จดหมายถึงคริสเตียนในเมืองฟีลิปปี
1 ผมเปาโลกับทิโมธีทาสของพระคริสต์เยซู เขียนถึงผู้บริสุทธิ์ทุกคนในเมืองฟีลิปปี+ซึ่งเป็นสาวกพระคริสต์เยซู รวมทั้งพวกผู้ดูแลกับผู้ช่วยงานรับใช้+
2 ขอให้พวกคุณได้รับความกรุณาที่ยิ่งใหญ่และสันติสุขจากพระเจ้าผู้เป็นพ่อของเรา และจากพระเยซูคริสต์ผู้เป็นนาย
3 ผมขอบคุณพระเจ้าของผมทุกครั้งที่นึกถึงพวกคุณ 4 ในคำอธิษฐานอ้อนวอนเพื่อพวกคุณ ผมอ้อนวอนด้วยความยินดี+ 5 เพราะพวกคุณสนับสนุน*ข่าวดีตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ 6 พระเจ้าได้เริ่มงานที่ดีในหมู่พวกคุณไว้แล้ว และผมมั่นใจว่าพระองค์จะทำงานนั้นต่อไปจนสำเร็จ+เมื่อถึงวันของพระคริสต์เยซู+ 7 ที่ผมคิดถึงพวกคุณทุกคนอย่างนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะพวกคุณอยู่ในใจผมเสมอ พวกคุณได้รับความกรุณาที่ยิ่งใหญ่ร่วมกับผม รวมทั้งคอยช่วยเหลือสนับสนุนตอนที่ผมถูกกักขัง+ และตอนที่ผมปกป้องข่าวดีและพยายามทำให้การประกาศข่าวดีเป็นที่ยอมรับตามกฎหมาย+
8 พระเจ้าเป็นพยานได้ว่า ผมคิดถึงพวกคุณทุกคนมากแค่ไหน ผมรักพวกคุณเหมือนที่พระคริสต์เยซูรัก 9 ผมเฝ้าอธิษฐานขอให้พวกคุณมีความรักมากขึ้นเรื่อย ๆ+พร้อมกับมีความรู้ที่ถูกต้อง+และความเข้าใจลึกซึ้ง+ 10 และขอให้พวกคุณมองให้ออกว่าอะไรสำคัญกว่า+ เพื่อพวกคุณจะไม่มีที่ติและไม่เป็นอุปสรรคขัดขวางความเชื่อของคนอื่น+จนถึงวันของพระคริสต์ 11 และขอให้พวกคุณเกิดผลที่ดีงามในชีวิตโดยทางพระเยซูคริสต์+ ซึ่งจะทำให้พระเจ้าได้รับการยกย่องสรรเสริญ
12 พี่น้องครับ ผมอยากให้พวกคุณรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับผมนั้นกลับทำให้ข่าวดียิ่งแพร่ออกไป 13 ตอนนี้ เรื่องที่ผมถูกกักขัง+เพราะความเชื่อในพระคริสต์เป็นที่รู้กันทั่ว+ในหมู่องครักษ์ของจักรพรรดิและคนอื่น ๆ ด้วย 14 และพี่น้องส่วนใหญ่ที่รับใช้ผู้เป็นนายก็เข้มแข็งขึ้นเมื่อได้ข่าวเรื่องที่ผมถูกกักขัง พวกเขามีใจกล้ามากขึ้นและไม่กลัวที่จะประกาศคำสอนของพระเจ้า
15 จริงอยู่ บางคนประกาศเรื่องพระคริสต์เพราะความอิจฉาและอยากชิงดีชิงเด่น แต่ก็มีคนที่ประกาศด้วยเจตนาดี 16 พวกเขาประกาศเรื่องพระคริสต์ด้วยความรัก และรู้ว่าผมได้รับมอบหมายให้ปกป้องข่าวดี+ 17 ส่วนพวกที่ประกาศเพราะชอบชิงดีชิงเด่นนั้นไม่ได้ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ พวกเขาคิดจะสร้างปัญหาให้ผมระหว่างที่ถูกกักขังอยู่นี้ 18 แล้วผลเป็นอย่างไร? ไม่ว่าจะประกาศด้วยเจตนาแบบไหน จะทำแบบเสแสร้งหรือด้วยความจริงใจ ก็ทำให้ผู้คนรู้เรื่องพระคริสต์เหมือนกัน นั่นทำให้ผมดีใจ และจะดีใจแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ 19 เพราะผมรู้ว่าสุดท้ายแล้วผมจะรอด เพราะการอ้อนวอนของพวกคุณ+และด้วยพลังของพระเจ้าที่ผมได้รับผ่านทางพระเยซูคริสต์+ 20 ผมมั่นใจและหวังว่าไม่มีอะไรจะทำให้ผมต้องอาย ผมจะกล้าพูดเพื่อทำให้พระคริสต์ได้รับการยกย่องเหมือนที่ผ่าน ๆ มา และผม*จะทำอย่างนั้นไม่ว่าจะเป็นหรือตาย+
21 สำหรับผมแล้ว ผมมีชีวิตอยู่เพื่อพระคริสต์+ และถึงจะตายก็ยังได้กำไร+ 22 ถ้าผมยังมีชีวิตอยู่ในร่างกายนี้ ผมก็จะมีผลงานมากขึ้น แต่ถึงผมจะเลือกได้จริง ผมก็คงไม่บอกใคร 23 ทั้งสองทางทำให้ผมลำบากใจ เพราะใจหนึ่งผมก็อยากจะได้รับการปลดปล่อยเพื่อไปอยู่กับพระคริสต์+ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ดีกว่ามาก+ 24 แต่ผมยังต้องอยู่ในร่างกายนี้ไปก่อนเพื่อช่วยพวกคุณ 25 เมื่อมั่นใจอย่างนี้แล้ว ผมจึงรู้ว่าผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อช่วยพวกคุณให้ก้าวหน้าและมีความสุขที่เกิดจากความเชื่อของพวกคุณ 26 และเมื่อผมกลับไปหาพวกคุณอีก ผมจะทำให้พวกคุณที่เป็นสาวกของพระคริสต์เยซูดีใจอย่างยิ่ง
27 ให้รูปแบบชีวิตของพวกคุณ*สอดคล้องกับข่าวดีเรื่องพระคริสต์+ แล้วไม่ว่าผมจะได้ไปเจอพวกคุณหรือไม่ ผมก็จะได้ยินข่าวเกี่ยวกับพวกคุณและรู้ว่าพวกคุณยืนหยัดเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันเหมือนคนคนเดียว+เพื่อรักษาความเชื่อในข่าวดีไว้ 28 และรู้ว่าพวกผู้ต่อต้านไม่ได้ทำให้พวกคุณกลัวเลย ทั้งหมดนี้เป็นหลักฐานยืนยันว่าพวกเขาจะต้องพินาศ+ แต่พวกคุณจะรอด+ พระเจ้าจะให้หลักฐานยืนยันเรื่องนี้ 29 พวกคุณมีสิทธิพิเศษได้เป็นสาวกของพระคริสต์ ไม่ใช่แค่ให้มาเชื่อในพระคริสต์เท่านั้น แต่ให้ทนทุกข์เพื่อท่านด้วย+ 30 พวกคุณกำลังต่อสู้เหมือนที่เคยเห็นผมต่อสู้มาก่อน+ และพวกคุณรู้ว่าตอนนี้ผมก็ยังสู้อยู่
2 ดังนั้น พวกคุณต้องให้กำลังใจกันแบบพระคริสต์ ปลอบใจกันด้วยความรัก ห่วงใยกัน แสดงความรักที่ลึกซึ้งต่อกัน และเห็นอกเห็นใจกัน 2 ผมมีความสุขจริง ๆ ถ้าพวกคุณคิดเหมือนกัน มีความรักอย่างเดียวกัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีความคิดไปในทางเดียวกัน+ 3 อย่าทำอะไรด้วยน้ำใจชิงดีชิงเด่น+หรือถือว่าตัวเองสำคัญ+ แต่ให้ถ่อมตัวและมองว่าคนอื่นดีกว่าตัวเอง+ 4 อย่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้น+ ให้เห็นแก่ประโยชน์ของคนอื่นด้วย+
