คุณจำได้ไหม?
คุณหยั่งรู้ค่าการอ่านหอสังเกตการณ์ ฉบับต่าง ๆ เมื่อเร็ว ๆ นี้ไหม? มาดูกันว่าคุณจะตอบคำถามต่อไปนี้ได้หรือไม่:
▫ คำตรัสของพระเยซูที่ว่า “ถ้าเจ้ายกบาปของผู้ใด บาปนั้นก็จะถูกยกเสีย.” หมายความว่าคริสเตียนสามารถให้อภัยบาปได้อย่างนั้นหรือ? (โยฮัน 20:23, ล.ม.)
ไม่มีพื้นฐานใด ๆ ตามพระคัมภีร์สำหรับการลงความเห็นว่าคริสเตียนทั่ว ๆ ไป หรือแม้แต้ผู้ปกครองที่ได้รับการแต่งตั้งในประชาคม ได้รับมอบอำนาจจากพระเจ้าในการให้อภัยบาป. บริบทของคำตรัสของพระเยซูดูเหมือนแสดงว่า โดยการปฏิบัติงานของพระวิญญาณ พวกอัครสาวกได้รับมอบอำนาจพิเศษเฉพาะสำหรับให้อภัยหรือไม่ให้อภัยบาป. (ดูกิจการ 5:1-11; 2 โกรินโธ 12:12.)—15/4 หน้า 28.
▫ อะไรคือจุดเด่นเกี่ยวกับการแปลพระธรรมบทเพลงสรรเสริญของ เจ. เจ. สจ๊วต เพโรว์น ซึ่งพิมพ์ครั้งแรกในปี 1864?
ในการแปลของเขา เพโรว์นพยายามยึดตาม “อย่างใกล้ชิดกับโครงสร้าง ของภาษาฮีบรู ทั้งในด้านสำนวนและโครงสร้างไวยากรณ์ของอนุประโยค.” ในการทำเช่นนั้น เขาเห็นชอบกับการนำพระนามของพระเจ้าไว้ในที่เดิมด้วยคำ “ยะโฮวา.”—15/4 หน้า 31.
▫ พระเยซูทรงประทานการชี้แนะอะไรแก่เหล่าสาวกของพระองค์เกี่ยวกับวิธีที่พวกเขาจะปฏิบัติกับรัฐบาลของโลกนี้?
พระเยซูตรัสดังนี้: “ของของซีซาร์ จงใช้คืนแก่ซีซาร์ แต่ของของพระเจ้าแด่พระเจ้า.” (มัดธาย 22:21, ล.ม.) พระองค์ตรัสอีกด้วยว่า “ถ้าผู้ใดจะเกณฑ์ท่านให้เดินทางไปสี่สิบเส้น, ก็ให้เลยไปกับเขาถึงแปดสิบเส้น.” (มัดธาย 5:41) ในที่นี้ พระเยซูทรงแสดงให้เห็นหลักการของการเต็มใจอ่อนน้อมยอมฟังข้อเรียกร้องที่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งในความสัมพันธ์กับมนุษย์ด้วยกันและในข้อเรียกร้องของรัฐบาลซึ่งไม่ขัดกับกฎหมายของพระเจ้า. (ลูกา 6:27-31; โยฮัน 17:14, 15)—1/5 หน้า 12.
▫ การ ‘ดำเนินในความจริง’ หมายความอย่างไร? (บทเพลงสรรเสริญ 86:11)
การนี้หมายรวมถึงการเชื่อฟังข้อเรียกร้องของพระเจ้าและรับใช้พระองค์ด้วยความซื่อสัตย์และจริงใจ. (บทเพลงสรรเสริญ 25:4, 5; โยฮัน 4:23, 24)—15/5 หน้า 18.
▫ การที่พระยะโฮวาทรงส่งโยนาไปยังนีนะเวทำให้อะไรสำเร็จ?
ดังที่สิ่งต่าง ๆ ปรากฏผล กิจกรรมประกาศของโยนาในนีนะเวเผยให้เห็นความแตกต่างระหว่างชาวเมืองนีนะเวที่กลับใจและชาวยิศราเอลที่ดื้อรั้น ซึ่งขาดความเชื่อและความถ่อมใจอย่างยิ่ง. (เทียบกับพระบัญญัติ 9:6, 13; โยนา 3:4-10.)—15/5 หน้า 28.
▫ ใครคืองูนั้นและใครคือ “หญิง” ซึ่งมีกล่าวถึงในเยเนซิศ 3:15?
งูนั้นหาใช่งูที่ต่ำต้อยไม่แต่เป็นผู้ที่ใช้มัน คือซาตานพญามาร. (วิวรณ์ 12:9) “หญิง” หาใช่ฮาวาไม่ แต่เป็นองค์การของพระยะโฮวาในสวรรค์ มารดาของผู้รับใช้ของพระองค์ซึ่งได้รับการเจิมด้วยพระวิญญาณ ที่อยู่บนแผ่นดินโลก. (ฆะลาเตีย 4:26)—1/6 หน้า 9.
▫ คนเราจะหนีออกจากบาบูโลนใหญ่และหาพบความปลอดภัยได้อย่างไร? (วิวรณ์ 18:4)
เขาต้องแยกตัวออกจากองค์การศาสนาเท็จอย่างเด็ดขาดและเลิกเด็ดขาดจากนิสัยและน้ำใจที่ศาสนาเหล่านั้นก่อขึ้นด้วย ครั้นแล้ว เขาควรแสวงหาความปลอดภัยภายใต้องค์การตามระบอบของพระยะโฮวา. (เอเฟโซ 5:7-11)—1/6 หน้า 18.
