ประพฤติด้วยหัวใจที่เป็นหนึ่งเดียว
“ข้าแต่พระยะโฮวา, ขอทรงโปรดสั่งสอนข้าพเจ้า . . . ขอทำให้หัวใจของข้าพเจ้าเป็นหนึ่งเดียวให้ยำเกรงพระนามของพระองค์.”—บทเพลงสรรเสริญ 86:11, ล.ม.
1. โดยวิธีใดพระยะโฮวาประทานรางวัลแก่เหล่าผู้ซื่อสัตย์ภักดีต่อพระองค์?
‘ข้าแต่พระยะโฮวา พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า, พระองค์แต่ผู้เดียว.’ (บทเพลงสรรเสริญ 86:8, 10) ดาวิดกล่าวสดุดีพระเจ้าจากหัวใจที่เต็มปรี่ด้วยความหยั่งรู้ค่า. แม้แต่ก่อนดาวิดได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองดินแดนยิศราเอลเสียด้วยซ้ำ พระยะโฮวาทรงโปรดช่วยท่านรอดพ้นจากซาอูลและชาวฟะลิศตีม. ดังนั้น ท่านสามารถร้องเพลงดังนี้: “พระยะโฮวาเป็นศิลา และเป็นป้อมของข้าพเจ้า และเป็นผู้ช่วยข้าพเจ้าให้รอด. พระองค์จะทรงกระทำด้วยความภักดีต่อผู้ที่ภักดี.” (2 ซามูเอล 22:2, 26, ล.ม.) พระยะโฮวาได้ทรงพิทักษ์ผู้รับใช้ที่ภักดีของพระองค์ให้ผ่านพ้นความทุกข์ยากหลายอย่าง. ดาวิดจึงสามารถไว้วางใจและมั่นใจในพระเจ้าของท่านที่ภักดี แต่ท่านยังคงต้องการเครื่องนำทางอย่างต่อเนื่อง. ตอนนั้นแหละดาวิดได้ทูลวิงวอนพระเจ้าว่า “ข้าแต่พระยะโฮวา, ขอทรงสั่งสอนข้าพเจ้าถึงวิถีทางของพระองค์.”—บทเพลงสรรเสริญ 86:11, ล.ม.
2. พระยะโฮวาทรงจัดเตรียมการโดยวิธีใดเพื่อเราจะได้รับการสั่งสอนจากพระองค์?
2 ดาวิดต้องการหลีกเลี่ยงความคิดเห็นและหลักปรัชญาต่าง ๆ ของโลกโดยสิ้นเชิง. ท่านประสงค์จะเป็น “สาวกของพระยะโฮวา” อย่างที่ผู้พยากรณ์ของพระเจ้าได้กล่าวในเวลาต่อมา. (ยะซายา 54:13) ดาวิดคงได้ไตร่ตรองแค่พระธรรมเก้าเล่มเท่าที่มีอยู่ในสมัยของท่าน. ถึงกระนั้น คำแนะนำสั่งสอนเท่านั้นจากพระยะโฮวามีค่ายิ่งสำหรับท่าน! เมื่อรับการสอน พวกเราทุกวันนี้สามารถรับได้อย่างอุดมจากพระธรรมทั้งหมด 66 เล่มแห่งคัมภีร์ไบเบิล รวมทั้งสรรพหนังสือเกี่ยวกับราชอาณาจักรอีกมากมายที่จัดทำโดยทาง “บ่าวสัตย์ซื่อและฉลาด.” (มัดธาย 24:45) เช่นเดียวกันกับดาวิด จงให้เราร้องทูลพระยะโฮวา เพื่อว่าพระวิญญาณของพระองค์จะช่วยเราสืบเสาะไปถึง “สิ่งที่พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมไว้สำหรับคนที่รักพระองค์ แม้เป็นข้อลับลึกของพระเจ้า.”—1 โกรินโธ 2:9, 10.
3. คำแนะนำจากคัมภีร์ไบเบิลสามารถให้ประโยชน์แก่เราในทางใด?
