ว.” 47 พระองค์​ตรัส​ยัง​ไม่​ทัน​ขาด​คำ ยูดา​ซึ่ง​เป็น​คน​หนึ่ง​ใน​สาวก​สิบ​สอง​คน​ก็​มา​พร้อม​กับ​คน​มาก​มาย​ที่​ถือ​ดาบ​ถือ​ตะบอง ซึ่ง​เป็น​คน​ของ​พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​และ​พวก​ผู้​เฒ่า​ผู้​แก่.

48 ผู้​ทรยศ​พระองค์​กำหนด​สัญญาณ​กับ​คน​เหล่า​นั้น​ไว้​ว่า “ข้าพเจ้า​จูบ​ผู้​ใด​ก็​คือ​คน​นั้น​แหละ จง​จับ​กุม​เขา.” 49 แล้ว​เขา​ก็​ตรง​เข้า​มา​หา​พระ​เยซู​และ​พูด​ว่า “อาจารย์ ขอ​ให้​มี​สันติ​สุข!” และ​จูบ​พระองค์​อย่าง​นุ่มนวล. 50 แต่​พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “สหาย​เอ๋ย เจ้า​มา​ที่​นี่​ทำไม?” แล้ว​พวก​เขา​ก็​เข้า​มา​จับ​กุม​พระองค์. 51 แต่​คน​หนึ่ง​ที่​อยู่​กับ​พระ​เยซู​ได้​ชัก​ดาบ​ออก​ฟัน​ทาส​ของ​มหา​ปุโรหิต​โดน​หู​เขา​ขาด. 52 พระ​เยซู​จึง​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “เก็บ​ดาบ​เสีย เพราะ​ทุก​คน​ที่​ใช้​ดาบ​จะ​พินาศ​ด้วย​ดาบ. 53 เจ้า​คิด​ว่า​เรา​จะ​ขอ​พระ​บิดา​ของ​เรา​ให้​ส่ง​ทัพ​ทูตสวรรค์​มาก​กว่า​สิบ​สอง​กอง​มา​เดี๋ยว​นี้​ไม่​ได้​หรือ? 54 ถ้า​อย่าง​นั้น ข้อ​คัมภีร์​ที่​กล่าว​ว่า​จะ​ต้อง​เกิด​เหตุ​การณ์​เช่น​นี้​ขึ้น​กับ​เรา​จะ​สำเร็จ​ได้​อย่าง​ไร?” 55 แล้ว​พระ​เยซู​ตรัส​กับ​ฝูง​ชน​ว่า “พวก​เจ้า​ถือ​ดาบ​ถือ​ตะบอง​มา​จับ​เรา​เหมือน​จับ​โจร​หรือ? เรา​นั่ง​สอน​ใน​พระ​วิหาร​ทุก​วัน แต่​พวก​เจ้า​ก็​ไม่​ได้​จับ​เรา. 56 แต่​ที่​เกิด​ขึ้น​ทั้ง​หมด​นี้​ก็​เพื่อ​ข้อ​ความ​ที่​เหล่า​ผู้​พยากรณ์​เขียน​ไว้​ใน​พระ​คัมภีร์​จะ​สำเร็จ.” แล้ว​สาวก​ทั้ง​หมด​ก็​ทิ้ง​พระองค์​แล้ว​หนี​ไป.

57 คน​เหล่า​นั้น​ที่​จับ​กุม​พระ​เยซู​พา​พระองค์​ไป​หา​เคยาฟัส​มหา​ปุโรหิต ซึ่ง​มี​พวก​อาลักษณ์​และ​พวก​ผู้​เฒ่า​ผู้​แก่​ชุมนุม​กัน​อยู่​ที่​นั่น​ด้วย. 58 ส่วน​เปโตร​ตาม​พระองค์​ไป​ห่าง ๆ จน​ถึง​ลาน​บ้าน​มหา​ปุโรหิต และ​เมื่อ​เข้า​ไป​ข้าง​ใน​แล้ว​ก็​ไป​นั่ง​อยู่​กับ​พวก​คน​รับใช้​เพื่อ​คอย​ดู​ว่า​เรื่อง​จะ​จบ​ลง​อย่าง​ไร.

59 ระหว่าง​นั้น พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​กับ​สมาชิก​ทุก​คน​ของ​สภา​ซันเฮดริน*ก็​หา​พยาน​เท็จ​มา​ปรักปรำ​พระ​เยซู​เพื่อ​จะ​ได้​ประหาร​พระองค์ 60 แต่​พวก​เขา​หา​หลักฐาน​ไม่​ได้ แม้​ว่า​มี​พยาน​เท็จ​หลาย​คน​มา​ให้​การ​ก็​ตาม. ใน​ที่​สุด​ก็​มี​สอง​คน​มา​ให้​การ 61 ว่า “คน​นี้​พูด​ว่า ‘เรา​จะ​ทลาย​พระ​วิหาร​ของ​พระเจ้า​แล้ว​สร้าง​ขึ้น​ใหม่​ได้​ใน​สาม​วัน.’ ” 62 มหา​ปุโรหิต​จึง​ลุก​ขึ้น​พูด​กับ​พระองค์​ว่า “เจ้า​ไม่​โต้​ตอบ​อะไร​หรือ? เจ้า​จะ​ว่า​อย่าง​ไร​ที่​คน​เหล่า​นี้​ให้​การ​ปรักปรำ​เจ้า?” 63 แต่​พระ​เยซู​ยัง​คง​นิ่ง​อยู่. มหา​ปุโรหิต​จึง​พูด​กับ​พระองค์​ว่า “เรา​สั่ง​เจ้า​ให้​สาบาน​ใน​นาม​ของ​พระเจ้า​ผู้​ทรง​พระ​ชนม์​อยู่ แล้ว​บอก​เรา​ว่า​เจ้า​เป็น​พระ​คริสต์​พระ​บุตร​ของ​พระเจ้า​หรือ​ไม่!” 64 พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “เจ้า​พูด​ถูก​แล้ว. แต่​เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ว่า ตั้ง​แต่​นี้​ไป​พวก​เจ้า​จะ​เห็น​บุตร​มนุษย์​นั่ง​ด้าน​ขวา​พระ​หัตถ์​ของ​พระองค์​ผู้​ทรง​ฤทธิ์​และ​จะ​เห็น​ท่าน​มา​บน​เมฆ​ใน​ท้องฟ้า.” 65 มหา​ปุโรหิต​จึง​ฉีก​เสื้อ​ของ​ตน​และ​กล่าว​ว่า “เขา​หมิ่น​ประมาท​พระเจ้า​แล้ว! เรา​ยัง​จะ​ต้องการ​พยาน​อีก​หรือ? ท่าน​ทั้ง​หลาย​ก็​ได้​ยิน​แล้ว​ว่า​เขา​หมิ่น​ประมาท​พระเจ้า! 66 พวก​ท่าน​คิด​เห็น​อย่าง​ไร?” คน​เหล่า​นั้น​ตอบ​ว่า “เขา​ต้อง​รับ​โทษ​ถึง​ตาย.” 67 แล้ว​พวก​เขา​ก็​ถ่ม​น้ำลาย​ใส่​พระ​พักตร์​พระองค์​และ​ต่อย​พระองค์. คน​อื่น ๆ ตบ​พระ​พักตร์​พระองค์ 68 และ​พูด​ว่า “เจ้า​พระ​คริสต์ พิสูจน์​ให้​พวก​เรา​เห็น​สิ​ว่า​เจ้า​เป็น​ผู้​พยากรณ์ บอก​สิ​ว่า​ใคร​ตบ​เจ้า?”

