แหล่งอ้างอิงสำหรับชีวิตและงานรับใช้—คู่มือประชุม
© 2023 Watch Tower Bible and Tract Society of Pennsylvania
วันที่ 4-10 มีนาคม
ความรู้ที่มีค่าจากคัมภีร์ไบเบิล | สดุดี 16-17
“พระยะโฮวา สิ่งดี ๆ ที่ผมได้รับมาจากพระองค์ทั้งนั้น”
ห18.12 น. 26 ว. 11
เด็ก ๆ และวัยรุ่น คุณก็มีชีวิตที่มีความสุขได้
หาเพื่อนแท้
11 อ่านสดุดี 16:3 ดาวิดรู้ว่าจะหาเพื่อนที่ดีได้อย่างไร เขาเลือกคนที่รักพระยะโฮวามาเป็นเพื่อนซึ่งทำให้เขามี “ความสุขมาก” เขาบอกว่าเพื่อนของเขาเป็น “พวกผู้บริสุทธิ์” เพราะพวกเขาพยายามทำตามมาตรฐานทางศีลธรรมที่ดีของพระยะโฮวา ผู้เขียนหนังสือสดุดีอีกคนหนึ่งก็รู้สึกคล้ายกัน เขาเขียนว่า “ผมเป็นเพื่อนกับทุกคนที่เกรงกลัวพระองค์และทุกคนที่ทำตามคำสั่งของพระองค์” (สดุดี 119:63) อย่างที่เราคุยกันแล้วในบทความก่อน คุณก็มีเพื่อนดี ๆ ที่รักและเชื่อฟังพระยะโฮวาได้เหมือนกัน แต่เพื่อนของคุณไม่จำเป็นต้องอายุพอ ๆ กันกับคุณ
ห14 15/2 น. 29 ว. 4
“เห็นความสง่างามของพระยะโฮวา”
ดาวิดร้องเพลงว่า “[พระยะโฮวา] ทรงเป็นมรดกส่วนของข้าพเจ้าและทรงเป็นจอกของข้าพเจ้า พระองค์ทรงรักษาส่วนมรดกของข้าพระองค์ไว้ เขตแดนของข้าพเจ้าเป็นที่ร่มรื่น” (เพลง. 16:5, 6, ฉบับมาตรฐาน ) ดาวิดรู้สึกขอบคุณที่ได้รับ “มรดก” ซึ่งหมายถึงการได้ใกล้ชิดสนิทสนมกับพระเจ้าและมีโอกาสได้รับใช้พระองค์ เช่นเดียวกับดาวิด เราอาจมีปัญหาและความทุกข์หลายอย่าง แต่เราก็ได้รับพระพรมากมายด้วย! เพราะฉะนั้น ขอให้เรานมัสการพระยะโฮวาด้วยความยินดีต่อ ๆ ไป และ “พินิจพิจารณา” พระวิหารฝ่ายวิญญาณของพระยะโฮวาอยู่เสมอ
ห08 15/2 น. 3 ว. 2-3
จงให้พระยะโฮวาอยู่ตรงหน้าคุณเสมอ
2 เราทุกคนสามารถเรียนรู้ได้มากจากประสบการณ์ของบุคคลที่มีชื่อเสียงในคัมภีร์ไบเบิล เช่น อับราฮาม, ซาราห์, โมเซ, รูท, ดาวิด, เอศเธระ, อัครสาวกเปาโล, และคนอื่น ๆ. แต่อันที่จริง เรื่องราวเกี่ยวกับคนที่ไม่เด่นเท่าบุคคลเหล่านั้นก็สามารถให้ประโยชน์แก่เราด้วย. การคิดรำพึงเรื่องราวเหล่านั้นในคัมภีร์ไบเบิลสามารถช่วยเราให้ปฏิบัติสอดคล้องกับถ้อยคำของผู้ประพันธ์เพลงสรรเสริญ ที่ว่า “ข้าพเจ้าตั้งพระเจ้าไว้ตรงหน้าข้าพเจ้าเสมอ เพราะพระองค์ประทับทางเบื้องขวาของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงไม่หวั่นไหว.” (เพลง. 16:8, ฉบับแปลใหม่) เราควรเข้าใจถ้อยคำดังกล่าวอย่างไร?
