คุณเป็นนักขับรถที่ชอบเสี่ยงไหม?
โดยผู้เขียนตื่นเถิด ในญี่ปุ่น
“เรารู้จักคนประเภทที่มักจะประสบอุบัติเหตุ” เป็นคำกล่าวของฮิโรยาซึ โอทซูกะ หัวหน้าหน่วยความปลอดภัยในการจราจรประจำสถาบันวิทยาศาสตร์ตำรวจแห่งชาติของญี่ปุ่น. “กระนั้น เราก็ไม่ปฏิเสธที่จะออกใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ให้แก่เขา แต่เราอยากจะให้ผู้คนยอมรับข้อบกพร่องแห่งบุคลิกของตนและพยายามแก้ไขข้อเหล่านั้น.”
นักขับรถประเภทที่ชอบเสี่ยงมักจะไม่มองตัวเองว่าเป็นเช่นนั้น. แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนยอมรับข้อบกพร่องหกแบบแห่งบุคลิกของคนเรา ซึ่งอาจปรากฏออกมาอย่างง่ายดายเมื่อจับพวงมาลัย. ขณะที่พิจารณาแต่ละแบบ ลองตริตรองตัวเองเพื่อจะดูว่าคุณเป็นนักขับรถที่ปลอดภัยเพียงไร.
บุคคลที่ปรับตัวเข้ากับสังคมไม่ได้
ท่ามกลางนักขับรถประเภทที่ชอบเสี่ยง มีผู้ที่ปรับตัวเข้ากับสังคมไม่ได้ซึ่งมีปัญหาในการติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่น. ได้แก่:
คนมุ่งแต่ตัวเอง บุคคลนี้ยืนกรานที่จะทำทุกสิ่งตามใจชอบ. เมื่อจับพวงมาลัยเขาคิดว่าตนเป็น ‘เจ้าถนน.’ เขาถือว่ามีอิสระในการกำหนดอัตราความเร็วของตน ไม่แยแสต่อกฎใด ๆ ที่ตนคิดว่าไม่จำเป็น และขับอย่างโลดโผนเมื่อใดก็ตามที่พอใจ. เขาลืมว่าจะต้องแบ่งถนนให้กับนักขับรถคนอื่น ๆ ทุกคน. โดยการปฏิบัติตามอำเภอใจและไม่เคารพต่อกฎ เขาก่ออุบัติเหตุเพราะขาดปฏิกิริยาสนองตอบต่อสภาพการณ์บนถนนที่เปลี่ยนอยู่เรื่อย ๆ และขาดการปรับตัวเข้ากับสภาพการณ์เหล่านั้น.
คนไม่ร่วมมือ นักขับรถที่ไม่ร่วมมือไม่เห็นใจคนอื่น ทั้งไม่เข้าใจว่าพวกนั้นคิดอะไรและรู้สึกอย่างไร. เนื่องจากเขามีปัญหาด้านการติดต่อสัมพันธ์ เขาจึงพยายามหลีกเลี่ยงผู้คน. สิ่งนี้ส่งผลให้แสดงมารยาทที่ไม่ดีบนท้องถนนและมีพฤติการณ์หยาบคายต่อนักขับรถคนอื่น—ทั้งสองอย่างเป็นปัจจัยที่ล่อแหลมต่อความเสี่ยง. สำหรับบางคนการเรียนรู้วิธีที่จะมีปฏิกิริยาสนองตอบต่อผู้คนอาจต้องใช้เวลาเป็นปี ๆ และนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่มีอัตราอุบัติเหตุสูงท่ามกลางคนหนุ่มสาว.
คนระราน ตามหนังสือ ไดรฟ์วิง อินส์ตรักชัน แอคคอร์ดิง ทู แอพทิทิวด์ สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของนักขับรถระรานคือ “การไม่ยอมอย่างเด็ดขาดที่จะให้ทางแก่ผู้อื่น เมื่อตนคิดว่ามีสิทธิ์จะไปก่อน. เขาจะไม่มองข้ามข้อผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของนักขับอื่น ๆ หรือคนเดินเท้า และอาจเป็นเหตุนำไปสู่การตะโกนใส่กัน และการขัดจังหวะคนอื่น . . . และการใช้แตร . . . เพื่อป้องกันสิทธิ์ของตนจนถึงที่สุด.” แม้แต่ความผิดที่คิดเอาเองก็อาจยั่วยุให้เกิดโทสะได้. ถ้าเขาแถมยังเป็นคนใจร้อน การขับรถของเขาบ่อยครั้งจะเลยขอบเขตแห่งสามัญสำนึก.
บุคคลที่ปรับตัวทางอารมณ์ไม่ได้
แล้วก็มีผู้คนซึ่งมีปัญหาทางอารมณ์. อาทิเช่น:
ขาดเสถียรภาพทางอารมณ์ การมีอารมณ์ใด ๆ อย่างเต็มที่เป็นเอกลักษณ์ของคนประเภทนี้. เขามักมีความรู้สึกช่วงสั้น ๆ เช่น จิตใจสบาย ตื่นเต้น และซึมเศร้า. ถ้าเขาขับรถขณะที่ซึมเศร้า เขาจะพลาดในการสังเกตอันตรายและปฏิกิริยาของเขาอาจล่าช้าเกินไปสำหรับการขับรถอย่างปลอดภัย. ถ้าเขาขับรถขณะที่ประสบอารมณ์ดีเลิศ เขาอาจประมาท. ถ้ามีใครเตือนเขาเมื่ออยู่ในอารมณ์เช่นนั้นเขาอาจแสดงอาการดื้อรั้น. เขาอาจยอมรับว่าเพียงความซึมเศร้าของเขาเท่านั้นที่เป็นสิ่งผิดปกติ.