3 คัมภีร์ไบเบิลมีคำตอบให้ทุกคำถามและทุกปัญหาซึ่งอาจมีขึ้นในชีวิตของเรา. “ด้วยว่าสิ่งสารพัตรที่เขียนไว้แล้วคราวก่อนนั้นก็ได้เขียนไว้เพื่อสั่งสอนเราทั้งหลาย. เพื่อเราทั้งหลายจะได้มีความหวังโดยความเพียรและความชูใจตามคำที่เขียนไว้แล้วนั้น.” (โรม 15:4) การซึมซับคำสั่งสอนจากพระยะโฮวาจะทำให้เราเข้มแข็งทนความยากลำบากต่าง ๆ, ปลอบประโลมใจเราในยามที่เรารู้สึกหดหู่, และทำให้ความหวังเรื่องราชอาณาจักรลุกโชนในหัวใจของเราเสมอ. ขอให้พวกเราประสบความยินดีในการอ่านพระวจนะของพระเจ้าและในการคิดรำพึงอยู่ในพระคำ “ทั้งกลางวันและกลางคืน” เพราะสติปัญญาที่อาศัยพระคัมภีร์เป็นหลักนั้นกลายเป็น “ต้นไม้แห่งชีวิตแก่คนนั้น ๆ ที่ฉวยเอาพระองค์ไว้ได้: และทุกคนที่ยึดถือพระองค์ไว้นั้นก็จะมีความผาสุก.”—บทเพลงสรรเสริญ 1:1-3; สุภาษิต 3:13-18; ดูโยฮัน 17:3 ด้วย.
4. ว่าด้วยการกระทำต่าง ๆ ของเรานั้น พระเยซูทรงวางตัวอย่างอะไรไว้สำหรับพวกเรา?
4 พระเยซู พระบุตรของพระเจ้า มีสมญานามว่า “บุตรดาวิด” ด้วย หมายพึ่งพระยะโฮวาอยู่เสมอสำหรับคำแนะนำ. (มัดธาย 9:27)a พระองค์ตรัสดังนี้: “พระบุตรจะกระทำสิ่งใดตามความริเริ่มของตนเองไม่ได้เลย เว้นแต่ที่ได้เห็นพระบิดาทรงกระทำ. เพราะว่าสิ่งใด ๆ ที่พระองค์ทรงกระทำ พระบุตรก็ทรงกระทำในลักษณะเดียวกัน.” “เรามิได้ทำสิ่งใดจากความริเริ่มของเราเอง; แต่เราพูดสิ่งเหล่านี้ตามที่พระบิดาได้ทรงสอนเรา.” (โยฮัน 5:19; 8:28, ล.ม.) พระเยซูทรงวางแบบอย่างไว้เพื่อเรา “จะได้ดำเนินตามรอยพระบาทของพระองค์อย่างใกล้ชิด.” (1 เปโตร 2:21, ล.ม.) คิดดูซิ! ถ้าเราศึกษาตามแบบอย่างที่พระเยซูคงได้กระทำ ไม่ว่าสภาพการณ์จะเป็นเช่นไรก็ตาม เราจะสามารถปฏิบัติอย่างที่พระยะโฮวาทรงประสงค์ให้เราปฏิบัติ. แนวทางของพระยะโฮวาถูกต้องเสมอ.
5. “ความจริง” คืออะไร?
5 ดาวิดแถลงต่อไปว่า “ข้าพเจ้าจะดำเนินในความจริงของพระองค์.” (บทเพลงสรรเสริญ 86:11) หนึ่งพันปีต่อมา ปีลาตเมื่อพูดกับพระเยซู บุตรดาวิด ก็ได้ถามขึ้นว่า “ความจริงคืออะไร?” แต่พระเยซูพึ่งให้คำตอบสำหรับคำถามนั้น เมื่อตรัสแก่ปีลาตว่า “ราชอาณาจักรของเรามิได้เป็นส่วนของโลกนี้” แล้วตรัสเพิ่มเติมว่า “ท่านเองว่าเราเป็นกษัตริย์. เพราะเหตุนี้เราจึงเกิดมา และเพราะเหตุนี้เราได้เข้ามาในโลก เพื่อเราจะให้คำพยานถึงความจริง.” (โยฮัน 18:33-38, ล.ม.) พระเยซูจึงแจ้งให้ทราบว่าความจริงนั้นรวมจุดอยู่ที่ราชอาณาจักรพระมาซีฮา. อันที่จริง สาระสำคัญทั้งสิ้นของคัมภีร์ไบเบิลคือการทำให้พระนามของพระยะโฮวาเป็นที่นับถืออันบริสุทธิ์โดยทางราชอาณาจักรนี้เอง.—ยะเอศเคล 38:23; มัดธาย 6:9, 10; วิวรณ์ 11:15.
6. เมื่อดำเนินอยู่ในความจริงนั้น เราพึงระมัดระวังสิ่งใด?