3 ปกติ ทหารใช้มือขวาจับดาบ ทำให้ร่างกายซีกขวาไม่ได้รับการปกป้องจากโล่ซึ่งเขาถือด้วยมือซ้าย. แม้ว่าเป็นอย่างนั้น เขาจะได้รับการปกป้องถ้ามีเพื่อนอีกคนหนึ่งมาร่วมรบด้วยกันอยู่ข้าง ๆ ด้านขวาของตัวเขา. หากเราคำนึงถึงพระยะโฮวาเสมอและทำตามพระทัยประสงค์ของพระองค์ พระองค์จะทรงปกป้องเรา. ดังนั้น ให้เรามาดูกันว่าการพิจารณาเรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิลสามารถเสริมความเชื่อของเราอย่างไร เพื่อเราจะ “ตั้งพระยะโฮวาไว้ตรงหน้า [เรา] เสมอ.”
วันที่ 11-17 มีนาคม
ความรู้ที่มีค่าจากคัมภีร์ไบเบิล | สดุดี 18
“พระยะโฮวา . . . เป็นผู้ช่วยชีวิตผมเอาไว้”
ห09 1/5 น. 14 ว. 4
คุณเข้าใจความหมายของภาพพจน์ในคัมภีร์ไบเบิลไหม?
นอกจากนี้ คัมภีร์ไบเบิลยังเปรียบพระยะโฮวากับสิ่งที่ไม่มีชีวิตด้วย. มีการกล่าวถึงพระองค์ว่าเป็น “ศิลาของพวกยิศราเอล” และเป็น “ป้อม.” (2 ซามูเอล 23:3; บทเพลงสรรเสริญ 18:2; พระบัญญัติ 32:4) จุดที่เหมือนกันคืออะไร? เช่นเดียวกับศิลาแข็งแกร่งที่ตั้งมั่นคง พระยะโฮวาพระเจ้าก็สามารถเป็นผู้ปกป้องคุ้มครองที่แข็งแกร่งสำหรับคุณได้.
วันที่ 18-24 มีนาคม
ความรู้ที่มีค่าจากคัมภีร์ไบเบิล | สดุดี 19-21
“ท้องฟ้าประกาศสง่าราศีของพระเจ้า”
หส 19 ฉบับที่ 1 น. 6 ว. 3-4
พระเจ้าเป็นพระเจ้าแบบไหน?
หลักฐานที่แสดงถึงพลังอำนาจของพระเจ้าเห็นได้จากสิ่งที่พระองค์สร้าง เช่น เมื่อคุณยืนอยู่ข้างนอกในวันที่แดดแรง คุณจะรู้สึกอย่างไร? คุณคงรู้สึกร้อน ที่จริง คุณกำลังรู้สึกถึงพลังอำนาจของสิ่งที่พระยะโฮวาสร้าง ดวงอาทิตย์มีพลังมากขนาดไหน? แกนกลางดวงอาทิตย์มีอุณหภูมิ 15,000,000 องศาเซลเซียส และทุกวินาทีดวงอาทิตย์ปล่อยพลังงานเทียบเท่ากับระเบิดนิวเคลียร์หลายร้อยล้านลูก
แต่ดวงอาทิตย์ของเราก็ยังถือว่าเล็กเมื่อเทียบกับดวงดาวมากมายมหาศาลในเอกภพที่เรายังไม่รู้จักทั้งหมด นักวิทยาศาสตร์ประมาณการว่า หนึ่งในดาวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ ดาวยูวายในกลุ่มดาวโล่ (UY Scuti) ซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1,700 เท่าของดวงอาทิตย์ ถ้าดาวดวงนั้นตั้งอยู่ในตำแหน่งของดวงอาทิตย์ โลกของเราก็จะอยู่ข้างในดาวนั้น และยังกินพื้นที่ไปถึงวงโคจรของดาวพฤหัสบดีด้วย นี่อาจช่วยเราให้เข้าใจคำพูดของผู้เขียนคัมภีร์ไบเบิลที่ชื่อเยเรมีย์มากขึ้นที่บอกว่า พระยะโฮวาพระเจ้าสร้างสวรรค์และโลกซึ่งก็คือเอกภพด้วยพลังและอำนาจอันยิ่งใหญ่ของพระองค์
พก 3/12 น. 7 ว. 4
สิ่งทรงสร้างที่น่าพิศวงเผยให้เห็นความล้ำเลิศของพระเจ้า
“จงสังเกต” สิ่งที่พระยะโฮวาสร้าง: พระเยซูทรงสนับสนุนเราให้ “สังเกตนกในท้องฟ้า” และ “เรียนจากดอกไม้ในทุ่ง.” (มัด. 6:26, 28) การทำเช่นนั้นช่วยให้ความเชื่อของเราเข้มแข็งขึ้น, สร้างความมั่นใจในพระผู้สร้าง, และเกิดความรู้สึกซาบซึ้งสติปัญญา อำนาจที่ช่วยให้รอด และความรักของพระยะโฮวา. แทนที่จะสนใจผลงานของมนุษย์มากเกินไป ขอให้ใช้เวลาและความพยายามเพื่อสังเกตสิ่งทรงสร้างที่น่าพิศวงของพระยะโฮวา และใคร่ครวญว่าสิ่งเหล่านั้นสอนอะไรเราเกี่ยวกับพระเจ้าองค์ยิ่งใหญ่.—เพลง. 19:1
วันที่ 25-31 มีนาคม
ความรู้ที่มีค่าจากคัมภีร์ไบเบิล | สดุดี 22
คัมภีร์ไบเบิลบอกรายละเอียดเกี่ยวกับการตายของพระเยซู
ห11 15/8 น. 15 ว.13
พวกเขาพบพระมาซีฮา!
13 ดาวิดพยากรณ์ว่าพระมาซีฮาจะถูกด่าว่า. (อ่านบทเพลงสรรเสริญ 22:7, 8) พระเยซูทรงถูกด่าว่าขณะถูกตรึงบนเสาทรมาน เพราะมัดธายรายงานว่า “คนที่เดินผ่านไปมาจึงพูดสบประมาทพระองค์ พวกเขาส่ายหน้า และพูดว่า ‘เจ้าผู้ที่จะทลายพระวิหารและสร้างขึ้นในสามวัน ช่วยตัวเองให้รอดสิ! ถ้าเจ้าเป็นบุตรของพระเจ้า ลงมาจากเสาทรมานสิ!’ ” พวกปุโรหิตใหญ่และพวกอาลักษณ์กับพวกผู้เฒ่าผู้แก่ก็เยาะเย้ยพระองค์เหมือนกันว่า “เขาช่วยคนอื่นได้ แต่ช่วยตัวเองไม่ได้! เขาเป็นกษัตริย์ของอิสราเอล ให้เขาลงมาจากเสาทรมานเดี๋ยวนี้สิ แล้วเราจะเชื่อเขา. เขาไว้วางใจพระเจ้า ให้พระองค์ช่วยเขาเดี๋ยวนี้สิถ้าพระองค์พอพระทัย เพราะเขาบอกว่า ‘เราเป็นบุตรของพระเจ้า.’ ” (มัด. 27:39-43) ถึงกระนั้น พระเยซูทรงอดทนกับการกระทำทั้งหมดนี้อย่างสง่าผ่าเผย. ช่างเป็นตัวอย่างที่ดีจริง ๆ สำหรับเรา!
ห11 15/8 น. 15 ว. 14
พวกเขาพบพระมาซีฮา!
