อาโมส
1 สองปีก่อนเกิดแผ่นดินไหว+ ในสมัยที่กษัตริย์อุสซียาห์+ปกครองยูดาห์และกษัตริย์เยโรโบอัม+ลูกชายโยอาช+ปกครองอิสราเอล อาโมส*ซึ่งเป็นคนเลี้ยงแกะจากเทโคอา+เห็นนิมิตเกี่ยวกับอิสราเอล และได้พูดถึงสิ่งเหล่านั้นเอาไว้ 2 เขาบอกว่า
“พระยะโฮวาจะแผดเสียงเหมือนสิงโตคำรามออกมาจากศิโยน
พระองค์จะเปล่งเสียงดังสนั่นออกมาจากเยรูซาเล็ม
ทุ่งหญ้าเลี้ยงแกะจะโศกเศร้า
ยอดเขาคาร์เมลจะแห้งแล้ง”+
5 เราจะหักกลอนประตูของดามัสกัส+
เราจะทำลายพวกที่อยู่ในบิคอัทอาเวน
กับกษัตริย์*ของเบธเอเดน
และประชาชนชาวซีเรียจะต้องไปเป็นเชลยที่คีร์”+ เรายะโฮวาบอกไว้’
6 พระยะโฮวาบอกว่า
‘“เพราะกาซา+กบฏครั้งแล้วครั้งเล่า เราจะไม่ปล่อยไว้แน่
พวกเขาเอาเชลยทุกคน+ไปมอบให้เอโดม
8 เราจะทำลายพวกที่อยู่ในอัชโดด+
เราจะจัดการเอโครน+
และพวกฟีลิสเตียที่ยังเหลืออยู่จะตายหมด”+ เรายะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้’
9 พระยะโฮวาบอกว่า
‘เพราะไทระ+กบฏครั้งแล้วครั้งเล่า เราจะไม่ปล่อยไว้แน่
พวกเขาเอาเชลยทุกคนไปมอบให้เอโดม
และลืมสัญญาระหว่างพี่น้อง+
11 พระยะโฮวาบอกว่า
‘เพราะเอโดม+กบฏครั้งแล้วครั้งเล่า เราจะไม่ปล่อยไว้แน่
เพราะเขาถือดาบไล่ฟันน้องของเขา+
และเพราะเขาไม่มีความสงสาร
เขาฉีกน้องของตนเป็นชิ้น ๆ เพราะความแค้น
เขาโกรธน้องไม่หาย+
13 พระยะโฮวาบอกว่า
‘“เพราะพวกอัมโมน+กบฏครั้งแล้วครั้งเล่า เราจะไม่ปล่อยไว้แน่
พวกเขาผ่าท้องหญิงมีครรภ์ในกิเลอาดเพื่อจะขยายดินแดน+
14 ดังนั้น เราจะเผากำแพงของรับบาห์+
และไฟจะเผาป้อมปราการของเมืองนั้น
จะมีเสียงโห่ร้องและลมพายุพัดกระหน่ำในวันสงคราม
15 กษัตริย์ของพวกเขาจะถูกจับเป็นเชลยพร้อมกับพวกเจ้านาย”+ เรายะโฮวาบอกไว้อย่างนั้น’
2 “พระยะโฮวาบอกว่า
‘“เพราะโมอับ+กบฏครั้งแล้วครั้งเล่า* เราจะไม่ปล่อยไว้แน่
พวกเขาเผากระดูกกษัตริย์เอโดมเพื่อจะทำเป็นปูน
2 ดังนั้น เราจะส่งไฟมาเผาโมอับ
และไฟจะเผาป้อมปราการของเคริโอท+
โมอับจะตายท่ามกลางความโกลาหล
จะมีเสียงโห่ร้อง และเสียงแตรเขาสัตว์ในวันสงคราม+
4 พระยะโฮวาบอกว่า
‘เพราะยูดาห์กบฏครั้งแล้วครั้งเล่า+ เราจะไม่ปล่อยไว้แน่
พวกเขาไม่เชื่อฟังกฎหมาย*ของเรา+ยะโฮวา
และไม่ทำตามกฎของเรา
แต่หลงไปกับคำโกหกเหมือนบรรพบุรุษของพวกเขา+
6 พระยะโฮวาบอกว่า
‘เพราะอิสราเอลกบฏครั้งแล้วครั้งเล่า+ เราจะไม่ปล่อยไว้แน่
พวกเขาขายคนดีแลกกับเงิน
และขายคนจนแลกกับรองเท้าคู่เดียว+
ทั้งพ่อทั้งลูกนอนกับผู้หญิงคนเดียวกัน
ทำให้ชื่ออันบริสุทธิ์ของเรามัวหมอง
8 พวกเขาเอาเสื้อคลุมที่ลูกหนี้มาค้ำประกันไปปูนั่งข้างแท่นบูชาทุก ๆ แท่น+
และปรับเงินคนอื่นเอาไปซื้อเหล้ามากินในวิหารพระของพวกเขา’
9 ‘ทั้ง ๆ ที่เราเคยกำจัดชาวอาโมไรต์ให้พวกเจ้ามาแล้ว+
พวกนั้นสูงใหญ่เหมือนต้นสนซีดาร์และแข็งแรงเหมือนต้นโอ๊ก
