เอเสเคียล
1 ในวันที่ 5 เดือน 4 ปีที่ 30 ผมอยู่กับประชาชนที่เป็นเชลย+ริมฝั่งแม่น้ำเคบาร์+ ตอนนั้นฟ้าสวรรค์เปิดออกและผมได้เห็นนิมิตหลายอย่างจากพระเจ้า 2 ในวันที่ 5 ของเดือนนั้น ซึ่งเป็นปีที่ 5 ที่กษัตริย์เยโฮยาคีน+ไปเป็นเชลย 3 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมเอเสเคียล*ลูกชายปุโรหิตบุซีที่ริมแม่น้ำเคบาร์ในแผ่นดินของชาวเคลเดีย+ ตอนนั้นพลัง*ของพระยะโฮวามาอยู่กับผม+
4 เมื่อผมมองดูอยู่นั้นก็เห็นพายุกล้า+พัดมาจากทิศเหนือ มีเมฆก้อนใหญ่ที่มีไฟวาบ*+ออกมาและมีแสงสว่างจ้าล้อมรอบเมฆนั้น มีสิ่งหนึ่งดูเหมือนทองคำผสมเงินเปล่งประกายออกมาจากไฟ+ 5 ในไฟนั้นมีอะไรบางอย่างดูคล้ายสิ่งมีชีวิต 4 ตน+ แต่ละตนมีลักษณะคล้ายมนุษย์ 6 แต่ละตนมี 4 หน้าและ 4 ปีก+ 7 พวกเขามีเท้าเหยียดตรงและมีฝ่าเท้าเหมือนลูกวัว เท้าของพวกเขาแวววาวเหมือนทองแดงขัดเงา+ 8 พวกเขามีมือเหมือนมือมนุษย์อยู่ใต้ปีกทั้งสี่ปีก และทั้งสี่ตนมีหน้าและปีก 9 ปลายปีกข้างหนึ่งจดอีกข้างหนึ่ง และไม่ว่าพวกเขาจะไปทางไหน พวกเขาก็ไปตรง ๆ โดยไม่ต้องหัน+
10 พวกเขาทั้งสี่ตนมี 4 หน้า หน้าหนึ่งเป็นหน้าคน หน้าด้านขวาเป็นหน้าสิงโต+ หน้าด้านซ้ายเป็นหน้าวัวตัวผู้+ และอีกหน้าหนึ่งเป็นหน้านกอินทรี+ 11 หน้าของพวกเขาเป็นอย่างนั้น ปีกของพวกเขากางขึ้นไปข้างบน แต่ละตนมี 2 ปีกที่ปลายจดกันและอีก 2 ปีกคลุมตัวไว้+
12 พลังของพระเจ้าให้พวกเขาไปทางไหน พวกเขาก็ไปตรง ๆ+โดยไม่ต้องหัน 13 สิ่งมีชีวิตทั้งสี่ดูคล้ายถ่านหินที่ติดไฟ และมีอะไรบางอย่างเหมือนคบไฟที่สว่างจ้าเคลื่อนไปมาระหว่างสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ และมีฟ้าแลบออกมาจากคบไฟนั้น+ 14 และสิ่งมีชีวิตทั้งสี่เคลื่อนที่ไปมาเหมือนฟ้าแลบ
15 ตอนที่ผมมองดูสิ่งมีชีวิตที่มี 4 หน้านั้น ผมเห็นล้ออยู่บนพื้นข้าง ๆ สิ่งมีชีวิตแต่ละตน+ 16 ล้อทั้งหมดมีแสงแวววาวเหมือนคริโซไลต์ ทั้งสี่ล้อมีลักษณะเหมือนกัน แต่ละล้อดูเหมือนมีล้ออีกอันหนึ่งซ้อนอยู่* 17 ทุกล้อเคลื่อนที่ไปได้ทั้งสี่ทิศโดยไม่ต้องหันเลย 18 ล้อทั้งสี่มีขอบสูงมากดูน่าเกรงขามและมีตาอยู่รอบ+ 19 เมื่อสิ่งมีชีวิตทั้งสี่เคลื่อนที่ ล้อเหล่านั้นก็จะเคลื่อนที่ไปด้วย และเมื่อสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ลอยขึ้นจากพื้น ล้อเหล่านั้นก็จะลอยขึ้นด้วย+ 20 ไม่ว่าพลังของพระเจ้าไปที่ไหนหรือให้พวกเขาไปที่ไหน พวกเขาก็ไปที่นั่น และล้อเหล่านั้นจะลอยขึ้นไปกับพวกเขาด้วย เพราะพลังที่อยู่กับสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ก็อยู่กับล้อเหล่านั้น 21 เมื่อพวกเขาเคลื่อนที่ ล้อเหล่านั้นก็เคลื่อนที่ เมื่อพวกเขาอยู่กับที่ ล้อก็อยู่กับที่ เมื่อพวกเขาลอยขึ้นจากพื้น ล้อก็ลอยขึ้นไปกับพวกเขาด้วย เพราะพลังที่อยู่กับสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ก็อยู่กับล้อเหล่านั้น
22 เหนือสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ตนนั้น มีอะไรบางอย่างดูเหมือนแผ่นน้ำแข็งมหึมาเป็นประกายระยิบระยับอยู่เหนือหัวพวกเขา+ 23 ใต้แผ่นนั้น ปีกของพวกเขาเหยียดตรง* แต่ละตนมีปีกสำหรับคลุมตัวข้างละ 2 ปีก 24 ผมได้ยินเสียงกระพือปีกของพวกเขาเหมือนเสียงน้ำไหลเชี่ยวและเหมือนเสียงของผู้มีพลังอำนาจสูงสุด+ เมื่อพวกเขาเคลื่อนที่ ก็มีเสียงเหมือนเสียงกองทัพ และเมื่ออยู่กับที่ พวกเขาจะหุบปีกลง
25 มีเสียงหนึ่งดังอยู่บนแผ่นมหึมาเหนือหัวพวกเขา (เมื่ออยู่กับที่ พวกเขาจะหุบปีกลง) 26 บนแผ่นมหึมาที่อยู่เหนือหัวพวกเขามีสิ่งหนึ่งที่เหมือนพลอยแซปไฟร์+ดูคล้ายบัลลังก์+ และผู้ที่นั่งบนบัลลังก์นั้นมีลักษณะเหมือนมนุษย์+ 27 ผมเห็นว่าช่วงบนของพระองค์ตั้งแต่เอวขึ้นไปเป็นเหมือนทองคำผสมเงิน+ที่ส่องประกายเหมือนไฟ และช่วงล่างตั้งแต่เอวลงมาดูคล้ายไฟ+ มีแสงสว่างเจิดจ้าอยู่รอบตัวพระองค์ 28 เหมือนรุ้งบนเมฆในวันที่ฝนตก+ รัศมีที่ล้อมรอบพระองค์เป็นอย่างนี้แหละ เป็นเหมือนรัศมีของพระยะโฮวา+ เมื่อผมเห็น ผมก็หมอบลงกับพื้นและได้ยินเสียงพูด
2 พระองค์พูดกับผมว่า “ลูกมนุษย์* ยืนขึ้นเถอะ เรามีเรื่องจะพูดกับเจ้า”+ 2 เมื่อพระองค์พูดกับผม ผมก็ได้รับพลัง ผมจึงยืนขึ้น+เพื่อจะได้ยินเสียงพระองค์พูด
3 พระองค์พูดกับผมอีกว่า “ลูกมนุษย์ เราจะส่งเจ้าไปหาชนชาติอิสราเอล+และไปหาชาติต่าง ๆ ที่ดื้อด้านซึ่งกบฏต่อเรา+ พวกเขากับปู่ย่าตายายทำผิดต่อเราจนทุกวันนี้+ 4 เราจะส่งเจ้าไปหาชนชาติที่ดื้อดึงและหัวแข็ง+ และเจ้าต้องบอกพวกเขาว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดพูดอย่างนี้’ 5 ไม่ว่าพวกเขาจะฟังหรือไม่ (เพราะชนชาตินี้ชอบกบฏ)+ พวกเขาก็จะรู้ว่ามีผู้พยากรณ์อยู่กับพวกเขา+
6 “แต่ลูกมนุษย์ เจ้าไม่ต้องกลัวพวกเขา+และไม่ต้องกลัวคำพูดของพวกเขา แม้เจ้าจะอยู่กลางดงต้นหนาม*+และอยู่ท่ามกลางแมงป่อง อย่าไปกลัวคำพูดของพวกเขา+หรือหวาดกลัวเมื่อเห็นหน้าพวกเขา+ เพราะพวกเขาเป็นชนชาติที่ชอบกบฏ 7 เจ้าต้องบอกให้พวกเขารู้ว่าเราพูดอะไร ไม่ว่าพวกเขาจะฟังหรือไม่ เพราะพวกเขาเป็นชนชาติที่ชอบกบฏ+
8 “ลูกมนุษย์ เจ้าต้องฟังเรื่องที่เราจะบอก อย่าดื้อด้านเหมือนพวกที่ชอบกบฏ ให้เจ้าอ้าปากและกินสิ่งที่เราจะให้เจ้า”+
9 ผมเห็นมือข้างหนึ่งยื่น+ม้วนหนังสือที่มีข้อความเขียนไว้มาให้ผม+ 10 พระองค์กางม้วนหนังสือนั้นต่อหน้าผม ในม้วนหนังสือมีข้อความเขียนไว้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง+ มีเพลงไว้อาลัยและถ้อยคำคร่ำครวญและเรื่องน่าเศร้าเขียนไว้ในม้วนหนังสือนั้น+
3 แล้วพระองค์พูดกับผมว่า “ลูกมนุษย์ กินสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเจ้าสิ กินม้วนหนังสือนี้แล้วไปพูดกับชาวอิสราเอล”+
2 ผมจึงอ้าปาก แล้วพระองค์ก็ให้ผมกินม้วนหนังสือนั้น 3 พระองค์พูดกับผมว่า “ลูกมนุษย์ ม้วนหนังสือที่เราให้เจ้านี้ เจ้าต้องกินลงไปจนเต็มท้อง” ผมจึงกินม้วนหนังสือนั้น และมันหวานเหมือนน้ำผึ้งอยู่ในปากผม+
4 พระองค์พูดกับผมว่า “ลูกมนุษย์ ให้เจ้าไปหาชาวอิสราเอลแล้วบอกพวกเขาว่าเราพูดอะไร 5 เราไม่ได้ส่งเจ้าไปหาชนชาติที่พูดภาษาที่เข้าใจยากหรือภาษาที่เจ้าไม่รู้จัก แต่ให้ไปหาชาวอิสราเอล 6 เราไม่ได้ส่งเจ้าไปหาชนชาติต่าง ๆ ที่พูดภาษาที่เข้าใจยากหรือภาษาที่เจ้าไม่รู้จักซึ่งเจ้าฟังไม่เข้าใจ ถ้าเราส่งเจ้าไปหาชาติเหล่านั้น พวกเขาคงจะฟังเจ้า+ 7 แต่ชาวอิสราเอลจะไม่ยอมฟังเจ้าเพราะพวกเขาไม่อยากฟังเรา+ ชาวอิสราเอลทั้งหมดเป็นคนหัวแข็งและดื้อดึง+ 8 แต่เราได้ทำให้หน้าเจ้าแข็งเหมือนหน้าพวกเขา และทำให้หน้าผากเจ้าแข็งพอ ๆ กับหน้าผากพวกเขา+ 9 เราทำให้หน้าผากของเจ้าแข็งเหมือนเพชร แข็งกว่าหินเหล็กไฟ+ อย่ากลัวพวกเขาหรือหวาดกลัวเมื่อเห็นหน้าพวกเขา+ เพราะพวกเขาเป็นพวกที่ชอบกบฏ”
10 พระองค์พูดกับผมอีกว่า “ลูกมนุษย์ ฟังและจดจำทุกคำที่เราจะพูดกับเจ้าไว้ให้ดี 11 ให้เจ้าไปหาเพื่อนร่วมชาติของเจ้าที่เป็นเชลย+และพูดกับพวกเขาว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดพูดอย่างนี้’ ไม่ว่าพวกเขาจะฟังหรือไม่”+
12 แล้วพลังของพระเจ้า*ก็พาผมไป+ และผมได้ยินเสียงพูดดังสนั่นมาจากข้างหลังว่า “ขอให้สง่าราศีของพระยะโฮวาได้รับการสรรเสริญในที่ของพระองค์” 13 มีเสียงปีกของสิ่งมีชีวิตทั้งสี่กระทบกัน+ และเสียงล้อที่อยู่ข้าง ๆ พวกเขา+ รวมทั้งเสียงดังสนั่น 14 พลังของพระเจ้า*พาผมไปและผมก็ไป ตอนนั้นผมทุกข์ใจและโมโหมาก พลัง*อันแรงกล้าของพระยะโฮวาก็อยู่กับผม 15 ผมจึงไปหาประชาชนที่เป็นเชลยซึ่งอยู่ในเทลอาบิบ ริมฝั่งแม่น้ำเคบาร์+ ผมอยู่กับพวกเขาที่นั่น ผมมึนงง+อยู่ 7 วัน
16 พอ 7 วันผ่านไป พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมว่า
17 “ลูกมนุษย์ เราตั้งเจ้าเป็นคนเฝ้ายามให้ชาวอิสราเอล+ เจ้าได้ยินเราพูดอะไรก็ให้ไปเตือนพวกเขาตามที่เราบอก+ 18 เมื่อเราบอกคนชั่วว่า ‘เจ้าจะตายแน่’ แต่เจ้าไม่เตือนเขาและไม่เตือนคนชั่วให้เลิกทำชั่วเพื่อเขาจะมีชีวิตอยู่+ คนนั้นจะตายเพราะความผิดของเขาเองเนื่องจากเขาเป็นคนชั่ว+ แต่เราจะให้เจ้ารับผิดชอบการตายของเขา+ 19 แต่ถ้าเจ้าเตือนคนชั่วแล้วเขาไม่เลิกทำชั่ว เขาจะตายเพราะความผิดของเขา แต่เจ้าจะรักษาชีวิตของเจ้าไว้ได้+ 20 แต่ถ้าคนดีเลิกทำสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมแล้วหันไปทำผิด* เราจะทำให้เขาพบอุปสรรคในชีวิตและเขาจะตาย+ ถ้าเจ้าไม่ได้เตือนเขา เขาจะตายเพราะบาปของเขาเอง และเราจะไม่คิดถึงสิ่งดี ๆ ที่เขาเคยทำเลย แต่เราจะให้เจ้ารับผิดชอบการตายของเขา+ 21 แต่ถ้าเจ้าเตือนคนดีว่าอย่าทำบาปและเขาก็ไม่ทำบาป เขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพราะเจ้าได้เตือนเขา+ และเจ้าจะรักษาชีวิตของเจ้าไว้ได้”
22 พลัง*ของพระยะโฮวามาอยู่กับผมที่นั่น และพระองค์พูดกับผมว่า “ลุกขึ้น ไปยังที่ราบหุบเขา เราจะพูดกับเจ้าที่นั่น” 23 ผมจึงลุกขึ้นไปยังที่ราบหุบเขา แล้วผมก็เห็นรัศมีของพระยะโฮวาอยู่ที่นั่น+ เหมือนกับรัศมีที่ผมเห็นริมฝั่งแม่น้ำเคบาร์+ ผมจึงหมอบลงกับพื้น 24 แล้วผมก็ได้รับพลังจากพระเจ้า ผมจึงยืนขึ้น+ และพระองค์พูดกับผมว่า
“ไปขังตัวเองอยู่แต่ในบ้าน 25 ลูกมนุษย์ พวกเขาจะเอาเชือกมัดเจ้าไว้เพื่อไม่ให้เจ้าไปไหนมาไหน 26 และเราจะทำให้ลิ้นเจ้าติดอยู่กับเพดานปาก เจ้าจะพูดไม่ได้และว่ากล่าวตักเตือนพวกเขาไม่ได้ เพราะพวกเขาชอบกบฏ 27 แต่เมื่อเราพูดกับเจ้า เราจะทำให้เจ้าพูดได้ และเจ้าต้องบอกพวกเขาว่า+ ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดพูดอย่างนี้’ ใครอยากฟังก็ให้เขาฟัง+ ใครไม่ยอมฟังก็ไม่ต้องฟัง เพราะพวกเขาชอบกบฏ+
4 “ลูกมนุษย์ ให้เจ้าเอาอิฐก้อนหนึ่งมาวางข้างหน้าเจ้า แล้วแกะสลักรูปกรุงเยรูซาเล็มไว้บนอิฐก้อนนั้น 2 ให้เจ้าทำเหมือนกำลังล้อมเมืองนั้น+ ทำกำแพง+กับเนินดินขึ้นมา+แล้วตั้งค่ายล้อมเมืองนั้น และตั้งเครื่องกระทุ้งกำแพงไว้รอบเมือง+ 3 ให้เอากระทะเหล็กมาวางเหมือนเป็นกำแพงเหล็กกั้นระหว่างเจ้ากับเมืองนั้น แล้วให้เจ้าจ้องเมืองนั้นไว้ เจ้าต้องทำให้เห็นว่าเมืองนั้นจะถูกล้อม นี่เป็นการเตือนถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับชาวอิสราเอล+
4 “แล้วเจ้าต้องนอนตะแคงซ้ายเพื่อแบกความผิดของชาวอิสราเอลไว้กับตัวเจ้าเอง+ เจ้าจะแบกความผิดของพวกเขาเท่ากับจำนวนวันที่เจ้านอนตะแคง 5 เราจะให้เจ้านอนอย่างนั้น 390 วันตามจำนวนปีที่พวกเขาทำผิดต่อเรา+ และเจ้าจะแบกความผิดของชาวอิสราเอลไว้ 6 และเจ้าต้องนอนจนครบกำหนด
“แล้วครั้งที่สองให้เจ้านอนตะแคงขวาเพื่อแบกความผิดของชาวยูดาห์+ไว้ 40 วัน และให้ 1 วันแทน 1 ปี เพราะเรากำหนดให้ 1 วันแทน 1 ปี 7 เมื่อเจ้าล้อมกรุงเยรูซาเล็ม ให้เจ้าจ้องเมืองนั้นไว้+และให้แขนของเจ้าเปลือยเปล่า แล้วเจ้าต้องพยากรณ์เกี่ยวกับเมืองนี้
8 “เราจะเอาเชือกมัดเจ้าไว้ไม่ให้พลิกตัวจนกว่าเจ้าจะล้อมเมืองจนครบกำหนด
9 “ให้เจ้าเอาภาชนะใบหนึ่งมาใส่ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ถั่วปากอ้า ถั่วเลนทิล ข้าวฟ่าง และข้าวสเปลต์ แล้วเอาไปทำขนมปังสำหรับตัวเจ้าเอง เจ้าต้องกินขนมปังนี้ตลอด 390 วันที่เจ้านอนตะแคง+ 10 เจ้าจะชั่งขนมปังกินวันละ 20 เชเขล* และเจ้าจะกินขนมปังนี้ตามเวลาที่กำหนดไว้
11 “เจ้าต้องตวงน้ำดื่มวันละ 1 ใน 6 ฮิน* และเจ้าจะดื่มตามเวลาที่กำหนดไว้
12 “เจ้าจะกินขนมปังนี้เหมือนกินขนมปังกลมที่ทำจากข้าวบาร์เลย์ ให้เจ้าทำขนมปังต่อหน้าประชาชนโดยใช้อุจจาระคนตากแห้งเป็นเชื้อเพลิง” 13 พระยะโฮวาพูดต่อไปว่า “ชาวอิสราเอลจะกินขนมปังที่ไม่สะอาดอย่างนี้แหละ เมื่อพวกเขาไปอยู่ในประเทศต่าง ๆ ที่เราจะให้พวกเขากระจัดกระจายไปอยู่”+
14 ผมจึงพูดว่า “ได้โปรดเถอะ! พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด ตั้งแต่เด็กจนถึงเดี๋ยวนี้ ผมไม่เคยทำให้ตัวเองแปดเปื้อนด้วยการกินเนื้อสัตว์ที่ตายเองหรือถูกสัตว์อื่นกัดตาย+ และผมไม่เคยกินเนื้อที่ไม่สะอาด*เลย”+
15 พระองค์จึงพูดกับผมว่า “ก็ได้ เรายอมให้เจ้าใช้ขี้วัวแทนอุจจาระคนเมื่อทำขนมปัง” 16 และพระองค์พูดต่อไปว่า “ลูกมนุษย์ เราจะทำลายแหล่งอาหาร*ของกรุงเยรูซาเล็ม+ พวกเขาจะชั่งขนมปังและแบ่งกันกินด้วยความวิตกกังวล+ พวกเขาจะตวงน้ำดื่มและแบ่งกันกินด้วยความหวาดกลัว+ 17 จะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นเพื่อพวกเขาจะขาดแคลนอาหารและน้ำ แล้วพวกเขาจะมองหน้ากันด้วยความตกตะลึงและหมดแรงเพราะความผิดที่พวกเขาทำ
5 “ส่วนเจ้า ลูกมนุษย์ ให้เจ้าเอาดาบคมเล่มหนึ่งมาใช้แทนมีดโกนของช่างตัดผม และโกนผมกับเคราของเจ้า แล้วเอาตาชั่งมาชั่งผมกับเคราและแบ่งเป็นส่วน ๆ 2 เมื่อเจ้าล้อมเมืองครบกำหนดแล้ว+ให้เอา 1 ใน 3 ส่วนของผมกับเคราไปเผา แล้วเอาอีก 1 ใน 3 มาฟันด้วยดาบไปทั่วรอบ ๆ เมือง+ ส่วน 1 ใน 3 ที่เหลือก็โปรยให้ลมพัดกระจายไป แล้วเราจะชักดาบออกไล่ตามส่วนที่เหลือนี้ไป+
3 “เจ้าต้องเอาอีกสองสามเส้นห่อเก็บไว้ในอกเสื้อ 4 แล้วเอาอีกส่วนหนึ่งโยนลงไปในไฟและเผาจนเหลือแต่เถ้า ไฟจากที่นี่จะลามไปถึงชาวอิสราเอลทั้งหมด+
5 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘นี่คือเยรูซาเล็ม เราตั้งเมืองนี้ไว้ท่ามกลางชนชาติและประเทศต่าง ๆ 6 แต่เมืองนี้ฝ่าฝืนคำพิพากษาและกฎหมายของเรา และทำชั่วยิ่งกว่าชนชาติและประเทศต่าง ๆ ที่อยู่ล้อมรอบ+ ชาวเมืองนี้ไม่ยอมรับคำพิพากษาของเราและไม่ทำตามกฎหมายของเรา’
7 “ดังนั้น พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เพราะพวกเจ้าสร้างปัญหามากกว่าชาติอื่น ๆ ที่อยู่ล้อมรอบพวกเจ้า และพวกเจ้าไม่เชื่อฟังกฎหมายของเราและไม่ทำตามคำพิพากษาของเรา แต่กลับทำตามกฎหมายของชาติอื่น ๆ ที่อยู่ล้อมรอบพวกเจ้า+ 8 พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดจึงบอกว่า “โอ้ เยรูซาเล็ม เราจะจัดการเจ้า+ และเราจะลงโทษเจ้าต่อหน้าชาติต่าง ๆ+ 9 เพราะเจ้าทำสิ่งที่น่ารังเกียจสารพัด เราจะทำกับเจ้าอย่างที่เราไม่เคยทำมาก่อนและเราจะไม่ทำอย่างนั้นอีกเลย+
10 “‘“ดังนั้น พวกเจ้าที่เป็นพ่อจะกินลูกตัวเอง+ และลูก ๆ ก็จะกินพ่อ เราจะลงโทษพวกเจ้าและทำให้พวกเจ้าที่เหลืออยู่ทั้งหมดกระจัดกระจายไปทุกทิศทุกทาง”’+
11 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดประกาศว่า ‘เราสาบานโดยเอาตัวเราเป็นประกันว่าเราจะทิ้งพวกเจ้า* เราจะไม่เมตตาและจะไม่สงสารพวกเจ้าเลย+ เพราะพวกเจ้าทำให้ที่ศักดิ์สิทธิ์ของเราแปดเปื้อนด้วยรูปเคารพที่น่าสะอิดสะเอียนและด้วยสิ่งน่ารังเกียจทั้งหมดที่พวกเจ้าทำ+ 12 พวกเจ้า 1 ใน 3 จะตายด้วยโรคระบาดหรือไม่ก็อดตาย อีก 1 ใน 3 จะตายด้วยดาบ+ และเราจะทำให้ 1 ใน 3 ที่เหลืออยู่กระจัดกระจายไปทุกทิศทุกทาง เราจะชักดาบออกไล่ตามพวกเขา+ 13 แล้วเราถึงจะหายโกรธและเลิกโมโหพวกเขา และเมื่อเราระบายความโกรธต่อพวกเขาแล้ว เราจะสบายใจ+ และพวกเขาจะต้องรู้ว่าเรายะโฮวาพูดกับพวกเขาอย่างนี้เพราะต้องการให้พวกเขานมัสการเราเพียงผู้เดียว+
14 “‘เราจะทำให้เจ้ากลายเป็นเมืองร้าง เจ้าจะถูกชาติที่อยู่รอบ ๆ และทุกคนที่ผ่านไปมาดูหมิ่น+ 15 เมื่อเราพิพากษาเจ้าด้วยความโกรธและลงโทษเจ้าอย่างรุนแรง เจ้าจะถูกดูหมิ่นและเยาะเย้ย+ เจ้าจะกลายเป็นตัวอย่างเตือนใจที่น่าสยดสยองสำหรับชาติต่าง ๆ ที่อยู่ล้อมรอบ เรายะโฮวาบอกไว้อย่างนี้
16 “‘เราจะให้พวกเจ้าเจอความอดอยากซึ่งทำให้พวกเจ้าพินาศเหมือนถูกธนูยิง+ เราจะทำให้ความอดอยากนั้นหนักขึ้นอีกเพราะเราจะทำลายแหล่งอาหาร*ของพวกเจ้า+ 17 เราจะทำให้พวกเจ้าอดอยากและให้มีสัตว์ป่าดุร้าย+มากินลูกของพวกเจ้า พวกเจ้าจะเจอโรคระบาดและถูกฆ่าด้วยดาบ+ เรายะโฮวาบอกไว้อย่างนี้’”
6 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 2 “ลูกมนุษย์ ให้เจ้าหันหน้าไปทางภูเขาในอิสราเอลแล้วพยากรณ์เกี่ยวกับภูเขาเหล่านั้น 3 เจ้าต้องพูดว่า ‘ภูเขาทั้งหลายในอิสราเอล ขอให้ฟังคำของพระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดพูดกับภูเขา เนินเขา แม่น้ำ และหุบเขาทั้งหลายว่า “เราจะให้ดาบมาต่อสู้เจ้า เราจะทำลายสถานบูชาบนที่สูงของเจ้า 4 แท่นบูชาของเจ้าจะถูกทำลาย แท่นเผาเครื่องหอมของเจ้าจะถูกทุบทิ้ง+ และเราจะโยนศพคนของเจ้าลงตรงหน้ารูปเคารพที่น่าขยะแขยง*ของเจ้า+ 5 เราจะโยนศพชาวอิสราเอลลงตรงหน้ารูปเคารพที่น่าขยะแขยงของพวกเขา และเราจะเอากระดูกของพวกเจ้าโปรยรอบแท่นบูชาของพวกเจ้า+ 6 พวกเจ้าไปอยู่เมืองไหน เมืองนั้นจะกลายเป็นเมืองร้าง+ สถานบูชาบนที่สูงจะถูกรื้อทำลาย+ แท่นบูชาทั้งหลายของพวกเจ้าจะถูกทำลายย่อยยับ รูปเคารพที่น่าขยะแขยงของพวกเจ้าจะพินาศ แท่นเผาเครื่องหอมทั้งหลายของพวกเจ้าจะถูกทุบทิ้ง และสิ่งที่พวกเจ้าทำไว้จะถูกกำจัดจนหมด 7 จะมีคนตายเกลื่อนกลาดท่ามกลางพวกเจ้า+ แล้วพวกเจ้าจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา+
8 “‘“แต่เราจะให้มีคนเหลือรอดอยู่บ้าง เมื่อพวกเจ้ากระจัดกระจายไปอยู่ในดินแดนต่าง ๆ พวกเจ้าบางคนจะรอดจากคมดาบของชนชาติเหล่านั้น+ 9 และคนที่รอดไปได้จะคิดถึงเราเมื่อพวกเขาอยู่ในประเทศต่าง ๆ ที่พวกเขาถูกจับไปเป็นเชลย+ พวกเขาจะเข้าใจว่าเราเสียใจแค่ไหนเมื่อพวกเขาไม่ซื่อสัตย์*และทิ้งเราไป+ แถมยังมองดูรูปเคารพที่น่าขยะแขยงของตัวเองด้วยความใคร่อีกด้วย+ พวกเขาจะละอายใจและเกลียดชังความชั่วและสิ่งที่น่ารังเกียจทุกอย่างที่พวกเขาเคยทำ+ 10 แล้วพวกเขาจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา และที่เราบอกไว้ว่าพวกเขาจะเจอหายนะนั้นไม่ใช่แค่คำขู่”’+
11 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘ให้เจ้าตบมือ กระทืบเท้า และคร่ำครวญเพราะความชั่วและสิ่งน่ารังเกียจทั้งหมดที่ชาวอิสราเอลทำ เพราะพวกเขาจะตายด้วยคมดาบ ความอดอยาก และโรคระบาด+ 12 คนที่อยู่ไกลจะตายด้วยโรคระบาด คนที่อยู่ใกล้จะตายด้วยดาบ ส่วนคนที่รอดไปได้และยังมีชีวิตอยู่จะตายเพราะความอดอยาก เราจะระบายความโกรธใส่พวกเขาอย่างเต็มที่+ 13 แล้วพวกเจ้าจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา+ เมื่อศพของพวกเขานอนอยู่กับรูปเคารพที่น่าขยะแขยง อยู่รอบแท่นบูชาทั้งหลายของพวกเขา+ อยู่บนภูเขาทุกลูก บนยอดเขาทุกแห่ง อยู่ใต้ต้นไม้เขียวสดทุกต้น และใต้กิ่งของต้นไม้ใหญ่ที่พวกเขาไปเผาเครื่องหอมบูชาเพื่อให้รูปเคารพที่น่าขยะแขยงพอใจ+ 14 เราจะลงมือจัดการพวกเขาและทำให้แผ่นดินนั้นร้างเปล่า ที่อยู่ของพวกเขาจะรกร้างยิ่งกว่าที่กันดารใกล้ดิบลาห์ แล้วพวกเขาจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา’”
7 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 2 “ฟังนะ ลูกมนุษย์ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดพูดกับแผ่นดินอิสราเอลว่า ‘อวสานมาถึงแล้ว! อวสานมาถึงทั่วทั้งแผ่นดินแล้ว 3 อวสานของพวกเจ้ามาถึงแล้ว เราจะระบายความโกรธต่อพวกเจ้า เราจะพิพากษาพวกเจ้าตามการกระทำของพวกเจ้าและให้พวกเจ้ารับผิดชอบการกระทำที่น่ารังเกียจทุกอย่างของตัวเอง 4 เราจะไม่เมตตาและจะไม่สงสาร+ เราจะให้พวกเจ้ารับผลจากการกระทำของตัวเอง พวกเจ้าจะถูกลงโทษเพราะพวกเจ้าทำสิ่งที่น่ารังเกียจ+ แล้วพวกเจ้าจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา’+
5 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘หายนะกำลังจะมา มันเป็นหายนะที่ไม่เคยมีมาก่อน+ 6 อวสานกำลังมา มันจะมาแน่ และจะมาถึงเจ้าอย่างกะทันหัน ดูสิ! อวสานกำลังจะมาถึงอยู่แล้ว 7 ประชาชนในแผ่นดิน ถึงคราวของพวกเจ้าแล้ว* เวลานั้นจะมาถึงแล้ว วันนั้นมาใกล้แล้ว+ บนภูเขามีแต่ความวุ่นวายและไม่มีเสียงโห่ร้องดีใจ
8 “‘อีกไม่นานเราจะระบายความโกรธต่อพวกเจ้า+ เราจะระบายความโกรธใส่พวกเจ้าอย่างเต็มที่+ และเราจะพิพากษาพวกเจ้าตามการกระทำของพวกเจ้าและให้พวกเจ้ารับผิดชอบการกระทำที่น่ารังเกียจทุกอย่างของตัวเอง 9 เราจะไม่เมตตาและจะไม่สงสาร+ เราจะให้พวกเจ้ารับผลจากการกระทำของตัวเอง พวกเจ้าจะถูกลงโทษเพราะพวกเจ้าทำสิ่งที่น่ารังเกียจ แล้วพวกเจ้าจะต้องรู้ว่าเรายะโฮวาเป็นผู้ลงโทษพวกเจ้า+
10 “‘ดูสิ! วันนั้นใกล้เข้ามาแล้ว+ ถึงคราวของพวกเจ้าแล้ว* ไม้สำหรับเฆี่ยนก็พร้อมแล้ว และศัตรูก็หยิ่งจองหองมากขึ้น 11 ความรุนแรงกลายเป็นไม้แห่งความชั่ว+ และไม่มีอะไรจะรอดพ้นการลงโทษไปได้ ไม่ว่าจะเป็นตัวพวกเขาเอง ทรัพย์สมบัติ คน หรือตำแหน่งสูงของพวกเขา 12 เวลานั้นจะมาถึง วันนั้นจะมาแน่ อย่าให้คนซื้อดีใจและอย่าให้คนขายเสียใจ เพราะเราโกรธประชาชนทุกคน*+ 13 คนขายจะไม่ได้กลับไปหาสิ่งที่เขาขายไปแม้ว่าเขาจะรอดชีวิต เพราะนิมิตนี้เกี่ยวข้องกับประชาชนทุกคน จะไม่มีใครได้กลับมา และเพราะความผิดของเขา* จะไม่มีใครรักษาชีวิตตัวเองไว้ได้
14 “‘พวกเขาเป่าแตร+ และทุกคนก็พร้อมแล้ว แต่ไม่มีใครออกไปรบ เพราะเราโกรธประชาชนทุกคน+ 15 ข้างนอกมีดาบ+ ข้างในมีโรคระบาดและความอดอยาก คนที่อยู่นอกเมืองจะตายเพราะดาบ คนที่อยู่ในเมืองจะตายเพราะความอดอยากและโรคระบาด+ 16 คนที่รอดไปได้จะหนีไปอยู่ตามภูเขา แต่ละคนจะคร่ำครวญเพราะความผิดของตัวเองเหมือนนกเขาที่อยู่ในหุบเขา+ 17 มือของทุกคนจะอ่อนแรง และเข่าของพวกเขาจะเปียก*+ 18 พวกเขาใส่ผ้ากระสอบ+และกลัวจนตัวสั่น ทุกคนจะอับอายและจะหัวล้าน*+
19 “‘พวกเขาจะโยนเงินทิ้งตามถนน ทองคำจะกลายเป็นสิ่งที่น่าเกลียดสำหรับพวกเขา ในวันที่พระยะโฮวาโกรธ+ ไม่ว่าเงินหรือทองก็ช่วยชีวิตพวกเขาไม่ได้ พวกเขาจะกินไม่อิ่มและไม่มีอาหารตกถึงท้อง เพราะสิ่งเหล่านั้น*ทำให้พวกเขาหลงทำผิด 20 พวกเขาภูมิใจกับเครื่องประดับที่งดงามและเอาสิ่งเหล่านั้น*มาทำเป็นเทวรูปที่น่ารังเกียจกับรูปเคารพที่น่าขยะแขยง+ ดังนั้น เราจะทำให้มันกลายเป็นสิ่งที่น่าเกลียดสำหรับพวกเขา 21 เราจะให้คนต่างชาติมาปล้นสิ่งเหล่านั้น*และให้คนชั่วในแผ่นดินแย่งชิงไป แล้วพวกเขาจะทำให้สิ่งเหล่านั้นแปดเปื้อน
22 “‘เราจะหันหน้าหนีพวกเขา+ และพวกเขาจะทำให้สถานที่ที่เรารัก*แปดเปื้อน และพวกโจรจะเข้าไปทำให้ที่นั่นแปดเปื้อน+
23 “‘ให้เจ้าทำโซ่*+ เพราะแผ่นดินนี้มีแต่การใช้กฎหมายเพื่อฆ่าคนบริสุทธิ์+ และในเมืองนี้มีแต่ความรุนแรง+ 24 เราจะให้ชนชาติที่ชั่วร้ายที่สุด+มายึดบ้านเรือนพวกเขา+ และเราจะทำให้คนที่มีกำลังมากเลิกหยิ่งยโส และที่ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาจะต้องแปดเปื้อน+ 25 เมื่อพวกเขาทุกข์ร้อน พวกเขาจะอยากได้ความสงบสุข แต่จะไม่ได้+ 26 จะเกิดภัยพิบัติครั้งแล้วครั้งเล่าและจะมีข่าวมาเรื่อย ๆ ประชาชนจะอยากได้นิมิตจากผู้พยากรณ์+ แต่ปุโรหิตจะไม่สอนกฎหมาย*และพวกผู้นำ*จะไม่ให้คำแนะนำ+ 27 กษัตริย์จะโศกเศร้า+ หัวหน้าจะสิ้นหวัง ประชาชนในแผ่นดินจะกลัวจนมือสั่น เราจะจัดการพวกเขาตามการกระทำของพวกเขา เราจะพิพากษาพวกเขาอย่างที่พวกเขาเคยพิพากษาคนอื่น แล้วพวกเขาจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา’”+
8 ในวันที่ 5 เดือน 6 ปีที่ 6 ขณะที่ผมนั่งอยู่ในบ้านและพวกผู้นำของยูดาห์นั่งอยู่ต่อหน้าผม พลัง*ของพระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดก็มาอยู่กับผม 2 เมื่อผมมองดูก็เห็นผู้หนึ่งดูคล้ายไฟ ส่วนล่างของผู้นั้นตั้งแต่เอวลงมามีอะไรบางอย่างเหมือนไฟ+ และตั้งแต่เอวขึ้นไปเป็นเหมือนทองคำผสมเงินเป็นประกายเจิดจ้า+ 3 ผู้นั้นยื่นส่วนที่ดูคล้ายมือมาจับปอยผมบนหัวของผม และในนิมิตที่มาจากพระเจ้า พลังของพระเจ้า*ได้พาผมขึ้นไประหว่างแผ่นดินกับท้องฟ้าและพามาถึงกรุงเยรูซาเล็ม ที่ประตูลานชั้นในของวิหาร+ทางทิศเหนือมีรูปเคารพที่ทำให้พระเจ้าขุ่นเคืองตั้งอยู่+ 4 และผมเห็นรัศมีของพระเจ้าของอิสราเอลอยู่ที่นั่น+ เหมือนกับสิ่งที่ผมเคยเห็นในที่ราบหุบเขา+
5 แล้วพระองค์พูดกับผมว่า “ลูกมนุษย์ ขอให้เงยหน้ามองไปทางทิศเหนือ” ผมจึงเงยหน้ามองไปทางทิศเหนือและเห็นว่ามีรูปเคารพที่ทำให้พระเจ้าขุ่นเคืองตั้งอยู่ทางเหนือของประตูที่เข้าไปยังแท่นบูชา 6 พระองค์พูดกับผมอีกว่า “ลูกมนุษย์ เจ้าเห็นสิ่งน่ารังเกียจและน่าขยะแขยงที่ชาวอิสราเอลทำอยู่ที่นี่ไหม?+ สิ่งเหล่านี้ทำให้เราทิ้งที่ศักดิ์สิทธิ์ของเราไป+ แต่เจ้าจะได้เห็นสิ่งที่น่ารังเกียจยิ่งกว่านี้อีก”
7 แล้วพระองค์ก็พาผมไปที่ทางเข้าลานวิหาร และเมื่อผมมองดูก็เห็นว่ามีช่องเล็ก ๆ อยู่บนกำแพง 8 พระองค์พูดกับผมว่า “ลูกมนุษย์ เจาะเข้าไปในกำแพงสิ” ผมก็เจาะเข้าไปในกำแพงและเห็นทางเข้า 9 พระองค์บอกผมว่า “เข้าไปดูความชั่วและสิ่งน่ารังเกียจที่พวกเขาทำกันที่นั่น” 10 ผมก็เข้าไปดูและเห็นว่ามีรูปแกะสลักของสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ที่น่ารังเกียจทุกอย่าง+ และรูปเคารพที่น่าขยะแขยง*ของชาวอิสราเอล+อยู่บนผนังทุกด้าน 11 และมีผู้นำของชาวอิสราเอล 70 คนยืนอยู่หน้ารูปเหล่านั้น ยาอาซันยาห์ลูกชาฟาน+ก็ยืนอยู่ที่นั่นด้วย ทุกคนถือภาชนะสำหรับเผาเครื่องหอมและควันจากเครื่องหอมก็ลอยขึ้นไป+ 12 พระองค์พูดกับผมว่า “ลูกมนุษย์ เจ้าเห็นไหมว่าพวกผู้นำของชาวอิสราเอลทำอะไรอยู่ในที่มืด? ทุกคนอยู่ในห้องชั้นในที่มีรูปเคารพของพวกเขา พวกเขาพูดว่า ‘พระยะโฮวาไม่เห็นพวกเราหรอก พระยะโฮวาทิ้งแผ่นดินนี้แล้ว’”+
13 พระองค์พูดกับผมอีกว่า “เจ้าจะได้เห็นพวกเขาทำสิ่งที่น่ารังเกียจยิ่งกว่านี้อีก” 14 แล้วพระองค์ก็พาผมไปที่หน้าประตูทิศเหนือของวิหารของพระยะโฮวา และผมเห็นพวกผู้หญิงนั่งร้องไห้อาลัยพระทัมมุสอยู่ที่นั่น
15 พระองค์พูดกับผมอีกว่า “ลูกมนุษย์ เจ้าเห็นแล้วใช่ไหม? เจ้าจะได้เห็นสิ่งที่น่ารังเกียจยิ่งกว่านี้อีก”+ 16 แล้วพระองค์ก็พาผมไปที่ลานชั้นในของวิหารของพระยะโฮวา+ ตรงทางเข้าวิหารของพระยะโฮวา ระหว่างโถงทางเข้ากับแท่นบูชามีผู้ชายประมาณ 25 คนหันหลังให้วิหารของพระยะโฮวาและหันหน้าไปทางตะวันออก พวกเขากำลังหมอบลงนมัสการดวงอาทิตย์ทางทิศตะวันออก+
17 พระองค์พูดกับผมว่า “ลูกมนุษย์ เจ้าเห็นแล้วใช่ไหม? ที่ชาวยูดาห์ทำสิ่งน่ารังเกียจอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กเลย พวกเขาทำให้แผ่นดินนี้มีแต่ความรุนแรง+และทำให้เราโกรธอยู่เรื่อย ๆ พวกเขาเอากิ่งไม้*มาทิ่มจมูกเรา 18 ดังนั้น เราจะจัดการพวกเขาเพราะเราโกรธมาก เราจะไม่เมตตาและจะไม่สงสาร+ ถึงพวกเขาจะร้องเรียกเราเสียงดัง เราก็จะไม่ฟัง”+
9 ผมได้ยินพระองค์สั่งเสียงดังว่า “เรียกคนที่จะลงโทษเมืองนี้มาที่นี่ ให้ทุกคนถืออาวุธทำลายมาด้วย”
2 ผมเห็นผู้ชาย 6 คนมาจากทางประตูบน+ที่อยู่ทิศเหนือ ทุกคนถืออาวุธสำหรับทุบทำลาย และมีผู้ชายคนหนึ่งใส่ชุดผ้าลินินมากับคนเหล่านี้ด้วย เขามีกล่องของเลขานุการ*เหน็บอยู่ที่เอว แล้วพวกเขาก็มายืนอยู่ข้างแท่นบูชาทองแดง+
3 แล้วรัศมีของพระเจ้าของอิสราเอล+ซึ่งเคยอยู่เหนือเครูบมาอยู่ตรงทางเข้าวิหาร+ และพระองค์ร้องบอกผู้ชายที่ใส่ชุดผ้าลินินซึ่งมีกล่องของเลขานุการเหน็บอยู่ที่เอว 4 พระยะโฮวาพูดกับเขาว่า “ไปให้ทั่วเมืองนี้ ไปให้ทั่วกรุงเยรูซาเล็มและทำเครื่องหมายบนหน้าผากคนที่ถอนใจและคร่ำครวญ+เพราะสิ่งน่ารังเกียจที่ทำกันอยู่ในเมืองนี้”+
5 แล้วผมก็ได้ยินพระองค์บอกคนที่เหลือว่า “ตามเขาไปให้ทั่วเมืองนี้และฆ่าชาวเมืองซะ อย่าเมตตาและอย่าสงสารพวกเขา+ 6 ไปฆ่าคนแก่ คนหนุ่ม หญิงสาวบริสุทธิ์ เด็กเล็ก ๆ และผู้หญิงให้หมด+ แต่อย่าเข้าใกล้คนที่มีเครื่องหมาย+ ให้เริ่มกับที่ศักดิ์สิทธิ์ของเราก่อน”+ พวกเขาจึงฆ่าพวกผู้นำที่อยู่หน้าวิหารเป็นพวกแรก+ 7 พระองค์สั่งพวกเขาอีกว่า “ไปได้แล้ว ไปทำให้วิหารแปดเปื้อนและทำให้มีศพเต็มลานวิหาร”+ พวกเขาก็ออกไปฆ่าผู้คนในเมืองนั้น
8 ตอนที่พวกเขากำลังฆ่าชาวเมืองนั้น เหลือผมอยู่คนเดียว ผมซบหน้าลงกับพื้นและร้องว่า “ได้โปรดเถอะ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด พระองค์จะระบายความโกรธของพระองค์ต่อเยรูซาเล็มและทำลายชาวอิสราเอลที่เหลือจนหมดเลยหรือ?”+
9 พระองค์จึงพูดกับผมว่า “ชาวอิสราเอลและชาวยูดาห์ทำผิดร้ายแรงมาก+ แผ่นดินมีแต่การนองเลือด+และเมืองนี้ก็มีแต่การทุจริต+ พวกเขาพูดว่า ‘พระยะโฮวาทิ้งแผ่นดินนี้แล้ว พระยะโฮวาไม่เห็นหรอก’+ 10 แต่เราจะไม่เมตตาและจะไม่สงสาร+ เราจะตอบแทนพวกเขาให้สาสมกับการกระทำของพวกเขา”
11 แล้วผมเห็นผู้ชายที่ใส่ชุดผ้าลินินและมีกล่องของเลขานุการเหน็บอยู่ที่เอวกลับมารายงานว่า “ผมทำตามที่พระองค์สั่งเรียบร้อยแล้ว”
10 ผมมองดูบนแผ่นมหึมาที่อยู่เหนือหัวเครูบ และผมเห็นอะไรบางอย่างเหมือนพลอยแซปไฟร์ดูคล้ายบัลลังก์+ 2 แล้วพระองค์พูดกับผู้ชายที่ใส่ชุดผ้าลินินว่า+ “ให้เจ้าไปอยู่ระหว่างล้อเหล่านั้น+ใต้เครูบ ไปเอาถ่านหินติดไฟ+ที่อยู่ระหว่างเครูบมาให้เต็มอุ้งมือทั้งสองข้าง แล้วโยนใส่เมืองนี้”+ ผมก็เห็นเขาเข้าไปที่นั่น
3 ตอนที่ผู้ชายคนนั้นเข้าไป พวกเครูบยืนอยู่ทางทิศเหนือของวิหารและมีเมฆอยู่เต็มลานชั้นใน 4 แล้วรัศมีของพระยะโฮวา+ที่อยู่เหนือเครูบก็ย้ายไปอยู่ตรงทางเข้าวิหาร มีเมฆเข้ามาจนเต็มวิหาร+ และลานวิหารเต็มไปด้วยรัศมีที่เจิดจ้าของพระยะโฮวา 5 และเสียงปีกของพวกเครูบได้ยินไปถึงลานชั้นนอก เหมือนเสียงพูดของพระเจ้าผู้มีพลังอำนาจสูงสุด+
6 แล้วพระองค์สั่งผู้ชายที่ใส่ชุดผ้าลินินว่า “ไปเอาไฟมาจากระหว่างล้อเหล่านั้น จากระหว่างพวกเครูบ” เขาจึงเข้าไปยืนข้างล้อ 7 เครูบองค์หนึ่งยื่นมือไปเอาไฟที่อยู่ระหว่างพวกเครูบ+มาใส่ในมือทั้งสองข้างของผู้ชายที่ใส่ชุดผ้าลินิน+ แล้วเขาก็เอาไฟนั้นออกมา 8 พวกเครูบมีมือที่ดูเหมือนมือคนอยู่ใต้ปีก+
9 เมื่อผมมองดูก็เห็นล้อ 4 ล้ออยู่ข้างเครูบ ล้อทั้งหมดมีแสงแวววาวเหมือนคริโซไลต์+ 10 ทั้งสี่ล้อมีลักษณะเหมือนกัน แต่ละล้อดูเหมือนมีล้ออีกอันหนึ่งซ้อนอยู่ 11 ล้อเหล่านั้นเคลื่อนที่ไปได้ทั้งสี่ทิศโดยไม่ต้องหัน เพราะมันจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกับหัวของเครูบ* 12 มีตาอยู่ทั่วตัวของเครูบ รวมทั้งที่หลัง ที่มือ บนปีก และบนล้อที่อยู่ข้าง ๆ เครูบทั้งสี่ด้วย+ 13 ผมได้ยินเสียงสั่งล้อเหล่านั้นว่า “ล้อทั้งหมด ไปได้!”
