พวกเขาสามารถเรียนรู้จากผึ้งได้
“ในไม่กี่ปีมานี้ พวกวิศวกรและนักออกแบบผลิตภัณฑ์นับวันจะสำนึกมากขึ้นทุกทีถึงอะไรบางอย่างที่พวกผึ้งดูเหมือนว่ารู้อยู่ตลอดเวลาคือ การทำให้วัสดุที่บางมากเป็นแบบรังผึ้งที่มีหกด้านทำให้มันแข็งแรงยิ่งกว่าที่จะเป็นในแบบอื่น.”—เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์, วันที่ 6 ตุลาคม 1991.
ไม่น่าแปลกใจที่มนุษย์สามารถได้รับประโยชน์จากการศึกษาแมลงอย่างละเอียด. โยบบุรุษผู้มีความเชื่อเคยพูดครั้งหนึ่งว่า “ลองถามสัตว์เดียรัจฉานดู มันจะสอนท่านได้ และถามฝูงนกในอากาศดูเถิด มันจะบอกให้ท่านทราบ. . . . ในหมู่สัตว์เหล่านี้จะไม่รู้หรือว่าพระหัตถ์แห่งองค์พระผู้เป็นเจ้า ได้ทรงกระทำให้เป็นไปอย่างนี้?” (โยบ 12:7-9) ถูกแล้ว สติปัญญาของพระผู้สร้างปรากฏชัดในสิ่งธรรมดาอย่างเช่นรูปหกเหลี่ยมของช่องที่คุณเห็นได้ในรังผึ้ง.
ถึงแม้ผนังขี้ผึ้งของช่องเหล่านี้หนาเพียง 1/80 นิ้ว มันก็แข็งแรงมาก. ที่จริง มันสามารถรับน้ำหนักได้ราว ๆ 30 เท่าของน้ำหนักของมันเอง.
อาจนำความแข็งแรงนี้มาใช้ประโยชน์ได้โดยการประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ เช่นในอุปกรณ์กันการกระแทกอย่างแรง. กระทั่งใช้ป้องกันยุทโธปกรณ์ที่ปล่อยลงมากับร่มชูชีพสู่พื้นดิน. เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ ชี้ชัดในเรื่องนี้ว่า “วัตถุที่หนักเช่นรถจิ๊ปผูกติดแน่นกับฐานที่มีส่วนที่มีลักษณะเป็นรังผึ้งอยู่ข้างล่างเพื่อซับแรงกระแทกจากการลงสู่พื้น.”
ผลิตภัณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นพร้อมกับการออกแบบเช่นนี้อาจประกอบขึ้นจากวัสดุหลายอย่าง. สิ่งธรรมดามากที่สุดดูเหมือนจะเป็นกระดาษ. มีการใช้กระดาษเส้นใยไนล่อนและยางสนเพื่อสร้างรังผึ้งตามในลำตัวของเครื่องบินขนาดใหญ่บางประเภท. มีความแข็งแกร่งโดยมีน้ำหนักเพียงเล็กน้อย. เพราะเหตุใด?
ช่องว่างส่วนใหญ่ระหว่างรังผึ้งคืออากาศ ดังนั้น จึงมีน้ำหนักเพียงเล็กน้อย. อากาศมีคุณสมบัติในการเป็นฉนวนที่ดีด้วย.
ผึ้งที่ต่ำต้อยไม่ “รู้” เรื่องทั้งหมดนี้ เพราะมันไม่มีปริญญาทางด้านวิศวกรรม. กระนั้น ทุกวันมันก็ทำงานของมันด้วยปัญญาโดยสัญชาตญาณที่พระยะโฮวา พระผู้สร้างได้ทรงจัดเตรียมไว้.