15-21 มิถุนายน 2026
เพลง 122 ขอให้มั่นคงไว้ อย่าหวั่นไหว
มีมุมมองที่ถูกต้องเสมอเรื่องความยากลำบาก
“แม้ผมจะเจอความทุกข์และความลำบาก ผมก็ยังรักกฎหมายของพระองค์”—สด. 119:143
จุดสำคัญ
การมีมุมมองที่ถูกต้องเรื่องความยากลำบากจะช่วยให้เรารับมือกับมันได้
1-2. เราต้องทำอะไรเพื่อจะรับมือกับความยากลำบากได้? (ดูภาพด้วย)
คุณกำลังเจอกับความไม่ยุติธรรม ถูกคนในครอบครัวต่อต้าน หรือถูกข่มเหงเพราะความเชื่อไหม? คุณกำลังอดทนกับความเจ็บป่วยหรือกำลังรับมือกับอายุที่มากขึ้นไหม? หรือคุณเจอกับเรื่องที่ทำให้เศร้าเสียใจ เช่น คนที่คุณรักตายจากไปไหม? ถ้าใช่ คุณก็ไม่ต่างอะไรกับผู้รับใช้ของพระยะโฮวาอีกหลายคนที่ชีวิต “เต็มไปด้วยความลำบากและความทุกข์”—สด. 90:10
2 เราต้องมีมุมมองที่ถูกต้องเพื่อจะรับมือกับความยากลำบากได้ ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? ลองนึกถึงตัวอย่างนี้ ปัญหาที่คุณเจอในชีวิตอาจเป็นเหมือนอันตรายบางอย่างบนถนนตอนที่คุณขับรถ ถ้าคุณเห็นชัดเจนว่าอันตรายนั้นคืออะไร คุณก็รู้ว่าควรทำยังไง เช่น คุณอาจหักหลบไปทางซ้ายหรือขวา ต้องชะลอความเร็ว หรือต้องจอดรอสักครู่เลยด้วยซ้ำ แต่ถ้ากระจกหน้าของคุณไม่สะอาดเพราะเต็มไปด้วยฝุ่นหรือขี้โคลน คุณก็อาจตัดสินใจไม่ถูกว่าควรทำยังไงเพราะมองเห็นอันตรายไม่ชัดเจน เหมือนกันเพื่อที่เราจะรับมือกับปัญหาในชีวิตได้ เราต้องมองปัญหาที่เราเจอเหมือนที่พระยะโฮวามอง ในบทความนี้เราจะมาดูว่า (1) เราควรมีมุมมองยังไงต่อความยากลำบากที่เราเจอ? (2) มุมมองที่ผิดอาจเป็นอันตรายกับเรายังไง? และ (3) อะไรจะช่วยให้เรายังคงมีมุมมองที่ถูกต้องเสมอ?
การมีมุมมองที่ถูกต้องเรื่องความยากลำบากจะช่วยเราอดทนกับปัญหาได้ (ดูข้อ 2)
มุมมองที่ถูกต้องต่อความยากลำบาก
3. เราต้องยอมรับอะไรเกี่ยวกับชีวิตในโลกชั่วนี้?
3 ในโลกชั่วนี้เราหนีไม่พ้นความยากลำบาก ตราบใดที่เรายังเป็นคนไม่สมบูรณ์แบบและซาตานยังคงปกครองโลกอยู่ เราก็ต้องเจอความยากลำบาก นอกจากนั้น ยิ่งโลกนี้ใกล้ถึงจุดจบ เราจะยิ่งเจอปัญหามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากภัยธรรมชาติ จากการกระทำของมนุษย์ หรือแม้แต่จากคนที่ทำชั่ว (มธ. 24:8; 2 ทธ. 3:13) ถ้าพระยะโฮวาแก้ไขปัญหาทุกอย่างตั้งแต่ตอนนี้ มันก็จะดูเหมือนว่าพระองค์กำลังช่วยซาตานปกครองโลก ดังนั้น เราต้องยอมรับว่า ไม่ว่ายังไงเราทุกคนต้องได้รับผลกระทบจาก “หายนะ” ที่เกิดขึ้นในโลกนี้—ปญจ. 9:12
4. เมื่อเราเป็นคริสเตียน เรายิ่งเจอความยากลำบากอะไรอีก?