14 เครูบแต่ละองค์มี 4 หน้า หน้าที่หนึ่งเป็นหน้าเครูบ หน้าที่สองเป็นหน้าคน หน้าที่สามเป็นหน้าสิงโต และหน้าที่สี่เป็นหน้านกอินทรี+
15 แล้วพวกเครูบก็บินขึ้นไป พวกเขาคือสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ที่ผมเคยเห็นที่แม่น้ำเคบาร์+ 16 เมื่อพวกเครูบเคลื่อนที่ ล้อทั้งสี่ก็เคลื่อนที่ไปด้วย และเมื่อพวกเครูบกางปีกบินขึ้นไปเหนือแผ่นดิน ล้อทั้งสี่ก็จะไม่หันหรือออกห่างจากพวกเขาเลย+ 17 เมื่อพวกเครูบอยู่กับที่ ล้อทั้งสี่ก็จะอยู่กับที่ เมื่อพวกเครูบบินขึ้นไป ล้อทั้งสี่ก็จะขึ้นไปกับพวกเขาด้วย เพราะพลังที่อยู่กับสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ก็อยู่กับล้อเหล่านั้น
18 แล้วรัศมีของพระยะโฮวา+ก็ออกจากทางเข้าวิหารมาอยู่เหนือพวกเครูบ+ 19 ผมเห็นพวกเครูบกางปีกบินขึ้นจากแผ่นดิน เมื่อพวกเขาไป ล้อทั้งสี่ก็ไปกับพวกเขาด้วย พวกเขาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูทิศตะวันออกของวิหารของพระยะโฮวา และรัศมีของพระเจ้าของอิสราเอลก็อยู่เหนือพวกเขา+
20 พวกเขาคือสิ่งมีชีวิตทั้งสี่ที่ผมเคยเห็นอยู่ใต้บัลลังก์ของพระเจ้าของอิสราเอลที่แม่น้ำเคบาร์+ ผมจึงรู้ว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นคือเครูบ 21 พวกเขาทั้งสี่มี 4 หน้าและ 4 ปีกและมีมือที่ดูเหมือนมือคนอยู่ใต้ปีก+ 22 หน้าของพวกเขาเหมือนหน้าของสิ่งมีชีวิตที่ผมเคยเห็นที่ริมแม่น้ำเคบาร์+ ไม่ว่าพวกเขาจะไปทางไหน พวกเขาก็ไปตรง ๆ+
11 แล้วพลังของพระเจ้า*ก็ยกผมขึ้นและพาผมไปที่ประตูทิศตะวันออกของวิหารของพระยะโฮวา ประตูนี้หันหน้าไปทางทิศตะวันออก+ ผมเห็นผู้ชาย 25 คนอยู่หน้าประตูนั้น และยาอาซันยาห์ลูกอัสซูร์กับเปลาทียาห์ลูกเบไนยาห์ซึ่งเป็นเจ้านายของประชาชนก็อยู่ที่นั่นด้วย+ 2 พระองค์พูดกับผมว่า “ลูกมนุษย์ คนพวกนี้วางแผนชั่วและแนะนำให้คนในเมืองนี้ทำชั่ว 3 พวกเขาพูดว่า ‘นี่เป็นเวลาที่จะสร้างบ้านไม่ใช่หรือ?+ เมืองนี้*เป็นหม้อทำอาหาร+ และพวกเราเป็นเนื้อที่อยู่ในหม้อ’
4 “ดังนั้น ลูกมนุษย์ เจ้าต้องพยากรณ์เกี่ยวกับพวกเขา”+
5 แล้วผมก็ได้รับพลังจากพระยะโฮวา+ และพระองค์พูดกับผมว่า “เจ้าต้องพูดอย่างนี้ ‘พระยะโฮวาบอกว่า “ชาวอิสราเอล ที่เจ้าพูดก็ถูก และเรารู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ 6 เจ้าฆ่าคนมากมายในเมืองนี้ และทำให้ถนนในเมืองเต็มไปด้วยศพคนตาย”’”+ 7 “ดังนั้น พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘ศพที่พวกเจ้าทิ้งเกลื่อนกลาดทั่วเมืองนั่นแหละที่เป็นเหมือนเนื้อ และเมืองนี้เป็นเหมือนหม้อทำอาหาร+ แต่พวกเจ้าจะถูกเอาตัวออกไปจากเมืองนี้’”
8 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราจะส่งดาบที่พวกเจ้ากลัว+มาจัดการพวกเจ้า 9 เราจะทำให้พวกเจ้าต้องออกจากเมืองนี้และตกอยู่ในมือคนต่างชาติ และเราจะลงโทษพวกเจ้า+ 10 พวกเจ้าจะตายเพราะคมดาบ+ เราจะพิพากษาพวกเจ้าที่ชายแดนอิสราเอล+ แล้วพวกเจ้าจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา+ 11 เมืองนี้จะไม่ใช่หม้อสำหรับพวกเจ้า และพวกเจ้าจะไม่ใช่เนื้อที่อยู่ในหม้อ เราจะพิพากษาพวกเจ้าที่ชายแดนอิสราเอล 12 แล้วพวกเจ้าจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา เพราะพวกเจ้าไม่ทำตามข้อกำหนดและคำพิพากษาของเรา+ แต่ทำตามคำพิพากษาของชาติต่าง ๆ ที่อยู่ล้อมรอบ’”+
13 พอผมพยากรณ์จบ เปลาทียาห์ลูกเบไนยาห์ก็ตาย ผมจึงซบหน้าลงและร้องเสียงดังว่า “ได้โปรดเถอะ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด พระองค์จะกำจัดชาวอิสราเอลที่เหลือจนหมดเลยหรือ?”+
14 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 15 “ลูกมนุษย์ ชาวเมืองเยรูซาเล็มบอกกับพวกพี่น้องของเจ้า คือพี่น้องที่มีสิทธิ์ไถ่คืนและชาวอิสราเอลทั้งหมดว่า ‘พวกคุณต้องอยู่ห่าง ๆ พระยะโฮวา แผ่นดินนี้เป็นของพวกเรา แผ่นดินนี้ถูกยกให้พวกเราแล้ว’ 16 ดังนั้น ให้เจ้าพูดอย่างนี้ ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “ถึงเราจะไล่พวกเขาไปอยู่ในชาติต่าง ๆ ที่ห่างไกลและทำให้พวกเขากระจัดกระจายไปอยู่ในดินแดนอื่น ๆ+ เราจะเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับพวกเขาอยู่พักหนึ่งในดินแดนที่พวกเขาไปอยู่”’+
17 “ดังนั้น ให้เจ้าพูดอย่างนี้ ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “เราจะรวบรวมพวกเจ้าออกมาจากชนชาติต่าง ๆ และพาพวกเจ้าออกมาจากดินแดนทั้งหลายที่พวกเจ้ากระจัดกระจายไปอยู่ และเราจะยกแผ่นดินอิสราเอลให้กับพวกเจ้า”’+ 18 พวกเขาจะกลับไปที่นั่นและจะกำจัดสิ่งที่น่าขยะแขยงและน่ารังเกียจให้หมดไปจากแผ่นดินนั้น+ 19 เราจะให้พวกเขามีหัวใจที่เป็นหนึ่งเดียว+และจะให้พวกเขามีจิตใจใหม่+ เราจะเอาหัวใจที่แข็งเหมือนหินออกจากตัวพวกเขา+ และจะใส่หัวใจที่อ่อนนุ่ม*ลงไปแทน+ 20 พวกเขาจะได้ทำตามกฎหมายของเราและเชื่อฟังคำพิพากษาของเรา แล้วพวกเขาจะเป็นประชาชนของเราและเราจะเป็นพระเจ้าของพวกเขา”
21 “‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “ส่วนคนที่ตั้งใจทำสิ่งที่น่าขยะแขยงและน่ารังเกียจต่อไป เราจะให้พวกเขารับผลจากการกระทำของตัวเอง”’”
22 แล้วพวกเครูบก็กางปีกออก ล้อทั้งสี่อยู่ข้างพวกเขา+ และรัศมีของพระเจ้าของอิสราเอลอยู่เหนือพวกเขา+ 23 แล้วรัศมีของพระยะโฮวา+ก็ลอยขึ้นจากเมืองและไปหยุดอยู่เหนือภูเขาทางทิศตะวันออกของเมืองนั้น+ 24 ในนิมิตที่ผมได้รับโดยพลังของพระเจ้านั้น พลังของพระเจ้า*ได้ยกผมขึ้นและพาผมไปหาประชาชนที่เป็นเชลยอยู่ในเคลเดีย แล้วนิมิตที่ผมเห็นก็หายไป 25 แล้วผมก็เล่าให้ประชาชนที่เป็นเชลยฟังว่าพระยะโฮวาให้ผมเห็นอะไรบ้าง
12 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 2 “ลูกมนุษย์ เจ้าอยู่กับชนชาติที่ชอบกบฏ พวกเขามีตาแต่มองไม่เห็น มีหูแต่ไม่ได้ยิน+ เพราะพวกเขาเป็นชนชาติที่ชอบกบฏ+ 3 ลูกมนุษย์ ให้เจ้าเก็บข้าวของเหมือนกำลังจะไปเป็นเชลย ในตอนกลางวันเมื่อพวกเขามองอยู่ ให้เจ้าทำเหมือนว่าจะถูกจับไปเป็นเชลย และตอนที่พวกเขามองดูอยู่นั้นให้ทำเหมือนว่าเจ้าถูกจับตัวไปจากบ้านและไปเป็นเชลยที่อื่น เผื่อว่าพวกเขาจะเข้าใจ เพราะพวกเขาเป็นชนชาติที่ชอบกบฏ 4 ในตอนกลางวันเมื่อพวกเขามองอยู่ ให้เจ้าเอาข้าวของที่เตรียมไว้สำหรับไปเป็นเชลยออกมา และในตอนเย็นเมื่อพวกเขามองอยู่ ให้เจ้าออกไปเหมือนคนที่ถูกจับไปเป็นเชลย+
5 “ตอนที่พวกเขามองอยู่นั้น ให้เจ้าเจาะผนังเป็นช่องแล้วออกไปทางช่องนั้นพร้อมกับข้าวของของเจ้า+ 6 เมื่อพวกเขามองอยู่นั้น ให้เจ้าแบกของออกไปตอนมืด เจ้าต้องคลุมหน้าไว้เพื่อจะมองไม่เห็นพื้น เพราะเราจะใช้ตัวเจ้าเพื่อเตือนถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับชาวอิสราเอล”+
7 ผมจึงทำตามที่พระองค์สั่ง ตอนกลางวันผมเอาข้าวของที่เตรียมไว้สำหรับไปเป็นเชลยออกมา และตอนเย็นผมก็ใช้มือเจาะผนังเป็นช่อง พอมืดแล้วผมก็แบกของไปต่อหน้าพวกเขา
8 ตอนเช้า พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 9 “ลูกมนุษย์ ชาวอิสราเอลที่ชอบกบฏถามเจ้าใช่ไหมว่ากำลังทำอะไร? 10 ให้เจ้าบอกพวกเขาว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “นี่คือข่าวสารสำหรับเจ้านาย+ที่อยู่ในกรุงเยรูซาเล็มและสำหรับชาวอิสราเอลทุกคนในเมืองนั้น”’
11 “เจ้าต้องบอกพวกเขาว่า เจ้าทำอย่างนี้ก็เพื่อเตือนถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับพวกเขา+ พวกเขาจะถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย+ 12 เจ้านายที่อยู่กับพวกเขาจะแบกข้าวของของตัวเองออกไปตอนมืดค่ำ เขาจะเจาะผนังเป็นช่อง แล้วขนของของตัวเองออกไปทางช่องนั้น+ เขาจะคลุมหน้าไว้เพื่อจะมองไม่เห็นพื้น 13 เราจะเหวี่ยงตาข่ายจับเขา เขาจะติดอยู่ในตาข่ายของเรา+ แล้วเราจะเอาตัวเขาไปที่บาบิโลนแผ่นดินของชาวเคลเดีย แต่เขาจะมองไม่เห็นและจะตายที่นั่น+ 14 ส่วนคนที่อยู่รอบตัวเขา ทั้งพวกผู้ช่วยกับกองทหารของเขา เราจะทำให้กระจัดกระจายไปทุกทิศทาง+ และเราจะชักดาบออกไล่ตามพวกเขา+ 15 แล้วพวกเขาจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา เมื่อเราทำให้พวกเขากระจัดกระจายไปอยู่ในชาติต่าง ๆ และในดินแดนต่าง ๆ 16 แต่เราจะให้พวกเขาบางคนรอดจากคมดาบ ความอดอยาก และโรคระบาด เพื่อพวกเขาจะเล่าให้ชาติต่าง ๆ ที่พวกเขาจะไปอยู่นั้นฟังว่าพวกเขาเคยทำสิ่งที่น่าเกลียดอะไรบ้าง แล้วพวกเขาจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา”
17 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 18 “ลูกมนุษย์ เจ้าต้องกินขนมปังด้วยความหวาดกลัวและดื่มน้ำด้วยความวิตกกังวล+ 19 ให้เจ้าบอกประชาชนในแผ่นดินนั้นว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดพูดถึงชาวเยรูซาเล็มในแผ่นดินอิสราเอลว่า “พวกเขาจะกินขนมปังด้วยความวิตกกังวลและดื่มน้ำด้วยความหวาดกลัว เพราะแผ่นดินของพวกเขาจะไม่มีคนอยู่เลย+เนื่องจากความโหดร้ายทารุณของคนที่อยู่ในแผ่นดินนั้น+ 20 เมืองต่าง ๆ ที่มีคนอยู่จะถูกทำลาย และแผ่นดินนั้นจะรกร้างว่างเปล่า+ แล้วเจ้าจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา”’”+
21 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 22 “ลูกมนุษย์ คนในอิสราเอลชอบพูดกันว่า ‘เวลาก็ผ่านมานานแล้ว แต่นิมิตยังไม่เป็นจริงสักอย่าง’+ 23 ดังนั้น ให้เจ้าบอกพวกเขาว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “เราจะทำให้พวกเขาเลิกพูดแบบนี้ พวกเขาจะไม่พูดอย่างนี้อีกในอิสราเอล”’ และบอกพวกเขาว่า ‘เวลานั้นใกล้เข้ามาแล้ว+ และนิมิตทั้งหมดจะเป็นจริง’ 24 เพราะจะไม่มีนิมิตหลอก ๆ หรือคำทำนายที่เอาใจใคร*ในอิสราเอลอีกต่อไป+ 25 ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “เรายะโฮวาจะพูดและจะทำตามที่พูดโดยไม่ชักช้าเลย+ ชนชาติที่ชอบกบฏ เราจะพูดและทำตามที่พูดในสมัยของพวกเจ้านี่แหละ!”’”+
26 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 27 “ลูกมนุษย์ ชาวอิสราเอลพูดกันว่า ‘กว่านิมิตที่เขาเห็นจะเป็นจริงก็อีกนาน เขาพยากรณ์ถึงอนาคตที่ยังอยู่อีกไกล’+ 28 ดังนั้น ให้เจ้าบอกพวกเขาว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดพูดอย่างนี้ “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราจะทำตามที่พูดโดยไม่ชักช้า ทุกคำที่เราพูดไว้จะเป็นจริง’”’”
13 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 2 “ลูกมนุษย์ เจ้าต้องพยากรณ์เกี่ยวกับพวกผู้พยากรณ์ของอิสราเอล+ และพูดกับคนที่คิดคำพยากรณ์ขึ้นเองว่า+ ‘ให้พวกคุณฟังคำของพระยะโฮวา 3 พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดพูดว่า “พวกผู้พยากรณ์โง่ ๆ ที่พยากรณ์ตามความคิดของตัวเองจะต้องพินาศ พวกเขาพยากรณ์ทั้งที่ไม่ได้รับนิมิตอะไรเลย+ 4 ชาวอิสราเอล พวกผู้พยากรณ์ของพวกเจ้าเป็นเหมือนหมาจิ้งจอกที่อยู่กลางซากปรักหักพัง 5 พวกเจ้าจะไม่ไปซ่อมรอยแตกบนกำแพงหินให้ชาวอิสราเอล+ เพื่อชาวอิสราเอลจะยืนหยัดต่อสู้ได้ในวันของพระยะโฮวา”+ 6 “พวกเขาเห็นนิมิตหลอก ๆ และพยากรณ์เรื่องโกหก พวกเขาบอกว่า ‘พระยะโฮวาพูดอย่างนี้’ ทั้ง ๆ ที่พระยะโฮวาไม่ได้ส่งพวกเขาไป และพวกเขาก็รอให้คำพยากรณ์ของตัวเองเป็นจริง”+ 7 “พวกเจ้าเห็นนิมิตหลอก ๆ และพยากรณ์เรื่องโกหก พวกเจ้าบอกว่า ‘พระยะโฮวาพูดอย่างนี้’ ทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้พูดอะไรเลย”’
8 “ดังนั้น พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เรายะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกอย่างนี้ “เพราะพวกเจ้าโกหกและนิมิตของพวกเจ้าเป็นเรื่องหลอกลวง เราจะจัดการพวกเจ้า”+ 9 เราจะลงมือจัดการพวกผู้พยากรณ์ที่เห็นนิมิตหลอก ๆ และพยากรณ์เรื่องโกหก+ พวกเขาจะไม่ได้อยู่ในกลุ่มคนที่สนิทกับเรา จะไม่มีชื่อพวกเขาเขียนไว้ในรายชื่อประชาชนชาวอิสราเอล และพวกเขาจะไม่ได้กลับไปที่แผ่นดินอิสราเอล แล้วพวกเจ้าจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด+ 10 ทั้งหมดนี้เป็นเพราะพวกเขาชักจูงประชาชนของเราให้หลงผิดโดยบอกว่า “มีสันติสุข!” ทั้ง ๆ ไม่มีสันติสุขเลย+ ตอนที่สร้างผนัง พวกเขาก็เอาปูนขาวมาฉาบผนังนั้น’*+
11 “ไปบอกคนที่เอาปูนขาวมาฉาบผนังว่า ผนังนั้นจะพังทลาย จะมีฝนตกหนัก ลูกเห็บ และพายุรุนแรงที่ทำให้ผนังนั้นพังลงมา+ 12 และเมื่อผนังพังลงมา จะมีคนถามพวกเจ้าว่า ‘ไหนล่ะปูนขาวที่พวกคุณฉาบไว้?’+
13 “ดังนั้น พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราจะทำให้พายุพัดกระหน่ำเพราะเราโกรธมาก เราจะทำให้ฝนตกหนักเพราะเราโมโห และเราจะทำให้ลูกเห็บตกลงมาเพราะเราโกรธจัด 14 เราจะรื้อผนังที่เจ้าเอาปูนขาวฉาบไว้และทำให้มันพังราบอยู่กับพื้นจนมองเห็นฐานราก เมื่อเมืองนี้พังพินาศ เจ้าจะตายอยู่ในเมือง แล้วเจ้าจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา’
15 “‘ตอนที่เราระบายความโกรธใส่ผนังและใส่คนที่เอาปูนขาวฉาบผนังนั้น เราจะพูดกับพวกเจ้าว่า “ไม่มีผนังแล้ว และคนที่เอาปูนขาวฉาบผนังก็ไม่เหลือแล้ว+ 16 พวกผู้พยากรณ์ของอิสราเอลไม่อยู่แล้ว คนพวกนี้พยากรณ์เรื่องกรุงเยรูซาเล็มและเห็นนิมิตว่าจะมีสันติสุขในเมืองนี้ทั้ง ๆ ที่ไม่มีสันติสุขเลย”’+ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้
17 “ส่วนเจ้า ลูกมนุษย์ ให้เจ้าหันหน้าไปทางพวกผู้หญิงที่เป็นเพื่อนร่วมชาติของเจ้าซึ่งคิดคำพยากรณ์ขึ้นเอง แล้วให้เจ้าพยากรณ์เกี่ยวกับคนพวกนั้นว่า 18 ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “พวกผู้หญิงที่เย็บสายรัดแขน*สำหรับทุกคนและทำผ้าคลุมหัวทุกขนาดเพื่อล่าชีวิตคนอื่นจะเจอหายนะ! พวกเจ้าล่าชีวิตประชาชนของเรา แล้วพวกเจ้าคิดหรือว่าจะรักษาชีวิตของตัวเองไว้ได้? 19 พวกเจ้าจะดูหมิ่นเราต่อหน้าประชาชนของเราเพื่อจะได้ข้าวบาร์เลย์ไม่กี่กำมือกับเศษขนมปังไม่กี่ชิ้นหรือ?+ พวกเจ้าฆ่าคนที่ไม่ควรถูกฆ่าและไว้ชีวิตคนที่ไม่ควรมีชีวิตอยู่ พวกเจ้าทำอย่างนั้นโดยโกหกประชาชนของเราและพวกเขาก็เชื่อคำพูดของพวกเจ้า”’+
20 “ดังนั้น พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘ผู้หญิงทั้งหลาย เรากำลังจะทำลายสายรัดแขนที่พวกเจ้าใช้ล่าคนอื่นเหมือนล่านก เราจะกระชากมันออกจากแขนพวกเจ้าและเราจะปล่อยตัวคนที่พวกเจ้าล่าเหมือนล่านกให้เป็นอิสระ 21 เราจะฉีกผ้าคลุมหัวของพวกเจ้าและจะช่วยประชาชนของเราให้พ้นเงื้อมมือพวกเจ้า พวกเขาจะไม่เป็นเหยื่อให้พวกเจ้าล่าอีก แล้วพวกเจ้าจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา+ 22 พวกเจ้าทำให้คนดีท้อใจด้วยเรื่องโกหกของพวกเจ้า+ ทั้ง ๆ ที่เราไม่อยากให้พวกเขาเป็นทุกข์* พวกเจ้าสนับสนุนคนชั่ว+ พวกเขาจึงไม่เลิกทำชั่วเพื่อจะมีชีวิตอยู่ต่อไป+ 23 ดังนั้น ผู้หญิงทั้งหลาย พวกเจ้าจะไม่เห็นนิมิตหลอก ๆ และจะไม่ได้ทำนายอีกต่อไป+ เราจะช่วยประชาชนของเราให้พ้นเงื้อมมือพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา’”
14 พวกผู้นำ*ของชาวอิสราเอลบางคนมานั่งตรงหน้าผม+ 2 แล้วพระยะโฮวาก็ส่งข่าวมาถึงผมว่า 3 “ลูกมนุษย์ คนพวกนี้ไม่ยอมเลิกนมัสการรูปเคารพที่น่าขยะแขยง*ของตัวเอง และพวกเขาเป็นต้นเหตุให้ประชาชนหลงทำบาป เราควรยอมให้พวกเขาถามเราหรือ?+ 4 ไปบอกพวกเขาว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “ถ้าชาวอิสราเอลคนไหนไม่ยอมเลิกนมัสการรูปเคารพที่น่าขยะแขยงของตัวเองและเป็นต้นเหตุให้ประชาชนหลงทำบาปแล้วยังจะมาถามผู้พยากรณ์อีก เรายะโฮวาจะตอบเขาให้สมกับที่เขามีรูปเคารพที่น่าขยะแขยงมากมาย 5 เราจะทำให้ชาวอิสราเอลหวาดกลัว เพราะพวกเขาทุกคนทิ้งเราไปนมัสการรูปเคารพที่น่าขยะแขยงของตัวเอง”’+
6 “ดังนั้น ไปบอกชาวอิสราเอลว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “กลับมาเถอะ ทิ้งรูปเคารพที่น่าขยะแขยงของพวกเจ้าและเลิกทำสิ่งที่น่าเกลียดเหล่านั้นซะ+ 7 เพราะถ้าชาวอิสราเอลหรือชาวต่างชาติคนไหนในอิสราเอลทิ้งเราไปนมัสการรูปเคารพที่น่าขยะแขยงของตัวเองและเป็นต้นเหตุให้ประชาชนหลงทำบาป แล้วก็ยังมาถามผู้พยากรณ์ของเราอีก+ เรายะโฮวาจะตอบเขาด้วยตัวเอง 8 เราจะจัดการคนนั้น และจะทำให้เขาเป็นตัวอย่างเตือนใจและถูกเยาะเย้ย เราจะกำจัดเขาออกไปจากประชาชนของเรา+ แล้วพวกเจ้าจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา”’
9 “‘แต่ถ้าผู้พยากรณ์ถูกหลอกและตอบเขาไป เรายะโฮวานี่แหละที่หลอกผู้พยากรณ์คนนั้น+ แล้วเราก็จะจัดการเขาและกำจัดเขาออกไปจากอิสราเอลประชาชนของเรา 10 พวกเขาจะมีความผิด และคนที่มาถามจะมีความผิดเหมือนผู้พยากรณ์ 11 เพื่อชาวอิสราเอลจะเลิกหันหลังให้เราและเลิกทำให้ตัวเองแปดเปื้อนเพราะความผิดทุกอย่าง แล้วพวกเขาจะเป็นประชาชนของเราและเราจะเป็นพระเจ้าของพวกเขา’+ เรายะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้”
12 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 13 “ลูกมนุษย์ ถ้าแผ่นดินไหนไม่ซื่อสัตย์ต่อเรา เราจะต่อสู้แผ่นดินนั้นและจะทำลายแหล่งอาหาร*ในแผ่นดินนั้น+ เราจะทำให้เกิดความอดอยาก+และจะทำลายคนกับสัตว์ในแผ่นดินนั้น”+ 14 “เรายะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘ถึงโนอาห์+ ดาเนียล+ และโยบ+จะอยู่ในแผ่นดินนั้น พวกเขาทั้งสามก็จะช่วยแต่ตัวเองให้รอดเท่านั้นเพราะพวกเขามีความถูกต้องชอบธรรม’”+
15 “‘หรือถ้าเราให้มีสัตว์ป่าดุร้ายเข้ามาในแผ่นดินและให้พวกมันฆ่าคนมากมายจนแผ่นดินนั้นร้างเปล่าและไม่มีคนผ่านไปมาเพราะกลัวสัตว์ป่าเหล่านั้น+ 16 เราสาบานโดยเอาตัวเราเป็นประกันว่า ถึงสามคนนี้จะอยู่ในแผ่นดินนั้น พวกเขาก็จะช่วยลูกชายลูกสาวของตัวเองให้รอดไม่ได้ พวกเขาจะช่วยได้แต่ตัวเองเท่านั้น และแผ่นดินนั้นจะร้างเปล่า’ เรายะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้”
17 “‘หรือถ้าเราส่งดาบมาจัดการแผ่นดินนั้น+ และสั่งว่า “ให้ดาบไปทั่วแผ่นดิน” เพื่อทำลายทั้งคนและสัตว์ในแผ่นดิน+ 18 เราสาบานโดยเอาตัวเราเป็นประกันว่า ถึงสามคนนี้จะอยู่ในแผ่นดินนั้น พวกเขาก็จะช่วยลูกชายลูกสาวของตัวเองให้รอดไม่ได้ พวกเขาจะช่วยได้แต่ตัวเองเท่านั้น’ เรายะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้”
19 “‘หรือถ้าเราให้มีโรคระบาดในแผ่นดินนั้น+และเราระบายความโกรธต่อแผ่นดินนั้นโดยให้คนและสัตว์ล้มตาย 20 เราสาบานโดยเอาตัวเราเป็นประกันว่า ถึงโนอาห์+ ดาเนียล+ และโยบ+จะอยู่ในแผ่นดินนั้น พวกเขาก็จะช่วยลูกชายลูกสาวของตัวเองให้รอดไม่ได้ พวกเขาจะช่วยได้แต่ตัวเองเท่านั้นเพราะพวกเขามีความถูกต้องชอบธรรม’+ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้”
21 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘จะเป็นอย่างนั้นแหละเมื่อเราลงโทษกรุงเยรูซาเล็มด้วยภัยพิบัติ 4 อย่าง+ คือ ดาบ ความอดอยาก สัตว์ป่าดุร้าย และโรคระบาด+ เพื่อทำลายคนและสัตว์ในเมืองนั้น+ 22 แต่จะมีชายหญิงบางคนที่เหลืออยู่ในแผ่นดินนั้นรอดชีวิตและถูกพาออกมา+ พวกเขาจะมาหาพวกเจ้า และเมื่อพวกเจ้าเห็นการกระทำของพวกเขา พวกเจ้าจะเข้าใจว่าทำไมเราถึงทำให้กรุงเยรูซาเล็มเจอหายนะและลงโทษเมืองนี้’”
23 “‘พวกเจ้าจะเข้าใจเมื่อพวกเจ้าเห็นการกระทำของพวกเขา แล้วพวกเจ้าจะรู้ว่าที่เราต้องลงโทษเมืองนี้มีเหตุผลสมควรแล้ว’+ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้”
15 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 2 “ลูกมนุษย์ ไม้จากต้นองุ่นจะเทียบกับไม้จากต้นไม้หรือกิ่งไม้อื่นในป่าได้หรือ? 3 เสาจากไม้องุ่นจะเอาไปทำอะไรได้หรือ? ใครจะเอามันไปทำหมุดแขวนข้าวของได้หรือ? 4 มันถูกโยนลงในไฟให้เป็นเชื้อเพลิง และไฟก็ไหม้ปลายทั้งสองข้างและเผาตรงกลางจนเกรียม แล้วจะใช้มันทำอะไรได้อีก? 5 แม้แต่ตอนที่ยังไม่ไหม้ มันก็ยังใช้ทำอะไรไม่ได้ แล้วพอมันถูกเผาจนเกรียมมันจะมีประโยชน์อะไร?”