เราทำลายผลของคนพวกนั้นที่อยู่บนต้นและรากที่อยู่ใต้ดิน+
10 เราพาพวกเจ้าออกมาจากอียิปต์+
และพาเดินผ่านที่กันดารตลอด 40 ปี+
จนพวกเจ้าได้ครอบครองแผ่นดินของพวกอาโมไรต์
11 เราได้ตั้งลูกหลานบางคนของพวกเจ้าเป็นผู้พยากรณ์+
และตั้งชายหนุ่มบางคนเป็นนาศีร์+ไม่ใช่หรือ ชาวอิสราเอล?’ พระยะโฮวาบอกไว้
12 ‘แต่พวกเจ้าก็พยายามเอาเหล้าให้พวกนาศีร์ดื่ม+
และสั่งพวกผู้พยากรณ์ว่า “อย่าได้พยากรณ์เป็นอันขาด”+
13 ดังนั้น เราจะบดขยี้พวกเจ้าให้จมดิน
เหมือนเกวียนบรรทุกฟ่อนข้าวจนเต็มบดขยี้อะไร ๆ ที่อยู่ใต้ล้อ
16 ในวันนั้น แม้แต่นักรบที่กล้าที่สุดก็จะหนีไปตัวเปล่า’+ พระยะโฮวาบอกไว้อย่างนั้น”
3 “ฟังทางนี้ชาวอิสราเอล เรายะโฮวามีเรื่องจะพูด เป็นเรื่องเกี่ยวกับพวกเจ้าซึ่งเป็นชาติที่เราพาออกมาจากอียิปต์
2 ‘ในชาติทั้งหมดบนโลก มีพวกเจ้าพวกเดียวที่เรารู้จักดี+
เราจึงต้องลงโทษพวกเจ้าเพราะพวกเจ้าทำผิดมามาก+
3 คนสองคนจะมาเดินด้วยกันได้ไหมถ้าไม่ได้นัดกันก่อน?
4 สิงโตในป่าจะคำรามไหมถ้ายังจับเหยื่อไม่ได้?
สิงโตหนุ่มจะร้องออกมาจากถ้ำไหมถ้ายังจับอะไรไม่ได้เลย?
5 นกจะติดกับดักบนพื้นได้ไหมถ้าไม่มีใครวางกับดักไว้?*
กับดักบนพื้นจะทำงานไหมถ้าไม่มีตัวอะไรไปติด?
6 ถ้ามีคนเป่าแตรเขาสัตว์ในเมือง ชาวบ้านจะไม่ตกใจกลัวหรือ?
ถ้าเมืองเกิดหายนะ คงจะเป็นฝีมือของเรายะโฮวาไม่ใช่หรือ?
7 ไม่ว่าเรายะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดจะทำอะไร
เราจะบอกความลับให้ผู้พยากรณ์ของเรารู้ก่อนเสมอ+
8 สิงโตคำรามแล้ว+ ใครจะไม่กลัวล่ะ?
เรายะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดพูดแล้ว ผู้พยากรณ์คนไหนจะอยู่เฉยได้?’+
9 ‘ประกาศเรื่องนี้บนป้อมปราการเมืองอัชโดด
และบนป้อมปราการในอียิปต์ด้วย
ให้บอกว่า “ไปเลย พากันขึ้นไปบนภูเขาของสะมาเรีย+
ไปดูความวุ่นวายและการโกงกันที่นั่น+
10 เพราะพวกเขาทำดีไม่เป็น
พวกเขาทำร้ายและฆ่าคนอื่นเพื่อจะได้ทรัพย์สินมาเก็บไว้ในป้อมปราการของตัวเอง” นี่เป็นคำประกาศของเรายะโฮวา’
11 ดังนั้น เรายะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า
‘ศัตรูจะมาล้อมแผ่นดิน+
เขาจะทำให้พวกเจ้าหมดแรง
และป้อมปราการของพวกเจ้าจะถูกปล้น’+
12 เรายะโฮวาบอกว่า
‘ชาวอิสราเอลนอนอยู่บนเตียงที่งดงามและนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่หรูหรา*ในสะมาเรีย
แต่จะมีพวกเขาไม่กี่คนที่รอดได้
เหมือนกับคนเลี้ยงแกะที่ดึงขาสองข้างกับหูของแกะออกมาจากปากสิงโต’+
13 เรายะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด ผู้เป็นจอมทัพบอกว่า ‘ฟังที่เราพูดแล้วไปเตือนพวกยาโคบด้วยว่า
14 ในวันที่เราจะลงโทษอิสราเอลที่เป็นกบฏ+
เราจะทำลายแท่นบูชาในเบธเอลด้วย+
เราจะตัดมุมแท่นที่ทำเป็นรูปเขาสัตว์ทิ้งลงดิน+