4 เรายิ่งเจอความยากลำบากมากกว่าคนอื่นเพราะเราเป็นคริสเตียน พระเยซูพูดกับสาวกของท่านหลายครั้งว่าพวกเขาจะถูกข่มเหงเพราะความเชื่อ (มธ. 24:9; ยน. 16:2) การรู้เรื่องนี้ช่วยให้เราไม่ตกใจจนเกินไปเมื่อเจอการข่มเหงและยังคงตั้งใจที่จะรักษาความซื่อสัตย์ต่อไป (1 ธส. 3:3, 4) เมื่อเราอดทนกับความยากลำบาก เราก็มั่นใจว่าเรากำลังเดินอยู่บนทางที่นำไปสู่ชีวิตตลอดไป นอกจากนั้น เราแสดงให้เห็นด้วยว่าเราอยู่ฝ่ายไหนในประเด็นเรื่องสิทธิการปกครองของพระเจ้า ซาตานโจมตีชื่อเสียงของพระยะโฮวาโดยอ้างว่ามนุษย์รับใช้พระองค์ด้วยเหตุผลที่เห็นแก่ตัว มันโจมตีคนของพระยะโฮวาอย่างหนักเพื่อพิสูจน์ว่าพวกเขาจะทิ้งพระองค์ตอนที่เจอความยากลำบาก (โยบ 1:9-11) ดังนั้น เมื่อเราอดทนการกดขี่ข่มเหงเพราะเรารักพระยะโฮวา เราก็ทำให้พระองค์ดีใจ—สภษ. 27:11
5. เราเรียนอะไรได้จากปัญญาจารย์ 7:13, 14? (ดูภาพด้วย)
5 พระยะโฮวายอมให้เจอความยากลำบาก พระยะโฮวาไม่เคยทำชั่วหรือลองใจเราด้วยความชั่วเลย (ยก. 1:13) แต่กษัตริย์โซโลมอนเขียนว่า “วันที่ลำบาก” เป็น “สิ่งที่พระเจ้าเที่ยงแท้ทำไว้” (อ่านปัญญาจารย์ 7:13, 14) ในหลายกรณี เมื่อคัมภีร์ไบเบิลบอกว่าพระยะโฮวาทำให้เกิดบางอย่าง จริง ๆ แล้วหมายความว่าพระองค์แค่ยอมให้มันเกิดขึ้นเท่านั้น แล้วเราเรียนอะไรได้จากคำพูดของโซโลมอนที่ปัญญาจารย์ 7:13, 14? อย่างแรก เราต้องมองตามความเป็นจริงว่าตราบใดที่เรายังอยู่ในโลกของซาตานและยังเป็นคนไม่สมบูรณ์แบบอยู่ เราจะมีทั้งวันที่ดีและวันที่ไม่ดี เมื่อเรามีวันที่ดีก็ให้เราขอบคุณพระยะโฮวาและมองว่าวันนั้นเป็นของขวัญจากพระองค์ อย่างที่ 2 โซโลมอนเตือนว่าเรา “ไม่รู้ว่าในวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น” เราอาจเจอวันที่ดีหรือวันที่ยากลำบากก็ได้ ไม่ว่าคนดีหรือคนชั่วก็เจอปัญหาที่ไม่คาดคิดได้ทั้งนั้น
เราต้องมองตามความเป็นจริงโดยยอมรับว่าตราบใดที่เรายังอยู่ในโลกที่ซาตานปกครอง เราจะมีทั้งวันที่ดีและวันที่ไม่ดี (ดูข้อ 5)
6. ทำไมพระยะโฮวายอมให้เราเจอความยากลำบาก? (ฮีบรู 12:7, 11)
6 ถ้าเรามีมุมมองที่ถูกต้องเมื่อเจอความยากลำบาก เราก็จะเห็นว่าพระยะโฮวากำลังสอนให้เราพึ่งพระองค์ ไม่ใช่พึ่งตัวเราเอง พระยะโฮวาเห็นเสมอเมื่อเราเจอความยากลำบากและพระองค์เป็นห่วงเรามาก แม้แต่ตอนที่พระองค์ยอมให้เราเดินเข้าไปใน “หุบเขาที่มืดมิด” พระองค์ก็ยังคอยชี้นำเรา ช่วยให้เรามั่นใจว่าพระองค์รักเรา และให้กำลังกับเราเพื่อจะอดทนได้ (สด. 23:4) ความยากลำบากยังช่วยให้เรารู้ว่าจุดอ่อนของเราคืออะไร และช่วยให้เราปรับปรุงตัวเองได้ด้วยความช่วยเหลือจากพระองค์ (อ่านฮีบรู 12:7, 11) ตัวอย่างเช่น โยบต้องฝึกที่จะเป็นคนถ่อมมากขึ้น ถึงแม้พระยะโฮวาไม่ได้เป็นต้นเหตุที่ทำให้โยบเจอความทุกข์ แต่พระองค์ก็ยอมให้เขาเจอและใช้มันเพื่อสอนบทเรียนที่มีค่ากับโยบ (โยบ 42:1-6) ดังนั้น เรามั่นใจได้ว่าถ้าพระยะโฮวายอมให้เราเจอกับความยากลำบากอะไรก็ตาม พระองค์จะช่วยให้เรารักษาความซื่อสัตย์ต่อพระองค์ได้ และพระองค์จะให้รางวัลกับเราแน่นอน—รม. 8:35-39
7. ทำไมคุณถึงมีความสุขได้ทั้ง ๆ ที่เจอการข่มเหง?
