ห้องสมุดออนไลน์ของวอชเทาเวอร์
ห้องสมุดออนไลน์
ของวอชเทาเวอร์
ไทย
  • คัมภีร์ไบเบิล
  • สิ่งพิมพ์
  • การประชุม
  • ลมศษ ผู้วินิจฉัย 1:1-21:25
  • ผู้วินิจฉัย

ไม่มีวีดีโอสำหรับรายการนี้

ขออภัย โหลดวีดีโอนี้ไม่ได้

  • ผู้วินิจฉัย
  • คัมภีร์ไบเบิลฉบับแปลโลกใหม่ (ฉบับศึกษา)
คัมภีร์ไบเบิลฉบับแปลโลกใหม่ (ฉบับศึกษา)
ผู้วินิจฉัย

ผู้​วินิจฉัย

1 หลัง​จาก​โยชูวา​ตาย​แล้ว+ ชาว​อิสราเอล​ถาม​พระ​ยะโฮวา​ว่า+ “พระองค์​จะ​ให้​ใคร​ใน​พวก​เรา​ขึ้น​ไป​สู้​รบ​กับ​ชาว​คานาอัน​ก่อน​ดี?” 2 พระ​ยะโฮวา​ตอบ​ว่า “ให้​ตระกูล​ยูดาห์​ขึ้น​ไป​ก่อน+ เรา​จะ​มอบ​แผ่นดิน​นั้น​ไว้​ใน​มือ​ของ​เขา” 3 ตระกูล​ยูดาห์​ก็​พูด​กับ​ตระกูล​สิเมโอน​พี่​น้อง​ของ​เขา​ว่า “ขอ​มา​ช่วย​พวก​เรา​สู้​รบ​กับ​ชาว​คานาอัน​ใน​เขต​แดน​ซึ่ง​เป็น​ส่วน​แบ่ง​ของ​เรา*+ แล้ว​เรา​จะ​ไป​ช่วย​พวก​คุณ​ใน​เขต​แดน​ซึ่ง​เป็น​ส่วน​แบ่ง​ของ​คุณ” ตระกูล​สิเมโอน​ก็​ไป​กับ​พวก​เขา

4 แล้ว​ตระกูล​ยูดาห์​ก็​ขึ้น​ไป และ​พระ​ยะโฮวา​มอบ​ชาว​คานาอัน​กับ​ชาว​เปริสซี​ไว้​ใน​มือ​ของ​เขา+ พวก​เขา​ฆ่า​ฟัน​ผู้​คน​ใน​เบเซก​ล้ม​ตาย 10,000 คน 5 ที่​เบเซก​นั้น​พวก​เขา​พบ​อาโดนีเบเซก​และ​สู้​รบ​กัน​ที่​นั่น พวก​เขา​เอา​ชนะ​ชาว​คานาอัน+กับ​ชาว​เปริสซี+ 6 อาโดนีเบเซก​หนี​ไป แต่​พวก​เขา​ไล่​ตาม​และ​จับ​ตัว​ได้ และ​เอา​มา​ตัด​นิ้ว​หัวแม่มือ​กับ​นิ้ว​หัวแม่เท้า​ทั้ง​สอง​ข้าง 7 อาโดนีเบเซก​พูด​ว่า “เรา​เคย​ตัด​นิ้ว​หัวแม่มือ​กับ​นิ้ว​หัวแม่เท้า​ของ​กษัตริย์​มา​แล้ว 70 องค์ และ​ให้​พวก​เขา​เก็บ​เศษ​อาหาร​ที่​ใต้​โต๊ะ​ของ​เรา ตอน​นี้​พระเจ้า​ทำ​กับ​เรา​เหมือน​ที่​เรา​เคย​ทำ​กับ​พวก​เขา” หลัง​จาก​นั้น อาโดนีเบเซก​ถูก​เอา​ตัว​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม+และ​ตาย​ที่​นั่น

8 ทหาร​ยูดาห์​ตี​เมือง​เยรูซาเล็ม+และ​ยึด​เมือง​ได้ พวก​เขา​ฆ่า​ฟัน​ชาว​เมือง​และ​เผา​เมือง​นั้น 9 จาก​นั้น ทหาร​ยูดาห์​ก็​ไป​สู้​รบ​กับ​ชาว​คานาอัน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เขต​เทือก​เขา เขต​เนเกบ และ​เขต​เชเฟลาห์+ 10 พวก​เขา​ไป​สู้​รบ​กับ​ชาว​คานาอัน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​เฮโบรน (แต่​ก่อน​เมือง​เฮโบรน​มี​ชื่อ​ว่า​คีริยาทอาร์บา) และ​ฆ่า​เชชัย อาหิมาน และ​ทัลมัย*+

11 จาก​ที่​นั่น พวก​เขา​ขึ้น​ไป​ต่อ​สู้​กับ​ชาว​เมือง​เดบีร์+ (แต่​ก่อน​เมือง​เดบีร์​มี​ชื่อ​ว่า​คีริยาทเสเฟอร์)+ 12 แล้ว​คาเลบ​ก็​พูด​ว่า+ “ใคร​ตี​เมือง​คีริยาทเสเฟอร์​และ​ยึด​เมือง​นี้​ได้ ผม​จะ​ให้​แต่งงาน​กับ​อัคสาห์​ลูก​สาว​ของ​ผม”+ 13 แล้ว​โอทนีเอล+ลูก​ชาย​ของ​เคนัส+ที่​เป็น​น้อง​ชาย​ของ​คาเลบ​ก็​ยึด​เมือง​นั้น​ได้ คาเลบ​ก็​ยก​อัคสาห์​ลูก​สาว​ของ​ตัว​เอง​ให้​แต่งงาน​กับ​เขา 14 ตอน​ที่​เธอ​กำลัง​จะ​ไป​บ้าน​สามี เธอ​บอก​สามี​ให้​ขอ​ที่​นา​จาก​พ่อ​ของ​เธอ พอ​เธอ​ลง​จาก​หลัง​ลา* คาเลบ​ก็​ถาม​ว่า “ลูก​อยาก​ได้​อะไร?” 15 เธอ​พูด​ว่า “ขอ​พ่อ​อวยพร​ลูก​ด้วย พ่อ​ยก​ที่​ดิน​ผืน​หนึ่ง​ที่​อยู่​ทาง​ใต้*ให้​แล้ว โปรด​ยก​กุลโลทมาอิม*ให้​ลูก​ด้วย” คาเลบ​ก็​ยก​กุลโลท​บน​กับ​กุลโลท​ล่าง​ให้​เธอ

16 ลูก​หลาน​ของ​พ่อตา​โมเสส+ซึ่ง​เป็น​ชาว​เคไนต์+ได้​ออก​จาก​เมือง​ที่​มี​ต้น​ปาล์ม+พร้อม​กับ​คน​ใน​ตระกูล​ยูดาห์ พวก​เขา​เดิน​ทาง​ไป​ถึง​ที่​กันดาร​ยูดาห์​ทาง​ทิศ​ใต้​ของ​เมือง​อาราด+ และ​ตั้ง​ถิ่น​ฐาน​อยู่​กับ​คน​ใน​แถบ​นั้น+ 17 แต่​ตระกูล​ยูดาห์​กับ​ตระกูล​สิเมโอน​พี่​น้อง​ของ​เขา​ไป​โจมตี​ชาว​คานาอัน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​เศฟัท​และ​ทำลาย​เมือง​นั้น​จน​สิ้น​ซาก+ พวก​เขา​จึง​เรียก​เมือง​นั้น​ว่า​โฮร์มาห์*+ 18 หลัง​จาก​นั้น ตระกูล​ยูดาห์​ยึด​เมือง​กาซา+ เมือง​อัชเคโลน+ และ​เมือง​เอโครน+ รวม​ทั้ง​เขต​แดน​ของ​เมือง​พวก​นั้น 19 พระ​ยะโฮวา​อยู่​กับ​ตระกูล​ยูดาห์ พวก​เขา​ยึด​ครอง​เขต​เทือก​เขา แต่​ไม่​สามารถ​ขับ​ไล่​คน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​ที่​ราบ​ออก​ไป​ได้ เพราะ​พวก​นั้น​มี​รถ​ศึก​ที่​มี​ดุม​ล้อ​ติด​ใบ​มีด​โค้ง*+ 20 พวก​เขา​ยก​เมือง​เฮโบรน​ให้​คาเลบ​ตาม​ที่​โมเสส​สัญญา​ไว้+ และ​คาเลบ​ขับ​ไล่​ลูก​ชาย​สาม​คน​ของ​อานาค​ออก​ไป​จาก​ที่​นั่น+

21 แต่​ตระกูล​เบนยามิน​ไม่​ได้​ขับ​ไล่​ชาว​เยบุส​ซึ่ง​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​ออก​ไป ชาว​เยบุส​ยัง​อยู่​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​กับ​ตระกูล​เบนยามิน​จน​ถึง​ทุก​วัน​นี้+

22 ใน​ระหว่าง​นั้น​ลูก​หลาน​ของ​โยเซฟ+ก็​ขึ้น​ไป​ตี​เมือง​เบธเอล​ด้วย และ​พระ​ยะโฮวา​อยู่​กับ​พวก​เขา+ 23 ลูก​หลาน​ของ​โยเซฟ​ไป​สอดแนม​ดู​เมือง​เบธเอล (แต่​ก่อน​เมือง​นี้​มี​ชื่อ​ว่า​ลูส)+ 24 พวก​คน​สอดแนม​เห็น​ผู้​ชาย​คน​หนึ่ง​กำลัง​ออก​มา​จาก​เมือง พวก​เขา​จึง​พูด​กับ​ผู้​ชาย​คน​นั้น​ว่า “บอก​พวก​เรา​หน่อย​ว่า​จะ​เข้า​ไป​ใน​เมือง​นี้​ได้​ยัง​ไง แล้ว​เรา​จะ​แสดง​ความ​เมตตา​กับ​คุณ”* 25 ผู้​ชาย​คน​นั้น​ก็​บอก​วิธี​เข้า​ไป​ใน​เมือง​ให้​พวก​คน​สอดแนม พวก​เขา​ก็​ฆ่า​ฟัน​ชาว​เมือง แต่​ปล่อย​ผู้​ชาย​คน​นั้น​กับ​ครอบครัว​ไป+ 26 ผู้​ชาย​คน​นั้น​ก็​ไป​แผ่นดิน​ของ​ชาว​ฮิตไทต์ และ​สร้าง​เมือง​หนึ่ง​ขึ้น​มา​แล้ว​เรียก​ว่า​ลูส ซึ่ง​เป็น​ชื่อ​ของ​เมือง​นั้น​จน​ถึง​ทุก​วัน​นี้

27 ตระกูล​มนัสเสห์​ไม่​ได้​ยึด​เมือง​เบธเชอาน เมือง​ทาอานาค+ เมือง​โดร์ เมือง​อิบเลอัม และ​เมือง​เมกิดโด​กับ​เมือง​เล็ก ๆ ที่​อยู่​ราย​รอบ​เมือง​พวก​นี้+ ชาว​คานาอัน​ยัง​อาศัย​อยู่​ใน​แผ่นดิน​นี้ 28 เมื่อ​ชาว​อิสราเอล​เข้มแข็ง​ขึ้น​ก็​ใช้​ชาว​คานาอัน​ให้​ทำ​งาน​หนัก+แต่​ไม่​ได้​ขับ​ไล่​พวก​เขา​ออก​ไป​ให้​หมด+

29 ตระกูล​เอฟราอิม​ไม่​ได้​ขับ​ไล่​ชาว​คานาอัน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​เกเซอร์​ออก​ไป ชาว​คานาอัน​ยัง​อาศัย​อยู่​กับ​พวก​เขา​ใน​เมือง​เกเซอร์+

30 ตระกูล​เศบูลุน​ไม่​ได้​ขับ​ไล่​ชาว​เมือง​คิทโรน​และ​ชาว​เมือง​นาหะโลล+ออก​ไป ชาว​คานาอัน​ยัง​อาศัย​อยู่​กับ​พวก​เขา​และ​ถูก​ใช้​ให้​ทำ​งาน​หนัก+

31 ตระกูล​อาเชอร์​ไม่​ได้​ขับ​ไล่​ชาว​เมือง​อัคโค ชาว​เมือง​ไซดอน+ ชาว​เมือง​อัคลาบ ชาว​เมือง​อัคซิบ+ ชาว​เมือง​เฮลบาห์ ชาว​เมือง​อาฟิก+ และ​ชาว​เมือง​เรโหบ+ออก​ไป 32 ดัง​นั้น ตระกูล​อาเชอร์​ยัง​อาศัย​อยู่​กับ​ชาว​คานาอัน​ที่​อยู่​ใน​แผ่นดิน​นั้น เพราะ​พวก​เขา​ไม่​ได้​ขับ​ไล่​ชาว​คานาอัน​ออก​ไป

33 ตระกูล​นัฟทาลี​ไม่​ได้​ขับ​ไล่​ชาว​เมือง​เบธเชเมช​และ​ชาว​เมือง​เบธอานาท+ออก​ไป ตระกูล​นัฟทาลี​ยัง​อาศัย​อยู่​กับ​ชาว​คานาอัน​ที่​อยู่​ใน​แผ่นดิน​นั้น+ ชาว​เมือง​เบธเชเมช​และ​ชาว​เมือง​เบธอานาท​ถูก​ใช้​ให้​ทำ​งาน​หนัก​เพื่อ​ตระกูล​นัฟทาลี

34 ชาว​อาโมไรต์​ไม่​ยอม​ให้​ตระกูล​ดาน​ลง​มา​อยู่​ใน​ที่​ราบ พวก​เขา​จึง​ต้อง​อยู่​แต่​ใน​เขต​เทือก​เขา+ 35 ชาว​อาโมไรต์​ยัง​อาศัย​อยู่​ที่​ภูเขา​เฮเรส เมือง​อัยยาโลน+ และ​เมือง​ชาอัลบิม+ แต่​พอ​ลูก​หลาน​ของ​โยเซฟ​มี​กำลัง​มาก​ขึ้น ชาว​อาโมไรต์​ก็​ถูก​ใช้​ให้​ทำ​งาน​หนัก 36 เขต​แดน​ของ​ชาว​อาโมไรต์​เริ่ม​ตั้ง​แต่​เนิน​อัครับบิม+ จาก​เสลา​ขึ้น​ไป​ทาง​เขต​เทือก​เขา

2 ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา+เดิน​ทาง​จาก​กิลกาล+ไป​โบคิม​และ​พูด​ว่า “เรา​พา​พวก​เจ้า​ออก​จาก​อียิปต์​มา​ถึง​แผ่นดิน​ที่​เรา​สาบาน​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เจ้า+ และ​ยัง​บอก​ว่า ‘เรา​จะ​ไม่​มี​วัน​ยก​เลิก​สัญญา​ที่​ทำ​กับ​พวก​เจ้า+ 2 ส่วน​พวก​เจ้า​ก็​อย่า​ทำ​สัญญา​กับ​คน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​แผ่นดิน​นี้+ แต่​ต้อง​ทำลาย​แท่น​บูชา​ของ​พวก​เขา’+ แต่​พวก​เจ้า​ไม่​ฟัง+ ทำไม​พวก​เจ้า​ถึง​ทำ​แบบ​นี้? 3 ดัง​นั้น เรา​จึง​พูด​ว่า ‘เรา​จะ​ไม่​ขับ​ไล่​พวก​เขา​ออก​ไป​ต่อ​หน้า​เจ้า+ พวก​เขา​จะ​วาง​กับดัก​ไว้​ดัก​เจ้า+ และ​พระ​ของ​เขา​จะ​ทำ​ให้​พวก​เจ้า​หลง​ไป’”+

4 พอ​ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา​พูด​เรื่อง​นี้​ให้​ชาว​อิสราเอล​ฟัง พวก​เขา​ก็​พา​กัน​ร้องไห้​เสียง​ดัง 5 พวก​เขา​จึง​เรียก​ที่​นั่น​ว่า​โบคิม* และ​พวก​เขา​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ให้​พระ​ยะโฮวา​ที่​นั่น

6 พอ​โยชูวา​ให้​ประชาชน​แยก​ย้าย​กัน​ไป ชาว​อิสราเอล​แต่​ละ​คน​ก็​เข้า​ไป​ยึด​ครอง​ที่​ดิน​มรดก​ของ​ตัว​เอง+ 7 ชาว​อิสราเอล​นมัสการ​พระ​ยะโฮวา​ตลอด​ช่วง​ชีวิต​ของ​โยชูวา​และ​พวก​ผู้​นำ​ที่​อายุ​ยืน​กว่า​โยชูวา ซึ่ง​ได้​รู้​เห็น​สิ่ง​ต่าง ๆ อัน​ยิ่ง​ใหญ่​ที่​พระ​ยะโฮวา​ทำ​เพื่อ​ชาว​อิสราเอล+ 8 แล้ว​โยชูวา​ซึ่ง​เป็น​ลูก​ชาย​ของ​นูน​และ​เป็น​ผู้​รับใช้​ของ​พระ​ยะโฮวา​ก็​ตาย​ตอน​อายุ​ได้ 110 ปี+ 9 ชาว​อิสราเอล​ฝัง​โยชูวา​ไว้​ใน​เขต​ที่​เป็น​มรดก​ที่​ดิน​ของ​เขา​ใน​เมือง​ทิมนาทเฮเรส+ ซึ่ง​อยู่​ใน​เขต​เทือก​เขา​ของ​เอฟราอิม และ​อยู่​ทาง​ทิศ​เหนือ​ของ​ภูเขา​กาอัช+ 10 แล้ว​คน​ใน​รุ่น​นั้น​ทั้ง​หมด​ก็​ได้​อยู่​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​เขา* และ​คน​ที่​เกิด​ใน​รุ่น​ต่อ​มา​ไม่​รู้​จัก​พระ​ยะโฮวา​หรือ​สิ่ง​ที่​พระองค์​ทำ​เพื่อ​ชาว​อิสราเอล​เลย

11 ชาว​อิสราเอล​ทำ​สิ่ง​ชั่ว​ร้าย​ใน​สายตา​พระ​ยะโฮวา พวก​เขา​ไป​นมัสการ​พวก​พระ​บาอัล+ 12 พวก​เขา​ทิ้ง​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​ของ​บรรพบุรุษ​ของ​เขา​ซึ่ง​พา​พวก​เขา​ออก​มา​จาก​อียิปต์+ แล้ว​ไป​นมัสการ​พระ​อื่น คือ​พระ​ของ​ชน​ชาติ​ต่าง ๆ ที่​อยู่​ล้อม​รอบ​พวก​เขา+ และ​ไป​กราบ​ไหว้​พระ​พวก​นั้น จึง​ทำ​ให้​พระ​ยะโฮวา​โกรธ+ 13 พวก​เขา​ทิ้ง​พระ​ยะโฮวา และ​ไป​นมัสการ​พระ​บาอัล​กับ​พวก​รูป​ปั้น​เทพ​ธิดา​อัชโทเรท+ 14 พระ​ยะโฮวา​โกรธ​ชาว​อิสราเอล พระองค์​จึง​มอบ​พวก​เขา​ไว้​ใน​มือ​ของ​พวก​ที่​มา​ปล้น+ พระองค์​ขาย​พวก​เขา​ให้​กับ​พวก​ศัตรู​ที่​อยู่​ล้อม​รอบ+ พวก​เขา​จึง​ไม่​สามารถ​ต้านทาน​ศัตรู​พวก​นั้น​ได้​อีก+ 15 ไม่​ว่า​พวก​เขา​ไป​ที่​ไหน พระ​ยะโฮวา​ก็​ต่อ​สู้​พวก​เขา​โดย​ให้​มี​ความ​หายนะ​เกิด​ขึ้น​กับ​พวก​เขา+ตาม​ที่​พระ​ยะโฮวา​บอก​ไว้​และ​ตาม​ที่​พระ​ยะโฮวา​สาบาน​ไว้+ พวก​เขา​เจอ​กับ​ความ​ทุกข์​เดือดร้อน​อย่าง​หนัก+ 16 พระ​ยะโฮวา​จึง​แต่ง​ตั้ง​ผู้​วินิจฉัย*ขึ้น​มา​ช่วย​พวก​เขา​ให้​รอด​จาก​เงื้อม​มือ​ของ​พวก​ศัตรู​ที่​มา​ปล้น+

17 แต่​พวก​เขา​ก็​ยัง​ไม่​ฟัง​ผู้​วินิจฉัย พวก​เขา​หัน​ไป​นมัสการ​พระ​อื่น​และ​กราบ​ไหว้​พระ​พวก​นั้น พวก​เขา​ทิ้ง​แนว​ทาง​ของ​บรรพบุรุษ​รวด​เร็ว​เหลือ​เกิน บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เขา​เชื่อ​ฟัง​คำ​สั่ง​ของ​พระ​ยะโฮวา+ แต่​พวก​เขา​ไม่​เชื่อ​ฟัง 18 เมื่อ​ไร​ก็​ตาม​ที่​พระ​ยะโฮวา​แต่ง​ตั้ง​ผู้​วินิจฉัย​ให้​พวก​เขา+ พระ​ยะโฮวา​ก็​จะ​อยู่​กับ​ผู้​วินิจฉัย​คน​นั้น และ​ช่วย​พวก​เขา​ให้​รอด​จาก​เงื้อม​มือ​ของ​พวก​ศัตรู​ตลอด​ช่วง​ชีวิต​ของ​ผู้​วินิจฉัย เพราะ​พระ​ยะโฮวา​สงสาร*+ที่​พวก​เขา​ร้อง​คร่ำ​ครวญ​เพราะ​ถูก​กดขี่+และ​ถูก​ปฏิบัติ​อย่าง​โหด​ร้าย

19 แต่​พอ​ผู้​วินิจฉัย​ตาย พวก​เขา​ก็​ทำ​บาป​ร้ายแรง​ยิ่ง​กว่า​บรรพบุรุษ​ของ​เขา​โดย​ไป​ติด​ตาม​พระ​อื่น พวก​เขา​นมัสการ​และ​กราบ​ไหว้​พระ​พวก​นั้น+ ไม่​ได้​เลิก​ทำ​ชั่ว​และ​ไม่​ได้​ทิ้ง​นิสัย​ที่​ดื้อดึง​ของ​ตัว​เอง 20 พระ​ยะโฮวา​จึง​โกรธ​ชาว​อิสราเอล+และ​พูด​ว่า “เพราะ​ชาติ​นี้​ละเมิด​สัญญา+ที่​เรา​สั่ง​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เขา​ให้​รักษา พวก​เขา​ไม่​เชื่อ​ฟัง​เรา+ 21 ชาติ​ต่าง ๆ ที่​เหลือ​อยู่​หลัง​จาก​โยชูวา​ตาย​นั้น​เรา​จะ​ไม่​ขับ​ไล่​ไป​จาก​พวก​เขา​แม้​แต่​ชาติ​เดียว+ 22 เพื่อ​จะ​ทดสอบ​ชาว​อิสราเอล​ว่า​จะ​ใช้​ชีวิต​ตาม​แนว​ทาง​ของ​พระ​ยะโฮวา+เหมือน​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เขา​หรือ​ไม่” 23 พระ​ยะโฮวา​จึง​ปล่อย​ชาติ​พวก​นั้น​ไว้ ไม่​ได้​ขับ​ไล่​พวก​เขา​ไป​ทันที และ​พระองค์​ไม่​ได้​มอบ​ชาติ​พวก​นั้น​ไว้​ใน​มือ​ของ​โยชูวา

3 ต่อ​ไป​นี้​คือ​ชน​ชาติ​ที่​พระ​ยะโฮวา​ปล่อย​ให้​เหลือ​อยู่ เพื่อ​ให้​พวก​เขา​ทดสอบ​ชาว​อิสราเอล​ที่​ไม่​เคย​มี​ประสบการณ์​ทำ​สงคราม​กับ​ชาว​คานาอัน+ 2 (เพื่อ​ชาว​อิสราเอล​รุ่น​ต่อ ๆ มา​จะ​ได้​รู้​จัก​สงคราม และ​เป็น​การ​ฝึก​คน​ที่​ไม่​มี​ประสบการณ์​ใน​การ​สู้​รบ​มา​ก่อน) 3 ชน​ชาติ​พวก​นั้น​คือ เจ้าเมือง​ทั้ง​ห้า​ของ​ชาว​ฟีลิสเตีย+ ชาว​คานาอัน​ทั้ง​หมด ชาว​ไซดอน+ และ​ชาว​ฮีไวต์+ซึ่ง​อาศัย​อยู่​ใน​แถบ​เทือก​เขา​เลบานอน+ ตั้ง​แต่​ภูเขา​บาอัลเฮอร์โมน​จน​ถึง​เลโบฮามัท*+ 4 พวก​เขา​เป็น​เครื่อง​มือ​ที่​ใช้​ทดสอบ​ชาว​อิสราเอล​ว่า​จะ​เชื่อ​ฟัง​คำ​สั่ง​ของ​พระ​ยะโฮวา​ที่​ให้​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เขา​ผ่าน​ทาง​โมเสส​หรือ​ไม่+ 5 ชาว​อิสราเอล​จึง​อาศัย​อยู่​ร่วม​กับ​ชาว​คานาอัน+ ชาว​ฮิตไทต์ ชาว​อาโมไรต์ ชาว​เปริสซี ชาว​ฮีไวต์ และ​ชาว​เยบุส 6 ชาว​อิสราเอล​ให้​ลูก​ชาย​ของ​ตัว​เอง​แต่งงาน​กับ​ลูก​สาว​ของ​ชน​ชาติ​พวก​นี้ และ​ให้​ลูก​สาว​ของ​ตัว​เอง​แต่งงาน​กับ​ลูก​ชาย​ของ​พวก​เขา และ​ชาว​อิสราเอล​เริ่ม​นมัสการ​พระ​ของ​พวก​เขา+

7 ชาว​อิสราเอล​ทำ​สิ่ง​ชั่ว​ร้าย​ใน​สายตา​พระ​ยะโฮวา พวก​เขา​ลืม​พระยะโฮวา​พระเจ้า​ของ​เขา และ​หัน​ไป​นมัสการ​พวก​พระ​บาอัล+กับ​เสา​ศักดิ์สิทธิ์+ 8 พระ​ยะโฮวา​โกรธ​ชาว​อิสราเอล​มาก​จึง​มอบ*พวก​เขา​ไว้​ใน​มือ​คูชันริชาธาอิม​กษัตริย์​แห่ง​เมโสโปเตเมีย* ชาว​อิสราเอล​รับใช้​คูชันริชาธาอิม 8 ปี 9 พอ​ชาว​อิสราเอล​ร้อง​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​พระ​ยะโฮวา+ พระ​ยะโฮวา​ก็​แต่ง​ตั้ง​โอทนีเอล+ลูก​ชาย​ของ​เคนัส​ที่​เป็น​น้อง​ชาย​ของ​คาเลบ​เพื่อ​ช่วย​ชาว​อิสราเอล​ให้​พ้น​จาก​ศัตรู+ 10 พลัง​ของ​พระ​ยะโฮวา​ก็​อยู่​กับ​โอทนีเอล+ เขา​จึง​เป็น​ผู้​วินิจฉัย​ของ​ชาว​อิสราเอล พอ​เขา​ออก​ไป​สู้​รบ พระ​ยะโฮวา​มอบ​คูชันริชาธาอิม​กษัตริย์​แห่ง​เมโสโปเตเมีย*ไว้​ใน​มือ​ของ​เขา เขา​ก็​เอา​ชนะ​คูชันริชาธาอิม​ได้ 11 หลัง​จาก​นั้น แผ่นดิน​ก็​สงบ​เงียบ​อยู่ 40 ปี แล้ว​โอทนีเอล​ลูก​ชาย​ของ​เคนัส​ก็​ตาย

12 แต่​ชาว​อิสราเอล​ทำ​สิ่ง​ชั่ว​ร้าย​ใน​สายตา​พระ​ยะโฮวา​อีก+ พระ​ยะโฮวา​จึง​ปล่อย​ให้​เอกโลน​กษัตริย์​โมอับ+ มี​อำนาจ​มาก​กว่า​ชาว​อิสราเอล เพราะ​พวก​เขา​ทำ​สิ่ง​ชั่ว​ร้าย​ใน​สายตา​พระ​ยะโฮวา 13 และ​เอกโลน​ยัง​ชวน​ชาว​อัมโมน+กับ​ชาว​อามาเลข+มา​ต่อ​สู้​กับ​ชาว​อิสราเอล​ด้วย พวก​เขา​มา​โจมตี​ชาว​อิสราเอล​และ​ยึด​เมือง​ที่​มี​ต้น​ปาล์ม​ไป+ 14 ชาว​อิสราเอล​รับใช้​เอกโลน​กษัตริย์​โมอับ 18 ปี+ 15 ชาว​อิสราเอล​ร้อง​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​พระ​ยะโฮวา+ พระ​ยะโฮวา​จึง​แต่ง​ตั้ง​เอฮูด​ซึ่ง​เป็น​ลูก​ชาย​ของ​เกรา​และ​เป็น​คน​ใน​ตระกูล​เบนยามิน+ให้​ช่วย​พวก​เขา+ เอฮูด+เป็น​คน​ถนัด​มือ​ซ้าย+ ต่อ​มา​ชาว​อิสราเอล​ให้​เขา​เอา​ของ​บรรณาการ​ไป​ให้​เอกโลน​กษัตริย์​โมอับ 16 เอฮูด​จึง​ทำ​ดาบ​สอง​คม​ขึ้น​มา​เล่ม​หนึ่ง ยาว 1 ศอก* และ​เอา​เหน็บ​ไว้​ที่​เข็มขัด​ด้าน​ขวา​ใต้​เสื้อ​คลุม 17 แล้ว​เขา​ก็​นำ​ของ​บรรณาการ​ไป​ให้​เอกโลน​กษัตริย์​โมอับ เอกโลน​เป็น​คน​อ้วน​มาก

18 เมื่อ​เอา​ของ​บรรณาการ​ไป​ให้​แล้ว เอฮูด​ก็​เดิน​ทาง​ไป​ส่ง​คน​ที่​หาม​ของ​นั้น​มา 19 แต่​พอ​ไป​ถึง​รูป​เคารพ​แกะ​สลัก​ต่าง ๆ*ที่​กิลกาล+ เขา​ก็​ย้อน​กลับ​มา​หา​เอกโลน และ​พูด​ว่า “ท่าน​กษัตริย์ ผม​มี​ข่าว​ลับ​บาง​อย่าง​จะ​แจ้ง​กับ​ท่าน” กษัตริย์​ก็​สั่ง​ว่า “พวก​คุณ​ออก​ไป​ก่อน” แล้ว​พวก​คน​รับใช้​ทั้ง​หมด​ก็​ออก​ไป 20 เอฮูด​จึง​เข้า​มา​หา​ตอน​ที่​เอกโลน​นั่ง​อยู่​คน​เดียว​ใน​ห้อง​บน​ดาดฟ้า​ที่​เย็น​สบาย แล้ว​เอฮูด​ก็​บอก​ว่า “ผม​มี​ข่าวจาก​พระเจ้า​จะ​แจ้ง​ให้​ท่าน​ทราบ” เอกโลน​ก็​ลุก​ขึ้น​จาก​ที่​นั่ง 21 เอฮูด​เอา​มือ​ซ้าย​ชัก​ดาบ​ที่​เหน็บ​ไว้​ที่​เข็มขัด​ด้าน​ขวา​ออก​มา และ​แทง​เข้า​ไป​ที่​ท้อง​ของ​เอกโลน 22 ดาบ​จม​ลง​ไป​จน​มิด​ด้าม และ​ไขมัน​ก็​ทะลัก​ออก​มา​หุ้ม​ใบ​มีด​ไว้​เพราะ​เขา​ไม่​ได้​ดึง​ดาบ​ออก​มา​จาก​ท้อง​ของ​เอกโลน และ​ของ​โสโครก​ก็​ไหล​ออก​มา 23 แล้ว​เอฮูด​ก็​ออก​ไป​ทาง​ระเบียง* และ​ปิด​ประตู​ล็อก​ห้อง​บน​ดาดฟ้า​เอา​ไว้ 24 พอ​เขา​ออก​ไป​แล้ว​พวก​คน​รับใช้​ของ​กษัตริย์​ก็​กลับ​เข้า​มา และ​เห็น​ว่า​ประตู​ห้อง​บน​ดาดฟ้า​ล็อก​อยู่ พวก​เขา​จึง​พูด​กัน​ว่า “กษัตริย์​คง​กำลัง​นั่ง​ปลด​ทุกข์​อยู่​ใน​ห้อง​ชั้น​ใน​ที่​เย็น​สบาย” 25 พวก​เขา​เฝ้า​รอ​อยู่​นาน​จน​รู้สึก​แปลก​ใจ เมื่อ​เห็น​ว่า​กษัตริย์​ยัง​ไม่​เปิด​ประตู​ห้อง​บน​ดาดฟ้า​สัก​ที พวก​เขา​ก็​เอา​กุญแจ​มา​เปิด​ดู​และ​เห็น​ว่า​เจ้านาย​ของ​พวก​เขา​นอน​ตาย​อยู่​บน​พื้น