6 “ดังนั้น พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราจะจัดการกับคนที่อยู่ในกรุงเยรูซาเล็มเหมือนที่เราเอาไม้องุ่นในป่ามาทำเป็นเชื้อเพลิง+ 7 เราได้ลงโทษพวกเขา และพวกเขาก็หนีจากไฟนั้นได้ แต่ไฟจะเผาพวกเขาอยู่ดี แล้วพวกเจ้าจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวาเมื่อเราลงโทษพวกเขา’”+
8 “‘เราจะทำให้แผ่นดินนี้ร้างเปล่า+เพราะพวกเขาไม่ซื่อสัตย์’+ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้”
16 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 2 “ลูกมนุษย์ เจ้าต้องไปบอกกรุงเยรูซาเล็มเรื่องการกระทำที่น่ารังเกียจของคนในเมืองนี้+ 3 เจ้าต้องพูดว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกกรุงเยรูซาเล็มว่า “เจ้าเกิดมาในแผ่นดินของชาวคานาอัน พ่อของเจ้าเป็นชาวอาโมไรต์+ และแม่ของเจ้าเป็นชาวฮิตไทต์+ 4 ในวันที่เจ้าเกิดมา ไม่มีใครตัดสายสะดือให้เจ้า ไม่มีใครอาบน้ำให้ ไม่มีใครเอาเกลือทาตัวและเอาผ้าห่อตัวเจ้าไว้ 5 ไม่มีใครสงสารเจ้ามากพอที่จะทำสิ่งเหล่านั้นให้ ไม่มีใครเมตตาเจ้า แต่เจ้าถูกโยนทิ้งไว้กลางทุ่งเพราะมีคนเกลียดเจ้าตั้งแต่วันที่เจ้าเกิดมา
6 “‘“เมื่อเราผ่านมาก็เห็นเจ้านอนดิ้นอยู่ในกองเลือดของตัวเอง ตอนที่เจ้านอนอยู่ในกองเลือดนั้น เราพูดว่า ‘เจ้าต้องอยู่ต่อไป!’ เราพูดกับเจ้าตอนที่เจ้านอนอยู่ในกองเลือดว่า ‘เจ้าต้องอยู่ต่อไป!’ 7 แล้วเราก็ทำให้เจ้ามีคนมากมายเหมือนต้นไม้ที่งอกงามอยู่ในทุ่ง เจ้าเติบโตและสูงขึ้น เจ้าสวมเครื่องประดับที่งามที่สุด หน้าอกของเจ้าเต่งตึงและผมของเจ้ายาวสวย แต่เจ้าก็ยังเปลือยเปล่าและไม่มีผ้าคลุมกาย”’
8 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เมื่อเราผ่านมาและเห็นว่าเจ้าโตพอจะรู้จักความรักแล้ว เราก็เอาผ้าของเราคลุมตัวให้เจ้า+ แล้วเราก็ปฏิญาณและทำสัญญากับเจ้า เจ้าจึงเป็นของเรา 9 เราอาบน้ำให้เจ้า ล้างเลือดที่อยู่บนตัวเจ้า และเอาน้ำมันทาตัวให้+ 10 เราให้เจ้าใส่ชุดผ้าปักและใส่รองเท้าหนังอย่างดี* เราเอาผ้าลินินเนื้อดีพันให้เจ้าและให้เจ้าสวมเสื้อผ้าราคาแพง 11 เราให้เจ้าสวมเครื่องประดับ สวมกำไลมือและสร้อยคอ 12 แล้วเราก็ยังใส่ห่วงจมูก ใส่ตุ้มหู และสวมมงกุฎที่งดงามให้เจ้า 13 เจ้าสวมเครื่องประดับทองคำและเงิน เสื้อผ้าของเจ้าก็ทำด้วยผ้าลินินเนื้อดีราคาแพงและปักอย่างงดงาม อาหารของเจ้าคือแป้งละเอียด น้ำผึ้ง และน้ำมัน เจ้าโตขึ้นเป็นหญิงสาวที่สวยมาก+และเหมาะจะเป็นราชินี’”
14 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘ชื่อเสียงของเจ้าเลื่องลือไปถึงประเทศต่าง ๆ+เพราะความสวยของเจ้า เจ้างามไม่มีที่ติเพราะสง่าราศีของเราอยู่กับเจ้า’”+
15 “‘แต่เจ้ามั่นใจในความงามของตัวเอง+ และใช้ชื่อเสียงของเจ้าเพื่อขายตัวเหมือนโสเภณี+ เจ้านอนกับทุกคนที่ผ่านไปมา+ และยอมทอดกายให้พวกเขา 16 เจ้าใช้เสื้อผ้าสีสดใสของเจ้าตกแต่งสถานบูชาบนที่สูงที่เจ้าไปขายตัว+ เรื่องอย่างนี้ไม่ควรเกิดขึ้นเลย 17 เจ้ายังเอาเครื่องประดับสวย ๆ ที่ทำจากทองและเงินซึ่งเราให้เจ้าไว้มาทำเป็นรูปปั้นผู้ชาย แล้วก็นอนกับรูปปั้นพวกนั้น+ 18 เจ้าเอาชุดผ้าปักของเจ้าคลุมรูปปั้นพวกนั้นไว้ และเอาน้ำมันกับเครื่องหอมของเราไปถวายรูปปั้นพวกนั้น+ 19 ส่วนอาหารที่ทำจากแป้งละเอียด น้ำมัน และน้ำผึ้งที่เรายกให้เจ้า เจ้าก็เอาไปถวายรูปปั้นพวกนั้นเป็นเครื่องบูชาที่มีกลิ่นหอม*+ เจ้าทำอย่างนี้จริง ๆ’ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกอย่างนี้”
20 “‘เจ้าเอาลูกชายลูกสาวที่เจ้ามีกับเรา+ไปบูชายัญแก่รูปเคารพต่าง ๆ+ เจ้าทำตัวเป็นโสเภณียังไม่พออีกหรือ? 21 เจ้าฆ่าลูกชายของเราแล้วเผาบูชายัญพวกเขา+ 22 ตอนที่เจ้าทำสิ่งน่ารังเกียจเหล่านี้และทำตัวเป็นโสเภณีนั้น เจ้าไม่ได้คิดถึงสมัยที่เจ้ายังเด็กและนอนดิ้นอยู่ในกองเลือดของตัวเองโดยไม่มีผ้าคลุมกาย 23 เพราะความชั่วช้าเลวทรามของเจ้า เจ้าจะต้องพินาศ’+ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้ 24 ‘เจ้าสร้างเนินดินและสร้างที่สูงสำหรับตัวเองไว้ในลานสาธารณะทุกแห่ง 25 เจ้าสร้างสถานบูชาไว้ตามที่เด่น ๆ บนถนนทุกสาย และเจ้าทำให้ความงามของเจ้ากลายเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจเพราะเจ้าทอดกายให้กับทุกคนที่ผ่านไปมา+ เจ้าขายตัวมากกว่าเดิมอีก+ 26 เจ้าขายตัวให้พวกลูกชายของอียิปต์+เพื่อนบ้านของเจ้าที่มักมากในกาม เจ้าทำให้เราโกรธด้วยการทำตัวเป็นโสเภณีนับครั้งไม่ถ้วน 27 ดังนั้น เราจะจัดการเจ้าและทำให้เจ้ามีอาหารน้อยลง+ เราจะปล่อยให้พวกผู้หญิงที่เกลียดเจ้าจัดการเจ้าตามใจชอบ+ คือชาวฟีลิสเตียที่ตกตะลึงเพราะความชั่วช้าลามกของเจ้า+
28 “‘แต่เจ้าก็ไม่รู้จักอิ่มไม่รู้จักพอ เจ้ายังไปขายตัวให้พวกลูกชายของอัสซีเรียอีก+ พอขายตัวให้พวกเขาแล้ว เจ้าก็ยังไม่หนำใจอยู่ดี 29 เจ้าจึงขายตัวมากขึ้นอีกในแผ่นดินของพวกพ่อค้า*และขายตัวให้ชาวเคลเดีย+ แต่เจ้าก็ยังไม่หนำใจ’ 30 พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘หัวใจเจ้าชั่ว*จริง ๆ*เมื่อเจ้าทำสิ่งเหล่านี้ เจ้าทำตัวเหมือนโสเภณีที่ไร้ยางอาย+ 31 แต่เมื่อเจ้าสร้างสถานบูชาไว้ตามที่เด่น ๆ บนถนนทุกสายและสร้างที่สูงสำหรับตัวเองไว้ในลานสาธารณะทุกแห่ง เจ้าไม่ได้ทำเหมือนโสเภณี เพราะเจ้าไม่รับค่าจ้าง 32 เจ้าเป็นภรรยาที่เล่นชู้ซึ่งรักคนแปลกหน้าแทนที่จะรักสามีตัวเอง!+ 33 ผู้คนให้ของขวัญโสเภณี+ แต่เจ้ากลับเป็นฝ่ายให้ของขวัญกับทุกคนที่มีความใคร่ในตัวเจ้า+ เจ้าติดสินบนพวกเขาเพื่อจ้างพวกเขาจากทุกหนทุกแห่งให้มาเล่นชู้กับเจ้า+ 34 เจ้าต่างจากโสเภณีคนอื่น ๆ ไม่มีใครทำตัวเหมือนเจ้าเลย! เจ้าให้ค่าจ้างคนอื่น แทนที่คนอื่นจะให้ค่าจ้างเจ้า เจ้าทำตรงข้ามกับเขาหมด’
35 “ดังนั้น เจ้าโสเภณี+ ขอให้ฟังคำของพระยะโฮวา 36 พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เพราะเจ้ามีความใคร่มากเหลือเกิน เจ้าเปลือยกายเพื่อขายตัวให้กับชู้รักและเล่นชู้กับรูปเคารพที่น่ารังเกียจและน่าขยะแขยง*ของเจ้า+ จนถึงกับเอาเลือดลูก ๆ ของเจ้าไปเป็นเครื่องบูชา+ 37 ดังนั้น เราจะรวบรวมชู้รักทุกคนที่เจ้าเคยปรนเปรอ ทั้งคนที่เจ้ารักและคนที่เจ้าเกลียด เราจะรวบรวมพวกเขาจากทุกหนทุกแห่งมาต่อสู้เจ้า เราจะทำให้เจ้าเปลือยกายต่อหน้าพวกเขาและพวกเขาจะเห็นเจ้าเปลือยล่อนจ้อน+
38 “‘เราจะลงโทษเจ้าโดยให้เจ้าได้รับโทษแบบเดียวกับผู้หญิงที่เล่นชู้+และฆ่าคน+ เจ้าจะต้องตายเพราะเราโกรธและโมโหที่เจ้าไม่ซื่อสัตย์+ 39 เราจะให้เจ้าตกอยู่ในมือพวกเขา พวกเขาจะทำลายเนินดินและรื้อสถานบูชาบนที่สูงของเจ้า+ พวกเขาจะเอาเสื้อผ้า+และเครื่องประดับสวย ๆ ของเจ้าไปหมด+ แล้วทิ้งเจ้าไว้ให้เปลือยกาย 40 พวกเขาจะพาคนมากมายมาต่อสู้เจ้า+ เอาหินขว้างเจ้า+ และเอาดาบฟันเจ้าให้ตาย+ 41 พวกเขาจะเอาไฟเผาบ้านเจ้า+และลงโทษเจ้าต่อหน้าผู้หญิงมากมาย เราจะทำให้เจ้าเลิกทำตัวเป็นโสเภณี+ และเจ้าจะเลิกจ่ายค่าจ้าง 42 เราจะระบายความโกรธใส่เจ้าจนพอใจ+ แล้วเราจะไม่โกรธเจ้าอีก+ เราจะหายโกรธและไม่โมโหเจ้าอีก’
43 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เพราะเจ้าไม่นึกถึงตอนที่เจ้ายังเด็ก+และเจ้าทำให้เราโกรธด้วยการทำสิ่งเหล่านี้ เราจะให้เจ้ารับผลจากการกระทำของตัวเอง เจ้าจะได้เลิกทำตัวชั่วช้าลามกและเลิกทำสิ่งที่น่าเกลียด
44 “‘คอยดูเถอะ พวกเขาจะยกภาษิตข้อนี้มาใช้กับเจ้า “แม่เป็นอย่างไร ลูกก็เป็นอย่างนั้น”+ 45 เจ้าก็เหมือนแม่ของเจ้าที่ดูถูกสามีกับลูก ๆ และเหมือนพี่สาวน้องสาวของเจ้าที่ดูถูกสามีกับลูก ๆ แม่ของเจ้าเป็นชาวฮิตไทต์ พ่อของเจ้าเป็นชาวอาโมไรต์’”+
46 “‘พี่สาวของเจ้าคือสะมาเรีย+ซึ่งอยู่ทางเหนือของเจ้า*กับพวกลูกสาว*ของเธอ+ ส่วนน้องสาวของเจ้าคือโสโดม+ซึ่งอยู่ทางใต้ของเจ้า*กับพวกลูกสาวของเธอ+ 47 เจ้าไม่เพียงทำสิ่งที่น่ารังเกียจเหมือนคนพวกนั้น แต่แค่ไม่นานเจ้าก็ทำตัวชั่วช้าเลวทรามยิ่งกว่าพวกนั้นอีก’+ 48 พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราสาบานโดยเอาตัวเราเป็นประกันว่า โสโดมน้องสาวของเจ้ากับลูกสาวของเธอก็ยังไม่เคยทำตัวเหมือนเจ้ากับลูกสาวของเจ้าเลย 49 ความผิดของโสโดมน้องสาวของเจ้าคือ เธอกับพวกลูกสาว+ทำตัวหยิ่ง+ พวกเขามีอาหารมากมาย+และอยู่อย่างสุขสบายไร้กังวล+ แต่พวกเขาไม่ช่วยเหลือคนที่ทุกข์ลำบากและยากจน+ 50 พวกเขาไม่เลิกทำตัวเย่อหยิ่ง+และยังทำสิ่งที่น่ารังเกียจต่อหน้าเรา+ เราจึงต้องกำจัดพวกเขา+
51 “‘สะมาเรีย+ก็ยังทำบาปไม่ถึงครึ่งของเจ้าด้วยซ้ำ เจ้าทำสิ่งที่น่ารังเกียจมากกว่าพวกเขาอีก และสิ่งน่ารังเกียจทั้งหมดที่เจ้าทำนั้นทำให้พี่สาวกับน้องสาวของเจ้าดูเป็นคนดีไปเลย+ 52 ตอนนี้เจ้าจะต้องขายหน้าเพราะเจ้าได้ทำให้การกระทำของพี่สาวกับน้องสาวของเจ้ากลายเป็นเรื่องถูกต้องไปแล้ว เพราะบาปของเจ้าน่ารังเกียจยิ่งกว่าของพวกเขา พวกเขาจึงกลายเป็นคนดียิ่งกว่าเจ้า ดังนั้น ตอนนี้เจ้าจะต้องอับอายขายหน้าที่ทำให้พี่สาวกับน้องสาวของเจ้าดูเหมือนเป็นคนดี’
53 “‘และเราจะรวบรวมพวกเขาที่เป็นเชลยกลับมา คือโสโดมกับลูกสาวและสะมาเรียกับลูกสาว และเราจะรวบรวมพวกเจ้าที่เป็นเชลยกลับมาพร้อมกับคนเหล่านั้น+ 54 เจ้าจะได้อับอายขายหน้าเพราะเจ้าทำให้พวกเขารู้สึกดีขึ้น 55 พี่สาวกับน้องสาวของเจ้า คือโสโดมกับลูกสาวและสะมาเรียกับลูกสาวจะกลับสู่สภาพเดิม และเจ้ากับลูกสาวของเจ้าก็จะกลับสู่สภาพเดิมด้วย+ 56 เจ้าไม่อยากจะพูดถึงโสโดมน้องสาวของเจ้าด้วยซ้ำตอนที่เจ้ายังหยิ่งยโส 57 ก่อนที่ความชั่วของเจ้าจะถูกเปิดโปง+ แต่ตอนนี้ลูกสาวของซีเรียกับเพื่อนบ้านของพวกเขาจะตำหนิติเตียนเจ้า และลูกสาวของฟีลิสเตีย+ที่อยู่รอบ ๆ เจ้าจะดูหมิ่นเหยียดหยามเจ้า 58 เจ้าจะต้องรับผลจากความชั่วช้าลามกและสิ่งน่ารังเกียจที่เจ้าทำ’ พระยะโฮวาบอกไว้อย่างนี้”
59 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราจะทำกับเจ้าเหมือนที่เจ้าเคยทำ+ เพราะเจ้าดูหมิ่นคำปฏิญาณโดยละเมิดสัญญาของเรา+ 60 แต่เราจะนึกถึงสัญญาที่เราเคยทำกับเจ้าตอนที่เจ้ายังเด็ก และเราจะทำสัญญาถาวรกับเจ้า+ 61 และเมื่อเจ้าต้อนรับพี่สาวน้องสาวของเจ้า เจ้าจะนึกถึงสิ่งที่เจ้าเคยทำและจะอาย+ เราจะยกพวกเขาให้เป็นลูกสาวของเจ้า แต่ไม่ใช่เพราะสัญญาที่เราทำกับเจ้า’
62 “‘เราจะทำสัญญากับเจ้า แล้วเจ้าจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา 63 และเมื่อเราให้อภัย*เจ้าทั้ง ๆ ที่เจ้าทำชั่วขนาดนั้น เจ้าจะจำได้ว่าเคยทำอะไรไว้+และจะอับอายขายหน้าจนไม่กล้าพูดอะไร’+ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้”
17 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 2 “ลูกมนุษย์ ให้เจ้าเล่าเรื่องที่เป็นปริศนาและตัวอย่างเปรียบเทียบให้ชาวอิสราเอลฟัง+ 3 เจ้าต้องพูดว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “นกอินทรีใหญ่ตัวหนึ่ง+มีปีกกว้างและขนปีกยาว มันมีขนเต็มตัวและมีสีสันสดใส มันบินมาจิกยอดต้นสนซีดาร์+ที่เลบานอน+ 4 มันจิกยอดบนสุดของต้นสนแล้วคาบไปที่แผ่นดินของพวกพ่อค้า* มันคาบยอดนั้นไปไว้ในเมืองของพวกพ่อค้า+ 5 แล้วมันก็เอาเมล็ดพืชส่วนหนึ่งจากแผ่นดินนั้น+ไปปลูกในสวนที่มีดินดี และให้เมล็ดนั้นเติบโตขึ้นเหมือนต้นหลิวที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ 6 เมล็ดนั้นงอกขึ้นเป็นต้นองุ่นเตี้ย ๆ+ที่แตกกิ่งใบอยู่กับต้นของมันและงอกรากอยู่ใต้ต้นนั้น เมล็ดนั้นจึงเติบโตเป็นต้นองุ่น แตกยอดอ่อน และแผ่กิ่งก้านสาขา+
7 “‘“แล้วมีนกอินทรีใหญ่อีกตัวหนึ่งบินมา+ มันมีปีกกว้างและขนปีกยาว+ ต้นองุ่นนี้ก็รีบยื่นรากของมันออกจากสวนไปหานกตัวนี้ และยื่นกิ่งใบออกไปหานกเพื่อให้มันรดน้ำให้+ 8 ทั้ง ๆ ที่ต้นองุ่นนี้ถูกปลูกไว้ในสวนที่มีดินดีและอยู่ใกล้แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ เพื่อให้มันแตกกิ่งก้านสาขา เกิดผล และเติบโตเป็นต้นองุ่นที่สูงใหญ่งดงาม”’+
9 “ให้เจ้าพูดว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “ต้นองุ่นนี้จะงอกงามไหม? คงจะมีคนมาถอนรากออกไป+และทำให้ผลของมันเน่าและยอดของมันเหี่ยวแห้งไม่ใช่หรือ?+ มันจะกลายเป็นซากแห้ง ๆ จนไม่ต้องให้คนที่มีแขนแข็งแรงหรือให้หลาย ๆ คนมาถอนรากออกไป 10 แม้จะย้ายมันไปปลูกที่อื่น มันจะงอกงามไหม? เมื่อลมตะวันออกพัดมามันคงจะแห้งตายไม่ใช่หรือ? มันจะเหี่ยวแห้งอยู่ในที่ที่มันงอกขึ้นมานั่นแหละ”’”
11 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 12 “ขอให้เจ้าถามชนชาติที่ชอบกบฏว่า ‘พวกคุณไม่เข้าใจหรือว่าเรื่องนี้หมายถึงอะไร?’ แล้วบอกพวกเขาว่า ‘เห็นไหม กษัตริย์บาบิโลนมาที่กรุงเยรูซาเล็ม และเขาเอาตัวกษัตริย์ของเยรูซาเล็มกับพวกเจ้านายกลับไปที่บาบิโลนด้วย+ 13 แล้วกษัตริย์บาบิโลนก็ทำสัญญากับลูกหลานคนหนึ่งของกษัตริย์+และให้เขาสาบาน+ แล้วก็จับตัวคนสำคัญ ๆ ในแผ่นดินนี้ไป+ 14 เพื่อจะให้อาณาจักรนี้ตกต่ำจนฟื้นตัวไม่ได้อีก และอาณาจักรนี้ต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้เท่านั้นจึงจะอยู่ต่อไปได้+ 15 แต่ในที่สุด เขาก็กบฏต่อกษัตริย์บาบิโลน+โดยส่งคนไปขอม้า+และกองทัพใหญ่จากอียิปต์+ เขาจะทำสำเร็จไหม? คนที่ทำแบบนี้จะรอดพ้นจากการลงโทษไหม? คนที่ผิดสัญญาจะรอดได้ไหม?’+
16 “‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “เราสาบานโดยเอาตัวเราเป็นประกันว่าเขาจะตายในบาบิโลนในแผ่นดินของกษัตริย์*ที่ให้เขา*ขึ้นครองบัลลังก์ เขาได้ดูหมิ่นคำสาบานและละเมิดสัญญาที่ทำไว้กับกษัตริย์องค์นั้น+ 17 กองทัพใหญ่และทหารมากมายของฟาโรห์จะช่วยอะไรเขาไม่ได้+ตอนที่ทหารบาบิโลนมาสร้างเนินดินและกำแพงล้อมกรุงไว้จนทำให้หลายคนล้มตาย 18 เขาดูหมิ่นคำสาบานและละเมิดสัญญา เขาทำสิ่งเหล่านี้ทั้ง ๆ ที่เขาสัญญาแล้ว ดังนั้น เขาจะไม่รอดแน่”’
19 “‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดจึงบอกว่า “เราสาบานโดยเอาตัวเราเป็นประกันว่า เราจะลงโทษเขาเพราะเขาได้ดูหมิ่นคำสาบานของเรา+และละเมิดสัญญาของเรา 20 เราจะเหวี่ยงตาข่ายจับเขา เขาจะติดอยู่ในตาข่ายของเรา+ แล้วเราจะเอาตัวเขาไปที่บาบิโลนและพิพากษาเขาที่นั่นเพราะเขาไม่ซื่อสัตย์ต่อเรา+ 21 ทหารของเขาที่หนีไปจะถูกฆ่า ส่วนคนที่เหลือจะกระจัดกระจายไปทุกทิศทุกทาง+ แล้วพวกเจ้าจะต้องรู้ว่าเรายะโฮวาบอกไว้อย่างนี้”’+
22 “‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “เราจะเอายอดต้นสนซีดาร์ที่สูงสง่า+ไปปลูก และเราจะเด็ดยอดอ่อนจากกิ่งของมัน+ไปปลูกไว้บนภูเขาสูง+ 23 เราจะปลูกมันไว้บนภูเขาสูงของอิสราเอล มันจะแตกกิ่งก้านสาขาและเกิดผล แล้วกลายเป็นต้นสนซีดาร์ที่สูงใหญ่งดงาม นกทุกชนิดจะมาอยู่ใต้ต้นสนนี้และจะอาศัยอยู่ใต้ร่มเงาของมัน 24 แล้วต้นไม้ทุกต้นในทุ่งจะรู้ว่าเรายะโฮวาได้ทำให้ต้นไม้สูงเตี้ยลงและทำให้ต้นไม้เตี้ยสูงขึ้น+ เราได้ทำให้ต้นไม้เขียวสดเหี่ยวแห้งไปและทำให้ต้นไม้ที่เหี่ยวแห้งออกดอก+ เรายะโฮวาได้พูดไว้และเราจะทำอย่างนั้นแน่นอน”’”
18 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 2 “คนในอิสราเอลพูดกันว่า ‘พ่อกินองุ่นเปรี้ยว แต่ลูกเข็ดฟัน’ ภาษิตข้อนี้หมายความว่าอย่างไร?+
3 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราสาบานโดยเอาตัวเราเป็นประกันว่า พวกเจ้าจะไม่ยกภาษิตนี้มาพูดในอิสราเอลอีกแล้ว 4 เพราะทุกชีวิตเป็นของเรา ทั้งชีวิตของพ่อและชีวิตของลูกก็เป็นของเรา คนไหนที่ทำบาปคนนั้นจะตาย
5 “‘สมมุติว่ามีคนหนึ่งเป็นคนดี ทำสิ่งที่ถูกต้องและยุติธรรม 6 เขาไม่กินของที่บูชาแก่รูปเคารพบนภูเขา+ ไม่หวังพึ่งรูปเคารพที่น่าขยะแขยง*ของชาวอิสราเอล ไม่เล่นชู้กับภรรยาของเพื่อนบ้าน+หรือนอนกับผู้หญิงที่มีประจำเดือน+ 7 เขาไม่ข่มเหงใคร+ แต่เขาคืนของที่ลูกหนี้เอามาค้ำประกัน+ เขาไม่ปล้นของของใคร+ แต่เขาแบ่งอาหารของตัวเองให้คนที่หิว+และเอาเสื้อผ้าให้คนที่ไม่มีเสื้อผ้าใส่+ 8 เขาให้ยืมเงินโดยไม่คิดดอกเบี้ยและไม่หากำไรจากคนที่มายืมเงิน+ เขาไม่ทำสิ่งที่ไม่ยุติธรรม+ เขาตัดสินคดีความให้ทั้งสองฝ่ายอย่างยุติธรรม+ 9 เขาเชื่อฟังกฎหมายและคำพิพากษาของเราเพื่อจะทำสิ่งต่าง ๆ อย่างซื่อสัตย์ คนนี้เป็นคนดีและเขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปแน่นอน’+ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้
10 “‘แต่ถ้าเขามีลูกเป็นโจร+หรือฆาตกร+ หรือลูกของเขาทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งต่อไปนี้ 11 (ถึงคนที่เป็นพ่อจะไม่เคยทำ) คือ กินของที่บูชาแก่รูปเคารพบนภูเขา เล่นชู้กับภรรยาของเพื่อนบ้าน 12 ข่มเหงคนยากคนจน+ ปล้นชิงของของคนอื่น ไม่คืนของค้ำประกัน หวังพึ่งรูปเคารพที่น่าสะอิดสะเอียน+ ทำสิ่งน่ารังเกียจ+ 13 และหากำไรจากคนที่มายืมเงินแถมยังคิดดอกเบี้ย+ คนที่เป็นลูกจะตายเพราะเขาทำสิ่งที่น่าเกลียดเหล่านี้ เขาจะถูกประหารแน่นอน และจะตายเพราะความผิดของตัวเอง
14 “‘แต่ถ้าลูกเห็นพ่อทำผิดหลายอย่าง แต่เขาไม่ได้ทำผิดเหมือนพ่อ 15 เขาไม่กินของที่บูชาแก่รูปเคารพบนภูเขา ไม่หวังพึ่งรูปเคารพที่น่าสะอิดสะเอียน ไม่เล่นชู้กับภรรยาของเพื่อนบ้าน 16 เขาไม่ข่มเหงใคร ไม่ยึดของค้ำประกัน ไม่ปล้นชิงของของคนอื่น เขาแบ่งอาหารให้คนที่หิวและเอาเสื้อผ้าให้คนที่ไม่มีเสื้อผ้าใส่ 17 เขาไม่ข่มเหงคนจน เขาไม่หากำไรจากคนที่มายืมเงินหรือคิดดอกเบี้ย เขาทำตามคำพิพากษาและกฎหมายของเรา คนอย่างนี้จะไม่ตายเพราะความผิดของพ่อ เขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปแน่นอน 18 แต่เพราะพ่อของเขาฉ้อโกง ปล้นชิงของของพี่น้อง และทำสิ่งไม่ดีท่ามกลางคนร่วมชาติ พ่อของเขาจะตายเพราะความผิดของตัวเอง
19 “‘แต่พวกเจ้าจะถามว่า “ทำไมลูกไม่ต้องรับโทษเพราะความผิดของพ่อ?” ก็เพราะลูกทำสิ่งที่ยุติธรรมและถูกต้องชอบธรรม เขาเชื่อฟังและทำตามกฎหมายของเราทุกข้อ ดังนั้น เขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปแน่นอน+ 20 คนไหนที่ทำบาปคนนั้นจะตาย+ ลูกไม่ต้องรับโทษเพราะความผิดของพ่อ และพ่อไม่ต้องรับโทษเพราะความผิดของลูก คนดีจะได้รับผลดีเพราะความถูกต้องชอบธรรมของเขาเอง และคนชั่วจะถูกลงโทษเพราะความชั่วของเขา+
21 “‘แต่ถ้าคนชั่วเลิกทำบาปทุกอย่างที่เขาเคยทำ และทำตามกฎหมายของเรา รวมทั้งทำสิ่งที่ยุติธรรมและถูกต้องชอบธรรม เขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปแน่นอน เขาจะไม่ตาย+ 22 เขาจะไม่ต้องรับโทษเพราะความผิดทั้งหมดที่เขาเคยทำ+ เขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพราะเขาทำสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม’+
23 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราไม่ดีใจเลยที่คนชั่วตาย+ แต่เราอยากให้เขาเลิกทำชั่วแล้วมีชีวิตอยู่ต่อไป’+
24 “‘แต่ถ้าคนดีเลิกทำสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมแล้วหันไปทำผิด* และทำสิ่งที่น่าเกลียดเหมือนที่คนชั่วทำ เขาจะมีชีวิตต่อไปไหม? จะไม่มีใครคิดถึงสิ่งดี ๆ ที่เขาเคยทำเลย+ เขาจะตายเพราะเขาไม่ซื่อสัตย์และทำบาป+
25 “‘แต่พวกเจ้าจะพูดว่า “แนวทางของพระยะโฮวาไม่ยุติธรรม”+ ชาวอิสราเอล ขอพวกเจ้าฟังเรา แนวทางของเราไม่ยุติธรรมจริงหรือ?+ แนวทางของพวกเจ้าต่างหากที่ไม่ยุติธรรม!+
26 “‘ถ้าคนดีเลิกทำสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมแล้วหันไปทำผิดและต้องตายเพราะทำอย่างนั้น เขาจะตายเพราะความผิดของเขาเอง
27 “‘แต่ถ้าคนชั่วเลิกทำบาปที่เขาเคยทำและหันมาทำสิ่งที่ยุติธรรมและถูกต้องชอบธรรม เขาจะรักษาชีวิตตัวเองไว้ได้+ 28 ถ้าเขาสำนึกและเลิกทำผิดทุกอย่าง เขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปแน่นอน เขาจะไม่ตาย
29 “‘แต่ชาวอิสราเอลจะพูดว่า “แนวทางของพระยะโฮวาไม่ยุติธรรม” ชาวอิสราเอล แนวทางของเราไม่ยุติธรรมจริงหรือ?+ แนวทางของพวกเจ้าต่างหากที่ไม่ยุติธรรม!’
30 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘ดังนั้น ชาวอิสราเอล เราจะพิพากษาพวกเจ้าตามการกระทำของแต่ละคน+ เลิกเถอะ เลิกทำบาปทุกอย่าง พวกเจ้าจะได้ไม่หลงผิดและมีความผิดเพราะสิ่งเหล่านั้น 31 พวกเจ้าต้องเลิกทำบาปทุกอย่าง+และเปลี่ยนความคิดจิตใจเสียใหม่+ ชาวอิสราเอล ทำไมพวกเจ้าต้องหาเรื่องให้ตัวเองตายด้วย?’+
32 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราไม่อยากให้ใครตายเลย+ ดังนั้น เลิกทำชั่วแล้วมีชีวิตอยู่ต่อไปเถอะ’”+
19 “เจ้าต้องร้องเพลงไว้อาลัยเกี่ยวกับพวกหัวหน้าของอิสราเอล 2 และพูดว่า
‘แม่ของเจ้าเป็นเหมือนสิงโตตัวเมียในหมู่สิงโต
ที่นอนอยู่ท่ามกลางสิงโตหนุ่มที่แข็งแรงและเลี้ยงลูก ๆ ของมัน
3 แม่สิงโตเลี้ยงลูกตัวหนึ่งจนเติบโตเป็นสิงโตหนุ่มที่แข็งแรง+
สิงโตหนุ่มเรียนรู้วิธีฉีกเหยื่อ
และมันกินคนด้วย
4 ชนชาติต่าง ๆ ได้ยินเรื่องของมันแล้วก็ขุดหลุมดักจับมัน
พวกเขาใช้ตะขอเกี่ยวมันและเอาไปที่แผ่นดินอียิปต์+
5 แม่สิงโตรออยู่ แต่พอเห็นว่าไม่มีหวังที่ลูกจะกลับมา
มันก็เลี้ยงลูกอีกตัวหนึ่งให้เป็นสิงโตหนุ่มที่แข็งแรง
6 ลูกสิงโตก็อยู่ในหมู่สิงโตและเติบโตเป็นสิงโตหนุ่มที่แข็งแรง
มันเรียนรู้วิธีฉีกเหยื่อ และมันกินคนด้วย+
7 มันเดินหาเหยื่ออยู่ตามป้อมปราการและทำให้เมืองต่าง ๆ พินาศ
เสียงคำรามของมันดังไปทั่วดินแดนที่ร้างเปล่านั้น+
8 ชาติต่าง ๆ ที่อยู่แถวนั้นจึงมาเหวี่ยงตาข่ายจับมัน
พวกเขาขุดหลุมดักและจับมันได้
9 พวกเขาเอาตะขอลากมันใส่กรงและเอามันไปให้กษัตริย์บาบิโลน
พวกเขาขังมันไว้ที่นั่น เพื่อมันจะได้ไม่ส่งเสียงคำรามตามภูเขาในอิสราเอลอีก
10 แม่ของเจ้าเป็นเหมือนต้นองุ่น*+ที่ปลูกไว้ริมน้ำ
มันเกิดผลและแตกกิ่งก้านสาขาเพราะมีน้ำมากมาย
11 มันมีกิ่งที่แข็งแรงเหมาะจะทำเป็นคทาของผู้ปกครอง
มันเติบโตจนสูงกว่าต้นไม้อื่น ๆ
มันโดดเด่นเพราะมันสูงและมีใบดก
12 แต่แล้วมันก็ถูกถอนด้วยความโกรธ+และถูกเหวี่ยงลงกับพื้น
ลมตะวันออกทำให้ผลของมันแห้ง
กิ่งก้านที่แข็งแรงของมันถูกหักและแห้งไป+ แล้วก็มีไฟมาเผา+
14 ไฟไหม้ลามจากกิ่งเหล่านั้นไปถึงกิ่งอื่น ๆ รวมทั้งผลของมัน
จนไม่มีกิ่งที่แข็งแรงและไม่มีคทาของผู้ปกครองเหลืออยู่เลย+
“‘นี่เป็นเพลงไว้อาลัยและจะเป็นเพลงไว้อาลัยที่ใคร ๆ ก็ร้องกัน’”
20 ในวันที่ 10 เดือน 5 ปีที่ 7 ผู้นำของชาวอิสราเอลบางคนมาหาผมเพื่อถามพระยะโฮวา พวกเขานั่งอยู่ตรงหน้าผม 2 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมว่า 3 “ลูกมนุษย์ ให้เจ้าบอกพวกผู้นำของชาวอิสราเอลว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดพูดอย่างนี้ “พวกเจ้ามาถามเราหรือ? พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราสาบานโดยเอาตัวเราเป็นประกันว่า เราจะไม่ตอบพวกเจ้า’”’+
4 “เจ้าพร้อมจะพิพากษา*พวกเขาไหม? ลูกมนุษย์ เจ้าพร้อมจะพิพากษาพวกเขาไหม? เจ้าต้องบอกให้พวกเขารู้ว่าปู่ย่าตายายของพวกเขาเคยทำสิ่งที่น่าเกลียดอะไรบ้าง+ 5 บอกพวกเขาว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดพูดว่า “ในวันที่เราเลือกอิสราเอลนั้น+ เราได้สาบานไว้กับลูกหลานของยาโคบด้วย และเราได้ให้พวกเขารู้จักเราในแผ่นดินอียิปต์+ เราสาบานไว้กับพวกเขาและพูดว่า ‘เราคือยะโฮวาพระเจ้าของพวกเจ้า’ 6 วันนั้นเราได้สาบานว่าเราจะพาพวกเขาออกจากแผ่นดินอียิปต์ไปยังแผ่นดินที่เราเลือกไว้ให้ ซึ่งเป็นแผ่นดินที่มีน้ำนมและน้ำผึ้งมากมาย+ เป็นแผ่นดินที่สวยที่สุด 7 แล้วเราก็บอกพวกเขาว่า ‘พวกเจ้าทุกคนต้องเอาของน่าเกลียดที่พวกเจ้ากราบไหว้อยู่ทิ้งไปให้หมด อย่าทำให้ตัวเองแปดเปื้อนเพราะรูปเคารพที่น่าขยะแขยง*ของอียิปต์เลย+ เราคือยะโฮวาพระเจ้าของพวกเจ้า’+
8 “‘“แต่พวกเขากบฏต่อเราและไม่ยอมฟังเรา พวกเขาไม่ทิ้งของน่าเกลียดที่พวกเขากราบไหว้และไม่ยอมทิ้งรูปเคารพที่น่าขยะแขยงของอียิปต์+ เราจึงบอกว่าเราจะระบายความโกรธใส่พวกเขาอย่างเต็มที่ในแผ่นดินอียิปต์ 9 แต่เพราะเราเห็นแก่ชื่อของเรา เราจึงทำอะไรบางอย่างเพื่อไม่ให้ชื่อของเราถูกดูหมิ่นท่ามกลางชาติต่าง ๆ ที่พวกเขาไปอยู่+ เพราะชาติเหล่านั้นเห็นแล้วว่าเราทำให้พวกเขา*รู้จักเราตอนที่เราพาพวกเขา*ออกจากแผ่นดินอียิปต์+ 10 ดังนั้น เราจึงพาพวกเขาออกจากแผ่นดินอียิปต์เข้าไปที่กันดาร+
11 “‘“แล้วเราก็ให้พวกเขารู้จักข้อกำหนดและกฎหมายของเรา+เพื่อคนที่ทำตามจะมีชีวิตอยู่+ 12 และเรายังให้พวกเขาถือสะบาโต+เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจระหว่างเรากับพวกเขา+ เพื่อพวกเขาจะรู้ว่าเรายะโฮวาเป็นผู้ทำให้พวกเขาบริสุทธิ์
13 “‘“แต่ชาวอิสราเอลกบฏต่อเราในที่กันดาร+ พวกเขาไม่ทำตามข้อกำหนดและกฎหมายของเรา ซึ่งถ้าใครทำตามก็จะมีชีวิตอยู่ พวกเขาดูหมิ่นสะบาโตของเรา เราจึงบอกว่าเราจะระบายความโกรธต่อพวกเขาในที่กันดารเพื่อกำจัดพวกเขา+ 14 แต่เราก็ไม่ทำ เพื่อไม่ให้ชื่อของเราถูกดูหมิ่นท่ามกลางชาติต่าง ๆ ที่เห็นเราพาพวกเขา*ออกมา+ 15 และเราได้สาบานกับพวกเขาในที่กันดารด้วยว่า เราจะไม่พาพวกเขาเข้าไปในแผ่นดินที่เราได้ยกให้พวกเขา+ ซึ่งเป็นแผ่นดินที่มีน้ำนมและน้ำผึ้งมากมาย+ และเป็นแผ่นดินที่สวยที่สุด 16 เพราะพวกเขาไม่ยอมทำตามข้อกำหนดและกฎหมายของเรา และดูหมิ่นสะบาโตของเรา เพราะหัวใจของพวกเขาหลงไปกับรูปเคารพที่น่าขยะแขยง+
17 “‘“แต่เราสงสารพวกเขา เราจึงไม่ได้ทำลายและไม่ได้กำจัดพวกเขาในที่กันดาร 18 เราบอกลูกหลานของพวกเขาในที่กันดาร+ว่า ‘อย่าทำตามข้อกำหนดและข้อกฎหมายของปู่ย่าตายายของพวกเจ้าเลย+ และอย่าทำให้ตัวเองแปดเปื้อนเพราะรูปเคารพที่น่าขยะแขยงของพวกเขา 19 เราคือยะโฮวาพระเจ้าของพวกเจ้า ขอให้พวกเจ้าทำตามข้อกำหนดและกฎหมายของเราและยึดมั่นกับกฎหมายเหล่านั้น+ 20 ให้พวกเจ้าถือสะบาโตของเรา+ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจระหว่างเรากับพวกเจ้า เพื่อพวกเจ้าจะรู้ว่าเราคือยะโฮวาพระเจ้าของพวกเจ้า’+
21 “‘“แต่ลูกหลานของพวกเขาก็กบฏต่อเรา+ พวกเขาไม่ทำตามข้อกำหนดและกฎหมายของเรา ซึ่งถ้าใครทำตามก็จะมีชีวิตอยู่ พวกเขาดูหมิ่นสะบาโตของเรา เราจึงบอกว่าเราจะระบายความโกรธใส่พวกเขาอย่างเต็มที่ในที่กันดาร+ 22 แต่เราก็ไม่ทำ+ เพื่อไม่ให้ชื่อของเราถูกดูหมิ่นท่ามกลางชาติต่าง ๆ ที่เห็นเราพาพวกเขา*ออกมา+ 23 เรายังสาบานกับพวกเขาในที่กันดารด้วยว่าเราจะทำให้พวกเขากระจัดกระจายไปอยู่ในชาติต่าง ๆ และในดินแดนต่าง ๆ+ 24 เพราะพวกเขาไม่ทำตามข้อกำหนดและกฎหมายของเรา+ พวกเขาดูหมิ่นสะบาโตของเรา และหันไปกราบไหว้รูปเคารพที่น่าขยะแขยงของปู่ย่าตายายของพวกเขา+ 25 และเราก็ปล่อยให้พวกเขาทำตามข้อกำหนดที่ไม่ดีและกฎหมายที่ไม่ช่วยพวกเขาให้มีชีวิตอยู่+ 26 เราปล่อยให้พวกเขาแปดเปื้อนเพราะเครื่องบูชาของพวกเขาเองเมื่อพวกเขาเอาลูกคนโตทุกคนไปเผาบูชายัญ+ เราทำอย่างนั้นเพื่อจะทำลายพวกเขาและพวกเขาจะรู้ว่าเราคือยะโฮวา”’
27 “ดังนั้น ลูกมนุษย์ ไปบอกชาวอิสราเอลว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “ที่ปู่ย่าตายายของพวกเจ้าไม่ซื่อสัตย์ต่อเราก็เป็นการหมิ่นประมาทเราด้วย 28 เราได้พาพวกเขาเข้าไปในแผ่นดินที่เราสาบานไว้ว่าจะยกให้พวกเขา+ แต่พอพวกเขาเห็นที่ไหนมีเขาสูง ๆ และมีต้นไม้เขียวสด+ พวกเขาก็ไปถวายเครื่องบูชาและของน่าเกลียดที่นั่น พวกเขาถวายเครื่องบูชาที่มีกลิ่นหอม*และเทเครื่องบูชาดื่มที่นั่น 29 เราจึงถามพวกเขาว่า ‘ที่พวกเจ้าไปสถานบูชาบนที่สูงนั้นหมายความว่าอย่างไร? (ที่นั่นยังเรียกว่าสถานบูชาบนที่สูงจนถึงทุกวันนี้)’”’+
30 “ดังนั้น ไปบอกชาวอิสราเอลว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “พวกเจ้ากำลังทำให้ตัวเองแปดเปื้อนเหมือนปู่ย่าตายายของพวกเจ้าด้วยการกราบไหว้และขายตัวให้กับรูปเคารพที่น่าขยะแขยงหรือ?+ 31 พวกเจ้ายังทำให้ตัวเองแปดเปื้อนด้วยการเผาบูชายัญลูกของตัวเองให้กับรูปเคารพที่น่าขยะแขยงหรือ?+ ชาวอิสราเอล แล้วเราควรจะตอบพวกเจ้าหรือ?”’+
“พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราสาบานโดยเอาตัวเราเป็นประกันว่าเราจะไม่ตอบพวกเจ้าเลย+ 32 ไม่ว่าพวกเจ้าคิดอะไรอยู่ตอนที่พูดว่า “พวกเราอยากเป็นเหมือนชาติอื่น ๆ และประเทศอื่น ๆ ที่นมัสการไม้และหิน”+ มันจะไม่มีวันเป็นจริง’”
33 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราสาบานโดยเอาตัวเราเป็นประกันว่า เราจะปกครองเป็นกษัตริย์ของพวกเจ้าด้วยพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ และเราจะระบายความโกรธต่อพวกเจ้า+ 34 เราจะพาพวกเจ้าออกมาจากชนชาติต่าง ๆ ด้วยพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่และรวบรวมพวกเจ้าออกจากประเทศต่าง ๆ ที่พวกเจ้ากระจัดกระจายไปอยู่นั้น และเราจะระบายความโกรธต่อพวกเจ้า+ 35 เราจะพาพวกเจ้าเข้าไปในที่กันดารของชาติต่าง ๆ เราจะให้พวกเจ้ามาอยู่ต่อหน้าเราและเราจะพิพากษาพวกเจ้าที่นั่น’+
36 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราจะพิพากษาพวกเจ้าเหมือนที่เราพิพากษาปู่ย่าตายายของพวกเจ้าในที่กันดารของแผ่นดินอียิปต์ 37 เราจะให้พวกเจ้าเดินลอดใต้ไม้เท้าคนเลี้ยงแกะ+และจะให้พวกเจ้าทำสัญญา 38 แต่เราจะกำจัดพวกเจ้าทุกคนที่กบฏและทำผิดต่อเรา+ เราจะพาพวกเขาออกมาจากแผ่นดินที่พวกเขาเข้าไปอยู่อย่างคนต่างชาติ แต่พวกเขาจะไม่ได้เข้าไปในแผ่นดินอิสราเอล+ แล้วพวกเจ้าจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา’
39 “ส่วนชาวอิสราเอล พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกพวกเจ้าว่า ‘ให้พวกเจ้ากราบไหว้รูปเคารพที่น่าขยะแขยงของตัวเองให้เต็มที่เลย+ แต่ถ้าพวกเจ้าไม่เชื่อฟังเราอีก เราจะทิ้งพวกเจ้า และพวกเจ้าจะไม่ได้ดูหมิ่นชื่อที่บริสุทธิ์ของเราด้วยเครื่องบูชาและรูปเคารพที่น่าขยะแขยงของพวกเจ้าอีก’+
40 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘ชาวอิสราเอลทั้งหมดจะรับใช้เราบนภูเขาบริสุทธิ์ของเราในแผ่นดินนั้น+ คือบนภูเขาสูงของอิสราเอล+ เราจะเมตตาพวกเขาที่นั่น และพวกเจ้าจะต้องเอาของถวายกับเครื่องบูชาที่ดีที่สุดมาให้เรา คือของบริสุทธิ์ทุกอย่างของพวกเจ้า+ 41 เพราะพวกเจ้าถวายเครื่องบูชาที่มีกลิ่นหอม* เราจะเมตตาพวกเจ้าเมื่อเราพาพวกเจ้าออกมาจากชนชาติต่าง ๆ และรวบรวมพวกเจ้าออกจากประเทศต่าง ๆ ที่พวกเจ้ากระจัดกระจายไปอยู่นั้น+ แล้วเราจะทำให้ชาติต่าง ๆ เห็นว่าเราเป็นผู้บริสุทธิ์ที่อยู่ท่ามกลางพวกเจ้า’+
42 “‘แล้วพวกเจ้าจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา+ เมื่อเราพาพวกเจ้าไปที่แผ่นดินอิสราเอล+ซึ่งเราสาบานไว้ว่าจะยกให้ปู่ย่าตายายของพวกเจ้า 43 เมื่ออยู่ที่นั่น พวกเจ้าจะจำได้ว่าเคยทำอะไรและทำให้ตัวเองแปดเปื้อนอย่างไร+ แล้วพวกเจ้าจะเกลียดตัวเองเพราะความชั่วต่าง ๆ ที่ทำไป+ 44 ชาวอิสราเอล แล้วพวกเจ้าจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวาเมื่อเราเมตตาพวกเจ้าเพราะเห็นแก่ชื่อของเรา+และเราไม่จัดการพวกเจ้าเพราะความชั่วช้าเสื่อมทรามของพวกเจ้า’ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้”
45 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 46 “ลูกมนุษย์ ให้เจ้าหันหน้าไปทางใต้ เพื่อประกาศให้แผ่นดินทางใต้ได้ยิน และพยากรณ์ให้ป่าไม้ทางใต้รู้ 47 บอกป่าไม้ทางใต้ว่า ‘ขอให้ฟังคำของพระยะโฮวา พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “เรากำลังจะจุดไฟเผาเจ้า+ ไฟนั้นจะเผาต้นไม้ที่เขียวสดและต้นไม้แห้งทุกต้นของเจ้า ไฟนั้นจะไม่ดับ+ และหน้าของทุกคนตั้งแต่ทิศใต้ไปจนถึงทิศเหนือจะไหม้เกรียม 48 แล้วทุกคนจะเห็นว่าเรายะโฮวาเป็นผู้จุดไฟนั้นและมันจะไม่ดับเลย”’”+
49 แล้วผมก็พูดว่า “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด พวกเขากำลังพูดถึงผมว่า ‘เรื่องที่คนนี้พูดก็เป็นแค่ตัวอย่างเปรียบเทียบเท่านั้น’”
21 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 2 “ลูกมนุษย์ ให้เจ้าหันหน้าไปทางกรุงเยรูซาเล็มและประกาศคำพิพากษาต่อที่บริสุทธิ์ทั้งหลาย และพยากรณ์เกี่ยวกับแผ่นดินอิสราเอล 3 บอกแผ่นดินอิสราเอลว่า ‘พระยะโฮวาพูดว่า “เราจะจัดการเจ้า เราจะชักดาบออกจากฝัก+เพื่อกำจัดทั้งคนดีและคนชั่วให้หมดไปจากเจ้า 4 เพราะเราจะกำจัดคนดีกับคนชั่วให้หมด ดังนั้น เราจะชักดาบของเราออกจากฝักและฆ่าฟันทุกคนตั้งแต่ทางใต้จนถึงทางเหนือ 5 ทุกคนจะรู้ว่าเรายะโฮวาได้ชักดาบออกมาแล้ว และเราจะไม่เอาดาบใส่ฝักอีก”’+
6 “ลูกมนุษย์ ให้เจ้าถอนใจด้วยความกลัวและถอนใจด้วยความทุกข์ต่อหน้าพวกเขา+ 7 ถ้าพวกเขาถามเจ้าว่าถอนใจทำไม ก็ให้ตอบว่า ‘เพราะมีข่าวมา’ มันจะมาแน่ และทุกคนจะกลัวจนเสียขวัญ มือทุกคนจะอ่อนแรง ท้อแท้ใจ และเข่าของพวกเขาจะเปียก*+ เรายะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘มันจะมาแน่ และจะเกิดขึ้นแน่’”
8 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 9 “ลูกมนุษย์ เจ้าต้องพยากรณ์ว่า ‘พระยะโฮวาบอกว่า “ให้พูดว่า ‘ดาบ! ดาบเล่มหนึ่ง+ถูกลับและขัดจนขึ้นเงา 10 มันถูกลับไว้เพื่อการสังหารครั้งใหญ่ และถูกขัดจนวาววับเหมือนสายฟ้า’”’”
“พวกเราน่าจะดีใจไม่ใช่หรือ?”
“‘มัน*จะไม่ยอมรับคทาของลูกชายของเรา+เหมือนที่มันไม่ยอมรับต้นไม้ทุกต้นอย่างนั้นหรือ?