14 จะมีการจับฉลากเพื่อจะได้เสื้อของพระมาซีฮา. ผู้ประพันธ์เพลงสรรเสริญเขียนว่า “เสื้อผ้าของข้าพเจ้า เขาแบ่งซึ่งกันและกัน, ส่วนเสื้อชั้นในของข้าพเจ้า เขาจับฉลากกัน.” (เพลง. 22:18) เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง เพราะ “เมื่อ [ทหารโรมัน] ตรึง [พระเยซู] บนเสาแล้วก็เอาฉลองพระองค์ตัวนอกมาจับฉลากแบ่งกัน.”—มัด. 27:35; อ่านโยฮัน 19:23, 24
วันที่ 1-7 เมษายน
ความรู้ที่มีค่าจากคัมภีร์ไบเบิล | สดุดี 23-25
“พระยะโฮวาเลี้ยงดูผมเหมือนผู้เลี้ยงแกะ”
ห11 1/5 น. 31 ว. 5
“พระยะโฮวาเป็นผู้ทรงบำรุงเลี้ยงข้าพเจ้า”
พระยะโฮวาทรงเลี้ยงดูแกะของพระองค์. แกะต้องพึ่งผู้เลี้ยงเพื่อพาไปยังแหล่งอาหาร. เราจำเป็นต้องได้รับอาหารฝ่ายวิญญาณซึ่งมีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่จะจัดหาให้เราได้. (มัดธาย 5:3) น่ายินดีที่พระยะโฮวาทรงเป็นผู้เลี้ยงที่มีพระทัยกว้างและพระองค์ทรงจัดเตรียมอาหารไว้เต็มโต๊ะให้ผู้รับใช้ของพระองค์. (ข้อ 5) คัมภีร์ไบเบิลและคู่มือการศึกษาพระคัมภีร์อย่างเช่นวารสารที่คุณอ่านอยู่นี้ เป็นแหล่งอาหารฝ่ายวิญญาณที่ช่วยให้เรารู้จุดมุ่งหมายของชีวิตและพระประสงค์ที่พระเจ้ามีต่อเรา.
ค้นหาความรู้ที่มีค่าของพระเจ้า
ห11 15/2 น. 24 ว. 1-3
จงรักความชอบธรรมอย่างสุดหัวใจ
1. อะไรจะช่วยเราให้ดำเนินใน “ทางชอบธรรม”?
พระยะโฮวาทรงนำประชาชนของพระองค์ให้ดำเนินใน “ทางชอบธรรม” ด้วยพระคำและพระวิญญาณบริสุทธิ์. (เพลง. 23:3) แต่เนื่องจากเราไม่สมบูรณ์ เรามีแนวโน้มที่จะหันเหจากทางนี้. เพื่อจะกลับมาทำสิ่งที่ถูกต้องจำเป็นต้องตั้งใจแน่วแน่และพยายาม. อะไรจะช่วยเราให้ทำอย่างนั้นได้? เช่นเดียวกับพระเยซู เราต้องรัก การทำสิ่งที่ถูกต้อง.—อ่านฮีบรู 1:9
2. “ทางชอบธรรม” คืออะไร?
2 “ทางชอบธรรม” คืออะไร? ทางในที่นี้คือทางเท้าหรือทางเดินแคบ ๆ. “ทาง” เหล่านี้ถูกกำหนดไว้ตามมาตรฐานความชอบธรรมของพระยะโฮวา. ในภาษาฮีบรูและกรีก “ความชอบธรรม” หมายถึงสิ่งที่ “ซื่อตรง” ซึ่งแสดงนัยถึงการยึดหลักการด้านศีลธรรมอย่างเคร่งครัด. เนื่องจากพระยะโฮวาเป็น “ผู้ทรงความชอบธรรม” ผู้นมัสการพระองค์ยินดีให้พระองค์กำหนดแนวทางที่ซื่อตรงทางศีลธรรมที่พวกเขาควรดำเนิน.—ยิระ. 50:7, ล.ม.
3. เราจะเรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับความชอบธรรมของพระเจ้าได้อย่างไร?