69 ตอน​นั้น​เปโตร​นั่ง​อยู่​ข้าง​นอก​ที่​ลาน​บ้าน​และ​สาว​ใช้​คน​หนึ่ง​เข้า​มา​พูด​กับ​เขา​ว่า “เจ้า​เคย​อยู่​กับ​เยซู​ชาว​แกลิลี​ด้วย​นี่!” 70 แต่​เขา​ปฏิเสธ​ต่อ​หน้า​คน​ทั้ง​หมด​นั้น​ว่า “เจ้า​พูด​อะไร ข้า​ไม่​รู้​เรื่อง.” 71 เมื่อ​เปโตร​ออก​ไป​ยัง​โถง​ทาง​เข้า​ด้าน​หน้า หญิง​สาว​อีก​คน​หนึ่ง​สังเกต​เห็น​เขา​และ​พูด​กับ​คน​ที่​อยู่​ที่​นั่น​ว่า “คน​นี้​เคย​อยู่​กับ​เยซู​ชาว​นาซาเรท.” 72 เขา​ปฏิเสธ​อีก ทั้ง​สาบาน​ด้วย​ว่า “ข้า​ไม่​รู้​จัก​คน​นั้น!” 73 อีก​ครู่​หนึ่ง​ผู้​คน​ที่​ยืน​อยู่​บริเวณ​นั้น​ก็​เข้า​มา​พูด​กับ​เปโตร​ว่า “เจ้า​เป็น​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​นั้น​แน่ ๆ เพราะ​สำเนียง​ของ​เจ้า​มัน​ฟ้อง.” 74 เขา​จึง​สบถ​สาบาน​ว่า “ข้า​ไม่​รู้​จัก​คน​นั้น!” ทันใด​นั้น​ไก่​ก็​ขัน. 75 เปโตร​จึง​นึก​ถึง​คำ​ตรัส​ของ​พระ​เยซู​ที่​ว่า “ก่อน​ไก่​ขัน เจ้า​จะ​ปฏิเสธ​เรา​สาม​ครั้ง.” เขา​จึง​ออก​ไป​ร้องไห้​ด้วย​ความ​ทุกข์​ใจ.

27 พอ​รุ่ง​เช้า​บรรดา​ปุโรหิต​ใหญ่​และ​ผู้​เฒ่า​ผู้​แก่​ก็​ประชุม​ปรึกษา​กัน​เพื่อ​หา​ทาง​ประหาร​พระ​เยซู. 2 และ​เมื่อ​พวก​เขา​มัด​พระองค์​แล้ว​ก็​นำ​ตัว​ไป​มอบ​ให้​ปีลาต​ซึ่ง​เป็น​ผู้​ว่า​ราชการ.

3 เวลา​นั้น เมื่อ​ยูดา​ผู้​ทรยศ​พระองค์​เห็น​ว่า​พระองค์​ถูก​ตัดสิน​ลง​โทษ​ก็​รู้สึก​เสียใจ จึง​เอา​เหรียญ​เงิน​สาม​สิบ​เหรียญ​มา​คืน​ให้​พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​กับ​ผู้​เฒ่า​ผู้​แก่ 4 และ​พูด​ว่า “ข้าพเจ้า​ทำ​ผิด​แล้ว​ที่​ได้​มอบ​คน​ชอบธรรม*แก่​พวก​ท่าน.” พวก​เขา​บอก​ว่า “แล้ว​มัน​เกี่ยว​อะไร​กับ​พวก​เรา? นั่น​มัน​เรื่อง​ของ​เจ้า!” 5 ยูดา​จึง​โยน​เหรียญ​เงิน​เหล่า​นั้น​เข้า​ไป​ใน​พระ​วิหาร​แล้ว​ออก​ไป​ผูก​คอ​ตาย. 6 แต่​พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​เก็บ​เงิน​มา​และ​พูด​ว่า “เงิน​นี้​จะ​ใส่​ไว้​ใน​คลัง​ของ​พระ​วิหาร​ไม่​ได้ เพราะ​เป็น​เงิน​ที่​เปื้อน​เลือด.” 7 เมื่อ​ปรึกษา​กัน​แล้ว พวก​เขา​จึง​ใช้​เงิน​นั้น​ซื้อ​ทุ่ง​ของ​ช่าง​ปั้น​หม้อ​เพื่อ​ใช้​ฝัง​ศพ​คน​ต่าง​บ้าน​ต่าง​เมือง. 8 ฉะนั้น ทุ่ง​นั้น​จึง​ถูก​เรียก​ว่า “ทุ่ง​โลหิต” จน​ถึง​ทุก​วัน​นี้. 9 แล้ว​คำ​ที่​ผู้​พยากรณ์​ยิระมะยาห์​กล่าว​ไว้​ก็​สำเร็จ​ที่​ว่า “และ​พวก​เขา​ก็​เอา​เหรียญ​เงิน​สาม​สิบ​เหรียญ​ซึ่ง​เป็น​ราคา​ของ​ผู้​นั้น คือ​ผู้​ที่​เหล่า​บุตร​ของ​อิสราเอล​บาง​คน​ตั้ง​ราคา​ไว้ 10 และ​พวก​เขา​จ่าย​เงิน​นั้น​สำหรับ​ทุ่ง​ของ​ช่าง​ปั้น​หม้อ ตาม​ที่​พระ​ยะโฮวา​ทรง​บัญชา​ข้าพเจ้า​ไว้.”*