11 “‘ดาบนั้นถูกขัดจนขึ้นเงาเพื่อจะถือไว้ มันถูกลับให้คมและขัดจนขึ้นเงาเพื่อให้เพชฌฆาตถือไว้+
12 “‘ลูกมนุษย์ ร้องไห้คร่ำครวญเถอะ+ เพราะดาบนั้นฆ่าฟันประชาชนของเราแล้ว มันฆ่าฟันพวกหัวหน้าของอิสราเอล+ พวกเขาถูกฆ่าฟันพร้อมกับประชาชนของเรา ดังนั้น ให้เจ้าตีต้นขาตัวเองด้วยความเสียใจ 13 เพราะดาบนั้นผ่านการทดสอบแล้ว+ และจะเกิดอะไรขึ้นถ้าดาบไม่ยอมรับคทา? มัน*ก็จะสูญสิ้นไป’+ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้
14 “ลูกมนุษย์ เจ้าต้องพยากรณ์และตบมือ แล้วพูดว่า ‘ดาบ’ 3 ครั้ง ดาบนี้มีไว้เพื่อการฆ่าฟัน การสังหารครั้งใหญ่ และมันล้อมพวกเขาไว้+ 15 พวกเขาจะกลัวจนเสียขวัญ+ และหลายคนจะล้มตายที่ประตูเมือง เราจะฆ่าพวกเขาด้วยดาบ มันวาววับเหมือนสายฟ้าและถูกขัดจนขึ้นเงาเพื่อการฆ่า 16 ฟันไปทางขวา! แล้วก็ฟันไปทางซ้าย! คมของเจ้าหันไปทางไหน ก็ให้ฟันไปทางนั้น 17 เราจะตบมือด้วย และจะระบายความโกรธจนพอใจ+ เรายะโฮวาบอกไว้อย่างนี้”
18 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 19 “ลูกมนุษย์ ให้เจ้าวาดรูปเส้นทาง 2 สายที่จะให้ดาบของกษัตริย์บาบิโลนไป เส้นทาง 2 สายนั้นจะเริ่มต้นจากประเทศเดียวกัน และให้เจ้าทำป้ายบอกทางไว้ตรงทางแยกที่จะแยกไปเมือง 2 เมือง 20 เจ้าต้องวาดเส้นทางหนึ่งซึ่งเป็นทางให้ดาบไปโจมตีเมืองรับบาห์+ของชาวอัมโมน และอีกเส้นทางหนึ่งไปโจมตีกรุงเยรูซาเล็ม+ของยูดาห์ซึ่งเป็นเมืองที่มีป้อมปราการ 21 เพราะกษัตริย์บาบิโลนมาหยุดตรงทางแยกนั้นเพื่อเสี่ยงทาย เขาเขย่าลูกธนู ถามรูปเคารพ* และดูตับสัตว์ 22 ของเสี่ยงทายในมือขวาของเขาชี้ไปทางกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อเขาจะเตรียมเครื่องกระทุ้ง สั่งให้ลงมือสังหาร ให้สัญญาณออกรบ เอาเครื่องกระทุ้งไปพังประตูเมือง ทำเนินดินและกำแพงล้อมเมืองนั้น+ 23 แต่คนเหล่านั้น*ที่สาบานไว้กับพวกเขา*+คิดว่าคำเสี่ยงทายนั้นไม่จริง ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ลืมความผิดของคนเหล่านั้นและจะจับไปเป็นเชลย+
24 “ดังนั้น พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘พวกเจ้าทำให้ไม่มีใครลืมความผิดของพวกเจ้า เพราะพวกเจ้าเปิดโปงความผิดของตัวเองและทำให้บาปทุกอย่างของตัวเองเด่นชัด และเมื่อไม่มีใครลืมพวกเจ้า พวกเจ้าก็จะถูกจับตัวไป’
25 “หัวหน้าของอิสราเอลที่ชั่วช้าและบาดเจ็บเจียนตาย+ เวลาที่เจ้าจะถูกลงโทษขั้นสุดท้ายมาถึงแล้ว 26 พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘ถอดผ้าโพกหัวออก และถอดมงกุฎออกด้วย+ ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม+ ยกคนที่ต่ำต้อยให้สูง+ขึ้นและกดคนที่สูงส่งให้ตกต่ำลง+ 27 เราจะทำลาย ทำลาย ทำลายแผ่นดินนี้และจะไม่มีใครได้ครอบครองแผ่นดินนี้จนกว่าคนที่มีสิทธิ์ตามกฎหมายจะมา+ และเราจะยกอาณาจักรนี้ให้เขา’+
28 “ลูกมนุษย์ เจ้าต้องพยากรณ์ว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดพูดถึงชาวอัมโมนและคำดูหมิ่นของพวกเขา’ ให้พูดว่า ‘ดาบ! ดาบเล่มหนึ่งถูกชักออกมาเพื่อฆ่า มันถูกขัดจนขึ้นเงาเพื่อจะใช้สังหารและมันวาววับเหมือนสายฟ้า 29 แม้จะมีนิมิตหลอก ๆ และคำเสี่ยงทายที่ไม่จริงเกี่ยวกับพวกเจ้า แต่พวกเจ้าจะต้องถูกกองรวมไว้กับคนที่ถูกฆ่า คือพวกคนชั่วซึ่งถึงเวลาที่จะถูกลงโทษขั้นสุดท้ายแล้ว 30 เอาดาบใส่ฝักซะ เราจะพิพากษาพวกเจ้าในที่ที่พวกเจ้าถูกสร้างขึ้น คือในแผ่นดินเกิดของพวกเจ้า 31 เราจะระบายความโกรธต่อพวกเจ้า เราจะพัดไฟแห่งความโกรธใส่พวกเจ้า และเราจะให้พวกเจ้าตกอยู่ในมือของคนโหดร้าย คือคนที่เชี่ยวชาญในการทำลายล้าง+ 32 พวกเจ้าจะกลายเป็นเชื้อไฟ+ เลือดพวกเจ้าจะไหลนองในแผ่นดินนี้ และจะไม่มีใครคิดถึงพวกเจ้าอีกเลย เรายะโฮวาบอกไว้อย่างนี้’”
22 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 2 “ลูกมนุษย์ เจ้าพร้อมจะประกาศคำพิพากษาต่อเมืองนี้ที่มีความผิดฐานฆ่าคนไหม+ และพร้อมจะบอกชาวเมืองนี้ไหมว่าพวกเขาได้ทำสิ่งที่น่าเกลียดอะไรบ้าง?+ 3 เจ้าต้องพูดว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “เมืองที่มีการฆ่าคน+และทำให้ตัวเองแปดเปื้อนด้วยการสร้างรูปเคารพที่น่าขยะแขยง*+ เวลาของเจ้าใกล้จะถึงแล้ว+ 4 การฆ่าคนทำให้เจ้ามีความผิด+ และรูปเคารพที่น่าขยะแขยงทำให้เจ้าไม่สะอาด+ เจ้าทำให้วันพินาศของตัวเองมาถึงเร็วขึ้น เวลาของเจ้าหมดแล้ว ดังนั้น เราจะทำให้ชนทุกชาติด่าว่าและเยาะเย้ยเจ้า+ 5 ทุกประเทศทั้งใกล้และไกลจะเย้ยหยันเจ้า+ เจ้าเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงไม่ดีและมีแต่ความวุ่นวาย 6 หัวหน้าทุกคนของอิสราเอลที่อยู่ในเมืองนี้ใช้อำนาจฆ่าคน+ 7 พวกเขาดูถูกพ่อแม่ตัวเอง+ ฉ้อโกงคนต่างชาติ และข่มเหงลูกกำพร้าพ่อ*และแม่ม่ายในเมืองนี้”’”+
8 “‘พวกเจ้าดูถูกสถานบริสุทธิ์ของเรา และดูหมิ่นสะบาโตของเรา+ 9 ในเมืองนี้มีคนชอบใส่ร้ายที่จงใจฆ่าคน+ พวกเขากินเครื่องบูชาบนภูเขาของเมืองนี้และไม่เลิกทำตัวชั่วช้าลามก+ 10 ในเมืองนี้มีคนที่นอนกับภรรยาของพ่อ+และนอนกับผู้หญิงที่ไม่สะอาดเพราะมีประจำเดือน+ 11 ในเมืองนี้มีคนทำสิ่งที่น่าเกลียดกับภรรยาของเพื่อนบ้าน+ และทำชั่วช้าลามกกับลูกสะใภ้ของตัวเอง+ และมีคนที่ล่วงเกินน้องสาวพ่อเดียวกัน+ 12 ในเมืองนี้มีคนที่รับสินบนเพื่อฆ่าคน+ พวกเจ้าให้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ย+และหากำไรจาก*คนที่มายืมเงิน พวกเจ้ารีดไถเพื่อนบ้าน+ พวกเจ้าลืมเราหมดแล้ว’ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้
13 “‘เราตบมือด้วยความรังเกียจที่พวกเจ้าหากำไรด้วยวิธีทุจริตและฆ่าคนในเมืองนี้ 14 พวกเจ้าจะกล้าหาญและเข้มแข็งอยู่ไหมเมื่อถึงวันที่เรามาจัดการเจ้า?+ เรายะโฮวาบอกไว้และเราจะทำตามนั้น 15 เราจะทำให้พวกเจ้ากระจัดกระจายไปอยู่ในชาติต่าง ๆ และดินแดนต่าง ๆ+ และเราจะกำจัดความไม่สะอาดของพวกเจ้า+ 16 ชาติต่าง ๆ จะดูหมิ่นเจ้า และเจ้าจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา’”+
17 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 18 “ลูกมนุษย์ ชาวอิสราเอลเป็นเหมือนขี้แร่ที่ไม่มีค่าสำหรับเรา พวกเขาทั้งหมดเป็นเหมือนทองแดง ดีบุก เหล็ก และตะกั่วในเตาหลอม พวกเขาเป็นเหมือนขี้แร่ของเงิน+
19 “ดังนั้น พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เพราะพวกเจ้าเป็นเหมือนขี้แร่ที่ไม่มีค่า+ เราจะรวบรวมพวกเจ้าไว้ด้วยกันในกรุงเยรูซาเล็ม 20 เราจะรวบรวมพวกเจ้าไว้ด้วยกันเพราะเราโกรธและโมโหมาก แล้วเราจะพ่นไฟใส่เพื่อให้พวกเจ้าละลาย เหมือนที่เขารวบรวมเงิน ทองแดง เหล็ก ตะกั่ว และดีบุกไว้ในเตาหลอมเพื่อจะเอาไฟเผาให้ละลาย+ 21 เราจะรวบรวมพวกเจ้าไว้ด้วยกันและระบายความโกรธที่เป็นเหมือนไฟใส่พวกเจ้า+ แล้วพวกเจ้าจะละลายอยู่ในเมืองนี้+ 22 พวกเจ้าจะละลายอยู่ในเมืองนี้เหมือนเงินที่ละลายอยู่ในเตาหลอม แล้วพวกเจ้าจะต้องรู้ว่าเรายะโฮวาได้ระบายความโกรธใส่พวกเจ้าแล้ว’”
23 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 24 “ลูกมนุษย์ ให้เจ้าบอกเมืองนี้ว่า ‘เจ้าจะเป็นแผ่นดินที่ไม่ถูกชำระให้สะอาด จะเป็นแผ่นดินที่ไม่มีฝนตกในวันที่เราโกรธ 25 พวกผู้พยากรณ์ในเมืองนี้คบคิดกัน+เหมือนสิงโตที่คำรามและกำลังฉีกเหยื่อ+ พวกเขากัดกินประชาชน พวกเขายึดสมบัติและของมีค่า และทำให้คนในเมืองนี้เป็นม่ายกันมากมาย 26 พวกปุโรหิตในเมืองนี้ฝ่าฝืนกฎหมายของเรา+และดูหมิ่นสถานบริสุทธิ์ของเรา+ พวกเขาไม่ได้แยกระหว่างของบริสุทธิ์กับของธรรมดา+ พวกเขาไม่สอนว่าสิ่งไหนไม่สะอาดและสิ่งไหนสะอาด+ พวกเขาไม่ถือสะบาโตของเรา และพวกเขาดูหมิ่นเรา 27 พวกเจ้านายในเมืองนี้เป็นเหมือนหมาป่าที่ฉีกเหยื่อ พวกเขาทำร้ายและฆ่าประชาชนเพื่อหาผลประโยชน์ด้วยวิธีทุจริต+ 28 แต่พวกผู้พยากรณ์ในเมืองนี้ปกปิดความชั่วของตัวเองเหมือนเอาปูนขาวมาฉาบผนัง พวกเขาเห็นนิมิตหลอก ๆ และทำนายเรื่องไม่จริง+ พวกเขาบอกว่า “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดพูดอย่างนี้” ทั้ง ๆ ที่เรายะโฮวาไม่ได้พูด 29 คนในแผ่นดินนี้ฉ้อโกง ปล้นคนอื่น+ ข่มเหงคนยากคนจน โกงคนต่างชาติและไม่ให้ความยุติธรรมกับพวกเขา’
30 “‘เรากำลังมองหาคนหนึ่งในพวกเขาที่จะซ่อมกำแพงหินหรือยืนอยู่ในรอยแยกของกำแพงนั้นต่อหน้าเราเพื่อปกป้องแผ่นดินนี้ไม่ให้ถูกทำลาย+ แต่เราก็ไม่เจอใครสักคน 31 ดังนั้น เราจะระบายความโกรธใส่พวกเขาและจะใช้ไฟกำจัดพวกเขาเพราะเราโมโหมาก เราจะให้พวกเขาได้รับผลจากการกระทำของพวกเขาเอง’ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้”
23 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 2 “ลูกมนุษย์ มีผู้หญิง 2 คนเป็นลูกแม่เดียวกัน+ 3 พวกเธอเป็นโสเภณีอยู่ในอียิปต์+ พวกเธอขายตัวตั้งแต่เป็นสาว หน้าอกของพวกเธอถูกคลึงเคล้าและถูกจับตั้งแต่เป็นสาวบริสุทธิ์ 4 คนพี่ชื่อโอโฮลาห์* คนน้องชื่อโอโฮลีบาห์* ทั้งสองคนเป็นของเราและคลอดลูกชายลูกสาวให้เรา ส่วนชื่อของพวกเธอนั้น โอโฮลาห์คือสะมาเรีย+ และโอโฮลีบาห์คือเยรูซาเล็ม
5 “โอโฮลาห์เริ่มทำตัวเป็นโสเภณี+ตอนที่เธอยังเป็นของเรา เธอลุ่มหลงชู้รัก+ คือพวกอัสซีเรียที่อยู่ใกล้เคียง+ 6 พวกเขาเป็นเจ้าเมืองแต่งชุดสีน้ำเงินและเป็นข้าราชการ ทุกคนเป็นชายหนุ่มรูปงามนั่งบนหลังม้า 7 เธอขายตัวให้ชนชั้นสูงของอัสซีเรีย และทำตัวเองแปดเปื้อน+ด้วยรูปเคารพที่น่าขยะแขยง*ของคนที่เธอลุ่มหลง 8 เธอไม่เลิกทำตัวเป็นโสเภณีเหมือนที่เคยทำในอียิปต์ คนพวกนั้นนอนกับเธอตั้งแต่เธอเป็นสาว พวกเขาจับหน้าอกเธอตั้งแต่เธอเป็นสาวบริสุทธิ์และระบายความใคร่*กับเธอ+ 9 เราจึงปล่อยให้เธอตกอยู่ในมือของชู้รักที่เธอเคยลุ่มหลง คือพวกอัสซีเรีย+ 10 พวกเขาทำให้เธอเปลือยกาย+ จับลูกชายลูกสาวของเธอไป+ และฆ่าเธอด้วยดาบ เธอกลายเป็นผู้หญิงที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ และพวกเขาก็ตัดสินลงโทษเธอ
11 “เมื่อโอโฮลีบาห์ที่เป็นน้องสาวเห็นอย่างนั้นก็ทำตัวเลวทรามยิ่งกว่าพี่สาวและเล่นชู้มากกว่าพี่ของเธออีก+ 12 เธอลุ่มหลงพวกอัสซีเรียที่อยู่ใกล้เคียง+ พวกเขาเป็นเจ้าเมืองและข้าราชการที่แต่งตัวสง่างาม ทุกคนเป็นชายหนุ่มรูปงามนั่งบนหลังม้า 13 เมื่อเธอทำให้ตัวเองแปดเปื้อน เราก็เห็นว่าทั้งสองคนพี่น้องทำตัวแบบเดียวกัน+ 14 แต่โอโฮลีบาห์ขายตัวมากกว่าเดิม เธอเห็นรูปผู้ชายแกะสลักอยู่บนผนัง เป็นรูปชาวเคลเดียที่ทาด้วยสีแดงสด 15 พวกเขามีเข็มขัดคาดเอวและมีผ้าโพกหัวห้อยลงมา ท่าทางเหมือนนักรบ ทั้งหมดเป็นรูปชาวบาบิโลนที่เกิดในแผ่นดินของชาวเคลเดีย 16 พอเธอเห็นรูปพวกเขาเธอก็เกิดความใคร่ เธอจึงส่งคนไปหาพวกเขาในเคลเดีย+ 17 ชาวบาบิโลนจึงมาหาเธอถึงเตียงไม่ขาดสาย และทำให้เธอแปดเปื้อนด้วยความใคร่*ของพวกเขา เมื่อพวกเขาทำให้เธอแปดเปื้อนแล้ว เธอก็ทิ้งพวกเขาไปเพราะความสะอิดสะเอียน
18 “เมื่อเธอไม่เลิกขายตัวอย่างหน้าด้านและเปลือยกายล่อนจ้อน+ เราจึงทิ้งเธอไปด้วยความสะอิดสะเอียนเหมือนที่เราทิ้งพี่สาวของเธอเพราะความสะอิดสะเอียน+ 19 แต่เธอก็ทำตัวเป็นโสเภณีมากขึ้นเรื่อย ๆ+ และคิดถึงตอนที่เธอขายตัวอยู่ในแผ่นดินอียิปต์สมัยเป็นสาว+ 20 เธอลุ่มหลงพวกเขาเหมือนพวกเมียน้อยของผู้ชายที่มีอวัยวะเพศเหมือนของลาและม้า 21 โอโฮลีบาห์ เจ้าคิดถึงสมัยสาว ๆ ตอนที่เจ้าทำตัวชั่วช้าลามกอยู่ในอียิปต์+ เมื่อพวกเขาจับหน้าอกเจ้าตอนที่เจ้ายังเป็นสาว+
22 “ดังนั้น โอโฮลีบาห์ เรายะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราจะเรียกพวกชู้รัก+ที่เจ้าเคยทิ้งไปเพราะความสะอิดสะเอียนมาให้หมด เราจะให้พวกเขามาจัดการเจ้าจากทุกทิศทุกทาง+ 23 คือชาวบาบิโลน+ ชาวเคลเดียทั้งหมด+ ชาวเปโขด+ ชาวโชอา ชาวโคอา และชาวอัสซีเรียทั้งหมด พวกเขาเป็นเจ้าเมืองและเป็นข้าราชการ เป็นนักรบและคนสำคัญ ๆ ทุกคนขี่ม้ามา 24 พวกเขาจะโจมตีเจ้าด้วยรถศึกและรถม้าที่ส่งเสียงดังสนั่น พร้อมกับกองทัพใหญ่ โล่ใหญ่ โล่เล็ก* และหมวกเกราะ พวกเขาจะมาล้อมเจ้า และเราจะให้พวกเขามีอำนาจพิพากษา แล้วพวกเขาจะพิพากษาเจ้าตามที่พวกเขาเห็นว่าเหมาะ+ 25 เราจะระบายความโกรธใส่เจ้า พวกเขาจะจัดการเจ้าด้วยความโมโห พวกเขาจะตัดจมูกและตัดหูของเจ้า คนของเจ้าที่เหลือจะตายด้วยดาบ พวกเขาจะจับลูกชายลูกสาวของเจ้าไป และคนที่เหลือจะถูกไฟเผา+ 26 พวกเขาจะถอดเสื้อผ้าของเจ้าออก+และจะยึดเครื่องประดับสวย ๆ ไป+ 27 เราจะกำจัดความชั่วช้าลามกของเจ้ารวมทั้งการเล่นชู้+ที่เจ้าเริ่มทำตั้งแต่อยู่ในอียิปต์+ เจ้าจะไม่มองดูสิ่งเหล่านั้นและจะไม่คิดถึงอียิปต์อีกเลย’
28 “เพราะพระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เรากำลังจะมอบเจ้าไว้ในมือคนที่เจ้าเกลียด คือคนที่เจ้าทิ้งไปเพราะความสะอิดสะเอียน+ 29 พวกเขาจะจัดการเจ้าด้วยความเกลียดชัง และจะยึดทุกอย่างที่เจ้าได้มาด้วยความลำบาก+ แล้วก็ทิ้งเจ้าไว้ให้เปลือยกายล่อนจ้อน ทุกคนจะเห็นว่าเจ้าทำผิดศีลธรรมอย่างไร้ยางอาย ทำตัวชั่วช้าลามก และเป็นโสเภณี+ 30 พวกเขาจะทำอย่างนี้กับเจ้าเพราะเจ้าวิ่งตามชนชาติต่าง ๆ เหมือนผู้หญิงขายตัว+ และเจ้าทำให้ตัวเองแปดเปื้อนเพราะรูปเคารพที่น่าเกลียดของพวกเขา+ 31 เจ้าทำตัวแบบเดียวกับพี่สาวของเจ้า+ และเราจะเอาถ้วยของเธอใส่ไว้ในมือเจ้า’+
32 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกอย่างนี้
‘เจ้าจะต้องดื่มจากถ้วยของพี่สาวเจ้าที่ทั้งลึกและกว้าง+
เจ้าจะถูกใคร ๆ หัวเราะเยาะเย้ยเพราะถ้วยนั้นใส่ได้เยอะ+
33 เจ้าจะดื่มจนเมาและโศกเศร้า
เจ้าจะดื่มจากถ้วยของสะมาเรียพี่สาวเจ้า
ซึ่งเป็นถ้วยแห่งความหวาดกลัวและความพินาศ
34 เจ้าจะต้องดื่มจากถ้วยนั้นจนเกลี้ยง+ และจะแทะเศษถ้วยดินเผานั้น
แล้วเจ้าจะฉีกอกตัวเองด้วยความเศร้า
“เพราะเราได้พูดไว้แล้ว” พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้’
35 “ดังนั้น พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เพราะเจ้าลืมเราและไม่นับถือเราเลย+ เจ้าจะได้รับผลจากการที่เจ้าทำตัวชั่วช้าลามกและทำตัวเป็นโสเภณี’”
36 แล้วพระยะโฮวาพูดกับผมว่า “ลูกมนุษย์ เจ้าจะประกาศคำพิพากษาโอโฮลาห์กับโอโฮลีบาห์+และบอกให้พวกเธอรู้ตัวไหมว่าพวกเธอทำตัวน่าเกลียดอย่างไรบ้าง? 37 พวกเธอเล่นชู้*+และมือของพวกเธอเปื้อนเลือด พวกเธอไม่เพียงเล่นชู้กับรูปเคารพที่น่าเกลียดเท่านั้น แต่ยังเอาลูก ๆ ที่พวกเธอมีกับเราไปเผาบูชายัญเป็นอาหารแก่รูปเคารพด้วย+ 38 ไม่ใช่แค่นั้น พวกเธอยังทำให้ที่ศักดิ์สิทธิ์ของเราแปดเปื้อนในวันนั้นและดูหมิ่นสะบาโตของเรา 39 พอพวกเธอฆ่าลูก ๆ เป็นเครื่องบูชาแก่รูปเคารพที่น่าเกลียดแล้ว+ ในวันนั้นพวกเธอก็เข้ามาในที่ศักดิ์สิทธิ์ของเราและทำให้ที่นั่นแปดเปื้อนด้วย+ พวกเธอทำอย่างนี้ในบ้านของเราเอง 40 พวกเธอถึงกับใช้คนไปเรียกพวกผู้ชายมาจากที่ไกล ๆ+ พอคนพวกนั้นมา โอโฮลีบาห์ก็อาบน้ำ ทาตา และเอาเครื่องประดับสวย ๆ มาใส่+ 41 แล้วเธอก็นั่งบนเก้าอี้ที่หรูหรา+ ตั้งโต๊ะตัวหนึ่งไว้ตรงหน้า+และวางเครื่องหอม+กับน้ำมัน+ของเราไว้บนนั้น 42 มีเสียงพวกผู้ชายที่กำลังสนุกสนานดังมาจากที่นั่น รวมทั้งพวกขี้เมาซึ่งถูกพามาจากที่กันดารด้วย พวกเขาเอากำไลมาสวมให้เธอทั้งสองและเอามงกุฎงดงามมาสวมให้พวกเธอ
43 “แล้วเราก็พูดถึงผู้หญิงที่เล่นชู้จนทรุดโทรมว่า ‘แต่เธอจะทำตัวเป็นโสเภณีต่อไป’ 44 พวกเขาจึงไปนอนกับเธอเรื่อย ๆ เหมือนไปนอนกับโสเภณี พวกเขาไปนอนกับโอโฮลาห์กับโอโฮลีบาห์ซึ่งเป็นผู้หญิงที่ทำตัวชั่วช้าลามก 45 แต่พวกคนดีจะพิพากษาเธอให้สมกับการเล่นชู้+และฆ่าคน+ เพราะพวกเธอเป็นคนเล่นชู้และมือของพวกเธอเปื้อนเลือด+
46 “เพราะพระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราจะพากองทัพหนึ่งมาต่อสู้พวกเธอ คนที่เห็นพวกเธอจะสยดสยองและพวกเธอจะถูกปล้น+ 47 กองทัพนั้นจะเอาหินขว้าง+และฆ่าพวกเธอด้วยดาบ พวกเขาจะฆ่าลูกชายลูกสาวของพวกเธอ+และเอาไฟเผาบ้านพวกเธอ+ 48 เราจะกำจัดความชั่วช้าลามกในแผ่นดินนี้ และผู้หญิงทุกคนจะได้บทเรียนและจะไม่ทำตัวชั่วช้าลามกเหมือนพวกเจ้า+ 49 พวกเขาจะให้พวกเจ้าได้รับผลจากการที่พวกเจ้าทำตัวชั่วช้าลามกและทำบาปกับรูปเคารพที่น่าเกลียด แล้วพวกเจ้าจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด’”+
24 ในวันที่ 10 เดือน 10 ปีที่ 9 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 2 “ลูกมนุษย์ ให้เจ้าจดวันเดือนปีนี้เอาไว้ วันนี้แหละที่กษัตริย์บาบิโลนเริ่มโจมตีกรุงเยรูซาเล็ม+ 3 และให้เจ้าพูดกับชนชาติที่ชอบกบฏนี้โดยยกตัวอย่างเปรียบเทียบ และพูดถึงพวกเขาว่า
“‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า
“เอาหม้อทำอาหารตั้งบนไฟ แล้วเทน้ำใส่หม้อนั้น+
4 เอาเนื้อใส่หม้อ+ เลือกแต่ชิ้นดี ๆ
คือเนื้อต้นขาและไหล่ และเอากระดูกส่วนที่ดีที่สุดใส่ให้เต็มหม้อ
5 เอาแกะตัวที่ดีที่สุดมาจากฝูง+ เอาฟืนเรียงซ้อนกันใต้หม้อให้รอบ
แล้วต้มเนื้อกับกระดูกในหม้อนั้น”’
6 “ดังนั้น พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า
‘เมืองที่มีแต่การนองเลือดจะต้องพินาศ+ หม้อทำอาหารที่ขึ้นสนิมและไม่ได้ขัดออกจะถูกทำลาย
เอาเนื้อออกมาจากหม้อทีละชิ้น+ โดยไม่ต้องจับฉลาก
7 เพราะในเมืองนี้ยังมีเลือดไหลนอง+ เมืองนี้เทเลือดไว้บนหินเกลี้ยง
ไม่ได้เทลงดินแล้วเอาดินกลบไว้+
8 เราให้เลือดนั้นอยู่บนหินเกลี้ยงที่เป็นมันเงา
และไม่ให้อะไรกลบมันไว้
เพื่อกระตุ้นให้เกิดความโกรธและการแก้แค้น’+
9 “ดังนั้น พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า
‘เมืองที่มีแต่การนองเลือดจะต้องพินาศ!+
เราจะเอาฟืนมากองให้สูง
10 เอาฟืนมากองไว้ แล้วจุดไฟ
ต้มเนื้อให้สุกดี เทน้ำทิ้งไป และปล่อยให้กระดูกไหม้เกรียม
11 แล้วเอาหม้อเปล่าวางบนถ่านไฟให้ร้อน
หม้อทองแดงนั้นจะได้ร้อนจนเป็นสีแดง
ความไม่สะอาดจะได้ละลายออกมา+ และสนิมที่เกาะอยู่จะหมดไป
ให้โยนหม้อที่ขึ้นสนิมนี้ลงไปในไฟเลย!’
13 “‘เจ้าไม่สะอาดเพราะเจ้าทำตัวชั่วช้าลามก+ เราพยายามทำให้เจ้าสะอาดแล้ว แต่เจ้าก็ไม่ยอมสะอาด เจ้าจะไม่สะอาดจนกว่าเราจะหายโกรธเจ้า+ 14 เรายะโฮวาได้พูดไว้ และจะเป็นไปตามนั้น เราจะไม่ยั้งมือ เราจะไม่เสียใจและจะไม่โศกเศร้า+ พวกเขาจะพิพากษาเจ้าตามการกระทำของเจ้า’ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้”
15 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 16 “ลูกมนุษย์ เราจะทำให้คนที่เจ้ารักจากไปอย่างกะทันหัน+ เจ้าต้องไม่ไว้ทุกข์* และไม่ร้องไห้หรือหลั่งน้ำตา 17 ให้เจ้าคร่ำครวญอยู่ในใจ ไม่ต้องไปร่วมพิธีไว้อาลัยให้คนตาย+ เอาผ้าโพกหัวไว้+และสวมรองเท้า+ อย่าปิดหนวด*+ และอย่ากินอาหารที่คนอื่นเอามาให้”+
18 ผมพูดกับประชาชนในตอนเช้า และภรรยาผมก็ตายในตอนเย็น เช้าวันรุ่งขึ้นผมจึงทำตามที่พระเจ้าสั่ง 19 ประชาชนพูดกับผมว่า “บอกพวกเราหน่อยว่าสิ่งที่คุณทำเกี่ยวข้องกับพวกเราอย่างไร” 20 ผมตอบพวกเขาว่า “พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมว่า 21 ‘ไปบอกชาวอิสราเอลอย่างนี้ “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เรากำลังจะทำให้ที่ศักดิ์สิทธิ์ของเราซึ่งพวกเจ้าภูมิใจและรักใคร่ผูกพันต้องแปดเปื้อน+ และลูกชายกับลูกสาวที่พวกเจ้าทิ้งไว้ในเมืองจะตายด้วยดาบ+ 22 แล้วพวกเจ้าจะต้องทำอย่างที่เอเสเคียลทำ พวกเจ้าจะไม่ปิดหนวดและจะไม่กินอาหารที่คนอื่นเอามาให้+ 23 พวกเจ้าจะโพกหัวและสวมรองเท้า พวกเจ้าจะไม่โศกเศร้าหรือร้องไห้ แต่พวกเจ้าจะหมดเรี่ยวแรงเพราะความผิดของตัวเอง+ และพากันคร่ำครวญ 24 เอเสเคียลเป็นตัวอย่างเตือนใจสำหรับพวกเจ้า+ พวกเจ้าจะต้องทำอย่างที่เขาทำ และเมื่อเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น พวกเจ้าจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด’”’”
25 “ส่วนเจ้า ลูกมนุษย์ ในวันที่เรายึดป้อมปราการที่สวยงามซึ่งพวกเขาชื่นชมและผูกพันรักใคร่ พร้อมกับเอาตัวลูกชายและลูกสาวของพวกเขาไป+ 26 จะมีคนหนึ่งที่รอดชีวิตมาแจ้งข่าวให้เจ้ารู้+ 27 ในวันนั้นเจ้าจะเปิดปากพูดกับคนที่หนีรอดมาได้ เจ้าจะไม่เงียบอีกต่อไป+ เจ้าจะเป็นตัวอย่างเตือนใจสำหรับพวกเขา และพวกเขาจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา”
25 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 2 “ลูกมนุษย์ ให้เจ้าหันหน้าไปทางชาวอัมโมน+แล้วพยากรณ์เกี่ยวกับพวกเขา+ 3 เจ้าต้องพูดถึงชาวอัมโมนว่า ‘ขอให้ฟังคำของพระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “เพราะเจ้าพูดว่า ‘สมน้ำหน้า!’ เมื่อที่ศักดิ์สิทธิ์ของเราแปดเปื้อน เมื่อแผ่นดินอิสราเอลร้างเปล่า และเมื่อชาวยูดาห์ถูกจับไปเป็นเชลย 4 ดังนั้น เราจะยกเจ้าให้เป็นสมบัติของชาวตะวันออก พวกเขาจะตั้งค่ายและตั้งเต็นท์ท่ามกลางเจ้า พวกเขาจะกินพืชผลและดื่มน้ำนมของเจ้า 5 เราจะทำให้เมืองรับบาห์+เป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงอูฐและทำให้แผ่นดินของชาวอัมโมนเป็นที่เลี้ยงแกะ แล้วเจ้าจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา”’”
6 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เพราะเจ้าตบมือ+และกระทืบเท้า เจ้าดีอกดีใจและพูดเยาะเย้ยแผ่นดินอิสราเอล+ 7 ดังนั้น เราจะลงมือจัดการเจ้าและให้เจ้าถูกชาติต่าง ๆ ปล้น เราจะทำให้เจ้าสิ้นชาติ และประเทศของเจ้าจะไม่มีอีกต่อไป+ เราจะกวาดล้างเจ้า แล้วเจ้าจะรู้ว่าเราคือยะโฮวา’
8 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เพราะโมอับ+กับเสอีร์+พูดว่า “ชาวยูดาห์ก็เหมือนชาติอื่น ๆ นั่นแหละ” 9 เราจะทำให้เมืองชายแดนของโมอับถูกโจมตี รวมทั้งเมืองที่สวยงามอย่างเบธเยชิโมท บาอัลเมโอน ไปจนถึงคีริยาธาอิม+ 10 เราจะยกเมืองเหล่านั้นรวมทั้งชาวอัมโมนให้เป็นสมบัติของชาวตะวันออก+ ชาติต่าง ๆ จะได้ไม่นึกถึงชาวอัมโมนอีก+ 11 และเราจะลงโทษโมอับ+ แล้วพวกเขาจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา’
12 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เอโดมได้แก้แค้นชาวยูดาห์ พวกเขาจึงมีความผิดมาก+ 13 ดังนั้น พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “เราจะลงมือจัดการเอโดมและกำจัดทั้งคนและสัตว์ให้หมดจากที่นั่น เราจะทำให้เอโดมร้างเปล่า+ และชาวเอโดมตั้งแต่เทมานจนถึงเดดานจะตายด้วยดาบ+ 14 พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราจะให้ชาวอิสราเอลแก้แค้นเอโดมแทนเรา+ พวกเขาจะลงโทษเอโดมเพราะเราโกรธและโมโหมาก เราจะแก้แค้นเอโดม’”’+
15 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เพราะชาวฟีลิสเตียจงเกลียดจงชัง คิดแต่จะแก้แค้นและหาทางทำลายอิสราเอลอยู่ตลอดเวลา+ 16 ดังนั้น พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “เราจะลงมือจัดการชาวฟีลิสเตีย+ เราจะกำจัดชาวเคเรธี+และจะทำลายชนชาติต่าง ๆ ที่ยังเหลืออยู่ตามชายฝั่งทะเล+ 17 เราจะลงมือแก้แค้นครั้งใหญ่และจะลงโทษพวกเขาเพราะเราโกรธมาก แล้วพวกเขาจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวาเมื่อเราแก้แค้นพวกเขา”’”
26 ในวันที่ 1 ของเดือนนั้น ในปีที่ 11 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมว่า 2 “ลูกมนุษย์ เพราะไทระพูดกับกรุงเยรูซาเล็มว่า+ ‘ประตูเมืองของชนชาติทั้งหลายพังลงแล้ว!+ ทุกสิ่งจะมาหาฉัน และตอนนี้ฉันจะรวยเพราะประตูนั้นถูกทำลายแล้ว’ 3 ดังนั้น พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘ไทระ เราจะจัดการเจ้า เราจะพาคนจากชาติต่าง ๆ มาต่อสู้เจ้าเหมือนคลื่นในทะเล 4 พวกเขาจะพังกำแพงและรื้อทำลายป้อมสูงของไทระ+ เราจะขูดดินให้หมดจากไทระจนเหลือแต่หินเกลี้ยงที่เป็นมันเงา 5 เมืองนี้จะกลายเป็นลานตากอวนอยู่กลางทะเล’+
“พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เพราะเราได้พูดไว้แล้ว และเมืองนี้จะถูกชาติต่าง ๆ ปล้น 6 หมู่บ้านของไทระที่อยู่นอกเมืองจะพินาศเพราะดาบ และผู้คนจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา’
7 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราจะพาจอมกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์*+แห่งบาบิโลนจากทางเหนือมาต่อสู้ไทระ+พร้อมกับม้า+ รถศึก+ ทหารม้า และกองทัพใหญ่ 8 เขาจะทำลายหมู่บ้านต่าง ๆ ของไทระที่อยู่นอกเมืองด้วยดาบ เขาจะสร้างกำแพงและเนินดินล้อมเจ้าและจะยกโล่ใหญ่ต่อสู้กับเจ้า 9 เขาจะใช้เครื่องกระทุ้งพังกำแพงของเจ้าและจะใช้ขวาน*รื้อทำลายป้อมสูงของเจ้า 10 ม้าของเขามีมากมายจนฝุ่นตลบไปทั่วเมือง เสียงทหารม้า รถม้า และรถศึกจะทำให้กำแพงเมืองสั่นสะเทือนตอนที่เขาเข้ามาในประตูเมือง เหมือนผู้คนบุกเข้าไปในเมืองที่กำแพงพังทลาย 11 กีบม้าของเขาจะเหยียบย่ำถนนทุกสายของเจ้า+ เขาจะฆ่าคนของเจ้าด้วยดาบ และเสาที่แข็งแรงของเจ้าจะโค่นลงมากองอยู่กับพื้น 12 พวกเขาจะปล้นสมบัติและสินค้าของเจ้า+ พวกเขาจะพังกำแพงและรื้อบ้านสวย ๆ ของเจ้า แล้วพวกเขาจะเอาก้อนหิน ไม้ และดินของเจ้าไปทิ้งในน้ำ’
13 “‘เราจะทำให้เสียงเพลงของเจ้าหยุดไป และจะไม่มีใครได้ยินเสียงพิณของเจ้าอีกเลย+ 14 เราจะทำให้เจ้าเป็นหินเกลี้ยงที่เป็นมันเงา เจ้าจะกลายเป็นลานตากอวน+ และจะไม่มีใครสร้างเจ้าขึ้นอีก เพราะเรายะโฮวาได้พูดไว้แล้ว’ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนั้น
15 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดพูดกับไทระว่า ‘ตอนที่เจ้าพินาศย่อยยับเสียงดังสนั่น และมีเสียงคนใกล้ตายร้องคร่ำครวญและมีการฆ่าฟันอยู่ในเจ้า เกาะต่าง ๆ จะไม่ตัวสั่นหรือ?+ 16 เจ้านายทุกคนแห่งท้องทะเลจะลงจากบัลลังก์ พวกเขาจะถอดเสื้อคลุมกับชุดผ้าปักของพวกเขาออกและจะกลัวจนตัวสั่น พวกเขาจะนั่งตัวสั่นไม่หยุดอยู่บนพื้นและจ้องมองเจ้าด้วยความประหลาดใจ+ 17 พวกเขาจะร้องเพลงไว้อาลัย+ให้เจ้าและพูดกับเจ้าว่า
“เมืองที่ใคร ๆ ยกย่องชื่นชม ซึ่งเป็นที่อยู่ของชาวทะเล เจ้าพินาศย่อยยับ+ขนาดนี้เลยหรือ
เจ้ากับคนของเจ้าเคยยิ่งใหญ่อยู่ในทะเล+
และเคยทำให้คนทั้งโลกหวาดกลัว
18 เกาะต่าง ๆ จะตัวสั่นในวันที่เจ้าพินาศย่อยยับ
หมู่เกาะในทะเลจะตกใจกลัวเมื่อเจ้าสาบสูญไป”’+
19 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เมื่อเราทำให้เจ้าพินาศเหมือนเมืองร้าง เมื่อเราให้น้ำทะเลซัดใส่เจ้าและท่วมเจ้าจนมิด+ 20 เราจะเอาตัวเจ้ากับคนที่กำลังจะลงหลุมพร้อมกับเจ้าไปอยู่กับคนที่ตายไปนานแล้ว เราจะให้เจ้ากับคนที่กำลังจะลงหลุมไปอยู่ด้วยกันในที่ที่ลึกที่สุดซึ่งเป็นเหมือนที่ที่พินาศไปนานแล้ว+ เพื่อจะไม่มีใครอาศัยอยู่ในเจ้าอีก แล้วเราจะยกย่อง*ดินแดนของคนเป็น
21 “‘เราจะทำให้เจ้าตกใจกลัวอย่างกะทันหัน เจ้าจะสาบสูญไป+ พวกเขาจะตามหาเจ้าแต่จะไม่เจออีกเลย’ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้”
27 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 2 “ส่วนเจ้าลูกมนุษย์ ให้เจ้าร้องเพลงไว้อาลัยให้ไทระ+ 3 และบอกไทระว่า
‘เจ้าซึ่งอาศัยอยู่ตรงประตูสู่ทะเล
และค้าขายกับชนชาติที่อยู่ตามเกาะ
พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า
“ไทระ เจ้าเคยพูดเองว่า ‘ฉันสวยไม่มีที่ติ’+
4 เขตแดนของเจ้าอยู่กลางทะเล
และช่างก่อสร้างของเจ้าทำให้เจ้าสวยไม่มีที่ติ
5 พวกเขาเอาไม้สนจูนิเปอร์จากเสนีร์+มาทำไม้กระดานให้เจ้า
และเอาไม้สนซีดาร์จากเลบานอนมาทำเสากระโดงเรือให้เจ้า
6 พวกเขาเอาไม้โอ๊กจากบาชานมาทำไม้พายให้เจ้า
หัวเรือของเจ้าทำจากไม้สนดินสอฝังงาช้างจากหมู่เกาะคิททิม+
7 ใบเรือของเจ้าทำด้วยผ้าลินินหลากสีจากอียิปต์
ผ้าใบหลังคาดาดฟ้าเรือทอด้วยด้ายสีฟ้าและขนแกะสีม่วงจากหมู่เกาะเอลีชาห์+
8 ชาวไซดอนกับชาวอาร์วัด+เป็นฝีพายของเจ้า
ไทระ คนเก่ง ๆ ของเจ้าก็มาเป็นลูกเรือให้เจ้า+
9 ชาวเกบาล+ที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญเป็นคนอุดรอยต่อเรือให้เจ้า+
เรือทุกลำในทะเลกับลูกเรือพากันมาค้าขายกับเจ้า
10 ชาวเปอร์เซีย ชาวลูด และชาวพูต+เป็นทหารในกองทัพของเจ้า
พวกเขาแขวนโล่กับหมวกเกราะไว้ในเจ้า และทำให้เจ้ายิ่งใหญ่
11 ชาวอาร์วัดในกองทัพของเจ้าประจำการอยู่บนกำแพงของเจ้าทุกด้าน
พวกทหารกล้ายืนอยู่บนป้อมสูงของเจ้า
พวกเขาแขวนโล่กลมไว้รอบกำแพง
และทำให้เจ้างามไม่มีที่ติ
12 “‘“ทาร์ชิช+ทำธุรกิจกับเจ้าเพราะเจ้าร่ำรวย+ พวกเขาเอาเงิน เหล็ก ดีบุก และตะกั่วมาแลกกับสินค้าของเจ้า+ 13 ยาวาน ทูบัล+ และเมเชค+ก็ค้าขายกับเจ้า พวกเขาเอาทาส+และของที่ทำจากทองแดงมาแลกกับสินค้าของเจ้า 14 ชาวโทการ์มาห์+เอาม้า ม้าศึก และล่อมาแลกกับสินค้าของเจ้า 15 ชาวเดดาน+ก็ค้าขายกับเจ้า เจ้าจ้างพ่อค้าไว้ตามเกาะต่าง ๆ และพวกเขาส่งงาช้าง+กับไม้มะเกลือมาให้เจ้าเป็นของบรรณาการ 16 เอโดมทำธุรกิจกับเจ้าเพราะเจ้ามีสินค้ามากมาย พวกเขาเอาเทอร์คอยส์ ขนแกะสีม่วง ผ้าปักสีสดใส ผ้าเนื้อดี ปะการัง และทับทิมมาแลกกับสินค้าของเจ้า
17 “‘“ยูดาห์กับแผ่นดินอิสราเอลก็ค้าขายกับเจ้า พวกเขาเอาข้าวสาลีจากเมืองมินนิท+ อาหารดี ๆ น้ำผึ้ง+ น้ำมัน และน้ำมันยา+มาแลกกับสินค้าของเจ้า+
18 “‘“ดามัสกัส+ทำธุรกิจกับเจ้าเพราะเจ้ามีสินค้ามากมายและร่ำรวย เขาเอาเหล้าองุ่นจากเฮลโบนและขนแกะจากศาฮาร์*มาแลกกับสินค้าของเจ้า 19 วาดานกับยาวานจากอุซาลเอาเหล็ก แคสเซีย* และตะไคร้หอมมาแลกกับสินค้าของเจ้า 20 เดดาน+ก็เอาผ้าอานม้า*มาแลกกับสินค้าของเจ้า 21 เจ้าจ้างชาวอาหรับและพวกหัวหน้าของชาวเคดาร์+มาทำงาน พวกเขาค้าขายลูกแกะ แกะตัวผู้ และแพะ+ 22 พวกพ่อค้าของเชบากับราอามาห์+ก็ค้าขายกับเจ้า พวกเขาเอาเครื่องหอมชั้นเลิศทุกอย่าง อัญมณี และทองคำมาแลกกับสินค้าของเจ้า+ 23 ฮาราน+ คานเนห์ เอเดน+ กับพวกพ่อค้าของเชบา+ อัสชูร์+ และคิลมาดก็ค้าขายกับเจ้าด้วย 24 พวกเขาเอาเสื้อผ้าสวย ๆ เสื้อคลุมสีน้ำเงิน ผ้าปักสีสดใส และพรมหลากสีมาขายที่ตลาดของเจ้า ทุกอย่างมัดด้วยเชือก
26 คนที่พายเรือให้เจ้าพาเจ้าออกไปในทะเลที่คลื่นลมแรง
ลมตะวันออกที่พัดกระหน่ำทำให้เจ้าจมลงกลางทะเลลึก
27 สมบัติของเจ้า สินค้า ลูกเรือ และชาวเรือของเจ้า
รวมทั้งคนที่อุดรอยต่อเรือให้เจ้า คนที่ค้าขายกับเจ้า+ และทหารทุกคน+
คือคนทั้งหมดที่อยู่ในเจ้า
จะจมลงกลางทะเลลึกในวันที่เจ้าพินาศย่อยยับ+
28 เมื่อลูกเรือของเจ้าส่งเสียงร้อง ชายฝั่งจะสั่นสะท้าน
29 พวกฝีพายกับลูกเรือและชาวเรือทุกคน
จะขึ้นจากเรือมายืนบนฝั่ง
30 พวกเขาจะร้องเสียงดังด้วยความทุกข์ใจเพราะเจ้า+
และเอาฝุ่นซัดใส่หัวและเกลือกกลิ้งในขี้เถ้า
31 พวกเขาจะโกนหัวให้ล้านและใส่ผ้ากระสอบ
พวกเขาจะร้องไห้คร่ำครวญให้เจ้าอย่างขมขื่น
32 ตอนที่กำลังทุกข์ใจ พวกเขาจะร้องเพลงไว้อาลัยและคร่ำครวญถึงเจ้าว่า
‘ใครจะเหมือนไทระที่ตอนนี้เงียบอยู่กลางทะเล?+
33 เมื่อสินค้าของเจ้าเข้ามาจากทะเลลึก เจ้าทำให้ชนชาติต่าง ๆ มีความสุข+
สมบัติมีค่าและสินค้ามากมายของเจ้าทำให้กษัตริย์ในโลกมั่งคั่ง+
35 ชาวเกาะทั้งหมดจะจ้องมองเจ้าอย่างตกตะลึง+
กษัตริย์ของพวกเขาจะกลัวจนตัวสั่น+ ทุกคนมีสีหน้าหวาดวิตก
36 พวกพ่อค้าในชาติต่าง ๆ จะผิวปากเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเจ้า
เจ้าจะพบจุดจบอย่างกะทันหันและน่าสยดสยอง
และเจ้าจะสาบสูญตลอดไป’”’”+
28 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 2 “ลูกมนุษย์ ไปบอกกษัตริย์ของไทระว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า
“เพราะเจ้ามีใจเย่อหยิ่ง+และพูดว่า ‘เราเป็นพระเจ้า
เรานั่งบนบัลลังก์ของพระเจ้าที่อยู่กลางทะเล’+
แต่ถึงเจ้าจะคิดในใจว่าตัวเองเป็นพระเจ้า
เจ้าก็เป็นแค่มนุษย์ ไม่ใช่พระเจ้า
3 เจ้าคิดว่าเจ้าฉลาดกว่าดาเนียล+
และไม่มีอะไรที่เจ้าไม่รู้
4 เจ้าทำให้ตัวเองร่ำรวยด้วยสติปัญญาและความเข้าใจ
เจ้าสะสมทองคำและเงินไว้ในคลังของเจ้า+
5 เจ้ามีทรัพย์สมบัติมากมายเพราะเจ้าค้าขายเก่ง+
แล้วเจ้าก็มีใจเย่อหยิ่งเพราะเจ้ารวย”’
6 “‘ดังนั้น พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า
“เพราะเจ้าคิดในใจว่าตัวเองเป็นพระเจ้า
7 เราจะพาชาติที่อำมหิตที่สุดมาต่อสู้เจ้า+
พวกเขาจะชักดาบออกทำลายของสวย ๆ ที่เจ้าหามาด้วยสติปัญญา
และจะทำให้สง่าราศีที่ยิ่งใหญ่ของเจ้ามัวหมอง+
9 เจ้าจะยังพูดกับคนที่ฆ่าเจ้าไหมว่า ‘เราเป็นพระเจ้า’?