15 เราจะรื้อบ้านพักฤดูหนาวกับบ้านพักฤดูร้อน’
4 “ตั้งใจฟังให้ดีพวกแม่วัวแห่งบาชาน
ที่อยู่บนภูเขาสะมาเรีย+
ผู้หญิงอย่างเจ้าโกงคนยากจน+และเหยียบย่ำคนยากไร้
และพูดกับสามี*ของตัวเองว่า ‘เอาเหล้ามาให้ฉันกินหน่อยสิ’
2 เรายะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดสาบานโดยเอาความบริสุทธิ์ของเราเป็นประกัน
‘“วันนั้นใกล้จะถึงแล้ว วันที่เราจะเกี่ยวพวกเจ้าด้วยตะขอเกี่ยวเนื้อ
ส่วนคนที่เหลือจะถูกเบ็ดลากไป
3 พวกเจ้าจะหนีออกไปตามรอยแยกที่กำแพงคนละทิศคนละทาง
และจะถูกไล่ไปที่ฮาร์โมน” เรายะโฮวาบอกไว้’
5 เผาขนมปังใส่เชื้อเป็นเครื่องบูชาขอบคุณด้วยสิ+
ประกาศให้ดัง ๆ เลยว่าพวกเจ้าถวายเครื่องบูชาอย่างเต็มใจ
อิสราเอล พวกเจ้าชอบแบบนั้นกันไม่ใช่หรือ’ เรายะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้
6 ‘เราทำให้พวกเจ้าอดอยากกันทุกเมือง
และทำให้ทุกบ้านไม่มีอะไรจะกิน+
แต่พวกเจ้าก็ไม่กลับมาหาเราอยู่ดี’+ เรายะโฮวาบอกไว้
7 ‘เราไม่ให้ฝนตกสามเดือนก่อนฤดูเกี่ยว+
เราให้ฝนตกในเมืองหนึ่ง แต่ไม่ให้ตกอีกเมืองหนึ่ง
และให้มีฝนบนที่ดินแปลงหนึ่ง
แต่อีกแปลงหนึ่งแห้งแล้งเพราะไม่มีฝน
8 ชาวบ้านสองสามเมืองต้องเดินโซซัดโซเซไปหาน้ำ+กินในเมืองเดียวกัน แล้วก็ยังไม่อิ่ม
แต่พวกเจ้าก็ไม่กลับมาหาเราอยู่ดี’+ เรายะโฮวาบอกไว้
9 ‘เราทำให้พืชผลของพวกเจ้าแห้งเหี่ยวเพราะความร้อนและเชื้อรา+
ถึงพวกเจ้าขยายสวนและไร่องุ่นออกไป
ก็มีตั๊กแตนมากินต้นมะเดื่อและต้นมะกอก+
แต่พวกเจ้าก็ยังไม่กลับมาหาเราอยู่ดี’+ เรายะโฮวาบอกไว้
10 ‘เราทำให้พวกเจ้าติดโรคระบาดเหมือนพวกอียิปต์+
เราใช้ดาบฆ่าคนหนุ่ม ๆ+และเอาม้าไป+
เราให้มีกลิ่นเหม็นเน่าอยู่ในค่ายของพวกเจ้า+
แต่พวกเจ้าก็ไม่กลับมาหาเราอยู่ดี’ เรายะโฮวาบอกไว้
พวกเจ้าเป็นเหมือนดุ้นฟืนที่เอาออกมาจากกองไฟ
แต่พวกเจ้าก็ไม่กลับมาหาเราอยู่ดี’+ เรายะโฮวาบอกไว้
12 ดังนั้น อิสราเอล เราจะลงโทษพวกเจ้าอีก
เตรียมตัวเจอพระเจ้าของเจ้าได้เลย
เราจะลงโทษพวกเจ้าแน่ อิสราเอล
13 เรานี่แหละเป็นผู้สร้างภูเขา+และสร้างลม+
เราบอกมนุษย์ให้รู้ว่าเราคิดอะไร
เราทำให้ตอนฟ้าสางมีแต่ความมืด+
ที่สูงบนโลกก็อยู่ใต้เท้าเรา+
ชื่อของเราคือยะโฮวา พระเจ้าผู้เป็นจอมทัพ”
5 “ฟังทางนี้พวกอิสราเอล ผมจะร้องเพลงไว้อาลัยให้ฟัง
2 ‘อิสราเอลสาวบริสุทธิ์ล้มลงแล้ว
จะลุกก็ลุกไม่ขึ้น
เธอถูกทิ้งไว้บนพื้น
ไม่มีใครดึงเธอให้ลุกขึ้น’
3 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า
‘เมืองที่ส่งทหาร 1,000 คนออกไปรบจะเหลือกลับมา 100 คน
และเมืองที่ส่งทหาร 100 คนออกไปรบจะเหลือกลับมา 10 คน พวกอิสราเอลจะเป็นอย่างนั้นแหละ’+
4 “พระยะโฮวาพูดกับพวกอิสราเอลว่า
‘มาหาเราเถอะ จะได้มีชีวิตอยู่ต่อไป+
อย่าไปกิลกาล+หรือไป เบเออร์เชบา+อีก
เพราะกิลกาลจะต้องเป็นเชลย+
และเบธเอลจะกลายเป็นเมืองร้าง*