7 เรามีความสุขได้แม้แต่ตอนที่กำลังเจอการข่มเหง ถ้าคุณถูกข่มเหงเพราะความเชื่อ อย่าคิดว่าพระยะโฮวาไม่อวยพรคุณแล้ว แต่ให้จำไว้ว่าที่คุณถูกข่มเหงก็พิสูจน์ว่าคุณเป็นคนที่พระองค์พอใจ (มธ. 5:10-12) ถ้าคุณมีมุมมองที่ถูกต้องในเรื่องนี้ คุณก็จะมีความสุขและภูมิใจในตัวเองตอนที่ถูกข่มเหงเพราะเป็นสาวกของพระคริสต์ เหมือนที่พวกอัครสาวกก็รู้สึกแบบนั้น (กจ. 5:40-42) และถ้าคุณยังคงรักษาความซื่อสัตย์ต่อพระยะโฮวาแม้จะถูกข่มเหง คุณก็อาจช่วยคนอื่น ๆ ให้มาเรียนความจริงและ “ยกย่องสรรเสริญพระเจ้า” (1 ปต. 2:12) เหมือนกับที่พระยะโฮวาคอยช่วยโยเซฟตั้งแต่ตอนที่เขาอยู่ในคุก ไม่ใช่แค่หลังจากที่เขาถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว พระยะโฮวาก็จะช่วยคุณแบบเดียวกันแม้แต่ตอนที่คุณกำลังเจอความทุกข์อยู่—ปฐก. 39:3, 23
8. อะไรยิ่งช่วยให้เราตั้งใจอดทนกับความยากลำบาก?
8 ความยากลำบากที่เราเจอจะจบลงในที่สุด สิ่งที่โยบเจอช่วยให้เราเห็นว่า ในที่สุดปัญหาและความยากลำบากจะมีวันสิ้นสุดลง ที่จริง “พระยะโฮวาได้อวยพรให้ชีวิตของโยบตอนหลังดีกว่าตอนแรก” (โยบ 42:12) คล้ายกัน พระยะโฮวาสัญญาว่าจะอวยพรชีวิตใน “ตอนหลัง” ของเราในโลกใหม่ที่จะได้อยู่ตลอดไป ปัญหาที่เราเจออยู่ตอนนี้มันสั้นมากเมื่อเทียบกับชีวิตในตอนนั้น การคิดแบบนี้ยิ่งช่วยให้เราตั้งใจมากขึ้นที่จะอดทนจนถึงที่สุด—มธ. 24:13
มุมมองที่ผิดอาจเป็นอันตรายกับเรายังไง?
9. มุมมองที่ผิดอาจเป็นอันตรายกับเรายังไง?
