จะเกิดอะไรขึ้นแก่สถานศักดิ์สิทธิ์ของคริสต์ศาสนจักร?
ผู้จัดพิมพ์หนังสือสถานศักดิ์สิทธิ์แห่งคริสต์ศาสนจักร (ภาษาอังกฤษ) โดยนักโบราณคดีสจ๊วต เพโรน ถามว่า “ผู้ใดจะยืนอยู่ได้บนสถานที่พระเยซูถูกประหารในโบสถ์แห่งการกลับฟื้นคืนพระชนม์ [หรือโบสถ์แห่งอุโมงค์ฝังศพศักดิ์สิทธิ์] ณ กรุงยะรูซาเลมโดยไม่รู้สึกเกรงขาม ไม่ว่าเขามาจากประเพณีคริสเตียนแบบใดก็ตาม เพราะ ณ ที่นี้ ในสถานที่ซึ่งได้รับการเคารพและถึงกับมีการต่อสู้กันเพื่อสถานที่นี้มาเป็นเวลาหลายศตวรรษด้วยซ้ำ เป็นศูนย์กลางของคริสต์ศาสนจักรทีเดียว.
ไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่าโบสถ์นี้ถูกสร้างขึ้นบนสถานที่พระเยซูถูกประหาร ที่ซึ่งพระเยซูคริสต์สิ้นพระชนม์. ที่จริง ก่อนคอนสแตนติน จักรพรรดิโรมันตัดสินพระทัยที่จะสร้างโบสถ์ขึ้นที่นั่น วิหารนอกรีตครอบครองบริเวณนั้นอยู่. ยิ่งกว่านั้น พระเยซูตรัสว่า “พระเจ้าทรงเป็นองค์วิญญาณ และผู้ที่นมัสการพระองค์ต้องนมัสการด้วยวิญญาณและความจริง.” (โยฮัน 4:24, ล.ม.) ผู้นมัสการดังกล่าวไม่เคารพสักการะสถาน “ศักดิ์สิทธิ์” ทางวัตถุ.
ครั้งหนึ่ง กรุงยะรูซาเลมก็เคยเป็นที่ตั้งแห่งพระวิหารของพระเจ้า และจึงเป็นศูนย์กลางแห่งการนมัสการอันบริสุทธิ์. อย่างไรก็ดี เนื่องจากความไม่ซื่อสัตย์ของพลเมืองในกรุงนั้น พระยะโฮวาทรงละทิ้งเมืองนั้นเสีย ดังที่พระเยซูตรัสไว้ล่วงหน้า. (มัดธาย 23:37, 38) พระเยซูได้ทรงบอกล่วงหน้าด้วยถึงความเริศร้างของศูนย์กลางทางศาสนานั้น ซึ่งหลายคนยังถืออยู่ต่อไปว่าเป็นสถานศักดิ์สิทธิ์. คำตรัสของพระองค์ได้สมจริงคราวเมื่อพวกโรมันทำลายกรุงยะรูซาเลมและพระวิหารของกรุงนั้นในปีสากลศักราช 70.—มัดธาย 24:15, 21.
ในไม่ช้าคำพยากรณ์ของพระเยซูจะประสบความสมจริงที่ใหญ่กว่าเหนืออาณาเขตทางศาสนาทั้งสิ้นของคริสต์ศาสนจักร ซึ่งเขาอ้างว่าเป็นสถานศักดิ์สิทธิ์. คริสต์ศาสนจักรและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ของเขา ขณะนี้กำลังเผชิญกับพินาศกรรมโดยกองกำลังที่ต่อต้านศาสนา ซึ่งถูกเรียกว่า “สิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนซึ่งกระทำให้เกิดความวิบัติขึ้น.” (ดานิเอล 11:31, ฉบับแปลใหม่) พยานพระยะโฮวายินดีจะให้ข่าวสารที่ว่าเหตุการณ์ที่น่าตกตะลึงพรึงเพริดนี้จะเกิดขึ้นอย่างไร.
[รูปภาพหน้า 32]
โรงสวดภายในโบสถ์แห่งอุโมงค์ฝังศพศักดิ์สิทธิ์
[ที่มาของภาพ]
Pictorial Archive (Near Eastern History) Est