26 เอฮูด​ฉวย​จังหวะ​ช่วง​ที่​พวก​เขา​รอ​อยู่​นั้น​หนี​ไป เขา​หลบ​หนี​ผ่าน​รูป​เคารพ​แกะ​สลัก​ต่าง ๆ*+และ​ไป​ถึง​เสอีราห์​ได้​อย่าง​ปลอด​ภัย 27 เมื่อ​ไป​ถึง​ที่​นั่น​ซึ่ง​อยู่​ใน​เขต​เทือก​เขา​เอฟราอิม+ เขา​ก็​เป่า​แตร​เขา​สัตว์+ และ​ชาว​อิสราเอล​ก็​ลง​มา​จาก​เขต​เทือก​เขา เอฮูด​ก็​นำ​หน้า​พวก​เขา​ไป 28 เอฮูด​พูด​กับ​ชาว​อิสราเอล​ว่า “ตาม​ผม​มา เพราะ​พระ​ยะโฮวา​มอบ​ชาว​โมอับ​ศัตรู​ของ​คุณ​ไว้​ใน​มือ​พวก​คุณ​แล้ว” พวก​เขา​ก็​ตาม​เอฮูด​ไป​และ​ยึด​ท่า​ข้าม​ต่าง ๆ ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน​ไว้​ไม่​ให้​ชาว​โมอับ​ข้าม​ไป พวก​เขา​ไม่​ให้​ใคร​ข้าม​ไป​ได้​เลย 29 ใน​ตอน​นั้น พวก​เขา​ฆ่า​ฟัน​ชาว​โมอับ​ตาย​ไป​ประมาณ 10,000 คน+ ซึ่ง​เป็น​คน​ที่​แข็งแรง​และ​กล้า​หาญ​ทั้ง​นั้น ไม่​มี​ใคร​หนี​รอด​ไป​ได้​แม้​แต่​คน​เดียว+ 30 ใน​วัน​นั้น ชาว​โมอับ​พ่าย​แพ้​ชาว​อิสราเอล​อย่าง​ราบ​คาบ และ​แผ่นดิน​ก็​สงบ​เงียบ​อยู่ 80 ปี+

31 หลัง​จาก​เอฮูด​ตาย​แล้ว ชัมการ์+ลูก​ชาย​ของ​อานาท​ก็​ช่วย​ชาว​อิสราเอล เขา​ฆ่า​ชาว​ฟีลิสเตีย+ตาย​ไป 600 คน​ด้วย​ประตัก​วัว​อัน​เดียว+

4 แต่​หลัง​จาก​เอฮูด​ตาย ชาว​อิสราเอล​ก็​ทำ​สิ่ง​ชั่ว​ร้าย​ใน​สายตา​พระ​ยะโฮวา​อีก+ 2 พระ​ยะโฮวา​จึง​มอบ*พวก​เขา​ไว้​ใน​มือ​ยาบิน​กษัตริย์​ของ​คานาอัน+ซึ่ง​ปกครอง​อยู่​ใน​เมือง​ฮาโซร์ แม่ทัพ​ของ​เขา​ชื่อ​สิเสรา อาศัย​อยู่​ใน​ฮาโรเชธฮาโกอิม*+ 3 ชาว​อิสราเอล​ก็​ร้อง​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​พระ​ยะโฮวา+ เพราะ​ยาบิน*มี​รถ​ศึก​ซึ่ง​มี​ดุม​ล้อ​ติด​ใบ​มีด​โค้ง*+ 900 ​คัน และ​เขา​กดขี่​ชาว​อิสราเอล​อย่าง​หนัก+ถึง 20 ปี

4 ใน​ตอน​นั้น เดโบราห์​ผู้​พยากรณ์​หญิง+เป็น​คน​ที่​นำ​คำ​ตัดสิน​จาก​พระเจ้า​มา​บอก​ชาว​อิสราเอล เธอ​เป็น​ภรรยา​ของ​ลัปปิโดท 5 เธอ​จะ​นั่ง​อยู่​ใต้​ต้น​ปาล์ม​ของ​เดโบราห์​ระหว่าง​เมือง​รามาห์+กับ​เมือง​เบธเอล+ใน​เขต​เทือก​เขา​เอฟราอิม ชาว​อิสราเอล​จะ​ขึ้น​ไป​หา​เธอ​เพื่อ​ฟัง​คำ​ตัดสิน​ของ​พระเจ้า 6 เธอ​ส่ง​คน​ไป​ตาม​บาราค+ลูก​ชาย​ของ​อาบีโนอัม​จาก​เคเดช​นัฟทาลี+ให้​มา​พบ​และ​พูด​กับ​เขา​ว่า “พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล​สั่ง​คุณ​อย่าง​นี้ ‘ให้​รวบ​รวม​คน 10,000 คน​จาก​ตระกูล​นัฟทาลี​และ​ตระกูล​เศบูลุน แล้ว​ไป​ที่​ภูเขา​ทาโบร์ 7 เรา​จะ​ให้​สิเสรา​แม่ทัพ​ของ​ยาบิน​มา​ที่​ลำ​น้ำ​คีโชน+พร้อม​กับ​รถ​ศึก​และ​กอง​ทหาร​ของ​เขา และ​เรา​จะ​มอบ​เขา​ไว้​ใน​มือ​ของ​เจ้า’”+

8 บาราค​ก็​พูด​กับ​เธอ​ว่า “ถ้า​คุณ​ไป​กับ​ผม ผม​ก็​จะ​ไป แต่​ถ้า​คุณ​ไม่​ไป ผม​ก็​ไม่​ไป” 9 เธอ​ตอบ​ว่า “ดิฉัน​จะ​ไป​กับ​คุณ​แน่ แต่​คุณ​จะ​ไม่​ได้​รับ​เกียรติ​จาก​การ​รบ​ครั้ง​นี้ เพราะ​พระ​ยะโฮวา​จะ​มอบ​สิเสรา​ไว้​ใน​มือ​ของ​ผู้​หญิง​คน​หนึ่ง”+ แล้ว​เดโบราห์​ก็​ออก​เดิน​ทาง​ไป​เมือง​เคเดช+กับ​บาราค 10 บาราค​เรียก​คน​ใน​ตระกูล​เศบูลุน​และ​ตระกูล​นัฟทาลี+มา​ที่​เมือง​เคเดช จาก​นั้น ผู้​ชาย 10,000 คน​ก็​ตาม​บาราค​ไป เดโบราห์​ก็​ไป​ด้วย

11 ตอน​นั้น เฮเบอร์​ชาว​เคไนต์​ได้​แยก​ออก​มา​จาก​ชาว​เคไนต์+คน​อื่น ๆ ซึ่ง​เป็น​ลูก​หลาน​ของ​โฮบับ​พ่อตา​โมเสส+ เขา​ตั้ง​เต็นท์​อาศัย​อยู่​ใกล้ ๆ ต้น​ไม้​ใหญ่​ใน​ศาอานันนิม​ที่​เมือง​เคเดช

12 มี​คน​มา​รายงาน​สิเสรา​ว่า​บาราค​ลูก​ชาย​ของ​อาบีโนอัม​ขึ้น​ไป​ที่​ภูเขา​ทาโบร์​แล้ว+ 13 สิเสรา​ก็​รวบ​รวม​รถ​ศึก​ซึ่ง​มี​ดุม​ล้อ​ติด​ใบ​มีด​โค้ง*ของ​เขา 900 คัน รวม​ทั้ง​กอง​ทหาร​ทั้ง​หมด​ของ​เขา แล้ว​ยก​พล​จาก​ฮาโรเชธฮาโกอิม​ไป​ที่​ลำ​น้ำ​คีโชน+ 14 เดโบราห์​พูด​กับ​บาราค​ว่า “ไป​เถอะ เพราะ​วัน​นี้​พระ​ยะโฮวา​จะ​มอบ​สิเสรา​ไว้​ใน​มือ​ของ​คุณ พระ​ยะโฮวา​จะ​นำ​หน้า​คุณ​ไป” บาราค​ก็​ลง​ไป​จาก​ภูเขา​ทาโบร์​โดย​มี​ผู้​ชาย 10,000 คน​ตาม​เขา​ไป 15 แล้ว​พระ​ยะโฮวา​ก็​ทำ​ให้​สิเสรา​กับ​รถ​ศึก​และ​กอง​ทหาร​ทั้ง​หมด​ของ​เขา​สับสน​วุ่นวาย+ บาราค​ฆ่า​ฟัน​พวก​เขา​ด้วย​ดาบ สิเสรา​ก็​ทิ้ง​รถ​ศึก​ของ​ตัว​เอง​และ​วิ่ง​หนี​ไป 16 บาราค​ไล่​ตาม​รถ​ศึก​และ​กอง​ทหาร​พวก​นั้น​ไป​จน​ถึง​ฮาโรเชธฮาโกอิม ทหาร​ของ​สิเสรา​ถูก​ฆ่า​ตาย​หมด​ไม่​เหลือ​รอด​สัก​คน​เดียว+

17 แต่​สิเสรา​วิ่ง​หนี​ไป​ที่​เต็นท์​ของ​ยาเอล+ภรรยา​ของ​เฮเบอร์+ชาว​เคไนต์ เพราะ​ตอน​นั้น​ยาบิน+กษัตริย์​ของ​เมือง​ฮาโซร์​เป็น​ไมตรี​กับ​ครอบครัว​ของ​เฮเบอร์​ชาว​เคไนต์ 18 ยาเอล​ก็​ออก​มา​ต้อนรับ​สิเสรา และ​พูด​กับ​เขา​ว่า “เชิญ​เข้า​มา​ก่อน​นาย​ท่าน เข้า​มา​ข้าง​ใน​เลย​ค่ะ ไม่​ต้อง​กลัว” เขา​จึง​เข้า​ไป​ใน​เต็นท์​ของ​เธอ และ​เธอ​ก็​เอา​ผ้า​ห่ม​มา​ห่ม​ให้​เขา 19 สิเสรา​พูด​กับ​เธอ​ว่า “ผม​หิว​น้ำ ขอ​น้ำ​ให้​ผม​กิน​หน่อย” เธอ​ก็​เปิด​ถุง​หนัง​ที่​ใส่​นม​และ​เอา​นม​มา​ให้​เขา​กิน+ จาก​นั้น เธอ​ก็​ห่ม​ผ้า​ให้​เขา​อีก 20 เขา​บอก​เธอ​ว่า “ช่วย​ไป​ยืน​เฝ้า​ที่​หน้า​เต็นท์ ถ้า​มี​ใคร​มา​ถาม​ว่า ‘มี​คน​มา​ที่​นี่​ไหม?’ ให้​ตอบ​ไป​ว่า ‘ไม่​มี’”

21 แต่​ยาเอล​ภรรยา​ของ​เฮเบอร์​ไป​เอา​หมุด​ยึด​เต็นท์​กับ​ค้อน​มา พอ​สิเสรา​หลับ​สนิท​เพราะ​หมด​แรง เธอ​ก็​ค่อย ๆ ย่อง​เข้า​ไป​และ​เอา​หมุด​ยึด​เต็นท์​ตอก​เข้า​ที่​ขมับ​ของ​เขา​จน​ทะลุ​ถึง​พื้น​ดิน​ตาย​คา​ที่+

22 บาราค​ไล่​ตาม​สิเสรา​มา​ถึง​ที่​นั่น ยาเอล​ก็​ออก​มา​พบ​เขา​และ​พูด​ว่า “เชิญ​ค่ะ มา​ดู​คน​ที่​คุณ​กำลัง​ตาม​หา​อยู่” เขา​ก็​เข้า​ไป​ข้าง​ใน​กับ​เธอ และ​เห็น​สิเสรา​นอน​ตาย​อยู่ มี​หมุด​ยึด​เต็นท์​ตอก​ทะลุ​ขมับ

23 ใน​วัน​นั้น พระเจ้า​ทำ​ให้​ยาบิน​กษัตริย์​ของ​คานาอัน​พ่าย​แพ้​ชาว​อิสราเอล+ 24 ชาว​อิสราเอล​มี​กำลัง​เข้มแข็ง​ขึ้น​เรื่อย ๆ และ​ทำ​สงคราม​กับ​ยาบิน​กษัตริย์​ของ​คานาอัน+จน​ฆ่า​เขา​ได้+

5 ใน​วัน​นั้น เดโบราห์+กับ​บาราค+ลูก​ชาย​ของ​อาบีโนอัม​ร้อง​เพลง​อย่าง​นี้+

2 “ให้​เรา​สรรเสริญ​พระ​ยะโฮวา

ที่​ชาว​อิสราเอล​อาสา​ไป​สู้​รบ+

เพราะ​พวก​เขา​ทำ​ตาม​คำ​ปฏิญาณ​ของ​ตัว​เอง*

3 กษัตริย์​ทั้ง​หลาย​ขอ​ให้​ฟัง คน​ที่​มี​อำนาจ​ปกครอง​ทั้ง​หลาย​ขอ​ให้​เงี่ย​หู​ฟัง

เรา​จะ​ร้อง​เพลง​ให้​พระ​ยะโฮวา

จะ​ร้อง​เพลง*สรรเสริญ​พระ​ยะโฮวา+พระเจ้า​ของ​อิสราเอล+

4 พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า เมื่อ​พระองค์​ออก​จาก​เสอีร์+

เมื่อ​พระองค์​ยก​ทัพ​ออก​จาก​แผ่นดิน​เอโดม

แผ่นดิน​ก็​สั่น​สะเทือน ท้องฟ้า​ก็​เท​กระหน่ำ

เมฆ​กระหน่ำ​เม็ด​ฝน​ลง​มา

5 ภูเขา​ทั้ง​หลาย​ละลาย*ไป​ต่อ​หน้า​พระ​ยะโฮวา+

แม้​แต่​ภูเขา​ซีนาย​ที่​อยู่​ต่อ​หน้า​พระ​ยะโฮวา+พระเจ้า​ของ​อิสราเอล+

6 ใน​สมัย​ของ​ชัมการ์+ลูก​ชาย​ของ​อานาท

และ​ใน​สมัย​ของ​ยาเอล+ ทาง​หลวง​ก็​ว่าง​เปล่า

​ผู้​คน​หัน​ไป​เดิน​ตาม​ตรอก​ซอก​ซอย

7 หมู่​บ้าน​ต่าง ๆ ใน​อิสราเอล​ไม่​มี​ใคร​อยู่

ไม่​มี​ใคร​อาศัย​เลย จน​กระทั่ง​ดิฉัน​เดโบราห์+ขึ้น​มา

จน​กระทั่ง​ดิฉัน​ขึ้น​มา​เป็น​เหมือน​แม่​ที่​ช่วย​อิสราเอล+

8 พวก​เขา​เลือก​นมัสการ​พระ​อื่น+

สงคราม​จึง​มา​ถึง​ประตู​เมือง+

ไม่​มี​โล่​หรือ​หอก​ให้​เห็น​แม้​แต่​อัน​เดียว

ใน​พวก​ทหาร​อิสราเอล 40,000 คน

9 เรา​อยู่​ฝ่าย​ผู้​บัญชา​การ​ของ​อิสราเอล+

ซึ่ง​อาสา​ไป​สู้​รบ​ร่วม​กับ​ประชาชน+

ขอ​ให้​สรรเสริญ​พระ​ยะโฮวา

10 พวก​คุณ​ที่​ขี่​ลา​สี​น้ำตาล​อ่อน

พวก​คุณ​ที่​นั่ง​บน​พรม​เนื้อ​ดี

และ​พวก​คุณ​ที่​เดิน​ตาม​ถนน

ขอ​ให้​คิด​ใคร่ครวญ​เรื่อง​ต่อ​ไป​นี้

11 มี​เสียง​คน​ตัก​น้ำ​พูด​กัน​ที่​บ่อ​น้ำ

พวก​เขา​พูด​ถึง​สิ่ง​ดี​งาม​ที่​พระ​ยะโฮวา​ทำ

และ​พูด​ถึง​สิ่ง​ดี ๆ ซึ่ง​ชาว​อิสราเอล​ที่​อาศัย​อยู่​ตาม​หมู่​บ้าน​ทำ

แล้ว​ประชาชน​ของ​พระ​ยะโฮวา​ก็​ลง​ไป​ที่​ประตู​เมือง

12 ตื่น​เถอะ ตื่น​ได้​แล้ว เดโบราห์+

ตื่น​เถอะ ตื่น​ขึ้น​มา​ร้อง​เพลง+

ลุก​ขึ้น​เถอะ​บาราค+ ลูก​ชาย​อาบีโนอัม ขอ​ให้​เอา​พวก​เชลย​ของ​คุณ​ไป

13 คน​ที่​เหลือ​อยู่​ลง​มา​หา​พวก​เจ้านาย

ประชาชน​ของ​พระ​ยะโฮวา​ลง​มา​หา​เรา​เพื่อ​ต่อ​สู้​กับ​ศัตรู​ที่​มี​กำลัง

14 คน​ที่​มา​จาก​เอฟราอิม ซึ่ง​อยู่​ใน​หุบเขา

เบนยามิน พวก​เขา​กำลัง​ตาม​คุณ​ไป ไป​กับ​ทหาร​ของ​คุณ

พวก​ผู้​บัญชา​การ​ลง​มา​จาก​มาคีร์+

และ​คน​ที่​ถือ​คทา​นับ​พล​ทหาร*มา​จาก​เศบูลุน

15 พวก​เจ้านาย​ของ​อิสสาคาร์​อยู่​กับ​เดโบราห์

บาราค+ก็​ทำ​เหมือน​กับ​อิสสาคาร์

เขา​เดิน​เท้า​เข้า​ไป​ใน​ที่​ราบ​หุบเขา+

ส่วน​คน​ใน​วงศ์​ตระกูล​ของ​รูเบน​ยัง​ลังเล​ใจ​อยู่

16 ทำไม​คุณ​ถึง​นั่ง​อยู่​ระหว่าง​กระเป๋า​อาน​สอง​ข้าง

ฟัง​เสียง​คน​เป่า​ปี่​เรียก​ฝูง​แกะ?+

เพราะ​คน​ใน​วงศ์​ตระกูล​รูเบน​ยัง​ลังเล​ใจ​อยู่

17 กิเลอาด​ยัง​อยู่​ที่​อีก​ฟาก​หนึ่ง​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน+

ทำไม​ดาน​ถึง​อยู่​ใน​เรือ​ของ​เขา?+

อาเชอร์​ก็​นั่ง​อยู่​เฉย ๆ ที่​ชายฝั่ง​ทะเล

เขา​ยัง​อยู่​ตาม​ท่า​เรือ​ของ​ตัว​เอง+

18 เศบูลุน​เป็น​พวก​ที่​เอา​ชีวิต​เข้า​มา​เสี่ยง​ต่อ​ความ​ตาย

นัฟทาลี+ก็​อยู่​บน​เนิน​เขา​ที่​โล่ง​แจ้ง+

19 กษัตริย์​ทั้ง​หลาย​พา​กัน​มา พวก​เขา​ยก​ทัพ​มา​ต่อ​สู้+

พวก​กษัตริย์​ของ​คานาอัน​มา​สู้​รบ

ที่​เมือง​ทาอานาค​ใกล้ ๆ ลำธาร​เมกิดโด+

พวก​เขา​ปล้น​เอา​เงิน​ไป​ไม่​ได้+

20 ดวง​ดาว​ก็​สู้​รบ​จาก​สวรรค์

ต่าง​ก็​สู้​รบ​กับ​สิเสรา​จาก​วิถีโคจร​ของ​ตัว​เอง

21 ลำ​น้ำ​คีโชน​กวาด​พวก​เขา​ไป+

ลำ​น้ำ​คีโชน​เป็น​ลำ​น้ำ​โบราณ

เรา​เหยียบ​ย่ำ​ศัตรู​ผู้​มี​กำลัง​ลง​แล้ว

22 เสียง​กีบ​เท้า​ม้า​กระทบ​กับ​พื้น

ตอน​ที่​ม้า​ศึก​ของ​เขา​ควบ​ไป​อย่าง​บ้า​ระห่ำ+

23 ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา​บอก​ว่า ‘ให้​สาป​แช่ง​เมโรส

ใช่​แล้ว ให้​สาป​แช่ง​ชาว​เมือง​นั้น

เพราะ​พวก​เขา​ไม่​มา​ช่วย​พระ​ยะโฮวา

ไม่​มา​ช่วย​พระ​ยะโฮวา​กับ​พวก​นัก​รบ’

24 ผู้​หญิง​ที่​น่า​ยกย่อง​ที่​สุด​คือ​ยาเอล+

ภรรยา​ของ​เฮเบอร์+ชาว​เคไนต์

เธอ​เป็น​ผู้​หญิง​ที่​น่า​ยกย่อง​ที่​สุด​ใน​พวก​ผู้​หญิง​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​เต็นท์

25 เขา​ขอ​น้ำ แต่​เธอ​ให้​นม​เขา​กิน

เธอ​เอา​น้ำ​นม​ข้น​ชาม​ใหญ่​ให้​เขา+

26 เธอ​เอื้อม​มือ​ไป​หยิบ​หมุด​ยึด​เต็นท์​มา

ส่วน​มือ​ขวา​ก็​ถือ​ค้อน​ของ​ช่าง​มา​ด้วย

แล้ว​ก็​เอา​ค้อน​ทุบ​ลง​ไป ทุบ​ลง​ไป​ที่​หัว​ของ​สิเสรา

เธอ​ตี​เข้า​ที่​ขมับ​ของ​เขา​จน​แตก​และ​ทะลุ​ไป​อีก​ด้าน​หนึ่ง+

27 เขา​นอน​แน่นิ่ง​อยู่​แทบ​เท้า​ของ​เธอ เขา​นอน​ไม่​ขยับ​เขยื้อน

เขา​นอน​แน่นิ่ง​อยู่​แทบ​เท้า​คู่​นั้น

เขา​สิ้น​ใจ​อยู่​ตรง​ที่​ที่​เขา​นอน

28 ผู้​หญิง​คน​หนึ่ง​มอง​ออก​ไป​ทาง​หน้าต่าง

แม่​ของ​สิเสรา​มอง​ลอด​ช่อง​ระแนง​หน้าต่าง

‘ทำไม​นะ รถ​ศึก​ของ​ลูก​ถึง​มา​ช้า?

ทำไม​ยัง​ไม่​ได้​ยิน​เสียง​ฝีเท้า​ม้า​ที่​ลาก​รถ​ศึก​ของ​เขา​สัก​ที?’+

29 คน​ที่​ฉลาด​ที่​สุด​ของ​พวก​ผู้​หญิง​ที่​อยู่​กับ​เธอ​ก็​ตอบ

และ​เธอ​ก็​คง​จะ​เฝ้า​บอก​กับ​ตัว​เอง​เหมือน​กัน​ว่า

30 ‘พวก​เขา​คง​จะ​แบ่ง​ของ​ริบ​กัน​อยู่

นัก​รบ​คน​หนึ่ง​ได้​หญิง​สาว​มา​คน​หนึ่ง​หรือ​สอง​คน

ของ​ริบ​ที่​เป็น​ผ้า​ย้อม​สี​นั้น​สำหรับ​สิเสรา เขา​ได้​ของ​ริบ​ที่​เป็น​ผ้า​ย้อม​สี

​ผ้า​ลาย​ปัก​ผืน​หนึ่ง ผ้า​ย้อม​สี ผ้า​ลาย​ปัก​สอง​ผืน

ให้​คน​ที่​ปล้น​เอา​ของ​นั้น​มา​ไว้​พัน​คอ’

31 พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า ขอ​ให้​ศัตรู​ของ​พระองค์​พินาศ​ไป+

แต่​ขอ​ให้​คน​ที่​รัก​พระองค์​ส่อง​แสง​แรง​กล้า​เหมือน​ดวง​ตะวัน”

และ​แผ่นดิน​ก็​สงบ​เงียบ​อยู่ 40 ปี+

6 แต่​ชาว​อิสราเอล​ทำ​สิ่ง​ชั่ว​ร้าย​ใน​สายตา​พระ​ยะโฮวา​อีก+ พระ​ยะโฮวา​จึง​มอบ​พวก​เขา​ไว้​ใน​มือ​ของ​ชาว​มีเดียน 7 ปี+ 2 ชาว​อิสราเอล​ถูก​ชาว​มีเดียน​กดขี่+ พวก​เขา​จึง​ทำ​ที่​ซ่อน​ต่าง ๆ*ไว้​ตาม​ภูเขา ใน​ถ้ำ และ​ใน​ที่​ที่​เข้า​ถึง​ได้​ยาก​เพราะ​กลัว​ชาว​มีเดียน+ 3 พอ​ชาว​อิสราเอล​หว่าน​พืช ชาว​มีเดียน ชาว​อามาเลข+ และ​พวก​ที่​อยู่​ทาง​ทิศ​ตะวัน​ออก+ก็​จะ​มา​โจมตี 4 พวก​เขา​ตั้ง​ค่าย​โจมตี​ชาว​อิสราเอล​และ​ทำลาย​พืช​ผล​ใน​ไร่​นา​ตลอด​ทาง​จน​ถึง​เมือง​กาซา พวก​เขา​ไม่​เหลือ​อะไร​ไว้​ให้​ชาว​อิสราเอล​กิน​เลย แม้​แต่​แกะ วัว และ​ลา​ก็​ไม่​เหลือ​ไว้+ 5 เพราะ​พวก​เขา​จะ​มา​พร้อม​ฝูง​สัตว์​และ​เต็นท์​จำนวน​มาก​เหมือน​ฝูง​ตั๊กแตน+ ไม่​สามารถ​นับ​จำนวน​พวก​เขา​และ​อูฐ​ของ​พวก​เขา​ได้+ พวก​เขา​จะ​เข้า​มา​เพื่อ​ทำลาย​แผ่นดิน 6 ชาว​มีเดียน​ทำ​ให้​ชาว​อิสราเอล​ยาก​จน​ข้นแค้น​อย่าง​หนัก พวก​เขา​จึง​ร้อง​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​พระ​ยะโฮวา+

7 พอ​ชาว​อิสราเอล​ร้อง​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​พระ​ยะโฮวา​เพราะ​ชาว​มีเดียน+ 8 พระ​ยะโฮวา​ก็​ส่ง​ผู้​พยากรณ์​คน​หนึ่ง​มา​หา​พวก​เขา ผู้​พยากรณ์​คน​นั้น​บอก​พวก​เขา​ว่า “พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล​บอก​ไว้​อย่าง​นี้ ‘เรา​พา​พวก​เจ้า​ออก​มา​จาก​อียิปต์ พา​พวก​เจ้า​ออก​จาก​ดินแดน​ของ​การ​เป็น​ทาส+ 9 เรา​ช่วย​พวก​เจ้า​ให้​รอด​จาก​เงื้อม​มือ​ของ​ชาว​อียิปต์ จาก​เงื้อม​มือ​ของ​พวก​คน​ที่​กดขี่ เรา​ขับ​ไล่​พวก​เขา​ไป​ต่อ​หน้า​พวก​เจ้า และ​ยก​แผ่นดิน​ของ​พวก​เขา​ให้​เจ้า+ 10 เรา​ยัง​บอก​พวก​เจ้า​อีก​ว่า “เรา​คือ​ยะโฮวา​พระเจ้า​ของ​เจ้า+ อย่า​ไป​กลัว​พระ​ต่าง ๆ ของ​ชาว​อาโมไรต์​ใน​แผ่นดิน​ที่​พวก​เจ้า​อาศัย​อยู่​นี้”+ แต่​พวก​เจ้า​ไม่​เชื่อ​ฟัง​เรา’”*+

11 ต่อ​มา ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา​มา+นั่ง​ที่​ใต้​ต้น​ไม้​ใหญ่​ใน​เมือง​โอฟราห์ ซึ่ง​เป็น​ต้น​ไม้​ของ​โยอาช​คน​ใน​เชื้อ​สาย​ของ​อาบีเอเซอร์+ ตอน​นั้น​กิเดโอน​ลูก​ชาย​ของ​เขา+กำลัง​นวด​ข้าว​สาลี​อยู่​ใน​บ่อ​ย่ำ​องุ่น​เพื่อ​ไม่​ให้​ชาว​มีเดียน​เห็น 12 ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา​มา​หา​กิเดโอน​และ​พูด​ว่า “พระ​ยะโฮวา​อยู่​กับ​คุณ+ซึ่ง​เป็น​นัก​รบ​ที่​เก่ง​กล้า” 13 กิเดโอน​ก็​พูด​ว่า “ท่าน​ครับ ถ้า​พระ​ยะโฮวา​อยู่​กับ​พวก​เรา แล้ว​ทำไม​พวก​เรา​ถึง​เจอ​กับ​เรื่อง​แบบ​นี้​ครับ?+ ผม​ไม่​เห็น​ว่า​พระเจ้า​ทำ​การ​อัศจรรย์​อะไร​เหมือน​อย่าง​ที่​บรรพบุรุษ​เล่า​ให้​ฟัง+ว่า ‘พระ​ยะโฮวา​พา​พวก​เรา​ออก​มา​จาก​อียิปต์’+ ตอน​นี้​พระ​ยะโฮวา​ทิ้ง​พวก​เรา​แล้ว+ และ​มอบ​พวก​เรา​ไว้​ใน​มือ​ของ​ชาว​มีเดียน” 14 พระ​ยะโฮวา*ก็​มอง​หน้า​เขา​และ​พูด​ว่า “ขอ​ให้​เข้มแข็ง​ขึ้น​และ​ไป​เถอะ เจ้า​จะ​ช่วย​ชาว​อิสราเอล​ให้​รอด​จาก​เงื้อม​มือ​ของ​ชาว​มีเดียน​ได้+ เพราะ​เรา​เป็น​ผู้​ส่ง​เจ้า​ไป” 15 เขา​ก็​บอก​ว่า “พระ​ยะโฮวา​ครับ ผม​จะ​ช่วย​ชาว​อิสราเอล​ได้​ยัง​ไง? ดู​ผม​สิ​ครับ วงศ์​ตระกูล​ของ​ผม​ก็​เล็ก​ที่​สุด​ใน​ตระกูล​มนัสเสห์ แถม​ผม​ยัง​ไม่​ใช่​คน​โดด​เด่น​อะไร​ใน​บ้าน​ของ​พ่อ​ด้วย” 16 แต่​พระ​ยะโฮวา​พูด​กับ​เขา​ว่า “เจ้า​จะ​ฆ่า​ฟัน​ชาว​มีเดียน​เหมือน​พวก​เขา​มี​คน​เดียว เพราะ​เรา​จะ​อยู่​กับ​เจ้า”+

17 แล้ว​เขา​ก็​พูด​กับ​พระเจ้า​ว่า “ตอน​นี้ ถ้า​พระองค์​พอ​ใจ​ผม โปรด​ให้​ผม​เห็น​หลักฐาน​ที่​แสดง​ว่า​เป็น​พระองค์​จริง ๆ ที่​กำลัง​พูด​กับ​ผม​อยู่ 18 ขอ​อย่า​ไป​ไหน​จน​กว่า​ผม​จะ​กลับ​มา​พร้อม​กับ​เครื่อง​บูชา​ที่​เอา​มา​ถวาย​พระองค์”+ พระเจ้า​ก็​พูด​ว่า “เรา​จะ​อยู่​ที่​นี่​จน​กว่า​เจ้า​จะ​กลับ​มา” 19 กิเดโอน​ก็​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​เอา​ลูก​แพะ​ตัว​หนึ่ง​มา​ทำ​อาหาร และ​เอา​แป้ง 1 เอฟาห์*มา​ทำ​ขนมปัง​ไม่​ใส่​เชื้อ+ เขา​เอา​เนื้อ​แพะ​ใส่​กระจาด เอา​น้ำ​แกง​ใส่​หม้อ แล้ว​นำ​ของ​ต่าง ๆ นั้น​มา​ให้​พระเจ้า​ที่​ใต้​ต้น​ไม้​ใหญ่

20 ทูตสวรรค์​ของ​พระเจ้า​เที่ยง​แท้​ก็​พูด​กับ​เขา​ว่า “ให้​เอา​เนื้อ​แพะ​กับ​ขนมปัง​ไม่​ใส่​เชื้อ​ไป​วาง​ไว้​บน​หิน​ก้อน​ใหญ่​ที่​อยู่​ตรง​นั้น และ​เท​น้ำ​แกง​ลง​ไป” เขา​ก็​ทำ​ตาม 21 ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา​ก็​ยื่น​ปลาย​ไม้เท้า​ไป​แตะ​เนื้อ​แพะ​กับ​ขนมปัง​ไม่​ใส่​เชื้อ แล้ว​ก็​มี​เปลว​ไฟ​ลุก​จาก​หิน​นั้น​เผา​เนื้อ​แพะ​กับ​ขนมปัง​ไม่​ใส่​เชื้อ​จน​หมด+ แล้ว​ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา​ก็​หาย​ตัว​ไป 22 กิเดโอน​ก็​รู้​ว่า​คน​นั้น​คือ​ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา+