9 เมื่อเจอปัญหา เราอาจยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีกถ้าเรามีมุมมองแบบผิด ๆ เช่น เราอาจคิดว่าพระยะโฮวาเป็นต้นเหตุที่ทำให้เราเจอความยากลำบาก ในกรณีของโยบ ช่วงหนึ่งโยบคิดว่าพระยะโฮวาทำให้เขาเจอปัญหา ซึ่งมุมมองผิด ๆ แบบนี้ทำให้โยบ “พยายามพิสูจน์ว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกแทนที่จะเป็นพระเจ้า” (โยบ 32:2) คล้ายกัน ตอนแรกนาโอมีก็โทษว่าพระยะโฮวาทำให้ชีวิตเธอขมขื่น (นรธ. 1:13, 20, 21) ถ้าโยบกับนาโอมียังคิดแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ มันก็อาจทำลายความสัมพันธ์ที่พวกเขามีกับพระยะโฮวา (สภษ. 19:3) แต่พระองค์ช่วยพวกเขาให้กลับมามีมุมมองที่ถูกต้องต่อปัญหาของตัวเอง และพระองค์ก็อวยพรที่พวกเขาซื่อสัตย์ภักดีต่อพระองค์
10. ตอนที่เราเจอความยากลำบาก เราอาจเริ่มสงสัยอะไร?
10 แม้เรามั่นใจว่าพระยะโฮวาไม่ได้เป็นต้นเหตุให้เราเจอความยากลำบาก แต่เราก็อาจเริ่มไม่แน่ใจว่าพระองค์เป็นห่วงเราอยู่หรือเปล่า ความคิดแบบนี้ทำให้เราหมดแรงด้วยเหมือนกัน (สภษ. 24:10) กษัตริย์ดาวิดกับผู้พยากรณ์ฮาบากุกก็เจอความยากลำบากและเคยสงสัยว่าพระยะโฮวาฟังคำอ้อนวอนของพวกเขาไหม (สด. 10:1; ฮบก. 1:2) แต่พวกเขาไม่ได้หยุดอธิษฐานถึงพระยะโฮวา และพระองค์ทำให้พวกเขามั่นใจว่าพระองค์คอยช่วยพวกเขาอยู่ คล้ายกัน คุณก็มั่นใจได้ว่าพระยะโฮวาจะทำแบบนั้นกับคุณด้วย—สด. 10:17
11. ถ้าเรามีมุมมองที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับความยากลำบาก เราอาจคิดยังไง?
11 ถ้าเรามีมุมมองที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับความยากลำบาก เราอาจคาดหมายว่าพระยะโฮวาจะปกป้องและไม่ปล่อยให้เราเจอปัญหา แล้วพอเราเจอปัญหาขึ้นมาจริง ๆ เราอาจตกใจมากและคิดว่าเรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับเรา (1 ปต. 4:12) แม้แต่สาวกของพระเยซูก็รู้สึกรับได้ยากที่พระเยซูต้องถูกข่มเหงอย่างหนัก (ลก. 18:33, 34) ตัวอย่างเช่น แม้พระเยซูบอกชัดเจนว่าอีกไม่นานท่านต้องเจอกับอะไร แต่เปโตรก็ไม่คิดว่าพระยะโฮวาจะให้ท่านเจอแบบนั้นจริง ๆ พระเยซูรู้ว่าความคิดแบบนี้จะทำให้ท่านไม่ทำตามความต้องการของพระยะโฮวา ท่านเลยตำหนิเปโตร (มก. 8:31-33) แม้แต่หลังจากที่พระเยซูตายไปแล้ว พวกสาวกก็ยังไม่เข้าใจเต็มที่ว่าทำไมพระเยซูถึงถูกฆ่า แต่ท่านก็ไม่ได้หมดหวังในตัวพวกเขา หลังจากท่านฟื้นขึ้นจากตาย ท่านได้ช่วยพวกเขาเข้าใจว่าทำไมท่านถึงต้องถูกข่มเหงโดยที่ท่าน “อธิบายให้ [พวกเขา] เข้าใจข้อคัมภีร์อย่างละเอียด” (ลก. 24:25-27, 32, 44-48) ถ้าสาวกได้คิดใคร่ครวญคำสอนของพระเยซู มันจะช่วยเตรียมพวกเขาให้พร้อมสำหรับการต่อต้านที่กำลังจะเจอ การคิดใคร่ครวญความจริงในคัมภีร์ไบเบิลเรื่องการข่มเหง ก็ช่วยเตรียมเราให้พร้อมด้วยเหมือนกัน
12. การมีมุมมองผิด ๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ของเราอาจทำให้เรารู้สึกยังไง?