6 มาหาเรายะโฮวา จะได้มีชีวิตอยู่ต่อไป+
เราจะได้ไม่ส่งไฟมาเผาพวกโยเซฟให้วอดวาย
แล้วไฟนั้นจะเผาเบธเอลจนไม่มีใครดับได้
8 เราเป็นผู้สร้างกลุ่มดาวคีมาห์*และกลุ่มดาวเคซีล*+
ผู้ทำให้ความมืดเปลี่ยนเป็นความสว่างในตอนเช้า
ผู้ทำให้กลางวันมืดมิดเหมือนกลางคืน+
ผู้เรียกน้ำทะเลขึ้นไปบนฟ้า
แล้วเทลงมาบนดิน+
ชื่อของเราคือยะโฮวา
9 เราจะทำให้คนแข็งแรงพินาศในพริบตา
และทำให้ป้อมปราการพังทลาย
11 เพราะพวกเจ้ารีดไถค่าเช่าไร่นา*จากคนจน
และบังคับให้เขาเอาข้าวมาจ่ายเป็นส่วย+
พวกเจ้าจะไม่ได้อยู่ในบ้านที่สร้างด้วยหินอีกต่อไป+
และจะไม่ได้ดื่มเหล้าองุ่นดี ๆ จากสวนของตัวเองอีก+
12 เพราะเรารู้ว่าพวกเจ้ากบฏมาหลายครั้งแล้ว
และทำบาปร้ายแรงเหลือเกิน
พวกเจ้ารังแกคนดี
แถมยังรับสินบน*
และไม่ให้ความเป็นธรรมกับคนจนที่ประตูเมือง+
แล้วเรายะโฮวาพระเจ้าผู้เป็นจอมทัพคงจะอยู่กับพวกเจ้า
เหมือนที่พวกเจ้าพูดไว้+
แล้วเรายะโฮวาพระเจ้าผู้เป็นจอมทัพ
คงจะเมตตาพวกโยเซฟที่เหลืออยู่’+
16 “พระยะโฮวาเป็นจอมทัพ พระยะโฮวาเป็นพระเจ้า พระองค์บอกว่า
‘จะมีเสียงร้องไห้ในลานสาธารณะทุกแห่ง
และบนถนนทุกสายจะมีคนร้องว่า “แย่แล้ว แย่แล้ว!”
พวกเขาจะเรียกชาวไร่ชาวนามาคร่ำครวญ
และไปจ้างคนมาร้องไห้’
18 ‘คนที่อยากเห็นวันของเรายะโฮวาจะเจอดี!+
พวกเจ้าคิดว่าวันของเรายะโฮวาจะเป็นอย่างไร?+
วันนั้นจะมีแต่ความมืด ไม่มีความสว่าง+
19 จะเป็นเหมือนคนที่วิ่งหนีสิงโตแต่ไปเจอหมี
และเมื่อหนีเข้าบ้าน เอามือจับกำแพง ก็โดนงูกัด
20 วันของเรายะโฮวาจะมีแต่ความมืด ไม่มีความสว่าง
วันนั้นจะมืดมัว ไม่มีแสงเลย
21 เราเกลียดชังเทศกาลของพวกเจ้า+
และไม่ชอบกลิ่นเครื่องหอมที่พวกเจ้าถวายในพิธีศักดิ์สิทธิ์
22 ถึงพวกเจ้าจะเอาเครื่องบูชาเผาและของถวายมาให้เรา เราก็ไม่ชอบ+
และถ้าพวกเจ้าเอาสัตว์อ้วนท้วนสมบูรณ์มาถวายเป็นเครื่องบูชาผูกมิตร เราก็จะไม่เหลือบตาดูด้วยซ้ำ+
23 อย่าให้เราได้ยินเพลงสวดของพวกเจ้าอีกเลย
และไม่ต้องมาดีดเครื่องสายให้เราฟังด้วย+
24 ให้ความยุติธรรมไหลมาเหมือนแม่น้ำ+
และให้ความถูกต้องเป็นเหมือนสายน้ำที่ไม่หยุดไหล
25 พวกอิสราเอล ตลอด 40 ปีในที่กันดาร
พวกเจ้าเคยเอาเครื่องบูชาและของถวายมาให้เราด้วยหรือ?+
26 พวกเจ้าจะต้องหอบหิ้วรูปพระสัคคูทกับพระไควัน*
เทพเจ้าแห่งดวงดาวที่พวกเจ้าทำขึ้นไปด้วย
27 เราจะเนรเทศพวกเจ้าไปไกลกว่าดามัสกัสอีก’+ พระเจ้าที่ชื่อยะโฮวาผู้เป็นจอมทัพบอกไว้”+
6 “ชาวศิโยนที่มั่นใจในตัวเอง*จะย่อยยับ
คนที่คิดว่าตัวเองปลอดภัยอยู่ในภูเขาสะมาเรียจะพินาศ+
พวกคนสำคัญของชาติ
และคนที่ใคร ๆ ในอิสราเอลก็มาหาจะต้องถูกทำลายไปด้วย
2 ข้ามไปดูที่คาลเนห์สิ
แล้วไปที่ฮามัทเมืองใหญ่ด้วย+
เสร็จแล้วก็ลงไปที่เมืองกัทของชาวฟีลิสเตีย
เมืองเหล่านี้ดีกว่าประเทศ*ของพวกเจ้าหรือ?