5 ให้พวกคุณคิดแบบเดียวกับพระคริสต์เยซู+ 6 ถึงแม้ท่านมีสภาพอย่างพระเจ้า+ แต่ท่านไม่เคยแม้แต่จะคิดที่จะพยายามมีฐานะเท่าเทียมกับพระเจ้า+ 7 ท่านยอมสละทุกสิ่ง มารับสภาพทาส+ และเกิดเป็นมนุษย์+ 8 ไม่ใช่แค่นั้น เมื่อมาเป็นมนุษย์แล้ว ท่านถ่อมตัวและเชื่อฟังทุกอย่างจนถึงกับยอมตาย+ คือตายบนเสาทรมาน*+ 9 นี่เป็นเหตุผลที่พระเจ้ายกฐานะท่านให้สูงขึ้น+และมอบชื่อที่ยิ่งใหญ่กว่าชื่ออื่นทั้งหมดให้ท่าน+ 10 เพื่อทุกคน ทั้งที่อยู่ในสวรรค์ บนโลก และใต้พื้นดิน จะคุกเข่าลงในนามพระเยซู+ 11 และลิ้นทุกลิ้นจะยอมรับอย่างเปิดเผยว่าพระเยซูคริสต์คือผู้เป็นนาย+ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อพระเจ้าผู้เป็นพ่อจะได้รับการยกย่องสรรเสริญ
12 พี่น้องที่รัก พวกคุณเชื่อฟังเสมอตอนที่ผมอยู่ด้วย และแม้แต่ตอนนี้ที่ผมไม่ได้อยู่กับพวกคุณ พวกคุณก็ยังเชื่อฟังอยู่และเชื่อฟังมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ ขอให้ทำทุกอย่างด้วยความนับถือและความเกรงกลัวเพื่อจะได้รับความรอด 13 พระเจ้าเป็นผู้ที่กระตุ้นพวกคุณให้มีทั้งความต้องการและกำลังเพื่อจะทำสิ่งที่พระองค์พอใจ 14 ให้ทำทุกสิ่งโดยไม่บ่น+หรือเถียงกัน+ 15 เพื่อพวกคุณจะไม่มีที่ติและมีใจบริสุทธิ์ เป็นลูกของพระเจ้า+ที่ไม่มีตำหนิในสมัยที่มีแต่คนคดโกงและไม่มีศีลธรรม+ พวกคุณเป็นดวงสว่างที่ส่องแสงอยู่ท่ามกลางผู้คนในโลก+ 16 และยึดมั่นกับถ้อยคำที่ให้ชีวิต+ แล้วเมื่อถึงวันของพระคริสต์ ผมจะได้มีเหตุผลที่จะชื่นชมยินดีเพราะรู้ว่าผมไม่ได้วิ่งเสียแรงเปล่าหรือทำงานหนักโดยไม่ได้อะไร 17 ถ้าผมต้องเป็นเหมือนเครื่องบูชาดื่มที่ถูกเทถวาย+ร่วมกับเครื่องบูชา+ของพวกคุณ ผมก็ดีใจและยินดีกับพวกคุณทุกคน พวกคุณถวายเครื่องบูชาด้วยการรับใช้ที่บริสุทธิ์*ที่เกิดจากความเชื่อ 18 ดังนั้น พวกคุณเองก็น่าจะดีใจและยินดีร่วมกับผม
19 ถ้าพระเยซูผู้เป็นนายต้องการ ผมหวังว่าจะได้ส่งทิโมธี+ไปหาพวกคุณเร็ว ๆ นี้ ผมจะได้มีกำลังใจเมื่อเขากลับมาเล่าเรื่องของพวกคุณ 20 ตอนนี้ ผมไม่มีใครที่มีน้ำใจเหมือนเขาที่จะสนใจทุกข์สุขของพวกคุณจริง ๆ 21 เพราะคนอื่นคิดถึงแต่ประโยชน์ของตัวเอง ไม่ใช่ของพระเยซูคริสต์ 22 แต่พวกคุณรู้อยู่แล้วว่าทิโมธีเป็นคนอย่างไร เขาเป็นเหมือนลูกผม+ เขารับใช้ร่วมกับผมในการประกาศข่าวดี 23 ผมจึงหวังว่าจะส่งเขาไปทันทีที่รู้ว่าเรื่องของผมจะลงเอยอย่างไร 24 ที่จริง ผมเชื่อว่าถ้าผู้เป็นนายต้องการ ผมจะได้ไปหาพวกคุณเร็ว ๆ นี้+
