ธำรงไว้ซึ่งคุณความดีในโลกที่ชั่วช้า
“จงกระทำสิ่งสารพัตรให้ปราศจากการบ่นและการทุ่มเถียงกัน เพื่อท่านทั้งหลายจะได้กลายเป็นคนปราศจากตำหนิติเตียน, เป็น บุตรของพระเจ้าปราศจากติเตียน ในท่ามกลาง คนชาติคดโกงและดื้อด้าน.”—ฟิลิปปอย 2:14, 15.
1, 2. เหตุใดพระเจ้าทรงมีรับสั่งให้ทำลายชาวคะนาอันให้สิ้น?
พระบัญชาของพระยะโฮวาไม่เปิดช่องให้กับการอะลุ่มอล่วย. ชนยิศราเอลกำลังจะเข้าสู่แผ่นดินแห่งคำสัญญาเมื่อผู้พยากรณ์โมเซบอกพวกเขาดังนี้: “จงทำลายเขาเสียทั้งสิ้น; คือพวกอิดที, พวกอะโมรี, พวกคะนาอัน, พวกฟะรีซี, พวกฮีวี, และพวกยะบูศ; ดังพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าได้ตรัสสั่งเจ้าทั้งหลายไว้นั้น.”—พระบัญญัติ 7:2; 20:16, 17.
2 เนื่องจากพระยะโฮวาทรงเป็นพระเจ้าแห่งความเมตตา เหตุใดพระองค์ทรงมีรับสั่งให้ทำลายชาวคะนาอันให้สิ้น? (เอ็กโซโด 34:6) เหตุผลหนึ่งคือ ‘เพื่อมิให้ชาวคะนาอันสอนให้ชนยิศราเอลกระทำตามความชั่วลามกทั้งปวง, ซึ่งเขาได้ปฏิบัติแก่พระของเขานั้น ซึ่งเป็นบาปต่อพระยะโฮวาพระเจ้า.’ (พระบัญญัติ 20:18) โมเซยังกล่าวอีกว่า “เพราะความชั่วของชาวประเทศนั้น พระยะโฮวาจึงได้ทรงขับไล่เขาทั้งหลายออกเสียต่อหน้าเจ้าทั้งหลาย.” (พระบัญญัติ 9:4) ชาวคะนาอันนั้นเป็นแม่แบบของความชั่ว. กิจปฏิบัติที่เสื่อมทรามทางเพศและการไหว้รูปเคารพเป็นลักษณะเด่นแห่งการนมัสการของพวกเขา. (เอ็กโซโด 23:24; 34:12, 13; อาฤธโม 33:52; พระบัญญัติ 7:5) การร่วมประเวณีระหว่างญาติใกล้ชิด, เพศสัมพันธ์แบบวิตถาร, และการร่วมเพศกับสัตว์ เป็น “ธรรมเนียมชาวเมืองคะนาอัน.” (เลวีติโก 18:3-25) เด็กที่ไร้ความผิดถูกบูชายัญอย่างโหดร้ายแก่พระเท็จทั้งหลาย. (พระบัญญัติ 18:9-12) ไม่แปลกที่พระยะโฮวาทรงถือว่าชาติเหล่านี้อยู่ไปก็รังแต่จะเป็นภัยคุกคามสวัสดิภาพทางกาย, ศีลธรรม, และวิญญาณต่อไพร่พลพระองค์!—เอ็กโซโด 34:14-16.
3. ผลเป็นเช่นไรเนื่องจากชาวยิศราเอลมิได้ทำตามพระบัญชาของพระเจ้าอย่างครบถ้วนเกี่ยวด้วยชาวแผ่นดินคะนาอัน?
