จงช่วยเยาวชนให้รู้จักพระเจ้า
1 พระคัมภีร์ชี้แจงว่า “สมัยสุดท้าย” จะมีผลกระทบกระเทือนต่อหน่วยครอบครัว. (2 ติโมเธียว 3:1-4; วิวรณ์ 12:12) บ่อยครั้ง แม้แต่ครอบครัวที่อยู่ในความจริงก็รู้สึกว่าเป็นข้อท้าทายที่จะอบรมพวกเยาวชนให้มีความเชื่อ. เราแน่ใจว่าหลายครอบครัวในโลกกำลังต่อสู้ดิ้นรน และจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ. แน่นอน หลายครอบครัวจะหยั่งรู้ค่าความช่วยเหลือที่มีไปถึงพวกเขาโดยทางหนังสือ การได้ประโยชน์มากที่สุดจากวัยหนุ่มสาว ที่เราจะเสนอในเดือนมีนาคมนี้.
2 การเสนอ: ในการพูดกับคนหนุ่มสาวหรือผู้ใหญ่ คุณอาจถามว่า “คุณคิดว่าอะไรเป็นปัญหาสำคัญที่สุดซึ่งเยาวชนเผชิญอยู่ในทุกวันนี้?” อาจมีคำตอบต่าง ๆ กันสุดแต่ประสบการณ์ของแต่ละคนที่คุณพูดด้วย. หากเป็นเรื่องอันตรายของยาเสพย์ติด เราก็ใช้บท 15. หากบางคนรู้สึกว่าไม่มีอนาคตที่ดีสำหรับหนุ่มสาวในทุกวันนี้ เราก็มีบท 24. ไม่ว่าคำตอบจะเป็นเช่นไร เราควรคิดถึงบทที่เหมาะสมจากหนังสือหนุ่มสาว.
3 กับเยาวชน: บ่อยครั้ง เยาวชนมาเปิดประตูเมื่อเราไปเยี่ยม. วัยรุ่นหลายคนรู้สึกพอใจเมื่อเราให้เขามีส่วนในการสนทนา. และเมื่อเราปฏิบัติต่อเขาอย่างให้เกียรติ เขามักตอบรับอย่างดี. คุณอาจพูดว่า: “ผม (ดิฉัน) ยินดีที่ได้มีโอกาสคุยกับคุณ เพราะอยากจะทราบทัศนะของบรรดาเยาวชนเกี่ยวกับเรื่องพระเจ้าผู้สร้างโลกและทุกสิ่ง. คุณคิดว่าคนเราควรสนใจในพระเจ้าพระผู้สร้างของเราไหม? และเรื่องนี้เกี่ยวกับความสุขของเราอย่างไร? [ฟังความเห็น.] คุณคงเห็นอยู่แล้วว่าทุกวันนี้คนหนุ่มสาวต้องเผชิญปัญหามากมายที่บั่นทอนความสุข ทั้งด้านศีลธรรม การคบเพื่อน ยาเสพย์ติด และอีกมากมาย แล้วคุณคิดว่าใครจะเป็นผู้ให้คำแนะนำที่ดีที่สุดเพื่อช่วยให้เอาชนะปัญหาเหล่านั้นได้ ถ้าไม่ใช่ผู้ที่ออกแบบสร้างตัวมนุษย์และโลกที่เขาอยู่ จริงไหมครับ (คะ)? เพราะฉะนั้น คัมภีร์ไบเบิลจึงแนะนำอย่างนี้ [อ่านท่านผู้ประกาศ 12:1.] ในหนังสือเล่มนี้ การได้ประโยชน์มากที่สุดจากวัยหนุ่มสาว ให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ที่คนหนุ่มสาวมีและแนะวิธีรับมือโดยใช้คำแนะนำของพระผู้สร้างที่มีจารึกในคัมภีร์ไบเบิล [ให้ดูที่สารบัญ ชี้ถึงปัญหาต่าง ๆ และอาจเปิดไปยังบทที่คุณคิดว่าเหมาะกับเขาและชี้ให้ดูข้อที่อธิบายวิธีแก้ปัญหานั้น. และเสนอหนังสือโดยมีค่าบำรุง 25 บาท.]”
4 ผู้ประกาศบางคนประสบความสำเร็จในการเสนอหนังสือหนุ่มสาว กับพวกเยาวชนขณะที่พวกเขาไปโรงเรียนหรือกลับบ้าน. อาจทำได้เช่นเดียวกับการเสนอวารสารตามถนน โดยแสดงหนังสือให้ดูและพูดกับผู้คนที่สัญจรไปมา. นอกจากนี้ อาจเข้าหาพวกครูหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารตามโรงเรียนต่าง ๆ ได้. และแน่นอน พวกเยาวชนมีโอกาสมากในการให้คำพยานแก่เพื่อนนักเรียนและครู. เช่น โดยการวางหนังสือหนุ่มสาว ไว้ที่โต๊ะเรียนเพื่อเร้าความสนใจเพื่อนนักเรียนอาจนำไปถึงการให้คำพยานอย่างไม่เป็นทางการได้.