กิเดโอน​จึง​พูด​ขึ้น​ว่า “พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​ผู้​ยิ่ง​ใหญ่​สูง​สุด ผม​เห็น​ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา ผม​ต้อง​ตาย​แน่ ๆ”+ 23 แต่​พระ​ยะโฮวา​พูด​กับ​เขา​ว่า “ใจ​เย็น ๆ*ไม่​ต้อง​กลัว+ เจ้า​จะ​ไม่​ตาย” 24 กิเดโอน​สร้าง​แท่น​บูชา​ให้​พระ​ยะโฮวา​ที่​นั่น และ​เรียก​แท่น​นั้น​ว่า​ยะโฮวาชาโลม*+จน​ถึง​วัน​นี้ แท่น​นั้น​ยัง​อยู่​ใน​เมือง​โอฟราห์​ซึ่ง​เป็น​ของ​คน​ใน​เชื้อ​สาย​ของ​อาบีเอเซอร์

25 ใน​คืน​นั้น​พระ​ยะโฮวา​พูด​กับ​เขา​ว่า “ไป​เอา​วัว​หนุ่ม*อายุ 7 ปี​ที่​เป็น​ของ​พ่อ​เจ้า​มา และ​ทำลาย​แท่น​บูชา​พระ​บาอัล​ที่​เป็น​ของ​พ่อ​เจ้า และ​โค่น​เสา​ศักดิ์สิทธิ์​ที่​อยู่​ข้าง ๆ แท่น​นั้น+ 26 จาก​นั้น เจ้า​ต้อง​สร้าง​แท่น​บูชา​ให้​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​บน​ป้อม​นี้​โดย​เอา​หิน​มา​วาง​เรียง​กัน แล้ว​เอา​วัว​หนุ่ม​ตัว​นั้น​ไป​ถวาย​เป็น​เครื่อง​บูชา​เผา ให้​ใช้​เสา​ศักดิ์สิทธิ์​ที่​เจ้า​โค่น​ลง​มา​นั้น​เป็น​ฟืน” 27 กิเดโอน​ก็​พา​ผู้​ชาย 10 คน​ที่​เป็น​คน​รับใช้​ของ​เขา​ไป​ทำ​ตาม​ที่​พระ​ยะโฮวา​สั่ง แต่​เขา​ไม่​กล้า​ทำ​ตอน​กลางวัน​เพราะ​กลัว​คน​ใน​ครอบครัว​ของ​พ่อ​และ​ชาว​เมือง​เห็น เขา​จึง​ทำ​ตอน​กลางคืน

28 พอ​ชาว​เมือง​ตื่น​ขึ้น​มา​ใน​ตอน​เช้า​ตรู่​ของ​วัน​รุ่ง​ขึ้น พวก​เขา​ก็​เห็น​แท่น​บูชา​พระ​บาอัล​ถูก​ทำลาย เสา​ศักดิ์สิทธิ์​ที่​อยู่​ข้าง ๆ แท่น​ถูก​โค่น และ​มี​วัว​หนุ่ม*ถูก​เผา​ถวาย​อยู่​บน​แท่น​บูชา​ที่​เพิ่ง​สร้าง​ขึ้น​ด้วย 29 พวก​เขา​ถาม​กัน​ว่า “ใคร​เป็น​คน​ทำ?” หลัง​จาก​สืบ​ถาม​ดู​แล้ว​พวก​เขา​ก็​บอก​ว่า “กิเดโอน ลูก​ชาย​ของ​โยอาช​เป็น​คน​ทำ” 30 ชาว​เมือง​ก็​พูด​กับ​โยอาช​ว่า “เอา​ตัว​ลูก​ชาย​ของ​คุณ​ออก​มา เขา​ต้อง​ตาย​เพราะ​เขา​ทำลาย​แท่น​บูชา​พระ​บาอัล และ​โค่น​เสา​ศักดิ์สิทธิ์​ที่​อยู่​ข้าง ๆ แท่น​นั้น” 31 โยอาช+ก็​พูด​กับ​พวก​คน​ที่​มา​ล้อม​เขา​ว่า “จะ​มา​ปก​ป้อง​พระ​บาอัล​กัน​หรือ? จะ​มา​ช่วย​พระ​นั้น​หรือ​ไง? ใคร​ปก​ป้อง​พระ​บาอัล​จะ​ต้อง​ถูก​ประหาร​ชีวิต​ใน​เช้า​วัน​นี้+ ถ้า​พระ​บาอัล​เป็น​พระเจ้า ก็​ให้​เขา​ปก​ป้อง​ตัว​เอง​สิ+ เพราะ​มี​คน​มา​ทำลาย​แท่น​ของ​เขา” 32 ใน​วัน​นั้น โยอาช​เรียก​กิเดโอน​ว่า​เยรุบบาอัล* เขา​พูด​ว่า “ให้​พระ​บาอัล​ปก​ป้อง​ตัว​เอง​สิ เพราะ​มี​คน​มา​ทำลาย​แท่น​ของ​เขา”

33 ชาว​มีเดียน+ ชาว​อามาเลข+ และ​พวก​ที่​อยู่​ทาง​ทิศ​ตะวัน​ออก​ก็​ผนึก​กำลัง​กัน+ และ​ข้าม​แม่น้ำ​เข้า​มา​ตั้ง​ค่าย​ใน​หุบเขา​ยิสเรเอล 34 พลัง​ของ​พระ​ยะโฮวา​ลง​มา​บน​กิเดโอน+ เขา​ก็​เป่า​แตร​เขา​สัตว์+ และ​คน​ใน​เชื้อ​สาย​ของ​อาบีเอเซอร์+ก็​รวม​ตัว​กัน​ตาม​เขา​ไป 35 เขา​ใช้​คน​ส่ง​ข่าว​ไป​บอก​ทั่ว​ตระกูล​มนัสเสห์ คน​ใน​ตระกูล​นั้น​ก็​รวม​ตัว​กัน​ตาม​เขา​ไป เขา​ยัง​ใช้​คน​ส่ง​ข่าว​ไป​บอก​ทั่ว​ตระกูล​อาเชอร์ ตระกูล​เศบูลุน และ​ตระกูล​นัฟทาลี​ด้วย และ​คน​พวก​นั้น​ก็​ขึ้น​มา​หา​กิเดโอน

36 กิเดโอน​ถาม​พระเจ้า​เที่ยง​แท้​ว่า “ถ้า​พระองค์​จะ​ใช้​ผม​ให้​ช่วย​ชาว​อิสราเอล​ตาม​ที่​พระองค์​สัญญา+ 37 ผม​จะ​วาง​ขน​แกะ​ไว้​บน​ลาน​นวด​ข้าว ถ้า​มี​น้ำ​ค้าง​เฉพาะ​ที่​ขน​แกะ แต่​พื้น​ดิน​รอบ ๆ นั้น​แห้ง​อยู่ ก็​แสดง​ว่า​พระองค์​จะ​ใช้​ผม​ให้​ช่วย​ชาว​อิสราเอล​จริง ๆ ตาม​ที่​พระองค์​สัญญา” 38 แล้ว​ก็​เป็น​อย่าง​นั้น พอ​เขา​ตื่น​ขึ้น​มา​ใน​ตอน​เช้า​ตรู่​ของ​วัน​รุ่ง​ขึ้น​และ​บิด​ขน​แกะ ก็​มี​น้ำ​ค้าง​ไหล​ออก​มา​จาก​ขน​แกะ​จน​เต็ม​ชาม​ใบ​ใหญ่ 39 แต่​กิเดโอน​พูด​กับ​พระเจ้า​เที่ยง​แท้​ว่า “ขอ​พระองค์​อย่า​เพิ่ง​โกรธ​เลย ผม​ขอ​อีก​สัก​ครั้ง โปรด​ให้​ผม​ทดสอบ​ด้วย​ขน​แกะ​อีก​แค่​ครั้ง​เดียว ครั้ง​นี้​ขอ​ให้​ขน​แกะ​แห้ง แต่​ที่​พื้น​ดิน​รอบ ๆ มี​น้ำ​ค้าง” 40 คืน​นั้น พระเจ้า​ก็​ทำ​ตาม​ที่​เขา​ขอ คือ ให้​ขน​แกะ​แห้ง แต่​ที่​พื้น​ดิน​รอบ ๆ มี​น้ำ​ค้าง

7 แล้ว​เยรุบบาอัล​หรือ​กิเดโอน+กับ​ทหาร​ทั้ง​หมด​ก็​ตื่น​แต่​เช้า​ตรู่​และ​ตั้ง​ค่าย​ที่​น้ำพุ​ฮาโรด ตอน​นั้น​ค่าย​ของ​ชาว​มีเดียน​ตั้ง​อยู่​ทาง​ทิศ​เหนือ​ของ​ค่าย​กิเดโอน คือ​ที่​เนิน​เขา​โมเรห์​ใน​ที่​ราบ​หุบเขา 2 พระ​ยะโฮวา​พูด​กับ​กิเดโอน​ว่า “เจ้า​มี​ทหาร​มาก​เกิน​ไป ถ้า​เรา​ให้​เจ้า​ชนะ​พวก​มีเดียน​ด้วย​ทหาร​มาก​มาย​ขนาด​นี้+ ชาว​อิสราเอล​อาจ​จะ​โอ้อวด​กับ​เรา​ว่า ‘ผม​รบ​ชนะ​ด้วย​ฝีมือ​ของ​ตัว​เอง’+ 3 ดัง​นั้น ขอ​ให้​ประกาศ​กับ​ทหาร​ที่​นี่​ว่า ‘ใคร​กลัว ก็​ให้​กลับ​บ้าน​ได้’”+ พอ​กิเดโอน​ประกาศ​ออก​ไป​ก็​มี​ทหาร 22,000 คน​กลับ​บ้าน เหลือ​อยู่ 10,000 คน

4 พระ​ยะโฮวา​พูด​กับ​กิเดโอน​อีก​ว่า “ยัง​มี​ทหาร​มาก​เกิน​ไป ให้​พวก​เขา​ลง​ไป​ที่​ลำธาร เรา​จะ​ทดสอบ​พวก​เขา​ที่​นั่น ถ้า​เรา​บอก​เจ้า​ว่า ‘คน​นี้​จะ​ไป​กับ​เจ้า’ เขา​จะ​ต้อง​ไป แต่​ถ้า​เรา​บอก​เจ้า​ว่า ‘คน​นี้​จะ​ไม่​ได้​ไป’ เขา​ก็​ไม่​ต้อง​ไป” 5 กิเดโอน​ก็​พา​ทหาร​ลง​ไป​ที่​ลำธาร

พระ​ยะโฮวา​พูด​กับ​กิเดโอน​ว่า “ให้​แยก​คน​ที่​ใช้​มือ​วัก​น้ำ​ขึ้น​มา​กิน*ออก​จาก​คน​ที่​คุกเข่า​ก้ม​ลง​กิน​น้ำ” 6 จำนวน​คน​ที่​ใช้​มือ​วัก​น้ำ​ขึ้น​มา​กิน​มี 300 คน นอก​นั้น​คือ​คน​ที่​คุกเข่า​ก้ม​ลง​กิน​น้ำ

7 พระ​ยะโฮวา​พูด​กับ​กิเดโอน​ว่า “เรา​จะ​ช่วย​พวก​เจ้า และ​จะ​มอบ​ชาว​มีเดียน​ไว้​ใน​มือ​ของ​เจ้า​ด้วย​ทหาร 300 คน​ที่​ใช้​มือ​วัก​น้ำ​ขึ้น​มา​กิน​นี้+ แต่​คน​อื่น ๆ นอก​นั้น​ให้​กลับ​บ้าน​ไป” 8 พวก​เขา​จึง​เอา​เสบียง​อาหาร​และ​แตร​เขา​สัตว์​จาก​ทหาร​พวก​นั้น​ไว้ แล้ว​กิเดโอน​ก็​ให้​ทหาร​อิสราเอล​พวก​นั้น​กลับ​บ้าน เหลือ​ไว้​ให้​อยู่​กับ​เขา​แค่ 300 คน ส่วน​ค่าย​ของ​ชาว​มีเดียน​นั้น​อยู่​ใน​ที่​ราบ​หุบเขา​ด้าน​ล่าง+

9 คืน​นั้น​พระ​ยะโฮวา​พูด​กับ​กิเดโอน​ว่า “ไป​โจมตี​ค่าย​ของ​ชาว​มีเดียน​ได้ เพราะ​เรา​มอบ​พวก​เขา​ไว้​ใน​มือ​ของ​เจ้า​แล้ว+ 10 แต่​ถ้า​เจ้า​ไม่​กล้า​ไป​โจมตี ก็​ให้​ลง​ไป​ที่​ค่าย​นั้น​กับ​ปูราห์​คน​รับใช้​ของ​เจ้า 11 ไป​ฟัง​ว่า​พวก​เขา​พูด​อะไร​กัน แล้ว​เจ้า​ก็​จะ​กล้า​โจมตี​ค่าย​นั้น” กิเดโอน​กับ​ปูราห์​คน​รับใช้​ของ​เขา​ก็​ลง​ไป​ใกล้ ๆ กองทัพ​ที่​มา​ตั้ง​ค่าย​อยู่

12 ชาว​มีเดียน ชาว​อามาเลข และ​พวก​ที่​มา​จาก​ทิศ​ตะวัน​ออก+นั้น​ตั้ง​ค่าย​อยู่​เต็ม​ที่​ราบ​หุบเขา​เหมือน​ฝูง​ตั๊กแตน อูฐ​ของ​พวก​เขา​มี​จำนวน​มาก​มาย​นับ​ไม่​ถ้วน+เหมือน​เม็ด​ทราย​ที่​ชาย​ทะเล 13 พอ​กิเดโอน​ไป​ถึง​ก็​ได้​ยิน​ทหาร​คน​หนึ่ง​เล่า​ความ​ฝัน​ให้​เพื่อน​ฟัง​ว่า “ผม​ฝัน​ว่า มี​ขนมปัง​ข้าว​บาร์เลย์​ก้อน​หนึ่ง​กลิ้ง​เข้า​มา​ใน​ค่าย​ของ​ชาว​มีเดียน กลิ้ง​มา​กระแทก​ที่​เต็นท์​หลัง​หนึ่ง​อย่าง​แรง​จน​เต็นท์​พัง​ลง​มา+ มัน​ชน​เต็นท์​นั้น​ล้ม​คว่ำ แล้ว​เต็นท์​ก็​พัง​ราบ​ลง​กับ​พื้น” 14 เพื่อน​ของ​เขา​ก็​บอก​ว่า “คง​ต้อง​เป็น​ดาบ​ของ​กิเดโอน+คน​อิสราเอล​ลูก​ชาย​ของ​โยอาช​แน่ ๆ พระเจ้า​มอบ​ชาว​มีเดียน​และ​ทหาร​ทั้ง​หมด​ใน​ค่าย​ไว้​ใน​มือ​ของ​เขา​แล้ว”+

15 พอ​กิเดโอน​ได้​ยิน​เขา​เล่า​ความ​ฝัน​และ​ความ​หมาย​ของ​ความ​ฝัน​นั้น+ กิเดโอน​ก็​ก้ม​ลง​นมัสการ​พระเจ้า เขา​กลับ​ไป​ค่าย​ของ​ชาว​อิสราเอล​และ​พูด​ว่า “ไป​กัน​เถอะ เพราะ​พระ​ยะโฮวา​มอบ​กองทัพ​มีเดียน​ไว้​ใน​มือ​พวก​คุณ​แล้ว” 16 กิเดโอน​แบ่ง​ทหาร 300 คน​ออก​เป็น​สาม​กอง และ​เอา​แตร​เขา​สัตว์+กับ​หม้อ​เปล่า​ใบ​ใหญ่​ที่​มี​คบไฟ​อยู่​ข้าง​ใน​ให้​พวก​เขา 17 กิเดโอน​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ให้​ดู​และ​ทำ​ตาม​ผม พอ​ผม​ไป​ถึง​ที่​ริม​ค่าย​นั้น​แล้ว พวก​คุณ​เห็น​ผม​ทำ​อะไร​ก็​ให้​ทำ​อย่าง​นั้น 18 พอ​ผม​กับ​คน​ใน​กลุ่ม​ของ​ผม​เป่า​แตร​เขา​สัตว์ พวก​คุณ​ก็​ต้อง​เป่า​แตร​เขา​สัตว์​รอบ​ค่าย​ด้วย และ​ร้อง​เสียง​ดัง ๆ ว่า ‘เพื่อ​พระ​ยะโฮวา​และ​เพื่อ​กิเดโอน’”

19 กิเดโอน​กับ​ทหาร 100 คน​ที่​อยู่​กับ​เขา​ไป​ถึง​ริม​ค่าย​นั้น​ตอน​เริ่ม​ยาม 2* หลัง​จาก​ทหาร​ยาม​เปลี่ยน​เวร​พอ​ดี แล้ว​พวก​เขา​ก็​เป่า​แตร​เขา​สัตว์+และ​ทุบ​หม้อ​น้ำ​ใบ​ใหญ่​ที่​ถือ​อยู่+ 20 ทหาร​ทั้ง​สาม​กอง​นั้น​เป่า​แตร​และ​ตี​หม้อ​ใบ​ใหญ่​แตก มือ​ซ้าย​ของ​พวก​เขา​ถือ​คบไฟ และ​เป่า​แตร​เขา​สัตว์​ที่​อยู่​ใน​มือ​ขวา พวก​เขา​ร้อง​ตะโกน​ว่า “ดาบ​ของ​พระ​ยะโฮวา​และ​ของ​กิเดโอน” 21 และ​ทุก​คน​ก็​ยืน​อยู่​รอบ​ค่าย ส่วน​ทหาร​ชาว​มีเดียน​ทั้ง​กองทัพ​ก็​แตก​ตื่น​วิ่ง​หนี​พร้อม​ส่ง​เสียง​ร้อง​ไป​ด้วย+ 22 ทหาร​ทั้ง 300 คน​เป่า​แตร​เขา​สัตว์​ไป​เรื่อย ๆ พระ​ยะโฮวา​ทำ​ให้​ทหาร​ใน​ค่าย​นั้น​หัน​มา​ฆ่า​ฟัน​กัน​เอง+ กองทัพ​ก็​แตก​หนี​ไป​ถึง​เบธชิทธาห์ ไป​ถึง​เศเรราห์ และ​ไป​จน​ถึง​ริม​เขต​แดน​ของ​อาเบลเมโหลาห์+ใกล้ ๆ ทับบาท

23 ทหาร​อิสราเอล​จาก​ตระกูล​นัฟทาลี ตระกูล​อาเชอร์ และ​ทหาร​ทุก​คน​จาก​ตระกูล​มนัสเสห์+ถูก​เรียก​ให้​มา​รวม​ตัว​กัน แล้ว​พวก​เขา​ก็​ไล่​ตาม​ชาว​มีเดียน​ไป 24 กิเดโอน​ใช้​คน​ไป​ส่ง​ข่าว​ทั่ว​เขต​เทือก​เขา​ของ​เอฟราอิม​ว่า “ให้​ลง​ไป​โจมตี​ชาว​มีเดียน​และ​ยึด​ท่า​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​และ​แคว​ต่าง ๆ ของ​แม่น้ำ​นั้น​จน​ถึง​เบธบาราห์” ทหาร​ทุก​คน​จาก​ตระกูล​เอฟราอิม​ก็​มา​รวม​ตัว​กัน​และ​ไป​ยึด​ท่า​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​และ​แคว​ต่าง ๆ ของ​แม่น้ำ​นั้น​ไป​จน​ถึง​เบธบาราห์ 25 พวก​เขา​ยัง​จับ​เจ้านาย​สอง​คน​ของ​ชาว​มีเดียน​ได้​ด้วย คือ โอเรบ​กับ​เศเอบ และ​พวก​เขา​ก็​ประหาร​ชีวิต​โอเรบ​บน​หิน​ใหญ่​ก้อน​หนึ่ง​ซึ่ง​ต่อ​มา​เรียก​กัน​ว่า​หิน​ใหญ่​โอเรบ+ และ​ประหาร​ชีวิต​เศเอบ​ที่​บ่อ​ย่ำ​องุ่น​แห่ง​หนึ่ง​ซึ่ง​ต่อ​มา​เรียก​กัน​ว่า​บ่อ​ย่ำ​องุ่น​เศเอบ พวก​เขา​ยัง​ไล่​ตาม​ชาว​มีเดียน+ต่อ​ไป ส่วน​หัว​ของ​โอเรบ​กับ​เศเอบ​นั้น​พวก​เขา​เอา​ไป​ให้​กิเดโอน​ที่​บริเวณ​ใกล้ ๆ แม่น้ำ​จอร์แดน

8 หลัง​จาก​นั้น คน​ใน​ตระกูล​เอฟราอิม​พูด​กับ​กิเดโอน​ว่า “ทำไม​คุณ​ทำ​กับ​พวก​เรา​อย่าง​นี้? ทำไม​ถึง​ไม่​บอก​พวก​เรา​ตอน​ที่​ไป​รบ​กับ​ชาว​มีเดียน?”+ พวก​เขา​ต่อ​ว่า​กิเดโอน​อย่าง​รุนแรง+ 2 กิเดโอน​ก็​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “สิ่ง​ที่​ผม​ทำ​จะ​เทียบ​กับ​ที่​พวก​คุณ​ทำ​ได้​หรือ? สิ่ง​เล็ก​น้อย​ที่​คน​ใน​ตระกูล​เอฟราอิม+ทำ​สำเร็จ​นั้น​ก็​ยิ่ง​ใหญ่​กว่า​สิ่ง​ยิ่ง​ใหญ่​ที่​คน​ใน​เชื้อ​สาย​ของ​อาบีเอเซอร์​ทำ​ซะ​อีก*+ 3 พระเจ้า​มอบ​โอเรบ​กับ​เศเอบ​เจ้านาย​ของ​ชาว​มีเดียน​ไว้​ใน​มือ​พวก​คุณ+ สิ่ง​ที่​ผม​ทำ​จะ​ไป​เทียบ​อะไร​กับ​พวก​คุณ​ได้?” พอ​กิเดโอน​พูด​แบบ​นี้ พวก​เขา​ก็​อารมณ์​เย็น​ลง

4 กิเดโอน​ไป​ถึง​แม่น้ำ​จอร์แดน​และ​ข้าม​ไป​อีก​ฟาก​หนึ่ง เขา​กับ​ทหาร 300 คน​เหนื่อย​ล้า​แต่​ก็​ยัง​ไล่​ตาม​ศัตรู​ต่อ​ไป 5 กิเดโอน​พูด​กับ​ชาว​เมือง​สุคคท​ว่า “ขอ​ขนมปัง​ให้​ทหาร​ที่​มา​กับ​ผม​กิน​หน่อย​เถอะ เพราะ​พวก​เขา​เหนื่อย​ล้า​กัน​มาก และ​ผม​กำลัง​ตาม​ล่า​เศบาห์​กับ​ศัลมุนนา​กษัตริย์​ของ​ชาว​มีเดียน​อยู่” 6 แต่​พวก​เจ้านาย​ของ​เมือง​สุคคท​พูด​ว่า “เศบาห์​กับ​ศัลมุนนา​อยู่​ใน​กำ​มือ​พวก​คุณ​แล้ว​หรือ​ไง พวก​เรา​ถึง​ต้อง​เอา​ขนมปัง​ให้​ทหาร​ของ​คุณ?” 7 กิเดโอน​พูด​ว่า “ถ้า​อย่าง​นั้น เมื่อ​พระ​ยะโฮวา​มอบ​เศบาห์​กับ​ศัลมุนนา​ไว้​ใน​มือ​ผม​แล้ว ผม​จะ​กลับ​มา​เฆี่ยน​พวก​คุณ​ด้วย​ต้น​หนาม​และ​พุ่ม​หนาม​ที่​ได้​จาก​ที่​กันดาร”+ 8 กิเดโอน​ก็​ออก​จาก​ที่​นั่น​ขึ้น​ไป​เมือง​เปนูเอล และ​ขอ​อย่าง​เดียว​กัน แต่​ชาว​เมือง​เปนูเอล​ก็​ตอบ​เขา​เหมือน​ชาว​เมือง​สุคคท 9 เขา​จึง​พูด​กับ​ชาว​เมือง​เปนูเอล​ว่า “ถ้า​ผมชนะ​กลับ​มา ผม​จะ​มา​ทำลาย​หอคอย​ของ​พวก​คุณ​แน่”+

10 เศบาห์​กับ​ศัลมุนนา​อยู่​ที่​คาร์โคร์​กับ​กอง​ทหาร​ของ​พวก​เขา​ซึ่ง​มี​ราว ๆ 15,000 คน นี่​คือ​จำนวน​ทหาร​ทั้ง​หมด​ที่​เหลือ​อยู่​จาก​ทหาร​ทั้ง​กองทัพ​ที่​มา​จาก​ทิศ​ตะวัน​ออก+ เพราะ​ทหาร​ถือ​ดาบ​ล้ม​ตาย​ไป​แล้ว 120,000 คน 11 กิเดโอน​เดิน​ทาง​ต่อ​ไป​ตาม​เส้น​ทาง​ที่​พวก​เร่ร่อน​ใช้​กัน​ซึ่ง​อยู่​ทาง​ทิศ​ตะวัน​ออก​ของ​โนบาห์​และ​โยกเบฮาห์+ และ​เข้า​โจมตี​ค่าย​ของ​ศัตรู​โดย​ที่​พวก​นั้น​ไม่​ทัน​ตั้ง​ตัว 12 พอ​เศบาห์​กับ​ศัลมุนนา​หนี​ไป กิเดโอน​ก็​ไล่​ตาม​และ​จับ​เศบาห์​กับ​ศัลมุนนา​กษัตริย์​สอง​องค์​ของ​ชาว​มีเดียน​ไว้​ได้ ทำ​ให้​ทหาร​ใน​กองทัพ​นั้น​กลัว​ไป​ตาม ๆ กัน

13 กิเดโอน​ลูก​ชาย​ของ​โยอาช​กลับ​จาก​การ​สู้​รบ​โดย​ใช้​เส้น​ทาง​ที่​ขึ้น​ไป​เฮเรส 14 ระหว่าง​ทาง​เขา​จับ​เด็ก​หนุ่ม​ชาว​เมือง​สุคคท​คน​หนึ่ง​มา​ซัก​ถาม เด็ก​หนุ่ม​คน​นั้น​ก็​เขียน​ชื่อ​พวก​เจ้านาย​และ​พวก​ผู้​นำ​ของ​เมือง​สุคคท 77 คน​ให้​กิเดโอน 15 เขา​ก็​ไป​หา​ชาว​เมือง​สุคคท​และ​พูด​ว่า “นี่​ไง​เศบาห์​กับ​ศัลมุนนา​ที่​พวก​คุณ​พูด​ดูถูก​ผม​ว่า ‘เศบาห์​กับ​ศัลมุนนา​อยู่​ใน​กำ​มือ​พวก​คุณ​แล้ว​หรือ​ไง พวก​เรา​ถึง​ต้อง​เอา​ขนมปัง​ให้​ทหาร​ที่​เหนื่อย​ล้า​ของ​คุณ?’”+ 16 แล้ว​เขา​ก็​เฆี่ยน​พวก​ผู้​นำ​ของ​เมือง​นั้น​ด้วย​ต้น​หนาม​กับ​พุ่ม​หนาม​ที่​ได้​จาก​ที่​กันดาร เขา​ให้​บทเรียน​สั่ง​สอน​ชาว​เมือง​สุคคท+ 17 เขา​ทำลาย​หอคอย​เมือง​เปนูเอล+ และ​ฆ่า​ชาว​เมือง​นั้น​ด้วย

18 กิเดโอน​ถาม​เศบาห์​กับ​ศัลมุนนา​ว่า “คน​ที่​พวก​คุณ​ฆ่า​ที่​ภูเขา​ทาโบร์​มี​รูป​ร่าง​หน้า​ตา​ยัง​ไง?” เขา​ตอบ​ว่า “พวก​เขา​รูป​ร่าง​หน้า​ตา​คล้าย ๆ กับ​คุณ ทุก​คน​ดู​เหมือน​ลูก​ของ​กษัตริย์” 19 กิเดโอน​ก็​พูด​ว่า “พวก​เขา​เป็น​พี่​น้อง​ของ​ผม เป็น​พี่​น้อง​แท้ ๆ ของ​ผม ผม​ขอ​สาบาน​ต่อ​พระ​ยะโฮวา​ผู้​มี​ชีวิต​อยู่​เลย​ว่า ถ้า​คุณ​ไม่​ฆ่า​พวก​เขา ผม​ก็​คง​จะ​ไม่​ฆ่า​คุณ” 20 แล้ว​กิเดโอน​ก็​พูด​กับ​เยเธอร์​ลูก​คน​โต​ว่า “ฆ่า​สอง​คน​นี้​ซะ” แต่​เยเธอร์​ไม่​ยอม​ชัก​ดาบ​ออก​มา เขา​กลัว​เพราะ​เขา​เป็น​แค่​เด็ก​หนุ่ม 21 เศบาห์​กับ​ศัลมุนนา​จึง​พูด​ว่า “คุณ​นั่น​แหละ​ลง​มือ​เลย ถ้า​คุณ​เป็น​ลูก​ผู้​ชาย​ก็​เข้า​มา​ฆ่า​พวก​เรา​เอง​สิ” กิเดโอน​ก็​ฆ่า​เศบาห์​กับ​ศัลมุนนา+ และ​ริบ​เอา​เครื่อง​ประดับ​รูป​จันทร์​เสี้ยว​ที่​คอ​อูฐ​ของ​พวก​เขา​ไว้

22 ต่อ​มา ทหาร​อิสราเอล​พูด​กับ​กิเดโอน​ว่า “ขอ​คุณ​กับ​ลูก​ของ​คุณ และ​หลาน​ของ​คุณ​มา​ปกครอง​พวก​เรา​ด้วย​เถอะ เพราะ​คุณ​ช่วย​พวก​เรา​ให้​รอด​จาก​เงื้อม​มือ​ของ​ชาว​มีเดียน”+ 23 แต่​กิเดโอน​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ผม​กับ​ลูก​จะ​ไม่​ปกครอง​พวก​คุณ พระ​ยะโฮวา​ผู้​เดียว​จะ​ปกครอง​พวก​คุณ”+ 24 กิเดโอน​พูด​ต่อ​ไป​ว่า “ผม​ขอ​อะไร​พวก​คุณ​สัก​อย่าง​หนึ่ง ขอ​พวก​คุณ​เอา​ห่วง​จมูก​ที่​ริบ​มา​ได้​นั้น​มา​ให้​ผม​คน​ละ​อัน” (เนื่อง​จาก​คน​ที่​พวก​เขา​รบ​ชนะ​มี​ห่วง​จมูก​ทองคำ​เพราะ​เป็น​เชื้อ​สาย​ของ​อิชมาเอล)+ 25 พวก​เขา​ตอบ​ว่า “พวก​เรา​ยินดี​ให้​ห่วง​จมูก​กับ​คุณ” แล้ว​พวก​เขา​ก็​เอา​เสื้อ​ตัว​ยาว​ตัว​หนึ่ง​มา​กาง​ออก และ​ทหาร​แต่​ละ​คน​ก็​โยน​ห่วง​จมูก​ที่​ริบ​มา​ลง​บน​เสื้อ​ตัว​นั้น 26 ห่วง​จมูก​ทองคำ​ที่​กิเดโอน​ขอ​รวม​แล้ว​มี​น้ำหนัก​ประมาณ 1,700 เชเขล* ไม่​รวม​เครื่อง​ประดับ​รูป​จันทร์​เสี้ยว ตุ้ม​หู​ระย้า เสื้อ​คลุม​ที่​ทำ​จาก​ขน​สัตว์​ย้อม​สี​ม่วง​ที่​กษัตริย์​สอง​องค์​ของ​ชาว​มีเดียน​ใส่ และ​สร้อย​ประดับ​คอ​อูฐ+

27 กิเดโอน​เอา​ทองคำ​นั้น​ไป​ใช้​ใน​การ​ทำ​เอโฟด+และ​ตั้ง​ไว้​ใน​โอฟราห์+เมือง​ของ​เขา ชาว​อิสราเอล​ก็​ทำ​ตัว​ไม่​ซื่อ​สัตย์​ต่อ​พระเจ้า​โดย​ไป​นมัสการ​เอโฟด​ที่​นั่น+ เอโฟด​จึง​กลาย​เป็น​กับดัก​ที่​ดัก​กิเดโอน​และ​ครอบครัว​ของ​เขา+

28 ชาว​อิสราเอล​เอา​ชนะ​ชาว​มีเดียน+ และ​พวก​เขา​ไม่​มา​รุกราน​ชาว​อิสราเอล​อีก​เลย แผ่นดิน​ใน​สมัย​ของ​กิเดโอน​ก็​สงบ​เงียบ​อยู่ 40 ปี+