3 เนื่องจากมิได้ทำตามพระบัญชาต่าง ๆ ของพระเจ้าอย่างครบถ้วน ชาวคะนาอันเป็นอันมากรอดชีวิตในคราวที่ชาติยิศราเอลพิชิตแผ่นดินแห่งคำสัญญา. (วินิจฉัย 1:19-21) ในที่สุด อิทธิพลที่แฝงอยู่ของชาวคะนาอันก็เห็นได้ชัด และสามารถกล่าวได้ว่า “เขา [ชนยิศราเอล] ได้ละทิ้งข้อกฎหมายของ [พระยะโฮวา], และคำสัญญาไมตรีซึ่งพระองค์ทรงกระทำไว้กับปู่ย่าตายายของเขา, และคำปฏิญาณซึ่งพระองค์ได้ทรงปฏิญาณต่อเขา; เขาได้ประพฤติตามการอันหาประโยชน์มิได้, และอวดตัว, และได้ตามพวกต่างประเทศซึ่งอยู่ล้อมรอบเขา, ตามซึ่งพระยะโฮวาได้ทรงกำชับเขาว่า, ไม่ควรจะทำเหมือนพวกชนต่างชาติเหล่านั้นเลย.” (2 กษัตริย์ 17:15) ถูกแล้ว ตลอดช่วงเวลานั้นมีชาวยิศราเอลจำนวนมากทำสิ่งชั่วร้ายเหล่านั้นที่ทำให้พระเจ้าทรงมีรับสั่งให้ทำลายชาวคะนาอันให้สูญสิ้น กล่าวคือการไหว้รูปเคารพ, การมัวเมาทางเพศ, และแม้กระทั่งการบูชายัญเด็ก!—วินิจฉัย 10:6; 2 กษัตริย์ 17:17; ยิระมะยา 13:27.
4, 5. (ก) เกิดอะไรขึ้นกับยิศราเอลและยูดาที่ไม่ซื่อสัตย์? (ข) มีคำกระตุ้นเตือนอะไรที่ฟิลิปปอย 2:14, 15 และเกิดคำถามอะไรขึ้นมาบ้าง?
4 ด้วยเหตุนั้น ผู้พยากรณ์โฮเซอาประกาศดังนี้: “ดูก่อนพวกยิศราเอล, จงสดับคำตรัสแห่งพระยะโฮวา, ด้วยว่าพระยะโฮวามีข้อพิพาทกับชาวประเทศนี้; เนื่องด้วยไม่มีความจริงหรือความเมตตาและไม่มีผู้ใดรู้จักพระเจ้าในประเทศนี้. มีแต่การแช่งด่า, การพูดมุสา, การฆ่าฟันกัน, การลักขโมย, และการล่วงประเวณี; สิ่งเหล่านี้มีล้นอยู่แล้วและมีเรื่องโลหิตตกต่อเนื่องกันเสมอไป. เพราะเหตุนี้แผ่นดินก็จะเศร้าสลดและบรรดาคนที่อยู่ในประเทศก็จะอ่อนเพลีย, พร้อมทั้งสัตว์ป่าและนกในอากาศ; ถึงปลาในน้ำก็จะถูกกวาดเอาไป.” (โฮเซอา 4:1-3) ในปี 740 ก่อนสากลศักราช อาณาจักรยิศราเอลทางเหนือที่เสื่อมทรามก็ถูกอัสซีเรียปราบราบคาบ. ต่อมาอีกหนึ่งศตวรรษเศษ ๆ อาณาจักรยูดาที่ไม่ซื่อสัตย์ซึ่งอยู่ทางใต้ก็ถูกบาบูโลนตีพ่าย.
5 เหตุการณ์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเป็นอันตรายสักเพียงไรถ้าปล่อยให้ความชั่วเข้าครอบงำตัวเราเอง. พระเจ้าทรงรังเกียจความอธรรมและจะไม่ทรงยอมให้มีอยู่ท่ามกลางไพร่พลพระองค์. (1 เปโตร 1:14-16) เป็นความจริงที่ว่า เราอยู่ใน “โลกปัจจุบันอันชั่วนี้” ในโลกที่กำลังเสื่อมลงไปเรื่อย ๆ. (ฆะลาเตีย 1:4; 2 ติโมเธียว 3:13) แม้กระนั้น พระคำของพระเจ้ากระตุ้นเตือนคริสเตียนทุกคนให้ประพฤติในแนวทางที่พวกเขาจะ “ปราศจากตำหนิติเตียน, เป็น บุตรของพระเจ้าปราศจากติเตียน ในท่ามกลาง คนชาติคดโกงและดื้อด้าน [ซึ่งพวกเขา] ปรากฏดุจดวงสว่างต่าง ๆ ในโลก.” (ฟิลิปปอย 2:14, 15) แต่เราจะสามารถธำรงไว้ซึ่งคุณความดีในโลกที่ชั่วช้าได้โดยวิธีใด? เป็นไปได้จริง ๆ ไหมที่จะทำเช่นนั้น?