5 กับผู้ใหญ่: จะว่าอย่างไรหากผู้ใหญ่หรือแม้แต่คนแก่มาที่ประตู? คนส่วนใหญ่มีลูก หรือหลาน ๆ ซึ่งพวกเขาห่วงใยรักใคร่ที่ยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว. เราอาจชี้แจงว่าหลายคนไม่ได้สำนึกว่ากว่าครึ่งของคนในโลกเป็นคนหนุ่มสาว ซึ่งเราควรให้ความสนใจ แต่พระผู้สร้างทรงใฝ่พระทัยในคนหนุ่มสาว อ่านท่านผู้ประกาศ 11:9 ดำเนินเรื่องต่อไปโดยแสดงว่า เราทุกคนควรสนใจในพวกหนุ่มสาวและต้องการช่วยพวกเขาให้ได้รับประโยชน์อย่างดีที่สุดจากชีวิต. เพราะเหตุนี้จึงได้มีการพิมพ์หนังสือนี้ขึ้นซึ่งปรากฏว่าเป็นเครื่องช่วยอันสำคัญแก่ผู้ใหญ่ในการให้คำแนะนำ และการปฏิบัติกับคนหนุ่มสาว และเนื่องจากเนื้อความที่มีอยู่ในหนังสือนี้ บิดามารดา และปู่ย่าตายายหลายคนรับไว้ให้ลูกหลานอ่านเพื่อช่วยแนะการดำเนินชีวิตที่ประสบความสำเร็จ. อาจให้ดูเรื่องต่าง ๆ ในสารบัญ. อาจพูดว่าบิดามารดาหลายคนพบว่าเป็นเรื่องยากที่จะนำเรื่องเหล่านั้นมาพูดกับลูก ๆ วัยรุ่น ดังนั้น จึงปรากฏว่าหนังสือเล่มนี้เป็นเครื่องช่วยที่มีคุณค่ามาก. มีการจัดแบ่งเป็นบทและหัวข้อย่อยซึ่งอาจอ่านวรรคต่าง ๆ ภายใต้หัวข้อย่อยแล้วพิจารณากับเยาวชนได้.
6 หากพูดกับผู้ใหญ่ คุณอาจถามว่า “คุณทราบไหมว่าครึ่งหนึ่งของประชากรโลกนี้เป็นคนหนุ่มสาว ที่อายุไม่ถึงยี่สิบปี? เราทุกคนควรสนใจพวกเขา. ที่จริง พระผู้สร้างโลกนี้ทรงใฝ่พระทัยในคนหนุ่มสาว และพระองค์ทรงประสงค์จะให้พวกเขาชื่นชมกับชีวิต. [อ่านส่วนแรกของท่านผู้ประกาศ 11:9.] แต่เราเห็นเยาวชนทุกคนมีความสุขจริง ๆ ในสมัยนี้ไหม? พวกเขาเผชิญความกดดันหลายอย่างในชีวิต มีกับดักและหลุมพรางมากมายที่พรากเอาความสุขไป. พวกเขาอาจหลีกเลี่ยงปัญหาหลายประการของเขาได้ถ้าพวกเขาทราบสิ่งที่พระผู้สร้างได้กล่าวไว้. [ดูหนังสือหนุ่มสาว หน้า 171 ข้อ 5.] ความรู้เป็นเครื่องป้องกัน. ความรู้เกี่ยวกับพระคำของพระเจ้าเป็นประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลานี้. ความรู้เช่นนี้อาจป้องกันคนหนุ่มสาว ไว้จากความผิดหวังและความหายนะได้. [อ่านท่านผู้ประกาศ 11:10 และเสนอหนังสือ.]”
7 ผู้ประกาศที่เป็นบิดามารดาคงกระตือรือร้นจะแนะนำหนังสือนี้แก่บิดามารดาคนอื่น ๆ. นี้เป็นข้อแนะที่อาจใช้ได้: “ในฐานะที่เป็นบิดามารดา คุณคงเห็นด้วยแน่ ๆ ว่าการเลี้ยงดูลูก ๆ ในทุกวันนี้มีข้อท้าทายหลายอย่าง. ผม (ดิฉัน) ก็รู้สึกว่าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ. บิดามารดาหลายคนสงสัยว่าเขาจะสามารถทำตามคำแนะนำที่ให้ “อบรมเด็กตามทางที่เหมาะกับเขานั้น” ตามที่ปรากฏในคัมภีร์ไบเบิลที่สุภาษิต 22:6 ได้อย่างไร? มีเครื่องช่วยที่ดีสำหรับบิดามารดาที่ผม (ดิฉัน) อยากแนะนำกับคุณคือหนังสือเล่มนี้ การได้ประโยชน์มากที่สุดจากวัยหนุ่มสาว [ให้ดูที่สารบัญ กล่าวถึงบทต่าง ๆ ที่น่าสนใจ] ผม (ดิฉัน) แน่ใจว่าคู่มือการศึกษาคัมภีร์ไบเบิลเล่มนี้จะช่วยคุณในฐานะบิดามารดาได้ด้วย.” เสนอหนังสือ.
8 ขอให้คุณได้รับความชื่นชมยินดีมากมายและพระพรนานาประการในการเสนอข่าวดีโดยการใช้หนังสือหนุ่มสาว ในเดือนมีนาคมนี้ พร้อมด้วยความพยายามจะเริ่มการศึกษาพระคัมภีร์โดยใช้หนังสือเล่มนี้หรือคู่มือการศึกษาพระคัมภีร์เล่มใดเล่มหนึ่งเพื่อช่วยผู้คนเข้ามาหยั่งเห็นเข้าใจในความรักของพระยะโฮวาพระผู้สร้างที่ทรงใฝ่พระทัย.