29 เยรุบบาอัล*+ลูก​ชาย​ของ​โยอาช​กลับ​ไป​อยู่​บ้าน​ของ​ตัว​เอง

30 กิเดโอน​มี​ลูก​ชาย 70 คน เนื่อง​จาก​เขา​มี​ภรรยา​หลาย​คน 31 ภรรยา​น้อย​ที่​อยู่​ใน​เมือง​เชเคม​มี​ลูก​ชาย​กับ​กิเดโอน​คน​หนึ่ง และ​เขา​ตั้ง​ชื่อ​ให้​ว่า​อาบีเมเลค+ 32 กิเดโอน​ลูก​ชาย​ของ​โยอาช​ตาย​ตอน​ที่​แก่​ชรา​มาก​แล้ว เขา​ถูก​ฝัง​ไว้​ใน​ที่​ฝัง​ศพ​ของ​โยอาช​พ่อ​ของ​เขา​ใน​โอฟราห์​ซึ่ง​เป็น​ของ​คน​ใน​เชื้อ​สาย​ของ​อาบีเอเซอร์+

33 หลัง​จาก​กิเดโอน​ตาย​แล้ว ชาว​อิสราเอล​ก็​ทำ​ตัว​ไม่​ซื่อ​สัตย์​ต่อ​พระเจ้า​อีก​โดย​ไป​นมัสการ​พวก​พระ​บาอัล+ และ​ตั้ง​พระ​บาอัลเบรีท​ขึ้น​มา​เป็น​พระ​ของ​พวก​เขา+ 34 ชาว​อิสราเอล​ไม่​ได้​นึก​ถึง​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​ของ​พวก​เขา+ ซึ่ง​ช่วย​พวก​เขา​ให้​รอด​จาก​เงื้อม​มือ​ของ​พวก​ศัตรู​ที่​อยู่​ราย​รอบ+ 35 และ​ไม่​ได้​แสดง​ความ​รัก​ที่​มั่นคง​ต่อ​ครอบครัว​ของ​เยรุบบาอัล​หรือ​กิเดโอน​สำหรับ​คุณ​ความ​ดี​ทั้ง​หมด​ที่​เขา​ทำ​เพื่อ​ชาว​อิสราเอล+

9 ต่อ​มา อาบีเมเลค+ลูก​ชาย​ของ​เยรุบบาอัล​ก็​ไป​หา​พี่​น้อง​ของ​แม่​ใน​เมือง​เชเคม และ​พูด​กับ​พวก​เขา​และ​ทุก​คน​ใน​วงศ์​ตระกูล​ของ​ตา​ว่า 2 “ลอง​ถาม​พวก​ผู้​นำ*ทั้ง​หมด​ของ​เมือง​เชเคม​ว่า ‘พวก​คุณ​คิด​ว่า​อย่าง​ไหน​ดี​กว่า​กัน ระหว่าง​ให้​ลูก​ชาย 70 คน​ของ​เยรุบบาอัล+ปกครอง หรือ​ว่า​ให้​คน​แค่​คน​เดียว​ปกครอง​พวก​คุณ? และ​อย่า​ลืม​ว่า​ผม​เป็น​สาย​เลือด*ของ​พวก​คุณ’”

3 พี่​น้อง​ของ​แม่​ก็​ไป​พูด​กับ​พวก​ผู้​นำ​ของ​เมือง​เชเคม​ให้​เขา พวก​ผู้​นำ​ก็​มี​ใจ​เอนเอียง​จะ​ติด​ตาม​อาบีเมเลค เพราะ​พวก​เขา​พูด​ว่า “อาบีเมเลค​เป็น​พี่​น้อง​ของ​เรา” 4 พวก​เขา​จึง​เอา​เงิน​หนัก 70 เชเขล*จาก​วิหาร​ของ​พระ​บาอัลเบรีท+ให้​อาบีเมเลค เขา​ก็​เอา​เงิน​นั้น​ไป​จ้าง​พวก​อันธพาล​ที่​ไม่​ทำ​การ​ทำ​งาน​ให้​ตาม​เขา​ไป 5 จาก​นั้น เขา​ก็​ไป​ที่​บ้าน​ของ​พ่อ​ที่​โอฟราห์+ และ​ฆ่า​พี่​น้อง​ของ​เขา+ 70 คน​ซึ่ง​เป็น​ลูก​ชาย​ของ​เยรุบบาอัล​บน​หิน​ก้อน​เดียว มี​แค่​โยธาม​ลูก​ชาย​คน​สุด​ท้อง​ของ​เยรุบบาอัล​เท่า​นั้น​ที่​รอด​ชีวิต เพราะ​เขา​หนี​ไป​ซ่อน​ตัว

6 พวก​ผู้​นำ​ทั้ง​หมด​ของ​เมือง​เชเคม​และ​ทุก​คน​ที่​ป้อม​เบธมิลโล​มา​ประชุม​กัน​ตรง​เสา​ที่​อยู่​ใกล้​ต้น​ไม้​ใหญ่​ใน​เมือง​เชเคม​และ​ตั้ง​อาบีเมเลค​ขึ้น​เป็น​กษัตริย์+

7 พอ​มี​คน​แจ้ง​เรื่อง​นี้​ให้​โยธาม​รู้ เขา​ก็​ขึ้น​ไป​ยืน​บน​ยอด​เขา​เกริซิม+ทันที​และ​ตะโกน​ไป​หา​คน​พวก​นั้น​ว่า “พวก​ผู้​นำ​ของ​เมือง​เชเคม​โปรด​ฟัง​ผม​ก่อน แล้ว​พระเจ้า​จะ​ฟัง​พวก​คุณ

8 “ครั้ง​หนึ่ง ต้น​ไม้​ต่าง ๆ ได้​ออก​ไป​เพื่อ​จะ​แต่ง​ตั้ง*กษัตริย์​มา​ปกครอง​พวก​เขา ต้น​ไม้​พวก​นั้น​พูด​กับ​ต้น​มะกอก​ว่า ‘ช่วย​ปกครอง​พวก​เรา​หน่อย’+ 9 แต่​ต้น​มะกอก​พูด​ว่า ‘จะ​ให้​ฉัน​เลิก​ผลิต​น้ำมัน​ที่​ใช้​เพื่อ​ให้​เกียรติ​พระเจ้า​และ​ให้​เกียรติ​มนุษย์​แล้ว​ไป​ปกครอง​ต้น​ไม้​อื่น ๆ*ได้​ยัง​ไง?’ 10 แล้ว​ต้น​ไม้​ต่าง ๆ ก็​ไป​พูด​กับ​ต้น​มะเดื่อ​ว่า ‘มา​ปกครอง​พวก​เรา​หน่อย’ 11 ต้น​มะเดื่อ​ก็​พูด​ว่า ‘จะ​ให้​ฉัน​เลิก​ให้​ผล​ที่​หอม​หวาน​แล้ว​ไป​ปกครอง​ต้น​ไม้​อื่น ๆ*ได้​ยัง​ไง?’ 12 จาก​นั้น ต้น​ไม้​ต่าง ๆ ก็​ไป​พูด​กับ​ต้น​องุ่น​ว่า ‘ช่วย​ปกครอง​พวก​เรา​หน่อย’ 13 ต้น​องุ่น​ก็​พูด​ว่า ‘จะ​ให้​ฉัน​เลิก​ผลิต​เหล้า​องุ่น​ใหม่​ที่​ทำ​ให้​พระเจ้า​และ​มนุษย์​มี​ความ​สุข​แล้ว​ไป​ปกครอง​ต้น​ไม้​อื่น ๆ*ได้​ยัง​ไง?’ 14 ใน​ที่​สุด ต้น​ไม้​ต่าง ๆ ก็​ไป​พูด​กับ​พุ่ม​หนาม​ว่า ‘มา​ปกครอง​พวก​เรา​หน่อย’+ 15 พุ่ม​หนาม​ก็​พูด​ว่า ‘ถ้า​จะ​แต่ง​ตั้ง*ฉัน​ให้​เป็น​กษัตริย์​ปกครอง​จริง ๆ ก็​ให้​มา​หา​ที่​หลบ​ภัย​ใต้​ร่ม​เงา​ของ​ฉัน ไม่​อย่าง​นั้น​ไฟ​จะ​ออก​จาก​พุ่ม​หนาม​มา​เผา​ผลาญ​พวก​ต้น​สน​ซีดาร์​ที่​เลบานอน’

16 “ที่​พวก​คุณ​ตั้ง​อาบีเมเลค​เป็น​กษัตริย์​เป็น​การ​กระทำ​ที่​จริง​ใจ​และ​ให้​เกียรติ​แล้ว​หรือ?+ หรือ​ว่า​นี่​คือ​วิธี​ที่​พวก​คุณ​ทำ​ดี​ต่อ​เยรุบบาอัล​กับ​ครอบครัว​ของ​เขา พวก​คุณ​ทำ​กับ​เขา​อย่าง​นี้​มัน​สม​ควร​แล้ว​หรือ? 17 ตอน​ที่​พ่อ​ของ​ผม​ต่อ​สู้​เพื่อ​พวก​คุณ+ พ่อ​เสี่ยง​ชีวิต​เพื่อ​ช่วย​พวก​คุณ​ให้​รอด​จาก​เงื้อม​มือ​ของ​ชาว​มีเดียน+ 18 แต่​วัน​นี้​พวก​คุณ​ตั้ง​ตัว​เป็น​ศัตรู​กับ​ครอบครัว​ของ​พ่อ​ผม และ​ฆ่า​ลูก​ชาย​ของ​พ่อ​ผม​ไป 70 คน​บน​หิน​ก้อน​เดียว+ แล้ว​พวก​คุณ​ก็​ตั้ง​อาบีเมเลค​ลูก​ชาย​ที่​เกิด​จาก​ทาส​ผู้​หญิง​ของ​พ่อ+ ขึ้น​เป็น​กษัตริย์​ปกครอง​พวก​ผู้​นำ​ของ​เมือง​เชเคม เพราะ​เขา​เป็น​พี่​น้อง​ของ​พวก​คุณ 19 ถ้า​สิ่ง​ที่​คุณ​ทำ​ใน​วัน​นี้ คุณ​ทำ​ด้วย​ความ​จริง​ใจ​และ​ให้​เกียรติ​เยรุบบาอัล​กับ​ครอบครัว​ของ​เขา ก็​ขอ​ให้​ยินดี​กับ​อาบีเมเลค และ​ให้​เขา​ยินดี​กับ​พวก​คุณ​ก็​แล้ว​กัน 20 ไม่​อย่าง​นั้น ก็​ขอ​ให้​ไฟ​ออก​จาก​อาบีเมเลค​มา​เผา​ผลาญ​พวก​ผู้​นำ​ของ​เมือง​เชเคม​และ​ป้อม​เบธมิลโล+ และ​ขอ​ให้​ไฟ​ออก​จาก​พวก​ผู้​นำ​ของ​เมือง​เชเคม​และ​ป้อม​เบธมิลโล​มา​เผา​ผลาญ​อาบีเมเลค”+

21 โยธาม+หนี​ไป​ที่​เบเออร์​และ​อาศัย​อยู่​ที่​นั่น เพราะ​กลัว​อาบีเมเลค​พี่​ชาย​ของ​ตัว​เอง

22 อาบีเมเลค​ปกครอง​ชาว​อิสราเอล​อยู่ 3 ปี 23 แล้ว​พระเจ้า​ก็​ทำ​ให้​อาบีเมเลค​กับ​พวก​ผู้​นำ​ของ​เมือง​เชเคม​เป็น​ศัตรู​กัน พวก​เขา​ทรยศ​อาบีเมเลค 24 เพื่อ​แก้แค้น​ให้​กับ​ลูก​ชาย 70 คน​ของ​เยรุบบาอัล​ที่​ถูก​ฆ่า​อย่าง​โหด​เหี้ยม และ​เพื่อ​ให้​อาบีเมเลค​กับ​พวก​ผู้​นำ​ของ​เมือง​เชเคม​ซึ่ง​ช่วยเหลือ​อาบีเมเลค​ฆ่า​พี่​น้อง​ของ​ตัว​เอง​ได้​รับ​โทษ​อย่าง​สา​สม+ 25 พวก​ผู้​นำ​ของ​เมือง​เชเคม​จัด​คน​ไป​ซุ่ม​คอย​ทำ​ร้าย​อาบีเมเลค​ตาม​ยอด​เขา พวก​เขา​จะ​ดัก​ปล้น​ทุก​คน​ที่​ผ่าน​ไป​มา​บน​เส้น​ทาง​นั้น ต่อ​มา​มี​คน​ไป​แจ้ง​เรื่อง​นี้​กับ​อาบีเมเลค

26 กาอัล​ลูก​ชาย​ของ​เอเบด​กับ​พี่​น้อง​ของ​เขา​ย้าย​เข้า​มา​อยู่​ใน​เมือง​เชเคม+ และ​พวก​ผู้​นำ​ของ​เมือง​เชเคม​ไว้​เนื้อ​เชื่อใจ​เขา 27 ชาว​เมือง​เชเคม​ออก​ไป​เก็บ​ผล​องุ่น​ใน​สวน​มา​ย่ำ​ใน​บ่อ​ย่ำ​องุ่น และ​จัด​งาน​เลี้ยง​รื่นเริง หลัง​จาก​นั้น​ก็​เข้า​ไป​ใน​วิหาร​พระ​ของ​พวก​เขา+ พา​กัน​กิน​ดื่ม แล้ว​ก็​สาป​แช่ง​อาบีเมเลค 28 แล้ว​กาอัล​ลูก​ชาย​ของ​เอเบด​ก็​พูด​ว่า “อาบีเมเลค​เป็น​ใคร​กัน? แล้ว​เศบุล​ที่​เขา​แต่ง​ตั้ง​ให้​ดู​แล​เมือง​เชเคม​เป็น​ใคร? ทำไม​เรา​ต้อง​รับใช้​พวก​เขา? อาบีเมเลค​เป็น​ลูก​ชาย​ของ​เยรุบบาอัล+ ส่วน​เศบุล​ก็​เป็น​ผู้​ช่วย​ของ​เขา​ไม่​ใช่​หรือ? มา​รับใช้​ลูก​หลาน​ฮาโมร์​พ่อ​ของ​เชเคม​ดี​กว่า ทำไม​เรา​ต้อง​รับใช้​อาบีเมเลค​ด้วย? 29 ถ้า​คน​ใน​เมือง​นี้​ติด​ตาม​ผม ผม​จะ​ไล่​อาบีเมเลค​ไป​ซะ” แล้ว​เขา​ก็​ร้อง​ท้า​อาบีเมเลค​ว่า “ไป​รวบ​รวม​ทหาร​ให้​มาก ๆ แล้ว​ออก​มา​สู้​กับ​ผม​สิ”

30 พอ​เศบุล​เจ้านาย​ของ​เมือง​เชเคม​ได้​ยิน​ที่​กาอัล​ลูก​ชาย​ของ​เอเบด​พูด​ก็​โกรธ​มาก 31 เขา​จึง​แอบ​ส่ง​คน​ไป​บอก​อาบีเมเลค​ว่า “ตอน​นี้​กาอัล​ลูก​ชาย​ของ​เอเบด​กับ​พี่​น้อง​ของ​เขา​อยู่​ใน​เมือง​เชเคม และ​พวก​เขา​กำลัง​ยุยง​ชาว​เมือง​ให้​แข็งข้อ​กับ​ท่าน 32 ขอ​ให้​ท่าน​ยก​พวก​มา​ตอน​กลางคืน แล้ว​ซุ่ม​อยู่​นอก​เมือง 33 ให้​ท่าน​ตื่น​แต่​เช้า​แล้ว​ทันที​ที่​ดวง​อาทิตย์​ขึ้น ก็​ให้​โจมตี​เมือง​นี้ เมื่อ​กาอัล​กับ​คน​ของ​เขา​ออก​มา​สู้​รบ​กับ​ท่าน ก็​ขอ​ให้​ทำ​ทุก​วิถี​ทาง​เพื่อ​เอา​ชนะ​เขา​ให้​ได้”

34 อาบีเมเลค​กับ​คน​ของ​เขา​ทั้ง​หมด​ก็​พา​กัน​มา​ตอน​กลางคืน และ​แบ่ง​ออก​เป็น​สี่​กอง​ซุ่ม​อยู่​นอก​เมือง​เชเคม 35 เมื่อ​กาอัล​ลูก​ชาย​ของ​เอเบด​ออก​มา​ยืน​ตรง​ทาง​เข้า​ประตู​เมือง อาบีเมเลค​กับ​คน​ของ​เขา​ทั้ง​หมด​ก็​ออก​จาก​ที่​ซ่อน 36 พอ​กาอัล​เห็น​ก็​บอก​เศบุล​ว่า “ดู​นั่น มี​คน​กำลัง​ลง​มา​จาก​ยอด​เขา” แต่​เศบุล​บอก​ว่า “นั่น​มัน​เงา​ของ​ภูเขา ไม่​ใช่​คน”

37 แล้ว​กาอัล​ก็​พูด​อีก​ว่า “ดู​นั่น มี​คน​กำลัง​ลง​มา​จาก​ตรง​กลาง​เนิน​เขา และ​อีก​กอง​หนึ่ง​กำลัง​มา​ทาง​ต้น​ไม้​ใหญ่​ของ​เมโอเนนิม” 38 เศบุล​ก็​พูด​ว่า “ไหน​ล่ะ​ที่​เคย​พูด​อวดดี​ไว้​ว่า ‘อาบีเมเลค​เป็น​ใคร​กัน​เรา​ถึง​ต้อง​รับใช้​เขา?’+ นี่​ไง พวก​คน​ที่​คุณ​ดูหมิ่น ออก​ไป​สู้​กับ​พวก​เขา​สิ”

39 กาอัล​ก็​นำ​หน้า​พวก​ผู้​นำ​ของ​เมือง​เชเคม​ออก​ไป​ต่อ​สู้​กับ​อาบีเมเลค 40 อาบีเมเลค​ไล่​ฆ่า​กาอัล กาอัล​ก็​หนี และ​มี​คน​ตาย​เกลื่อน​ตลอด​ทาง​ไป​จน​ถึง​ประตู​เมือง

41 อาบีเมเลค​กลับ​ไป​ที่​เมือง​อารูมาห์ เศบุล+ก็​ขับ​ไล่​กาอัล​กับ​พวก​พี่​น้อง​ของ​เขา​ออก​ไป​จาก​เมือง​เชเคม 42 วัน​รุ่ง​ขึ้น ประชาชน​ก็​ออก​มา​นอก​เมือง และ​มี​คน​ไป​บอก​อาบีเมเลค 43 เขา​ก็​พา​คน​ของ​เขา​มา แล้ว​แบ่ง​ออก​เป็น​สาม​กอง​ให้​ซุ่ม​อยู่​นอก​เมือง พอ​เขา​เห็น​ประชาชน​ออก​มา​ก็​เข้า​โจมตี​และ​ฆ่า​ฟัน​ชาว​เมือง​นั้น​ตาย 44 อาบีเมเลค​กับ​กอง​ทหาร​ที่​อยู่​กับ​เขา​วิ่ง​กรู​ไป​ยึด​ทาง​เข้า​ประตู​เมือง ขณะ​ที่​อีก​สอง​กอง​ก็​เข้า​โจมตี​และ​ฆ่า​ทุก​คน​ที่​อยู่​นอก​เมือง 45 อาบีเมเลค​สู้​กับ​เมือง​นั้น​ทั้ง​วัน​และ​ยึด​เมือง​ได้ เขา​ฆ่า​ประชาชน​ใน​เมือง ทำลาย​เมือง​นั้น+และ​เอา​เกลือ​สาด

46 พอ​พวก​ผู้​นำ​ซึ่ง​อาศัย​อยู่​ที่​ป้อม​ของ​เมือง​เชเคม​ได้​ยิน​เรื่อง​นี้ พวก​เขา​ก็​รีบ​เข้า​ไป​ใน​ที่​หลบ​ภัย*ซึ่ง​อยู่​ใน​วิหาร​ของ​พระ​เอลเบรีท+ 47 พอ​มี​คน​มา​รายงาน​อาบีเมเลค​ว่า​พวก​ผู้​นำ​ทั้ง​หมด​ซึ่ง​อาศัย​อยู่​ที่​ป้อม​ของ​เมือง​เชเคม​ไป​อยู่​รวม​กัน​ที่​นั่น 48 อาบีเมเลค​กับ​คน​ทั้ง​หมด​ของ​เขา​ก็​ขึ้น​ไป​บน​ภูเขา​ศัลโมน อาบีเมเลค​เอา​ขวาน​ไป​ตัด​กิ่ง​ไม้​แล้ว​แบก​ใส่​บ่า ​แล้ว​ก็​พูด​กับ​คน​ของ​เขา​ว่า “พวก​คุณ​เห็น​ผม​ทำ​ยัง​ไง ก็​ให้​รีบ​ทำ​อย่าง​นั้น” 49 ทุก​คน​ก็​ไป​ตัด​กิ่ง​ไม้​และ​ตาม​อาบีเมเลค​ไป พวก​เขา​เอา​กิ่ง​ไม้​ไป​สุม​ตรง​ที่​หลบ​ภัย​นั้น​และ​จุด​ไฟ​เผา ผู้​คน​ซึ่ง​อาศัย​อยู่​ที่​ป้อม​ของ​เมือง​เชเคม​ก็​ตาย​กัน​หมด รวม​แล้ว​ประมาณ 1,000 คน​ทั้ง​ผู้​ชาย​และ​ผู้​หญิง

50 แล้ว​อาบีเมเลค​ก็​เดิน​ทาง​ไป​เมือง​เธเบศ เขา​ตั้ง​ค่าย​ทำ​สงคราม​กับ​เมือง​เธเบศ​และ​ยึด​เมือง​นั้น​ได้ 51 มี​ป้อม​แข็งแรง​ป้อม​หนึ่ง​อยู่​กลาง​เมือง พวก​ผู้​ชาย​และ​ผู้​หญิง​รวม​ทั้ง​พวก​ผู้​นำ​ทั้ง​หมด​ใน​เมือง​นั้น​ก็​หนี​ไป​ที่​นั่น พวก​เขา​ปิด​ประตู​ซ่อน​ตัว​อยู่​ใน​ป้อม​และ​ปีน​ขึ้น​ไป​บน​หลังคา​ป้อม 52 อาบีเมเลค​บุก​มา​ที่​ป้อม​นั้น​และ​เข้า​โจมตี เขา​ไป​ที่​ประตู​ป้อม​เพื่อ​จุด​ไฟ​เผา 53 มี​ผู้​หญิง​คน​หนึ่ง​ทิ้ง​หิน​โม่​แผ่น​บน​ลง​มา​ใส่​หัว​ของ​อาบีเมเลค​ทำ​ให้​กะโหลก​แตก+ 54 อาบีเมเลค​ก็​รีบ​เรียก​คน​รับใช้​ที่​ถือ​อาวุธ​ประจำ​ตัว​ของ​เขา​มา แล้ว​พูด​ว่า “ชัก​ดาบ​ออก​มา​ฆ่า​เรา​เดี๋ยว​นี้ จะ​ได้​ไม่​มี​ใคร​พูด​ถึง​เรา​ว่า ‘เขา​ถูก​ผู้​หญิง​ฆ่า​ตาย’” คน​รับใช้​ก็​แทง​เขา​ตาย

55 เมื่อ​ชาว​อิสราเอล​เห็น​ว่า​อาบีเมเลค​ตาย​แล้ว พวก​เขา​ก็​พา​กัน​กลับ​บ้าน 56 โดย​วิธี​นี้ พระเจ้า​ลง​โทษ​อาบีเมเลค​ที่​ฆ่า​พี่​น้อง​ของ​ตัว​เอง 70 คน ซึ่ง​เป็น​การ​ทำ​สิ่ง​ชั่ว​ร้าย​กับ​พ่อ​ของ​ตัว​เอง+ 57 และ​พระเจ้า​ทำ​ให้​สิ่ง​ชั่ว​ร้าย​ทั้ง​หมด​ที่​ชาว​เมือง​เชเคม​ทำ​ย้อน​กลับ​มา​หา​พวก​เขา ตาม​คำ​สาป​แช่ง​ของ​โยธาม+ลูก​ชาย​ของ​เยรุบบาอัล+

10 หลัง​จาก​อาบีเมเลค​ตาย​แล้ว โทลา​ซึ่ง​เป็น​ลูก​ชาย​ของ​ปูอาห์​และ​เป็น​หลาน​ของ​โดโด​ใน​ตระกูล​อิสสาคาร์​ก็​ขึ้น​มา​เป็น​คน​ที่​ช่วย​ชาว​อิสราเอล​ให้​รอด+ เขา​อาศัย​อยู่​ที่​ชามีร์​ใน​เขต​เทือก​เขา​ของ​เอฟราอิม 2 เขา​เป็น​ผู้​วินิจฉัย​ของ​ชาว​อิสราเอล 23 ปี แล้ว​เขา​ก็​ตาย​และ​ถูก​ฝัง​ไว้​ที่​ชามีร์

3 ต่อ​จาก​นั้น ยาอีร์​ชาว​กิเลอาด​ก็​ขึ้น​มา​เป็น​ผู้​วินิจฉัย​ของ​ชาว​อิสราเอล 22 ปี 4 เขา​มี​ลูก​ชาย 30 คน​ซึ่ง​ขี่​ลา 30 ตัว และ​พวก​เขา​มี​เมือง​อยู่ 30 เมือง​ซึ่ง​ยัง​เรียก​ว่า​ฮัฟโวทยาอีร์+มา​จน​ถึง​ทุก​วัน​นี้ เมือง​พวก​นี้​อยู่​ใน​แผ่นดิน​กิเลอาด 5 ต่อ​มา ยาอีร์​ก็​ตาย​และ​ถูก​ฝัง​ไว้​ที่​คาโมน

6 แล้ว​ชาว​อิสราเอล​ก็​ทำ​สิ่ง​ชั่ว​ร้าย​ใน​สายตา​พระ​ยะโฮวา​อีก+ พวก​เขา​ไป​นมัสการ​พวก​พระ​บาอัล+ รูป​ปั้น​เทพ​ธิดา​อัชโทเรท และ​พระ​ต่าง ๆ ของ​ชาว​อารัม* ชาว​ไซดอน ชาว​โมอับ+ ชาว​อัมโมน+ และ​ชาว​ฟีลิสเตีย+ พวก​เขา​ทิ้ง​พระ​ยะโฮวา ไม่​นมัสการ​พระองค์ 7 พระ​ยะโฮวา​โกรธ​ชาว​อิสราเอล และ​มอบ*พวก​เขา​ไว้​ใน​มือ​ของ​ชาว​ฟีลิสเตีย​และ​ชาว​อัมโมน+ 8 ใน​ปี​นั้น พวก​นั้น​ก็​เข้า​มา​กดขี่​ข่มเหง​ชาว​อิสราเอล​อย่าง​หนัก พวก​เขา​กดขี่​ชาว​อิสราเอล​ที่​อยู่​อีก​ฟาก​หนึ่ง​ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน​ซึ่ง​เคย​เป็น​แผ่นดิน​ของ​ชาว​อาโมไรต์​ใน​เขต​กิเลอาด​อยู่​ถึง 18 ปี 9 ชาว​อัมโมน​ยัง​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน​มา​สู้​รบ​กับ​ตระกูล​ยูดาห์ ตระกูล​เบนยามิน และ​ตระกูล​เอฟราอิม​ด้วย ชาว​อิสราเอล​เจอ​กับ​ความ​ทุกข์​เดือดร้อน​อย่าง​หนัก 10 ชาว​อิสราเอล​ร้อง​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​พระ​ยะโฮวา+ พวก​เขา​พูด​ว่า “พวก​เรา​ทำ​บาป​ต่อ​พระองค์​แล้ว พวก​เรา​ทิ้ง​พระองค์​ซึ่ง​เป็น​พระเจ้า​ของ​พวก​เรา​และ​ไป​นมัสการ​พวก​พระ​บาอัล”+

11 แต่​พระ​ยะโฮวา​พูด​กับ​ชาว​อิสราเอล​ว่า “เรา​เป็น​ผู้​ช่วย​พวก​เจ้า​ให้​รอด​จาก​ชาว​อียิปต์+ ชาว​อาโมไรต์+ ชาว​อัมโมน ชาว​ฟีลิสเตีย+ 12 ชาว​ไซดอน ชาว​อามาเลข และ​ชาว​มีเดียน​ตอน​ที่​เขา​กดขี่​พวก​เจ้า​ไม่​ใช่​หรือ? เมื่อ​พวก​เจ้า​ร้อง​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​เรา เรา​ก็​ช่วย​พวก​เจ้า​ให้​รอด​จาก​เงื้อม​มือ​ของ​ชาติ​ต่าง ๆ นั้น 13 แต่​พวก​เจ้า​ทิ้ง​เรา​ไป​นมัสการ​พระ​อื่น+ ดัง​นั้น เรา​จะ​ไม่​ช่วย​พวก​เจ้า​อีก+ 14 ไป​ร้อง​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​พวก​พระ​ที่​พวก​เจ้า​ไป​นมัสการ​สิ+ ให้​พระ​พวก​นั้น​ช่วย​ตอน​ที่​พวก​เจ้า​เป็น​ทุกข์​เดือดร้อน”+ 15 แต่​ชาว​อิสราเอล​พูด​กับ​พระ​ยะโฮวา​ว่า “พวก​เรา​ทำ​บาป​ไป​แล้ว พระองค์​จะ​ทำ​ยัง​ไง​กับ​พวก​เรา​ก็​ได้​ตาม​ที่​เห็น​ควร แต่​วัน​นี้​โปรด​ช่วย​พวก​เรา​ด้วย​เถอะ” 16 แล้ว​พวก​เขา​ก็​กำจัด​พระ​ต่าง ๆ ของ​คน​ต่าง​ชาติ​และ​กลับ​มา​นมัสการ​พระ​ยะโฮวา+ พระเจ้า​ก็​ทน​ไม่​ได้​ที่​เห็น​ชาว​อิสราเอล​เป็น​ทุกข์​เดือดร้อน+

17 ต่อ​มา ชาว​อัมโมน+ถูก​เรียก​ให้​มา​รวม​พล​กัน​และ​ตั้ง​ค่าย​ใน​เขต​กิเลอาด ส่วน​ชาว​อิสราเอล​ก็​รวม​พล​กัน​และ​ตั้ง​ค่าย​ที่​เมือง​มิสปาห์ 18 ประชาชน​และ​พวก​เจ้านาย​ใน​เขต​กิเลอาด​ก็​พูด​กัน​ว่า “ใคร​ที่​นำ​หน้า​ออก​ไป​สู้​รบ​กับ​ชาว​อัมโมน+ คน​นั้น​จะ​ได้​เป็น​หัวหน้า​ของ​ชาว​กิเลอาด​ทั้ง​หมด”

11 ตอน​นั้น​เยฟธาห์+ชาว​กิเลอาด​เป็น​นัก​รบ​ที่​เก่ง​กล้า เขา​เป็น​ลูก​ของ​ผู้​หญิง​โสเภณี พ่อ​ของ​เขา​ชื่อ​กิเลอาด 2 แต่​ภรรยา*ของ​กิเลอาด​ก็​มี​ลูก​ชาย​ให้​เขา​เหมือน​กัน พอ​ลูก​ชาย​ของ​เธอ​โต​ขึ้น​พวก​เขา​ก็​ขับ​ไล่​เยฟธาห์​และ​พูด​ว่า “แก​จะ​ไม่​ได้​มรดก​อะไร​จาก​พ่อ เพราะ​แก​เป็น​ลูก​ของ​ผู้​หญิง​อีก​คน” 3 เยฟธาห์​หนี​พี่​น้อง​ของ​เขา​ไป​อาศัย​อยู่​ใน​แผ่นดิน​โทบ และ​พวก​ที่​ไม่​มี​งาน​ทำ​ก็​เข้า​มา​เป็น​สมัคร​พรรค​พวก​ของ​เขา

4 ต่อ​มา ชาว​อัมโมน​มา​ทำ​สงคราม​กับ​ชาว​อิสราเอล+ 5 พอ​ชาว​อัมโมน​มา​โจมตี​ชาว​อิสราเอล พวก​ผู้​นำ​ของ​เขต​กิเลอาด​ก็​รีบ​ไป​ตาม​ตัว​เยฟธาห์​มา​จาก​โทบ 6 พวก​เขา​พูด​กับ​เยฟธาห์​ว่า “มา​เป็น​ผู้​บัญชา​การ​ของ​พวก​เรา​เถอะ เรา​จะ​ได้​สู้​กับ​ชาว​อัมโมน​ได้” 7 แต่​เยฟธาห์​พูด​กับ​พวก​ผู้​นำ​ของ​เขต​กิเลอาด​ว่า “พวก​คุณ​เกลียด​ผม​มาก และ​เป็น​คน​ไล่​ผม​ออก​จาก​บ้าน​ของ​พ่อ​ไม่​ใช่​หรือ?+ แต่​พอ​เจอ​เรื่อง​เดือดร้อน พวก​คุณ​มา​หา​ผม​ทำไม?” 8 พวก​ผู้​นำ​ของ​เขต​กิเลอาด​พูด​กับ​เยฟธาห์​ว่า “ก็​เพราะ​อย่าง​นี้​แหละ​พวก​เรา​ถึง​มา​หา​คุณ ถ้า​คุณ​ไป​สู้​รบ​กับ​ชาว​อัมโมน​ร่วม​กับ​พวก​เรา คุณ​จะ​ได้​เป็น​ผู้​นำ​ของ​เรา​และ​เป็น​ผู้​นำ​ของ​คน​ใน​เขต​กิเลอาด​ทั้ง​หมด”+ 9 เยฟธาห์​พูด​กับ​พวก​ผู้​นำ​ของ​เขต​กิเลอาด​ว่า “ถ้า​คุณ​ให้​ผม​กลับ​ไป​สู้​รบ​กับ​ชาว​อัมโมน และ​พระ​ยะโฮวา​ช่วย​ผม​ให้​ชนะ ผม​จะ​ได้​เป็น​ผู้​นำ​ของ​พวก​คุณ​แน่​นะ” 10 พวก​ผู้​นำ​ของ​เขต​กิเลอาด​พูด​กับ​เยฟธาห์​ว่า “ขอ​ให้​พระ​ยะโฮวา​เป็น​พยาน*ระหว่าง​เรา และ​ขอ​พระองค์​ลง​โทษ​ถ้า​พวก​เรา​ไม่​ทำ​ตาม​ที่​คุณ​พูด” 11 เยฟธาห์​ก็​ไป​กับ​พวก​ผู้​นำ​ของ​เขต​กิเลอาด ประชาชน​ตั้ง​เขา​ให้​เป็น​หัวหน้า​และ​ผู้​บัญชา​การ และ​ที่​มิสปาห์+ เยฟธาห์​ได้​พูด​เรื่อง​ที่​เคย​ตก​ลง​กัน​ไว้​นั้น​อีก​ครั้ง​หนึ่ง​ต่อ​หน้า​พระ​ยะโฮวา