6 ที่จะดำเนินในความจริงหมายถึงอะไร? ก็หมายถึงการทำให้ความหวังเกี่ยวกับราชอาณาจักรเป็นหลักใหญ่ในชีวิตของเรา. เราต้องดำเนินชีวิตสอดคล้องกับความจริงเรื่องราชอาณาจักร. เราต้องไม่ลังเลใจที่จะถือเอาผลประโยชน์ของราชอาณาจักรไว้เป็นอันดับแรก กระตือรือร้นเมื่อเรามีโอกาสจะให้คำพยานเรื่องความจริงแห่งราชอาณาจักร ตามตัวอย่างของพระเยซู. (มัดธาย 6:33; โยฮัน 18:37) เราไม่อาจดำเนินในความจริงเพียงบางครั้งบางคราวแบบทำเป็นพิธี แต่แล้วก็ทำตามใจชอบของตัวเอง โดยหันเข้าหานันทนาการเกินควร หรืองานอาชีพที่ใช้เวลามากเกินไป หรือ “ปฏิบัติเงินทอง.” (มัดธาย 6:24) เราอาจหลงเจิ่นบนทางเบี่ยงเหล่านั้น แล้วหาทางวกกลับมาสู่ ‘ทางแคบอันนำไปถึงชีวิต’ ไม่เจอก็ได้. ขอเราอย่าปลีกไปจากทางนั้น! (มัดธาย 7:13, 14) โดยทางพระคำและองค์การของพระองค์ พระยะโฮวา องค์บรมครูของเรา ผู้ทรงให้ความสว่างส่องทาง ตรัสดังนี้: “และเมื่อเจ้าสงสัยว่าจะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา, หูของเจ้าก็จะได้ยินเสียงแนะมาข้างหลังของเจ้าว่า, ‘ทางนี้แหละ; เดินไปเถอะ!’”—ยะซายา 30:21.
ความเกรงกลัวที่ถูกต้อง
7. เราจะ “ทำให้หัวใจของเราเป็นหนึ่งเดียว” ได้อย่างไร?
7 ดาวิดอธิษฐานต่อไปในข้อ 11 ว่า “ขอทำให้หัวใจของข้าพเจ้าเป็นหนึ่งเดียว ให้ยำเกรงพระนามของพระองค์.” เช่นเดียวกันกับดาวิด พวกเราน่าจะปรารถนาให้หัวใจของเราเป็นหนึ่งเดียว ครบถ้วน ในการกระทำตามพระทัยประสงค์ของพระเจ้า. ทั้งนี้สอดคล้องกับคำแนะนำของโมเซที่ว่า “ดูกร, พวกยิศราเอล, บัดนี้พระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าจะให้เจ้าทั้งหลายกระทำอย่างไร, คือพระองค์ก็จะให้เกรงกลัวพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้า, ดำเนินในทางทั้งปวงของพระองค์, รักและปฏิบัติพระยะโฮวาพระเจ้าของเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจของเจ้า, และรักษาข้อบัญญัติและข้อกฎหมายทั้งปวงของพระยะโฮวา, ซึ่งเราได้สั่งเจ้าทั้งหลายในวันนี้ เป็นที่ให้เจ้าทั้งหลายจำเริญ?” (พระบัญญัติ 10:12, 13) ที่จริง เป็นความจำเริญแก่ตัวเราแท้ ๆ ที่เรารับใช้พระยะโฮวาสุดหัวใจสุดจิตวิญญาณของเรา. ดังนั้น เราแสดงความกลัวอย่างสมควรต่อพระนามอันโด่งดังของพระองค์. พระนามของพระยะโฮวาตามตัวอักษรหมายความว่า “พระองค์ทรงบันดาลให้เป็น” โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมาถึงเรื่องการกระทำเพื่อให้พระประสงค์อันเยี่ยมยอดของพระองค์สำเร็จสมบูรณ์. อนึ่ง พระนามนี้ยังหมายถึงอำนาจใหญ่ยิ่งของพระองค์เหนือเอกภพทั้งสิ้น. เมื่อเรารับใช้ด้วยความเกรงกลัวพระราชอำนาจสูงสุดของพระเจ้า เราย่อมจะไม่ถูกชักพาออกนอกทางเพราะกลัวมนุษย์ที่ตายได้. หัวใจของเราจะไม่วอกแวก. แทนที่จะเป็นเช่นนั้น เราจะกลัวทำสิ่งใด ๆ อันเป็นการขัดพระทัยพระยะโฮวา ผู้พิพากษาสูงสุดและเป็นพระบรมมหิศรผู้ทรงกำชีวิตของพวกเราทุกคน.—ยะซายา 12:2; 33:22.
8, 9. (ก) ที่จะ “ไม่เป็นส่วนของโลก” หมายความว่าอย่างไร? (ข) เราควรดำเนินตามขั้นตอนอะไรบ้างเนื่องจากเรา “ตกเป็นเป้าสายตาของโลก”?
8 แม้เมื่อเผชิญการสบประมาทและการข่มเหง เราจะติดตามแบบอย่างอันกล้าหาญของพระเยซูด้วยการไม่เป็นส่วนของโลกชั่วรอบ ๆ ตัวเรา. (โยฮัน 15:17-21) ข้อนี้ไม่หมายความว่าสาวกของพระเยซูจะอยู่อย่างฤาษีหรือหมกตัวอยู่ในอาศรม. พระเยซูทรงกล่าวคำอธิษฐานต่อพระบิดาของพระองค์ดังนี้: “ข้าพเจ้าทูลขอพระองค์ มิให้นำพวกเขาไปจากโลก แต่ขอทรงพิทักษ์เขาไว้เพราะตัวชั่วร้ายนั้น. พวกเขาไม่เป็นส่วนของโลก เหมือนข้าพเจ้าไม่เป็นส่วนของโลก. ขอทรงทำให้พวกเขาบริสุทธิ์ด้วยความจริง; พระคำของพระองค์เป็นความจริง. พระองค์ทรงใช้ข้าพเจ้ามาในโลกฉันใด ข้าพเจ้าก็ใช้เขาไปในโลกฉันนั้น.” (โยฮัน 17:15-18, ล.ม.) เช่นเดียวกันกับพระเยซู พวกเราถูกส่งออกไปประกาศความจริงเรื่องราชอาณาจักร. พระเยซูทรงเป็นบุคคลที่ใคร ๆ ก็เข้าพบได้. ผู้คนได้รับความสดชื่นจากวิธีที่พระองค์สั่งสอน. (เทียบกับมัดธาย 7:28, 29; 11:28, 29; โยฮัน 7:46.) พวกเราก็น่าจะเป็นเช่นนั้นด้วย.
9 อัธยาศัยไมตรีที่เรามีต่อผู้อื่น, การตกแต่งประดับกายและการปรากฏตัวซึ่งส่อรสนิยม, การพูดจานุ่มนวลและไม่หยาบคาย, ควรทำให้เราเองและข่าวสารที่เรานำออกไปเป็นที่ยอมรับของบุคคลที่มีใจเป็นธรรม. เราต้องหลีกเลี่ยงการแต่งกายซอมซ่อ, เครื่องแต่งกายไม่สุภาพ, การสมาคมคบหาอันอาจนำเข้าไปพัวพันกับความยุ่งยากทางโลก, และการประพฤติอันเหลวไหลปราศจากศีลธรรมที่เราเห็นอยู่ในโลกรอบตัว. เนื่องจาก “เราได้ตกเป็นเป้าสายตาต่อโลก, และต่อพวกทูตสวรรค์, และต่อมนุษย์” เราจึงต้องระวังระไวตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันที่จะปฏิบัติตนและมีชีวิตแบบคริสเตียนตัวอย่าง. (1 โกรินโธ 4:9, ล.ม; เอเฟโซ 5:1-4; ฟิลิปปอย 4:8, 9; โกโลซาย 4:5. 6) หัวใจของเราต้องเป็นหนึ่งเดียวเพื่อบรรลุความสำเร็จดังกล่าว.
10. โดยวิธีใดพระยะโฮวาทรงระลึกถึงคนเหล่านั้นที่ทำให้หัวใจของตนเป็นหนึ่งเดียวเพื่องานรับใช้อันศักดิ์สิทธิ์?
10 พวกเราผู้ซึ่งทำหัวใจของเราเป็นหนึ่งเดียวด้วยการยำเกรงพระนามของพระยะโฮวา, ใคร่ครวญเรื่องพระประสงค์อันใหญ่ยิ่งของพระองค์และใช้ชีวิตของเราในงานรับใช้อันศักดิ์สิทธิ์ พระยะโฮวาจะทรงระลึกถึงพวกเรา. “เพราะเกี่ยวด้วยพระยะโฮวา พระเนตรของพระองค์สอดส่องไปมาทั่วพิภพ เพื่อสำแดงพลานุภาพของพระองค์โดยเห็นแก่คนเหล่านั้นที่มีหัวใจครบถ้วนต่อพระองค์.” (2 โครนิกา 16:9, ล.ม.) คำกล่าวเชิงพยากรณ์ที่มาลาคี 3:16 พาดพิงสมัยของเราดังนี้: “ในครั้งนั้นคนทั้งหลายที่ได้กลัวเกรงพระยะโฮวาก็ได้พลอยพูดเช่นนั้นด้วย, และพระยะโฮวาได้ทรงสดับ; แล้วจึงมีหนังสือบันทึกความจำ, มีนามคนทั้งหลายที่ได้ยำเกรงพระยะโฮวา, และที่ได้ระลึกถึงพระนามของพระองค์นั้นบันทึกลงต่อพระพักตร์พระองค์.” ขอให้หัวใจของเราเป็นหนึ่งเดียวอยู่ในความเกรงกลัวพระยะโฮวาอย่างถูกต้องนั้นเถิด!
ความรักกรุณาของพระยะโฮวา
11. พระยะโฮวาจะสำแดงความรักกรุณาแก่เหล่าผู้ซื่อสัตย์ภักดีนั้นโดยวิธีใด?