3 เพื่อพระเจ้าจะพอพระทัยเราอย่างแท้จริง เราต้องพยายามทำตามมาตรฐานอันชอบธรรมของพระองค์อย่างสุดหัวใจ. (บัญ. 32:4) นั่นเริ่มด้วยการเรียนรู้ทุกสิ่งที่เราเรียนได้เกี่ยวกับพระยะโฮวาพระเจ้าจากคัมภีร์ไบเบิล พระคำของพระองค์. ยิ่งเราเรียนรู้เกี่ยวกับพระองค์และเข้าใกล้พระองค์มากขึ้นทุก ๆ วัน เราก็จะรักความชอบธรรมของพระองค์มากขึ้น. (ยโก. 4:8) เราต้องยอมรับการชี้นำจากพระคำของพระเจ้าซึ่งมีขึ้นโดยการดลใจเมื่อเราจำเป็นต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญ ๆ ในชีวิตด้วย.
วันที่ 8-14 เมษายน
ความรู้ที่มีค่าจากคัมภีร์ไบเบิล | สดุดี 26-28
ดาวิดทำอะไรที่ช่วยให้เขาซื่อสัตย์ต่อพระยะโฮวาต่อ ๆ ไป?
ห04 1/12 น. 15 ว. 12-13
จงดำเนินในทางแห่งความซื่อสัตย์มั่นคง
12 เมื่อกล่าวถึงปัจจัยอีกอย่างที่เสริมความซื่อสัตย์มั่นคงของท่าน ดาวิดกล่าวว่า “ข้าพเจ้าไม่ได้เคยนั่งร่วมกับผู้พูดมุสา [“คนอสัตย์,” ล.ม.]; และจะไม่สมาคมกับคนทำกลมารยา [“อำพรางตัว,” ล.ม.]. ข้าพเจ้าเกลียดชังที่ชุมนุมของคนคิดการร้าย, และจะไม่นั่งร่วมกับคนชั่ว.” (บทเพลงสรรเสริญ 26:4, 5) ดาวิดจะไม่นั่งร่วมกับคนชั่วเด็ดขาด. ท่านเกลียดชังการคบหาสมาคมที่ไม่ดี.
13 แล้วจะว่าอย่างไรสำหรับเรา? เราปฏิเสธที่จะนั่งร่วมกับคนอสัตย์ผ่านทางรายการโทรทัศน์, วิดีโอ, ภาพยนตร์, อินเทอร์เน็ต, หรือสื่ออื่น ๆ ไหม? เราอยู่ห่างจากคนอำพรางตัวไหม? บางคนในโรงเรียนหรือที่ทำงานอาจแสร้งทำเป็นมิตรกับเราเพื่อจุดมุ่งหมายอย่างอื่นที่แอบแฝง. เราต้องการจริง ๆ หรือที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนที่ไม่ดำเนินตามความจริงของพระเจ้า? พวกผู้ออกหากก็เช่นกัน ซึ่งแม้อ้างว่าตนสุจริตใจ แต่ก็อาจซ่อนเร้นเจตนาที่ต้องการชักนำเราออกไปจากการรับใช้พระยะโฮวา. แล้วถ้าบางคนในประชาคมคริสเตียนดำเนินชีวิตแบบตีสองหน้าล่ะ? พวกเขาก็เป็นคนอำพรางตัวด้วย. เจสัน ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ช่วยงานรับใช้ เคยมีเพื่อนอย่างนั้นตอนเป็นหนุ่ม. เขาเล่าเกี่ยวกับคนเหล่านี้ว่า “วันหนึ่ง คนหนึ่งในพวกเขาบอกผมว่า ‘ไม่สำคัญหรอกว่าเรากำลังทำอะไรตอนนี้ เพราะเมื่อระบบใหม่มาถึง เราก็แค่จะตายไปเท่านั้น. ในตอนนั้นเราก็ไม่รู้หรอกว่าเราพลาดสิ่งใดไป.’ คำพูดอย่างนั้นทำให้ผมได้สติ. ผมไม่อยากตายเมื่อโลกใหม่มาถึง.” ด้วยความสุขุม เจสันยุติการคบหากับคนแบบนั้น. อัครสาวกเปาโลเตือนว่า “อย่าหลงผิด การคบหาสมาคมที่ไม่ดีย่อมทำให้นิสัยดีเสียไป.” (1 โกรินโธ 15:33, ล.ม.) เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่เราจะหลีกเลี่ยงการคบหาสมาคมที่ไม่ดี!!