11 เมื่อ​พระ​เยซู​ทรง​ยืน​อยู่​ต่อ​หน้า​ผู้​ว่า​ราชการ เขา​ถาม​พระองค์​ว่า “เจ้า​เป็น​กษัตริย์​ของ​ชาว​ยิว​หรือ?” พระ​เยซู​ตรัส​ตอบ​ว่า “ท่าน​พูด​ถูก​แล้ว.” 12 แต่​เมื่อ​พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​และ​ผู้​เฒ่า​ผู้​แก่​กล่าวหา​พระองค์ พระองค์​ไม่​ได้​ตอบ​อะไร. 13 แล้ว​ปีลาต​ถาม​พระองค์​ว่า “เจ้า​ไม่​ได้​ยิน​หรือ​ว่า​พวก​เขา​ให้​การ​ปรักปรำ​เจ้า​หลาย​ประการ?” 14 แต่​พระองค์​มิ​ได้​ตอบ​เขา​สัก​คำ​เดียว ผู้​ว่า​ราชการ​จึง​ประหลาด​ใจ​อย่าง​ยิ่ง.

15 ใน​ช่วง​เทศกาล​นี้ เป็น​ธรรมเนียม​ที่​ผู้​ว่า​ราชการ​จะ​ปล่อย​นัก​โทษ​คน​หนึ่ง​ตาม​ที่​ฝูง​ชน​ต้องการ. 16 ใน​เวลา​นั้น มี​นัก​โทษ​ที่​มี​ชื่อ​ฉาวโฉ่​คน​หนึ่ง​ชื่อ​บารับบัส. 17 ดัง​นั้น เมื่อ​ฝูง​ชน​มา​ชุมนุม​กัน ปีลาต​จึง​กล่าว​กับ​พวก​เขา​ว่า “พวก​เจ้า​ต้องการ​ให้​เรา​ปล่อย​คน​ไหน บารับบัส​หรือ​เยซู​ที่​เรียก​กัน​ว่า​พระ​คริสต์?” 18 เพราะ​ปีลาต​รู้​ว่า​พวก​เขา​ส่ง​ตัว​พระองค์​มา​เพราะ​ความ​ริษยา. 19 นอก​จาก​นี้ ขณะ​ที่​เขา​นั่ง​บน​บัลลังก์​พิพากษา ภรรยา​ของ​เขา​ใช้​คน​มา​บอก​ว่า “อย่า​ทำ​อะไร​คน​ชอบธรรม​นั้น เพราะ​วัน​นี้​ฉัน​ฝัน​เห็น​เขา ใน​ฝัน​นั้น​ฉัน​เป็น​ทุกข์​มาก.” 20 แต่​พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​และ​ผู้​เฒ่า​ผู้​แก่​ยุ​ฝูง​ชน​ให้​ขอ​ปีลาต​ให้​ปล่อย​บารับบัส แต่​ให้​ฆ่า​พระ​เยซู. 21 ผู้​ว่า​ราชการ​ปีลาต​จึง​พูด​กับ​ฝูง​ชน​ว่า “ใน​สอง​คน​นี้ เจ้า​ทั้ง​หลาย​ต้องการ​ให้​เรา​ปล่อย​คน​ไหน?” พวก​เขา​ตอบ​ว่า “บารับบัส.” 22 ปีลาต​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ถ้า​เช่น​นั้น เรา​จะ​ทำ​อย่าง​ไร​กับ​เยซู​ที่​เรียก​กัน​ว่า​พระ​คริสต์?” พวก​เขา​ทั้ง​หมด​พูด​ว่า “ตรึง​เขา​เสีย!” 23 ปีลาต​พูด​ว่า “ตรึง​เขา​ทำไม? เขา​ทำ​ชั่ว​อะไร?” แต่​พวก​เขา​ยิ่ง​ร้อง​ว่า “ตรึง​เขา​เสีย!”

24 เมื่อ​เห็น​ที​ว่า​ไม่​ได้​การ แต่​กลับ​เกิด​ความ​วุ่นวาย ปีลาต​จึง​เอา​น้ำ​มา​ล้าง​มือ​ต่อ​หน้า​ฝูง​ชน​และ​พูด​ว่า “เรา​ไม่​ต้อง​รับผิดชอบ​การ​ตาย*ของ​คน​นี้​แล้ว. พวก​เจ้า​ต้อง​จัด​การ​กัน​เอง.” 25 คน​ทั้ง​ปวง​พา​กัน​ตอบ​ว่า “พวก​เรา​กับ​ลูก ๆ จะ​รับผิดชอบ​การ​ตาย​ของ​เขา​เอง.”* 26 ปีลาต​จึง​ปล่อย​บารับบัส​ให้​พวก​เขา แต่​ให้​เฆี่ยน​พระ​เยซู​และ​ส่ง​พระองค์​ให้​พวก​เขา​เอา​ไป​ตรึง​บน​เสา.