12 เยฟธาห์​ส่ง​ทูต​ไป​ถาม​กษัตริย์​ของ​ชาว​อัมโมน+ว่า “ท่าน​มี​เรื่อง​อะไร​กับ​เรา​ถึง​ได้​ยก​ทัพ​มา​โจมตี​แผ่นดิน​ของ​เรา?” 13 กษัตริย์​ของ​ชาว​อัมโมน​พูด​กับ​ทูต​ของ​เยฟธาห์​ว่า “ตอน​ที่​ชาว​อิสราเอล​ออก​จาก​อียิปต์ พวก​เขา​เอา​แผ่นดิน​ของ​เรา​ไป+ ตั้ง​แต่​หุบเขา​อาร์โนน+จน​ถึง​หุบเขา​ยับบอก และ​ไป​จน​ถึง​แม่น้ำ​จอร์แดน+ ตอน​นี้​คืน​แผ่นดิน​นั้น​ให้​เรา​ซะ​ดี ๆ” 14 แต่​เยฟธาห์​ส่ง​ทูต​กลับ​ไป​หา​กษัตริย์​ของ​ชาว​อัมโมน​อีก 15 และ​พูด​กับ​กษัตริย์​นั้น​ว่า

“เยฟธาห์​พูด​อย่าง​นี้ ‘ชาว​อิสราเอล​ไม่​ได้​เอา​แผ่นดิน​ของ​ชาว​โมอับ+กับ​แผ่นดิน​ของ​ชาว​อัมโมน​ไป+ 16 เพราะ​ตอน​ที่​ชาว​อิสราเอล​ออก​จาก​อียิปต์ พวก​เขา​เดิน​ผ่าน​ที่​กันดาร​ไป​ถึง​ทะเล​แดง+ แล้ว​ก็​ไป​ถึง​คาเดช+ 17 ชาว​อิสราเอล​ส่ง​ทูต​ไป​เจรจา​กับ​กษัตริย์​เอโดม+ว่า “พวก​เรา​ขอ​เดิน​ผ่าน​แผ่นดิน​ของ​ท่าน” แต่​กษัตริย์​เอโดม​ไม่​ยอม ชาว​อิสราเอล​ส่ง​ทูต​ไป​หา​กษัตริย์​โมอับ+ด้วย แต่​เขา​ก็​ไม่​ยอม​เหมือน​กัน ชาว​อิสราเอล​ก็​อยู่​ใน​คาเดช​ต่อ+ 18 ตอน​ที่​พวก​เขา​เดิน​ทาง​ผ่าน​ที่​กันดาร พวก​เขา​เดิน​อ้อม​แผ่นดิน​เอโดม+และ​แผ่นดิน​โมอับ​ไป​ทาง​ตะวัน​ออก​ของ​แผ่นดิน​โมอับ+ และ​ตั้ง​ค่าย​พัก​ใน​แถบ​หุบเขา​อาร์โนน พวก​เขา​ไม่​ได้​รุกล้ำ​เข้า​ไป​ใน​เขต​แดน​ของ​โมอับ​เลย+ เพราะ​หุบเขา​อาร์โนน​เป็น​แนว​เขต​แดน​ของ​โมอับ

19 “‘หลัง​จาก​นั้น ชาว​อิสราเอล​ก็​ส่ง​ทูต​ไป​หา​สิโหน​กษัตริย์​ของ​ชาว​อาโมไรต์​ซึ่ง​เป็น​กษัตริย์​ที่​อยู่​ใน​เฮชโบน ชาว​อิสราเอล​พูด​กับ​เขา​ว่า “พวก​เรา​ขอ​เดิน​ผ่าน​แผ่นดิน​ของ​ท่าน​เพื่อ​ไป​แผ่นดิน​ของ​เรา”+ 20 แต่​สิโหน​ไม่​ไว้​ใจ​ชาว​อิสราเอล​ให้​เดิน​ผ่าน​เขต​แดน​ของ​เขา เขา​จึง​รวบ​รวม​คน​ทั้ง​หมด​ของ​เขา​และ​มา​ตั้ง​ค่าย​ใน​เมือง​ยาฮาส​เพื่อ​ทำ​สงคราม​กับ​ชาว​อิสราเอล+ 21 พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล​ก็​มอบ​สิโหน​และ​คน​ทั้ง​หมด​ของ​เขา​ไว้​ใน​มือ​ชาว​อิสราเอล พวก​เขา​จึง​พ่าย​แพ้​ชาว​อิสราเอล และ​ชาว​อิสราเอล​ก็​เข้า​ครอบครอง​แผ่นดิน​ทั้ง​หมด​ที่​ชาว​อาโมไรต์​อาศัย​อยู่+ 22 โดย​วิธี​นี้ พวก​เขา​จึง​เข้า​ครอบครอง​เขต​แดน​ทั้ง​หมด​ของ​ชาว​อาโมไรต์ ตั้ง​แต่​หุบเขา​อาร์โนน​จน​ถึง​หุบเขา​ยับบอก และ​ตั้ง​แต่​ที่​กันดาร​ไป​จน​ถึง​แม่น้ำ​จอร์แดน+

23 “‘พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล​เป็น​ผู้​ที่​ขับ​ไล่​ชาว​อาโมไรต์​ไป​ต่อ​หน้า​ชาว​อิสราเอล​ประชาชน​ของ​พระองค์+ และ​ตอน​นี้​ท่าน​จะ​ขับ​ไล่​ชาว​อิสราเอล​ออก​ไป​หรือ? 24 ถ้า​เคโมช+พระ​ของ​ท่าน​ยก​แผ่นดิน​ของ​ใคร​ให้​ท่าน ท่าน​จะ​ไม่​ครอบครอง​หรือ? ดัง​นั้น แผ่นดิน​ของ​ใคร​ก็​ตาม​ที่​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​ของ​พวก​เรา​ยก​ให้​เรา เรา​ก็​จะ​ครอบครอง​แผ่นดิน​นั้น​เหมือน​กัน+ 25 แล้ว​ท่าน​มี​อะไร​ดี​กว่า​บาลาค+ลูก​ชาย​ของ​ศิปโปร์​กษัตริย์​โมอับ​ไหม? เขา​ยัง​ไม่​เคย​หา​เรื่อง​ชาว​อิสราเอล​หรือ​ทำ​สงคราม​กับ​ชาว​อิสราเอล​เลย 26 ตลอด​เวลา 300 ปี​ที่​ชาว​อิสราเอล​อยู่​ใน​เฮชโบน​กับ​เมือง​เล็ก ๆ ที่​อยู่​ราย​รอบ+ หรือ​อยู่​ใน​เมือง​อาโรเออร์​กับ​เมือง​เล็ก ๆ ที่​อยู่​ราย​รอบ หรือ​อยู่​ใน​เมือง​ต่าง ๆ ที่​ตั้ง​อยู่​ทั้ง​สอง​ฟาก​ของ​หุบเขา​อาร์โนน ทำไม​ท่าน​ไม่​เอา​เมือง​พวก​นั้น​คืน​ตั้ง​แต่​ตอน​นั้น?+ 27 ผม​ไม่​ได้​ทำ​ผิด​ต่อ​ท่าน ท่าน​ต่าง​หาก​เป็น​ฝ่าย​ผิด​ที่​มา​โจมตี​ผม วัน​นี้ ขอ​พระ​ยะโฮวา​ผู้​พิพากษา​องค์​ยิ่ง​ใหญ่+ตัดสิน​เรื่อง​ระหว่าง​ชาว​อิสราเอล​กับ​ชาว​อัมโมน​ด้วย​เถอะ’”

28 แต่​กษัตริย์​ของ​ชาว​อัมโมน​ไม่​ฟัง​คำ​พูด​ของ​เยฟธาห์

29 พลัง​ของ​พระ​ยะโฮวา​ก็​ลง​มา​บน​เยฟธาห์+ เขา​เดิน​ทาง​ไป​ทั่ว​เขต​กิเลอาด​และ​เขต​แดน​ของ​มนัสเสห์ แล้ว​มา​ที่​มิสเปห์​ใน​เขต​กิเลอาด+ และ​จาก​มิสเปห์​ใน​เขต​กิเลอาด​เขา​ก็​ไป​สู้​รบ​กับ​ชาว​อัมโมน

30 แล้ว​เยฟธาห์​ก็​ปฏิญาณ+ กับ​พระ​ยะโฮวา​ว่า “ถ้า​พระองค์​มอบ​ชาว​อัมโมน​ไว้​ใน​มือ​ผม 31 ใคร​ก็ตาม​ที่​ออก​จาก​ประตู​บ้าน​มา​ต้อนรับ​ผม​ตอน​ที่​ผม​ได้​ชัย​ชนะ​กลับ​มา​จาก​การ​สู้​รบ​กับ​ชาว​อัมโมน คน​นั้น​จะ​เป็น​ของ​พระ​ยะโฮวา+ และ​ผม​จะ​ถวาย​เขา​เป็น​เครื่อง​บูชา​เผา”*+

32 เยฟธาห์​ก็​ออก​ไป​สู้​รบ​กับ​ชาว​อัมโมน และ​พระ​ยะโฮวา​มอบ​ชาว​อัมโมน​ไว้​ใน​มือ​เขา 33 เขา​ฆ่า​ฟัน​พวก​นั้น​ล้ม​ตาย​เป็น​จำนวน​มาก ตั้ง​แต่​เมือง​อาโรเออร์​ไป​ตลอด​เส้น​ทาง​ถึง​เมือง​มินนิท และ​ไป​ถึง​เมือง​อาเบลเครามิม เขา​ตี​เมือง​ของ​ชาว​อัมโมน​ได้ 20 เมือง ด้วย​วิธี​นี้ ชาว​อิสราเอล​จึง​เอา​ชนะ​ชาว​อัมโมน

34 แล้ว​เยฟธาห์​ก็​กลับ​มา​ที่​บ้าน​ของ​เขา​ใน​มิสปาห์+ พอ​มา​ถึง​ลูก​สาว​ของ​เขา​ก็​เต้น​รำ​และ​ตี​กลอง​แทมบูริน*ออก​มา​ต้อนรับ เธอ​เป็น​ลูก​คน​เดียว​ของ​เขา นอก​จาก​เธอ​แล้ว​เขา​ไม่​มี​ลูก​ชาย​หรือ​ลูก​สาว​อีก​เลย 35 พอ​เขา​เห็น​เธอ เขา​ก็​ฉีก​เสื้อ​ของ​ตัว​เอง​และ​พูด​ว่า “โธ่​ลูก​รัก ลูก​ทำ​ให้​หัวใจ​ของ​พ่อ​แตก​สลาย ลูก​เป็น​คน​ที่​พ่อ​จะ​ต้อง​ส่ง​ไป พ่อ​สัญญา​กับ​พระ​ยะโฮวา​ไว้​แล้ว พ่อ​จะ​กลับ​คำ​ไม่​ได้”+

36 แต่​เธอ​พูด​กับ​พ่อ​ว่า “พ่อ​คะ ถ้า​พ่อ​สัญญา​กับ​พระ​ยะโฮวา​แล้ว ก็​ทำ​ตาม​ที่​สัญญา​ไว้​เถอะ​ค่ะ+ เพราะ​พระ​ยะโฮวา​แก้แค้น​ชาว​อัมโมน​ศัตรู​ของ​พ่อ​ให้​แล้ว” 37 เธอ​พูด​กับ​พ่อ​ต่อ​ไป​ว่า “แต่​ลูก​ขอ​อะไร​สัก​อย่าง​หนึ่ง ขอ​ให้​ลูก​ได้​อยู่​คน​เดียว​สัก 2 เดือน ลูก​จะ​ไป​ตาม​ภูเขา​และ​ร้องไห้​กับ​เพื่อน ๆ ผู้​หญิง​ของ​ลูก เพราะ​ลูก​จะ​ต้อง​เป็น​สาว​บริสุทธิ์​ไม่​ได้​แต่งงาน”

38 เยฟธาห์​พูด​ว่า “ไป​เถอะ​ลูก” แล้ว​เขา​ก็​ให้​เธอ​ไป​เป็น​เวลา 2 เดือน และ​เธอ​ก็​ไป​ตาม​ภูเขา​กับ​เพื่อน​ผู้​หญิง​เพื่อ​ร้องไห้​เพราะ​เธอ​จะ​ไม่​ได้​แต่งงาน 39 พอ​ครบ 2 เดือน​เธอ​ก็​กลับ​มา​หา​พ่อ หลัง​จาก​นั้น เยฟธาห์​ก็​ทำ​ตาม​ที่​ปฏิญาณ​ไว้​เกี่ยว​กับ​เธอ+ เธอ​ไม่​เคย​มี​เพศ​สัมพันธ์​กับ​ผู้​ชาย และ​ใน​อิสราเอล​จึง​มี​ธรรมเนียม*ว่า 40 พวก​ผู้​หญิง​สาว​ชาว​อิสราเอล​จะ​ไป​ชมเชย​ลูก​สาว​ของ​เยฟธาห์​ซึ่ง​เป็น​ชาว​กิเลอาด​ทุก​ปี ปี​ละ 4 วัน

12 หลัง​จาก​นั้น คน​ใน​ตระกูล​เอฟราอิม​ถูก​เรียก​ให้​มา​รวม​ตัว​กัน แล้ว​พวก​เขา​ก็​ข้าม​แม่น้ำ​ไป​ที่​เมือง​ศาโฟน*ไป​พูด​กับ​เยฟธาห์​ว่า “ทำไม​ถึง​ไม่​ชวน​พวก​เรา​ไป​ด้วย​ตอน​ที่​ข้าม​ไป​สู้​รบ​กับ​ชาว​อัมโมน?+ พวก​เรา​จะ​เผา​คุณ​กับ​บ้าน​ของ​คุณ​ซะ” 2 แต่​เยฟธาห์​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ผม​กับ​คน​ของ​ผม​ทำ​สงคราม​ครั้ง​ใหญ่​กับ​ชาว​อัมโมน ผม​ขอ​พวก​คุณ​ให้​มา​ช่วย​แล้ว แต่​พวก​คุณ​ไม่​มา​ช่วยผม 3 พอ​เห็น​ว่า​พวก​คุณ​ไม่​มา ผม​ก็​ตัดสิน​ใจ​เสี่ยง​ชีวิต​ออก​ไป​สู้​รบ​กับ​ชาว​อัมโมน​เอง+ พระ​ยะโฮวา​มอบ​พวก​เขา​ไว้​ใน​มือ​ผม แล้ว​ทำไม​วัน​นี้​พวก​คุณ​กลับ​มา​ต่อ​สู้​กับ​ผม​ซะ​เอง?”

4 เยฟธาห์​ก็​รวบ​รวม​ผู้​ชาย​ทั้ง​หมด​ใน​เขต​กิเลอาด+มา​ต่อ​สู้​กับ​คน​ใน​ตระกูล​เอฟราอิม คน​กิเลอาด​เอา​ชนะ​คน​เอฟราอิม​ซึ่ง​เคย​พูด​ว่า “ไอ้​พวก​คน​กิเลอาด ถึง​จะ​อยู่​ใน​เขต​แดน​ของ​ตระกูล​เอฟราอิม​และ​มนัสเสห์ แต่​แก​มัน​ก็​แค่​กลุ่ม​คน​ที่​หลบ​หนี​ของ​เอฟราอิม” 5 คน​กิเลอาด​ยึด​ท่า​ข้าม​ต่าง ๆ ของ​แม่น้ำ​จอร์แดน+ที่​อยู่​ตรง​ข้าม​กับ​เขต​แดน​ของ​ตระกูล​เอฟราอิม​ไว้​ได้ เมื่อ​คน​เอฟราอิม​พยายาม​จะ​หนี พวก​เขา​จะ​พูด​ว่า “ขอ​ข้าม​ไป​หน่อย” คน​กิเลอาด​ก็​จะ​ถาม​แต่​ละ​คน​ว่า “คุณ​เป็น​คน​เอฟราอิม​ใช่​ไหม?” เมื่อ​คน​นั้น​ตอบ​ว่า “ไม่​ใช่” 6 คน​กิเลอาด​ก็​จะ​พูด​กับ​เขา​ว่า “ไหน​ลอง​พูด​คำ​ว่า​ชิบโบเลท​หน่อย​ซิ” แต่​เขา​ก็​พูด​ว่า “สิบโบเลท” เพราะ​ไม่​สามารถ​ออก​เสียง​คำ​นั้น​ได้​ถูก​ต้อง คน​กิเลอาด​ก็​จับ​ตัว​คน​นั้น​ฆ่า​ที่​ท่า​ข้าม​แม่น้ำ​จอร์แดน ตอน​นั้น มี​คน​เอฟราอิม​ถูก​ฆ่า​ถึง 42,000 คน

7 เยฟธาห์​เป็น​ผู้​วินิจฉัย​ของ​ชาว​อิสราเอล 6 ปี แล้ว​เยฟธาห์​ชาว​กิเลอาด​ก็​ตาย และ​ถูก​ฝัง​ไว้​ที่​เมือง​ของ​เขา​ใน​เขต​กิเลอาด

8 อิบซาน​จาก​เมือง​เบธเลเฮม​เป็น​ผู้​วินิจฉัย​ของ​ชาว​อิสราเอล​ต่อ​จาก​เยฟธาห์+ 9 อิบซาน​มี​ลูก​ชาย 30 คน​และ​ลูก​สาว 30 คน เขา​ให้​ลูก​สาว​แต่งงาน​กับ​ผู้​ชาย​ใน​ตระกูล​อื่น และ​เขา​หา​ผู้​หญิง 30 คน​จาก​ตระกูล​อื่น​มา​แต่งงาน​กับ​ลูก​ชาย​ของ​เขา เขา​เป็น​ผู้​วินิจฉัย​ของ​ชาว​อิสราเอล 7 ปี 10 อิบซาน​ตาย​และ​ถูก​ฝัง​ไว้​ที่​เมือง​เบธเลเฮม

11 เอโลน​คน​ใน​ตระกูล​เศบูลุน​เป็น​ผู้​วินิจฉัย​ของ​ชาว​อิสราเอล​ต่อ​จาก​อิบซาน เขา​เป็น​ผู้​วินิจฉัย​ของ​ชาว​อิสราเอล 10 ปี 12 เอโลน​คน​ใน​ตระกูล​เศบูลุน​ตาย​และ​ถูก​ฝัง​ไว้​ที่​เมือง​อัยยาโลน​ใน​เขต​ของ​ตระกูล​เศบูลุน

13 อับโดน​ลูก​ชาย​ของ​ฮิลเลล​ชาว​เมือง​ปิราโธน​เป็น​ผู้​วินิจฉัย​ของ​ชาว​อิสราเอล​ต่อ​จาก​เอโลน 14 อับโดน​มี​ลูก​ชาย 40 คน​และ​หลาน​ชาย 30 คน​ซึ่ง​ขี่​ลา 70 ตัว เขา​เป็น​ผู้​วินิจฉัย​ของ​ชาว​อิสราเอล 8 ปี 15 อับโดน​ลูก​ชาย​ของ​ฮิลเลล​ชาว​เมือง​ปิราโธน​ตาย และ​ถูก​ฝัง​ไว้​ที่​เมือง​ปิราโธน​ใน​เขต​ของ​ตระกูล​เอฟราอิม​ซึ่ง​อยู่​ใน​เขต​เทือก​เขา​ของ​ชาว​อามาเลข+

13 แล้ว​ชาว​อิสราเอล​ก็​ทำ​สิ่ง​ชั่ว​ร้าย​ใน​สายตา​พระ​ยะโฮวา​อีก+ พระ​ยะโฮวา​มอบ​พวก​เขา​ไว้​ใน​มือ​ของ​ชาว​ฟีลิสเตีย+ 40 ปี

2 ใน​ตอน​นั้น มี​ผู้​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​มาโนอาห์+อยู่​ใน​เมือง​โศราห์+ เขา​เป็น​คน​ใน​วงศ์​ตระกูล​หนึ่ง​ของ​ตระกูล​ดาน+ ภรรยา​ของ​เขา​เป็น​หมัน​ไม่​มี​ลูก+ 3 ต่อ​มา ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา​มา​หา​เธอ​และ​พูด​ว่า “ถึง​แม้​คุณ​เป็น​หมัน​ไม่​มี​ลูก แต่​คุณ​จะ​ตั้ง​ท้อง​และ​คลอด​ลูก​ชาย+ 4 ตอน​นี้ ระวัง​ให้​ดี อย่า​ดื่ม​เหล้า​องุ่น​หรือ​เครื่อง​ดื่ม​มึน​เมา​อื่น ๆ+ และ​อย่า​กิน​ของ​ที่​ไม่​สะอาด​ใน​สายตา​พระเจ้า+ 5 คุณ​จะ​ตั้ง​ท้อง​และ​คลอด​ลูก​ชาย อย่า​ตัด​ผม​ของ​เขา+ เพราะ​เด็ก​คน​นี้​จะ​เป็น​นาศีร์​เพื่อ​พระเจ้า​ตั้ง​แต่​เกิด* เขา​จะ​ช่วย​ชาว​อิสราเอล​ให้​รอด​พ้น​จาก​เงื้อม​มือ​ของ​ชาว​ฟีลิสเตีย”+

6 เธอ​ไป​เล่า​ให้​สามี​ฟัง​ว่า “คน​ของ​พระเจ้า​เที่ยง​แท้​มา​หา​ฉัน รูป​ร่าง​หน้า​ตา​ของ​เขา​เหมือน​ทูตสวรรค์​ของ​พระเจ้า​เที่ยง​แท้ ดู​น่า​เกรง​ขาม​มาก แต่​ฉัน​ไม่​ได้​ถาม​เขา​ว่า​มา​จาก​ไหน เขา​ก็​ไม่​ได้​บอก​ด้วย​ว่า​ชื่อ​อะไร+ 7 แต่​เขา​พูด​กับ​ฉัน​ว่า ‘คุณ​จะ​ตั้ง​ท้อง​และ​คลอด​ลูก​ชาย ตอน​นี้ อย่า​ดื่ม​เหล้า​องุ่น​หรือ​เครื่อง​ดื่ม​มึน​เมา​อื่น ๆ และ​อย่า​กิน​ของ​ที่​ไม่​สะอาด​ใน​สายตา​พระเจ้า เพราะ​เด็ก​คน​นี้​จะ​เป็น​นาศีร์​เพื่อ​พระเจ้า​ตั้ง​แต่​เกิด*จน​ตาย’”

8 มาโนอาห์​อ้อน​วอน​พระ​ยะโฮวา​ว่า “พระ​ยะโฮวา​ครับ โปรด​ให้​คน​ของ​พระเจ้า​เที่ยง​แท้​ที่​พระองค์​เพิ่ง​ส่ง​มา​กลับ​มา​หา​เรา​อีก​ครั้ง เพื่อ​สอน​พวก​เรา​ให้​รู้​ว่า​ควร​เลี้ยง​ลูก​ที่​จะ​เกิด​มา​นั้น​ยัง​ไง” 9 พระเจ้า​เที่ยง​แท้​ฟัง​คำ​อ้อน​วอน​ของ​มาโนอาห์ ทูตสวรรค์​ของ​พระเจ้า​เที่ยง​แท้​ก็​กลับ​มา​หา​ภรรยา​ของ​มาโนอาห์​อีก​ตอน​ที่​เธอ​กำลัง​นั่ง​อยู่​นอก​เมือง แต่​มาโนอาห์​สามี​ไม่​ได้​อยู่​ด้วย 10 เธอ​ก็​รีบ​วิ่ง​ไป​บอก​สามี​ว่า “คน​ที่​มา​หา​ฉัน​วัน​ก่อน​มา​หา​ฉัน​อีก​แล้ว”+

11 มาโนอาห์​ลุก​ขึ้น​ตาม​ภรรยา​ไป เมื่อ​ไป​เจอ​คน​นั้น​มาโนอาห์​ก็​พูด​ว่า “คุณ​คือ​คน​ที่​พูด​กับ​ภรรยา​ของ​ผม​ใช่​ไหม​ครับ?” เขา​ก็​ตอบ​ว่า “ใช่ ผม​เอง” 12 มาโนอาห์​ก็​พูด​ว่า “ขอ​ให้​เป็น​ไป​ตาม​ที่​คุณ​พูด​เถอะ ถ้า​อย่าง​นั้น ผม​จะ​เลี้ยง​ดู​ลูก​ยัง​ไง​ดี แล้ว​เขา​จะ​ทำ​อะไร​เมื่อ​โต​ขึ้น?”+ 13 ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา​พูด​กับ​มาโนอาห์​ว่า “ภรรยา​ของ​คุณ​ต้อง​ทำ​ตาม​ที่​ผม​บอก​ไว้​ทุก​อย่าง+ 14 เธอ​ต้อง​ไม่​กิน​อะไร​ที่​ทำ​จาก​องุ่น ไม่​ดื่ม​เหล้า​องุ่น​หรือ​เครื่อง​ดื่ม​มึน​เมา​อื่น ๆ+ และ​ต้อง​ไม่​กิน​ของ​ที่​ไม่​สะอาด​ใน​สายตา​พระเจ้า+ เธอ​จะ​ต้อง​ทำ​ตาม​ที่​ผม​สั่ง​ไว้​ทุก​อย่าง”

15 มาโนอาห์​พูด​กับ​ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา​ว่า “รอ​อยู่​ที่​นี่​สัก​ครู่​หนึ่ง​ก่อน พวก​เรา​จะ​เอา​ลูก​แพะ​มา​ทำ​อาหาร​เลี้ยง​คุณ”+ 16 แต่​ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา​พูด​กับ​มาโนอาห์​ว่า “ถึง​ผม​จะ​รอ ผม​ก็​จะ​ไม่​กิน​อาหาร​ของ​คุณ แต่​ถ้า​คุณ​อยาก​จะ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​ให้​พระ​ยะโฮวา​ก็​ถวาย​เถอะ” มาโนอาห์​ไม่​รู้​ว่า​เขา​คือ​ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา 17 มาโนอาห์​จึง​ถาม​ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา​ว่า “คุณ​ชื่อ​อะไร​ครับ?+ พวก​เรา​จะ​ได้​ให้​เกียรติ​คุณ​ตอน​ที่​ทุก​อย่าง​เกิด​ขึ้น​ตาม​ที่​คุณ​พูด​ไว้” 18 แต่​ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา​พูด​กับ​เขา​ว่า “อย่า​ถาม​ชื่อ​ผม​เลย เพราะ​ชื่อ​นั้น​จะ​ทำ​ให้​คุณ​ตะลึง”

19 แล้ว​มาโนอาห์​ก็​เอา​ลูก​แพะ​กับ​เครื่อง​บูชา​ที่​ทำ​จาก​เมล็ด​ข้าว​มา​ถวาย​พระ​ยะโฮวา​บน​หิน​ก้อน​ใหญ่ และ​พระองค์​ก็​ทำ​สิ่ง​อัศจรรย์​ให้​มาโนอาห์​กับ​ภรรยา​ของ​เขา​เห็น 20 ขณะ​ที่​เปลว​ไฟ​ลุก​โชน​จาก​แท่น​บูชา​สู่​ท้องฟ้า มาโนอาห์​กับ​ภรรยา​ก็​เห็น​ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา​ลอย​ขึ้น​ไป​กับ​เปลว​ไฟ​ที่​ลุก​โชน​จาก​แท่น​บูชา​นั้น แล้ว​เขา​ทั้ง​สอง​ก็​ซบ​หน้า​ลง​กับ​พื้น​นมัสการ​พระเจ้า 21 มาโนอาห์​จึง​รู้​ว่า​ผู้​นั้น​คือ​ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา+ และ​ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา​ก็​ไม่​มา​หา​มาโนอาห์​กับ​ภรรยา​ของ​เขา​อีก​เลย 22 มาโนอาห์​พูด​กับ​ภรรยา​ว่า “พวก​เรา​ต้อง​ตาย​แน่ ๆ เพราะ​เรา​เห็น​พระเจ้า”+ 23 แต่​ภรรยา​ของ​เขา​พูด​ว่า “ถ้า​พระ​ยะโฮวา​ต้องการ​ให้​เรา​ตาย พระองค์​คง​ไม่​รับ​เครื่อง​บูชา​เผา+กับ​เครื่อง​บูชา​ที่​ทำ​จาก​เมล็ด​ข้าวของ​เรา พระองค์​คง​ไม่​แสดง​สิ่ง​ทั้ง​หมด​นี้​ให้​เรา​เห็น และ​คง​ไม่​บอก​เรื่อง​ต่าง ๆ นี้​ให้​เรา​รู้​หรอก”

24 ต่อ​มา เธอ​คลอด​ลูก​ชาย​และ​ตั้ง​ชื่อ​ให้​ว่า​แซมสัน+ พระ​ยะโฮวา​ก็​อวยพร​เด็ก​นั้น​เรื่อย​มา​ตลอด​ช่วง​ที่​เขา​เติบโต​ขึ้น 25 แล้ว​พลัง​ของ​พระ​ยะโฮวา​ก็​ลง​มา​บน​เขา+ตอน​ที่​เขา​อยู่​ใน​มาหะเนห์ดาน+ซึ่ง​อยู่​ระหว่าง​เมือง​โศราห์​กับ​เมือง​เอชทาโอล+

14 แล้ว​แซมสัน​ก็​ลง​ไป​ที่​ทิมนาห์ เขา​เห็น​ผู้​หญิง​ชาว​ฟีลิสเตีย​คน​หนึ่ง​ใน​ทิมนาห์ 2 เขา​ก็​ขึ้น​ไป​บอก​พ่อ​กับ​แม่​ว่า “ผม​สนใจ​ผู้​หญิง​ชาว​ฟีลิสเตีย​คน​หนึ่ง​ใน​ทิมนาห์ ผม​อยาก​ให้​พ่อ​กับ​แม่​ไป​ขอ​เธอ​ให้​ผม​หน่อย” 3 แต่​พ่อ​แม่​ของ​เขา​พูด​ว่า “ไม่​มี​ผู้​หญิง​ใน​วงศ์​ญาติ​ของ​เรา หรือ​คน​ใน​ชาติ​เดียว​กับ​เรา​ถูก​ใจ​ลูก​เลย​หรือ+ ถึง​ต้อง​ไป​หา​ภรรยา​จาก​ชาว​ฟีลิสเตีย​ที่​ไม่​ได้​เข้า​สุหนัต?” แต่​แซมสัน​ยืน​ยัน​กับ​พ่อ​ว่า “ไป​ขอ​เธอ​ให้​ผม​เถอะ​เพราะ​เธอ​เป็น​คน​ที่​เหมาะ​กับ​ผม” 4 พ่อ​แม่​ไม่​รู้​ว่า​เรื่อง​นี้​มา​จาก​พระ​ยะโฮวา เพราะ​พระองค์​กำลัง​มอง​หา​โอกาส​จัด​การ​กับ​ชาว​ฟีลิสเตีย​เนื่อง​จาก​ชาว​ฟีลิสเตีย​ปกครอง​ชาว​อิสราเอล​อยู่​ใน​ตอน​นั้น+

5 แซมสัน​ลง​ไป​ที่​ทิมนาห์​กับ​พ่อ​แม่ พอ​แซมสัน​ไป​ถึง​สวน​องุ่น​ใน​ทิมนาห์ จู่ ๆ ก็​มี​สิงโต​หนุ่ม​ตัว​หนึ่ง​มา​คำราม​ใส่​เขา 6 พลัง​ของ​พระ​ยะโฮวา​ช่วย​เขา​ให้​มี​พลัง+ เขา​ก็​ฉีก​สิงโต​ด้วย​มือ​เปล่า​อย่าง​กับ​ฉีก​ลูก​แพะ แต่​เขา​ไม่​ได้​บอก​เรื่อง​นี้​ให้​พ่อ​แม่​รู้ 7 แล้ว​แซมสัน​ก็​ลง​ไป​พูด​คุย​กับ​ผู้​หญิง​นั้น และ​เขา​ยัง​เห็น​ว่า​เธอ​เหมาะ​สม​กับ​เขา​อยู่+