เมื่อตกอยู่ในมือคนที่ดูหมิ่นเจ้า เจ้าก็เป็นแค่มนุษย์ ไม่ใช่พระเจ้า”’
10 ‘เจ้าจะถูกคนต่างชาติฆ่า และจะตายแบบเดียวกับคนที่ไม่ได้เข้าสุหนัต
เพราะเราได้พูดไว้แล้ว’ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้”
11 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 12 “ลูกมนุษย์ ให้เจ้าร้องเพลงไว้อาลัยถึงกษัตริย์ของไทระ และบอกเขาว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า
13 เจ้าอยู่ในเอเดน สวนของพระเจ้า
เจ้าประดับตัวด้วยอัญมณีมีค่าทุกอย่าง
ทั้งทับทิม โทแพซ แจสเพอร์ คริโซไลต์ โอนิกซ์ หยก แซปไฟร์ เทอร์คอยส์+ และมรกต
ตัวเรือนและกระเปาะทำด้วยทองคำ
สิ่งเหล่านี้ถูกเตรียมไว้ตั้งแต่วันที่สร้างเจ้า
14 เราแต่งตั้งเจ้าเป็นเครูบผู้ปกป้อง
เจ้าเคยอยู่บนภูเขาบริสุทธิ์ของพระเจ้า+และเดินอยู่กลางกองหินที่ลุกเป็นไฟ
15 ตั้งแต่วันที่เจ้าถูกสร้าง เจ้าทำแต่สิ่งดี ๆ ไม่มีที่ติ
จนกระทั่งเจ้าเริ่มทำชั่ว+
ดังนั้น เครูบผู้ปกป้อง เราจะถือว่าเจ้าแปดเปื้อนและจะไล่เจ้าออกจากภูเขาของพระเจ้า+
และเราจะกำจัดเจ้าออกจากกองหินที่ลุกเป็นไฟ
17 เพราะเจ้าสง่างาม เจ้าจึงมีใจเย่อหยิ่ง+
เพราะเจ้ามีสง่าราศียิ่งใหญ่ เจ้าจึงทำอะไรไม่ฉลาด+
เราจะเหวี่ยงเจ้าลงไปที่โลก+
และพวกกษัตริย์จะจ้องมองเจ้า
18 เพราะเจ้าทำผิดร้ายแรงและค้าขายอย่างไม่ซื่อสัตย์ เจ้าจึงทำให้สถานบูชาของเจ้าแปดเปื้อน
เราจะทำให้เกิดไฟไหม้ในเจ้า และไฟนั้นจะเผาผลาญเจ้า+
เราจะทำให้เจ้าเหลือแต่เถ้าถ่านอยู่บนโลกต่อหน้าทุกคนที่เฝ้าดู
19 ทุกคนในชาติต่าง ๆ ที่รู้จักเจ้าจะจ้องมองเจ้าอย่างตกตะลึง+
เจ้าจะพบจุดจบอย่างกะทันหันและน่าสยดสยอง
แล้วเจ้าจะสาบสูญตลอดไป”’”+
20 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 21 “ลูกมนุษย์ หันหน้าไปทางไซดอน+และพยากรณ์เกี่ยวกับเมืองนั้น 22 เจ้าต้องพูดว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า
“ไซดอน เราจะจัดการเจ้า แล้วเราจะได้รับการยกย่อง
และเมื่อเราลงโทษเจ้าและแสดงว่าเราเป็นพระเจ้าที่บริสุทธิ์ ทุกคนก็จะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา
23 เราจะทำให้เกิดโรคระบาดในเมืองนั้น เลือดจะไหลนองตามถนน
คนในเมืองจะล้มตายเมื่อมีดาบจากรอบด้านมาฟาดฟันเมืองนั้น
แล้วพวกเขาจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา+
24 “‘“และจะไม่มีพุ่มหนามที่ทิ่มแทงกับต้นหนามที่ทำให้เจ็บปวด+อยู่รอบชาวอิสราเอลอีกต่อไป คือคนที่เคยดูถูกดูหมิ่นพวกเขา แล้วทุกคนจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด”’
25 “‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “เราจะรวบรวมชาวอิสราเอลที่กระจัดกระจายอยู่ในชาติต่าง ๆ+ ตอนนั้นชาติต่าง ๆ จะเห็นว่าเราเป็นผู้บริสุทธิ์+ และชาวอิสราเอลจะอาศัยอยู่ในแผ่นดินของตัวเอง+ที่เราได้ยกให้ยาโคบผู้รับใช้ของเรา+ 26 พวกเขาจะอยู่ที่นั่นอย่างปลอดภัย+ จะสร้างบ้านและทำสวนองุ่น+ พวกเขาจะอยู่อย่างปลอดภัยเมื่อเราลงโทษทุกคนที่อยู่รอบ ๆ ซึ่งดูถูกดูหมิ่นพวกเขา+ แล้วพวกเขาจะรู้ว่าเราคือยะโฮวาพระเจ้าของพวกเขา”’”
29 ในวันที่ 12 เดือน 10 ปีที่ 10 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมว่า 2 “ลูกมนุษย์ ให้เจ้าหันหน้าไปทางฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์ แล้วพยากรณ์เกี่ยวกับเขาและชาวอียิปต์ทุกคน+ 3 เจ้าต้องพูดอย่างนี้ ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า
“ฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์ เราจะจัดการเจ้า+
สัตว์ทะเลตัวใหญ่ที่นอนอยู่ในคูคลองของแม่น้ำไนล์*+
เจ้าพูดว่า ‘แม่น้ำไนล์เป็นของเรา
เราสร้างมันไว้เพื่อตัวเราเอง’+
4 แต่เราจะเอาตะขอเกี่ยวขากรรไกรของเจ้าและทำให้ปลาในแม่น้ำไนล์ติดอยู่กับเกล็ดของเจ้า
เราจะลากเจ้าขึ้นจากแม่น้ำไนล์ของเจ้าพร้อมกับปลาทั้งหมดที่ติดอยู่กับเกล็ดของเจ้า
5 เราจะทิ้งเจ้ากับปลาทั้งหมดในแม่น้ำไนล์ของเจ้าไว้ในทะเลทราย
เจ้าจะล้มตายอยู่กลางทุ่ง และจะไม่มีใครเก็บศพของเจ้า+
เราจะให้เจ้าเป็นอาหารของสัตว์ป่าบนแผ่นดินกับนกในท้องฟ้า+
6 ทุกคนในอียิปต์จะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา
เพราะพวกเขาเป็นเหมือนฟาง*เส้นเดียวที่ค้ำจุนชาวอิสราเอลไม่ได้อีก+
7 เมื่อพวกเขาจับมือเจ้า เจ้าก็แหลกและบาดไหล่พวกเขา
เมื่อพวกเขาพิงเจ้า เจ้าก็หักและทำให้ขาของพวกเขาอ่อนแรง”+
8 “‘ดังนั้น พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “เราจะให้ดาบมาจัดการเจ้า+ เราจะกำจัดทั้งคนและสัตว์ให้หมดไปจากเจ้า 9 แผ่นดินอียิปต์จะร้างและกลายเป็นซากปรักหักพัง+ แล้วพวกเขาจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา เพราะเจ้าพูดว่า ‘แม่น้ำไนล์เป็นของเรา เราเป็นคนสร้างแม่น้ำนี้’+ 10 ดังนั้น เราจะจัดการเจ้าและแม่น้ำไนล์ของเจ้า เราจะทำให้แผ่นดินอียิปต์กลายเป็นซากปรักหักพังและแห้งแล้ง เป็นแผ่นดินที่ร้างเปล่า+ ตั้งแต่มิกดล+ถึงสิเอเน+ไปจนถึงชายแดนเอธิโอเปีย 11 จะไม่มีคนและสัตว์เดินผ่านแผ่นดินนี้+ และจะไม่มีใครอยู่ในแผ่นดินนี้ 40 ปี 12 เราจะทำให้อียิปต์เป็นแผ่นดินที่รกร้างที่สุด เมืองต่าง ๆ ในแผ่นดินนี้จะร้างอยู่ 40 ปี+ และเราจะทำให้ชาวอียิปต์กระจัดกระจายไปอยู่กับชนชาติและดินแดนต่าง ๆ”+
13 “‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “เมื่อครบ 40 ปีแล้วเราจะรวบรวมชาวอียิปต์ที่กระจัดกระจายอยู่ในชนชาติต่าง ๆ+ 14 เราจะพาเชลยชาวอียิปต์กลับมาที่แผ่นดินปัทโรส+ซึ่งเป็นแผ่นดินเกิดของพวกเขา พวกเขาจะอยู่ที่นั่นและจะเป็นอาณาจักรที่ไม่มีความสำคัญ 15 อียิปต์จะต่ำต้อยกว่าอาณาจักรอื่น ๆ และจะไม่ได้ปกครองชาติอื่นอีกเลย+ เราจะทำให้พวกเขาเป็นอาณาจักรที่เล็กมากจนไม่อาจปกครองชาติอื่นได้+ 16 อียิปต์จะเป็นที่พึ่งของชาวอิสราเอลไม่ได้อีก+ แต่จะเป็นแค่สิ่งเตือนใจให้พวกเขาคิดถึงความผิดที่หันไปขอความช่วยเหลือจากชาวอียิปต์ และพวกเขาจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด”’”
17 ในวันที่ 1 เดือน 1 ปีที่ 27 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมว่า 18 “ลูกมนุษย์ กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์*+แห่งบาบิโลนสั่งให้กองทัพของเขาโจมตีไทระสุดกำลัง+ จนทหารทุกคนหัวล้านและไหล่ถลอก แต่เขากับกองทัพก็ไม่ได้ค่าจ้างจากการโจมตีไทระ
19 “ดังนั้น พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราจะยกแผ่นดินอียิปต์ให้กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์*แห่งบาบิโลน+ เขาจะขนสมบัติและยึดของมากมายไปจากอียิปต์ ข้าวของพวกนั้นจะเป็นค่าจ้างสำหรับกองทัพของเขา’
20 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราจะยกแผ่นดินอียิปต์ให้เขาเพื่อตอบแทนที่เขาโจมตีเมืองนี้* เพราะพวกเขาทำงานให้เรา’+
21 “ในวันนั้นเราจะให้ชาวอิสราเอลมีกำลัง+ และเราจะให้เจ้ามีโอกาสพูดกับพวกเขา และพวกเขาจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา”
30 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 2 “ลูกมนุษย์ เจ้าต้องพยากรณ์อย่างนี้ ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า
“ร้องไห้คร่ำครวญเถอะว่า ‘แย่แล้ว! วันนั้นจะมาถึงแล้ว’
3 เพราะวันนั้นมาใกล้แล้ว วันของพระยะโฮวามาใกล้แล้วจริง ๆ+
วันนั้นจะมีเมฆหนาทึบ+ จะเป็นเวลาที่ชาติต่าง ๆ ถูกพิพากษา+
4 จะมีดาบเล่มหนึ่งมาฟาดฟันอียิปต์ และเอธิโอเปียจะหวาดกลัวเมื่อผู้คนล้มตายในอียิปต์
ทรัพย์สมบัติของอียิปต์ถูกยึด และฐานรากของอียิปต์ถูกทำลาย+
5 ชาวเอธิโอเปีย+ ชาวพูต+ ชาวลูด กับชนชาติอื่น ๆ
และชาวคูบ รวมทั้งคนในแผ่นดินที่เราทำสัญญาด้วย*
พวกเขาทุกคนจะตายด้วยดาบ”’
6 พระยะโฮวาบอกว่า
‘คนที่สนับสนุนอียิปต์จะตายด้วย
และพลังอำนาจที่อียิปต์ภาคภูมิใจจะหมดไป’+
“พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘พวกเขาจะตายด้วยดาบในแผ่นดินนี้ ตั้งแต่มิกดล+ไปจนถึงสิเอเน+ 7 แผ่นดินของพวกเขาจะกลายเป็นแผ่นดินที่รกร้างที่สุด และเมืองต่าง ๆ ของอียิปต์จะกลายเป็นซากปรักหักพัง+ 8 แล้วพวกเขาจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวาเมื่อเราจุดไฟเผาอียิปต์และพันธมิตรทั้งหมดของอียิปต์ถูกทำลาย 9 ในวันนั้นเราจะให้ผู้ส่งข่าวลงเรือไปทำให้เอธิโอเปียที่ถือดีกลัวจนตัวสั่น พวกเขาจะหวาดกลัวในวันที่อียิปต์เจอหายนะ เพราะวันนั้นจะมาถึงแน่’
10 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราจะให้คนในอียิปต์พินาศด้วยน้ำมือกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์*แห่งบาบิโลน+ 11 เขากับกองทัพของเขาซึ่งเป็นชาติที่อำมหิตที่สุด+จะมาทำลายแผ่นดินนี้ พวกเขาจะชักดาบออกจัดการอียิปต์และทำให้มีคนตายทั่วแผ่นดิน+ 12 เราจะทำให้คูคลองของแม่น้ำไนล์+กลายเป็นดินแห้งและจะขายแผ่นดินนี้ให้คนชั่ว เราจะให้คนต่างชาติมาทำลายแผ่นดินนี้กับทุกสิ่งในแผ่นดิน+ เรายะโฮวาได้พูดไว้แล้ว’
13 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราจะทำลายรูปเคารพที่น่าขยะแขยง*และทำให้พระที่ไร้ค่าของเมืองโนฟ*+สาบสูญไป จะไม่มีเจ้านายจากแผ่นดินอียิปต์อีกแล้ว และเราจะทำให้มีความหวาดกลัวในแผ่นดินอียิปต์+ 14 เราจะทำลายปัทโรส+ จุดไฟเผาเมืองโศอันและพิพากษาเมืองโน*+ 15 เราจะระบายความโกรธใส่เมืองสีนซึ่งเป็นเมืองที่มั่นคงของอียิปต์ และจะทำลายชาวเมืองโน 16 เมื่อเราจุดไฟเผาอียิปต์ เมืองสีนจะหวาดกลัว เมืองโนจะถูกบุกรุก และเมืองโนฟ*จะถูกโจมตีตอนกลางวันแสก ๆ 17 คนหนุ่ม ๆ ในเมืองโอน*และพีเบเสทจะตายด้วยดาบและชาวเมืองต่าง ๆ จะถูกจับไปเป็นเชลย 18 ในเมืองทาห์ปานเหส กลางวันจะมืดไปเมื่อเราหักแอกของอียิปต์ที่นั่น+ พลังอำนาจที่อียิปต์ภาคภูมิใจจะหมดไป+ จะมีเมฆปกคลุมแผ่นดินนั้นและคนในเมืองต่าง ๆ ของอียิปต์จะถูกจับไปเป็นเชลย+ 19 เราจะพิพากษาอียิปต์ และพวกเขาจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา’”
20 ในวันที่ 7 เดือน 1 ปีที่ 11 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมว่า 21 “ลูกมนุษย์ เราหักแขนฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์แล้ว จะไม่มีใครรักษาหรือเอาผ้าพันแขนนั้นให้มีแรงพอที่จะจับดาบ”
22 “ดังนั้น พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราจะจัดการฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์+ เราจะหักแขนเขาทั้งข้างที่แข็งแรงและข้างที่หักไปแล้ว+ และเราจะทำให้ดาบหลุดจากมือเขา+ 23 และเราจะทำให้ชาวอียิปต์กระจัดกระจายไปอยู่กับชนชาติและดินแดนต่าง ๆ+ 24 เราจะทำให้แขนของกษัตริย์บาบิโลนมีกำลังมากขึ้น+และจะเอาดาบของเราใส่ในมือเขา+ และเราจะหักแขนของฟาโรห์ เขาจะร้องเสียงดังเหมือนคนที่กำลังจะตายต่อหน้าเขา* 25 เราจะทำให้แขนของกษัตริย์บาบิโลนมีกำลังมากขึ้น แต่แขนของฟาโรห์จะอ่อนแรง แล้วพวกเขาจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา เมื่อเราเอาดาบของเราใส่ในมือกษัตริย์บาบิโลนและเขาใช้ดาบนั้นฟาดฟันแผ่นดินอียิปต์+ 26 เราจะทำให้ชาวอียิปต์กระจัดกระจายไปอยู่กับชนชาติและดินแดนต่าง ๆ+ แล้วพวกเขาจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา’”
31 ในวันที่ 1 เดือน 3 ปีที่ 11 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 2 “ลูกมนุษย์ เจ้าต้องบอกฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์กับคนของเขาทั้งหมดว่า+
“‘เจ้ายิ่งใหญ่เหมือนใครหรือ?
3 มีชาวอัสซีเรียคนหนึ่ง เป็นเหมือนต้นสนซีดาร์ในเลบานอน
มันมีกิ่งก้านแข็งแรงและใบดกหนา ลำต้นสูงสง่า
และมียอดสูงถึงเมฆ
4 มันเติบโตเพราะได้น้ำมาก มันสูงใหญ่เพราะได้น้ำจากใต้ดิน
มีแม่น้ำลำธารอยู่รอบที่ที่มันถูกปลูกไว้
และไหลไปหล่อเลี้ยงต้นไม้ทุกต้นในทุ่ง
5 มันจึงสูงใหญ่กว่าต้นไม้อื่น ๆ ในทุ่ง
มันแตกกิ่งก้านมากมาย และกิ่งของมันแผ่ไปไกล
เพราะในลำธารมีน้ำอุดมสมบูรณ์
6 นกทุกตัวในท้องฟ้ามาทำรังบนกิ่งของมัน
สัตว์ป่าทุกตัวในทุ่งมาออกลูกใต้กิ่งของมัน
และชาติใหญ่ทุกชาติก็อาศัยอยู่ใต้ร่มเงาของมัน
7 มันยิ่งใหญ่เพราะมันสง่างามและแผ่กิ่งก้านไปไกล
รากของมันชอนไชลงไปถึงที่ที่มีน้ำอุดมสมบูรณ์
8 ไม่มีต้นสนซีดาร์ต้นไหนในสวนของพระเจ้า+เทียบมันได้
ไม่มีต้นสนจูนิเปอร์ต้นไหนมีกิ่งเหมือนมัน
และไม่มีต้นเพลนต้นไหนมีกิ่งก้านเหมือนมัน
ไม่มีต้นไม้ต้นไหนในสวนของพระเจ้าจะสวยเท่ามัน
9 เราทำให้มันงดงาม มีใบดกหนา
และต้นไม้อื่น ๆ ในสวนเอเดนของพระเจ้าเที่ยงแท้อิจฉามัน’
10 “ดังนั้น พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘มันสูงใหญ่จนยอดขึ้นไปถึงเมฆ มันจึงหยิ่งจองหองเพราะมันสูง 11 เราจะให้มันตกอยู่ในมือผู้มีอำนาจปกครองชาติทั้งหลาย+ เขาจะจัดการมันแน่ และเราจะไม่ยอมรับมันเพราะมันชั่ว 12 ชนชาติที่อำมหิตที่สุดจะมาโค่นมัน และจะทิ้งมันไว้บนภูเขา ใบของมันจะร่วงหล่นลงในหุบเขาทุกแห่ง กิ่งก้านของมันจะหักและลอยอยู่ตามแม่น้ำลำธารในแผ่นดินนั้น+ ชนชาติต่าง ๆ ในโลกจะออกจากร่มเงาของมันและทิ้งมันไป 13 นกในท้องฟ้าจะอยู่บนลำต้นของมันที่หักโค่นแล้ว สัตว์ป่าในทุ่งจะอยู่บนกิ่งของมัน+ 14 เพื่อไม่ให้ต้นไม้ต้นไหนที่อยู่ใกล้น้ำได้เติบโตจนมียอดสูงไปถึงเมฆ และไม่ให้ต้นไม้ต้นไหนที่ได้น้ำเต็มที่สูงใหญ่ขนาดนั้น เพราะพวกมันจะต้องตายหมด และจะต้องลงไปที่แผ่นดินเบื้องล่างพร้อมกับมนุษย์ที่กำลังจะลงหลุม’
15 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘ในวันที่มันลงไปในหลุมศพ* เราจะทำให้ผู้คนโศกเศร้า เราจะอุดตาน้ำใต้ดินและกั้นแม่น้ำลำธารเอาไว้ไม่ให้น้ำมากมายไหลออกมา เราจะทำให้เลบานอนมืดมนเพราะมัน และต้นไม้ในทุ่งจะเหี่ยวเฉาไปหมด 16 ตอนที่มันล้มลงเสียงดังสนั่น เราจะทำให้ชาติต่าง ๆ กลัวตัวสั่นเมื่อเราส่งมันลงไปในหลุมศพ*พร้อมกับทุกคนที่กำลังจะลงไปในหลุม และในแผ่นดินเบื้องล่างนั้น ต้นไม้ทุกต้นที่ได้น้ำ ต้นไม้ทุกต้นในสวนเอเดน+ และต้นไม้ที่งามและดีที่สุดในเลบานอน จะได้รับการปลอบโยน 17 ต้นไม้เหล่านั้นลงไปในหลุมศพ*กับมันแล้ว ไปอยู่กับคนที่ถูกฆ่าด้วยดาบ+ และคนที่สนับสนุนมันซึ่งเคยอยู่ใต้ร่มเงาของมันท่ามกลางชาติต่าง ๆ ก็ลงไปด้วย’+
18 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘ไม่มีต้นไม้ต้นไหนในสวนเอเดนงามสง่าและสูงใหญ่เหมือนกับเจ้า+ แต่เจ้าจะต้องลงไปที่แผ่นดินเบื้องล่างพร้อมกับต้นไม้ในสวนเอเดนแน่ เจ้าจะนอนอยู่กับคนที่ไม่ได้เข้าสุหนัตและกับคนที่ถูกฆ่าด้วยดาบ นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับฟาโรห์และคนของเขาทั้งหมด’”
32 ในวันที่ 1 เดือน 12 ปีที่ 12 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 2 “ลูกมนุษย์ ให้เจ้าร้องเพลงไว้อาลัยถึงฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์และบอกเขาว่า
‘เจ้าเคยเป็นเหมือนสิงโตหนุ่มที่แข็งแรงอยู่ในหมู่ชนชาติต่าง ๆ
แต่เจ้าถูกจัดการแล้ว
เจ้าเคยเป็นเหมือนสัตว์ทะเลตัวใหญ่+ที่สะบัดตัวไปมาอยู่ในแม่น้ำของเจ้า
เจ้าเอาเท้ากวนน้ำให้ขุ่น และทำให้แม่น้ำสกปรก’
3 พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า
‘เราจะให้ชาติต่าง ๆ รวมตัวกันมาเหวี่ยงตาข่ายของเราจับเจ้า
และพวกเขาจะใช้อวนของเราลากเจ้าขึ้นมา
4 เราจะทิ้งเจ้าไว้บนดิน
และจะโยนเจ้าไว้กลางทุ่ง
เราจะให้นกทุกตัวบนฟ้ามาเกาะบนเจ้า
และจะให้สัตว์ป่าทั้งโลกกินเจ้าจนอิ่ม+
6 เราจะให้เลือดของเจ้าไหลนองแผ่นดินจนไปถึงภูเขา
และเลือดของเจ้าจะเต็มแม่น้ำลำธาร’
7 ‘เมื่อเจ้าถูกกำจัด เราจะปิดท้องฟ้าและทำให้ดาวมืดไป
เราจะใช้เมฆคลุมดวงอาทิตย์ไว้
และดวงจันทร์จะไม่ส่องแสง+
8 เราจะทำให้ดวงสว่างทุกดวงมืดไปเพราะเจ้า
และเราจะให้ความมืดปกคลุมแผ่นดินของเจ้า’ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้
9 ‘เราจะทำให้คนหลายชาติทุกข์ใจเมื่อเราพาคนของเจ้าไปเป็นเชลยในชาติต่าง ๆ
และในแผ่นดินที่เจ้าไม่รู้จัก+
10 เราจะทำให้ชนชาติต่าง ๆ ตกตะลึง
และกษัตริย์ของพวกเขาจะกลัวตัวสั่นเพราะเจ้า ตอนที่เราแกว่งดาบต่อหน้าพวกเขา
พวกเขาทุกคนจะตัวสั่นไม่หยุดเพราะกลัวตาย
ในวันที่เจ้าพินาศ’
11 พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า
‘ดาบของกษัตริย์บาบิโลนจะมาฟันเจ้า+
12 เราจะทำให้คนของเจ้าทั้งหมดล้มตายด้วยดาบของนักรบที่เก่งกล้า
จากชนชาติที่อำมหิตที่สุด+
พวกเขาจะทำให้อียิปต์หมดความภาคภูมิใจ และคนของอียิปต์ทั้งหมดจะถูกกวาดล้าง+
13 เราจะทำลายฝูงสัตว์ทั้งหมดของอียิปต์ซึ่งอยู่ริมแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์+
และจะไม่มีเท้ามนุษย์หรือกีบเท้าของสัตว์มาทำให้น้ำขุ่นอีก’+
14 ‘ตอนนั้นเราจะทำให้แหล่งน้ำในอียิปต์ใสสะอาด
และทำให้แม่น้ำในอียิปต์ไหลเหมือนน้ำมัน’ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนั้น
15 ‘เมื่อเราทำให้อียิปต์รกร้างว่างเปล่า ในแผ่นดินนั้นจะไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย+
เมื่อเราทำลายทุกคนที่อยู่ในอียิปต์
พวกเขาจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา+
16 นี่เป็นเพลงไว้อาลัยที่ทุกคนจะต้องร้อง
พวกผู้หญิงในชาติต่าง ๆ จะร้องเพลงนี้
พวกเขาจะร้องเพลงนี้ให้อียิปต์และคนของอียิปต์’ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนั้น”
17 หลังจากนั้น ในวันที่ 15 ของเดือนเดียวกันในปีที่ 12 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมว่า 18 “ลูกมนุษย์ เจ้าต้องร้องไห้เพื่อคนของอียิปต์และประกาศว่า อียิปต์กับประชาชนของชาติที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลายจะถูกพาลงไปที่แผ่นดินเบื้องล่าง พร้อมกับคนที่กำลังจะลงหลุม
19 “‘เจ้าคิดว่าเจ้าสวยกว่าใคร ๆ ใช่ไหม? เจ้าต้องลงไปนอนอยู่กับพวกที่ไม่ได้เข้าสุหนัต!’
20 “‘ชาวอียิปต์จะนอนตายอยู่กับคนที่ถูกฆ่าด้วยดาบ+ ประเทศนี้ถูกดาบฟันแล้ว ลากอียิปต์ไปพร้อมกับประชาชนทั้งหมดเลย
21 “‘พวกนักรบที่เก่งกล้าที่สุดจะพูดกับฟาโรห์และพวกผู้ช่วยของเขาจากหลุมศพ* ฟาโรห์กับผู้ช่วยของเขาจะต้องลงไปนอนเหมือนกับคนที่ไม่ได้เข้าสุหนัตซึ่งถูกฆ่าด้วยดาบ 22 อัสซีเรียกับประชาชนทั้งหมดอยู่ที่นั่น หลุมศพของพวกเขาอยู่รอบกษัตริย์ของพวกเขา ทุกคนถูกฆ่าด้วยดาบ+ 23 ที่ฝังศพของพวกเขาอยู่ในส่วนลึกที่สุดของหลุม ประชาชนทั้งหมดของอัสซีเรียก็อยู่รอบหลุมศพนั้น ทุกคนถูกฆ่าด้วยดาบ เพราะตอนที่ยังมีชีวิตอยู่พวกเขาทำให้ผู้คนหวาดกลัว
24 “‘เอลาม+อยู่ที่นั่นและคนของเอลามทั้งหมดอยู่รอบหลุมศพของเอลาม ทุกคนถูกฆ่าด้วยดาบ พวกเขาลงไปที่แผ่นดินเบื้องล่างโดยไม่ได้เข้าสุหนัต ตอนที่มีชีวิตอยู่พวกเขาทำให้ผู้คนหวาดกลัว และตอนนี้พวกเขาจะต้องอับอายไปพร้อมกับคนที่กำลังจะลงหลุม 25 พวกเขาจัดที่นอนของเอลามไว้กับคนที่ถูกฆ่า คนของเอลามก็อยู่รอบหลุมศพของเอลาม ทุกคนไม่ได้เข้าสุหนัตและถูกฆ่าด้วยดาบ เพราะตอนที่มีชีวิตอยู่พวกเขาทำให้ผู้คนหวาดกลัว และพวกเขาจะต้องอับอายไปพร้อมกับคนที่กำลังจะลงหลุม เอลามถูกฝังไว้กับคนที่ถูกฆ่า
26 “‘เมเชคและทูบัล+กับคนของพวกเขาทั้งหมดก็อยู่ที่นั่น หลุมศพพวกเขาอยู่รอบกษัตริย์ของพวกเขา ทุกคนไม่ได้เข้าสุหนัตและถูกดาบแทงทะลุ เพราะตอนที่มีชีวิตอยู่พวกเขาทำให้ผู้คนหวาดกลัว 27 พวกเขาจะไปอยู่กับนักรบที่เก่งกล้าซึ่งไม่ได้เข้าสุหนัตและนอนอยู่ในหลุมศพ*พร้อมกับอาวุธของตัวเองแล้ว พวกเขาจะมีดาบวางอยู่ใต้หัว* และกระดูกของพวกเขาจะต้องรับผลจากบาปของพวกเขา เพราะตอนที่มีชีวิตอยู่นักรบที่เก่งกล้าเหล่านี้ทำให้ผู้คนหวาดกลัว 28 ส่วนเจ้าก็จะถูกฆ่าตายอยู่ท่ามกลางคนที่ไม่ได้เข้าสุหนัต และจะนอนอยู่กับคนที่ถูกฆ่าด้วยดาบ
29 “‘เอโดม+อยู่ที่นั่น กษัตริย์และหัวหน้าทุกคนของเอโดมก็นอนอยู่กับคนที่ถูกฆ่าด้วยดาบ ทั้ง ๆ ที่พวกเขาเคยยิ่งใหญ่ แต่พวกเขาจะนอนอยู่กับคนที่ไม่ได้เข้าสุหนัต+และคนที่กำลังจะลงหลุม
30 “‘เจ้านายทุกคนจากทางเหนืออยู่ที่นั่นกับชาวไซดอนทั้งหมด+ ชาวไซดอนลงไปที่นั่นแล้วด้วยความอับอายพร้อมกับคนที่ถูกฆ่า ทั้ง ๆ ที่พวกเขาเคยทำให้คนอื่นหวาดกลัวเพราะความยิ่งใหญ่ของพวกเขา พวกเขาไม่ได้เข้าสุหนัตและจะนอนอยู่กับคนที่ถูกฆ่าด้วยดาบ พวกเขาจะต้องอับอายเหมือนกับคนที่กำลังจะลงหลุม
31 “‘เมื่อฟาโรห์เห็นเหตุการณ์เหล่านี้ เขาก็จะรู้สึกดีขึ้นที่คนของเขาทั้งหมดต้องเจอสิ่งเหล่านี้+ ฟาโรห์กับทุกคนในกองทัพจะถูกฆ่าด้วยดาบ’ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนั้น
32 “‘เพราะตอนที่เขามีชีวิตอยู่เขาทำให้ผู้คนหวาดกลัว ดังนั้น ฟาโรห์กับคนของเขาทั้งหมดจะตายไปพร้อมกับคนที่ไม่ได้เข้าสุหนัตซึ่งถูกฆ่าด้วยดาบ’ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนั้น
33 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมว่า 2 “ลูกมนุษย์ ไปบอกเพื่อนร่วมชาติของเจ้า+ว่า
“‘สมมุติว่าเราให้ดาบมาจัดการแผ่นดินหนึ่ง+ และทุกคนในแผ่นดินนั้นได้ตั้งคนหนึ่งให้เป็นคนเฝ้ายาม 3 เมื่อเขาเห็นดาบกำลังมาและเป่าแตรเขาสัตว์เพื่อเตือนประชาชน+ 4 ถ้าคนไหนได้ยินเสียงแตรแต่ไม่สนใจเสียงเตือนนั้น+และดาบมาฆ่าเขา เขาจะตายเพราะความผิดของตัวเอง+ 5 เขาได้ยินเสียงแตร แต่ไม่สนใจเสียงเตือนนั้น ดังนั้น เขาจะตายเพราะความผิดของตัวเอง แต่ถ้าเขาสนใจเสียงเตือนเขาคงรอดชีวิต
6 “‘ถ้าคนเฝ้ายามเห็นดาบมาแล้ว แต่ไม่เป่าแตร+และประชาชนไม่ได้ยินเสียงเตือน แล้วดาบก็ฆ่าพวกเขาไปคนหนึ่ง คนนั้นจะตายเพราะความผิดของตัวเอง แต่เราจะให้คนเฝ้ายามรับผิดชอบการตายของเขา’+
7 “ส่วนเจ้า ลูกมนุษย์ เราตั้งเจ้าเป็นคนเฝ้ายามให้ชาวอิสราเอล เจ้าได้ยินเราพูดอะไรก็ให้ไปเตือนพวกเขาตามที่เราบอก+ 8 เมื่อเราบอกคนชั่วว่า ‘เจ้าคนชั่ว เจ้าจะตายแน่!’+ แต่เจ้าไม่เตือนเขาให้เปลี่ยนแนวทางชีวิต คนชั่วนั้นจะตายเพราะความผิดของเขา+ แต่เราจะให้เจ้ารับผิดชอบการตายของเขา 9 แต่ถ้าเจ้าเตือนคนชั่วให้เปลี่ยนแนวทางชีวิตแล้วเขาไม่ยอมเปลี่ยน เขาจะตายเพราะความผิดของเขา+ แต่เจ้าจะรักษาชีวิตของเจ้าไว้ได้+
10 “ลูกมนุษย์ ไปบอกชาวอิสราเอลว่า ‘พวกเจ้าพูดว่า “การกบฏและบาปของพวกเราหนักหนาเหลือเกินและทำให้พวกเราหมดเรี่ยวแรง+ พวกเราจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร?”’+ 11 ให้เจ้าบอกพวกเขาว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “เราสาบานโดยเอาตัวเราเป็นประกันว่า เราไม่ดีใจเลยที่คนชั่วตาย+ แต่เราอยากให้เขาเลิกทำชั่ว+และมีชีวิตอยู่ต่อไป+ ชาวอิสราเอล เลิกเถอะ เลิกทำชั่วซะ+ ทำไมพวกเจ้าต้องหาเรื่องให้ตัวเองตายด้วย?”’+
12 “ลูกมนุษย์ ไปบอกเพื่อนร่วมชาติของเจ้าว่า ‘ถ้าคนดีหันไปทำชั่ว+ ความดีของเขาจะไม่ช่วยให้เขารอด และถ้าคนชั่วเลิกทำชั่ว ความชั่วของเขาก็จะไม่ทำให้เขาล้มลง+ และถ้าวันไหนคนดีทำบาป ความดีของเขาก็จะไม่ช่วยให้เขามีชีวิตต่อไปได้+ 13 เมื่อเราบอกคนดีว่า “เจ้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปแน่นอน” แต่เขามั่นใจในความดีของตัวเองและทำผิด*+ เราจะไม่คิดถึงสิ่งดี ๆ ที่เขาเคยทำเลย แต่เขาจะตายเพราะความผิดที่เขาทำ+
14 “‘เมื่อเราบอกคนชั่วว่า “เจ้าจะตายแน่” และเขาเลิกทำบาป แล้วทำสิ่งที่ยุติธรรมและถูกต้องชอบธรรม+ 15 และคนชั่วนั้นคืนของค้ำประกันที่เขาเคยยึดไว้+ คืนของที่เขาเคยปล้นมา+ และทำตามกฎหมายที่ให้ชีวิตโดยไม่ทำผิดเลย เขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปแน่นอน+ เขาจะไม่ตาย 16 เขาจะไม่ต้องรับโทษเพราะบาปที่เขาเคยทำ+ เขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไป เพราะเขาทำสิ่งที่ยุติธรรมและถูกต้องชอบธรรม’+
17 “เพื่อนร่วมชาติของเจ้าพูดว่า ‘แนวทางของพระยะโฮวาไม่ยุติธรรม”’ แต่จริง ๆ แล้วแนวทางของพวกเขาต่างหากที่ไม่ยุติธรรม
18 “แต่ถ้าคนดีเลิกทำสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมแล้วหันไปทำผิด เขาจะตายเพราะความผิดนั้น+ 19 แต่ถ้าคนชั่วเลิกทำบาปที่เขาเคยทำและหันมาทำสิ่งที่ยุติธรรมและถูกต้องชอบธรรม เขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปแน่นอนเพราะเขาทำอย่างนั้น+
20 “แต่พวกเจ้าพูดว่า ‘แนวทางของพระยะโฮวาไม่ยุติธรรม’+ ชาวอิสราเอล เราจะพิพากษาพวกเจ้าตามการกระทำของแต่ละคน”
21 เมื่อถึงปีที่ 12 ที่พวกเราเป็นเชลย ในวันที่ 5 เดือน 10 ของปีนั้น มีผู้ชายคนหนึ่งหนีจากกรุงเยรูซาเล็มมาบอกผม+ว่า “เยรูซาเล็มแตกแล้ว!”+
22 ในตอนเย็น ก่อนที่คนที่หนีจากกรุงเยรูซาเล็มจะมาถึง พลัง*ของพระยะโฮวาก็มาอยู่กับผม และพระองค์ทำให้ผมพูดได้ก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะมาถึงในตอนเช้า ผมจึงเปิดปากพูดได้อีก+
23 แล้วพระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมว่า 24 “ลูกมนุษย์ พวกคนที่อยู่ตามซากปรักหักพังนั้น+พูดถึงแผ่นดินอิสราเอลว่า ‘อับราฮัมคนเดียวยังได้ครอบครองแผ่นดินนี้+ พวกเรามีกันตั้งหลายคน พวกเราต้องได้ครอบครองแผ่นดินนี้แน่’
25 “ดังนั้น เจ้าต้องบอกพวกเขาว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “พวกเจ้ากินเนื้อที่ยังมีเลือดอยู่+ พวกเจ้าหวังพึ่งรูปเคารพที่น่าขยะแขยง* และไม่เลิกฆ่าคน+ แล้วพวกเจ้าสมควรจะได้ครอบครองแผ่นดินนี้หรือ? 26 พวกเจ้าไว้ใจดาบของตัวเอง+ พวกเจ้าทำสิ่งที่น่าเกลียดและทุกคนเล่นชู้กับภรรยาของเพื่อนบ้าน+ แล้วพวกเจ้าสมควรจะได้ครอบครองแผ่นดินนี้หรือ?”’+
27 “เจ้าต้องบอกพวกเขาว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “เราสาบานโดยเอาตัวเราเป็นประกันว่า คนที่อยู่ตามซากปรักหักพังจะตายด้วยดาบ และเราจะให้คนที่อยู่กลางทุ่งกลายเป็นอาหารของสัตว์ป่า ส่วนคนที่อยู่ตามป้อมปราการและในถ้ำจะตายด้วยโรคร้าย+ 28 เราจะทำให้แผ่นดินนี้รกร้างว่างเปล่า+ แผ่นดินนี้จะไม่เหลือความภาคภูมิใจอีกต่อไป และภูเขาทั้งหลายในอิสราเอลจะร้างเปล่า+ไม่มีใครเดินผ่านเลย 29 แล้วพวกเขาจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวาเมื่อเราทำให้แผ่นดินนี้รกร้างว่างเปล่า+เพราะพวกเขาทำสิ่งที่น่าเกลียด”’+
30 “ส่วนเจ้า ลูกมนุษย์ เพื่อนร่วมชาติของเจ้ากำลังพูดถึงเจ้าอยู่ข้างกำแพงและทางเข้าบ้าน+ พวกเขาต่างก็พูดกับพี่น้องของตัวเองว่า ‘ให้พวกเราไปฟังข่าวจากพระยะโฮวากันเถอะ’ 31 พวกเขาจะพากันมานั่งต่อหน้าเจ้าเหมือนที่ประชาชนของเราทำ พวกเขาจะฟังเจ้าพูด แต่จะไม่ทำตาม+ ปากของพวกเขาสรรเสริญเยินยอเจ้า แต่ใจพวกเขาโลภอยากได้ผลประโยชน์ที่ทุจริต 32 สำหรับพวกเขา เจ้าเป็นเหมือนคนที่ร้องเพลงรักซึ่งมีเสียงไพเราะและเล่นเครื่องสายอย่างชำนาญ พวกเขาจะฟังเจ้าพูด แต่จะไม่มีใครทำตาม 33 แต่เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง (มันจะเกิดขึ้นแน่ ๆ) พวกเขาก็จะรู้ว่ามีผู้พยากรณ์อยู่กับพวกเขา”+
34 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 2 “ลูกมนุษย์ ให้เจ้าพยากรณ์เกี่ยวกับพวกคนเลี้ยงแกะของอิสราเอล เจ้าต้องพยากรณ์และบอกพวกเขาว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “พวกคนเลี้ยงแกะของอิสราเอลจะต้องพินาศ!+ พวกเจ้าเอาแต่เลี้ยงดูตัวเอง คนเลี้ยงแกะควรจะเลี้ยงดูฝูงแกะไม่ใช่หรือ?+ 3 พวกเจ้ากินมันสัตว์ สวมเสื้อขนสัตว์ และฆ่าสัตว์ตัวอ้วน ๆ+ แต่พวกเจ้าไม่เลี้ยงดูฝูงแกะเลย+ 4 พวกเจ้าไม่ได้ช่วยตัวที่อ่อนแอให้แข็งแรงขึ้น ไม่ได้รักษาตัวที่ป่วย ไม่ได้พันแผลตัวที่บาดเจ็บ ไม่ได้พาตัวที่หลงไปกลับมา หรือตามหาตัวที่หายไป+ แต่พวกเจ้ากลับทารุณและกดขี่พวกมัน+ 5 พวกมันจึงกระจัดกระจายไปเพราะไม่มีคนเลี้ยง+ พวกมันกระจัดกระจายไปและกลายเป็นอาหารของสัตว์ป่าในทุ่ง 6 แกะของเราหลงอยู่ตามภูเขาและเนินเขา แกะของเรากระจัดกระจายไปทั่วโลก ไม่มีใครเสาะหาหรือตามหาพวกมัน
7 “‘“ดังนั้น พวกคนเลี้ยงแกะ ขอให้ฟังคำของพระยะโฮวา 8 ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “เราสาบานโดยเอาตัวเราเป็นประกันว่าเราจะจัดการเรื่องนี้แน่ เพราะแกะของเรากลายเป็นเหยื่อและเป็นอาหารของสัตว์ป่าในทุ่ง ที่เป็นอย่างนี้เพราะไม่มีคนเลี้ยงดูมัน พวกคนเลี้ยงแกะของเราไม่ได้ตามหาแกะของเรา พวกเขาเลี้ยงดูตัวเองแทนที่จะเลี้ยงดูแกะของเรา”’ 9 ดังนั้น พวกคนเลี้ยงแกะ ขอให้ฟังคำของพระยะโฮวา 10 พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราจะจัดการพวกคนเลี้ยงแกะ เราจะให้พวกเขาชดใช้เพราะสิ่งที่พวกเขาทำกับแกะของเรา* เราจะไม่ให้พวกเขาเลี้ยงดูแกะของเราต่อไป+และพวกเขาจะไม่มีโอกาสได้เลี้ยงดูตัวเองอีกแล้ว เราจะช่วยแกะของเราไม่ให้ถูกพวกเขากิน และแกะของเราจะไม่เป็นอาหารของพวกเขาอีกต่อไป’”
11 “‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “เราจะตามหาแกะของเราด้วยตัวเอง และเราจะดูแลพวกมัน+ 12 เราจะดูแลแกะของเราเหมือนคนเลี้ยงแกะที่พบแกะของเขาซึ่งกระจัดกระจายไปและเลี้ยงดูพวกมัน+ เราจะช่วยพวกมันกลับมาจากทุกที่ที่พวกมันกระจัดกระจายไปในวันที่มีเมฆหนาทึบ+ 13 เราจะพาพวกมันออกมาจากชนชาติต่าง ๆ และรวบรวมพวกมันจากแผ่นดินทั้งหลายแล้วพาไปยังแผ่นดินของพวกมัน เราจะเลี้ยงดูพวกมันตามภูเขาของอิสราเอล+ ริมแม่น้ำลำธาร และใกล้ที่ที่มีคนอยู่ในแผ่นดินนั้น 14 เราจะเลี้ยงพวกมันในทุ่งหญ้าที่อุดมสมบูรณ์ และให้พวกมันกินหญ้าตามภูเขาสูงของอิสราเอล+ พวกมันจะนอนในทุ่งหญ้าที่อุดมสมบูรณ์+และกินหญ้าอยู่ในทุ่งหญ้าเขียวสดบนภูเขาของอิสราเอล”
15 “‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “เราจะเลี้ยงดูแกะของเราด้วยตัวเอง+ และเราจะให้พวกมันนอนลง+ 16 เราจะตามหาตัวที่หายไป+ จะพาตัวที่หลงไปกลับมา จะพันแผลให้ตัวที่บาดเจ็บ และช่วยตัวที่อ่อนแอให้แข็งแรงขึ้น แต่เราจะกำจัดตัวที่อ้วนและแข็งแรง เราจะพิพากษาและลงโทษพวกมัน”
17 “‘ส่วนพวกเจ้าที่เป็นแกะของเรา พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “เรากำลังจะพิพากษาแกะของเรา และจะพิพากษาแกะตัวผู้กับแพะตัวผู้+ 18 พวกเจ้าได้กินหญ้าในทุ่งที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดยังไม่พออีกหรือ? พวกเจ้าต้องมาเหยียบย่ำทุ่งหญ้าที่เหลือด้วยหรือ? หลังจากได้กินน้ำที่ใสสะอาดที่สุดแล้ว พวกเจ้าต้องย่ำน้ำนั้นให้สกปรกด้วยหรือ? 19 แกะของเราควรได้กินหญ้าในทุ่งที่พวกเจ้าเหยียบย่ำและกินน้ำที่พวกเจ้าย่ำจนสกปรกแล้วหรือ?”