ดินแดนของพวกเขากว้างใหญ่กว่าดินแดนของพวกเจ้าหรือ?
4 พวกเจ้านอนบนเตียงงาช้าง+ และนอนเอกเขนกบนเก้าอี้+
จับลูกแกะกับลูกวัวอ้วน ๆ จากฝูงมากิน+
5 พวกเจ้าแต่งเพลงเคล้าเสียงพิณ*+
และคิดประดิษฐ์เครื่องดนตรีใหม่ ๆ เหมือนดาวิด+
6 พวกเจ้าดื่มเหล้าองุ่นถ้วยใหญ่+
ลูบไล้ตัวด้วยน้ำมันอย่างดี
ไม่เดือดเนื้อร้อนใจกับความพินาศของโยเซฟ+
7 ดังนั้น พวกเจ้าจะต้องไปเป็นเชลยก่อนคนอื่น+
เวลาสำมะเลเทเมาของพวกที่นอนเอกเขนกจะหมดแล้ว
8 พระยะโฮวาพระเจ้าผู้เป็นจอมทัพบอกว่า ‘เรายะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดสาบาน+ว่า
“เราขยะแขยงความหยิ่งของยาโคบ+
เราเกลียดป้อมปราการของเขา+
เราจะให้ศัตรูมายึดเมืองนี้และทุกสิ่งทุกอย่างไป+
9 “‘“และถ้ามีคนเหลือในบ้าน 10 คน พวกเขาก็จะต้องตาย 10 ญาติคนหนึ่ง*จะมาหามศพ*ออกจากบ้านไปเผาทีละศพ แล้วเขาจะพูดกับคนที่อยู่ในบ้านว่า ‘ยังเหลือใครอีกไหมนอกจากคุณ?’ คนนั้นจะตอบว่า ‘ไม่มีแล้ว’ เขาจะบอกว่า ‘อยู่เงียบ ๆ นะ เพราะมันสายไปแล้วที่จะเรียกชื่อพระยะโฮวา’”
12 ม้าจะวิ่งบนเขาหินที่สูงชันได้หรือ?
ใครจะเอาวัวไปไถนาบนนั้น?
แต่พวกเจ้ากลับพิพากษาอย่างไม่ยุติธรรมและไม่มีความเป็นธรรม ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน+
14 ดังนั้น อิสราเอล เราจะให้ประเทศหนึ่งมาสู้กับพวกเจ้า+
แล้วพวกเขาจะกดขี่พวกเจ้าตั้งแต่เลโบฮามัท*+ไปจนถึงลำน้ำอาราบาห์’ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้เป็นจอมทัพบอกไว้”
7 พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดให้ผมเห็นนิมิตต่อไปนี้ พระองค์ส่งฝูงตั๊กแตนมาเมื่อพืชที่ปลูกในฤดูหนาว*เริ่มงอก หลังจากเกี่ยวหญ้าของกษัตริย์ไปแล้ว 2 เมื่อฝูงตั๊กแตนกินพืชผลในแผ่นดินไปหมดแล้ว ผมพูดว่า “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด ได้โปรดยกโทษให้พวกเขาด้วยเถอะ+ ยาโคบจะมีชีวิตรอด*ได้อย่างไรในเมื่อเขาอ่อนแอขนาดนี้?”+
3 ดังนั้น พระยะโฮวาจึงเปลี่ยนใจ*+ พระยะโฮวาบอกว่า “สิ่งที่เจ้าได้เห็นนั้นจะไม่เกิดขึ้น”
4 พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดให้ผมเห็นนิมิตต่อไปนี้ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดส่งไฟมาลงโทษ ไฟจะเผาทะเลจนเหือดแห้งและเผาแผ่นดินบางส่วน 5 ผมพูดว่า “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด ได้โปรดอย่าทำอย่างนั้นเลย+ ยาโคบจะมีชีวิตรอด*ได้อย่างไรในเมื่อเขาอ่อนแอขนาดนี้?”+
6 ดังนั้น พระยะโฮวาจึงเปลี่ยนใจ*+ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “นี่ก็จะไม่เกิดขึ้นด้วย”
7 พระองค์ให้ผมเห็นนิมิตต่อไปนี้ พระยะโฮวายืนอยู่บนกำแพงที่ตั้งแนวตรงแล้วด้วยสายดิ่ง* พระองค์ถือสายดิ่งไว้ในมือ 8 พระยะโฮวาถามผมว่า “อาโมส เจ้าเห็นไหมนี่คืออะไร?” ผมตอบว่า “สายดิ่งครับ” พระยะโฮวาบอกว่า “เราจะเอาสายดิ่งวัดอิสราเอลประชาชนของเรา เราจะไม่ยกโทษให้พวกเขาอีกแล้ว+ 9 ที่นมัสการบนเนินเขาของอิสอัค+จะถูกทิ้งร้าง และวิหารของอิสราเอลจะถูกทำลาย+ เราจะฆ่าคนในตระกูลเยโรโบอัมด้วยดาบ”+
10 อามาซิยาห์ปุโรหิตในเบธเอล+แจ้งข่าวไปถึงกษัตริย์เยโรโบอัม+ของอิสราเอลว่า “อาโมสกำลังคิดร้ายต่อท่านในแผ่นดินของท่านเอง+ ประชาชนในแผ่นดินนี้ทนฟังคำพูดเขาไม่ไหวแล้ว+ 11 เพราะอาโมสบอกว่า ‘เยโรโบอัมจะตายด้วยดาบ และอิสราเอลจะต้องถูกเนรเทศออกจากบ้านเกิดเมืองนอน’”+
12 แล้วอามาซิยาห์ก็บอกอาโมสว่า “เจ้าคนเห็นนิมิต รีบกลับไปยูดาห์ซะ ไปทำมาหากิน*และไปพยากรณ์ที่โน่น+ 13 อย่ามาทำนายที่เบธเอลอีก+ เพราะที่นี่มีวิหารของกษัตริย์+และวิหารประจำชาติอยู่แล้ว”
14 อาโมสตอบอามาซิยาห์ว่า “ผมไม่ใช่ผู้พยากรณ์และไม่ได้เป็นลูกผู้พยากรณ์ด้วย ผมเป็นคนเลี้ยงแกะ+และคนดูแลต้นมะเดื่อป่า* 15 แต่พระยะโฮวาให้ผมเลิกเลี้ยงแกะ พระยะโฮวาบอกผมว่า ‘ไปพยากรณ์ให้พวกอิสราเอลประชาชนของเราฟัง’+ 16 ดังนั้น ตั้งใจฟังให้ดี พระยะโฮวาบอกว่า ‘เพราะเจ้าพูดว่า “อย่าพยากรณ์ในแง่ร้ายต่ออิสราเอล+และอย่าประกาศเรื่องร้าย ๆ กับ+พวกอิสอัค” 17 ดังนั้น นี่คือสิ่งที่เรายะโฮวาจะบอกเจ้า “ภรรยาเจ้าจะเป็นเหมือนโสเภณีในเมือง ลูกชายลูกสาวของเจ้าจะตายด้วยดาบ ศัตรูจะมาวัดที่ดินของเจ้าแล้วเอาที่ดินไปแบ่งกัน ตัวเจ้าเองก็จะไปตายต่างบ้านต่างเมือง และอิสราเอลจะต้องถูกเนรเทศออกจากบ้านเกิดเมืองนอน”’”+
8 พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดให้ผมเห็นนิมิตต่อไปนี้ มีตะกร้าใบหนึ่งใส่ผลไม้ฤดูร้อน 2 พระองค์ถามว่า “อาโมส เจ้าเห็นอะไรบ้าง?” ผมตอบว่า “ตะกร้าใส่ผลไม้ฤดูร้อนครับ” พระยะโฮวาบอกผมว่า “จุดจบของอิสราเอลประชาชนของเรามาถึงแล้ว เราจะไม่ยกโทษให้พวกเขาอีก+ 3 เรายะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘ในวันนั้น เสียงเพลงในวิหารจะเปลี่ยนเป็นเสียงร้องไห้คร่ำครวญ+ ซากศพมากมายจะถูกทิ้งเกลื่อนกลาด และจะมีแต่ความเงียบ’+
4 ฟังให้ดี พวกเจ้าที่เหยียบย่ำคนจน
และกำจัดคนถ่อมออกไปจากแผ่นดิน+
5 พวกเจ้าพูดว่า ‘เมื่อไรจะหมดเทศกาลวันขึ้นเดือนใหม่+ เราจะได้ขายข้าว*สักที?
