พงศาวดารฉบับที่สอง
1 การปกครองของโซโลมอนลูกชายดาวิดมีความมั่นคงมากขึ้นเรื่อย ๆ และพระยะโฮวาพระเจ้าของเขาก็อยู่กับเขาและทำให้เขายิ่งใหญ่+
2 โซโลมอนเรียกชาวอิสราเอลทุกคนมาชุมนุมกัน ทั้งหัวหน้ากองพันและหัวหน้ากองร้อย ผู้พิพากษา หัวหน้าทุกคนในอิสราเอล และหัวหน้าวงศ์ตระกูล 3 แล้วโซโลมอนกับทุกคนที่มาชุมนุมกันก็ขึ้นไปบนที่สูงในเมืองกิเบโอน+ซึ่งมีเต็นท์ของพระเจ้าเที่ยงแท้อยู่ที่นั่น เต็นท์นี้โมเสสผู้รับใช้พระยะโฮวาได้สร้างขึ้นในที่กันดาร 4 ก่อนหน้านั้น ดาวิดย้ายหีบของพระเจ้าเที่ยงแท้จากเมืองคีริยาทเยอาริม+ไปไว้ในที่ที่เขาเตรียมไว้ เขาสร้างเต็นท์ไว้ตั้งหีบนั้นที่กรุงเยรูซาเล็ม+ 5 ส่วนแท่นบูชาทองแดง+ที่เบซาเลล+ลูกอุรีหลานเฮอร์สร้างขึ้นนั้น เขาเอาไปตั้งไว้หน้าเต็นท์ศักดิ์สิทธิ์ของพระยะโฮวา โซโลมอนกับประชาชนที่มาชุมนุมกันขึ้นไปอธิษฐานที่แท่นนั้น* 6 แล้วโซโลมอนก็ถวายเครื่องบูชาแก่พระยะโฮวา เขาถวายสัตว์ 1,000 ตัวเป็นเครื่องบูชาเผาที่แท่นทองแดง+หน้าเต็นท์เข้าเฝ้า
7 คืนวันนั้นพระเจ้ามาหาโซโลมอนและพูดว่า “ขอให้บอกมาว่าเจ้าอยากได้อะไร แล้วเราจะให้เจ้า”+ 8 โซโลมอนตอบว่า “พระองค์ได้แสดงความรักที่ยิ่งใหญ่และมั่นคงต่อดาวิดพ่อของผม+ และให้ผมได้ขึ้นเป็นกษัตริย์แทนพ่อ+ 9 พระยะโฮวาพระเจ้า ตอนนี้ขอให้สัญญาที่พระองค์ทำกับดาวิดพ่อของผมเป็นจริงด้วยเถอะ+ เพราะพระองค์ให้ผมเป็นกษัตริย์ปกครองประชาชนที่มีมากมายเหมือนฝุ่นบนแผ่นดิน+ 10 ขอให้ผมมีสติปัญญาและความรู้+เพื่อจะเป็นผู้นำประชาชนเหล่านี้ได้ เพราะใครจะปกครองชนชาติใหญ่ของพระองค์ได้?”+
11 พระเจ้าพูดกับโซโลมอนว่า “เพราะใจเจ้าต้องการอย่างนี้ และเจ้าไม่ได้ขอความมั่งคั่งร่ำรวย ขอให้มีเกียรติยศ ขอให้คนที่เกลียดเจ้าตายไป หรือขอให้มีชีวิตยืนยาว แต่ขอให้มีสติปัญญาและความรู้เพื่อจะตัดสินคดีของประชาชนของเราที่เราให้เจ้าเป็นกษัตริย์ปกครอง+ 12 เราจะให้เจ้ามีสติปัญญาและความรู้ แล้วเราจะให้เจ้ามั่งคั่งร่ำรวยและมีเกียรติยศด้วย ถึงขนาดที่ไม่มีกษัตริย์องค์ไหนก่อนหน้าเจ้าและหลังจากเจ้าจะเทียบได้”+
13 โซโลมอนก็ไปจากเต็นท์เข้าเฝ้าบนที่สูงในเมืองกิเบโอน+แล้วกลับไปกรุงเยรูซาเล็มและปกครองอิสราเอล 14 โซโลมอนสะสมรถม้ากับม้า*มากขึ้นเรื่อย ๆ เขามีรถม้า 1,400 คันกับม้า 12,000 ตัว*+ และเขาเก็บรถม้ากับม้าเหล่านั้นไว้ที่เมืองต่าง ๆ สำหรับเก็บรถม้า+ และเอาไว้ใกล้ ๆ เขาในกรุงเยรูซาเล็ม+ 15 กษัตริย์ทำให้กรุงเยรูซาเล็มมีเงินและทองมากมายเหมือนก้อนหิน+ และมีไม้สนซีดาร์มากมายเหมือนต้นมะเดื่อป่าที่เชเฟลาห์+ 16 ม้าของโซโลมอนนำเข้ามาจากอียิปต์+ และพวกพ่อค้าที่ซื้อม้าให้กษัตริย์โซโลมอนซื้อม้าเหล่านี้มาทั้งฝูง*ตามราคาที่กำหนดไว้+ 17 พวกเขาซื้อรถม้าแต่ละคันจากอียิปต์ด้วยเงินหนัก 600 เชเขล* ส่วนม้าแต่ละตัวซื้อด้วยเงินหนัก 150 เชเขล* แล้วส่งไปขายให้พวกกษัตริย์ชาวฮิตไทต์และกษัตริย์ซีเรีย
2 โซโลมอนสั่งให้สร้างวิหารเพื่อยกย่องชื่อพระยะโฮวา+และสร้างวังหลังหนึ่งสำหรับตัวเขาเอง+ 2 โซโลมอนเกณฑ์คนงานทั่วไป* 70,000 คนและคนงานสกัดหินที่ภูเขา 80,000 คน+ และให้ 3,600 คนเป็นผู้คุมคนงาน+ 3 โซโลมอนส่งข่าวไปถึงกษัตริย์ฮีราม+แห่งไทระว่า “โปรดส่งไม้สนซีดาร์มาให้เราเหมือนที่ท่านเคยส่งให้ดาวิดพ่อของเราตอนสร้างวัง+ 4 เราจะสร้างวิหารเพื่อยกย่องชื่อพระยะโฮวาพระเจ้าของเราและทำให้วิหารนี้บริสุทธิ์เพื่อพระองค์ เราจะเผาเครื่องหอม+และถวายขนมปังที่วางซ้อนกัน*+ให้พระองค์ที่นั่นเป็นประจำ และจะเผาเครื่องบูชาในตอนเช้ากับตอนเย็น+ รวมทั้งในวันสะบาโต+ วันขึ้นเดือนใหม่+ และในเทศกาลต่าง ๆ+ของพระยะโฮวาพระเจ้าของพวกเราที่วิหารนั้น เพราะนี่คือหน้าที่ของชาวอิสราเอลตลอดไป 5 วิหารที่เราจะสร้างนี้ต้องยิ่งใหญ่ เพราะพระเจ้าของพวกเรายิ่งใหญ่กว่าพระอื่น ๆ ทั้งหมด 6 แต่ใครจะสร้างวิหารให้พระองค์ได้? เพราะแม้แต่ท้องฟ้าที่สูงส่งก็ยังไม่ใหญ่พอที่จะให้พระองค์อยู่+ แล้วเราเป็นใครที่จะสร้างวิหารให้พระองค์ นอกจากจะสร้างที่สำหรับเผาเครื่องบูชาถวายพระองค์เท่านั้น? 7 ดังนั้น ขอท่านส่งช่างฝีมือคนหนึ่งมาให้เรา ซึ่งเป็นคนที่ชำนาญในงานทุกอย่างที่ทำด้วยทองคำ เงิน ทองแดง+ เหล็ก ขนสัตว์ย้อมสีม่วง ด้ายสีแดงเข้มและสีฟ้า และเป็นคนที่มีความรู้เรื่องการแกะสลัก เขาจะทำงานที่ยูดาห์และที่กรุงเยรูซาเล็มกับพวกช่างฝีมือที่ดาวิดพ่อของเราเตรียมไว้+ 8 และขอส่งไม้สนซีดาร์ ไม้สนจูนิเปอร์+ และไม้ประดู่+จากเลบานอนมาให้เราด้วย เพราะเรารู้ว่าคนของท่านมีประสบการณ์ในการตัดไม้ที่เลบานอน+ แล้วคนของเราจะทำงานกับคนของท่าน+ 9 พวกเขาจะเตรียมไม้จำนวนมากไว้ให้เรา เพราะวิหารที่เราสร้างจะยิ่งใหญ่ตระการตา 10 แล้วเราจะส่งอาหารให้คนของท่าน+ที่ทำงานตัดไม้ มีข้าวสาลี 20,000 โคระ* ข้าวบาร์เลย์ 20,000 โคระ* เหล้าองุ่น 20,000 บัท* และน้ำมัน 20,000 บัท”*
11 กษัตริย์ฮีรามแห่งไทระเขียนจดหมายตอบโซโลมอนว่า “เพราะพระยะโฮวารักประชาชนของพระองค์ พระองค์จึงตั้งท่านเป็นกษัตริย์ปกครองพวกเขา” 12 ฮีรามบอกอีกว่า “ขอพระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอลผู้สร้างฟ้าและโลกได้รับการสรรเสริญ เพราะพระองค์ให้กษัตริย์ดาวิดมีลูกชายที่ฉลาดสุขุม+และมีความเข้าใจ+ ผู้ซึ่งจะสร้างวิหารให้พระยะโฮวาและสร้างวังสำหรับตัวเขาเอง 13 เราได้ส่งช่างฝีมือที่ชำนาญคนหนึ่งมาให้ท่านคือฮีรามอาบี+ เขาเป็นคนที่มีความเข้าใจ 14 เขาเป็นลูกชายของผู้หญิงจากตระกูลดาน มีพ่อเป็นชาวไทระ เขามีประสบการณ์ในงานทุกอย่างที่ทำด้วยทองคำ เงิน ทองแดง เหล็ก หิน ไม้ ขนสัตว์ย้อมสีม่วง ด้ายสีฟ้า ผ้าเนื้อดี และด้ายสีแดงเข้ม+ เขาทำงานแกะสลักได้ทุกอย่างและทุกแบบ+ เขาจะทำงานกับช่างฝีมือของท่านและช่างฝีมือของดาวิดพ่อของท่าน 15 แล้วขอให้ท่านส่งข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ น้ำมัน และเหล้าองุ่นมาให้เราตามสัญญา+ 16 แล้วพวกเราจะตัดไม้ในเลบานอน+ให้มากเท่าที่ท่านต้องการและมัดติดกันเป็นแพแล้วล่องไปทางทะเลจนถึงเมืองยัฟฟา+ เพื่อให้ท่านขนไม้พวกนั้นต่อไปที่กรุงเยรูซาเล็ม”+
17 แล้วโซโลมอนก็สั่งให้นับผู้ชายที่เป็นคนต่างชาติทั้งหมดในแผ่นดินอิสราเอล+อย่างที่ดาวิดพ่อของเขาเคยทำ+ และนับได้ 153,600 คน 18 โซโลมอนจึงให้คนเหล่านั้น 70,000 คนเป็นคนงานทั่วไป*และ 80,000 คนเป็นคนงานสกัดหิน+ที่ภูเขา และให้ 3,600 คนเป็นผู้คุมคนงาน+
3 แล้วโซโลมอนก็เริ่มสร้างวิหารของพระยะโฮวา+บนภูเขาโมริยาห์ในกรุงเยรูซาเล็ม+ ซึ่งเป็นที่ที่พระยะโฮวาเคยมาหาดาวิดพ่อของเขา+ เมื่อก่อนที่นั่นเป็นลานนวดข้าวของโอร์นัน+ชาวเยบุส และดาวิดได้เตรียมที่ตรงนั้นไว้ 2 โซโลมอนเริ่มสร้างวิหารในวันที่ 2 เดือน 2 ของปีที่ 4 ที่เขาปกครอง 3 ฐานรากของวิหารของพระเจ้าเที่ยงแท้ที่โซโลมอนสร้างนั้นยาว 60 ศอก* กว้าง 20 ศอก*+ ตามมาตราวัดแบบเก่า* 4 โถงทางเข้าด้านหน้ากว้าง 20 ศอก*เท่ากับความกว้างของวิหารและสูง 20 ศอก* ข้างในบุด้วยทองคำบริสุทธิ์+ 5 เขาบุผนังวิหารที่ยิ่งใหญ่นี้ด้วยไม้สนจูนิเปอร์ หุ้มด้วยทองคำเนื้อดี+ และตกแต่งด้วยรูปต้นปาล์ม+กับโซ่+ 6 นอกจากนั้น เขาประดับวิหารด้วยหินมีค่า+ ทองคำ+ที่เขาใช้มาจากพาร์วายิม 7 เขาหุ้มตัววิหาร คานหลังคา ธรณีประตู ผนัง และบานประตูด้วยทองคำ+ และแกะสลักรูปเครูบไว้บนผนังด้วย+
8 แล้วเขาก็ทำห้องบริสุทธิ์ที่สุด*+ ห้องนี้ยาว 20 ศอก*เท่ากับความกว้างของวิหารและกว้าง 20 ศอก* เขาบุห้องนั้นด้วยทองคำเนื้อดีหนัก 600 ตะลันต์*+ 9 ทองคำที่ใช้ทำตะปูมีน้ำหนัก 50 เชเขล* และเขาหุ้มห้องใต้หลังคาด้วยทองคำ
10 เขาทำเครูบไว้ 2 รูปในห้องบริสุทธิ์ที่สุด* และหุ้มด้วยทองคำ+ 11 ปีกของเครูบ+ทั้งสองยาวรวมกัน 20 ศอก* เครูบรูปแรกมีปีกยาวข้างละ 5 ศอก* ปลายปีกข้างหนึ่งจดผนังวิหาร ปลายปีกอีกข้างหนึ่งจดปีกของเครูบอีกรูปหนึ่ง 12 ส่วนเครูบรูปที่สองก็มีปีกยาวข้างละ 5 ศอก* ปลายปีกข้างหนึ่งจดผนังวิหารอีกด้านหนึ่ง ปลายปีกอีกข้างหนึ่งจดปีกของเครูบรูปแรก 13 ปีกของเครูบทั้งสองกางออกและยาวรวมกัน 20 ศอก* เครูบทั้งสองยืนหันหน้าไปทางห้องใหญ่*
14 เขาทำผ้าม่าน+ด้วยด้ายสีฟ้า ขนสัตว์ย้อมสีม่วง ด้ายสีแดงเข้ม และผ้าเนื้อดี แล้วปักเป็นลวดลายเครูบ+
15 แล้วเขาก็ทำเสา 2 ต้น+ยาว 35 ศอก*ไว้หน้าวิหาร หัวเสาของเสาแต่ละต้นสูง 5 ศอก+ 16 เขาทำโซ่ห้อยไว้ที่หัวเสาทั้งสองและทำผลทับทิม 100 ผลติดที่โซ่ด้วย 17 เขาตั้งเสาทั้งสองไว้หน้าวิหาร ต้นหนึ่งไว้ด้านขวา* อีกต้นหนึ่งไว้ด้านซ้าย* เขาตั้งชื่อเสาด้านขวาว่ายาคีน* และเสาด้านซ้ายว่าโบอาส*
4 แล้วโซโลมอนก็สร้างแท่นบูชาทองแดง+กว้าง 20 ศอก* ยาว 20 ศอก*และสูง 10 ศอก*
2 เขาหล่อโลหะทำเป็นอ่างกลมใหญ่+สำหรับเก็บน้ำเรียกว่าทะเลทองแดง อ่างนี้สูง 5 ศอก* ปากอ่างมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 ศอก* และวัดโดยรอบได้ 30 ศอก**+ 3 ริมปากอ่างมีลายแตงโมป่า 2 แถวโดยรอบ+ ทุกระยะ 1 ศอก*มีลายแตงโม 10 ลูก แตงโมป่าเหล่านี้หล่อเป็นชิ้นเดียวกับทะเลทองแดง 4 อ่างนี้ตั้งอยู่บนรูปวัว 12 ตัว+ วัวเหล่านี้หันหน้าไปทางเหนือ 3 ตัว หันหน้าไปทางตะวันตก 3 ตัว หันหน้าไปทางใต้ 3 ตัว และหันหน้าไปทางตะวันออก 3 ตัว ทะเลทองแดงตั้งอยู่บนวัว 12 ตัวนี้ และทุกตัวหันหลังเข้าหากัน 5 อ่างนี้หนาหนึ่งฝ่ามือ* เขาทำปากอ่างเหมือนปากถ้วยคล้ายดอกลิลลี่ อ่างนี้จุน้ำได้ถึง* 3,000 บัท*
6 แล้วเขาก็ทำอ่างใส่น้ำสำหรับชำระล้าง 10 ใบ และเอาไปตั้งไว้ที่ด้านขวาของวิหาร 5 ใบและด้านซ้าย 5 ใบ+ พวกเขาเอาเครื่องบูชาที่จะเผาถวายมาล้างในอ่างเหล่านี้+ ส่วนทะเลทองแดงมีไว้ให้ปุโรหิตล้างมือล้างเท้า+
7 เขาทำเชิงตะเกียงทองคำ 10 อัน+ตามแบบที่กำหนดไว้+และเอาไปตั้งในวิหาร ด้านขวา 5 อันด้านซ้าย 5 อัน+
8 เขาทำโต๊ะ 10 ตัวตั้งไว้ในวิหาร ด้านขวา 5 ตัวด้านซ้าย 5 ตัว+ และทำชามทองคำ 100 ใบด้วย
9 เขาทำลาน+ของปุโรหิต+ ลานใหญ่+ และประตูลาน แล้วหุ้มประตูเหล่านี้ด้วยทองแดง 10 แล้วเขาก็ตั้งทะเลทองแดงไว้ด้านขวาของวิหาร ค่อนไปทางตะวันออกเฉียงใต้+
11 ฮีรามยังทำถังใส่ขี้เถ้า พลั่ว และชามด้วย+
เขาทำงานที่กษัตริย์โซโลมอนสั่งให้ทำสำหรับวิหารของพระเจ้าเที่ยงแท้จนเสร็จ+ 12 เขาทำเสา 2 ต้น+ หัวเสารูปถ้วย ตาข่าย+ที่ตกแต่งหัวเสาทั้งสอง 13 ผลทับทิม 400 ผล+ที่ติดอยู่กับตาข่ายทั้งสอง ผลทับทิมเหล่านั้นห้อยเรียงกันเป็น 2 แถวบนตาข่ายแต่ละอันเพื่อตกแต่งหัวเสารูปถ้วยทั้งสอง+ 14 รถเข็น* 10 คันและอ่าง 10 ใบที่ใส่ในรถเข็น+ 15 ทะเลทองแดงกับรูปวัว 12 ตัวที่เป็นฐานรับ+ 16 ถังใส่ขี้เถ้า พลั่ว ส้อมยาว+ และฮีรามอาบีฟ+ยังทำเครื่องใช้อื่น ๆ จากทองแดงขัดเงาให้กษัตริย์โซโลมอนเอาไว้ใช้ในวิหารของพระยะโฮวา 17 กษัตริย์หล่อสิ่งเหล่านี้ในแม่พิมพ์ดินเหนียวที่เขตจอร์แดน ระหว่างสุคคท+กับเศเรดาห์ 18 โซโลมอนทำเครื่องใช้เหล่านี้ไว้มากจริง ๆ พวกเขาจึงไม่รู้ว่าทองแดงทั้งหมดมีน้ำหนักเท่าไร+
19 โซโลมอนทำเครื่องใช้ทั้งหมด+สำหรับวิหารของพระเจ้าเที่ยงแท้ ทั้งแท่นบูชาทองคำ+ โต๊ะ+สำหรับวางขนมปังถวาย+ 20 เชิงตะเกียงและตะเกียงทองคำบริสุทธิ์+ที่ถูกจุดและตั้งไว้หน้าห้องชั้นในตามที่กำหนดไว้ 21 รวมทั้งดอกไม้ ตะเกียง และคีมคีบไส้ตะเกียงซึ่งเป็นทองคำบริสุทธิ์ทั้งหมด 22 กรรไกรตัดไส้ตะเกียง ชาม ถ้วย และภาชนะใส่ถ่านไฟ ทั้งหมดทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ รวมทั้งประตูห้องบริสุทธิ์ที่สุด+ และประตูวิหาร ทั้งหมดทำด้วยทองคำ+
5 โซโลมอนทำทุกอย่างที่ต้องทำสำหรับวิหารของพระยะโฮวาจนเสร็จเรียบร้อย+ แล้วโซโลมอนก็เอาของที่ดาวิดพ่อของเขาอุทิศให้พระเจ้ามาใส่ไว้ในวิหาร+ เขาเอาเงิน ทองคำ และของทุกอย่างมาเก็บไว้ในคลังวิหารของพระเจ้าเที่ยงแท้+ 2 โซโลมอนเรียกพวกผู้นำ*ของชาวอิสราเอล หัวหน้าตระกูล และหัวหน้าวงศ์ตระกูลทั้งหมดมาชุมนุมกัน พวกเขามาที่กรุงเยรูซาเล็มเพื่อย้ายหีบสัญญาของพระยะโฮวาออกจากเมืองของดาวิด+ คือเมืองศิโยน+ 3 ชาวอิสราเอลทั้งหมดมาชุมนุมกันต่อหน้ากษัตริย์ในงานเทศกาล*เดือน 7+
4 พวกผู้นำของอิสราเอลก็มา และคนเลวีก็มายกหีบสัญญา+ 5 ปุโรหิตกับคนเลวี*นำหีบสัญญา เต็นท์เข้าเฝ้า+ และเครื่องใช้ที่บริสุทธิ์ทั้งหมดในเต็นท์นั้นไป 6 กษัตริย์โซโลมอนและชาวอิสราเอลทั้งหมดที่โซโลมอนเรียกมาก็มาอยู่ต่อหน้าหีบนั้น พวกเขาถวายแกะและวัวเป็นเครื่องบูชามากมายนับไม่ถ้วน+ 7 แล้วปุโรหิตก็นำหีบสัญญาของพระยะโฮวาไปไว้ในที่สำหรับหีบนั้น คือห้องชั้นในของวิหารหรือห้องบริสุทธิ์ที่สุด ใต้ปีกของเครูบทั้งสอง+ 8 ปีกของเครูบแผ่เหนือที่วางหีบสัญญา เครูบอยู่เหนือหีบและไม้คานหาม+ของหีบนั้น 9 ไม้คานนั้นยาวมากจนมองเห็นส่วนปลายจากห้องบริสุทธิ์ซึ่งอยู่หน้าห้องชั้นใน แต่มองไม่เห็นจากนอกวิหาร และยังอยู่ที่นั่นจนถึงทุกวันนี้ 10 ในหีบนั้นไม่มีอะไรนอกจากแผ่นหิน 2 แผ่นที่โมเสสใส่ไว้ตอนอยู่ที่ภูเขาโฮเรบ+ เมื่อพระยะโฮวาทำสัญญา+กับชาวอิสราเอลหลังจากพวกเขาออกมาจากอียิปต์+
11 เมื่อปุโรหิตออกมาจากสถานบริสุทธิ์ (ปุโรหิตทุกคนที่อยู่ที่นั่นได้ชำระตัวให้บริสุทธิ์แล้ว+ไม่ว่าจะอยู่ในกลุ่มไหน)+ 12 นักร้องชาวเลวีทุกคน+ในกลุ่มของอาสาฟ+ เฮมาน+ เยดูธูน+ พวกลูกชายและพี่น้องของพวกเขาต่างก็สวมเสื้อผ้าเนื้อดี ถือฉาบ เครื่องสาย และพิณยืนอยู่ด้านตะวันออกของแท่นบูชา และมีปุโรหิต 120 คนที่เป่าแตรยืนอยู่กับพวกเขาด้วย+ 13 เมื่อคนเป่าแตรกับนักร้องพากันประสานเสียงสรรเสริญและขอบคุณพระยะโฮวา และมีเสียงแตร ฉาบ กับเครื่องสายอื่น ๆ ดังขึ้นขณะที่พวกเขาสรรเสริญพระยะโฮวาว่า “เพราะพระองค์ดีจริง ๆ พระองค์มีความรักที่มั่นคงตลอดไป”+ ก็มีเมฆเต็มวิหารของพระยะโฮวา+ 14 ปุโรหิตไม่สามารถทำงานรับใช้ได้เพราะเมฆนั้น เนื่องจากรัศมีของพระยะโฮวาแผ่ทั่ววิหารของพระเจ้าเที่ยงแท้+
6 ในตอนนั้น โซโลมอนพูดว่า “พระยะโฮวาบอกว่าพระองค์จะอยู่ในเมฆหนาทึบ+ 2 ผมสร้างวิหารที่สง่างามให้พระองค์แล้ว เพื่อพระองค์จะอยู่ที่นั่นตลอดไป”+
3 แล้วกษัตริย์ก็หันมาอวยพรชาวอิสราเอลทุกคน*ที่ยืนอยู่นั้น+ 4 โซโลมอนบอกว่า “ขอพระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอลได้รับคำสรรเสริญ พระองค์สัญญาไว้กับดาวิดและพระองค์ก็ทำตามสัญญาแล้ว พระองค์บอกว่า 5 ‘ตั้งแต่วันที่เราพาประชาชนของเราออกจากแผ่นดินอียิปต์ เราไม่ได้เลือกเมืองไหนจากตระกูลไหนในอิสราเอลเป็นที่สร้างวิหารเพื่อยกย่องชื่อของเรา+ และเราไม่ได้เลือกใครเป็นผู้นำอิสราเอลประชาชนของเรา 6 แต่เราได้เลือกกรุงเยรูซาเล็ม+เพื่อให้ชื่อของเราอยู่ที่นั่น และเลือกดาวิดให้ปกครองอิสราเอลประชาชนของเรา’+ 7 และดาวิดพ่อของเราก็อยากสร้างวิหารเพื่อยกย่องชื่อของพระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอล+ 8 แต่พระยะโฮวาพูดกับดาวิดพ่อของเราว่า ‘ที่เจ้าอยากสร้างวิหารเพื่อยกย่องชื่อของเรานั้นก็ดีแล้ว 9 แต่เจ้าจะไม่ได้สร้างวิหารนั้น ลูกชายของเจ้าที่จะเกิดมา*จะเป็นผู้สร้างวิหารเพื่อยกย่องชื่อของเรา’+ 10 พระยะโฮวาได้ทำตามคำสัญญาของพระองค์ เพราะเราได้ปกครองต่อจากดาวิดพ่อของเราแล้ว และเราได้นั่งบนบัลลังก์ของอิสราเอล+อย่างที่พระยะโฮวาสัญญาไว้+ เรายังได้สร้างวิหารเพื่อยกย่องชื่อของพระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอลด้วย 11 และในวิหารนั้น เราได้วางหีบซึ่งมีสัญญา+ที่พระยะโฮวาทำไว้กับชาวอิสราเอล”
12 แล้วโซโลมอนก็ยืนหน้าแท่นบูชาของพระยะโฮวาต่อหน้าชาวอิสราเอลทุกคนที่ชุมนุมกันและชูมือขึ้น+ 13 (เพราะโซโลมอนสร้างแท่นสูงจากทองแดงไว้กลางลาน+ แท่นนั้นกว้าง 5 ศอก*ยาว 5 ศอก*และสูง 3 ศอก* โซโลมอนขึ้นไปยืนบนนั้น) เขาคุกเข่าต่อหน้าชาวอิสราเอลทุกคนที่ชุมนุมกันและชูมือขึ้นฟ้า+ 14 แล้วพูดว่า “พระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอล ไม่มีพระเจ้าองค์ไหนเหมือนพระองค์เลยทั้งในสวรรค์หรือบนแผ่นดิน พระองค์รักษาสัญญาและมีความรักที่มั่นคงต่อผู้รับใช้ที่เชื่อฟังพระองค์สุดหัวใจ+ 15 พระองค์รักษาสัญญาที่ทำไว้กับดาวิดพ่อของผมซึ่งเป็นผู้รับใช้ของพระองค์+ พระองค์สัญญาไว้แล้ว และวันนี้พระองค์ก็ทำตามสัญญานั้น+ 16 พระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอล ตอนนี้โปรดทำตามสัญญาที่พระองค์เคยให้กับดาวิดพ่อของผมซึ่งเป็นผู้รับใช้ของพระองค์ที่ว่า ‘จะมีเชื้อสายของเจ้าครองบัลลังก์ของอิสราเอลตลอดไป ถ้าลูกหลานของเจ้าทำตัวดีและเชื่อฟังกฎหมายของเรา+เหมือนที่เจ้าเชื่อฟังเรา’+ 17 พระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอล ขอให้สัญญาที่พระองค์ทำกับดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์เป็นจริงด้วยเถอะ
18 “แต่พระเจ้าจะอยู่กับมนุษย์บนโลกจริง ๆ หรือ?+ เพราะแม้แต่ท้องฟ้าที่สูงส่งก็ยังไม่ใหญ่พอที่จะให้พระองค์อยู่+ แล้วพระองค์จะมาอยู่ในวิหารหลังนี้ที่ผมสร้างได้อย่างไร+ 19 พระยะโฮวาพระเจ้าของผม ขอโปรดฟังผู้รับใช้ของพระองค์ที่กำลังอธิษฐานและร้องขอความเมตตาและความช่วยเหลือจากพระองค์ 20 พระองค์เคยบอกว่าจะให้ชื่อของพระองค์อยู่ที่วิหารนี้+ ดังนั้น ขอพระองค์เฝ้าดูวิหารนี้ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อจะฟังผู้รับใช้ของพระองค์เมื่อพวกเขาอธิษฐานโดยหันมาทางวิหารนี้ 21 และโปรดฟังเมื่อผู้รับใช้ของพระองค์และอิสราเอลประชาชนของพระองค์ร้องขอความช่วยเหลือเมื่อพวกเขาหันหน้ามาทางวิหารนี้เพื่ออธิษฐาน+ และขอพระองค์ฟังจากที่อยู่ของพระองค์ในสวรรค์+ โปรดรับฟังและให้อภัยด้วยเถอะ+
22 “ถ้ามีคนหนึ่งถูกกล่าวหาว่าทำผิดต่ออีกคนหนึ่ง และถูกบังคับให้สาบาน* และเขามาหาพระองค์ที่แท่นบูชาในวิหารนี้ขณะที่อยู่ภายใต้คำสาบาน*+ 23 โปรดฟังจากสวรรค์และพิพากษาผู้รับใช้ของพระองค์ ถ้าเขาทำผิดก็ขอพระองค์ลงโทษเขา+ แต่ถ้าเขาไม่ได้ทำผิดก็ขอพระองค์บอกให้รู้และตอบแทนความดีของเขา+
24 “และถ้าอิสราเอลประชาชนของพระองค์พ่ายแพ้ศัตรูเพราะทำผิดต่อพระองค์ครั้งแล้วครั้งเล่า+ แต่ก็กลับมาหาพระองค์และสรรเสริญชื่อของพระองค์+ และมาอธิษฐาน+ขอความเมตตาจากพระองค์ที่วิหารนี้+ 25 ขอพระองค์โปรดฟังจากสวรรค์+และให้อภัยอิสราเอลประชาชนของพระองค์ และพาพวกเขากลับมายังแผ่นดินที่พระองค์มอบให้กับพวกเขาและปู่ย่าตายายของพวกเขา+
26 “ถ้าฝนแล้ง+เพราะพวกเขาทำผิดต่อพระองค์ครั้งแล้วครั้งเล่า+ และพวกเขาหันหน้ามาทางวิหารนี้เพื่ออธิษฐานและสรรเสริญชื่อของพระองค์และเลิกทำบาปเพราะพระองค์ทำให้พวกเขาสำนึก*+ 27 ก็ขอพระองค์รับฟังจากสวรรค์และให้อภัยชาวอิสราเอลผู้รับใช้ของพระองค์ และสอนพวกเขาให้ใช้ชีวิตตามแนวทางที่ดี+ และโปรดให้มีฝนตก+ในแผ่นดินที่พระองค์ได้ยกให้เป็นมรดกของประชาชนของพระองค์แล้ว
28 “ถ้าแผ่นดินมีการขาดแคลนอาหาร+ โรคระบาด+ พืชผลเสียหายเพราะลมร้อน เชื้อรา+ หรือฝูงตั๊กแตนที่หิวจัด+ หรือถ้าศัตรูมาล้อมเมืองใดเมืองหนึ่งในแผ่นดินนี้+ หรือเกิดโรคร้ายและภัยพิบัติอื่น ๆ+ 29 ถ้าคนหนึ่งคนใดหรือชาวอิสราเอลประชาชนของพระองค์ทั้งหมดพากันอธิษฐาน+หรือขอความเมตตา+จากพระองค์ไม่ว่าเรื่องอะไร (เพราะแต่ละคนก็รู้ว่าตัวเองมีเรื่องทุกข์ร้อนอะไร)+ และชูมือมาทางวิหารนี้+ 30 ขอพระองค์ฟังจากที่อยู่ของพระองค์ในสวรรค์+ ขอโปรดให้อภัยเขา+ และตอบแทนแต่ละคนตามการกระทำของเขา เพราะพระองค์อ่านหัวใจของเขาได้ (พระองค์ผู้เดียวเท่านั้นที่อ่านหัวใจมนุษย์ได้)+ 31 พวกเขาจะได้เกรงกลัวพระองค์และใช้ชีวิตตามแนวทางของพระองค์ตลอดเวลาที่อยู่ในแผ่นดินที่พระองค์ให้กับปู่ย่าตายายของพวกเรา
32 “ส่วนคนต่างชาติที่ไม่ใช่ชาวอิสราเอลประชาชนของพระองค์ และคนที่มาจากแดนไกลเพราะได้ยินชื่อเสียง+และอำนาจอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ เมื่อพวกเขามาและหันหน้ามาทางวิหารนี้เพื่ออธิษฐาน+ 33 ขอพระองค์ฟังจากที่อยู่ของพระองค์ในสวรรค์ และทำทุกอย่างตามที่คนต่างชาติเหล่านั้นขอ เพื่อทุกชาติทั่วโลกจะได้รู้จักชื่อของพระองค์+และเกรงกลัวพระองค์เหมือนอิสราเอลประชาชนของพระองค์ และพวกเขาจะได้รู้ว่าชื่อของพระองค์อยู่ที่วิหารที่ผมสร้างนี้
34 “ถ้าประชาชนของพระองค์ออกไปรบกับศัตรูไม่ว่าจะเป็นที่ไหนที่พระองค์สั่งให้ไป+ และพวกเขาอธิษฐาน+ต่อพระองค์โดยหันหน้ามาทางเมืองที่พระองค์เลือกนี้ และมาทางวิหารที่ผมสร้างเพื่อยกย่องชื่อของพระองค์นี้+ 35 ขอพระองค์ฟังคำอธิษฐานและคำขอของพวกเขาจากสวรรค์ และให้พวกเขาได้รับความยุติธรรม+