8 ต่อ​มา ตอน​ที่​แซมสัน​กลับ​ไป​รับ​เธอ​มา​อยู่​ที่​บ้าน​ของ​เขา+ เขา​แวะ​เข้า​ไป​ดู​ซาก​สิงโต​ตัว​นั้น เขา​เห็น​ผึ้ง​ใน​ซาก​สิงโต และ​มี​น้ำ​ผึ้ง​ด้วย 9 เขา​จึง​ขูด​เอา​น้ำ​ผึ้ง​ใส่​มือ​แล้ว​ก็​กิน​ไป​เดิน​ไป พอ​เดิน​ไป​เจอ​พ่อ​กับ​แม่ เขา​ก็​ให้​พ่อ​แม่​กิน​ด้วย แต่​ไม่​ได้​บอก​ว่า​เอา​น้ำ​ผึ้ง​มา​จาก​ซาก​สิงโต

10 แซมสัน​กับ​พ่อ​ลง​ไป​หา​ผู้​หญิง​คน​นั้น แซมสัน​จัด​งาน​เลี้ยง​ที่​นั่น​เพราะ​เป็น​สิ่ง​ที่​เจ้าบ่าว​ทำ​กัน 11 เมื่อ​พวก​เขา​เห็น​แซมสัน พวก​เขา​ก็​หา​เพื่อน​เจ้าบ่าว 30 คน​มา​ให้ 12 แซมสัน​พูด​กับ​คน​พวก​นี้​ว่า “ผม​ขอ​ทาย​ปริศนา​พวก​คุณ​ข้อ​หนึ่ง ถ้า​คุณ​แก้​ปริศนา​ผม​ได้​ใน​ระหว่าง​งาน​เลี้ยง 7 วัน ผม​จะ​ให้​เสื้อ​ตัว​ใน​ที่​ทำ​จาก​ผ้า​ลินิน 30 ตัว และ​เสื้อ​ตัว​นอก​อีก 30 ตัว 13 แต่​ถ้า​พวก​คุณ​ตอบ​ไม่​ได้ พวก​คุณ​ต้อง​ให้​เสื้อ​ตัว​ใน​ที่​ทำ​จาก​ผ้า​ลินิน​กับ​ผม 30 ตัว และ​เสื้อ​ตัว​นอก​อีก 30 ตัว” พวก​เขา​ก็​พูด​ว่า “ทาย​ปริศนา​มา​เลย พวก​เรา​อยาก​ฟัง” 14 แซมสัน​ก็​บอก​พวก​เขา​ว่า

“อะไร​เอ่ย? ของ​กิน​ออก​มา​จาก​ผู้​ที่​กิน

ของ​หวาน​ออก​มา​จาก​ผู้​ที่​แข็งแรง”+

เวลา​ผ่าน​ไป 3 วัน​พวก​เขา​ก็​ยัง​ไข​ปริศนา​ไม่​ได้ 15 วัน​ที่​สี่ พวก​เขา​ก็​ไป​พูด​กับ​ภรรยา​ของ​แซมสัน​ว่า “เธอ​ต้อง​ใช้​มารยา​หลอกล่อ​สามี+แล้ว​เอา​คำ​ตอบ​มา​ให้​เรา ไม่​อย่าง​นั้น เรา​จะ​เผา​เธอ​กับ​คน​ใน​บ้าน​พ่อ​ของ​เธอ มี​อย่าง​ที่​ไหน เชิญ​เรา​มา​ร่วม​งาน​เลี้ยง​แต่​จะ​มา​เอา​สมบัติ​ของ​เรา” 16 ภรรยา​ของ​แซมสัน​ก็​ร้องห่ม​ร้องไห้​กับ​เขา​แล้ว​พูด​ว่า “คุณ​คง​ต้อง​เกลียด​ฉัน​แน่ ๆ คุณ​ไม่​ได้​รัก​ฉัน​จริง+ คุณ​ทาย​ปริศนา​กับ​คน​ใน​ชาติ​ของ​ฉัน แต่​ไม่​ยอม​บอก​คำ​ตอบ​ให้​ฉัน​รู้” เขา​ก็​พูด​กับ​เธอ​ว่า “ขนาด​พ่อ​กับ​แม่ ฉัน​ยัง​ไม่​บอก​เลย แล้ว​ทำไม​ต้อง​บอก​เธอ​ด้วย” 17 แต่​เธอ​เอา​แต่​ร้องห่ม​ร้องไห้​กับ​เขา​ตลอด​ช่วง​ที่​เหลือ​ของ​งาน​เลี้ยง 7 วัน​นั้น ใน​ที่​สุด เขา​ก็​บอก​คำ​ตอบ​กับ​เธอ​ใน​วัน​ที่​เจ็ด​เพราะ​เธอ​เอา​แต่​รบเร้า​เขา แล้ว​เธอ​ก็​เอา​คำ​ตอบ​นั้น​ไป​บอก​คน​ใน​ชาติ+ 18 ดัง​นั้น ใน​วัน​ที่​เจ็ด​ก่อน​ดวง​อาทิตย์​ตก* พวก​ผู้​ชาย​ใน​เมือง​นั้น​ก็​พูด​กับ​แซมสัน​ว่า

“จะ​มี​อะไร​ที่​หวาน​กว่า​น้ำ​ผึ้ง?

และ​จะ​มี​อะไร​ที่​แข็งแรง​กว่า​สิงโต?”+

แซมสัน​ก็​ตอบ​พวก​เขา​ว่า

“ถ้า​ภรรยา​ของ​ผม​ไม่​ช่วย​คุณ*+

คุณ​คง​แก้​ปริศนา​ของ​ผม​ไม่​ได้​หรอก”

19 พลัง​ของ​พระ​ยะโฮวา​ทำ​ให้​แซมสัน​มี​พลัง+ เขา​ลง​ไป​เมือง​อัชเคโลน+และ​ฆ่า​ชาว​เมือง 30 คน เขา​เอา​เสื้อ​ผ้า​ของ​คน​พวก​นั้น​มา​และ​เอา​ไป​ให้​คน​ที่​ตอบ​ปริศนา​ของ​เขา​ได้+ จาก​นั้น เขา​ก็​กลับ​ไป​บ้าน​พ่อ​ด้วย​ความ​โกรธ​จัด

20 แล้ว​ภรรยา​ของ​แซมสัน+ก็​ถูก​ยก​ให้​กับ​เพื่อน​เจ้าบ่าว​คน​หนึ่ง​ของ​เขา+

15 หลัง​จาก​นั้น​ใน​ฤดู​เกี่ยว​ข้าว​สาลี แซมสัน​ไป​หา​ภรรยา​ของ​เขา​และ​เอา​ลูก​แพะ​ตัว​หนึ่ง​ไป​ด้วย เขา​พูด​ว่า “ผม​อยาก​จะ​เข้า​ไป​หา​ภรรยา​ใน​ห้อง​นอน” แต่​พ่อ​ของ​เธอ​ไม่​ยอม​ให้​เข้า​ไป 2 พ่อ​ของ​เธอ​พูด​ว่า “ผม​คิด​ว่า​คุณ​คง​เกลียด​เธอ​แล้ว+ ผม​เลย​ให้​เธอ​แต่งงาน​กับ​คน​ที่​เป็น​เพื่อน​เจ้าบ่าว​ของ​คุณ+ น้อง​สาว​ของ​เธอ​สวย​กว่า​เธอ​อีก แต่งงาน​กับ​น้อง​สาว​ของ​เธอ​แทน​ก็​แล้ว​กัน” 3 แต่​แซมสัน​พูด​ว่า “คราว​นี้​ชาว​ฟีลิสเตีย​จะ​มา​ว่า​ผม​ไม่​ได้​ถ้า​ผม​ทำ​ร้าย​พวก​เขา”

4 แซมสัน​ก็​ไป​จับ​หมา​จิ้งจอก​มา 300 ตัว แล้ว​มัด​หาง​หมา​จิ้งจอก​ติด​กัน​เป็น​คู่ ๆ จาก​นั้น​ก็​เอา​คบไฟ​มา​เสียบ​ไว้​ตรง​กลาง​ระหว่าง​หาง​แต่​ละ​คู่ 5 แล้ว​เขา​ก็​จุด​คบไฟ​และ​ปล่อย​หมา​จิ้งจอก​ให้​วิ่ง​เข้า​ไป​ใน​นา​ข้าวของ​ชาว​ฟีลิสเตีย เผา​ทุก​อย่าง​ตั้ง​แต่​ฟ่อน​ข้าว​ไป​จน​ถึง​ต้น​ข้าว รวม​ทั้ง​สวน​องุ่น​และ​สวน​มะกอก​ด้วย

6 ชาว​ฟีลิสเตีย​ก็​ถาม​ว่า “ใคร​เป็น​คน​ทำ?” มี​คน​ตอบ​ว่า “แซมสัน ลูก​เขย​ของ​คน​ใน​ทิมนาห์ เพราะ​พ่อตา​เอา​ภรรยา​ของ​แซมสัน​ไป​ให้​คน​ที่​เป็น​เพื่อน​เจ้าบ่าว​ของ​เขา”+ พอ​ได้​ยิน​อย่าง​นั้น ชาว​ฟีลิสเตีย​ก็​ขึ้น​ไป​เอา​ไฟ​เผา​ภรรยา​ของ​แซมสัน​กับ​พ่อ​ของ​เธอ+ 7 แซมสัน​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “ใน​เมื่อ​พวก​คุณ​ทำ​อย่าง​นี้ ผม​ก็​จะ​ไม่​หยุด​จน​กว่า​ได้​ล้าง​แค้น​พวก​คุณ”+ 8 แซมสัน​ก็​ฆ่า​พวก​เขา​ล้ม​ตาย​จำนวน​มาก จาก​นั้น แซมสัน​ก็​ลง​ไป​อยู่​ใน​ถ้ำ*หนึ่ง​ตรง​โขด​หิน​เอตาม

9 ต่อ​มา ชาว​ฟีลิสเตีย​ขึ้น​มา​ตั้ง​ค่าย​ใน​เขต​ของ​ตระกูล​ยูดาห์ และ​ตระเวน​ปล้น​ไป​ทั่ว​ใน​เลฮี+ 10 คน​ใน​ตระกูล​ยูดาห์​ก็​ถาม​ว่า “พวก​คุณ​ขึ้น​มา​โจมตี​เรา​ทำไม?” พวก​เขา​ตอบ​ว่า “เรา​ขึ้น​มา​จับ​แซมสัน เรา​จะ​ทำ​กับ​เขา​ให้​สา​สม​กับ​ที่​เขา​ทำ​กับ​เรา​ไว้” 11 คน​ใน​ตระกูล​ยูดาห์ 3,000 คน​จึง​ลง​ไป​ที่​ถ้ำ*ตรง​โขด​หิน​เอตาม​และ​พูด​กับ​แซมสัน​ว่า “ทำไม​คุณ​ถึง​ทำ​กับ​เรา​อย่าง​นี้ ไม่​รู้​หรือ​ไง​ว่า​ชาว​ฟีลิสเตีย​ปกครอง​พวก​เรา​อยู่?”+ แซมสัน​ก็​ตอบ​ว่า “พวก​เขา​ทำ​กับ​ผม​ยัง​ไง ผม​ก็​จะ​ทำ​กับ​เขา​อย่าง​นั้น” 12 แต่​พวก​เขา​บอก​แซมสัน​ว่า “พวก​เรา​มา​จับ​ตัว​คุณ​ไป​ให้​ชาว​ฟีลิสเตีย” แซมสัน​พูด​ว่า “สาบาน​กับ​ผม​ก่อน​ว่า​พวก​คุณ​จะ​ไม่​ทำ​ร้าย​ผม” 13 พวก​เขา​พูด​ว่า “พวก​เรา​จะ​ไม่​ทำ​ร้าย​คุณ เรา​แค่​จะ​มัด​คุณ​แล้ว​ส่ง​ตัว​ให้​พวก​เขา พวก​เรา​ไม่​ฆ่า​คุณ​หรอก”

พวก​เขา​จึง​มัด​แซมสัน​ด้วย​เชือก​ใหม่​สอง​เส้น และ​เอา​ตัว​เขา​ขึ้น​ไป​จาก​โขด​หิน​นั้น 14 พอ​แซมสัน​มา​ถึง​เลฮี ชาว​ฟีลิสเตีย​ก็​ไชโย​โห่​ร้อง​เมื่อ​เห็น​เขา แล้ว​พลัง​ของ​พระ​ยะโฮวา​ก็​ทำ​ให้​แซมสัน​มี​พลัง+ เชือก​ที่​มัด​แขน​เขา​อยู่​ก็​กลาย​เป็น​เหมือน​เส้น​ด้าย​ที่​ไหม้​ไฟ แล้ว​ก็​ขาด​กระจุย​จาก​มือ​ของ​เขา+ 15 เขา​เหลือบ​ไป​เห็น​กระดูก​ขากรรไกร​ลา​ตัว​ผู้​อัน​หนึ่ง​ที่​ยัง​สด ๆ อยู่ เขา​ก็​คว้า​มา​ตี​คน​พวก​นั้น​ตาย​ไป 1,000 คน+ 16 แล้ว​แซมสัน​ก็​พูด​ว่า

“ด้วย​กระดูก​ขากรรไกร​ลา​อัน​เดียว เรา​ฆ่า​ศัตรู​ตาย​เป็น​กอง

ด้วย​กระดูก​ขากรรไกร​ลา​อัน​เดียว เรา​สังหาร​ศัตรู​ล้ม​ตาย​ถึง 1,000 คน”+

17 พอ​พูด​จบ​เขา​ก็​โยน​กระดูก​ขากรรไกร​นั้น​ทิ้ง และ​เรียก​ที่​นั่น​ว่า​รามัทเลฮี*+ 18 แล้ว​เขา​ก็​หิว​น้ำ​มาก จึง​พูด​กับ​พระ​ยะโฮวา​ว่า “พระองค์​เป็น​ผู้​ที่​มอบ​ความ​รอด​อัน​ยิ่ง​ใหญ่​นี้​ไว้​ใน​มือ​ผู้​รับใช้​ของ​พระองค์ แต่​ตอน​นี้ ผม​จะ​ต้อง​มา​ตาย​เพราะ​หิว​น้ำ​และ​ตก​อยู่​ใน​มือ​ของ​คน​ที่​ไม่​ได้​เข้า​สุหนัต​หรือ?” 19 พระเจ้า​จึง​ทำ​ให้​โพรง​แห่ง​หนึ่ง​ที่​อยู่​ใน​เลฮี​แยก​ออก​เป็น​ช่อง​และ​มี​น้ำ​ไหล​ออก​มา+ พอ​เขา​ได้​กิน​น้ำ​ก็​มี​แรง​และ​สดชื่น​ขึ้น เขา​จึง​เรียก​ที่​นั่น​ว่า​เอนฮักโคเร*ซึ่ง​ยัง​อยู่​ใน​เลฮี​จน​ถึง​วัน​นี้

20 แซมสัน​เป็น​ผู้​วินิจฉัย​ของ​ชาว​อิสราเอล 20 ปี ใน​ช่วง​ที่​ชาว​ฟีลิสเตีย​มี​อำนาจ​อยู่+

16 ครั้ง​หนึ่ง แซมสัน​ไป​ที่​เมือง​กาซา​และ​เห็น​ผู้​หญิง​โสเภณี​คน​หนึ่ง เขา​ก็​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​เธอ 2 มี​คน​บอก​ชาว​เมือง​กาซา​ว่า “แซมสัน​มา​ที่​นี่​แล้ว” ชาว​เมือง​ก็​มา​ล้อม​เขา​ไว้​และ​ซุ่ม​คอย​เขา​อยู่​ที่​ประตู​เมือง​ทั้ง​คืน พวก​เขา​คอย​อยู่​เงียบ ๆ ใน​คืน​นั้น และ​พูด​กัน​ว่า “พอ​สว่าง เรา​จะ​ฆ่า​มัน​ซะ”

3 แต่​แซมสัน​นอน​อยู่​ที่​นั่น​จน​ถึง​เที่ยง​คืน แล้ว​เขา​ก็​ลุก​ขึ้น​ออก​ไป​ดึง​ประตู​เมือง​กับ​เสา​ประตู​ทั้ง​สอง​ต้น​พร้อม​กับ​ดาล​ประตู​ออก​มา แล้ว​ยก​ใส่​บ่า​แบก​ขึ้น​ไป​บน​ยอด​เขา​ที่​อยู่​หน้า​เมือง​เฮโบรน

4 ต่อ​มา เขา​หลง​รัก​ผู้​หญิง​คน​หนึ่ง​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​หุบเขา​โสเรก เธอ​ชื่อ​ว่า​เดลิลาห์+ 5 พวก​เจ้านาย​ของ​ชาว​ฟีลิสเตีย​จึง​มา​หา​เธอ​และ​พูด​ว่า “ลอง​หลอก​ถาม​แซมสัน+ดู​ว่า​อะไร​ทำ​ให้​เขา​มี​พลัง​มหาศาล​แบบ​นั้น และ​เรา​ต้อง​ทำ​ยัง​ไง​ถึง​จะ​จับ​เขา​มัด​และ​เอา​ชนะ​เขา​ได้ แล้ว​เรา​แต่​ละ​คน​จะ​ให้​เงิน​หนัก 1,100 เชเขล*กับ​เธอ​สำหรับ​งาน​นี้”

6 เดลิลาห์​พูด​กับ​แซมสัน​ว่า “บอก​ฉัน​เถอะ​ว่า​พลัง​มหาศาล​ของ​คุณ​มา​จาก​ไหน ต้อง​ใช้​อะไร​ถึง​จะ​มัด​คุณ​และ​เอา​ชนะ​คุณ​ได้?” 7 แซมสัน​ก็​บอก​เธอ​ว่า “ถ้า​พวก​เขา​มัด​ฉัน​ด้วย​สาย​ธนู*ใหม่​เจ็ด​เส้น​ที่​ยัง​ไม่​แห้ง พลัง​ของ​ฉัน​จะ​อ่อน​ลง​เป็น​เหมือน​ผู้​ชาย​ทั่ว​ไป” 8 พวก​เจ้านาย​ของ​ชาว​ฟีลิสเตีย​จึง​เอา​สาย​ธนู​ใหม่​เจ็ด​เส้น​ที่​ยัง​ไม่​แห้ง​มา​ให้​เธอ แล้ว​เธอ​ก็​เอา​ไป​มัด​แซมสัน 9 พวก​นั้น​จัด​คน​ซุ่ม​ไว้​อีก​ห้อง​หนึ่ง และ​เธอ​ก็​ร้อง​บอก​แซมสัน​ว่า “แซมสัน ชาว​ฟีลิสเตีย​มา​จับ​คุณ​แล้ว” แซมสัน​ก็​ดึง​สาย​ธนู​ขาด​ออก​จาก​กัน​อย่าง​ง่าย​ดาย​เหมือน​ด้าย​ป่าน​ที่​ขาด​ผึง​เมื่อ​โดน​ไฟ+ ดัง​นั้น ความ​ลับ​เกี่ยว​กับ​พละกำลัง​ของ​เขา​จึง​ยัง​ไม่​มี​ใคร​รู้

10 แล้ว​เดลิลาห์​ก็​พูด​กับ​แซมสัน​ว่า “คุณ​โกหก​หลอก​ลวง​ฉัน บอก​ฉัน​มา​เถอะ​นะ​ว่า​ต้อง​ใช้​อะไร​ถึง​จะ​มัด​คุณ​ได้” 11 แซมสัน​ก็​พูด​กับ​เธอ​ว่า “ถ้า​พวก​เขา​มัด​ฉัน​ด้วย​เชือก​ใหม่​ที่​ยัง​ไม่​เคย​ใช้​มา​ก่อน พลัง​ของ​ฉัน​จะ​อ่อน​ลง​เป็น​เหมือน​ผู้​ชาย​ทั่ว​ไป” 12 เดลิลาห์​ก็​เอา​เชือก​ใหม่​มา​มัด​เขา และ​ร้อง​ว่า “แซมสัน ชาว​ฟีลิสเตีย​มา​จับ​คุณ​แล้ว” (ตอน​นั้น​มี​คน​ซุ่ม​อยู่​ใน​ห้อง​อีก​ห้อง​หนึ่ง) เขา​ก็​ดึง​เชือก​ที่​มัด​แขน​เขา​อยู่​ขาด​ออก​จาก​กัน​เหมือน​เส้น​ด้าย+

13 หลัง​จาก​นั้น เดลิลาห์​ก็​พูด​กับ​แซมสัน​ว่า “จน​ถึง​ตอน​นี้ คุณ​ก็​ยัง​โกหก​หลอก​ลวง​ฉัน+ บอก​ฉัน​เถอะ​ว่า​ต้อง​ใช้​อะไร​ถึง​จะ​มัด​คุณ​ได้” เขา​ก็​บอก​เธอ​ว่า “ถ้า​เธอ​เอา​เปีย​เจ็ด​เปีย​บน​หัว​ของ​ฉัน​ทอ​เข้า​กับ​เส้น​ด้าย* พลัง​ของ​ฉัน​จะ​หาย​ไป” 14 เธอ​ก็​เอา​ฟืม*กระทบ​เปีย​ของ​เขา​จน​แน่น แล้ว​ร้อง​บอก​เขา​ว่า “แซมสัน ชาว​ฟีลิสเตีย​มา​จับ​คุณ​แล้ว” แซมสัน​ก็​สะดุ้ง​ตื่น และ​ดึง​เอา​ฟืม​กับ​ด้าย​ทอ​ออก​ไป

15 คราว​นี้ เธอ​พูด​กับ​เขา​ว่า “คุณ​มา​บอก​ได้​ยัง​ไง​ว่า​รัก​ฉัน+ ใน​เมื่อ​คุณ​ไม่​ยอม​เปิด​ใจ​กับ​ฉัน? สาม​ครั้ง​แล้ว​ที่​คุณ​หลอก​ฉัน​และ​ไม่​บอก​ฉัน​ว่า​พลัง​มหาศาล​ของ​คุณ​มา​จาก​ไหน”+ 16 เธอ​คอย​เซ้าซี้​และ​รบเร้า​เขา​ทุก​วัน ทำ​ให้​เขา​รำคาญ​แทบ​ตาย+ 17 ใน​ที่​สุด เขา​ก็​บอก​ทุก​อย่าง​กับ​เธอ​ว่า “มีด​โกน​ไม่​เคย​ถูก​หัว​ของ​ฉัน​เลย เพราะ​ฉัน​เป็น​นาศีร์​เพื่อ​พระเจ้า​ตั้ง​แต่​เกิด*+ ถ้า​ฉัน​โกน​ผม พลัง​ของ​ฉัน​จะ​หาย​ไป พลัง​ของ​ฉัน​จะ​อ่อน​ลง​เป็น​เหมือน​ผู้​ชาย​ทั่ว​ไป”

18 พอ​เดลิลาห์​เห็น​ว่า​เขา​บอก​ทุก​อย่าง​กับ​เธอ​แล้ว เธอ​ก็​รีบ​ไป​เรียก​พวก​เจ้านาย​ของ​ชาว​ฟีลิสเตีย+ เธอ​พูด​ว่า “ขึ้น​มา​คราว​นี้​ไม่​พลาด​แน่ เพราะ​เขา​บอก​ทุก​อย่าง​กับ​ดิฉัน​แล้ว” พวก​เจ้านาย​ของ​ชาว​ฟีลิสเตีย​ก็​ขึ้น​มา​หา​เธอ​พร้อม​นำ​เงิน​มา​ด้วย 19 เธอ​ทำ​ให้​แซมสัน​หลับ​บน​ตัก แล้ว​ก็​เรียก​คน​มา​โกน​ผม​เปีย​เจ็ด​เปีย​บน​หัว​ของ​เขา เธอ​ก็​เริ่ม​ควบคุม​เขา​ได้​เพราะ​พละกำลัง​ของ​เขา​หาย​ไป​แล้ว 20 แล้ว​เธอ​ก็​ร้อง​ขึ้น​ว่า “แซมสัน ชาว​ฟีลิสเตีย​มา​จับ​คุณ​แล้ว” แซมสัน​ก็​ตื่น​ขึ้น​และ​พูด​ว่า “ฉัน​จะ​ออก​ไป​เหมือน​ครั้ง​ก่อน ๆ+และ​จะ​สะบัด​ให้​หลุด” แต่​เขา​ไม่​รู้​ว่า​พระ​ยะโฮวา​ไม่​ได้​อยู่​กับ​เขา​แล้ว 21 ชาว​ฟีลิสเตีย​จึง​จับ​ตัว​เขา​และ​ควัก​ลูก​ตา​ออก​ทั้ง​สอง​ข้าง พวก​เขา​เอา​ตัว​แซมสัน​ลง​ไป​ที่​เมือง​กาซา​และ​ล่าม​เขา​ด้วย​โซ่​ทองแดง 2 เส้น และ​ให้​เขา​เป็น​คน​หมุน​เครื่อง​โม่​ใน​คุก 22 ใน​ระหว่าง​นั้น ผม​ของ​เขา​ที่​ถูก​โกน​ออก​ไป​ก็​เริ่ม​ยาว​ขึ้น​อีก+

23 พวก​เจ้านาย​ของ​ชาว​ฟีลิสเตีย​มา​ชุมนุม​กัน​เพื่อ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ครั้ง​ใหญ่​ให้​ดาโกน+พระ​ของ​พวก​เขา​และ​เลี้ยง​ฉลอง​กัน พวก​เขา​พูด​ว่า “พระ​ของ​เรา​มอบ​แซมสัน​ศัตรู​ของ​พวก​เรา​ไว้​ใน​มือ​เรา​แล้ว” 24 พอ​ประชาชน​เห็น​รูป​เคารพ​นั้น​ก็​พา​กัน​สรรเสริญ​พระ​ของ​พวก​เขา​และ​พูด​ว่า “พระ​ของ​เรา​มอบ​ศัตรู​ของ​พวก​เรา​ไว้​ใน​มือ​เรา​แล้ว เขา​เป็น​คน​ที่​ทำลาย​แผ่นดิน​ของ​เรา+และ​ฆ่า​พวก​เรา​ไป​มาก​มาย”+

25 ขณะ​ที่​รื่นเริง​กัน​อยู่​นั้น พวก​เขา​ก็​พูด​ว่า “เรียก​แซมสัน​มา​ทำ​อะไร​สนุก ๆ ให้​พวก​เรา​ดู​หน่อย” เขา​ก็​ไป​เรียก​แซมสัน​มา​จาก​คุก​เพื่อ​มา​ให้​ความ​บันเทิง​กับ​พวก​เขา และ​เขา​ให้​แซมสัน​ยืน​อยู่​ระหว่าง​เสา​สอง​ต้น 26 แซมสัน​พูด​กับ​เด็ก​ที่​จูง​มือ​เขา​มา​ว่า “พา​ผม​ไป​แตะ​เสา​สอง​ต้น​ที่​รอง​รับ​วิหาร​นี้​หน่อย ผม​จะ​ได้​เอา​มือ​เท้า​ที่​เสา​นั้น” 27 (ขณะ​นั้น ที่​วิหาร​มี​ผู้​ชาย​และ​ผู้​หญิง​เต็ม​ไป​หมด เจ้านาย​ของ​ชาว​ฟีลิสเตีย​ทุก​คน​ก็​มา​อยู่​ที่​นั่น​ด้วย และ​บน​ดาดฟ้า​ก็​มี​คน​อยู่​ราว ๆ 3,000 คน​ทั้ง​ผู้​ชาย​และ​ผู้​หญิง ทุก​คน​มอง​มา​ที่​แซมสัน​ขณะ​ที่​เขา​ให้​ความ​บันเทิง​อยู่)

28 แซมสัน+ก็​อ้อน​วอน​พระ​ยะโฮวา​ว่า “พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​ผู้​ยิ่ง​ใหญ่​สูง​สุด ขอ​พระองค์​ระลึก​ถึง​ผม​ด้วย พระเจ้า​ครับ ขอ​ให้​พลัง​กับ​ผม+ครั้ง​นี้​อีก​แค่​ครั้ง​เดียว ขอ​ให้​ผม​ได้​แก้แค้น​ชาว​ฟีลิสเตีย อย่าง​น้อย​ก็​เพื่อ​ตา​ข้าง​หนึ่ง​ของ​ผม”+

29 แซมสัน​ยืน​อยู่​ระหว่าง​เสา​สอง​ต้น​ซึ่ง​อยู่​ตรง​กลาง​และ​รอง​รับ​วิหาร​นั้น เขา​เอา​มือ​ขวา​ยัน​เสา​ต้น​หนึ่ง และ​มือ​ซ้าย​ยัน​เสา​อีก​ต้น​หนึ่ง 30 แล้ว​แซมสัน​ก็​ร้อง​ขึ้น​ว่า “ผม​ขอ​ตาย​พร้อม​กับ​ชาว​ฟีลิสเตีย” แล้ว​เขา​ก็​ผลัก​เสา​นั้น​สุด​แรง​เกิด วิหาร​ก็​พัง​ลง​มา​ทับ​พวก​เจ้านาย​และ​ผู้​คน​ทั้ง​หมด​ที่​อยู่​ใน​นั้น+ คน​ที่​ตาย​ไป​พร้อม​กับ​เขา​ใน​ครั้ง​นี้​มี​มาก​กว่า​คน​ที่​เขา​ฆ่า​ตอน​ที่​เขา​มี​ชีวิต​อยู่+

31 หลัง​จาก​นั้น พวก​พี่​น้อง​ของ​เขา​และ​ทุก​คน​ใน​ครอบครัว​ของ​พ่อ​ก็​ลง​มา​รับ​ศพ​ของ​เขา​กลับ​ไป และ​นำ​ไป​ฝัง​ไว้​ใน​ที่​ฝัง​ศพ​ของ​มาโนอาห์+พ่อ​ของ​เขา​ซึ่ง​อยู่​ระหว่าง​เมือง​โศราห์+กับ​เมือง​เอชทาโอล แซมสัน​เป็น​ผู้​วินิจฉัย​ของ​ชาว​อิสราเอล 20 ปี+

17 มี​ผู้​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​มีคาห์​อยู่​ใน​เขต​เทือก​เขา​ของ​เอฟราอิม+ 2 เขา​พูด​กับ​แม่​ว่า “ที่​แม่​บอก​ว่า​มี​คน​ขโมย​เงิน​หนัก 1,100 เชเขล*ไป และ​ผม​ก็​ได้​ยิน​แม่​สาป​แช่ง​คน​ที่​เอา​ไป จริง ๆ แล้ว​เงิน​นั้น​อยู่​ที่​ผม ผม​เป็น​คน​เอา​เงิน​นั้น​ไป​เอง​ครับ” แม่​ของ​เขา​ก็​พูด​ว่า “ขอ​พระ​ยะโฮวา​อวยพร​ลูก​ชาย​ของ​ดิฉัน​ด้วย​เถอะ” 3 แล้ว​เขา​ก็​คืน​เงิน​หนัก 1,100 เชเขล*นั้น​ให้​แม่ แต่​เธอ​พูด​ว่า “แม่​ขอ​ถวาย​เงิน​นี้​เป็น​สิ่ง​บริสุทธิ์​ให้​พระ​ยะโฮวา แม่​อยาก​ให้​ลูก​เอา​เงิน​นี้​ไป​ใช้​ใน​การ​ทำ​รูป​แกะ​สลัก​และ​รูป​หล่อ​โลหะ+ให้​ตัว​เอง เงิน​นี้​เป็น​ของ​ลูก”

4 หลัง​จาก​ที่​เขา​เอา​เงิน​มา​คืน​ให้​แม่ เธอ​ก็​เอา​เงิน​หนัก 200 เชเขล*ไป​ให้​ช่าง​เงิน เขา​เอา​เงิน​นั้น​ไป​ทำ​รูป​แกะ​สลัก​และ​รูป​หล่อ​โลหะ​มา​ตั้ง​ไว้​ใน​บ้าน​ของ​มีคาห์ 5 ผู้​ชาย​ที่​ชื่อ​มีคาห์​นี้​มี​เรือน​พระ​หลัง​หนึ่ง เขา​ทำ​เอโฟด+ ขึ้น​มา​ตัว​หนึ่ง​และ​ทำ​รูป​ปั้น​เทราฟิม*+ด้วย เขา​แต่ง​ตั้ง​ลูก​ชาย​คน​หนึ่ง​เป็น​ปุโรหิต+ 6 ใน​ช่วง​เวลา​นั้น ชาว​อิสราเอล​ไม่​มี​กษัตริย์+ แต่​ละ​คน​ทำ​ตาม​ที่​ตัว​เอง​เห็น​ว่า​ดี*+