เมื่อไรจะหมดวันสะบาโต+ เราจะได้เอาข้าวออกมาขาย?
แล้วเราจะทำให้เอฟาห์*เล็กลง
และทำให้เชเขล*หนักขึ้น
เราจะโกงตาชั่งหลอกเอาเงินชาวบ้าน+
6 เราจะซื้อคนยากไร้ด้วยเศษเงิน
ซื้อคนยากจนด้วยรองเท้าคู่เดียว+
และเอาข้าวไม่ดีมาขาย’
7 เรายะโฮวาผู้เป็นสง่าของยาโคบ+ได้สาบานว่า
‘เราจะไม่มีวันลืมว่าพวกเขาทำอะไรไว้บ้าง+
บ้านเมืองจะปั่นป่วนวุ่นวาย
เหมือนแม่น้ำไนล์ของอียิปต์ในฤดูน้ำหลาก’+
9 เรายะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า
‘ในวันนั้น เราจะให้ดวงอาทิตย์ตกตอนเที่ยงวัน
และทำให้เกิดความมืดทั่วแผ่นดินทั้งที่ยังกลางวันอยู่+
10 เราจะทำให้เทศกาลของพวกเจ้ามีแต่ความโศกเศร้า+
ทุกเพลงที่พวกเจ้าร้องจะกลายเป็นเพลงไว้อาลัย
เราจะทำให้ทุกคนนุ่งผ้ากระสอบและโกนหัว
พวกเขาจะร้องไห้เหมือนลูกชายคนเดียวตาย
และเมื่อสิ้นสุดวันนั้นจะมีแต่ความขมขื่น’
11 เรายะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘วันนั้นใกล้เข้ามาแล้ว
วันที่เราจะทำให้มีความอดอยากทั่วแผ่นดิน
ไม่ใช่เพราะขาดอาหารหรือขาดน้ำ
แต่เพราะไม่มีคำสอนของเรายะโฮวา+
12 พวกเขาจะเดินโซเซจากทะเลนี้ไปทะเลโน้น
และจากทิศเหนือไปทิศตะวันออก
พวกเขาจะตามหาคำสอนของเรายะโฮวา แต่จะไม่พบ
13 ในวันนั้น สาวสวยจะเป็นลมล้มพับ
หนุ่ม ๆ ก็จะหมดสติเพราะความกระหาย
14 พวกเขาสาบานต่อพระเท็จของสะมาเรีย+ ดาน+ และเบเออร์เชบา+
คนพวกนี้จะต้องล้มลง และจะไม่ลุกขึ้นอีกเลย’”+
9 ผมเห็นพระยะโฮวา+อยู่เหนือแท่นบูชา พระองค์สั่งว่า “ฟาดตรงหัวเสาให้สะเทือนไปถึงฐานราก ตัดหัวเสาออก แล้วเราจะฆ่าคนที่เหลืออยู่ด้วยดาบ จะไม่มีใครหนีได้สำเร็จ และจะไม่มีใครรอดได้+
2 ถ้าพวกเขาขุดหลุม*ลงไปหลบอยู่ใต้ดิน
เราจะดึงพวกเขาขึ้นมา
ถ้าพวกเขาปีนขึ้นไปบนที่สูงเสียดฟ้า
เราก็จะกระชากพวกเขาลงมา
ถ้าพวกเขาไปซ่อนอยู่ใต้ทะเลลึก
เราก็จะสั่งให้งูไปกัด
4 ถ้าพวกเขาถูกศัตรูจับไป
เราจะสั่งดาบให้ฆ่าพวกเขาที่นั่น+
เราจะให้พวกเขาเจอแต่เรื่องร้าย ๆ ไม่ใช่เรื่องดี+
5 เรายะโฮวาเป็นพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดและเป็นจอมทัพ เราแตะที่แผ่นดิน
แล้วแผ่นดินก็ละลาย+ คนในแผ่นดินจะโศกเศร้า+
บ้านเมืองจะปั่นป่วนวุ่นวาย
เหมือนแม่น้ำไนล์ของอียิปต์ในฤดูน้ำหลาก+
6 ‘เราเป็นผู้สร้างบันไดขึ้นไปบนสวรรค์
และสร้างหลังคาโค้งเหนือแผ่นดิน
ผู้เรียกน้ำทะเลขึ้นไปบนฟ้า
แล้วเทลงมาบนดิน+
ชื่อของเราคือยะโฮวา’+
7 เรายะโฮวาบอกว่า ‘ในสายตาของเรา พวกเจ้าชาวอิสราเอลก็เป็นเหมือนกับชาวคูช*
เราพาอิสราเอลออกมาจากอียิปต์+
พาชาวฟีลิสเตียออกมาจากครีต+ และพาชาวซีเรียออกมาจากคีร์’+