ห04 1/12 น. 16 ว. 17-18
จงดำเนินในทางแห่งความซื่อสัตย์มั่นคง
17 พลับพลาที่มีแท่นสำหรับถวายเครื่องบูชานั้น เป็นศูนย์กลางการนมัสการพระยะโฮวาในอิสราเอล. ดาวิดแสดงถึงความยินดีของท่านที่มีต่อสถานที่แห่งนี้ในคำทูลอธิษฐานที่ว่า “ข้าแต่พระยะโฮวา, ข้าพเจ้ารักพระราชสถานของพระองค์กับตำบลที่รัศมีของพระองค์ดำรงอยู่นั้น.”—บทเพลงสรรเสริญ 26:8.
18 เรารักการประชุมร่วมกันไม่ว่าที่ใดที่มีการสอนเกี่ยวกับพระยะโฮวาไหม? หอประชุมราชอาณาจักรทุกแห่งซึ่งมีรายการสอนเป็นประจำในเรื่องฝ่ายวิญญาณ เป็นศูนย์กลางการนมัสการแท้ในชุมชน. นอกจากนั้น ก็ยังมีการประชุมภาค, การประชุมหมวด, และการประชุมพิเศษเป็นประจำทุกปี. มีการพิจารณา “ข้อเตือนใจ” ของพระยะโฮวา ณ การประชุมเหล่านี้. หากเรา “รักข้อเตือนใจเหล่านั้นอย่างยิ่ง” เราย่อมจะกระตือรือร้นที่จะเข้าร่วมและจดจ่อกับการประชุม. (บทเพลงสรรเสริญ 119:167, ล.ม.) ช่างทำให้สดชื่นเสียจริง ๆ ที่ได้อยู่กับเพื่อนร่วมความเชื่อซึ่งห่วงใยสวัสดิภาพของเราและปรารถนาจะช่วยเราให้ดำเนินต่อ ๆ ไปด้วยความซื่อสัตย์มั่นคง!—เฮ็บราย 10:24, 25.
วันที่ 15-21
ความรู้ที่มีค่าจากคัมภีร์ไบเบิล | สดุดี 29-31
การสั่งสอนจากพระเจ้าเป็นสิ่งที่แสดงว่าพระองค์รักเรา
it-1-E น. 802 ว. 3
หน้า
คำว่า ‘หันหน้าหนี’ มีหลายความหมายขึ้นอยู่กับท้องเรื่อง หลายครั้งเมื่อคัมภีร์ไบเบิลพูดถึงพระยะโฮวาว่าพระองค์หันหน้าหนี ไม่ให้เห็นหน้า หรือไม่หันมามอง มักจะหมายถึงการที่พระองค์ไม่พอใจหรือไม่ให้พลังของพระองค์อีกต่อไปเพราะคนนั้นหรือประชาชนเป็นกลุ่ม เช่น ชาติอิสราเอล ไม่เชื่อฟังพระองค์ (โยบ 34:29; สด 30:5-8; อสย 54:8; 59:2) บางครั้งอาจหมายถึงการที่พระยะโฮวาไม่ตอบหรือไม่ลงมือทำอะไรบางอย่างจนกว่าจะถึงเวลาที่พระองค์กำหนดไว้—สด 13:1-3
ค้นหาความรู้ที่มีค่าของพระเจ้า
หส23 ฉบับที่ 1 น. 6 ว. 3
การอธิษฐาน “ฝากความกังวลทั้งหมดไว้กับพระองค์”
ยิ่งเราอธิษฐานระบายความในใจกับพระยะโฮวา เราก็จะยิ่งมั่นใจว่าพระองค์สนใจและเป็นห่วงเราจริง ๆ เราจะรู้สึกเหมือนกับผู้เขียนเพลงสดุดีที่อธิษฐานว่า “พระองค์เห็นความทุกข์ลำบากของผมแล้ว พระองค์รู้ว่าผมทุกข์ใจมาก” (สดุดี 31:7) แค่รู้ว่าพระยะโฮวาเห็นและเป็นห่วงก็ทำให้เรามีแรงและมีกำลังใจสู้กับปัญหาที่เจออยู่ พระองค์ไม่ใช่แค่เห็นแต่พระองค์ยังเข้าใจเรามากกว่าใคร ๆ ด้วย พระองค์จะปลอบเราและให้กำลังใจเราโดยทางคัมภีร์ไบเบิล
วันที่ 22-28 เมษายน
ความรู้ที่มีค่าจากคัมภีร์ไบเบิล | สดุดี 32-33
ถ้าเราทำผิดร้ายแรง ทำไมต้องสารภาพ?