11 คำอธิษฐานของดาวิดเร้าร้อนมากเพียงใด! ท่านอธิษฐานต่อดังนี้: “ข้าแต่พระยะโฮวา พระเจ้าของข้าพเจ้า, ข้าพเจ้าจะยกย่องพระองค์สุดหัวใจ, และจะถวายเกียรติยศแด่พระนามของพระองค์จนเวลาที่ไม่กำหนด. เพราะความรักกรุณาของพระองค์ที่มีต่อข้าพเจ้าใหญ่ยิ่งนัก, และพระองค์ได้ทรงช่วยจิตวิญญาณของข้าพเจ้าให้พ้นจากที่ลึกสุดแห่งเชโอล.” (บทเพลงสรรเสริญ 86:12, 13, ล.ม.) นี้เป็นหนที่สองในเพลงสรรเสริญบทนี้ที่ดาวิดกล่าวสดุดีพระยะโฮวาสำหรับความรักกรุณาของพระองค์—ความรักอย่างภักดีของพระองค์. ความรักเลิศลอยนี้ถึงขนาดที่สามารถช่วยให้พ้นภัยได้ภายใต้สถานการณ์ที่ดูเหมือนคับขันอย่างยิ่ง. เมื่อซาอูลตามล่าท่านในป่าทุรกันดาร ดาวิดอาจรู้สึกประหนึ่งอยากคลานไปสู่มุมมืดแล้วตาย. เป็นเหมือนหนึ่งเผชิญหน้ากับที่ลึกสุดแห่งเชโอล—ส่วนลึกของหลุมศพทีเดียว. แต่พระยะโฮวาได้ทรงช่วยท่านรอดพ้น! ทำนองเดียวกัน พระยะโฮวาก็ทรงช่วยผู้รับใช้ของพระองค์ในปัจจุบันอยู่เนือง ๆ ด้วยวิธีประหลาดน่าอัศจรรย์ อีกทั้งทรงค้ำจุนผู้ที่รักษาความภักดีซึ่งได้อดทนด้วยความซื่อสัตย์กระทั่งสิ้นชีวิต. ผู้ภักดีทุกคนจะได้บำเหน็จของตน แม้กระทั่งโดยการเป็นขึ้นจากตายถ้าจำเป็น.—เทียบกับโยบ 1:6-12; 2:1-6, 9, 10; 27:5; 42:10; สุภาษิต 27:11; มัดธาย 24:9, 13; วิวรณ์ 2:10.b
12. นักเทศน์นักบวชทั้งหลายได้ทำเกินสิทธิ์และกดขี่อย่างไร และเขาจะได้อะไรตอบแทน?
12 เกี่ยวกับพวกข่มเหงทั้งหลายนั้น ดาวิดร้องทูลดังนี้: “ข้าแต่พระเจ้า, คนชอบทำเกินสิทธิ์ได้ลุกขึ้นต่อต้านข้าพเจ้าแล้ว; และเหล่าผู้กดขี่ได้แสวงหาจิตวิญญาณของข้าพเจ้า เขามิได้ตั้งพระองค์ไว้ต่อหน้าเขาเลย.” (บทเพลงสรรเสริญ 86:14, ล.ม.) สมัยนี้ นักเทศน์นักบวชแห่งคริสต์ศาสนจักรถูกนับรวมอยู่ในจำพวกผู้ข่มเหงด้วย. คนเหล่านี้อ้างว่านมัสการพระเจ้า แต่กลับนำเอาคำ “องค์พระผู้เป็นเจ้า” มาใส่แทนที่อันควรเป็นพระนามอันบริสุทธิ์ของพระเจ้า และเสนอพระองค์เป็นพระตรีเอกานุภาพที่ลึกลับ ซึ่งตามจริงแล้วไม่มีกล่าวถึงเลยในพระคัมภีร์. ช่างถือสิทธิ์อะไรเช่นนั้น! นอกจากนั้น คนพวกนี้พยายามรุกเร้าผู้มีอำนาจทางการเมืองให้ประกาศห้ามพยานพระยะโฮวาและจับกุมคุมขังพวกเขา เป็นที่น่าแปลกใจ ปฏิบัติการแบบนี้ยังคงกระทำกันอยู่ตามดินแดนต่าง ๆ ในหลายประเทศทั่วโลก. ผู้ซึ่งสวมเสื้อคลุมยาวเหล่านี้ที่หมิ่นประมาทพระนามพระเจ้าย่อมจะได้รับผลตอบแทนตามการกระทำของตน พร้อม ๆ กันกับส่วนต่าง ๆ ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับบาบูโลนใหญ่เสมือนหญิงแพศยานั้น.—วิวรณ์ 17:1, 2, 15-18; 19:1-3.