36 “ถ้าพวกเขาทำบาปต่อพระองค์ (เพราะไม่มีใครไม่ทำบาป)+ และพระองค์โกรธพวกเขาและทิ้งพวกเขาให้ศัตรูจัดการ และศัตรูก็จับพวกเขาไปเป็นเชลยไม่ว่าใกล้หรือไกล+ 37 แล้วพวกเขาสำนึกผิดเมื่ออยู่ในแผ่นดินที่พวกเขาไปเป็นเชลยนั้น และกลับมาหาพระองค์ และขอความเมตตาจากพระองค์เมื่ออยู่ในดินแดนที่ถูกจับไปเป็นเชลยนั้นโดยบอกว่า ‘พวกเราทำผิดทำบาปไปแล้ว พวกเราทำชั่วมากจริง ๆ’+ 38 และพวกเขากลับมาหาพระองค์สุดชีวิตจิตใจ+เมื่ออยู่ในดินแดนที่พวกเขาไปเป็นเชลย+ และอธิษฐานต่อพระองค์โดยหันหน้ามาทางแผ่นดินนี้ที่พระองค์ให้กับปู่ย่าตายายของพวกเขาและหันหน้ามาทางเมืองนี้ที่พระองค์เลือก+ และหันหน้ามาทางวิหารนี้ที่ผมสร้างเพื่อยกย่องชื่อของพระองค์ 39 ขอพระองค์ฟังคำอธิษฐานและคำขอของพวกเขาจากที่อยู่ของพระองค์ในสวรรค์ และให้พวกเขาได้รับความยุติธรรม+ และโปรดให้อภัยประชาชนของพระองค์ที่ได้ทำบาปต่อพระองค์
40 “ได้โปรดเถอะพระเจ้าของผม โปรดมองดูและรับฟังคำขอของทุกคนที่มาอธิษฐานที่นี่+ 41 พระยะโฮวาพระเจ้า ขอให้พระองค์กับหีบที่เป็นสัญลักษณ์แห่งพลังอำนาจของพระองค์ขึ้นไปยังที่พักของพระองค์+ พระยะโฮวาพระเจ้า ขอให้พวกปุโรหิตแสดงให้เห็นว่าพระองค์เป็นผู้ช่วยให้รอด และขอให้คนที่ภักดีต่อพระองค์ชื่นชมในความดีของพระองค์+ 42 พระยะโฮวาพระเจ้า ขออย่าปฏิเสธ*ผู้ถูกเจิมของพระองค์เลย+ ขอพระองค์จดจำความรักที่มั่นคงที่มีต่อดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์”+
7 พอโซโลมอนอธิษฐานเสร็จ+ก็มีไฟลงมาจากฟ้า+เผาเครื่องบูชา และรัศมีของพระยะโฮวาแผ่ทั่ววิหาร+ 2 พวกปุโรหิตไม่สามารถเข้าไปในวิหารของพระยะโฮวาได้ เนื่องจากรัศมีของพระยะโฮวาแผ่ทั่ววิหารของพระยะโฮวา+ 3 ตอนที่ชาวอิสราเอลทุกคนมองดูอยู่นั้น ไฟก็ลงมาและรัศมีของพระยะโฮวาแผ่ปกคลุมวิหาร พวกเขาซบหน้าลงกับพื้นนมัสการและขอบคุณพระยะโฮวาว่า “เพราะพระองค์ดีจริง ๆ พระองค์มีความรักที่มั่นคงตลอดไป”
4 กษัตริย์กับประชาชนทุกคนก็ถวายเครื่องบูชาให้พระยะโฮวา+ 5 กษัตริย์โซโลมอนถวายวัว 22,000 ตัวกับแกะ 120,000 ตัวเป็นเครื่องบูชา กษัตริย์กับประชาชนทั้งหมดจึงได้อุทิศวิหารให้กับพระเจ้าเที่ยงแท้+ 6 พวกปุโรหิตยืนประจำตำแหน่ง เหมือนกับคนเลวีที่ถือเครื่องดนตรีซึ่งใช้เล่นคลอเสียงเพลงสรรเสริญพระยะโฮวา+ (กษัตริย์ดาวิดทำเครื่องดนตรีเหล่านี้ไว้บรรเลงเพลงขอบคุณพระยะโฮวาตอนที่ร้องเพลงสรรเสริญกับพวกเขา*ว่า “เพราะพระองค์มีความรักที่มั่นคงตลอดไป”) พวกปุโรหิตเป่าแตรเสียงดัง+อยู่ตรงกันข้ามกับพวกเขา ส่วนชาวอิสราเอลทั้งหมดก็ยืนอยู่
7 แล้วโซโลมอนก็ชำระบริเวณกลางลานหน้าวิหารของพระยะโฮวาให้บริสุทธิ์ เพราะเขาต้องใช้ที่นั่นถวายเครื่องบูชาเผา+และมันจากเครื่องบูชาผูกมิตร เพราะแท่นบูชาทองแดง+ที่โซโลมอนทำไว้เล็กเกินไป ไม่พอที่จะใช้เป็นที่ถวายเครื่องบูชาเผา เครื่องบูชาที่ทำจากเมล็ดข้าว+ และมันเหล่านั้น+ 8 ตอนนั้นโซโลมอนฉลองเทศกาลเป็นเวลา 7 วัน+กับชาวอิสราเอลทั้งหมด มีคนจำนวนมากมาจากทั่วแผ่นดินตั้งแต่เลโบฮามัท*ถึงลำน้ำอียิปต์+ 9 พวกเขาฉลองการอุทิศแท่นบูชา 7 วันและจัดงานเทศกาลอีก 7 วัน และในวันที่ 8* พวกเขาก็จัดการประชุมศักดิ์สิทธิ์+ 10 ในวันที่ 23 เดือน 7 โซโลมอนก็ให้ประชาชนกลับบ้าน พวกเขามีความสุข+และอิ่มเอมใจเพราะพระยะโฮวาได้ทำสิ่งดีต่อดาวิดกับโซโลมอนและอิสราเอลประชาชนของพระองค์+
11 โซโลมอนจึงสร้างวิหารของพระยะโฮวาและวังของกษัตริย์จนเสร็จ+ เขาทำทุกสิ่งทุกอย่างที่อยากทำสำหรับวิหารของพระยะโฮวาและวังของเขาเองจนเสร็จ+ 12 พระยะโฮวามาหาโซโลมอน+ตอนกลางคืนและพูดกับเขาว่า “เราได้ยินที่เจ้าอธิษฐานแล้ว และเราได้เลือกที่นี่เป็นวิหารสำหรับการถวายเครื่องบูชา+ 13 ถ้าเราทำให้ฝนแล้งและให้ตั๊กแตนมากินพืชผลบนแผ่นดิน หรือทำให้เกิดโรคระบาดในหมู่ประชาชนของเรา 14 แล้วประชาชนของเราซึ่งถูกเรียกตามชื่อของเรา+ได้ถ่อมตัวลง+ อธิษฐานขอความเมตตาจากเรา และเลิกทำชั่ว+ เราจะฟังจากสวรรค์และให้อภัยบาปพวกเขา และเราจะเยียวยารักษาแผ่นดินของพวกเขา+ 15 ตั้งแต่นี้ไป เราจะรับฟังคนที่มาอธิษฐานที่นี่และเราจะเฝ้าดูพวกเขา+ 16 เราได้เลือกวิหารนี้และทำให้บริสุทธิ์แล้วเพื่อชื่อของเราจะอยู่ที่นั่นตลอดไป+ เราจะเฝ้าดูและระลึกถึงวิหารนั้นเสมอ+
17 “ส่วนเจ้า ถ้าเจ้าเชื่อฟังเราเหมือนดาวิดพ่อของเจ้า ทำทุกสิ่งที่เราสั่งเจ้าไว้ เชื่อฟังกฎหมายและทำตามคำพิพากษาของเรา+ 18 เราจะให้เจ้าปกครองอิสราเอลตลอดไป+ เหมือนที่เราเคยสัญญาไว้กับดาวิด+พ่อของเจ้าว่า ‘จะมีเชื้อสายของเจ้าปกครองอิสราเอลตลอดไป’+ 19 แต่ถ้าเจ้าไม่ทำตามกฎหมายและคำสั่งที่เราให้ไว้กับเจ้า แล้วไปรับใช้กราบไหว้พระอื่น+ 20 เราจะถอนรากถอนโคนอิสราเอลออกจากแผ่นดินที่เรายกให้พวกเขา+ ส่วนวิหารนี้ที่เราได้ทำให้บริสุทธิ์เพื่อยกย่องชื่อของเรา เราจะทำลายให้พ้นไปจากสายตาของเรา ชาติอื่น ๆ จะดูหมิ่นเหยียดหยามและเยาะเย้ยวิหารนี้+ 21 แล้ววิหารนี้จะเหลือแต่ซาก ทุกคนที่เดินผ่านจะตกใจ+และพูดว่า ‘ทำไมพระยะโฮวาทำอย่างนี้กับแผ่นดินและวิหารนี้?’+ 22 คนเหล่านั้นจะบอกว่า ‘เพราะพวกเขาทิ้งพระยะโฮวา+พระเจ้าของปู่ย่าตายายของพวกเขาที่พาพวกเขาออกมาจากแผ่นดินอียิปต์+ แล้วไปนมัสการพระอื่นและรับใช้กราบไหว้พระเหล่านั้น+ พระองค์จึงทำให้พวกเขาเจอหายนะทั้งหมดนี้’”+
8 หลังจากผ่านไป 20 ปีโซโลมอนก็สร้างวิหารของพระยะโฮวาและวังของเขาเองเสร็จ+ 2 ฮีราม+ยกเมืองหลายเมืองให้โซโลมอน โซโลมอนสร้างเมืองเหล่านั้นขึ้นใหม่และให้ชาวอิสราเอลไปอยู่ที่นั่น 3 แล้วโซโลมอนก็ไปยึดฮามัทโศบาห์ 4 โซโลมอนสร้างเมืองทัดโมร์ในที่กันดารขึ้น* รวมทั้งเมืองต่าง ๆ สำหรับเก็บเสบียง+ที่เขาเคยสร้างไว้ในฮามัทด้วย+ 5 เขายังสร้างเมืองเบธโฮโรนบน+และเบธโฮโรนล่าง+ ให้มีป้อมปราการ กำแพง ประตูเมือง และกลอนประตู 6 เมืองบาอาลัท+ และเมืองต่าง ๆ สำหรับเก็บเสบียงของโซโลมอน เมืองสำหรับเก็บรถม้า+ เมืองสำหรับทหารม้า และสร้างอะไรก็ตามที่เขาอยากจะสร้างในกรุงเยรูซาเล็ม ในเลบานอน และในเขตแดนทั้งหมดของเขา
7 ส่วนคนที่ไม่ใช่ชาวอิสราเอล คือชาวฮิตไทต์ ชาวอาโมไรต์ ชาวเปริสซี ชาวฮีไวต์ และชาวเยบุส+ที่ยังหลงเหลืออยู่+ 8 ชาวอิสราเอลไม่ได้กำจัดให้หมดไป+ ลูกหลานของคนเหล่านี้ที่ยังเหลืออยู่ในแผ่นดินก็ถูกโซโลมอนเกณฑ์ไปทำงานจนถึงทุกวันนี้+ 9 แต่โซโลมอนไม่ได้ให้ชาวอิสราเอลสักคนเป็นทาสที่ใช้แรงงาน+ พวกเขาได้เป็นนักรบ หัวหน้านายทหาร และหัวหน้าคนขับรถศึกและทหารม้า+ 10 กษัตริย์โซโลมอนมีหัวหน้าผู้ดูแล 250 คนเป็นผู้คุมคนงานทั้งหมด+
11 โซโลมอนพาลูกสาวของฟาโรห์+ย้ายจากเมืองของดาวิดมาอยู่ในวังที่เขาสร้างให้+ เพราะเขาบอกว่า “ถึงเธอจะเป็นภรรยาของเรา แต่เธอก็ไม่ควรอยู่ในวังของกษัตริย์ดาวิดแห่งอิสราเอลเพราะสถานที่ที่เคยเก็บหีบของพระยะโฮวาเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์”+
12 แล้วโซโลมอนก็ถวายเครื่องบูชาเผา+แก่พระยะโฮวาบนแท่นบูชา+ของพระยะโฮวาที่เขาสร้างขึ้นหน้าโถงทางเข้าวิหาร+ 13 เขาถวายเครื่องบูชาเป็นประจำทุกวัน และถวายเครื่องบูชาในโอกาสต่าง ๆ ตามที่โมเสสกำหนดไว้ ทั้งในวันสะบาโต+ วันขึ้นเดือนใหม่+ และในช่วงเทศกาลที่กำหนดให้ฉลองปีละ 3 ครั้ง+ คือเทศกาลขนมปังไม่ใส่เชื้อ+ เทศกาลเก็บเกี่ยว+ และเทศกาลอยู่เพิง+ 14 แล้วโซโลมอนก็แบ่งกลุ่มปุโรหิต+ให้ทำหน้าที่ต่าง ๆ ตามที่ดาวิดพ่อของเขากำหนดไว้ และแบ่งกลุ่มคนเลวีให้ทำหน้าที่ต่าง ๆ เพื่อสรรเสริญ+และรับใช้ร่วมกับพวกปุโรหิตตามหน้าที่ประจำวัน รวมทั้งแบ่งกลุ่มคนเฝ้าประตูเพื่อจะเฝ้าประตูต่าง ๆ+ เพราะดาวิดคนของพระเจ้าเที่ยงแท้ได้สั่งไว้อย่างนี้ 15 คนเหล่านี้ทำตามคำสั่งของกษัตริย์ที่ให้ไว้กับปุโรหิตและคนเลวีอย่างเคร่งครัดในทุกเรื่องรวมทั้งเรื่องที่เก็บของ 16 งานของโซโลมอนจึงได้รับการจัดระเบียบอย่างดี ตั้งแต่วันที่วางฐานรากวิหารของพระยะโฮวา+จนถึงวันที่วิหารสร้างเสร็จ แล้ววิหารของพระยะโฮวาก็เสร็จสมบูรณ์+
17 แล้วโซโลมอนก็ไปที่เมืองเอซีโอนเกเบอร์+และเอโลท+ ริมทะเลในประเทศเอโดม+ 18 ฮีราม+ส่งกองเรือและคนของเขาที่มีประสบการณ์ในการเดินเรือมาให้โซโลมอน คนเหล่านี้กับคนของโซโลมอนเดินทางไปที่โอฟีร์+และนำทองคำ 450 ตะลันต์*+จากที่นั่นมาให้กษัตริย์โซโลมอน+
9 ราชินีแห่งเชบา+ได้ยินชื่อเสียงของโซโลมอน เธอจึงมาที่กรุงเยรูซาเล็มและถามคำถามยาก ๆ*เพื่อทดสอบโซโลมอน เธอเดินทางมาพร้อมกับผู้ติดตามขบวนใหญ่ มีอูฐบรรทุกน้ำมันหอมและทองคำ+กับอัญมณีมากมาย เธอเข้าไปหาโซโลมอนและคุยกับเขาทุกเรื่องที่เธออยากรู้+ 2 โซโลมอนก็ตอบคำถามของเธอได้ทุกข้อ ไม่มีอะไรยากเกินกว่าที่โซโลมอนจะอธิบายให้เธอได้
3 เมื่อราชินีแห่งเชบาเห็นว่าโซโลมอนมีสติปัญญามากขนาดไหน+ และเห็นวังที่เขาสร้าง+ 4 อาหารบนโต๊ะของเขา+ พวกข้าราชสำนักที่ร่วมโต๊ะกับเขา พนักงานบริการอาหารและชุดของพวกเขา พนักงานรินเครื่องดื่มถวายและชุดของพวกเขา และเครื่องบูชาเผาที่เขาถวายเป็นประจำที่วิหารของพระยะโฮวา+ เธอก็ตกตะลึง 5 เธอจึงบอกกษัตริย์ว่า “ข่าวที่เราได้ยินในประเทศของเราเรื่องความสำเร็จและสติปัญญาของท่านนั้นเป็นเรื่องจริง 6 แต่เราไม่เชื่อข่าวนั้นจนได้มาเห็นด้วยตาของเราเอง+ ที่เราได้ยินนั้นยังไม่ถึงครึ่งของสติปัญญาที่ล้ำเลิศของท่านด้วยซ้ำ!+ 7 ประชาชนของท่านกับข้าราชสำนักที่คอยรับใช้ใกล้ชิดและได้ยินคำพูดที่ฉลาดหลักแหลมของท่านคงมีความสุขมากจริง ๆ 8 ขอพระยะโฮวาพระเจ้าของท่านได้รับคำสรรเสริญ พระองค์โปรดปรานท่านและให้ท่านนั่งบนบัลลังก์ของพระยะโฮวาพระเจ้าของท่านและให้ปกครองแทนพระองค์ เพราะพระเจ้าของท่านรักชาวอิสราเอล+และต้องการให้พวกเขาอยู่ตลอดไป พระองค์จึงตั้งท่านเป็นกษัตริย์เพื่อให้ปกครองด้วยความยุติธรรมและถูกต้องชอบธรรม”
9 แล้วเธอก็มอบทองคำ 120 ตะลันต์*กับน้ำมันหอมและอัญมณีมากมายให้กษัตริย์+ ตั้งแต่นั้นไม่เคยมีใครเอาน้ำมันหอมเข้ามามากเหมือนที่ราชินีแห่งเชบาเอามาให้กษัตริย์โซโลมอนอีกเลย+
10 คนของฮีรามและคนของโซโลมอนที่ไปขนทองคำมาจากโอฟีร์+ก็ขนไม้ประดู่รวมทั้งหินมีค่ามาจากที่นั่นด้วย+ 11 กษัตริย์เอาไม้ประดู่มาทำบันไดสำหรับวิหารของพระยะโฮวา+และวังของกษัตริย์+ รวมทั้งพิณและเครื่องสายสำหรับนักร้อง+ ไม่เคยมีใครเห็นอะไรแบบนี้ในแผ่นดินยูดาห์มาก่อน
12 กษัตริย์โซโลมอนยังให้สิ่งที่ราชินีแห่งเชบาต้องการและขออีกด้วย ซึ่งมากกว่า*ของที่เธอเอามาให้โซโลมอนเสียอีก แล้วเธอก็กลับประเทศไปพร้อมกับคนของเธอ+
13 แต่ละปีโซโลมอนได้ทองคำหนัก 666 ตะลันต์*+ 14 นอกจากนั้น โซโลมอนยังได้ทองคำจากพวกพ่อค้าและจากคนที่ค้าขาย และจากกษัตริย์อาหรับกับเจ้าเมืองต่าง ๆ ที่นำทองคำกับเงินมาให้เขา+
15 กษัตริย์โซโลมอนทำโล่ใหญ่ 200 อันจากทองคำผสม+ (แต่ละอันทำจากทองคำผสมหนัก 600 เชเขล*)+ 16 และโล่เล็ก* 300 อันจากทองคำผสม (แต่ละอันทำจากทองคำหนัก 3 มินา*) แล้วกษัตริย์ก็เอาโล่เหล่านี้ไปเก็บไว้ในวังป่าเลบานอน+
17 กษัตริย์ยังทำบัลลังก์ใหญ่ตกแต่งด้วยงาช้างและหุ้มด้วยทองคำบริสุทธิ์+ 18 หน้าบัลลังก์มีบันได 6 ขั้น มีที่วางเท้าทองคำติดอยู่กับบัลลังก์ มีที่วางแขน และมีรูปสิงโต 2 ตัว+ตั้งอยู่ข้างบัลลังก์ทั้งซ้ายและขวาข้างละตัว 19 บนบันไดทั้งหกขั้นมีรูปสิงโตตั้งอยู่ 12 ตัว+ ขั้นละ 2 ตัว อยู่ด้านซ้ายตัวหนึ่งด้านขวาตัวหนึ่ง ไม่เคยมีประเทศไหนทำอย่างนี้เลย 20 ถ้วยเครื่องดื่มของกษัตริย์โซโลมอนทำจากทองคำทั้งหมด และเครื่องใช้ทุกอย่างในวังป่าเลบานอนทำจากทองคำบริสุทธิ์ ไม่มีอะไรทำจากเงินเพราะในสมัยของโซโลมอนเงินไม่มีค่าอะไรเลย+ 21 เพราะกองเรือของกษัตริย์โซโลมอนเดินทางไปที่ทาร์ชิช+พร้อมกับคนของฮีราม+ และทุก ๆ 3 ปีกองเรือทาร์ชิชจะขนทองคำ เงิน งาช้าง+ ลิง และนกยูงกลับมา
22 กษัตริย์โซโลมอนยิ่งใหญ่กว่ากษัตริย์องค์อื่น ๆ ในโลก เพราะเขาร่ำรวยกว่าและมีสติปัญญามากกว่ากษัตริย์ทุกองค์+ 23 กษัตริย์จากทุกมุมโลกพากันมาหาโซโลมอนเพราะต้องการฟังคำพูดที่ฉลาดหลักแหลมซึ่งเขาได้รับการดลใจจากพระเจ้าเที่ยงแท้+ 24 แต่ละคนนำของขวัญมาให้โซโลมอน ทั้งเครื่องเงินและเครื่องทอง เสื้อผ้า+ ชุดเกราะ น้ำมันหอม ม้า และล่อ มีคนนำของมาให้เขาอย่างนี้ทุกปี 25 โซโลมอนมีคอกม้า 4,000 คอกสำหรับม้าเทียมรถศึกและมีม้า 12,000 ตัว*+ และเขาเก็บรถม้ากับม้าเหล่านั้นไว้ที่เมืองต่าง ๆ สำหรับเก็บรถม้า และเอาไว้ใกล้ ๆ เขาในกรุงเยรูซาเล็ม+ 26 เขาปกครองเหนือกษัตริย์ทุกองค์ตั้งแต่แม่น้ำ*จนถึงแผ่นดินฟีลิสเตีย และถึงพรมแดนอียิปต์+ 27 กษัตริย์ทำให้กรุงเยรูซาเล็มมีเงินมากมายเหมือนก้อนหิน และมีไม้สนซีดาร์มากมายเหมือนต้นมะเดื่อป่าที่เชเฟลาห์+ 28 และพวกเขาเอาม้าจากอียิปต์+และจากประเทศอื่น ๆ มาให้โซโลมอน
29 เรื่องราวที่เหลือของโซโลมอน+ตั้งแต่ต้นจนจบก็เขียนไว้ในหนังสือของผู้พยากรณ์นาธัน+ ในคำพยากรณ์ของอาหิยาห์+ชาวชิโลห์ และในบันทึกนิมิตของอิดโด+เกี่ยวกับเยโรโบอัม+ลูกเนบัทแล้ว 30 โซโลมอนปกครองที่กรุงเยรูซาเล็มเป็นเวลา 40 ปี 31 แล้วโซโลมอนก็ตายไปตามปู่ย่าตายาย เขาถูกฝังไว้ที่เมืองของดาวิดพ่อของเขา+ และเรโหโบอัมลูกชายของเขาก็ขึ้นเป็นกษัตริย์แทน+
10 เรโหโบอัมไปที่เมืองเชเคม+ เพราะชาวอิสราเอลพากันไปที่นั่นเพื่อตั้งเขาเป็นกษัตริย์+ 2 เยโรโบอัม+ลูกเนบัทได้ยินข่าว (ตอนนั้นเขายังอยู่ที่อียิปต์เพราะหนีกษัตริย์โซโลมอน)+ เขาจึงกลับมาจากอียิปต์ทันที 3 แล้วพวกเขาก็ส่งคนไปเรียกเยโรโบอัมมา เยโรโบอัมกับชาวอิสราเอลก็มาหาเรโหโบอัมและพูดว่า 4 “พ่อของท่านทำให้พวกเราแบกภาระหนัก+ แต่ถ้าท่านทำให้เบาลง พวกเราจะรับใช้ท่าน”
5 กษัตริย์ตอบว่า “อีก 3 วันค่อยมาหาเราใหม่” ประชาชนจึงกลับไป+ 6 กษัตริย์เรโหโบอัมก็ปรึกษากับพวกผู้ใหญ่*ที่เคยรับใช้โซโลมอนพ่อของเขา และถามพวกเขาว่า “ท่านจะแนะนำให้เราตอบพวกเขายังไง?” 7 พวกผู้ใหญ่ตอบกษัตริย์ว่า “ถ้าท่านทำดีกับประชาชน เอาใจพวกเขา และพูดกับพวกเขาดี ๆ พวกเขาจะยอมรับใช้ท่านตลอดไป”
8 กษัตริย์ไม่ยอมฟังพวกผู้ใหญ่* แต่ไปปรึกษาคนหนุ่ม ๆ ที่โตมาด้วยกันและตอนนี้มาทำงานให้เขา+ 9 กษัตริย์ถามคนหนุ่มเหล่านั้นว่า “คนพวกนี้มาบอกเราว่า ‘พ่อของท่านทำให้พวกเราแบกภาระหนัก ขอท่านทำให้เบาลงเถอะ’ พวกคุณจะแนะนำให้เราตอบพวกเขายังไง?” 10 พวกคนหนุ่มที่โตมาด้วยกันก็บอกกษัตริย์ว่า “พวกเขาบอกท่านว่า ‘พ่อของท่านทำให้พวกเราแบกภาระหนัก ขอท่านทำให้เบาลงเถอะ’ ท่านควรตอบคนพวกนี้ว่า ‘เราจะทำให้หนักกว่าพ่อของเราอีก* 11 พ่อของเราทำให้พวกคุณแบกภาระหนัก แต่เราจะทำให้หนักขึ้นอีก พ่อของเราใช้แส้ธรรมดาเฆี่ยนพวกคุณ แต่เราจะใช้แส้หนามเฆี่ยนพวกคุณ’”
12 เยโรโบอัมกับประชาชนกลับมาหาเรโหโบอัมในวันที่สามเพราะกษัตริย์บอกว่า “อีก 3 วันค่อยกลับมาหาเรา”+ 13 แต่กษัตริย์ไม่ได้พูดกับประชาชนดี ๆ กษัตริย์เรโหโบอัมไม่ได้ทำตามคำแนะนำของพวกผู้ใหญ่* 14 เขาพูดตามคำแนะนำของคนหนุ่มว่า “เราจะทำให้พวกคุณแบกภาระหนักกว่าเดิม และจะทำให้หนักขึ้นไปอีก พ่อของเราใช้แส้ธรรมดาเฆี่ยนพวกคุณ แต่เราจะใช้แส้หนามเฆี่ยนพวกคุณ” 15 กษัตริย์ไม่ยอมฟังประชาชน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะพระเจ้าเที่ยงแท้+ เพื่อให้เป็นไปตามที่พระยะโฮวาพูดกับเยโรโบอัมลูกเนบัทผ่านทางอาหิยาห์+ชาวชิโลห์
16 พอชาวอิสราเอลทั้งหมดเห็นว่ากษัตริย์ไม่ยอมฟัง พวกเขาจึงพูดกับกษัตริย์ว่า “พวกเรามีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับดาวิด? พวกเราไม่ได้มรดกอะไรจากลูกของเจสซีสักหน่อย ชาวอิสราเอลทั้งหลาย ต่างคนต่างกลับไปหาพระของตัวเองเถอะ! พวกดาวิด ดูแลราชวงศ์ของตัวเองก็แล้วกัน!”+ แล้วชาวอิสราเอลทุกคนก็พากันกลับบ้าน*+
17 แต่เรโหโบอัมยังปกครองชาวอิสราเอลที่อยู่ในเมืองต่าง ๆ ของยูดาห์ต่อไป+
18 กษัตริย์เรโหโบอัมจึงส่งฮาโดรัม+ไปหาพวกอิสราเอล เขาเป็นผู้ดูแลคนที่ถูกเกณฑ์มาทำงาน แต่พวกนั้นเอาหินขว้างเขาจนตาย ส่วนกษัตริย์เรโหโบอัมขึ้นรถม้าหนีกลับมากรุงเยรูซาเล็ม+ 19 ชาวอิสราเอลก็กบฏต่อราชวงศ์ดาวิดมาจนถึงทุกวันนี้
11 เมื่อเรโหโบอัมกลับมาถึงกรุงเยรูซาเล็ม เขาก็รีบรวบรวมทหารจากตระกูลยูดาห์และเบนยามิน+ที่ฝึกมาอย่างดี*จำนวน 180,000 คนไปสู้กับพวกอิสราเอล เพื่อยึดอาณาจักรกลับมาเป็นของเรโหโบอัมอีกครั้งหนึ่ง+ 2 พระยะโฮวาจึงส่งข่าวมาถึงผู้พยากรณ์*เชไมอาห์+ว่า 3 “ไปบอกเรโหโบอัมลูกของโซโลมอนกษัตริย์ยูดาห์และบอกชาวอิสราเอลทุกคนในเขตยูดาห์และเบนยามินว่า 4 ‘พระยะโฮวาบอกว่า “อย่าไปสู้กับพี่น้องของเจ้าเลย พวกเจ้าทุกคนกลับบ้านไปเถอะ เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะเราเอง”’”+ พวกเขาก็เชื่อฟังพระยะโฮวาและกลับบ้าน ไม่ไปสู้กับเยโรโบอัม
5 เรโหโบอัมอยู่ในกรุงเยรูซาเล็มและสร้างเมืองที่มีป้อมปราการหลายเมืองในยูดาห์ 6 เขาสร้าง*เมืองเบธเลเฮม+ เอตาม เทโคอา+ 7 เบธซูร์ โสโค+ อดุลลัม+ 8 กัท+ มาเรชาห์ ศิฟ+ 9 อาโดราอิม ลาคีช+ อาเซคาห์+ 10 โศราห์ อัยยาโลน+ และเฮโบรน+ ซึ่งเป็นเมืองที่มีป้อมปราการในยูดาห์และเบนยามิน 11 เรโหโบอัมยังทำให้เมืองต่าง ๆ ที่มีป้อมปราการแข็งแกร่งขึ้นและตั้งผู้บัญชาการไว้ในเมืองเหล่านั้น รวมทั้งส่งเสบียงอาหาร น้ำมัน และเหล้าองุ่นให้พวกเขาด้วย 12 เรโหโบอัมส่งโล่ใหญ่และหอกไปให้ทุกเมือง เขาทำให้เมืองเหล่านั้นแข็งแกร่งขึ้นมาก ยูดาห์และเบนยามินก็ยังคงเป็นของเขา
13 พวกปุโรหิตกับคนเลวีทั่วอิสราเอลเข้ามาอยู่ฝ่ายเรโหโบอัม และเดินทางออกจากเขตของตนมาหาเรโหโบอัม 14 คนเลวีทิ้งทุ่งหญ้าและทรัพย์สินของตน+เพื่อเดินทางมาที่ยูดาห์และกรุงเยรูซาเล็ม เพราะเยโรโบอัมกับพวกลูกชายปลดพวกเขาออกจากตำแหน่งปุโรหิตของพระยะโฮวา+ 15 แล้วเยโรโบอัมก็แต่งตั้งปุโรหิตของเขาเองให้ทำงานในสถานบูชาบนที่สูง+เพื่อบูชาปีศาจรูปแพะ*+และรูปลูกวัวที่เขาทำขึ้น+ 16 ผู้คนจากทุกตระกูลในอิสราเอลที่ตั้งใจรับใช้*พระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอลก็ติดตามพวกปุโรหิตและคนเลวีไปที่กรุงเยรูซาเล็มเพื่อถวายเครื่องบูชาแก่พระยะโฮวาพระเจ้าของปู่ย่าตายายของพวกเขา+ 17 เป็นเวลา 3 ปีที่พวกเขาสนับสนุนกษัตริย์ยูดาห์และช่วยให้การปกครองของเรโหโบอัมลูกโซโลมอนมั่นคงขึ้น พวกเขาทำตามแบบอย่างของดาวิดและโซโลมอนอยู่ 3 ปี
18 เรโหโบอัมแต่งงานกับมาหะลัทลูกของเยรีโมทกับนางอาบีฮายิล เยรีโมทเป็นลูกชายดาวิด ส่วนนางอาบีฮายิลเป็นลูกสาวของเอลีอับลูกชายเจสซี+ 19 หลังจากนั้น มาหะลัทมีลูกชายให้เรโหโบอัมชื่อเยอูช เชมาริยาห์ และศาฮัม 20 ต่อมา เรโหโบอัมก็แต่งงานกับมาอาคาห์หลานสาวของอับซาโลม+ เธอมีลูกชายให้เขาชื่ออาบียาห์+ อัททัย ศีซา และเชโลมิท 21 เรโหโบอัมรักมาอาคาห์หลานสาวอับซาโลมมากกว่าภรรยาและนางสนมทุกคน+ เรโหโบอัมมีภรรยา 18 คนและนางสนม 60 คน เขามีลูกชาย 28 คนและลูกสาว 60 คน 22 เรโหโบอัมแต่งตั้งอาบียาห์ลูกนางมาอาคาห์เป็นหัวหน้าและผู้นำพวกพี่ ๆ น้อง ๆ เพราะเรโหโบอัมตั้งใจจะให้เขาเป็นกษัตริย์ 23 เรโหโบอัมจัดการเรื่องนี้อย่างฉลาด โดยส่งลูกชายบางคนไปอยู่ตามเมืองที่มีป้อมปราการทั่วเขตยูดาห์และเบนยามิน+ เขาส่งเสบียงอาหารให้ลูกชายของเขาอย่างเหลือเฟือรวมทั้งหาภรรยาหลายคนให้พวกเขาด้วย
12 พอเรโหโบอัมปกครองอาณาจักรอย่างมั่นคงและแข็งแกร่งแล้ว+ เขากับชาวอิสราเอลที่อยู่ฝ่ายเขาก็เลิกทำตามกฎหมายของพระยะโฮวา+ 2 ในปีที่ 5 ที่กษัตริย์เรโหโบอัมปกครอง กษัตริย์ชิชัก+แห่งอียิปต์มาโจมตีกรุงเยรูซาเล็ม เพราะพวกเขาไม่ซื่อสัตย์ต่อพระยะโฮวา 3 กษัตริย์อียิปต์มีรถศึก 1,200 คันและทหารม้า 60,000 คน และมีกองทหารมากมายจากอียิปต์มากับเขาด้วย ทั้งชาวลิเบีย สุคคียิม และเอธิโอเปีย+ 4 กษัตริย์อียิปต์ยึดเมืองต่าง ๆ ของยูดาห์ที่มีป้อมปราการ และในที่สุดก็มาถึงกรุงเยรูซาเล็ม
5 ผู้พยากรณ์เชไมอาห์+มาหาเรโหโบอัมและพวกเจ้านายของยูดาห์ซึ่งมาชุมนุมกันที่กรุงเยรูซาเล็มเพราะกลัวชิชัก เชไมอาห์บอกพวกเขาว่า “พระยะโฮวาบอกว่า ‘พวกเจ้าทิ้งเรา เราจึงทิ้งพวกเจ้า+ไว้ในมือชิชัก’” 6 เหล่าเจ้านายของอิสราเอลและกษัตริย์จึงถ่อมตัวลง+และพูดว่า “พระยะโฮวาทำถูกแล้ว” 7 พอพระยะโฮวาเห็นว่าพวกเขาถ่อมตัวลง พระยะโฮวาพูดกับเชไมอาห์ว่า “เพราะพวกเขาถ่อมตัวลงอย่างนี้ เราจะไม่ทำลายพวกเขา+ และอีกไม่นานเราจะช่วยพวกเขา เราจะไม่ใช้ชิชักมาลงโทษเยรูซาเล็ม 8 แต่พวกเขาจะต้องรับใช้ชิชัก แล้วพวกเขาจะรู้ว่าการรับใช้เรากับการรับใช้กษัตริย์ของประเทศอื่นต่างกันอย่างไร”