12 การมีมุมมองผิด ๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ของเราอาจทำให้เรารู้สึกว่าสิ่งที่เจอมันแย่มากทั้งที่จริง ๆ แล้วมันไม่ได้แย่ขนาดนั้น พระเยซูทำให้เห็นว่าความคิดแบบนี้อาจเกิดขึ้นได้โดยยกตัวอย่างเรื่องคนงานที่ทำงานในสวนองุ่น คนงานบางคนไม่พอใจค่าจ้างที่ได้รับ แต่เจ้าของสวนบอกกับคนงานคนหนึ่งในกลุ่มนั้นว่า “ผมไม่ได้โกงคุณนะ” (มธ. 20:10-13) สาเหตุที่พวกคนงานบ่นไม่ใช่เพราะพวกเขาโดนโกง แต่เป็นเพราะพวกเขาคาดหมายแบบผิด ๆ ทุกวันนี้ พี่น้องบางคนก็ต้องต่อสู้กับความรู้สึกแบบเดียวกัน เช่น พวกเขารู้สึกว่าไม่ยุติธรรมที่ไม่ได้รับสิทธิพิเศษหรือต้องสละสิทธิพิเศษบางอย่างในงานรับใช้ ต่อไปเราจะมาดูกันว่าเราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อจะมีมุมมองที่ถูกต้องเมื่อเจอสถานการณ์ที่ยากลำบาก
อะไรจะช่วยให้เรายังคงมีมุมมองที่ถูกต้องเสมอ?
13. คุณอาจรู้สึกยังไงเมื่อเจอความยากลำบาก?
13 คุณอาจรู้ข้อคัมภีร์หลายข้อที่พูดถึงความยากลำบาก และคุณอาจใช้ข้อเหล่านี้เพื่อช่วยคนอื่นด้วย แต่พอเจอกับตัวเอง คุณอาจรู้สึกว่าไม่ง่ายเลยที่จะมีมุมมองที่ถูกต้อง ตัวอย่างเช่น คุณอาจรู้สึกว่ากำลังถูกพระยะโฮวาลงโทษหรือรู้สึกว่าพระองค์ไม่ฟังคำอธิษฐานของคุณ แล้วอะไรจะช่วยคุณให้ยังคงมีมุมมองที่ถูกต้องเสมอ?
14. คุณอธิษฐานยังไงได้บ้างตอนที่เจอความทุกข์? (ฟีลิปปี 4:13)
14 ขอความช่วยเหลือจากพระยะโฮวา ให้คุณบอกพระยะโฮวาว่าคุณกำลังเจอปัญหาอะไรและมันทำให้คุณรู้สึกยังไง คุณอธิษฐานบอกกับพระยะโฮวาได้ด้วยว่าคุณอยากให้พระองค์ช่วยคุณยังไง คุณสามารถขอพลังบริสุทธิ์เพื่อช่วยให้คุณเข้มแข็งและมีสติปัญญาที่จะอดทนกับปัญหาได้ อย่าลืมว่าพระยะโฮวาอาจตอบคำอธิษฐานในแบบที่คุณไม่คาดคิด (อฟ. 3:20) นอกจากนั้น พระองค์อาจใช้ทูตสวรรค์หรือพี่น้องเพื่อช่วยคุณด้วย (สด. 34:7) ดังนั้น ให้ยอมรับความช่วยเหลือจากพระยะโฮวาไม่ว่าพระองค์จะช่วยคุณด้วยวิธีไหน คุณมั่นใจได้ว่าพระองค์จะให้พลังบริสุทธิ์อย่างใจกว้างเพื่อช่วยคุณรับมือกับปัญหาได้—อ่านฟีลิปปี 4:13
15. อะไรจะช่วยให้คุณอดทนกับความยากลำบากได้? (ดูภาพด้วย)
15 ทำกิจกรรมคริสเตียนเป็นประจำ ตอนที่เจอปัญหา คุณอาจทำกิจกรรมคริสเตียนเป็นประจำไม่ได้เท่าที่คุณเคยทำ แต่ยิ่งเจอ “ความทุกข์และความลำบาก” คุณยิ่งต้องพยายามมีมุมมองเหมือนกับพระยะโฮวา (สด. 119:143) ให้คุณอ่านคัมภีร์ไบเบิลเป็นประจำ ศึกษาส่วนตัวและคิดใคร่ครวญ ทำงานรับใช้เต็มที่เท่าที่คุณทำได้ เข้าร่วมการประชุมกับมีส่วนร่วมเป็นประจำ และพยายามสนิทกับพี่น้องเสมอ อย่าแยกตัวอยู่คนเดียว—สภษ. 18:1