โลกแห่งจักรวรรดิโรมที่เลวทราม
6. เหตุใดคริสเตียนในศตวรรษแรกเผชิญข้อท้าทายในการธำรงไว้ซึ่งคุณความดี?
6 คริสเตียนในศตวรรษแรกเผชิญข้อท้าทายในการรักษาคุณความดี เพราะความชั่วแทรกซึมอยู่ในทุกซอกทุกมุมของสังคมโรมัน. เซเนคา นักปรัชญาชาวโรมันกล่าวถึงคนในยุคเดียวกันกับเขาดังนี้: “ผู้คนดิ้นรนในการแข่งความชั่วกัน. ทุกวัน ความปรารถนาการผิดมีมากขึ้น ความกลัวต่อการทำผิดมีน้อยลง.” เขาเปรียบเทียบสังคมโรมันว่าเป็นเสมือน “ชุมชนสัตว์ป่า.” จึงไม่น่าแปลกใจที่การบันเทิงซึ่งชาวโรมันร้องเรียกหาได้แก่การต่อสู้อย่างทารุณในสนามกีฬาและการแสดงมหรสพแบบชั่วช้าลามก.
7. เปาโลพรรณนาอย่างไรถึงการชั่วที่มีอยู่ทั่วไปในหมู่ผู้คนมากมายในศตวรรษแรก?
7 อัครสาวกเปาโลอาจคิดถึงความประพฤติที่เสื่อมเสียของประชาชนในศตวรรษแรกเมื่อท่านเขียนว่า “พระเจ้าทรงปล่อยให้เขาเกิดมีใจราคะตัณหาอันน่าละอาย ฝ่ายผู้หญิงของเขาจึงได้ละการใช้ตัวให้ถูกตามธรรมดา, แล้วใช้ตัวให้ผิดธรรมดาไป. ฝ่ายผู้ชายก็ละการใช้ผู้หญิงให้ถูกตามธรรมดานั้นดุจกัน, มีใจกำเริบด้วยราคะตัณหาอันผ่าวร้อนแก่กันและกัน, ผู้ชายกับผู้ชายด้วยกันกระทำการชั่วน่าละอาย, เขาจึงได้รับผลกรรมอันสมควรแก่ความผิดของตัว.” (โรม 1:26, 27) โดยหมกมุ่นกับการติดตามความปรารถนาชั่วของเนื้อหนัง สังคมโรมันจึงท่วมท้นไปด้วยความเลวทราม.
8. เด็ก ๆ มักถูกใช้เพื่อประโยชน์อันเห็นแก่ตัวอย่างไรในสังคมกรีซและโรม?
8 ประวัติศาสตร์ไม่ได้บอกชัดว่าการรักร่วมเพศในหมู่ชาวโรมันนั้นมีแพร่หลายขนาดไหน. กระนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาได้รับอิทธิพลจากพวกกรีกที่เรืองอำนาจก่อนหน้านั้น ซึ่งปฏิบัติกามกิจเช่นนี้อย่างแพร่หลายในหมู่พวกเขา. เป็นกิจปฏิบัติทั่วไปที่ชายซึ่งเป็นผู้ใหญ่ทำให้เด็กผู้ชายเสื่อมทรามทางศีลธรรม โดยรับพวกเขามาอุปการะใต้ความสัมพันธ์แบบลูกศิษย์-อาจารย์ ซึ่งมักชักนำเด็กหนุ่มเข้าสู่พฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ. แน่นอนทีเดียว ซาตานและพวกผีบริวารของมันอยู่เบื้องหลังความชั่วร้ายและการปฏิบัติอย่างผิด ๆ เช่นนั้นต่อเด็ก.—โยเอล 3:3; ยูดา 6, 7.