20 “‘ดังนั้น พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกพวกเขาว่า “เราจะพิพากษาแกะอ้วนกับแกะผอม 21 เพราะพวกเจ้าเอาสีข้างกับไหล่ดันแกะทุกตัวที่ป่วยออกไป และใช้เขาของพวกเจ้าขวิดแกะพวกนั้นจนกระจัดกระจายไปอยู่ต่างแดน 22 เราจะช่วยแกะของเรา พวกมันจะไม่ตกเป็นเหยื่ออีกต่อไป+ และเราจะพิพากษาแกะของเรา 23 เราจะตั้งคนเลี้ยงแกะคนหนึ่งให้ดูแลพวกมัน+ คือดาวิดผู้รับใช้ของเรา+ เขาจะเลี้ยงดูพวกมัน เขาเองจะเลี้ยงดูและเอาใจใส่แกะเหล่านั้น+ 24 และเรายะโฮวาจะเป็นพระเจ้าของพวกมัน+ และดาวิดผู้รับใช้ของเราจะเป็นหัวหน้าพวกมัน+ เรายะโฮวาบอกไว้อย่างนี้
25 “‘“เราจะทำสัญญากับแกะของเราว่าจะให้มีสันติสุข+ เราจะกำจัดสัตว์ป่าดุร้ายในแผ่นดินนั้น+ แกะของเราจะได้อยู่ในที่กันดารอย่างปลอดภัยและจะได้นอนในป่า+ 26 เราจะอวยพรพวกเขาและบริเวณรอบ ๆ เนินเขาของเรา+ เราจะให้มีฝนตกตามฤดู พรของเราจะมากมายเหมือนสายฝน+ 27 ต้นไม้ในทุ่งจะเกิดผล และแผ่นดินจะให้ผลผลิต+ พวกเขาจะอยู่ในแผ่นดินนั้นอย่างปลอดภัย แล้วพวกเขาจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวาเมื่อเราหักแอกของพวกเขา+และช่วยพวกเขาให้พ้นจากคนที่จับพวกเขาไปเป็นทาส 28 พวกเขาจะไม่ตกเป็นเหยื่อของชาติต่าง ๆ อีก สัตว์ป่าบนโลกก็จะไม่กินพวกเขา พวกเขาจะอยู่อย่างปลอดภัยและจะไม่มีใครมาทำให้พวกเขากลัว+
29 “‘“เราจะยกไร่นาที่มีชื่อเสียงให้พวกเขา พวกเขาจะไม่อดตายในแผ่นดินนั้นอีกต่อไป+ และชาติต่าง ๆ จะไม่ทำให้พวกเขาอับอายอีกเลย+ 30 พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘แล้วพวกเขาจะต้องรู้ว่า เรายะโฮวาเป็นพระเจ้าของพวกเขาและเราอยู่กับพวกเขา และพวกเขาคือชาวอิสราเอลเป็นประชาชนของเรา’”’+
31 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘ส่วนพวกเจ้าซึ่งเป็นแกะของเราที่เราดูแล+ พวกเจ้าเป็นแค่มนุษย์ และเราเป็นพระเจ้าของพวกเจ้า’”
35 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 2 “ลูกมนุษย์ ให้เจ้าหันหน้าไปทางเขตเทือกเขาเสอีร์+แล้วพยากรณ์เกี่ยวกับที่นั่น+ 3 เจ้าต้องพูดกับเขตเทือกเขานั้นว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “เขตเทือกเขาเสอีร์ เรากำลังจะจัดการเจ้า เราจะลงมือจัดการเจ้าและทำให้เจ้ากลายเป็นที่รกร้างว่างเปล่า+ 4 เราจะทำให้เมืองต่าง ๆ ของเจ้าเหลือแต่ซาก เจ้าจะกลายเป็นที่รกร้างว่างเปล่า+ แล้วเจ้าจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา 5 เพราะเจ้าจงเกลียดจงชังชาวอิสราเอล+และทำให้พวกเขาถูกฆ่าด้วยดาบในวันที่พวกเขาเจอหายนะ ตอนที่พวกเขาถูกลงโทษขั้นสุดท้าย”’+
6 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราจึงสาบานโดยเอาตัวเราเป็นประกันว่า เราจะให้เจ้าถูกฆ่า เจ้าจะถูกตามฆ่า+ เพราะเจ้าทำให้คนที่เจ้าเกลียดต้องตาย เจ้าจึงต้องตายเหมือนกัน+ 7 ดังนั้น เราจะทำให้เขตเทือกเขาเสอีร์กลายเป็นที่รกร้างว่างเปล่า+ และเราจะไม่ให้มีคนเดินผ่านเข้าไปหรือกลับออกมาจากเขตนี้ 8 เราจะให้มีคนตายเกลื่อนกลาดบนภูเขาของเจ้า คนที่ถูกฆ่าด้วยดาบจะล้มตายอยู่ตามเนินเขา หุบเขา และแม่น้ำทุกสายของเจ้า 9 เราจะทำให้เจ้าร้างเปล่าตลอดไป และจะไม่มีคนอาศัยอยู่ในเมืองต่าง ๆ ของเจ้า+ แล้วเจ้าจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา’
10 “เพราะเจ้าพูดว่า ‘สองชาติและสองแผ่นดินนี้จะเป็นของเรา เราจะครอบครองทั้งหมด’+ ทั้ง ๆ ที่พระยะโฮวาอยู่ที่นั่น 11 พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราสาบานโดยเอาตัวเราเป็นประกันว่า เจ้าเคยโกรธ อิจฉา และเกลียดชังพวกเขาอย่างไร+ เราก็จะทำกับเจ้าอย่างนั้น และเราจะทำให้พวกเขารู้จักเราเมื่อเราพิพากษาเจ้า 12 แล้วเจ้าจะต้องรู้ว่าเรายะโฮวาได้ยินคำพูดดูถูกทุกคำที่เจ้าพูดถึงภูเขาในอิสราเอลว่า “ภูเขาพวกนี้ถูกทิ้งร้างและถูกมอบให้พวกเราทำลายแล้ว” 13 และที่เจ้าพูดจาดูหมิ่นและต่อว่าเรามากมายนั้น+ เราได้ยินหมดแล้ว’
14 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘ทั้งโลกจะดีใจเมื่อเราทำให้เจ้ากลายเป็นที่รกร้างว่างเปล่า 15 เขตเทือกเขาเสอีร์ เจ้าเคยดีใจเมื่อมรดกของชาวอิสราเอลถูกทิ้งร้าง เราก็จะทำกับเจ้าอย่างนั้นเหมือนกัน+ เจ้ากับเอโดมทั้งหมด+จะเหลือแต่ซากปรักหักพัง แล้วใคร ๆ จะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา’”
36 “ลูกมนุษย์ เจ้าต้องพยากรณ์เกี่ยวกับภูเขาทั้งหลายในอิสราเอลว่า ‘ภูเขาทั้งหลายในอิสราเอล ขอให้ฟังคำของพระยะโฮวา 2 พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “ศัตรูพูดกับเจ้าว่า ‘เห็นไหมล่ะ แม้แต่เนินเขาเก่าแก่ก็เป็นของพวกเราแล้ว!’”’+
3 “ดังนั้น ให้เจ้าพยากรณ์ว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “เพราะพวกเขาทำให้เจ้าร้างเปล่าและโจมตีเจ้าจากทุกทิศทุกทาง เพื่อให้เจ้ากลายเป็นสมบัติของคนที่เหลือรอดอยู่ในชาติต่าง ๆ และให้คนอื่นนินทาว่าร้ายเจ้า+ 4 ดังนั้น ภูเขาทั้งหลายในอิสราเอล ขอให้ฟังคำของพระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด นี่คือเรื่องที่พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดจะพูดกับภูเขาและเนินเขา กับแม่น้ำและหุบเขา กับซากปรักหักพังต่าง ๆ+ และกับเมืองที่ถูกทิ้งร้างซึ่งคนที่เหลือรอดอยู่ในชาติเพื่อนบ้านได้เข้ามาปล้นและเยาะเย้ย+ 5 พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เพราะเราโกรธมาก+ เราจะพูดกับคนที่เหลือรอดอยู่ในชาติต่าง ๆ และกับชาวเอโดมทั้งหมด พวกเขาดีอกดีใจและดูหมิ่นเหยียดหยาม+ตอนที่มายึดแผ่นดินของเราไปเป็นของตัวเอง เพื่อจะครอบครองทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์และปล้นแผ่นดินนี้’”’+
6 “ดังนั้น ให้เจ้าพยากรณ์เกี่ยวกับแผ่นดินอิสราเอล และบอกภูเขากับเนินเขา และแม่น้ำกับหุบเขาว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “เราจะพูดออกไปด้วยความโกรธ เพราะชาติต่าง ๆ ทำให้เจ้าอับอาย”’+
7 “ดังนั้น พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เรายกมือสาบานว่าชาติพวกนั้นที่อยู่รอบ ๆ จะได้รับความอับอายเสียเอง+ 8 แต่ภูเขาทั้งหลายในอิสราเอล เจ้าจะแตกกิ่งก้านและเกิดผลให้กับอิสราเอลประชาชนของเรา+ เพราะอีกไม่นานพวกเขาจะกลับมาแล้ว 9 เพราะเราอยู่กับเจ้าและเราจะหันมาหาเจ้า จะมีการเพาะปลูกและหว่านพืชบนเจ้า 10 เราจะให้คนของเจ้า คือชาวอิสราเอลทั้งหมดเพิ่มจำนวนขึ้น เมืองต่าง ๆ จะมีคนอยู่+และซากปรักหักพังจะถูกสร้างขึ้นใหม่+ 11 เราจะให้เจ้ามีคนและฝูงสัตว์มากขึ้น+ คนและสัตว์ของเจ้าจะเพิ่มจำนวนขึ้นและเกิดลูกหลานมากมาย เราจะให้มีคนมาอยู่ในเจ้าเหมือนเมื่อก่อน+ เราจะทำให้เจ้าเจริญรุ่งเรืองยิ่งกว่าในอดีต+ แล้วเจ้าจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา+ 12 เราจะให้ชาวอิสราเอลประชาชนของเราเดินบนเจ้า พวกเขาจะครอบครองเจ้า+ เจ้าจะเป็นมรดกของพวกเขา และเจ้าจะไม่ทำให้พวกเขาต้องเสียลูกไปอีก’”+
13 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เพราะพวกเขาพูดกับเจ้าว่า “เจ้าเป็นแผ่นดินที่กลืนกินผู้คนและทำให้ชนชาติต่าง ๆ ที่อยู่ในเจ้าต้องเสียลูกไป”’ 14 ‘ดังนั้น เจ้าจะไม่ได้กลืนกินผู้คนหรือทำให้ชนชาติต่าง ๆ ที่อยู่ในเจ้าต้องเสียลูกไปอีก’ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนั้น 15 ‘เราจะไม่ให้เจ้าถูกชาติต่าง ๆ ดูหมิ่นหรือถูกผู้คนเยาะเย้ยอีกต่อไป+ และเจ้าจะไม่ทำให้ชนชาติต่าง ๆ ที่อยู่ในเจ้าหลงผิดอีก’” พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนั้น
16 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 17 “ลูกมนุษย์ ตอนที่ชาวอิสราเอลอยู่ในแผ่นดินของพวกเขา พวกเขาทำให้แผ่นดินสกปรกด้วยการกระทำของพวกเขา+ สำหรับเรา การกระทำของพวกเขาทำให้พวกเขาไม่สะอาดเหมือนกับผู้หญิงที่มีประจำเดือน+ 18 เราจึงระบายความโกรธใส่พวกเขาเพราะพวกเขาฆ่าคนในแผ่นดินนี้+ และพวกเขาทำให้แผ่นดินสกปรกด้วยรูปเคารพที่น่าขยะแขยง*ของพวกเขา+ 19 เราจึงทำให้พวกเขากระจัดกระจายไปอยู่ในชาติต่าง ๆ และดินแดนต่าง ๆ+ เราพิพากษาพวกเขาตามการกระทำของพวกเขา 20 แต่พอพวกเขาไปอยู่กับชาติเหล่านั้น ผู้คนก็ดูหมิ่นชื่อที่บริสุทธิ์ของเรา+โดยพูดถึงพวกเขาว่า ‘คนพวกนี้เป็นประชาชนของพระยะโฮวา แต่พวกเขาต้องออกจากแผ่นดินของพระองค์’ 21 ดังนั้น เราจะทำอะไรบางอย่างเพราะเราเป็นห่วงชื่อที่บริสุทธิ์ของเรา ชาวอิสราเอลได้ทำให้ชื่อนี้มัวหมองท่ามกลางชาติต่าง ๆ ที่พวกเขาไปอยู่นั้น”+
22 “ดังนั้น ให้เจ้าบอกชาวอิสราเอลว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “ชาวอิสราเอล เราทำอย่างนี้ไม่ใช่เพราะเห็นแก่เจ้า แต่เพราะเห็นแก่ชื่อที่บริสุทธิ์ของเราซึ่งพวกเจ้าทำให้มัวหมองท่ามกลางชาติต่าง ๆ ที่พวกเจ้าไปอยู่นั้น”’+ 23 พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘แม้พวกเจ้าจะทำให้ชาติต่าง ๆ ดูหมิ่นชื่อของเรา แต่เราจะทำให้ชื่อที่ยิ่งใหญ่ของเราเป็นที่เคารพนับถือแน่นอน+ แล้วชาติทั้งหลายจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา+ เมื่อเราจะทำให้พวกเขาเห็นว่าเราเป็นผู้บริสุทธิ์ที่อยู่ท่ามกลางพวกเจ้า 24 เราจะพาพวกเจ้าออกมาจากชาติต่าง ๆ และจะรวบรวมพวกเจ้าออกจากทุกประเทศ แล้วพามาที่แผ่นดินของพวกเจ้า+ 25 เราจะเอาน้ำสะอาดพรมบนตัวพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าจะสะอาด+ เราจะชำระพวกเจ้าให้หมดจากความสกปรกทุกอย่าง+และจากรูปเคารพที่น่าขยะแขยงของพวกเจ้า+ 26 เราจะให้พวกเจ้ามีหัวใจใหม่+และจะใส่จิตใจใหม่ไว้ในตัวพวกเจ้า+ เราจะเอาหัวใจที่แข็งเหมือนหินออกจากตัวพวกเจ้า+ และจะใส่หัวใจที่อ่อนนุ่ม*ลงไปแทน 27 เราจะใส่พลังของเราไว้ในตัวพวกเจ้า เราจะให้พวกเจ้าทำตามข้อกำหนดของเรา+ และพวกเจ้าจะเชื่อฟังและทำตามกฎหมายของเรา 28 แล้วพวกเจ้าจะอยู่ในแผ่นดินที่เรายกให้ปู่ย่าตายายของพวกเจ้า พวกเจ้าจะเป็นประชาชนของเราและเราจะเป็นพระเจ้าของพวกเจ้า’+
29 “‘เราจะช่วยพวกเจ้าให้พ้นจากความไม่สะอาดและจะสั่งให้ข้าวออกรวงมากมาย และเราจะไม่ทำให้เจ้าขาดแคลนอาหาร+ 30 เราจะทำให้ต้นไม้เกิดผลและไร่นามีผลผลิตอุดมสมบูรณ์ เจ้าจะได้ไม่อับอายท่ามกลางชาติทั้งหลายอีกเพราะขาดแคลนอาหาร+ 31 แล้วเจ้าจะนึกถึงความชั่วและความผิดที่เจ้าเคยทำ เจ้าจะเกลียดตัวเองเพราะความผิดและการกระทำที่น่ารังเกียจของเจ้า+ 32 แต่ชาวอิสราเอล ขอให้รู้ไว้ว่าเราไม่ได้ทำอย่างนี้เพราะเห็นแก่พวกเจ้า+ พวกเจ้าจะต้องอับอายขายหน้าเพราะการกระทำของตัวเอง’ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้
33 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘ในวันที่เราชำระเจ้าให้พ้นจากความผิดทุกอย่าง เราจะให้เมืองต่าง ๆ มีคนอยู่+และซากปรักหักพังจะถูกสร้างขึ้นใหม่+ 34 แผ่นดินซึ่งคนที่ผ่านไปมาเห็นว่าถูกทิ้งร้างจะมีการเพาะปลูก 35 แล้วผู้คนจะพูดว่า “แผ่นดินที่รกร้างกลายเป็นเหมือนสวนเอเดน+แล้ว เมืองต่าง ๆ ที่ร้างเปล่าและถูกทำลายจนเหลือแต่ซากตอนนี้ถูกทำให้มั่นคงแข็งแรงและมีคนอาศัยอยู่”+ 36 และชาติต่าง ๆ ที่เหลืออยู่รอบเจ้าจะต้องรู้ว่า เรายะโฮวาได้สร้างสิ่งที่ถูกทำลายไปแล้วขึ้นใหม่และได้ปลูกต้นไม้ในที่ร้างเปล่า เรายะโฮวาได้พูดไว้และทำแล้ว’+
37 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราจะยอมให้ชาวอิสราเอลอ้อนวอนให้เราทำให้คนของพวกเขาเพิ่มขึ้นเหมือนฝูงแกะ 38 เมืองต่าง ๆ ที่เคยเป็นซากปรักหักพังจะเต็มไปด้วยผู้คน+ เหมือนมีผู้บริสุทธิ์มากมาย เหมือนฝูงแกะที่อยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม*ในช่วงเทศกาล+ แล้วพวกเขาจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา’”
37 พลัง*ของพระยะโฮวามาอยู่กับผม พระยะโฮวาใช้พลังของพระองค์พาผมไปอยู่กลางที่ราบหุบเขา+ ที่นั่นมีกระดูกกระจายอยู่เต็มไปหมด 2 พระองค์ให้ผมเดินไปรอบ ๆ และผมเห็นว่ามีกระดูกเกลื่อนกลาดอยู่ในที่ราบนั้น กระดูกเหล่านั้นแห้งมาก+ 3 แล้วพระองค์ถามผมว่า “ลูกมนุษย์ กระดูกพวกนี้จะกลับมามีชีวิตอีกได้ไหม?” ผมตอบว่า “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด พระองค์เท่านั้นที่รู้”+ 4 พระองค์จึงบอกผมว่า “เจ้าต้องพยากรณ์เกี่ยวกับกระดูกพวกนี้ พูดกับพวกมันว่า ‘กระดูกแห้ง ให้พวกเจ้าฟังคำของพระยะโฮวา
5 “‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดพูดกับกระดูกเหล่านี้ว่า “เราจะใส่ลมหายใจเข้าไปในพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าจะมีชีวิต+ 6 เราจะใส่เส้นเอ็นและเนื้อให้พวกเจ้า เราจะเอาผิวหนังมาหุ้มพวกเจ้าและใส่ลมหายใจให้พวกเจ้า พวกเจ้าจะมีชีวิต แล้วพวกเจ้าจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา”’”
7 ผมจึงพยากรณ์ตามที่พระองค์สั่ง และตอนที่ผมพยากรณ์อยู่นั้นผมได้ยินเสียงสั่นรัว และกระดูกเหล่านั้นก็เริ่มมาต่อกัน 8 แล้วผมก็เห็นเส้นเอ็นกับเนื้อมาติดเข้ากับกระดูกและมีผิวหนังห่อหุ้มกระดูกเหล่านั้นไว้ แต่ยังไม่มีลมหายใจ
9 แล้วพระองค์พูดกับผมว่า “ลูกมนุษย์ ให้เจ้าพยากรณ์เกี่ยวกับลม เจ้าต้องพยากรณ์และพูดกับลมว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดสั่งว่า “ลม*จากทั้งสี่ทิศ ให้เจ้าพัดลงบนคนที่ถูกฆ่าเหล่านี้พวกเขาจะได้มีชีวิตอีก”’”
10 ผมจึงพยากรณ์ตามที่พระองค์สั่ง แล้วลมหายใจก็เข้าไปในคนเหล่านั้น พวกเขาจึงมีชีวิตและลุกขึ้นยืน+ พวกเขามีจำนวนมากเป็นกองทัพใหญ่
11 แล้วพระองค์พูดกับผมว่า “ลูกมนุษย์ กระดูกเหล่านี้คือชาวอิสราเอลทั้งหมด+ พวกเขาบอกว่า ‘กระดูกของพวกเราแห้งแล้ว พวกเราไม่มีหวังอะไรเลย+ พวกเราถูกทำลายจนไม่เหลือ’ 12 ดังนั้น ให้เจ้าพยากรณ์และบอกพวกเขาว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดพูดว่า “ประชาชนของเรา เราจะเปิดหลุมศพ+และเอาพวกเจ้าขึ้นมาจากหลุม แล้วพาพวกเจ้าไปที่แผ่นดินอิสราเอล+ 13 ประชาชนของเรา แล้วพวกเจ้าจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา เมื่อเราเปิดหลุมศพของพวกเจ้าและเอาพวกเจ้าขึ้นมาจากหลุม”’+ 14 พระยะโฮวาบอกว่า ‘เราจะใส่พลังของเราไว้ในตัวพวกเจ้าและพวกเจ้าจะมีชีวิต+ เราจะพาพวกเจ้าไปอยู่ในแผ่นดินของตัวเอง แล้วพวกเจ้าจะต้องรู้ว่าเรายะโฮวาได้พูดไว้และทำแล้ว’”
15 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 16 “ลูกมนุษย์ ให้เจ้าเอาไม้ท่อนหนึ่งมาเขียนว่า ‘สำหรับยูดาห์และสำหรับชาวอิสราเอลที่อยู่กับเขา’+ แล้วเอาไม้อีกท่อนหนึ่งมาเขียนว่า ‘สำหรับโยเซฟ ไม้ของเอฟราอิม และชาวอิสราเอลทั้งหมดที่อยู่กับเขา’+ 17 แล้วให้เจ้าเอาไม้ทั้งสองท่อนมารวมกันและถือไว้ให้เป็นท่อนเดียวในมือเจ้า+ 18 เมื่อเพื่อนร่วมชาติของเจ้าพูดว่า ‘คุณจะบอกพวกเราได้ไหมว่าสิ่งเหล่านี้หมายความว่าอย่างไร?’ 19 เจ้าต้องบอกพวกเขาว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดพูดว่า “เราจะเอาไม้ของโยเซฟซึ่งอยู่ในมือของเอฟราอิมรวมทั้งตระกูลต่าง ๆ ของอิสราเอลที่อยู่กับเขามารวมกับไม้ของยูดาห์+ และเราจะทำให้ไม้ทั้งสองกลายเป็นท่อนเดียวกันในมือเรา”’ 20 ไม้สองท่อนที่เจ้าเขียนนั้นเจ้าต้องถือไว้ในมือให้พวกเขาเห็น
21 “แล้วเจ้าต้องบอกพวกเขาว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “เราจะพาชาวอิสราเอลออกมาจากชาติต่าง ๆ ที่พวกเขาไปอยู่ และเราจะรวบรวมพวกเขากลับมาจากทุกทิศทุกทาง แล้วพาพวกเขาไปที่แผ่นดินของตัวเอง+ 22 เราจะทำให้พวกเขาเป็นชาติเดียวกันในแผ่นดิน+และในภูเขาของอิสราเอล จะมีกษัตริย์องค์เดียวปกครองพวกเขาทั้งหมด+ พวกเขาจะไม่เป็นสองชาติและจะไม่แบ่งเป็นสองอาณาจักรอีกต่อไป+ 23 พวกเขาจะไม่ทำให้ตัวเองแปดเปื้อนด้วยรูปเคารพที่น่าขยะแขยง* การกระทำที่น่าเกลียด และความผิดทั้งหมดอีกต่อไป+ เราจะช่วยพวกเขาให้เลิกทำบาปทุกอย่าง เราจะชำระพวกเขาให้สะอาด พวกเขาจะเป็นประชาชนของเรา และเราจะเป็นพระเจ้าของพวกเขา+
24 “‘“ดาวิดผู้รับใช้ของเราจะเป็นกษัตริย์ของพวกเขา+ พวกเขาทั้งหมดจะมีผู้เลี้ยงผู้เดียว+ พวกเขาจะเชื่อฟังกฎหมายของเราและทำตามข้อกำหนดของเราอย่างเคร่งครัด+ 25 พวกเขาจะอาศัยอยู่ในแผ่นดินที่เราได้ยกให้ยาโคบผู้รับใช้ของเรา ซึ่งเป็นแผ่นดินที่ปู่ย่าตายายของพวกเจ้าเคยอยู่+ และพวกเขากับลูกหลาน*+ของพวกเขาจะอาศัยอยู่ในแผ่นดินนั้นตลอดไป+ และดาวิดผู้รับใช้ของเราจะเป็นหัวหน้า*ของพวกเขาตลอดไป+
26 “‘“เราจะทำสัญญากับพวกเขา+ว่าจะให้มีสันติสุขและสัญญานั้นจะคงอยู่ตลอดไป เราจะให้พวกเขามีที่อยู่และจะทำให้พวกเขาเพิ่มจำนวนขึ้น+ และที่ศักดิ์สิทธิ์ของเราจะอยู่กับพวกเขาตลอดไป 27 เต็นท์*ของเราจะอยู่กับ*พวกเขา เราจะเป็นพระเจ้าของพวกเขา และพวกเขาจะเป็นประชาชนของเรา+ 28 แล้วชาติต่าง ๆ จะต้องรู้ว่า เรายะโฮวาทำให้อิสราเอลบริสุทธิ์เมื่อที่ศักดิ์สิทธิ์ของเราอยู่กับพวกเขาตลอดไป”’”+
38 พระยะโฮวาส่งข่าวมาถึงผมอีกว่า 2 “ลูกมนุษย์ ให้เจ้าหันหน้าไปทางโกกแห่งแผ่นดินมาโกก+ ซึ่งเป็นหัวหน้าใหญ่ของเมเชคกับทูบัล+และพยากรณ์เกี่ยวกับเขา+ 3 เจ้าต้องพูดว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “โกก เจ้าเป็นหัวหน้าใหญ่ของเมเชคกับทูบัล เราจะจัดการเจ้า 4 เราจะทำให้เจ้าหันกลับและเอาตะขอเกี่ยวขากรรไกร+ลากเจ้าออกไปพร้อมกับกองทัพทั้งหมดของเจ้า+ ทั้งม้าและทหารม้าทุกคนที่แต่งตัวสง่างาม พวกเขาเป็นกองทัพใหญ่ มีทั้งโล่ใหญ่และโล่เล็ก* ทุกคนถือดาบ 5 ชาวเปอร์เซีย ชาวเอธิโอเปีย และชาวพูต+ก็อยู่กับพวกเขา ทุกคนถือโล่เล็กและสวมหมวกเกราะ 6 ชาวโกเมอร์กับทหารทั้งหมด ชาวโทการ์มาห์+จากดินแดนทางเหนือสุดกับทหารทั้งหมดก็อยู่ที่นั่นด้วย มีหลายชนชาติอยู่กับเจ้า+
7 “‘“ให้เจ้าเตรียมตัวให้พร้อม ทั้งเจ้ากับกองทัพทั้งหมดที่ชุมนุมอยู่กับเจ้าด้วย และเจ้าจะเป็นผู้นำทัพ
8 “‘“หลังจากผ่านไปหลายวัน เราจะเรียกเจ้ามา แล้วในปีท้าย ๆ เจ้าจะบุกโจมตีแผ่นดินของชนชาติที่เคยถูกจัดการด้วยดาบแต่ได้ฟื้นตัวแล้ว พวกเขาถูกรวบรวมออกมาจากชาติต่าง ๆ และถูกพามาอยู่ที่ภูเขาของอิสราเอลซึ่งถูกทิ้งร้างมานาน คนที่อยู่ในแผ่นดินนี้ถูกพากลับมาจากชนชาติต่าง ๆ พวกเขาทุกคนอยู่ที่นั่นอย่างปลอดภัย+ 9 เจ้ากับกองทหารทั้งหมดและชนชาติต่าง ๆ ที่อยู่กับเจ้าจะไปโจมตีพวกเขาเหมือนพายุและเหมือนเมฆที่ปกคลุมทั่วแผ่นดิน”’
10 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘ในวันนั้น เจ้าจะเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาในใจและเจ้าจะวางแผนชั่ว 11 เจ้าจะพูดว่า “เราจะบุกโจมตีแผ่นดินที่มีหมู่บ้านซึ่งไม่มีอะไรป้องกัน+ เราจะโจมตีคนที่อยู่อย่างปลอดภัยไม่มีอะไรรบกวน พวกเขาทุกคนอยู่ในหมู่บ้านที่ไม่มีกำแพง กลอน หรือประตูป้องกัน” 12 เจ้าตั้งใจจะปล้นสมบัติให้ได้มาก ๆ และโจมตีที่ที่เคยร้างเปล่าซึ่งตอนนี้มีคนอยู่+ และโจมตีชนชาติที่ถูกรวบรวมออกมาจากประเทศต่าง ๆ+ คนเหล่านี้กำลังสะสมทรัพย์สมบัติ+และอาศัยอยู่ใจกลางโลก
13 “‘เชบา+กับเดดาน+ซึ่งเป็นพ่อค้าจากทาร์ชิช+และนักรบทุกคนจากที่นั่นจะพูดกับเจ้าว่า “คุณไปโจมตีเพื่อจะปล้นสมบัติให้ได้มาก ๆ หรือ? คุณรวบรวมกองทัพทั้งหมดมายึดทองคำ เงิน และทรัพย์สมบัติ กับข้าวของมากมายมหาศาลอย่างนั้นหรือ?”’