27 ทหาร​ของ​ผู้​ว่า​ราชการ​จึง​นำ​ตัว​พระ​เยซู​เข้า​ไป​ใน​จวน​ผู้​ว่า​ราชการ​และ​เรียก​ทหาร​ทั้ง​กอง​มา​ยืน​ล้อม​พระองค์​ไว้. 28 พวก​เขา​ถอด​ฉลองพระองค์​ออก​แล้ว​เอา​เสื้อ​คลุม​สี​แดง​เข้ม​คลุม​ให้​พระองค์ 29 และ​พวก​เขา​เอา​หนาม​สาน​เป็น​มงกุฎ​แล้ว​สวม​บน​พระ​เศียร​ของ​พระองค์​และ​เอา​ไม้​อ้อ​ใส่​ใน​พระ​หัตถ์​ขวา​ของ​พระองค์. แล้ว​พวก​เขา​เยาะเย้ย​พระองค์​โดย​คุกเข่า​ลง​เบื้อง​หน้า​พระองค์​และ​พูด​ว่า “ข้า​แต่​กษัตริย์​ของ​ชาว​ยิว ขอ​ทรง​พระ​เจริญ!” 30 และ​พวก​เขา​ถ่ม​น้ำลาย​รด​พระองค์​และ​เอา​ไม้​อ้อ​ตี​พระ​เศียร​พระองค์. 31 เมื่อ​พวก​เขา​เยาะเย้ย​พระองค์​แล้ว​ก็​เอา​เสื้อ​คลุม​ตัว​นั้น​ออก​และ​เอา​ฉลองพระองค์​ตัว​นอก​มา​สวม​ให้ แล้ว​จึง​นำ​ตัว​พระองค์​ไป​ตรึง​บน​เสา.

32 ขณะ​ที่​ออก​ไป​นั้น​พวก​เขา​พบ​ซีโมน​ชาว​ไซรีนี จึง​เกณฑ์​เขา​ให้​แบก​เสา​ทรมาน*ของ​พระองค์. 33 และ​เมื่อ​มา​ถึง​ที่​แห่ง​หนึ่ง​ชื่อ​โกลโกทา ซึ่ง​แปล​ว่า​กะโหลก 34 พวก​เขา​เอา​เหล้า​องุ่น​ผสม​กับ​น้ำ​ดี​ให้​พระองค์​เสวย แต่​เมื่อ​ทรง​ชิม​ดู​แล้ว พระองค์​ไม่​ยอม​เสวย. 35 เมื่อ​พวก​เขา​ตรึง​พระองค์​บน​เสา​แล้ว​ก็​เอา​ฉลองพระองค์​ตัว​นอก​มา​จับ​ฉลาก​แบ่ง​กัน 36 และ​พวก​เขา​นั่ง​เฝ้า​พระองค์​ที่​นั่น. 37 พวก​เขา​ติด​ข้อ​ความ​กล่าวหา​พระองค์​ไว้​เหนือ​พระ​เศียร​พระองค์​ด้วย ซึ่ง​อ่าน​ว่า “นี่​คือ​เยซู​กษัตริย์​ของ​ชาว​ยิว.”

38 คราว​นั้น​มี​โจร​สอง​คน​ถูก​ตรึง​บน​เสา​พร้อม​กับ​พระองค์ ข้าง​ขวา​คน​หนึ่ง​และ​ข้าง​ซ้าย​คน​หนึ่ง. 39 คน​ที่​เดิน​ผ่าน​ไป​มา​จึง​พูด​สบประมาท​พระองค์ พวก​เขา​ส่าย​หน้า 40 และ​พูด​ว่า “เจ้า​ผู้​ที่​จะ​ทลาย​พระ​วิหาร​และ​สร้าง​ขึ้น​ใน​สาม​วัน ช่วย​ตัว​เอง​ให้​รอด​สิ! ถ้า​เจ้า​เป็น​บุตร​ของ​พระเจ้า ลง​มา​จาก​เสา​ทรมาน​สิ!” 41 พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​และ​พวก​อาลักษณ์​กับ​พวก​ผู้​เฒ่า​ผู้​แก่​ก็​เยาะเย้ย​พระองค์​เหมือน​กัน​ว่า 42 “เขา​ช่วย​คน​อื่น​ได้ แต่​ช่วย​ตัว​เอง​ไม่​ได้! เขา​เป็น​กษัตริย์​ของ​อิสราเอล ให้​เขา​ลง​มา​จาก​เสา​ทรมาน​เดี๋ยว​นี้​สิ แล้ว​เรา​จะ​เชื่อ​เขา. 43 เขา​ไว้​วางใจ​พระเจ้า ให้​พระองค์​ช่วย​เขา​เดี๋ยว​นี้​สิ​ถ้า​พระองค์​พอ​พระทัย เพราะ​เขา​บอก​ว่า ‘เรา​เป็น​บุตร​ของ​พระเจ้า.’ ” 44 แม้​แต่​โจร​สอง​คน​ที่​ถูก​ตรึง​บน​เสา​พร้อม​กับ​พระองค์​ก็​หยาบ​หยาม​พระองค์​เหมือน​กัน.

45 ตั้ง​แต่​เวลา​เที่ยง​วัน​จน​ถึง​บ่าย​สาม​โมง เกิด​ความ​มืด​ทั่ว​แผ่นดิน. 46 ประมาณ​บ่าย​สาม​โมง​พระ​เยซู​ทรง​ร้อง​เสียง​ดัง​ว่า “เอลี เอลี ลามาซาบัคทานี?” แปล​ว่า “พระเจ้า​ของ​ข้าพเจ้า พระเจ้า​ของ​ข้าพเจ้า เหตุ​ใด​พระองค์​ทรง​ทอดทิ้ง​ข้าพเจ้า?” 47 เมื่อ​ได้​ยิน​เช่น​นั้น บาง​คน​ที่​ยืน​อยู่​ที่​นั่น​พูด​ว่า “เขา​เรียก​เอลียาห์.” 48 และ​ใน​ทันที​นั้น​เอง​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​เขา​ก็​วิ่ง​ไป​เอา​ฟองน้ำ​ชุบ​เหล้า​องุ่น​เปรี้ยว​เสียบ​กับ​ไม้​อ้อ​แล้ว​ยื่น​ให้​พระองค์​เสวย. 49 แต่​คน​อื่น ๆ พูด​ว่า “อย่า​ยุ่ง​กับ​เขา! มา​ดู​กัน​ว่า​เอลียาห์​จะ​มา​ช่วย​เขา​ให้​รอด​หรือ​ไม่.” [อีก​คน​หนึ่ง​เอา​หอก​แทง​สีข้าง​พระองค์ และ​เลือด​กับ​น้ำ​ก็​ไหล​ออก​มา.]* 50 พระ​เยซู​ทรง​ร้อง​เสียง​ดัง​อีก​ครั้ง​หนึ่ง​แล้ว​สิ้น​พระ​ชนม์.