9, 10. (ก) 1 โกรินโธ 6:9, 10 กล่าวโทษความชั่วชนิดต่าง ๆ อะไรบ้าง? (ข) ภูมิหลังของบางคนในประชาคมโกรินโธเป็นเช่นไร และเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรในกรณีของพวกเขา?
9 โดยเขียนภายใต้การดลใจจากพระเจ้า เปาโลบอกคริสเตียนในเมืองโกรินโธดังนี้: “อะไรกัน! ท่านทั้งหลายไม่รู้หรือว่าคนอธรรมจะไม่ได้รับราชอาณาจักรของพระเจ้าเป็นมรดก? อย่าให้ใครชักนำท่านให้หลง. คนผิดประเวณี, หรือคนบูชารูปเคารพ, หรือคนเล่นชู้, หรือชายเก็บไว้เพื่อวัตถุประสงค์ผิดธรรมชาติ, หรือชายที่นอนกับชายด้วยกัน, หรือขโมย, หรือคนโลภ, หรือนักเลงสุรา, หรือคนด่าประจาน, หรือคนกรรโชกจะไม่ได้รับราชอาณาจักรของพระเจ้าเป็นมรดก. แต่ก่อนมีบางคนในพวกท่านเคยเป็นคนอย่างนั้น. แต่ได้ทรงชำระท่านทั้งหลายให้สะอาดแล้ว แต่ได้ทรงทำให้ท่านทั้งหลายบริสุทธิ์ แต่ได้ประกาศให้ท่านทั้งหลายเป็นผู้ชอบธรรมในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราและด้วยพระวิญญาณแห่งพระเจ้าของเรา.”—1 โกรินโธ 6:9-11, ล.ม.
10 ด้วยเหตุนี้ จดหมายที่เปาโลได้รับการดลใจให้เขียนจึงกล่าวโทษการผิดศีลธรรมทางเพศ โดยบอกว่า “คนผิดประเวณี” จะ “ไม่ได้รับราชอาณาจักรของพระเจ้าเป็นมรดก.” หลังจากแจกแจงความชั่วว่ามีอะไรบ้าง เปาโลกล่าวว่า “แต่ก่อนมีบางคนในพวกท่านเคยเป็นคนอย่างนั้น. แต่ได้ทรงชำระท่านทั้งหลายให้สะอาดแล้ว.” ด้วยความช่วยเหลือจากพระเจ้า เป็นไปได้ที่ผู้ทำผิดจะกลายเป็นคนสะอาดในสายพระเนตรพระองค์.
11. คริสเตียนในศตวรรษแรกดำเนินชีวิตอย่างไรท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ชั่วร้ายในสมัยของตน?
11 ถูกแล้ว คุณความดีแบบคริสเตียนรุ่งเรืองแม้แต่ในโลกที่ชั่วช้าในศตวรรษแรก. เหล่าผู้เชื่อถือได้รับการ ‘ดัดแปลงโดยเปลี่ยนแปลงความคิดจิตใจของตน.’ (โรม 12:2, ล.ม.) พวกเขาละทิ้ง “แนวทางการประพฤติเดิม” และถูก ‘เปลี่ยนใหม่ในพลังที่กระตุ้นจิตใจของตน.’ โดยวิธีนี้ พวกเขาหลีกหนีจากสิ่งชั่วร้ายของโลกและ “สวมใส่บุคลิกภาพใหม่ซึ่งได้ถูกสร้างขึ้นตามพระทัยประสงค์ของพระเจ้าในความชอบธรรมและความภักดีที่แท้จริง.”—เอเฟโซ 4:22-24, ล.ม.
โลกชั่วในปัจจุบัน
12. เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรในโลกตั้งแต่ปี 1914 เป็นต้นมา?