ขก น. 262 ว. 8
พระเจ้าที่ “พร้อมจะให้อภัย”
8 หลังจากดาวิดกลับใจแล้ว เขาบอกว่า “ในที่สุด ผมก็สารภาพบาปต่อพระองค์ ผมไม่ปกปิดความผิดของผม . . . และพระองค์ก็ยกโทษให้ผม” (สดุดี 32:5) คำภาษาฮีบรูที่แปลว่า “ยกโทษ” หมายถึง “ยกขึ้น” หรือ “เอาไป” ดังนั้น ข้อนี้หมายถึงการเอา “ความผิดหรือบาป” ไป ดาวิดรู้สึกเหมือนกับว่าพระยะโฮวายกเอาบาปของเขาไป เรื่องนี้คงช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้น (สดุดี 32:3) เราก็มั่นใจได้เต็มที่ว่าพระเจ้าจะยกโทษให้เราโดยทางค่าไถ่ของพระเยซู—มัทธิว 20:28
ค้นหาความรู้ที่มีค่าของพระเจ้า
ห06 15/5 น. 20 ว. 1
จุดเด่นจากภาคที่หนึ่งของพระธรรมบทเพลงสรรเสริญ
33:6—“ลมพระโอษฐ์” ของพระยะโฮวาคืออะไร? ลมนี้คือพลังปฏิบัติการของพระเจ้า หรือพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งพระองค์ใช้ในการสร้างฟ้าสวรรค์จริง ๆ. (เยเนซิศ 1:1, 2) ที่นี่เรียกว่าลมพระโอษฐ์เนื่องจากพระวิญญาณบริสุทธิ์สามารถถูกส่งไปทำสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ห่างไกลได้ เช่นเดียวกับลมหายใจแรง ๆ.
วันที่ 29 เมษายน–5 พฤษภาคม
ความรู้ที่มีค่าจากคัมภีร์ไบเบิล | สดุดี 34-35
“สรรเสริญพระยะโฮวาตลอดเวลา”
ห07 1/3 น. 22 ว. 11
ให้เรายกย่องพระนามพระยะโฮวาด้วยกัน
11 “ข้าพเจ้าจะถวายความสรรเสริญแก่พระยะโฮวาทุกเวลา; คำเพลงสรรเสริญพระองค์จะติดปากข้าพเจ้าอยู่เสมอ.” (บทเพลงสรรเสริญ 34:1) โดยอยู่อย่างคนที่ถูกขับไล่ไสส่ง ดาวิดคงต้องมีความกังวลหลายอย่างด้านวัตถุ แต่ดังที่ถ้อยคำเหล่านี้แสดงให้เห็น ความทุกข์ใจในแต่ละวันไม่ได้บดบังความตั้งใจแน่วแน่ของท่านที่จะสรรเสริญพระยะโฮวา. ช่างเป็นตัวอย่างที่ดีจริง ๆ สำหรับเราเมื่อเราเผชิญความยุ่งยากลำบาก! ไม่ว่าเราอยู่ที่โรงเรียน, อยู่ที่ทำงาน, อยู่กับเพื่อนคริสเตียน, หรืออยู่ในงานประกาศ ความปรารถนาสูงสุดของเราควรได้แก่การสรรเสริญพระยะโฮวา. ขอให้ลองคิดดูถึงเหตุผลนับไม่ถ้วนที่เราทำอย่างนั้น! ตัวอย่างเช่น มีสิ่งต่าง ๆ มากมายที่เราจะสำรวจและชื่นชมในฝีพระหัตถ์การทรงสร้างอันมหัศจรรย์ของพระเจ้าได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด. และขอให้พิจารณาสิ่งที่พระองค์ได้ทำให้สำเร็จไปแล้วโดยทางองค์การของพระองค์ส่วนที่อยู่บนแผ่นดินโลก! แม้ว่าพวกเขาไม่สมบูรณ์ แต่พระยะโฮวาได้ใช้มนุษย์ที่ซื่อสัตย์อย่างมีพลังในสมัยปัจจุบัน. พระราชกิจของพระเจ้าเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับงานของมนุษย์บางคนที่ผู้คนในโลกเคารพเทิดทูนราวกับพระเจ้า? คุณเห็นด้วยกับดาวิดมิใช่หรือ ซึ่งได้เขียนไว้ด้วยว่า “ข้าแต่พระเจ้า, ในท่ามกลางพระทั้งหลายหามีองค์ใดจะเหมือนพระองค์ไม่; หรือจะหากิจใด ๆ เหมือนกิจของพระองค์ก็หาไม่”?—บทเพลงสรรเสริญ 86:8.
ห07 1/3 น. 23 ว. 15
ให้เรายกย่องพระนามพระยะโฮวาด้วยกัน
15 “เมื่อข้าพเจ้าได้แสวงหาพระยะโฮวา, พระองค์ได้ทรงตอบข้าพเจ้า, และได้ทรงช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากความหวาดกลัวทั้งปวง.” (บทเพลงสรรเสริญ 34:4) ประสบการณ์ดังกล่าวมีความสำคัญต่อดาวิด. ด้วยเหตุนั้น ท่านกล่าวต่อไปอีกว่า “คนอนาถาผู้นี้ได้ร้องทูลต่อพระยะโฮวา, และพระองค์ก็ได้ทรงสดับฟัง, และได้ช่วยเขาให้พ้นจากบรรดาความทุกข์ยากนั้น.” (บทเพลงสรรเสริญ 34:6) เมื่อคบหาสมาคมกับเพื่อนร่วมความเชื่อ เรามีโอกาสมากมายที่จะเล่าประสบการณ์ที่เสริมสร้างเกี่ยวกับวิธีที่พระยะโฮวาได้ช่วยเราให้อดทนสถานการณ์ที่ยุ่งยากลำบากต่าง ๆ. การทำอย่างนี้เสริมความเชื่อเพื่อนร่วมความเชื่อของเราให้เข้มแข็ง เช่นเดียวกับที่ถ้อยคำของดาวิดเสริมความเชื่อของเหล่าผู้สนับสนุนท่าน. ในกรณีของดาวิด สหายของท่าน “เพ่งดู [พระยะโฮวา] และเบิกบาน เพื่อหน้าตาของเขาจะไม่ต้องอาย.” (บทเพลงสรรเสริญ 34:5, ฉบับแปลใหม่) แม้อยู่ในช่วงที่หนีกษัตริย์ซาอูล พวกเขาไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าอาย. พวกเขาเชื่อมั่นว่าพระเจ้าทรงหนุนหลังดาวิดอยู่ และใบหน้าของพวกเขาจึงเบิกบาน. ในทำนองเดียวกัน ผู้สนใจใหม่รวมทั้งคนที่เป็นคริสเตียนแท้มานานต่างก็หมายพึ่งการสนับสนุนจากพระยะโฮวา. เนื่องจากพวกเขาได้รับความช่วยเหลือจากพระองค์เป็นส่วนตัว ใบหน้าที่ฉายแววยินดีสะท้อนให้เห็นความตั้งใจแน่วแน่ของพวกเขาที่จะรักษาความซื่อสัตย์เสมอ.