51 ใน​เวลา​นั้น​เอง ม่าน​ใน​พระ​วิหาร​ขาด​เป็น​สอง​ส่วน​ตั้ง​แต่​บน​จด​ล่าง แผ่นดิน​ก็​ไหว ศิลา​ก็​แยก. 52 อุโมงค์​ฝัง​ศพ​ก็​เปิด​ออก​และ​ร่าง​ของ​ผู้​บริสุทธิ์​หลาย​คน​ซึ่ง​ล่วง​ลับ*ไป​แล้ว​ก็​โผล่​ขึ้น​มา 53 ปรากฏ​แก่​คน​เป็น​อัน​มาก (และ​หลัง​จาก​พระองค์​ได้​รับ​การ​ปลุก​ให้​คืน​พระ​ชนม์​แล้ว มี​คน​ที่​มา​จาก​บริเวณ​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​เข้า​ไป​ใน​เมือง​บริสุทธิ์). 54 แต่​เมื่อ​นาย​ร้อย​กับ​คน​ที่​เฝ้า​ดู​พระ​เยซู​ด้วย​กัน​ได้​เห็น​แผ่นดิน​ไหว​และ​สิ่ง​ที่​เกิด​ขึ้น​ก็​กลัว​ยิ่ง​นัก​จึง​พูด​กัน​ว่า “คน​นี้​เป็น​บุตร​ของ​พระเจ้า​แน่​แล้ว.”

55 นอก​จาก​นั้น ที่​นั่น​ยัง​มี​ผู้​หญิง​หลาย​คน​ซึ่ง​เคย​ติด​ตาม​รับใช้​พระ​เยซู​มา​จาก​แกลิลี​มอง​ดู​อยู่​ห่าง ๆ 56 ใน​ผู้​หญิง​เหล่า​นั้น​ก็​มี​มาเรีย​มักดาลา มาเรีย​มารดา​ของ​ยาโกโบ​กับ​โยเสส แล้ว​ก็​ภรรยา​ของ​เซเบเดอุส.

57 เมื่อ​ถึง​เวลา​เย็น โยเซฟ เศรษฐี​เมือง​อะริมาเทีย​ซึ่ง​ได้​มา​เป็น​สาวก​ของ​พระ​เยซู 58 ได้​ไป​ขอ​พระ​ศพ​พระ​เยซู​จาก​ปีลาต. ปีลาต​ก็​สั่ง​ให้​มอบ​แก่​เขา. 59 โยเซฟ​จึง​นำ​พระ​ศพ​มา​พัน​ด้วย​ผ้า​ลินิน​เนื้อ​ดี​ที่​สะอาด 60 และ​วาง​พระ​ศพ​ไว้​ใน​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​ใหม่​ของ​เขา​ซึ่ง​เขา​ให้​เจาะ​ไว้​ใน​ศิลา. เมื่อ​กลิ้ง​หิน​ใหญ่​ปิด​ปาก​อุโมงค์​ไว้​แล้ว​เขา​ก็​ไป. 61 แต่​มาเรีย​มักดาลา​กับ​มาเรีย​อีก​คน​หนึ่ง​ยัง​นั่ง​อยู่​หน้า​อุโมงค์​นั้น.

62 ใน​วัน​รุ่ง​ขึ้น ถัด​จาก​วัน​เตรียม* พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​กับ​พวก​ฟาริซาย​พา​กัน​ไป​หา​ปีลาต 63 พูด​ว่า “ท่าน​เจ้าข้า พวก​ข้าพเจ้า​นึก​ขึ้น​ได้​ว่า​คน​หลอก​ลวง​ผู้​นั้น​เคย​บอก​ไว้​เมื่อ​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่​ว่า ‘อีก​สาม​วัน​เรา​จะ​ถูก​ปลุก​ให้​เป็น​ขึ้น​มา.’ 64 ฉะนั้น โปรด​สั่ง​ให้​ป้องกัน​ที่​ฝัง​ศพ​เขา​อย่าง​แน่น​หนา​จน​ถึง​วัน​ที่​สาม เพื่อ​ไม่​ให้​พวก​สาวก​ของ​เขา​มา​ขโมย​ศพ​ไป​แล้ว​บอก​ประชาชน​ว่า ‘เขา​ถูก​ปลุก​ให้​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย​แล้ว!’ และ​การ​หลอก​ลวง​ครั้ง​หลัง​นี้​จะ​ยิ่ง​ร้าย​กว่า​ครั้ง​แรก.” 65 ปีลาต​บอก​พวก​เขา​ว่า “พวก​เจ้า​จง​นำ​ทหาร​ยาม​ไป​ป้องกัน​ที่​นั่น​ให้​แน่น​หนา​เท่า​ที่​จะ​ทำ​ได้.” 66 พวก​เขา​จึง​ไป​จัด​การ​ป้องกัน​ที่​ฝัง​ศพ​อย่าง​แน่น​หนา​โดย​ประทับ​ตรา​ไว้​ที่​หิน​และ​ให้​ทหาร​ยาม​เฝ้า​ไว้.

28 หลัง​วัน​ซะบาโต ใน​ตอน​เช้า​ตรู่​ของ​วัน​ต้น​สัปดาห์ มาเรีย​มักดาลา​กับ​มาเรีย​อีก​คน​หนึ่ง​มา​ดู​ที่​ฝัง​ศพ​นั้น.

2 ก่อน​หน้า​นั้น เกิด​แผ่นดิน​ไหว​ใหญ่​เพราะ​ทูต​ของ​พระ​ยะโฮวา​ลง​มา​จาก​สวรรค์​และ​มา​กลิ้ง​หิน​ออก​ไป แล้ว​นั่ง​อยู่​บน​หิน​นั้น. 3 กาย​ท่าน​สว่าง​จ้า​ดุจ​ฟ้า​แลบ และ​เสื้อ​ผ้า​ของ​ท่าน​ขาว​ดุจ​หิมะ. 4 ยาม​ที่​เฝ้า​อยู่​ก็​กลัว​ทูตสวรรค์​นั้น​จน​ตัว​สั่น​แล้ว​เป็น​เหมือน​คน​ตาย.