▫ เหตุใดมีการกล่าวถึงนกอินทรีบ่อย ๆ ในพระคัมภีร์?
ผู้จารึกคัมภีร์ไบเบิลพาดพิงถึงลักษณะเฉพาะของนกอินทรีเพื่อเป็นสัญลักษณ์ถึงสิ่งต่าง ๆ เช่น สติปัญญา, การคุ้มครองจากพระเจ้า, และความรวดเร็ว.—15/6 หน้า 8.
▫ ผู้รับใช้ของพระเจ้าในทุกวันนี้ซึ่งมีความหวังทางแผ่นดินโลกได้รับพระวิญญาณของพระเจ้ามากพอ ๆ กับชนคริสเตียนผู้ถูกเจิมด้วยพระวิญญาณไหม?
โดยพื้นฐานแล้ว คำตอบคือใช่. พระวิญญาณของพระเจ้ามีให้ในสัดส่วนเท่า ๆ กันสำหรับชนทั้งสองจำพวก และชนทั้งสองจำพวกก็สามารถได้รับความรู้ความเข้าใจก็เท่ากัน พร้อมทั้งโอกาสเท่ากันสำหรับซึมซับเอาความรู้ความเข้าใจนั้น.—15/6 หน้า 31.
▫ เหตุใดจึงเป็นประโยชน์สำหรับเราในปัจจุบันที่จะตรวจดูการรับใช้อันศักดิ์สิทธิ์ที่กระทำโดยพวกปุโรหิตของยิศราเอลที่พระวิหารในกรุงยะรูซาเลม?
ด้วยการตรวจดูดังกล่าวเราจึงสามารถหยั่งรู้เข้าใจเต็มที่ยิ่งขึ้นถึงการจัดเตรียมด้วยความเมตตาซึ่งโดยวิธีนั้นมนุษย์ผิดบาปในทุกวันนี้จึงได้กลับคืนดีกับพระเจ้า. (เฮ็บราย 10:1-7)—1/7 หน้า 8.
▫ พระวิหารหลังที่สองซึ่งสร้างขึ้นที่ยะรูซาเลมได้รับเกียรติยศยิ่งกว่าพระวิหารหลังที่ซะโลโมสร้างนั้นอย่างไร?
พระวิหารหลังที่สองอยู่นานกว่าพระวิหารที่ซะโลโมสร้างถึง 164 ปี. มีผู้นมัสการมากกว่าจากประเทศต่าง ๆ จำนวนมากกว่านักที่ได้หลั่งไหลมายังลานพระวิหาร. ที่สำคัญกว่านั้นอีกคือ พระวิหารหลังที่สองนี้ได้รับเกียรติยิ่งใหญ่ที่พระบุตรของพระเจ้า พระเยซูคริสต์ ทรงสอนในลานพระวิหาร.—1/7 หน้า 12, 13.
▫ พระเจ้าทรงก่อพระวิหารฝ่ายวิญญาณเมื่อไร?
นั่นคือในปี 29 สากลศักราช เมื่อพระเจ้าทรงสำแดงว่าพระองค์พอพระทัยในคำอธิษฐานในการรับบัพติสมาของพระเยซู. (มัดธาย 3:16, 17) ความพอพระทัยที่พระเจ้าทรงมีต่อการเสนอตัวของพระเยซูมีความหมายในแง่ฝ่ายวิญญาณว่า แท่นบูชาที่ยิ่งใหญ่กว่าแท่นบูชาในพระวิหารของยะรูซาเลมได้เริ่มปฏิบัติงานแล้ว.—1/7 หน้า 14, 15.
▫ ทำไมเราควรให้อภัย?
การให้อภัยผู้ที่ทำให้ขุ่นเคืองซึ่งได้ขอโทษแล้วเป็นสิ่งสำคัญยิ่งหากเราจะธำรงเอกภาพของคริสเตียน. ความเคียดแค้นและการผูกใจเจ็บจะทำให้เราสูญเสียสันติสุขในใจ. ถ้าเราไม่ให้อภัย เราก็เสี่ยงอันตรายที่สักวันหนึ่งพระยะโฮวาจะไม่ทรงอภัยบาปของเราอีกเลย. (มัดธาย 6:14, 15)—15/7 หน้า 18.
▫ ชาวยิศราเอลอาจเป็นคนบริสุทธิ์ได้อย่างไร?
ความบริสุทธิ์เป็นไปได้เฉพาะแต่โดยการที่พวกเขามีสัมพันธภาพใกล้ชิดกับพระยะโฮวา พระเจ้าองค์บริสุทธิ์ และด้วยการที่พวกเขาถวายการนมัสการบริสุทธิ์แด่พระองค์. พวกเขาจำต้องรับความรู้ถ่องแท้เกี่ยวกับ “องค์บริสุทธิ์” นั้นเพื่อจะนมัสการพระองค์ด้วยความบริสุทธิ์ ด้วยความสะอาดทั้งทางกายและฝ่ายวิญญาณ. (สุภาษิต 2:1-6; 9:10)—1/8 หน้า 11.