ประหม่าเกินไป บ่อยครั้งคนประเภทนี้เป็นคนชนิดที่หมกมุ่นอยู่แต่ความคิดที่เกี่ยวข้องกับตนเอง กังวลถึงสิ่งสารพัด. ขณะขับรถ จิตใจของเขา “เวียนวนอยู่ในข้อมูลที่ไม่เกี่ยวกับการขับรถ” ถึงขนาดที่เขาจะ “มองข้ามข้อมูลสำคัญ ๆ หรือมิฉะนั้นก็ตีความผิดไป” นี้เป็นข้อสังเกตของนักค้นคว้า ริชาร์ด อี. เมเยอร์ และจอห์น อาร์. ทรีด ในการศึกษาเกี่ยวกับนักขับรถที่ชอบเสี่ยง. นักขับรถที่ประหม่าอาจรับมือกับสถานการณ์ไม่ได้แม้จะไม่ใช่เรื่องวิกฤติก็ตาม เช่นเมื่อรถบรรทุกมาวิ่งเคียงข้าง. เขาก็มองว่าเป็นเรื่องร้ายแรงที่สุด.
หุนหันพลันแล่น คนประเภทนี้ทำอะไร ๆ อย่างฉับพลัน. แทนที่จะใช้เวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงและทำการตัดสินอย่างแม่นยำ เขามักจะพึ่งสัญชาตญาณ. เวลาที่ใช้ในการรอไฟจราจรและคนเดินเท้าสำหรับเขาดูเหมือนยาวกว่าเมื่อเทียบกับคนทั่วไป. เขาจึงรู้สึกกระสับกระส่ายและหมดความอดทนอย่างรวดเร็ว. การที่เขาไม่ตัดสินอย่างถูกต้องก่อนลงมือปฏิบัติทำให้เขาเป็นนักขับรถที่อันตราย.
คุณมองตัวเองว่าอยู่ในประเภทใดประเภทหนึ่งไหม? ปฏิกิริยาของคุณเป็นอย่างไรเมื่อนักขับรถบางคนซึ่งขาดความเห็นอกเห็นใจทำอะไรที่ลองความอดทนของคุณ? อย่างที่เขาพูดกันว่าถ้าใส่ได้ก็ใส่ไปเลย. เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง จงฟังคำเตือนและพยายามแก้ข้อบกพร่อง. คุณต้องควบคุมอารมณ์และทัศนะเพื่อเป็นนักขับรถที่ดี.
นักขับรถที่ปรับตัวอย่างดี
แต่อะไรจะทำให้เป็นนักขับรถที่ดี? ในการสัมภาษณ์โดยตื่นเถิด นักค้นคว้าวิจัยที่ทรงประสิทธิภาพจากตำรวจญี่ปุ่นได้เน้นความเห็นอกเห็นใจต่อคนอื่น การคิดไตร่ตรองก่อนปฏิบัติ ความสามารถที่จะเข้าใจสถานการณ์ทั้งสิ้น สติปัญญาในการตัดสินอย่างแม่นยำ การหยั่งรู้ ความอ่อนสุภาพ การบังคับตน และการปฏิบัติอย่างที่คุ้มครองผู้อื่นซึ่งใช้ถนน.
ในทำนองเดียวกัน รายงานจากมหาวิทยาลัยแห่งโอซากา พรรณนาถึงนักขับรถที่ดีว่าเป็น “คนที่มีอารมณ์มั่นคงมาก ขบวนการทางใจในการหยั่งเห็นและตัดสินใจทำงานเร็วกว่าปฏิกิริยาทางร่างกายของเขา การตัดสินแม่นยำ เขาสามารถควบคุมอารมณ์ได้.” คำพรรณนานี้ตรงกับคุณไหม?
เป็นเวลาหลายพันปีที่คัมภีร์ไบเบิลได้สอนผู้คนถึงวิธีที่จะพัฒนาปัญญา ความเข้าใจ และการหยั่งเห็น. (สุภาษิต 2:1-6) พระคัมภีร์แสดงว่ามนุษย์ที่ไม่สมบูรณ์สามารถเปลี่ยน “ความโกรธ ความขัดเคืองกัน การคิดปองร้าย การพูดเสียดสี คำพูดโลนลามก” มาเป็น “ความรัก ความยินดี สันติสุข ความอดกลั้นไว้นาน ความปรานี ความดี ความสัตย์ซื่อ ความอ่อนสุภาพ การรู้จักบังคับตน.” ใช่แล้ว คัมภีร์ไบเบิลสามารถช่วยคุณแม้แต่ในการเป็นนักขับรถที่ดีขึ้นได้!—โกโลซาย 3:8-10; ฆะลาเตีย 5:22, 23.