5 แต่​ทูตสวรรค์​นั้น​พูด​กับ​หญิง​ทั้ง​สอง​ว่า “อย่า​กลัว​เลย เพราะ​เรา​รู้​ว่า​พวก​เจ้า​กำลัง​มอง​หา​พระ​เยซู​ผู้​ถูก​ตรึง​บน​เสา. 6 พระองค์​ไม่​อยู่​ที่​นี่ เพราะ​พระองค์​ถูก​ปลุก​ให้​เป็น​ขึ้น​มา​แล้ว​ดัง​ที่​พระองค์​บอก​ไว้. มา​เถิด มา​ดู​ที่​ซึ่ง​เขา​วาง​พระ​ศพ​พระองค์​ไว้. 7 และ​จง​รีบ​ไป​บอก​เหล่า​สาวก​ว่า​พระองค์​ถูก​ปลุก​ให้​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย​แล้ว และ​พระองค์​จะ​ไป​รอ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ที่​แคว้น​แกลิลี เจ้า​ทั้ง​หลาย​จะ​พบ​พระองค์​ที่​นั่น. เรา​บอก​เจ้า​แล้ว.”

8 ทั้ง​สอง​จึง​รีบ​ไป​จาก​อุโมงค์​ฝัง​ศพ​ด้วย​ความ​กลัว​และ​ด้วย​ความ​ยินดี​ยิ่ง​แล้ว​วิ่ง​ไป​บอก​เหล่า​สาวก​ของ​พระองค์. 9 ทันใด​นั้น พระ​เยซู​เสด็จ​มา​พบ​พวก​นาง​และ​ทรง​ทักทาย​ว่า “จง​มี​สันติ​สุข​เถิด!” ทั้ง​สอง​จึง​เข้า​มา​จับ​ที่​พระ​บาท​และ​แสดง​ความ​เคารพ​พระองค์. 10 แล้ว​พระ​เยซู​ตรัส​กับ​พวก​นาง​ว่า “อย่า​กลัว​เลย! จง​ไป​บอก​พี่​น้อง​ของ​เรา​ให้​ไป​ยัง​แคว้น​แกลิลี แล้ว​พวก​เขา​จะ​พบ​เรา​ที่​นั่น.”

11 ขณะ​ที่​พวก​นาง​กำลัง​ไป ทหาร​ยาม​บาง​คน​เข้า​ไป​ใน​เมือง​และ​แจ้ง​เรื่อง​ที่​เกิด​ขึ้น​ทั้ง​หมด​แก่​พวก​ปุโรหิต​ใหญ่. 12 และ​เมื่อ​พวก​ปุโรหิต​ใหญ่​ประชุม​ปรึกษา​กัน​กับ​พวก​ผู้​เฒ่า​ผู้​แก่​แล้ว พวก​เขา​ได้​ให้​เงิน​ก้อน​ใหญ่​แก่​พวก​ทหาร​ยาม 13 และ​บอก​ว่า “จง​พูด​ว่า ‘พวก​สาวก​ของ​เขา​มา​ลัก​ศพ​เขา​ไป​ตอน​กลางคืน​ขณะ​ที่​พวก​ข้าพเจ้า​หลับ​อยู่.’ 14 และ​ถ้า​เรื่อง​นี้​รู้​ถึง​หู​ผู้​ว่า​ราชการ เรา​จะ​แก้​ตัว​ให้​พวก​เจ้า​เอง พวก​เจ้า​จะ​ไม่​เดือดร้อน.” 15 พวก​ทหาร​ยาม​จึง​รับ​เงิน​ไป​และ​ทำ​ตาม​ที่​ได้​รับ​คำ​แนะ​นำ เรื่อง​ที่​พวก​เขา​พูด​นั้น​จึง​เล่า​ลือ​กัน​ใน​หมู่​ชาว​ยิว​จน​ทุก​วัน​นี้.

16 อย่าง​ไร​ก็​ตาม สาวก​สิบ​เอ็ด​คน​ได้​ไป​ยัง​ภูเขา​ใน​แคว้น​แกลิลี​ตาม​ที่​พระ​เยซู​ทรง​นัด​หมาย​ไว้ 17 และ​เมื่อ​เห็น​พระองค์ พวก​เขา​จึง​แสดง​ความ​เคารพ แต่​บาง​คน​ยัง​สงสัย. 18 พระ​เยซู​ทรง​เข้า​มา​หา​แล้ว​ตรัส​กับ​พวก​เขา​ว่า “อำนาจ​ทั้ง​สิ้น​ใน​สวรรค์​และ​บน​แผ่นดิน​โลก​ได้​ทรง​มอบ​แก่​เรา​แล้ว. 19 ฉะนั้น จง​ไป​สอน​คน​จาก​ทุก​ชาติ​ให้​เป็น​สาวก ให้​พวก​เขา​รับ​บัพติสมา*ใน​นาม​ของ​พระ​บิดา​และ​พระ​บุตร​และ​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์ 20 สอน​พวก​เขา​ให้​ปฏิบัติ​ตาม​ทุก​สิ่ง​ที่​เรา​สั่ง​พวก​เจ้า​ไว้. และ​เรา​จะ​อยู่​กับ​พวก​เจ้า​เสมอ​จน​ถึง​ช่วง​สุด​ท้าย​ของ​ยุค.”*

ตาม​ธรรมเนียม​ชาว​ยิว จะ​เรียก​คู่​หมั้น​ฝ่าย​ชาย​ว่า “สามี.”

ตาม​ธรรมเนียม​ชาว​ยิว ถ้า​จะ​ถอน​หมั้น​จะ​ต้อง​หย่า.

พระ​นาม “ยะโฮวา” ปรากฏ​ที่​นี่​เป็น​ครั้ง​แรก​ใน 237 แห่ง​ใน​ฉบับ​แปล​นี้. ดู​ภาค​ผนวก 2.