9 กษัตริย์ชิชักแห่งอียิปต์จึงโจมตีกรุงเยรูซาเล็ม เขาเอาสมบัติในวิหารของพระยะโฮวา+และในวังของกษัตริย์ไป เขาเอาไปทุกอย่างรวมทั้งโล่ทองคำมากมายที่โซโลมอนทำไว้+ 10 กษัตริย์เรโหโบอัมจึงทำโล่ทองแดงมาแทน และมอบให้หัวหน้าทหารยามซึ่งเฝ้าอยู่ที่ทางเข้าวัง 11 เมื่อกษัตริย์มาที่วิหารของพระยะโฮวา พวกทหารยามจะมาเอาโล่ไปถือไว้ หลังจากนั้นก็เอาไปเก็บในห้องของทหารยามตามเดิม 12 เพราะกษัตริย์ถ่อมตัวลง พระยะโฮวาจึงหายโกรธ+และไม่ได้ทำลายพวกเขาจนสิ้นซาก+ และชาวยูดาห์ก็ยังมีความดีอยู่บ้าง+
13 กษัตริย์เรโหโบอัมทำให้ตำแหน่งกษัตริย์ของเขามั่นคงขึ้นและปกครองกรุงเยรูซาเล็มต่อไป เรโหโบอัมเป็นกษัตริย์เมื่ออายุ 41 ปี เขาปกครอง 17 ปีที่กรุงเยรูซาเล็ม ซึ่งเป็นเมืองที่พระยะโฮวาเลือกออกมาจากทุกตระกูลในอิสราเอลเพื่อให้ชื่อของพระองค์อยู่ที่นั่น แม่ของเรโหโบอัมชื่อนาอามาห์เป็นชาวอัมโมน+ 14 เรโหโบอัมทำชั่วเพราะเขาไม่ได้ตั้งใจรับใช้*พระยะโฮวา+
15 เรื่องราวของกษัตริย์เรโหโบอัมตั้งแต่ต้นจนจบก็เขียนไว้ในหนังสือบันทึกลำดับวงศ์ตระกูลโดยผู้พยากรณ์เชไมอาห์+และอิดโด+ผู้เห็นนิมิตแล้ว เรโหโบอัมกับเยโรโบอัมทำสงครามกันตลอดเวลา+ 16 แล้วเรโหโบอัมก็ตายไปตามปู่ย่าตายายและถูกฝังไว้ในเมืองของดาวิด+ แล้วอาบียาห์+ลูกชายของเขาก็ขึ้นเป็นกษัตริย์แทน
13 ในปีที่ 18 ที่กษัตริย์เยโรโบอัมปกครองอิสราเอล อาบียาห์ก็ขึ้นเป็นกษัตริย์ของยูดาห์+ 2 เขาปกครองที่กรุงเยรูซาเล็ม 3 ปี แม่ของเขาชื่อมีคายาห์+เป็นลูกสาวอุรีเอลจากเมืองกิเบอาห์+ อาบียาห์กับเยโรโบอัมก็ทำสงครามกัน+
3 อาบียาห์พานักรบที่เก่งกล้าและฝึกมาอย่างดี* 400,000 คนออกไปรบ+ ส่วนเยโรโบอัมก็พานักรบที่เก่งกล้าและฝึกมาอย่างดี* 800,000 คนไปตั้งทัพสู้กับอาบียาห์ 4 อาบียาห์ยืนอยู่บนภูเขาเศมาราอิมในเขตเทือกเขาของเอฟราอิม เขาพูดว่า “ฟังทางนี้ เยโรโบอัมกับชาวอิสราเอลทั้งหลาย 5 พวกคุณก็รู้ว่าพระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอลได้ทำสัญญาที่ยั่งยืน*+กับดาวิดและลูกหลานของเขา+และตั้งพวกเขาเป็นกษัตริย์ปกครองอิสราเอลตลอดไป+ 6 แต่เยโรโบอัม+ลูกเนบัทซึ่งเป็นคนรับใช้ของโซโลมอนลูกดาวิดได้กบฏต่อเจ้านายของเขา+ 7 แล้วก็มีพวกคนเลวที่ไม่ยอมทำงานมาสมทบกับเขา พวกเขากบฏต่อเรโหโบอัมลูกโซโลมอนตอนที่เรโหโบอัมอายุยังน้อยและไม่เข้มแข็ง แล้วเขาก็ไม่สามารถต้านทานพวกนั้นได้
8 “แล้วตอนนี้พวกคุณยังคิดจะมาต่อสู้อาณาจักรของพระยะโฮวาที่ลูกหลานดาวิดปกครองอยู่ เพราะพวกคุณมีคนมากและมีรูปลูกวัวทองคำที่เยโรโบอัมทำไว้ให้พวกคุณกราบไหว้+ 9 พวกคุณขับไล่ปุโรหิตของพระยะโฮวา+ที่เป็นลูกหลานของอาโรนกับคนเลวีไป แล้วก็ตั้งปุโรหิตของตัวเองขึ้นมาเหมือนชาติอื่น ๆ+ ถ้าใครเอาวัวหนุ่ม 1 ตัวและแกะตัวผู้ 7 ตัวมาถวายก็ได้เป็นปุโรหิตของรูปเคารพที่ไม่ใช่พระเจ้าแล้ว 10 แต่สำหรับพวกเรา พระยะโฮวาเป็นพระเจ้าของพวกเรา+ และพวกเราไม่ทิ้งพระองค์ ปุโรหิตของพวกเราที่เป็นลูกหลานอาโรนก็ยังรับใช้พระยะโฮวา และคนเลวีก็คอยช่วยงานพวกเขา 11 พวกเขาเผาเครื่องบูชาถวายพระยะโฮวาทุกเช้าเย็น+ เผาเครื่องหอม+ และถวายขนมปังที่วางซ้อนกัน*+บนโต๊ะทองคำบริสุทธิ์ และจุดตะเกียงที่อยู่บนเชิงตะเกียงทองคำ+ทุกเย็น+ เพราะพวกเรารับผิดชอบหน้าที่ที่มีต่อพระยะโฮวาพระเจ้าของพวกเรา แต่พวกคุณทิ้งพระองค์ 12 ดูสิ พระเจ้าเที่ยงแท้อยู่กับพวกเราและนำหน้าพวกเรา พระองค์อยู่กับปุโรหิตที่เป่าแตรเป็นสัญญาณให้พวกเราออกไปรบกับพวกคุณ ชาวอิสราเอลทั้งหลาย อย่าต่อสู้กับพระยะโฮวาพระเจ้าของปู่ย่าตายายของพวกคุณเลย พวกคุณไม่มีทางชนะแน่”+
13 แต่เยโรโบอัมส่งทหารไปซุ่มโจมตีพวกยูดาห์จากด้านหลัง ทหารอิสราเอลจึงอยู่ทั้งข้างหน้าและข้างหลังของพวกยูดาห์ 14 เมื่อชาวยูดาห์หันไปดูก็เห็นว่าพวกเขาต้องสู้กับศัตรูที่อยู่ทั้งข้างหน้าและข้างหลัง พวกเขาจึงร้องขอให้พระยะโฮวาช่วย+และพวกปุโรหิตก็เป่าแตรเสียงดัง 15 ชาวยูดาห์โห่ร้องออกไปสู้กับศัตรู และเมื่อชาวยูดาห์โห่ร้องออกไปสู้กับศัตรู พระเจ้าเที่ยงแท้ก็ทำให้เยโรโบอัมกับชาวอิสราเอลแพ้อาบียาห์กับชาวยูดาห์ 16 แล้วชาวอิสราเอลก็หนีไป เพราะพระเจ้าช่วยให้ชาวยูดาห์ชนะชาวอิสราเอล 17 อาบียาห์กับทหารของเขาสังหารชาวอิสราเอลได้เป็นจำนวนมาก ทหารอิสราเอลที่ฝึกมาอย่างดี*ถูกฆ่าตายไปถึง 500,000 คน 18 ตอนนั้นชาวอิสราเอลจึงแพ้ชาวยูดาห์ ชาวยูดาห์เอาชนะได้เพราะพวกเขาพึ่งพระยะโฮวาพระเจ้าของปู่ย่าตายายของพวกเขา+ 19 อาบียาห์ไล่ตามเยโรโบอัมและยึดเมืองต่าง ๆ ของเขาได้ คือเมืองเบธเอล+กับเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่รายรอบ เมืองเยชานาห์กับเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่รายรอบ และเมืองเอฟราอิน+กับเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่รายรอบ 20 เยโรโบอัมกลับมาเป็นใหญ่ไม่ได้อีกเลยตลอดช่วงที่อาบียาห์ปกครอง หลังจากนั้น พระยะโฮวาลงโทษเยโรโบอัม แล้วเขาก็ตาย+
21 ส่วนอาบียาห์ก็มีอำนาจมากขึ้น เขามีภรรยา 14 คน+ มีลูกชาย 22 คนและลูกสาว 16 คน 22 เรื่องราวที่เหลือของอาบียาห์ ทั้งคำพูดและการกระทำของเขาก็เขียนไว้ในหนังสือของผู้พยากรณ์อิดโด+
14 อาบียาห์ตายไปตามปู่ย่าตายายและถูกฝังไว้ที่เมืองของดาวิด+ แล้วอาสาลูกชายของเขาก็ขึ้นเป็นกษัตริย์แทน ในช่วงที่อาสาปกครอง แผ่นดินยูดาห์สงบเงียบอยู่ 10 ปี
2 อาสาทำสิ่งที่พระยะโฮวาพระเจ้าของเขาเห็นว่าดีและถูกต้อง 3 เขากำจัดแท่นบูชาของพระต่างชาติ+และสถานบูชาบนที่สูง ทุบทำลายแท่งหินศักดิ์สิทธิ์+ และโค่นเสาศักดิ์สิทธิ์+ 4 แล้วเขายังบอกให้ชาวยูดาห์รับใช้*พระยะโฮวาพระเจ้าของปู่ย่าตายายและทำตามกฎหมายและคำสั่งของพระองค์ 5 เขาทำลายสถานบูชาบนที่สูงและแท่นเผาเครื่องหอมในทุกเมืองของยูดาห์+ อาณาจักรที่เขาปกครองมีแต่ความสงบสุข 6 เขาสร้างเมืองที่มีป้อมปราการหลายเมืองในยูดาห์+ เพราะแผ่นดินสงบเงียบไม่มีใครมารุกรานตลอดช่วงนั้น เพราะพระยะโฮวาช่วยให้เขามีความสงบสุข+ 7 อาสาพูดกับชาวยูดาห์ว่า “ให้พวกเราสร้างเมืองเหล่านี้ให้มีกำแพงล้อมรอบ มีหอคอย+ ประตูเมือง*และกลอนประตู เพราะแผ่นดินยังเป็นของพวกเราอยู่ และเพราะพวกเรารับใช้พระยะโฮวาพระเจ้าของพวกเรา พระองค์จึงช่วยให้มีความสงบสุขรอบด้าน” แล้วพวกเขาก็สร้างทุกอย่างจนเสร็จ+
8 กษัตริย์อาสามีทหารชาวยูดาห์ 300,000 คนถือโล่ใหญ่และมีหอกเป็นอาวุธ และมีนักรบที่เก่งกล้าซึ่งเป็นชาวเบนยามิน 280,000 คน พวกเขาถือโล่เล็ก*และมีธนูเป็นอาวุธ+
9 ต่อมา เศราห์ชาวเอธิโอเปียยกทัพมาสู้กับยูดาห์ กองทัพของเศราห์มีทหาร 1,000,000 คนและรถศึก 300 คัน+ เมื่อเศราห์มาถึงมาเรชาห์+ 10 อาสาก็ออกไปสู้กับเขา พวกเขาตั้งทัพสู้กันที่หุบเขาเศฟาธาห์ในมาเรชาห์ 11 อาสาอ้อนวอนพระยะโฮวาพระเจ้าของเขา+ว่า “พระยะโฮวา ไม่ว่าคนที่พระองค์ช่วยจะมีจำนวนมากหรือน้อย เข้มแข็งหรืออ่อนแอ+ พระองค์ก็ช่วยได้ พระยะโฮวาพระเจ้าของพวกเรา ได้โปรดช่วยพวกเราด้วย เพราะพวกเราพึ่งพระองค์+และออกมาต่อสู้กับคนพวกนี้ในนามของพระองค์+ ได้โปรดเถอะพระยะโฮวา พระองค์เป็นพระเจ้าของพวกเรา อย่าให้มนุษย์เอาชนะพระองค์ได้”+
12 พระยะโฮวาจึงทำให้ชาวเอธิโอเปียแพ้อาสาและชาวยูดาห์ แล้วชาวเอธิโอเปียก็หนีไป+ 13 อาสาและคนของเขาไล่ตามพวกเอธิโอเปียไปไกลถึงเกราร์+ ชาวเอธิโอเปียถูกฆ่าไม่เหลือสักคนเดียว เพราะพระยะโฮวาและกองทัพของพระองค์ทำลายพวกเขาจนย่อยยับ จากนั้นชาวยูดาห์ก็ยึดของได้มากมาย 14 แล้วพวกเขายังโจมตีทุกเมืองที่อยู่ในเขตเกราร์ เพราะคนที่นั่นกลัวพระยะโฮวามาก ชาวยูดาห์ยึดของในเมืองเหล่านั้นทุกเมืองเพราะมีทรัพย์สินมากมาย 15 ชาวยูดาห์ยังโจมตีเต็นท์ของพวกคนเลี้ยงสัตว์และกวาดต้อนฝูงแกะ แพะ และอูฐมาเป็นจำนวนมาก แล้วพวกเขาก็กลับไปที่กรุงเยรูซาเล็ม
15 อาซาริยาห์ลูกชายโอเดดได้รับพลังของพระเจ้า 2 เขาจึงออกไปหาอาสาและพูดว่า “ท่านอาสากับชาวยูดาห์และชาวเบนยามิน โปรดฟังผม ตราบใดที่พวกท่านอยู่กับพระยะโฮวา+ พระองค์จะอยู่กับพวกท่าน และถ้าพวกท่านเสาะหาพระองค์ พระองค์ก็จะให้พวกท่านได้พบพระองค์+ แต่ถ้าพวกท่านทิ้งพระองค์ พระองค์ก็จะทิ้งพวกท่าน+ 3 เมื่อก่อนอิสราเอลไม่มีพระเจ้าเที่ยงแท้ ไม่มีปุโรหิตคอยสั่งสอน และไม่มีกฎหมายเป็นเวลานาน+ 4 แต่พอพวกเขาลำบาก พวกเขาก็กลับมาหาพระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอลและเสาะหาพระองค์ แล้วพระองค์ก็ช่วยให้พวกเขาได้พบพระองค์+ 5 ตอนนั้นการเดินทางไปไหนมาไหนไม่ปลอดภัยเพราะประชาชนในแผ่นดินมีแต่ความสับสนวุ่นวาย 6 ชาติหนึ่งทำลายอีกชาติหนึ่ง เมืองหนึ่งทำลายอีกเมืองหนึ่ง เพราะพระเจ้าทำให้พวกเขาเดือดร้อนและวุ่นวาย+ 7 แต่พวกท่านต้องเข้มแข็งและอย่าท้อใจ+ เพราะสิ่งที่พวกท่านทำจะได้ผลตอบแทนแน่นอน”
8 เมื่ออาสาได้ยินคำพูดนี้และได้ยินคำพยากรณ์ของผู้พยากรณ์โอเดด เขาก็มีความกล้าและกำจัดรูปเคารพที่น่าขยะแขยงจนหมดไปจากแผ่นดินยูดาห์+กับเบนยามิน และจากเมืองต่าง ๆ ที่เขายึดมาได้ซึ่งอยู่ในเขตเทือกเขาของเอฟราอิม เขาซ่อมแซมแท่นบูชาของพระยะโฮวาที่อยู่หน้าโถงทางเข้าวิหารของพระยะโฮวา+ 9 อาสาเรียกชาวยูดาห์และชาวเบนยามินทุกคนมา รวมทั้งคนจากเขตเอฟราอิม มนัสเสห์ และสิเมโอน+ที่มาอาศัยอยู่กับพวกเขา ก่อนหน้านั้นคนเหล่านี้จำนวนมากหนีมาจากอิสราเอลเพราะพวกเขาเห็นว่าพระยะโฮวาพระเจ้าของอาสาอยู่กับเขา 10 คนเหล่านี้ทั้งหมดมาชุมนุมกันที่กรุงเยรูซาเล็มในเดือน 3 ปีที่ 15 ที่อาสาปกครองเป็นกษัตริย์ 11 วันนั้นพวกเขาถวายวัว 700 ตัวและแกะ 7,000 ตัวจากฝูงสัตว์ที่ยึดมาได้เป็นเครื่องบูชาแก่พระยะโฮวา 12 แล้วพวกเขายังทำสัญญาว่าจะรับใช้พระยะโฮวาพระเจ้าของปู่ย่าตายายสุดชีวิตจิตใจ+ 13 ใครที่ไม่รับใช้*พระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอลจะต้องตาย ไม่ว่าจะเป็นคนหนุ่มหรือคนแก่ ผู้ชายหรือผู้หญิง+ 14 พวกเขาก็สาบานต่อพระยะโฮวาเสียงดัง โห่ร้องดีใจ รวมทั้งเป่าแตรและแตรเขาสัตว์ 15 ชาวยูดาห์ทุกคนมีความสุขเพราะพวกเขาสาบานด้วยหัวใจ พวกเขามุ่งมั่นเสาะหาพระเจ้าและพระเจ้าก็ให้พวกเขาพบพระองค์+ พระยะโฮวาจึงช่วยให้พวกเขามีความสงบสุขทุกด้านเรื่อยไป+
16 กษัตริย์อาสาถึงกับถอดมาอาคาห์+ที่เป็นย่าของเขาออกจากตำแหน่งราชมารดา เพราะนางทำเสาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นรูปเคารพที่น่าเกลียด+ เขาฟันรูปเคารพของมาอาคาห์และทำลายจนแหลก แล้วเอาไปเผาที่หุบเขาขิดโรน+ 17 แต่เขาไม่ได้ทำลายสถานบูชาบนที่สูง+ในอิสราเอล+ ถึงอย่างนั้น อาสาก็รับใช้พระเจ้าสุดหัวใจตลอดชีวิต+ 18 เขาเอาของที่ทำจากเงิน ทอง และภาชนะต่าง ๆ ที่เขากับพ่อได้อุทิศให้พระเจ้ามาใส่ไว้ในวิหารของพระเจ้าเที่ยงแท้+ 19 ไม่มีสงครามเลยจนถึงปีที่ 35 ที่อาสาปกครอง+
16 ในปีที่ 36 ที่อาสาปกครอง กษัตริย์บาอาชา+แห่งอิสราเอลมาโจมตียูดาห์และเริ่มสร้าง*เมืองรามาห์+เพื่อไม่ให้ใครเข้าออกเขตแดนของกษัตริย์อาสาแห่งยูดาห์+ 2 อาสาจึงเอาเงินและทองคำในคลังวิหารของพระยะโฮวา+และในคลังทรัพย์ที่วังของกษัตริย์ส่งไปให้เบนฮาดัดกษัตริย์ซีเรีย+ที่กรุงดามัสกัส อาสาส่งข่าวไปว่า 3 “ให้เรากับท่านมาทำสัญญากันเหมือนที่พ่อของเราเคยทำกับพ่อของท่าน เราส่งเงินและทองคำมาให้ท่าน ขอให้ท่านยกเลิกสัญญาที่ทำกับกษัตริย์บาอาชาแห่งอิสราเอล เขาจะได้ถอนทัพไปจากเราซะที”
4 เบนฮาดัดทำตามที่กษัตริย์อาสาขอ เขาส่งพวกแม่ทัพไปตีเมืองในเขตอิสราเอล พวกเขาตีเมืองอิโยน+ ดาน+ อาเบลมาอิม และที่เก็บเสบียงตามเมืองต่าง ๆ ในเขตนัฟทาลี+ 5 เมื่อบาอาชาได้ยินข่าวก็เลิกสร้าง*เมืองรามาห์ทันที 6 กษัตริย์อาสาจึงให้ชาวยูดาห์ทุกคนมาขนหินกับไม้ที่บาอาชาเอามาสร้าง+เมืองรามาห์+ แล้วเขาก็เอาหินกับไม้เหล่านั้นไปสร้าง*เมืองเกบา+กับเมืองมิสปาห์+
7 ตอนนั้น ฮานานี+ผู้หยั่งรู้มาหากษัตริย์อาสาแห่งยูดาห์และบอกว่า “เพราะท่านไปพึ่งกษัตริย์ซีเรีย ไม่ได้พึ่งพระยะโฮวาพระเจ้าของท่าน ท่านจะเอาชนะกองทัพกษัตริย์ซีเรียไม่ได้+ 8 ตอนนั้น ชาวเอธิโอเปียกับชาวลิเบียมีกองทัพใหญ่โตและมีรถศึกกับทหารม้ามากมายไม่ใช่หรือ? แต่เพราะท่านพึ่งพระยะโฮวา พระองค์จึงให้ท่านเอาชนะพวกเขาได้+ 9 พระยะโฮวามองดูทั่วทั้งโลก+เพื่อจะใช้อำนาจของพระองค์ช่วยเหลือคนที่รับใช้พระองค์สุดหัวใจ+ ท่านโง่จริง ๆ ที่ทำอย่างนี้ ตั้งแต่นี้ไปท่านจะต้องทำสงครามไม่หยุดหย่อน”+
10 อาสาโกรธฮานานีผู้หยั่งรู้ เขาโกรธมากจนสั่งให้เอาตัวฮานานีไปขังคุก แล้วอาสาก็เริ่มข่มเหงประชาชนบางคนด้วย 11 เรื่องราวของอาสาตั้งแต่ต้นจนจบก็เขียนไว้ในหนังสือเกี่ยวกับกษัตริย์ยูดาห์และอิสราเอลแล้ว+
12 ในปีที่ 39 ที่อาสาปกครอง เขาป่วยเป็นโรคที่เท้าอาการหนักมาก แต่ถึงจะป่วยหนักเขาก็ไม่พึ่งพระยะโฮวา เขาพึ่งแต่พวกหมอ 13 แล้วอาสาก็ตายไปตามปู่ย่าตายาย+ เขาตายในปีที่ 41 ที่เขาปกครอง 14 เขาถูกฝังไว้ในอุโมงค์ใหญ่ที่เมืองของดาวิด+ที่เขาทำไว้ให้ตัวเอง พวกเขาวางศพของอาสาไว้ในโลงและอาบด้วยน้ำมันหอมและเครื่องหอมที่ผสมขึ้นมาเป็นพิเศษ+ มีการจัดพิธีเผาอย่างยิ่งใหญ่เพื่อให้เกียรติเขาด้วย*
17 แล้วเยโฮชาฟัท+ลูกชายของอาสาก็ขึ้นเป็นกษัตริย์แทน และเขาทำให้ตำแหน่งกษัตริย์ของเขามั่นคงในอิสราเอล 2 เยโฮชาฟัทส่งทหารไปประจำการในทุกเมืองที่มีป้อมปราการของยูดาห์ และตั้งกองทหารรักษาการณ์ในแผ่นดินยูดาห์และในเมืองต่าง ๆ ของเอฟราอิมที่อาสาพ่อของเขายึดมาได้+ 3 พระยะโฮวาอยู่กับเยโฮชาฟัทตลอดเพราะเขาทำตามแบบอย่างของดาวิดบรรพบุรุษของเขา+และไม่นมัสการพระบาอัลทั้งหลาย 4 เยโฮชาฟัทรับใช้*พระเจ้าของปู่ย่าตายายของเขา+และเชื่อฟังคำสั่งของพระองค์ และไม่ทำตามอย่างชาวอิสราเอล+ 5 พระยะโฮวาทำให้เขาปกครองอาณาจักรอย่างมั่นคง+ และชาวยูดาห์ก็เอาของขวัญมาให้เยโฮชาฟัท เขาจึงร่ำรวยและมีเกียรติมาก+ 6 เขากล้าใช้ชีวิตตามแนวทางของพระยะโฮวา เขาถึงกับทำลายสถานบูชาบนที่สูง+และเสาศักดิ์สิทธิ์+ในยูดาห์
7 ในปีที่ 3 ที่เยโฮชาฟัทปกครอง เขาเรียกเจ้านายบางคนมา คือเบนฮาอิล โอบาดีห์ เศคาริยาห์ เนธันเอล และมีคายาห์ แล้วส่งพวกเขาไปสอนตามเมืองต่าง ๆ ในยูดาห์ 8 เยโฮชาฟัทส่งคนเลวีไปกับคนเหล่านั้นด้วยคือ เชไมอาห์ เนธานิยาห์ เศบาดิยาห์ อาสาเฮล เชมิราโมท เยโฮนาธัน อาโดนียาห์ โทบียาห์ และโทบอาโดนิยาห์ รวมทั้งปุโรหิตเอลีชามาและเยโฮรัม+ 9 พวกเขาเอาหนังสือกฎหมายของพระยะโฮวาไปด้วย+ และเริ่มเดินทางไปตามเมืองต่าง ๆ ของยูดาห์เพื่อสอนประชาชน
10 ประเทศอื่น ๆ ที่อยู่รอบอาณาจักรยูดาห์ก็พากันกลัวพระยะโฮวา และไม่มาสู้รบกับเยโฮชาฟัท 11 ชาวฟีลิสเตียเอาของขวัญกับเงินมาให้เยโฮชาฟัทเป็นของบรรณาการ พวกอาหรับมอบแกะตัวผู้ 7,700 ตัวและแพะตัวผู้ 7,700 ตัวให้เยโฮชาฟัท
12 เยโฮชาฟัทยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ+ เขาสร้างป้อมปราการ+และเมืองเก็บเสบียง+ในยูดาห์เพิ่มขึ้นอีก 13 เขาทำโครงการมากมายในเมืองต่าง ๆ ของยูดาห์ และให้มีทหารซึ่งเป็นนักรบที่เก่งกล้าในกรุงเยรูซาเล็ม 14 ทหารเหล่านี้แบ่งเป็นกลุ่ม ๆ ตามวงศ์ตระกูล ตระกูลยูดาห์มีหัวหน้ากองพันหลายคน พวกเขามีอัดนาห์เป็นหัวหน้า อัดนาห์คุมทหารที่เก่งกล้า 300,000 คน+ 15 รองจากอัดนาห์คือเยโฮฮานัน เขาคุมทหาร 280,000 คน 16 อีกคนหนึ่งที่รองจากอัดนาห์คืออามัสยาห์ลูกชายศิครี เขาเต็มใจมารับใช้พระยะโฮวา เขาคุมทหารที่เก่งกล้า 200,000 คน 17 ตระกูลเบนยามิน+มีเอลียาดาเป็นหัวหน้า เขาเป็นนักรบที่เก่งกล้าซึ่งคุมกำลังพล 200,000 คน ทหารเหล่านี้ถือธนูและโล่+ 18 รองจากเขาคือเยโฮซาบาดซึ่งคุมทหาร 180,000 คนที่ถืออาวุธพร้อมทำสงคราม 19 คนเหล่านี้เป็นคนของกษัตริย์ นอกเหนือจากคนที่กษัตริย์สั่งให้ไปดูแลเมืองต่าง ๆ ที่มีป้อมปราการทั่วยูดาห์+
18 เยโฮชาฟัทมั่งคั่งร่ำรวยและมีเกียรติมาก+ แต่ครอบครัวของเขากับครอบครัวของอาหับเกี่ยวดองกันโดยการแต่งงานและเป็นพันธมิตรกัน+ 2 ต่อมา เยโฮชาฟัทไปหาอาหับที่กรุงสะมาเรีย+ อาหับฆ่า*แกะและวัวมากมายสำหรับเยโฮชาฟัทและคนของเขา แล้วอาหับก็ชวนเยโฮชาฟัทไปตีเมืองราโมทกิเลอาด+ 3 กษัตริย์อาหับแห่งอิสราเอลพูดกับกษัตริย์เยโฮชาฟัทแห่งยูดาห์ว่า “ท่านจะไปเมืองราโมทกิเลอาดกับเราไหม?” เยโฮชาฟัทตอบว่า “เรากับท่านเป็นพวกเดียวกัน ประชาชนของเราก็เหมือนประชาชนของท่าน พวกเราจะไปร่วมรบกับท่าน”
4 แต่เยโฮชาฟัทพูดกับกษัตริย์อิสราเอลว่า “ขอให้เราถามพระยะโฮวาก่อนเถอะ”+ 5 กษัตริย์อิสราเอลจึงเรียกพวกผู้พยากรณ์มา 400 คน และถามพวกเขาว่า “พวกเราควรไปสู้กับราโมทกิเลอาดไหม?” พวกเขาตอบว่า “ไปเถอะครับ แล้วพระเจ้าเที่ยงแท้จะมอบเมืองนั้นให้กษัตริย์”
6 เยโฮชาฟัทก็ถามว่า “ที่นี่ไม่มีผู้พยากรณ์ของพระยะโฮวาเลยหรือ?+ ขอให้เราถามพระเจ้าผ่านทางเขาด้วย”+ 7 กษัตริย์อิสราเอลจึงบอกเยโฮชาฟัทว่า “ยังมีอีกคนหนึ่ง+ที่เราจะถามพระยะโฮวาผ่านทางเขาได้ แต่เราเกลียดเขา เพราะเขาไม่เคยพยากรณ์เรื่องดี ๆ เกี่ยวกับเราเลย มีแต่เรื่องร้าย ๆ ทั้งนั้น+ เขาชื่อมีคายาห์ลูกอิมลาห์” แต่เยโฮชาฟัทบอกว่า “ขอกษัตริย์อย่าพูดอย่างนั้นเลย”
8 กษัตริย์อิสราเอลจึงสั่งข้าราชสำนักคนหนึ่งว่า “รีบไปพาตัวมีคายาห์ลูกอิมลาห์มาที่นี่”+ 9 กษัตริย์อิสราเอลกับกษัตริย์เยโฮชาฟัทแห่งยูดาห์ใส่ชุดเต็มยศนั่งอยู่บนบัลลังก์ของตัวเอง พวกเขาอยู่ที่ลานนวดข้าวตรงประตูเมืองสะมาเรีย และพวกผู้พยากรณ์กำลังพยากรณ์ต่อหน้ากษัตริย์ 10 ตอนนั้นเศเดคียาห์ลูกเคนาอะนาห์เอาเหล็กมาทำเป็นรูปเขาสัตว์และบอกว่า “พระยะโฮวาบอกว่าท่านจะขวิด*พวกซีเรียด้วยเขาสัตว์นี้จนพวกเขาพินาศย่อยยับ” 11 ผู้พยากรณ์คนอื่น ๆ ก็พูดในทำนองเดียวกันว่า “ไปสู้กับเมืองราโมทกิเลอาดเลย แล้วท่านจะชนะ+ พระยะโฮวาจะมอบเมืองนั้นให้กษัตริย์”
12 คนที่กษัตริย์ใช้ให้ไปเรียกมีคายาห์บอกมีคายาห์ว่า “ผู้พยากรณ์ทุกคนพูดแต่เรื่องดี ๆ กับกษัตริย์ ขอให้ท่านพูดเรื่องดี ๆ เหมือนพวกเขาด้วย”+ 13 แต่มีคายาห์บอกว่า “ผมสาบานต่อพระยะโฮวาผู้มีชีวิตอยู่ว่า ผมจะพูดแต่เรื่องที่พระเจ้าของผมสั่งให้พูดเท่านั้น”+ 14 แล้วเขาก็เข้าไปหากษัตริย์ กษัตริย์ถามว่า “มีคายาห์ เราควรไปสู้กับราโมทกิเลอาดไหม?” เขาตอบทันทีว่า “ไปเถอะครับ แล้วท่านจะชนะ เมืองนั้นจะถูกมอบให้ท่าน” 15 กษัตริย์พูดกับเขาว่า “เราต้องให้คุณสาบานสักกี่ครั้งว่าคุณจะพูดความจริงกับเราและพูดตามที่พระยะโฮวาสั่ง*เท่านั้น?” 16 เขาจึงบอกว่า “ผมเห็นชาวอิสราเอลกระจัดกระจายอยู่ตามภูเขาเหมือนแกะที่ไม่มีผู้เลี้ยง+ พระยะโฮวาบอกว่า ‘พวกเขาไม่มีผู้นำ ให้แต่ละคนกลับไปบ้านของตัวเองเถอะ’”
17 กษัตริย์อิสราเอลจึงบอกเยโฮชาฟัทว่า “เห็นไหมล่ะ เราบอกท่านแล้วว่าเขาจะไม่พยากรณ์เรื่องดี ๆ เกี่ยวกับเรา มีแต่เรื่องร้าย ๆ ทั้งนั้น”+
18 มีคายาห์จึงบอกว่า “ขอท่านฟังข่าวจากพระยะโฮวา ผมเห็นพระยะโฮวานั่งบนบัลลังก์+ กองทัพทูตสวรรค์+ยืนอยู่กับพระองค์ทั้งข้างขวาและข้างซ้าย+ 19 พระยะโฮวาถามว่า ‘ใครจะหลอกให้กษัตริย์อาหับแห่งอิสราเอลไปตายที่เมืองราโมทกิเลอาด?’ ทูตสวรรค์องค์หนึ่งพูดอย่างนี้ อีกองค์หนึ่งก็พูดอย่างนั้น 20 แล้วมีทูตสวรรค์องค์หนึ่ง+ออกมายืนต่อหน้าพระยะโฮวาและพูดว่า ‘ผมจะหลอกเขาเอง’ พระยะโฮวาถามว่า ‘เจ้าจะทำอย่างไร?’ 21 ทูตสวรรค์ตอบว่า ‘ผมจะไปดลใจให้ผู้พยากรณ์ของเขาทุกคนพูดโกหก’ พระองค์จึงบอกว่า ‘เจ้าจะหลอกเขาได้สำเร็จแน่ ไปทำตามที่เจ้าว่าเถอะ’ 22 แล้วพระยะโฮวาก็ดลใจให้ผู้พยากรณ์ของท่านโกหก+ แต่พระยะโฮวาบอกไว้ว่าท่านจะต้องเจอหายนะ”
23 เศเดคียาห์+ลูกเคนาอะนาห์เข้ามาตบหน้า+มีคายาห์+และพูดว่า “คุณบอกว่าพลังของพระยะโฮวาออกจากผมแล้วไปพูดกับคุณหรือ?”+ 24 มีคายาห์ตอบว่า “คุณจะรู้เองเมื่อถึงวันที่คุณต้องเข้าไปซ่อนในห้องชั้นใน” 25 กษัตริย์อิสราเอลจึงบอกว่า “เอาตัวมีคายาห์ไปให้อาโมนที่เป็นเจ้าเมืองและโยอาชลูกของกษัตริย์ 26 บอกพวกเขาว่า ‘กษัตริย์สั่งว่า “ขังคนนี้ไว้ในคุก+ แล้วเอาขนมปังกับน้ำให้กินแค่นิดหน่อยจนกว่าเราจะกลับมาอย่างปลอดภัย”’” 27 แต่มีคายาห์บอกว่า “ถ้าท่านกลับมาอย่างปลอดภัยก็แสดงว่าพระยะโฮวาไม่ได้พูดกับผม”+ แล้วเขาก็พูดอีกว่า “ทุกคนจำคำพูดของผมไว้ให้ดี!”