13. พระยะโฮวาทรงสำแดงคุณลักษณะประการใดบ้างอันเป็นการทำให้คุณความดีของพระองค์เป็นที่รู้จัก?
13 คำอธิษฐานของดาวิดต่อจากนั้นบอกถึงความสุขเบิกบานอย่างตรงกันข้ามทีเดียว ดังนี้: “ข้าแต่พระยะโฮวา แต่พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้มีพระทัยเมตตาและกรุณา, ทรงพิโรธช้าและบริบูรณ์ด้วยความรักกรุณาและความสัตย์จริง.” (บทเพลงสรรเสริญ 86:15, ล.ม.) คุณลักษณะต่าง ๆ เหล่านั้นของพระเจ้าของเราเลิศลอยจริง ๆ; ถ้อยคำเหล่านี้นำเรากลับไปที่ภูเขาซีนาย ตอนที่โมเซประสงค์จะเห็นสง่าราศีของพระยะโฮวา. พระยะโฮวาได้ตรัสตอบดังนี้: “เราจะบันดาลให้คุณความดีของเราประจักษ์แจ้งต่อหน้าเจ้า; และเราจะประกาศนามพระยะโฮวาให้ประจักษ์ต่อหน้าเจ้า.” แต่พระองค์ได้ทรงเตือนโมเซว่า “เจ้าจะเห็นหน้าเราไม่ได้; เพราะว่าไม่มีมนุษย์ผู้ใดที่ได้เห็นหน้าของเราแล้วและจะยังมีชีวิตอยู่ได้.” หลังจากนั้น พระยะโฮวาได้เสด็จลงมาในเมฆ และประกาศว่า “พระยะโฮวา ๆ พระเจ้าผู้ทรงเมตตากรุณา, ผู้ทรงอดพระทัยได้นาน, และบริบูรณ์ด้วยความดี [ความรักกรุณา, ล.ม.] และความจริง.” (เอ็กโซโด 33:18-20; 34:5, 6) ดาวิดได้กล่าวถ้อยคำเหล่านี้ในคำอธิษฐานของท่าน. คุณลักษณะต่าง ๆ ดังกล่าวของพระยะโฮวามีความหมายสำหรับพวกเรามากยิ่งกว่าการปรากฏรูปกายใด ๆ! จากประสบการณ์ของเราเอง พวกเราหยั่งรู้ค่าคุณความดีของพระยะโฮวาไหม ดังที่แสดงเป็นแบบอย่างไว้ในคุณลักษณะอันดีงามเหล่านี้?
“หมายสำคัญหมายถึงคุณความดี”
14, 15. พระยะโฮวาทรงดำเนินการอย่างไรเพื่อให้ผู้รับใช้ของพระองค์มี “หมายสำคัญหมายถึงคุณความดี”?
14 อีกครั้งหนึ่ง ดาวิดทูลอ้อนวอนขอพระพรจากพระยะโฮวาดังนี้: “ขอทรงเยี่ยมพระพักตร์ดูข้าพเจ้าและโปรดปรานข้าพเจ้า. ขอทรงประทานพระกำลังแก่ผู้รับใช้ของพระองค์, และโปรดช่วยชีวิตบุตรชายทาสีของพระองค์เถิด. ขอโปรดให้หมายสำคัญหมายถึงคุณความดี เพื่อคนที่เกลียดข้าพเจ้าจะเห็น แล้วเกิดความละอาย. ข้าแต่พระยะโฮวา เพราะพระองค์เองได้โปรดช่วยข้าพเจ้าและได้ปลอบประโลมใจข้าพเจ้า.” (บทเพลงสรรเสริญ 86:16, 17, ล.ม.) ดาวิดตระหนักดีว่าในฐานะเป็น ‘บุตรชายทาสีของพระยะโฮวา’ ท่านก็ต้องเป็นของพระยะโฮวาเช่นกัน. เป็นเช่นนั้นเหมือนกันกับพวกเราทุกคนสมัยนี้ที่ได้อุทิศชีวิตแด่พระยะโฮวาและทำงานเยี่ยงทาสในการรับใช้พระองค์. พวกเราต้องการกำลังของพระยะโฮวาในการช่วยชีวิตโดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์. ด้วยเหตุนี้ เราจึงทูลขอพระเจ้าของเราโปรดให้เราเห็น “หมายสำคัญหมายถึงคุณความดี.” ความดีของพระยะโฮวารวมคุณลักษณะต่าง ๆ อันดีงามที่เราเพิ่งได้พิจารณากัน. โดยพื้นฐานนี้ เราพึงคาดหวังพระยะโฮวาจะให้หมายสำคัญอะไร หรือสิ่งใดที่ใช้แทนกันได้แก่เรา?