ตาม​ธรรมเนียม​ชาว​ยิว จะ​เรียก​คู่​หมั้น​ฝ่าย​หญิง​ว่า “ภรรยา.”

หรือ “เยชูอา” ใน​ภาษา​ฮีบรู หมาย​ความ​ว่า “พระ​ยะโฮวา​เป็น​ความ​รอด.”

คือ เฮโรด​มหาราช.

คำ​ว่า “คริสต์” มี​ความ​หมาย​ตรง​กับ​คำ​ภาษา​ฮีบรู​ที่​ออก​เสียง​ใน​ภาษา​ไทย​ว่า “มาซีฮา.” เมื่อ​ใช้​คำ​นี้​กับ​พระ​เยซู​ใน​พระ​คัมภีร์​ภาค​ภาษา​กรีก​จะ​เป็น​คำ​เรียก​ที่​หมาย​ความ​ว่า “ผู้​ถูก​เจิม” ไม่​ใช่​พระ​นาม.

บัพติสมา​คือ​การ​จุ่ม​ตัว​ใน​น้ำ​จน​มิด เป็น​พิธี​ทาง​ศาสนา.

ฟาริซาย​เป็น​นิกาย​ใหญ่​นิกาย​หนึ่ง​ใน​ศาสนา​ยิว​ใน​ศตวรรษ​แรก​แห่ง​สากล​ศักราช.

ซาดูกาย​เป็น​นิกาย​ใหญ่​นิกาย​หนึ่ง​ใน​ศาสนา​ยิว​ใน​ศตวรรษ​แรก​แห่ง​สากล​ศักราช​ที่​ไม่​เชื่อ​เรื่อง​การ​กลับ​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย​และ​เรื่อง​ทูตสวรรค์.

ทะเล​แกลิลี​เป็น​ทะเลสาบ. มี​ชื่อ​เรียก​ใน​คัมภีร์​ไบเบิล​อีก​ว่า ทะเลสาบ​เกนเนซาเรต และ​ทะเล​ไทเบริแอส.

เขต​ที่​ประกอบ​ด้วย​สิบ​เมือง ส่วน​ใหญ่​อยู่​ทาง​ตะวัน​ออก​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน.

หรือ “สำนึก​ถึง​ความ​จำเป็น​ต้อง​พึ่ง​พระเจ้า.”

ที่​เผา​ขยะ​นอก​กรุง​เยรูซาเลม. ดู​ภาค​ผนวก 9.

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “จ่าย​เงิน​จน​เหรียญ​ควอดรันส์​สุด​ท้าย.” ควอดรันส์ คือ​เงิน​เหรียญ​ที่​มี​ค่า​น้อย​มาก. ดู​ภาค​ผนวก 11.

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “สะดุด.”

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “สะดุด.”

ดู​ภาค​ผนวก 4.

หรือ “มอง​โดย​ไม่​วอกแวก.”

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “ถ้า​ตา​ของ​เจ้า​ชั่ว.”

หรือ “สัก​หน่อย​หนึ่ง.”

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “เจ้า​จะ​ตวง​ให้​เขา​ด้วย​เครื่อง​ตวง​อัน​ใด เขา​จะ​ตวง​ให้​เจ้า​ด้วย​เครื่อง​ตวง​อัน​นั้น.”

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “ผู้​ถูก​ส่ง​ออก​ไป.”

หมาย​ความ​ว่า “ซีโมน​ผู้​มี​ใจ​แรง​กล้า.”

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “หรือ​เอา​เสื้อ​หรือ​รอง​เท้า​หรือ​ไม้เท้า​ไป​ด้วย​อย่าง​ละ​สอง.”

ชื่อ​หนึ่ง​ที่​ใช้​เรียก​ซาตาน.

ดู​ภาค​ผนวก 7ก.

ที่​เผา​ขยะ​นอก​กรุง​เยรูซาเลม. ดู​ภาค​ผนวก 9.

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “หนึ่ง​อัสซาริอน” ซึ่ง​เท่า​กับ​หนึ่ง​ส่วน​สิบ​หก​ของ​ค่า​แรง​หนึ่ง​วัน.

ดู​ภาค​ผนวก 6.

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “สะดุด​เพราะ​เรา.”

ภาษา​กรีก​คือ ฮาเดส. ดู​ภาค​ผนวก 8.

สำหรับ​ชาว​ยิว ซะบาโต​คือ​วัน​ที่​เจ็ด​ของ​สัปดาห์ ซึ่ง​กำหนด​ให้​เป็น​วัน​หยุด​พัก​และ​วัน​ปฏิบัติ​ศาสนกิจ.

ชื่อ​หนึ่ง​ที่​ใช้​เรียก​ซาตาน.

หรือ “ระบบ.”

หรือ “คำ​พูด​ที่​ก่อ​ความ​เสียหาย.”

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “สัญญาณ.”

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “ชอบ​เล่นชู้.”

หรือ “ระบบ.”

เมล็ด​พืช​ขนาด​เล็ก​มาก​ชนิด​หนึ่ง​ซึ่ง​มี​ใน​ปาเลสไตน์ เมื่อ​โต​เต็ม​ที่​อาจ​มี​ลำ​ต้น​สูง​ถึง​สี่​เมตร​และ​มี​กิ่ง​ก้าน​สาขา.

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “ซ่อน.”

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “สาม​เซอาห์.” หนึ่ง​เซอาห์​เท่า​กับ 7.33 ลิตร.

หรือ “ระบบ.”

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “สะดุด.”

หรือ “ระบบ.”

ดู​เชิงอรรถ​ของ ลูกา 3:1.

เวลา​ตี​สาม​ถึง​หก​โมง​เช้า.

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “สัญญาณ.”

สำเนา​ที่​เก่า​แก่​บาง​ฉบับ​ไม่​มี​ข้อ​ความ​ใน​วง​เล็บ​เหลี่ยม.

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “ชอบ​เล่นชู้.”

คำ​ว่า “เปโตร” มา​จาก​คำ​ภาษา​กรีก เพทรอส แปล​ว่า “ก้อน​หิน.” ส่วน​คำ​ว่า “ศิลา” มา​จาก​คำ​ภาษา​กรีก เพทรัย.