14 “ดังนั้น ลูกมนุษย์ เจ้าต้องพยากรณ์ให้โกกฟังว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “พอถึงวันที่อิสราเอลประชาชนของเราอยู่อย่างปลอดภัย เจ้าก็จะเห็น+ 15 เจ้าจะมาจากที่ที่เจ้าอยู่ทางเหนือสุด+ เจ้ากับชนชาติต่าง ๆ ที่อยู่กับเจ้าเป็นกองทัพใหญ่ มีทหารมากมาย ทุกคนขี่ม้ามา+ 16 โกก เจ้าจะโจมตีอิสราเอลประชาชนของเราเหมือนเมฆปกคลุมแผ่นดิน แล้วในสมัยสุดท้าย เราจะพาเจ้ามาโจมตีแผ่นดินของเรา+ เพื่อชาติต่าง ๆ จะรู้จักเรา เมื่อเราทำให้พวกเขาเห็นว่าเราเป็นผู้บริสุทธิ์โดยสิ่งที่เราทำกับเจ้า”’+
17 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เจ้าคือคนที่เราเคยพูดถึงผ่านทางพวกผู้พยากรณ์ของอิสราเอลซึ่งเป็นผู้รับใช้ของเราไม่ใช่หรือ? พวกเขาพยากรณ์อยู่หลายปีว่าเจ้าจะถูกชักนำให้มาโจมตีอิสราเอล’
18 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘ในวันที่โกกมาโจมตีแผ่นดินอิสราเอล เราจะโกรธมาก+ 19 เราจะพูดด้วยความโกรธจัด และวันนั้นจะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ในแผ่นดินอิสราเอล 20 เราจะทำให้ปลาในทะเล นกในท้องฟ้า สัตว์ป่าในทุ่ง สัตว์เลื้อยคลานบนพื้นดิน และมนุษย์ทุกคนบนโลกหวาดกลัวจนตัวสั่น ภูเขาจะถล่มลงมา+ หน้าผาจะทลาย และกำแพงทุกแห่งจะพังราบ’
21 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราจะเรียกดาบมาต่อสู้กับโกกบนภูเขาของเราทุกลูก ทุกคนจะฆ่าฟันกันเอง+ 22 เราจะพิพากษาลงโทษเขาด้วยโรคระบาด+และการนองเลือด เราจะเทฝนลงมา เราจะให้ลูกเห็บ+ ไฟ+ และกำมะถัน+ตกใส่เขากับกองทหารของเขา รวมทั้งชนชาติต่าง ๆ ที่อยู่กับเขาด้วย+ 23 เราจะทำให้ชาติต่าง ๆ รู้จักเราและเห็นว่าเราเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์ พวกเขาจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา’
39 “ลูกมนุษย์ ให้เจ้าพยากรณ์เกี่ยวกับโกก+และบอกเขาว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “โกก หัวหน้าใหญ่ของเมเชคและทูบัล เราจะจัดการเจ้า+ 2 เราจะทำให้เจ้าหันกลับ และพาเจ้ามาจากดินแดนทางเหนือสุด+และพาไปที่ภูเขาของอิสราเอล 3 เราจะตีคันธนูให้หลุดจากมือซ้ายของเจ้าและทำให้ลูกธนูหลุดจากมือขวาของเจ้า 4 เจ้ากับกองทหารทั้งหมดและชนชาติต่าง ๆ ที่อยู่กับเจ้าจะล้มตายบนภูเขาของอิสราเอล+ เราจะให้เจ้าเป็นอาหารของนกล่าเหยื่อทุกชนิดและสัตว์ป่าในทุ่ง”’+
5 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เจ้าจะล้มตายอยู่กลางทุ่ง+ เพราะเราได้พูดไว้แล้ว’
6 “‘เราจะส่งไฟไปเผามาโกกและคนที่อยู่อย่างปลอดภัยตามหมู่เกาะ+ และพวกเขาจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวา 7 เราจะทำให้ชาวอิสราเอลประชาชนของเรารู้จักชื่อที่บริสุทธิ์ของเรา และเราจะไม่ยอมให้ชื่อที่บริสุทธิ์ของเราถูกดูหมิ่นอีกต่อไป และชาติต่าง ๆ จะรู้ว่าเราคือยะโฮวา+พระเจ้าองค์บริสุทธิ์ของอิสราเอล’+
8 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘วันนั้นจะมาถึงแล้ว สิ่งที่เราบอกไว้จะเกิดขึ้นแน่นอน นั่นเป็นวันที่เราเคยพูดถึง 9 ชาวเมืองต่าง ๆ ในอิสราเอลจะออกไปและก่อกองไฟโดยใช้อาวุธเป็นเชื้อไฟ พวกเขาจะใช้อาวุธต่าง ๆ ทั้งโล่เล็ก* โล่ใหญ่ คันธนู ลูกธนู กระบองศึก* และหอกเป็นเชื้อไฟ+อยู่ 7 ปี 10 พวกเขาจะไม่ต้องเก็บไม้หรือฟืนมาจากป่า เพราะพวกเขาจะใช้อาวุธเหล่านั้นเป็นเชื้อไฟ’
“พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘พวกเขาจะยึดของมาจากคนที่เคยยึดของของพวกเขาไป และจะปล้นสมบัติของคนที่เคยปล้นสมบัติพวกเขา’
11 “‘ในวันนั้นเราจะให้โกก+มีที่ฝังศพในอิสราเอล ในหุบเขาของคนที่กำลังจะไปทางตะวันออกของทะเล หลุมศพนั้นจะกีดขวางทางคนที่ผ่านไป พวกเขาจะฝังโกกกับคนของเขาทั้งหมดไว้ที่นั่น และพวกเขาจะเรียกที่นั่นว่าหุบเขาฮาโมนโกก*+ 12 ชาวอิสราเอลจะฝังศพคนเหล่านั้นอยู่ 7 เดือนเพื่อให้แผ่นดินสะอาด+ 13 ทุกคนในแผ่นดินจะฝังศพคนเหล่านั้น และเรื่องนี้จะทำให้พวกเขามีชื่อเสียงในวันที่เราทำให้ตัวเองได้รับการยกย่องสรรเสริญ’+ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้
14 “‘จะมีคนกลุ่มหนึ่งได้รับมอบหมายให้เดินทางไปทั่วแผ่นดิน เพื่อฝังศพที่ยังเหลืออยู่บนแผ่นดินและทำให้แผ่นดินสะอาด พวกเขาจะค้นหาศพอยู่ 7 เดือน 15 เมื่อคนที่เดินทางไปทั่วแผ่นดินเห็นกระดูกคนที่ไหน พวกเขาก็จะทำเครื่องหมายไว้ข้าง ๆ กระดูกนั้น แล้วคนที่มีหน้าที่ฝังจะฝังกระดูกนั้นในหุบเขาฮาโมนโกก+ 16 จะมีอีกเมืองหนึ่งที่ชื่อว่าฮาโมนาห์* และพวกเขาจะทำให้แผ่นดินสะอาด’+
17 “ส่วนเจ้า ลูกมนุษย์ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดสั่งว่า ‘ให้เจ้าบอกนกทุกชนิดและสัตว์ป่าทุกตัวในทุ่งว่า “รวมตัวกันเข้ามาเลย มาอยู่รอบเครื่องบูชาที่เราเตรียมไว้ให้พวกเจ้า นี่เป็นการเลี้ยงบูชาครั้งใหญ่บนภูเขาของอิสราเอล+ พวกเจ้าจะได้กินเนื้อและกินเลือด+ 18 พวกเจ้าจะกินเนื้อพวกนักรบที่เก่งกล้าและกินเลือดพวกหัวหน้าในโลก ทั้งแกะตัวผู้ ลูกแกะ แพะ และวัวตัวผู้ คือสัตว์ที่อ้วนท้วนสมบูรณ์ทั้งหมดในบาชาน 19 พวกเจ้าจะกินมันจากเครื่องบูชาที่เราเตรียมไว้จนอิ่มและจะดื่มเลือดสัตว์เหล่านั้นจนเมา”’
20 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘ที่โต๊ะของเรา พวกเจ้าจะได้กินม้า คนขับรถม้า พวกนักรบที่เก่งกล้า และทหารทั้งหมดจนอิ่ม’+
21 “‘เราจะทำให้ชาติต่าง ๆ เห็นสง่าราศีของเรา และทุกชาติจะเห็นเราพิพากษาลงโทษพวกเขาและใช้อำนาจ*ของเราต่อสู้พวกเขา+ 22 ตั้งแต่วันนั้นชาวอิสราเอลจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวาพระเจ้าของพวกเขา 23 แล้วชาติต่าง ๆ จะรู้ว่าที่ชาวอิสราเอลต้องไปเป็นเชลยก็เพราะพวกเขาทำผิดและไม่ซื่อสัตย์ต่อเรา+ เราจึงหันหน้าหนีจากพวกเขา+ เราปล่อยให้พวกเขาตกอยู่ในมือศัตรู+ และพวกเขาทั้งหมดถูกฆ่าด้วยดาบ 24 เราจัดการพวกเขาเพราะพวกเขาไม่สะอาดและทำผิด และเราหันหน้าหนีจากพวกเขา’
25 “ดังนั้น พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘เราจะพาพวกยาโคบที่เป็นเชลยกลับมา+และจะเมตตาชาวอิสราเอลทั้งหมด+ และเราจะปกป้องชื่อที่บริสุทธิ์ของเราอย่างเต็มที่+ 26 หลังจากพวกเขาถูกทำให้อับอายเพราะไม่ซื่อสัตย์ต่อเราแล้ว+ พวกเขาจะได้อยู่อย่างปลอดภัยในแผ่นดินของตัวเองและจะไม่มีใครมาทำให้พวกเขากลัว+ 27 เมื่อเราพาพวกเขากลับมาจากชนชาติต่าง ๆ และรวบรวมพวกเขามาจากแผ่นดินของศัตรู+ เราก็จะทำให้ชาติเหล่านั้นเห็นว่าเราเป็นผู้บริสุทธิ์ที่อยู่ท่ามกลางพวกเขาด้วย’+
28 “‘พวกเขาจะต้องรู้ว่าเราคือยะโฮวาพระเจ้าของพวกเขาเมื่อเราทำให้พวกเขาถูกจับไปเป็นเชลยในชาติต่าง ๆ แล้วพาพวกเขากลับมาที่แผ่นดินของตัวเอง โดยไม่ทิ้งใครไว้ที่นั่นสักคนเดียว+ 29 เราจะไม่หันหน้าหนีจากพวกเขาอีก+ เพราะเราจะให้*พลังของเราแก่ชาวอิสราเอล’+ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้”
40 ในปีที่ 25 ที่พวกเราเป็นเชลย+ ในตอนต้นปีของปีนั้น คือในวันที่ 10 เดือน 1 ซึ่งเป็นปีที่ 14 หลังจากกรุงเยรูซาเล็มแตก+ วันนั้นพลัง*ของพระยะโฮวามาอยู่กับผม และพระองค์พาผมไปที่กรุงเยรูซาเล็ม+ 2 ในนิมิตที่ผมได้รับจากพระเจ้า พระองค์พาผมไปที่แผ่นดินอิสราเอลและให้ผมยืนบนภูเขาลูกหนึ่งที่สูงมาก+ บนภูเขานั้นมีสิ่งก่อสร้างที่ดูเหมือนเมือง ๆ หนึ่งอยู่ทางทิศใต้
3 เมื่อพระองค์พาผมไปที่นั่น ผมเห็นผู้ชายคนหนึ่งมือถือเชือกป่านกับไม้วัด*+ยืนอยู่ตรงซุ้มประตู ตัวเขาเหมือนทองแดง+ 4 ผู้ชายคนนั้นพูดกับผมว่า “ลูกมนุษย์ ดูให้ดี ฟังให้ดี และสนใจทุกอย่างที่ผมจะให้คุณเห็น ผมพาคุณมาที่นี่ก็เพื่อให้คุณเห็นสิ่งเหล่านี้ และคุณต้องบอกชาวอิสราเอลว่าคุณเห็นอะไรบ้าง”+
5 ผมเห็นกำแพงที่ล้อมอยู่รอบวิหาร ในมือผู้ชายคนนั้นมีไม้วัดที่ยาว 6 ศอก (แต่ละศอกยาวเท่ากับ 1 ศอกกับ 1 ฝ่ามือ)* เขาเริ่มวัดกำแพง และกำแพงนั้นหนา 1 ไม้วัด สูง 1 ไม้วัด
6 แล้วเขาก็ไปที่ซุ้มประตูซึ่งหันไปทางทิศตะวันออก+และเดินขึ้นบันได เขาวัดความกว้างของธรณีประตูได้ 1 ไม้วัด และธรณีประตูอีกด้านหนึ่งก็กว้าง 1 ไม้วัดด้วย 7 ห้องยามแต่ละห้องยาว 1 ไม้วัดและกว้าง 1 ไม้วัด ห้องยามแต่ละห้องห่างกัน 5 ศอก+ และธรณีประตูที่อยู่ติดกับโถงทางเข้าด้านในกว้าง 1 ไม้วัด
8 เขาวัดโถงทางเข้าที่อยู่ด้านในของซุ้มประตูได้ 1 ไม้วัด 9 แล้วเขาก็วัดโถงทางเข้าได้ 8 ศอก และวัดเสาตรงโถงทางเข้าได้ 2 ศอก โถงทางเข้านี้อยู่ด้านในของซุ้มประตู
10 ในซุ้มประตูทิศตะวันออกมีห้องยามฝั่งละ 3 ห้อง ทุกห้องมีขนาดเท่ากัน เสาที่อยู่ทั้งสองฝั่งก็มีขนาดเท่ากันหมด
11 แล้วเขาก็วัดความกว้างของทางเข้าได้ 10 ศอก แต่ทางเข้าด้านนอกกว้าง 13 ศอก
12 ส่วนที่กั้นหน้าห้องยามทั้งสองฝั่งคือ 1 ศอก และห้องยามทั้งสองฝั่งมีขนาด 6 ศอก
13 แล้วเขาก็วัดซุ้มประตูโดยวัดจากหลังคาห้องยาม*ฝั่งหนึ่งไปถึงอีกฝั่งหนึ่งได้ 25 ศอก ทางเข้าห้องยามทั้งสองฝั่งอยู่ตรงกันพอดี+ 14 แล้วเขาก็วัดความสูงของเสาได้ 60 ศอก ซึ่งเท่ากับเสาของซุ้มประตูอื่น ๆ ที่อยู่รอบลานวิหาร 15 จากหน้าทางเข้าซุ้มประตูจนถึงโถงทางเข้าด้านในยาว 50 ศอก
16 หน้าต่างของห้องยามและของเสาในซุ้มประตูทั้งสองฝั่งมีกรอบด้านนอกเล็กกว่าด้านใน+ โถงทางเข้าก็มีหน้าต่างอยู่ทั้งสองฝั่งเหมือนกัน และมีรูปต้นปาล์ม+บนเสาทุกต้น
17 แล้วเขาก็พาผมไปที่ลานวิหารชั้นนอก ผมเห็นห้องอาหาร*+หลายห้องและมีทางเดินอยู่รอบลานนั้น บนทางเดินมีห้องอาหาร 30 ห้อง 18 ทางเดินข้างซุ้มประตูกว้างเท่ากับความยาวของซุ้มประตู นี่คือทางเดินข้างล่าง
19 แล้วเขาก็วัดระยะจากซุ้มประตูล่างถึงเขตลานวิหารชั้นในได้ 100 ศอก ทั้งทางทิศตะวันออกและทิศเหนือ
20 ที่ลานชั้นนอกมีซุ้มประตูอีกซุ้มหนึ่งซึ่งหันไปทางเหนือ และเขาวัดความยาวกับความกว้างของซุ้มประตูนี้ 21 ในซุ้มประตูนี้มีห้องยามฝั่งละ 3 ห้อง เสาและโถงทางเข้าของซุ้มประตูนี้มีขนาดเท่ากับของซุ้มประตูแรก ซุ้มประตูนี้ยาว 50 ศอก กว้าง 25 ศอก 22 หน้าต่าง โถงทางเข้า และรูปต้นปาล์ม+ในซุ้มประตูนี้มีขนาดเท่ากับของซุ้มประตูทิศตะวันออก คนที่จะเข้าไปในซุ้มประตูนี้ต้องขึ้นบันได 7 ขั้น และโถงทางเข้าของซุ้มประตูนี้จะอยู่ข้างหน้า
23 มีซุ้มประตูอีกซุ้มหนึ่งในลานวิหารชั้นในที่ตรงกับซุ้มประตูทิศเหนือ และมีอีกซุ้มหนึ่งตรงกับซุ้มประตูทิศตะวันออก เขาวัดระยะห่างระหว่างซุ้มประตูหนึ่งถึงอีกซุ้มประตูหนึ่งได้ 100 ศอก
24 แล้วเขาก็พาผมไปทางทิศใต้ ผมเห็นซุ้มประตูซุ้มหนึ่งอยู่ทางใต้+ เขาวัดเสากับโถงทางเข้าของซุ้มประตูนี้ ทั้งหมดมีขนาดเท่ากับของซุ้มประตูอื่น ๆ 25 ซุ้มประตูนี้และโถงทางเข้าของซุ้มประตูนี้มีหน้าต่างอยู่ทั้งสองฝั่งเหมือนที่อื่น ๆ ซุ้มประตูนี้ยาว 50 ศอก กว้าง 25 ศอก 26 มีบันได 7 ขั้นขึ้นไปที่ซุ้มประตูนี้+ และโถงทางเข้าของซุ้มประตูนี้อยู่ข้างหน้า มีรูปต้นปาล์มอยู่บนเสาทั้งสองฝั่ง ฝั่งละรูป
27 ในลานชั้นในมีซุ้มประตูซุ้มหนึ่งหันไปทางทิศใต้ เขาวัดจากซุ้มประตูนี้ไปทางใต้จนถึงอีกซุ้มประตูหนึ่งได้ 100 ศอก 28 แล้วเขาก็พาผมเข้าไปที่ลานชั้นในผ่านซุ้มประตูทิศใต้ เขาวัดขนาดซุ้มประตูทิศใต้ได้เท่ากับซุ้มประตูอื่น ๆ 29 ห้องยาม เสา และโถงทางเข้าของซุ้มประตูนี้มีขนาดเท่ากับของซุ้มอื่น ๆ ซุ้มประตูนี้และโถงทางเข้าของซุ้มประตูนี้มีหน้าต่างอยู่ทั้งสองฝั่ง ซุ้มประตูนี้ยาว 50 ศอก กว้าง 25 ศอก+ 30 ซุ้มประตูทั้งหมดในลานชั้นในมีโถงทางเข้ายาว 25 ศอก กว้าง 5 ศอก 31 โถงทางเข้าของซุ้มประตูนี้อยู่ติดกับลานชั้นนอก มีรูปต้นปาล์มอยู่บนเสาทั้งสองฝั่ง+ และมีบันได 8 ขั้นขึ้นไปที่ซุ้มประตู+
32 เมื่อเขาพาผมไปที่ลานชั้นในจากทางตะวันออก เขาวัดขนาดซุ้มประตูนี้ได้เท่ากับซุ้มประตูอื่น ๆ 33 ห้องยาม เสา และโถงทางเข้าของซุ้มประตูนี้มีขนาดเท่ากับของซุ้มอื่น ๆ ซุ้มประตูนี้และโถงทางเข้าของซุ้มประตูนี้มีหน้าต่างอยู่ทั้งสองฝั่ง ซุ้มประตูนี้ยาว 50 ศอก กว้าง 25 ศอก 34 โถงทางเข้าของซุ้มประตูนี้อยู่ติดกับลานชั้นนอก มีรูปต้นปาล์มอยู่บนเสาทั้งสองฝั่ง และมีบันได 8 ขั้นขึ้นไปที่ซุ้มประตู
35 แล้วเขาก็พาผมเข้าไปในซุ้มประตูทิศเหนือ+ เขาวัดขนาดซุ้มประตูนี้ได้เท่ากับซุ้มประตูอื่น ๆ 36 ห้องยาม เสา และโถงทางเข้าของซุ้มประตูนี้มีขนาดเท่ากับของซุ้มอื่น ๆ ซุ้มประตูนี้มีหน้าต่างอยู่ทั้งสองฝั่ง ซุ้มประตูนี้ยาว 50 ศอก กว้าง 25 ศอก 37 เสาของซุ้มประตูนี้อยู่ติดกับลานชั้นนอก มีรูปต้นปาล์มอยู่บนเสาทั้งสองฝั่ง และมีบันได 8 ขั้นขึ้นไปที่ซุ้มประตู
38 มีห้องอาหารห้องหนึ่งและทางเข้าอยู่ใกล้เสาของซุ้มประตูนี้ ซึ่งเป็นที่ล้างเครื่องบูชาเผา+
39 ในโถงทางเข้าของซุ้มประตูนี้มีโต๊ะอยู่ฝั่งละ 2 ตัวสำหรับฆ่าสัตว์เป็นเครื่องบูชาเผา+ เครื่องบูชาไถ่บาป+ และเครื่องบูชาไถ่ความผิด+ 40 ตรงทางเข้าซุ้มประตูทิศเหนือ มีโต๊ะอยู่ด้านนอกฝั่งละ 2 ตัว และในโถงทางเข้าก็มีโต๊ะอยู่ฝั่งละ 2 ตัว 41 ที่ซุ้มประตูนี้จึงมีโต๊ะอยู่ฝั่งละ 4 ตัว รวมทั้งหมด 8 ตัว สำหรับฆ่าสัตว์เป็นเครื่องบูชา 42 โต๊ะ 4 ตัวสำหรับเครื่องบูชาเผาสกัดจากหิน โต๊ะเหล่านี้ยาว 1.5 ศอก กว้าง 1.5 ศอก และสูง 1 ศอก ใช้วางเครื่องมือสำหรับฆ่าสัตว์เป็นเครื่องบูชาเผาและเครื่องบูชาอื่น ๆ 43 มีชั้นวางของลึก 1 ฝ่ามืออยู่บนผนังด้านในโดยรอบ พวกเขาจะวางเนื้อที่เป็นของถวายไว้บนโต๊ะ
44 ด้านนอกซุ้มประตูของลานชั้นในมีห้องอาหารสำหรับพวกนักร้อง+ ห้องเหล่านี้อยู่ในลานชั้นในใกล้กับซุ้มประตูทิศเหนือและหันหน้าไปทางทิศใต้ และมีห้องอาหารอีกห้องหนึ่งอยู่ใกล้ซุ้มประตูทิศตะวันออกและหันหน้าไปทางทิศเหนือ
45 เขาบอกผมว่า “ห้องอาหารที่หันไปทางทิศใต้มีไว้สำหรับพวกปุโรหิตที่มารับใช้ในวิหาร+ 46 ห้องอาหารที่หันไปทางทิศเหนือมีไว้สำหรับพวกปุโรหิตที่รับใช้อยู่หน้าแท่นบูชา+ พวกเขาเป็นลูกหลานของศาโดก+ เป็นคนในตระกูลเลวีที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานรับใช้ต่อหน้าพระยะโฮวา”+
47 แล้วเขาก็วัดลานชั้นในซึ่งเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ลานนั้นยาว 100 ศอก กว้าง 100 ศอก มีแท่นบูชาอยู่ด้านหน้าวิหาร
48 แล้วเขาก็พาผมเข้าไปในโถงทางเข้าของวิหาร+ เขาวัดเสาที่อยู่ตรงโถงทางเข้า ด้านหนึ่งกว้าง 5 ศอกและอีกด้านหนึ่งกว้าง 3 ศอก เสาต้นหนึ่งอยู่ฝั่งซ้าย อีกต้นหนึ่งอยู่ฝั่งขวา
49 โถงทางเข้านี้ยาว 20 ศอก กว้าง 11* ศอก และคนที่จะเข้าไปต้องขึ้นบันได ข้าง ๆ เสาที่อยู่ตรงโถงทางเข้านี้มีเสาตั้งอยู่อีกฝั่งละต้น+
41 แล้วเขาก็พาผมเข้าไปในห้องชั้นนอกของที่ศักดิ์สิทธิ์* เขาวัดเสาที่อยู่ตรงทางเข้า เสาต้นหนึ่งอยู่ฝั่งซ้าย อีกต้นหนึ่งอยู่ฝั่งขวา ด้านหนึ่งของเสาแต่ละต้นกว้าง 6 ศอก* 2 อีกด้านหนึ่งของเสากว้าง 5 ศอก และทางเข้ากว้าง 10 ศอก เขาวัดห้องนี้ได้ยาว 40 ศอก กว้าง 20 ศอก
3 แล้วเขาก็เข้าไปในห้องชั้นใน*และวัดเสาที่อยู่ตรงทางเข้า ด้านหนึ่งของเสาแต่ละต้นกว้าง 2 ศอก อีกด้านหนึ่งกว้าง 7 ศอก และทางเข้ากว้าง 6 ศอก 4 แล้วเขาก็วัดห้องที่อยู่ติดกับห้องชั้นนอกของที่ศักดิ์สิทธิ์ ห้องนี้ยาว 20 ศอก กว้าง 20 ศอก+ เขาบอกผมว่า “นี่คือห้องบริสุทธิ์ที่สุด”+
5 แล้วเขาก็วัดผนังวิหาร ผนังนี้หนา 6 ศอก ห้องรอบวิหารนั้นกว้าง 4 ศอก+ 6 ห้องรอบวิหารสูง 3 ชั้น แต่ละชั้นมี 30 ห้อง บนผนังรอบวิหารมีขอบยื่นออกมารองรับห้องเหล่านี้ เพื่อจะได้ไม่ต้องเจาะผนังวิหารแล้วใส่คานเข้าไป+ 7 ห้องรอบวิหารจะกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จากชั้นล่างสุดไปจนถึงชั้นบนสุด+ ทั้งสองฝั่งของวิหารมีทางเดินวนขึ้นไป*จนถึงชั้นบนสุด
8 ผมเห็นว่ามีการยกพื้นรอบวิหารให้สูงขึ้น ฐานของห้องรอบวิหารนี้สูง 1 ไม้วัด หรือ 6 ศอกพอดี 9 ผนังด้านนอกของห้องรอบวิหารหนา 5 ศอก ด้านนอกของห้องรอบวิหารมีพื้นที่ว่าง*และถือเป็นส่วนหนึ่งของวิหารด้วย
10 พื้นที่ระหว่างตัววิหารกับห้องอาหาร*+กว้าง 20 ศอกทุกด้าน 11 มีทางเข้าอยู่ระหว่างห้องรอบวิหารกับพื้นที่ว่างด้านนอก ทางหนึ่งอยู่ด้านเหนือ อีกทางหนึ่งอยู่ด้านใต้ พื้นที่ว่างรอบวิหารนั้นกว้าง 5 ศอก
12 ทางตะวันตก มีอาคารหลังหนึ่งซึ่งหันหน้ามาทางพื้นที่ว่างนี้ อาคารนั้นกว้าง 70 ศอก ยาว 90 ศอก ผนังทุกด้านของอาคารหนา 5 ศอก
13 แล้วเขาก็วัดตัววิหาร วิหารนั้นยาว 100 ศอก ส่วนพื้นที่ว่าง อาคาร* และผนังก็ยาว 100 ศอกเหมือนกัน 14 ด้านหน้าของวิหารซึ่งหันไปทางตะวันออกรวมกับพื้นที่ว่างมีความกว้าง 100 ศอก
15 เขาวัดความยาวของอาคารที่หันหน้ามาทางพื้นที่ว่างด้านหลังวิหารนี้รวมทั้งระเบียงทางเดินทั้งสองฝั่ง ความยาวทั้งหมดคือ 100 ศอก
แล้วเขาก็วัดห้องชั้นนอกของที่ศักดิ์สิทธิ์ ห้องชั้นในของที่ศักดิ์สิทธิ์+ และโถงทางเข้าที่อยู่ติดกับลานวิหารด้วย 16 แล้วเขาก็วัดธรณีประตู และหน้าต่างซึ่งมีกรอบด้านนอกเล็กกว่าด้านใน+ รวมทั้งระเบียงทางเดินของทั้งสามส่วนนั้น ใกล้กับธรณีประตูมีแผ่นไม้+บุตั้งแต่พื้นขึ้นไปถึงหน้าต่างและปิดช่องหน้าต่างด้วย 17 เขาวัดด้านบนของทางเข้า กับด้านในและด้านนอกของวิหาร รวมทั้งผนังทุกด้าน 18 มีรูปแกะสลักเครูบ+กับต้นปาล์ม+ และต้นปาล์มแต่ละต้นอยู่ระหว่างเครูบ 2 รูป เครูบเหล่านี้มี 2 หน้า 19 หน้าที่เป็นมนุษย์หันไปทางต้นปาล์มด้านหนึ่ง และหน้าที่เป็นสิงโตหันไปทางต้นปาล์มอีกด้านหนึ่ง+ รูปสลักอย่างนี้มีอยู่ทั่ววิหาร 20 มีรูปเครูบกับต้นปาล์มสลักอยู่บนผนังของที่ศักดิ์สิทธิ์ ตั้งแต่พื้นไปจนถึงบริเวณเหนือประตูทางเข้า
21 กรอบประตู*ของที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นสี่เหลี่ยม+ และด้านหน้าของสถานบริสุทธิ์*มีสิ่งหนึ่งดูเหมือน 22 แท่นบูชาที่ทำด้วยไม้+ สูง 3 ศอก ยาว 2 ศอก และมีเสาที่มุมแท่น ส่วนฐานกับด้านข้างของแท่นทำด้วยไม้ แล้วผู้ชายคนนั้นก็บอกผมว่า “นี่คือโต๊ะที่อยู่ต่อหน้าพระยะโฮวา”+
23 ห้องชั้นนอกของที่ศักดิ์สิทธิ์กับห้องบริสุทธิ์ที่อยู่ชั้นในมีประตูห้องละ 2 บาน+ 24 ประตูแต่ละบานพับครึ่งได้ 25 บนบานประตูของที่ศักดิ์สิทธิ์แกะสลักเป็นรูปเครูบกับต้นปาล์มเหมือนผนัง+ และมีหลังคาไม้ยื่นออกมาด้านหน้าโถงทางเข้า 26 บนผนังทั้งสองด้านของโถงทางเข้า รวมทั้งผนังของห้องรอบวิหาร และบนหลังคาที่ยื่นออกมา มีหน้าต่างซึ่งกรอบด้านนอกเล็กกว่าด้านใน+และมีรูปต้นปาล์มสลักไว้
42 แล้วเขาก็พาผมไปที่ลานชั้นนอกทางทิศเหนือ+ เขาพาผมไปที่อาคารห้องอาหารซึ่งอยู่ถัดจากพื้นที่ว่าง+และอยู่ทางเหนือของอาคารที่อยู่ติดกัน*+ 2 ด้านเหนือของอาคารนี้ยาว 100 ศอก* กว้าง 50 ศอก และมีทางเข้าอยู่ที่นั่น 3 อาคารนี้อยู่ระหว่างลานชั้นในซึ่งกว้าง 20 ศอก+กับทางเดินของลานชั้นนอก อาคารนี้มี 3 ชั้น แบ่งเป็นสองฝั่ง และระเบียงทางเดินของแต่ละฝั่งหันหน้าเข้าหากัน 4 หน้าห้องอาหาร*ทั้งสองฝั่งมีทางเดินตรงกลาง+กว้าง 10 ศอก ยาว 100 ศอก* และทางเข้าอาคารนี้อยู่ทางทิศเหนือ 5 ห้องอาหารที่อยู่ชั้นบนแคบกว่าชั้นล่างและชั้นกลางเพราะระเบียงทางเดินชั้นบนกินพื้นที่มากกว่า 6 เนื่องจากอาคารนี้มี 3 ชั้นและไม่มีเสาเหมือนเสาในลานวิหาร ชั้นบนจึงมีพื้นที่น้อยกว่าชั้นล่างกับชั้นกลาง
7 ข้างห้องอาหารฝั่งที่ติดกับลานชั้นนอกมีกำแพงหินยาว 50 ศอก กำแพงหินนี้อยู่ตรงข้ามกับห้องอาหารอีกฝั่งหนึ่ง 8 ห้องอาหารที่อยู่ฝั่งเดียวกับลานชั้นนอกยาว 50 ศอก แต่ห้องอาหารที่อยู่ฝั่งเดียวกับตัววิหารยาว 100 ศอก 9 ทางเข้าห้องอาหารเหล่านี้อยู่ทางตะวันออกเมื่อเข้ามาจากลานชั้นนอก
10 นอกจากนั้น ยังมีอาคารห้องอาหารอีกหลังหนึ่งอยู่ในกำแพงหินทางตะวันออก ห้องอาหารเหล่านี้อยู่ใกล้พื้นที่ว่างและอาคาร+ 11 หน้าห้องอาหารเหล่านี้มีทางเดินเหมือนกับห้องอาหารทางทิศเหนือ+ มีความกว้างและความยาวเท่ากัน มีทางออกและรูปแบบเหมือนกัน ทางเข้าห้องอาหารเหล่านี้ 12 เหมือนกับทางเข้าห้องอาหารที่อยู่ทางใต้ มีทางให้คนเข้าที่ต้นทางเดินซึ่งอยู่ติดกับกำแพงหินทางตะวันออก+
13 แล้วเขาก็บอกผมว่า “ห้องอาหารทางเหนือกับห้องอาหารทางใต้ซึ่งอยู่ติดกับพื้นที่ว่างนั้น+เป็นห้องอาหารบริสุทธิ์สำหรับพวกปุโรหิตที่มารับใช้พระยะโฮวา พวกเขาจะกินเครื่องบูชาที่บริสุทธิ์ที่สุดกันที่นี่ และพวกเขาจะวางเครื่องบูชาที่บริสุทธิ์ที่สุด+ เครื่องบูชาที่ทำจากเมล็ดข้าว เครื่องบูชาไถ่บาป และเครื่องบูชาไถ่ความผิดไว้ที่นั่น เพราะเป็นที่บริสุทธิ์+ 14 เมื่อพวกปุโรหิตเข้ามาในสถานบริสุทธิ์นี้แล้ว ก่อนจะออกไปที่ลานชั้นนอก พวกเขาต้องถอดชุดที่สวมตอนทำงานรับใช้ออกก่อน+เพราะเป็นชุดบริสุทธิ์ และพวกเขาต้องสวมชุดอื่นเพื่อจะเข้าไปในบริเวณที่อนุญาตให้ประชาชนเข้ามาได้”
15 เมื่อเขาวัดบริเวณวิหารชั้นในเสร็จแล้ว เขาก็พาผมออกไปทางซุ้มประตูทิศตะวันออก+ แล้วเขาก็วัดบริเวณนั้นทั้งหมด
16 เขาวัดทางตะวันออกด้วยไม้วัด* เขาวัดความยาวจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งได้ 500 ไม้วัด
17 เขาวัดทางเหนือและวัดความยาวได้ 500 ไม้วัด
18 เขาวัดทางใต้และวัดความยาวได้ 500 ไม้วัด
19 แล้วเขาก็ไปวัดทางตะวันตก และวัดความยาวได้ 500 ไม้วัด
20 เขาวัดบริเวณนั้นทั้งสี่ด้าน ซึ่งมีกำแพงยาว 500 ไม้วัดกว้าง 500 ไม้วัด+ล้อมบริเวณนั้นไว้+ เพื่อจะแบ่งระหว่างที่บริสุทธิ์กับที่สำหรับคนทั่วไป+
43 แล้วเขาก็พาผมไปที่ซุ้มประตูทิศตะวันออก+ 2 ที่นั่น ผมเห็นรัศมีของพระเจ้าของอิสราเอลมาจากทิศตะวันออก+ เสียงของพระองค์เหมือนเสียงน้ำไหลเชี่ยว+ แล้วทั้งโลกก็สว่างเพราะรัศมีของพระองค์+ 3 สิ่งที่ผมเห็นนี้เหมือนในนิมิตที่เคยเห็นตอนที่ผม*มาทำลายเมืองนี้ และเหมือนนิมิตที่ผมเห็นริมแม่น้ำเคบาร์+ ผมจึงซบลงกับพื้น
4 แล้วรัศมีของพระยะโฮวาก็เข้าไปในวิหารทางซุ้มประตูทิศตะวันออก+ 5 แล้วพลังของพระเจ้า*ก็พาผมเข้าไปในลานชั้นใน และผมเห็นรัศมีของพระยะโฮวาอยู่เต็มวิหาร+ 6 แล้วผมก็ได้ยินผู้หนึ่งพูดกับผมจากในวิหาร และผู้ชายคนนั้นก็มายืนข้างผม+ 7 พระเจ้าพูดกับผมว่า
“ลูกมนุษย์ นี่คือที่ตั้งบัลลังก์ของเรา+ เป็นที่วางเท้าของเรา+ และเป็นที่ที่เราจะอยู่กับชาวอิสราเอลตลอดไป+ ชาวอิสราเอลกับกษัตริย์ของพวกเขาจะไม่ทำให้ชื่อที่บริสุทธิ์ของเรามัวหมอง+เพราะความไม่ซื่อสัตย์และซากศพกษัตริย์ของพวกเขาอีกต่อไป 8 พวกเขาสร้างธรณีประตูของตัวเองไว้ข้างธรณีประตูของเรา และทำกรอบประตูของตัวเองไว้ข้างกรอบประตูของเรา มีแต่กำแพงเท่านั้นที่กั้นระหว่างเรากับพวกเขา+ พวกเขาทำให้ชื่อที่บริสุทธิ์ของเรามัวหมองเพราะการกระทำที่น่าเกลียด เราจึงทำลายพวกเขาเพราะเราโกรธมาก+ 9 ตอนนี้ให้พวกเขาเลิกทำตัวไม่ซื่อสัตย์และเอาซากศพกษัตริย์ของพวกเขาไปให้ห่างจากเรา แล้วเราจะอยู่กับพวกเขาตลอดไป+
10 “ส่วนเจ้า ลูกมนุษย์ เจ้าต้องบอกรายละเอียดเกี่ยวกับวิหารนี้ให้ชาวอิสราเอลฟัง+ พวกเขาจะได้รู้สึกอายที่ทำผิด+ และพวกเขาต้องศึกษาแบบแปลนของวิหารนี้ 11 ถ้าพวกเขารู้สึกอายเพราะสิ่งที่ทำไป ก็ให้เจ้าอธิบายแบบแปลนของวิหาร รวมทั้งรูปแบบ ทางออก และทางเข้าให้พวกเขาฟัง+ เจ้าต้องให้พวกเขาดูแบบแปลนและข้อกำหนดสำหรับวิหาร บอกให้พวกเขารู้กฎทุกอย่างของวิหาร และเขียนให้พวกเขาดู พวกเขาจะได้สังเกตแบบแปลนทั้งหมดของวิหารและทำตามข้อกำหนดสำหรับวิหารนี้+ 12 กฎของวิหารนี้คือ บริเวณยอดเขาทั้งหมดเป็นที่บริสุทธิ์ที่สุด+ นี่คือกฎของวิหาร
13 “ต่อไปนี้เป็นขนาดของแท่นบูชาโดยวัดเป็นศอก+ (แต่ละศอกยาวเท่ากับ 1 ศอกกับ 1 ฝ่ามือ)* ฐานชั้นแรกของแท่นบูชาสูง 1 ศอกและกว้างกว่าฐานที่อยู่ถัดขึ้นไป 1 ศอก และรอบฐานมีขอบสูง 1 คืบ* นี่เป็นฐานชั้นแรกของแท่นบูชา 14 ฐานที่อยู่ถัดขึ้นไปสูง 2 ศอก และกว้างกว่าฐานชั้นที่สาม 1 ศอก ฐานนี้สูง 4 ศอกและกว้างกว่าส่วนที่อยู่ถัดขึ้นไป 1 ศอก 15 ตัวแท่นบูชาสูง 4 ศอก และมุมทั้งสี่ของแท่นบูชาเป็นรูปเขาสัตว์+ 16 ตัวแท่นบูชาเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาว 12 ศอก กว้าง 12 ศอก+ 17 ฐานชั้นที่สามยาว 14 ศอก กว้าง 14 ศอก รอบฐานมีขอบสูงครึ่งศอก และฐานชั้นแรกสูง 1 ศอกเหมือนกันทุกด้าน
“และบันไดขึ้นแท่นบูชาอยู่ทางทิศตะวันออก”
18 แล้วพระองค์พูดกับผมว่า “ลูกมนุษย์ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘ต่อไปนี้เป็นกฎที่ต้องทำตามเมื่อสร้างแท่นบูชา เพื่อจะถวายเครื่องบูชาเผาและประพรมเลือดบนแท่นบูชานี้’+
19 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดสั่งว่า ‘เจ้าต้องเอาวัวหนุ่มตัวหนึ่งจากฝูงมาถวายเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป+ เอาวัวนั้นไปให้ปุโรหิตตระกูลเลวีที่เป็นลูกหลานของศาโดก+ซึ่งเข้ามารับใช้เรา 20 เจ้าต้องเอาเลือดส่วนหนึ่งมาแต้มที่มุมรูปเขาสัตว์ทั้งสี่ของแท่นบูชา ที่มุมทั้งสี่ของฐานชั้นที่สาม และบนขอบที่อยู่รอบ ๆ เพื่อชำระแท่นบูชาให้บริสุทธิ์จากบาปและไถ่บาปให้กับแท่น+ 21 แล้วให้เจ้าเอาวัวหนุ่มที่เป็นเครื่องบูชาไถ่บาปนั้นไปเผานอกวิหาร+ ในที่ที่กำหนดไว้ 22 ในวันที่สองเจ้าต้องถวายแพะตัวผู้ตัวหนึ่งที่สมบูรณ์แข็งแรงเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป และพวกเขาจะชำระแท่นบูชาให้บริสุทธิ์จากบาปเหมือนที่ชำระแท่นนั้นด้วยวัวหนุ่ม’
23 “‘เมื่อเจ้าชำระแท่นบูชาให้บริสุทธิ์จากบาปแล้ว เจ้าต้องเอาวัวหนุ่มกับแกะตัวผู้ที่สมบูรณ์แข็งแรงจากฝูงอย่างละตัวมาถวาย 24 เจ้าต้องถวายสัตว์เหล่านี้แก่พระยะโฮวา และพวกปุโรหิตจะใส่เกลือบนสัตว์เหล่านี้+แล้วถวายเป็นเครื่องบูชาเผาแก่พระยะโฮวา 25 เจ้าต้องเอาแพะตัวผู้ วัวหนุ่ม และแกะตัวผู้จากฝูงอย่างละตัวมาถวายเป็นเครื่องบูชาไถ่บาปทุกวันเป็นเวลา 7 วัน+ และสัตว์ที่เจ้าเอามาถวายนั้นต้องไม่มีตำหนิ 26 พวกปุโรหิตต้องถวายเครื่องบูชาไถ่บาปสำหรับแท่นนั้นเป็นเวลา 7 วัน และพวกเขาต้องชำระแท่นบูชาให้บริสุทธิ์ก่อนจึงจะใช้แท่นได้ 27 เมื่อครบ 7 วันแล้ว ในวันที่แปด+และวันต่อ ๆ ไป พวกปุโรหิตจะถวายเครื่องบูชาเผาและเครื่องบูชาผูกมิตรของพวกเจ้า*บนแท่นบูชานี้ แล้วเราจะพอใจพวกเจ้า’+ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้”
44 เขาพาผมกลับไปที่ลานวิหารชั้นนอกผ่านทางซุ้มประตูทิศตะวันออก+ ประตูนี้ปิดอยู่+ 2 แล้วพระยะโฮวาบอกผมว่า “ประตูนี้จะปิดไว้ตลอดและไม่เปิดเลย จะไม่มีมนุษย์คนไหนเข้าไปทางประตูนี้+ เพราะพระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอลเข้าไปทางประตูนี้แล้ว จึงต้องปิดประตูนี้ไว้ตลอด 3 แต่หัวหน้าจะนั่งกินขนมปังในซุ้มประตูนี้ต่อหน้าพระยะโฮวา+เพราะเขาเป็นหัวหน้า เขาจะเข้ามาในซุ้มประตูนี้ผ่านทางโถงทางเข้าและจะกลับออกไปทางเดิม”+
4 จากนั้น เขาพาผมไปที่หน้าวิหารผ่านทางซุ้มประตูทิศเหนือ เมื่อผมมองดูก็เห็นรัศมีของพระยะโฮวาอยู่เต็มวิหารของพระยะโฮวา+ ผมจึงซบหน้าลงกับพื้น+ 5 แล้วพระยะโฮวาบอกผมว่า “ลูกมนุษย์ ดูให้ดี สนใจและตั้งใจฟังทุกอย่างที่เราจะบอกเจ้าเรื่องข้อกำหนดและกฎของวิหารของพระยะโฮวา เจ้าต้องสังเกตทางเข้าออกทั้งหมดของวิหารให้ดี+ 6 เจ้าต้องบอกชาวอิสราเอลที่ชอบกบฏว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “ชาวอิสราเอล พวกเจ้าทำสิ่งที่น่าเกลียดมากพอแล้ว 7 พวกเจ้าพาคนต่างชาติที่ไม่ได้เข้าสุหนัตที่หัวใจและร่างกายเข้ามาในวิหารของเรา และพวกเขาทำให้วิหารของเราแปดเปื้อน พวกเจ้าถวายขนมปัง มันสัตว์ และเลือดให้เรา แต่ขณะเดียวกันพวกเจ้าก็ละเมิดสัญญาของเราด้วยการทำสิ่งที่น่าเกลียดทุกอย่าง 8 พวกเจ้าไม่ได้ดูแลสิ่งบริสุทธิ์ของเรา+ แต่กลับมอบหมายให้คนอื่นมาทำหน้าที่ต่าง ๆ ในวิหารของเรา”’
9 “‘พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “คนต่างชาติที่อยู่ในอิสราเอลซึ่งไม่ได้เข้าสุหนัตที่หัวใจและร่างกายจะเข้ามาในวิหารของเราไม่ได้”’
10 “‘ส่วนคนเลวีที่เคยทิ้งเรา+ ตอนที่พวกอิสราเอลทิ้งเราไปนมัสการรูปเคารพที่น่าขยะแขยง*จะต้องรับผลจากการทำผิดของพวกเขา 11 พวกเขาจะทำงานรับใช้ในวิหารของเรา พวกเขาจะดูแลประตูวิหาร+และทำงานรับใช้ในวิหาร พวกเขาจะฆ่าสัตว์ที่ประชาชนนำมาถวายเป็นเครื่องบูชาเผาและเครื่องบูชาอื่น ๆ พวกเขาจะยืนอยู่ต่อหน้าประชาชนเพื่อรับใช้ประชาชน 12 เพราะพวกเขาเคยรับใช้ประชาชนต่อหน้ารูปเคารพที่น่าขยะแขยงและเป็นต้นเหตุให้ชาวอิสราเอลหลงทำบาป+ เราจึงยกมือสาบานว่าจะจัดการพวกเขา และพวกเขาจะต้องรับผลจากการทำผิดของตัวเอง’ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้ 13 ‘พวกเขาจะไม่ได้เข้ามารับใช้เป็นปุโรหิตของเราและจะไม่ได้เข้าใกล้สิ่งบริสุทธิ์หรือสิ่งบริสุทธิ์ที่สุดของเราเลย พวกเขาจะต้องอับอายเพราะพวกเขาได้ทำสิ่งที่น่าเกลียดทุกอย่าง 14 แต่เราจะให้พวกเขาดูแลงานต่าง ๆ ในวิหาร ดูแลงานรับใช้และทุกสิ่งที่ต้องทำในวิหาร’+
15 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘ส่วนพวกปุโรหิตตระกูลเลวีที่เป็นลูกหลานของศาโดก+ซึ่งเคยดูแลงานต่าง ๆ ในวิหารของเราตอนที่ชาวอิสราเอลทิ้งเราไป+ พวกเขาจะได้เข้ามารับใช้เรา และพวกเขาจะยืนต่อหน้าเราเพื่อถวายมันสัตว์+และเลือดให้เรา+ 16 พวกเขาจะได้เข้ามาในวิหารของเราและจะเข้ามารับใช้เราที่โต๊ะของเรา+ พวกเขาจะดูแลงานต่าง ๆ ให้เรา+
17 “‘เมื่อพวกเขาเข้ามาในซุ้มประตูต่าง ๆ ของลานชั้นในพวกเขาต้องสวมชุดผ้าลินิน+ และเมื่อทำงานรับใช้ในซุ้มประตูต่าง ๆ ของลานชั้นในหรือในบริเวณนั้น พวกเขาต้องไม่สวมชุดผ้าขนสัตว์ 18 พวกเขาต้องโพกหัวด้วยผ้าลินินและสวมกางเกงขาสั้นผ้าลินิน+ พวกเขาต้องไม่สวมอะไรที่ทำให้เหงื่อออก 19 ก่อนจะออกไปที่ลานชั้นนอกซึ่งเป็นลานสำหรับประชาชน พวกเขาต้องถอดชุดที่สวมตอนทำงานรับใช้ออก+และเก็บไว้ในห้องอาหารบริสุทธิ์*+แล้วสวมชุดอื่น เพื่อไม่ให้ความบริสุทธิ์ถูกส่งต่อไปให้ประชาชนผ่านทางเสื้อผ้าของพวกเขา 20 พวกเขาต้องไม่โกนผม+หรือไว้ผมยาว แต่ต้องตัดผมให้เรียบร้อย 21 พวกปุโรหิตต้องไม่ดื่มเหล้าองุ่นเมื่อเข้าไปในลานชั้นใน+ 22 พวกเขาต้องไม่แต่งงานกับแม่ม่ายหรือผู้หญิงที่หย่ากับสามี+ แต่พวกเขาจะต้องแต่งงานกับหญิงสาวบริสุทธิ์ที่เป็นลูกหลานอิสราเอลหรือไม่ก็แม่ม่ายที่เคยเป็นภรรยาของปุโรหิต’+
23 “‘พวกเขาต้องสอนประชาชนให้รู้ความแตกต่างระหว่างของบริสุทธิ์กับของธรรมดา และระหว่างสิ่งที่ไม่สะอาดกับสิ่งที่สะอาด+ 24 พวกเขาต้องทำหน้าที่พิพากษาคดีความ+และต้องพิพากษาตามกฎหมายของเรา+ พวกเขาต้องทำตามกฎหมายและข้อกำหนดของเราเกี่ยวกับเทศกาลทุกอย่าง+และต้องถือสะบาโตของเรา 25 พวกเขาต้องไม่เข้าใกล้คนตายไม่อย่างนั้นพวกเขาจะไม่สะอาด แต่พวกเขาอาจทำให้ตัวเองไม่สะอาดถ้าคนที่ตายเป็นพ่อแม่ ลูกชาย ลูกสาว พี่ชายน้องชาย หรือพี่สาวน้องสาวที่ยังไม่แต่งงานของพวกเขา+ 26 และหลังจากปุโรหิตชำระตัวให้บริสุทธิ์แล้ว เขาต้องรออีก 7 วันจึงจะทำงานรับใช้ได้อีก 27 ในวันที่เขาเข้าไปทำงานรับใช้ในสถานบริสุทธิ์ซึ่งอยู่ในลานชั้นใน เขาต้องถวายเครื่องบูชาไถ่บาปสำหรับตัวเอง’+ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้
28 “‘นี่จะเป็นมรดกของพวกเขา คือเราเองจะเป็นมรดกของพวกเขา+ พวกเจ้าไม่ต้องยกทรัพย์สมบัติอะไรในอิสราเอลให้พวกเขา เพราะเราเองจะเป็นทรัพย์สมบัติของพวกเขา 29 พวกเขาจะได้กินเครื่องบูชาที่ทำจากเมล็ดข้าว+ เครื่องบูชาไถ่บาป และเครื่องบูชาไถ่ความผิด+ และของถวายทุกอย่างในอิสราเอลจะเป็นของพวกเขา+ 30 ผลไม้สุกรุ่นแรกที่ดีที่สุดและของทุกอย่างที่พวกเจ้าเอามาถวายจะเป็นของปุโรหิต+ และพวกเจ้าต้องเอาแป้งหยาบที่ได้จากผลแรกของการเก็บเกี่ยวมาให้ปุโรหิต+ แล้วครอบครัวของพวกเจ้าจะได้พร+ 31 ปุโรหิตจะต้องไม่กินนกหรือสัตว์ที่ตายเองหรือถูกสัตว์อื่นกัดตาย’+
45 “‘เมื่อพวกเจ้าแบ่งที่ดินเพื่อเป็นมรดก+ พวกเจ้าต้องถวายที่ดินส่วนหนึ่งให้พระยะโฮวาเป็นที่บริสุทธิ์+ ที่ดินนั้นต้องยาว 25,000 ศอก* กว้าง 10,000 ศอก+ ที่ดินส่วนนี้ทั้งหมดจะเป็นที่ดินบริสุทธิ์ 2 ในเขตที่ดินนั้น จะมีแปลงหนึ่งเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสยาว 500 ศอก กว้าง 500 ศอก+เป็นที่สำหรับวิหาร และมีทุ่งหญ้าขนาด 50 ศอกล้อมอยู่ทั้งสี่ด้าน+ 3 พวกเจ้าต้องวัดขนาดที่ดินให้ยาว 25,000 ศอก กว้าง 10,000 ศอก ในที่ดินส่วนนี้จะมีวิหารตั้งอยู่และเป็นที่บริสุทธิ์ที่สุด 4 ที่ดินส่วนนี้จะเป็นที่ดินบริสุทธิ์สำหรับพวกปุโรหิต+ซึ่งเข้าไปทำงานรับใช้พระยะโฮวาในวิหาร+ ที่ดินส่วนนี้จะเป็นที่ตั้งบ้านเรือนของพวกเขาและเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับวิหาร
5 “‘สำหรับคนเลวีที่ทำงานรับใช้ในวิหาร พวกเขาจะได้ที่ดินยาว 25,000 ศอก กว้าง 10,000 ศอก+ และพวกเขาจะได้ห้องอาหาร 20 ห้อง*+เป็นส่วนของพวกเขา
6 “‘พวกเจ้าต้องยกที่ดินแปลงหนึ่งยาว 25,000 ศอก (ยาวเท่ากับที่ดินบริสุทธิ์) กว้าง 5,000 ศอก+ให้เป็นส่วนของเมือง ที่ดินส่วนนี้จะเป็นของชาวอิสราเอลทั้งหมด
7 “‘บริเวณทั้งสองฝั่งของที่ดินบริสุทธิ์กับที่ดินของเมืองนั้นจะเป็นของหัวหน้า ส่วนนี้จะอยู่ติดกับที่ดินบริสุทธิ์และที่ดินของเมืองนั้น ส่วนนี้จะอยู่ทั้งด้านตะวันตกและตะวันออก ที่ดินส่วนนี้จะยาวเท่ากับที่ดินซึ่งแบ่งให้กับตระกูลหนึ่งเมื่อวัดจากสุดเขตตะวันตกถึงสุดเขตตะวันออก+ 8 ที่ดินนี้จะเป็นส่วนของเขาในอิสราเอล พวกหัวหน้าที่เราตั้งไว้จะไม่ข่มเหงประชาชนของเราอีก+ แต่พวกเขาจะยกที่ดินที่เหลือให้กับอิสราเอลตามตระกูลต่าง ๆ’+
9 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘พวกหัวหน้าของอิสราเอล พอได้แล้ว!’
“พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘พวกเจ้าต้องเลิกทำร้ายและข่มเหงคนอื่น ให้ทำสิ่งที่ยุติธรรมและถูกต้องชอบธรรม+ และเลิกริบเอาสมบัติของประชาชนของเรา+ 10 พวกเจ้าต้องใช้ตาชั่ง ถังตวงเอฟาห์* และถังตวงบัท*ที่ได้มาตรฐาน+ 11 จะต้องมีมาตราที่แน่นอนสำหรับถังตวงเอฟาห์และบัท ถังตวงบัทจะต้องตวงได้ 1 ใน 10 โฮเมอร์* และถังตวงเอฟาห์จะต้องตวงได้ 1 ใน 10 โฮเมอร์ และโฮเมอร์จะเป็นมาตรฐานสำหรับหน่วยตวงเหล่านี้ 12 และ 1 เชเขล*+จะต้องเท่ากับ 20 เกราห์* และ 20 เชเขลรวมกับ 25 เชเขลรวมกับ 15 เชเขลจะเท่ากับ 1 มาเน’*
13 “‘นี่เป็นสิ่งที่พวกเจ้าต้องถวาย ข้าวสาลีทุก ๆ 1 โฮเมอร์พวกเจ้าต้องถวาย 1 ใน 6 เอฟาห์ และข้าวบาร์เลย์ทุก ๆ 1 โฮเมอร์พวกเจ้าต้องถวาย 1 ใน 6 เอฟาห์ 14 ส่วนน้ำมันถวาย พวกเจ้าต้องตวงด้วยถังตวงบัท โดย 1 บัทเท่ากับ 1 ใน 10 โคระ* และเท่ากับ 1 ใน 10 โฮเมอร์ด้วย เพราะ 10 บัทเท่ากับ 1 โฮเมอร์ 15 ส่วนแกะจากฝูงแกะของชาวอิสราเอลนั้น ทุก ๆ 200 ตัว พวกเจ้าต้องถวาย 1 ตัว สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดจะใช้ถวายเป็นเครื่องบูชาที่ทำจากเมล็ดข้าว+ เครื่องบูชาเผา+ และเครื่องบูชาผูกมิตร+ เพื่อไถ่บาปของประชาชน’+ พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้
16 “‘ประชาชนทุกคนจะเอาของถวายเหล่านี้มาให้หัวหน้าในอิสราเอล+ 17 แต่หัวหน้าจะต้องเตรียมเครื่องบูชาเผา+ เครื่องบูชาที่ทำจากเมล็ดข้าว+ และเครื่องบูชาดื่มในเทศกาลต่าง ๆ+ ในวันขึ้นเดือนใหม่ ในวันสะบาโต+ และในช่วงเทศกาลทั้งหมดที่กำหนดไว้สำหรับชาวอิสราเอล+ เขาจะเป็นคนเตรียมเครื่องบูชาไถ่บาป เครื่องบูชาที่ทำจากเมล็ดข้าว เครื่องบูชาเผา และเครื่องบูชาผูกมิตรเพื่อไถ่บาปของชาวอิสราเอล’
18 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘ในวันที่ 1 เดือน 1 พวกเจ้าต้องเอาวัวหนุ่มที่สมบูรณ์แข็งแรงตัวหนึ่งมาจากฝูงแล้วพวกเจ้าต้องชำระวิหารให้บริสุทธิ์จากบาป+ 19 ปุโรหิตจะเอาเลือดส่วนหนึ่งจากเครื่องบูชาไถ่บาปทาที่กรอบประตูวิหาร+ ที่มุมทั้งสี่ของฐานแท่นบูชา และที่กรอบประตูของซุ้มประตูในลานชั้นใน 20 และในวันที่ 7 ของเดือนนั้น พวกเจ้าต้องทำอย่างนี้อีกครั้งหนึ่งเพื่อคนที่ทำบาปโดยไม่เจตนาหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์+ และพวกเจ้าต้องชำระวิหารให้บริสุทธิ์จากบาป+
21 “‘ในวันที่ 14 เดือน 1 พวกเจ้าต้องฉลองเทศกาลปัสกา+ และกินขนมปังไม่ใส่เชื้อเป็นเวลา 7 วัน+ 22 ในวันนั้น หัวหน้าจะเตรียมวัวหนุ่มตัวหนึ่งเป็นเครื่องบูชาไถ่บาปสำหรับตัวเองและสำหรับประชาชนทุกคน+ 23 ตลอดช่วงเทศกาลทั้ง 7 วัน เขาจะเตรียมวัวหนุ่มที่สมบูรณ์แข็งแรงวันละ 7 ตัวกับแกะตัวผู้ที่สมบูรณ์แข็งแรงวันละ 7 ตัวเป็นเครื่องบูชาเผาสำหรับพระยะโฮวา+ และเขาจะเตรียมแพะตัวผู้วันละ 1 ตัวเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป 24 และเขาต้องเตรียมเครื่องบูชาที่ทำจากเมล็ดข้าว 1 เอฟาห์สำหรับวัวหนุ่มทุก ๆ 1 ตัว และอีก 1 เอฟาห์สำหรับแกะตัวผู้ทุก ๆ 1 ตัว และน้ำมัน 1 ฮิน*สำหรับแต่ละ 1 เอฟาห์
25 “‘และสำหรับเทศกาลที่มี 7 วันซึ่งเริ่มในวันที่ 15 เดือน 7+ เขาจะต้องเตรียมเครื่องบูชาไถ่บาป เครื่องบูชาเผา เครื่องบูชาที่ทำจากเมล็ดข้าว และน้ำมันแบบเดียวกันนั้น’”
46 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘ซุ้มประตูในลานชั้นในที่หันไปทางทิศตะวันออก+ต้องปิดไว้+ตลอดวันทำงาน 6 วัน+ แต่ต้องเปิดในวันสะบาโตและวันขึ้นเดือนใหม่ 2 หัวหน้าจะเข้ามาจากลานชั้นนอกผ่านโถงทางเข้าของซุ้มประตูนั้น+ และเขาจะยืนอยู่ข้างกรอบประตูของซุ้มประตู พวกปุโรหิตจะถวายเครื่องบูชาเผาและเครื่องบูชาผูกมิตรสำหรับเขา และเขาจะหมอบลงที่ธรณีประตูของซุ้มประตูแล้วก็ออกไป จะต้องไม่ปิดซุ้มประตูนั้นจนกว่าจะถึงตอนเย็น 3 และประชาชนจะหมอบลงต่อหน้าพระยะโฮวาที่ทางเข้าซุ้มประตูนั้นในวันสะบาโตและวันขึ้นเดือนใหม่+
4 “‘เครื่องบูชาเผาที่หัวหน้าจะถวายให้พระยะโฮวาในวันสะบาโตต้องเป็นลูกแกะตัวผู้ที่สมบูรณ์แข็งแรง 6 ตัวกับแกะตัวผู้ที่สมบูรณ์แข็งแรง 1 ตัว+ 5 เขาต้องถวายเครื่องบูชาที่ทำจากเมล็ดข้าว 1 เอฟาห์*สำหรับแกะตัวผู้ และถวายเครื่องบูชาเท่าไรก็ได้สำหรับลูกแกะตัวผู้ เขาต้องถวายน้ำมัน 1 ฮิน*สำหรับแต่ละ 1 เอฟาห์ด้วย+ 6 เครื่องบูชาที่ต้องถวายในวันขึ้นเดือนใหม่คือ วัวหนุ่มที่สมบูรณ์แข็งแรงจากฝูง 1 ตัว ลูกแกะตัวผู้ 6 ตัว และแกะตัวผู้ 1 ตัว ทุกตัวต้องสมบูรณ์แข็งแรง+ 7 เขาต้องถวายเครื่องบูชาที่ทำจากเมล็ดข้าว 1 เอฟาห์สำหรับวัวหนุ่ม และ 1 เอฟาห์สำหรับแกะตัวผู้ และถวายเท่าไรก็ได้สำหรับลูกแกะตัวผู้ เขาต้องถวายน้ำมัน 1 ฮินสำหรับแต่ละ 1 เอฟาห์ด้วย
8 “‘เมื่อหัวหน้าเข้ามา เขาต้องเข้ามาทางโถงทางเข้าของซุ้มประตูและต้องออกไปทางเดิม+ 9 เมื่อประชาชนเข้ามานมัสการพระยะโฮวาในช่วงเทศกาลต่าง ๆ+ คนที่เข้ามาทางซุ้มประตูทิศเหนือ+ต้องออกไปทางซุ้มประตูทิศใต้+ และคนที่เข้ามาทางซุ้มประตูทิศใต้ต้องออกไปทางซุ้มประตูทิศเหนือ อย่าให้ใครกลับไปทางซุ้มประตูที่เขาเข้ามา พวกเขาต้องออกไปทางซุ้มประตูที่อยู่ตรงข้ามกัน 10 ส่วนหัวหน้าที่อยู่กับประชาชน เขาต้องเข้ามาพร้อมกับประชาชนและต้องออกไปพร้อมกับประชาชน 11 ในช่วงเทศกาลและงานฉลองต่าง ๆ เขาต้องถวายเครื่องบูชาที่ทำจากเมล็ดข้าว 1 เอฟาห์สำหรับวัวหนุ่ม และ 1 เอฟาห์สำหรับแกะตัวผู้ และถวายเท่าไรก็ได้สำหรับลูกแกะตัวผู้ เขาต้องถวายน้ำมัน 1 ฮินสำหรับแต่ละ 1 เอฟาห์ด้วย+
12 “‘ถ้าหัวหน้าเตรียมเครื่องบูชาเผา+หรือเครื่องบูชาผูกมิตรเพื่อถวายให้พระยะโฮวาด้วยความสมัครใจ ซุ้มประตูที่หันไปทางทิศตะวันออกจะเปิดให้เขา และเขาจะเตรียมเครื่องบูชาเผาและเครื่องบูชาผูกมิตรเหมือนที่เขาทำในวันสะบาโต+ เมื่อเขาออกไปแล้ว จะต้องปิดซุ้มประตูนั้น+
13 “‘ทุกวันเจ้าต้องเตรียมลูกแกะตัวผู้อายุ 1 ปีที่สมบูรณ์แข็งแรง 1 ตัวมาถวายเป็นเครื่องบูชาเผาแก่พระยะโฮวา+ ให้ทำอย่างนี้ทุกเช้า 14 นอกจากลูกแกะแล้ว ทุกเช้าเจ้าต้องเตรียมเครื่องบูชาที่ทำจากเมล็ดข้าว 1 ใน 6 เอฟาห์กับน้ำมัน 1 ใน 3 ฮินสำหรับพรมบนแป้งละเอียดซึ่งเป็นเครื่องบูชาที่ทำจากเมล็ดข้าวเพื่อถวายให้พระยะโฮวาเป็นประจำ นี่เป็นข้อกำหนดที่ต้องทำตามตลอดไป 15 ทุกเช้าพวกเขาต้องเตรียมลูกแกะตัวผู้ เครื่องบูชาที่ทำจากเมล็ดข้าว และน้ำมัน เพื่อถวายเป็นเครื่องบูชาเผาเป็นประจำ’
16 “พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า ‘ถ้าหัวหน้าให้ของขวัญกับลูกชายแต่ละคนเป็นมรดก ของนั้นจะเป็นสมบัติของลูกชายและจะเป็นมรดกของพวกเขา 17 แต่ถ้าเขาให้ของขวัญกับคนรับใช้เป็นมรดก ของนั้นจะเป็นสมบัติของคนรับใช้จนถึงปีแห่งอิสรภาพ+ แล้วของนั้นจะกลับไปเป็นของหัวหน้าตามเดิม เฉพาะลูกชายของหัวหน้าเท่านั้นที่จะได้มรดกเป็นของตัวเองตลอดไป 18 หัวหน้าจะต้องไม่ริบเอามรดกของประชาชนโดยบังคับให้พวกเขาออกจากที่ดินของพวกเขาเอง แต่เขาต้องเอาที่ดินของตัวเองยกให้เป็นมรดกของลูกชาย จะได้ไม่มีประชาชนของเราคนไหนถูกไล่ออกจากที่ดินของตัวเอง’”
19 แล้วเขาก็พาผมเข้าไปข้างในโดยผ่านทางเข้า+ที่อยู่ข้างซุ้มประตูทางทิศเหนือ+ ซึ่งเป็นทางไปอาคารห้องอาหารบริสุทธิ์*ของพวกปุโรหิต และผมเห็นสถานที่แห่งหนึ่งอยู่หลังอาคารนี้ทางทิศตะวันตก 20 เขาบอกผมว่า “นี่เป็นที่ที่พวกปุโรหิตจะต้มเครื่องบูชาไถ่ความผิดกับเครื่องบูชาไถ่บาป และอบเครื่องบูชาที่ทำจากเมล็ดข้าว+ เพื่อพวกเขาจะไม่ต้องเอาอะไรออกไปที่ลานชั้นนอกและส่งต่อความบริสุทธิ์ให้ประชาชน”+
21 เขาพาผมออกไปที่ลานชั้นนอกและพาเดินผ่านมุมลานวิหารทั้งสี่มุม ผมเห็นว่าแต่ละมุมของลานชั้นนอกก็มีลานอีกด้วย 22 ที่มุมลานวิหารทั้งสี่มุม มีลานเล็ก ๆ ยาว 40 ศอก* กว้าง 30 ศอก และทั้งสี่ลานมีขนาดเท่ากัน 23 ภายในลานทั้งสี่มีขอบอยู่รอบลาน และพวกเขาสร้างเตาสำหรับต้มเครื่องบูชาไว้ใต้ขอบนี้ 24 แล้วเขาก็บอกผมว่า “นี่คือบริเวณที่คนรับใช้ในวิหารมาต้มเครื่องบูชาสำหรับประชาชน”+
47 แล้วเขาก็พาผมกลับไปที่ทางเข้าวิหาร+ ที่นั่นผมเห็นน้ำไหลจากใต้ธรณีประตูวิหารไปทางทิศตะวันออก+ เพราะวิหารหันหน้าไปทางทิศตะวันออก น้ำนั้นไหลมาจากใต้วิหารทางด้านขวา ซึ่งเป็นทิศใต้ของแท่นบูชา
2 แล้วเขาก็พาผมออกไปทางซุ้มประตูทิศเหนือ+ เขาพาผมออกไปข้างนอกแล้วอ้อมไปที่ซุ้มประตูชั้นนอกซึ่งหันไปทางทิศตะวันออก+ และผมเห็นน้ำค่อย ๆ ไหลมาจากทางขวา
3 ผู้ชายคนนั้นถือไม้วัดและออกไปทางทิศตะวันออก+ เขาวัดระยะ 1,000 ศอก*แล้วให้ผมเดินลุยน้ำ น้ำนั้นลึกถึงข้อเท้า
4 เขาวัดไปอีก 1,000 ศอกแล้วให้ผมเดินลุยน้ำ น้ำนั้นลึกถึงเข่า
เขาวัดไปอีก 1,000 ศอกแล้วให้ผมเดินลุยน้ำ น้ำนั้นลึกถึงสะโพก
5 เมื่อเขาวัดไปอีก 1,000 ศอก น้ำนั้นก็กลายเป็นแม่น้ำซึ่งผมลุยข้ามไปไม่ได้ เพราะมันลึกมากจนคนที่จะข้ามต้องว่ายน้ำไป เป็นสายน้ำที่ลุยข้ามไปไม่ได้
6 เขาถามผมว่า “ลูกมนุษย์ คุณเห็นสิ่งนี้ไหม?”
แล้วเขาก็ให้ผมเดินกลับมาที่ฝั่ง 7 พอผมกลับมา ผมก็เห็นว่ามีต้นไม้มากมายอยู่ริมแม่น้ำทั้งสองฝั่ง+ 8 แล้วเขาบอกผมว่า “น้ำนี้ไหลไปทางตะวันออก ผ่านอาราบาห์*+แล้วก็ไหลลงทะเล*+ เมื่อน้ำนี้ไหลลงทะเล น้ำในทะเลจะกลายเป็นน้ำดี 9 น้ำนี้ไหลไปที่ไหน สิ่งมีชีวิตทุกชนิดก็จะอยู่ที่นั่นได้ จะมีปลามากมายในที่ที่น้ำนั้นไหลไป น้ำทะเลจะกลายเป็นน้ำดี และแม่น้ำนี้ไหลไปที่ไหนก็จะมีสิ่งมีชีวิตอยู่ที่นั่น
10 “ชาวประมงจะยืนอยู่ริมทะเลนั้นตั้งแต่เอนเกดี+ไปจนถึงเอนเอกลาอิมซึ่งมีลานตากอวนอยู่ จะมีปลามากมายหลายชนิดเหมือนปลาในทะเลใหญ่*+
11 “แต่น้ำในหนองน้ำและบึงต่าง ๆ จะไม่กลายเป็นน้ำดี และถูกทิ้งให้เป็นเกลือ+
12 “ต้นไม้ทุกชนิดที่กินได้จะขึ้นอยู่ริมแม่น้ำทั้งสองฝั่ง ใบของมันจะไม่เหี่ยวแห้งและมันจะออกผลอยู่เรื่อย ๆ มันจะออกผลทุกเดือนเพราะน้ำที่ไหลมาจากวิหาร+ ผลของมันจะเป็นอาหารและใบของมันจะเป็นยารักษาโรค”+
13 พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “นี่คือเขตแดนที่เป็นมรดกของอิสราเอล 12 ตระกูลซึ่งพวกเจ้าต้องแบ่งกัน และโยเซฟจะได้ 2 ส่วน+ 14 พวกเจ้าจะได้แผ่นดินนี้เป็นมรดกและจะได้เท่า ๆ กัน เราได้ปฏิญาณไว้ว่าจะยกแผ่นดินนี้ให้บรรพบุรุษของพวกเจ้า+ และตอนนี้มันจะเป็นมรดกของพวกเจ้า
15 “พรมแดนทางเหนือของแผ่นดินนี้เริ่มตั้งแต่ทะเลใหญ่ไปตามเส้นทางสู่เฮทโลน+และไปทางเศดัด+ 16 ฮามัท+ เบโรธาห์+ และสิบราอิมซึ่งอยู่ระหว่างเขตแดนดามัสกัสกับเขตแดนฮามัท ไปจนถึงฮาเซอร์ฮัททิโคนซึ่งอยู่ติดกับพรมแดนเฮาราน+ 17 ดังนั้น พรมแดนของแผ่นดินนี้จะเริ่มจากทะเลไปถึงฮาซาเรโนน+ ตามแนวพรมแดนดามัสกัสซึ่งอยู่ทางเหนือและพรมแดนฮามัท+ นี่เป็นพรมแดนทางเหนือ
18 “พรมแดนทางตะวันออกอยู่ระหว่างเฮารานกับดามัสกัส ไปตามแม่น้ำจอร์แดนที่อยู่ระหว่างกิเลอาด+กับแผ่นดินอิสราเอล พวกเจ้าต้องวัดระยะจากพรมแดนนี้ไปถึงทะเลตะวันออก* นี่เป็นพรมแดนทางตะวันออก
19 “พรมแดนทางใต้จะเริ่มจากทามาร์ไปถึงแหล่งน้ำของเมริบัทคาเดช+ ลงไปถึงลำน้ำ*และถึงทะเลใหญ่+ นี่เป็นพรมแดนทางใต้
20 “พรมแดนทางตะวันตกคือทะเลใหญ่ ไปจนถึงจุดที่ตรงกับเลโบฮามัท*+ นี่เป็นพรมแดนทางตะวันตก”
21 “พวกเจ้าต้องแบ่งแผ่นดินนี้ในหมู่พวกเจ้าเอง คืออิสราเอล 12 ตระกูล 22 พวกเจ้าต้องแบ่งแผ่นดินนี้เป็นมรดกของตัวเองและต้องแบ่งให้คนต่างชาติที่อยู่กับพวกเจ้าซึ่งเกิดลูกหลานตอนที่อยู่กับพวกเจ้าด้วย ให้ถือว่าคนเหล่านี้เป็นชาวอิสราเอล พวกเขาจะได้รับมรดกเหมือนกับพวกเจ้าซึ่งอยู่ในตระกูลต่าง ๆ ของอิสราเอล 23 คนต่างชาติเหล่านั้นอาศัยอยู่กับตระกูลไหน พวกเจ้าก็ต้องให้พวกเขาได้มรดกในเขตแดนของตระกูลนั้น” พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกไว้อย่างนี้
48 “ต่อไปนี้เป็นชื่อตระกูลต่าง ๆ เริ่มจากตระกูลที่อยู่เหนือสุด ส่วนแบ่งที่ดินของตระกูลดาน+อยู่ริมทางไปเฮทโลนจนถึงเลโบฮามัท*+และไปถึงฮาซาเรนัน ตามแนวพรมแดนดามัสกัสที่อยู่ทางเหนือติดกับฮามัท+ จากสุดพรมแดนตะวันออกถึงตะวันตก 2 ส่วนแบ่งที่ดินของตระกูลอาเชอร์+อยู่ติดกับตระกูลดาน จากสุดพรมแดนตะวันออกถึงตะวันตก 3 ส่วนแบ่งที่ดินของตระกูลนัฟทาลี+อยู่ติดกับตระกูลอาเชอร์ จากสุดพรมแดนตะวันออกถึงตะวันตก 4 ส่วนแบ่งที่ดินของตระกูลมนัสเสห์+อยู่ติดกับตระกูลนัฟทาลี จากสุดพรมแดนตะวันออกถึงตะวันตก 5 ส่วนแบ่งที่ดินของตระกูลเอฟราอิมอยู่ติดกับตระกูลมนัสเสห์+ จากสุดพรมแดนตะวันออกถึงตะวันตก 6 ส่วนแบ่งที่ดินของตระกูลรูเบนอยู่ติดกับตระกูลเอฟราอิม+ จากสุดพรมแดนตะวันออกถึงตะวันตก 7 ส่วนแบ่งที่ดินของตระกูลยูดาห์อยู่ติดกับตระกูลรูเบน+ จากสุดพรมแดนตะวันออกถึงตะวันตก 8 ที่ดินที่พวกเจ้าต้องถวายจะอยู่ติดกับตระกูลยูดาห์ จากสุดพรมแดนตะวันออกถึงตะวันตก ที่ดินนั้นต้องกว้าง 25,000 ศอก*+และยาวเท่ากับส่วนแบ่งที่ดินของอิสราเอลตระกูลอื่น ๆ จากสุดพรมแดนตะวันออกถึงตะวันตก วิหารจะอยู่ตรงกลางที่ดินส่วนนี้
9 “ที่ดินที่พวกเจ้าต้องถวายให้พระยะโฮวาจะต้องยาว 25,000 ศอก กว้าง 10,000 ศอก 10 ที่ดินส่วนนี้จะเป็นที่ดินบริสุทธิ์สำหรับพวกปุโรหิต+ ด้านเหนือยาว 25,000 ศอก ด้านตะวันตก 10,000 ศอก ด้านตะวันออก 10,000 ศอก และด้านใต้ 25,000 ศอก วิหารของพระยะโฮวาจะอยู่ตรงกลางที่ดินส่วนนี้ 11 ที่ดินส่วนนี้จะเป็นที่สำหรับพวกปุโรหิตที่เป็นลูกหลานของศาโดก+ซึ่งได้ชำระตัวให้บริสุทธิ์แล้ว พวกเขาเคยทำงานอยู่ต่อหน้าเราและไม่เคยหลงไปเหมือนกับชาวอิสราเอลและคนเลวี+ 12 พวกเขาจะได้รับส่วนแบ่งจากที่ดินถวายซึ่งเป็นส่วนที่บริสุทธิ์ที่สุด ที่ดินของพวกเขาจะอยู่ติดกับที่ดินของคนเลวี
13 “ติดกับเขตที่ดินของพวกปุโรหิตคือเขตของคนเลวี พวกเขาจะได้รับส่วนแบ่งที่ดินยาว 25,000 ศอก กว้าง 10,000 ศอก (ที่ดินทั้งหมดยาว 25,000 ศอก กว้าง 10,000 ศอก) 14 พวกเขาจะต้องไม่ขาย แลกเปลี่ยน หรือโอนที่ดินส่วนที่ดีที่สุดนี้ เพราะที่ดินส่วนนี้เป็นของบริสุทธิ์สำหรับพระยะโฮวา
15 “ที่ดินส่วนที่เหลือซึ่งกว้าง 5,000 ศอก ยาว 25,000 ศอกจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางของเมือง+ สำหรับสร้างบ้านและเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ตัวเมืองจะตั้งอยู่ตรงกลางที่ดินนี้+ 16 ขนาดของตัวเมืองคือ ด้านเหนือยาว 4,500 ศอก ด้านใต้ 4,500 ศอก ด้านตะวันออก 4,500 ศอก และด้านตะวันตก 4,500 ศอก 17 ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ทางเหนือของเมืองจะยาว 250 ศอก ทางใต้ 250 ศอก ทางตะวันออก 250 ศอก และทางตะวันตก 250 ศอก
18 “ที่ดินส่วนที่เหลือจะยาวเท่ากับที่ดินบริสุทธิ์+ คือยาวไปทางตะวันออก 10,000 ศอกและไปทางตะวันตก 10,000 ศอก ที่ดินส่วนนี้จะยาวเท่ากับที่ดินบริสุทธิ์ และผลผลิตจากที่ดินส่วนนี้จะเป็นอาหารสำหรับคนที่ทำงานในเมือง 19 คนที่ทำงานในเมืองซึ่งมาจากชาวอิสราเอลทุกตระกูลจะเพาะปลูกในที่ดินนี้+
20 “ที่ดินถวายทั้งหมดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างยาวด้านละ 25,000 ศอก พวกเจ้าจะต้องกันที่ดินส่วนนี้กับที่ดินของเมืองไว้เป็นที่ดินบริสุทธิ์
21 “ที่ดินที่เหลืออยู่ทั้งสองฝั่งของที่ดินบริสุทธิ์กับที่ดินของเมืองจะเป็นของหัวหน้า+ ที่ดินนี้จะอยู่ทางตะวันออกและตะวันตกของที่ดินบริสุทธิ์ซึ่งมีขนาด 25,000 ศอก ที่ดินส่วนนี้จะยาวเท่ากับที่ดินซึ่งอยู่ติดกันและจะเป็นของหัวหน้า ที่ดินบริสุทธิ์กับวิหารจะอยู่กลางที่ดินส่วนนี้
22 “ที่ดินของคนเลวีกับที่ดินของเมืองจะอยู่ระหว่างที่ดินของหัวหน้า ที่ดินของหัวหน้าจะอยู่ระหว่างเขตที่ดินของตระกูลยูดาห์+กับตระกูลเบนยามิน
23 “สำหรับตระกูลอื่น ๆ ที่เหลือ ตระกูลเบนยามินได้ส่วนแบ่งที่ดินตั้งแต่สุดพรมแดนตะวันออกถึงตะวันตก+ 24 ตระกูลสิเมโอนได้ส่วนแบ่งที่ดินติดกับตระกูลเบนยามิน+ ตั้งแต่สุดพรมแดนตะวันออกถึงตะวันตก 25 ตระกูลอิสสาคาร์ได้ส่วนแบ่งที่ดิน+ติดกับตระกูลสิเมโอน ตั้งแต่สุดพรมแดนตะวันออกถึงตะวันตก 26 ตระกูลเศบูลุนได้ส่วนแบ่งที่ดิน+ติดกับตระกูลอิสสาคาร์ ตั้งแต่สุดพรมแดนตะวันออกถึงตะวันตก+ 27 ตระกูลกาดได้ส่วนแบ่งที่ดินติดกับตระกูลเศบูลุน+ ตั้งแต่สุดพรมแดนตะวันออกถึงตะวันตก 28 พรมแดนทางใต้ของตระกูลกาดเริ่มตั้งแต่ทามาร์+ไปถึงแหล่งน้ำที่เมริบัทคาเดช+ ไปถึงลำน้ำ*+ และถึงทะเลใหญ่*
29 พระยะโฮวาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดบอกว่า “นี่คือแผ่นดินที่พวกเจ้าต้องแบ่งให้เป็นมรดกของชาวอิสราเอลตระกูลต่าง ๆ+ และทั้งหมดนี้เป็นส่วนที่พวกเขาจะได้รับ”+
30 “ต่อไปนี้เป็นทางออกของเมือง ด้านเหนือวัดได้ 4,500 ศอก+
31 “ประตูเมืองจะมีชื่อตามตระกูลต่าง ๆ ของอิสราเอล ด้านเหนือมี 3 ประตู คือประตูรูเบน ประตูยูดาห์ และประตูเลวี
32 “ด้านตะวันออกวัดได้ 4,500 ศอก มี 3 ประตู คือประตูโยเซฟ ประตูเบนยามิน และประตูดาน
33 “ด้านใต้วัดได้ 4,500 ศอก มี 3 ประตู คือประตูสิเมโอน ประตูอิสสาคาร์ และประตูเศบูลุน
34 “ด้านตะวันตกวัดได้ 4,500 ศอก มี 3 ประตู คือประตูกาด ประตูอาเชอร์ และประตูนัฟทาลี
35 “ระยะทางรอบเมืองวัดได้ 18,000 ศอก และตั้งแต่วันนั้นเมืองนี้จะมีชื่อว่า พระยะโฮวาอยู่ที่นั่น”+
แปลว่า “พระเจ้าให้กำลัง”
แปลตรงตัวว่า “มือ”
หรือ “ฟ้าแลบ”
อาจเป็นวงล้อที่ซ้อนขวางกันเป็นมุมฉาก
หรืออาจแปลได้ว่า “พวกเขากางปีกออกไปตรง ๆ”
คำว่า “ลูกมนุษย์” มีทั้งหมด 93 ครั้งในหนังสือเอเสเคียล ที่นี่เป็นครั้งแรก
หรืออาจแปลได้ว่า “แม้ประชาชนจะดื้อด้านและเป็นเหมือนหนามที่ทิ่มแทงเจ้า”
ในภาษาเดิมอาจหมายถึงพลังของพระเจ้าหรือหมายถึงทูตสวรรค์ก็ได้
ในภาษาเดิมอาจหมายถึงพลังของพระเจ้าหรือหมายถึงทูตสวรรค์ก็ได้
แปลตรงตัวว่า “มือ”
หรือ “ทำสิ่งที่ไม่ยุติธรรม”
แปลตรงตัวว่า “มือ”
230 กรัม ดูภาคผนวก ข14
0.6 ลิตร ดูภาคผนวก ข14
หรือ “เน่า”
แปลตรงตัวว่า “แท่งไม้” อาจหมายถึงแท่งไม้ที่เอาไว้ร้อยขนมปังเก็บไว้
หรือ “ทำให้พวกเจ้ามีคนน้อยลง”
แปลตรงตัวว่า “แท่งไม้” อาจหมายถึงแท่งไม้ที่เอาไว้ร้อยขนมปังเก็บไว้
คำนี้ในภาษาฮีบรูอาจเกี่ยวข้องกับคำว่า “มูลสัตว์” และใช้ในเชิงดูถูก
หรือ “ทำผิดศีลธรรม” “ทำตัวสำส่อน”
หรืออาจแปลได้ว่า “พวงมาลัยมาแล้ว”
หรืออาจแปลได้ว่า “พวงมาลัยมาแล้ว”
คือ ทั้งคนที่ซื้อและคนที่ขายทรัพย์สินจะไม่ได้ประโยชน์ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกทำลาย
หรืออาจแปลได้ว่า “โดยความผิดของเขา”
คือ กลัวจนปัสสาวะราด
คือ พวกเขาจะโกนหัวเพราะไว้ทุกข์
คือ เงินและทองคำของพวกเขา
คือ ของที่ทำจากทองคำและเงิน
คือ เงินและทองคำที่พวกเขาใช้ทำรูปเคารพ
น่าจะหมายถึงห้องชั้นในของวิหารของพระยะโฮวา
คือ โซ่แห่งการเป็นเชลย
หรือ “ให้คำสั่งสอน”
แปลตรงตัวว่า “พวกผู้ชายสูงอายุ”
แปลตรงตัวว่า “มือ”
ในภาษาเดิมอาจหมายถึงพลังของพระเจ้าหรือหมายถึงทูตสวรรค์ก็ได้
คำนี้ในภาษาฮีบรูอาจเกี่ยวข้องกับคำว่า “มูลสัตว์” และใช้ในเชิงดูถูก
น่าจะเป็นกิ่งไม้ที่ใช้ในการนมัสการรูปเคารพ
กล่องใส่ปากกาและหมึก
แปลตรงตัวว่า “หัว”
ในภาษาเดิมอาจหมายถึงพลังของพระเจ้าหรือหมายถึงทูตสวรรค์ก็ได้
แปลตรงตัวว่า “เธอ” หมายถึงกรุงเยรูซาเล็มซึ่งชาวยิวคิดว่าจะเป็นที่ที่ปกป้องพวกเขาได้
คือ หัวใจที่ตอบรับคำแนะนำของพระเจ้า
ในภาษาเดิมอาจหมายถึงพลังของพระเจ้าหรือหมายถึงทูตสวรรค์ก็ได้
หรือ “หลอกลวง”
คือ สร้างผนังกั้นห้องที่ไม่แข็งแรงแล้วพยายามเอาปูนขาวมาทาทับเพื่อให้ดูแข็งแรง
คือ สายรัดข้อศอกหรือข้อมือที่เกี่ยวข้องกับเวทมนตร์คาถา
หรือ “เจ็บปวด”
แปลตรงตัวว่า “พวกผู้ชายสูงอายุ”
คำนี้ในภาษาฮีบรูอาจเกี่ยวข้องกับคำว่า “มูลสัตว์” และใช้ในเชิงดูถูก
แปลตรงตัวว่า “แท่งไม้” อาจหมายถึงแท่งไม้ที่เอาไว้ร้อยขนมปังเก็บไว้
หรือ “หนังแมวน้ำ”
หรือ “กลิ่นหอมที่ทำให้พอใจ”
แปลตรงตัวว่า “แผ่นดินคานาอัน”
หรือ “อ่อนแอ”
หรืออาจแปลได้ว่า “เราโมโหเจ้าจริง ๆ”
คำนี้ในภาษาฮีบรูอาจเกี่ยวข้องกับคำว่า “มูลสัตว์” และใช้ในเชิงดูถูก
แปลตรงตัวว่า “ทางซ้ายของเจ้า”
อาจหมายถึงเมืองที่อยู่รอบ ๆ
แปลตรงตัวว่า “ทางขวาของเจ้า”
หรือ “ทำให้มีการคืนดี” แปลตรงตัวว่า “ปิดคลุมบาป”
แปลตรงตัวว่า “แผ่นดินคานาอัน”
คือ เนบูคัดเนสซาร์
คือ เศเดคียาห์
คำนี้ในภาษาฮีบรูอาจเกี่ยวข้องกับคำว่า “มูลสัตว์” และใช้ในเชิงดูถูก
หรือ “ทำสิ่งที่ไม่ยุติธรรม”
แปลตรงตัวว่า “ต้นองุ่นในเลือดของเจ้า”
หรือ “ประกาศคำพิพากษาต่อ”
คำนี้ในภาษาฮีบรูอาจเกี่ยวข้องกับคำว่า “มูลสัตว์” และใช้ในเชิงดูถูก
คือ อิสราเอล
คือ อิสราเอล
คือ อิสราเอล
คือ อิสราเอล
หรือ “กลิ่นหอมที่ทำให้พอใจ”
หรือ “กลิ่นหอมที่ทำให้พอใจ”
คือ กลัวจนปัสสาวะราด
คือ ดาบของพระยะโฮวา
หรือ “คทา”
แปลตรงตัวว่า “รูปปั้นเทราฟิม”
คือ ชาวเยรูซาเล็ม
น่าจะเป็นชาวบาบิโลน
คำนี้ในภาษาฮีบรูอาจเกี่ยวข้องกับคำว่า “มูลสัตว์” และใช้ในเชิงดูถูก
หรือ “ลูกกำพร้า”
หรือ “ขูดรีด”
แปลว่า “เต็นท์ของเธอ”
แปลว่า “เต็นท์ของฉันอยู่ในเธอ”
คำนี้ในภาษาฮีบรูอาจเกี่ยวข้องกับคำว่า “มูลสัตว์” และใช้ในเชิงดูถูก
หรือ “ทำผิดประเวณี”
หรือ “การผิดประเวณี”
โล่ขนาดเล็กที่พลธนูใช้
หรือ “ไม่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า”
หรือ “ทุบอก”
หรือ “ริมฝีปากบน”
แปลตรงตัวว่า “เนบูคัดเรสซาร์” เป็นการสะกดอีกแบบหนึ่ง
หรือ “ดาบ”
หรือ “ตกแต่ง”
หรือ “และขนแกะสีเทาอมแดง”
พืชตระกูลเดียวกับอบเชย
หรือ “ผ้าทอ”
หรืออาจแปลได้ว่า “รุ่งเรือง”
คำว่า “แม่น้ำไนล์” ในบทนี้หมายถึงแม่น้ำไนล์และคูคลองที่แยกออกมา
แปลตรงตัวว่า “ต้นอ้อ”
แปลตรงตัวว่า “เนบูคัดเรสซาร์” เป็นการสะกดอีกแบบหนึ่ง
แปลตรงตัวว่า “เนบูคัดเรสซาร์” เป็นการสะกดอีกแบบหนึ่ง
คือ ไทระ
อาจหมายถึงชาวอิสราเอลที่เป็นพันธมิตรกับอียิปต์
แปลตรงตัวว่า “เนบูคัดเรสซาร์” เป็นการสะกดอีกแบบหนึ่ง
คำนี้ในภาษาฮีบรูอาจเกี่ยวข้องกับคำว่า “มูลสัตว์” และใช้ในเชิงดูถูก
หรือ “เมมฟิส”
คือ เมืองธีบส์
หรือ “เมมฟิส”
คือ เมืองเฮลิโอโปลิส
คือ ต่อหน้ากษัตริย์บาบิโลน
อาจหมายความว่าพวกนักรบถูกฝังไว้กับดาบของพวกเขาเพื่อเป็นการให้เกียรติ
หรือ “ทำสิ่งที่ไม่ยุติธรรม”
แปลตรงตัวว่า “มือ”
คำนี้ในภาษาฮีบรูอาจเกี่ยวข้องกับคำว่า “มูลสัตว์” และใช้ในเชิงดูถูก
หรือ “เราจะเอาแกะของเราคืนมาจากพวกเขา”
คำนี้ในภาษาฮีบรูอาจเกี่ยวข้องกับคำว่า “มูลสัตว์” และใช้ในเชิงดูถูก
คือ หัวใจที่ตอบรับคำแนะนำของพระเจ้า
หรืออาจแปลได้ว่า “เหมือนฝูงแกะที่ถูกนำมาถวายเป็นเครื่องบูชาในกรุงเยรูซาเล็ม”
แปลตรงตัวว่า “มือ”
หรือ “ลมหายใจ” “พลังชีวิต”
คำนี้ในภาษาฮีบรูอาจเกี่ยวข้องกับคำว่า “มูลสัตว์” และใช้ในเชิงดูถูก
แปลตรงตัวว่า “ลูกชาย”
หรือ “เจ้านาย”
หรือ “ที่อยู่” “บ้าน”
หรือ “อยู่เหนือ”
โล่ขนาดเล็กที่พลธนูใช้
โล่ขนาดเล็กที่พลธนูใช้
หรืออาจแปลได้ว่า “แหลน” เป็นอาวุธปลายแหลมชนิดหนึ่ง
หรือ “หุบเขาของคนกลุ่มใหญ่ของโกก”
แปลว่า “คนกลุ่มใหญ่”
แปลตรงตัวว่า “มือ”
แปลตรงตัวว่า “เท”
แปลตรงตัวว่า “มือ”
แปลตรงตัวว่า “ไม้วัดที่ยาว 6 ศอก 1 ศอกกับ 1 ฝ่ามือ” ในที่นี้หมายถึงศอกยาว ดูภาคผนวก ข14
อาจหมายถึงส่วนบนสุดของผนังห้องยาม
หรือ “ผมเห็นห้อง”
หรืออาจแปลได้ว่า “12”
แปลตรงตัวว่า “วิหาร” ในบท 41 และ 42 คำนี้หมายถึงห้องชั้นนอกของที่ศักดิ์สิทธิ์ (ห้องบริสุทธิ์) หรือหมายถึงที่ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด (วิหารทั้งส่วนที่เป็นห้องบริสุทธิ์และห้องบริสุทธิ์ที่สุด)
หมายถึงศอกยาว ดูภาคผนวก ข14
คือ เข้าไปในห้องชั้นในของที่ศักดิ์สิทธิ์หรือห้องบริสุทธิ์ที่สุด
น่าจะหมายถึงบันไดเวียน
น่าจะหมายถึงทางเดินแคบ ๆ รอบวิหาร
หรือ “ห้อง”
คือ อาคารที่อยู่ทางตะวันตกของวิหาร
น่าจะหมายถึงประตูทางเข้าห้องบริสุทธิ์
น่าจะหมายถึงห้องบริสุทธิ์ที่สุด
คือ อาคารที่อยู่ทางตะวันตก
หมายถึงศอกยาว ดูภาคผนวก ข14
หรือ “ห้อง”
ฉบับแปลกรีกเซปตัวจินต์บอกว่า “ยาว 100 ศอก” แต่ข้อความภาษาฮีบรูบอกว่า “ทาง 1 ศอก” ดูภาคผนวก ข14
หรืออาจแปลได้ว่า “พระองค์” “เขา”
ในภาษาเดิมอาจหมายถึงพลังของพระเจ้าหรือหมายถึงทูตสวรรค์ก็ได้
หมายถึงศอกยาว ดูภาคผนวก ข14
22.2 ซม. ดูภาคผนวก ข14
คือ ของประชาชน
คำนี้ในภาษาฮีบรูอาจเกี่ยวข้องกับคำว่า “มูลสัตว์” และใช้ในเชิงดูถูก
หรือ “ห้องที่บริสุทธิ์”
หมายถึงศอกยาว ดูภาคผนวก ข14
หรือ “ห้อง 20 ห้อง”
หรือ “มินา” ดูภาคผนวก ข14
หรือ “ห้องที่บริสุทธิ์”
หมายถึงศอกยาว ดูภาคผนวก ข14
หมายถึงศอกยาว ดูภาคผนวก ข14
หรือ “ที่ราบทะเลทราย”
คือ ทะเลเดดซี หรือ ทะเลตาย
คือ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
คือ ทะเลเดดซี หรือ ทะเลตาย
คือ ลำน้ำอียิปต์
หรือ “ริมเขตแดนฮามัท”
หรือ “ริมเขตแดนฮามัท”
หมายถึงศอกยาว ดูภาคผนวก ข14
คือ ลำน้ำอียิปต์
คือ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน