นางรูธ
1 ในสมัยที่ผู้วินิจฉัย+เป็นคนจัดการเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยความยุติธรรม* มีการขาดแคลนอาหารเกิดขึ้นในแผ่นดิน ผู้ชายคนหนึ่งกับภรรยาและลูกชายสองคนจึงออกเดินทางจากเมืองเบธเลเฮม+ในเขตยูดาห์ไปอยู่ในแถบชนบทของแผ่นดินโมอับ+อย่างคนต่างชาติ 2 เขาชื่อเอลีเมเลค* ภรรยาชื่อนาโอมี* ลูกชายสองคนชื่อมาห์โลน*กับคิลิโอน* พวกเขาเป็นชาวเมืองเอฟราธาห์หรือเบธเลเฮมในเขตยูดาห์ แล้วพวกเขาก็มาถึงแถบชนบทของแผ่นดินโมอับและอาศัยอยู่ที่นั่น
3 ต่อมา เอลีเมเลคสามีของนาโอมีตาย เหลือแต่เธอกับลูกชายสองคน 4 หลังจากนั้น ลูกชายทั้งสองก็แต่งงานกับผู้หญิงชาวโมอับ คนหนึ่งชื่อโอร์พาห์ อีกคนหนึ่งชื่อรูธ+ พวกเขาอยู่ที่นั่นประมาณ 10 ปี 5 แล้วมาห์โลนกับคิลิโอนลูกชายทั้งสองก็มาตายจากไปอีก นาโอมีจึงไม่เหลือทั้งสามีและลูกชาย 6 ตอนอยู่ในแผ่นดินโมอับนั้นเธอได้ข่าวว่าพระยะโฮวาหันมาอวยพรประชาชนของพระองค์อีกครั้ง โดยอวยพรให้พวกเขามีอาหารกิน เธอกับลูกสะใภ้จึงเดินทางออกจากแถบชนบทของแผ่นดินโมอับ
7 เธอกับลูกสะใภ้ทั้งสองคนออกจากที่ที่เคยอยู่ พวกเธอเดินไปตามเส้นทางที่จะกลับไปแผ่นดินยูดาห์ 8 แล้วนาโอมีก็พูดกับลูกสะใภ้ทั้งสองว่า “กลับไปหาแม่ของลูกที่บ้านเถอะ ขอพระยะโฮวาแสดงความรักที่มั่นคงต่อลูกทั้งสองคน+อย่างที่ลูกแสดงต่อลูกชายของแม่ที่ตายไปและอย่างที่แสดงต่อแม่ด้วย 9 ขอพระยะโฮวาให้ลูก ๆ มีชีวิตที่มั่นคง*ในบ้านของสามี”+ แล้วนาโอมีก็จูบลูกสะใภ้และพวกเขาก็พากันร้องไห้เสียงดัง 10 ลูกสะใภ้ทั้งสองคนพูดกับเธอหลายครั้งว่า “แม่คะ พวกเราอยากไปกับแม่ ไปหาชนร่วมชาติของแม่” 11 แต่นาโอมีบอกว่า “กลับไปเถอะลูก จะไปกับแม่ทำไม? แม่ยังจะมีลูกชายมาให้เป็นสามีของลูกได้อีกหรือ?+ 12 กลับไปเถอะลูกแม่ แม่แก่เกินกว่าจะแต่งงานใหม่แล้ว ถ้าแม่มีหวังจะได้สามีคืนนี้ แล้วมีลูกชาย 13 ลูกจะรอจนพวกเขาโตได้หรือ? ลูกจะอยู่รอพวกเขาและไม่แต่งงานใหม่หรือ? อย่าเลยลูกแม่ แม่ทุกข์ใจมากเมื่อคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกทั้งสองเพราะพระยะโฮวาไม่พอใจแม่”+
14 พวกเธอร้องไห้เสียงดังอีก แล้วโอร์พาห์ก็จูบลาแม่ผัว แต่รูธไม่ยอมไป 15 นาโอมีจึงพูดว่า “เห็นไหม สะใภ้อีกคนของแม่กลับไปหาชนร่วมชาติและพระของเขาแล้ว ลูกก็กลับไปกับเขาเถอะ”
16 แต่รูธบอกว่า “อย่าขอร้องลูกให้ทิ้งแม่หรือเลิกตามแม่เลย แม่ไปไหน ลูกจะไปด้วย แม่นอนที่ไหน ลูกจะนอนที่นั่นด้วย ชนร่วมชาติของแม่จะเป็นชนร่วมชาติของลูก และพระเจ้าของแม่จะเป็นพระเจ้าของลูก+ 17 แม่ตายที่ไหน ลูกจะตายที่นั่น และให้เขาฝังลูกที่นั่น ลูกจะไม่ยอมให้อะไรมาทำให้ลูกแยกจากแม่นอกจากความตาย ไม่อย่างนั้น ก็ขอให้พระยะโฮวาลงโทษลูกให้หนัก”
18 เมื่อนาโอมีเห็นว่ารูธยืนยันจะไปด้วยก็เลิกคะยั้นคะยอ 19 ทั้งสองเดินทางต่อจนมาถึงเมืองเบธเลเฮม+ พอถึงเมืองเบธเลเฮม คนทั้งเมืองที่เห็นนาโอมีกับรูธก็พากันแตกตื่น พวกผู้หญิงพูดกันว่า “นี่นาโอมีหรือ?” 20 เธอพูดกับผู้หญิงพวกนั้นว่า “อย่าเรียกฉันว่านาโอมี*เลย เรียกว่ามารา*เถอะ เพราะผู้มีพลังอำนาจสูงสุดทำให้ชีวิตฉันขมขื่นจริง ๆ+ 21 ตอนไปฉันมีทุกอย่าง แล้วพระยะโฮวาก็ทำให้ฉันกลับมาแต่ตัว ทำไมมาเรียกฉันว่านาโอมี ในเมื่อพระยะโฮวากลายเป็นศัตรูของฉันและผู้มีพลังอำนาจสูงสุดทำให้เรื่องร้าย ๆ อย่างนี้เกิดขึ้นกับฉัน?”+
22 นี่คือเรื่องราวที่นาโอมีกลับมาจากแถบชนบทของแผ่นดินโมอับ+พร้อมกับรูธลูกสะใภ้ชาวโมอับ ทั้งสองมาถึงเมืองเบธเลเฮมตอนเริ่มฤดูเกี่ยวข้าวบาร์เลย์พอดี+
2 นาโอมีมีญาติฝ่ายสามีคนหนึ่งชื่อโบอาส+ เขาร่ำรวยมาก และเป็นญาติของเอลีเมเลค
2 รูธหญิงชาวโมอับพูดกับนาโอมีว่า “ลูกขอไปที่ทุ่งนา ลูกจะไปเก็บข้าวตก+ตามหลังคนที่เมตตาลูก” นาโอมีจึงพูดกับรูธว่า “ไปเถอะลูก” 3 เธอก็ไปที่ทุ่งนาแล้วเริ่มเก็บข้าวตกตามหลังคนเกี่ยวข้าว และโดยบังเอิญ รูธได้เข้าไปในนาของโบอาส+ซึ่งเป็นญาติของเอลีเมเลค+ 4 ตอนนั้นโบอาสก็มาถึง เขามาจากตัวเมืองเบธเลเฮม โบอาสพูดกับคนเกี่ยวข้าวว่า “ขอให้พระยะโฮวาอยู่กับพวกคุณ” พวกเขาก็ตอบว่า “ขอให้พระยะโฮวาอวยพรคุณ”
5 แล้วโบอาสก็ถามชายหนุ่มที่ดูแลคนงานเกี่ยวข้าวว่า “หญิงสาวคนนี้เป็นใคร?” 6 ชายหนุ่มคนนั้นตอบว่า “เธอเป็นชาวโมอับ+ที่มาจากแถบชนบทของแผ่นดินโมอับ+พร้อมกับนาโอมี 7 เธอมาขอว่า ‘ขอดิฉันเก็บข้าวตก*+ที่หลงเหลือจากการเกี่ยวได้ไหม?’ เธอเข้ามาเก็บตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ และเพิ่งมานั่งพักในเพิงได้สักครู่ครับ”
8 โบอาสจึงพูดกับรูธว่า “ฟังนะลูก อย่าไปเก็บข้าวตกในนาอื่น ไม่ต้องไปไหน ให้อยู่ใกล้ ๆ พวกผู้หญิงที่เป็นคนงานของผม+ 9 คอยดูว่าพวกเขาจะเกี่ยวข้าวที่ไหน แล้วก็ตามเขาไป ผมสั่งพวกคนงานหนุ่มแล้วไม่ให้มายุ่มย่ามกับคุณ* ถ้าหิวน้ำ ก็ไปดื่มน้ำในหม้อน้ำที่พวกคนงานหนุ่มตักมา”