12 จะว่าอย่างไรสำหรับสมัยของเรา? โลกที่เราอยู่ล้นไปด้วยความชั่วร้ายอย่างไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตั้งแต่ปี 1914 เป็นต้นมา ศีลธรรมเสื่อมลงทั่วโลก. (2 ติโมเธียว 3:1-5) โดยปฏิเสธแนวคิดตามประเพณีเกี่ยวด้วยคุณความดี, ศีลธรรม, เกียรติยศ, และจริยธรรม หลายคนกลายเป็นคนที่ถือความคิดตนเป็นใหญ่และ “ปราศจากความสำนึกด้านศีลธรรม.” (เอเฟโซ 4:19, ล.ม.) วารสารนิวส์วีก กล่าวว่า “เราอยู่ในยุคแห่งสัมพัทธนิยมทางศีลธรรม” แล้วก็กล่าวเพิ่มอีกว่าสภาพแวดล้อมด้านศีลธรรมโดยทั่วไป “ได้ทำให้แนวคิดทั้งสิ้นเกี่ยวกับความถูกความผิดกลายเป็นเพียงเรื่องของรสนิยมส่วนตัว, ความชอบตามแต่อารมณ์หรือข้อเลือกทางวัฒนธรรม.”
13. (ก) ทำไมการบันเทิงส่วนมากในทุกวันนี้ส่งเสริมความชั่ว? (ข) การบันเทิงที่ไม่เหมาะสมก่อผลเสียเช่นไรต่อปัจเจกบุคคล?
13 เช่นที่เป็นในศตวรรษแรก การบันเทิงที่เสื่อมทรามเป็นเรื่องธรรมดาในทุกวันนี้. โทรทัศน์, วิทยุ, ภาพยนตร์, และวีดิทัศน์ แพร่เรื่องต่าง ๆ ที่หนักไปทางเพศออกมาอย่างไม่ขาดสาย. ความชั่วร้ายได้แทรกซึมเข้าไปแม้กระทั่งในเครือข่ายคอมพิวเตอร์. ตามที่การวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งรายงาน สื่อลามกทางคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันเป็น “วิธีหย่อนใจที่ใช้กันกว้างขวางที่สุดอย่างหนึ่ง (หากไม่ใช่มากที่สุด) ในหมู่ผู้ใช้บริการเครือข่ายคอมพิวเตอร์.” ผลของทั้งหมดนี้คืออะไร? นักเขียนบทความประจำหนังสือพิมพ์คนหนึ่งกล่าวว่า “เมื่อวัฒนธรรมโดยทั่วไปของเราชุ่มโชกไปด้วยเลือดและการประทุษร้ายร่างกาย และกามารมณ์แบบที่ไม่สะอาด เราก็ชาชินกับการนองเลือดและการประทุษร้ายและกามารมณ์แบบที่ไม่สะอาด. เราชักจะไม่รู้สึกรู้สามากขึ้นทุกขณะ. กิจปฏิบัติที่ชั่วช้าเลวทรามกลายเป็นสิ่งที่ยอมรับได้มากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะสิ่งที่ทำให้เราสะดุ้งตกใจมีน้อยลงไปทุกที.”—เทียบกับ 1 ติโมเธียว 4:1, 2.
14, 15. มีหลักฐานอะไรที่บ่งว่าศีลธรรมทางเพศได้เสื่อมลงไปทั้งโลก?
14 ขอพิจารณารายงานนี้ในหนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์: “เรื่องที่เคยถือกันว่าเลวร้ายเมื่อ 25 ปีก่อน เดี๋ยวนี้กลายเป็นการอยู่กินด้วยกันที่ยอมรับกันได้. จำนวนของคู่หนุ่มสาวที่เลือกอยู่ด้วยกันเฉย ๆ โดยไม่แต่งงานเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ [ในสหรัฐ] ระหว่างปี 1980 ถึง 1991.” นี่ไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์ที่อเมริกาเหนือ. วารสารเอเชียวีก รายงานดังนี้: “การอภิปรายในเรื่องวัฒนธรรมกำลังดำเนินไปอย่างเผ็ดร้อนในประเทศต่าง ๆ ทั่ว [เอเชีย]. ประเด็นคือเสรีภาพทางเพศปะทะกับค่านิยมตามจารีตประเพณี และความกดดันต่าง ๆ เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลง กำลังมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ.” สถิติแสดงว่าการเล่นชู้และเพศสัมพันธ์ก่อนสมรสกำลังได้รับการยอมรับเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ.
15 คัมภีร์ไบเบิลบอกล่วงหน้าว่า กิจกรรมแบบซาตานจะทวีความเข้มข้นในสมัยของเรา. (วิวรณ์ 12:12) ดังนั้น ความชั่วที่มีอยู่ดาษดื่นอย่างน่าตกใจไม่น่าจะทำให้เราประหลาดใจ. ตัวอย่างเช่น อัตราการล่วงเกินทางเพศต่อเด็กได้มาถึงขั้นเหมือนโรคระบาด.a องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติรายงานว่า “การค้าประเวณีกำลังก่อความเสียหายแก่เด็กเกือบทุกประเทศในโลกเลยทีเดียว.” แต่ละปี “มีรายงานว่าเด็กทั่วโลกมากกว่า 1 ล้านคนถูกบังคับให้ค้าประเวณี, ถูกลักลอบซื้อขายโดยมีจุดประสงค์ทางเพศ, และถูกใช้ในการผลิตสื่อลามกที่เกี่ยวกับเด็ก.” การรักร่วมเพศกลายเป็นเรื่องธรรมดาด้วย เพราะมีนักการเมืองและหัวหน้าศาสนาบางคนนำหน้าในการส่งเสริมกิจปฏิบัตินี้โดยถือว่าเป็น “รูปแบบชีวิตที่เป็นทางเลือกอย่างหนึ่ง.”
การปฏิเสธสิ่งชั่วร้ายของโลก
16. พยานพระยะโฮวายึดมั่นในจุดยืนเช่นไรเกี่ยวกับศีลธรรมทางเพศ?
16 พยานพระยะโฮวาไม่เข้าร่วมเห็นดีเห็นงามไปกับคนเหล่านั้นที่รับรองเอามาตรฐานศีลธรรมทางเพศแบบปล่อยตามอำเภอใจ. ติโต 2:11, 12 (ล.ม.) กล่าวดังนี้: “พระกรุณาอันไม่พึงได้รับของพระเจ้าซึ่งนำความรอดมาสู่คนทุกชนิดได้ปรากฏแล้ว สั่งสอนเราให้ละทิ้งความอธรรมและความปรารถนาทางโลกและให้ดำเนินชีวิตโดยมีสุขภาพจิตดี มีความชอบธรรมและความเลื่อมใสในพระเจ้าในระบบปัจจุบันนี้.” ถูกแล้ว เราปลูกฝังความเกลียดอย่างแท้จริง หรือความขยะแขยง ต่อเรื่องชั่วร้ายเช่นนั้นไม่ว่าจะเป็นเพศสัมพันธ์ก่อนสมรส, การเล่นชู้, และการรักร่วมเพศ.b (โรม 12:9; เอเฟโซ 5:3-5) เปาโลให้คำกระตุ้นเตือนดังนี้: “ให้ทุกคนซึ่งออกพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าหันหน้าไปเสียจากความอธรรม.”—2 ติโมเธียว 2:19.
17. คริสเตียนมีทัศนะอย่างไรในเรื่องการใช้เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์?
17 คริสเตียนแท้ปฏิเสธความชั่วที่ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยในทัศนะของโลก. ตัวอย่างเช่น หลายคนในปัจจุบันถือว่าการใช้เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อย่างผิด ๆ เป็นเรื่องขบขัน. แต่ไพร่พลพระยะโฮวาเอาใจใส่คำแนะนำของเอเฟโซ 5:18 (ล.ม.) ที่ว่า “อย่าเมาเหล้าองุ่น ซึ่งเป็นเหตุให้เสื่อมเสีย แต่จงเปี่ยมด้วยพระวิญญาณอยู่เสมอ.” หากคริสเตียนเลือกจะดื่ม เขาก็จะดื่มอย่างพอควร.—สุภาษิต 23:29-32.
18. หลักการในคัมภีร์ไบเบิลชี้นำผู้รับใช้พระยะโฮวาในการปฏิบัติต่อสมาชิกครอบครัวของตนอย่างไร?