28 กษัตริย์อิสราเอลกับกษัตริย์เยโฮชาฟัทแห่งยูดาห์จึงขึ้นไปสู้กับเมืองราโมทกิเลอาด+ 29 กษัตริย์อิสราเอลบอกเยโฮชาฟัทว่า “เราจะปลอมตัวออกไปรบ ส่วนท่านก็ใส่ชุดกษัตริย์เถอะ” กษัตริย์อิสราเอลจึงปลอมตัวแล้วพวกเขาก็ออกไปรบ 30 กษัตริย์ซีเรียสั่งผู้บัญชาการรถศึกว่า “ไม่ต้องสู้กับใครทั้งนั้นไม่ว่าจะตำแหน่งสูงหรือต่ำ แต่ให้สู้กับกษัตริย์อิสราเอลคนเดียว” 31 พอพวกผู้บัญชาการรถศึกเห็นเยโฮชาฟัทก็คิดว่า “นั่นต้องเป็นกษัตริย์อิสราเอลแน่ ๆ” พวกเขาจึงเข้าไปสู้กับเยโฮชาฟัทจนเขาร้องขอความช่วยเหลือ+ แล้วพระยะโฮวาก็ช่วยเขา พระเจ้าทำให้พวกซีเรียไปทางอื่น 32 เมื่อพวกผู้บัญชาการรถศึกเห็นว่าไม่ใช่กษัตริย์อิสราเอล พวกเขาก็เลิกไล่ตามเยโฮชาฟัททันที
33 แต่ทหารคนหนึ่งยิงธนูมาโดนกษัตริย์อิสราเอลตรงรอยต่อของเสื้อเกราะโดยไม่ตั้งใจ กษัตริย์จึงบอกคนขับรถม้าว่า “พาเราออกไปจากที่นี่ เราได้รับบาดเจ็บสาหัส”+ 34 พวกเขารบกันทั้งวัน และต้องมีคนพยุงกษัตริย์อิสราเอลไว้ในรถม้าให้หันหน้าไปทางพวกซีเรียจนถึงตอนเย็น แล้วเขาก็สิ้นใจตอนดวงอาทิตย์ตก+
19 แล้วกษัตริย์เยโฮชาฟัทแห่งยูดาห์ก็กลับไปที่วังของเขาในกรุงเยรูซาเล็มอย่างปลอดภัย+ 2 เยฮู+ลูกฮานานี+ผู้เห็นนิมิตไปหากษัตริย์เยโฮชาฟัทและพูดกับเขาว่า “ท่านทำถูกแล้วหรือที่ไปช่วยคนชั่ว+และรักคนที่เกลียดพระยะโฮวา?+ เพราะอย่างนี้พระยะโฮวาจึงโกรธท่านมาก 3 แต่พระเจ้าเห็นว่าท่านยังมีความดีอยู่+เพราะท่านกำจัดเสาศักดิ์สิทธิ์ไปจากแผ่นดินยูดาห์และตั้งใจรับใช้*พระเจ้าเที่ยงแท้”+
4 เยโฮชาฟัทอาศัยอยู่ในกรุงเยรูซาเล็มต่อไป แล้วเขาก็ออกไปเยี่ยมประชาชนอีกครั้งตั้งแต่เมืองเบเออร์เชบาจนถึงเขตเทือกเขาของเอฟราอิม+ เพื่อช่วยประชาชนให้กลับมาหาพระยะโฮวาพระเจ้าของบรรพบุรุษของพวกเขา+ 5 นอกจากนี้ เยโฮชาฟัทได้แต่งตั้งผู้พิพากษาไว้ตามเมืองที่มีป้อมปราการทุกเมืองทั่วแผ่นดินยูดาห์+ 6 เขาบอกผู้พิพากษาเหล่านั้นว่า “ขอให้ตั้งใจทำงาน เพราะพวกคุณไม่ได้พิพากษาให้มนุษย์แต่พิพากษาให้พระยะโฮวา เมื่อพวกคุณพิพากษา พระองค์จะอยู่กับพวกคุณ+ 7 ขอให้พวกคุณเกรงกลัวพระยะโฮวา+และทำงานอย่างรอบคอบ เพราะพระยะโฮวาพระเจ้าของพวกเรายุติธรรม+ ไม่ลำเอียง+ และไม่รับสินบน”+
8 ในกรุงเยรูซาเล็มก็เหมือนกัน เยโฮชาฟัทได้แต่งตั้งคนเลวีบางคน รวมทั้งพวกปุโรหิตและหัวหน้าวงศ์ตระกูลชาวอิสราเอลบางคนให้เป็นผู้พิพากษาของพระยะโฮวา และตัดสินคดีความให้ชาวเยรูซาเล็ม+ 9 เยโฮชาฟัทบอกพวกเขาว่า “ต่อไปนี้คือสิ่งที่พวกคุณต้องทำด้วยความเกรงกลัวพระยะโฮวา ด้วยความซื่อสัตย์ และทำอย่างสุดหัวใจ 10 เมื่อพี่น้องของพวกคุณจากเมืองต่าง ๆ มาขอให้พวกคุณตัดสินคดีฆ่าคนตาย+ หรือมาถามเรื่องกฎหมาย คำสั่ง ข้อกำหนด หรือคำพิพากษา พวกคุณต้องตักเตือนพวกเขาเพื่อพวกเขาจะไม่ทำผิดต่อพระยะโฮวา ไม่อย่างนั้นพระองค์จะโกรธพวกคุณและพี่น้อง พวกคุณต้องทำแบบนี้เพื่อพวกคุณจะไม่มีความผิด 11 ปุโรหิตใหญ่อามาริยาห์จะเป็นหัวหน้าของพวกคุณ เขาจะดูแลทุกเรื่องที่เกี่ยวกับการรับใช้พระยะโฮวา+ เศบาดิยาห์ลูกชายอิชมาเอลจะเป็นผู้นำของพวกยูดาห์และดูแลทุกเรื่องเกี่ยวกับการรับใช้กษัตริย์ ส่วนคนเลวีจะช่วยพวกคุณทำงาน ขอให้ทุกคนเข้มแข็งและตั้งใจทำงาน ขอให้พระยะโฮวาอยู่กับคนที่ทำดี”+
20 ต่อมา ชาวโมอับ+ ชาวอัมโมน+ และชาวอัมโมนีม*บางส่วนมาทำสงครามกับเยโฮชาฟัท 2 มีคนส่งข่าวไปถึงเยโฮชาฟัทว่า “มีกองทัพใหญ่เข้ามาโจมตีพวกเราจากดินแดนที่อยู่ติดทะเล* คือจากเอโดม+ พวกเขาอยู่ที่เมืองฮาซาโซนทามาร์แล้ว คือที่เอนเกดี”+ 3 พอเยโฮชาฟัทได้ข่าวก็กลัว เขาจึงตั้งใจขอความช่วยเหลือจากพระยะโฮวา+ และประกาศให้ประชาชนทั่วยูดาห์อดอาหาร 4 ชาวยูดาห์ทุกคนมาชุมนุมกันเพื่ออ้อนวอนให้พระยะโฮวาช่วย+ พวกเขามาจากทุกเมืองในยูดาห์เพื่อขอคำแนะนำจากพระยะโฮวา
5 แล้วเยโฮชาฟัทก็ยืนขึ้นต่อหน้าประชาชน*ชาวยูดาห์และชาวเยรูซาเล็มที่หน้าลานใหม่ของวิหารของพระยะโฮวา 6 เขาอธิษฐานว่า
“พระยะโฮวา พระเจ้าของบรรพบุรุษของพวกเรา พระองค์เป็นพระเจ้าอยู่บนสวรรค์+ พระองค์ปกครองประเทศทั้งหมดทั่วโลก+ พระองค์มีพลังอำนาจยิ่งใหญ่ ไม่มีใครต่อต้านพระองค์ได้+ 7 พระเจ้าของพวกเรา พระองค์ได้ขับไล่คนที่เคยอยู่ในแผ่นดินนี้ไปให้พ้นหน้าอิสราเอลประชาชนของพระองค์ และยกแผ่นดินนี้ให้เป็นสมบัติอันยั่งยืนแก่ลูกหลานของอับราฮัมเพื่อนของพระองค์+ 8 พวกอิสราเอลอาศัยในแผ่นดินนี้ และได้สร้างวิหาร*เพื่อยกย่องชื่อพระองค์+ พวกเขาบอกว่า 9 ‘ถ้ามีภัยใด ๆ เกิดขึ้นกับพวกเรา ไม่ว่าเกิดขึ้นเพราะคมดาบ การพิพากษาลงโทษ โรคระบาด หรือการขาดแคลนอาหาร แล้วพวกเรามายืนต่อหน้าวิหารนี้และต่อหน้าพระองค์ (เพราะชื่อของพระองค์อยู่ที่วิหารนี้)+ และอ้อนวอนให้พระองค์ช่วยเราพ้นจากความทุกข์ ขอพระองค์ฟังเราและช่วยพวกเราด้วย’+ 10 ตอนนี้มีพวกอัมโมน โมอับ และคนจากเขตเทือกเขาเสอีร์+ซึ่งพระองค์ไม่อนุญาตให้อิสราเอลโจมตีตอนที่ออกมาจากแผ่นดินอียิปต์ และพวกเราก็เลี่ยงไปไม่ได้ทำลายพวกเขา+ 11 แต่พวกเขากลับตอบแทนพวกเราโดยไล่พวกเราออกจากแผ่นดินที่พระองค์ยกให้พวกเราเป็นมรดก+ 12 พระเจ้าของพวกเรา พระองค์จะไม่ลงโทษคนพวกนี้หรือ?+ เพราะพวกเราไม่มีกำลังจะไปสู้กับกองทัพใหญ่ที่บุกมานี้ พวกเราไม่รู้ว่าควรทำอะไร+ ได้แต่รอให้พระองค์ช่วย”+
13 ระหว่างนั้น ชาวยูดาห์ทุกคนยืนต่อหน้าพระยะโฮวารวมทั้งภรรยากับลูก ๆ ของพวกเขา และแม้แต่เด็กเล็ก ๆ ด้วย
14 ขณะที่ประชาชนกำลังชุมนุมกันอยู่นั้น พลังของพระยะโฮวาก็ลงมาอยู่กับยาฮาซีเอลลูกชายเศคาริยาห์ เศคาริยาห์เป็นลูกเบไนยาห์ เบไนยาห์เป็นลูกเยอีเอล เยอีเอลเป็นลูกมัททานิยาห์ มัททานิยาห์เป็นคนเลวีลูกหลานอาสาฟ 15 ยาฮาซีเอลพูดว่า “ชาวยูดาห์กับชาวเยรูซาเล็มทุกคนและกษัตริย์เยโฮชาฟัท โปรดฟังให้ดี พระยะโฮวาบอกว่า ‘อย่ากลัวหรือหวั่นเกรงกองทัพใหญ่นี้เลย สงครามครั้งนี้ไม่ใช่สงครามของพวกเจ้า แต่เป็นของพระเจ้า+ 16 วันพรุ่งนี้ให้ลงไปเผชิญหน้ากับพวกเขา พวกเขาจะขึ้นมาทางช่องเขาศิส และพวกเจ้าจะเจอพวกเขาตรงสุดเขตหุบเขาใกล้ที่กันดารเยรูเอล 17 พวกเจ้าไม่ต้องสู้ในสงครามนี้ ให้เข้าประจำที่ ยืนเฉย ๆ+ แล้วดูพระยะโฮวาช่วยพวกเจ้าให้รอด+ ชาวยูดาห์และชาวเยรูซาเล็ม อย่ากลัวหรือหวั่นเกรงเลย+ ออกไปเผชิญหน้ากับพวกเขาพรุ่งนี้ และพระยะโฮวาจะอยู่กับพวกเจ้า’”+
18 แล้วเยโฮชาฟัทก็ซบหน้าลงกับพื้น ชาวยูดาห์และชาวเยรูซาเล็มทุกคนก็หมอบลงต่อหน้าพระยะโฮวาเพื่อนมัสการพระยะโฮวา 19 แล้วคนเลวีที่เป็นลูกหลานของโคฮาท+และลูกหลานของโคราห์ก็ยืนขึ้นสรรเสริญพระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอลด้วยเสียงดัง+
20 พวกเขาตื่นแต่เช้าแล้วไปยังที่กันดารใกล้เมืองเทโคอา+ ตอนกำลังเดินทางไป เยโฮชาฟัทยืนขึ้นและพูดว่า “ชาวยูดาห์และชาวเยรูซาเล็มทั้งหลาย โปรดฟังเรา ขอให้ทุกคนเชื่อในพระยะโฮวาพระเจ้าของพวกคุณแล้วพวกคุณจะไม่หวั่นไหว* ขอให้เชื่อในพวกผู้พยากรณ์ของพระองค์+ แล้วพวกคุณจะทำสำเร็จ”
21 หลังจากที่เยโฮชาฟัทปรึกษากับประชาชนแล้ว เขาก็แต่งตั้งบางคนให้สวมชุดบริสุทธิ์และร้องเพลง+สรรเสริญพระยะโฮวา ให้คนเหล่านี้เดินนำหน้ากองทหารไปและร้องว่า “ขอให้ขอบคุณพระยะโฮวาเพราะพระองค์มีความรักที่มั่นคงตลอดไป”+
22 เมื่อพวกเขาเริ่มร้องเพลงสรรเสริญด้วยความยินดี พระยะโฮวาก็ให้มีกองกำลังมาซุ่มโจมตีพวกอัมโมน โมอับ และคนจากเขตเทือกเขาเสอีร์ที่มารุกรานยูดาห์ แล้วคนพวกนั้นก็ฆ่ากันเอง+ 23 พวกอัมโมนกับโมอับฆ่าฟันคนจากเขตเทือกเขาเสอีร์+ และเมื่อฆ่าคนจากเสอีร์หมดแล้ว พวกเขาก็หันมาฆ่ากันเอง+
24 พอพวกยูดาห์มาถึงหอคอยในที่กันดาร+และมองไปทางกองทัพเหล่านั้น พวกเขาก็เห็นแต่ซากศพเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น+ ไม่มีใครรอดชีวิตเลย 25 เยโฮชาฟัทกับประชาชนก็พากันไปยึดของของพวกนั้น ทั้งข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า และของมีค่า พวกเขายึดของได้มากมายจนแทบจะขนไปไม่ไหว+ ต้องใช้เวลาถึง 3 วัน กว่าจะขนไปได้หมดเพราะมีมากเหลือเกิน 26 ในวันที่สี่ พวกยูดาห์มาชุมนุมกันที่หุบเขาเบราคาห์และสรรเสริญ*พระยะโฮวาที่นั่น พวกเขาจึงเรียกที่นั่นว่าหุบเขาเบราคาห์*+จนถึงทุกวันนี้
27 แล้วเยโฮชาฟัทก็พาชาวยูดาห์และชาวเยรูซาเล็มกลับไปที่กรุงเยรูซาเล็มด้วยความยินดี เพราะพระยะโฮวาช่วยให้พวกเขาชนะศัตรู+ 28 พวกเขาเข้ามาในกรุงเยรูซาเล็มพร้อมกับเล่นเครื่องสาย พิณ+ และแตร+ แล้วพากันไปที่วิหารของพระยะโฮวา+ 29 เมื่ออาณาจักรต่าง ๆ ได้ยินว่าพระยะโฮวาต่อสู้กับศัตรูของอิสราเอล พวกเขาก็กลัวพระองค์มาก+ 30 ไม่มีใครมารุกรานอาณาจักรของเยโฮชาฟัทอีกเลย และพระเจ้าของเขาช่วยให้เขามีความสงบสุขรอบด้าน+
31 เยโฮชาฟัทปกครองยูดาห์ต่อไป ตอนที่เริ่มเป็นกษัตริย์ เขาอายุได้ 35 ปี และเขาปกครองที่กรุงเยรูซาเล็ม 25 ปี แม่ของเขาชื่ออาซูบาห์เป็นลูกสาวของซีลฮี+ 32 เขาทำตามอาสาพ่อของเขาทุกอย่าง+ ไม่ออกนอกลู่นอกทางเลย เขาทำสิ่งที่พระยะโฮวาเห็นว่าถูกต้อง+ 33 แต่เขาไม่ได้ทำลายสถานบูชาบนที่สูง+ และประชาชนไม่ได้ตั้งใจเชื่อฟังพระเจ้าของปู่ย่าตายายจริง ๆ+
34 เรื่องราวที่เหลือของเยโฮชาฟัทตั้งแต่ต้นจนจบก็เขียนไว้ในหนังสือของเยฮู+ลูกฮานานี+แล้ว ซึ่งรวมอยู่ในหนังสือเกี่ยวกับกษัตริย์อิสราเอล 35 ต่อมา กษัตริย์เยโฮชาฟัทแห่งยูดาห์ไปเป็นพันธมิตรกับกษัตริย์อาหัสยาห์แห่งอิสราเอลที่ทำชั่ว+ 36 ทั้งสองร่วมกันสร้างกองเรือเพื่อจะไปทาร์ชิช+ พวกเขาจึงต่อเรือที่เอซีโอนเกเบอร์+ 37 แต่เอลีเอเซอร์ลูกโดดาวาหุจากเมืองมาเรชาพูดกับเยโฮชาฟัทและพยากรณ์ว่า “เพราะท่านไปเป็นพันธมิตรกับอาหัสยาห์ พระยะโฮวาจะทำลายโครงการของท่าน”+ เรือเหล่านั้นจึงล่ม+ ทำให้พวกเขาไปทาร์ชิชไม่ได้
21 เยโฮชาฟัทก็ตายไปตามปู่ย่าตายายและถูกฝังไว้กับปู่ย่าตายายที่เมืองของดาวิด แล้วเยโฮรัมลูกชายของเขาก็ขึ้นเป็นกษัตริย์แทน+ 2 เยโฮรัมมีน้องชายชื่ออาซาริยาห์ เยฮีเอล เศคาริยาห์ อาซาริยาห์ มีคาเอล และเชฟาทิยาห์ ทุกคนเป็นลูกของกษัตริย์เยโฮชาฟัทแห่งอิสราเอล 3 เยโฮชาฟัทพ่อของพวกเขายกสมบัติให้พวกเขามากมาย ทั้งเงิน ทองคำ และของมีค่าต่าง ๆ รวมทั้งเมืองที่มีป้อมปราการในยูดาห์ด้วย+ แต่เยโฮชาฟัทยกอาณาจักรให้เยโฮรัมปกครอง+เพราะเขาเป็นลูกคนโต
4 หลังจากเยโฮรัมขึ้นปกครองอาณาจักรต่อจากพ่อแล้ว เขาทำให้ตำแหน่งกษัตริย์ของเขามั่นคงโดยฆ่าน้องชายทุกคนด้วยดาบ+ รวมทั้งฆ่าเจ้านายบางคนในอิสราเอลด้วย 5 เยโฮรัมอายุ 32 ปีเมื่อขึ้นเป็นกษัตริย์ และปกครองที่กรุงเยรูซาเล็ม 8 ปี+ 6 เขาเลียนแบบกษัตริย์อิสราเอล+ และทำเหมือนกษัตริย์ในราชวงศ์อาหับ เพราะเขาแต่งงานกับลูกสาวของอาหับ+และทำสิ่งที่พระยะโฮวาเห็นว่าชั่ว 7 แต่พระยะโฮวาไม่อยากทำลายราชวงศ์ของดาวิดเพราะเห็นแก่สัญญาที่ทำไว้กับดาวิด+ เพราะพระองค์ได้สัญญาว่าดาวิดและลูกหลานจะมีผู้สืบบัลลังก์*ต่อ ๆ ไป+
8 ในสมัยของเยโฮรัม เอโดมกบฏต่อยูดาห์+และตั้งกษัตริย์ของตัวเองขึ้นมา+ 9 เยโฮรัมกับพวกผู้บัญชาการของเขาจึงยกกองทัพรถศึกข้ามไป เขาบุกโจมตีตอนกลางคืน เอาชนะชาวเอโดมซึ่งกำลังรุมล้อมเขากับพวกผู้บัญชาการรถศึก 10 แต่เอโดมก็ยังกบฏต่อยูดาห์จนถึงทุกวันนี้ ตอนนั้นเมืองลิบนาห์+ก็กบฏด้วย เพราะเยโฮรัมทิ้งพระยะโฮวาพระเจ้าของปู่ย่าตายายของเขา+ 11 และเขายังสร้างสถานบูชา+ไว้บนภูเขาต่าง ๆ ของยูดาห์ ซึ่งเป็นต้นเหตุให้ชาวเยรูซาเล็มไม่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า และเขาทำให้ชาวยูดาห์หลงผิด
12 ผู้พยากรณ์เอลียาห์+จึงเขียนจดหมายไปหาเยโฮรัมว่า “พระยะโฮวาพระเจ้าของดาวิดบรรพบุรุษของท่านบอกว่า ‘เจ้าไม่ได้ทำตามแบบอย่างของเยโฮชาฟัท+พ่อของเจ้าหรือแบบอย่างของกษัตริย์อาสา+แห่งยูดาห์ 13 แต่กลับเลียนแบบพวกกษัตริย์อิสราเอล+และเป็นต้นเหตุให้ชาวยูดาห์และชาวเยรูซาเล็มไม่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า+เหมือนราชวงศ์อาหับ+ แล้วเจ้ายังฆ่าพวกน้องชาย+ซึ่งเป็นลูกของพ่อเจ้าเองทั้ง ๆ ที่พวกเขาดีกว่าเจ้าอีก 14 ดังนั้น พระยะโฮวาจะลงโทษประชาชนของเจ้า พวกลูก ๆ กับภรรยาของเจ้า และทุกสิ่งที่เป็นของเจ้า 15 เจ้าจะต้องทุกข์ทรมานเพราะเป็นโรคร้ายเรื้อรังที่ลำไส้จนลำไส้ทะลักออกมา’”
16 แล้วพระยะโฮวาก็ดลใจ+ให้ชาวฟีลิสเตีย+กับชาวอาหรับ+ซึ่งอยู่ใกล้ชาวเอธิโอเปียมาโจมตีเยโฮรัม 17 พวกเขาบุกเข้ามาในยูดาห์และยึดทุกสิ่งทุกอย่างในวังกษัตริย์+และจับพวกลูกชายกับภรรยาของเยโฮรัมไปด้วย เหลือแต่เยโฮอาหาส*+ลูกชายคนเล็กเพียงคนเดียวที่อยู่กับเขา 18 หลังจากนั้น พระยะโฮวาทำให้เยโฮรัมเป็นโรคที่ลำไส้ซึ่งรักษาไม่ได้+ 19 พอผ่านไป 2 ปีเต็ม โรคที่เขาเป็นก็ทำให้ลำไส้ทะลักออกมา เขาตายอย่างเจ็บปวดทรมานเพราะโรคนั้น และประชาชนไม่ได้จัดพิธีเผาเพื่อให้เกียรติเขาเหมือนที่เคยทำให้บรรพบุรุษของเขา+ 20 เขาเป็นกษัตริย์เมื่ออายุ 32 ปี เขาปกครองที่กรุงเยรูซาเล็ม 8 ปี ไม่มีใครเสียใจที่เขาตาย เยโฮรัมถูกฝังไว้ที่เมืองของดาวิด+ แต่ไม่ใช่ในที่ฝังศพของกษัตริย์+
22 แล้วชาวเยรูซาเล็มก็ตั้งอาหัสยาห์ลูกชายคนเล็กของเยโฮรัมเป็นกษัตริย์แทนพ่อของเขา เพราะกองโจรซึ่งมากับชาวอาหรับที่ค่ายของชาวยูดาห์ได้ฆ่าพี่ ๆ ของอาหัสยาห์ตายหมด+ แล้วอาหัสยาห์ลูกเยโฮรัมก็เริ่มเป็นกษัตริย์ปกครองยูดาห์+ 2 อาหัสยาห์อายุ 22 ปีเมื่อขึ้นเป็นกษัตริย์ และเขาปกครองที่กรุงเยรูซาเล็ม 1 ปี แม่ของเขาชื่ออาธาลิยาห์+เป็นหลานสาว*ของอมรี+
3 เขาเลียนแบบกษัตริย์ในราชวงศ์อาหับด้วย+ เพราะแม่ของเขาเสี้ยมสอนให้ทำชั่ว 4 อาหัสยาห์ทำสิ่งที่พระยะโฮวาเห็นว่าชั่วเหมือนกับคนในราชวงศ์อาหับ เพราะหลังจากพ่อของเขาตาย คนในราชวงศ์อาหับมาเป็นที่ปรึกษาของเขาจนทำให้เขาเจอหายนะ 5 อาหัสยาห์ฟังคำแนะนำของคนเหล่านั้น เขาจึงไปกับเยโฮรัมลูกกษัตริย์อาหับแห่งอิสราเอลเพื่อทำสงครามกับกษัตริย์ฮาซาเอล+แห่งซีเรียที่เมืองราโมทกิเลอาด+ ตอนนั้นทหารยิงธนูใส่เยโฮรัมจนได้รับบาดเจ็บ 6 เยโฮรัม+กลับไปที่เมืองยิสเรเอลเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บจากการรบกับกษัตริย์ฮาซาเอลแห่งซีเรียที่เมืองรามาห์+
อาหัสยาห์*ลูกกษัตริย์เยโฮรัม+แห่งยูดาห์ก็ไปที่เมืองยิสเรเอลเพื่อเยี่ยมเยโฮรัม+ลูกอาหับเพราะเขาได้รับบาดเจ็บ*+ 7 แต่พระเจ้าทำให้อาหัสยาห์พบจุดจบตอนที่เขาไปเยี่ยมเยโฮรัมนั่นเอง ตอนนั้นอาหัสยาห์กับเยโฮรัมออกไปพบเยฮู+หลานชาย*นิมชีซึ่งเป็นคนที่พระยะโฮวาแต่งตั้งให้เป็นผู้กำจัดราชวงศ์อาหับ+ 8 ตอนที่เยฮูเริ่มลงโทษราชวงศ์อาหับ เขาเจอพวกเจ้านายของยูดาห์และพวกลูกชายของพี่ ๆ ของอาหัสยาห์ซึ่งเป็นข้าราชการของอาหัสยาห์ เยฮูเลยฆ่าคนเหล่านั้น+ 9 เยฮูตามล่าอาหัสยาห์ แล้วอาหัสยาห์ก็ถูกจับได้ในที่ซ่อนของเขาที่กรุงสะมาเรีย อาหัสยาห์ถูกพาตัวไปหาเยฮู แล้วพวกเขาก็ฆ่าอาหัสยาห์และฝังศพให้+ เพราะพวกเขาบอกว่า “เขาเป็นหลานของเยโฮชาฟัทที่รับใช้*พระยะโฮวาสุดหัวใจ”+ ไม่มีใครในราชวงศ์อาหัสยาห์มีอำนาจมากพอที่จะปกครองอาณาจักรได้
10 เมื่ออาธาลิยาห์+แม่ของอาหัสยาห์เห็นว่าลูกชายตัวเองตายแล้ว เธอก็ฆ่าลูกทุกคนของกษัตริย์ในราชวงศ์ยูดาห์+ 11 แต่เยโฮชาเบอาทลูกสาวของกษัตริย์แอบเอาตัวเยโฮอาช+ลูกอาหัสยาห์ไปจากพวกลูกของกษัตริย์ที่จะต้องถูกประหาร เธอเอาเขากับแม่นมไปซ่อนไว้ที่ห้องนอนชั้นใน เยโฮชาเบอาทลูกสาวของกษัตริย์เยโฮรัม+ (เธอเป็นภรรยาของปุโรหิตเยโฮยาดา+และเป็นพี่สาวคนหนึ่งของอาหัสยาห์) ซ่อนเยโฮอาชไว้ไม่ให้อาธาลิยาห์รู้ อาธาลิยาห์จึงไม่ได้ฆ่าเยโฮอาช+ 12 เยโฮอาชซ่อนตัวอยู่กับพวกเขา 6 ปีในวิหารของพระเจ้าเที่ยงแท้ ช่วงนั้นอาธาลิยาห์ก็ปกครองประเทศ
23 ในปีที่ 7 เยโฮยาดาแสดงความกล้าหาญและทำข้อตกลง*กับพวกหัวหน้ากองร้อย+ คืออาซาริยาห์ลูกเยโรฮัม อิชมาเอลลูกเยโฮฮานัน อาซาริยาห์ลูกโอเบด มาอาเสอาห์ลูกอาดายาห์ และเอลีชาฟัทลูกศิครี 2 พวกเขาเดินทางไปทั่วยูดาห์และรวบรวมชาวเลวี+จากทุกเมืองในยูดาห์และพวกหัวหน้าวงศ์ตระกูลของอิสราเอล เมื่อพวกเขามาถึงกรุงเยรูซาเล็ม 3 ทุกคนที่มาชุมนุมกันก็ทำสัญญา+กับกษัตริย์ในวิหารของพระเจ้าเที่ยงแท้ แล้วเยโฮยาดาก็บอกพวกเขาว่า
“ลูกชายของกษัตริย์จะได้ปกครองอย่างที่พระยะโฮวาสัญญาไว้เกี่ยวกับลูกหลานของดาวิด+ 4 พวกคุณต้องทำอย่างนี้ ให้ปุโรหิตและคนเลวีแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งจะเข้าเวร+ในวันสะบาโตและจะต้องเฝ้าประตูไว้+ 5 อีกกลุ่มหนึ่งจะเฝ้าอยู่ที่วังกษัตริย์+ และกลุ่มที่สามจะเฝ้าอยู่ที่ประตูฐานราก ส่วนคนอื่น ๆ จะอยู่ที่ลานวิหารของพระยะโฮวา+ 6 อย่าให้ใครเข้ามาในวิหารของพระยะโฮวายกเว้นพวกปุโรหิตและคนเลวีที่กำลังรับใช้ที่นั่น+เพราะพวกเขาถูกแยกไว้เพื่อทำงานรับใช้ที่บริสุทธิ์ ส่วนคนอื่น ๆ จะทำหน้าที่ที่มีต่อพระยะโฮวาโดยยืนอยู่ด้านนอก 7 คนเลวีต้องคอยคุ้มกันรอบตัวกษัตริย์ ทุกคนต้องถืออาวุธไว้ ถ้าใครเข้ามาในวิหารก็ให้ฆ่าซะ ทุกคนต้องอยู่กับกษัตริย์ตลอดไม่ว่าท่านจะไปที่ไหน”
8 คนเลวีและชาวยูดาห์ทั้งหมดทำตามที่ปุโรหิตเยโฮยาดาสั่งทุกอย่าง ทุกคนก็พาคนของตัวเองทั้งที่เข้าเวรและไม่ได้เข้าเวรในวันสะบาโตมา+ เพราะปุโรหิตเยโฮยาดายังไม่ได้สั่งให้พวกเขาออกเวร 9 แล้วปุโรหิตเยโฮยาดาก็เอาหอก โล่เล็ก* และโล่กลมของกษัตริย์ดาวิด+ที่อยู่ในวิหารของพระเจ้าเที่ยงแท้มาให้พวกหัวหน้ากองร้อย+ 10 เขาสั่งให้ทุกคนถืออาวุธและเข้าประจำที่ ตั้งแต่ฝั่งขวาถึงฝั่งซ้ายของวิหาร ข้างแท่นบูชา และข้างวิหาร พวกเขาอยู่รอบตัวกษัตริย์ 11 แล้วพวกเขาก็พาลูกกษัตริย์+ออกมา สวมมงกุฎให้เขา แล้วเอาม้วนหนังสือกฎหมายของพระเจ้า+วางบนหัวเขาและตั้งเขาเป็นกษัตริย์ เยโฮยาดากับพวกลูกชายก็เจิมเขา แล้วพวกเขาก็พูดว่า “ขอให้กษัตริย์อายุยืนยาว!”+
12 เมื่ออาธาลิยาห์ได้ยินเสียงคนวิ่งและเสียงคนร้องสรรเสริญกษัตริย์ เธอก็รีบมาหาฝูงชนที่วิหารของพระยะโฮวา+ 13 เธอเห็นกษัตริย์ยืนอยู่ข้างเสาที่ประตูวิหาร พวกเจ้านาย+และคนเป่าแตรก็อยู่กับกษัตริย์ ประชาชนทุกคนรื่นเริงยินดี+และเป่าแตร พวกนักร้องที่เล่นเครื่องดนตรีนำ*ประชาชนร้องสรรเสริญ อาธาลิยาห์ก็ฉีกเสื้อและตะโกนว่า “กบฏ! กบฏ!” 14 แต่ปุโรหิตเยโฮยาดาเรียกพวกหัวหน้ากองร้อยที่ดูแลทหารมาและสั่งว่า “เอาตัวเธอออกไป ถ้าใครตามเธอไปก็ฆ่าคนนั้นด้วย!” เพราะปุโรหิตเคยสั่งไว้ว่า “อย่าฆ่าเธอในวิหารของพระยะโฮวา” 15 พวกเขาก็จับตัวเธอ และเมื่อพาตัวไปถึงประตูที่ให้ม้าเข้าออกวังกษัตริย์ พวกเขาก็ฆ่าเธอที่นั่นทันที
16 แล้วเยโฮยาดาก็ทำสัญญาร่วมกับประชาชนทั้งหมดและกษัตริย์ว่าพวกเขาจะเป็นประชาชนของพระยะโฮวาต่อไป+ 17 หลังจากนั้น ประชาชนทั้งหมดก็พากันมาที่วิหารของพระบาอัล รื้อทำลายวิหารนั้น+ ทุบแท่นบูชาของพระบาอัลและรูปเคารพพระบาอัลจนแหลก+ พวกเขาฆ่ามัททานปุโรหิตของพระบาอัล+ข้างหน้าแท่นบูชาเหล่านั้น 18 แล้วเยโฮยาดาก็ให้ปุโรหิตและคนเลวีดูแลวิหารของพระยะโฮวา ตามที่ดาวิดเคยแบ่งกลุ่มพวกเขาให้ทำงานในวิหารของพระยะโฮวาเพื่อถวายเครื่องบูชาเผาแก่พระยะโฮวา+อย่างที่เขียนไว้ในกฎหมายของโมเสส+ พวกเขาต้องทำงานด้วยความยินดีและร้องเพลงตามที่ดาวิดสั่งไว้ 19 เยโฮยาดายังให้คนเฝ้าอยู่ตามประตู+ต่าง ๆ ของวิหารของพระยะโฮวา เพื่อคนที่ไม่สะอาดไม่ว่าด้วยสาเหตุอะไรจะเข้ามาในวิหารไม่ได้ 20 และเขาให้หัวหน้ากองร้อย+ พวกเจ้านาย ผู้ปกครองประชาชน และประชาชนทุกคนเชิญกษัตริย์จากวิหารของพระยะโฮวาไปที่วังของกษัตริย์ผ่านทางประตูบน แล้วให้กษัตริย์นั่งบนบัลลังก์+เพื่อปกครองอาณาจักร+ 21 ประชาชนทั้งหมดในแผ่นดินก็รื่นเริงยินดี และเมืองก็สงบสุขเพราะอาธาลิยาห์ถูกฆ่าแล้ว
24 เยโฮอาชขึ้นเป็นกษัตริย์เมื่ออายุได้ 7 ปี+ เขาปกครองที่กรุงเยรูซาเล็ม 40 ปี แม่ของเขาชื่อศิบียาห์จากเมืองเบเออร์เชบา+ 2 เยโฮอาชทำสิ่งที่พระยะโฮวาเห็นว่าถูกต้องตลอดช่วงที่ปุโรหิตเยโฮยาดายังมีชีวิตอยู่+ 3 เยโฮยาดาหาภรรยามาให้เยโฮอาช 2 คน เยโฮอาชมีลูกชายลูกสาวหลายคน
4 ต่อมา เยโฮอาชอยากจะซ่อมแซมวิหารของพระยะโฮวา+ 5 เขาจึงเรียกปุโรหิตและคนเลวีมาสั่งว่า “ให้พวกคุณไปตามเมืองต่าง ๆ ของยูดาห์และรวบรวมเงินจากประชาชนอิสราเอลทุกคนเพื่อซ่อมแซมวิหารของพระเจ้า+ของพวกคุณทุกปี พวกคุณต้องรีบทำงานนี้” แต่คนเลวีไม่รีบทำตามที่เขาสั่ง+ 6 กษัตริย์จึงเรียกปุโรหิตใหญ่เยโฮยาดามาถามว่า+ “ทำไมท่านยังไม่สั่งให้คนเลวีไปเก็บเงินถวายจากชาวยูดาห์และชาวเยรูซาเล็มอีก? เงินถวายนี้โมเสสผู้รับใช้ของพระยะโฮวาเคยสั่งให้เก็บ+จากชาวอิสราเอลเพื่อใช้สำหรับเต็นท์ศักดิ์สิทธิ์+ 7 ท่านก็รู้ว่าพวกลูกชายของอาธาลิยาห์+ผู้หญิงชั่วได้บุกเข้าไปในวิหารของพระเจ้าเที่ยงแท้+ และเอาของศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดในวิหารของพระยะโฮวาไปใช้นมัสการพระบาอัลทั้งหลายหมดแล้ว” 8 กษัตริย์เยโฮอาชสั่งให้ทำหีบใบหนึ่ง+ตั้งไว้ที่ลานข้างนอกที่ประตูวิหารของพระยะโฮวา+ 9 หลังจากนั้น มีการประกาศไปทั่วยูดาห์และเยรูซาเล็มให้ประชาชนนำเงินมาถวายพระยะโฮวา+ตามที่โมเสสผู้รับใช้ของพระเจ้าเที่ยงแท้เคยสั่งชาวอิสราเอลในที่กันดาร 10 พวกเจ้านายและประชาชนทุกคนดีใจมาก+ และเอาเงินมาถวายเรื่อย ๆ จนเต็มหีบ*
11 เมื่อคนเลวีเอาหีบนั้นไปให้กษัตริย์ก็เห็นว่ามีเงินในหีบมากแล้ว เลขานุการของกษัตริย์กับผู้ช่วยของปุโรหิตใหญ่ก็เทเงินในหีบออกมา+ แล้วเอาหีบไปตั้งไว้ที่เดิม พวกเขาทำอย่างนี้ทุกวันจนเก็บเงินได้มากมาย 12 กษัตริย์กับเยโฮยาดาก็เอาเงินนั้นให้กับคนที่ดูแลงานในวิหารของพระยะโฮวา แล้วพวกเขาก็จ้างช่างสกัดหินและช่างฝีมือมาซ่อมแซมวิหารของพระยะโฮวา+ รวมทั้งช่างเหล็กและช่างทองแดงเพื่อซ่อมแซมวิหารของพระยะโฮวาด้วย 13 คนที่ดูแลงานก็สั่งให้เริ่มงานและคอยดูแลให้งานคืบหน้า พวกเขาซ่อมแซมวิหารของพระเจ้าเที่ยงแท้ให้กลับมาอยู่ในสภาพดีเหมือนเดิมและทำให้วิหารนั้นแข็งแรงขึ้น 14 เมื่อซ่อมแซมวิหารเสร็จแล้ว พวกเขาก็เอาเงินที่เหลือให้กษัตริย์กับเยโฮยาดา กษัตริย์กับเยโฮยาดาใช้เงินนี้ทำเครื่องใช้สำหรับวิหารของพระยะโฮวา เครื่องใช้สำหรับงานรับใช้และสำหรับการถวายเครื่องบูชา รวมทั้งถ้วยกับเครื่องใช้ทองคำและเงิน+ พวกเขาถวายเครื่องบูชาเผา+ที่วิหารของพระยะโฮวาเป็นประจำตลอดช่วงที่เยโฮยาดามีชีวิตอยู่
15 เยโฮยาดามีอายุยืนยาวและมีความสุข เขาตายตอนอายุ 130 ปี 16 เขาถูกฝังไว้ที่เมืองของดาวิดรวมกับกษัตริย์องค์อื่น ๆ+ เพราะเขาทำประโยชน์ให้ชาวอิสราเอล+ ให้พระเจ้าเที่ยงแท้และวิหารของพระองค์
17 หลังจากเยโฮยาดาตาย พวกเจ้านายของยูดาห์ก็มาหากษัตริย์และหมอบลงทำความเคารพเขา กษัตริย์ก็ฟังคำแนะนำของพวกเขา 18 ประชาชนไม่เอาใจใส่วิหารของพระยะโฮวาพระเจ้าของปู่ย่าตายายและเริ่มนมัสการเสาศักดิ์สิทธิ์และรูปเคารพต่าง ๆ พระเจ้าจึงโกรธชาวยูดาห์และชาวเยรูซาเล็มเพราะพวกเขาทำผิด 19 พระยะโฮวาส่งพวกผู้พยากรณ์มาช่วยพวกเขาให้กลับมาหาพระองค์ ผู้พยากรณ์เหล่านั้นเตือนพวกเขาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่พวกเขาไม่ยอมฟัง+
20 พลังของพระเจ้าลงมาอยู่กับเศคาริยาห์ลูกปุโรหิตเยโฮยาดา+ เขายืนขึ้นต่อหน้าประชาชนและพูดว่า “พระเจ้าเที่ยงแท้บอกว่า ‘ทำไมพวกเจ้าขัดคำสั่งของพระยะโฮวา? พวกเจ้าจะไม่เจริญ! พวกเจ้าทิ้งพระยะโฮวา ดังนั้น พระองค์ก็จะทิ้งพวกเจ้าเหมือนกัน’”+ 21 แต่ประชาชนวางแผนกำจัดเศคาริยาห์+และเอาหินขว้างเขาตายที่ลานวิหารของพระยะโฮวาตามคำสั่งกษัตริย์+ 22 กษัตริย์เยโฮอาชไม่ได้คิดถึงความรัก*ที่เขาได้รับจากเยโฮยาดาพ่อของเศคาริยาห์เลย แต่กลับฆ่าลูกชายของเยโฮยาดา ตอนที่เศคาริยาห์กำลังจะตายได้พูดว่า “ขอพระยะโฮวาลงโทษท่านเพราะเรื่องนี้”+
23 ตอนต้นปี พวกซีเรียยกทัพมาสู้กับเยโฮอาช พวกเขาบุกเข้ามาในยูดาห์และกรุงเยรูซาเล็ม+ พวกเขาฆ่าเจ้านายทุกคน+และเอาข้าวของที่ยึดได้ทั้งหมดส่งไปให้กษัตริย์แห่งดามัสกัส 24 แม้กองทัพซีเรียที่บุกเข้ามาจะมีทหารไม่มาก แต่พระยะโฮวาให้พวกซีเรียชนะกองทัพใหญ่ของยูดาห์+ เพราะพวกเขาทิ้งพระยะโฮวาพระเจ้าของปู่ย่าตายายของพวกเขา เยโฮอาชจึงถูกพวกซีเรียลงโทษ 25 เมื่อชาวซีเรียถอนทัพกลับไป (พวกเขาทำให้เยโฮอาชได้รับบาดเจ็บสาหัส*) ข้าราชสำนักของเยโฮอาชได้วางแผนกำจัดเขาเพราะเขาฆ่าลูกชายของปุโรหิตเยโฮยาดา+ พวกเขาฆ่าเยโฮอาชตอนที่เขานอนอยู่บนเตียง+ เยโฮอาชก็ตายและถูกฝังไว้ที่เมืองของดาวิด+ แต่ไม่ใช่ในที่ฝังศพของกษัตริย์+
26 คนที่ร่วมกันวางแผน+กำจัดเยโฮอาชคือศาบาดลูกนางชิเมอัทชาวอัมโมน และเยโฮซาบาดลูกนางชิมริทชาวโมอับ 27 เรื่องราวของพวกลูกชายของเยโฮอาชและคำพิพากษาลงโทษเยโฮอาช+รวมทั้งเรื่องการซ่อมแซม*วิหารของพระเจ้าเที่ยงแท้+ก็เขียนไว้ในหนังสือเกี่ยวกับกษัตริย์หมดแล้ว และอามาซิยาห์ลูกชายของเขาก็ขึ้นเป็นกษัตริย์แทน
25 อามาซิยาห์อายุ 25 ปีเมื่อขึ้นเป็นกษัตริย์ เขาปกครองที่กรุงเยรูซาเล็ม 29 ปี แม่ของเขาชื่อเยโฮอัดดานเป็นชาวเยรูซาเล็ม+ 2 เขาทำสิ่งที่พระยะโฮวาเห็นว่าถูกต้อง แต่ไม่ได้ทำอย่างสุดหัวใจ 3 พออามาซิยาห์ปกครองอาณาจักรได้อย่างมั่นคงแล้ว เขาก็ประหารข้าราชสำนักที่ฆ่าพ่อของเขา+ 4 แต่เขาไม่ได้ฆ่าลูกของคนเหล่านั้นเพราะเขาเชื่อฟังคำสั่งของพระยะโฮวาที่เขียนไว้ในกฎหมาย คือในหนังสือของโมเสสว่า “อย่าให้พ่อตายเพราะความผิดของลูก และอย่าให้ลูกตายเพราะความผิดของพ่อ ให้แต่ละคนตายเพราะความผิดของตัวเอง”+
5 อามาซิยาห์เรียกชาวยูดาห์มาชุมนุมและให้พวกเขายืนเป็นกลุ่ม ๆ ตามวงศ์ตระกูล ตามกลุ่มของหัวหน้ากองพันและหัวหน้ากองร้อยของตระกูลยูดาห์และเบนยามิน+ แล้วเขาก็จดชื่อคนที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป+และเห็นว่ามีทหารที่ฝึกมาอย่างดี*จำนวน 300,000 คน คนเหล่านี้พร้อมจะทำหน้าที่ในกองทัพและสามารถใช้หอกกับโล่ใหญ่ได้ 6 อามาซิยาห์เอาเงินหนัก 100 ตะลันต์*ไปจ้างนักรบที่เก่งกล้ามาจากอิสราเอล 100,000 คน 7 แต่คนของพระเจ้าเที่ยงแท้มาหาอามาซิยาห์และพูดว่า “ท่านกษัตริย์ อย่าให้กองทัพอิสราเอลไปร่วมรบกับท่านเลย เพราะพระยะโฮวาไม่ได้อยู่กับพวกอิสราเอล+หรือคนตระกูลเอฟราอิม 8 ท่านควรยกทัพไปเองและต่อสู้อย่างกล้าหาญ ไม่อย่างนั้นพระเจ้าเที่ยงแท้อาจทำให้ท่านพ่ายแพ้ศัตรู เพราะพระเจ้ามีอำนาจที่จะช่วยเหลือ+หรือทำให้พ่ายแพ้ก็ได้” 9 อามาซิยาห์จึงถามคนของพระเจ้าเที่ยงแท้ว่า “แล้วเงินหนัก 100 ตะลันต์ที่เราจ่ายไปให้ทหารอิสราเอลล่ะ?” คนของพระเจ้าเที่ยงแท้ตอบว่า “พระยะโฮวาสามารถคืนให้ท่านมากกว่านั้นอีก”+ 10 อามาซิยาห์จึงบอกให้ทหารที่มาจากเอฟราอิมกลับไป แต่ทหารพวกนั้นโกรธพวกยูดาห์มาก พวกเขากลับไปด้วยความเดือดดาล
11 อามาซิยาห์รวบรวมความกล้าและพาทหารของเขาไปที่หุบเขาเกลือ+ เขาฆ่าคนจากเสอีร์ไป 10,000 คน+ 12 ชาวยูดาห์จับคนเหล่านั้นได้อีก 10,000 คนและพาไปที่หน้าผาแล้วผลักตกลงมาจนร่างกายแหลกเหลว 13 แต่กองทหารที่อามาซิยาห์ไม่ให้ไปร่วมรบ+และได้ส่งกลับไปแล้วก็ออกปล้นเมืองต่าง ๆ ของยูดาห์ตั้งแต่สะมาเรีย+จนถึงเมืองเบธโฮโรน+ พวกเขาฆ่าชาวยูดาห์ไป 3,000 คนและยึดของไปมากมาย
14 เมื่ออามาซิยาห์กลับมาจากการทำลายชาวเอโดม เขาเอาพวกเทวรูปของคนจากเสอีร์กลับมาด้วยและตั้งให้เป็นพระของเขา+ เขาเริ่มกราบไหว้และเผาเครื่องบูชาถวายพระเหล่านั้น 15 พระยะโฮวาจึงโกรธอามาซิยาห์มากและส่งผู้พยากรณ์คนหนึ่งไปบอกเขาว่า “ทำไมท่านไปนมัสการพระของคนพวกนั้นที่ไม่สามารถช่วยคนของตัวเองให้พ้นมือท่านได้?”+ 16 ขณะที่ผู้พยากรณ์พูดอยู่ กษัตริย์ก็บอกว่า “เราตั้งคุณเป็นที่ปรึกษากษัตริย์หรือ?+ เงียบไปเลย!+ อยากโดนฆ่าหรือไง?” ผู้พยากรณ์จึงเงียบ แต่ก็พูดต่อว่า “ผมรู้แล้วว่าพระเจ้าตัดสินใจจะทำลายท่าน เพราะท่านทำอย่างนี้และไม่ยอมฟังผม”+
17 หลังจากกษัตริย์อามาซิยาห์แห่งยูดาห์หารือกับที่ปรึกษาแล้ว เขาก็ส่งข่าวไปหาเยโฮอาชซึ่งเป็นลูกเยโฮอาหาสและเป็นหลานกษัตริย์เยฮูแห่งอิสราเอลเพื่อบอกว่า “ให้เรามารบกัน”*+ 18 กษัตริย์เยโฮอาชแห่งอิสราเอลจึงส่งข่าวไปหากษัตริย์อามาซิยาห์แห่งยูดาห์ว่า “ต้นหนามในเลบานอนส่งข่าวไปหาต้นสนซีดาร์ในเลบานอนว่า ‘ยกลูกสาวของเจ้าให้เป็นภรรยาลูกชายข้าเถอะ’ แต่สัตว์ป่าตัวหนึ่งในเลบานอนเดินผ่านมาเหยียบต้นหนามนั้น 19 ท่านบอกว่าท่านเอาชนะพวกเอโดมได้+ ท่านเลยหยิ่งผยองและอยากได้เกียรติยศ แต่อย่าออกมาจากวังของท่านเลย ท่านจะหาเรื่องให้ตัวเองพินาศและพาให้ยูดาห์เดือดร้อนไปด้วยทำไมล่ะ?”