10 รูธก็ซบหน้าลงถึงดินและพูดกับเขาว่า “ทำไมคุณถึงเมตตาและใส่ใจดิฉันขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่ดิฉันเป็นคนต่างชาติ?”+ 11 โบอาสตอบว่า “ผมได้ยินเรื่องของคุณหมดแล้ว ได้ยินเรื่องทุกอย่างที่คุณทำให้แม่ผัวหลังจากที่สามีของคุณตาย และเรื่องที่คุณจากพ่อแม่และแผ่นดินของญาติพี่น้องมาอยู่กับชนชาติที่ไม่รู้จักมาก่อน+ 12 ขอพระยะโฮวาตอบแทนคุณที่ทำอย่างนั้น+ และขอพระยะโฮวาพระเจ้าของอิสราเอลให้รางวัลคุณมากมาย เพราะคุณมาอยู่ใต้การปกป้องดูแล*ของพระองค์”+ 13 เธอจึงพูดว่า “ขอให้นายท่านเมตตาดิฉันด้วย เพราะคุณทำให้ดิฉันอุ่นใจและพูดให้คนรับใช้คนนี้มีกำลังใจ ทั้ง ๆ ที่ดิฉันไม่ได้เป็นคนรับใช้ของคุณ”
14 เมื่อถึงเวลากินข้าว โบอาสก็พูดกับรูธว่า “มานี่สิ มากินขนมปังสักหน่อย เอาขนมปังจิ้มในเหล้าองุ่นเปรี้ยวนี้สิ” เธอจึงนั่งลงข้าง ๆ คนงานเกี่ยวข้าว โบอาสยื่นข้าวคั่วให้เธอ เธอก็กินจนอิ่ม และยังมีเหลืออยู่อีก 15 เมื่อเธอลุกขึ้นไปเก็บข้าวตก+ โบอาสก็สั่งพวกคนงานหนุ่มของเขาว่า “ให้เธอเก็บข้าวตก* อย่าไปห้ามเธอ+ 16 และดึงรวงข้าวออกจากฟ่อนทิ้งไว้บ้างเธอจะได้มาเก็บเอาไป อย่าห้ามเธอเลย”
17 รูธเก็บข้าวตกจนถึงตอนเย็น+แล้วเอาไม้ฟาดได้ข้าวบาร์เลย์ประมาณ 1 เอฟาห์* 18 จากนั้น เธอก็เอาข้าวเข้าไปในเมืองให้แม่ผัวดู และเอาอาหารที่เก็บไว้+หลังจากที่เธอกินอิ่มแล้วออกมาให้แม่ผัวด้วย
19 แม่ผัวพูดกับเธอว่า “วันนี้ไปเก็บข้าวตกที่ไหนหรือ? ลูกไปทำงานที่ไหน? ขอให้คนที่ใส่ใจลูกได้รับพรด้วยเถอะ”+ รูธก็เล่าให้แม่ผัวฟังว่าไปทำงานในนาของใคร เธอบอกว่า “วันนี้ลูกไปทำงานในนาของคนชื่อโบอาส” 20 แล้วนาโอมีก็พูดกับลูกสะใภ้ว่า “ขอให้เขาได้รับพรจากพระยะโฮวา พระองค์เป็นพระเจ้าที่แสดงความรักที่มั่นคงต่อคนเป็นและคนตายเสมอ”+ นาโอมีพูดต่อไปว่า “ผู้ชายคนนั้นเป็นญาติของเราเอง+ เขาเป็นคนหนึ่งที่มีสิทธิ์ไถ่เราได้”+ 21 รูธหญิงชาวโมอับพูดว่า “เขายังบอกลูกอีกว่า ‘ให้อยู่ใกล้ ๆ คนงานของผมจนกว่าพวกเขาจะเกี่ยวข้าวทั้งหมดเสร็จ’”+ 22 นาโอมีจึงพูดกับรูธลูกสะใภ้ว่า “ดีแล้วลูก ลูกก็ควรจะอยู่กับพวกผู้หญิงที่เป็นคนงานของเขา จะได้ไม่มีคนในนาอื่นมากวนใจลูก”