25 แต่ตอนนี้ ผมคิดว่าต้องส่งเอปาโฟรดิทัสกลับไปหาพวกคุณก่อน เขาเป็นทั้งพี่น้อง เพื่อนร่วมงาน และเพื่อนทหารของผม เขาเป็นตัวแทนของพวกคุณที่มาช่วยดูแลผม+ 26 เขาอยากเจอพวกคุณทุกคนมากและเขาทุกข์ใจที่พวกคุณได้ข่าวว่าเขาล้มป่วย 27 ที่จริง เขาป่วยหนักจนเกือบตาย แต่พระเจ้าเมตตาเขาและเมตตาผมด้วย เพื่อไม่ให้ผมทุกข์ใจมากไปกว่านี้ 28 ดังนั้น ผมจึงรีบส่งเขาไป พวกคุณจะได้ดีใจที่เจอเขาและผมจะได้กังวลน้อยลง 29 ขอให้ยินดีต้อนรับเขาอย่างที่สาวกของผู้เป็นนายต้อนรับกัน ให้รักและนับถือคนอย่างนั้น+ 30 เพราะเขาเกือบตายในงานที่เขาทำเพื่อพระคริสต์* เขาเสี่ยงชีวิตเพื่อมาช่วยดูแลผมที่นี่แทนพวกคุณ+
3 สุดท้ายนี้ พี่น้องครับ ขอให้ดีใจเสมอที่ได้รับใช้ผู้เป็นนาย+ สำหรับผมแล้ว ไม่ลำบากเลยที่ผมจะเขียนเรื่องเดิมถึงพวกคุณอีก และเรื่องนี้จะช่วยปกป้องพวกคุณด้วย
2 ระวังพวกสุนัข พวกคนทำชั่ว พวกที่เฉือนเนื้อตัวเองตามพิธีกรรม*+ 3 เราเป็นคนเข้าสุหนัตแท้+ เพราะเราทำงานรับใช้ที่ศักดิ์สิทธิ์โดยพึ่งพลังของพระเจ้าและอวดเรื่องพระคริสต์เยซู+ เราไม่ได้ฝากความหวังไว้กับสิ่งต่าง ๆ ที่มนุษย์มีกัน 4 แต่ถ้าใครมีเหตุผลที่จะมั่นใจในสิ่งที่มนุษย์มี ผมก็มีเหมือนกัน
และถ้ามีใครคิดว่าเขามีเหตุผลที่จะมั่นใจในสิ่งที่มนุษย์มี ผมก็ยิ่งมีมากกว่าอีก 5 ผมเข้าสุหนัตตอนอายุได้ 8 วัน+ เป็นคนอิสราเอล อยู่ในตระกูลเบนยามิน เป็นฮีบรูแท้ที่เกิดจากพ่อแม่ชาวฮีบรู+ ในเรื่องกฎหมายของโมเสส ผมก็เป็นฟาริสี+ที่เคร่งครัด 6 ผมเอาจริงเอาจังมากถึงขนาดข่มเหงประชาคมคริสเตียน+ ผมทำตามกฎหมายของโมเสสอย่างไม่มีที่ติ 7 ถึงอย่างนั้น สิ่งที่เคยเป็นประโยชน์กับผม ตอนนี้ผมถือว่าไม่มีประโยชน์อะไรเลย*เพราะเห็นแก่พระคริสต์+ 8 จริง ๆ แล้ว ผมถือว่าทุกสิ่งไม่มีประโยชน์เมื่อเทียบกับความรู้ที่มีค่าสูงส่งเรื่องพระคริสต์เยซูผู้เป็นนายของผม ผมยอมสละทุกสิ่งและถือว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นแค่ขยะเพื่อเห็นแก่พระคริสต์ ผมจะได้มีสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับท่าน 9 และพิสูจน์ตัวว่าผมเป็นหนึ่งเดียวกับท่าน ผมเป็นที่ยอมรับของพระเจ้า* ไม่ใช่เพราะทำตามกฎหมายของโมเสส แต่เพราะความเชื่อ+ในพระคริสต์+ พระเจ้าถือว่าคนเราเป็นที่ยอมรับของพระองค์*เพราะเขามีความเชื่อ+ 10 ผมอยากรู้จักพระคริสต์และอำนาจที่ทำให้ท่านฟื้นขึ้นจากตาย+ ผมพร้อมจะร่วมทุกข์+กับท่านและตายเหมือนท่าน+ 11 ผมพยายามทำอย่างนี้เพื่อผมจะมีโอกาสอยู่ในพวกแรกที่ได้รับการปลุกให้ฟื้นขึ้นจากตาย+
12 ไม่ใช่ว่าผมได้รับตามที่หวังแล้วหรือถึงเป้าหมายแล้ว แต่ผมกำลังพยายามเต็มที่+เพื่อจะได้รับสิ่งที่พระคริสต์เยซูเลือกผมให้ไปรับ+ 13 พี่น้องครับ ผมยังไม่ถือว่าผมได้รับสิ่งนั้นแล้ว แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ ผมกำลังลืมสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ข้างหลัง+และโน้มตัวไปหาสิ่งที่อยู่ข้างหน้า+ 14 ผมกำลังมุ่งไปสู่เส้นชัยเพื่อจะได้รางวัล+ นั่นก็คือชีวิตในสวรรค์ตามที่พระเจ้าเรียกผม+โดยทางพระคริสต์เยซู 15 ดังนั้น ให้พวกเราที่เป็นผู้ใหญ่+แล้วมีความคิดแบบนี้ แต่ถ้าพวกคุณคิดแบบอื่น พระเจ้าก็จะช่วยให้พวกคุณรู้จักความคิดที่ถูกต้อง 16 ไม่ว่าเราก้าวหน้าถึงขั้นไหนแล้ว ก็ให้เราก้าวหน้าแบบนั้นต่อไปเรื่อย ๆ เหมือนที่เคยทำมา
17 พี่น้องครับ ขอให้พร้อมใจกันเลียนแบบผม+และคอยสังเกตดูคนที่ทำตามตัวอย่างที่เราวางไว้ให้พวกคุณ 18 เพราะมีหลายคนทำตัวเป็นศัตรูกับเสาทรมาน*ของพระคริสต์ ผมเคยพูดถึงพวกเขาบ่อย ๆ และตอนนี้ก็พูดถึงพวกเขาอีกด้วยน้ำตา 19 จุดจบของคนพวกนั้นคือความพินาศ พระของพวกเขาก็คือกระเพาะของเขาเอง พวกเขาภาคภูมิใจในสิ่งที่น่าจะรู้สึกละอายใจ และพวกเขาหมกมุ่นอยู่กับสิ่งของในโลกนี้+ 20 ส่วนพวกเรามีฐานะเป็นพลเมือง+สวรรค์+ และเราตั้งตาคอยผู้ช่วยให้รอดที่มาจากที่นั่น คือ พระเยซูคริสต์ผู้เป็นนายของเรา+ 21 ท่านมีฤทธิ์อำนาจยิ่งใหญ่ถึงขนาดที่ทำให้ทุกสิ่งอยู่ใต้อำนาจท่านได้+ ท่านจะใช้ฤทธิ์อำนาจนั้นเปลี่ยนร่างกายที่ต่ำต้อยของเราให้เป็นเหมือนร่างกายที่มีเกียรติของท่าน+
4 ดังนั้น พี่น้องที่ผมรักและคิดถึง พวกคุณเป็นความยินดีและความภาคภูมิใจ*ของผม+ ขอให้ยืนหยัด+อยู่ฝ่ายผู้เป็นนายของเราอย่างที่ผมได้พูดไปแล้ว
2 ผมขอเตือนยูโอเดียกับสินทิเคให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในฐานะสาวกของผู้เป็นนาย+ 3 ผมขอร้องคุณที่เป็นเพื่อนร่วมงานแท้ของผม ขอให้ช่วยผู้หญิงสองคนนี้ซึ่งได้ทำงานหนักเพื่อข่าวดีเคียงข้างผมและเคลเมนท์กับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ พวกเขามีชื่ออยู่ในหนังสือรายชื่อคนที่จะได้ชีวิต+
4 ขอให้มีความสุขเสมอที่ได้รับใช้ผู้เป็นนาย ผมขอบอกอีกครั้งว่า ขอให้มีความสุข+ 5 ให้คนอื่นเห็นว่าพวกคุณเป็นคนมีเหตุผล+ ผู้เป็นนายอยู่ใกล้ ๆ เรา 6 อย่ากังวลอะไรเลย+ แต่ให้ขอทุกสิ่งจากพระเจ้าด้วยการอธิษฐานและการอ้อนวอน และให้ขอบคุณพระองค์ด้วย+ 7 แล้วสันติสุข+ของพระเจ้าที่เกินความเข้าใจทุกอย่างจะปกป้องหัวใจ+และความคิดของพวกคุณไว้โดยทางพระคริสต์เยซู
8 สุดท้ายนี้ พี่น้องครับ อะไรที่จริง อะไรที่สำคัญ อะไรที่ถูกต้อง* อะไรที่บริสุทธิ์ อะไรที่น่ารัก อะไรที่น่าชมเชย อะไรที่ดี และอะไรที่น่ายกย่อง ให้คิดถึง*สิ่งเหล่านั้นเสมอ+ 9 ให้ทำตามสิ่งที่พวกคุณได้เรียนรู้ ได้รับ ได้ยิน และได้เห็นจากผม+ แล้วพระเจ้าที่มีสันติสุขจะอยู่กับพวกคุณ