20 แต่อามาซิยาห์ไม่ยอมฟัง+ ที่เป็นอย่างนี้เพราะพระเจ้าเที่ยงแท้ตั้งใจให้พวกเขาแพ้เยโฮอาช+เนื่องจากพวกเขาไปนมัสการพระของเอโดม+ 21 กษัตริย์เยโฮอาชแห่งอิสราเอลจึงยกทัพมา และเผชิญหน้ากับกษัตริย์อามาซิยาห์แห่งยูดาห์ที่เมืองเบธเชเมช+ของยูดาห์ 22 ยูดาห์แพ้อิสราเอล ทหารยูดาห์จึงพากันหนีกลับไปบ้าน*ของตัวเอง 23 กษัตริย์เยโฮอาชแห่งอิสราเอลจับกษัตริย์อามาซิยาห์แห่งยูดาห์ซึ่งเป็นลูกเยโฮอาชและเป็นหลานเยโฮอาหาส*ได้ที่เมืองเบธเชเมช แล้วพาเขามาที่กรุงเยรูซาเล็ม กษัตริย์เยโฮอาชแห่งอิสราเอลทำลายกำแพงกรุงเยรูซาเล็มตั้งแต่ประตูเอฟราอิม+จนถึงประตูมุม+ เป็นระยะทาง 400 ศอก* 24 เขายึดทองคำและเงินทั้งหมดกับเครื่องใช้ทุกอย่างในวิหารของพระเจ้าเที่ยงแท้ที่โอเบดเอโดมดูแลอยู่และยึดของในคลังทรัพย์ที่วังของกษัตริย์ไป+ และยังจับตัวเชลยไปด้วย แล้วเยโฮอาชก็กลับกรุงสะมาเรีย
25 หลังจากเยโฮอาช+ลูกกษัตริย์เยโฮอาหาสแห่งอิสราเอลตายแล้ว อามาซิยาห์+ลูกเยโฮอาชกษัตริย์ยูดาห์ก็มีชีวิตต่อไปอีก 15 ปี+ 26 เรื่องราวที่เหลือของอามาซิยาห์ตั้งแต่ต้นจนจบก็เขียนไว้ในหนังสือเกี่ยวกับกษัตริย์ยูดาห์และอิสราเอลแล้ว 27 ตั้งแต่อามาซิยาห์เลิกนมัสการพระยะโฮวา ก็มีคนวางแผนกำจัด+เขาที่กรุงเยรูซาเล็ม เขาจึงหนีไปเมืองลาคีช แต่พวกนั้นส่งคนไปตามล่าเขาที่เมืองลาคีชและฆ่าเขาที่นั่น 28 พวกเขาจึงเอาศพของอามาซิยาห์ใส่รถม้ากลับมา และฝังเขาไว้กับปู่ย่าตายายที่เมืองของยูดาห์
26 ประชาชนชาวยูดาห์ก็ตั้งอุสซียาห์+เป็นกษัตริย์แทนอามาซิยาห์พ่อของเขา ตอนนั้นอุสซียาห์อายุ 16 ปี+ 2 เขาสร้างเมืองเอโลท+ขึ้นใหม่ และยึดกลับมาเป็นของยูดาห์หลังจากกษัตริย์*ตายไปตามปู่ย่าตายายแล้ว+ 3 อุสซียาห์+อายุ 16 ปีเมื่อขึ้นเป็นกษัตริย์ เขาปกครองที่กรุงเยรูซาเล็ม 52 ปี แม่ของเขาชื่อเยโคลียาห์เป็นชาวเยรูซาเล็ม+ 4 เขาทำสิ่งที่พระยะโฮวาเห็นว่าถูกต้องเหมือนอามาซิยาห์พ่อของเขา+ 5 อุสซียาห์รับใช้พระเจ้าตลอดช่วงที่เศคาริยาห์ผู้สอนให้เขาเกรงกลัวพระเจ้าเที่ยงแท้ยังมีชีวิตอยู่ ตอนที่อุสซียาห์รับใช้*พระยะโฮวาพระเจ้าเที่ยงแท้ พระองค์ช่วยให้เขาเจริญขึ้น+
6 อุสซียาห์ออกไปสู้รบกับชาวฟีลิสเตีย+และได้เจาะกำแพงเมืองกัท+ กำแพงเมืองยับเนห์+ และกำแพงเมืองอัชโดด+ แล้วเขาก็สร้างเมืองต่าง ๆ ในเขตอัชโดดและเขตของฟีลิสเตีย 7 พระเจ้าเที่ยงแท้คอยช่วยเขาสู้รบกับชาวฟีลิสเตีย ชาวอาหรับ+ที่อยู่ในกูร์บาอัล และชาวเมอูนิม 8 ชาวอัมโมน+เริ่มเอาของบรรณาการมาให้อุสซียาห์ แล้วชื่อเสียงของเขาก็เลื่องลือไปไกลจนถึงอียิปต์ เพราะเขามีอำนาจมาก 9 อุสซียาห์สร้างป้อมที่แข็งแรงหลายป้อม+ไว้ในกรุงเยรูซาเล็ม ที่ประตูมุม+ ประตูหุบเขา+ และผนังยัน 10 แล้วเขาก็สร้างป้อมหลายป้อม+ในที่กันดารและขุด*บ่อเก็บน้ำมากมาย (เพราะเขามีฝูงสัตว์ขนาดใหญ่) เขาทำอย่างนั้นด้วยที่เชเฟลาห์และบนที่ราบ* เขามีคนทำนาและทำไร่องุ่นในเขตภูเขาและที่ภูเขาคาร์เมล เพราะเขาชอบการเกษตรมาก
11 นอกจากนั้น อุสซียาห์ยังมีกองทหารที่พร้อมรบซึ่งจะออกรบโดยแบ่งเป็นกลุ่มตามที่กำหนดไว้ มีการนับจำนวนและจดชื่อพวกเขา+ โดยเยอีเอลเลขานุการ+กับมาอาเสอาห์ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ ทั้งสองคนทำงานตามคำสั่งของฮานันยาห์หนึ่งในข้าราชการชั้นสูงของกษัตริย์ 12 หัวหน้าวงศ์ตระกูลที่ดูแลนักรบที่เก่งกล้าเหล่านี้มีจำนวนทั้งสิ้น 2,600 คน 13 กองทหารพร้อมรบที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของคนเหล่านี้มีจำนวน 307,500 คน พวกเขาเป็นกองทัพใหญ่ที่ช่วยกษัตริย์สู้กับศัตรู+ 14 อุสซียาห์ให้ทหารทุกคนในกองทัพมีโล่ หอก+ หมวกเกราะ ชุดเกราะ+ ธนู และก้อนหินสำหรับใช้เชือกเหวี่ยง+ 15 นอกจากนี้ เขายังให้ช่างสร้างเครื่องยิงธนูและเครื่องยิงหินก้อนใหญ่ไว้บนป้อมต่าง ๆ+และตามมุมกำแพงของกรุงเยรูซาเล็ม ชื่อเสียงของอุสซียาห์จึงเลื่องลือไปไกล เพราะพระเจ้าช่วยเขาและเขาก็แข็งแกร่งขึ้น
16 แต่เมื่อเขาแข็งแกร่งแล้ว เขาก็กลายเป็นคนหยิ่งจนทำให้เขาต้องพินาศ เขาทำสิ่งที่พระยะโฮวาพระเจ้าห้ามโดยเข้าไปในวิหารของพระยะโฮวาเพื่อเผาเครื่องหอมบนแท่นเผาเครื่องหอม+ 17 ปุโรหิตอาซาริยาห์กับปุโรหิตที่กล้าหาญอีก 80 คนของพระยะโฮวารีบตามเขาเข้าไปในวิหารทันที 18 พวกเขาห้ามกษัตริย์อุสซียาห์ว่า “ท่านอุสซียาห์ ท่านไม่ควรเผาเครื่องหอมถวายพระยะโฮวา+ ปุโรหิตเท่านั้นที่จะเผาเครื่องหอมได้ เพราะปุโรหิตเป็นลูกหลานอาโรน+และถูกชำระให้บริสุทธิ์แล้ว ออกไปจากที่ศักดิ์สิทธิ์นี้เถอะ! พระยะโฮวาพระเจ้าจะไม่ให้เกียรติท่านแน่ ๆ ที่ท่านทำอย่างนี้เพราะท่านทำสิ่งที่พระองค์ห้าม”
19 แต่อุสซียาห์ซึ่งถือภาชนะสำหรับเผาเครื่องหอมอยู่โกรธมาก+ และเมื่อเขากำลังโมโหพวกปุโรหิตอยู่นั้น โรคเรื้อน+ก็ขึ้นที่หน้าผากของเขา ตอนนั้นเขายืนอยู่กับพวกปุโรหิตใกล้แท่นเผาเครื่องหอมในวิหารของพระยะโฮวา 20 เมื่อปุโรหิตใหญ่อาซาริยาห์และปุโรหิตทุกคนมองดูก็เห็นว่ามีโรคเรื้อนขึ้นที่หน้าผากของอุสซียาห์ พวกเขาจึงรีบเอาตัวอุสซียาห์ออกไปจากที่นั่น อุสซียาห์เองก็รีบออกไปเพราะพระยะโฮวาทำให้เขาเป็นโรคเรื้อน
21 กษัตริย์อุสซียาห์เป็นโรคเรื้อนจนถึงวันที่เขาตาย เขาต้องแยกไปอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งเพราะเป็นโรคเรื้อน+ เขาไม่ได้รับอนุญาตให้ไปที่วิหารของพระยะโฮวาอีก โยธามลูกของเขาเป็นผู้ปกครองดูแลวังของกษัตริย์และตัดสินคดีของประชาชนในแผ่นดิน+
22 เรื่องราวที่เหลือของอุสซียาห์ตั้งแต่ต้นจนจบก็เขียนไว้โดยผู้พยากรณ์อิสยาห์+ลูกชายอามอส 23 อุสซียาห์ก็ตายไปตามปู่ย่าตายายและถูกฝังไว้กับปู่ย่าตายาย แต่เขาถูกฝังในที่ดินของกษัตริย์ซึ่งอยู่นอกสุสานของกษัตริย์เพราะเขาเป็นโรคเรื้อน แล้วโยธาม+ลูกชายของเขาก็ขึ้นเป็นกษัตริย์แทน
27 โยธาม+อายุ 25 ปีเมื่อขึ้นเป็นกษัตริย์ เขาปกครองที่กรุงเยรูซาเล็ม 16 ปี แม่ของเขาชื่อเยรูชาห์เป็นลูกสาวของศาโดก+ 2 เขาทำสิ่งที่พระยะโฮวาเห็นว่าถูกต้องเหมือนอุสซียาห์พ่อของเขา+ แต่ไม่ได้เข้าไปในวิหารของพระยะโฮวาโดยพลการ+ ส่วนประชาชนยังทำชั่วต่อไป 3 เขาสร้างประตูบนที่วิหารของพระยะโฮวา+ และสร้างหลายสิ่งหลายอย่างบนกำแพงของเนินเขาโอเฟล+ 4 เขาสร้างหลายเมือง+ในแถบภูเขาของยูดาห์+ และสร้างป้อมปราการ+กับหอคอย+หลายแห่งในป่า 5 โยธามรบกับกษัตริย์ของชาวอัมโมน+และเอาชนะได้ ในปีนั้นพวกอัมโมนจึงส่งเงินให้เขาหนัก 100 ตะลันต์* ข้าวสาลี 10,000 โคระ* และข้าวบาร์เลย์ 10,000 โคระ* ชาวอัมโมนทำอย่างนี้ในปีที่ 2 และ 3 ด้วย+ 6 โยธามยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเพราะเขาตั้งใจใช้ชีวิตตามแนวทางของพระยะโฮวาพระเจ้าของเขา
7 เรื่องราวที่เหลือของโยธาม ทั้งเรื่องสงครามและทุกอย่างที่เขาทำก็เขียนไว้ในหนังสือเกี่ยวกับกษัตริย์อิสราเอลและยูดาห์แล้ว+ 8 เขาอายุ 25 ปีเมื่อขึ้นเป็นกษัตริย์ และปกครองที่กรุงเยรูซาเล็ม 16 ปี+ 9 โยธามก็ตายไปตามปู่ย่าตายายและถูกฝังไว้ที่เมืองของดาวิด+ แล้วอาหัสลูกชายของเขาก็ขึ้นเป็นกษัตริย์แทน+
28 อาหัส+อายุ 20 ปีเมื่อขึ้นเป็นกษัตริย์ เขาปกครองที่กรุงเยรูซาเล็ม 16 ปี เขาไม่ได้ทำสิ่งที่พระยะโฮวาเห็นว่าถูกต้องเหมือนดาวิดบรรพบุรุษของเขา+ 2 แต่เขาเลียนแบบกษัตริย์อิสราเอล+ เขาถึงกับทำรูปหล่อโลหะ+ของพระบาอัลทั้งหลาย 3 ยิ่งกว่านั้น อาหัสเผาเครื่องบูชาที่หุบเขาของลูกชายฮินโนม*และเผาบูชายัญลูกชายของตัวเอง+ เขาทำสิ่งที่น่าเกลียดตามอย่างชาติต่าง ๆ+ที่พระยะโฮวาไล่ออกไปให้พ้นจากชาวอิสราเอล 4 เขายังเผาเครื่องบูชาบนที่สูง+ บนภูเขาและใต้ต้นไม้เขียวสดทุกต้นด้วย+
5 พระยะโฮวาพระเจ้าจึงปล่อยให้กษัตริย์ซีเรียเอาชนะอาหัส+และจับชาวยูดาห์จำนวนมากไปเป็นเชลยที่กรุงดามัสกัส+ และพระองค์ยังให้กษัตริย์อิสราเอลมาเอาชนะอาหัสด้วยและฆ่าคนของเขาไปมากมาย 6 เปคาห์+ลูกเรมาลิยาห์ฆ่าทหารยูดาห์ที่เก่งกล้าไปถึง 120,000 คนภายในวันเดียว เพราะชาวยูดาห์ละทิ้งพระยะโฮวาพระเจ้าของปู่ย่าตายาย+ 7 ศิครีซึ่งเป็นนักรบชาวเอฟราอิมฆ่ามาอาเสอาห์ลูกชายของกษัตริย์ และอัสรีคัมผู้ดูแลวัง รวมทั้งเอลคานาห์ผู้มีอำนาจรองจากกษัตริย์ 8 และชาวอิสราเอลยังจับพี่น้องชาวยูดาห์ของตนไปเป็นเชลย 200,000 คน ทั้งผู้หญิงกับลูกชายลูกสาว และยึดข้าวของมากมายไปที่กรุงสะมาเรีย+
9 โอเดดผู้พยากรณ์ของพระยะโฮวาอยู่ที่กรุงสะมาเรีย เขาออกมาพบกองทัพที่เดินทางกลับมายังกรุงสะมาเรียและบอกว่า “ที่พวกคุณชนะพวกยูดาห์ได้ก็เพราะพระยะโฮวาพระเจ้าของปู่ย่าตายายของพวกคุณโกรธพวกยูดาห์+ แต่พวกคุณกลับฆ่าพวกเขาอย่างโหดเหี้ยมและพระเจ้าก็เห็น 10 และตอนนี้พวกคุณยังตั้งใจจะเอาชาวยูดาห์และชาวเยรูซาเล็มทั้งผู้ชายผู้หญิงไปเป็นคนรับใช้อีก+ ที่จริงพวกคุณก็ทำผิดต่อพระยะโฮวาพระเจ้าของพวกคุณเหมือนกันไม่ใช่หรือ? 11 เชื่อผมเถอะ ส่งเชลยพวกนี้ที่เป็นพี่น้องของพวกคุณกลับไป เพราะพระยะโฮวากำลังโกรธพวกคุณมาก”
12 หัวหน้าบางคนของตระกูลเอฟราอิมคือ อาซาริยาห์ลูกเยโฮฮานัน เบเรคิยาห์ลูกเมชิลเลโมท เยฮิสคียาห์ลูกชัลลูม และอามาสาลูกหัดลัย จึงออกไปหาพวกทหารที่กลับมาจากการสู้รบ 13 พวกเขาบอกว่า “อย่าเอาพวกเชลยมาที่นี่ ไม่อย่างนั้นเราจะมีความผิดต่อพระยะโฮวา พวกคุณตั้งใจจะให้พวกเราทำบาปมากขึ้นอีกหรือ? แค่นี้พวกเราก็ทำผิดมากพอแล้ว และพระเจ้าก็โกรธอิสราเอลมากด้วย” 14 ทหารจึงมอบเชลยและข้าวของที่ยึดมาได้+ให้กับพวกเจ้านายและประชาชนที่ชุมนุมกันนั้น 15 แล้วคนที่ได้รับมอบหมายก็พาพวกเชลยไป และเอาเสื้อผ้าที่ยึดมาได้แจกจ่ายให้เชลยที่ไม่มีเสื้อผ้า* พวกเขาเอาเสื้อผ้า รองเท้า อาหารกับน้ำ และน้ำมันทาผิวให้กับคนเหล่านั้น แล้วก็ให้คนที่อ่อนแรงนั่งลาและพาไปส่งที่เยรีโคเมืองต้นปาล์ม จากนั้นพวกเขาก็กลับมาที่กรุงสะมาเรีย
16 ตอนนั้นกษัตริย์อาหัสไปขอความช่วยเหลือจากกษัตริย์อัสซีเรีย+ 17 แล้วชาวเอโดมก็มาโจมตียูดาห์อีกและจับคนไปเป็นเชลย 18 ชาวฟีลิสเตีย+บุกมาโจมตีเมืองต่าง ๆ ในเชเฟลาห์+และเนเกบของยูดาห์ และยึดเมืองเบธเชเมช+ อัยยาโลน+ เกเดโรท โสโคและเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่รายรอบ เมืองทิมนาห์+และเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่รายรอบ รวมทั้งเมืองกิมโซและเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่รายรอบ แล้วชาวฟีลิสเตียก็อาศัยอยู่ที่นั่นแทน 19 พระยะโฮวาทำให้ยูดาห์ตกต่ำเพราะกษัตริย์อาหัสแห่งอิสราเอล* อาหัสไม่ซื่อสัตย์ต่อพระยะโฮวาอย่างมากและเขาเป็นต้นเหตุให้ชาวยูดาห์ทำตัวชั่วช้าเลวทราม
20 แล้วกษัตริย์ทิลกัทปิลเนเสอร์+แห่งอัสซีเรียก็มาสู้รบกับอาหัสและเพิ่มความทุกข์เดือดร้อนให้เขา+แทนที่จะช่วยเหลือเขา 21 เพราะก่อนหน้านี้ อาหัสเอาสมบัติทั้งหมดในวิหารของพระยะโฮวา ในวังกษัตริย์+ และในบ้านของพวกเจ้านายส่งไปให้กษัตริย์อัสซีเรีย แต่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย 22 แม้แต่ในยามทุกข์เดือดร้อนแบบนี้ กษัตริย์อาหัสก็ไม่ซื่อสัตย์ต่อพระยะโฮวามากขึ้นอีก 23 เขาเริ่มถวายเครื่องบูชาให้เทพเจ้าของชาวดามัสกัส+ที่รบชนะเขา+และบอกว่า “เทพเจ้าของกษัตริย์ซีเรียช่วยพวกซีเรีย เราจะถวายเครื่องบูชาให้เทพเจ้าเหล่านั้นบ้างดีกว่า เทพเจ้าเหล่านั้นจะได้ช่วยเรา”+ แต่นั่นทำให้เขาและชาวอิสราเอลทั้งหมดเจอหายนะ 24 นอกจากนั้น อาหัสยังเอาสิ่งของเครื่องใช้ในวิหารของพระเจ้าเที่ยงแท้มาตัดเป็นชิ้น ๆ+ เขาปิดประตูวิหารของพระยะโฮวา+ และสร้างแท่นบูชาของเขาเองทั่วกรุงเยรูซาเล็ม 25 เขาสร้างสถานบูชาบนที่สูงสำหรับเผาเครื่องบูชาแก่พระอื่น ๆ+ในทุกเมืองของยูดาห์ และทำให้พระยะโฮวาพระเจ้าของปู่ย่าตายายของเขาโกรธมาก
26 เรื่องราวที่เหลือของอาหัสและทุกสิ่งที่เขาทำตั้งแต่ต้นจนจบก็เขียนไว้ในหนังสือเกี่ยวกับกษัตริย์ยูดาห์และอิสราเอลแล้ว+ 27 อาหัสก็ตายไปตามปู่ย่าตายายและถูกฝังไว้ที่กรุงเยรูซาเล็มแต่ไม่ใช่ในสุสานของกษัตริย์อิสราเอล+ แล้วเฮเซคียาห์ลูกชายของเขาก็ขึ้นเป็นกษัตริย์แทน
29 เฮเซคียาห์+อายุ 25 ปีเมื่อขึ้นเป็นกษัตริย์ และเขาปกครองที่กรุงเยรูซาเล็ม 29 ปี แม่ของเขาชื่ออาบียาห์เป็นลูกสาวของเศคาริยาห์+ 2 เขาทำสิ่งที่พระยะโฮวาเห็นว่าถูกต้อง+เหมือนดาวิดบรรพบุรุษของเขา+ 3 ในเดือน 1 ของปีที่ 1 ที่เขาปกครอง เขาเปิดประตูวิหารของพระยะโฮวาและซ่อมแซมประตูเหล่านั้น+ 4 เขาเรียกปุโรหิตและคนเลวีมาประชุมกันที่ลานด้านตะวันออก 5 เขาบอกคนเหล่านั้นว่า “ชาวเลวีโปรดฟังผม ขอให้พวกคุณไปชำระตัวให้บริสุทธิ์+และชำระวิหารของพระยะโฮวาพระเจ้าของปู่ย่าตายายของพวกคุณ และกำจัดรูปเคารพที่น่าเกลียดออกจากสถานบริสุทธิ์นี้+ 6 พ่อของพวกเราไม่ซื่อสัตย์และทำสิ่งที่พระยะโฮวาพระเจ้าของพวกเราเห็นว่าชั่ว+ พวกเขาทิ้งพระองค์ ไม่สนใจเต็นท์ศักดิ์สิทธิ์ของพระยะโฮวา และหันหลังให้พระองค์+ 7 พวกเขายังปิดประตูที่โถงทางเข้าวิหาร+และดับตะเกียงด้วย+ พวกเขาเลิกเผาเครื่องหอม+และเลิกถวายเครื่องบูชาเผา+ในสถานบริสุทธิ์ให้พระเจ้าของอิสราเอล 8 พระยะโฮวาจึงโกรธชาวยูดาห์และชาวเยรูซาเล็ม+ พระองค์ทำให้คนที่เห็นพวกเขาสยดสยอง ตกใจ และเยาะเย้ยพวกเขา เหมือนที่พวกคุณเห็นอยู่นี้+ 9 ปู่ย่าตายายของพวกเราถูกฆ่าด้วยดาบ+ ภรรยาและลูกชายลูกสาวของพวกเราก็ถูกจับเป็นเชลยเพราะเรื่องนี้+ 10 เราจึงอยากจะทำสัญญากับพระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอล+ เผื่อว่าพระองค์จะหายโกรธพวกเรา 11 ประชาชนของเรา นี่ไม่ใช่เวลาที่พวกคุณจะละเลยหน้าที่* เพราะพระยะโฮวาเลือกพวกคุณให้ยืนต่อหน้าพระองค์ เพื่อจะรับใช้พระองค์+ และเผาเครื่องบูชาถวายพระองค์”+
12 คนเลวีจึงเริ่มงาน คนที่เป็นลูกหลานโคฮาท+คือมาฮาทลูกอามาสัยและโยเอลลูกอาซาริยาห์ คนที่เป็นลูกหลานเมรารี+คือคีชลูกอับดีและอาซาริยาห์ลูกเยฮาลเลเลล คนที่เป็นลูกหลานเกอร์โชน+คือโยอาห์ลูกศิมมาห์และเอเดนลูกโยอาห์ 13 คนที่เป็นลูกหลานเอลีซาฟานคือชิมรีและเยอูเอล คนที่เป็นลูกหลานอาสาฟ+คือเศคาริยาห์และมัททานิยาห์ 14 คนที่เป็นลูกหลานเฮมาน+คือเยฮีเอลและชิเมอี คนที่เป็นลูกหลานเยดูธูน+คือเชไมอาห์และอุสซีเอล 15 คนเหล่านี้เรียกพี่น้องของตนมาชำระตัวให้บริสุทธิ์และชำระวิหารของพระยะโฮวาตามคำสั่งของกษัตริย์ซึ่งเป็นไปตามที่พระยะโฮวาสั่งไว้+ 16 ปุโรหิตเข้าไปชำระวิหารของพระยะโฮวาให้บริสุทธิ์และเอารูปพระเท็จทั้งหมดออกจากวิหารของพระยะโฮวาไปไว้ที่ลาน+วิหารของพระยะโฮวา แล้วคนเลวีก็เอาไปทิ้งที่หุบเขาขิดโรน+ 17 ดังนั้น ในวันที่ 1 เดือน 1 พวกเขาจึงเริ่มงานชำระ และในวันที่ 8 ของเดือนนั้นพวกเขาชำระวิหารของพระยะโฮวาออกมาถึงโถงทางเข้า+ พวกเขาชำระวิหารของพระยะโฮวาให้บริสุทธิ์เป็นเวลา 8 วัน และในวันที่ 16 ของเดือนนั้น งานชำระวิหารก็เสร็จสิ้น
18 หลังจากนั้นพวกเขาก็ไปหากษัตริย์เฮเซคียาห์และรายงานว่า “พวกเราชำระวิหารของพระยะโฮวาเสร็จแล้ว รวมทั้งแท่นเผาเครื่องบูชา+กับเครื่องใช้สำหรับแท่น+ และโต๊ะสำหรับขนมปังที่วางซ้อนกัน*+กับเครื่องใช้สำหรับโต๊ะ 19 ส่วนเครื่องใช้ทั้งหมดที่กษัตริย์อาหัสเอาออกไปช่วงที่เขาไม่ซื่อสัตย์นั้น+ พวกเราได้เตรียมและชำระให้บริสุทธิ์แล้ว+ ตอนนี้เครื่องใช้เหล่านั้นวางอยู่หน้าแท่นบูชาของพระยะโฮวา”
20 กษัตริย์เฮเซคียาห์ตื่นแต่เช้าและเรียกพวกเจ้านายของกรุงเยรูซาเล็มมา พวกเขาพากันขึ้นไปที่วิหารของพระยะโฮวา 21 พวกเขาเอาวัวตัวผู้ 7 ตัว แกะตัวผู้ 7 ตัว ลูกแกะตัวผู้ 7 ตัว และแพะตัวผู้ 7 ตัวมาถวายเป็นเครื่องบูชาไถ่บาปสำหรับอาณาจักร สำหรับวิหาร* และสำหรับยูดาห์+ เฮเซคียาห์สั่งให้พวกปุโรหิตที่เป็นลูกหลานอาโรนถวายสัตว์เหล่านั้นบนแท่นบูชาของพระยะโฮวา 22 พวกปุโรหิตฆ่าวัว+และเอาเลือดพรมบนแท่นบูชา+ ฆ่าแกะตัวผู้และเอาเลือดพรมบนแท่นบูชา และฆ่าลูกแกะตัวผู้และเอาเลือดพรมบนแท่นบูชา 23 แล้วพวกเขาก็เอาแพะตัวผู้ที่เป็นเครื่องบูชาไถ่บาปมายืนต่อหน้ากษัตริย์กับประชาชนที่มาชุมนุมกัน และวางมือบนแพะเหล่านั้น 24 จากนั้นปุโรหิตก็ฆ่าพวกมันและถวายเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป พวกเขาเอาเลือดแพะนั้นถวายบนแท่นเพื่อไถ่บาป*ให้ชาวอิสราเอล เพราะกษัตริย์สั่งไว้ว่าให้ถวายเครื่องบูชาเผาและเครื่องบูชาไถ่บาปสำหรับชาวอิสราเอลทุกคน
25 ระหว่างนั้น กษัตริย์สั่งให้คนเลวียืนประจำที่ในวิหารของพระยะโฮวาและถือฉาบ เครื่องสาย และพิณ+ ตามคำสั่งของดาวิด+และกาด+ผู้เห็นนิมิตกับผู้พยากรณ์นาธัน+ ซึ่งคำสั่งนี้พระยะโฮวาให้ไว้ผ่านทางผู้พยากรณ์ของพระองค์ 26 คนเลวีจึงยืนถือเครื่องดนตรีที่ดาวิดทำขึ้น ส่วนพวกปุโรหิตถือแตร+
27 จากนั้น เฮเซคียาห์สั่งให้ถวายเครื่องบูชาเผาบนแท่นบูชา+ เมื่อเริ่มเผาเครื่องบูชา พวกเขาก็เริ่มร้องเพลงถวายพระยะโฮวา และเป่าแตรตามเสียงเครื่องดนตรีที่กษัตริย์ดาวิดแห่งอิสราเอลทำขึ้น 28 ทุกคนที่มาชุมนุมกันหมอบลงตลอดช่วงที่คนเหล่านั้นร้องเพลงและเป่าแตรจนถวายเครื่องบูชาเผาเสร็จ 29 เมื่อถวายเครื่องบูชาเสร็จ กษัตริย์และทุกคนที่อยู่กับเขาจึงซบหน้าลง 30 แล้วกษัตริย์เฮเซคียาห์และพวกเจ้านายก็บอกคนเลวีให้สรรเสริญพระยะโฮวาด้วยบทเพลงที่ดาวิด+กับอาสาฟ+ผู้เห็นนิมิตแต่งขึ้น พวกเขาร้องเพลงสรรเสริญอย่างมีความสุข แล้วก็ซบหน้าลง
31 จากนั้น เฮเซคียาห์พูดว่า “พวกคุณถูกแยกไว้สำหรับพระยะโฮวาแล้ว เพราะฉะนั้น ให้พวกคุณเอาเครื่องบูชาต่าง ๆ รวมทั้งเครื่องบูชาขอบคุณไปที่วิหารของพระยะโฮวา” ประชาชนที่มาชุมนุมกันเริ่มเอาเครื่องบูชาต่าง ๆ และเครื่องบูชาขอบคุณมาถวาย และคนที่เต็มใจก็เอาเครื่องบูชาเผามาถวายด้วย+ 32 เครื่องบูชาเผาซึ่งประชาชนนำมาถวายคือวัว 70 ตัว แกะตัวผู้ 100 ตัว ลูกแกะตัวผู้ 200 ตัว ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องบูชาเผาถวายพระยะโฮวา+ 33 เครื่องบูชาบริสุทธิ์อื่น ๆ ที่พวกเขาถวายคือวัว 600 ตัวและแกะ 3,000 ตัว 34 แต่มีปุโรหิตไม่พอที่จะถลกหนังสัตว์ทุกตัวที่ใช้เป็นเครื่องบูชาเผา คนเลวีพี่น้องของพวกเขาจึงมาช่วย+จนงานเสร็จและพวกปุโรหิตจึงไปชำระตัวได้+ คนเลวีเคร่งครัดเรื่องการชำระตัวให้บริสุทธิ์มากกว่าพวกปุโรหิต 35 นอกจากนี้ยังมีเครื่องบูชาเผา+และมันจากเครื่องบูชาผูกมิตรมากมาย+ รวมทั้งเครื่องบูชาดื่มที่ถวายพร้อมกับเครื่องบูชาเผา+ ดังนั้น จึงมีการฟื้นฟูงานรับใช้ที่วิหารของพระยะโฮวาอีกครั้ง 36 เฮเซคียาห์และประชาชนทุกคนดีใจมากเพราะพระเจ้าเที่ยงแท้ได้ช่วยเหลือพวกเขา+ เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
30 เฮเซคียาห์ส่งคำเชิญไปทั่วอิสราเอล+และยูดาห์ และถึงกับเขียนจดหมายไปเชิญคนที่อยู่ในเขตเอฟราอิมและมนัสเสห์+ให้มาฉลองปัสกาถวายพระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอลที่วิหารของพระยะโฮวาในกรุงเยรูซาเล็ม+ 2 แต่กษัตริย์ พวกเจ้านาย และคนที่มาประชุมกัน*ที่กรุงเยรูซาเล็มตัดสินใจว่าจะฉลองปัสกากันในเดือน 2+ 3 เพราะพวกเขาไม่สามารถฉลองตามเวลาปกติได้+ เนื่องจากปุโรหิตที่ชำระตัวให้บริสุทธิ์แล้ว+มีไม่พอและประชาชนยังไม่ได้มาชุมนุมกันที่กรุงเยรูซาเล็ม 4 ทั้งกษัตริย์และทุกคนที่มาชุมนุมกันต่างก็เห็นด้วย 5 พวกเขาจึงตกลงให้มีการประกาศไปทั่วอิสราเอลตั้งแต่เมืองเบเออร์เชบาจนถึงเมืองดาน+ เพื่อสั่งให้ประชาชนมาฉลองปัสกาถวายพระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอลที่กรุงเยรูซาเล็ม เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาไม่ได้ฉลองปัสกาเป็นกลุ่มใหญ่ตามที่กฎหมายกำหนดไว้+