18 ฐานะผู้รับใช้พระยะโฮวา เราปฏิเสธทัศนะของบางคนในโลกนี้ด้วยที่ถือว่าการตะคอกและขึ้นเสียงกับคู่สมรสและลูก ๆ ของตน หรือการด่าว่าด้วยคำพูดที่เจ็บแสบเป็นพฤติกรรมที่ยอมรับได้. ด้วยความแน่วแน่จะติดตามแนวทางแห่งคุณความดี คริสเตียนที่เป็นสามีและภรรยาใช้คำแนะนำของเปาโลด้วยกันที่ว่า “จงให้บรรดาความขมขื่นอย่างมุ่งร้ายและความโกรธเคืองและความโกรธแค้นและการตวาดเสียงและคำพูดหยาบหยามอยู่ห่างจากท่านทั้งหลายรวมทั้งความชั่วทุกอย่าง. แต่จงมีใจกรุณาต่อกัน, มีใจเมตตาอันอ่อนละมุน, ให้อภัยต่อกันด้วยใจกว้างเหมือนดังที่พระเจ้าทรงให้อภัยท่านทั้งหลายด้วยใจกว้างโดยทางพระคริสต์.”—เอเฟโซ 4:31, 32, ล.ม.
19. ความชั่วร้ายมีอยู่แพร่หลายเพียงใดในโลกธุรกิจ?
19 นอกจากนี้ ความไม่ซื่อสัตย์, การฉ้อโกง, การโกหก, กลยุทธ์ทางธุรกิจที่ไร้ความปรานี, และการขโมยเป็นเรื่องธรรมดาในทุกวันนี้ด้วย. บทความหนึ่งในวารสารธุรกิจที่ชื่อ ซีเอฟโอ รายงานดังนี้: “ในการสำรวจครั้งหนึ่งกับคนงาน 4,000 คน . . . พบว่า 31 เปอร์เซ็นต์ของผู้รับการสำรวจรู้เห็น ‘การกระทำผิดร้ายแรง’ ในระหว่างปีที่ผ่านไป.” การกระทำผิดดังกล่าวรวมถึงการโกหก, การทำบันทึกปลอม, การระรานทางเพศ, และการขโมย. หากเราต้องการรักษาตัวสะอาดทางศีลธรรมอยู่เสมอในสายพระเนตรพระยะโฮวา เราต้องหลีกเว้นการกระทำเช่นนั้นและซื่อสัตย์ในการจัดการทางการเงินของเรา.—มีคา 6:10, 11.
20. เหตุใดคริสเตียนจำต้องรักษาตัวให้พ้นจาก “ความรักเงิน”?
20 จงพิจารณาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับชายคนหนึ่งที่วาดหวังไว้ว่า เขาคงมีเวลารับใช้พระเจ้ามากขึ้นหากเขาทำเงินก้อนโตได้ในธุรกิจอย่างหนึ่ง. เขาชักนำคนอื่นเข้าร่วมลงทุนโดยอวดอ้างเสียยกใหญ่เกินจริงถึงผลกำไรที่คาดว่าจะได้. เมื่อผลกำไรดังกล่าวไม่เกิด เขาก็พยายามทุกวิถีทางที่จะชดเชยการขาดทุนก้อนโตที่เกิดขึ้นจนถึงกับขโมยเงินที่ได้มอบไว้กับเขา. เนื่องจากการกระทำและเจตคติที่ไม่กลับใจของเขา เขาถูกตัดสัมพันธ์จากประชาคมคริสเตียน. ใช่แล้ว คำเตือนของคัมภีร์ไบเบิลเป็นจริงที่ว่า “คนเหล่านั้นที่ตั้งใจจะเป็นคนมั่งมีก็ตกเข้าสู่การล่อใจและบ่วงแร้ว และความปรารถนาที่ไร้สาระ และที่ก่อความเสียหายมากมายซึ่งทำให้คนตกเข้าสู่ความพินาศและความหายนะ. เพราะความรักเงินเป็นรากแห่งสิ่งที่ก่อความเสียหายทุกชนิด และโดยการแสวงหาความรักแบบนี้บางคนถูกนำให้หลงจากความเชื่อและได้ทิ่มแทงตัวเองทั่วทั้งตัวด้วยความเจ็บปวดมากหลาย.”—1 ติโมเธียว 6:9, 10, ล.ม.