15 พระยะโฮวาเป็นผู้ให้ “ของประทานอันดีทุกอย่าง และของประทานอันเลิศทุกอย่าง” และทรงให้อย่างใจกว้าง ดังพระเยซูทรงรับรองพวกเราเรื่องการประทาน “พระวิญญาณบริสุทธิ์แก่คนทั้งปวงที่ขอจากพระองค์.” (ยาโกโบ 1:17; ลูกา 11:13) พระวิญญาณบริสุทธิ์—ของประทานอันล้ำค่าจากพระยะโฮวา! โดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระยะโฮวาบันดาลให้หัวใจเบิกบานยินดี แม้ในยามที่มีการข่มเหง. ดังที่เหล่าอัครสาวกของพระเยซู เมื่อเผชิญการทดลองขนาดถึงเป็นถึงตาย แต่ก็ยังสามารถประกาศด้วยความยินดีว่าพระเจ้าทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้แก่คนที่เชื่อฟังพระองค์ในฐานะเป็นผู้ครอบครอง. (กิจการ 5:27-32) ความยินดีแห่งพระวิญญาณยังผลให้พวกเขาได้รับ “หมายสำคัญหมายถึงคุณความดี” ต่อ ๆ ไป.—โรม 14:17, 18.
16, 17. (ก) อะไรคือหมายสำคัญหมายถึงคุณความดีของพระองค์ซึ่งพระยะโฮวาประทานแก่เปาโลกับบาระนาบา? (ข) ชาวเธซะโลนิเกซึ่งถูกข่มเหงได้รับหมายสำคัญอะไร?
16 ในระหว่างที่พวกเขาเดินทางไปแถบเอเชียน้อยเพื่อประกาศศาสนาฐานะเป็นมิชชันนารี เปาโลกับบาระนาบาประสบความยากลำบากหลายอย่าง ถึงขั้นถูกข่มเหงอย่างรุนแรง. ครั้นประกาศที่เมืองอันติโอเกียแคว้นปิซิเดีย ชาวยิวไม่ยอมรับฟังข่าวสารจากท่านทั้งสองเลย. ดังนั้น พวกเขาจึงมุ่งไปหาคนชาติอื่นที่ไม่ใช่ยิว. ผลเป็นอย่างไร? “ฝ่ายคนต่างชาติ เมื่อได้ยินดังนั้นก็รู้สึกยินดี และยกย่องสรรเสริญพระคำของพระยะโฮวา และคนทั้งหลายที่มีความโน้มเอียงอย่างถูกต้องเพื่อชีวิตนิรันดร์ได้เข้ามาเป็นผู้เชื่อถือ.” ฝ่ายชาวยิวได้ยุยงผู้คนให้ลุกฮือขึ้น ด้วยหวังจะขับพวกมิชชันนารีออกนอกประเทศ. ท่านทั้งสองและคนใหม่ที่เข้ามาเชื่อถือรู้สึกท้อแท้ไหม? ไม่เลย! แทนที่จะรู้สึกเช่นนั้น “เหล่าสาวกก็เต็มไปด้วยความปีติยินดีและด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์.” (กิจการ 13:48, ล.ม., 52) พระยะโฮวาได้ประทานหมายสำคัญถึงคุณความดีของพระองค์แก่พวกเขานั่นเอง.
17 ในเวลาต่อมา ประชาคมใหม่ในเมืองเธซะโลนิเกได้รับการกดขี่ข่มเหง. ฉะนั้น อัครสาวกเปาโลเห็นสมควรจะเขียนจดหมายปลอบประโลมใจ, ชมเชยเขาที่เขาอดทนอยู่ภายใต้สถานการณ์อันยากลำบาก. คนเหล่านั้นได้ “รับถ้อยคำนั้นในความยากลำบากเป็นอันมากและด้วยความยินดีในพระวิญญาณบริสุทธิ์.” (1 เธซะโลนิเก 1:6) “ความยินดีในพระวิญญาณบริสุทธิ์” เสริมกำลังพวกเขาให้มั่นคงอยู่ต่อไปเป็นหมายสำคัญอย่างชัดแจ้งจากพระเจ้าผู้ทรงมีความเมตตาและเปี่ยมล้นด้วยบารมีทรงพิโรธช้า และบริบูรณ์ด้วยความรักกรุณาและความสัตย์จริง.
18. พี่น้องของเราในยุโรปตะวันออกแสดงความหยั่งรู้ค่าต่อคุณความดีของพระยะโฮวาโดยวิธีใด?