ทำกิจกรรมคริสเตียนเป็นประจำเท่าที่คุณทำได้ (ดูข้อ 15)
16. ตอนที่เจอความยากลำบาก คุณอาจสงสัยอะไร? แล้วคุณจะจัดการกับมันได้ยังไง? (2 โครินธ์ 10:4, 5)
16 จัดการกับความสงสัย ตอนที่เจอความยากลำบาก คุณอาจต้องกำจัดความคิดบางอย่างที่ “ฝังรากลึก” ในใจคุณ ซึ่งรวมถึงเรื่องที่คุณสงสัยเกี่ยวกับตัวเองและเกี่ยวกับพระยะโฮวา (อ่าน 2 โครินธ์ 10:4, 5) คุณสามารถใช้ “ความรู้เกี่ยวกับพระเจ้า” ที่อยู่ในคัมภีร์ไบเบิลและสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ขององค์การเพื่อจัดการข้อสงสัยเหล่านั้น ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณสงสัยว่าพระยะโฮวายังพอใจคุณอยู่ไหม ให้ศึกษาเรื่องราวชีวิตของเปาโล เขาเจอความยากลำบากหลายอย่างตอนที่ทำงานรับใช้ แต่สิ่งที่เขาเจอยิ่งทำให้เขามั่นใจว่าเขาเป็นคนที่พระยะโฮวาและพระเยซูพอใจ (2 คร. 11:23-27) หรือถ้าคุณสงสัยว่าพระยะโฮวาให้อภัยคุณแล้วจริง ๆ ไหม ก็ให้คุณจดบันทึกข้อคัมภีร์ต่าง ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าพระยะโฮวาให้อภัยบาปได้จริง ๆ (อสย. 43:25) แล้วให้อ่านและคิดใคร่ครวญข้อคัมภีร์เหล่านั้น (สด. 119:97) หรือถ้าคุณเจอเรื่องร้าย ๆ จนเริ่มไม่มั่นใจว่าพระยะโฮวาปกป้องคนของพระองค์ตามที่พระองค์สัญญาไว้จริง ๆ ไหม ก็ให้ลองค้นคว้าดูว่าทำไมพระเจ้าถึงยอมให้คนของพระองค์เจอความทุกข์ และพระองค์คอยปกป้องพวกเขาทางด้านความเชื่อยังไง (สด. 91:9-12) นอกจากนั้น ให้อ่านประสบการณ์ของพี่น้องที่เจอเรื่องที่เศร้าเสียใจและดูว่าอะไรช่วยให้พวกเขารับใช้พระยะโฮวาต่อไปอย่างมีความสุขได้a
17. เราควรทำอะไรเมื่อเจอความยากลำบาก?
17 ตอนนี้คุณกำลังมีวันที่ดีและไม่ได้เจอปัญหาหนักในชีวิตไหม? ถ้าใช่ ก็ให้ขอบคุณพระยะโฮวาและใช้โอกาสนี้คิดใคร่ครวญสิ่งดี ๆ ที่พระองค์ทำเพื่อคุณ (ปญจ. 7:14) แต่เมื่อไหร่ที่คุณเจอความยากลำบาก ก็ขอให้พยายามมีมุมมองที่ถูกต้องเสมอและไว้วางใจพระยะโฮวาอย่างเต็มที่ ถ้าคุณทำอย่างนั้น “พระองค์จะมีทางออกให้ด้วยเพื่อคุณจะทนได้” (1 คร. 10:13) แต่ถ้าพี่น้องของเราเจอความยากลำบากล่ะ เราจะช่วยพวกเขาได้ยังไง? ในบทความหน้าเราจะคุยกันเรื่องนี้
เพลง 150 ขอให้มาหาพระเจ้าเพื่อจะรอด
a ตัวอย่างเช่น ดูเรื่องราวชีวิตจริงของพี่น้องเดวิด มาซา ในบทความชื่อ “ครอบครัวใจสลายแต่ก็มีความสุขได้อีกครั้ง” ในเว็บไซต์ jw.org พี่น้องเดวิดเล่าว่าเขากับครอบครัวรับมือยังไงเมื่อลูกชายตาย