การเผยความเร้นลับของภาวะหมดระดู
เมื่อผู้หญิงมีอายุมากขึ้น ภาวะหมดระดูจะเป็นเหตุการณ์หนึ่งในชีวิตของพวกเธอ. กระนั้น เรื่องนี้เคยมีการเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวง. ตามที่กล่าวในหนังสือ เหตุการณ์ที่ผ่านไปอย่างเงียบ ๆ—ภาวะหมดระดู (ภาษาอังกฤษ) สูติแพทย์ศตวรรษที่ 19 เชื่อว่าภาวะหมดระดู “ทำให้ระบบประสาทของผู้หญิงผิดปกติ และบั่นทอนเสน่ห์เฉพาะตัวของผู้หญิง.”
ความคิดผิด ๆ ดังกล่าวยังไม่จางหายไป. ยังผลให้ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยขยาดกลัวและหวั่นวิตกเรื่องการมาถึงของภาวะหมดระดู. การเอาชนะปัญหาต่าง ๆ ทางจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้มีกล่าวอ้างอิงในหนังสือ ภาวะหมดระดูตามธรรมชาติ—ข้อชี้แนะครบถ้วนเพื่อแก้ความเข้าใจผิดอย่างมหันต์เรื่องการเปลี่ยนวัยของผู้หญิง (ภาษาอังกฤษ) ว่าเป็น “ภาระหนักที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตผู้หญิง.”
ในสังคมซึ่งเน้นเรื่องความสาว และรูปร่างท่าทางที่กระฉับกระเฉงเปล่งปลั่ง การเริ่มอาการของภาวะหมดระดูอาจจะสื่อความคิดผิด ๆ เป็นต้นว่า การสิ้นสุดของวัยสาวอย่างกะทันหันและการเริ่มต้นของวัยชรา. ฉะนั้น ผู้หญิงบางคนจึงหวั่นหวาดช่วงหมดระดู เพราะดูเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของการย่างเข้าสู่ชีวิตใหม่อีกช่วงหนึ่ง ช่วงชีวิตซึ่งไม่น่าปรารถนาเท่าใดนัก. บางคนถึงกับมองชีวิตช่วงนี้ว่า “ตายไปส่วนหนึ่ง.”
ผู้หญิงสมัยใหม่ไม่จำเป็นต้องทนอยู่กับความไม่รู้ขณะที่เขาผ่านชีวิตช่วงนี้. ความเร้นลับของภาวะหมดระดูกำลังถูกเปิดเผย. มีการค้นคว้าวิจัยกันมากขึ้น และวิธีการบำบัดก็กำลังพัฒนาก้าวหน้าเพื่อบรรเทาการเปลี่ยนแปลงช่วงนี้. นิตยสาร, หนังสือพิมพ์, และหนังสืออื่น ๆ ต่างก็มุ่งความสนใจไปที่เรื่องนี้ โดยจัดหาคำตอบสำหรับคำถามซึ่งครั้งหนึ่งบางคนเคยรู้สึกอึดอัดใจไม่กล้าถาม. แวดวงอาชีพทางการแพทย์ก็มีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นเช่นกันเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ซึ่งผู้หญิงอาจประสบ.
ทำไมจึงหันมาเอาใจใส่เรื่องนี้? เนื่องจากความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวด้วยภาวะหมดระดูสามารถขจัดความกลัว, ความเชื่องมงาย, และความรู้สึกคับข้องใจของผู้หญิงหลายคน. ผู้หญิงในหลายประเทศอายุยืนขึ้น และพวกเธอต้องการรื้อทำลายสิ่งที่ดูเหมือนเป็นการร่วมหัวกันปิดปากเงียบในเรื่องนี้ ทั้งต้องการรับทราบข้อเท็จจริง. พวกเธอต้องการคำตอบที่เข้าใจได้ง่ายและตรงไปตรงมา. นับว่าสมควร เพราะผู้หญิงจำนวนไม่น้อย ภายหลังภาวะหมดระดูแล้ว ยังดำเนินชีวิตต่อไปได้มากกว่าหนึ่งในสามของช่วงชีวิตทั้งหมด.
ผังสถิติจำนวนประชากรในสหรัฐคาดเดาไว้ว่าช่วงสิบปีข้างหน้า จำนวนผู้หญิงวัยหมดระดูจะเพิ่มมากขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์. ผู้หญิงเหล่านั้นใคร่รู้เรื่องอัตราเสี่ยงด้านสุขภาพ, อาการร้อนวูบวาบ, ความปรวนแปรทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน, ความไม่สบายใจ, และการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและทางอารมณ์. เหตุใดสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น? ชีวิตที่สามารถทำประโยชน์ต่าง ๆ ได้ของผู้หญิงจบลงที่ภาวะหมดระดูกระนั้นไหม? ภาวะหมดระดูเปลี่ยนบุคลิกภาพของผู้หญิงไหม? จะพิจารณาคำถามเหล่านี้ในบทความต่อไป.