21. พฤติกรรมเช่นไรเป็นเรื่องธรรมดาในหมู่คนที่มีอำนาจในโลกนี้ แต่คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบในประชาคมคริสเตียนต้องประพฤติตัวอย่างไร?
21 คนที่มีอำนาจและมีอิทธิพลของโลกมักขาดคุณความดีและแสดงให้เห็นความจริงของคติพจน์ที่ว่า ‘อำนาจทำให้เสื่อมทราม.’ (ท่านผู้ประกาศ 8:9) ในบางประเทศ การติดสินบนและการฉ้อราษฎร์บังหลวงในรูปแบบอื่น ๆ เป็นวิถีชีวิตอย่างหนึ่งในหมู่ผู้พิพากษา, ตำรวจ, และนักการเมือง. อย่างไรก็ตาม คนที่นำหน้าในประชาคมคริสเตียนต้องมีคุณความดีและไม่ทำตัวเป็นนายเหนือผู้อื่น. (ลูกา 22:25, 26) ผู้ปกครองและผู้ช่วยงานรับใช้ก็เช่นกัน ไม่ได้รับใช้ “เพราะรักผลกำไรโดยมิชอบ.” พวกเขาต้องต้านทานความพยายามใด ๆ ที่จะเบี่ยงเบนหรือใช้อิทธิพลเหนือการตัดสินของเขาโดยหวังจะได้ความมั่งคั่งส่วนตัว.—1 เปโตร 5:2, ล.ม.; เอ็กโซโด 23:8; สุภาษิต 17:23; 1 ติโมเธียว 5:21.
22. บทความถัดไปจะพิจารณาอะไร?
22 โดยทั่วไปแล้ว คริสเตียนเผชิญข้อท้าทายสมัยปัจจุบันได้อย่างเป็นผลสำเร็จในการธำรงไว้ซึ่งคุณความดีในโลกที่ชั่วช้านี้. กระนั้น คุณความดีหมายรวมมากกว่าเพียงแค่การหลีกเว้นความชั่ว. บทความต่อไปจะพิจารณาว่าการปลูกฝังคุณความดีเรียกร้องอะไรอย่างแท้จริง.
[เชิงอรรถ]
a โปรดดูชุดบทความ “จงปกป้องบุตรของคุณ!” ซึ่งลงใน ตื่นเถิด! ฉบับ 8 ตุลาคม 1993.
b คนที่เคยได้ยุ่งเกี่ยวกับกิจปฏิบัติรักร่วมเพศในอดีตสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของตน เช่นที่บางคนในศตวรรษแรกทำ. (1 โกรินโธ 6:11) ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ลงไว้ใน ตื่นเถิด! ฉบับ 8 เมษายน 1995 หน้า 19-21.
จุดต่าง ๆ เพื่อทบทวน
▫ เหตุใดพระยะโฮวาทรงมีรับสั่งให้กำจัดชาวคะนาอัน?
▫ การชั่วอะไรบ้างที่มีอยู่ทั่วไปในศตวรรษแรก และคริสเตียนดำเนินชีวิตอย่างไรในสภาพแวดล้อมเช่นนั้น?
▫ มีหลักฐานอะไรที่บ่งว่าโลกได้เสื่อมลงด้านศีลธรรมนับตั้งแต่ปี 1914?
▫ การชั่วอะไรบ้างที่มีอยู่ทั่วไปซึ่งไพร่พลพระยะโฮวาต้องปฏิเสธ?
[รูปภาพหน้า 9]
คริสเตียนในศตวรรษแรกมีคุณความดี แม้ว่าพวกเขาอยู่ในโลกที่ชั่วช้า
[รูปภาพหน้า 10]
ความชั่วร้ายได้แทรกซึมเข้าไปแม้กระทั่งในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เปิดโอกาสให้เยาวชนและคนอื่น ๆ รับสื่อลามกได้
[รูปภาพหน้า 12]
คริสเตียนต้องธำรงไว้ซึ่งคุณความดี โดยไม่เลียนแบบกลยุทธ์ที่ไม่ซื่อสัตย์ของคนอื่น