7 มี​ชาย​หนุ่ม​คน​หนึ่ง​อยู่​ใน​เมือง​เบธเลเฮม+ใน​เขต​ยูดาห์ เขา​เป็น​คน​เลวี+ ที่​ไป​อาศัย​อยู่​ใน​เขต​ยูดาห์​อยู่​ช่วง​หนึ่ง 8 แล้ว​เขา​ก็​ออก​จาก​เมือง​เบธเลเฮม​ใน​เขต​ยูดาห์​ไป​หา​ที่​อยู่​ใหม่ เขา​เดิน​ทาง​มา​ถึง​บ้าน​ของ​มีคาห์+ใน​เขต​เทือก​เขา​ของ​เอฟราอิม 9 มีคาห์​ถาม​เขา​ว่า “คุณ​มา​จาก​ที่​ไหน?” เขา​ก็​ตอบ​ว่า “ผม​เป็น​คน​เลวี​มา​จาก​เมือง​เบธเลเฮม​ใน​เขต​ยูดาห์ และ​กำลัง​หา​ที่​อยู่​ใหม่” 10 มีคาห์​ก็​พูด​กับ​เขา​ว่า “มา​อยู่​กับ​ผม​สิ มา​เป็น​ที่​ปรึกษา​และ​ปุโรหิต​ให้​ผม ผม​จะ​ให้​เงิน​คุณ​ปี​ละ 10 เชเขล* พร้อม​เสื้อ​ผ้า​หนึ่ง​ชุด​และ​อาหาร​ด้วย” เขา​ก็​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​มีคาห์ 11 คน​เลวี​จึง​ตก​ลง​อาศัย​อยู่​กับ​มีคาห์ และ​เป็น​เหมือน​ลูก​คน​หนึ่ง​ของ​เขา 12 มีคาห์​ยัง​แต่ง​ตั้ง​คน​เลวี​คน​นี้​ให้​เป็น​ปุโรหิต+ และ​ให้​อยู่​ใน​บ้าน​ของ​เขา 13 มีคาห์​พูด​ว่า “ตอน​นี้ ผม​รู้​แล้ว​ว่า​พระ​ยะโฮวา​จะ​อวยพร​ผม เพราะ​ผม​ได้​คน​เลวี​มา​เป็น​ปุโรหิต”

18 ใน​ช่วง​เวลา​นั้น ชาว​อิสราเอล​ไม่​มี​กษัตริย์+ และ​ตระกูล​ดาน+ก็​กำลัง​มอง​หา​ที่​ดิน*เพื่อ​อยู่​อาศัย เพราะ​ที่​ดิน​ที่​พวก​เขา​ได้​รับ​ท่ามกลาง​ชาว​อิสราเอล​ตระกูล​ต่าง ๆ นั้น​ยัง​ไม่​พอ+

2 คน​ใน​ตระกูล​ดาน​จึง​ส่ง​ผู้​ชาย​ที่​มี​ความ​สามารถ 5 คน​ใน​ตระกูล​ของ​ตัว​เอง​จาก​เมือง​โศราห์​และ​เมือง​เอชทาโอล+ไป​สอดแนม​และ​สำรวจ​ดู​แผ่นดิน พวก​เขา​พูด​กับ​ผู้​ชาย 5 คน​นั้น​ว่า “ขอ​ให้​พวก​คุณ​ไป​สำรวจ​ดู​แผ่นดิน” เมื่อ​คน​พวก​นั้น​ไป​ถึง​บ้าน​ของ​มีคาห์+ใน​เขต​เทือก​เขา​ของ​เอฟราอิม​ก็​ค้าง​คืน​ที่​นั่น 3 ตอน​ที่​พวก​เขา​ใกล้​จะ​ถึง​บ้าน​ของ​มีคาห์ พวก​เขา​จำ​เสียง*ชาย​หนุ่ม​ที่​เป็น​คน​เลวี​ได้​จึง​เข้า​ไป​หา​และ​ถาม​ว่า “ใคร​พา​คุณ​มา​ที่​นี่? คุณ​มา​ทำ​อะไร? ทำไม​คุณ​ถึง​อยู่​ที่​นี่?” 4 เขา​ก็​บอก​คน​พวก​นั้น​ว่า​มีคาห์​ได้​ทำ​ข้อ​ตก​ลง​อะไร​ไว้​กับ​เขา และ​บอก​อีก​ว่า “เขา​จ้าง​ผม​มา​เป็น​ปุโรหิต​ให้​เขา”+ 5 คน​พวก​นั้น​ก็​พูด​ว่า “ขอ​ถาม​พระเจ้า​ให้​พวก​เรา​หน่อย​ว่า​การ​เดิน​ทาง​ของ​เรา​จะ​ประสบ​ความ​สำเร็จ​ไหม” 6 ปุโรหิต​คน​นี้​ก็​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า “สบาย​ใจ​ได้ พระ​ยะโฮวา​จะ​อยู่​กับ​พวก​คุณ​ใน​การ​เดิน​ทาง”

7 ผู้​ชาย 5 คน​นั้น​ก็​เดิน​ทาง​ต่อ​ไป​ถึง​เมือง​ลาอิช+ พวก​เขา​เห็น​คน​ที่​นั่น​อยู่​อย่าง​ไม่​ต้อง​พึ่ง​พา​ใคร ๆ เหมือน​กับ​ชาว​ไซดอน พวก​เขา​อยู่​กัน​อย่าง​เงียบ​สงบ​ไม่​ระแวด​ระวัง​อะไร+ ไม่​มี​ใคร​มา​รุกราน​กดขี่​หรือ​รบกวน​พวก​เขา พวก​เขา​อยู่​ห่าง​ไกล​จาก​ชาว​ไซดอน​และ​ไม่​ติด​ต่อ​เกี่ยว​ข้อง​กับ​ใคร​เลย

8 พอ​ผู้​ชาย 5 คน​นั้น​กลับ​มา​หา​พวก​พี่​น้อง​ที่​เมือง​โศราห์​และ​เมือง​เอชทาโอล+ พวก​พี่​น้อง​ก็​ถาม​ว่า “ไป​ดูมา​แล้ว​เป็น​ยัง​ไง​บ้าง?” 9 พวก​เขา​ตอบ​ว่า “ขึ้น​ไป​ต่อ​สู้​กับ​พวก​นั้น​กัน​เถอะ เพราะ​เรา​เห็น​แผ่นดิน​นั้น​แล้ว มัน​ดี​มาก อย่า​มัว​ลังเล​ชักช้า​กัน​อยู่​เลย ไป​ยึด​แผ่นดิน​นั้น​ให้​ได้ 10 พอ​พวก​คุณ​ไป​ถึง พวก​คุณ​จะ​เห็น​คน​ที่​นั่น​ไม่​ระแวด​ระวัง​อะไร​เลย+ แผ่นดิน​ก็​กว้าง​ใหญ่ พระเจ้า​มอบ​แผ่นดิน​นั้น​ไว้​ใน​มือ​พวก​คุณ​แล้ว ที่​นั่น​มี​ทุก​อย่าง​ที่​เรา​ต้องการ”+

11 แล้ว​ผู้​ชาย​ตระกูล​ดาน 600 คน​ที่​ถือ​อาวุธ​พร้อม​สู้​รบ​ก็​ออก​จาก​เมือง​โศราห์​และ​เมือง​เอชทาโอล+ 12 พวก​เขา​ขึ้น​ไป​ตั้ง​ค่าย​ใกล้ ๆ เมือง​คีริยาทเยอาริม+ใน​เขต​ยูดาห์ เพราะ​อย่าง​นี้ สถาน​ที่​ตรง​นั้น​ซึ่ง​อยู่​ทาง​ทิศ​ตะวัน​ตก​ของ​เมือง​คีริยาทเยอาริม​จึง​ถูก​เรียก​ว่า​มาหะเนห์ดาน*+จน​ถึง​วัน​นี้ 13 แล้ว​พวก​เขา​ก็​ออก​จาก​ที่​นั่น​ไป​ที่​เขต​เทือก​เขา​ของ​เอฟราอิม​และ​ไป​ถึง​บ้าน​ของ​มีคาห์+

14 แล้ว​ผู้​ชาย 5 คน​ที่​ไป​สอดแนม​ดู​แผ่นดิน​ลาอิช+ก็​พูด​กับ​พวก​พี่​น้อง​ของ​เขา​ว่า “พวก​คุณ​รู้​ไหม​ว่า มี​บ้าน​หลัง​หนึ่ง​แถว ๆ นี้​มี​เอโฟด รูป​ปั้น​เทราฟิม* รูป​แกะ​สลัก และ​รูป​หล่อ​โลหะ?+ ลอง​คิด​ดู​ก็​แล้ว​กัน​ว่า​ควร​ทำ​ยัง​ไง” 15 พวก​เขา​จึง​หยุด​อยู่​ที่​นั่น แล้ว​ผู้​ชาย 5 คน​นั้น​ก็​ไป​ที่​บ้าน​ของ​ชาย​หนุ่ม​คน​เลวี+ซึ่ง​อยู่​กับ​มีคาห์ และ​ถาม​สาร​ทุกข์​สุก​ดิบ​ของ​เขา 16 ใน​ระหว่าง​นั้น​ผู้​ชาย​ตระกูล​ดาน 600 คน+ที่​ถือ​อาวุธ​พร้อม​สู้​รบ​ยืน​อยู่​ตรง​ทาง​เข้า​ประตู​เมือง 17 ผู้​ชาย 5 คน​ที่​ถูก​ส่ง​ไป​สอดแนม​ดู​แผ่นดิน+ก็​เข้า​ไป​ข้าง​ใน​เพื่อ​เอา​รูป​แกะ​สลัก เอโฟด+ รูป​ปั้น​เทราฟิม*+ และ​รูป​หล่อ​โลหะ+ (ส่วน​ปุโรหิต+นั้น​ยืน​อยู่​ตรง​ทาง​เข้า​ประตู​เมือง​กับ​คน 600 คน​ที่​ถือ​อาวุธ​พร้อม​สู้​รบ) 18 พวก​เขา​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​มีคาห์​แล้ว​เอา​รูป​แกะ​สลัก เอโฟด รูป​ปั้น​เทราฟิม* และ​รูป​หล่อ​โลหะ​ออก​มา ปุโรหิต​ก็​ถาม​พวก​เขา​ว่า “พวก​คุณ​กำลัง​ทำ​อะไร?” 19 พวก​เขา​ตอบ​ว่า “เงียบ​ไว้​ไม่​ต้อง​พูด​อะไร​แล้ว​ไป​กับ​พวก​เรา ไป​เป็น​ที่​ปรึกษา​และ​เป็น​ปุโรหิต​ให้​เรา คุณ​ลอง​คิด​ดู​เอง​ว่า​อย่าง​ไหน​ดี​กว่า​กัน ระหว่าง​เป็น​ปุโรหิต​ที่​บ้าน​ของ​ผู้​ชาย​คน​หนึ่ง+กับ​เป็น​ปุโรหิต​ให้​คน​ทั้ง​วงศ์​ตระกูล​หรือ​ทั้ง​ตระกูล​ของ​อิสราเอล​ด้วย​ซ้ำ?”+ 20 เมื่อ​ได้​ยิน​อย่าง​นี้​ปุโรหิต​ก็​พอ​ใจ จึง​เอา​เอโฟด รูป​ปั้น​เทราฟิม* และ​รูป​แกะ​สลัก+ไป​กับ​คน​พวก​นั้น

21 ตอน​ที่​พวก​เขา​ออก​เดิน​ทาง​ต่อ พวก​เขา​ให้​เด็ก ๆ ฝูง​สัตว์ และ​ของ​มี​ค่า​อยู่​ข้าง​หน้า​พวก​เขา 22 พอ​ออก​จาก​บ้าน​ของ​มีคาห์​มา​ได้​ไม่​ไกล พวก​ผู้​ชาย​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​ละแวก​บ้าน​ของ​มีคาห์​ก็​ยก​พวก​ไล่​ตาม​คน​ใน​ตระกูล​ดาน​จน​ทัน 23 พอ​พวก​เขา​ตะโกน​เรียก คน​ใน​ตระกูล​ดาน​ก็​หัน​กลับ​มา​ถาม​มีคาห์​ว่า “มี​เรื่อง​อะไร? ยก​พวก​ตาม​เรา​มา​ทำไม?” 24 เขา​ก็​ตอบ​ว่า “พวก​คุณ​เอา​พระ​ของ​ผม​ไป แถม​เอา​ปุโรหิต​ไป​ด้วย ผม​ไม่​เหลือ​อะไร​เลย แล้ว​พวก​คุณ​ยัง​จะ​มา​ถาม​อีก​หรือ​ว่า ‘มี​เรื่อง​อะไร?’” 25 คน​ใน​ตระกูล​ดาน​ก็​ตอบ​ว่า “อย่า​มา​ตะโกน​ใส่​พวก​เรา​อย่าง​นี้ ถ้า​เกิด​มี​ใคร​โมโห​ขึ้น​มา เขา​อาจ​จะ​ทำ​ร้าย​คุณ​แล้ว​ฆ่า​คุณ​กับ​ครอบครัว​ของ​คุณ” 26 เมื่อ​มีคาห์​เห็น​ว่า​พวก​เขา​มี​กำลัง​มาก​กว่า​จึง​กลับ​บ้าน​ไป คน​ใน​ตระกูล​ดาน​ก็​เดิน​ทาง​ต่อ

27 หลัง​จาก​พวก​เขา​เอา​พระ​ของ​มีคาห์​กับ​ปุโรหิต​ของ​เขา​ไป​แล้ว พวก​เขา​ก็​ไป​ที่​เมือง​ลาอิช+ ซึ่ง​ชน​ชาติ​ที่​อยู่​อย่าง​เงียบ​สงบ​ไม่​ระแวด​ระวัง​อะไร+อยู่​ที่​นั่น และ​พวก​เขา​ก็​ฆ่า​ฟัน​คน​พวก​นั้น​ตาย​และ​เผา​เมือง​นั้น 28 ไม่​มี​ใคร​มา​ช่วย​เลย เพราะ​เมือง​นั้น​อยู่​ไกล​จาก​เมือง​ไซดอน​และ​ไม่​ได้​ติด​ต่อ​เกี่ยว​ข้อง​กับ​ใคร เมือง​นั้น​อยู่​ใน​ที่​ราบ​หุบเขา​ของ​เบธเรโหบ+ แล้ว​พวก​เขา​ก็​สร้าง​เมือง​นั้น​ขึ้น​ใหม่​และ​ตั้ง​ถิ่น​ฐาน​อยู่​ที่​นั่น 29 พวก​เขา​เรียก​ชื่อ​เมือง​นั้น​ว่า​ดาน+ตาม​ชื่อ​บรรพบุรุษ​ของ​พวก​เขา​ที่​ชื่อ​ดาน​ซึ่ง​เป็น​ลูก​ชาย​ของ​อิสราเอล+ แต่​ชื่อ​เดิม​ของ​เมือง​นั้น​คือ​ลาอิช+ 30 หลัง​จาก​นั้น คน​ใน​ตระกูล​ดาน​ก็​ตั้ง​รูป​แกะ​สลัก+นั้น​ไว้​ที่​นั่น โยนาธาน​กับ​ลูก​หลาน​ของ​เขา​ก็​เป็น​ปุโรหิต​ให้​ตระกูล​ดาน​จน​ถึง​วัน​ที่​คน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​แผ่นดิน​ตก​เป็น​เชลย โยนาธาน+เป็น​ลูก​หลาน​ของ​เกอร์โชม+ เกอร์โชม​เป็น​ลูก​ชาย​ของ​โมเสส 31 และ​รูป​แกะ​สลัก​ของ​มีคาห์​ที่​พวก​เขา​ตั้ง​ไว้​ยัง​อยู่​ที่​นั่น​ตลอด​เวลา​ที่​เต็นท์​ศักดิ์สิทธิ์​ของ​พระเจ้า​เที่ยง​แท้​ตั้ง​อยู่​ใน​เมือง​ชิโลห์+

19 ใน​ช่วง​เวลา​นั้น ชาว​อิสราเอล​ไม่​มี​กษัตริย์+ มี​คน​เลวี​คน​หนึ่ง​ซึ่ง​ตอน​นั้น​อาศัย​อยู่​ใน​ที่​ห่าง​ไกล​ใน​เขต​เทือก​เขา​ของ​เอฟราอิม+ เขา​ได้​ผู้​หญิง​คน​หนึ่ง​จาก​เมือง​เบธเลเฮม+ใน​เขต​ยูดาห์​มา​เป็น​ภรรยา​น้อย 2 แต่​เธอ​ไม่​ซื่อ​สัตย์​ต่อ​สามี และ​ทิ้ง​เขา​กลับ​ไป​บ้าน​ของ​พ่อ​ที่​เมือง​เบธเลเฮม​ใน​เขต​ยูดาห์ เธอ​อยู่​ที่​นั่น​ได้ 4 เดือน 3 สามี​ก็​ไป​ตาม​และ​ชวน​เธอ​กลับ​มา​อยู่​ด้วย​กัน​อีก เขา​เอา​คน​รับใช้​ผู้​ชาย​คน​หนึ่ง​พร้อม​กับ​ลา​สอง​ตัว​ไป​ด้วย พอ​ไป​ถึง เธอ​ก็​พา​เขา​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​ของ​พ่อ เมื่อ​พ่อ​ของ​เธอ​เห็น​เขา​ก็​ดีใจ​มาก 4 พ่อ​ของ​หญิง​สาว​คน​นี้​ก็​คะยั้นคะยอ​เขา​ให้​พัก​อยู่​ที่​นั่น 3 วัน แล้ว​พ่อตา​กับ​ลูก​เขย​ก็​กิน​และ​ดื่ม​ด้วย​กัน เขา​ค้าง​คืน​อยู่​ที่​นั่น

5 พอ​วัน​ที่​สี่ พวก​เขา​ตื่น​แต่​เช้า​ตรู่​เพื่อ​จะ​เดิน​ทาง​กลับ พ่อ​ก็​พูด​กับ​ลูก​เขย​ว่า “กิน​อะไร​สัก​หน่อย​จะ​ได้​มี​แรง แล้ว​ค่อย​ไป” 6 พวก​เขา​ก็​นั่ง​ลง และ​ทั้ง​สอง​ก็​กิน​และ​ดื่ม​ด้วย​กัน หลัง​จาก​นั้น พ่อตา​ก็​พูด​กับ​เขา​ว่า “ค้าง​อีก​คืน​หนึ่ง​เถอะ อยู่​กัน​ตาม​สบาย​ไม่​ต้อง​เกรง​ใจ” 7 พอ​ผู้​ชาย​คน​นั้น​ลุก​ขึ้น​จะ​ไป พ่อตา​ก็​ขอร้อง​เขา​ให้​อยู่​ต่อ เขา​จึง​ค้าง​อยู่​อีก​คืน​หนึ่ง

8 พอ​วัน​ที่​ห้า เขา​ตื่น​แต่​เช้า​ตรู่​เพื่อ​จะ​เดิน​ทาง​กลับ พ่อตา​ก็​พูด​ว่า “กิน​อะไร​สัก​หน่อย​จะ​ได้​มี​แรง” ทั้ง​สอง​ก็​กิน​ด้วย​กัน แล้ว​ก็​อยู่​ที่​นั่น​ต่อ​จน​ถึง​บ่าย 9 พอ​ผู้​ชาย​คน​นั้น​ลุก​ขึ้น​จะ​พา​ภรรยา​น้อย​กับ​คน​รับใช้​ของ​เขา​กลับ พ่อตา​ก็​พูด​ว่า “ตอน​นี้​ก็​เกือบ​จะ​เย็น​แล้ว อยู่​ต่อ​อีก​สัก​คืน​หนึ่ง​เถอะ นี่​ก็​ใกล้​จะ​หมด​วัน​แล้ว ค้าง​ที่​นี่​อีก​สัก​คืน​หนึ่ง​เถอะ​นะ อยู่​กัน​ตาม​สบาย​ไม่​ต้อง​เกรง​ใจ พรุ่ง​นี้​ค่อย​ตื่น​แต่​เช้า​และ​ออก​เดิน​ทาง​กลับ​บ้าน”* 10 แต่​ผู้​ชาย​คน​นั้น​ไม่​ยอม​อยู่​ต่อ เขา​ก็​ลุก​ขึ้น​และ​ออก​เดิน​ทาง​ไป​จน​ถึง​เมือง​เยบุส​หรือ​เยรูซาเล็ม+ โดย​มี​ภรรยา​น้อย​กับ​คน​รับใช้​และ​ลา​สอง​ตัว​ไป​ด้วย

11 เมื่อ​พวก​เขา​ใกล้​จะ​ถึง​เมือง​เยบุส ดวง​อาทิตย์​ก็​คล้อย​ต่ำ คน​รับใช้​จึง​พูด​กับ​นาย​ว่า “เรา​จะ​หยุด​พัก​ค้าง​คืน​ที่​เมือง​ของ​ชาว​เยบุส​ดี​ไหม​ครับ?” 12 แต่​นาย​ของ​เขา​พูด​ว่า “พวก​เรา​ไม่​ควร​หยุด​พัก​ที่​เมือง​ของ​คน​ต่าง​ชาติ​ซึ่ง​ไม่​ใช่​ชาว​อิสราเอล เรา​จะ​เดิน​ทาง​ต่อ​ไป​จน​ถึง​เมือง​กิเบอาห์”+ 13 แล้ว​เขา​ก็​พูด​กับ​คน​รับใช้​ว่า “ไป​กัน​เถอะ เรา​จะ​ไป​ให้​ถึง​สัก​เมือง ไม่​เมือง​กิเบอาห์​ก็​เมือง​รามาห์+แล้ว​ค้าง​คืน​ที่​นั่น” 14 พวก​เขา​ก็​เดิน​ทาง​ต่อ​ไป พอ​ใกล้​จะ​ถึง​เมือง​กิเบอาห์​ซึ่ง​อยู่​ใน​เขต​ของ​ตระกูล​เบนยามิน ดวง​อาทิตย์​ก็​เริ่ม​ลับ​ขอบ​ฟ้า

15 พวก​เขา​จึง​แวะ​เข้า​ไป​ค้าง​คืน​ใน​เมือง​กิเบอาห์ พอ​เข้า​ไป​ใน​ตัว​เมือง​พวก​เขา​ก็​นั่ง​ลง​ที่​ลาน​เมือง แต่​ไม่​มี​ใคร​รับ​เขา​เข้า​ไป​ค้าง​คืน​ใน​บ้าน+ 16 ใน​ที่​สุด มี​ชาย​ชรา​คน​หนึ่ง​ที่​ไป​ทำ​งาน​ใน​ทุ่ง​นา​และ​กลับ​มา​ใน​เย็น​วัน​นั้น เขา​เป็น​คน​ที่​มา​จาก​เขต​เทือก​เขา​ของ​เอฟราอิม+ และ​มา​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​กิเบอาห์​ได้​ช่วง​หนึ่ง ชาว​เมือง​นี้​เป็น​คน​ใน​ตระกูล​เบนยามิน+ 17 พอ​เขา​เห็น​ผู้​ชาย​ที่​เดิน​ทาง​มา​นั่ง​อยู่​ที่​ลาน​เมือง ชาย​ชรา​ก็​ถาม​ว่า “พวก​คุณ​มา​จาก​ที่​ไหน และ​กำลัง​จะ​ไป​ไหน​กัน?” 18 เขา​ตอบ​ว่า “เรา​เดิน​ทาง​มา​จาก​เมือง​เบธเลเฮม​ใน​เขต​ยูดาห์​เพื่อ​จะ​ไป​เขต​เทือก​เขา​ของ​เอฟราอิม​ที่​ห่าง​ไกล ผม​มา​จาก​ที่​นั่น ผม​เพิ่ง​ไป​เมือง​เบธเลเฮม​ใน​เขต​ยูดาห์​มา+ และ​ผม​กำลัง​จะ​ไป​วิหาร*ของ​พระ​ยะโฮวา* แต่​ไม่​มี​ใคร​รับ​ผม​เข้า​ไป​ใน​บ้าน​เลย 19 พวก​เรา​มี​ฟาง​กับ​หญ้า​พอ​สำหรับ​ลา+ของ​เรา และ​มี​ขนมปัง+กับ​เหล้า​องุ่น​พอ​สำหรับ​ผม ภรรยา​น้อย และ​คน​รับใช้ พวก​เรา​มี​ทุก​อย่าง​ไม่​ขาด​อะไร” 20 ชายชรา​คน​นั้น​ก็​พูด​ว่า “ไม่​ต้อง​ห่วง ผม​จะ​ดู​แล​คุณ​เอง อย่า​พัก​ค้าง​คืน​ที่​ลาน​เมือง​นี้​เลย” 21 ชาย​ชรา​คน​นั้น​ก็​พา​พวก​เขา​เข้า​ไป​ใน​บ้าน เอา​หญ้า​ให้​ลา​กิน และ​พวก​เขา​ก็​ล้าง​เท้า แล้ว​ก็​กิน​และ​ดื่ม

22 ตอน​ที่​พวก​เขา​กำลัง​เพลิดเพลิน​อยู่​นั้น พวก​คน​ชั่ว​ใน​เมือง​ก็​มา​ล้อม​บ้าน​ของ​ชาย​ชรา ทุบ​ประตู​บ้าน​และ​พูด​ไม่​หยุด​ว่า “เอา​ผู้​ชาย​ที่​มา​พัก​ใน​บ้าน​ออก​มา พวก​เรา​จะ​มี​เพศ​สัมพันธ์​กับ​เขา”+ 23 เจ้าของ​บ้าน​ก็​ออก​ไป​พูด​กับ​พวก​นั้น​ว่า “อย่า​ทำ​อย่าง​นี้ พี่​น้อง​ของ​ผม อย่า​ทำ​ชั่ว​อย่าง​นี้​เลย ได้​โปรด​เถอะ ผู้​ชาย​คน​นี้​เป็น​แขก​ของ​ผม อย่า​ทำ​เรื่อง​น่า​อาย​แบบ​นี้ 24 เอา​อย่าง​นี้ ลูก​สาว​ของ​ผม​ยัง​บริสุทธิ์ และ​นี่​ก็​ภรรยา​น้อย​ของ​เขา ผม​จะ​พา​พวก​เธอ​ออก​มา​ให้ ถ้า​พวก​คุณ​อยาก​จะ​ทำ​ร้าย​เธอ​ก็​ทำ​เถอะ+ แต่​อย่า​ทำ​เรื่อง​น่า​อาย​กับ​ผู้​ชาย​คน​นี้”

25 แต่​คน​พวก​นั้น​ไม่​ฟัง ชาย​เลวี​คน​นั้น​จึง​จับ​แขน​ภรรยา​น้อย+แล้ว​เอา​ตัว​เธอ​ออก​ไป​ให้​พวก​เขา พวก​เขา​ก็​ข่มขืน​และ​ทำ​ร้าย​เธอ​ตลอด​คืน แล้ว​ปล่อย​เธอ​ไป​ตอน​รุ่ง​สาง 26 ตอน​เช้า​ตรู่​เธอ​ก็​มา​ล้ม​ลง​ตรง​ทาง​เข้า​บ้าน​ของ​ชาย​ชรา​ที่​สามี​ของ​เธอ​พัก​อยู่ เธอ​นอน​อยู่​ที่​นั่น​จน​สว่าง 27 พอ​สามี​ของ​เธอ​ตื่น​ขึ้น​มา​ตอน​เช้า​และ​เปิด​ประตู​บ้าน​เพื่อ​จะ​ออก​เดิน​ทาง​ต่อ เขา​ก็​เห็น​ภรรยา​น้อย​นอน​อยู่​ตรง​ทาง​เข้า​บ้าน​โดย​ที่​มือ​ทั้ง​สอง​ข้าง​พาด​อยู่​บน​ธรณี​ประตู 28 เขา​ก็​พูด​กับ​เธอ​ว่า “ลุก​ขึ้น​ไป​กัน​เถอะ” แต่​ไม่​มี​เสียง​ตอบ​เลย ผู้​ชาย​คน​นั้น​จึง​อุ้ม​เธอ​พาด​บน​หลัง​ลา​และ​ออก​เดิน​ทาง​กลับ​ไป​บ้าน​ของ​เขา

29 พอ​ถึง​บ้าน เขา​ก็​เอา​มีด​แล่​เนื้อ​มา​หั่น​ศพ​ภรรยา​น้อย​ของ​เขา​ออก​เป็น 12 ท่อน และ​ส่ง​ไป​ทั่ว​ทุก​เขต​ของ​อิสราเอล 30 ทุก​คน​ที่​เห็น​ก็​พูด​กัน​ว่า “ตั้ง​แต่​ที่​ชาว​อิสราเอล​ออก​จาก​อียิปต์​มา​จน​ถึง​วัน​นี้ เหตุ​การณ์​อย่าง​นี้​ไม่​เคย​เกิด​ขึ้น​มา​ก่อน และ​ไม่​เคย​พบ​เคย​เห็น​เลย ลอง​คิด​และ​ปรึกษา​กัน​ดู​ดี ๆ+เถอะ​ว่า​ควร​จะ​ทำ​ยัง​ไง”

20 ชาว​อิสราเอล​จาก​เมือง​ดาน+จน​ถึง​เมือง​เบเออร์เชบา​และ​จาก​เขต​กิเลอาด+ก็​พร้อม​ใจ​มา​รวม​ตัว​กัน​ต่อ​หน้า​พระ​ยะโฮวา​ที่​เมือง​มิสปาห์+ 2 พวก​หัวหน้า​ของ​ประชาชน​และ​ของ​ตระกูล​ต่าง ๆ ใน​อิสราเอล​ก็​อยู่​กับ​ประชาชน​ของ​พระเจ้า​ที่​มา​รวม​ตัว​กัน​ที่​นั่น​ด้วย มี​ทหาร​ราบ​ถือ​ดาบ​ทั้ง​หมด 400,000 คน+

3 คน​ใน​ตระกูล​เบนยามิน​ก็​ได้​ยิน​ว่า​ผู้​ชาย​ชาว​อิสราเอล​ขึ้น​ไป​ที่​เมือง​มิสปาห์

แล้ว​ผู้​ชาย​ชาว​อิสราเอล​พูด​ว่า “เล่า​ให้​พวก​เรา​ฟัง​หน่อย​ว่า​เกิด​เรื่อง​เลว​ร้าย​อย่าง​นี้​ขึ้น​ได้​ยัง​ไง”+ 4 คน​เลวี+ที่​เป็น​สามี​ของ​ผู้​หญิง​ที่​ถูก​ฆ่า​ตาย​ก็​เล่า​ว่า “ผม​กับ​ภรรยา​น้อย​ไป​ถึง​เมือง​กิเบอาห์+ใน​เขต​ตระกูล​เบนยามิน​เพื่อ​จะ​พัก​ค้าง​คืน​ที่​นั่น 5 พอ​ตก​กลางคืน​ชาว​เมือง* กิเบอาห์​ก็​เข้า​มา​ล้อม​บ้าน​ที่​ผม​พัก​อยู่ พวก​เขา​ตั้งใจ​จะ​ฆ่า​ผม แต่​ก็​ไป​ข่มขืน​ภรรยา​น้อย​ของ​ผม​จน​ตาย+ 6 ผม​เลย​เอา​ศพ​ของ​เธอ​มา​หั่น​เป็น​ท่อน ๆ และ​ส่ง​ไป​ทั่ว​ทุก​เขต​ใน​แผ่นดิน​ที่​ชาว​อิสราเอล​ได้​รับ​เป็น​มรดก+ เพราะ​คน​พวก​นั้น​ทำ​สิ่ง​ที่​น่า​อาย​และ​เสื่อม​เสีย​ใน​ชาติ​อิสราเอล 7 ขอ​ชาว​อิสราเอล​ทุก​คน​ที่​อยู่​ที่​นี่​โปรด​ให้​คำ​แนะ​นำ​และ​ให้​ความ​เห็น+ใน​เรื่อง​นี้​ด้วย​เถอะ”

8 ทุก​คน​ก็​ลุก​ขึ้น​พร้อม​กัน​และ​พูด​ว่า “พวก​เรา​จะ​ไม่​กลับ​ไป​ที่​เต็นท์​หรือ​บ้าน​ของ​เรา 9 เรา​จะ​ทำ​อย่าง​นี้​กับ​เมือง​กิเบอาห์ พวก​เรา​จะ​จับ​ฉลาก​เลือก​ผู้​ชาย​ขึ้น​ไป​ต่อ​สู้​กับ​ชาว​เมือง​นั้น+ 10 นอก​จาก​นี้ เรา​จะ​คัด​เอา​ผู้​ชาย 10 คน​จาก 100 คน และ 100 คน​จาก 1,000 คน และ 1,000 คน​จาก 10,000 คน​จาก​ทุก​ตระกูล​ของ​ชาว​อิสราเอล เพื่อ​จัด​หา​เสบียง​อาหาร​ให้​ทหาร พวก​ทหาร​จะ​ได้​ไป​ต่อ​สู้​กับ​ชาว​เมือง​กิเบอาห์​ใน​เขต​ตระกูล​เบนยามิน เพราะ​พวก​นั้น​ทำ​ความ​เสื่อม​เสีย​ใน​ชาติ​อิสราเอล” 11 พวก​ผู้​ชาย​ชาว​อิสราเอล​จึง​พร้อม​ใจ​มา​รวม​ตัว​กัน​เพื่อ​ต่อ​สู้​กับ​ชาว​เมือง​นั้น