18 ในสมัยหลัง ๆ นี้ พระยะโฮวาทรงสำแดงคุณความดีของพระองค์ต่อบรรดาพี่น้องผู้ซื่อสัตย์ของเราในยุโรปตะวันออก ทำให้คนที่เคยเกลียดชังพวกเขาได้อาย—พวกที่ในอดีตเคยข่มเหงเขา. ถึงแม้เพิ่งได้รับการปลดปล่อยพ้นจากการต่อต้านขัดขวางนานนับสิบ ๆ ปี พี่น้องที่รักเหล่านี้ก็ยังจะต้องอดทนต่อไป เพราะหลายคนประสบความทุกข์ยากลำเค็ญทางเศรษฐกิจ. ทว่า “ความยินดีในพระวิญญาณบริสุทธิ์” ประโลมใจพวกเขา. คนเหล่านี้จะมีความปีติยินดีอะไรมากกว่าการใช้เสรีภาพที่เพิ่งได้รับเพื่อขยายงานให้คำพยาน? ผู้คนเป็นอันมากฟังเขาอยู่ ดังที่เราทราบจากรายงานการประชุมภาคและรายงานจำนวนผู้รับบัพติสมา.—เทียบกับกิจการ 9:31.
19. เราจะทำให้ถ้อยคำที่บทเพลงสรรเสริญ 86:11 เป็นของตัวเองอย่างไร?
19 ทุกสิ่งที่ได้พิจารณากันมาในบทความนี้และในบทความก่อนสะท้อนคำอธิษฐานอย่างแรงกล้าของดาวิดที่ได้ทูลต่อพระยะโฮวาดังนี้: “ข้าแต่พระยะโฮวา, ขอทรงสั่งสอนข้าพเจ้า . . . ขอทำให้หัวใจของข้าพเจ้าเป็นหนึ่งเดียว ให้ยำเกรงพระนามของพระองค์.” (บทเพลงสรรเสริญ 86:11, ล.ม.) ขอให้พวกเราทำให้ถ้อยคำนั้นซึ่งเป็นข้อคัมภีร์ประจำปี 1993 เป็นของตนเอง ขณะที่เราทำงานด้วยสุดหัวใจเพื่อสนับสนุนผลประโยชน์ราชอาณาจักร และด้วยการหยั่งรู้ค่าคุณความดีซึ่งไม่รู้จักหมดสิ้นไปของพระยะโฮวาองค์บรมมหิศร พระเจ้าแต่องค์เดียวของเรา.
[เชิงอรรถ]
a เนื่องจากทรงเป็น “พงศ์พันธุ์” ตามที่บอกไว้ล่วงหน้า พระเยซูเป็นรัชทายาทแห่งอาณาจักรของดาวิด ฉะนั้น จึงเป็น “บุตรดาวิด” ทั้งตามตัวอักษรและทางฝ่ายวิญญาณ.—เยเนซิศ 3:15; บทเพลงสรรเสริญ 89:29, 34-37.
b เพื่อทราบตัวอย่างสมัยปัจจุบัน ดูหนังสือประจำปีแห่งพยานพระยะโฮวา ปี 1974 หน้า 113-212; 1985 หน้า 194-197; 1986 หน้า 237, 238; 1988 หน้า 182-185; 1990 หน้า 171, 172; 1992 หน้า 174-181.
คุณจะตอบอย่างไร?
▫ พวกเราแสดงให้เห็นอะไรโดยคำอธิษฐานที่ว่า “ข้าแต่พระยะโฮวา ขอทรงสั่งสอนข้าพเจ้า”?
▫ หัวใจของเราถูกทำให้เป็นหนึ่งเดียวเพื่อให้เกรงกลัวพระนามพระยะโฮวานั้นหมายความอย่างไร?
▫ พระยะโฮวาจะทรงสำแดงความรักกรุณาของพระองค์ต่อบรรดาผู้ซื่อสัตย์ภักดีโดยวิธีใด?
▫ พระยะโฮวาทรงดำเนินการอย่างไรเพื่อเราจะมี “หมายสำคัญหมายถึงคุณความดี?”
[กรอบหน้า 16]
ข้อคัมภีร์ประจำปี 1993: “ข้าแต่พระยะโฮวา ขอทรงสั่งสอนข้าพเจ้า . . . ขอทำให้หัวใจข้าพเจ้าเป็นหนึ่งเดียว ให้ยำเกรงพระนามของพระองค์.”—บทเพลงสรรเสริญ 86:11, ล.ม.
[รูปภาพหน้า 15]
[รูปภาพหน้า 18]
การประชุมนานาชาติ “ผู้ถือความสว่าง” แห่งพยานพระยะโฮวา ณ เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก, ประเทศรุสเซีย ในเดือนมิถุนายน มีผู้ร่วมประชุม 46,214 คน และ 3,256 คนรับบัพติสมา. คนเหล่านี้ฉวยโอกาสมารับคุณความดีของพระยะโฮวา ด้วย “ความยินดีในพระวิญญาณบริสุทธิ์” อย่างเยี่ยมยอดเพียงไร!