หรือ “ประตู​หลุม​ศพ.” คำ​ว่า “หลุม​ศพ” มา​จาก​คำ​ภาษา​กรีก ฮาเดส. ดู​ภาค​ผนวก 8.

ดู​ภาค​ผนวก 6.

ดู​เชิงอรรถ​ของ มัด 13:31.

ข้อ​นี้​มี​อยู่​ใน​ฉบับ​แปล​บาง​ฉบับ แต่​ไม่​มี​ใน​ฉบับ​ภาษา​กรีก​ของ​เวสต์คอตต์​และ​ฮอร์ต ซึ่ง​ตรง​กับ​สำเนา​ภาษา​กรีก​ที่​เก่า​แก่​ที่​สุด.

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “เหรียญ​สอง​ดรัคมา.”

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “เหรียญ​สตาเทร์” ซึ่ง​มี​ค่า​เท่า​กับ​สี่​ดรัคมา.

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “หัน​กลับ.”

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “สะดุด.”

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “สะดุด.”

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “สะดุด.”

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “สะดุด.”

ที่​เผา​ขยะ​นอก​กรุง​เยรูซาเลม. ดู​ภาค​ผนวก 9.

ดู​เชิงอรรถ​ของ มัด 17:21.

หนึ่ง​หมื่น​ตะลันต์​เท่า​กับ 60,000,000 เดนาริอน. ตะลันต์​เป็น​หน่วย​เงิน​ตรา​และ​หน่วย​วัด​น้ำหนัก​ของ​ชาว​ฮีบรู. ใน​ศตวรรษ​แรก หนึ่ง​ตะลันต์​เท่า​กับ 20.4 กิโลกรัม.

เดนาริอน​เป็น​หน่วย​เงิน​ตรา​โรมัน หนึ่ง​เดนาริอน​มี​ค่า​เท่า​กับ​ค่า​แรง​หนึ่ง​วัน. ดู มัด 20:2.

หรือ “คน​เดียว​กัน.”

ดู​ภาค​ผนวก 4.

ดู​เชิงอรรถ​ของ มัด 18:28.

ดู​เชิงอรรถ​ของ มัด 3:1.

หรือ “จักรพรรดิ.”

ดู​เชิงอรรถ​ของ มัด 18:28.

อาจ​หมาย​ความ​ว่า “พวก​เขา​ไม่​ยอม​ทำ​ให้​ภาระ​หนัก​ของ​คน​อื่น​เบา​ลง.”

แปล​จาก​คำ​ว่า “รับบี” ใน​ภาษา​เดิม.

ดู​เชิงอรรถ​ของ มัด 17:21.

ที่​เผา​ขยะ​นอก​กรุง​เยรูซาเลม. ดู​ภาค​ผนวก 9.

สมุนไพร​ชนิด​หนึ่ง.

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “โลหิต.”

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “ทำ​ให้​โลหิต​ไหล​นอง.”

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “ตั้ง​แต่​โลหิต​ของ​เฮเบล​ผู้​ชอบธรรม​จน​ถึง​โลหิต​ของ​เซคาระยาห์.”

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “บ้าน​ของ​พวก​เจ้า.”

ดู​ภาค​ผนวก 5.

หรือ “ระบบ.”

ดู​เชิงอรรถ​ของ มัด 12:1.

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “เนื้อหนัง.”

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “หีบ” หมาย​ถึง​เรือ​ที่​คง​จะ​มี​รูป​ทรง​สี่​เหลี่ยม​เหมือน​หีบ​และ​เป็น​เรือ​ท้อง​แบน.

ดู​เชิงอรรถ​ของ มัด 18:24.

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “ขวด​อะลาบาสเตอร์” เป็น​ชื่อ​เรียก​ขวด​น้ำหอม​ขนาด​เล็ก​รูป​ทรง​คล้าย​แจกัน ทำ​ด้วย​หิน​ที่​พบ​ใน​เมือง​อะลาบาสตรอน​ของ​อียิปต์.

ดู​เชิงอรรถ​ของ มัด 23:7.

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “สะดุด.”

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “สะดุด.”

ซันเฮดริน คือ​ศาล​สูง​ของ​ชาว​ยิว.

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “โลหิต​ที่​ชอบธรรม.”

ที่​จริง ข้อ​ความ​นี้​ยก​มา​จาก ซคา 11:12, 13. ใน​สมัย​ของ​มัดธาย หนังสือ​ยิระมะยาห์​ถูก​จัด​ไว้​เป็น​เล่ม​แรก​ใน​หมวด​หนังสือ​ของ​ผู้​พยากรณ์ และ​อาจ​มี​การ​เรียก​หนังสือ​ทุก​เล่ม​ใน​หมวด​นี้​ว่า “ยิระมะยาห์” ซึ่ง​รวม​ทั้ง​หนังสือ​ซะคาระยา​ด้วย. เทียบ​กับ ลูกา 24:44.

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “โลหิต.”

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “ให้​โลหิต​ของ​เขา​ตก​ลง​บน​พวก​เรา​กับ​ลูก ๆ.”

ดู​ภาค​ผนวก 6.

ดู​เชิงอรรถ​ของ มัด 16:3.

คำ​แปล​ตรง​ตัว​คือ “หลับ.”

วัน​เตรียม​คือ​วัน​ก่อน​วัน​ซะบาโต​ประจำ​สัปดาห์ ซึ่ง​ชาว​ยิว​เตรียม​อาหาร​สำหรับ​วัน​ซะบาโต​และ​ทำ​งาน​ที่​จะ​รอ​จน​ถึง​หลัง​วัน​ซะบาโต​ไม่​ได้​ให้​เสร็จ. เทียบ​กับ เอ็ก 16:5; 20:10.

ดู​เชิงอรรถ​ของ มัด 3:1.

หรือ “ระบบ.”

    หนังสือภาษาไทย (1971-2026)
    ออกจากระบบ
    เข้าสู่ระบบ
    • ไทย
    • แชร์
    • การตั้งค่า
    • Copyright © 2026 Watch Tower Bible and Tract Society of Pennsylvania
    • เงื่อนไขการใช้งาน
    • นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    • การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว
    • JW.ORG
    • เข้าสู่ระบบ
    แชร์