12 แล้ว​ชาว​อิสราเอล​ตระกูล​ต่าง ๆ ก็​ส่ง​คน​ไป​ถาม​ทั่ว​ตระกูล​เบนยามิน​ว่า “ทำไม​ถึง​มี​เรื่อง​เลว​ร้าย​แบบ​นี้​เกิด​ขึ้น? 13 มอบ​พวก​คน​ชั่ว​ของ​เมือง​กิเบอาห์+มา​ให้​พวก​เรา​ประหาร​ชีวิต​เดี๋ยว​นี้ พวก​เรา​ต้อง​กำจัด​ความ​ชั่ว​ร้าย​ออก​ไป​จาก​ชาว​อิสราเอล”+ แต่​คน​ใน​ตระกูล​เบนยามิน​ไม่​ฟัง​ชาว​อิสราเอล​พี่​น้อง​ของ​เขา

14 คน​ใน​ตระกูล​เบนยามิน​จาก​เมือง​ต่าง ๆ ก็​รวม​ตัว​กัน​เดิน​ทาง​ไป​ที่​เมือง​กิเบอาห์​เพื่อ​ต่อ​สู้​กับ​ทหาร​อิสราเอล 15 วัน​นั้น ตระกูล​เบนยามิน​รวบ​รวม​ทหาร​ถือ​ดาบ​จาก​เมือง​ต่าง ๆ ได้ 26,000 คน นอก​เหนือ​จาก​ทหาร 700 คน​ที่​คัดเลือก​มา​อย่าง​ดี​จาก​เมือง​กิเบอาห์ 16 และ​ใน​จำนวน​นี้​มี 700 คน​เป็น​ทหาร​ที่​คัดเลือก​มา​อย่าง​ดี​และ​ถนัด​มือ​ซ้าย ทุก​คน​สามารถ​ใช้​เชือก​เหวี่ยง​ก้อน​หิน​ให้​ถูก​เป้า​ได้​อย่าง​แม่นยำ​ถึง​แม้​เป้า​นั้น​จะ​เล็ก​ขนาด​เท่า​เส้น​ผม

17 ส่วน​ทหาร​อิสราเอล​ไม่​รวม​ตระกูล​เบนยามิน​มี​จำนวน​ทั้ง​หมด 400,000 คน เป็น​ทหาร​ถือ​ดาบ+ และ​ทุก​คน​เป็น​นัก​รบ​ที่​มี​ประสบการณ์ 18 พวก​เขา​เดิน​ทาง​ขึ้น​ไป​ที่​เมือง​เบธเอล​เพื่อ​ถาม​พระเจ้า+ ชาว​อิสราเอล​ถาม​ว่า “ใคร​ใน​พวก​เรา​ควร​เป็น​ผู้​นำ​ใน​การ​ทำ​สงคราม​กับ​ตระกูล​เบนยามิน​ครับ?” พระ​ยะโฮวา​ตอบ​ว่า “ให้​ตระกูล​ยูดาห์​เป็น​ผู้​นำ”

19 พอ​รุ่ง​เช้า ทหาร​อิสราเอล​ก็​ขึ้น​ไป​ตั้ง​ค่าย​เพื่อ​ทำ​สงคราม​กับ​ชาว​เมือง​กิเบอาห์

20 ทหาร​อิสราเอล​จัด​ขบวน​ทัพ​ออก​ไป​สู้​รบ​กับ​ทหาร​เบนยามิน​ที่​เมือง​กิเบอาห์ 21 ทหาร​เบนยามิน​ออก​มา​จาก​เมือง​กิเบอาห์​และ​ฆ่า​ฟัน​ทหาร​อิสราเอล​ล้ม​ตาย 22,000 คน​ใน​วัน​นั้น 22 แต่​ทหาร​อิสราเอล​ก็​ยัง​ไม่​ยอม​แพ้ พวก​เขา​มา​จัด​ขบวน​ทัพ​ที่​เดิม​เหมือน​วัน​แรก 23 ส่วน​ชาว​อิสราเอล​ก็​ขึ้น​ไป​ร้องไห้​คร่ำ​ครวญ​ต่อ​หน้า​พระ​ยะโฮวา​ที่​เมือง​เบธเอล​จน​เย็น พวก​เขา​ถาม​พระ​ยะโฮวา​ว่า “พวก​เรา​ควร​ไป​สู้​รบ​กับ​ตระกูล​เบนยามิน​พี่​น้อง​ของ​เรา​อีก​ไหม?”+ พระ​ยะโฮวา​ตอบ​ว่า “ไป​เถอะ ไป​สู้​รบ​กับ​พวก​เขา”

24 ทหาร​อิสราเอล​จึง​ยก​ไป​ประชิด​กอง​ทหาร​เบนยามิน​อีก​ใน​วัน​ที่​สอง 25 ทหาร​เบนยามิน​ก็​ออก​จาก​เมือง​กิเบอาห์​มา​สู้​กับ​พวก​เขา​ใน​วัน​ที่​สอง และ​ฆ่า​ฟัน​ทหาร​อิสราเอล​ล้ม​ตาย​อีก 18,000 คน+ ทุก​คน​เป็น​ทหาร​ถือ​ดาบ 26 ทหาร​อิสราเอล​ทั้ง​หมด​ก็​ขึ้น​ไป​ที่​เมือง​เบธเอล ร้องไห้​คร่ำ​ครวญ​และ​นั่ง​อยู่​ต่อ​หน้า​พระ​ยะโฮวา​ที่​นั่น+ พวก​เขา​อด​อาหาร+จน​ถึง​ตอน​เย็น และ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา+กับ​เครื่อง​บูชา​ผูก​มิตร+ให้​พระ​ยะโฮวา​ด้วย 27 แล้ว​พวก​เขา​ก็​ถาม​พระ​ยะโฮวา+ เพราะ​ตอน​นั้น​หีบ​สัญญา​ของ​พระเจ้า​เที่ยง​แท้​อยู่​ที่​นั่น 28 ฟีเนหัส+ซึ่ง​เป็น​ลูก​ชาย​ของ​เอเลอาซาร์​และ​เป็น​หลาน​ของ​อาโรน​ก็​ทำ​หน้า​ที่*อยู่​ตรง​หน้า​หีบ​สัญญา​ใน​ตอน​นั้น พวก​เขา​ถาม​ว่า “พวก​เรา​ควร​ไป​สู้​รบ​กับ​ทหาร​เบนยามิน​พี่​น้อง​ของ​เรา​อีก​ครั้ง หรือ​ว่า​ไม่​ต้อง​ไป​แล้ว​ครับ?”+ พระ​ยะโฮวา​ตอบ​ว่า “ไป​เถอะ เพราะ​พรุ่ง​นี้​เรา​จะ​มอบ​พวก​เขา​ไว้​ใน​มือ​ของ​เจ้า” 29 ทหาร​อิสราเอล​ก็​จัด​กำลัง​พล​ไป​ซุ่ม+อยู่​รอบ​เมือง​กิเบอาห์

30 ทหาร​อิสราเอล​ยก​พล​ขึ้น​ไป​สู้​รบ​กับ​ทหาร​เบนยามิน​ใน​วัน​ที่​สาม พวก​เขา​จัด​ขบวน​ทัพ​เข้า​ต่อ​สู้​กับ​ชาว​เมือง​กิเบอาห์​เหมือน​ครั้ง​ก่อน ๆ+ 31 พอ​ทหาร​เบนยามิน​ออก​มา​สู้​กับ​พวก​เขา พวก​เขา​ก็​ล่อ​ทหาร​เบนยามิน​ให้​ออก​ไป​ไกล​จาก​ตัว​เมือง+ แล้ว​ก็​เหมือน​ครั้ง​ก่อน ๆ ทหาร​เบนยามิน​เข้า​โจมตี​และ​ฆ่า​ทหาร​อิสราเอล​บาง​คน​ล้ม​ตาย​บน​ทาง​หลวง ซึ่ง​ทาง​หนึ่ง​แยก​ไป​เมือง​เบธเอล อีก​ทาง​หนึ่ง​แยก​ไป​เมือง​กิเบอาห์ มี​ทหาร​อิสราเอล​ประมาณ 30 คน​ถูก​ฆ่า​ตาย​บน​ทาง​หลวง+ 32 ทหาร​เบนยามิน​จึง​พูด​ว่า “พวก​เขา​แพ้​เรา​อีก​แล้ว​เหมือน​ครั้ง​ก่อน ๆ”+ แต่​ทหาร​อิสราเอล​พูด​ว่า “เรา​จะ​ถอย​ออก​มา​และ​ล่อ​พวก​เขา​ให้​ออก​ไป​ไกล​จาก​ตัว​เมือง ไป​ที่​ทาง​หลวง” 33 ทหาร​อิสราเอล​ทั้ง​หมด​จึง​ถอย​จาก​ที่​มั่น​ของ​ตัว​เอง​และ​ไป​จัด​ขบวน​ทัพ​ที่​บาอัลทามาร์ ส่วน​ทหาร​อิสราเอล​ที่​ซุ่ม​อยู่​ก็​ออก​มา​จาก​ที่​ซ่อน​รอบ ๆ เมือง​กิเบอาห์ 34 แล้ว​ทหาร 10,000 คน​นี้​ซึ่ง​คัดเลือก​มา​อย่าง​ดี​จาก​ชาว​อิสราเอล​ก็​บุก​ไป​ที่​ด้าน​หน้า​ของ​เมือง​กิเบอาห์ การ​ต่อ​สู้​ครั้ง​นี้​ดุเดือด​มาก ทหาร​เบนยามิน​ไม่​รู้​ว่า​พวก​เขา​กำลัง​จะ​เจอ​กับ​ความ​หายนะ

35 พระ​ยะโฮวา​ทำ​ให้​ทหาร​เบนยามิน​พ่าย​แพ้+ทหาร​อิสราเอล ใน​วัน​นั้น​ทหาร​อิสราเอล​ฆ่า​ฟัน​ทหาร​เบนยามิน​ตาย​ไป 25,100 คน ทุก​คน​เป็น​ทหาร​ถือ​ดาบ+

36 ตอน​นั้น​ทหาร​เบนยามิน​คิด​ว่า​จะ​เอา​ชนะ​ทหาร​อิสราเอล​ได้ เพราะ​เห็น​พวก​เขา​ถอย​ทัพ​ไป+ แต่​ที่​พวก​เขา​ถอย​ก็​เพราะ​ไว้​ใจ​กอง​ซุ่ม​ที่​จัด​ไว้​รอบ​เมือง​กิเบอาห์+ 37 ทหาร​ที่​ซุ่ม​อยู่​ออก​มา​อย่าง​รวด​เร็ว​และ​บุก​เข้า​ไป​ใน​เมือง​กิเบอาห์ แล้ว​ก็​กระจาย​กำลัง​ออก​ไป​และ​ฆ่า​ฟัน​คน​ทั้ง​เมือง​ล้ม​ตาย​ด้วย​คม​ดาบ

38 ทหาร​อิสราเอล​นัด​แนะ​กับ​กอง​ซุ่ม​ไว้​ให้​ส่ง​สัญญาณ​เป็น​ควัน​ไฟ​จาก​ที่​นั่น

39 ตอน​ที่​ทหาร​อิสราเอล​แกล้ง​ถอย​ทัพ​นั้น ทหาร​เบนยามิน​เข้า​โจมตี​และ​ฆ่า​ทหาร​อิสราเอล​ตาย​ประมาณ 30 คน+ ทหาร​เบนยามิน​พูด​ว่า “พวก​นั้น​แพ้​เรา​อีก​แล้ว​เหมือน​การ​รบ​ครั้ง​ก่อน”+ 40 แต่​มี​สัญญาณ​เป็น​ควัน​ไฟ​ลอย​เป็น​ลำ​ขึ้น​ไป​จาก​ตัว​เมือง เมื่อ​ทหาร​เบนยามิน​หัน​มา​ดู​ก็​เห็น​ไฟ​กำลัง​ไหม้​ทั้ง​เมือง​มี​ควัน​โขมง​ลอย​สู่​ท้องฟ้า 41 แล้ว​ทหาร​อิสราเอล​ก็​หัน​กลับ​มา​สู้ ทำ​ให้​ทหาร​เบนยามิน​ตกใจ​กลัว​มาก​เพราะ​รู้​ว่า​หายนะ​มา​ถึง​ตัว​แล้ว 42 พวก​เขา​จึง​หนี​ทหาร​อิสราเอล​ไป​ทาง​ที่​กันดาร แต่​ทหาร​อิสราเอล​ก็​ไล่​ตาม​ไป​ติด ๆ ใน​เวลา​เดียว​กัน​ทหาร​ที่​ออก​มา​จาก​เมือง​ก็​มา​ร่วม​กัน​ฆ่า​ฟัน​ทหาร​เบนยามิน​ด้วย 43 ทหาร​อิสราเอล​ล้อม​ทหาร​เบนยามิน​ไว้​และ​ไล่​ตาม​ฆ่า​ทหาร​เบนยามิน พวก​เขา​ฆ่า​ฟัน​ทหาร​เบนยามิน​ล้ม​ตาย​ตรง​หน้า​เมือง​กิเบอาห์​ทาง​ทิศ​ตะวัน​ออก 44 ทหาร​เบนยามิน​ถูก​ฆ่า​ตาย 18,000 คน ทั้ง​หมด​เป็น​นัก​รบ​ที่​เก่ง​กล้า+

45 ทหาร​เบนยามิน​หนี​เข้า​ไป​ใน​ที่​กันดาร​ไป​ที่​โขด​หิน​ริมโมน+ ทหาร​อิสราเอล​ก็​ฆ่า​ฟัน​ไป​อีก 5,000 คน​ตาม​ทาง​หลวง ทหาร​อิสราเอล​ไล่​ตาม​พวก​เขา​ไม่​หยุด​ไป​จน​ถึง​กิโดม​และ​ฆ่า​ตาย​อีก 2,000 คน 46 ทหาร​เบนยามิน​ทั้ง​หมด​ที่​ตาย​ใน​วัน​นั้น​มี​จำนวน 25,000 คน ทุก​คน​เป็น​ทหาร​ถือ​ดาบ+ และ​เป็น​นัก​รบ​ที่​เก่ง​กล้า 47 แต่​มี​ทหาร 600 คน​หนี​ไป​ที่​โขด​หิน​ริมโมน​ใน​ที่​กันดาร และ​อาศัย​อยู่​ที่​นั่น 4 เดือน

48 ทหาร​อิสราเอล​กลับ​ไป​ฆ่า​ฟัน​คน​และ​ฝูง​สัตว์​ทั้ง​หมด​ที่​เหลือ​อยู่​ใน​เมือง​ต่าง ๆ ของ​ตระกูล​เบนยามิน​จน​หมด และ​พวก​เขา​ยัง​จุด​ไฟ​เผา​ทุก​เมือง​ที่​พวก​เขา​ผ่าน

21 ชาว​อิสราเอล​สาบาน​กัน​ไว้​ที่​เมือง​มิสปาห์+ว่า “พวก​เรา​จะ​ไม่​ให้​ลูก​สาว​ของ​เรา​ไป​แต่งงาน​กับ​คน​ใน​ตระกูล​เบนยามิน​เด็ดขาด”+ 2 ประชาชน​พา​กัน​ไป​ที่​เมือง​เบธเอล+และ​นั่ง​อยู่​ที่​นั่น​ต่อ​หน้า​พระเจ้า​เที่ยง​แท้​จน​ถึง​ตอน​เย็น พวก​เขา​ร้องไห้​คร่ำ​ครวญ​กัน​ยก​ใหญ่ 3 พวก​เขา​พูด​ว่า “พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​ของ​อิสราเอล ทำไม​เหตุ​การณ์​แบบ​นี้​ถึง​ได้​เกิด​ขึ้น​ใน​อิสราเอล? ทำไม​วัน​นี้​ตระกูล​หนึ่ง​ถึง​ต้อง​หาย​ไป​จาก​ชาติ​อิสราเอล?” 4 วัน​รุ่ง​ขึ้น ประชาชน​ก็​ตื่น​แต่​เช้า​และ​สร้าง​แท่น​บูชา​ขึ้น​ที่​นั่น​เพื่อ​ถวาย​เครื่อง​บูชา​เผา​และ​เครื่อง​บูชา​ผูก​มิตร+

5 ชาว​อิสราเอล​ถาม​ว่า “มี​ใคร​ใน​ตระกูล​ของ​อิสราเอล​ที่​ไม่​ได้​ขึ้น​ไป​ชุมนุม​กัน​ต่อ​หน้า​พระ​ยะโฮวา​ที่​เมือง​มิสปาห์?” เพราะ​พวก​เขา​สาบาน​ไว้​อย่าง​หนักแน่น​ว่า​คน​ที่​ไม่​ได้​ขึ้น​ไป​หา​พระ​ยะโฮวา​ที่​เมือง​มิสปาห์​จะ​ต้อง​ถูก​ประหาร​ชีวิต 6 ชาว​อิสราเอล​รู้สึก​เสียใจ​ใน​สิ่ง​ที่​เกิด​ขึ้น​กับ​ตระกูล​เบนยามิน​พี่​น้อง​ของ​เขา พวก​เขา​พูด​ว่า “วัน​นี้​ตระกูล​หนึ่ง​ถูก​ตัด​ออก​ไป​จาก​ชาติ​อิสราเอล​แล้ว 7 เรา​จะ​หา​ภรรยา​ให้​คน​ที่​เหลือ​อยู่​ยัง​ไง​ดี เพราะ​เรา​สาบาน​ต่อ​หน้า​พระ​ยะโฮวา+ไป​แล้ว​ว่า​จะ​ไม่​ให้​ลูก​สาว​ของ​เรา​ไป​แต่งงาน​กับ​พวก​เขา​เด็ดขาด?”+

8 ชาว​อิสราเอล​ถาม​กัน​ว่า “มี​ใคร​ใน​ตระกูล​ของ​อิสราเอล​ที่​ไม่​ได้​ขึ้น​ไป​ชุมนุม​กัน​ต่อ​หน้า​พระ​ยะโฮวา​ที่​เมือง​มิสปาห์?”+ ก็​พบ​ว่า​ไม่​มี​ชาว​เมือง​ยาเบชกิเลอาด​แม้​แต่​คน​เดียว​อยู่​ใน​ค่าย​ที่​ชาว​อิสราเอล​มา​ชุมนุม​กัน 9 ตอน​นับ​จำนวน​คน พวก​เขา​ไม่​เห็น​ชาว​เมือง​ยาเบชกิเลอาด​อยู่​ที่​นั่น​เลย 10 ชาว​อิสราเอล​จึง​ส่ง​ทหาร​ที่​เก่ง​กล้า​ที่​สุด 12,000 คน​ไป​ที่​นั่น และ​สั่ง​พวก​เขา​ว่า “ไป​ฆ่า​ฟัน​ชาว​เมือง​ยาเบชกิเลอาด​ให้​หมด แม้​แต่​ผู้​หญิง​และ​เด็ก​ก็​อย่า​เว้น+ 11 พวก​คุณ​ต้อง​ทำ​อย่าง​นี้ ให้​ฆ่า​ผู้​ชาย​ทุก​คน​และ​ผู้​หญิง​ทุก​คน​ที่​มี​เพศ​สัมพันธ์​กับ​ผู้​ชาย​แล้ว” 12 พวก​เขา​พบ​ผู้​หญิง 400 คน​ใน​กลุ่ม​ชาว​เมือง​ยาเบชกิเลอาด​ที่​ยัง​บริสุทธิ์​ไม่​เคย​มี​เพศ​สัมพันธ์​กับ​ผู้​ชาย พวก​เขา​จึง​นำ​ตัว​มา​ที่​ค่าย​ใน​เมือง​ชิโลห์+ซึ่ง​อยู่​ใน​แผ่นดิน​คานาอัน

13 ชาว​อิสราเอล​ก็​ส่ง​คน​ไป​แจ้ง​ข่าว​กับ​ทหาร​เบนยามิน​ที่​โขด​หิน​ริมโมน+ว่า​เลิก​ทำ​สงคราม​กัน​ได้​แล้ว 14 พวก​เบนยามิน​จึง​กลับ​มา​ที่​เขต​แดน​ของ​ตัว​เอง​ใน​ตอน​นั้น ชาว​อิสราเอล​ก็​ยก​พวก​ผู้​หญิง​ชาว​เมือง​ยาเบชกิเลอาด​ที่​พวก​เขา​ไว้​ชีวิต​ให้​คน​พวก​นั้น+ แต่​ก็​ไม่​พอ​สำหรับ​พวก​เขา 15 ชาว​อิสราเอล​รู้สึก​เสียใจ​ใน​สิ่ง​ที่​เกิด​ขึ้น​กับ​ตระกูล​เบนยามิน+ เพราะ​พระ​ยะโฮวา​แยก​พวก​เขา​ออก​จาก​ตระกูล​อื่น ๆ ของ​ชาติ​อิสราเอล 16 พวก​ผู้​นำ*ของ​ชาว​อิสราเอล​จึง​พูด​กัน​ว่า “พวก​เรา​จะ​หา​ภรรยา​ให้​กับ​ผู้​ชาย​ที่​เหลือ​อยู่​ยัง​ไง​ดี เพราะ​ผู้​หญิง​ใน​ตระกูล​เบนยามิน​ถูก​ฆ่า​หมด​แล้ว?” 17 พวก​เขา​พูด​กัน​ว่า “คน​ใน​ตระกูล​เบนยามิน​ที่​เหลือ​อยู่​ควร​จะ​ได้​รับ​มรดก​เพื่อ​จะ​ไม่​มี​ตระกูล​ไหน​สาบสูญ​ไป​จาก​ชาติ​อิสราเอล 18 แต่​เรา​จะ​ให้​ลูก​สาว​ของ​เรา​แต่งงาน​กับ​พวก​เขา​ไม่​ได้​เพราะ​ชาว​อิสราเอล​สาบาน​ไว้​ว่า ‘ใคร​ที่​ให้​ลูก​สาว​ของ​ตัว​เอง​ไป​แต่งงาน​กับ​คน​ใน​ตระกูล​เบนยามิน​จะ​ต้อง​ถูก​สาป​แช่ง’”+

19 แล้ว​พวก​เขา​ก็​พูด​ว่า “มี​เทศกาล​ฉลอง​ให้​พระ​ยะโฮวา​ทุก​ปี​ใน​เมือง​ชิโลห์+ เมือง​นี้​อยู่​ทาง​เหนือ​ของ​เมือง​เบธเอล​และ​อยู่​ทาง​ตะวัน​ออก​ของ​ทาง​หลวง​ที่​ขึ้น​ไป​จาก​เมือง​เบธเอล​ไป​ที่​เมือง​เชเคม และ​เป็น​เมือง​ที่​อยู่​ทาง​ใต้​ของ​เมือง​เลโบนาห์” 20 พวก​เขา​จึง​สั่ง​พวก​ผู้​ชาย​ตระกูล​เบนยามิน​ว่า “ไป​ซุ่ม​คอย​อยู่​ใน​สวน​องุ่น 21 พอ​เห็น​หญิง​สาว​ชาว​เมือง​ชิโลห์​ออก​มา​ล้อม​วง​เต้น​รำ​กัน ให้​พวก​คุณ​ออก​มา​จาก​สวน​องุ่น​และ​จับ​ผู้​หญิง​ชาว​เมือง​ชิโลห์​ไป​เป็น​ภรรยา แล้ว​ให้​พวก​คุณ​กลับ​ไป​เขต​แดน​ของ​ตระกูล​เบนยามิน 22 ถ้า​พ่อ​หรือ​พวก​พี่​น้อง​ของ​ผู้​หญิง​นั้น​มา​ฟ้อง​เรา เรา​จะ​บอก​พวก​เขา​ว่า ‘เห็น​ใจ​เรา​เถอะ และ​เห็น​แก่​พวก​เขา​ด้วย เพราะ​ผู้​หญิง​ที่​เรา​จับ​มา​ได้​จาก​สงคราม​นั้น​มี​ไม่​พอ​ที่​จะ​ยก​ให้​ทุก​คน+ และ​พวก​คุณ​เอง​จะ​ให้​ลูก​สาว​ไป​แต่งงาน​กับ​พวก​เขา​ก็​ไม่​ได้ เพราะ​ถ้า​ทำ​อย่าง​นั้น​คุณ​เอง​ก็​จะ​มี​ความ​ผิด’”+

23 ผู้​ชาย​ตระกูล​เบนยามิน​ก็​ทำ​ตาม​นั้น พวก​เขา​จับ​ผู้​หญิง​ที่​ออก​มา​เต้น​รำ​กัน​ไป​เป็น​ภรรยา คน​หนึ่ง​ก็​ได้​ผู้​หญิง​ไป​หนึ่ง​คน แล้ว​พวก​เขา​ก็​กลับ​ไป​เขต​แดน​ที่​ได้​รับ​เป็น​มรดก พวก​เขา​สร้าง​เมือง​ขึ้น​ใหม่+และ​อาศัย​อยู่​ใน​เมือง​ต่าง ๆ นั้น

24 เวลา​นั้น​ชาว​อิสราเอล​ก็​แยก​ย้าย​กัน​ไป​จาก​ที่​นั่น แต่​ละ​คน​กลับ​ไป​ที่​ตระกูล​และ​ครอบครัว​ของ​ตัว​เอง พวก​เขา​ออก​จาก​ที่​นั่น​ไป​เขต​แดน​ที่​ได้​รับ​เป็น​มรดก

25 ใน​ช่วง​เวลา​นั้น ชาว​อิสราเอล​ไม่​มี​กษัตริย์+ แต่​ละ​คน​ทำ​ตาม​ที่​ตัว​เอง​เห็น​ว่า​ดี*

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ฉลาก​ของ​เรา”

“เชชัย อาหิมาน และ​ทัลมัย” อาจ​หมาย​ถึง​ลูก​หลาน​ของ​พวก​เขา

หรือ​อาจ​แปล​ได้​ว่า “เธอ​ตบ​มือ​เรียก​ตอน​อยู่​บน​หลัง​ลา”

หรือ “เนเกบ”

แปล​ว่า “แอ่ง​น้ำ”

แปล​ว่า “สิ่ง​ที่​ต้อง​ทำลาย​จน​สิ้น​ซาก”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “รถ​ศึก​เหล็ก”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “แสดง​ความ​รัก​ที่​มั่นคง​กับ​คุณ”

แปล​ว่า “คน​ร้องไห้”

เป็น​สำนวน​กวี​หมาย​ถึง​ตาย

ดู​ส่วน​อธิบาย​ศัพท์

หรือ “เสียใจ”

หรือ “ริม​เขต​แดน​ฮามัท”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ขาย”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “อารัมนาหะราอิม”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “อารัม”

อาจ​เป็น​ศอก​สั้น ยาว​ประมาณ 38 ซม. ดู​ภาค​ผนวก ข​14

หรือ​อาจ​แปล​ได้​ว่า “เหมือง​หิน”

หรือ​อาจ​แปล​ได้​ว่า “ช่อง​ระบาย​อากาศ”

หรือ​อาจ​แปล​ได้​ว่า “เหมือง​หิน”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ขาย”

หรือ “ฮาโรเชธ​ของ​คน​ต่าง​ชาติ”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “เขา”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “รถ​ศึก​เหล็ก”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “รถ​ศึก​เหล็ก”

การ “ทำ​ตาม​คำ​ปฏิญาณ​ของ​ตัว​เอง” ใน​ภาษา​ฮีบรู​คือ “ปล่อย​ผม​ลง​มา” เป็น​เครื่องหมาย​แสดง​ถึง​การ​ปฏิญาณ​ตัว

หรือ “เล่น​ดนตรี”

หรือ​อาจ​แปล​ได้​ว่า “สั่น​สะเทือน”

หรือ​อาจ​แปล​ได้​ว่า “คน​ที่​ถือ​อุปกรณ์​สำหรับ​คัด​ลอก”

หรือ​อาจ​แปล​ได้​ว่า “ที่​เก็บ​เสบียง​ใต้​ดิน”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ฟัง​เสียง​ของ​เรา”

“ทูตสวรรค์​ของ​พระ​ยะโฮวา” ตาม​ฉบับ​แปล​กรีก​เซปตัวจินต์

22 ลิตร ดู​ภาค​ผนวก ข​14

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ขอ​ให้​สันติ​สุข​อยู่​กับ​เจ้า”

แปล​ว่า “พระ​ยะโฮวา​คือ​สันติ​สุข”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “วัว​หนุ่ม​ตัว​ที่​สอง”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “วัว​หนุ่ม​ตัว​ที่​สอง”

แปล​ว่า “ให้​พระ​บาอัล​มา​สู้​คดี​ของ​เขา​เอง”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ใช้​ลิ้น​เลีย​น้ำ​เหมือน​หมา”

คือ ช่วง 4 ทุ่ม​ถึง​ตี 2

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ผล​องุ่น​ส่วน​ที่​เหลือ​ซึ่ง​เอฟราอิม​เก็บ​ได้​นั้น​ก็​ดี​กว่า​ผล​องุ่น​ที่​อาบีเอเซอร์​เก็บ​ไป​ใน​การ​เก็บ​ครั้ง​แรก​ไม่​ใช่​หรือ?”

19.38 กก. ดู​ภาค​ผนวก ข​14

คือ กิเดโอน

หรือ​อาจ​แปล​ได้​ว่า “เจ้าของ​ที่​ดิน”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “เป็น​กระดูก​และ​เนื้อ”

798 กรัม ดู​ภาค​ผนวก ข​14

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “เจิม”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “โบก​เหนือ​ต้น​ไม้​อื่น ๆ”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “โบก​เหนือ​ต้น​ไม้​อื่น ๆ”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “โบก​เหนือ​ต้น​ไม้​อื่น ๆ”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “เจิม”

หรือ “ป้อม​ปราการ”

หรือ “ซีเรีย”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ขาย”

คง​เป็น​ภรรยา​อีก​คน​หนึ่ง

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ผู้​ที่​ได้​ยิน”

น่า​จะ​เป็น​คำ​พูด​เชิง​เปรียบ​เทียบ​ที่​แสดง​ว่า​จะ​มอบ​คน​นั้น​ให้​รับใช้​พระเจ้า​ตลอด​ชีวิต

หรือ “กลอง​ฉิ่ง”

หรือ “ข้อ​กำหนด”

หรือ​อาจ​แปล​ได้​ว่า “ข้าม​แม่น้ำ​ไป​ทาง​เหนือ”

หรือ “ตั้ง​แต่​อยู่​ใน​ท้อง”

หรือ “ตั้ง​แต่​อยู่​ใน​ท้อง”

หรือ​อาจ​แปล​ได้​ว่า “ก่อน​ที่​เขา​จะ​เข้า​ไป​ใน​ห้อง​ของ​เธอ”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ถ้า​พวก​คุณ​ไม่​ได้​เอา​วัว​สาว​ของ​ผม​ไถ​นา”

หรือ “รอย​แยก”

หรือ “รอย​แยก”

แปล​ว่า “เนิน​เขา​ขากรรไกร”

แปล​ว่า “น้ำพุ​ของ​คน​ที่​ร้อง​ขอ”

12.54 กก. ดู​ภาค​ผนวก ข​14

หรือ “เส้น​เอ็น​สัตว์”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “เส้น​ด้าย​ของ​หูก”

คือ อุปกรณ์​สำหรับ​ทอ​ผ้า

หรือ “ตั้ง​แต่​อยู่​ใน​ท้อง”

12.54 กก. ดู​ภาค​ผนวก ข​14

12.54 กก.

2.28 กก.

หรือ “เทพเจ้า​ประจำ​บ้าน” “รูป​เคารพ”

หรือ “ตาม​สิ่ง​ที่​เขา​คิด​ว่า​ถูก​ต้อง”

114 กรัม

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “มรดก”

หรือ “สำเนียง”

แปล​ว่า “ค่าย​ของ​ดาน”

หรือ “เทพเจ้า​ประจำ​บ้าน” “รูป​เคารพ”

หรือ “เทพเจ้า​ประจำ​บ้าน” “รูป​เคารพ”

หรือ “เทพเจ้า​ประจำ​บ้าน” “รูป​เคารพ”

หรือ “เทพเจ้า​ประจำ​บ้าน” “รูป​เคารพ”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “เต็นท์”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “บ้าน”

หรือ​อาจ​แปล​ได้​ว่า “และ​ผม​รับใช้​ที่​วิหาร​ของ​พระ​ยะโฮวา”

หรือ​อาจ​แปล​ได้​ว่า “เจ้าของ​ที่​ดิน”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “ยืน”

แปล​ตรง​ตัว​ว่า “พวก​ผู้​ชาย​สูง​อายุ”

หรือ “ตาม​สิ่ง​ที่​เขา​คิด​ว่า​ถูก​ต้อง”

    หนังสือภาษาไทย (1971-2026)
    ออกจากระบบ
    เข้าสู่ระบบ
    • ไทย
    • แชร์
    • การตั้งค่า
    • Copyright © 2026 Watch Tower Bible and Tract Society of Pennsylvania
    • เงื่อนไขการใช้งาน
    • นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    • การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว
    • JW.ORG
    • เข้าสู่ระบบ
    แชร์