6 พวกคนส่งข่าวจึงเดินทางไปทั่วอิสราเอลและยูดาห์ตามคำสั่งของกษัตริย์ พร้อมกับจดหมายของกษัตริย์และพวกเจ้านายซึ่งเขียนว่า “ชาวอิสราเอลทั้งหลาย ขอให้พวกคุณกลับมาหาพระยะโฮวาพระเจ้าของอับราฮัม อิสอัค และอิสราเอล เผื่อว่าพระองค์จะกลับมาหาคนที่เหลือรอดจากเงื้อมมือกษัตริย์อัสซีเรีย+ 7 อย่าเป็นเหมือนปู่ย่าตายายและพี่น้องของพวกคุณที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อพระยะโฮวาพระเจ้าของปู่ย่าตายาย จนพระองค์ทำให้พวกเขาพินาศเหมือนที่พวกคุณก็เห็นอยู่+ 8 อย่าดื้อด้านเหมือนปู่ย่าตายาย+ ให้พวกคุณอ่อนน้อมต่อพระยะโฮวาและมายังวิหาร*+ที่พระองค์ได้ชำระให้บริสุทธิ์ตลอดไป และให้รับใช้พระยะโฮวาพระเจ้าของพวกคุณเผื่อว่าพระองค์จะหายโกรธ+ 9 เพราะเมื่อพวกคุณกลับมาหาพระยะโฮวา คนที่จับพี่น้องและลูก ๆ ของพวกคุณไปเป็นเชลยจะเมตตา+และปล่อยพวกเขากลับมาที่แผ่นดินนี้+ เพราะพระยะโฮวาพระเจ้ามีความเมตตากรุณา+ พระองค์จะไม่ทิ้งพวกคุณถ้าพวกคุณกลับมาหาพระองค์”+
10 พวกคนส่งข่าวเดินทางไปตามเมืองต่าง ๆ ทั่วเขตเอฟราอิมและมนัสเสห์+ และไปไกลถึงเศบูลุน แต่ชาวเมืองที่นั่นกลับล้อเลียนและเยาะเย้ยพวกเขา+ 11 แต่บางคนจากเขตอาเชอร์ มนัสเสห์ และเศบูลุนได้ถ่อมตัวและมาที่กรุงเยรูซาเล็ม+ 12 และพระเจ้าเที่ยงแท้ได้อวยพรชาวยูดาห์ แล้วพวกเขาก็พร้อมใจกันทำตามคำสั่งกษัตริย์และพวกเจ้านายซึ่งเป็นไปตามที่พระยะโฮวาสั่งไว้
13 ประชาชนมากมายพากันมาที่กรุงเยรูซาเล็มเพื่อฉลองเทศกาลขนมปังไม่ใส่เชื้อ+ในเดือน 2+ ซึ่งเป็นการชุมนุมที่ใหญ่มาก 14 พวกเขาเอาแท่นบูชาของพระเท็จในกรุงเยรูซาเล็ม+และเอาแท่นเผาเครื่องหอมทั้งหมด+ไปทิ้งที่หุบเขาขิดโรน 15 ในวันที่ 14 เดือน 2 พวกเขาฆ่าสัตว์สำหรับปัสกา พวกปุโรหิตและคนเลวีรู้สึกละอายใจจึงชำระตัวให้บริสุทธิ์และเอาเครื่องบูชาเผามาที่วิหารของพระยะโฮวา 16 พวกปุโรหิตและคนเลวีไปอยู่ประจำที่ตามที่บอกไว้ในกฎหมายของโมเสสคนของพระเจ้าเที่ยงแท้ แล้วคนเลวีก็เอาเลือดไปให้พวกปุโรหิต พวกปุโรหิตเอาเลือดนั้นมาพรมบนแท่นบูชา+ 17 หลายคนที่มาชุมนุมยังไม่ได้ชำระตัวให้บริสุทธิ์ คนเลวีก็ฆ่าสัตว์ปัสกาให้กับทุกคนที่ไม่สะอาด+ เพื่อทำให้พวกเขาบริสุทธิ์สำหรับพระยะโฮวา 18 เพราะประชาชนมากมายโดยเฉพาะที่มาจากเขตเอฟราอิม มนัสเสห์+ อิสสาคาร์ และเศบูลุนยังไม่ได้ชำระตัว แต่พวกเขาก็กินอาหารปัสกาซึ่งขัดต่อกฎหมายที่เขียนไว้ เฮเซคียาห์จึงอธิษฐานเพื่อคนเหล่านั้นว่า “ขอพระยะโฮวาผู้มีคุณความดี+ โปรดยกโทษให้ 19 ทุกคนที่ตั้งใจรับใช้*พระเจ้าเที่ยงแท้+ คือพระยะโฮวาพระเจ้าของปู่ย่าตายายของพวกเขา แม้ว่าพวกเขายังไม่ได้ชำระตัวให้บริสุทธิ์สำหรับการฉลอง”*+ 20 พระยะโฮวาจึงฟังเฮเซคียาห์และยกโทษให้ประชาชน
21 ชาวอิสราเอลที่อยู่ในกรุงเยรูซาเล็มฉลองเทศกาลขนมปังไม่ใส่เชื้อ+เป็นเวลา 7 วันอย่างมีความสุข+ คนเลวีและพวกปุโรหิตร้องเพลงสรรเสริญพระยะโฮวาทุกวันและเล่นดนตรีสรรเสริญพระยะโฮวาเสียงดังกึกก้อง+ 22 เฮเซคียาห์ยังพูดให้กำลังใจคนเลวีทุกคนที่รับใช้พระยะโฮวาอย่างดี พวกเขากินอาหารในเทศกาลตลอด 7 วัน+ ถวายเครื่องบูชาผูกมิตร+และขอบคุณพระยะโฮวาพระเจ้าของปู่ย่าตายายของตน
23 ทุกคนที่มาชุมนุมเห็นพ้องต้องกันว่าจะฉลองอีก 7 วัน พวกเขาก็ฉลองเทศกาลต่ออีก 7 วันอย่างมีความสุข+ 24 กษัตริย์เฮเซคียาห์แห่งยูดาห์ให้วัว 1,000 ตัวกับแกะ 7,000 ตัวแก่คนที่มาชุมนุม ส่วนพวกเจ้านายให้วัว 1,000 ตัวกับแกะ 10,000 ตัว+ และปุโรหิตจำนวนมากได้ชำระตัวให้บริสุทธิ์+ 25 ประชาชนชาวยูดาห์ทั้งหมด พวกปุโรหิต คนเลวี และทุกคนที่มาจากอิสราเอล+ รวมทั้งคนต่างชาติ+ที่มาจากอิสราเอลและที่อยู่ในยูดาห์มีความสุขมาก 26 ทั่วกรุงเยรูซาเล็มมีแต่ความรื่นเริงยินดี เพราะตั้งแต่สมัยโซโลมอนลูกกษัตริย์ดาวิดแห่งอิสราเอลไม่เคยมีการฉลองอย่างนี้ในกรุงเยรูซาเล็มเลย+ 27 แล้วพวกปุโรหิตตระกูลเลวีก็ยืนขึ้นและอวยพรประชาชน+ พระเจ้าได้ยินเสียงพวกเขา คำอธิษฐานของพวกเขาขึ้นไปถึงสวรรค์ซึ่งเป็นที่อยู่อันบริสุทธิ์ของพระองค์
31 เมื่อพวกเขาฉลองเสร็จแล้ว ชาวอิสราเอลทุกคนที่อยู่ที่นั่นก็ออกไปตามเมืองต่าง ๆ ของยูดาห์ พวกเขาทุบแท่งหินศักดิ์สิทธิ์+ โค่นเสาศักดิ์สิทธิ์+ และทำลายสถานบูชาบนที่สูง+และแท่นบูชาต่าง ๆ+ทั่วเขตยูดาห์และเบนยามิน รวมทั้งในเขตเอฟราอิมและมนัสเสห์+ พวกเขาช่วยกันทำลายจนหมดสิ้น หลังจากนั้นชาวอิสราเอลก็กลับไปยังบ้านเมืองของตน
2 เฮเซคียาห์มอบหมายให้ปุโรหิต+และคนเลวี+ทำหน้าที่ของแต่ละคนตามที่มีการแบ่งกลุ่มไว้+ เพื่อถวายเครื่องบูชาเผากับเครื่องบูชาผูกมิตร เพื่อทำงานรับใช้ และเพื่อขอบคุณและสรรเสริญพระเจ้าตามประตูต่าง ๆ ในลานวิหารของพระยะโฮวา+ 3 กษัตริย์เฮเซคียาห์ยกของส่วนหนึ่งของเขาให้เป็นเครื่องบูชาเผา+ และเครื่องบูชาที่ถวายตอนเช้าและตอนเย็น+ รวมทั้งเครื่องบูชาเผาสำหรับวันสะบาโต+ วันขึ้นเดือนใหม่+ และเทศกาลต่าง ๆ+ ตามที่สั่งไว้ในกฎหมายของพระยะโฮวา
4 นอกจากนั้น เฮเซคียาห์สั่งให้ประชาชนที่อยู่ในกรุงเยรูซาเล็มเอาส่วนที่ปุโรหิตและคนเลวีควรได้มาให้พวกเขา+ เพื่อพวกปุโรหิตและคนเลวีจะทำหน้าที่ตามกฎหมายของพระยะโฮวาได้อย่างเคร่งครัด* 5 ทันทีที่มีการประกาศคำสั่งนี้ออกไป ชาวอิสราเอลก็นำผลแรกของข้าว เหล้าองุ่นใหม่ น้ำมัน+ และน้ำผึ้ง รวมทั้งผลผลิตต่าง ๆ จากไร่นามาเป็นจำนวนมาก+ พวกเขาเอาส่วน 1 ใน 10 ของทุกสิ่งมาอย่างมากมาย+ 6 ชาวอิสราเอลและชาวยูดาห์ที่อาศัยอยู่ในเมืองต่าง ๆ ของยูดาห์ ก็เอาส่วน 1 ใน 10 จากฝูงวัวและฝูงแกะมาด้วย รวมทั้งส่วน 1 ใน 10 ของสิ่งที่บริสุทธิ์+ซึ่งอุทิศให้แก่พระยะโฮวาพระเจ้าของพวกเขาแล้ว พวกเขาเอาของเหล่านั้นมาวางไว้หลายกอง 7 พวกเขาเริ่มเอาของบริจาคมาวางกองไว้ในเดือน 3+ และมีคนเอาของมาเรื่อย ๆ จนถึงเดือน 7+ 8 เมื่อเฮเซคียาห์และพวกเจ้านายเห็นของมากมายที่ประชาชนเอามา พวกเขาก็สรรเสริญพระยะโฮวาและอวยพรชาวอิสราเอลประชาชนของพระองค์
9 เฮเซคียาห์ถามพวกปุโรหิตและคนเลวีว่าทำไมจึงมีของมากมายขนาดนั้น 10 ปุโรหิตใหญ่อาซาริยาห์จากวงศ์ตระกูลศาโดกตอบเฮเซคียาห์ว่า “ตั้งแต่ประชาชนเริ่มเอาของบริจาคมาที่วิหารของพระยะโฮวา+ ประชาชนก็ได้กินจนเต็มที่และยังมีของเหลืออีกมากมายเพราะพระยะโฮวาอวยพรประชาชนของพระองค์ และที่เห็นกองอยู่มากมายนี้คือส่วนที่เหลือ”+
11 เฮเซคียาห์จึงสั่งให้เตรียมห้องเก็บของ*+ในวิหารของพระยะโฮวา พวกเขาจึงไปเตรียม 12 พวกเขาเอาของบริจาค ของที่เป็นส่วน 1 ใน 10+ และของบริสุทธิ์เหล่านั้นมาเก็บไว้อย่างซื่อสัตย์ คนเลวีชื่อโคนานิยาห์ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้า ชิเมอีน้องชายของเขาเป็นรองหัวหน้า 13 เยฮีเอล อาซาซิยาห์ นาหาท อาสาเฮล เยรีโมท โยซาบาด เอลีเอล อิสมาคิยาห์ มาฮาท และเบไนยาห์เป็นเจ้าหน้าที่ซึ่งช่วยโคนานิยาห์กับชิเมอีน้องชายของเขาตามคำสั่งของกษัตริย์เฮเซคียาห์ ส่วนอาซาริยาห์เป็นผู้ดูแลวิหารของพระเจ้าเที่ยงแท้ 14 โคเรลูกอิมนาห์ คนเลวีที่เฝ้าประตูทิศตะวันออก+ ทำหน้าที่ดูแลของที่มีคนเอามาถวายพระเจ้าเที่ยงแท้ด้วยความสมัครใจ+ และเอาของบริจาคที่ถวายแก่พระยะโฮวา+รวมทั้งของถวายที่บริสุทธิ์เป็นพิเศษไปแจกจ่าย+ 15 คนที่ทำงานตามคำสั่งของเขาคือเอเดน มินยามิน เยชูอา เชไมอาห์ อามาริยาห์ และเชคานิยาห์ คนเหล่านี้อยู่ในเมืองต่าง ๆ ของปุโรหิต+และทำหน้าที่แจกจ่ายของให้กับพี่น้องของพวกเขาตามกลุ่มต่าง ๆ+ ไม่ว่าจะอายุน้อยหรือมากพวกเขาก็ได้รับเท่าเทียมกัน 16 นี่เป็นคนละส่วนกับที่แจกจ่ายให้กับคนที่มีชื่ออยู่ในบันทึกลำดับวงศ์ตระกูล ซึ่งเป็นคนที่ไปยังวิหารของพระยะโฮวาทุกวันเพื่อทำหน้าที่ตามกลุ่มของตน บันทึกนั้นมีรายชื่อของผู้ชายอายุตั้งแต่ 3 ขวบขึ้นไป
17 ในบันทึกลำดับวงศ์ตระกูล มีรายชื่อของปุโรหิต+และคนเลวีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป+ แบ่งตามวงศ์ตระกูลและหน้าที่ของแต่ละกลุ่ม+ 18 ในบันทึกลำดับวงศ์ตระกูลนั้นมีชื่อของคนเลวีทุกคน รวมทั้งภรรยาและลูกชายลูกสาวของพวกเขา แม้แต่เด็กเล็ก ๆ ด้วย เพราะพวกเขารักษาตัวให้บริสุทธิ์เสมอเพื่อทำงานรับใช้ที่ศักดิ์สิทธิ์ 19 และยังมีชื่อของลูกหลานอาโรน คือพวกปุโรหิตที่อาศัยอยู่ในทุ่งหญ้ารอบ ๆ เมืองของปุโรหิต+ และมีการเลือกผู้ชายกลุ่มหนึ่งในทุกเมืองให้แจกจ่ายอาหารแก่ผู้ชายที่เป็นปุโรหิตทุกคนรวมทั้งทุกคนที่มีชื่อในบันทึกลำดับวงศ์ตระกูลชาวเลวี
20 เฮเซคียาห์ทำแบบนี้ทั่วยูดาห์ เขาทำสิ่งที่ดี ถูกต้องและซื่อสัตย์ต่อพระยะโฮวาพระเจ้าของเขา 21 งานทุกอย่างที่เฮเซคียาห์ทำเพื่อนมัสการพระเจ้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานรับใช้ในวิหารของพระเจ้าเที่ยงแท้+ หรือเรื่องกฎหมายและคำสั่งของพระองค์ เขาทำสุดหัวใจและเขาประสบความสำเร็จ
32 หลังจากเฮเซคียาห์ทำสิ่งเหล่านั้นอย่างซื่อสัตย์แล้ว+ กษัตริย์เซนนาเคอริบแห่งอัสซีเรียก็บุกโจมตียูดาห์ เขาล้อมเมืองต่าง ๆ ที่มีป้อมปราการและพยายามพังกำแพงและยึดเมืองเหล่านั้นให้ได้+
2 เมื่อเฮเซคียาห์เห็นว่าเซนนาเคอริบมาแล้วและตั้งใจจะโจมตีกรุงเยรูซาเล็ม 3 เขาปรึกษาพวกเจ้านายกับพวกนักรบ แล้วตัดสินใจอุดตาน้ำนอกกรุงเยรูซาเล็ม+ และคนเหล่านั้นก็ช่วยเฮเซคียาห์ 4 มีคนมากมายมาช่วยกันอุดตาน้ำทุกที่และทำให้ลำธารที่ไหลผ่านแผ่นดินแห้งไป พวกเขาบอกว่า “พวกเราไม่อยากให้กษัตริย์อัสซีเรียมาเจอแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์”
5 นอกจากนั้น เฮเซคียาห์ตัดสินใจสร้างกำแพงที่พังแล้วขึ้นใหม่ทั้งหมดและสร้างป้อมไว้บนกำแพงด้วย เขาสร้างกำแพงชั้นนอกอีกชั้นหนึ่ง ซ่อมแซมเนินดิน*+ที่เมืองของดาวิด และทำอาวุธกับโล่ไว้มากมาย 6 เฮเซคียาห์มอบหมายพวกแม่ทัพให้ดูแลประชาชนและให้พวกเขามาชุมนุมกันที่ลานสาธารณะตรงประตูเมือง แล้วเฮเซคียาห์ก็พูดให้กำลังใจว่า 7 “ขอให้พวกคุณกล้าหาญและเข้มแข็ง อย่ากลัวหรือหวั่นเกรงกษัตริย์อัสซีเรีย+และกองทัพใหญ่ของเขาเลย เพราะผู้ที่อยู่ฝ่ายเรามีมากกว่าที่อยู่ฝ่ายเขา+ 8 เขามีแค่กำลังของมนุษย์ แต่เรามีพระยะโฮวาพระเจ้าของเรา และพระองค์จะช่วยรบแทนเรา”+ ประชาชนจึงมีกำลังใจเพราะคำพูดของกษัตริย์เฮเซคียาห์แห่งยูดาห์+
9 หลังจากนั้น กษัตริย์เซนนาเคอริบแห่งอัสซีเรียซึ่งอยู่ที่เมืองลาคีช+กับกองกำลังทั้งหมดของเขาก็ส่งคนมาที่กรุงเยรูซาเล็ม คนเหล่านั้นมาพูดกับกษัตริย์เฮเซคียาห์แห่งยูดาห์และชาวยูดาห์ในกรุงเยรูซาเล็มว่า+
10 “กษัตริย์เซนนาเคอริบแห่งอัสซีเรียบอกว่า ‘พวกคุณพึ่งใครหรือถึงยังอยู่ในกรุงเยรูซาเล็มทั้ง ๆ ที่ถูกล้อมอย่างนี้?+ 11 อย่าให้เฮเซคียาห์หลอกพวกคุณให้อดข้าวอดน้ำตาย เขาบอกว่า “พระยะโฮวาพระเจ้าของพวกเราจะช่วยพวกเราให้พ้นจากกษัตริย์อัสซีเรีย”+ 12 สถานบูชาบนที่สูง+และแท่นบูชาต่าง ๆ+ของพระเจ้าของพวกคุณไม่ใช่หรือที่เฮเซคียาห์สั่งให้ทำลาย? แล้วเขาก็บอกพวกยูดาห์และเยรูซาเล็มว่า “พวกคุณต้องก้มลงนมัสการและเผาเครื่องบูชาที่แท่นบูชาแห่งเดียวเท่านั้น”+ 13 พวกคุณไม่รู้หรือว่าเรากับบรรพบุรุษของเราทำอะไรกับชาติอื่น ๆ มาแล้วบ้าง?+ พระของชาติเหล่านั้นช่วยประเทศของตัวเองให้พ้นมือเราได้ไหม?+ 14 ในชาติต่าง ๆ ที่บรรพบุรุษของเราทำลายไป มีพระของชาติไหนบ้างที่ช่วยคนของตัวเองได้? แล้วพระเจ้าของพวกคุณจะช่วยพวกคุณให้พ้นมือเราได้หรือ?+ 15 อย่าให้เฮเซคียาห์หลอกพวกคุณหรือจูงจมูกพวกคุณเลย+ อย่าเชื่อเขา เพราะไม่มีพระของชาติไหนหรืออาณาจักรไหนเคยช่วยคนของตัวเองให้พ้นมือเราและบรรพบุรุษของเราได้ แล้วพระเจ้าของพวกคุณจะช่วยพวกคุณให้พ้นจากเงื้อมมือเราได้ยังไง!’”+
16 คนของเซนนาเคอริบเยาะเย้ยพระยะโฮวาพระเจ้าเที่ยงแท้และเฮเซคียาห์ผู้รับใช้ของพระองค์ยิ่งกว่านั้นอีก 17 เซนนาเคอริบยังส่งจดหมาย+มาดูถูกพระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอล+และเยาะเย้ยพระองค์ว่า “พระของประเทศต่าง ๆ ยังไม่มีปัญญาช่วยคนของตัวเองได้เลย+ แล้วพระเจ้าของเฮเซคียาห์จะช่วยคนของตัวเองให้พ้นจากเราได้ยังไง?” 18 พวกเขาตะโกนเป็นภาษาของชาวยิวให้ชาวเยรูซาเล็มที่อยู่บนกำแพงเมืองได้ยิน เพื่อทำให้พวกเขาหวาดกลัวและจะได้ยึดกรุงนี้+ 19 พวกเขาเยาะเย้ยพระเจ้าของเยรูซาเล็มเหมือนที่เยาะเย้ยพระของชาติอื่น ๆ ในโลกที่มนุษย์ทำขึ้น 20 แต่กษัตริย์เฮเซคียาห์และผู้พยากรณ์อิสยาห์+ลูกชายอามอสอธิษฐานไม่หยุดเกี่ยวกับเรื่องนี้และร้องขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าที่อยู่ในสวรรค์+
21 พระยะโฮวาจึงส่งทูตสวรรค์องค์หนึ่งมาฆ่านักรบที่เก่งกล้า+ หัวหน้า และแม่ทัพในค่ายของกษัตริย์อัสซีเรียจนหมด กษัตริย์อัสซีเรียจึงกลับไปประเทศของตนด้วยความอับอาย ต่อมาเมื่อเขาเข้าไปในวิหารพระของเขา ลูกชายของเขาก็ฆ่าเขาด้วยดาบ+ 22 พระยะโฮวาช่วยเฮเซคียาห์และชาวกรุงเยรูซาเล็มไว้จากกษัตริย์เซนนาเคอริบแห่งอัสซีเรียและจากคนอื่น ๆ ด้วย และให้พวกเขามีความสงบสุขรอบด้าน 23 ผู้คนมากมายเอาของมาถวายพระยะโฮวาที่กรุงเยรูซาเล็มและเอาของดี ๆ มาให้กษัตริย์เฮเซคียาห์แห่งยูดาห์+ เขาได้รับความเคารพนับถือจากชาติต่าง ๆ อย่างมากหลังจากเหตุการณ์นี้
24 เวลานั้น เฮเซคียาห์ป่วยหนักใกล้จะตาย เขาอธิษฐานถึงพระยะโฮวา+ และพระองค์ตอบเขาโดยทำการอัศจรรย์อย่างหนึ่ง+ 25 แต่เฮเซคียาห์ไม่ได้สำนึกบุญคุณที่พระเจ้าดีกับเขา เขากลายเป็นคนหยิ่ง ทำให้พระเจ้าโกรธเขาและโกรธชาวยูดาห์และชาวเยรูซาเล็มด้วย 26 แต่ต่อมาเฮเซคียาห์กับชาวเยรูซาเล็มถ่อมตัวลงและเลิกเย่อหยิ่ง+ พระยะโฮวาจึงไม่ลงโทษพวกเขาในสมัยของเฮเซคียาห์+
27 เฮเซคียาห์มีเกียรติยศชื่อเสียงและเงินทองมากมาย+ เขาทำที่เก็บสมบัติ+ของตัวเองเพื่อจะเก็บเงิน ทอง หินมีค่า น้ำมันหอม โล่ และของที่มีค่าทุกอย่าง 28 เขาทำที่เก็บข้าว เหล้าองุ่นใหม่ และน้ำมัน รวมทั้งทำคอกแกะและคอกสำหรับสัตว์หลายชนิดด้วย 29 เขาสร้างเมืองหลายเมือง เขามีฝูงแกะและฝูงสัตว์มากมาย พระเจ้าให้เขามีทรัพย์สินเงินทองมหาศาล 30 เฮเซคียาห์อุดตาน้ำด้านบน+ของน้ำพุกีโฮน+และทำทางให้น้ำไหลไปทางตะวันตกเข้าไปในเมืองของดาวิด+ เฮเซคียาห์ทำอะไรก็ประสบความสำเร็จ 31 แต่เมื่อตัวแทนของพวกเจ้านายจากบาบิโลนมาพบเฮเซคียาห์เพื่อถามเรื่องการอัศจรรย์+ที่เกิดขึ้นในแผ่นดินยูดาห์+ พระเจ้าเที่ยงแท้ก็ปล่อยให้เฮเซคียาห์ถูกทดสอบ+เพื่อจะรู้ว่าใจเขาคิดอะไร+
32 เรื่องราวที่เหลือของเฮเซคียาห์ และสิ่งที่เขาทำด้วยความรักที่มั่นคง+ก็เขียนไว้ในหนังสือเกี่ยวกับนิมิตของผู้พยากรณ์อิสยาห์+ลูกอามอส ในหนังสือเกี่ยวกับกษัตริย์ยูดาห์และอิสราเอลแล้ว+ 33 เฮเซคียาห์ก็ตายไปตามปู่ย่าตายาย และถูกฝังไว้ที่ทางขึ้นสุสานของลูกหลานดาวิด+ ชาวยูดาห์และชาวเยรูซาเล็มทุกคนยกย่องเฮเซคียาห์ตอนที่เขาตาย แล้วมนัสเสห์ลูกชายของเขาก็ขึ้นเป็นกษัตริย์แทน
33 มนัสเสห์+อายุ 12 ปีเมื่อขึ้นเป็นกษัตริย์ เขาปกครองที่กรุงเยรูซาเล็ม 55 ปี+
2 เขาทำสิ่งที่พระยะโฮวาเห็นว่าชั่ว และทำสิ่งที่น่าเกลียดตามอย่างชาติต่าง ๆ ที่พระยะโฮวาไล่ออกไปให้พ้นจากชาวอิสราเอล+ 3 สถานบูชาบนที่สูงที่เฮเซคียาห์พ่อของเขาทำลายไปแล้ว เขาก็สร้างขึ้นใหม่+ เขาทำแท่นบูชาพระบาอัลทั้งหลายและเสาศักดิ์สิทธิ์ และเขายังกราบไหว้นมัสการดวงดาวบนฟ้าด้วย+ 4 นอกจากนั้น เขาได้สร้างแท่นบูชาหลายแท่นในวิหารของพระยะโฮวา+ที่กรุงเยรูซาเล็ม ซึ่งเป็นที่ที่พระยะโฮวาเคยบอกไว้ว่า “ชื่อของเราจะอยู่ที่เยรูซาเล็มตลอดไป”+ 5 เขาสร้างแท่นเพื่อบูชาดวงดาวบนฟ้าไว้ในลานสองแห่งที่วิหารของพระยะโฮวา+ 6 เขาเผาบูชายัญลูกชายตัวเอง+ที่หุบเขาของลูกชายฮินโนม+ เขาใช้เวทมนตร์ พึ่งการทำนายโชคชะตา+ ใช้วิชาอาคม แต่งตั้งคนทรงและหมอดู+ เขาทำสิ่งที่พระยะโฮวาเห็นว่าชั่วช้าเลวทรามมากและทำให้พระองค์โกรธ
7 เขาเอารูปเคารพแกะสลักไปไว้ในวิหารของพระเจ้าเที่ยงแท้+ ซึ่งเป็นที่ที่พระเจ้าเคยบอกดาวิดและโซโลมอนลูกชายดาวิดว่า “เราจะให้ชื่อของเราอยู่ในวิหารนี้และในเยรูซาเล็มที่เราได้เลือกออกมาจากทุกตระกูลของอิสราเอลตลอดไป+ 8 ถ้าพวกอิสราเอลเชื่อฟังคำสั่งของเราอย่างเคร่งครัด และทำตามกฎหมาย ข้อกำหนด และคำพิพากษาทั้งหมดที่เราให้ผ่านทางโมเสส เราจะไม่ให้พวกเขาต้องออกไปจากแผ่นดินที่เราให้กับปู่ย่าตายายของพวกเขาอีกเลย” 9 มนัสเสห์ยังทำให้ชาวยูดาห์และชาวเยรูซาเล็มหลงไปและเป็นต้นเหตุให้พวกเขาทำชั่วยิ่งกว่าชาติต่าง ๆ ที่พระยะโฮวาเคยกำจัดให้พ้นจากชาวอิสราเอล+
10 พระยะโฮวาเตือนมนัสเสห์กับประชาชนหลายครั้งหลายหน แต่พวกเขาไม่สนใจ+ 11 พระยะโฮวาจึงส่งแม่ทัพของกษัตริย์อัสซีเรียมาโจมตี พวกเขาจับมนัสเสห์และเอาตะขอ*เกี่ยวเขา แล้วใส่ตรวนทองแดง 2 อันพาไปที่บาบิโลน 12 ตอนที่มนัสเสห์ทุกข์ลำบากนั้น เขาอ้อนวอนขอความเมตตาจากพระยะโฮวาพระเจ้าของเขา และถ่อมตัวลงอย่างมากต่อพระเจ้าของปู่ย่าตายาย 13 มนัสเสห์อธิษฐานถึงพระเจ้าหลายครั้งหลายหน พระเจ้าก็สงสารเพราะเขาร้องขอความเมตตา พระองค์จึงฟังคำอ้อนวอนของเขาและช่วยเขาให้กลับมาเป็นกษัตริย์ที่กรุงเยรูซาเล็มเหมือนเดิม+ มนัสเสห์จึงรู้ว่าพระยะโฮวาเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้+
14 ต่อมา มนัสเสห์สร้างกำแพงชั้นนอกให้กับเมืองของดาวิด+ทางตะวันตกของน้ำพุกีโฮน+ซึ่งอยู่ในหุบเขาไปจนถึงประตูปลา+ และเขาสร้างกำแพงต่อไปถึงโอเฟล+และสร้างให้สูงมาก เขายังมอบหมายพวกแม่ทัพให้ไปอยู่ตามเมืองที่มีป้อมปราการของยูดาห์ 15 มนัสเสห์กำจัดรูปพระต่างชาติและรูปเคารพออกจากวิหารของพระยะโฮวา+ รวมทั้งแท่นบูชาทั้งหมดที่เขาเคยสร้างไว้บนภูเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของวิหารของพระยะโฮวา+และในกรุงเยรูซาเล็ม เขาสั่งให้เอาสิ่งเหล่านั้นไปทิ้งนอกเมือง 16 นอกจากนั้น มนัสเสห์ยังซ่อมแซมแท่นบูชาของพระยะโฮวา+และเริ่มถวายเครื่องบูชาผูกมิตร+กับเครื่องบูชาขอบคุณ+บนแท่นนั้น แล้วเขาก็บอกให้ชาวยูดาห์นมัสการพระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอล 17 แต่ประชาชนก็ยังถวายเครื่องบูชาตามสถานบูชาบนที่สูงต่อไป แม้จะถวายให้พระยะโฮวาพระเจ้าของพวกเขาด้วยก็ตาม
18 เรื่องราวที่เหลือของมนัสเสห์ ทั้งคำอธิษฐานของเขาและคำพูดที่ผู้เห็นนิมิตพูดกับเขาในนามของพระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอล ก็เขียนไว้ในหนังสือบันทึกเหตุการณ์เกี่ยวกับกษัตริย์อิสราเอลแล้ว 19 นอกจากนั้น คำอธิษฐานของเขา+และการที่พระเจ้าตอบคำอ้อนวอนของเขา รวมถึงความไม่ซื่อสัตย์+ บาปทั้งหมดที่เขาทำ และสถานที่ต่าง ๆ ที่เขาไปสร้างสถานบูชาและตั้งเสาศักดิ์สิทธิ์+กับรูปเคารพแกะสลักก่อนที่เขาจะถ่อมตัวลง เรื่องเหล่านี้ได้เขียนไว้ในหนังสือของผู้เห็นนิมิตแล้ว 20 มนัสเสห์ก็ตายไปตามปู่ย่าตายายและถูกฝังไว้ที่วังของเขา แล้วอาโมนลูกชายของเขาก็ขึ้นเป็นกษัตริย์แทน+
21 อาโมน+อายุ 22 ปีเมื่อขึ้นเป็นกษัตริย์ เขาปกครองที่กรุงเยรูซาเล็ม 2 ปี+ 22 อาโมนทำสิ่งที่พระยะโฮวาเห็นว่าชั่วเหมือนมนัสเสห์พ่อของเขา+ อาโมนถวายเครื่องบูชาแก่พวกรูปเคารพแกะสลักที่มนัสเสห์พ่อของเขาทำขึ้น+และกราบไหว้รูปเหล่านั้นเป็นประจำ 23 อาโมนไม่ได้ถ่อมตัวลงต่อพระยะโฮวา+เหมือนมนัสเสห์พ่อของเขา+ แต่เขากลับทำผิดมากขึ้นอีก 24 ในที่สุด คนรับใช้ของเขาก็วางแผนกำจัดเขา+และฆ่าเขาในวังของเขาเอง 25 แต่ประชาชนได้ฆ่าคนที่วางแผนกำจัดกษัตริย์อาโมนทุกคน+ และตั้งโยสิยาห์ลูกชายของเขา+เป็นกษัตริย์แทน
34 โยสิยาห์+อายุ 8 ปีเมื่อขึ้นเป็นกษัตริย์ เขาปกครองที่กรุงเยรูซาเล็ม 31 ปี+ 2 เขาทำสิ่งที่พระยะโฮวาเห็นว่าถูกต้องและทำตามดาวิดบรรพบุรุษของเขาทุกอย่าง ไม่ออกนอกลู่นอกทางเลย
3 ในปีที่ 8 ที่โยสิยาห์ปกครอง ตอนที่เขาอายุยังน้อยเขาเริ่มรับใช้พระเจ้าของดาวิดบรรพบุรุษของเขา+ และในปีที่ 12 เขาเริ่มกวาดล้างสถานบูชาบนที่สูง+กับเสาศักดิ์สิทธิ์ออกไปจากยูดาห์และเยรูซาเล็ม+ รวมทั้งกำจัดรูปเคารพแกะสลัก+และรูปหล่อโลหะ 4 เขาสั่งให้ทำลายแท่นบูชาพระบาอัลทั้งหลายต่อหน้าเขา และทำลายแท่นเผาเครื่องหอมที่อยู่บนแท่นบูชาเหล่านั้น เขาทำลายเสาศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งรูปเคารพแกะสลักและรูปหล่อโลหะ เขาบดสิ่งเหล่านี้เป็นผง และเอาไปโรยบนหลุมศพของคนที่เคยถวายเครื่องบูชาให้รูปเคารพเหล่านั้น+ 5 โยสิยาห์เอากระดูกของพวกปุโรหิตของพระเหล่านั้นไปเผาบนแท่นบูชาของพวกเขาเอง+ เขาชำระยูดาห์และเยรูซาเล็มให้สะอาด