8 ‘เรายะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดคอยจับตาดูประเทศที่ทำบาป
และเราจะกำจัดพวกเขาจากแผ่นดิน+
แต่เราจะไม่กำจัดพวกยาโคบจนสิ้นซาก’+ เรายะโฮวาบอกไว้
9 ‘เราสั่งให้เขย่าชาวอิสราเอลในทุก ๆ ประเทศ
เหมือนเขย่าตะแกรงร่อนข้าว+
และไม่ให้เม็ดกรวดร่วงลงมาสักเม็ดเดียว
10 คนของเราทุกคนที่เป็นคนบาปจะตายด้วยดาบ
คือพวกที่พูดว่า “เราจะไม่เจอเรื่องร้าย ๆ อะไรเลย”’
11 ‘ในวันนั้น เราจะสร้างเพิง*ของดาวิด+ที่พังลงแล้วขึ้นใหม่
เราจะซ่อมรอยแยก
และสิ่งที่หักพังไปแล้วเราจะสร้างขึ้นอีก
เราจะทำให้เป็นเหมือนสมัยก่อน+
12 ข้าวของของเอโดมที่เหลืออยู่จะเป็นของพวกเขา+
และทุกชาติที่ถูกเรียกตามชื่อของเราก็จะเป็นของพวกเขาด้วย’ เรายะโฮวาผู้ทำสิ่งนี้พูดไว้อย่างนั้น
13 เรายะโฮวาบอกว่า ‘แล้วจะถึงวันนั้น
วันที่คนไถจะทันคนเกี่ยว
และคนหว่านจะทันคนย่ำองุ่น+
จะมีเหล้าองุ่นหยดจากภูเขา+
14 เราจะพาอิสราเอลคนของเราที่เป็นเชลยกลับมา+
พวกเขาจะสร้างเมืองที่เคยร้างขึ้นใหม่และอาศัยอยู่ที่นั่น+
พวกเขาจะทำไร่องุ่นและได้ดื่มเหล้าองุ่น+
ทำสวนและได้กินผล’+
15 ‘เราจะเอาอิสราเอลไปปลูกในดินแดนของพวกเขาเอง
และจะไม่ถอนพวกเขาออกจากแผ่นดินที่เราให้อีกเลย’+ เรายะโฮวาพระเจ้าของเจ้าบอกไว้”
แปลว่า “เป็นภาระ” หรือ “แบกภาระ”
ทุกที่ที่มีคำว่า “กบฏครั้งแล้วครั้งเล่า” แปลตรงตัวว่า “กบฏ 3-4 ครั้ง”
ดูคำว่า “ลานนวดข้าว” ในส่วนอธิบายศัพท์
แปลตรงตัวว่า “ผู้ถือคทา”
แปลตรงตัวว่า “ผู้ถือคทา”
ทุกที่ที่มีคำว่า “กบฏครั้งแล้วครั้งเล่า” แปลตรงตัวว่า “กบฏ 3-4 ครั้ง”
แปลตรงตัวว่า “ผู้พิพากษา”
หรือ “คำสั่งสอน”
หรืออาจแปลได้ว่า “ถ้าไม่มีเหยื่อล่อในกับดัก?”
หรือ “เก้าอี้แบบดามัสกัส”
หรืออาจแปลได้ว่า “บ้านหลายหลัง”
หรือ “นาย”
หรือ “กบฏ”
หรืออาจแปลได้ว่า “กลายเป็นเมืองที่วังเวง”
อาจเป็นกระจุกดาวลูกไก่ในกลุ่มดาววัว
อาจเป็นกลุ่มดาวนายพราน
หรือ “ภาษีที่ดิน”
หรือ “ค่าปิดปาก”
พระทั้งสองนี้อาจหมายถึงดาวเสาร์ เทพเจ้าที่พวกเขานับถือ
หรือ “ไม่เดือดเนื้อร้อนใจ”
น่าจะหมายถึงประเทศยูดาห์และอิสราเอล
หรือ “เครื่องสาย”
แปลตรงตัวว่า “พี่ชายหรือน้องชายของพ่อ”
แปลตรงตัวว่า “กระดูก”
หรือ “ริมเขตแดนฮามัท”
คือ ช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์
แปลตรงตัวว่า “ลุกขึ้น”
หรือ “เสียใจ”
แปลตรงตัวว่า “ลุกขึ้น”
หรือ “เสียใจ”
คือ เชือกที่ตอนปลายผูกกับของหนัก ๆ ใช้วัดแนวดิ่ง
แปลตรงตัวว่า “กินขนมปัง”
หรือ “คนกรีดผลมะเดื่อป่า”
อาจเป็นข้าวสาลีหรือข้าวบาร์เลย์
ดูคำว่า “หลุมศพ” ในส่วนอธิบายศัพท์
หรือ “เอธิโอเปีย”
หรือ “เต็นท์” “กระท่อม”
แปลตรงตัวว่า “จะละลาย”