23 เธอจึงอยู่ใกล้ ๆ พวกผู้หญิงที่เป็นคนงานของโบอาสและเก็บข้าวตกจนหมดฤดูเกี่ยวข้าวบาร์เลย์+และข้าวสาลี และเธอยังอาศัยอยู่กับแม่ผัวต่อไป+
3 นาโอมีแม่ผัวพูดกับรูธว่า “ลูกแม่ แม่ควรหาบ้าน*ให้ลูกได้อยู่+อย่างมีความสุขไม่ใช่หรือ? 2 โบอาสเป็นญาติของเรา+ ผู้หญิงที่ลูกอยู่ด้วยก็เป็นคนงานของเขา และคืนนี้เขาจะฝัดข้าวบาร์เลย์ที่ลานนวดข้าว 3 ลูกไปอาบน้ำ ทาน้ำมันหอม ใส่ชุดที่ดีที่สุด แล้วไปที่ลานนวดข้าวนะ แต่อย่าให้เขาเห็นลูกจนกว่าเขาจะกินและดื่มเสร็จ 4 พอเขาไปนอน ให้สังเกตว่าเขานอนที่ไหน แล้วลูกก็ไปเปิดผ้าที่คลุมเท้าของเขาและนอนที่นั่น แล้วเขาจะบอกลูกเองว่าควรทำยังไง”
5 รูธก็ตอบนาโอมีว่า “ลูกจะทำตามที่แม่บอกทุกอย่างค่ะ” 6 แล้วเธอก็ไปที่ลานนวดข้าวและทำทุกอย่างตามที่แม่ผัวสั่ง 7 พอโบอาสกินดื่มจนอิ่มหนำสำราญใจแล้วก็ไปนอนข้าง ๆ กองข้าวเปลือก หลังจากนั้น รูธก็ย่องเข้าไปเปิดผ้าที่คลุมเท้าของเขาและนอนที่นั่น 8 ตอนเที่ยงคืน โบอาสก็สะดุ้งตื่น พอลุกขึ้นนั่งก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งนอนอยู่ที่ปลายเท้า 9 เขาก็ถามว่า “คุณเป็นใคร?” เธอตอบว่า “ดิฉันคือรูธคนรับใช้ของคุณค่ะ โปรดเอาชายเสื้อของคุณคลุมคนรับใช้ของคุณด้วย เพราะคุณคือคนที่จะไถ่ดิฉันได้”+ 10 โบอาสพูดว่า “ขอให้พระยะโฮวาอวยพรลูก ความรักที่มั่นคงของคุณในครั้งนี้เห็นชัดยิ่งกว่าที่ผ่านมา+ เพราะคุณไม่ได้ไปหาคนหนุ่มที่ร่ำรวยหรือยากจนคนไหน 11 อย่ากลัวเลย ผมจะทำตามที่คุณพูดทุกอย่าง+ เพราะทุกคนในเมืองรู้ว่าคุณเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจงดงาม 12 ผมเป็นคนที่ไถ่คุณได้ก็จริง+ แต่ยังมีญาติที่ใกล้ชิดกว่าผมอีกคนหนึ่งที่มีสิทธิ์ไถ่ได้+ 13 คืนนี้ ขอให้อยู่ที่นี่ก่อน พรุ่งนี้เช้าถ้าเขาจะไถ่คุณ ก็ให้เขาไถ่เถอะ+ แต่ถ้าเขาไม่ต้องการไถ่ ผมขอสาบานต่อพระยะโฮวาผู้มีชีวิตอยู่ว่าผมจะไถ่คุณเอง ตอนนี้ก็นอนอยู่ที่นี่ก่อนจนถึงเช้า”
14 เธอก็นอนที่ปลายเท้าของเขาจนเช้า และลุกออกไปตอนที่ยังมืดอยู่เพื่อจะไม่มีใครสังเกตเห็น โบอาสพูดว่า “อย่าให้ใครรู้ว่ามีผู้หญิงมาที่ลานนวดข้าว” 15 เขาพูดอีกว่า “เอาผ้าที่คลุมตัวคุณมากางออก” เมื่อเธอเอาผ้ามากาง เขาก็เอาข้าวบาร์เลย์ 6 ซีห์*ใส่ให้และเอาเทินบนหัวเธอ จากนั้นเขาก็เข้าไปในเมือง
16 เมื่อรูธกลับไปหาแม่ผัว แม่ผัวก็ถามว่า “ลูกแม่ เป็นยังไงบ้าง?”* เธอก็เล่าทุกอย่างให้นาโอมีฟังว่าโบอาสทำอะไรให้เธอบ้าง 17 เธอยังบอกด้วยว่า “เขาเอาข้าวบาร์เลย์ 6 ซีห์นี้ให้ลูกและบอกว่า ‘อย่ากลับไปหาแม่ผัวมือเปล่าเลย’” 18 นาโอมีจึงบอกว่า “ลูกแม่ ลูกนั่งคอยอยู่ที่นี่ก่อนจนกว่าจะรู้ว่าเรื่องนี้จะลงเอยยังไง เพราะเขาจะไม่นิ่งเฉยจนกว่าจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยในวันนี้”
4 ในระหว่างนั้น โบอาสไปที่ประตูเมือง+และนั่งลงที่นั่น พอญาติที่มีสิทธิ์ไถ่ได้ซึ่งโบอาสพูดถึง+เดินผ่านมา โบอาสก็พูดกับคนนั้น*ว่า “แวะมานั่งที่นี่ก่อนสิ” เขาจึงเข้ามานั่งด้วย 2 จากนั้น โบอาสก็เชิญพวกผู้นำ*ของเมืองนั้นมา 10 คน+ และบอกพวกเขาว่า “เชิญนั่งที่นี่ก่อน” พวกเขาก็นั่งลง
3 โบอาสก็พูดกับญาติที่มีสิทธิ์ไถ่ว่า+ “นาโอมีที่กลับมาจากแถบชนบทของแผ่นดินโมอับ+จำเป็นต้องขายที่นาของเอลีเมเลคญาติของเรา+ 4 ผมคิดว่าควรจะบอกเรื่องนี้ให้คุณรู้ และคิดจะบอกคุณว่า ‘ให้ซื้อไว้เถอะ ซื้อไว้ต่อหน้าชาวเมืองและพวกผู้นำของเราที่นี่+ ถ้าคุณจะไถ่ไว้ก็ไถ่เถอะ แต่ถ้าคุณไม่ไถ่ก็ขอให้บอกผม ผมจะได้รู้เพราะคุณเป็นญาติคนแรกที่จะไถ่ได้ และผมเป็นคนถัดมา’” เขาพูดว่า “ผมอยากจะไถ่”+ 5 โบอาสก็พูดว่า “ในวันที่คุณซื้อที่นาจากนาโอมี คุณต้องซื้อจากรูธหญิงชาวโมอับซึ่งเป็นภรรยาลูกชายที่ตายไปแล้วของเธอด้วย เพื่อรักษามรดกของผู้ตายไว้ให้ตกทอดถึงลูกหลานต่อไป”+ 6 ญาติคนนั้นจึงพูดว่า “ผมไถ่ที่นานั้นไม่ได้หรอก เพราะถ้าทำอย่างนั้นจะส่งผลเสียต่อมรดกของผมเอง ผมให้สิทธิ์คุณเป็นคนไถ่ที่นานั้นไว้ก็แล้วกัน ผมไถ่ไม่ได้”
7 ธรรมเนียมปฏิบัติในอิสราเอลโบราณเกี่ยวกับสิทธิ์ในการไถ่และเกี่ยวกับการโอนสิทธิ์เพื่อให้ทุกสิ่งถูกต้องคือ ฝ่ายหนึ่งต้องถอดรองเท้าข้างหนึ่ง+ของเขาให้อีกฝ่ายหนึ่ง นี่เป็นการยืนยันข้อตกลงที่ทำกันในอิสราเอล 8 พอญาติที่มีสิทธิ์ไถ่พูดกับโบอาสว่า “ให้คุณซื้อที่นาไว้เองเถอะ” เขาก็ถอดรองเท้าข้างหนึ่งให้ด้วย 9 แล้วโบอาสก็พูดกับพวกผู้นำและทุกคนที่อยู่ที่นั่นว่า “พวกคุณเป็นพยาน+ให้ผมในวันนี้ว่า ผมซื้อทุกอย่างที่เป็นของเอลีเมเลคและของคิลิโอนกับมาห์โลนจากนาโอมีแล้ว 10 นอกจากนั้น ผมได้รับรูธหญิงชาวโมอับภรรยาของมาห์โลนมาเป็นภรรยาของผมด้วย เพื่อเธอจะมีลูกไว้สืบตระกูลและสืบมรดกของคนที่ตายต่อไป+ ญาติพี่น้องและผู้คนในบ้านเกิด*ของเขาจะได้ไม่ลืมชื่อเขา พวกคุณเป็นพยานให้ผมในวันนี้แล้ว”+
11 ทุกคนซึ่งอยู่ที่ประตูเมืองและพวกผู้นำ* ก็พูดว่า “พวกเราเป็นพยาน ขอพระยะโฮวาให้ภรรยาที่จะเข้ามาในบ้านคุณเป็นเหมือนราเชลและเลอาห์ ซึ่งชาวอิสราเอลเกิดมาจากเธอทั้งสอง+ ขอให้คุณเจริญรุ่งเรืองในเมืองเอฟราธาห์+ และมีชื่อเสียงในเมืองเบธเลเฮม+ 12 ขอให้ลูกหลานซึ่งพระยะโฮวาจะให้คุณโดยทางหญิงสาวคนนี้+ทำให้วงศ์ตระกูลของคุณเป็นเหมือนวงศ์ตระกูลของเปเรศ+ลูกชายของทามาร์กับยูดาห์”
13 แล้วโบอาสก็แต่งงานกับรูธ เขามีเพศสัมพันธ์กับเธอ พระยะโฮวาทำให้เธอตั้งท้องและคลอดลูกเป็นผู้ชาย 14 พวกผู้หญิงก็พูดกับนาโอมีว่า “ขอให้พระยะโฮวาได้รับการสรรเสริญ พระองค์ไม่ปล่อยให้เธอขาดผู้ไถ่ในวันนี้ ขอให้เด็กคนนี้มีชื่อเสียงเลื่องลือในอิสราเอล 15 เขา*ได้ชุบชีวิตเธอขึ้นมาใหม่และจะเลี้ยงดูเธอเมื่อแก่ชรา เพราะเขาเกิดจากลูกสะใภ้ที่รักเธอ+ ซึ่งสำหรับเธอแล้วรูธดีกว่าลูกชาย 7 คนซะอีก” 16 นาโอมีก็รับทารกมาอุ้มไว้แนบอก และเป็นคนดูแลทารกนั้น 17 แล้วพวกผู้หญิงที่เป็นเพื่อนบ้านก็ตั้งชื่อให้ทารกนั้น พวกเขาพูดว่า “นาโอมีได้ลูกชายคนหนึ่งแล้ว” พวกเขาเรียกทารกนั้นว่าโอเบด*+ โอเบดมีลูกชายชื่อเจสซี+ เจสซีมีลูกชายชื่อดาวิด
18 ต่อไปนี้เป็นวงศ์ตระกูลของเปเรศ+ เปเรศมีลูกชายชื่อเฮสโรน+ 19 เฮสโรนมีลูกชายชื่อราม รามมีลูกชายชื่ออัมมีนาดับ 20 อัมมีนาดับมีลูกชายชื่อนาโชน นาโชนมีลูกชายชื่อสัลโมน 21 สัลโมนมีลูกชายชื่อโบอาส โบอาสมีลูกชายชื่อโอเบด 22 โอเบดมีลูกชายชื่อเจสซี+ เจสซีมีลูกชายชื่อดาวิด+
แปลตรงตัวว่า “พิพากษา”
แปลว่า “พระเจ้าของผมเป็นกษัตริย์”
แปลว่า “ความชื่นใจของฉัน”
อาจมาจากคำฮีบรูที่แปลว่า “อ่อนแอ” หรือ “ล้มป่วย”
แปลว่า “คนที่ล้มเหลว” หรือ “คนที่กำลังจะพบจุดจบ”
แปลตรงตัวว่า “ที่พักพิง”
แปลว่า “ความชื่นใจของฉัน”
แปลว่า “ขม”
หรือ “เก็บข้าวที่ตกอยู่ระหว่างฟ่อนข้าว”
หรือ “แตะต้องคุณ”
แปลตรงตัวว่า “ใต้ปีก”
หรือ “เก็บข้าวที่ตกอยู่ระหว่างฟ่อนข้าว”
22 ลิตร ดูภาคผนวก ข14
แปลตรงตัวว่า “ที่พักพิง”
44 ลิตร ดูภาคผนวก ข14
แปลตรงตัวว่า “เธอเป็นใคร?”
ไม่มีการพูดถึงชื่อของเขา
แปลตรงตัวว่า “พวกผู้ชายสูงอายุ”
หรือ “จากประตูเมือง”
แปลตรงตัวว่า “พวกผู้ชายสูงอายุ”
คือ หลานชายของนาโอมี
แปลว่า “ผู้รับใช้”