6 ในเมืองต่าง ๆ ของเขตมนัสเสห์ เอฟราอิม+ สิเมโอน จนถึงนัฟทาลีรวมทั้งซากปรักหักพังที่อยู่รอบเมืองเหล่านั้น 7 โยสิยาห์ไปทำลายแท่นบูชาต่าง ๆ เสาศักดิ์สิทธิ์ และรูปเคารพแกะสลัก+ เขาบดสิ่งเหล่านั้นเป็นผง และทำลายแท่นเผาเครื่องหอมทั่วเขตแดนอิสราเอล+ หลังจากนั้นเขาก็กลับกรุงเยรูซาเล็ม
8 ในปีที่ 18 ที่โยสิยาห์ปกครอง เมื่อเขาชำระแผ่นดินและวิหารให้สะอาดแล้ว เขาส่งชาฟาน+ลูกอาซาลิยาห์ มาอาเสอาห์ซึ่งเป็นเจ้าเมือง และโยอาห์ลูกโยอาฮาสผู้บันทึกเหตุการณ์ไปซ่อมแซมวิหารของพระยะโฮวาพระเจ้าของเขา+ 9 พวกเขาไปพบมหาปุโรหิตฮิลคียาห์เพื่อเอาเงินถวายสำหรับวิหารของพระเจ้าไปให้ฮิลคียาห์ เงินเหล่านี้คนเลวีที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูได้รวบรวมมาจากเขตมนัสเสห์ เอฟราอิม และเขตอื่น ๆ ในอิสราเอล+ รวมทั้งจากเขตยูดาห์ เบนยามิน และจากชาวเยรูซาเล็ม 10 แล้วพวกเขาก็เอาเงินนั้นไปมอบให้คนดูแลงานที่วิหารของพระยะโฮวา คนงานที่วิหารของพระยะโฮวาก็ใช้เงินนั้นเพื่อซ่อมแซมวิหาร 11 พวกเขาเอาเงินให้ช่างฝีมือและช่างก่อสร้างไปซื้อหินสกัดกับคานไม้เพื่อค้ำยันและซ่อมแซมอาคารต่าง ๆ ที่พวกกษัตริย์ยูดาห์ปล่อยให้ชำรุดทรุดโทรม+
12 คนเหล่านั้นทำงานอย่างซื่อสัตย์+ มีการแต่งตั้งคนเลวีบางคนให้เป็นผู้ดูแลพวกเขา คือยาหาทกับโอบาดีห์ลูกหลานของเมรารี+ และเศคาริยาห์กับเมชุลลามลูกหลานของโคฮาท+ ส่วนคนเลวีทุกคนที่เป็นนักดนตรีที่เก่ง+ 13 มีหน้าที่ดูแลคนงานทั่วไป*และดูแลคนงานอื่น ๆ ทั้งหมด คนเลวีบางคนเป็นเลขานุการ เจ้าหน้าที่ และคนเฝ้าประตู+
14 ตอนที่พวกเขาเอาเงินถวายออกจากวิหารของพระยะโฮวา+ ปุโรหิตฮิลคียาห์เจอหนังสือกฎหมายของพระยะโฮวา+ที่พระองค์ให้ผ่านทางโมเสส+ 15 ฮิลคียาห์บอกชาฟานซึ่งเป็นเลขานุการว่า “ผมพบหนังสือกฎหมายในวิหารของพระยะโฮวา” ฮิลคียาห์จึงเอาหนังสือกฎหมายนั้นให้กับชาฟาน 16 แล้วชาฟานก็เอาหนังสือนั้นไปให้กษัตริย์และบอกว่า “พวกผู้รับใช้ของท่านทำทุกสิ่งตามที่ท่านสั่งแล้ว 17 พวกเขาเทเงินจากหีบในวิหารของพระยะโฮวาและส่งให้คนดูแลงานและคนซ่อมแซมวิหารแล้ว” 18 ชาฟานเลขานุการบอกกษัตริย์ด้วยว่า “ปุโรหิตฮิลคียาห์เอาหนังสือนี้มาให้ผม”+ แล้วชาฟานก็อ่านหนังสือนั้นให้กษัตริย์ฟัง+
19 เมื่อกษัตริย์ได้ฟังเขาอ่านหนังสือกฎหมายนั้นแล้ว กษัตริย์ก็ฉีกเสื้อของตน+ 20 กษัตริย์จึงสั่งฮิลคียาห์ อาหิคัม+ลูกชาฟาน อับโดนลูกมีคาห์ ชาฟานเลขานุการ และอาสายาห์คนรับใช้ของกษัตริย์ว่า 21 “ขอให้พวกคุณไปถามพระยะโฮวาแทนเราและแทนประชาชนที่เหลือในอิสราเอลกับยูดาห์เกี่ยวกับข้อความในหนังสือที่ได้พบนี้ ตอนนี้พระยะโฮวาโกรธพวกเรามาก เพราะปู่ย่าตายายของพวกเราไม่เชื่อฟังคำสั่งของพระยะโฮวาและไม่ทำตามกฎหมายทั้งหมดที่เขียนไว้ในหนังสือนี้”+
22 ฮิลคียาห์กับคนอื่น ๆ ที่กษัตริย์ส่งมาจึงไปหาผู้พยากรณ์หญิงฮุลดาห์+ เธอเป็นภรรยาของชัลลูมลูกทิกวาห์หลานฮาร์ฮัส ชัลลูมเป็นคนดูแลห้องเก็บเสื้อผ้า ฮุลดาห์อยู่ในเขตเมืองใหม่ของกรุงเยรูซาเล็ม และพวกเขาไปหาเธอที่นั่น+ 23 เธอบอกพวกเขาว่า “พระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอลบอกว่า ‘กลับไปบอกคนที่ส่งพวกเจ้ามาว่า 24 “พระยะโฮวาบอกว่า ‘เราจะทำให้แผ่นดินนี้และประชาชนเจอหายนะ+ตามคำสาปแช่งที่เขียนไว้ในหนังสือ+ที่พวกเขาอ่านให้กษัตริย์ยูดาห์ฟัง 25 เพราะเราโกรธที่พวกเขาทิ้งเราไป+และเผาเครื่องบูชาถวายพระอื่น และเราโมโห+เพราะสิ่งที่พวกเขาทำขึ้นด้วยมือของพวกเขาเอง ดังนั้น เราจะลงโทษแผ่นดินนี้ และจะไม่มีอะไรทำให้เราหายโกรธได้’”+ 26 และไปบอกกษัตริย์ยูดาห์ที่ส่งพวกเจ้ามาถามพระยะโฮวาว่า “พระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอลพูดเกี่ยวกับข้อความที่เจ้าได้ยินนั้นว่า+ 27 ‘เพราะเจ้ามีใจอ่อนน้อม ถ่อมตัวลง ฉีกเสื้อ และร้องไห้เมื่อได้ยินคำพิพากษาของเราเกี่ยวกับแผ่นดินนี้และประชาชน และเจ้าได้ถ่อมตัวลงต่อหน้าเรา ดังนั้น เรายะโฮวาบอกว่าเราได้ยินเจ้าแล้ว+ 28 เราจะให้เจ้าได้อยู่กับบรรพบุรุษของเจ้า*และถูกฝังอย่างสงบ เจ้าจะไม่ต้องเห็นหายนะที่เราจะทำให้เกิดกับแผ่นดินนี้และประชาชน’”’”+
พวกเขาจึงไปบอกกษัตริย์ตามนั้น 29 กษัตริย์โยสิยาห์จึงสั่งให้เรียกผู้นำทุกคนในยูดาห์และเยรูซาเล็มมา+ 30 แล้วกษัตริย์ก็ไปที่วิหารของพระยะโฮวาพร้อมกับชาวยูดาห์ ชาวเยรูซาเล็ม พวกปุโรหิต คนเลวี และประชาชนทุกคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เขาอ่านข้อความทั้งหมดในหนังสือสัญญาที่พบในวิหารของพระยะโฮวาให้ทุกคนฟัง+ 31 กษัตริย์ยืนในที่ของเขาและสัญญา*+กับพระยะโฮวาว่าเขาจะเชื่อฟังพระยะโฮวาและทำตามคำสั่ง ข้อเตือนใจ และข้อกำหนดของพระองค์สุดชีวิตจิตใจ+ โดยทำตามกฎหมายที่เขียนไว้ในหนังสือสัญญานั้น+ 32 กษัตริย์ให้ทุกคนในกรุงเยรูซาเล็มและในเขตเบนยามินสัญญาด้วย และชาวเยรูซาเล็มก็ทำตามที่สัญญาไว้กับพระเจ้าของปู่ย่าตายายของพวกเขา+ 33 โยสิยาห์กำจัดสิ่งที่น่าเกลียด*ออกไปจากดินแดนทั้งหมดที่เป็นของชาวอิสราเอล+ เขาทำให้ทุกคนในอิสราเอลรับใช้พระยะโฮวาพระเจ้าของตน ตลอดชีวิตของโยสิยาห์ ชาวอิสราเอลเชื่อฟังพระยะโฮวาพระเจ้าของปู่ย่าตายาย ไม่ออกนอกลู่นอกทางเลย
35 โยสิยาห์จัดการฉลองปัสกา+ถวายพระยะโฮวาในกรุงเยรูซาเล็ม พวกเขาฆ่าสัตว์สำหรับปัสกา+ในวันที่ 14 ของเดือน 1+ 2 โยสิยาห์แต่งตั้งปุโรหิตให้ทำหน้าที่และกระตุ้นพวกเขาให้ทำงานรับใช้ที่วิหารของพระยะโฮวา+ 3 แล้วโยสิยาห์ก็บอกคนเลวีซึ่งเป็นผู้สอนชาวอิสราเอลทั้งหมด+และเป็นคนบริสุทธิ์สำหรับพระยะโฮวาว่า “เอาหีบบริสุทธิ์ไปไว้ในวิหารที่โซโลมอนลูกดาวิดกษัตริย์อิสราเอลสร้างไว้+ พวกคุณไม่ต้องหามหีบนั้นอีกต่อไป+ ตอนนี้ขอให้พวกคุณรับใช้พระยะโฮวาพระเจ้าของพวกคุณและอิสราเอลประชาชนของพระองค์ 4 ให้พวกคุณเตรียมตัวเพื่อจะทำงานตามหน้าที่ของแต่ละวงศ์ตระกูลและแต่ละกลุ่มอย่างที่กษัตริย์ดาวิด+แห่งอิสราเอลและโซโลมอนเขียนสั่งไว้+ 5 ให้พวกคุณเข้าไปในสถานบริสุทธิ์ แล้วยืนตามกลุ่มของตัวเอง เพื่อพวกคุณจะได้รับใช้ประชาชนซึ่งเป็นพี่น้องของพวกคุณและทำงานที่คนเลวีในวงศ์ตระกูลของพวกคุณได้รับมอบหมายให้ทำ 6 ให้พวกคุณฆ่าสัตว์ปัสกา+และชำระตัวให้บริสุทธิ์ แล้วเตรียมปัสกาสำหรับพี่น้องของพวกคุณตามที่พระยะโฮวาสั่งไว้ผ่านทางโมเสส”
7 โยสิยาห์ให้ลูกแกะตัวผู้กับลูกแพะตัวผู้รวมทั้งหมด 30,000 ตัวกับวัวอีก 3,000 ตัวเป็นสัตว์ปัสกาสำหรับประชาชนทุกคนที่อยู่ที่นั่น สัตว์เหล่านี้มาจากฝูงสัตว์ของกษัตริย์+ 8 พวกเจ้านายถวายเครื่องบูชาด้วยความสมัครใจสำหรับประชาชน ปุโรหิต และคนเลวี ส่วนฮิลคียาห์+ เศคาริยาห์ และเยฮีเอลซึ่งเป็นพวกผู้ดูแลในวิหารของพระเจ้าเที่ยงแท้ก็ให้สัตว์ปัสกา 2,600 ตัวกับวัว 300 ตัวแก่พวกปุโรหิต 9 โคนานิยาห์กับพี่น้องของเขาคือเชไมอาห์และเนธันเอล รวมทั้งฮาชาบิยาห์ เยอีเอล และโยซาบาดซึ่งเป็นพวกหัวหน้าของคนเลวีได้ให้สัตว์ปัสกา 5,000 ตัวกับวัว 500 ตัวแก่คนเลวี
10 เมื่อเตรียมงานทุกอย่างเรียบร้อย พวกปุโรหิตก็ยืนประจำที่และคนเลวียืนตามกลุ่มของพวกเขา+ตามที่กษัตริย์สั่งไว้ 11 คนเลวีฆ่าสัตว์สำหรับปัสกา+ แล้วพวกปุโรหิตก็เอาเลือดสัตว์จากพวกเขาไปพรมบนแท่นบูชา+ขณะที่คนเลวีถลกหนังสัตว์+ 12 หลังจากนั้น พวกเขาเตรียมเครื่องบูชาเผาเพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนซึ่งอยู่เป็นกลุ่ม ๆ ตามวงศ์ตระกูล เพื่อจะถวายพระยะโฮวาตามที่เขียนไว้ในหนังสือของโมเสส แล้วพวกเขาก็เตรียมวัวเป็นเครื่องบูชาด้วย 13 พวกเขาเอาสัตว์สำหรับปัสกาไปย่างบนไฟตามธรรมเนียม+ และเอาเครื่องบูชาบริสุทธิ์มาต้มในหม้อ หม้อใหญ่ และกระทะ จากนั้นก็รีบเอามาให้ประชาชน 14 ต่อมา พวกเขาเตรียมสัตว์ปัสกาสำหรับตัวเองและพวกปุโรหิต เพราะพวกปุโรหิตที่เป็นลูกหลานอาโรนต้องถวายเครื่องบูชาเผาและส่วนที่เป็นมันจนมืด คนเลวีจึงเตรียมสัตว์ปัสกาให้ตัวเองและพวกปุโรหิตที่เป็นลูกหลานอาโรน
15 พวกนักร้องลูกหลานอาสาฟ+เข้าประจำที่ตามคำสั่งของดาวิด+ ของอาสาฟ+ เฮมาน และเยดูธูน+ผู้เห็นนิมิต ส่วนคนเฝ้าประตูก็ยืนตามประตูต่าง ๆ+ พวกเขาไม่ต้องทิ้งงานที่ทำเพราะคนเลวีพี่น้องของพวกเขาได้เตรียมสัตว์ปัสกาไว้ให้แล้ว 16 ในวันนั้น พวกเขาเตรียมทุกอย่างตามที่พระยะโฮวาสั่งสำหรับการฉลองปัสกาจนเสร็จ+ และมีการถวายเครื่องบูชาเผาบนแท่นบูชาของพระยะโฮวาตามคำสั่งกษัตริย์โยสิยาห์+
17 ในตอนนั้น ชาวอิสราเอลที่อยู่ที่นั่นได้ร่วมการฉลองปัสกาและเทศกาลขนมปังไม่ใส่เชื้อเป็นเวลา 7 วัน+ 18 ตั้งแต่สมัยผู้พยากรณ์ซามูเอลยังไม่เคยมีการฉลองปัสกาแบบนี้ในอิสราเอล ไม่มีกษัตริย์อิสราเอลองค์ไหนจัดการฉลองปัสกาอย่างที่โยสิยาห์ทำ+พร้อมกับพวกปุโรหิต คนเลวี ชาวยูดาห์และชาวอิสราเอลทุกคนที่อยู่ที่นั่น รวมทั้งชาวเยรูซาเล็มด้วย 19 การฉลองปัสกาครั้งนี้จัดขึ้นในปีที่ 18 ที่โยสิยาห์ปกครอง
20 หลังจากนั้น เมื่อโยสิยาห์ซ่อมแซมวิหารแล้ว กษัตริย์เนโคแห่งอียิปต์+ยกทัพมาที่คาร์เคมิชบนฝั่งแม่น้ำยูเฟรติส โยสิยาห์ก็ออกไปสู้กับเขา+ 21 กษัตริย์เนโคส่งคนมาบอกโยสิยาห์ว่า “กษัตริย์ยูดาห์ ท่านออกมาสู้กับเราทำไม? เราไม่ได้มาสู้กับท่านแต่กำลังจะไปสู้กับอีกประเทศหนึ่ง และพระเจ้าบอกว่าเราต้องรีบ อย่าขัดขวางพระเจ้าเลย พระองค์อยู่กับเรา ไม่อย่างนั้นพระองค์จะทำให้ท่านพินาศ” 22 โยสิยาห์ไม่ยอมกลับไปแต่ปลอมตัว+เข้าไปสู้กับเนโค เขาไม่ฟังคำพูดของเนโคซึ่งมาจากพระเจ้า พวกเขาสู้กันในที่ราบเมกิดโด+
23 พวกทหารยิงธนูโดนกษัตริย์โยสิยาห์ กษัตริย์จึงบอกทหารของเขาว่า “พาเราออกไปจากที่นี่ เราได้รับบาดเจ็บสาหัส” 24 ทหารของโยสิยาห์จึงพาเขาลงจากรถศึกไปขึ้นรถศึกคันที่สอง และพาเขากลับกรุงเยรูซาเล็ม โยสิยาห์ก็ตายและถูกฝังไว้ในสุสานของบรรพบุรุษ+ ชาวยูดาห์และชาวเยรูซาเล็มพากันไว้ทุกข์ให้โยสิยาห์ 25 เยเรมีย์+ร้องเพลงคร่ำครวญถึงโยสิยาห์ นักร้องชายและหญิง+ร้องเพลงไว้อาลัยเกี่ยวกับโยสิยาห์จนถึงทุกวันนี้ การร้องเพลงเหล่านี้กลายเป็นธรรมเนียมในอิสราเอล และมีการเขียนเพลงเหล่านี้ไว้ในหนังสือเพลงไว้อาลัย
26 เรื่องราวที่เหลือของโยสิยาห์รวมทั้งสิ่งที่เขาทำด้วยความรักที่มั่นคงและการที่เขาเชื่อฟังกฎหมายของพระยะโฮวา 27 และสิ่งที่เขาทำตั้งแต่ต้นจนจบก็เขียนไว้ในหนังสือเกี่ยวกับกษัตริย์อิสราเอลและยูดาห์แล้ว+
36 แล้วประชาชนก็ตั้งเยโฮอาหาสลูกโยสิยาห์+เป็นกษัตริย์ในกรุงเยรูซาเล็มแทนพ่อของเขา+ 2 เยโฮอาหาสอายุ 23 ปีเมื่อขึ้นเป็นกษัตริย์ เขาปกครองที่กรุงเยรูซาเล็ม 3 เดือน 3 แต่กษัตริย์อียิปต์ปลดเขาออกจากตำแหน่งกษัตริย์ที่ปกครองในกรุงเยรูซาเล็ม แล้วสั่งให้ยูดาห์จ่ายค่าปรับเป็นเงินหนัก 100 ตะลันต์*และทองคำหนัก 1 ตะลันต์*+ 4 แล้วกษัตริย์อียิปต์ก็ตั้งเอลียาคิมพี่ชายของเยโฮอาหาสเป็นกษัตริย์ปกครองยูดาห์และเยรูซาเล็ม และเปลี่ยนชื่อเขาเป็นเยโฮยาคิม แล้วกษัตริย์เนโคแห่งอียิปต์+ก็เอาตัวเยโฮอาหาสน้องชายของเขาไปอียิปต์+
5 เยโฮยาคิม+อายุ 25 ปีเมื่อขึ้นเป็นกษัตริย์ เขาปกครองที่กรุงเยรูซาเล็ม 11 ปี เขาทำสิ่งที่พระยะโฮวาพระเจ้าของเขาเห็นว่าชั่ว+ 6 กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์+แห่งบาบิโลนมาโจมตีเพื่อจะจับเยโฮยาคิมใส่ตรวนทองแดง 2 อันแล้วพากลับไปบาบิโลน+ 7 เนบูคัดเนสซาร์เอาเครื่องใช้บางส่วนในวิหารของพระยะโฮวาไปที่บาบิโลนและเอาไปไว้ในวังของเขาที่บาบิโลนด้วย+ 8 เรื่องราวที่เหลือของเยโฮยาคิม ทั้งสิ่งน่าเกลียดที่เขาทำและความชั่วร้ายอื่น ๆ ของเขาก็เขียนไว้ในหนังสือเกี่ยวกับกษัตริย์อิสราเอลและยูดาห์แล้ว และเยโฮยาคีนลูกชายของเขาก็ขึ้นเป็นกษัตริย์แทน+
9 เยโฮยาคีน+อายุ 18 ปีเมื่อขึ้นเป็นกษัตริย์ เขาปกครองที่กรุงเยรูซาเล็ม 3 เดือน 10 วัน เขาทำสิ่งที่พระยะโฮวาเห็นว่าชั่ว+ 10 ตอนต้นปี* กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ส่งคนมาเอาตัวเยโฮยาคีนไปที่บาบิโลน+รวมทั้งเอาของมีค่าในวิหารของพระยะโฮวาไปด้วย+ และแต่งตั้งเศเดคียาห์ซึ่งเป็นอาของเยโฮยาคีนเป็นกษัตริย์ปกครองยูดาห์และเยรูซาเล็ม+
11 เศเดคียาห์+อายุ 21 ปีเมื่อขึ้นเป็นกษัตริย์ เขาปกครองที่กรุงเยรูซาเล็ม 11 ปี+ 12 เขาทำสิ่งที่พระยะโฮวาพระเจ้าของเขาเห็นว่าชั่ว เขาไม่ได้ถ่อมตัวลงเลยเมื่อผู้พยากรณ์เยเรมีย์+พูดกับเขาตามคำสั่งของพระยะโฮวา 13 เขากบฏต่อกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์+ทั้ง ๆ ที่เนบูคัดเนสซาร์เคยให้เขาสาบานต่อพระเจ้า เขาดื้อด้านและหัวแข็ง ไม่ยอมกลับมาหาพระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอล 14 พวกหัวหน้าปุโรหิตและประชาชนก็ไม่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้าอย่างมาก พวกเขาทำสิ่งที่น่าเกลียดทุกอย่างเหมือนชาติอื่น ๆ และทำให้วิหารของพระยะโฮวาที่พระองค์ชำระให้บริสุทธิ์แล้วในกรุงเยรูซาเล็มแปดเปื้อน+
15 พระยะโฮวาพระเจ้าของบรรพบุรุษของพวกเขาใช้ผู้ส่งข่าวของพระองค์มาเตือนพวกเขาหลายครั้งหลายหน เพราะพระองค์สงสารประชาชนและวิหารของพระองค์ 16 แต่พวกเขากลับเยาะเย้ยผู้ส่งข่าวของพระเจ้าเที่ยงแท้+ พวกเขาดูถูกคำเตือนของพระองค์+และสบประมาทผู้พยากรณ์ของพระองค์+ พระยะโฮวาจึงโกรธประชาชนเหล่านี้+จนไม่มีหวังที่พวกเขาจะฟื้นตัวได้อีก
17 พระองค์จึงส่งกษัตริย์ของชาวเคลเดีย+มาฆ่าคนหนุ่ม ๆ ด้วยดาบ+ในวิหารที่ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา+ เขาไม่สงสารคนหนุ่มหรือหญิงสาว คนแก่หรือคนอ่อนแอ+ พระเจ้ามอบทุกสิ่งไว้ในมือกษัตริย์ของชาวเคลเดีย+ 18 เขาเอาเครื่องใช้ทุกอย่างทั้งใหญ่และเล็กในวิหารของพระเจ้าเที่ยงแท้ไปที่บาบิโลน รวมทั้งสมบัติในคลังวิหารของพระยะโฮวาและสมบัติของกษัตริย์และพวกเจ้านาย+ 19 กษัตริย์ของชาวเคลเดียเผาวิหารของพระเจ้าเที่ยงแท้+ พังกำแพงกรุงเยรูซาเล็ม+ เอาไฟเผาป้อมปราการทั้งหมด และทำลายทุกสิ่งที่มีค่า+ 20 ส่วนคนที่ไม่ถูกฆ่า เขาก็จับตัวไปที่บาบิโลน+เพื่อรับใช้เขา+และลูกหลานของเขาจนถึงเวลาที่อาณาจักรเปอร์เซียเริ่มมีอำนาจ+ 21 เรื่องนี้เป็นไปตามที่พระยะโฮวาบอกไว้ผ่านทางเยเรมีย์+ จนแผ่นดินนั้นได้พักตามกฎสะบาโตอย่างครบถ้วน+ ตลอดช่วงที่ถูกทิ้งร้างนั้น แผ่นดินก็ได้พักตามกฎสะบาโตจนครบ 70 ปี+
22 ในปีแรกที่ไซรัส+กษัตริย์เปอร์เซียปกครอง พระยะโฮวาทำให้สิ่งที่พระองค์บอกผ่านทางเยเรมีย์+เกิดขึ้นจริงตามที่บอกไว้ พระยะโฮวาได้กระตุ้นความคิดจิตใจกษัตริย์ไซรัสแห่งเปอร์เซียให้ประกาศไปทั่วทั้งอาณาจักร เขาจึงประกาศและให้มีข้อความเป็นลายลักษณ์อักษร+ว่า 23 “กษัตริย์ไซรัสแห่งเปอร์เซียพูดว่า ‘พระยะโฮวาพระเจ้าแห่งสวรรค์ได้ให้อาณาจักรทั้งหมดบนโลกนี้กับเรา+ และมอบหมายให้เราสร้างวิหารของพระองค์ที่กรุงเยรูซาเล็มในแผ่นดินยูดาห์+ ดังนั้น ใครก็ตามที่เป็นประชาชนของพระองค์ ขอพระยะโฮวาพระเจ้าอยู่กับเขาและให้เขากลับไป’”+
หรือ “ไปถามพระองค์ที่นั่น”
หรือ “ทหารม้า”
หรือ “ทหารม้า 12,000 คน”
หรืออาจแปลได้ว่า “นำเข้ามาจากอียิปต์และคูเอ พ่อค้าที่ซื้อม้ามาให้กษัตริย์ซื้อม้าเหล่านี้มาจากคูเอ” ซึ่งอาจหมายถึงซิลีเซีย
6.84 กก. ดูภาคผนวก ข14
1.71 กก.
หรือ “คนงานแบกหาม”
คือ ขนมปังถวาย
4.4 ล้านลิตร ดูภาคผนวก ข14
4.4 ล้านลิตร
440,000 ลิตร
440,000 ลิตร
หรือ “คนงานแบกหาม”
26.7 เมตร ดูภาคผนวก ข14
8.9 เมตร
1 ศอกตามมาตรฐานเท่ากับ 44.5 ซม. แต่บางคนเชื่อว่า “มาตราวัดแบบเก่า” ในข้อนี้หมายถึงศอกแบบยาวที่เท่ากับ 51.8 ซม. ดูภาคผนวก ข14
8.9 เมตร
สำเนาพระคัมภีร์เก่าแก่บางฉบับใช้คำว่า “120” แต่สำเนาพระคัมภีร์อื่น ๆ รวมถึงคัมภีร์ไบเบิลฉบับแปลอื่น ๆ ใช้คำว่า “20 ศอก”
แปลตรงตัวว่า “วิหาร”
8.9 เมตร
8.9 เมตร
20,520 กก. ดูภาคผนวก ข14
570 กรัม ดูภาคผนวก ข14
แปลตรงตัวว่า “วิหาร”
8.9 เมตร
2.23 เมตร
2.23 เมตร
8.9 เมตร
คือ ทางห้องบริสุทธิ์
15.58 เมตร
หรือ “ด้านใต้”
หรือ “ด้านเหนือ”
แปลว่า “ขอพระองค์ [พระยะโฮวา] ตั้งให้มั่นคง”
อาจแปลว่า “ด้วยกำลัง”
8.9 เมตร ดูภาคผนวก ข14
8.9 เมตร
4.45 เมตร
2.23 เมตร
4.45 เมตร
13.35 เมตร
หรือ “ต้องใช้สายวัดยาว 30 ศอกถึงจะวัดได้รอบ”
44.5 ซม. ดูภาคผนวก ข14
7.4 ซม.
หรือ “มีความจุ”
66,000 ลิตร ดูภาคผนวก ข14
หรือ “รถเข็นใส่น้ำ”
แปลตรงตัวว่า “พวกผู้ชายสูงอายุ”
คือ เทศกาลอยู่เพิง
หรือ “พวกปุโรหิตที่มาจากตระกูลเลวี”
แปลตรงตัวว่า “ประชาคมของอิสราเอลทั้งหมด”
แปลตรงตัวว่า “ลูกชายของเจ้าที่จะออกมาจากเอวของเจ้า”
2.23 เมตร ดูภาคผนวก ข14
2.23 เมตร
1.34 เมตร
หรือ “และฝ่ายหลังแช่งเขา” คือ ให้เขาสาบานว่าถ้าโกหกหรือไม่ได้ทำตามที่สาบานก็ขอให้เกิดเหตุร้าย
แปลตรงตัวว่า “คำสาปแช่ง”
หรือ “ทำให้พวกเขาลำบาก”
แปลตรงตัวว่า “หันหน้าหนี”
อาจหมายถึงคนเลวี
หรือ “ริมเขตแดนฮามัท”
วันหลังจากเทศกาล หรือวันที่ 15
หรือ “สร้างเมืองทัดโมร์ในที่กันดารขึ้นใหม่”
15,390 กก. ดูภาคผนวก ข14
หรือ “ปริศนา”
4,104 กก. ดูภาคผนวก ข14
หรืออาจแปลได้ว่า “ซึ่งเพิ่มเติมจากของขวัญที่มีมูลค่าเท่ากับ”
22,777 กก.
6.84 กก. ดูภภาคผนวก ข14
โล่ขนาดเล็กที่พลธนูใช้
1 มินาในพระคัมภีร์ภาคภาษาฮีบรูเท่ากับ 570 กรัม ดูภาคผนวก ข14
หรือ “ทหารม้า 12,000 คน”
คือ แม่น้ำยูเฟรติส
หรือ “ผู้นำ”
หรือ “ผู้นำ”
แปลตรงตัวว่า “นิ้วก้อยเราจะใหญ่กว่าสะโพกของพ่อเราอีก”
หรือ “ผู้นำ”
แปลตรงตัวว่า “เต็นท์”
แปลตรงตัวว่า “ที่คัดเลือกแล้ว”
แปลตรงตัวว่า “คนของพระเจ้าเที่ยงแท้”
หรือ “ทำให้มั่นคงแข็งแรง”
แปลตรงตัวว่า “แพะ”
แปลตรงตัวว่า “เสาะหา”
แปลตรงตัวว่า “เสาะหา”
แปลตรงตัวว่า “ที่คัดเลือกแล้ว”
แปลตรงตัวว่า “ที่คัดเลือกแล้ว”
แปลตรงตัวว่า “สัญญาแห่งเกลือ”
คือ ขนมปังถวาย
แปลตรงตัวว่า “ที่คัดเลือกแล้ว”
แปลตรงตัวว่า “เสาะหา”
แปลตรงตัวว่า “ประตูบานคู่”
โล่ขนาดเล็กที่พลธนูใช้
แปลตรงตัวว่า “เสาะหา”
หรือ “ทำให้มั่นคงแข็งแรง” “สร้างใหม่”
หรือ “ทำให้มั่นคงแข็งแรง” “สร้างใหม่”
หรือ “ทำให้มั่นคงแข็งแรง” “สร้างใหม่”
ไม่น่าจะเป็นการเผาศพอาสา แต่เป็นการเผาเครื่องหอม
แปลตรงตัวว่า “เสาะหา”
หรือ “ถวายเครื่องบูชาเป็น”
หรือ “ผลักดัน”
แปลตรงตัวว่า “พูดในนามของพระยะโฮวา”
แปลตรงตัวว่า “เสาะหา”
หรืออาจแปลได้ว่า “เมอูนี”
น่าจะเป็นทะเลเดดซี หรือ ทะเลตาย
แปลตรงตัวว่า “ประชาคม”
หรือ “ที่ศักดิ์สิทธิ์”
หรือ “จะอดทนได้”
แปลตรงตัวว่า “อวยพร”
แปลว่า “พร”
แปลตรงตัวว่า “มีตะเกียง”
มีอีกชื่อหนึ่งว่าอาหัสยาห์
แปลตรงตัวว่า “ลูกสาว”
สำเนาพระคัมภีร์ภาษาฮีบรูบางฉบับเป็น “อาซาริยาห์”
หรือ “เขาป่วย”
แปลตรงตัวว่า “ลูกชาย”
แปลตรงตัวว่า “เสาะหา”
หรือ “สัญญา”
โล่ขนาดเล็กที่พลธนูใช้
หรือ “ให้สัญญาณ”
หรืออาจแปลได้ว่า “จนครบทุกคน”
หรือ “ความรักที่มั่นคง”
หรือ “เป็นโรคหลายอย่าง”
แปลตรงตัวว่า “การวางฐานราก”
แปลตรงตัวว่า “ที่คัดเลือกแล้ว”
3,420 กก. ดูภาคผนวก ข14
หรือ “มาเผชิญหน้ากัน”
แปลตรงตัวว่า “เต็นท์”
มีอีกชื่อหนึ่งว่าอาหัสยาห์
178 เมตร ดูภาคผนวก ข14
คือ อามาซิยาห์พ่อของเขา
แปลตรงตัวว่า “เสาะหา”
หรือ “เจาะ” อาจเป็นการเจาะลงไปในหิน
หรือ “ที่ราบสูง”
3,420 กก. ดูภาคผนวก ข14
2.2 ล้านลิตร ดูภาคผนวก ข14
2.2 ล้านลิตร
ดูคำว่า “เกเฮนนา” ในส่วนอธิบายศัพท์
แปลตรงตัวว่า “เปลือยกาย”
บางครั้งใน 2พศ มีการใช้คำว่า “อิสราเอล” เพื่อหมายถึง “ยูดาห์”
หรือ “พักผ่อน”
คือ ขนมปังถวาย
หรือ “ที่ศักดิ์สิทธิ์”
หรือ “ทำให้มีการคืนดี” แปลตรงตัวว่า “ปิดคลุมบาป”
แปลตรงตัวว่า “ประชาคม”
หรือ “ที่ศักดิ์สิทธิ์”
แปลตรงตัวว่า “เสาะหา”
หรือ “สำหรับการฉลองที่บริสุทธิ์”
หรือ “อย่างเต็มที่”
หรือ “ห้องอาหาร”
หรือ “มิลโล” คำภาษาฮีบรูแปลว่า “ถมให้เต็ม”
หรืออาจแปลได้ว่า “จับจากในหลุม”
หรือ “คนงานแบกหาม”
เป็นสำนวนกวีหมายถึงตาย
หรือ “สัญญาอีกครั้ง”
หรือ “รูปเคารพ”
3,420 กก. ดูภาคผนวก ข14
34.2 กก.
อาจเป็นฤดูใบไม้ผลิ