10 ในฐานะผู้รับใช้ของผู้เป็นนาย ผมดีใจมากที่พวกคุณนึกถึงผมอีก+ ที่จริงพวกคุณก็เป็นห่วงผมอยู่แล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้แสดงออก 11 ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าผมขาดอะไร เพราะผมได้เรียนรู้ที่จะพอใจในสิ่งที่มีอยู่* ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพไหนก็ตาม+ 12 ผมรู้ว่าจะอยู่อย่างไรตอนที่ขัดสน+และอยู่อย่างไรตอนที่มีเหลือเฟือ ในทุกที่ทุกเวลา ผมได้เรียนรู้เคล็ดลับว่าจะอยู่อย่างไรเมื่ออิ่มท้องและอยู่อย่างไรเมื่อหิวโหย จะอยู่อย่างไรเมื่อมีเหลือเฟือและอยู่อย่างไรเมื่อขาดแคลน 13 ผมมีกำลังทนได้ทุกสิ่งเพราะพระองค์ให้กำลังกับผม+
14 แต่พวกคุณก็ทำดีอยู่แล้วที่ช่วยแบ่งเบาความทุกข์ของผม 15 ที่จริง พวกคุณชาวฟีลิปปีก็รู้ว่าในช่วงแรกที่พวกคุณได้เรียนเกี่ยวกับข่าวดี และตอนที่ผมออกจากแคว้นมาซิโดเนียนั้น ไม่มีประชาคมไหนช่วยเหลือผมหรือรับความช่วยเหลือจากผมนอกจากพวกคุณ+ 16 ตอนที่ผมอยู่ในเมืองเธสะโลนิกา พวกคุณก็ส่งของมาช่วยผมไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่ถึง 2 ครั้ง 17 ไม่ใช่ว่าตอนนี้ผมอยากจะได้ของกำนัล แต่ผมอยากเห็นพวกคุณสะสมความดีในบัญชีเพิ่มมากขึ้น* 18 ผมมีทุกอย่างอยู่แล้ว และมีมากกว่าที่จำเป็นด้วยซ้ำ ของที่พวกคุณฝากเอปาโฟรดิทัส+มานั้นช่วยให้ผมไม่ขาดอะไรเลย ของเหล่านั้นเป็นเหมือนเครื่องบูชาที่พระเจ้ายอมรับ เป็นกลิ่นหอม+ที่ทำให้พระองค์พอใจ 19 แล้วพระเจ้าของผมจะให้ทุกสิ่งที่จำเป็น+กับพวกคุณโดยทางพระคริสต์เยซู เพราะพระองค์มีสิ่งต่าง ๆ อย่างล้นเหลือ 20 ขอให้พระเจ้าผู้เป็นพ่อของเราได้รับการยกย่องสรรเสริญตลอดไป อาเมน
21 ผมขอฝากความคิดถึงให้ผู้บริสุทธิ์ทุกคนซึ่งเป็นสาวกพระคริสต์เยซู พวกพี่น้องที่อยู่กับผมก็ฝากความคิดถึงมาด้วย 22 ผู้บริสุทธิ์ทุกคน โดยเฉพาะคนที่อยู่ในวังของซีซาร์+ ขอฝากความคิดถึงให้พวกคุณ
23 ขอให้พวกคุณได้รับความกรุณาที่ยิ่งใหญ่จากพระเยซูคริสต์ผู้เป็นนายของเราเพราะน้ำใจที่พวกคุณแสดง
หรือ “พวกคุณมีส่วนร่วมในการส่งเสริม”
แปลตรงตัวว่า “ร่างกายของผม”
หรือ “ให้ทำตัวเป็นพลเมืองที่”
หรือ “การรับใช้สาธารณชน”
หรืออาจแปลได้ว่า “เพื่อผู้เป็นนาย”
คือ พวกที่ส่งเสริมการเข้าสุหนัต
หรืออาจแปลได้ว่า “ผมยอมสละทิ้งไป”
หรือ “ผมมีความถูกต้องชอบธรรม”
หรือ “คนเรามีความถูกต้องชอบธรรม”
แปลตรงตัวว่า “มงกุฎ”
ดูคำว่า “ถูกต้องชอบธรรม” ในส่วนอธิบายศัพท์
หรือ “คิดใคร่ครวญ”
หรือ “เรียนรู้ที่จะอยู่อย่างพอเพียง”
หมายถึงความดีที่พระเจ้าจดจำไว้